The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ไทย (ส30161) ชั้น ม6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kunkrurachata, 2021-06-10 11:25:22

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ไทย (ส30161) ชั้น ม6

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ไทย (ส30161) ชั้น ม6

แผนการจดั การเรยี นรู้
รายวิชาประวัตศิ าสตรไ์ ทย

ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่

ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

จดั ทาโดย นายรชตะ ขาวดี

ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการ

โรงเรยี นบา้ นแพงพทิ ยาคม อาเภอบ้านแพง จงั หวดั นครพนม
สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษานครพนม

แผนการจัดการเรียนร้วู ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 1

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 เวลา ยคุ สมยั และวิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ เวลา 3 ชัว่ โมง

ผงั มโนทศั นเ์ ป้าหมายการเรียนรู้และขอบขา่ ยภาระงาน/ชิ้นงาน

ความรู้ เวลา ยคุ สมัย คุณธรรม จรยิ ธรรม และ
1. เวลาและยุคสมัยทาง และวธิ กี ารทาง คา่ นยิ ม
ประวัติศาสตร์ 1. มวี นิ ยั
ประวตั ศิ าสตร์ 2. ใฝเ่ รียนรู้
2. การแบง่ ยคุ สมัยทาง 3. รกั ความเปน็ ไทย
4. มุ่งมั่นในการทางาน
ประวัติศาสตร์ไทย
3. วิธีการทาง ทกั ษะ/กระบวนการ
1. การสอ่ื สาร
ประวัตศิ าสตร์ 2. การคดิ
3. การแก้ปัญหา
ภาระงาน/ชิน้ งาน 4. การใชก้ ระบวนการกลุ่ม
1. ทาแบบทดสอบ 5. การใชเ้ ทคโนโลยี
2. การสารวจ
3. การอภิปราย
4. บนั ทึกผลการสบื คน้ ข้อมูล
5. การทาใบงาน

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 2

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1
เวลา ยุคสมยั และวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์

ขั้นท่ี 1 ผลลัพธ์ปลายทางทต่ี ้องการให้เกดิ ขึน้ กับนกั เรียน

ตัวชวี้ ดั ช่วงช้ัน
1. ตระหนกั ถึงความสาคญั ของเวลาและยุคสมยั ทางประวัติศาสตรท์ ีแ่ สดงถึงการเปล่ียนแปลงของมนษุ ยชาติ
(ส 4.1 ม. 4–6/1)
2. สรา้ งองคค์ วามรู้ทางประวตั ิศาสตร์ โดยใชว้ ิธีการทางประวตั ศิ าสตรอ์ ย่างเปน็ ระบบ (ส 4.1 ม. 4–6/2)

ความเขา้ ใจที่คงทนของนักเรียน นกั เรยี นจะเข้าใจ คาถามสาคญั ทท่ี าให้เกดิ ความเขา้ ใจที่คงทน
ว่า... 1. เวลาและยคุ สมัยทางประวัตศิ าสตรม์ ีประโยชน์
1. เวลาและยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร์มี
ตอ่ การศกึ ษาประวัติศาสตร์อย่างไร
ความสาคัญต่อการศึกษาประวตั ิศาสตร์เพราะ 2. เหตุใดจงึ ต้องมกี ารแบ่งยุคสมัยทาง
ทาใหร้ ู้วา่ เหตกุ ารณใ์ ดเกิดกอ่ น และเหตกุ ารณ์
ใดเกดิ ข้นึ ทีหลงั ทาให้เข้าใจเรือ่ งราวทาง ประวัตศิ าสตร์
ประวัติศาสตรไ์ ด้ดีขึ้น 3. วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์มีความสาคัญต่อ
2. การแบง่ ยคุ สมยั ทางประวัตศิ าสตรไ์ ทยแบ่ง
ออกเปน็ 2 ยุค คอื ยคุ กอ่ นประวตั ิศาสตร์ การศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์อย่างไร
และยุคประวตั ิศาสตร์
3. การศึกษาประวัตศิ าสตร์ใชว้ ิธกี ารทาง
ประวตั ศิ าสตร์ วธิ ีการนตี้ อ้ งอาศัยหลักฐานทาง
ประวตั ิศาสตรเ์ พ่อื คน้ หาข้อมลู ต่าง ๆ อนั จะ
นาไปสู่การสรุปขอ้ เท็จจรงิ ทางประวัตศิ าสตร์

ความรู้ของนกั เรียนที่นาไปสู่ความเข้าใจทีค่ งทน ทกั ษะ/ความสามารถของนกั เรยี นทีน่ าไปสคู่ วามเขา้ ใจท่ี
นกั เรียนจะรูว้ ่า... คงทน นกั เรยี นจะสามารถ...
1. คาสาคญั ไดแ้ ก่ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ 1. อธบิ ายความสาคญั ของเวลาและยุคสมยั ทาง

สมัยกอ่ นประวัตศิ าสตร์ สมยั ประวัตศิ าสตร์ ประวตั ศิ าสตร์
วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ 2. นำวธิ กี ำรทำงประวตั ศิ ำสตรม์ ำใช้ศึกษำหลกั ฐำน
2. เวลาและยุคสมยั ทางประวัติศาสตรม์ ี
ความสาคัญตอ่ การศึกษาประวัติศาสตร์ ทำงประวตั ิศำสตรไ์ ด้อย่ำงเหมำะสม
ทาใหร้ วู้ ่าเหตุการณใ์ ดเกิดก่อน และเหตกุ ารณ์
ใดเกดิ ขน้ึ ทีหลงั ทาใหเ้ ข้าใจเรือ่ งราวทาง
ประวตั ิศาสตรไ์ ดด้ ขี ึ้น ที่สาคญั ได้แก่ การนบั

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 3

เวลาแบบไทย ศักราชและการเทยี บศักราช
ทศวรรษ ศตวรรษ สหัสวรรษ
3. การแบง่ ยคุ สมยั ทางประวตั ศิ าสตร์ไทย
แบง่ เปน็ 2 สมัย คือ สมยั ก่อนประวัตศิ าสตร์
ไดแ้ ก่ ยุคหนิ กบั ยุคโลหะ สว่ นสมยั
ประวตั ิศาสตร์ แบง่ ย่อยได้หลายแบบ เช่น
แบ่งตามราชธานี แบ่งตามราชวงศ์ แบ่งตาม
พระนามพระมหากษัตริย์ แบง่ ตาม
พัฒนาการและความเปลยี่ นแปลงของ
บา้ นเมือง แบ่งตามลกั ษณะการปกครอง
แบง่ ตามสมัยของรัฐบาล และแบ่งตามแนว
ประวัตศิ าสตรส์ ากล
4. วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ เป็นวธิ ีการสบื คน้
เรื่องราวในอดตี อยา่ งเปน็ ระบบ โดยให้
ความสาคญั ในเรื่องการตรวจสอบหลักฐาน
การประเมนิ ความน่าเชื่อถือและคุณค่าของ
หลกั ฐาน รวมทงั้ การวิเคราะห์ตีความข้อมลู
ทางประวัตศิ าสตร์ ท้งั นเี้ พ่ือใหไ้ ด้มาซ่ึงองค์
ความรใู้ หมบ่ นพน้ื ฐานความเป็นเหตเุ ปน็ ผล
ไดแ้ ก่ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น
ประเภทของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ที่
จาแนกตามยคุ สมยั จาแนกตามลกั ษณะ
จาแนกตามความสาคัญ นอกจากนีห้ ลกั ฐาน
ทางประวัตศิ าสตรใ์ นประเทศไทย เช่น
หลกั ฐานที่เป็นลายลักษณ์อกั ษรและ
หลักฐานทไ่ี มเ่ ปน็ ลายลกั ษณ์อักษร ส่วน
วิธีการทางประวัตศิ าสตรท์ ี่สาคญั มี 5
ข้ันตอน ได้แก่ การกาหนดปัญหา การ
รวบรวมหลกั ฐาน การตรวจสอบและ
ประเมินหลกั ฐาน การตีความหลกั ฐาน และ
การเรยี บเรียงและการนาเสนอ

แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวัติศาสตร์ ส30161 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 4

ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซึง่ เป็นหลักฐานท่ีแสดงวา่ นักเรียนมผี ลการเรยี นรู้

ตามท่ีกาหนดไว้อย่างแท้จริง

1. ภาระงานท่นี กั เรียนต้องปฏิบัติ

1.1 อภปิ รายเกย่ี วกับการแบ่งยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร์

1.2 สารวจชุมชนเกีย่ วกับหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์

1.3 ใช้วธิ ีการทางประวัติศาสตร์สืบคน้ ข้อมลู เก่ียวกบั หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์

2. วิธีการและเครอื่ งมอื ประเมินผลการเรียนรู้

2.1 วธิ ีการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 2.2 เครื่องมือประเมินผลการเรยี นรู้

1) การทดสอบ 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี น

2) การประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ 2) แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็

รายบคุ คลหรือเป็นกลุ่ม รายบุคคลหรอื เปน็ กลุ่ม

3) การประเมนิ ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม 3) แบบประเมนิ ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

และค่านิยม และคา่ นิยม

4) การประเมนิ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ 4) แบบประเมินดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ

3. ส่ิงที่ม่งุ ประเมนิ

3.1 ความเขา้ ใจ 6 ดา้ น ได้แก่ การอธิบาย ชแ้ี จง การแปลความและตีความ การประยุกต์ ดัดแปลง

และนาไปใช้ การมีมมุ มองที่หลากหลาย การให้ความสาคัญและใสใ่ จในความรู้สกึ ของผู้อื่น

และการรู้จักตนเอง

3.2 ทักษะ/กระบวนการ เชน่ การสอ่ื สาร การคดิ การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี กระบวนการกลมุ่

3.3 คณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นิยม เช่น รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่อื สตั ย์สุจรติ มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้

อยู่อย่างพอเพยี ง มุ่งม่ันในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ

ขั้นที่ 3 แผนการจดั การเรียนรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 เวลา ศกั ราช และยคุ สมัยทางประวตั ศิ าสตร์ เวลา 2 ชัว่ โมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 หลกั ฐานและวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ เวลา 1 ช่ัวโมง

แผนการจัดการเรียนรูว้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6 หนา้ 5

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1
เวลา ศักราช และยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร์

สาระท่ี 4 ประวัติศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เวลา ยุคสมยั และวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ เวลา 2 ชวั่ โมง

1. สาระสาคัญ

เวลาและยุคสมัยทางประวตั ศิ าสตร์มีความสาคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ ทาให้รูว้ ่า

เหตุการณใ์ ดเกดิ กอ่ น และเหตกุ ารณ์ใดเกิดขน้ึ ทหี ลัง ทาให้เขา้ ใจเร่ืองราวทางประวตั ิศาสตร์ไดด้ ีขึน้ ท่ี

สาคัญได้แก่ การนับเวลาแบบไทย ศักราชและการเทยี บศักราช ทศวรรษ ศตวรรษ สหัสวรรษ

การแบ่งยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร์ไทยแบ่งเป็น 2 สมัย คอื สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ไดแ้ ก่ ยคุ

