แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 241
แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กจิ กรรมที่ เร่อื ง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หน่วยการเรียนร้ทู ่ี
ช้ัน วัน เดอื น พ.ศ.
รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ
การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความ
เหมาะสม หรืออาจใช้เกณฑด์ ังนี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 หน้า 242
แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เร่ือง
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี หน่วยการเรยี นร้ทู ี่
ช้นั วัน เดือน พ.ศ.
กลุม่ ที่
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
ที่ ชอื่ –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ
การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม
หรืออาจใช้เกณฑ์ดังน้ี = 4 (ดมี าก)
9–10 คะแนน
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หนา้ 243
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี หน่วยการเรยี นร้ทู ี่
ช้นั วัน เดือน พ.ศ.
คาชแี้ จง : สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรียน โดยเขียนเคร่ืองหมาย ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมทนี่ ักเรยี นปฏิบัติ
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
ที่ ชือ่ –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพื่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเห็น 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทได้รับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน 2. การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้
เกณฑ์ดงั น้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 244
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเปน็ กลมุ่
ผลงาน/กิจกรรมที่ เรื่อง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี
ช้ัน วนั เดอื น พ.ศ.
คาช้แี จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรียน โดยเขยี นเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมทีน่ ักเรียนปฏิบัติ
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ท่ี ชอ่ื –สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ี่ท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมา ิชกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันป ัรบปรุงผลงานด้วยความเ ็ตมใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตัวอยา่ ง)
1. การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมินให้เปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 245
มติ ิคณุ ภาพของการบันทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมินผลการบนั ทึกผลงานโดยใชม้ าตราส่วนประเมินคา่ 4 ระดบั ดงั น้ี
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
– บันทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบันทึกไดช้ ัดเจน แนวคิดหลัก 4
ถกู ต้อง มีประเดน็ สาคญั ครบถ้วน
– ใชภ้ าษาได้อยา่ งเหมาะสม คาศัพท์ถูกต้อง
– บันทึกผลงานได้ถูกต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทึกทีม่ ีบางสว่ นยังไม่ชัดเจน 3
แนวคดิ หลกั ถูกตอ้ ง ส่วนที่เปน็ ประเด็นสาคญั มไี ม่ครบถว้ น
– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ ม่ถูกตอ้ งในบางส่วน
– บนั ทึกผลงานยดึ ตามจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกไมช่ ดั เจน แนวคิดหลักบางสว่ น 2
ไมถ่ ูกตอ้ ง ส่วนทเี่ ป็นประเดน็ สาคญั มไี มค่ รบถ้วน
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไม่ถูกตอ้ งในบางสว่ น
– บันทึกผลงานไม่สอดคล้องกบั จุดประสงค์ เขยี นบนั ทึกไม่ชัดเจน และแนวคดิ 1
หลักส่วนใหญไ่ ม่ถูกต้อง
– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไมถ่ ูกต้อง
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 246
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 9 อิทธพิ ลของวัฒนธรรมตะวันตกและวฒั นธรรมตะวันออกตอ่
สังคมไทย เวลา 4 ชัว่ โมง
ผังมโนทัศน์เปา้ หมายการเรยี นรูแ้ ละขอบขา่ ยภาระงาน/ชิน้ งาน
ความรู้ คณุ ธรรม จริยธรรม และ
1. อทิ ธิพลของวฒั นธรรม ค่านิยม
ตะวันออกต่อสังคมไทย
2. อทิ ธิพลของวัฒนธรรม 1. มีวินยั
ตะวนั ตกต่อสังคมไทย 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. รบั ผิดชอบ
4. มุ่งมัน่ ในการทางาน
อทิ ธิพลของวฒั นธรรมตะวนั ตก
และวัฒนธรรมตะวันออกต่อสงั คมไทย
ภาระงาน/ชนิ้ งาน ทักษะ/กระบวนการ
1. การทาแบบทดสอบ 1. การสื่อสาร
2. การนาเสนอผลงาน 2. การคดิ
3. การบันทึกความรู้ 3. การใช้เทคโนโลยี
4. การระดมความรู้ 4. กระบวนการกลุ่ม
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 247
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 9
อทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมตะวนั ออกและวฒั นธรรมตะวนั ตกต่อสงั คมไทย
ขนั้ ท่ี 1 ผลลพั ธป์ ลายทางทตี่ ้องการให้เกิดข้นึ กับนกั เรยี น
ตัวช้ีวดั ช่วงช้นั
วเิ คราะหป์ ัจจยั ท่สี ง่ เสริมการสรา้ งสรรค์ภูมปิ ัญญาไทยและวัฒนธรรมไทยทมี่ ีผลต่อสังคมไทยในยุค
ปจั จุบัน (ส 4.3 ม. 4–6/3)
ความเข้าใจท่ีคงทนของนกั เรียน คาถามสาคญั ท่ีทาให้เกิดความเข้าใจทีค่ งทน
นักเรยี นจะเข้าใจวา่ ...
ลกั ษณะวัฒนธรรมของสังคมไทยเปน็ วฒั นธรรมของตะวันออกและตะวันตก
ลกั ษณะวัฒนธรรมดัง้ เดิมที่ผสมผสานรว่ มกบั เก่ยี วข้องอย่างไรกับลักษณะวัฒนธรรมของ
อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก สงั คมไทย
ทาให้เกดิ เอกลักษณ์เฉพาะของลักษณะ
สงั คมไทยในปจั จบุ นั
ความรขู้ องนกั เรยี นที่นาไปสู่ความเขา้ ใจที่ ทกั ษะ/ความสามารถของนกั เรยี นทีน่ าไปสู่
คงทนนักเรยี นจะร้วู า่ ... ความเขา้ ใจทค่ี งทน นักเรียนจะสามารถ...
1. คาสาคญั ไดแ้ ก่ บาทหลวง เยสอุ ิต 1. อธบิ ายลกั ษณะวัฒนธรรมของสงั คมไทยใน
มชิ ชนั นารี ละครดึกดาบรรพ์ ราชปะแตน คุปตะ ปัจจุบนั
2. วัฒนธรรมตะวันออกทมี่ ีอิทธิพลตอ่ สงั คมไทย 2. วิเคราะหป์ จั จัยทมี่ ีอิทธิพลต่อลกั ษณะวัฒนธรรม
ในปจั จุบัน คอื วฒั นธรรมอินเดยี และวัฒนธรรม ของสังคมไทยในปจั จบุ ัน
จีน ซึ่งมีอทิ ธิพลต่อลักษณะวฒั นธรรมใน
สงั คมไทย เช่น การเมืองการปกครอง ศาสนา
ภาษาและวรรณกรรม ศลิ ปกรรม นาฏกรรม
3. วัฒนธรรมตะวันตกมอี ทิ ธิพลต่อการ
สรา้ งสรรคภ์ ูมิปัญญาและวฒั นธรรมไทยในดา้ น
ต่าง ๆ ท่ีสาคัญของสังคมไทย ได้แก่ ดา้ น
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เศรษฐกจิ ระบบทุน
นิยม การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย และ
การศึกษาแบบตะวันตก
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 248
ข้ันท่ี 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรยี นรูซ้ งึ่ เปน็ หลักฐานทีแ่ สดงวา่ นักเรยี นมผี ลการเรยี นรู้
ตามทก่ี าหนดไว้อยา่ งแท้จรงิ
1. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏบิ ตั ิ
1.1 ศกึ ษาค้นควา้ เกี่ยวกบั อิทธิพลของวฒั นธรรมตะวนั ออกและตะวันตกต่อสงั คมไทย
1.2 นาเสนอผลงานท่เี ก่ียวกับอทิ ธิพลของวฒั นธรรมตะวันออกและตะวนั ตกต่อสงั คมไทย
1.3 วเิ คราะห์ปัจจัยท่มี ีอทิ ธิพลตอ่ ลักษณะวัฒนธรรมของสังคมไทย
2. วิธกี ารและเครอ่ื งมือประเมนิ ผลการเรียนรู้
2.1 วธิ กี ารประเมนิ ผลการเรียนรู้ 2.2 เครอื่ งมือประเมินผลการเรยี นรู้
1) การทดสอบ 1) แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น
2) การประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็น 2) แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็
รายบุคคลหรือเปน็ กล่มุ รายบคุ คลหรือเป็นกลุ่ม
3) การประเมินด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม 3) แบบประเมนิ ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม
และคา่ นยิ ม และค่านิยม
4) การประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ 4) แบบประเมินดา้ นทักษะ/กระบวนการ
3. สง่ิ ท่ีม่งุ ประเมนิ
3.1 ความเขา้ ใจ 6 ด้าน ได้แก่ การอธบิ าย ช้แี จง การแปลความและตีความ การประยุกต์ดัดแปลง
และนาไปใช้ การมีมุมมองทีห่ ลากหลาย การใหค้ วามสาคัญและใส่ใจในความรูส้ ึกของผู้อ่ืน และการ
รูจ้ ักตนเอง
3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ เช่น การสื่อสาร การคิด การแก้ปญั หา การใชเ้ ทคโนโลยี กระบวนการกลุ่ม
