แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 84
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมที่ เร่อื ง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี หน่วยการเรยี นรู้ที่
ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.
คาชีแ้ จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรียน โดยเขยี นเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมทน่ี ักเรียนปฏบิ ัติ
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ช่ือ–สกุล แ ่บงงาน ักนรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมาชิกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันปรับปรุงผลงานด้วยความเต็มใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตัวอย่าง)
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑ์ดังนี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 85
มิติคณุ ภาพของการบนั ทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมินผลการบนั ทกึ ผลงานโดยใช้มาตราสว่ นประเมนิ คา่ 4 ระดับ ดงั น้ี
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
– บนั ทึกผลงานได้ถูกต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกได้ชดั เจน แนวคดิ หลัก 4
ถูกต้อง มปี ระเด็นสาคญั ครบถ้วน
– ใชภ้ าษาได้อย่างเหมาะสม คาศัพท์ถกู ต้อง
– บนั ทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขียนบนั ทกึ ท่ีมีบางส่วนยงั ไมช่ ัดเจน 3
แนวคิดหลกั ถูกตอ้ ง ส่วนที่เปน็ ประเดน็ สาคญั มีไม่ครบถ้วน
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไมถ่ ูกต้องในบางส่วน
– บนั ทึกผลงานยดึ ตามจดุ ประสงค์ เขยี นบนั ทกึ ไมช่ ัดเจน แนวคิดหลักบางสว่ น 2
ไม่ถูกต้อง สว่ นที่เป็นประเด็นสาคญั มไี ม่ครบถ้วน
– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไมถ่ ูกต้องในบางสว่ น
– บนั ทึกผลงานไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคิด 1
หลักสว่ นใหญ่ไม่ถูกต้อง
– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไม่ถูกต้อง
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 86
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 5
อาณาจกั รศรวี ิชัย แคว้นละโว้หรือลพบรุ ี และแคว้นหริภญุ ชยั
สาระท่ี 4 ประวัติศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 การต้งั ถน่ิ ฐานในดินแดนไทย เวลา 1 ช่ัวโมง
1. สาระสาคญั
อาณาจักรศรวี ชิ ยั (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13–18) อาณาจกั รศรีวชิ ัยเดิมเป็นชมุ ชนโบราณ
ที่ตัง้ อยรู่ ิมฝ่งั ทะเล เหมาะเป็นเมืองท่าทางการค้าต่อมากลายเปน็ ศนู ยก์ ลางทางการค้าทส่ี าคญั เพราะ
อยใู่ นเส้นทางการค้าระหว่างจีนและอนิ เดีย มกี ารติดต่อค้าขายกับพ่อคา้ อินเดีย จนี และอาหรับ ตง้ั
เป็นอาณาจักรเม่ือประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 มีอาณาเขตครอบคลุมภาคใต้ของประเทศไทย ศรวี ชิ ยั
รบั อารยธรรมอนิ เดีย ในระยะแรกนับถือพระพทุ ธศาสนานกิ ายเถรวาทและศาสนาพราหมณ์–ฮินดู
ตอ่ มานับถือพระพุทธศาสนานกิ ายมหายาน ศิลปกรรมที่มีชอ่ื เสยี ง ไดแ้ ก่ รปู พระโพธิสัตว์อวโลกเิ ตศวร
อาณาจักรนส้ี น้ิ สุดลงในปลายพทุ ธศตวรรษที่ 18 เน่อื งจากถกู พวกโจฬะรุกราน
แคว้นละโว้หรือลพบรุ ี (ประมาณพทุ ธศตวรรษที่ 12–18) รับวัฒนธรรมมาจากทวารวดมี า
ก่อนจนถึงพุทธศตวรรษที่ 16 จงึ รับวฒั นธรรมจากเขมร ศูนย์กลางอยู่ทเ่ี มืองละโว้หรือลพบรุ ี
สิ่งกอ่ สร้างที่เป็นประธานศาสนสถาน ไดแ้ ก่ ปราสาทหรอื ปรางค์ เดิมชาวละโว้นบั ถอื พระพทุ ธศาสนา
นกิ ายเถรวาท ต่อมาเมื่อวัฒนธรรมเขมรเข้ามาจงึ นับถือตามศาสนาเขมร ไดแ้ ก่ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
พระพทุ ธศาสนานิกายมหายาน ประตมิ ากรรมมที ้ังเทวรปู พระโพธสิ ตั ว์ และพทุ ธรูปซง่ึ นิยมสรา้ งปาง
นาคปรก
แคว้นหริภญุ ชยั (ประมาณพุทธศตวรรษท่ี 13–19) ตัง้ อยู่ในที่ราบลุ่มแมน่ ้าปิงตอนบนและท่ี
ราบลุ่มแม่นา้ วงั ราชธานีคือเมอื งหรภิ ุญชัยหรือเมืองลาพูน เร่อื งราวของแควน้ นี้ปรากฏในตานานทาง
ภาคเหนอื เช่น จามเทวีวงศ์ ตานานมลู ศาสนา ชนิ กาลมาลีปกรณ์ ซึง่ ตานานชนิ กาลมาลีปกรณ์กล่าว
วา่ ฤๅษวี าสเุ ทพเป็นผสู้ รา้ งเมืองหริภญุ ชยั แล้วส่งคนไปอัญเชญิ พระนางจามเทวจี ากเมอื งละโวม้ าเปน็
กษัตริย์ พระนางจามเทวนี าวัฒนธรรมทวารวดีจากละโว้ไปเผยแผ่ทห่ี รภิ ญุ ชัย ชาวหรภิ ญุ ชยั จงึ นับถอื
พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท สถาปตั ยกรรมท่ีสาคัญ ได้แก่ เพระเจดยี ์กกู่ ูดและพระบรมธาตหุ รภิ ุญ
ชัย
2. ตวั ช้ีวัดชัน้ ปี
• วิเคราะห์ประเด็นสาคญั ของประวตั ศิ าสตรไ์ ทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกความเปน็ มาของอาณาจักรอาณาจักรศรีวิชัยแควน้ ละโว้หรือลพบุรี และแควน้ หรภิ ุญชัยได้ (K)
2. มีความสนใจใฝ่ร้เู กย่ี วกับอาณาจกั รศรีวชิ ยั แคว้นละโวห้ รอื ลพบรุ ี และแคว้นหรภิ ญุ ชัย (A)
3. สบื ค้นข้อมลู เกีย่ วกบั อาณาจักรศรวี ิชัย แควน้ ละโวห้ รือลพบุรี และแควน้ หริภุญชยั (P)
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หน้า 87
4. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม และ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
ค่านิยม (A)
1. ทดสอบหลังเรยี น • ประเมินพฤตกิ รรมในการ • ประเมินพฤติกรรมในการ
2. ซกั ถามความรู้เรื่อง ทางานเป็นรายบุคคลในดา้ น ทางานเปน็ รายบุคคลและ
อาณาจักรศรีวชิ ัย แคว้นละโว้ ความมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ ฯลฯ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร
หรือลพบุรี และแคว้นหรภิ ญุ ชัย การคดิ การแก้ปัญหา ฯลฯ
3. ตรวจผลงาน/กจิ กรรมเปน็
รายบคุ คลหรือเป็นกลุ่ม
5. สาระการเรยี นรู้
1. อาณาจักรศรีวชิ ัย
2. แคว้นละโวห้ รือลพบรุ ี
3. แคว้นหรภิ ุญชยั
6. แนวทางการบูรณาการ
ภาษาไทย ฟัง พูด อ่าน เขียนเกย่ี วกับอาณาจักรศรีวชิ ยั แคว้นละโว้หรือลพบุรี
และแควน้ หรภิ ญุ ชัย
ศิลปะ จัดปา้ ยนิเทศเกย่ี วกบั อาณาจกั รศรวี ชิ ยั แควน้ ละโว้หรือลพบรุ ี
และแควน้ หริภุญชยั
7. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ข้ันท่ี 1 นาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูแจง้ ตวั ชว้ี ัดช่วงช้ันและจุดประสงค์การเรียนรใู้ ห้นกั เรียนทราบ
2. ครใู ห้นกั เรียนดูภาพพระปรางคส์ ามยอด จังหวดั ลพบุรี ภาพอนสุ าวรีย์พระนางจามเทวี ท่ี
อาเภอเมืองลาพนู จงั หวดั ลาพนู แลว้ ร่วมกันแสดงความคิดเหน็ ครูอธิบายเพ่ือเชอ่ื มโยงเขา้ สูเ่ นือ้ หาที่