หินกับยุคโลหะ สว่ นสมยั ประวตั ิศาสตร์ แบ่งยอ่ ยไดห้ ลายแบบ เชน่ แบ่งตามราชธานี แบง่ ตาม

ราชวงศ์ แบง่ ตามพระนามพระมหากษัตรยิ ์ แบ่งตามพัฒนาการและความเปล่ียนแปลงของบ้านเมอื ง

แบ่งตามลกั ษณะการปกครอง แบง่ ตามสมัยของรัฐบาล และแบง่ ตามแนวประวัติศาสตร์สากล

2. ตวั ชี้วดั ช่วงชน้ั

• ตระหนักถึงความสาคญั ของเวลาและยุคสมยั ทางประวัติศาสตร์ท่แี สดงถึงการเปลยี่ นแปลง

ของมนษุ ยชาติ (ส 4.1 ม. 4–6/1)

3. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายถงึ ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร์ได้ (K)

2. เหน็ คุณค่าและความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวตั ศิ าสตร์ (A)

3. วิเคราะห์ความสาคัญของเวลาและยุคสมยั ทางประวัติศาสตร์ (P)

4. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นยิ ม (A)

1. ทดสอบก่อนเรยี น • ประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางาน • ประเมินพฤตกิ รรมในการทางาน

2. ซกั ถามความรเู้ รอื่ ง เวลา เปน็ รายบคุ คลในดา้ นความมวี ินัย เป็นรายบุคคลและเปน็ กล่มุ ในดา้ น

ศกั ราช และยคุ สมยั ทาง ความใฝเ่ รยี นรู้ ฯลฯ การส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา

ประวัติศาสตร์ ฯลฯ

3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเปน็

รายบุคคลหรือเปน็ กลมุ่

5. สาระการเรยี นรู้

1. เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

2. การแบ่งยุคสมัยทางประวตั ศิ าสตรไ์ ทย

แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 6

6. แนวทางบูรณาการ
ภาษาไทย  ฟัง พูด อ่าน เขียนเกีย่ วกับเวลา ศักราช และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์
คณิตศาสตร์  คานวณเทยี บศักราช

7. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ข้นั ท่ี 1 นาเขา้ ส่บู ทเรียน

1. ครูแจง้ ตวั ชีว้ ัดชว่ งชนั้ และจุดประสงค์การเรียนรูใ้ หน้ ักเรียนทราบ
2. ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน
3. ครใู ห้นักเรียนดปู ฏทิ นิ ท่ีมีการนับแบบไทย และภาพเครอ่ื งมอื หนิ กะเทาะยุคหนิ สมัยก่อน
ประวัติศาสตร์ แล้วซกั ถามนักเรียนว่า มคี วามสาคญั อยา่ งไร ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั แสดงความคิดเห็น
จากนัน้ ครอู ธบิ ายสรุปเพอ่ื เช่ือมโยงเขา้ สเู่ นือ้ หาทีจ่ ะเรยี น
ขน้ั ที่ 2 กจิ กรรมการเรยี นรู้
เวลาและศกั ราช
4. ครสู นทนากบั นักเรยี นเก่ียวกับเวลาและศักราช
5. ครูต้ังคาถามเกีย่ วกับเวลาและศกั ราช ตวั อย่างคาถาม

1) การนับเวลาแบบไทยมวี ิธกี ารนบั อยา่ งไร
2) การนับวัน เดือน ข้ึนแรม ใชเ้ ครื่องหมายอังค่นั เด่ียวทาอยา่ งไร
3) การนับพุทธศักราชแบบไทยและแบบลงั กาแตกต่างกันหรอื ไม่ อย่างไร
6. นกั เรยี นช่วยกนั ตอบแลว้ ครอู ธิบายเพิม่ เตมิ
7. ครูอธิบายเกย่ี วกบั ศักราชและการเทยี บศักราช
8. ครสู ่มุ นกั เรียน 4–6 คน ออกมาคดิ วิธีเทียบพทุ ธศักราชเป็นศักราชอนื่ ๆ บนกระดาน
จากนน้ั ถามเพ่ือน ๆ ว่าคดิ ได้ถกู ต้องหรอื ไม่ แล้วครูอธบิ ายเพ่ิมเติม
9. ครูให้นกั เรียนกลมุ่ เดมิ หาข่าวหรอื บทความทรี่ ะบปุ ีศกั ราช แลว้ นามาเทยี บศักราชระบบ
ตา่ ง ๆ วา่ ไดค้ าตอบเท่าไร
10. ครใู ห้กลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมาอ่านข่าวหรือบทความหนา้ ช้นั เรยี นพร้อมทั้งเทียบศกั ราชให้
เพ่อื นร่วมชัน้ ดู และเพ่ือนร่วมชั้นช่วยกนั ตรวจสอบคาตอบ
การแบง่ ยคุ สมัยทางประวตั ิศาสตร์ไทย
11. ครูอธบิ ายเกี่ยวกับการแบ่งยคุ สมยั ทางประวัตศิ าสตร์ไทย
ขั้นสอน
12. ครจู ัดการเรยี นการสอนแบบอภิปรายโดยใชเ้ ทคนคิ ระดมสมอง โดยปฏิบัติตามขัน้ ตอน
ดงั น้ี
ขัน้ ดาเนินการอภิปราย
1) ครแู จง้ หวั ขอ้ วตั ถุประสงค์ และรปู แบบการอภปิ รายให้นักเรยี นทราบ โดยเขยี นลงบน

แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 7

กระดานหรอื แผ่นใสให้นักเรียนดู
หวั ข้ออภิปราย: การแบง่ ยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร์ไทย
วตั ถปุ ระสงค์ของการอภิปราย: เพื่อใหน้ ักเรยี นเหน็ ความสาคัญของการแบง่ ยุคสมยั ทาง
ประวตั ิศาสตรไ์ ทย
2) ให้นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 4–6 คน โดยแต่ละกล่มุ เลอื กประธาน 1 คน เลขานกุ าร
กล่มุ 1 คน เปน็ ผู้จดบันทึกความคิดเหน็ ของกลมุ่
3) ใหแ้ ต่ละกล่มุ ดาเนินการอภปิ รายตามหัวข้อท่ีกาหนด ในขณะท่ีกลุ่มดาเนนิ การอภิปราย
ครคู อยสงั เกตและกระตุ้นใหท้ ุกคนได้แสดงความคิดเห็นกนั อย่างเต็มท่ี
ขัน้ สรุปอภปิ ราย
1) ให้แต่ละกลุ่มสรุปบนั ทึกผลการอภปิ ราย
2) ตัวแทนกลมุ่ นาเสนอผลการอภิปรายต่อท่ีประชมุ หรือหนา้ ชั้นเรียน
13. ครใู หน้ ักเรียนทาใบงานที่ 1 เรอ่ื ง การแบ่งยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์
14. ในขณะนกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรม ใหค้ รูสงั เกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอ
ผลงานของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเปน็ รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม
ขัน้ ที่ 3 ฝึกฝนผู้เรยี น
15. ครใู ห้นักเรยี นทากิจกรรมทเ่ี กีย่ วกบั เวลา ศักราช และยุคสมยั ทางประวัตศิ าสตร์และ
ช่วยกนั เฉลยคาตอบ
ขัน้ ที่ 4 นาไปใช้
16. ครูแนะนาให้นักเรียนทาแผ่นพับเพื่อเผยแพร่ความรเู้ รื่องเวลา ศักราช และยุคสมยั ทาง
ประวัตศิ าสตร์
ขั้นที่ 5 สรุป
17. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ความรู้เรื่อง เวลา ศกั ราช และยคุ สมยั ทางประวัติศาสตร์
โดยใหน้ ักเรียนสรปุ เปน็ แผนท่ีความคิด
8. กิจกรรมเสนอแนะ
ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–6 คน ศึกษาคน้ คว้าเพิม่ เตมิ เรอื่ ง เวลา ศักราช และยุค
สมยั ทางประวตั ิศาสตร์ จากน้ันนามาจดั ทาเปน็ รายงาน
9. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น
2. ปฏทิ ินที่มกี ารนับแบบไทย และภาพเครอื่ งมอื หนิ กะเทาะยคุ หนิ สมยั ก่อนประวัตศิ าสตร์
3. ใบงานท่ี 1 เรื่อง การแบ่งยุคสมยั ทางประวตั ิศาสตร์
4.หนังสอื เรียนรายวิชาพื้นฐานประวตั ศิ าสตร์ ม. 4–6เล่ม1บริษทั สานกั พมิ พ์วฒั นาพานิชจากัด
5. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ประวตั ศิ าสตร์

แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 หนา้ 8

แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เวลา ยุคสมัย และวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์

คาช้แี จง : เลือกคาตอบท่ถี ูกตอ้ งท่ีสดุ เพยี งคาตอบเดียว

1. ศกั ราชและการแบ่งยคุ สมัยทางประวัตศิ าสตรม์ ีความสาคัญต่อการศกึ ษาเรอ่ื งราวเหตุการณ์

ทางประวัตศิ าสตรอ์ ย่างไร

ก. ทาใหท้ ราบความเปน็ มาของมนษุ ย์

ข. ทาใหส้ ามารถเรยี งลาดับเหตุการณ์ได้ถูกตอ้ ง

ค. ทาให้ทราบการเปลย่ี นแปลงของเหตกุ ารณ์ตลอดเวลา

ง. ทาให้ทราบความแตกต่างของเหตกุ ารณ์ท่ีเกิดข้ึนแตล่ ะสมยั

2. วัน 2 ฯ 7 หมายถึงวันอะไร

ก. วันเสาร์ เดือน 2 ข้นึ 3 คา่ ข. วนั อังคาร เดือนยี่ ขึน้ 7 คา่

ค. วนั พุธ เดือน 7 แรม 2 คา่ ง. วันจันทร์ เดือน 7 ขึน้ 3 ค่า

3. การนับพทุ ธศกั ราชแบบไทยเริ่มนบั เมื่อไร

ก. เมอ่ื พระพุทธเจ้าประสูติ ข. เม่อื พระพุทธเจ้าเสดจ็ ปรินิพพาน

ค. เมอ่ื พระพทุ ธเจ้าเสด็จปรินิพพานไปแลว้ 1 ปี ง. เม่ือมีการเปลี่ยนแปลงวนั ข้ึนปใี หม่ พ.ศ.2484

4. พุทธศกั ราช 1792 ตรงกบั มหาศักราชใด

ก. ม.ศ. 611 ข. ม.ศ. 1171

ค. ม.ศ. 1249 ง. ม.ศ. 2413

5. ข้อใด หมายถงึ “ทศวรรษ”

ก. รอบ 10 ปี ข. รอบ 12 ปี

ค. รอบ 100 ปี ง. รอบ 1,000 ปี

6. นกั ประวัติศาสตรใ์ ชเ้ กณฑ์อะไรแบ่งยคุ สมัยทางประวัตศิ าสตรอ์ อกเป็นยุคก่อนประวตั ิศาสตร์