3.3 คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม เชน่ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสตั ยส์ ุจรติ มีวินยั ใฝ่เรียนรู้
อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง ม่งุ ม่นั ในการทางาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
ข้นั ที่ 3 แผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 19 อิทธิพลของวฒั นธรรมตะวันออกต่อสงั คมไทย เวลา 2 ช่วั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 20 อิทธิพลของวฒั นธรรมตะวันตกตอ่ สงั คมไทย เวลา 2 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 249
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 19
อทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมตะวนั ตกตอ่ สงั คมไทย
สาระที่ 4 ประวตั ิศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 6
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 9 อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออกและวัฒนธรรมตะวนั ตก เวลา 2 ช่ัวโมง
ต่อสังคมไทย
1. สาระสาคญั
วัฒนธรรมตะวันออกท่มี ีอทิ ธิพลตอ่ สงั คมไทยในปัจจบุ ัน คือ วฒั นธรรมอนิ เดยี และวัฒนธรรม
จีน ซ่ึงมีอิทธิพลตอ่ ลักษณะวัฒนธรรมในสังคมไทย เชน่ การเมอื งการปกครอง ศาสนา ภาษาและ
วรรณกรรม ศิลปกรรม นาฏกรรม
2. ตัวชี้วัดช่วงชนั้
• วเิ คราะหป์ จั จยั ท่สี ง่ เสริมการสรา้ งสรรคภ์ มู ิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทยที่มีผลต่อสังคมไทย
ในยคุ ปจั จบุ ัน (ส 4.3 ม. 4–6/3)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. วเิ คราะหล์ ักษณะวฒั นธรรมของสงั คมไทยท่ไี ดร้ บั อิทธพิ ลจากวฒั นธรรมตะวันออก (P, K)
2. สนใจใฝ่เรยี นรูแ้ ละตระหนักถึงความสาคญั ของอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออกตอ่
สังคมไทย(A)
3. นาความรูเ้ ร่อื งอิทธพิ ลของวัฒนธรรมตะวันออกตอ่ สงั คมไทยไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวัน
ได้ (P, K)
4. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และคา่ นิยม (A)
1. ทดสอบก่อนเรียน ประเมินพฤติกรรมในการ ประเมินพฤติกรรมในการ
2. ซกั ถามความรู้เรอ่ื ง อิทธิพล ทางานเปน็ รายบุคคลในด้าน ทางานเปน็ รายบุคคลและเป็น
ของวัฒนธรรมตะวนั ออกต่อ ความมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ กลุ่มในด้านการสอ่ื สาร
สงั คมไทย การคิด การแกป้ ัญหา ฯลฯ
3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น
รายบุคคลหรือเป็นกลมุ่
5. สาระการเรยี นรู้
อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออกต่อสงั คมไทย
1. อทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมอินเดยี ต่อสงั คมไทย
2. อิทธิพลของวฒั นธรรมจีนต่อสังคมไทย
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 250
6. แนวทางบรู ณาการ
ภาษาไทย ฟงั พูด อา่ น และเขียนเกีย่ วกับอิทธิพลของวัฒนธรรม
ตะวนั ออกต่อสงั คมไทย
การงานอาชีพฯ ค้นควา้ ข้อมลู เร่ือง อทิ ธิพลของวฒั นธรรมตะวันออกต่อ
สังคมไทย จากแหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ
7. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขั้นท่ี 1 นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูแจง้ ตัวช้ีวดั ชว่ งชั้นและจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรใู้ ห้นักเรียนทราบ
2. ครใู ห้นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน
3. ครูสนทนากับนักเรยี นเก่ียวกับอิทธิพลของวฒั นธรรมตะวนั ออกต่อสงั คมไทย จากนั้นครู
โยงความรูเ้ ข้าส่เู นื้อหาท่ีจะเรียน
ข้นั ท่ี 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
4. ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนค้นหาข้อมลู เก่ยี วกับลักษณะสังคมไทยที่ได้รบั อิทธิพลของ
วฒั นธรรมตะวนั ออก บนั ทึกข้อมลู เรอื่ ง อิทธิพลของวฒั นธรรมตะวนั ออกต่อสังคมไทย
5. ครใู หน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4–6 คน ระดมความรเู้ รอ่ื ง อิทธิพลของวัฒนธรรม
ตะวนั ออกต่อสังคมไทย ให้แต่ละกล่มุ สรปุ ความรู้แล้วบันทึกลงในแบบบันทึกความรู้
6. ครูให้นักเรียนในกลมุ่ ผลัดกนั เล่าประสบการณ์ทน่ี กั เรยี นเคยเหน็ เกย่ี วกบั ลกั ษณะ
สงั คมไทยทไี่ ด้รับอิทธพิ ลจากวฒั นธรรมตะวันออก พร้อมท้ังวเิ คราะหป์ ัจจยั ที่ทาให้เกิดลกั ษณะ
วัฒนธรรมดงั กล่าวในสงั คมไทย เป็นวัฒนธรรมที่ได้รับจากวัฒนธรรมของชาตใิ ด จากนัน้ ให้นกั เรียนใน
กล่มุ เลือกประสบการณ์ของเพอื่ นในกลมุ่ 1 เร่ืองออกมาเล่าให้เพ่ือนกลมุ่ อนื่ ฟังหนา้ ชั้นเรยี น
7. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั ปจั จยั ทท่ี าใหล้ กั ษณะวัฒนธรรม
ตะวนั ออกเกิดข้นึ ในสังคมไทยในปัจจุบัน
ขน้ั ท่ี 3 ฝกึ ฝนผเู้ รยี น
8. ครูให้นกั เรยี นทากิจกรรมเกย่ี วกับอิทธพิ ลของวัฒนธรรมตะวนั ออกต่อสงั คมไทย แล้ว
รว่ มกันเฉลยคาตอบ
ข้นั ที่ 4 นาไปใช้
9. ครูให้นักเรียนแต่ละคนบอกลักษณะของสงั คมไทยที่ได้รับอิทธพิ ลจากวัฒนธรรมตะวันออก
ขั้นที่ 5 สรปุ
10. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปความรูเ้ กย่ี วกบั อิทธิพลของวฒั นธรรมตะวนั ออกต่อสงั คมไทย
เป็นแผนทคี่ วามคดิ
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 251
8. กิจกรรมเสนอแนะ
ครใู ห้นักเรียนจัดนทิ รรศการความรูเ้ กีย่ วกับอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันออกต่อสังคมไทย
9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน
2. แบบบนั ทึกความรู้
3. สื่อการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์
4. หนงั สอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐานประวัตศิ าสตร์ ม.4–6เล่ม1บรษิ ัทสานกั พิมพว์ ัฒนาพานชิ จากดั
5. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวิชาพนื้ ฐาน ประวัติศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หน้า 252
แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียน
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 9 อทิ ธิพลของวัฒนธรรมตะวนั ออก
และวัฒนธรรมตะวนั ตกตอ่ สงั คมไทย
คาช้ีแจง เลอื กคาตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว
1. พธิ จี รดพระนังคัลแรกนาขวัญเก่ียวข้องกับศาสนาใด
ก. ครสิ ตศ์ าสนา ข. พระพุทธศาสนา
ค. ศาสนาอสิ ลาม ง. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
2. วรรณกรรมเรือ่ งรามเกียรติ์ไดร้ ับแบบอย่างมาจากวรรณกรรมเรอื่ งใดของอนิ เดยี
ก. อิเหนา ข. จินดามณี
ค. มหากาพยร์ ามายาณะ ง. มหากาพยม์ หาภารตยุทธ
3. ศลิ ปกรรมของไทยส่วนใหญ่เกีย่ วขอ้ งกบั เรื่องอะไร
ก. ศาสนา ข. การศกึ ษา
ค. วรรณกรรม ง. การเมอื งการปกครอง
4. หมอบรดั เลย์นอกจากมบี ทบาทในด้านการแพทยแ์ ล้ว ยังมีบทบาทสาคญั ในดา้ นใดอีก
ก. การพิมพ์ ข. การละคร
ค. ภาษาและวรรณกรรม ง. การสอ่ื สารและคมนาคม
5. เหตุใดไทยจึงสง่ บรรณาการใหจ้ ีน
ก. เพ่ือต้องการมีความสัมพันธ์ทีด่ กี ับจีน ข. เพื่อตอ้ งการนาเครอื่ งสังคโลกจากจนี
ค. เพ่ือให้จนี คมุ้ ครองจากการรกุ รานของรฐั อ่ืน ง. ถกู ทกุ ขอ้
6. ระบบเศรษฐกจิ แบบทนุ นิยมทาใหส้ ังคมไทยเป็นอย่างไร
ก. สงั คมแห่งการแข่งขนั ข. สังคมที่พง่ึ พาอาศยั กัน
ค. สังคมทช่ี ว่ ยเหลือเก้ือกลู กัน ง. ไม่มีข้อใดถูก
7. แนวคดิ ทว่ี ่ากษัตรยิ ์เปน็ สมมติเทพเปน็ แนวคิดท่ีไทยรับอิทธิพลมาจากอะไร
ก. ลทั ธขิ งจ้ือ ข. ศาสนาชนิ โต
ค. พระพทุ ธศาสนา ง. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
8. พทุ ธศิลป์ของอนิ เดียแบบใดทม่ี ีอทิ ธพิ ลต่อการสรา้ งพระพุทธรปู ในไทยมากทสี่ ดุ
ก. มถรุ า ค. คนั ธาระ
ข. คปุ ตะ ง. อมราวดี
9. ข้อใดไม่ใช่เสน้ ทางการแผข่ ยายเขา้ มาของวัฒนธรรมจีนสไู่ ทย
ก. การค้า ค. การแผศ่ าสนา
ข. การทูต ง. การลา่ อาณานิคม
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 253
10. “รัชกาลท่ี 3 ทรงนาศลิ ปะแบบจีนเข้ามาผสมผสานในงานก่อสร้าง” ตัวอย่างภมู ิปญั ญาท่ี
สอดคล้องกับข้อความน้ีคอื ข้อใด
ก. พระอุโบสถวดั ราชโอรสาราม ข. พระวหิ ารวัดสุทศั นเทพวราราม
ค. พระปรางค์วดั อรุณราชวราราม ง. โลหะปราสาทวัดราชนดั ดารา
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 254
แบบบนั ทกึ ความรู้
เรื่อง
1. สรปุ ความรทู้ ่ีได้
2. สรุปแนวคิดใหม่ทไ่ี ด้
3. การนาไปใชป้ ระโยชน์
ช่ือ นามสกุล เลขที่ ชั้น
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 255
แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบคุ คล
ผลงาน/กิจกรรมที่ เร่ือง
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่
ชัน้ วนั เดอื น พ.ศ.
