แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 201
6. แนวทางบรู ณาการ
ภาษาไทย ฟงั พูดอ่านและเขยี นเกยี่ วกบั การเปล่ียนแปลงการปกครองพ.ศ. 2475
การงานอาชพี ฯ ศึกษาความรเู้ ร่ือง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
จากแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ เช่น ห้องสมดุ อนิ เทอรเ์ น็ต
7. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ข้ันที่ 1 นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครแู จง้ ตัวช้วี ดั ชว่ งชน้ั และจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ใหน้ ักเรยี นทราบ
2. ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน
3. ครูให้นักเรยี นดภู าพอนสุ าวรีย์ประชาธิปไตยแลว้ เลา่ ประวตั ิความเป็นมาในการก่อสรา้ ง
จากนั้นโยงเขา้ สเู่ นือ้ หาที่จะเรียน
ขั้นที่ 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
4. ครูเล่าเรอ่ื งราวเกีย่ วกับเหตุการณ์การเปล่ยี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ให้นักเรยี นฟัง
พอสงั เขป จากนนั้ ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกนั ตั้งประเดน็ การศึกษาเก่ยี วกบั การเปล่ียนแปลงการปกครอง
พ.ศ. 2475 โดยครูบันทึกประเดน็ ตา่ ง ๆ ลงบนกระดานดา
ตัวอย่างประเดน็ การศึกษา
1) ทาไมจงึ เกิดเหตกุ ารณ์การเปลยี่ นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
2) การเปล่ยี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 มีขัน้ ตอนอยา่ งไร
3) การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ทาใหเ้ กิดผลอยา่ งไรตามมา
5. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4–6 คน ศึกษาคน้ ควา้ ข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ บนกระดาน
จากแหล่งการเรยี นรูต้ ่าง ๆ เชน่ ห้องสมดุ อินเทอรเ์ นต็ แลว้ บันทึกข้อมลู ลงในแบบบันทึกความรู้
6. ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ตัง้ คาถามเกย่ี วกับการเปลยี่ นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 กลุ่มละ
5 ขอ้ พร้อมเฉลย บันทึกลงในแบบบันทึกกิจกรรม เร่ือง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
7. ครใู ห้นักเรียนสง่ ตวั แทนกลุ่ม 1 คน ออกมาถามคาถามจากแบบบนั ทึกกจิ กรรม เรื่อง การ
เปลีย่ นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 แลว้ ใหน้ กั เรยี นสุ่มเลือกกลุ่มอ่นื ตอบคาถาม ครูให้นักเรียนแต่
ละออกมาถามคาถามจนครบทุกกลมุ่
ขนั้ ท่ี 3 ฝึกฝนผู้เรยี น
8. ครใู ห้นักเรยี นทากจิ กรรมที่เก่ียวกบั การเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 และ
แบบทดสอบการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรปู้ ระจาหน่วยการเรยี นรู้ แล้วช่วยกันเฉลยคาตอบ
ข้นั ที่ 4 นาไปใช้
9. ครใู ห้นักเรยี นนาความรเู้ ร่อื ง การเปล่ยี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ไปเผยแพร่ให้
ครอบครวั และคนในชุมชนฟงั
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 202
ขัน้ ที่ 5 สรุป
10. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความร้เู กี่ยวกบั การเปลยี่ นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 แล้ว
ใหน้ กั เรยี นบนั ทึกลงสมดุ
11. ครูให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียนและร่วมกนั เฉลยคาตอบ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
ครใู หน้ ักเรียนวิเคราะห์สภาพสังคมระหว่างก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
และหลงั การเปลย่ี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 แลว้ บนั ทึกลงสมดุ
9. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น
2. ภาพอนุสาวรยี ป์ ระชาธิปไตย
3. แบบบันทึกกจิ กรรม เรื่อง การเปล่ยี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
4. สือ่ การเรยี นรู้ ประวตั ิศาสตร์
5. หนงั สือเรียนรายวชิ าพื้นฐานประวตั ิศาสตร์ ม.4–6เลม่ 1บรษิ ทั สานักพมิ พว์ ัฒนาพานิช จากัด
6. แบบฝกึ ทักษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ประวัติศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 203
แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 6 การเปล่ยี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
คาชีแ้ จง : เลอื กคาตอบทถี่ ูกต้องที่สดุ เพยี งคาตอบเดียว
1. กลมุ่ บคุ คลใดท่ีเคลือ่ นไหวเรียกร้องให้มกี ารเปล่ยี นแปลงการปกครองเป็นคร้งั แรกในสมยั รัชกาลท่ี 5
ก. สภาทปี่ รกึ ษา ข. กล่มุ ทหารหนุ่ม
ค. ขบวนการ ร.ศ. 130 ง. กลุ่มก้าวหนา้ ร.ศ. 103
2. เหตกุ ารณใ์ ดในสมยั รชั กาลที่ 6 ทเ่ี ป็นการยา้ เตอื นว่าถึงเวลาเปล่ยี นแปลงรปู แบบการปกครองจาก
ระบอบสมบรู ณาญาสิทธริ าชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย
ก. กบฏบวรเดช ข. กบฏ ร.ศ. 130
ค. วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ง. คากราบบังคมทลู ของ ร.ศ. 103
3. การจัดต้งั ดสุ ติ ธานีเกดิ ขึ้นในรชั กาลใด
ก. รัชกาลที่ 5 ข. รัชกาลท่ี 6
ค. รชั กาลท่ี 7 ง. รชั กาลท่ี 8
4. พระราชนิพนธ์เรอ่ื ง “ฉวยอานาจ” ของรชั กาลที่ 6 ตอ้ งการชใ้ี ห้เห็นถึงเร่ืองอะไร
ก. ผลดีของการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
ข. ความยุ่งยากของการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตย
ค. ความสาคญั ของชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ ์
ง. ความร้สู กึ ของพลเมืองไทยต่อสถาบนั พระมหากษัตริย์
5. เมื่อชนชน้ั กลางมีความรู้สึกตนื่ ตวั ทางการเมือง และไม่พอใจในระบอบการปกครอง แบบ
สมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย์ รัชกาลที่ 7 ทรงแก้ไขปญั หาน้ีด้วยวิธีตอ่ ไปน้ี ยกเวน้ ขอ้ ใด
ก. ปรบั ปรงุ แกไ้ ขสภาองคมนตรี
ข. ออกพระราชบญั ญตั ิองคมนตรี พ.ศ. 2470
ค. ฟื้นฟสู ภาที่ปรึกษาราชการแผน่ ดินท่ีมีมาตง้ั แตส่ มยั รัชกาลท่ี 5
ง. ฝกึ หดั ประชาชนให้รู้จกั ใชส้ ิทธใิ นการออกเสียงควบคุมกิจการท้องถน่ิ
6. ข้อใดไม่ใชส่ าเหตุของการเปลย่ี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
ก. อิทธิพลของสื่อมวลชน ข. ต้องการลม้ ล้างสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
ค. ประชาชนบางสว่ นไดร้ ับการศกึ ษาแบบตะวันตก ง. เกดิ ภาวะเศรษฐกจิ ตกต่าภายในประเทศอย่างรุนแรง
7. คณะก่อการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เรยี กวา่ อะไร
ก. คณะปฏวิ ัติ ข. คณะปฏริ ูป
ค. คณะราษฎร ง. คณะรัฐประหาร
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 204
8. นายกรัฐมนตรีคนแรกของไทยตามรัฐธรรมนูญคอื ใคร
ก. หลวงประดษิ ฐ์มนธู รรม ข. จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม
ค. พระยาพหลพลพยุหเสนา ง. พระยามโนปกรณน์ ิติธาดา
9. ลัทธชิ าตนิ ิยมในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พบิ ูลสงครามมอี ุดมการณ์ต่อตา้ นใคร
ก. คนจีน ข. คนญ่ปี นุ่
ค. คนองั กฤษ ง. คนอเมริกนั
10. กบฏวงั หลังเกิดข้ึนในสมัยรัฐบาลของใคร
ก. จอมพล ป. พิบลู สงคราม ข. จอมพล สฤษด์ิ ธนะรัชต์
ค. จอมพล ถนอม กติ ติขจร ง. จอมพล ประภาส จารเุ สถียร
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 213
แบบบันทึกกจิ กรรม
เร่ือง การเปลยี่ นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 14 เรอ่ื ง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
ตัวช้ีวดั ช่วงชนั้ : วเิ คราะห์ประเด็นสาคญั ของประวัตศิ าสตรไ์ ทย (ส. 4.3 ม. 4–6/2)
คาช้แี จง : ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มตัง้ คาถามเก่ยี วกับการเปลยี่ นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
กลมุ่ ละ 5 ขอ้ พร้อมเฉลย
คาถาม คาตอบ
1.
2.
3.
4.
5.
สมาชกิ กลุ่ม ห้อง 4.
1. 5.