และยุคประวัตศิ าสตร์

ก. การต้งั ถ่นิ ฐาน ข. เคร่ืองมือเคร่ืองใช้

ค. ตานานหรือคาบอกเล่า ง. หลกั ฐานท่ีเปน็ ลายลักษณ์อักษร

7. ในสมัยใดท่มี นุษยย์ ัง ไม่มี การต้ังถนิ่ ฐานเป็นหลักแหล่ง

ก. สมัยเหล็ก ข สมยั สารดิ

ค. สมัยหินใหม่ ง. สมัยหนิ กลาง

8. หลักฐานทช่ี ัดเจนทส่ี ดุ ของการตัง้ ถิ่นฐานของมนุษย์มีขึ้นในสมยั ใด

ก. สมยั หนิ เกา่ ข. สมยั หนิ กลาง

ค. สมยั หนิ ใหม่ ง. ถกู ทกุ ขอ้

แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 9

9. ข้อใดจัดเป็นหลกั ฐานสมัยประวตั ิศาสตร์

ก. จารกึ จดหมายเหตุ ข. ตานาน ซากกระดกู สตั ว์

ค. คูเมอื ง โครงกระดูกมนุษย์ ง. เมลด็ พชื โครงกระดูกมนุษย์

10. การทาความเข้าใจถึงความหมาย หรือ ข้อเท็จจรงิ ของหลกั ฐาน จัดเป็นขั้นตอนใดของวิธกี าร

ทางประวตั ศิ าสตร์

ก. การกาหนดปัญหา ข. การตคี วามหลักฐาน

ค. การรวบรวมหลักฐาน ง. การเรยี บเรยี งและนาเสนอ

แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาประวัติศาสตร์ ส30161 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 10

ใบงานที่ 1
เรอ่ื ง การแบง่ ยุคสมัยทางประวตั ศิ าสตร์

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1 เรือ่ ง เวลา ศักราช และยคุ สมัยทางประวัติศาสตร์
ตัวช้ีวัดชว่ งชัน้ : ตระหนักถึงความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตรท์ ี่แสดงถึงการ
เปลย่ี นแปลงของมนษุ ยชาติ (ส 4.1 ม. 4–6/1)
คาชีแ้ จง : อธบิ ายคาหรอื ขอ้ ความทก่ี าหนดให้

1. ยุคก่อนประวตั ศิ าสตร์
คือ ชว่ งเวลำทม่ี นุษยย์ งั ไมม่ กี ำรใชต้ ัวอกั ษรบันทึกบอกเล่ำเรอ่ื งรำว

2. ยคุ ประวตั ิศาสตร์
เป็นชว่ งเวลำทีม่ นษุ ยใ์ นสงั คมมีกำรใชต้ ัวอกั ษรบนั ทึกบอกเลำ่ เรื่องรำว

3. พัฒนาการของมนุษย์ในสมัยหินใหม่
มนษุ ยใ์ นยุคน้ีรจู้ ักใชเ้ คร่ืองมือหินขัด รจู้ ักกำรเพำะปลูก เลย้ี งสตั ว์ ทำเครื่องปั้นดนิ เผำ

ทอผำ้ ทำเครื่องจักสำน มีกำรค้ำขำยแลกเปล่ียนกับชมุ ชนอ่ืน

4. ยคุ สมัยประวตั ิศาสตร์ของไทย
กำรแบง่ ยคุ สมัยประวตั ิศำสตรข์ องไทย คอื กำรกำหนดช่วงเวลำเพื่อให้เขำ้ ใจเรอ่ื งรำว

หรือเหตุกำรณท์ ำงประวัตศิ ำสตร์ในดนิ แดนไทย
ยคุ สมยั ประวัติศำสตร์ของไทยแบ่งออกได้ดงั น้ี
1) ยคุ ก่อนประวัติศำสตร์ แบ่งย่อยเปน็ สมยั หนิ เกำ่ สมัยหนิ กลำง สมัยหนิ ใหม่ สมยั สำรดิ

และสมยั เหลก็
2) ยุคประวัตศิ ำสตร์ ถ้ำแบ่งตำมรำชธำนแี บ่งเป็นสมยั ก่อนสุโขทัย สมยั สโุ ขทยั สมยั

อยุธยำ สมยั ธนบรุ ี และสมัยรัตนโกสนิ ทร์

แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 หนา้ 11

แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบุคคล

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เร่อื ง

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ หน่วยการเรียนร้ทู ่ี

ชัน้ วัน เดอื น พ.ศ.

รายการประเมิน ระดับคุณภาพ

ที่ ชื่อ–สกุล ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑ์การประเมิน

การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความ

เหมาะสม หรอื อาจใช้เกณฑ์ดังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

แผนการจดั การเรียนร้วู ชิ าประวัติศาสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 12

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลุ่ม

ผลงาน/กิจกรรมที่ เรอื่ ง

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี

ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.

กลุ่มที่

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ

ที่ ชื่อ–สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑ์การประเมิน

การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม

หรอื อาจใช้เกณฑ์ดังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวัตศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 13

แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเป็นรายบคุ คล

ผลงาน/กิจกรรมที่ เรือ่ ง

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่

ช้นั วัน เดอื น พ.ศ.

คาช้แี จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องรายการ

พฤติกรรมทนี่ ักเรียนปฏบิ ัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอ่ื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเป ีรยบเ ื่พอนในการทางาน
เสนอความ ิคดเ ็หน 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเ ็หนของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ

ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ

เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

แผนการจดั การเรียนร้วู ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 14

แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเป็นกลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เร่อื ง

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี

ชนั้ วัน เดอื น พ.ศ.

คาชแ้ี จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรยี น โดยเขียนเครอื่ งหมาย ลงในชอ่ งรายการ

พฤติกรรมทีน่ ักเรียนปฏบิ ัติ

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ

ที่ ชอื่ –สกุล แ ่บงงาน ักนรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมาชิกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันปรับปรุงผลงานด้วยความเต็มใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน

รวมคะแนน

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ (ตวั อยา่ ง)
1. การใหค้ ะแนน  ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑ์ดังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 15

มิติคณุ ภาพของการบนั ทึกผลงาน

กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผลการบนั ทกึ ผลงานโดยใชม้ าตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดบั ดงั น้ี

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ

– บนั ทึกผลงานได้ถูกต้องตามจดุ ประสงค์ เขยี นบันทึกได้ชดั เจน แนวคิดหลกั 4

ถูกต้อง มปี ระเดน็ สาคญั ครบถ้วน

– ใชภ้ าษาได้อย่างเหมาะสม คาศัพท์ถกู ต้อง

– บนั ทกึ ผลงานได้ถกู ต้องตามจุดประสงค์ เขียนบนั ทึกทีม่ บี างส่วนยงั ไมช่ ัดเจน 3

แนวคิดหลกั ถูกตอ้ ง ส่วนทเี่ ป็นประเด็นสาคญั มีไม่ครบถ้วน

– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกต้องในบางส่วน

– บนั ทึกผลงานยึดตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทึกไม่ชัดเจน แนวคิดหลกั บางส่วน 2

ไม่ถูกต้อง สว่ นที่เปน็ ประเด็นสาคญั มีไมค่ รบถว้ น

– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไมถ่ ูกตอ้ งในบางส่วน

– บนั ทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกบั จุดประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคดิ 1

หลักสว่ นใหญไ่ ม่ถูกต้อง

– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกต้อง

แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 16

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 2
หลักฐานและวธิ ีการทางประวัติศาสตร์

สาระที่ 4 ประวตั ศิ าสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เวลา ยุคสมัย และวิธีการทางประวัติศาสตร์ เวลา 1 ช่ัวโมง

1. สาระสาคัญ

หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรเ์ ป็นรอ่ งรอยการกระทาของมนุษย์หรือรอ่ งรอยของอดตี ใน

การศึกษาประวตั ิศาสตรจ์ าเป็นต้องอาศยั หลักฐานหรือร่องรอยตา่ ง ๆ เกยี่ วกับเรือ่ งนัน้ ๆ มาศึกษา

วิเคราะห์ ตคี วามข้อมลู ท่ไี ด้ และตรวจสอบความถกู ต้องของเร่ืองราวหรือเหตุการณน์ ั้น ๆ

การศึกษาประวัตศิ าสตร์โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ วิธีการนี้ตอ้ งอาศัยหลกั ฐานทาง

ประวัตศิ าสตร์เพ่ือคน้ หาข้อมูลตา่ ง ๆ อนั จะนาไปสูก่ ารสรุปข้อเท็จจรงิ ทางประวัติศาสตร์ มี 5 ข้ันตอน

คอื การกาหนดปญั หาหรือเร่ืองทจ่ี ะศึกษา การรวบรวมหลักฐาน การตรวจสอบและประเมินหลกั ฐาน

การตีความหลกั ฐาน การเรียบเรียงและนาเสนอ

2. ตวั ช้ีวดั ช่วงชั้น

• สรา้ งองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ โดยใชว้ ิธีการทางประวตั ศิ าสตร์อยา่ งเปน็ ระบบ

(ส 4.1 ม. 4–6/2)

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวธิ ีการทางประวัติศาสตรไ์ ด้ (K)

2. มคี วามสนใจศึกษาเก่ยี วกบั หลักฐานทางประวัติศาสตร์ดว้ ยวิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ (A)

3. นาวิธีการทางประวตั ิศาสตร์มาใช้ศึกษาหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ไดอ้ ย่างเหมาะสม (P)

4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)

และคา่ นิยม (A)

1. แบบทดสอบหลังเรียน • ประเมินพฤตกิ รรมในการ • ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ

2. ซกั ถามความรู้เรอ่ื งหลักฐาน ทางานเปน็ รายบุคคลในดา้ น ทางานเป็นรายบุคคลและเป็น

และวิธีการทางประวัตศิ าสตร์ ความมีวินยั ความใฝ่เรียนรู้ กล่มุ ในดา้ นการสอ่ื สารการคดิ

3. ตรวจผลงาน/กจิ กรรมเปน็ ฯลฯ การแก้ปัญหา ฯลฯ

รายบคุ คลหรอื เปน็ กลมุ่

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 17

5. สาระการเรยี นรู้
• วธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์
1. หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์
2. วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์

6. แนวทางบูรณาการ
ภาษาไทย  ฟงั พูด อ่าน เขยี นเกี่ยวกับหลกั ฐานและวิธกี ารทางประวัติศาสตร์
การงานอาชีพฯ  สบื คน้ ความรูเ้ กยี่ วกบั หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในประเทศไทย

7. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขนั้ ที่ 1 นาเข้าสบู่ ทเรยี น