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ชอื่ –สกุล ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ
การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม หรอื
อาจใช้เกณฑ์ดังนี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 256
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็นกลุม่
ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรื่อง
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี หน่วยการเรยี นรู้ที่
ชน้ั วนั เดือน พ.ศ.
กล่มุ ที่
รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ
ที่ ชื่อ–สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน
การสรปุ ผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรือ
อาจใชเ้ กณฑ์ดังนี้ = 4 (ดีมาก)
9–10 คะแนน
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 หน้า 257
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นรายบุคคล
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เร่ือง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรทู้ ี่
ชน้ั วัน เดือน พ.ศ.
คาช้แี จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรียน โดยเขียนเคร่อื งหมาย ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏบิ ัติ
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ
ท่ี ช่ือ–สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพื่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเห็น 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทได้รับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน 2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดงั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 258
แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่
ชน้ั วัน เดือน พ.ศ.
คาชีแ้ จง : สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมท่นี ักเรียนปฏบิ ัติ
รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ
ที่ ชือ่ –สกุล แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ี่ท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมา ิชกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันป ัรบปรุงผลงานด้วยความเ ็ตมใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ (ตัวอย่าง)
1. การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หน้า 259
มิตคิ ณุ ภาพของการบันทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผลการบันทกึ ผลงานโดยใช้มาตราสว่ นประเมินคา่ 4 ระดบั ดังน้ี
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
– บันทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทกึ ได้ชัดเจน แนวคดิ หลัก 4
ถกู ต้อง มีประเด็นสาคัญครบถ้วน
– ใช้ภาษาได้อยา่ งเหมาะสม คาศัพท์ถกู ต้อง
– บันทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขียนบนั ทกึ ทีม่ ีบางส่วนยงั ไม่ชัดเจน 3
แนวคิดหลักถูกตอ้ ง ส่วนท่ีเปน็ ประเด็นสาคญั มีไมค่ รบถว้ น
– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกต้องในบางส่วน
– บนั ทึกผลงานยดึ ตามจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชดั เจน แนวคิดหลักบางสว่ น 2
ไม่ถูกต้อง สว่ นทเ่ี ปน็ ประเด็นสาคญั มไี ม่ครบถ้วน
– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกต้องในบางส่วน
– บันทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขยี นบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคดิ 1
หลกั สว่ นใหญไ่ มถ่ ูกต้อง
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไม่ถูกต้อง
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 260
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 20
อิทธพิ ลของวัฒนธรรมตะวนั ตกต่อสงั คมไทย
สาระท่ี 4 ประวตั ิศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 9 อิทธิพลของวฒั นธรรมตะวนั ออก เวลา 2 ช่ัวโมง
และวัฒนธรรมตะวันตกต่อสงั คมไทย
1. สาระสาคญั
วฒั นธรรมตะวนั ตกมีอิทธพิ ลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปญั ญาและวฒั นธรรมไทยในด้านต่าง ๆ ท่ี
สาคัญของสงั คมไทย ได้แก่ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เศรษฐกจิ ระบบทุนนิยม การปกครอง
แบบประชาธิปไตย และการศึกษาแบบตะวันตก
2. ตัวชี้วัดช่วงชนั้
• วเิ คราะหป์ ัจจยั ทส่ี ง่ เสริมการสร้างสรรคภ์ มู ิปญั ญาไทยและวฒั นธรรมไทยที่มผี ลตอ่ สงั คมไทย
ในยคุ ปจั จุบัน (ส 4.3 ม. 4–6/3)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. วเิ คราะหล์ ักษณะวัฒนธรรมของสงั คมไทยท่ีไดร้ ับอิทธิพลจากวฒั นธรรมตะวันตก (P, K)
2.สนใจใฝ่เรยี นรู้และตระหนกั ถงึ ความสาคัญของอทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมตะวันตกตอ่ สงั คมไทย(A)
3. นาความรเู้ รอ่ื งอทิ ธิพลของวัฒนธรรมตะวนั ตกต่อสังคมไทยไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้ (P, K)
4. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
และค่านยิ ม (A)
1. ทดสอบหลงั เรยี น ประเมินพฤติกรรมในการ ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ
2. ซักถามความร้เู ร่ือง อทิ ธพิ ล ทางานเปน็ รายบุคคลในดา้ น ทางานเปน็ รายบุคคลและเปน็
ของวฒั นธรรม ตะวนั ตกต่อ ความมีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ ฯลฯ กลมุ่ ในด้านการส่อื สาร การคดิ
สงั คมไทย การแก้ปัญหา ฯลฯ
3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น
รายบุคคลหรอื เป็นกลมุ่
5. สาระการเรียนรู้
อิทธพิ ลของวัฒนธรรมตะวันตกต่อสงั คมไทย
แผนการจัดการเรยี นร้วู ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 261
6. แนวทางบรู ณาการ
ภาษาไทย ฟงั พดู อา่ น และเขียนเก่ยี วกับอิทธิพลของวฒั นธรรม
ตะวนั ตกต่อสังคมไทย
การงานอาชีพฯ ศกึ ษาความรูเ้ รื่อง อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวนั ตก
จากแหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ เชน่ หอ้ งสมุด อนิ เทอร์เนต็
ศิลปะ สรปุ ความรูเ้ ป็นแผนที่ความคิดลงในกระดาษวาดเขยี น
แล้วตกแตง่ ให้สวยงาม
7. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขั้นท่ี 1 นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครแู จง้ ตัวชวี้ ัดชว่ งชนั้ และจดุ ประสงค์การเรยี นรใู้ ห้นักเรยี นทราบ
2. ครใู หน้ ักเรยี นดภู าพดูภาพเด็กชายเรยี นหนังสอื กับพระในวดั แดก็ ชาย–หญงิ กบั ครูใน
โรงเรยี น แล้วใหน้ กั เรยี นแสดงความคิดเหน็ เปรียบเทยี บของการศึกษาทั้ง 2 แบบ โดยโยงเขา้ ส่เู น้ือหา
ในบทเรียน
ข้นั ท่ี 2 กิจกรรมการเรยี นรู้
3. ครอู ธิบายให้นักเรยี นฟังเกย่ี วกับประเด็นการศึกษาและแนววธิ กี ารเขียนแผนที่ความคิด
เรอ่ื งอิทธิพลของวฒั นธรรมตะวนั ตกตอ่ สงั คมไทย
4. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งเป็นกล่มุ กลมุ่ ละ 4–6 คน ศกึ ษาความรเู้ รอื่ งอิทธิพลของวฒั นธรรม
ตะวันตกต่อสงั คมไทยจากแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ ง ๆ เช่น หอ้ งสมดุ อินเทอรเ์ น็ต จากนนั้ ให้นกั เรียนสรปุ
ความร้เู ปน็ แผนทีค่ วามคิดลงในกระดาษวาดเขยี น แลว้ ตกแตง่ ใหส้ วยงาม
5. ครูใหน้ ักเรียนตัวแทนกลุม่ ออกมานาเสนอผลงาน
6. ขณะท่นี กั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรม ให้ครสู งั เกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอ
ผลงานของนักเรยี นตามแบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นรายบคุ คลหรือเปน็ กลุ่ม
ข้นั ท่ี 3 ฝึกฝนผู้เรยี น
7. ครใู ห้นกั เรียนทากจิ กรรมเกีย่ วกบั อทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมตะวนั ตกตอ่ สังคมไทย และ
แบบทดสอบการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรปู้ ระจาหน่วยการเรียนรู้ และช่วยกันเฉลยคาตอบ
ขน้ั ที่ 4 นาไปใช้
8. ครแู นะนาให้นักเรยี นนาความรเู้ รือ่ ง อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวนั ตกต่อสงั คมไทย ไป
ประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจาวนั
ขั้นท่ี 5 สรปุ
9. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ ความรเู้ กีย่ วกับอิทธพิ ลของวัฒนธรรมตะวนั ตกต่อสงั คมไทย
เป็นแผนที่ความคดิ
10. ครใู หน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียนและร่วมกนั เฉลยคาตอบ
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 262