2. 6.
3. 8.
7.
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 214
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กิจกรรมที่ เร่ือง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี
ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.
รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความ
เหมาะสม หรอื อาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 215
แบบประเมินผลงาน/กจิ กรรมเป็นกลุ่ม
ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรือ่ ง
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี หน่วยการเรียนรู้ท่ี
ชัน้ วนั เดอื น พ.ศ.
กลมุ่ ท่ี
รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ
ที่ ช่ือ–สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ
การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม
หรืออาจใช้เกณฑ์ดังน้ี = 4 (ดีมาก)
9–10 คะแนน
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หน้า 216
แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เร่ือง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี
ชั้น วนั เดือน พ.ศ.
คาชแ้ี จง : สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ ง
ระดบั คณุ ภาพ
รายการพฤตกิ รรมทนี่ กั เรยี นปฏบิ ตั ิ
รายการประเมนิ
ที่ ชอื่ –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพื่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเห็น 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทได้รับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ
1. การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน 2. การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้
เกณฑ์ดงั น้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 217
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรื่อง
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่
ชน้ั วนั เดือน พ.ศ.
คาชี้แจง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขยี นเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมท่ีนักเรียนปฏิบัติ
รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ
ท่ี ชื่อ–สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ี่ท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมา ิชกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันป ัรบปรุงผลงานด้วยความเ ็ตมใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน (ตวั อย่าง)
1. การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 218
มิติคณุ ภาพของการบนั ทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมินผลการบันทึกผลงานโดยใช้มาตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดบั ดงั น้ี
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
– บันทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขียนบันทกึ ได้ชัดเจน แนวคิดหลัก 4
ถกู ต้อง มปี ระเด็นสาคัญครบถว้ น
– ใชภ้ าษาได้อยา่ งเหมาะสม คาศพั ท์ถกู ต้อง
– บันทึกผลงานได้ถกู ต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทกึ ท่ีมีบางสว่ นยังไมช่ ัดเจน 3
แนวคดิ หลกั ถูกตอ้ ง สว่ นท่ีเป็นประเด็นสาคญั มไี มค่ รบถว้ น
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไมถ่ ูกตอ้ งในบางส่วน
– บนั ทึกผลงานยดึ ตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทกึ ไมช่ ัดเจน แนวคิดหลกั บางส่วน 2
ไม่ถูกต้อง สว่ นที่เปน็ ประเด็นสาคัญมไี ม่ครบถ้วน
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไมถ่ ูกต้องในบางสว่ น
– บันทกึ ผลงานไม่สอดคล้องกบั จดุ ประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคดิ 1
หลกั ส่วนใหญไ่ ม่ถูกต้อง
– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไม่ถูกต้อง
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 219
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 7 บทบาทของสตรไี ทยในประวตั ศิ าสตร์ เวลา 3 ชว่ั โมง
ผงั มโนทัศน์เป้าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน/ชิน้ งาน
ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม
1. บทบาทดา้ นการเมือง และค่านยิ ม
การปกครอง 1. มวี ินัย
2. บทบาทดา้ นเศรษฐกิจ 2. ใฝ่เรยี นรู้
3. บทบาทด้านสังคม 3. รบั ผิดชอบ
4. มีเหตผุ ล
บทบาทของสตรไี ทย 5. มุ่งมน่ั ในการทางาน
ในสมยั ประวตั ิศาสตร์
ภาระงาน/ชนิ้ งาน ทักษะ/กระบวนการ
1. ทาแบบทดสอบ 1. การสอ่ื สาร
2. สบื คน้ ข้อมลู 2. การคิด
3. การแก้ปัญหา
4. การใช้เทคโนโลยี
5. กระบวนการกลุ่ม
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 220
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7
บทบาทของสตรีไทยในประวตั ิศาสตร์
ขน้ั ที่ 1 ผลลัพธป์ ลายทางท่ีต้องการใหเ้ กดิ ขึ้นกับนักเรียน
ตวั ชีว้ ดั ช่วงชัน้
• วิเคราะห์ประเด็นสาคญั ของประวตั ิศาสตร์ไทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
ความเข้าใจท่คี งทนของนักเรียน คาถามสาคัญทท่ี าใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจทคี่ งทน
นกั เรยี นจะเขา้ ใจว่า...
สตรีไทยในสมยั ประวตั ศิ าสตร์มบี ทบาทเป็น บทบาทของสตรีไทยในสมยั ประวัติศาสตร์มี
ประดจุ ชา้ งเท้าหลัง เม่ือสงั คมมกี ารพัฒนา บทบาท ความสาคญั อย่างไร
ของสตรีเริ่มเปลีย่ นแปลงไป โดยมโี อกาสปฏิบตั ิงาน
เพ่อื สังคมและประเทศชาติมากขนึ้
ความรูข้ องนกั เรียนทน่ี าไปสู่ความเขา้ ใจทค่ี งทน ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนทจี่ ะนาไปสคู่ วาม
นักเรยี นจะร้วู า่ ... เข้าใจท่ีคงทน นกั เรียนจะสามารถ...
1. คาสาคัญ ไดแ้ ก่ เจ้าจอม ถวายตวั 1. สบื ค้นความรแู้ ละวิเคราะห์เกี่ยวกับบทบาทของ
2. บทบาทสตรไี ทยในประวัติศาสตร์อาจแบ่งได้ สตรไี ทยในประวัติศาสตร์
กวา้ ง ๆ ไดเ้ ปน็ 3 ดา้ น คือ ด้านการเมืองการ 2. วเิ คราะหถ์ ึงเหตุผลและคุณธรรมของสตรไี ทย
ปกครอง ด้านเศรษฐกจิ และดา้ นสังคม ทไี่ ดร้ บั การยกย่องให้เปน็ วีรสตรีไทย
ขน้ั ท่ี 2 ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ซึ่งเป็นหลักฐานทแ่ี สดงว่านกั เรยี นมผี ลการเรียนรู้
ตามท่ีกาหนดไว้อย่างแท้จริง
1. ภาระงานท่นี กั เรียนต้องปฏิบตั ิ
1.1 สืบค้นขอ้ มูลเกย่ี วกับบทบาทของสตรีไทยในประวตั ิศาสตรเ์ กี่ยวกับด้านการเมืองการปกครอง
1.2 อภปิ รายเกีย่ วกบั บทบาทด้านเศรษฐกิจและบทบาทดา้ นสังคม
2. วิธีการและเครอื่ งมือประเมินผลการเรียนรู้
2.1 วิธกี ารประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 2.2 เคร่อื งมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้
1) การทดสอบ 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น
2) การประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเป็นรายบุคคล 2) แบบประเมินผลงาน/กจิ กรรมเป็นรายบุคคล
และเปน็ กลุม่ และเป็นกลุม่
3) การประเมนิ ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและ 3) แบบประเมนิ ด้านคุณธรรม จริยธรรม
ค่านิยม และคา่ นิยม
4) การประเมินดา้ นทักษะ/กระบวนการ 4) แบบประเมนิ ด้านทักษะ/กระบวนการ
แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 221
3. ส่ิงท่ีมงุ่ ประเมนิ
3.1 ความเขา้ ใจ 6 ด้าน ได้แก่ การอธบิ าย ช้ีแจง การแปลความหมายและตคี วาม การประยุกต์
ดัดแปลง และนาไปใช้ การมีมมุ มองที่หลากหลาย การใหค้ วามสาคัญและใส่ใจในความรสู้ กึ
ของผอู้ ื่น และการร้จู กั ตนเอง
3.2 ทักษะ/กระบวนการ เชน่ การสื่อสาร การคิด การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยี กระบวนการกลมุ่
3.3 คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม เชน่ รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ือสตั ย์สุจรติ มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้
อย่อู ย่างพอเพยี ง มงุ่ มั่นในการทางาน มีจิตสาธารณะ