จะเรยี น
ข้ันที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้
3. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องอาณาจักรศรวี ชิ ยั แคว้นละโวห้ รอื ลพบุรี และแคว้นหริภญุ ชัย
จากสื่อการเรียนเรียนรู้หรอื หนังสอื เรียน
4. ครใู หน้ ักเรียนแบ่งออกเป็น 3 กลมุ่ แตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนจับสลากเลอื กเร่ืองที่ศึกษาต่อไปนี้
กลุ่มท่ี 1 อาณาจักรศรวี ชิ ัย
กล่มุ ที่ 2 แคว้นละโวห้ รือลพบุรี
กลุ่มท่ี 3 แคว้นหริภุญชัย
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หน้า 88
สมาชกิ ในกลุม่ ร่วมกันศึกษาคน้ คว้าข้อมูลเกี่ยวกับหวั ข้อท่ีได้รบั ผิดชอบ แล้วนาข้อมูลมา
จดั ทาป้ายนเิ ทศนาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น และเปดิ โอกาสให้เพ่ือน ๆ รว่ มกันแสดงความคิดเห็นต่อผลงาน
5. ครใู ห้นกั เรยี นลงคะแนนคัดเลอื กป้ายนิเทศ เพ่ือนามาติดท่ีบอรด์ หน้าชน้ั เรยี น
6. ในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรมของนักเรียน ให้ครสู ังเกตพฤตกิ รรมในการทางานและการนาเสนอ
ผลงานของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเปน็ รายบุคคลหรือเปน็ กลุ่ม
ขัน้ ที่ 3 ฝกึ ฝนผู้เรียน
7. ครูให้นักเรยี นทากิจกรรมเกยี่ วกับอาณาจกั รศรีวชิ ยั แควน้ ละโว้หรือลพบุรี และแควน้ หรภิ ญุ ชัย
และแบบทดสอบการวัดและประเมินผลการเรียนร้ปู ระจาหน่วยการเรียนรู้ และชว่ ยกันเฉลยคาตอบ
ขน้ั ท่ี 4 นาไปใช้
8. ครูให้นกั เรยี นยกตัวอย่างอาณาจักรศรีวชิ ยั แควน้ ละโว้หรือลพบรุ ี และแควน้ หริภญุ ชัยท่ี
น่าภาคภมู ใิ จในด้านอน่ื ๆ
9. ครใู ห้นกั เรยี นทาแผน่ พับเร่ือง อาณาจักรศรีวชิ ยั แคว้นละโว้หรือลพบรุ ี และแคว้นหริภญุ
ชัยเพ่อื เผยแพรค่ วามรู้
ขน้ั ที่ 5 สรปุ
10. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปความรู้เรอื่ ง อาณาจักรศรวี ิชยั แควน้ ละโวห้ รอื ลพบรุ ี และ
แคว้นหรภิ ุญชยั โดยใหน้ กั เรียนสรุปเปน็ แผนท่คี วามคิด
11. ครใู หน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียนและช่วยกันเฉลยคาตอบ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูให้นกั เรยี นศึกษาค้นคว้าเพิ่มเตมิ เร่ือง อาณาจักรศรวี ชิ ัย แคว้นละโว้หรอื ลพบุรี และแคว้น
หริภุญชยั แลว้ นามาจดั ทาเป็นรายงาน
9. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
2. ภาพพระปรางคส์ ามยอด จังหวดั ลพบุรี ภาพอนุสาวรยี ์พระนางจามเทวี ท่ีอาเภอเมืองฯ
จังหวัดลาพูน
3. หนงั สอื เรียนรายวิชาพื้นฐาน ประวตั ิศาสตร์ ม. 4–6เลม่ 1บริษัทสานกั พมิ พ์วัฒนาพานชิ จากดั
4. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน ประวัตศิ าสตร์
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 89
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรื่อง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี หน่วยการเรียนรูท้ ี่
ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.
รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ
ที่ ชือ่ –สกุล ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความ
เหมาะสม หรืออาจใช้เกณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจัดการเรียนรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 90
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี หน่วยการเรียนรู้ที่
ชั้น วนั เดอื น พ.ศ.
กล่มุ ท่ี
รายการประเมิน ระดับคณุ ภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม
หรอื อาจใชเ้ กณฑ์ดงั น้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 91
แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเป็นรายบุคคล
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่
ชัน้ วนั เดือน พ.ศ.
คาชีแ้ จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏบิ ัติ
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
ท่ี ชอ่ื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเ ืพ่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเ ็หน 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเ ็หนของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ ังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หน้า 92
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเปน็ กลุ่ม
ผลงาน/กิจกรรมที่ เร่อื ง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี หน่วยการเรยี นรู้ที่
ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.
คาชีแ้ จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรียน โดยเขยี นเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมทน่ี ักเรียนปฏบิ ัติ
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ช่ือ–สกุล แ ่บงงาน ักนรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมาชิกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันปรับปรุงผลงานด้วยความเต็มใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตัวอย่าง)
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรุปผลการประเมนิ ให้เป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑ์ดังนี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 93
มิติคณุ ภาพของการบนั ทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผลการบนั ทกึ ผลงานโดยใช้มาตราสว่ นประเมนิ คา่ 4 ระดับ ดงั น้ี
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
– บนั ทึกผลงานได้ถูกต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทกึ ได้ชดั เจน แนวคดิ หลัก 4
ถูกต้อง มปี ระเด็นสาคัญครบถ้วน
– ใชภ้ าษาได้อย่างเหมาะสม คาศัพท์ถกู ต้อง
– บนั ทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขียนบนั ทึกท่ีมีบางส่วนยงั ไมช่ ัดเจน 3
แนวคิดหลกั ถูกต้อง สว่ นที่เปน็ ประเดน็ สาคัญมีไม่ครบถ้วน
– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกตอ้ งในบางส่วน
– บนั ทึกผลงานยดึ ตามจดุ ประสงค์ เขยี นบนั ทกึ ไมช่ ัดเจน แนวคิดหลักบางสว่ น 2
ไม่ถูกต้อง สว่ นทีเ่ ป็นประเด็นสาคญั มไี ม่ครบถ้วน
– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ ม่ถูกต้องในบางสว่ น
– บนั ทึกผลงานไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคิด 1
หลักสว่ นใหญ่ไมถ่ ูกต้อง
– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไม่ถูกตอ้ ง
แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 หน้า 94
แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรยี น
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 2 การตง้ั ถน่ิ ฐานในดินแดนไทย
คาชแ้ี จง : เลือกคาตอบท่ถี กู ตอ้ งท่ีสดุ เพยี งคาตอบเดยี ว
1. ใครเป็นผ้รู ิเริ่มเสนอแนวคดิ ทีว่ า่ ถน่ิ เดมิ ของชนชาตไิ ทยอยู่ในบรเิ วณตอนกลางของจนี
ก. รธู เบเนดกิ ต์ ข. อาร์ชบิ อลด์ รอสส์ คอลคนู
ค. ดร.วิลเลยี ม คลฟิ ตนั ดอดด์ ง. ศาสตราจารย์แตเรียง เดอ ลาคูเปอรี
2. แนวคิดเก่ียวกับถน่ิ เดิมของชนชาตไิ ทยในข้อ ใดทนี่ กั วิชาการในปัจจุบันยอมรับมากทสี่ ดุ
ก. ถิน่ เดมิ ของชนชาตไิ ทยอยแู่ ถบเทือกเขาอลั ไต
ข. ถนิ่ เดิมของชนชาติไทยอยู่บรเิ วณตอนใต้ของจีน
ค. ถน่ิ เดมิ ของชนชาติไทยอยใู่ นประเทศไทยปัจจุบนั
ง. ถ่นิ เดมิ ของชนชาตไิ ทยอยู่ในคาบสมทุ รมลายูและหมู่เกาะอนิ โดนเี ชีย
3. เพราะเหตใุ ดนกั วิชาการปัจจุบนั จงึ คัดคา้ นและปฏิเสธแนวคดิ ท่วี ่า “ถ่ินเดิมของชนชาติไทยอยู่
แถบเทือกเขาอลั ไต”
ก. ความคล้ายคลึงทางดา้ นภาษามเี หตผุ ลนอ้ ยเกนิ ไป
ข. สภาพภมู ิประเทศและภูมิอากาศบรเิ วณนไ้ี ม่เหมาะแก่การดารงชีพของคนไทย
ค. เทือกเขาอลั ไตเป็นทะเลทรายกว้างใหญแ่ ละทรุ กันดารไมน่ ่าจะมีผคู้ นอาศยั อยู่
ง. หลกั ฐานทางโบราณคดีทค่ี น้ พบ เช่น ส่งิ ของเครื่องใช้ เสื้อผา้ แตกต่างจากชนชาติไทย
4. นักวชิ าการไทยทสี่ นับสนุนว่า “ถิ่นเดมิ ของชนชาตไิ ทยอย่ใู นประเทศไทยปัจจุบัน” คอื ใคร
ก.หลวงวจิ ิตรวาทการ ข.นายแพทยส์ มศกั ด์ิ พันธส์ุ มบุญ
ค.ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ง. ศาสตราจารยน์ ายแพทยส์ ุด แสงวิเชียร
5. หลกั ฐานสาคญั ในขอ้ ใดที่นักวชิ าการใช้ยืนยันแนวคดิ ทว่ี า่ ถนิ่ เดมิ ของชนชาตไิ ทยอยู่ในประเทศ
ไทยปจั จุบัน
ก.ประติมากรรมสาริด ข.ขอ้ มูลทางด้านมานุษยวิทยา
ค.หลักฐานทางด้านภาษาศาสตร์ ง.โครงกระดูกมนษุ ยย์ ุคหินใหม่
6. อะไรเปน็ ปัจจยั สาคญั ท่ีมีอทิ ธพิ ลต่อการตดั สนิ ใจเลอื กต้งั ถิ่นฐานของมนุษย์ในดนิ แดนไทย
ก. ภูมิอากาศ ข. ลกั ษณะภูมิประเทศ
ค. ความปลอดภยั ในชวี ิต ง. ถูกทกุ ข้อ
7. เมืองโบราณสมัยทวารวดีเมืองใดทีอ่ ยทู่ างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ก. คบู ัว ข. พระรถ
ค. ศรเี ทพ ง. ฟ้าแดดสงยาง
แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หนา้ 95
8. พระอวโลกเิ ตศวรเป็นประติมากรรม ในสมัยใด
ก. ศรีวชิ ัย ข.ทวารวดี
ค.หริภุญชยั ง. ตามพรลงิ ค์
9. อาณาจกั รหรภิ ญุ ชัยต้งั อยู่ในลมุ่ นา้ อะไร
ก. ลมุ่ นา้ ปงิ ข. ลมุ่ นา้ มลู
ค. ลุ่มน้าตาปี ง. ลุม่ น้าเจา้ พระยา
10. ข้อใดกลา่ วถึงแคว้นละโวไ้ ด้ถูกต้อง
ก. ปกครองดว้ ยพระสงฆ์
ข. แผอ่ านาจไปทว่ั ภาคใต้ของไทย
ค. มลี พบรุ เี ป็นศูนย์กลางการปกครอง
ง. เปน็ แคว้นท่เี ขมรสรา้ งขึน้ เมื่อครัง้ ปกครองดนิ แดนในลมุ่ น้าเจ้าพระยา
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าประวัติศาสตร์ ส30161 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 หน้า 96
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 รฐั ไทยในดนิ แดนไทย เวลา 5 ช่วั โมง
ผังมโนทศั นเ์ ปา้ หมายการเรยี นรแู้ ละขอบข่ายภาระงาน/ชน้ิ งาน
ความรู้ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ
1. แควน้ โยนกเชยี งแสน ค่านยิ ม
2. แควน้ หริ ัญนครเงินยาง 1. มีวินัย
3. แควน้ พะเยา 2. ใฝเ่ รยี นรู้
4. อาณาจักรล้านนา 3. รับผดิ ชอบ
5. อาณาจักรสุโขทยั 4. มุง่ มั่นในการทางาน
6. แคว้นสุพรรณภมู ิ
7. อาณาจกั รอยธุ ยา รัฐไทยในดนิ แดนไทย
8. อาณาจกั รธนบรุ ี
ภาระงาน/ชน้ิ งาน ทกั ษะ/กระบวนการ
1. การทาแบบทดสอบ 1. การสื่อสาร
2. การนาเสนอผลงาน 2. การคิด
3. การอภิปราย 3. การใชเ้ ทคโนโลยี
4. การใช้กระบวนการกลุม่
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 97
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 รฐั ไทยในดินแดนไทย
ขั้นที่ 1 ผลลัพธป์ ลายทางที่ต้องการใหเ้ กดิ ขน้ึ กบั นกั เรยี น
ตวั ชี้วัดช่วงช้นั
• วิเคราะห์ประเดน็ สาคัญของประวัติศาสตร์ไทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
ความเขา้ ใจท่คี งทนของนักเรียน คาถามสาคัญที่ทาให้เกิดความเขา้ ใจท่คี งทน
นักเรียนจะเขา้ ใจวา่ ... รัฐและอาณาจักรตา่ ง ๆ ในดนิ แดนไทยมี
ดินแดนประเทศไทยมีผคู้ นต้งั หลกั แหลง่ มาตั้งแตส่ มยั ยุค ความสาคัญต่อประเทศไทยอยา่ งไร
หิน มีชุมชนต่าง ๆ ขยายตวั ตั้งบา้ นเมอื งขน้ึ เปน็ แควน้ และ
อาณาจักรของชนชาตติ า่ ง ๆ หลงั จากน้นั จึงเกิดรัฐของคน
ไทยขน้ึ
ความรู้ของนกั เรียนทีน่ าไปสู่ความเข้าใจท่ีคงทน นักเรียน ทักษะ/ความสามารถของนกั เรยี นที่นาไปสู่
จะร้วู า่ ... ความเขา้ ใจท่ีคงทน นกั เรยี นจะสามารถ...
1. คาสาคญั ได้แก่ รฐั ไทย ปราบดาภิเษก หางข้าว ไพร่ 1. อธบิ ายเก่ยี วกบั แคว้นโยนกเชยี งแสน แคว้น
หลวง เกณฑแ์ รงงาน เมืองอกแตก หิรัญนครเงนิ ยาง และแคว้นพะเยา
2. แควน้ โยนกเชียงแสนต้งั อยู่ใกลน้ า้ แม่กก ตามตานานสิง 2. รว่ มกนั อภิปรายเกย่ี วกับอาณาจกั รลา้ นนา
หนวัติกล่าววา่ ผู้ก่อตงั้ คือ สิงหนวัตกิ มุ าร แคว้นโยนกเชยี ง และอาณาจักรสโุ ขทัย
แสนมกี ษตั ริยป์ กครองสบื ต่อมาหลายพระองค์ ต่อมา 3. วเิ คราะหเ์ กยี่ วกับแคว้นสุพรรณภูมแิ ละ
เปลย่ี นชอื่ เป็นโยนกเชยี งแสน ตอ่ มาปลายพทุ ธศตวรรษที่ อาณาจกั รอยธุ ยา
16 แควน้ โยนกเชยี งแสนถูกคุกคามจากอาณาจักรพุกาม 4. อธบิ ายเรื่องราวของอาณาจักรธนบรุ ีและ
ประกอบกบั เกดิ แผ่นดนิ ไหวและอทุ กภัยครง้ั ใหญ่ ทาให้ รตั นโกสนิ ทร์
เมืองเชียงแสนจมนา้ กลายเป็นหนองน้าขนาดใหญ่ พระเจ้า
ไชยศิริจงึ สร้างเมืองใหม่ที่เมืองแปป (อยู่ในจังหวดั
กาแพงเพชร) ต้งั ช่ือวา่ เมอื งไตรตรงึ ส์
3. แควน้ หริ ัญนครเงินยาง ตงั้ ขนึ้ เมอ่ื ปลายพทุ ธ
ศตวรรษที่ 12 ตานานเมอื งเชยี งใหม่กล่าวว่า ปู่เจา้ ลาวจง
เปน็ ผ้สู รา้ งเมอื งหริ ัญนครเงนิ ยางในบริเวณลมุ่ น้ากกและตง้ั
ราชวงศล์ วจงั กราชขึน้ ประชากรส่วนใหญ่ของแคว้นน้ีมี
อาชีพทานา ราชวงศล์ วจังกราชปกครองแคว้นสืบตอ่ มา
จนถึงสมัยพระยามังราย พระองค์ได้ก่อต้ังอาณาจักร
ล้านนาและราชวงศ์มงั รายขน้ึ ใน พ.ศ. 1839 แคว้นหริ ญั
นครเงินยางจงึ กลายเป็นสว่ นหน่ึงของอาณาจกั รลา้ นนา
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 98
4. แคว้นพะเยา ต้ังข้ึนเม่ือประมาณ พ.ศ. 1640ขุนจอม
ธรรมเป็นผสู้ ร้างเมืองพะเยา กษตั ริยท์ ส่ี าคัญที่สดุ ของ
พะเยา คือ พระยางาเมืองเม่ือพระชนมายุได้ 16พรรษา
พระบดิ าสง่ ไปเรยี นวิชาท่ีสานักสุกทนั ตฤๅษีที่กรุงละโว้ เป็น
พระสหายร่วมสาบานของพระยามงั รายแห่งอาณาจักร
ลา้ นนาและพ่อขุนรามคาแหง มหาราชแหง่ อาณาจักร