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูใหน้ ักเรยี นเขียนบทความเกีย่ วกบั อิทธพิ ลของวฒั นธรรมตะวนั ตกต่อสังคมไทยไมเ่ กิน 2
หนา้ กระดาษ A4
9. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรยี น
2. ภาพดูภาพเด็กชายเรยี นหนังสอื กบั พระในวดั แดก็ ชาย–หญงิ กับครใู นโรงเรยี น
3. ส่ือการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์
4. หนังสอื เรียนรายวชิ าพ้นื ฐานประวัติศาสตร์ ม.4–6เล่ม1บริษทั สานกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จากดั
5. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพน้ื ฐาน ประวตั ิศาสตร์
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 263
แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 9 อทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมตะวนั ออก
และวฒั นธรรมตะวนั ตกตอ่ สังคมไทย
คาชีแ้ จง : เลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สดุ เพยี งคาตอบเดยี ว
1. พิธีจรดพระนงั คลั แรกนาขวญั เก่ียวข้องกบั ศาสนาใด
ก. คริสต์ศาสนา ข. พระพุทธศาสนา
ค. ศาสนาอสิ ลาม ง. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
2. วรรณกรรมเรือ่ งรามเกยี รต์ไิ ดร้ บั แบบอยา่ งมาจากวรรณกรรมเร่ืองใดของอนิ เดีย
ก. อเิ หนา ข. จินดามณี
ค. มหากาพยร์ ามายาณะ ง. มหากาพย์มหาภารตยุทธ
3. ศิลปกรรมของไทยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเร่ืองอะไร
ก. ศาสนา ข. การศกึ ษา
ค. วรรณกรรม ง. การเมอื งการปกครอง
4. หมอบรดั เลย์นอกจากมบี ทบาทในดา้ นการแพทยแ์ ลว้ ยงั มีบทบาทสาคญั ในด้านใดอกี
ก. การพิมพ์ ข. การละคร
ค. ภาษาและวรรณกรรม ง. การส่อื สารและคมนาคม
5. เหตใุ ดไทยจึงส่งบรรณาการใหจ้ ีน
ก. เพื่อต้องการมีความสมั พันธท์ ดี่ ีกบั จนี ข. เพือ่ ตอ้ งการนาเครอื่ งสงั คโลกจากจนี
ค. เพือ่ ใหจ้ ีนคุ้มครองจากการรุกรานของรฐั อื่น ง. ถูกทกุ ข้อ
6. ระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นิยมทาให้สังคมไทยเป็นอยา่ งไร
ก. สงั คมแห่งการแข่งขนั ข. สงั คมท่ีพ่งึ พาอาศยั กัน
ค. สงั คมท่ีช่วยเหลือเกื้อกลู กัน ง. ไม่มีข้อใดถูก
7. แนวคิดทีว่ ่ากษัตรยิ เ์ ป็นสมมติเทพเปน็ แนวคิดท่ีไทยรับอิทธิพลมาจากอะไร
ก. ลทั ธขิ งจือ้ ข. ศาสนาชนิ โต
ค. พระพุทธศาสนา ง. ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
8. พทุ ธศลิ ปข์ องอนิ เดยี แบบใดที่มีอิทธิพลต่อการสรา้ งพระพทุ ธรปู ในไทยมากทส่ี ุด
ก. มถุรา ค. คนั ธาระ
ข. คุปตะ ง. อมราวดี
9. ขอ้ ใดไมใ่ ช่เสน้ ทางการแผข่ ยายเขา้ มาของวัฒนธรรมจนี สู่ไทย
ก. การค้า ค. การแผ่ศาสนา
ข. การทตู ง. การลา่ อาณานิคม
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 264
10. “รัชกาลท่ี 3 ทรงนาศลิ ปะแบบจีนเข้ามาผสมผสานในงานก่อสร้าง” ตัวอย่างภมู ิปญั ญาท่ี
สอดคล้องกับข้อความน้ีคอื ข้อใด
ก. พระอุโบสถวดั ราชโอรสาราม ข. พระวหิ ารวัดสุทศั นเทพวราราม
ค. พระปรางค์วดั อรุณราชวราราม ง. โลหะปราสาทวัดราชนดั ดารา
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 265
แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบคุ คล
ผลงาน/กจิ กรรมที่ เร่ือง
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่
ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ท่ี ชอ่ื –สกุล ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน
การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม หรอื
อาจใชเ้ กณฑ์ดังนี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 266
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็นกลุ่ม
ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรื่อง
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี หน่วยการเรยี นรู้ที่
ชน้ั วนั เดือน พ.ศ.
กล่มุ ที่
รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ
ที่ ชื่อ–สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน
การสรปุ ผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรือ
อาจใชเ้ กณฑ์ดังนี้ = 4 (ดีมาก)
9–10 คะแนน
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 หน้า 267
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นรายบุคคล
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เร่ือง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรทู้ ี่
ชน้ั วัน เดือน พ.ศ.
คาช้แี จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรียน โดยเขียนเคร่อื งหมาย ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏบิ ัติ
รายการประเมิน ระดับคุณภาพ
ท่ี ช่ือ–สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพื่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเห็น 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทได้รับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน 2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดงั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 268
แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมที่ เรื่อง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี
ชั้น วัน เดอื น พ.ศ.
คาช้แี จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรยี น โดยเขยี นเคร่อื งหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมทีน่ ักเรยี นปฏิบัติ
รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
ท่ี ช่ือ–สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ี่ท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมา ิชกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันป ัรบปรุงผลงานด้วยความเ ็ตมใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน
1. การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมินให้เปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑ์ดงั น้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หน้า 269
มิตคิ ณุ ภาพของการบันทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผลการบันทกึ ผลงานโดยใช้มาตราสว่ นประเมินคา่ 4 ระดบั ดังน้ี
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
– บันทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทกึ ได้ชัดเจน แนวคดิ หลัก 4
ถกู ต้อง มีประเด็นสาคัญครบถ้วน
– ใช้ภาษาได้อยา่ งเหมาะสม คาศัพท์ถกู ต้อง
– บันทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขียนบนั ทกึ ทีม่ ีบางส่วนยงั ไม่ชัดเจน 3
แนวคิดหลักถูกตอ้ ง ส่วนท่ีเปน็ ประเด็นสาคญั มีไมค่ รบถว้ น
– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกต้องในบางส่วน
– บนั ทึกผลงานยดึ ตามจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชดั เจน แนวคิดหลักบางสว่ น 2
ไม่ถูกต้อง สว่ นทเ่ี ปน็ ประเด็นสาคญั มไี ม่ครบถ้วน
– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกต้องในบางส่วน
– บันทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขยี นบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคดิ 1
หลกั สว่ นใหญไ่ มถ่ ูกต้อง
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไม่ถูกต้อง
แผนการจัดการเรยี นร้วู ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 269
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 10 บคุ คลสาคัญ เวลา 5 ช่วั โมง
ผังมโนทัศนเ์ ปา้ หมายการเรียนร้แู ละขอบขา่ ยภาระงาน/ชนิ้ งาน
ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และ
1. บคุ คลสาคัญท่ีมีส่วน คา่ นยิ ม
สรา้ งสรรคว์ ฒั นธรรมไทยและ
ประวตั ิศาสตร์ไทย 1. มวี นิ ัย
2. บุคคลสาคัญทีส่ ่งเสรมิ การ 2. ใฝเ่ รียนรู้
สรา้ งสรรคภ์ ูมิปญั ญาไทยและ 3. รับผิดชอบ
วฒั นธรรมไทย 4. มุง่ มนั่ ในการทางาน
บคุ คลสาคญั
ภาระงาน/ชิ้นงาน ทักษะ/กระบวนการ
1. การทาแบบทดสอบ 1. การส่ือสาร
2. การนาเสนอผลงาน 2. การคิด
3. การบันทกึ ความรู้ 3. การใช้เทคโนโลยี
4. การอภปิ ราย 4. กระบวนการกลุ่ม
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 270
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 10 บคุ คลสาคญั
ขน้ั ที่ 1 ผลลัพธป์ ลายทางทต่ี ้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นกั เรยี น
ตัวช้ีวดั ช่วงชั้น
วเิ คราะหผ์ ลงงานของบุคคลสาคัญทั้งชาวไทยและตา่ งประเทศทม่ี ีส่วนสรา้ งสรรค์วฒั นธรรมไทยและ
ประวัตศิ าสตร์ไทย (ส 1.1 ม. 4–6/4)
ความเข้าใจทค่ี งทนของนักเรียน คาถามสาคญั ทท่ี าให้เกิดความเข้าใจทคี่ งทน
นกั เรียนจะเขา้ ใจว่า...