ขน้ั ท่ี 3 แผนการจัดการเรยี นรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 15 บทบาทด้านการเมืองการปกครอง เวลา 1 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16 บทบาทด้านเศรษฐกิจและด้านสงั คม เวลา 2 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 222
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 15
บทบาทด้านการเมืองการปกครอง
สาระท่ี 4 ประวัตศิ าสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 6
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 7 บทบาทสตรไี ทยในประวตั ิศาสตร์ เวลา 1 ชว่ั โมง
1. สาระสาคญั
สตรีไทยสมัยสโุ ขทยั มบี ทบาทเคยี งคู่กับบุรษุ ในการมสี ว่ นร่วมในการเมืองการปกครอง ทัง้ ใน
ประเทศและระหว่างประเทศ
2. ตวั ช้ีวดั ช่วงชัน้
• วเิ คราะหป์ ระเด็นสาคัญของประวัตศิ าสตร์ไทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. วิเคราะห์บทบาทของสตรีไทยในสมัยประวตั ิศาสตร์ได้ (K, P)
2. สืบค้นและวเิ คราะห์ถงึ เหตุผลและคณุ ธรรมของสตรีไทยทไี่ ด้รับการยกย่องให้เป็นวีรสตรีไทย(P)
3. นาคุณธรรมของสตรไี ทยทไี่ ดร้ บั การยกย่องให้เปน็ วรี สตรีไทยมาเปน็ แบบอยา่ งในการดาเนนิ
ชีวติ ได้ (A)
4. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
และคา่ นิยม (A)
1. ทดสอบก่อนเรยี น • ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ • ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ
2. ซักถามความรู้เรื่อง บทบาท ทางานเป็นรายบุคคลในดา้ น ทางานเปน็ รายบุคคลและเป็น
ดา้ นการเมืองการปกครอง ความมีวนิ ยั ความใฝเ่ รยี นรู้ กลุม่ ในดา้ นการสอื่ สาร การคิด
3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเปน็ ฯลฯ การแกป้ ัญหา
รายบคุ คลหรือเป็นกลมุ่
5. สาระการเรียนรู้
• บทบาทดา้ นการเมอื งการปกครอง
6. แนวทางบูรณาการ
ภาษาไทย ฟงั พูด อา่ น และเขียนเกี่ยวกับบทบาทของสตรีไทยในประวตั ิศาสตร์
การงานอาชพี ฯ จัดป้ายนิเทศแสดงผลงานเกย่ี วกบั บทบาทของสตรีไทย สบื ค้นข้อมลู
เก่ียวกับบทบาทของสตรีไทยด้านการเมืองการปกครอง
ศลิ ปะ ออกแบบแผ่นพบั เพ่อื เผยแพร่ความรู้เกีย่ วกบั บทบาทของสตรีไทย
ด้านการเมืองการปกครอง
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 หน้า 223
7. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขนั้ ท่ี 1 นาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครูแจง้ ตวั ช้วี ดั ชว่ งชนั้ และจุดประสงค์การเรยี นรใู้ ห้นักเรียนทราบ
2. ครกู ล่าวนาเกย่ี วกับความหมายของคาวา่ “วีรสตรีไทย” และสนทนาซักถามนักเรยี นใน
ประเดน็ ตา่ ง ๆ เช่น
1) วรี สตรีคอื ใคร
2) คนที่จะเป็นวีรสตรีได้ตอ้ งมีคุณสมบตั แิ ละผลงานอะไรบ้าง
3) นกั เรยี นรู้จักวีรสตรไี ทยในประวตั ิศาสตรท์ ่านใดบ้าง (ส่มุ เลือกนักเรียนใหเ้ ล่าประวัติและ
ผลงานยอ่ ๆ ของวรี สตรที น่ี ักเรยี นรูจ้ ัก)
4) การเรยี นรู้ประวัตแิ ละผลงานของวีรสตรไี ทยมคี ุณค่าต่อนกั เรียนอยา่ งไร
3. ครูกลา่ วชมเชยนักเรยี น จากน้ันสรุปประเด็นการซักถามเพื่อเชื่อมโยงเขา้ สู่เนอ้ื หาทจี่ ะเรียน
ขั้นที่ 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
4. ครูสนทนากับนกั เรยี นเรือ่ ง บทบาทของสตรไี ทยในประวตั ศิ าสตร์ ดา้ นการเมอื งการปกครอง
5. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งออกเปน็ 4 กลุม่ สบื ค้นขอ้ มูลตามหวั ข้อท่ีกาหนดใหต้ ่อไปน้ี
กลุม่ ท่ี 1 บทบาทเก่ียวกบั การปกครองบา้ นเมือง
กลุ่มที่ 2 บทบาทเก่ยี วกบั การสรา้ งความสมั พนั ธ์กบั รฐั อ่นื
กลุ่มท่ี 3 บทบาทด้านอ่นื ๆ
ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มสบื ค้นขอ้ มลู ตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย และบันทึกผล แล้วร่วมกนั แสดงความ
คดิ เหน็ ครอู ธิบายเพมิ่ เติม
6. ในขณะปฏิบัติกิจกรรม ครคู อยสงั เกตพฤติกรรมการทางานและการนาเสนอผลการอภิปราย
ของนักเรยี นตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเปน็ รายบุคคลและเปน็ รายกลุ่ม
ขั้นที่ 3 ฝกึ ฝนผเู้ รียน
7. ครูใหน้ ักเรยี นทาใบงานที่ 1 เรอ่ื ง วรี สตรีไทยในสมัยประวัติศาสตร์ และทากิจกรรมทีเ่ ก่ียวกับ
บทบาทของสตรใี นประวตั ิศาสตร์ รวมทง้ั ช่วยกันเฉลยคาตอบท่ถี ูกต้อง
ขน้ั ท่ี 4 นาไปใช้
8. ครูแนะนาให้นักเรยี นทาแผ่นพับเรื่อง บทบาทของสตรีไทยในประวัติศาสตร์ด้านการเมืองการ
ปกครอง ไปเผยแพร่ใหค้ นในครอบครัวและบุคคลทวั่ ไปท่ีสนใจรู้และเขา้ ใจ
ขัน้ ที่ 5 สรุป
9. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรูเ้ ร่ือง บทบาทดา้ นการเมืองการปกครอง โดยให้นักเรียนสรปุ
เป็นแผนทีค่ วามคดิ
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 224
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ครแู นะนาให้นกั เรียนศึกษาค้นควา้ เพิ่มเตมิ เกี่ยวกับบทบาทของสตรีไทยดา้ นการเมืองการ
ปกครอง บันทึกสาระสาคญั และนามาบอกเล่าให้เพ่ือน ๆ ฟังในชัน้ เรียน
2. ครูใหน้ กั เรยี นเขียนเรยี งความส้ัน ๆ เรอ่ื ง “สตรไี ทยในทศั นคติของฉัน”
9. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน
2. ใบความร้ทู ี่ 1 เรอื่ ง วีรสตรไี ทยในประวตั ิศาสตร์
3. สอื่ การเรียนรู้ ประวตั ศิ าสตร์
4.หนงั สือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานประวัตศิ าสตร์ ม. 4–6เล่ม1บริษทั สานกั พมิ พว์ ัฒนาพานชิ จากดั
5. แบบฝึกทักษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ประวัติศาสตร์
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 หน้า 225
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 7 บทบาทสตรีไทยในประวตั ิศาสตร์
คาชแ้ี จง : เลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว
1. สตรีไทยในประวัติศาสตรม์ บี ทบาทอย่างไร
ก. มสี ทิ ธิเท่าเทียมผ้ชู าย ข. เปน็ ผู้นามากกวา่ ผตู้ าม
ค. เป็นประดษุ ชา้ งเทา้ หลัง ง. ไม่มขี ้อใดถูก
2. เม่ืออยธุ ยายกทัพมาตเี มืองเชียงใหมพ่ ระมหาเทวีจริ ประภาทาอยา่ งไรจึงจะไมท่ าสงครามกับ
อยธุ ยา
ก. ถวายบรรณาการ ข. สง่ กองทัพไปสกดั
ค. สง่ คณะทูตไปเจรจาสงบศึก ง. อพยพหลภ้ี ยั ไปอยเู่ ชียงใหม่
3. ใครท่ผี ลักดนั ให้ขนุ วรวงศาธิราชขน้ึ เป็นกษัตรยิ ์
ก. เจา้ ศรีอโนชา ข. ท้าวศรสี ดุ าจันทร์
ค. สมเด็จพระสุรโิ ยทัย ง. พระมหาเทวีจิรประภา
4. ใครเปน็ ผขู้ อพระราชทานอภัยโทษให้ขนุ หลวงสรศกั ด์ิจากสมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช
ก. เจา้ แมว่ ัดดุสิต ข. เจา้ จอมมารดาฉิม
ค. ท้าวศรีสุดาจันทร์ ง. สมเดจ็ พระสรุ โิ ยทยั
5. วีรกรรมของทา้ วเทพกระษตั รแี ละท้าวศรสี ุนทรเกดิ ขน้ึ ในสมัยรชั กาลใด
ก. รชั กาลท่ี 1 ข. รัชกาลท่ี 2
ค. รชั กาลที่ 3 ง. สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช
6. ท้าวสุรนารมี ีคุณสมบตั ทิ ่เี ด่นชดั ในเร่อื งอะไร
ก. ความขยัน ข. ความอดทน
ค. ความซ่ือสัตย์ ง. ความกลา้ หาญ
7. บทบาทของสตรีไทยเริม่ มีการเปลยี่ นแปลงในสมัยรชั กาลใด
ก. รชั กาลที่ 1 ข. รชั กาลที่ 2
ค. รชั กาลที่ 3 ง. รัชกาลท่ี 4
8. ในสมัยประวตั ิศาสตร์สตรีท่ียากจนกับสตรีฐานะดีมีความแตกต่างกันหรือไม่
ก. แตกต่าง เพราะสตรยี ากจนไม่มีโอกาสชว่ ยเหลอื ราชการเหมอื นสตรฐี านะดี
ข. แตกต่าง เพราะสตรียากจนจะทางานทั้งในบา้ นและนอกบา้ นแทนสามีทไี่ ปเขา้ เวร 6 เดอื น
ค. ไมแ่ ตกต่าง เพราะสตรีทุกคนไมต่ ้องทาเฉพาะงานบ้านเทา่ นัน้
ง. ไม่แตกต่าง เพราะสตรีทุกคนไม่มีโอกาสเลา่ เรยี นเหมือนบรุ ุษ
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 หนา้ 226
9. สมเด็จพระศรีพัชรนิ ทราบรมราชินนี าถทรง ก่อต้ังโรงเรียนจอมสุรางค์อปุ ถัมภข์ ้นึ มาเพอื่ อะไร
ก. เพ่ือใหส้ ตรีมีสทิ ธิเท่าบุรุษ ข. เพอ่ื ใหส้ ตรีมีความชานาญในอาชีพ
ค. เพอ่ื ส่งเสรมิ ใหส้ ตรีได้รับการศึกษา ง. เพอ่ื ใหบ้ รุ ษุ เห็นความสาคัญของสตรี
10. เหตุใดสตรชี ั้นสูงในประวัตศิ าสตรจ์ ึงไมต่ ้องทางานหนัก
ก. สามีไม่ให้ทางาน ข. มีบรวิ ารคอยรบั ใช้
ค. เลีย้ งลกู ไม่มเี วลาทางาน ง. ไม่มีข้อใดถูก
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 227
แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กิจกรรมที่ เร่อื ง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี
ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.
รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความ
เหมาะสม หรอื อาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 228
แบบประเมินผลงาน/กจิ กรรมเป็นกลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมที่ เรือ่ ง
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี
ชัน้ วัน เดอื น พ.ศ.
กลุ่มท่ี
รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ
ที่ ชื่อ–สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม
หรืออาจใช้เกณฑ์ดงั น้ี = 4 (ดีมาก)
9–10 คะแนน
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 229
แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเป็นรายบุคคล
ผลงาน/กิจกรรมที่ เรื่อง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี หน่วยการเรยี นรู้ท่ี
ช้ัน วนั เดือน พ.ศ.
คาช้ีแจง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรียน โดยเขยี นเคร่อื งหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมทีน่ ักเรียนปฏิบัติ
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
ที่ ช่อื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพื่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเห็น 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทได้รับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
1. การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ งั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 230
แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรือ่ ง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี
ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.
คาชี้แจง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรยี น โดยเขียนเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏิบัติ
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
ที่ ชือ่ –สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ี่ท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมา ิชกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันป ัรบปรุงผลงานด้วยความเ ็ตมใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 231
มติ ิคณุ ภาพของการบันทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมินผลการบนั ทึกผลงานโดยใชม้ าตราส่วนประเมินคา่ 4 ระดบั ดงั น้ี
รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
– บันทกึ ผลงานได้ถกู ต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทกึ ไดช้ ดั เจน แนวคิดหลัก 4
ถกู ต้อง มปี ระเดน็ สาคัญครบถว้ น
– ใชภ้ าษาได้อย่างเหมาะสม คาศพั ท์ถูกต้อง
– บนั ทกึ ผลงานได้ถกู ต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกท่ีมีบางสว่ นยังไมช่ ดั เจน 3
แนวคิดหลักถูกตอ้ ง สว่ นท่ีเป็นประเด็นสาคัญมไี มค่ รบถว้ น
– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ ม่ถูกต้องในบางส่วน
– บนั ทึกผลงานยึดตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทกึ ไม่ชดั เจน แนวคิดหลกั บางส่วน 2
ไมถ่ ูกตอ้ ง สว่ นทเ่ี ป็นประเด็นสาคญั มไี ม่ครบถว้ น
– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ ม่ถูกตอ้ งในบางสว่ น
– บนั ทึกผลงานไมส่ อดคล้องกบั จุดประสงค์ เขียนบนั ทึกไม่ชัดเจน และแนวคิด 1
หลกั ส่วนใหญไ่ ม่ถูกต้อง
– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ ม่ถูกต้อง
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 232
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16
บทบาทดา้ นเศรษฐกิจและดา้ นสงั คม
สาระที่ 4 ประวัตศิ าสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 7 บทบาทสตรีไทยในประวัตศิ าสตร์ เวลา 2 ชัว่ โมง
1. สาระสาคัญ
สตรีไทยในประวัติศาสตรม์ บี ทบาทในดา้ นเศรษฐกิจในครอบครวั และเศรษฐกิจของประเทศ และ
นอกจากน้ียงั มโี อกาสปฏิบตั งิ านเพอื่ สังคมและประเทศชาติมากข้นึ ทั้งน้ีเพราะสตรไี ทยได้รับ
การศกึ ษามากขน้ึ และมีความรูเ้ พมิ่ มากข้ึน
2. ตวั ชี้วดั ช่วงชนั้
• วเิ คราะห์ประเดน็ สาคัญของประวตั ิศาสตร์ไทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. วเิ คราะหบ์ ทบาทของสตรีไทยทั้งในดา้ นเศรษฐกิจและด้านสังคมได้ (K, P)
2. สบื ค้นและวิเคราะห์ถึงเหตุผลและคุณธรรมของสตรไี ทยในประวตั ิศาสตร์ที่ไดร้ ับการยกย่อง
ให้เป็นวีรสตรีไทย (P)
3. นาคุณธรรมของสตรไี ทยทไี่ ดร้ บั การยกย่องให้เป็นวีรสตรีไทยมาเปน็ แบบอยา่ งในการดาเนนิ
ชีวิตได้ (A)
4. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และคา่ นิยม (A)
1. ทดสอบหลงั เรยี น • ประเมินพฤตกิ รรมในการ • ประเมนิ พฤติกรรมในการ
2. ซักถามความรู้เร่ือง บทบาท ทางานเป็นรายบุคคลในด้าน ทางานเปน็ รายบุคคลและเปน็
ดา้ นเศรษฐกจิ และดา้ นสงั คม ความมวี นิ ยั ความใฝเ่ รียนรู้ฯลฯ กลมุ่ ในด้านการสื่อสาร การคิด
3. ตรวจผลงาน/กจิ กรรมเป็น การแกป้ ัญหา
รายบุคคลหรอื เป็นกลมุ่
5. สาระการเรยี นรู้
1. บทบาทดา้ นเศรษฐกจิ
2. บทบาทดา้ นสงั คม
6. แนวทางบรู ณาการ
ภาษาไทย ฟัง พดู อ่าน และเขยี นเกยี่ วกบั บทบาทด้านเศรษฐกจิ และด้านสงั คม
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 233
7. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขนั้ ที่ 1 นาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูแจ้งตวั ช้ีวัดช่วงชนั้ และจดุ ประสงค์การเรียนร้ใู หน้ ักเรียนทราบ
2. ครูต้ังประเด็นคาถาม ถามนกั เรียนวา่ บทบาทด้านเศรษฐกจิ และด้านสงั คมของสตรีไทยใน
ประวัติศาสตรเ์ ป็นอย่างไร นักเรยี นตอบ ครูอธบิ ายสรุปเพื่อเชอื่ มโยงเข้าสู่เนื้อหาท่จี ะเรียน
ขน้ั ที่ 2 กจิ กรรมการเรยี นรู้
3. ครสู นทนากบั นักเรยี นเกย่ี วกบั บทบาทดา้ นเศรษฐกจิ และดา้ นสังคม
4. ใหน้ ักเรียนแบ่งกลุม่ กลมุ่ ละ 4–6 คน รว่ มกันอภิปรายแสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ ต่อไปน้ี
1) บทบาทของสตรีไทยในประวัตศิ าสตร์ดา้ นเศรษฐกิจเป็นอย่างไร
2) สตรีไทยในประวัตศิ าสตร์มบี ทบาทในการขบั เคลือ่ นเศรษฐกิจ ครอบครัว และทางาน
หนักมากกวา่ ผชู้ ายจริงหรอื ไม่ อยา่ งไร
3) ชนชัน้ ใดท่มี ีบทบาทในดา้ นการศกึ ษา
4) สตรีชนั้ สงู กับสตรีสามัญมีบทบาทด้านครอบครัวต่างกนั หรือไม่ อยา่ งไร
5. ครูให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มเขยี นคาถามลงในกระดาษแล้วสง่ ตัวแทนออกมานาเสนอผลงาน
ด้วยรปู แบบที่นา่ สนใจ และนาผลงานมาติดที่ปา้ ยนิเทศจากนน้ั ครอู ธบิ ายเพิ่มเติม
6. ในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรม ครูคอยสังเกตพฤติกรรมการทางานและการนาเสนอผลการวเิ คราะห์
เปรียบเทียบของนักเรยี นตามแบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คลและเป็นรายกลุ่ม
7. เมอื่ นาเสนอผลงานครบทกุ กลมุ่ แล้ว ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ ความร้ทู ่ีได้รบั จากการ
วเิ คราะห์เปรยี บเทยี บ
ขนั้ ที่ 3 ฝกึ ฝนผเู้ รยี น
8. ครูใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 2 เรื่อง บทบาทดา้ นเศรษฐกจิ และใบงานท่ี 3 เรอ่ื ง บทบาทดา้ น
สังคม และช่วยกันเฉลยคาตอบทีถ่ ูกต้อง
ขนั้ ท่ี 4 นาไปใช้
9. ครแู นะนาให้นักเรยี นนาความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรื่อง บทบาทของสตรไี ทยด้านเศรษฐกจิ
และบทบาทด้านสงั คม ไปเผยแพร่ให้คนในครอบครัวและบุคคลทั่วไปที่สนใจรแู้ ละเข้าใจ
ขน้ั ที่ 5 สรุป
10. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้เร่อื ง บทบาทของสตรีไทยดา้ นเศรษฐกจิ และดา้ นสงั คม
โดยให้นกั เรยี นสรุปลงในแบบบันทกึ ความรู้ หรือสรปุ เปน็ แผนทีค่ วามคดิ
11. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี นและช่วยกนั เฉลยคาตอบท่ถี ูกตอ้ ง
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูใหน้ ักเรียนศกึ ษาค้นคว้าเกย่ี วกับบทบาทของสตรไี ทยด้านเศรษฐกจิ และดา้ นสังคมเพิ่มเตมิ
จากแหลง่ การเรียนร้ตู ่าง ๆ แลว้ นาความรู้ทีไ่ ดม้ าแลกเปลยี่ นเรียนรกู้ นั ในช้นั เรยี น
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 หน้า 234
9. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี น
2. ใบงานท่ี 2 เรอื่ ง บทบาทด้านเศรษฐกิจ
3. ใบงานที่ 3 เรอ่ื ง บทบาทด้านสังคม
4. สือ่ การเรียนรู้ ประวตั ิศาสตร์
5. หนังสือเรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน ประวตั ศิ าสตร์ ม. 4–6เลม่ 1บริษัทสานกั พิมพ์วฒั นาพานชิ จากดั
6. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวิชาพนื้ ฐาน ประวัติศาสตร์
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 235
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เร่ือง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี
ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.
รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความ
เหมาะสม หรอื อาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 236
แบบประเมินผลงาน/กจิ กรรมเป็นกลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมที่ เรือ่ ง
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี
ชัน้ วัน เดอื น พ.ศ.
กลุ่มท่ี
รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ
ที่ ชื่อ–สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม
หรืออาจใช้เกณฑ์ดงั น้ี = 4 (ดีมาก)
9–10 คะแนน
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 237
แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเป็นรายบุคคล
ผลงาน/กิจกรรมที่ เรื่อง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี หน่วยการเรยี นรู้ท่ี
ช้ัน วนั เดือน พ.ศ.
คาช้ีแจง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรียน โดยเขยี นเคร่อื งหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมทีน่ ักเรียนปฏิบัติ
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
ที่ ช่อื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเป ีรยบเ ื่พอนในการทางาน
เสนอความ ิคดเห็น 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทได้รับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
1. การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ งั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 238
แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรือ่ ง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี
ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.
คาชี้แจง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรยี น โดยเขียนเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏิบัติ
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
ที่ ชือ่ –สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ี่ท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมา ิชกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันป ัรบปรุงผลงานด้วยความเ ็ตมใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 239
มิติคณุ ภาพของการบนั ทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมินผลการบันทึกผลงานโดยใช้มาตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดบั ดงั น้ี
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
– บันทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขียนบันทกึ ไดช้ ดั เจน แนวคดิ หลัก 4
ถกู ต้อง มปี ระเด็นสาคัญครบถว้ น
– ใชภ้ าษาได้อยา่ งเหมาะสม คาศพั ท์ถกู ต้อง
– บันทึกผลงานได้ถกู ต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทกึ ท่ีมีบางสว่ นยงั ไม่ชดั เจน 3
แนวคิดหลกั ถูกตอ้ ง สว่ นท่ีเป็นประเด็นสาคญั มไี มค่ รบถว้ น
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไมถ่ ูกตอ้ งในบางส่วน
– บนั ทึกผลงานยดึ ตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทกึ ไมช่ ัดเจน แนวคิดหลักบางสว่ น 2
ไมถ่ ูกตอ้ ง สว่ นที่เปน็ ประเด็นสาคัญมไี ม่ครบถ้วน
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไมถ่ ูกต้องในบางสว่ น
– บันทึกผลงานไม่สอดคล้องกบั จดุ ประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชัดเจน และแนวคิด 1
หลักสว่ นใหญไ่ ม่ถูกต้อง
– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไม่ถูกต้อง
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 240
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 8 วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย เวลา 3 ชัว่ โมง
ผงั มโนทศั น์เป้าหมายการเรยี นร้แู ละขอบขา่ ยภาระงาน/ชิน้ งาน
ความรู้ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
1. วัฒนธรรมไทย และค่านยิ ม
2. ภูมปิ ัญญาไทย
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. รบั ผิดชอบ
4. มงุ่ ม่นั ในการทางาน
วัฒนธรรมและภมู ิปัญญาไทย
ภาระงาน/ช้นิ งาน ทักษะ/กระบวนการ
1. การทาแบบทดสอบ 1. การส่อื สาร
2. การนาเสนอผลงาน 2. การคิด
3. การบนั ทึกความรู้ 3. การใชเ้ ทคโนโลยี
4. การอภิปราย 4. กระบวนการกลุ่ม
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 241
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 8 วฒั นธรรมและภมู ิปัญญาไทย
ข้ันท่ี 1 ผลลพั ธ์ปลายทางทต่ี ้องการให้เกดิ ข้นึ กบั นักเรยี น
ตัวชีว้ ัดชว่ งชน้ั
วเิ คราะห์ปัจจยั ท่สี ง่ เสรมิ การสรา้ งสรรค์ภมู ิปญั ญาไทยและวฒั นธรรมไทยท่ีมผี ลต่อสังคมไทยในยุค
ปัจจบุ นั (ส 4.3 ม. 4–6/3)
ความเขา้ ใจท่ีคงทนของนักเรียน คาถามสาคญั ท่ที าใหเ้ กิดความเขา้ ใจทคี่ งทน
นักเรียนจะเข้าใจวา่ ...
วฒั นธรรมและภมู ิปญั ญาไทยเป็นสิ่งทเี่ กดิ ขึน้ วัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทยเกิดขน้ึ ได้อยา่ งไร และ
จากพน้ื ฐานทางสังคมทพี่ ึ่งพาอาศยั ธรรมชาติ มีความสาคญั อยา่ งไร
ความคิด ความเช่ือทางศาสนา ประกอบกับการ
ผสมผสานกบั วฒั นธรรมต่างชาตแิ ละมีการดัดแปลง
ปรบั ปรงุ ใหเ้ หมาะสมจนมีเอกลกั ษณเ์ ฉพาะ มกี าร
พฒั นาถ่ายทอดมาจนถงึ ปัจจุบนั
ความร้ขู องนกั เรียนท่ีนาไปสู่ความเข้าใจที่คงทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนทีน่ าไปสู่
นักเรยี นจะรู้ว่า... ความเข้าใจทคี่ งทน นักเรียนจะสามารถ...