1. ครแู จ้งตวั ช้วี ดั ชว่ งชนั้ และจุดประสงค์การเรยี นร้ใู หน้ ักเรียนทราบ
2. ครใู ห้นกั เรียนดูภาพเบ้าดินเผา ทบ่ี ้านนาดี จงั หวดั อุดรธานี ภาพหมอ้ สามขา ท่บี ้านเกา่
จงั หวัดกาญจนบุรี แลว้ ซักถามนักเรียนว่า ใครเคยเห็นของจริงบ้าง นกั เรียนชว่ ยกนั ตอบ ครอู ธบิ าย
เพ่อื เชื่อมโยงเข้าสู่เน้ือหาท่ีจะเรยี น
ขั้นที่ 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์
3. ครูสนทนากบั นกั เรยี นศกึ ษาเกี่ยวกับหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์
4. ครูถามนกั เรียนว่ารู้จักหลกั ฐานทางประวัติศาสตรอ์ ะไรบ้าง
5. ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 4–6 คน สารวจวา่ ชมุ ชนของตนเองมหี ลกั ฐานทาง
ประวัตศิ าสตร์อะไรบ้าง แลว้ บันทึกลงในแบบสารวจ
วิธีการทางประวตั ิศาสตร์
6. ครอู ธิบายวธิ ีการทางประวตั ิศาสตรว์ ่ามีขน้ั ตอนอะไรบา้ ง โดยใชแ้ ผนภูมขิ ้นั ตอนของวธิ ีการ
ทางประวตั ศิ าสตร์ประกอบ แล้วเปดิ โอกาสให้นกั เรยี นซักถาม
7. ครูสนทนากับนักเรยี นเกยี่ วกบั การใช้วิธีการทางประวตั ศิ าสตรใ์ นการศึกษาประวัตศิ าสตร์
โดยใช้ข้อมูลจากส่ือการเรยี นรู้ต่าง ๆ
8. ครใู ห้นักเรยี นทาใบงานท่ี 2 เรือ่ ง หลักฐานทางประวัติศาสตรใ์ นประเทศไทย จากนัน้ ครใู ห้
นกั เรียนบนั ทึกความรูท้ ี่ไดล้ งในแบบบนั ทึก
9. ในขณะนักเรียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ให้ครสู งั เกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอ
ผลงานของนักเรยี นตามแบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นรายบุคคลหรือเปน็ กลุ่ม
ขั้นที่ 3 ฝกึ ฝนผ้เู รยี น
10. ครูให้นักเรียนทากจิ กรรมที่เกย่ี วกับเวลา ยคุ สมัย และวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ และ
แบบทดสอบการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรปู้ ระจาหนว่ ยการเรยี นรู้ แลว้ ช่วยกันเฉลยคาตอบ

แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6 หนา้ 18

ขนั้ ที่ 4 นาไปใช้
11. ครใู ห้นักเรยี นนาประโยชนจ์ ากการเรยี นเร่ือง เวลา ยุคสมัย และวิธกี ารทาง

ประวตั ิศาสตร์ ไปเผยแพร่ความรใู้ ห้กับผ้อู นื่ ได้
ขนั้ ที่ 5 สรุป

12. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปความรูเ้ รอื่ ง เวลา ยคุ สมยั และวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ โดย
ใหน้ ักเรียนสรุปเป็นแผนที่ความคดิ

13. ครูให้นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียนและชว่ ยกันเฉลยคาตอบ
8. กิจกรรมเสนอแนะ

ครูให้นักเรียนศึกษาเพิม่ เติมเกีย่ วกบั เวลา ยุคสมยั และวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ แล้วนาผล
การศกึ ษามาจดั ทาเป็นรายงาน
9. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้

1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น
2. ภาพเบา้ ดินเผา ที่บ้านนาดี จังหวัดอุดรธานี ภาพหมอ้ สามขา ท่ีบ้านเก่า จงั หวดั กาญจนบรุ ี
3. ใบงานท่ี 2 เร่อื ง หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ในประเทศไทย
4. แบบบนั ทกึ การสารวจ
5. หนังสอื เรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน ประวัตศิ าสตร์ ม. 4–6 เล่ม 1 บริษทั สานกั พิมพ์วัฒนา
พานิช จากดั
6. แบบฝึกทักษะ รายวิชาพ้ืนฐาน ประวตั ศิ าสตร์

แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 19

ใบงานที่ 2 หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ในประเทศไทย

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 เรอ่ื ง หลักฐานทางประวัติศาสตรใ์ นประเทศไทย
ตวั ช้ีวัดชว่ งช้นั : สร้างองค์ความรู้ทางประวตั ิศาสตร์ โดยใช้วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์อย่างเปน็ ระบบ
(ส 4.1 ม. 4–6/2)
คาชีแ้ จง : อ่านข้อความแล้วตอบคาถาม

แหลง่ โบราณคดีเมอื งนครไทย
แหล่งโบราณคดีเมืองนครไทย อยู่ทตี่ าบลนครไทย อาเภอนครไทย จงั หวดั พิษณุโลก
ประวัติความเปน็ มา
สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า เมืองนครไทย คือเมืองบางยาง จากการ

สารวจพบวา่ เปน็ เมอื งสมัยก่อนประวัตศิ าสตร์ ทวารวดี ลพบุรี สโุ ขทัย และอยุธยา และผลการวจิ ัยเรอ่ื ง
เครอ่ื งถ้วยจากการขดุ คน้ ทางโบราณคดีท่ีเมอื งนครไทย สรปุ ไดว้ า่ เมอื งนครไทยมีอายุร่วมสมัยกบั เมือง
เชลียง อาเภอศรีสชั นาลยั จังหวดั สโุ ขทยั หรอื มอี ายรุ ว่ มสมัยกับเมืองบางยาง คอื มีอายุประมาณ พ.ศ.
1700 เป็นต้นมา

หลักฐานท่ีพบ
ไดส้ ารวจพบหลกั ฐานทางโบราณคดีเป็นจานวนมาก ได้แก่
1. ภาพสลกั หินยุคหินใหม่ 2 แหง่ ทผี่ นังถา้ เขาช้างลว้ งและที่ผาขีด เขาภูขัด อาเภอนครไทย
2. วดั โบราณ ไดแ้ ก่ วัดกลางศรพี ุทธาราม วดั เหนอื และวัดหัวร้อง
3. เครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ยคุ ก่อนประวตั ศิ าสตร์ เช่น ขวานหิน ขวานโลหะ เคร่อื งประดบั
เปน็ ต้น
4. ใบเสมาศิลาทราย แกะสลักเปน็ พระสถูป ศิลปะแบบทวารวดตี อนปลาย
5. พระพุทธรปู เกา่ แก่ เช่น พระพทุ ธรปู ศลิ านาคปรก 3 องค์ และพระพุทธรปู ศลิ ปะสุโขทัย 2
องค์
6. เครอ่ื งถ้วยมรี ูปแบบสมยั ก่อนประวัตศิ าสตร์ สมัยสุโขทัย อยุธยา และเครื่องถ้วยจนี และยงั พบ
โบราณวัตถอุ น่ื ๆ เช่น เบี้ย เงินพดด้วง ขันลงหนิ
7. โบราณวัตถุอืน่ ๆ ได้แก่ กระจกและเคร่ืองประดบั ทท่ี าจากหนิ เงินพดดว้ ง เบยี้ ขันลงหิน
ทม่ี า: แหล่งโบราณคดเี มืองนครไทย, www.kanchanapisek.or.th/p8/culturelllPsl/Phis113.
html.–6k

1. ชือ่ สถานที่
2. นกั เรยี นรู้เรือ่ งราวอะไรบา้ งจากเร่ือง แหล่งโบราณคดีเมืองนครไทย

แผนการจดั การเรียนรู้วิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 20

3. หลกั ฐานท่ปี รากฏทเี่ มืองนครไทยมอี ะไรบา้ ง

4. แหลง่ เรียนรู้ท่ชี ่วยในการค้นคว้าข้อมูลของเรื่อง แหล่งโบราณคดเี มืองนครไทยมีอะไรบ้าง
5. หลกั ฐานแต่ละชน้ิ ท่ีพบมคี วามน่าเชื่อถือมากนอ้ ยเพยี งใด ให้นักเรียนวเิ คราะห์พอสงั เขป

6. หลกั ฐานแตล่ ะชน้ิ ที่พบบอกข้อมลู อะไรบ้าง
7. ใหน้ ักเรยี นเรยี บเรียงขอ้ มูลท่ไี ด้จากการศึกษาหลักฐานและข้อมูลตา่ ง ๆ โดยการเขียนบรรยาย

พอสงั เขป

แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 21

แบบบันทึกการสารวจ
เรือ่ ง สารวจหลักฐานทางประวัติศาสตร์

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง สารวจหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์
ตวั ชี้วดั ช่วงชัน้ : สรา้ งองค์ความรทู้ างประวัติศาสตร์ โดยใชว้ ิธีการทางประวตั ิศาสตร์อย่างเปน็ ระบบ

(ส 4.1 ม. 4-6/2)
คาชี้แจง : แบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4–6 คน สารวจชมุ ชนของตนเองมหี ลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ได้

อะไรบา้ ง แลว้ บันทึกลงในแบบสารวจ

แหล่งสบื ค้น 5.
ชอ่ื สมาชกิ กลุ่ม 1. 6.
7.
2. 8.
3.
4.
หอ้ ง

แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 หนา้ 22

แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียน

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เวลา ยคุ สมยั และวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์

คาชแี้ จง : เลอื กคาตอบทถ่ี ูกต้องที่สุดเพียงคาตอบเดียว

1. ศักราชและการแบ่งยคุ สมัยทางประวัตศิ าสตรม์ ีความสาคัญตอ่ การศึกษาเร่อื งราวเหตุการณ์

ทางประวตั ศิ าสตร์อย่างไร

ก. ทาใหท้ ราบความเปน็ มาของมนุษย์

ข. ทาใหส้ ามารถเรียงลาดับเหตุการณ์ได้ถูกต้อง

ค. ทาใหท้ ราบการเปลยี่ นแปลงของเหตกุ ารณ์ตลอดเวลา

ง. ทาใหท้ ราบความแตกต่างของเหตกุ ารณท์ ่ีเกดิ ขน้ึ แตล่ ะสมัย

2. วัน 2 ฯ 7 หมายถึงวนั อะไร

ก. วนั เสาร์ เดอื น 2 ขน้ึ 3 ค่า ข. วนั องั คาร เดือนย่ี ขนึ้ 7 คา่

ค. วนั พธุ เดือน 7 แรม 2 ค่า ง. วันจันทร์ เดอื น 7 ข้ึน 3 ค่า

3. การนบั พทุ ธศกั ราชแบบไทยเรมิ่ นับเม่ือไร

ก. เมือ่ พระพุทธเจ้าประสตู ิ ข. เมอื่ พระพทุ ธเจา้ เสดจ็ ปรินิพพาน

ค. เมอ่ื พระพุทธเจ้าเสดจ็ ปรินพิ พานไปแล้ว 1 ปี ง. เมอื่ มีการเปล่ยี นแปลงวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2484