ประเทศไทยมบี คุ คลสาคัญทมี่ สี ่วนในการสร้างสรรค์ การสร้างสรรค์วฒั นธรรม ภูมิปัญญา และ
วฒั นธรรม ภมู ิปัญญา และประวตั ิศาสตรช์ าตไิ ทยทั้ง ประวัตศิ าสตร์ไทยเปน็ หน้าที่ของใคร และมี
ชาวไทยและชาวตา่ งประเทศซงึ่ ช่วยส่งเสริมในการ ประโยชน์อยา่ งไร
พัฒนาประเทศดา้ นต่าง ๆ
ความรู้ของนกั เรยี นท่ีนาไปสู่ความเขา้ ใจทค่ี งทน ทักษะ/ความสามารถของนักเรยี นทน่ี าไปสู่
นกั เรียนจะรวู้ ่า... ความเข้าใจที่คงทน นักเรยี นจะสามารถ...
1. คาสาคญั ไดแ้ ก่ พระอสิ รยิ ยศ ครองราชย์ เจา้ สัว 1. บอกประวัติและผลงานของบุคคลสาคัญท่ีมีส่วน
จกั รวรรดนิ ยิ ม เอกราช อาณานคิ ม โหราศาสตร์ หม่อม ในการสร้างสรรคภ์ ูมิปญั ญา วัฒนธรรม และ
ราชวงศ์ ประวตั ศิ าสตร์ไทย
2. บคุ คลสาคญั ที่มีสว่ นสรา้ งสรรค์วัฒนธรรมไทยและ 2. วเิ คราะหผ์ ลงานของบุคคลสาคญั ท่มี ีสว่ นในการ
ประวตั ศิ าสตร์ไทย เชน่ พระบาท สมเดจ็ พระพุทธเลศิ สรา้ งสรรค์ภูมปิ ญั ญา วัฒนธรรม และประวตั ิศาสตร์
หล้านภาลัย พระบาท สมเดจ็ พระนัง่ เกล้าเจ้าอยู่หัว ไทย
พระบาท สมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อย่หู ัว พระบาท
สมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หวั สมเดจ็ พระมหาสมณ
เจา้ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส หมอ่ มราโชทัย (ม.ร.ว.ก
ระต่าย อิศรางกรู ) สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรม
หลวงวงษาธิราชสนทิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม
พระยาดารงราชานุภาพ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ เจ้า
ฟ้ากรมพระยานริศรานุวดั ติวงศ์ สมเด็จเจ้าพระยาบรม
มหาศรีสุรยิ - วงศ์ (ชว่ ง บนุ นาค) พระยารษั ฎานุ
ประดษิ ฐ์มหิศรภกั ดี (คอซมิ บี้ ณ ระนอง) บาทหลวง
ปาลเลอกวั ซ์ พระยากัลยาณไมตรี (ดร.ฟรานซสิ บ.ี
แซร์) และศาสตราจารยศ์ ิลป์ พรี ะศรี
3. บุคคลสาคญั ที่สง่ เสรมิ การสรา้ งสรรคภ์ ูมปิ ัญญาไทย
และวัฒนธรรมไทย เช่น พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทร
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 หน้า 271
มหาภมู ิพลอดลุ ยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชนิ ีนาถ สมเดจ็ พระศรีนครินทราบรมราช
ชนนี และสมเด็จพระเจา้ พน่ี างเธอ เจา้ ฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร์
ขั้นท่ี 2 ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรยี นร้ซู งึ่ เป็นหลักฐานท่ีแสดงว่านกั เรยี นมีผลการเรียนรู้
ตามที่กาหนดไว้อย่างแทจ้ ริง
1. ภาระงานทนี่ ักเรยี นตอ้ งปฏบิ ตั ิ
1.1 ศกึ ษาค้นคว้าและนาเสนอผลงานเก่ียวกับบุคคลสาคัญ
1.2 วเิ คราะหผ์ ลงานของบคุ คลสาคญั ทีม่ ีส่วนในการสรา้ งสรรคภ์ มู ปิ ัญญา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ไทย
2. วธิ กี ารและเครือ่ งมอื ประเมินผลการเรียนรู้
2.1 วธิ กี ารประเมินผลการเรยี นรู้ 2.2 เคร่ืองมือประเมินผลการเรยี นรู้
1) การทดสอบ 1) แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
2) การประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ 2) แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบุคคลหรอื
รายบคุ คลหรอื เปน็ กล่มุ เป็นกลมุ่
3) การประเมนิ ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม 3) แบบประเมินด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ ม
และคา่ นยิ ม 4) แบบประเมนิ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ
4) การประเมนิ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
3. สิง่ ที่ม่งุ ประเมนิ
3.1 ความเข้าใจ 6 ดา้ น ได้แก่ การอธิบาย ชแี้ จง การแปลความและตีความ การประยุกตด์ ดั แปลง และ
นาไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การใหค้ วามสาคัญและใส่ใจในความรูส้ ึกของผอู้ ่ืน และการรจู้ ักตนเอง
3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ เช่น การสอ่ื สาร การคดิ การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยี กระบวนการกลมุ่
3.3 คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ ม เช่น รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมั่นในการทางาน รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
ขั้นท่ี 3 แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 21 บคุ คลสาคัญทีส่ รา้ งสรรค์วฒั นธรรมไทย เวลา 3 ชัว่ โมง
และประวตั ิศาสตรไ์ ทย
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 22 บคุ คลสาคัญที่ส่งเสรมิ การสร้างสรรค์ภมู ิ เวลา 2 ช่ัวโมง
ปัญญาไทยและวฒั นธรรมไทย
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 272
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 21
บุคคลสาคญั ท่ีสร้างสรรค์วฒั นธรรมไทยและประวตั ิศาสตรไ์ ทย
สาระท่ี 4 ประวตั ศิ าสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 10 บุคคลสาคัญ เวลา 3 ชั่วโมง
1. สาระสาคญั
ประเทศไทยมีบุคคลสาคัญที่มีสว่ นในการสรา้ งสรรคว์ ัฒนธรรมไทยและประวัติศาสตรไ์ ทยท้ังชาวไทย
และชาวต่างประเทศ ซง่ึ ช่วยสง่ เสรมิ ในการพัฒนาประเทศด้านตา่ ง ๆ
2. ตัวชี้วดั ช่วงชัน้
• วเิ คราะหผ์ ลงานของบคุ คลสาคัญทงั้ ชาวไทยและต่างประเทศทมี่ ีส่วนสรา้ งสรรค์วัฒนธรรมไทยและ
ประวัติศาสตร์ไทย (ส. 1.1 ม. 4–6/4)
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกประวัติและผลงานของบคุ คลสาคญั ท่สี รา้ งสรรคว์ ัฒนธรรมไทยและประวัตศิ าสตร์ไทยได้พอ
สงั เขป (K)
2. สนใจใฝ่เรยี นรูแ้ ละตระหนักถึงความสาคญั ของบุคคลสาคัญที่สร้างสรรคว์ ฒั นธรรมไทย
และประวตั ศิ าสตร์ไทย (A)
3.วิเคราะหผ์ ลงานของบุคคลสาคญั ท่ีสร้างสรรคว์ ัฒนธรรมไทยและประวตั ิศาสตรไ์ ทยได้ (P, K)
4. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
1. ทดสอบก่อนเรียน ประเมินพฤตกิ รรมในการ ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ
2. ซักถามความรู้เรื่อง บุคคล ทางานเป็นรายบคุ คลในด้าน ทางานเป็นรายบุคคลและเป็น
สาคัญที่สร้างสรรคว์ ัฒนธรรม ความมีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ฯลฯ กลมุ่ ในดา้ นการส่ือสาร การคิด
ไทยและประวัติศาสตรไ์ ทย การแกป้ ัญหา ฯลฯ
3. ตรวจผลงาน/กจิ กรรมเป็น
รายบคุ คลหรอื เปน็ กล่มุ
5. สาระการเรยี นรู้
• บุคคลสาคัญท่ีสร้างสรรคว์ ัฒนธรรมไทยและประวตั ศิ าสตร์ไทย
6. แนวทางบรู ณาการ
ภาษาไทย ฟงั พูด อ่าน และเขยี นเกยี่ วกับบคุ คลสาคัญทส่ี รา้ งสรรค์
วฒั นธรรมไทยและประวตั ศิ าสตร์ไทย
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 273
การงานอาชพี ฯ ศกึ ษาคน้ คว้าข้อมูลของบุคคลสาคัญทสี่ ร้างสรรคว์ ฒั นธรรมไทย
และประวตั ศิ าสตรไ์ ทยตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมายจากแหลง่ การเรียนรู้
ตา่ ง ๆ แล้วนาขอ้ มลู มาจัดทาปา้ ยนเิ ทศ
7. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขน้ั ท่ี 1 นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูแจ้งตวั ช้ีวัดช่วงช้นั และจุดประสงคก์ ารเรยี นร้ใู ห้นกั เรียนทราบ
2. ครูใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
3. ครูสนทนากบั นักเรยี นเก่ียวกับบุคคลที่ทาประโยชนใ์ หแ้ ก่ประเทศชาติ แล้วสมุ่ เลือกนกั เรียน
ยกตวั อยา่ งบุคคลในอดตี ที่ทาคณุ ประโยชนใ์ หแ้ กป่ ระเทศชาติ จากน้ันครูโยงความร้เู ขา้ สู่บทเรียน
ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรยี นรู้
4. ครอู ธิบายให้นักเรียนฟังเกย่ี วกบั ประเดน็ ในการศกึ ษาเร่ือง บุคคลสาคญั ทส่ี รา้ งสรรคว์ ฒั นธรรมไทย
และประวตั ิศาสตรไ์ ทย
5. ครูให้นักเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม 14 กลุ่ม โดยวิธกี ารนับตวั เลข 1–14 จากนนั้ ให้นักเรียนส่งตัวแทน
ออกมาจับสลากเลือกกล่มุ สาหรับค้นขอ้ มูลประวัติและผลงานของบุคคลสาคัญท่สี ร้างสรรคว์ ฒั นธรรมไทยและ
ประวัตศิ าสตร์ไทย
กลุ่มท่ี 1 ค้นข้อมูลของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