สุโขทัย เมอ่ื พระยางาเมืองสวรรคต พ.ศ. 1861 พระยาคา
ลอื ซ่ึงเป็นพระราชโอรสข้นึ ครองราชยท์ าให้ความสัมพันธ์
ระหว่างรัฐท้งั 3 คือ พะเยา ลา้ นนา และสุโขทัยเสื่อมลง
และ พ.ศ. 1881 พระยาคาฟูแห่งล้านนาได้ชักชวนพระยา
กาวน่านยกทัพมาตีแควน้ พะเยา ทาใหแ้ ควน้ พะเยาถกู
รวมเข้ากับอาณาจักรล้านนา
5. อาณาจกั รลา้ นนา (พ.ศ. 1839–2442) ผูก้ ่อตง้ั คือ พระ
ยามังราย ได้สถาปนาราชวงศ์มังรายขน้ึ เม่ือ พ.ศ. 1839
พระราชกรณียกจิ พระยามงั รายคือสถาปนาอาณาจักร
ล้านนาและปกครองล้านนาใหม้ ีความเจริญรงุ่ เรือง ในด้าน
การปกครองบ้านเมืองทรงตรากฎหมายที่เรียกว่า มังราย
ศาสตร์ เพื่อใช้ควบคุมสังคมด้านศาสนามกี ารสรา้ งเจดยี ก์ ู่
คาหลวง วัดเจดีย์เหล่ยี มทเ่ี วียงกุมกาม สรา้ งพระอารามวดั
กานโถมหรือวดั ชา้ งคา และสร้างพระพุทธรูป 5 องค์
ลา้ นนามคี วามเจรญิ สงู สุดในสมยั พระเจา้ ติโลกราช ทรง
ขยายบ้านเมืองออกไปอย่างกวา้ งขวาง ในด้านศาสนาทรงสี
รา้ งวดั ปา่ แดงและวัดโพธาราม (วดั เจด็ ยอด) ต่อมามกี ารจัด
สังคายนาพระไตรปิฎกขึ้นที่วัดนี้ และได้อัญเชญิ พระแกว้
มรกตจากลาปางมาประดิษฐานท่เี ชยี งใหม่ด้วย นอกจากนี้
ยงั มกี ารเขียนตานานและชาดกตามอย่างลังกา เช่น
จามเทววี งศ์ สหิ งิ ค์ นิทานชินกาลมาลปี กรณ์ ตานานมูล
ศาสนา ตานานเมืองเชียงใหม่ ปัญญาสชาดก ต่อมา
อาณาจักรลา้ นนาถูกรวมเข้ากับอาณาจักรไทยในสมยั
รชั กาลที่ 5
6. อาณาจกั รสุโขทยั (พ.ศ. 1792–2006) เดิมพ่อขนุ ศรีนาว
นาถมุ เป็นผู้ปกครองเมืองสโุ ขทัย เมอ่ื พอ่ ขุนศรนี าว
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 99
นาถุมสรรคต ขอมสบาดโขลญลาพงไดย้ ดึ เมืองสโุ ขทัยไว้
พ่อขุนผาเมืองเจา้ เมืองราดพระราชโอรสของพ่อขนุ ศรนี าว
นาถมุ ร่วมมือกบั พ่อขนุ บางกลางหาวซงึ่ เปน็ พระสหายขับไล่
เขมรออกไป ต่อจากนนั้ พอ่ ขุนผาเมอื งได้อภิเษกพ่อขนุ บาง
กลางหาวเป็นผู้ปกครองสโุ ขทัย ทรงพระนามว่า พอ่ ขุนศรี
อนิ ทราทิตย์ เป็นปฐมกษัตรยิ ์แห่งราชวงศพ์ ระรว่ ง
อาณาจักรสุโขทยั มีความเจริญสงู สุดในสมัยพ่อขุน
รามคาแหงมหาราช ทงั้ ในด้านการเมืองการปกครอง
เศรษฐกิจ และสงั คมอาณาจักรสโุ ขทยั ดารงอยู่ 214 ปี ก็ถูก
รวมเข้ากบั อาณาจักรอยธุ ยาใน พ.ศ. 2006
7. แควน้ สุพรรณภูมิ (พุทธศตวรรษที่ 18–พ.ศ. 1893)
เป็นแควน้ ขนาดใหญ่ อยูท่ างแถบแมน่ า้ น้อย ท่าจีน แม่
กลอง เพชรบุรี กษตั ริย์สพุ รรณภูมมิ พี ระนามเรยี ก
โดยเฉพาะว่า สมเดจ็ พระบรมราชาธิราช สว่ นเจา้ เมอื ง
ลูกหลวงเรียกว่า พระอนิ ทราชา ชาวสุพรรณภูมสิ ่วนใหญ่
นบั ถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ตอ่ มาพุทธศตวรรษท่ี
19 พระเจ้าอู่ทองไดส้ รา้ งความสัมพนั ธอ์ นั ดีกบั แควน้
สพุ รรณภมู ิและแควน้ ละโวแ้ ลว้ รวมเป็นแควน้ เดียวกนั ต้ัง
เปน็ อาณาจักรอยุธยา
8. อาณาจกั รอยธุ ยา (พ.ศ. 1893–2310) ปฐมกษัตริย์ คือ
สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีท่ี 1พระมหากษัตริย์องค์สาคัญ เชน่
สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช ด้านการเมืองในสมัยอยธุ ยา
ได้มกี ารปฏิรูปการปกครองในสมัยสมเด็จพระบรมไตร
โลกนาถ ดา้ นเศรษฐกจิ ขึน้ อยกู่ บั การเกษตร การติดตอ่
คา้ ขายกับต่างประเทศ ดา้ นสงั คม มีการจัดโครงสร้างทาง
สงั คมเป็นแบบเจา้ ขุนมลู นาย มีการแบ่งชนช้ันในสังคมเปน็
2 ระบบ คือระบบไพร่และระบบศกั ดนิ า กรุงศรีอยุธยาเสยี
แก่พมา่ คร้งั ท่ี 2 ใน พ.ศ. 2310 ทาให้อาณาจักรอยธุ ยาล่ม
สลายลง รวมเวลาทอี่ าณาจักรน้ีดารงอยู่ได้ 417 ปี
9. อาณาจักรธนบรุ ี พ.ศ. 2310–2325) ใน พ.ศ. 2309
กอ่ นกรงุ ศรีอยุธยาเสียแก่พม่าคร้ังที่ 2 พระยาตาก (สิน) ได้
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 100
เขา้ มาชว่ ยรกั ษาพระนครเหน็ ว่ากรงุ ศรีอยธุ ยาเสียแกพ่ ม่า
แนจ่ ึงไดน้ ากาลงั พล 500 นาย ตฝี า่ วงล้อมของพม่าหนีไป
ทางตะวันออกไปตั้งมน่ั ทเ่ี มอื งจนั ทบุรี เมือ่ รวบรวมกาลงั พล
ไดม้ ากพอก็ได้ยกทัพมาตีพมา่ ทธ่ี นบุรี และสามารถกอบกู้
เอกราชได้สาเรจ็ พระยาตากได้ปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์
ทรงพระนามว่า สมเดจ็ พระบรมราชาที่ 4 ต่อมาได้รับการ
ยกยอ่ งวา่ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
10. อาณาจักรรัตนโกสนิ ทร์ (พ.ศ.2325ถึงปัจจบุ ัน)
สถาปนาขนึ้ โดยพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช ซ่งึ เป็นบรมกษตั รยิ ์แห่งราชวงศ์จักรี มลี ักษณะ
ทางการเมอื ง เศรษฐกจิ และสังคมเปล่ยี นแปลงไป
ตามลาดบั โดยเรมิ่ ต้ังแต่สมยั รัตนโกสนิ ทรต์ อนตน้ สมัย
ปรบั ปรงุ ประเทศให้ทันสมัย และสมัยหลงั การเปลย่ี นแปลง
การปกครอง พ.ศ. 2475 จนถึงปจั จุบัน
ขน้ั ที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรยี นรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงวา่ นกั เรยี นมีผลการเรยี นรู้
ตามท่ีกาหนดไว้อย่างแทจ้ ริง
1. ภาระงานท่ีนกั เรยี นตอ้ งปฏิบัติ
1.1 สืบค้นข้อมลู เกย่ี วกับแควน้ โยนกเชยี งแสน แคว้นหริ ัญนครเงนิ ยาง และแคว้นพะเยา
1.2 อภปิ รายเกีย่ วกบั อาณาจกั รล้านนาและอาณาจกั รสโุ ขทยั
1.3 ระดมสมองวิเคราะหแ์ ควน้ สุพรรณภมู ิและอาณาจกั รอยธุ ยา
1.4 ศกึ ษาค้นคว้าข้อมลู เกย่ี วกับอาณาจักรรัตนโกสินทร์
2. วธิ ีการและเครือ่ งมือประเมินผลการเรียนรู้
2.1 วธิ กี ารประเมินผลการเรยี นรู้ 2.2 เคร่อื งมือประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1) การทดสอบ 1) แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น
2) การประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ 2) แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบุคคลหรอื เปน็ กลุม่
รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3) แบบประเมินด้านคณุ ธรรม จริยธรรม และค่านยิ ม
3) การประเมนิ ด้านคณุ ธรรม 4) แบบประเมินดา้ นทักษะ/กระบวนการ
จริยธรรมและคา่ นิยม
4) การประเมินดา้ นทักษะ/
กระบวนการ
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 101
3. ส่ิงที่มุ่งประเมิน
3.1 ความเขา้ ใจ 6 ดา้ น ได้แก่ การอธิบาย ชแี้ จง การแปลความและตีความ การประยุกต์ ดัดแปลง และ
นาไปใช้ การมีมมุ มองท่ีหลากหลาย การใหค้ วามสาคัญและใสใ่ จในความรสู้ ึกของผอู้ ืน่ และการรูจ้ ักตนเอง
3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ เชน่ การส่ือสาร การคดิ การแกป้ ัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี กระบวนการกลมุ่
3.3 คุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยม เช่น รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่ือสตั ย์สจุ ริต มีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ อยูอ่ ย่าง