1. คาสาคญั ได้แก่ นามปากกา ประณีตศิลป์ 1. วเิ คราะห์ปจั จัยท่ที าใหเ้ กิดวฒั นธรรมและภูมิ
ภูมิปัญญาไทย ธรรมราชา ปัญญาไทย
2. วฒั นธรรมไทย หมายถึง ทุกส่ิงทุกอย่างท่ี 2. อธบิ ายลักษณะและยกตัวอยา่ งของวัฒนธรรมและ
มนุษยส์ รา้ งข้นึ โดยปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจากการ ภมู ิปัญญาไทย
เรยี นร้แู ละประสบการณ์ซง่ึ ถือว่าเปน็ สงิ่ ดงี ามควรท่ี
คนในสังคมจะยดึ ถือเปน็ แบบแผนเพ่ือประพฤติ
ปฏิบตั แิ ละถา่ ยทอดสบื ต่อกนั มา วฒั นธรรมไทยอาจ
แบง่ ได้ 5 สาขา คือ วฒั นธรรมทางภาษาและ
วรรณกรรม วัฒนธรรมทางวตั ถุ วฒั นธรรมทางจิตใจ
วฒั นธรรมทางจารตี และขนบธรรมเนยี มประเพณี
และวฒั นธรรมทางสนุ ทรยี ะ
3. ภมู ิปญั ญาไทย หมายถงึ ความรู้
ความสามารถ และทักษะของคนไทยที่เกิดจากการ
ส่ังสมประสบการณ์ โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้
เลือกสรร ปรบั ปรงุ พัฒนา และถา่ ยทอดมาเป็น
อย่างดี เพื่อใชใ้ นการแกไ้ ขปัญหาและพฒั นาวิถชี ีวิต
ของคนไทยได้อย่างเหมาะสมกับยุคสมยั
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 242
ภมู ิปัญญาทีเ่ กิดขึน้ ในสังคมไทยมมี ากมายหลายด้าน
เช่น ดา้ นการเมืองการปกครอง ดา้ นคติความเชื่อ
ดา้ นการดาเนนิ ชวี ิต ด้านศลิ ปวฒั นธรรม
ข้ันที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรซู้ ึง่ เป็นหลักฐานที่แสดงวา่ นกั เรยี นมผี ลการเรียนรู้
ตามท่ีกาหนดไว้อยา่ งแทจ้ รงิ
1. ภาระงานทน่ี ักเรยี นต้องปฏบิ ัติ
1.1 ศกึ ษาค้นคว้าเกี่ยวกบั วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
1.2 นาเสนอผลงานทีเ่ กีย่ วกบั วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
1.3 วิเคราะหป์ จั จัยท่ีก่อใหเ้ กิดวัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
2. วิธกี ารและเครือ่ งมือประเมินผลการเรียนรู้
2.1 วธิ ีการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 2.2 เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้
1) การทดสอบ 1) แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียน
2) การประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเป็น 2) แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเป็นรายบคุ คลหรือ
รายบคุ คลหรอื เปน็ กลุ่ม เป็นกลมุ่
3) การประเมนิ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และ 3) แบบประเมนิ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และ
ค่านยิ ม ค่านิยม
4) การประเมนิ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ 4) แบบประเมินด้านทักษะ/กระบวนการ
3. สงิ่ ที่มุ่งประเมนิ
3.1 ความเขา้ ใจ 6 ดา้ น ได้แก่ การอธิบาย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยุกตด์ ัดแปลง และ
นาไปใช้ การมีมมุ มองทีห่ ลากหลาย การใหค้ วามสาคัญและใสใ่ จในความรสู้ กึ ของผอู้ นื่ และการรู้จักตนเอง
3.2 ทักษะ/กระบวนการ เช่น การสอ่ื สาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี กระบวนการกลมุ่
3.3 คุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยม เชน่ รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสัตยส์ จุ ริต มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้
อย่อู ย่างพอเพียง มงุ่ มั่นในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ
ข้นั ท่ี 3 แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 17 วฒั นธรรมไทย เวลา 1 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 18 ภมู ิปัญญาไทย เวลา 2 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 หน้า 243
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 17
วัฒนธรรมไทย
สาระที่ 4 ประวตั ศิ าสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 8 วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย เวลา 1 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั
วัฒนธรรมไทย หมายถึง ทุกส่ิงทกุ อย่างที่มนษุ ย์สร้างข้ึน โดยปรบั ปรงุ เปล่ยี นแปลงจากการ
เรียนรแู้ ละประสบการณซ์ ่งึ ถือว่าเปน็ สง่ิ ดงี ามควรท่คี นในสังคมจะยึดถือเป็นแบบแผนเพื่อประพฤติ
ปฏิบัตแิ ละถา่ ยทอดสืบต่อกันมา วฒั นธรรมไทยอาจแบ่งได้ 5 สาขา คอื วัฒนธรรมทางภาษาและ
วรรณกรรม วัฒนธรรมทางวัตถุ วัฒนธรรมทางจิตใจ วฒั นธรรมทางจารีตและขนบธรรมเนียม
ประเพณี และวัฒนธรรมทางสุนทรยี ะ
2. ตวั ช้ีวดั ช่วงชั้น
• วิเคราะหป์ จั จัยท่ีสง่ เสริมการสรา้ งสรรค์ภูมปิ ัญญาไทยและวฒั นธรรมไทยท่ีมผี ลตอ่ สงั คมไทย
ในยุคปจั จุบัน (ส. 4.3 ม. 4–6/3)
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกความหมายและลักษณะของวัฒนธรรมไทยได้ (K)
2. สนใจใฝ่เรียนรู้และตระหนักถึงความสาคญั ของวฒั นธรรมไทย (A)
3. นาความรเู้ รอื่ งวัฒนธรรมไทยไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจาวันได้ (P, K)
4. วิเคราะห์ปัจจัยทที่ าให้เกดิ ลกั ษณะของวฒั นธรรมไทยได้ (P, K)
4. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และค่านยิ ม (A)
1. ทดสอบก่อนเรียน ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ ประเมินพฤติกรรมในการ
2. ซกั ถามความรเู้ รื่อง วฒั นธรรม ทางานเปน็ รายบุคคลในดา้ นความ ทางานเปน็ รายบุคคลและเป็น
ไทย มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ฯลฯ กลมุ่ ในดา้ นการสอ่ื สาร การคิด
3. ตรวจผลงาน/กจิ กรรมเป็น การแก้ปัญหา ฯลฯ
รายบคุ คลหรอื เปน็ กลุ่ม
5. สาระการเรยี นรู้
• วฒั นธรรมไทย
1. วัฒนธรรมทางภาษาและวรรณกรรม
2. วฒั นธรรมทางวัตถุ
แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 244
3. วฒั นธรรมทางจติ ใจ
4. วฒั นธรรมทางจารีตและขนบธรรมเนยี มประเพณี
5. และวัฒนธรรมทางสุนทรยี ะ
6. แนวทางบรู ณาการ
ภาษาไทย ฟงั พูด อา่ น และเขยี นเก่ียวกับวัฒนธรรมไทย
ภาษาต่างประเทศ อ่านและหาความหมายของคาท่เี กย่ี วกับวัฒนธรรมไทย
ศลิ ปะ นาขอ้ มลู เก่ียวกบั วฒั นธรรมไทยมาจดั ปา้ ยนเิ ทศ
7. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครแู จง้ ตัวช้วี ัดชว่ งชนั้ และจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ให้นกั เรียนทราบ
2. ครใู หน้ กั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน
3. ครูสนทนากบั นักเรยี นเรอื่ งประเพณสี งกรานต์ เกีย่ วกับประวัติความเปน็ มาของประเพณี
สงกรานตท์ ี่นักเรยี นทราบ จากนน้ั ครโู ยงเร่ืองเข้าสู่เน้ือหาท่ีจะเรยี น
ขนั้ ที่ 2 กิจกรรมการเรยี นรู้
4. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรยี นฟงั เก่ยี วกับประเดน็ ในการศึกษาเรื่อง วัฒนธรรมไทย ในประเด็น
ต่อไปน้ี
1) ความหมายของคาวา่ วัฒนธรรม (culture) และวฒั นธรรมไทย (Thai culture)
2) สาขาของวัฒนธรรมไทย
5. ครูให้นกั เรยี นแบ่งกล่มุ 5 กลุ่ม ศกึ ษาสาขาของวฒั นธรรมไทยในประเด็นตอ่ ไปน้ี แล้วนา
ข้อมูลนามาจดั ปา้ ยนเิ ทศ
กลุ่มที่ 1 ศึกษาและยกตวั อย่างวัฒนธรรมทางภาษาและวรรณกรรม
กลมุ่ ที่ 2 ศึกษาและยกตัวอย่างวัฒนธรรมทางวัตถุ
กลุ่มที่ 3 ศึกษาและยกตวั อย่างวัฒนธรรมทางจติ ใจ
กลุ่มที่ 4 ศึกษาและยกตวั อย่างวฒั นธรรมทางจารีตและขนบธรรมเนียมประเพณี
กลมุ่ ที่ 5 ศึกษาและยกตัวอย่างวัฒนธรรมทางสุนทรียะ
6. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงาน
7. ขณะทน่ี กั เรยี นปฏิบตั ิกิจกรรม ครูสงั เกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอผลงาน
ของนักเรียนตามแบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเปน็ รายบคุ คลหรอื เป็นกลุ่ม
8. ครูใหน้ ักเรยี นร่วมกันวิเคราะหแ์ ละแสดงความคิดเหน็ วา่ วัฒนธรรมไทยในปจั จบุ นั ส่งผล