กล่มุ ท่ี 2 คน้ ข้อมูลของพระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
กล่มุ ที่ 3 คน้ ข้อมลู ของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอย่หู วั
กลุ่มที่ 4 คน้ ขอ้ มูลของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
กลมุ่ ที่ 5 คน้ ข้อมูลของสมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
กลมุ่ ท่ี 6 คน้ ขอ้ มลู ของหม่อมราโชทยั (ม.ร.ว.กระต่าย อิศรางกรู )
กลมุ่ ท่ี 7 ค้นข้อมลู ของสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนทิ
กลุ่มที่ 8 ค้นข้อมูลของสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
กลมุ่ ที่ 9 คน้ ขอ้ มลู ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดตวิ งศ์
กลมุ่ ท่ี 10 คน้ ข้อมลู ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ชว่ ง บุนนาค)
กลุ่มท่ี 11 คน้ ข้อมลู ของพระยารัษฎานุประดิษฐม์ หศิ รภักดี (คอซมิ บ้ี ณ ระนอง)
กลุ่มที่ 12 คน้ ข้อมูลของบาทหลวงปาลเลอกัวซ์
กล่มุ ท่ี 13 คน้ ข้อมูลของพระยากลั ยาณไมตรี (ดร.ฟรานซสิ บี. แซร)์
กลุ่มที่ 14 ค้นข้อมลู ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
6. ครใู หน้ ักเรียนศึกษาค้นควา้ ข้อมูลของบุคคลสาคัญทส่ี ร้างสรรคว์ ฒั นธรรมไทยและประวตั ิศาสตร์
ไทยตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมายจากแหล่งการเรยี นรู้ตา่ ง ๆ แล้วนาขอ้ มูลมาจดั ทาป้ายนเิ ทศ
7. ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงาน พร้อมทงั้ วเิ คราะหว์ า่ บุคคลสาคัญดังกลา่ ว
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 274
มสี ่วนในการสรา้ งสรรคว์ ฒั นธรรมและประวตั ิศาสตรไ์ ทยอย่างไร
ขัน้ ที่ 3 ฝกึ ฝนผ้เู รียน
8. ครใู หน้ กั เรยี นทากิจกรรมเกย่ี วกับบุคคลสาคัญท่ีสรา้ งสรรค์วัฒนธรรมไทยและประวตั ิศาสตร์ไทย
และรว่ มกันเฉลยคาตอบ
ขั้นที่ 4 นาไปใช้
9. ครแู นะนาให้นกั เรียนนาความร้เู รอ่ื ง บคุ คลสาคัญทส่ี ร้างสรรคว์ ฒั นธรรมไทยและประวตั ิศาสตร์
ไทยไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวัน
ขน้ั ที่ 5 สรปุ
10. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้เก่ยี วกบั บุคคลสาคญั ทส่ี ร้างสรรค์วัฒนธรรมไทยและ
ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย แล้วให้นักเรยี นบนั ทึกลงสมุด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูให้นักเรียนคน้ คว้าเกยี่ วกบั บคุ คลสาคญั ท่ีสร้างสรรค์วฒั นธรรมไทยและประวัตศิ าสตร์ไทยเพ่ิมเติม
จากเน้อื หาในบทเรียน
9. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน
2. สอื่ การเรยี นรู้ ประวัติศาสตร์
3. หนงั สอื เรียนรายวชิ าพื้นฐานประวตั ิศาสตร์ ม.4–6เล่ม1บริษทั สานักพิมพว์ ฒั นาพานิช จากัด
4. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวชิ าพืน้ ฐาน ประวัติศาสตร์
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 275
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 10 บคุ คลสาคญั
คาชี้แจง : เลอื กคาตอบทีถ่ ูกต้องท่ีสุดเพยี งคาตอบเดียว
1. ยุคทองของวรรณกรรมสมยั รตั นโกสินทร์อยู่ ในสมัยใด
ก. รัชกาลท่ี 1 ข. รชั กาลท่ี 2
ค. รชั กาลที่ 3 ง. รชั กาลท่ี 4
2. เจา้ สวั เป็นสมญานามของพระมหากษัตริยพ์ ระองคใ์ ด
ก. รชั กาลที่ 2 ข. รชั กาลท่ี 3
ค. รัชกาลที่ 4 ง. รัชกาลท่ี 5
3. การพัฒนาและปรบั ปรุงประเทศดา้ นสังคมและวัฒนธรรมของรัชกาลท่ี 5 ในขอ้ ใดทที่ าเพ่ือใหไ้ ทย
เจรญิ ก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ
ก. การยกเลิกจารตี นครบาล
ข. การยกเลกิ ระบบไพร่และระบบทาส
ค. การประกาศใชป้ ระมวลกฎหมายลักษณะอาญา
ง. การจ้างชาวต่างประเทศเข้ามารบั ราชการและเปน็ ทีป่ รึกษา
4. พระราชกรณียกิจของรชั กาลท่ี 6 เพอื่ ปพู ้นื ฐานการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยคือขอ้ ใด
ก. การก่อตั้งการลกู เสือ ข. การสร้างธงไตรรงค์
ค. การสร้างเมอื งดุสติ ธานี ง. การประกาศพระราชบญั ญัตปิ ระถมศึกษา พ.ศ. 2464
5. “มีพระราชนิพนธ์ทงั้ ทเี่ ป็นภาษาไทยและภาษาบาลมี ากกว่า 200 เรื่อง นอกจากน้ียังทรงชาระคัมภรี ์
บาลีไวยากรณ์อีกกว่า 20 คมั ภรี ์” ขอ้ ความนีก้ ลา่ วถึงผลงานของใคร
ก. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอย่หู วั
ข. หม่อมราโชทัย (ม.ร.ว.กระต่าย อสิ รางกูร)
ค. สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
ง. สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
6. “บดิ าทางโบราณคดีและประวตั ิศาสตร์ไทย” คือใคร
ก. หมอ่ มราโชทยั (ม.ร.ว.กระต่าย อิสรางกรู )
ข. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
ค. สมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
ง. สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจา้ ฟ้ากรมพระยานริศรานุวดั ตวิ งศ์
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 276
7. ถ้าเราอยากเป็นนักออกแบบงานชา่ งดา้ นตา่ ง ๆ เราควรศกึ ษาประวัติของใครเป็นแบบอย่าง
ก. สมเดจ็ เจ้าพระยาบรมมหาศรสี ุรยิ วงศ์ (ชว่ ง บนุ นาค)
ข. สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
ค. สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ
ง. สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดตวิ งศ์
8. ผ้ทู ่ีดารงตาแหนง่ ผสู้ าเร็จราชการแผ่นดนิ คนแรกในสมัยรัตนโกสนิ ทรค์ ือใคร
ก. สมเดจ็ เจ้าพระยาบรมมหาศรสี รุ ิยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)
ข. สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธริ าชสนิท
ค. สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
ง. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจา้ ฟา้ กรมพระยานริศรานุวดั ตวิ งศ์
9. พระยารัษฎานปุ ระดษิ ฐ์มหศิ รภกั ดี (คอซิมบ้ี ณ ระนอง) มีผลงานโดดเด่นในดา้ นใด
ก. การศึกษา ข. การคมนาคม
ค. การสาธารณสุข ง. การสง่ เสรมิ อาชีพราษฎร
10. การเจรจาขอแก้ไขสนธิสัญญาของไทยกบั ประเทศยุโรป เช่น องั กฤษ ฝร่งั เศส ประสบความสาเร็จ
เปน็ เพราะผลงานของใคร
ก. หมอบรัดเลย์ ข. บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์
ค. ศาสตราจารยศ์ ิลป์ พีระศรี ง. พระยากัลยาณไมตรี (ดร.ฟรานซิส บี. แซร์)
11. เม่ือเราไปเท่ยี วที่พุทธมณฑล จงั หวัดนครปฐม เราเหน็ พระพทุ ธรปู ยืน พระศรีศากยะทศพลญาณ
ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ทาให้เรานึกถึงผลงานของใคร
ก. หมอบรดั เลย์ ข. บาทหลวงปาลเลอกัวซ์
ค. ศาสตราจารยศ์ ิลป์ พีระศรี ง. พระยากลั ยาณไมตรี (ดร.ฟรานซิส บี. แซร์)
12. โครงการตามแนวพระราชดารโิ ครงการใดมุง่ แกป้ ัญหานา้ ท่วม
ก. โครงการแกม้ ลิง ข. โครงการฝนหลวง
ค. โครงการปลูกปา่ ทดแทน ง. โครงการพัฒนาและรณรงค์การใชห้ ญ้าแฝก
13. หนว่ ยงานใดเกดิ จากพระราชกรณียกจิ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิ นี าถ
ก. มูลนธิ ิ พอ.สว. ข. มูลนิธิส่งเสรมิ ศิลปาชีพฯ
ค. หน่วยแพทย์เคลอ่ื นทพี่ ระราชทาน ง. สมาคมครูฝร่ังเศสแหง่ ประเทศไทย
14. “วนั สังคมสงเคราะห์แห่งชาติ” ตรงกับวนั ใด
ก. วันที่ 14 เมษายน ข. วนั ที่ 12 สิงหาคม
ค. วนั ท่ี 21 ตลุ าคม ง. วนั ที่ 10 ธนั วาคม
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 หน้า 277
15. พระราชกรณยี กิจดา้ นสังคมสงเคราะห์ของสมเด็จพระเจ้าพีน่ างเธอ เจ้าฟา้ กลั ยาณวิ ฒั นา กรมหลวง
นราธวิ าสราชนครนิ ทร์ มีผลใหเ้ กดิ โครงการตามข้อใด
ก. โครงการพัฒนาเด็กในชมุ ชน
ข. โครงการฟื้นฟูพัฒนาศิลปวฒั นธรรมไทย
ค. โครงการแพทยพ์ เิ ศษตามพระราชประสงค์
ง. โครงการจดั ตัง้ โรงเรียนชาวเขาและประชาชนไกลคมนาคม
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 278
แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบคุ คล
ผลงาน/กิจกรรมที่ เร่ือง
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่
ชัน้ วนั เดอื น พ.ศ.