พอเพียง มงุ่ ม่ันในการทางาน รักความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ
ขน้ั ที่ 3 แผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 แคว้นโยนกเชียงแสน แคว้นหริ ญั นครเงนิ ยางและแควน้ พะเยา เวลา 1 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7 อาณาจกั รลา้ นนาและอาณาจักรสุโขทัย เวลา 1 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8 แควน้ สุพรรณภมู ิและอาณาจักรอยธุ ยา เวลา 1 ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 9 อาณาจักรธนบรุ แี ละรตั นโกสนิ ทร์ เวลา 2 ชว่ั โมง
แผนการจัดการเรียนรูว้ ชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 102
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6
แคว้นโยนกเชยี งแสน แควน้ หริ ัญนครเงนิ ยาง และแควน้ พะเยา
สาระท่ี 4 ประวตั ิศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 รฐั ไทยในดนิ แดนไทย เวลา 1 ชวั่ โมง
1. สาระสาคญั
แควน้ โยนกเชียงแสนต้งั อยู่ใกล้นา้ แมก่ ก ตามตานานสงิ หนวัติกล่าวว่าผ้กู ่อตัง้ คือ สงิ หนวัติ
กุมาร แควน้ โยนกเชียงแสนมีกษตั ริย์ปกครองสบื ตอ่ มาหลายพระองค์ ต่อมาปลายพุทธศตวรรษที่ 16
แควน้ โยนกเชียงแสนถูกคุกคามจากอาณาจักรพุกามประกอบกบั เกิดแผ่นดนิ ไหวและอุทกภยั ครั้งใหญ่
ทาให้เมืองเชยี งแสนจมนา้ กลายเป็นหนองน้าขนาดใหญ่ พระเจา้ ไชยศริ จิ งึ สร้างเมืองใหม่ทเ่ี มอื งแปป
(อยูใ่ นจงั หวัดกาแพงเพชร) ต้ังช่อื ว่า เมอื งไตรตรงึ ส์
แคว้นหริ ญั นครเงินยาง ต้ังขึ้นเมอื่ ปลายพุทธศตวรรษท่ี 12 ตานานเมอื งเชียงใหม่กล่าวว่า ปู่
เจ้าลาวจงเป็นผสู้ ร้างเมอื งหิรัญนครเงนิ ยางในบรเิ วณล่มุ น้ากกและต้งั ราชวงศล์ วจังกราชขึน้ ประชากร
ส่วนใหญข่ องแคว้นนี้มีอาชีพทานา ราชวงศ์ลวจังกราชปกครองแควน้ สืบต่อมาจนถงึ สมัยพระยามัง
ราย พระองค์ได้ก่อตั้งอาณาจักรล้านนาและราชวงศ์มังรายขนึ้ ใน พ.ศ. 1839 แคว้นหริ ญั นครเงินยาง
จงึ กลายเปน็ ส่วนหน่งึ ของอาณาจักรลา้ นนา
แคว้นพะเยา ตั้งขน้ึ เม่ือประมาณ พ.ศ. 1640 ขุนจอมธรรมเป็นผสู้ รา้ งเมืองพะเยา ตาม
ตานานเมอื งพะเยาเล่าว่า พระยาลาวเงนิ หรือขนุ เงิน เปน็ ปฐมกษตั รยิ ์ กษัตริยท์ ่ีสาคัญทส่ี ุดของพะเยา
คอื พระยางาเมือง เมือ่ พระชนมายุได้ 16 พรรษา พระบิดาสง่ ไปเรยี นวชิ าท่สี านักสกุ ทนั ตฤๅษที ี่กรงุ
ละโว้ เปน็ พระสหายรว่ มสาบานของพระยามงั รายแห่งอาณาจกั รลา้ นนาและพ่อขุนรามคาแหง
มหาราชแหง่ อาณาจกั รสุโขทัย เมือ่ พระยางาเมืองสวรรคต พ.ศ. 1861 พระยาคาลือซ่ึงเป็นพระราช
โอรสข้นึ ครองราชย์ทาให้ความสมั พนั ธ์ระหว่างรัฐทั้ง 3 คอื พะเยา ล้านนา และสโุ ขทยั เสื่อมลง และ
พ.ศ. 1881 พระยาคาฟูแห่งล้านนาไดช้ กั ชวนพระยากาวน่านยกทพั มาตีแควน้ พะเยา ทาใหแ้ คว้น
พะเยาถูกรวมเขา้ กับอาณาจกั รล้านนา
2. ตัวชี้วัดช่วงช้ัน
• วิเคราะหป์ ระเด็นสาคญั ของประวตั ศิ าสตรไ์ ทย (ส 4.3 ม. 4-6/1)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายเรอื่ งราวเกีย่ วกบั แคว้นโยนกเชียงแสน หิรัญนครเงนิ ยาง และแคว้นพะเยาได้ (K)
2. มีความสนใจใฝ่ร้ทู ี่จะศกึ ษาเรอื่ งแควน้ โยนกเชยี งแสน หริ ัญนครเงนิ ยาง และแควน้ พะเยา(A)
3. สบื ค้นข้อมลู และวเิ คราะห์แคว้นโยนกเชยี งแสน หริ ญั นครเงนิ ยาง และแคว้นพะเยาได้
ถกู ต้องและเหมาะสม (P)
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6 หน้า 103
4. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
ค่านยิ ม (A)
1. ทดสอบก่อนเรียน • ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ • ประเมินพฤติกรรมในการ
2. ซักถามความรู้เรื่อง แควน้ ทางานเปน็ รายบุคคลในด้าน ทางานเป็นรายบุคคลและเปน็
โยนกเชยี งแสน หิรญั นครเงิน ความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ ฯลฯ กลุม่ ในดา้ นการสื่อสาร การคิด
ยาง และแคว้นพะเยา การแก้ปัญหา ฯลฯ
3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น
รายบคุ คลหรือเป็นกลมุ่
5. สาระการเรียนรู้
1. แควน้ โยนกเชียงแสน
2. หริ ญั นครเงนิ ยาง
3. แคว้นพะเยา
6. แนวทางบรู ณาการ
ภาษาไทย ฟงั พดู อ่าน เขียน เรอื่ งแควน้ โยนกเชียงแสน หิรัญนครเงนิ ยาง และ
แควน้ พะเยา
การงานอาชีพฯ สบื ค้นขอ้ มลู เก่ียวกบั แคว้นโยนกเชยี งแสน หริ ัญนครเงินยาง และแควน้
พะเยา
ศลิ ปะ จัดปา้ ยนเิ ทศเกี่ยวกับแคว้นโยนกเชียงแสน หริ ัญนครเงินยาง และ
แควน้ พะเยา
7. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ข้ันที่ 1 นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครูแจ้งตวั ชี้วดั ช่วงชั้นและจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ให้นกั เรียนทราบ
2. ครูใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน
3. ครซู ักถามนักเรียนว่า ก่อนทค่ี นไทยจะมาตัง้ ถน่ิ ฐานในดินแดนนี้ เคยเป็นอย่างไรมาก่อน
นักเรยี นตอบ จากนนั้ ครูสรปุ เพื่อเช่ือมโยงเขา้ สูเ่ น้ือหาท่จี ะเรียน
ขนั้ ท่ี 2 กิจกรรมการเรยี นรู้
4. ครูสนทนากบั นักเรยี นเกี่ยวกบั แคว้นโยนกเชยี งแสน แคว้นหริ ญั นครเงนิ ยาง และแควน้
พะเยา
5. ครูใหน้ กั เรยี นศึกษาคน้ ควา้ เก่ียวกบั แควน้ โยนกเชยี งแสน แควน้ หิรัญนครเงนิ ยาง และ
แควน้ พะเยา ครถู ามคาถามนักเรยี น ตัวอย่างคาถาม
1) ตานานสิงหนวตั เิ ก่ยี วขอ้ งกบั แควน้ ใด
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 104
2) เพราะเหตุใดพระยามังรายจงึ ต้องการแควน้ หริภญุ ชัย
3) ชินกาลมาลปี กรณเ์ กย่ี วข้องกับแคว้นใด
4) แควน้ โยนกเชยี งแสน แคว้นหิรญั นครเงนิ ยาง แควน้ พะเยามีความเกย่ี วข้องสัมพนั ธ์กนั
อย่างไรจากนนั้ นักเรียนตอบคาถามแล้วครูอธบิ ายเพ่ิมเติม
6. ครใู หน้ ักเรยี นแบ่งออกเปน็ 3 กล่มุ แต่ละกลมุ่ สบื คน้ และวเิ คราะหข์ ้อมูลเกีย่ วกับเร่ือง
ต่อไปน้ี
กลุ่มท่ี 1 แคว้นโยนกเชียงแสน
กลมุ่ ที่ 2 หิรัญนครเงินยาง
กล่มุ ที่ 3 แคว้นพะเยา
7. ครูใหแ้ ตล่ ะกลุ่มวิเคราะห์สรุป แล้วบนั ทกึ ผลการสบื คน้ จากนนั้ นามารายงานให้เพื่อนฟัง
แล้วเพอ่ื น แสดงความคดิ เห็น
8. ในขณะปฏบิ ัติกจิ กรรมของนักเรยี น ให้ครูสังเกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอ
ผลงานของนักเรยี นตามแบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเปน็ รายบคุ คลหรือเปน็ กลุ่ม
ขั้นที่ 3 ฝึกฝนผเู้ รยี น
9. ครูใหน้ ักเรียนทากจิ กรรมที่เกย่ี วกบั แควน้ โยนกเชียงแสน แควน้ หริ ญั นครเงนิ ยาง แควน้
พะเยาและช่วยกันเฉลยคาตอบ
ขั้นท่ี 4 นาไปใช้
10. ครูให้นักเรียนจัดป้ายนเิ ทศเก่ยี วกบั แคว้นโยนกเชียงแสน แควน้ หริ ญั นครเงนิ ยาง แควน้