อย่างไรตอ่ สงั คมไทยบ้าง จากนน้ั ครูสรปุ ความคิดเหน็ ของนักเรยี น
ข้ันที่ 3 ฝกึ ฝนผู้เรียน
9. ครใู หน้ กั เรียนทากิจกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย และช่วยกันเฉลยคาตอบ
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 245
ขั้นที่ 4 นาไปใช้
10. ครแู นะนาให้นักเรยี นนาความร้เู รือ่ ง วฒั นธรรมไทยไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน
ขั้นท่ี 5 สรุป
11. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปความร้เู กยี่ วกับวัฒนธรรมไทย แล้วใหน้ กั เรยี นบันทึกลงสมุด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูใหน้ ักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกบั วัฒนธรรมในทอ้ งถนิ่ ของนักเรียน แล้วนาข้อมลู มาเสนอ
หน้าชน้ั เรยี น
9. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
2. ส่ือการเรยี นรู้ ประวัติศาสตร์
3. หนงั สือเรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน ประวัติศาสตร์ ม. 4–6เล่ม1บริษทั สานกั พมิ พ์วัฒนาพานิชจากัด
4. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพนื้ ฐาน ประวตั ศิ าสตร์
แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 246
แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 วัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย
คาช้ีแจง : เลอื กคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสดุ เพยี งคาตอบเดยี ว
1. อกั ษรไทยประดิษฐ์ขนึ้ เมื่อไร
ก. พ.ศ. 1826 ข. พ.ศ. 1873
ค. พ.ศ. 1954 ง. พ.ศ. 2310
2. วรรณคดเี รือ่ งแรกของไทยคือเร่ืองอะไร
ก. จินดามณี ข. ไตรภมู พิ ระรว่ ง
ค. มหาชาติคาหลวง ง. ศิลาจารึกพ่อขนุ รามคาแหง
3. วัฒนธรรมทางวตั ถเุ กี่ยวขอ้ งกับเรื่องอะไร
ก. วิถชี ีวติ ของหมคู่ ณะ ข. ความเชือ่ ทางศาสนา
ค. เครื่องมือเครื่องใชใ้ นการดาเนินชวี ิต ง. สัญลกั ษณ์ที่ใชส้ ือ่ ความหมายให้เข้าใจกนั
4. อะไรเปน็ จารีตประเพณี
ก. การไหว้ ข. การแต่งงาน
ค. การแตง่ กาย ง. การนบั ถือครูอาจารย์
5. อะไรไม่ใช่งานสร้างสรรค์ความงามใหร้ ับรไู้ ดด้ ้วยการดู
ก. พระพทุ ธรปู ข. โบสถ์ วหิ าร
ค. การแสดงพ้ืนบ้าน ง. ภาพจติ รกรรมฝาผนงั
6. รชั กาลที่ 6 ทรงมีพระปรีชาสามารถโดดเดน่ ในด้านใด
ก. จิตรกรรมและนาฏกรรม ข. นาฏกรรมและวรรณกรรม
ค. วรรณกรรมและประติมากรรม ง. ประตมิ ากรรมและสถาปัตยกรรม
7. ขอ้ ใดเปน็ ลักษณะของภูมิปญั ญาไทย
ก. เก่ยี วข้องกับท้องถิน่ โดยเฉพาะ
ข. เป็นความรู้ความสามารถและทักษะท่ีใช้แกป้ ัญหาชีวติ
ค. เปน็ สงิ่ ทมี่ ีอยู่แลว้ ในธรรมชาตแิ ลว้ นามาพัฒนาให้มปี ระโยชน์
ง. เป็นสงิ่ ท่ไี ดร้ บั อิทธพิ ลมาจากต่างชาติแล้วนามาผสมผสานกับวัฒนธรรมไทย
8. การปรับตวั และการเลือกทาเลการตง้ั ถนิ่ ฐานเปน็ เหตใุ ห้เกิดภมู ิปัญญาประเภทใด
ก. การเมอื งการปกครอง ข. ระบบการเกณฑ์แรงงาน
ค. การสร้างบา้ นแปลงเมือง ง. ระบบการจดั นา้ เพื่อการบรโิ ภคและอุปโภค
9. เคร่ืองสังคโลกเป็นภูมปิ ัญญาไทยในสมัยใด
ก. สุโขทัย ข. อยุธยา
ค. ธนบรุ ี ง. รตั นโกสินทร์
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 247
10. “ผทู้ รงภูมิปญั ญาดา้ นใดด้านหน่งึ และสรา้ งผลงานอย่างตอ่ เนื่อง จนได้รับการยกย่องจาก
สังคมและชุมชน” เป็นความหมายของบุคคลในขอ้ ต่อไปนี้ ยกเว้นขอ้ ใด
ก. ปัญญาชน ข. คนดีศรีสังคม
ค. ศลิ ปินแหง่ ชาติ ง. ครูภมู ิปัญญาไทย
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 248
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กิจกรรมที่ เร่ือง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี
ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.
รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความ
เหมาะสม หรอื อาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 249
แบบประเมินผลงาน/กจิ กรรมเป็นกลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมที่ เรือ่ ง
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี
ชัน้ วัน เดอื น พ.ศ.
กลุ่มท่ี
รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ
ที่ ชื่อ–สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม
หรืออาจใช้เกณฑ์ดงั น้ี = 4 (ดมี าก)
9–10 คะแนน
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 250
แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เร่ือง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่
ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.
คาชแ้ี จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรยี น โดยเขยี นเคร่อื งหมาย ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏิบัติ
รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
ที่ ช่อื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพื่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเห็น 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทได้รับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน 2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้
เกณฑ์ดงั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 251
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรื่อง
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่
ชน้ั วนั เดือน พ.ศ.
คาชี้แจง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขยี นเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมท่ีนักเรียนปฏิบัติ
รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ
ท่ี ชื่อ–สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ี่ท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมา ิชกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันป ัรบปรุงผลงานด้วยความเ ็ตมใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน (ตวั อย่าง)
1. การให้คะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 252
มติ ิคณุ ภาพของการบันทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผลการบันทกึ ผลงานโดยใช้มาตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดบั ดงั น้ี
รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
– บันทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกได้ชัดเจน แนวคิดหลัก 4
ถกู ต้อง มีประเดน็ สาคญั ครบถว้ น
– ใชภ้ าษาได้อยา่ งเหมาะสม คาศัพท์ถกู ต้อง
– บันทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบันทกึ ท่ีมีบางสว่ นยังไมช่ ัดเจน 3
แนวคดิ หลกั ถูกตอ้ ง ส่วนท่เี ปน็ ประเด็นสาคัญมไี มค่ รบถว้ น
– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ ม่ถูกต้องในบางส่วน
– บนั ทึกผลงานยดึ ตามจดุ ประสงค์ เขียนบันทกึ ไมช่ ดั เจน แนวคิดหลกั บางส่วน 2
ไมถ่ ูกตอ้ ง ส่วนทเี่ ป็นประเด็นสาคญั มไี มค่ รบถ้วน
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไม่ถูกต้องในบางส่วน
– บันทึกผลงานไม่สอดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขยี นบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคดิ 1
หลักส่วนใหญไ่ ม่ถูกต้อง
– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไมถ่ ูกต้อง
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 253
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 18
ภูมปิ ัญญาไทย
สาระท่ี 4 ประวัติศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 8 วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย เวลา 2 ชว่ั โมง