4. พทุ ธศกั ราช 1792 ตรงกับ มหาศกั ราชใด

ก. ม.ศ. 611 ข. ม.ศ. 1171

ค. ม.ศ. 1249 ง. ม.ศ. 2413

5. ข้อใด หมายถงึ “ทศวรรษ”

ก. รอบ 10 ปี ข. รอบ 12 ปี

ค. รอบ 100 ปี ง. รอบ 1,000 ปี

6. นกั ประวตั ศิ าสตร์ใช้เกณฑ์อะไรแบง่ ยคุ สมัยทางประวัตศิ าสตรอ์ อกเป็นยุคก่อนประวตั ศิ าสตร์

และยุคประวัตศิ าสตร์

ก. การต้งั ถิ่นฐาน ข. เครือ่ งมือเครื่องใช้

ค. ตานานหรือคาบอกเล่า ง. หลักฐานท่เี ปน็ ลายลกั ษณ์อักษร

7. ในสมัยใดทมี่ นุษยย์ ัง ไม่มี การตง้ั ถนิ่ ฐานเป็นหลกั แหล่ง

ก. สมยั เหล็ก ข สมยั สาริด

ค. สมัยหินใหม่ ง. สมยั หนิ กลาง

8. หลักฐานทช่ี ัดเจนที่สุดของการตัง้ ถน่ิ ฐานของมนุษย์มีข้นึ ในสมัยใด

ก. สมัยหนิ เกา่ ข. สมยั หินกลาง

ค. สมยั หนิ ใหม่ ง. ถูกทุกขอ้

แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 23

9. ข้อใดจดั เปน็ หลกั ฐานสมัยประวัตศิ าสตร์

ก. จารึก จดหมายเหตุ ข. ตานาน ซากกระดูกสัตว์

ค. คูเมอื ง โครงกระดกู มนุษย์ ง. เมล็ดพืช โครงกระดูกมนุษย์

10. การทาความเข้าใจถงึ ความหมาย หรือ ข้อเท็จจรงิ ของหลักฐาน จัดเปน็ ขน้ั ตอนใดของวิธีการ

ทางประวตั ศิ าสตร์

ก. การกาหนดปญั หา ข. การตีความหลกั ฐาน

ค. การรวบรวมหลักฐาน ง. การเรยี บเรยี งและนาเสนอ

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 33

แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรื่อง

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี หน่วยการเรียนรูท้ ี่

ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.

รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ

ที่ ชือ่ –สกุล ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑ์การประเมิน

การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความ

เหมาะสม หรืออาจใช้เกณฑ์ดังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 34

แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ กลุ่ม

ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรือ่ ง

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรู้ที่

ช้นั วนั เดือน พ.ศ.

กลุม่ ที่

รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ

ท่ี ชือ่ –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรุปผลการประเมินใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม

หรืออาจใช้เกณฑ์ดงั น้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 35

แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเป็นรายบุคคล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่

ชัน้ วนั เดือน พ.ศ.

คาชีแ้ จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในช่องรายการ

พฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏบิ ัติ

รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอ่ื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเ ืพ่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเห็น 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ

ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ

เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทได้รับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑ์การประเมนิ

1. การใหค้ ะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

แผนการจัดการเรยี นรูว้ ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 36

แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเปน็ กลุ่ม

ผลงาน/กิจกรรมที่ เร่อื ง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี หน่วยการเรยี นรู้ที่

ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.

คาชีแ้ จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรียน โดยเขยี นเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการ

พฤติกรรมทน่ี ักเรียนปฏบิ ัติ

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ

ที่ ช่ือ–สกุล แ ่บงงาน ักนรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมาชิกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันปรับปรุงผลงานด้วยความเต็มใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน

รวมคะแนน

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ (ตัวอย่าง)
1. การใหค้ ะแนน  ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑ์ดังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 37

มิติคณุ ภาพของการบนั ทึกผลงาน

กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผลการบนั ทึกผลงานโดยใช้มาตราสว่ นประเมนิ คา่ 4 ระดับ ดงั น้ี

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ

– บนั ทึกผลงานได้ถกู ต้องตามจุดประสงค์ เขียนบันทึกได้ชดั เจน แนวคดิ หลัก 4

ถูกต้อง มปี ระเด็นสาคัญครบถ้วน

– ใชภ้ าษาได้อย่างเหมาะสม คาศพั ท์ถูกต้อง

– บนั ทกึ ผลงานได้ถกู ต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทกึ ทีม่ ีบางส่วนยงั ไมช่ ัดเจน 3

แนวคิดหลกั ถูกต้อง สว่ นที่เป็นประเดน็ สาคญั มีไม่ครบถ้วน

– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ ม่ถูกตอ้ งในบางส่วน

– บนั ทึกผลงานยึดตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทกึ ไม่ชัดเจน แนวคิดหลักบางสว่ น 2

ไม่ถูกต้อง สว่ นทเี่ ปน็ ประเด็นสาคญั มีไมค่ รบถว้ น

– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ ม่ถูกต้องในบางส่วน

– บนั ทึกผลงานไมส่ อดคล้องกบั จุดประสงค์ เขยี นบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคิด 1

หลักสว่ นใหญ่ไม่ถูกต้อง

– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไมถ่ ูกตอ้ ง

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หน้า 38

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การตงั้ ถน่ิ ฐานในดนิ แดนไทย เวลา 3 ชัว่ โมง
ผังมโนทัศนเ์ ปา้ หมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน/ช้นิ งาน

ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยม
1. ถ่นิ เดมิ ของชนชาติไทย 1. ความมวี นิ ยั
2. การต้ังถน่ิ ฐานในดนิ แดนไทย 2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. รฐั โบราณในดนิ แดนไทย 2. รับผิดชอบ
3. ม่งุ ม่ันในการทางาน

การตั้งถิ่นฐานในดินแดน
ไทย

ภาระงาน/ชิน้ งาน ทกั ษะ/กระบวนการ
1. การทาแบบทดสอบ 1. การสอ่ื สาร
2. การนาเสนอผลงาน 2. การคดิ
3. การอภปิ ราย 3. การใชเ้ ทคโนโลยี
4. การใช้กระบวนการกลุ่ม

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 39

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2

การตั้งถิน่ ฐานในดนิ แดนไทย

ข้นั ที่ 1 ผลลพั ธป์ ลายทางทตี่ ้องการให้เกดิ ขนึ้ กับนกั เรยี น

ตัวชี้วัดชั้นปี

• วเิ คราะห์ประเดน็ สาคัญของประวตั ศิ าสตร์ไทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)

ความเข้าใจทค่ี งทนของนักเรียน นกั เรียนจะเขา้ ใจว่า... คาถามสาคญั ที่ทาใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจท่ีคงทน

ปัจจุบนั การศึกษาประวัตศิ าสตรบ์ างประเดน็ ยงั ไม่ เพราะเหตใุ ดประเดน็ ในการศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์

มขี ้อสรปุ ท่ีแน่นอน ซึ่งผลสรปุ ของการศึกษา จงึ หาขอ้ สรปุ ที่แนช่ ัดไม่ได้ แล้วเราจะศึกษา

ประวัติศาสตรน์ ้ันอาจเปลีย่ นแปลงหรอื แก้ไขได้หากมี ประวัติศาสตร์ได้อย่างไร

การคน้ พบหลกั ฐานใหม่ ๆ ที่นา่ เช่อื ถือ

ความรขู้ องนกั เรียนทนี่ าไปสู่ความเข้าใจทค่ี งทน ทกั ษะ/ความสามารถของนกั เรยี นที่นาไปสู่

นักเรยี นจะรู้วา่ ... ความเขา้ ใจท่ีคงทน นกั เรียนจะสามารถ...

1. คาสาคญั ได้แก่ การตั้งถ่ินฐาน แอง่ โคราช 1. อธบิ ายแนวคิดทีเ่ กยี่ วกับถิ่นเดมิ ของชนชาตไิ ทย

แอง่ สกลนคร รฐั โบราณ 2. วิเคราะห์ประเด็นการศึกษาเกี่ยวกับถ่ินเดิมของ

2. การศึกษาประวตั ศิ าสตร์เกี่ยวกบั แนวความคดิ เร่ือง ชนชาตไิ ทย

ถน่ิ เดมิ ของชนชาติไทย มแี นวความคิดเกี่ยวกับเรอื่ งน้ี 3. บอกปจั จัยทมี่ ีอทิ ธิพลต่อลักษณะการตั้งถิ่นฐานใน

อยู่ 5 แนวคิด ซึ่งผ้ทู ่เี สนอแนวความนิดต่าง ๆ ดนิ แดนไทย

สนั นิษฐาน โดยตีความและอา้ งอิงข้อมลู และหลักฐาน 4. วิเคราะห์ประเด็นการศึกษาเกี่ยวกับการตัง้ ถ่ินฐาน

ท่แี ตกตา่ งกัน ในดนิ แดนไทย

3. การศกึ ษาเร่อื งการต้ังถนิ่ ฐานในดินแดนไทยเป็นการ 5. อธบิ ายลักษณะของรัฐโบราณในดนิ แดนของ

วเิ คราะหข์ ้อมูลจากหลักฐานทางด้านโบราณคดีที่ ประเทศไทย

ค้นพบและข้อมลู จากเอกสารชาวต่างชาติ ทาใหท้ ราบ

ว่าดินแดนในประเทศไทยมีมนุษย์เข้ามาตั้งถิน่ ฐานเม่ือ

หลายพนั ปีก่อน ปจั จยั สาคญั ทีม่ ีผลต่อลกั ษณะการต้ัง

ถนิ่ ฐานของมนุษย์ คือ ปจั จยั ทางกายภาพและปจั จัย

ทางสังคม

4. รฐั โบราณทต่ี ้งั ถนิ่ ฐานในดินแดนไทยมีรฐั ทีส่ าคัญ

ได้แก่ แควน้ ตามพรลงิ ค์หรือแควน้ นครศรีธรรมราช

อาณาจักรทวารวดี อาณาจักรศรวี ชิ ยั แควน้ ละโวห้ รอื

ลพบรุ ี และแคว้นหริภุญชยั

แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 หนา้ 40

ขน้ั ท่ี 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรซู้ ่งึ เป็นหลักฐานท่ีแสดงวา่ นกั เรียนมีผลการเรียนรู้

ตามท่กี าหนดไว้อย่างแทจ้ ริง

1. ภาระงานทน่ี ักเรยี นต้องปฏิบัติ

1.1 สบื ค้นข้อมลู เกีย่ วกับถ่ินเดมิ ของชนชาตไิ ทยและการต้งั ถิน่ ฐานในดินแดนไทย

1.2 วเิ คราะหแ์ สดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ถิ่นเดิมของชนชาตไิ ทยและการตงั้ ถนิ่ ฐานในดินแดนไทย

1.3 อภิปรายแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับรฐั โบราณในดินแดนไทย