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ชอื่ –สกุล ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ
การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม หรอื
อาจใช้เกณฑ์ดังนี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 279
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็นกลุม่
ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรื่อง
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี หน่วยการเรยี นรู้ที่
ชน้ั วนั เดือน พ.ศ.
กล่มุ ที่
รายการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ
ที่ ชื่อ–สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน
การสรปุ ผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรือ
อาจใชเ้ กณฑ์ดังนี้ = 4 (ดีมาก)
9–10 คะแนน
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หน้า 280
แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กิจกรรมที่ เรอ่ื ง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี หน่วยการเรยี นรทู้ ี่
ชั้น วนั เดือน พ.ศ.
คาชแ้ี จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเครือ่ งหมาย ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมทน่ี ักเรียนปฏบิ ัติ
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพื่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเห็น 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทได้รับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมิน
1. การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมินให้เป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดงั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 281
แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเป็นกลุม่
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี
ชั้น วัน เดือน พ.ศ.
คาช้ีแจง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏิบัติ
รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
ที่ ช่อื –สกุล แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ี่ท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมา ิชกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันป ัรบปรุงผลงานด้วยความเ ็ตมใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตัวอยา่ ง)
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หน้า 282
มิตคิ ณุ ภาพของการบันทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผลการบันทกึ ผลงานโดยใช้มาตราสว่ นประเมินคา่ 4 ระดบั ดังน้ี
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
– บันทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทกึ ได้ชัดเจน แนวคดิ หลัก 4
ถกู ต้อง มีประเด็นสาคัญครบถ้วน
– ใช้ภาษาได้อยา่ งเหมาะสม คาศัพท์ถกู ต้อง
– บันทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขียนบนั ทกึ ทีม่ ีบางส่วนยงั ไม่ชัดเจน 3
แนวคิดหลักถูกตอ้ ง ส่วนท่ีเปน็ ประเด็นสาคญั มีไมค่ รบถว้ น
– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกต้องในบางส่วน
– บนั ทึกผลงานยดึ ตามจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชดั เจน แนวคิดหลักบางสว่ น 2
ไม่ถูกต้อง สว่ นทเ่ี ปน็ ประเด็นสาคญั มไี ม่ครบถ้วน
– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกต้องในบางส่วน
– บันทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขยี นบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคดิ 1
หลกั สว่ นใหญไ่ มถ่ ูกต้อง
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไม่ถูกต้อง
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 283
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 22
บุคคลสาคัญทส่ี ่งเสรมิ การสรา้ งสรรค์ภมู ปิ ัญญาไทยและวฒั นธรรมไทย
สาระท่ี 4 ประวตั ิศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 10 บคุ คลสาคญั เวลา 2 ชว่ั โมง
1. สาระสาคญั
ประเทศไทยมีบุคคลสาคัญที่มีส่วนในการสร้างสรรคภ์ มู ปิ ญั ญาไทยและวัฒนธรรมไทย ซ่ึงช่วยสง่ เสรมิ ใน
การพฒั นาประเทศดา้ นตา่ ง ๆ
2. ตัวช้ีวัดช่วงชน้ั
• วิเคราะหผ์ ลงานของบุคคลสาคญั ทง้ั ชาวไทยและต่างประเทศที่มีสว่ นสรา้ งสรรค์วฒั นธรรมไทยและ
ประวตั ศิ าสตร์ไทย (ส. 1.1 ม. 4–6/4)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกประวัตแิ ละผลงานของบคุ คลสาคัญท่สี ร้างสรรคภ์ ูมิปญั ญาไทยและวฒั นธรรมไทยได้
พอสังเขป (K)
2. สนใจใฝเ่ รียนรูแ้ ละตระหนักถงึ ความสาคญั ของบุคคลสาคญั ทสี่ ร้างสรรค์ภูมปิ ัญญาไทย
และวัฒนธรรมไทย (A)
3. วิเคราะหผ์ ลงานของบคุ คลสาคัญทส่ี ร้างสรรคภ์ ูมปิ ัญญาไทยและวฒั นธรรมไทยได้ (P, K)
4. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
และคา่ นยิ ม (A)
1. ทดสอบหลังเรยี น ประเมนิ พฤติกรรมในการ ประเมนิ พฤติกรรมในการ
2. ซกั ถามความรู้เรอ่ื ง บคุ คล ทางานเปน็ รายบุคคลในด้าน ทางานเปน็ รายบุคคลและเปน็
สาคญั ทส่ี ่งเสรมิ การสรา้ งสรรคภ์ ูมิ ความมวี ินยั ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ กลุ่มในด้านการส่อื สาร การคดิ
ปัญญาไทยและวฒั นธรรมไทย การแก้ปัญหา ฯลฯ
3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น
รายบุคคลหรอื เปน็ กลมุ่
5. สาระการเรยี นรู้
บคุ คลสาคญั ทส่ี ง่ เสริมการสร้างสรรคภ์ ูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทย
1. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช
2. สมเด็จพระนางเจา้ สริ กิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
3. สมเดจ็ พระศรีนครนิ ทราบรมราชชนนี
4. สมเดจ็ พระเจ้าพนี่ างเธอ เจ้าฟา้ กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 284
6. แนวทางบรู ณาการ
ภาษาไทย ฟัง พูด อ่าน และเขยี นเกี่ยวกับบุคคลสาคญั ท่ีสง่ เสริมการ
สร้างสรรคภ์ ูมิปญั ญาไทยและวัฒนธรรมไทย
การงานอาชีพฯ ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง บคุ คลสาคัญทีส่ ง่ เสริมการสร้างสรรค์
ภูมปิ ญั ญาไทยและวฒั นธรรมไทย
7. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ข้นั ที่ 1 นาเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ครูแจ้งตัวชว้ี ดั ช่วงชั้นและจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ให้นกั เรียนทราบ
2. ครูใหน้ กั เรียนดูพระบรมฉายาลกั ษณข์ องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช และ
พระฉายาลกั ษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกติ ์ิ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีนครนิ ทราบรมราชชนนี และ
สมเดจ็ พระเจ้าพ่นี างเธอ เจ้าฟา้ กัลยาณิวฒั นา กรมหลวงนราธวิ าสราชนครินทร์ แลว้ ถามนักเรียนวา่ บคุ คล
ท้งั หมดนม้ี ีความเก่ียวข้องกันอย่างไร จากนั้นครนู าเขา้ สเู่ นื้อหาทีจ่ ะเรียน
ขั้นท่ี 2 กิจกรรมการเรียนรู้
3. ครูใหน้ กั เรยี นแบ่งกล่มุ 4 กลุม่ ศกึ ษาความรูเ้ ก่ยี วกบั บุคคลสาคญั ท่ีส่งเสริมการสร้างสรรค์ภูมิ
ปญั ญาไทยและวัฒนธรรมไทย ไดแ้ ก่ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช สมเด็จพระนางเจา้
สริ กิ ิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ สมเด็จพระศรนี ครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจา้ ฟา้ กัลยาณิ
วัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จากแหลง่ การเรียนรตู้ า่ ง ๆ เช่น หอ้ งสมดุ อินเทอรเ์ น็ต แล้วบนั ทึก