พะเยา เพื่อเผยแพร่ความรู้
ข้นั ที่ 5 สรุป
11. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ความรเู้ รอื่ ง แคว้นโยนกเชยี งแสน แคว้นหริ ัญนครเงินยาง
แคว้นพะเยาลงในสมุด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 4–6 คน ร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับแควน้ โยนกเชยี งแสน
แคว้นหิรัญนครเงินยาง แคว้นพะเยา และนาข้อมูลมาแลกเปล่ยี นเรยี นรกู้ ันในชัน้ เรยี น
9. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
2. แบบบันทกึ ผลการสบื ค้นข้อมูลเร่ือง แคว้นโยนกเชียงแสน แควน้ หิรัญนครเงนิ ยาง แคว้น
พะเยา
3. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ประวตั ศิ าสตร์ ม. 4–6 เลม่ 1 บริษทั สานกั พิมพ์วัฒนา
พานชิ จากดั
4. แบบฝกึ ทักษะ รายวิชาพนื้ ฐาน ประวตั ศิ าสตร์
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หน้า 105
แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 รัฐไทยในดินแดนไทย
คาชแ้ี จง : เลอื กคาตอบท่ถี ูกตอ้ งที่สดุ เพียงคาตอบเดียว
1. รัฐไทยท่ตี ง้ั ข้นึ ในดินแดนไทยซ่ึงมีอายุเก่าแก่ มากท่ีสดุ คือรฐั อะไร
ก. แควน้ พะเยา ข. แควน้ สพุ รรณภมู ิ
ค. แควน้ โยนกเชยี งแสน ง. แคว้นหิรญั นครเงนิ ยาง
2. บุคคลสาคัญท่ีทาให้แควน้ หริ ัญนครเงนิ ยางมคี วามมนั่ คงและขยายอานาจออกไปอยา่ ง
กวา้ งขวางคอื ใคร
ก. พระยาลาว ข. ปู่เจา้ ลาวจง
ค. พระยามังราย ง. พระยาลาวเม็ง
3. พระยางาเมอื งแห่งแควน้ พะเยามคี วามสัมพันธ์กบั พระมังรายในฐานะอะไร
ก. เปน็ ญาติผนู้ อ้ ง ข. เปน็ พระราชโอรส
ค. เป็นมิตรรว่ มสาบาน ง. เป็นผ้รู ว่ มกอ่ ต้งั แคว้นพะเยา
4. พระบรมราชานสุ าวรีย์สามกษัตริย์ที่จงั หวัดเชียงใหม่แสดงเหตกุ ารณ์เกย่ี วกบั อะไร
ก. การสรา้ งเมืองเชยี งใหม่ ข. การทาสัญญาเปน็ มติ รรว่ มสาบานกนั
ค. การสร้างมณฑปพระบรมธาตหุ รภิ ญุ ชัย ง. การวางแผนขยายอาณาเขตเมืองเชียงใหม่
5. อาณาจักรลา้ นนามีความเจรญิ สูงสดุ ในสมัยของใคร
ก. พระยามังราย ข. พระเจ้ากือนา
ค. พระเจา้ ตโิ ลกราช ง. พระยาเกศเชษฐราช
6. รัฐใดท่ีถกู รวมเขา้ เปน็ ส่วนหนึง่ ของราชอาณาจกั รไทยในสมัยรชั กาลท่ี 5 แหง่ กรุงรัตนโกสนิ ทร์
ก. แคว้นพะเยา ข. อาณาจกั รล้านนา
ค. อาณาจกั รสโุ ขทัย ง. แควน้ สุพรรณภูมิ
7. ข้อใด ไม่ใช่ ปัจจัยภายในทม่ี สี ่วนทาให้อาณาจักรสุโขทยั มีฐานะเป็นผูน้ าของกลุ่มคนไทย
ในชว่ งระยะเวลาหนึ่ง
ก. มที าเลทีต่ ง้ั เหมาะสม ข. คนไทยสามัคคแี ละเสียสละ
ค. ผนู้ ามคี วามสามารถและเป็นนักปราชญ์ ง. มกี ารตดิ ตอ่ สัมพนั ธ์กับจีนในระบบบรรณาการ
8. พระราชกรณยี กิจของพ่อขนุ รามคาแหงมหาราชท่ีเปน็ รากฐานสาคัญของวฒั นธรรมไทยคอื อะไร
ก. การประดิษฐอ์ กั ษรไทย
ข. การทานบุ ารุงพระพุทธศาสนา
ค. การขยายอาณาเขตไปสดุ แหลมมลายู
ง. การใหแ้ ขวนกระดง่ิ หน้าประตูวงั เพ่ือใหป้ ระชาชนมาส่ันร้องทกุ ข์
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 106
9. รปู แบบการปกครองทนี่ ามาใช้ในสมยั สุโขทัยตอนปลายคอื อะไร
ก. ธรรมราชา ข. ประชาธปิ ไตย
ค. พ่อปกครองลูก ง. สมบรู ณาญาสิทธริ าชย์
10. หลกั ฐานข้อใดทีแ่ สดงให้เห็นวา่ ชาวสพุ รรณภมู นิ ับถือพระพทุ ธศาสนานกิ ายมหายาน
ก. การสรา้ งวดั แบบอยุธยา ข. การสร้างปรางค์แบบลพบรุ ี
ค. การสรา้ งพระพุทธรปู แบบสุโขทยั ง. การสร้างพระสถปู เจดยี ์แบบทวารวดี
11. ปจั จัยภายนอกทเ่ี ออื้ ต่อการสถาปนาอาณาจักรอยุธยาได้สาเร็จคอื อะไร
ก. เขมรหมดอทิ ธพิ ล
ข. การตง้ั อยู่ในทาเลที่เหมาะสม
ค. ความสามคั คีและความเสยี สละของคนไทย
ง. แคว้นสุพรรณภมู ิและแคว้นละโว้ ใหค้ วามชว่ ยเหลือ
12. ข้ออะไรไม่ใช่พ้ืนฐานทางเศรษฐกิจทก่ี ่อใหเ้ กดิ รายได้หลักของอาณาจกั รอยธุ ยา
ก. การคา้ ข. การเกษตร
ค. หัตถกรรม ง. การเก็บภาษีอากร
13. ข้อใดไมใ่ ช่สาเหตุทท่ี าใหเ้ สียกรุงศรอี ยธุ ยาคร้ังท่ี 2 พ.ศ. 2310
ก. การแย่งชิงอานาจในราชสานกั ข.การดอ้ ยประสทิ ธิภาพในการรบ
ค. ชาตติ ะวนั ตกไม่ให้การสนับสนุนดา้ นอาวุธ ง. พระมหากษตั รยิ ข์ าดพระปรีชาสามารถทางการรบ
14. เหตุการณใ์ ดเป็นการยา้ เตือนว่าถงึ เวลาเปลย่ี นแปลงรูปแบบการปกครองเป็นระบอบ
ประชาธปิ ไตย
ก. กบฏบวรเดช ข. กบฏ ร.ศ 130
ค. วกิ ฤตการณ์ ร.ศ. 112 ง. คากราบบังคมทลู ของกลุม่ กา้ วหนา้ ร.ศ. 103
15. สาเหตุสาคัญทีท่ าให้รัชกาลที่ 5 ต้องปฏิรูปโครงสร้างสังคมไทยคอื อะไร
ก. การเรียกร้องของเหลา่ ขนุ นาง
ข. การคุกคามของจักรวรรดนิ ยิ มตะวนั ตก
ค. การรกั ษาความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์
ง. การสรา้ งอารยธรรมใหส้ อดคลอ้ งกับอารยธรรมตะวนั ตก
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 107
แบบบันทึกการสืบค้นข้อมลู
เรื่อง แคว้นโยนกเชียงแสน แคว้นหิรญั นครเงนิ ยาง แควน้ พะเยา
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 6 เร่อื ง แควน้ โยนกเชียงแสน แคว้นหิรญั นครเงนิ ยาง และแควน้ พะเยา
ตวั ชวี้ ัดช่วงช้นั : วิเคราะหป์ ระเด็นสาคัญของประวัติศาสตร์ไทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
คาชี้แจง : แบ่งกลมุ่ ออกเป็น 4 กลมุ่ แต่ละกลุ่มสืบคน้ ข้อมูลเก่ยี วกับเรอ่ื ง แควน้ โยนกเชยี งแสน
แควน้ หิรัญนครเงนิ ยาง แคว้นพะเยาจากหนังสอื พิมพ์ หรืออนิ เทอร์เน็ต บนั ทึกผลการ
นาเสนอผลงานในรูปแบบต่าง ๆ ที่ชว่ ยกันคดิ ข้ึน
1. แคว้นโยนกเชียงแสน
สงิ หนวัตกิ ุมำรเป็นผสู้ รำ้ งเมืองนำคพนั ธสุ งิ หนวัตนิ ครข้ึนในบรเิ วณใกล้ลุ่มแม่น้ำกกและแม่นำ้
โขง เร่อื งรำวของแคว้นนป้ี รำกฏในตำนำน เชน่ ตำนำนสิงหนวตั ิ ตำนำนเชียงแสน
2. แควน้ หริ ญั นครเงนิ ยาง
ป่เู จ้ำลำวจกเปน็ ผู้กอ่ ตั้งเมืองหริ ญั นครหรือเมืองเงินยำง และตัง้ รำชวงศล์ วจงั กรำชขนึ้ รำชวงศ์
นีป้ กครองบ้ำนเมืองมำจนถึงสมยั ของพระยำมงั รำย ได้รวบรวมดินแดนแถบนี้ต้ังอำณำจกั รลำ้ นนำ
แควน้ หิรญั นครเงนิ ยำงจึงกลำยเป็นสว่ นหน่ึงของอำรำจักรล้ำนนำ
3. แควน้ พะเยา
ตำนำนเมอื งพะเยำกล่ำววำ่ ขุนจอมธรรมเป็นผู้สรำ้ งเมืองพะเยำขนึ้ ท่เี ชงิ ดอยด้ำนใกล้แม่น้ำองิ
กษัตริย์องค์ที่ 11 คือ พระยำงำเมอื งเปน็ พระสหำยกับพอ่ ขุนรำมคำแหงมหำรำชแหง่ สุโขทัย และ
พระยำมังรำยแห่งลำ้ นนำ
กลุม่ ท่ี หอ้ ง
สมาชิกกลุ่ม
1. 4.
2. 5.
3. 6.
7. 8.
แผนการจัดการเรียนรู้วชิ าประวัติศาสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 108
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบุคคล
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เร่อื ง
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี
ชัน้ วนั เดือน พ.ศ.