1.4 ศึกษาคน้ คว้าขอ้ มูลเกีย่ วกบั รฐั โบราณในดนิ แดนไทย

2. วิธีการและเครอ่ื งมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้

2.1 วธิ ีการประเมนิ ผลการเรียนรู้ 2.2 เครือ่ งมือประเมนิ ผลการเรียนรู้

1) การทดสอบ 1) แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน

2) การประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบุคคลหรอื 2) แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบคุ คลหรือ

เปน็ กลมุ่ เป็นกลุม่

3) การประเมินดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นิยม 3) แบบประเมินดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่านยิ ม

4) การประเมนิ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ 4) แบบประเมนิ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ

3. สิ่งท่ีม่งุ ประเมิน

3.1 ความเข้าใจ 6 ดา้ น ได้แก่ การอธบิ าย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ ดัดแปลง และนาไปใช้

การมมี ุมมองทหี่ ลากหลาย การใหค้ วามสาคัญและใสใ่ จในความรู้สกึ ของผอู้ ื่น และการร้จู ักตนเอง

3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ เช่น การสอ่ื สาร การคดิ การแกป้ ัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี กระบวนการกลุ่ม

3.3 คณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยม เชน่ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซือ่ สัตย์สุจรติ มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง

มุง่ ม่ันในการทางาน รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ

ขน้ั ท่ี 3 แผนการจัดการเรยี นรู้

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 ถนิ่ เดมิ ของชนชาติไทยและการต้ังถิ่นฐานในดินแดนไทย เวลา 1 ชวั่ โมง

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4 แคว้นตามพรลิงคแ์ ละอาณาจักรทวารวดี เวลา 1 ชว่ั โมง

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5 อาณาจักรศรวี ิชัย แควน้ ละโว้หรอื ลพบรุ ีและแควน้ หริภุญชยั เวลา 1 ชั่วโมง

แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 41

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 3
ถน่ิ เดิมของชนชาติไทยและการตงั้ ถ่นิ ฐานในดินแดนไทย

สาระท่ี 4 ประวัตศิ าสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 การต้ังถิ่นฐานในดนิ แดนไทย เวลา 1 ชว่ั โมง

1. สาระสาคัญ

การศึกษาเรื่องถิน่ เดิมของชนชาติไทย ยงั มหี ลักฐานไม่พยี งพอท่จี ะสรุปเปน็ ข้อยุติได้แน่นอน

ว่าถ่นิ เดมิ ของชนชาตไิ ทยอยู่ที่ไหน มีแนวคดิ ต่าง ๆ ทยี่ งั จะต้องศึกษาคน้ คว้าต่อไป

2. ตวั ชี้วดั ช้ันปี

• วเิ คราะหป์ ระเด็นสาคญั ของประวตั ิศาสตร์ไทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายถน่ิ เดิมของชนชาติไทยและการตงั้ ถ่นิ ฐานในดินแดนไทยได้ (K)

2. มคี วามสนใจใฝร่ ้ทู ่ีจะศึกษาเร่อื งถิ่นเดิมของชนชาตไิ ทยและการต้ังถิ่นฐานในดินแดนไทย

(A)

3. สบื ค้นขอ้ มูลและวิเคราะห์ถ่ินเดิมของชนชาติไทยและการตง้ั ถิ่นฐานในดินแดนไทย (P)

4. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม และ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)

คา่ นยิ ม (A)

1. ทดสอบก่อนเรยี น • ประเมนิ พฤติกรรมในการ • ประเมินพฤตกิ รรมในการ

2. ซกั ถามความร้เู รื่อง ทางานเป็นรายบุคคลในด้าน ทางานเป็นรายบุคคลและ

ถน่ิ เดมิ ของชนชาติไทยและ ความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ ฯลฯ เปน็ กล่มุ ในดา้ นการส่ือสาร

การต้ังถ่นิ ฐานในดินแดนไทย การคิด การแกป้ ัญหา ฯลฯ

3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเปน็

รายบุคคลหรอื เปน็ กลุ่ม

5. สาระการเรียนรู้
1. ถนิ่ เดินของชนชาติไทย
2. การต้งั ถ่นิ ฐานในดินแดนไทย

6. แนวทางการบรู ณาการ
ภาษาไทย  ฟัง พูด อา่ น เขยี น เรอื่ งถิ่นเดิมของของชนชาติไทยและการตัง้ ถ่นิ ฐาน
ในดนิ แดนไทย
การงานอาชีพฯ  สบื ค้นข้อมูลเกีย่ วกับถนิ่ เดมิ ของชนชาติไทย

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 42

7. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขน้ั ท่ี 1 นาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูแจ้งตัวช้วี ัดช้นั ปีและจุดประสงค์การเรยี นรใู้ หน้ ักเรยี นทราบ
2. ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน
3. ครใู หน้ ักเรียนดูแผนที่ทวีปเอเชีย แลว้ ถามว่า คนไทยมาจากไหน ถิน่ เดิมของชนชาตไิ ทย

อยู่ ท่ีไหน พร้อมทัง้ ใหน้ ักเรยี นออกมาช้ีแผนท่ปี ระกอบ จากน้นั ครูสรปุ เพ่ือเช่อื มโยงเข้าสู่เนือ้ หาที่จะ
เรยี น

ข้ันที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้
ถน่ิ เดิมของชนชาติไทย

4. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเกี่ยวกบั ถิ่นเดิมของชนชาติไทย
5. ครใู หน้ ักเรียนแบง่ ออกเป็น 5 กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ สบื ค้นข้อมูลเกี่ยวกับเรือ่ งต่อไปน้ี

กลุ่มที่ 1 ถน่ิ เดิมของชนชาติไทยอยบู่ รเิ วณตอนกลางของจนี
กลมุ่ ท่ี 2 ชนชาติไทยเปน็ เช้ือสายมองโกลมีถนิ่ เดิมอยแู่ ถบเทอื กเขาอัลไต
กลุ่มที่ 3 ถ่ินเดิมของชนชาตไิ ทยอยู่บรเิ วณตอนใตข้ องจีน
กลุ่มท่ี 4 ถนิ่ เดมิ ของชนชาตไิ ทยอยใู่ นคาบสมุทรมลายูและหมเู่ กาะอินโดนีเซยี
กลมุ่ ท่ี 5 ถิน่ เดิมของชนชาตไิ ทยอยู่ในประเทศไทยปจั จุบัน
6. ครใู หแ้ ตล่ ะกลุ่มวิเคราะหส์ รุป แลว้ บนั ทึกผลการสืบคน้ จากน้นั นามารายงานใหเ้ พ่ือนฟัง
แลว้ เพอื่ น ๆ แสดงความคิดเหน็ จากนน้ั ให้นกั เรยี นทาใบงาน เรื่อง ถนิ่ เดิมของชนชาติไทยในความคดิ
ของนักวชิ าการ
การต้ังถน่ิ ฐานในดนิ แดนไทย
7. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเก่ียวกบั การต้งั ถิน่ ฐานในดินแดนไทย
8. ครูใหน้ ักเรียนศึกษาคน้ ควา้ เกยี่ วกบั การต้ังถิ่นฐานในดินแดนไทย ครูถามคาถามนักเรยี น
ตัวอย่างคาถาม
1) ปัจจัยทมี่ อี ิทธิพลตอ่ การตง้ั ถิน่ ฐานของมนุษย์ในดนิ แดนไทยมีอะไรบา้ ง
2) เหตุใดจงึ เรยี กช่อื วฒั นธรรมยุคโลหะในแอง่ สกลนครว่าวฒั นธรรมบา้ นเชียง
3) การต้งั ถิ่นฐานของชมุ ชนสมยั ก่อนประวัตศิ าสตร์ในภาคกลางพบมากในบริเวณใด
4) ลักษณะภมู ิประเทศภาคใตข้ องไทยเปน็ อย่างไรจากนั้นนักเรยี นตอบคาถามแล้วครู
อธิบายเพม่ิ เตมิ
9. ในขณะปฏบิ ัติกิจกรรมของนักเรียน ให้ครสู งั เกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอ
ผลงานของนักเรยี นตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเป็นรายบุคคลหรือเปน็ กลุ่ม

แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 43

ขน้ั ที่ 3 ฝกึ ฝนผ้เู รียน
10. ครูให้นกั เรียนทากจิ กรรมที่เกี่ยวกับถิ่นเดมิ ของชนชาติไทยและการตั้งถ่ินฐานในดนิ แดน

ไทย และช่วยกันเฉลยคาตอบ
ขน้ั ที่ 4 นาไปใช้

11. ครูใหน้ กั เรียนทาแผ่นพับเกยี่ วกับถ่นิ เดิมของชนชาติไทยและการต้ังถ่นิ ฐานในดนิ แดนไทย
เพ่ือเผยแพร่ความรู้
ขัน้ ที่ 5 สรุป

12. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปความรู้เร่ือง ถิน่ เดิมของชนชาติไทยและการตัง้ ถ่ินฐานใน
ดนิ แดนไทยลงในสมุด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ

ครูให้นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–6 คน ร่วมกันอภปิ รายเก่ียวกบั ถนิ่ เดมิ ของชนชาติไทยและ
การตั้งถิน่ ฐานในดนิ แดนไทย และนาข้อมลู มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กนั ในชน้ั เรยี น
9. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้

1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น
2. แผนท่ีทวีปเอเชยี
3. แบบบันทึกผลการสบื ค้นข้อมูลเรอ่ื ง ถน่ิ เดมิ ของชนชาติไทย
4. ใบงาน เรอื่ ง ถน่ิ เดิมของชนชาติไทยในความคิดของนักวิชาการ
5. หนงั สอื เรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ประวัติศาสตร์ ม. 4–6 เล่ม 1 บริษัทสานักพิมพว์ ฒั นาพานิช
จากัด
6. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพื้นฐาน ประวตั ิศาสตร์

แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 44

แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 การตั้งถิ่นฐานในดนิ แดนไทย

คาชี้แจง : เลอื กคาตอบท่ีถกู ต้องที่สดุ เพียงคาตอบเดยี ว

1. ใครเป็นผู้รเิ ริ่มเสนอแนวคดิ ทีว่ า่ ถิ่นเดมิ ของชนชาติไทยอยู่ในบรเิ วณตอนกลางของจีน

ก. รธู เบเนดิกต์ ข. อาร์ชบิ อลด์ รอสส์ คอลคูน

ค. ดร.วลิ เลยี ม คลฟิ ตนั ดอดด์ ง. ศาสตราจารยแ์ ตเรยี ง เดอ ลาคูเปอรี

2. แนวคดิ เกี่ยวกับถน่ิ เดมิ ของชนชาติไทยในข้อ ใดทน่ี ักวิชาการในปัจจบุ นั ยอมรับมากทส่ี ุด