ขอ้ มลู ลงในแบบบันทึกความรู้
4. ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มอภปิ รายร่วมกนั เก่ยี วกบั ผลงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ
พลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ติ ิ์ พระบรมราชินนี าถ สมเด็จพระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี และสมเดจ็
พระเจ้าพ่ีนางเธอ เจา้ ฟา้ กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร์ วา่ สง่ เสรมิ การสรา้ งสรรคภ์ มู ปิ ัญญา
ไทยและวัฒนธรรมไทยอยา่ งไร จากนน้ั สรปุ ผลวิเคราะห์บันทกึ ลงในแบบบันทึกการอภปิ ราย
ขน้ั ที่ 3 ฝกึ ฝนผู้เรยี น
5. ครใู หน้ ักเรียนทากิจกรรมและแบบทดสอบเกีย่ วกบั บุคคลสาคญั ทสี่ ่งเสรมิ การสรา้ งสรรคภ์ ูมิปัญญา
ไทยและวฒั นธรรมไทย และแบบทดสอบการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ประจาหนว่ ยการเรยี นรู้ แลว้ รว่ มกนั
เฉลยคาตอบ
ขน้ั ท่ี 4 นาไปใช้
6. ครใู หน้ กั เรยี นยกตัวอยา่ งการนาความรเู้ ก่ยี วกบั บุคคลสาคัญที่สง่ เสริมการสร้างสรรคภ์ ูมิปญั ญาไทย
และวัฒนธรรมไทย ไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวนั
ขนั้ ที่ 5 สรปุ
7. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้เกยี่ วกับบุคคลสาคญั ทีส่ ่งเสรมิ การสร้างสรรคภ์ ูมปิ ญั ญาไทยและ
วัฒนธรรมไทย แล้วบันทึกข้อมูลลงสมดุ
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 285
8. ครูให้นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี นและร่วมกนั เฉลยคาตอบ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูใหน้ กั เรยี นศึกษาค้นคว้าเก่ียวกับบคุ คลสาคญั ท่ีสง่ เสริมการสร้างสรรค์ภมู ิปญั ญาไทยและวัฒนธรรม
ไทยนอกจากบทเรยี น
9. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. พระบรมฉายาลักษณแ์ ละพระฉายาลักษณข์ องพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช
สมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ สมเดจ็ พระศรีนครนิ ทราบรมราชชนนี และสมเดจ็ พระเจ้าพน่ี าง
เธอ เจ้าฟ้ากลั ยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครนิ ทร์
2. แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น
3. แบบบนั ทกึ ความรู้
4. แบบบันทึกการอภปิ ราย
5. สื่อการเรยี นรู้ ประวัติศาสตร์
6. หนงั สือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ประวตั ศิ าสตร์ ม. 4–6 เล่ม 1 บริษทั สานักพิมพว์ ฒั นาพานิช จากดั
7. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน ประวัติศาสตร์
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 286
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 10 บคุ คลสาคญั
คาชี้แจง : เลอื กคาตอบทีถ่ ูกต้องท่ีสุดเพยี งคาตอบเดียว
1. ยุคทองของวรรณกรรมสมยั รตั นโกสินทร์อยู่ ในสมัยใด
ก. รัชกาลท่ี 1 ข. รชั กาลท่ี 2
ค. รชั กาลที่ 3 ง. รชั กาลท่ี 4
2. เจา้ สวั เป็นสมญานามของพระมหากษัตริยพ์ ระองคใ์ ด
ก. รชั กาลที่ 2 ข. รชั กาลท่ี 3
ค. รัชกาลที่ 4 ง. รัชกาลท่ี 5
3. การพัฒนาและปรบั ปรุงประเทศดา้ นสังคมและวัฒนธรรมของรัชกาลท่ี 5 ในขอ้ ใดทที่ าเพ่ือใหไ้ ทย
เจรญิ ก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ
ก. การยกเลิกจารตี นครบาล
ข. การยกเลกิ ระบบไพร่และระบบทาส
ค. การประกาศใชป้ ระมวลกฎหมายลักษณะอาญา
ง. การจ้างชาวต่างประเทศเข้ามารบั ราชการและเปน็ ทีป่ รึกษา
4. พระราชกรณียกิจของรชั กาลท่ี 6 เพอื่ ปพู ้นื ฐานการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยคือขอ้ ใด
ก. การก่อตั้งการลกู เสือ ข. การสร้างธงไตรรงค์
ค. การสร้างเมอื งดุสติ ธานี ง. การประกาศพระราชบญั ญัตปิ ระถมศึกษา พ.ศ. 2464
5. “มีพระราชนิพนธ์ทงั้ ทเี่ ป็นภาษาไทยและภาษาบาลมี ากกว่า 200 เรื่อง นอกจากน้ียงั ทรงชาระคัมภรี ์
บาลีไวยากรณ์อีกกว่า 20 คมั ภรี ์” ขอ้ ความนีก้ ลา่ วถึงผลงานของใคร
ก. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอย่หู วั
ข. หม่อมราโชทัย (ม.ร.ว.กระต่าย อสิ รางกูร)
ค. สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
ง. สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
6. “บดิ าทางโบราณคดีและประวตั ิศาสตร์ไทย” คือใคร
ก. หมอ่ มราโชทยั (ม.ร.ว.กระต่าย อิสรางกรู )
ข. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
ค. สมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
ง. สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจา้ ฟ้ากรมพระยานริศรานุวดั ตวิ งศ์
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 287
7. ถ้าเราอยากเป็นนักออกแบบงานชา่ งดา้ นตา่ ง ๆ เราควรศกึ ษาประวัติของใครเป็นแบบอย่าง
ก. สมเดจ็ เจ้าพระยาบรมมหาศรสี ุรยิ วงศ์ (ชว่ ง บนุ นาค)
ข. สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
ค. สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ
ง. สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดตวิ งศ์
8. ผ้ทู ่ีดารงตาแหนง่ ผสู้ าเร็จราชการแผ่นดนิ คนแรกในสมัยรัตนโกสนิ ทรค์ ือใคร
ก. สมเดจ็ เจ้าพระยาบรมมหาศรสี รุ ิยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)
ข. สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธริ าชสนิท
ค. สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
ง. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจา้ ฟา้ กรมพระยานริศรานุวดั ตวิ งศ์
9. พระยารัษฎานปุ ระดษิ ฐ์มหศิ รภกั ดี (คอซิมบ้ี ณ ระนอง) มีผลงานโดดเด่นในดา้ นใด
ก. การศึกษา ข. การคมนาคม
ค. การสาธารณสุข ง. การสง่ เสริมอาชีพราษฎร
10. การเจรจาขอแก้ไขสนธิสัญญาของไทยกบั ประเทศยุโรป เช่น องั กฤษ ฝร่งั เศส ประสบความสาเร็จ
เปน็ เพราะผลงานของใคร
ก. หมอบรัดเลย์ ข. บาทหลวงปาลเลอกวั ซ์
ค. ศาสตราจารยศ์ ิลป์ พีระศรี ง. พระยากัลยาณไมตรี (ดร.ฟรานซิส บี. แซร์)
11. เม่ือเราไปเท่ยี วที่พุทธมณฑล จงั หวัดนครปฐม เราเหน็ พระพุทธรปู ยืน พระศรีศากยะทศพลญาณ
ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ทาให้เรานึกถึงผลงานของใคร
ก. หมอบรดั เลย์ ข. บาทหลวงปาลเลอกัวซ์
ค. ศาสตราจารยศ์ ิลป์ พีระศรี ง. พระยากลั ยาณไมตรี (ดร.ฟรานซิส บี. แซร์)
12. โครงการตามแนวพระราชดารโิ ครงการใดมุง่ แกป้ ัญหานา้ ท่วม
ก. โครงการแกม้ ลิง ข. โครงการฝนหลวง
ค. โครงการปลูกปา่ ทดแทน ง. โครงการพัฒนาและรณรงค์การใชห้ ญ้าแฝก
13. หนว่ ยงานใดเกดิ จากพระราชกรณียกจิ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิ นี าถ
ก. มูลนธิ ิ พอ.สว. ข. มูลนิธิส่งเสรมิ ศิลปาชีพฯ
ค. หน่วยแพทย์เคลอ่ื นทพี่ ระราชทาน ง. สมาคมครูฝร่ังเศสแหง่ ประเทศไทย
14. “วนั สังคมสงเคราะห์แห่งชาติ” ตรงกับวนั ใด
ก. วันที่ 14 เมษายน ข. วนั ที่ 12 สิงหาคม
ค. วนั ท่ี 21 ตลุ าคม ง. วนั ที่ 10 ธนั วาคม
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 หน้า 288
15. พระราชกรณยี กิจดา้ นสังคมสงเคราะห์ของสมเด็จพระเจ้าพีน่ างเธอ เจ้าฟา้ กลั ยาณวิ ฒั นา กรมหลวง
นราธวิ าสราชนครนิ ทร์ มีผลใหเ้ กดิ โครงการตามข้อใด
ก. โครงการพัฒนาเด็กในชมุ ชน
ข. โครงการฟื้นฟูพัฒนาศิลปวฒั นธรรมไทย
ค. โครงการแพทยพ์ เิ ศษตามพระราชประสงค์
ง. โครงการจดั ตัง้ โรงเรียนชาวเขาและประชาชนไกลคมนาคม
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 289
แบบบนั ทกึ ความรู้
เรื่อง
1. สรปุ ความรทู้ ่ีได้
2. สรุปแนวคิดใหม่ทไ่ี ด้
3. การนาไปใชป้ ระโยชน์
ช่ือ นามสกุล เลขที่ ชั้น