1. สาระสาคัญ
ภูมิปัญญาไทย หมายถงึ ความรู้ ความสามารถ และทักษะของคนไทยที่เกิดจากการส่ังสม
ประสบการณ์ โดยผา่ นกระบวนการเรียนรู้ เลือกสรร ปรบั ปรุง พัฒนา และถ่ายทอดมาเป็นอย่างดี
เพื่อใชใ้ นการแกไ้ ขปญั หาและพฒั นาวถิ ีชวี ติ ของคนไทยได้อยา่ งเหมาะสมกบั ยุคสมัย ภมู ปิ ัญญาท่ี
เกดิ ข้นึ ในสงั คมไทยมีมากมายหลายดา้ น เช่น ด้านการเมอื งการปกครอง ดา้ นคตคิ วามเช่ือ ด้านการ
ดาเนนิ ชีวิต ด้านศลิ ปวัฒนธรรม
2. ตวั ช้ีวัดช่วงชัน้
• วิเคราะหป์ จั จัยที่สง่ เสรมิ การสร้างสรรคภ์ ูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทยที่มีผลต่อสังคมไทย
ในยุคปจั จุบนั (ส. 4.3 ม. 4–6/3)
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. บอกความหมายและลักษณะของภูมิปัญญาไทยได้ (K)
2. สนใจใฝเ่ รียนรู้และตระหนักถงึ ความสาคัญของภมู ิปัญญาไทย (A)
3. นาความรูเ้ ร่อื งภมู ิปญั ญาไทยไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวันได้ (P, K)
4. วเิ คราะหป์ ัจจัยที่ทาใหเ้ กดิ ลักษณะของภมู ิปญั ญาไทยได้ (P, K)
4. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
1. ทดสอบหลงั เรยี น ประเมนิ พฤติกรรมในการ ประเมินพฤติกรรมในการ
2. ซกั ถามความรู้เรอ่ื ง ภูมิ ทางานเปน็ รายบุคคลในด้าน ทางานเปน็ รายบุคคลและเปน็
ปัญญาไทย ความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ ฯลฯ กลมุ่ ในด้านการสือ่ สาร การคิด
3. ตรวจผลงาน/กจิ กรรมเป็น การแก้ปัญหา ฯลฯ
รายบคุ คลหรอื เปน็ กลุ่ม
5. สาระการเรียนรู้
ภูมปิ ญั ญาไทย
1. ตัวอยา่ งภมู ิปัญญาไทยท่ีมอี ทิ ธิพลต่อวิถีการดาเนนิ ชีวิตของคนไทย
2. แนวทางในการนาภมู ิปัญญาไทยไปใช้ในการดาเนินชวี ติ
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 254
3. การอนรุ กั ษภ์ ูมิปัญญาไทย
6. แนวทางบรู ณาการ
ภาษาไทย ฟงั พูด อา่ น และเขียนเกี่ยวกับภูมิปญั ญาไทย
ภาษาตา่ งประเทศ อา่ นและให้ความหมายของคาท่เี กีย่ วกบั ภมู ปิ ัญญาไทย
การงานอาชีพฯ ศึกษาความรเู้ รื่อง ภูมิปัญญาไทย จากแหลง่ การเรยี นรู้
ต่าง ๆ เชน่ หอ้ งสมดุ อินเทอร์เน็ต
7. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขัน้ ที่ 1 นาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครแู จง้ ตวั ชว้ี ัดชว่ งชนั้ และจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ให้นักเรยี นทราบ
2. ครูใหน้ ักเรยี นดูภาพกระบุง แลว้ ถามนักเรียนวา่ กระบงุ ทามาจากวสั ดอุ ะไร และเรา
สามารถนากระบุงมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบา้ ง ครสู รุปคาตอบ แล้วโยงเข้าส่เู น้อื หาทจี่ ะเรียน
ขน้ั ท่ี 2 กิจกรรมการเรียนรู้
3. ครูให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–6 คน ศกึ ษาความรูเ้ รอื่ ง ภูมิปญั ญาไทย ในประเด็น
ตอ่ ไปนี้ จากแหล่งการเรียนรูต้ ่าง ๆ เชน่ ห้องสมดุ อินเทอร์เนต็ แล้วบันทึกข้อมูลลงในแบบบนั ทึก
ความรู้ประเด็นความรู้ ได้แก่
1) ความหมายของคาวา่ ภมู ิปญั ญา (wisdom) และภมู ปิ ญั ญาไทย (Thai wisdom)
2) ตัวอยา่ งภูมปิ ัญญาไทยทีม่ ีอทิ ธิพลต่อวิถกี ารดาเนนิ ชวี ติ ของคนไทย
3) แนวทางในการนาภมู ปิ ญั ญาไทยไปใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ิต
4) การอนุรักษภ์ ูมิปัญญาไทย
4. ครูให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มเลอื กศึกษาภมู ปิ ัญญาไทยเร่ืองใดก็ไดท้ น่ี กั เรยี นสนใจ 1 เรือ่ ง
จากน้ันให้แตล่ ะกลมุ่ นาข้อมลู มานาเสนอหน้าชนั้ เรยี น
5. เมือ่ นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอข้อมูลเสรจ็ แล้ว ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะห์ปัจจยั ที่
สง่ เสรมิ ให้เกิดภมู ิปญั ญาไทยดังกลา่ วที่แตล่ ะกล่มุ นาเสนอ พร้อมบอกแนวทางการอนุรักษภ์ มู ิปัญญา
ไทยใหค้ งอยู่คสู่ ังคมไทยตลอดไป
ข้ันที่ 3 ฝึกฝนผูเ้ รยี น
6. ครูใหน้ กั เรยี นทากิจกรรมเกยี่ วกับภมู ปิ ญั ญาไทย และแบบทดสอบการวดั และประเมนิ ผล
การเรยี นรปู้ ระจาหน่วยการเรียนรู้ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาตอบ
ขนั้ ที่ 4 นาไปใช้
7. ครูให้นักเรยี นยกตัวอยา่ งการนาความรเู้ กีย่ วกบั ภมู ปิ ัญญาไทยไปประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน
ขน้ั ที่ 5 สรุป
8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ ความร้เู กยี่ วกบั ภมู ิปญั ญาไทยเป็นแผนท่ีความคิด
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หนา้ 255
9. ครูให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียนและรว่ มกันเฉลยคาตอบ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
ครูให้นกั เรยี นจดั นทิ รรศการความรู้เกยี่ วกบั ภมู ิปัญญาไทยในภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย
9. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน
2. แบบบันทกึ ความรู้
3. สื่อการเรียนรู้ ประวตั ศิ าสตร์
4. หนังสือเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานประวตั ิศาสตร์ ม.4–6เลม่ 1บริษทั สานกั พมิ พว์ ัฒนาพานชิ จากัด
5. แบบฝกึ ทักษะ รายวชิ าพืน้ ฐาน ประวัติศาสตร์
แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 256
แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 8 วัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย
คาช้ีแจง : เลอื กคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสดุ เพยี งคาตอบเดยี ว
1. อกั ษรไทยประดิษฐ์ขนึ้ เมื่อไร
ก. พ.ศ. 1826 ข. พ.ศ. 1873
ค. พ.ศ. 1954 ง. พ.ศ. 2310
2. วรรณคดเี รือ่ งแรกของไทยคือเร่ืองอะไร
ก. จินดามณี ข. ไตรภมู พิ ระรว่ ง
ค. มหาชาติคาหลวง ง. ศิลาจารึกพ่อขนุ รามคาแหง
3. วัฒนธรรมทางวตั ถเุ กี่ยวขอ้ งกับเรื่องอะไร
ก. วิถชี ีวติ ของหมคู่ ณะ ข. ความเชือ่ ทางศาสนา
ค. เครื่องมือเครื่องใชใ้ นการดาเนินชวี ิต ง. สัญลกั ษณ์ที่ใชส้ ือ่ ความหมายให้เข้าใจกนั
4. อะไรเปน็ จารีตประเพณี
ก. การไหว้ ข. การแต่งงาน
ค. การแตง่ กาย ง. การนบั ถือครูอาจารย์
5. อะไรไม่ใช่งานสร้างสรรค์ความงามใหร้ ับรไู้ ดด้ ้วยการดู
ก. พระพทุ ธรปู ข. โบสถ์ วหิ าร
ค. การแสดงพ้ืนบ้าน ง. ภาพจติ รกรรมฝาผนงั
6. รชั กาลที่ 6 ทรงมีพระปรีชาสามารถโดดเดน่ ในด้านใด
ก. จิตรกรรมและนาฏกรรม ข. นาฏกรรมและวรรณกรรม
ค. วรรณกรรมและประติมากรรม ง. ประตมิ ากรรมและสถาปัตยกรรม
7. ขอ้ ใดเปน็ ลักษณะของภูมิปญั ญาไทย
ก. เก่ยี วข้องกับท้องถิน่ โดยเฉพาะ
ข. เป็นความรู้ความสามารถและทักษะท่ีใช้แกป้ ัญหาชีวติ
ค. เปน็ สงิ่ ทมี่ ีอยู่แลว้ ในธรรมชาตแิ ลว้ นามาพัฒนาให้มปี ระโยชน์
ง. เป็นสงิ่ ท่ไี ดร้ บั อิทธพิ ลมาจากต่างชาติแล้วนามาผสมผสานกับวัฒนธรรมไทย
8. การปรับตวั และการเลือกทาเลการตง้ั ถนิ่ ฐานเปน็ เหตใุ ห้เกิดภมู ิปัญญาประเภทใด
ก. การเมอื งการปกครอง ข. ระบบการเกณฑ์แรงงาน
ค. การสร้างบา้ นแปลงเมือง ง. ระบบการจดั นา้ เพื่อการบรโิ ภคและอุปโภค
9. เคร่ืองสังคโลกเป็นภูมปิ ัญญาไทยในสมัยใด
ก. สุโขทัย ข. อยุธยา
ค. ธนบรุ ี ง. รตั นโกสินทร์
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 257
10. “ผทู้ รงภูมิปญั ญาดา้ นใดด้านหน่งึ และสรา้ งผลงานอย่างตอ่ เนื่อง จนได้รับการยกย่องจาก
สังคมและชุมชน” เป็นความหมายของบุคคลในขอ้ ต่อไปนี้ ยกเว้นขอ้ ใด
ก. ปัญญาชน ข. คนดีศรีสังคม
ค. ศลิ ปินแหง่ ชาติ ง. ครูภมู ิปัญญาไทย
แผนการจัดการเรยี นร้วู ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 258
แบบบันทึกความรู้
เรื่อง
1. สรปุ ความรทู้ ่ีได้
2. สรุปแนวคิดใหม่ทไ่ี ด้
3. การนาไปใชป้ ระโยชน์
ช่ือ นามสกุล เลขที่ ชัน้