ก. ถิ่นเดมิ ของชนชาตไิ ทยอยู่แถบเทอื กเขาอัลไต

ข. ถ่นิ เดิมของชนชาตไิ ทยอยู่บริเวณตอนใตข้ องจนี

ค. ถน่ิ เดมิ ของชนชาติไทยอยูใ่ นประเทศไทยปจั จุบนั

ง. ถนิ่ เดมิ ของชนชาตไิ ทยอยู่ในคาบสมทุ รมลายูและหมู่เกาะอินโดนีเชยี

3. เพราะเหตใุ ดนกั วชิ าการปัจจบุ นั จึงคัดคา้ นและปฏิเสธแนวคดิ ทว่ี า่ “ถิ่นเดิมของชนชาติไทยอยู่

แถบเทอื กเขาอลั ไต”

ก. ความคลา้ ยคลึงทางด้านภาษามีเหตุผลนอ้ ยเกินไป

ข. สภาพภูมปิ ระเทศและภูมอิ ากาศบรเิ วณนไ้ี ม่เหมาะแก่การดารงชีพของคนไทย

ค. เทอื กเขาอลั ไตเป็นทะเลทรายกว้างใหญแ่ ละทรุ กนั ดารไม่นา่ จะมีผู้คนอาศยั อยู่

ง. หลกั ฐานทางโบราณคดีทีค่ น้ พบ เชน่ สิ่งของเครื่องใช้ เส้อื ผา้ แตกตา่ งจากชนชาติไทย

4. นกั วชิ าการไทยท่สี นับสนุนวา่ “ถิน่ เดมิ ของชนชาติไทยอยูใ่ นประเทศไทยปจั จุบัน” คอื ใคร

ก. หลวงวจิ ิตรวาทการ ข.นายแพทยส์ มศักด์ิ พนั ธส์ุ มบุญ

ค. ศาสตราจารย์ ดร.ประเสรฐิ ณ นคร ง. ศาสตราจารย์นายแพทย์สุด แสงวิเชียร

5. หลกั ฐานสาคญั ในขอ้ ใดทน่ี ักวชิ าการใช้ยนื ยันแนวคิดทีว่ า่ ถน่ิ เดิมของชนชาตไิ ทยอยู่ในประเทศ

ไทยปจั จุบนั

ก. ประตมิ ากรรมสารดิ ข. ข้อมูลทางดา้ นมานุษยวิทยา

ค. หลกั ฐานทางด้านภาษาศาสตร์ ง. โครงกระดูกมนุษย์ยุคหนิ ใหม่

6. อะไรเปน็ ปจั จัยสาคญั ที่มีอทิ ธพิ ลต่อการตดั สินใจเลือกต้งั ถ่นิ ฐานของมนุษย์ในดินแดนไทย

ก. ภมู ิอากาศ ข. ลักษณะภูมิประเทศ

ค. ความปลอดภัยในชีวิต ง. ถกู ทกุ ขอ้

7. เมอื งโบราณสมัยทวารวดีเมอื งใดที่อยทู่ างภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือของประเทศไทย

ก. คูบัว ข. พระรถ

ค. ศรเี ทพ ง. ฟา้ แดดสงยาง

แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 45

8. พระอวโลกเิ ตศวรเปน็ ประติมากรรม ในสมัยใด

ก. ศรีวชิ ยั ข.ทวารวดี

ค.หรภิ ญุ ชยั ง. ตามพรลงิ ค์

9. อาณาจกั รหริภุญชัยตั้งอยู่ในลุ่มนา้ อะไร

ก. ลมุ่ นา้ ปงิ ข. ลุ่มน้ามลู

ค. ลุ่มนา้ ตาปี ง. ลมุ่ น้าเจา้ พระยา

10. ข้อใดกล่าวถึงแควน้ ละโว้ไดถ้ ูกต้อง

ก. ปกครองด้วยพระสงฆ์

ข. แผอ่ านาจไปท่ัวภาคใต้ของไทย

ค. มลี พบรุ เี ปน็ ศูนย์กลางการปกครอง

ง. เป็นแคว้นทเ่ี ขมรสรา้ งขึ้นเมื่อคร้งั ปกครองดินแดนในลมุ่ นา้ เจา้ พระยา

แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 46

ชื่อ นามสกลุ เลขที่ ชน้ั

ใบงาน
เรอ่ื ง “ถิ่นเดิมของชนชาติไทยตามแนวคิดของนกั วิชาการ”

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 3 เรื่อง ถ่ินเดมิ ของชนชาติไทยตามแนวคิดของนักวชิ าการ
ตวั ชว้ี ัดชว่ งช้นั : วิเคราะหป์ ระเด็นสาคญั ของประวัตศิ าสตรไ์ ทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
คาช้ีแจง : 1. ศึกษาแนวคดิ ของนักวิชาการเรื่องถน่ิ เดมิ ของชนชาตไิ ทยในช่องทางขวามือ

2. ค้นหารายช่อื นักวิชาการจากหนงั สือมาเตมิ ในช่องทางซ้ายมือใหม้ ีความสัมพันธ์กัน

นกั ประวตั ิศาสตร์ แนวคิดของนักประวัติศาสตร์
1. ดร.วิลเลยี ม คลฟิ ตนั ดอดด์ 1. ถิน่ เดมิ ของชนชาติไทยอยแู่ ถบเทือกเขาอัลไต
2. ขนุ วจิ ติ รมำตรำ

1. ศำสตรำจำรย์แตเรียง เดอ ลำคเู ปอรี 2. ถน่ิ เดิมของชนชาติไทยอยู่บรเิ วณตอนกลาง
2. สมเดจ็ ฯ กรมพระยำดำรงรำชำนุภำพ ของจนี
3. หลวงวจิ ิตรวำทกำร
1. อำรช์ บิ อลด์ รอสส์ คอลคูน 3. ถ่นิ เดมิ ของชนชาติไทยอยู่บริเวณตอนใต้ของ
2. ศำสตรำจำรยว์ ลิ เลียม เจ. เกดนยี ์ จนี
3. ศำสตรำจำรย์ขจร สุขพำนิช
4. พนั ตรี เอช.อำร์. เดวีส์ 4. ถน่ิ เดมิ ของชนชาติไทยอยู่ในประเทศไทย
1. ศำสตรำจำรย์นำยแพทย์สดุ แสงวิเชียร ปจั จบุ นั
2. ดร.ควอรติ ช์ เวลส์

1. รธู เบเนดกิ ต์ 5. ถิ่นเดิมของชนชาตไิ ทยอยู่ในคาบสมทุ รมลายู
2. นำยแพทยส์ มศกั ด์ิ พนั ธสุ์ มบูรณ์ และหมู่เกาะอินโดนีเซยี

แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 72

แบบบันทึกการสบื ค้นข้อมูล
เรอื่ ง “ถิ่นเดิมของชนชาติไทย”

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 3 เรือ่ ง ถ่นิ เดมิ ของชนชาตไิ ทยและการตั้งถิ่นฐานในดนิ แดนไทย
ตัวชีว้ ัดช่วงชน้ั : วิเคราะหป์ ระเด็นสาคญั ของประวตั ศิ าสตร์ไทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
คาชีแ้ จง : แบ่งกลมุ่ ออกเป็น 4 กลมุ่ แต่ละกลุม่ สบื ค้นข้อมลู เกี่ยวกบั เร่อื ง ถ่ินเดิมของชนชาติไทย
จากหนงั สอื พิมพ์หรืออนิ เทอร์เนต็ บันทกึ ผลการนาเสนอผลงานในรปู แบบต่าง ๆ ทีช่ ่วยกันคดิ ขึน้

1. เหตุใดจงึ ตอ้ งศกึ ษาเรอื่ งถิ่นเดิมของชนชาติไทย
เพื่อต้องกำรทรำบวำ่ ภถ่นิ เดิมของชนชำตไิ ทยอยู่ที่ไหน มีควำมเปน็ มำอยำ่ งไร

2. แนวคดิ เกีย่ วกับถิน่ เดมิ ของชนชาติไทยทไี่ มเ่ ปน็ ทีย่ อมรับในปัจจบุ ันคอื แนวคดิ ใด
เพราะอะไร
แนวคดิ ถ่นิ เดิมของชนชำตไิ ทยอยุ่ในคำบสมทุ รมลำยแู ละหมเู่ กำะอนิ โดนีเซยี เพรำะไม่มี
หลกั ฐำนทำงภำษำศำสตร์และประวัติศำสตรส์ นับสนนุ

3. แนวคิดเกีย่ วกับถน่ิ เดิมของชนชาติไทยท่ีมกี ารยอมรับในปจั จบุ ันคือแนวคิดใด เพราะอะไร
แนวคดิ ถน่ิ เดมิ ของชนชำติไทยอยใู่ นบริเวณตอนใต้ของจขีน เพรำะมีหลฐั ำนทำงด้ำน

โบรำณคดี ประวัติศำสตร์ นริ ุกติศำสตร์ สนับสนนุ

กลุม่ ท่ี ห้อง 4.
สมาชกิ กลุ่ม 1. 5.
6.
2. 8.
3.
7.

แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 73

แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรื่อง

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี หน่วยการเรียนรูท้ ี่

ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.

รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ

ที่ ชอ่ื –สกุล ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑ์การประเมนิ

การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความ

เหมาะสม หรืออาจใช้เกณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

แผนการจัดการเรียนรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 74

แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ กลุ่ม

ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรือ่ ง

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรู้ที่

ช้นั วนั เดือน พ.ศ.

กลุม่ ที่

รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ

ท่ี ชือ่ –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรุปผลการประเมินใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม

หรืออาจใช้เกณฑ์ดงั น้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 75

แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเป็นรายบุคคล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่

ชัน้ วนั เดือน พ.ศ.

คาชีแ้ จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในช่องรายการ

พฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏบิ ัติ

รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอ่ื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเ ืพ่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเ ็หน 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเ ็หนของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ

ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ

เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑ์การประเมนิ

1. การใหค้ ะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 76

แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเปน็ กลุ่ม

ผลงาน/กิจกรรมที่ เร่อื ง

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี หน่วยการเรยี นรู้ที่

ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.

คาชีแ้ จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรียน โดยเขยี นเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการ

พฤติกรรมทน่ี ักเรียนปฏบิ ัติ

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ

ที่ ช่ือ–สกุล แ ่บงงาน ักนรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมาชิกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันปรับปรุงผลงานด้วยความเต็มใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน

รวมคะแนน

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ (ตัวอย่าง)
1. การใหค้ ะแนน  ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 77

มิติคณุ ภาพของการบนั ทึกผลงาน

กาหนดเกณฑ์การประเมินผลการบนั ทกึ ผลงานโดยใช้มาตราสว่ นประเมนิ คา่ 4 ระดับ ดงั น้ี

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ

– บนั ทึกผลงานได้ถูกต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทกึ ได้ชดั เจน แนวคดิ หลัก 4

ถูกต้อง มปี ระเด็นสาคัญครบถ้วน

– ใชภ้ าษาได้อยา่ งเหมาะสม คาศัพท์ถกู ต้อง

– บนั ทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขียนบนั ทึกท่ีมีบางส่วนยงั ไมช่ ัดเจน 3

แนวคิดหลกั ถูกต้อง สว่ นทเี่ ปน็ ประเดน็ สาคัญมีไม่ครบถ้วน

– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ ม่ถูกตอ้ งในบางส่วน

– บนั ทึกผลงานยดึ ตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทกึ ไมช่ ัดเจน แนวคิดหลักบางสว่ น 2

ไม่ถูกต้อง สว่ นทีเ่ ป็นประเด็นสาคญั มีไมค่ รบถ้วน

– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ ม่ถูกต้องในบางส่วน

– บนั ทึกผลงานไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคิด 1

หลักสว่ นใหญ่ไมถ่ ูกต้อง

– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกตอ้ ง

แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าประวัติศาสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หน้า 78

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4
แควน้ ตามพรลงิ ค์และอาณาจักรทวารวดี

สาระที่ 4 ประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การต้งั ถิ่นฐานในดินแดนไทย เวลา 1 ชั่วโมง

1. สาระสาคัญ
แควน้ ตามพรลงิ คห์ รอื แควน้ นครศรธี รรมราช (ประมาณพทุ ธศตวรรษที่ 7–19) จนี เรยี กว่า

ตนั มาลิง แควน้ ตามพรลงิ คต์ ั้งขึน้ เมอ่ื ประมาณพุทธศตวรรษที่ 7 เม่ือถึงพุทธศตวรรษที่ 18 ไดเ้ ปล่ียน
ช่ือเป็นแควน้ นครศรีธรรมราช ศูนยก์ ลางอานาจและการค้าอยทู่ ี่เมืองนครศรีธรรมราช และเป็นแหลง่
วฒั นธรรมภายนอกคืออนิ เดยี และลังกา ศาสนาท่นี ับถือมีทั้งศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู และ
พระพทุ ธศาสนานิกายมหายานและเถรวาท จนปลายพุทธศตวรรษที่ 18 นครศรธี รรมราชมี
ความสัมพนั ธก์ ับลงั กา จึงรับพระพทุ ธศาสนานิกายเถรวาทแบบลงั กาวงศเ์ ขา้ มาสู่ดินแดนประเทศไทย
และกลายเปน็ ศนู ย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนา และนามาเผยแผ่ท่ีสโุ ขทัย แควน้ นครศรธี รรมราชตก
อยูภ่ ายใตอ้ ิทธิพลของอาณาจักรสโุ ขทัยในสมยั พ่อขุนรามคาแหงมหาราช ตอ่ มาเมื่อตั้งอาณาจกั ร
อยุธยาข้นึ ใน พ.ศ. 1893 แคว้นนครศรีธรรมราชกถ็ ูกรวมเข้ากับอาณาจกั รอาณาจักรอยุธยา

อาณาจักรทวารวดี (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12–16) เป็นอาณาจักรในภาคกลางของ
ดินแดนประเทศไทย ศูนย์กลางอานาจอยทู่ เ่ี มืองนครปฐมโบราณ (นครชยั ศรี หรอื เมืองออู่ทอง หรือ
เมืองลพบรุ ีรี) ชาวทวารวดอี าจเป็นชาวมอญโดยสันนิษฐานจากการค้นพบจารึกภาษามอญโบราณ
หลายหลกั ทวารวดีรับอารยธรรมจากอนิ เดีย นบั ถอื พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ซึง่ จ้ะเห็นได้จาก
ศิลปกรรมทางพระพุทธศาสนา เชน่ พระพุทธรปู พระพมิ พ์ ธรรมจักรและกวางหมอบ จารึกคาถา
เย ธมมฺ า และสถปู เจดีย์ขนาดใหญ่ อาณาจักรทวารวดสี นิ้ สดุ ลงในราวพุทธศตวรรษที่ 16 เน่ืองจาก
เขมรแผ่อานาจเขามายงั ภาคกลางของดินแดนประเทศไทย
2. ตัวชี้วัดช้นั ปี

• วเิ คราะหป์ ระเดน็ สาคัญของประวัติศาสตรไ์ ทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. บอกความเปน็ มาของแคว้นตามพรลิงค์หรอื แคว้นนครศรีธรรมราชและอาณาจกั รทวารวดี (K)
2. ตระหนักและเห็นความสาคัญของแควน้ ตามพรลงิ ค์หรอื แคว้นนครศรธี รรมราชและ
อาณาจักรทวารวดี (A)
3.สืบคน้ ขอ้ มลู เก่ยี วกบั แควน้ ตามพรลิงค์หรือแคว้นนครศรธี รรมราชและอาณาจกั รทวารวดี (P)

แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 79

4. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม และ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)

คา่ นยิ ม (A)

1. ซกั ถามความรเู้ ร่ือง แคว้น • ประเมนิ พฤติกรรมในการ • ประเมนิ พฤติกรรมในการ

ตามพรลงิ ค์และอาณาจกั ร ทางานเป็นรายบคุ คลในดา้ น ทางานเปน็ รายบคุ คลและ

ทวารวดี ความมีวนิ ัย ความใฝ่เรียนรู้ เปน็ กล่มุ ในดา้ นการส่ือสาร

2. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเปน็ ฯลฯ การคิด การแก้ปญั หา ฯลฯ

รายบคุ คลหรือเป็นกลุม่

5. สาระการเรยี นรู้

1. แควน้ ตามพรลงิ คห์ รอื แคว้นนครศรธี รรมราช

2. อาณาจักรทวารวดี

6. แนวทางการบูรณาการ

ภาษาไทย  ฟงั พูด อ่าน เขยี นเก่ียวกับแคว้นตามพรลิงค์หรือแคว้นนครศรีธรรมราช

และอาณาจกั รทวารวดี

ศลิ ปะ  จัดปา้ ยนิเทศเก่ยี วกับแคว้นตามพรลิงคห์ รือแควน้ นครศรธี รรมราชและ

อาณาจกั รทวารวดี

7. กระบวนการจดั การเรียนรู้

ข้ันที่ 1 นาเข้าสู่บทเรยี น

1. ครูแจ้งตัวชีว้ ัดช่วงชน้ั และจุดประสงค์การเรยี นรใู้ หน้ กั เรียนทราบ

2. ครูใหน้ ักเรียนดภู าพพระบรมธาตุเจดยี ์วดั มหาธาตุมหาวรวหิ าร จงั หวดั นครศรธี รรมราช

และภาพเหรยี ญเงนิ สมยั ทวารวดี แลว้ ถามว่านักเรยี นเคยเห็นหรอื ไม่ นักเรียนช่วยกนั ตอบ ครสู รปุ เพื่อ

เชอื่ มโยงเข้าสูเ่ นื้อหาทจี่ ะเรียน

ขั้นท่ี 2 กิจกรรมการเรยี นรู้

3. ครสู นทนากับนักเรียนเก่ยี วกบั แคว้นตามพรลิงคห์ รือแคว้นนครศรธี รรมราชและอาณาจกั ร

ทวารวดี

4. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 4–6 คน ร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ ในประเด็น

ต่อไปนี้

1) แคว้นตามพรลงิ ค์หรือแคว้นนครศรธี รรมราชมศี ูนย์กลางการค้าอยู่ท่ีใด

2) เหตุใดจงึ กลา่ วว่าแคว้นตามพรลิงค์หรือแควน้ นครศรีธรรมราชเปน็ ศูนย์กลางการเผย

แผพ่ ระพทุ ธศาสนา

3) อาณาจกั รทวารวดีอยใู่ นภาคใดของดินแดนประเทศไทย

4) อาณาจักรทวารวดรี บั อารยธรรมมาจากที่ใด

แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 80

5. ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มเขียนคาถามลงในกระดาษแลว้ สง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลงาน
ดว้ ยรูปแบบที่น่าสนใจ และนาผลงานมาติดท่ีป้ายนเิ ทศ จากนน้ั ครอู ธิบายเพมิ่ เตมิ

6. ในขณะปฏิบัติกจิ กรรมของนักเรียน ใหค้ รสู งั เกตพฤตกิ รรมในการทางานและการนาเสนอ
ผลงานของนักเรยี นตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเป็นรายบุคคลหรือเปน็ กลุ่ม

ข้ันที่ 3 ฝกึ ฝนผู้เรยี น
7. ครใู ห้นกั เรียนทากจิ กรรมท่ีเกี่ยวกบั แคว้นตามพรลิงคห์ รือแควน้ นครศรีธรรมราชและ

อาณาจักรทวารวดแี ล้วชว่ ยกนั เฉลยคาตอบ
ข้นั ท่ี 4 นาไปใช้
8. ครูใหน้ ักเรียนค้นคว้าเกยี่ วกบั แคว้นตามพรลิงค์หรือแควน้ นครศรีธรรมราชและอาณาจกั ร

ทวารวดี แล้วนาผลงานของทุกคนมาจดั ป้ายนิเทศ
ข้ันท่ี 5 สรปุ
9. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปความรูเ้ รื่อง แควน้ ตามพรลิงคห์ รือแควน้ นครศรธี รรมราชและ

อาณาจักรทวารวดี โดยใหน้ ักเรยี นสรุปเป็นแผนท่ีความคิด
8. กิจกรรมเสนอแนะ

ครใู ห้นักเรยี นรว่ มกันศกึ ษาแคว้นตามพรลงิ คห์ รอื แคว้นนครศรธี รรมราชและอาณาจกั รทวาร
วดเี พอื่ นาเสนอผลงานในชน้ั เรียน
9. สื่อ/แหล่งเรยี นรู้

1. ดภู าพพระบรมธาตเุ จดียว์ ดั มหาธาตุมหาวรวิหาร จังหวัดนครศรธี รรมราช และภาพ
เหรยี ญเงนิ สมยั ทวารวดี

2. หนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ประวัตศิ าสตร์ ม. 4–6 เลม่ 1 บริษัท สานักพมิ พว์ ัฒนา
พานิช จากดั

3. แบบฝกึ ทักษะ รายวชิ าพืน้ ฐาน ประวตั ศิ าสตร์

แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 81

แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรื่อง

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี หน่วยการเรียนรูท้ ี่

ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.

รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ

ที่ ชือ่ –สกุล ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑ์การประเมิน

การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความ

เหมาะสม หรืออาจใช้เกณฑ์ดังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

แผนการจัดการเรียนรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 82

แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ กลุ่ม

ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรือ่ ง

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรู้ที่

ช้นั วนั เดือน พ.ศ.

กลุม่ ที่

รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ

ท่ี ชือ่ –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรุปผลการประเมินใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม

หรืออาจใช้เกณฑ์ดงั น้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 83

แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเป็นรายบุคคล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่

ชัน้ วนั เดือน พ.ศ.

คาชีแ้ จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในช่องรายการ

พฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏบิ ัติ

รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอ่ื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเ ืพ่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเ ็หน 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเ ็หนของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ

ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ

เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑ์การประเมนิ

1. การใหค้ ะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )


Click to View FlipBook Version