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ชื่อ–สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรปุ ผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความ
เหมาะสม หรืออาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจดั การเรียนร้วู ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หน้า 109
แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ กล่มุ
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรื่อง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ หน่วยการเรียนรู้ที่
ชน้ั วัน เดอื น พ.ศ.
กลมุ่ ท่ี
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
ุจดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ
การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม
หรอื อาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน้า 110
แบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเป็นรายบคุ คล
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี
ชั้น วัน เดือน พ.ศ.
คาช้ีแจง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรยี น โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมที่นักเรยี นปฏบิ ัติ
รายการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเ ืพ่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเ ็หน 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเ ็หนของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑด์ ังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 111
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นกลุม่
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เร่อื ง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี
ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.
คาชีแ้ จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรยี น โดยเขยี นเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ช่อื –สกุล แ ่บงงาน ักนรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมาชิกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันปรับปรุงผลงานด้วยความเต็มใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตวั อย่าง)
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดงั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวัติศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 112
มิตคิ ุณภาพของการบนั ทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผลการบันทึกผลงานโดยใช้มาตราสว่ นประเมนิ ค่า 4 ระดับ ดังนี้
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
– บนั ทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขียนบันทึกได้ชัดเจน แนวคดิ หลกั 4
ถกู ต้อง มีประเดน็ สาคัญครบถว้ น
– ใช้ภาษาได้อยา่ งเหมาะสม คาศพั ท์ถกู ต้อง
– บนั ทกึ ผลงานได้ถกู ต้องตามจุดประสงค์ เขียนบนั ทึกท่มี บี างสว่ นยังไมช่ ดั เจน 3
แนวคดิ หลักถูกตอ้ ง สว่ นทเี่ ป็นประเดน็ สาคัญมไี ม่ครบถ้วน
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไมถ่ ูกต้องในบางสว่ น
– บนั ทกึ ผลงานยึดตามจุดประสงค์ เขยี นบันทกึ ไม่ชดั เจน แนวคิดหลักบางส่วน 2
ไม่ถูกตอ้ ง สว่ นทีเ่ ป็นประเดน็ สาคัญมีไมค่ รบถ้วน
– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไม่ถูกต้องในบางสว่ น
– บันทกึ ผลงานไม่สอดคล้องกับจุดประสงค์ เขยี นบันทึกไม่ชัดเจน และแนวคดิ 1
หลักสว่ นใหญไ่ มถ่ ูกต้อง
– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไม่ถูกตอ้ ง
แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 113
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 7
อาณาจักรลา้ นนาและอาณาจกั รสโุ ขทยั
สาระท่ี 4 ประวตั ศิ าสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 รฐั ไทยในดินแดนไทย เวลา 1 ช่ัวโมง
1. สาระสาคญั
อาณาจักรล้านนา (พ.ศ. 1839–2442) ผู้ก่อตั้งอาณาจักรล้านนา คือ พระยามงั ราย ได้
สถาปนาราชวงศม์ ังรายขึน้ เม่ือ พ.ศ. 1839 พระราชกรณยี กิจของพระยามงั รายคือการสถาปนา
อาณาจักรลา้ นนาและปกครองลา้ นนาใหม้ คี วามเจริญรุ่งเรอื ง ในด้านการปกครองบา้ นเมืองทรงตรา
กฎหมายทเ่ี รียกว่า มังรายศาสตร์ เพอ่ื ใช้ควบคุมสังคม ดา้ นศาสนา มกี ารสร้างเจดีย์กูค่ าหลวง วัด
เจดีย์เหลย่ี มทีเ่ วียงกุมกาม สร้างพระอารามวดั กานโถมหรือวดั ชา้ งคา และสร้างพระพทุ ธรูป 5 องค์
ล้านนามคี วามเจรญิ สูงสุดในสมัยพระเจ้าติโลกราช ทรงขยายบา้ นเมอื งออกไปอยา่ งกว้างขวาง ในด้าน
ศาสนาทรงสรา้ งวัดป่าแดงและวดั โพธาราม (วัดเจด็ ยอด และมกี ารจัดสังคายนาพระไตรปฎิ กขนึ้ ท่ีวดั นี้
และได้อัญเชิญพระแกว้ มรกตจากลาปางมาประดิษฐานที่เชียงใหมดว้ ย นอกจากนยี้ ังมกี ารเขียน
ตานานและชาดกตามอย่างลงั กา เช่น จามเทวีวงศ์ สิหิงคนิทาน ชนิ กาลมาลีปกรณ์ ตานานมูลศาสนา
ตานานเมอื งเชยี งใหม่ ปัญญาสชาดก ตอ่ มาอาณาจักรลา้ นนาถกู รวมเข้ากับอาณาจักรไทยในสมัย
รชั กาลที่ 5
อาณาจักรสุโขทัย (พ.ศ. 1792–2006) เดิมพ่อขนุ ศรีนาวนาถุมเป็นผู้ปกครองเมืองสุโขทัย
เมอื่ พ่อขนุ ศรนี าวนาถุมสรรคต ขอมสบาดโขลญลาพงได้ยดึ เมืองสุโขทัยไว้ พ่อขุนผาเมืองเจา้ เมอื งราด
พระราชโอรสของพ่อขุนศรีนาวนาถมุ รว่ มมือกับพ่อขนุ บางกลางหาวซึ่งเปน็ พระสหายขบั ไล่เขมร
ออกไป ตอ่ จากนน้ั พ่อขุนผาเมืองได้อภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวเปน็ ผู้ปกครองสโุ ขทยั ทรงพระนามวา่
พอ่ ขนุ ศรีอินทราทติ ย์ เปน็ ปฐมกษัตริย์แหง่ ราชวงศ์พระรว่ ง อาณาจกั รสโุ ขทยั มคี วามเจริญสงู สุดใน
สมัยพ่อขนุ รามคาแหงมหาราช ท้ังในด้านการเมอื งการปกครอง เศรษฐกิจ และสังคม อาณาจกั ร
สโุ ขทัยดารงอยู่ 214 ปี ก็ถูกรวมเข้ากับอาณาจักรอยธุ ยาใน พ.ศ. 2006
2. ตัวช้ีวดั ช่วงชน้ั
• วเิ คราะห์ประเดน็ สาคญั ของประวัตศิ าสตรไ์ ทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกความเป็นมาของอาณาจกั รลา้ นนาและอาณาจกั รสโุ ขทัย (K)
2. ตระหนักและเหน็ ความสาคญั ของอาณาจักรล้านนาและอาณาจักรสุโขทยั (A)
3. อภิปรายและวิเคราะห์เก่ยี วกบั อาณาจักรล้านนาและอาณาจกั รสุโขทยั (P)
แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 114
4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม และ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
คา่ นยิ ม (A)
1. ซกั ถามความรูเ้ รื่อง • ประเมนิ พฤติกรรมในการ • ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ
อาณาจักรลา้ นนาและ ทางานเปน็ รายบุคคลในดา้ น ทางานเปน็ รายบุคคลและเป็น
อาณาจักรสโุ ขทัย ความมวี นิ ัย ใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ กลุม่ ในด้านการสือ่ สาร การคิด
2. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น การแก้
รายบุคคลหรือเป็นกลุม่ ปญั หา ฯลฯ
5. สาระการเรียนรู้
1. อาณาจกั รล้านนา
2. อาณาจกั รสุโขทัย
6. แนวทางบูรณาการ
ภาษาไทย ฟัง พูด อา่ น เขียนเกยี่ วกับอาณาจักรล้านนาและอาณาจักรสโุ ขทัย
ศิลปะ จัดป้ายนิเทศเก่ยี วกับอาณาจักรลา้ นนาและอาณาจกั รสโุ ขทยั
7. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ข้นั ที่ 1 นาเขา้ สูบ่ ทเรียน
1. ครูแจง้ ตัวชวี้ ดั ชว่ งชนั้ และจุดประสงค์การเรยี นรู้ใหน้ ักเรียนทราบ
2. ครูใหน้ ักเรียนดูภาพพระบรมราชานุสาวรียส์ ามกษัตริย์ (พระยางาเมือง พระยามังราย
และพ่อขนุ รามคาแหงมหาราช) แลว้ ถามวา่ นกั เรียนเคยเห็นหรอื ไม่ นักเรียนชว่ ยกนั ตอบ ครูสรปุ เพ่อื
เชอื่ มโยงเขา้ ส่เู น้ือหาทจี่ ะเรียน
ข้นั ที่ 2 กจิ กรรมการเรยี นรู้
3. ครสู นทนากับนักเรยี นเกีย่ วกับอาณาจักรล้านนาและอาณาจักรสโุ ขทัย
4. ให้นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 4-6 คน ร่วมกันวิเคราะหแ์ ละอภิปรายแสดงความคิดเห็นใน
ประเด็นต่อไปน้ี
1) อาณาจักรลา้ นนาความสมั พนั ธ์แนน่ แฟน้ กบั รัฐใดบา้ ง
2) มงั รายศาสตร์มีความสาคญั อยา่ งไร
3) อาณาจกั รสโุ ขทัยมคี วามเจรญิ สูงสดุ ในสมัยใด
4) อาณาจกั รสุโขทัยมกี ารปกครองแบบใด
5) เพื่อนจงู ววั ไปค้ำ ข่มี ้ำไปขำย ใครจักใครค่ ้ำช้ำง ค้ำ ใครจักใครค่ ำ้ ม้ำ คำ้ ใครจกั ใคร่ค้ำ
เงอื นคำ้ ทองค้ำ หมายความวา่ อยา่ งไร
5. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ เขียนคาถามลงในกระดาษแลว้ สง่ ตัวแทนออกมานาเสนอผลงาน
ด้วยรปู แบบที่นา่ สนใจ และนาผลงานมาติดทีป่ า้ ยนเิ ทศจากน้ันครูอธิบายเพิ่มเติม
แผนการจัดการเรียนรู้วชิ าประวัตศิ าสตร์ ส30161 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หนา้ 115
6. ในขณะปฏบิ ัติกิจกรรมของนกั เรยี น ใหค้ รูสังเกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอ
ผลงานของนักเรยี นตามแบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเปน็ รายบคุ คลหรือเป็นกลุ่ม
ขนั้ ท่ี 3 ฝกึ ฝนผเู้ รยี น
7. ครใู ห้นกั เรียนทากจิ กรรมท่ีเกย่ี วกบั อาณาจกั รล้านนาและอาณาจกั รสุโขทัย แล้วช่วยกัน
เฉลยคาตอบ
ขั้นท่ี 4 นาไปใช้
8. ให้นักเรยี นคน้ คว้าเก่ียวกับอาณาจักรล้านนาและอาณาจักรสโุ ขทัย แลว้ นาผลงานของทุก
คนมาจดั ป้ายนิเทศ
ขัน้ ท่ี 5 สรุป
9. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรูเ้ รื่อง อาณาจักรลา้ นนาและอาณาจักรสุโขทัย โดยให้
นกั เรียนสรปุ เปน็ แผนทีค่ วามคิด
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูให้นกั เรียนรว่ มกันศึกษาอาณาจกั รลา้ นนาและอาณาจักรสุโขทัยเพ่อื นาเสนอผลงานในช้นั เรียน
9. ส่อื /แหล่งเรยี นรู้
1. ภาพพระบรมราชานสุ าวรีย์สามกษัตริย์ (พระยางาเมือง พระยามังราย และพ่อขนุ
รามคาแหงมหาราช)
2. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ประวตั ิศาสตร์ ม. 4–6 เลม่ 1 บริษัท สานักพิมพ์วฒั นา
พานชิ จากดั
3. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวชิ าพื้นฐาน ประวัตศิ าสตร์
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 116
แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบุคคล
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรื่อง
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี
ชัน้ วนั เดือน พ.ศ.
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ชื่อ–สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความ
เหมาะสม หรืออาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจดั การเรียนร้วู ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หน้า 117
แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ กล่มุ
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรื่อง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ หน่วยการเรียนรู้ที่
ชน้ั วัน เดอื น พ.ศ.
กลมุ่ ท่ี
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ
การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม
หรอื อาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 118
แบบประเมินพฤตกิ รรมในการทางานเป็นรายบุคคล
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรือ่ ง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี
ชัน้ วนั เดอื น พ.ศ.
คาชแ้ี จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรยี น โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมท่ีนักเรยี นปฏบิ ัติ
รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเ ืพ่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเ ็หน 432 1
ัรบ ัฟงความคิดเ ็หนของผู้อ่ืน
ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น
่มุง ่ัมนทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและป ัรบป ุรงงานด้วยความเ ็ตมใจ
เคารพข้อตกลงของกลุ่ม
ทาตามห ้นา ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑ์ดงั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 6 หนา้ 119
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นกลุม่
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เร่อื ง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี
ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.
คาชีแ้ จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรยี น โดยเขยี นเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ช่ือ–สกุล แ ่บงงาน ักนรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมาชิกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันปรับปรุงผลงานด้วยความเต็มใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตวั อย่าง)
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดงั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวัติศาสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 120
มิตคิ ุณภาพของการบันทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผลการบันทึกผลงานโดยใช้มาตราส่วนประเมนิ ค่า 4 ระดับ ดังนี้
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
– บนั ทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขียนบันทึกได้ชัดเจน แนวคดิ หลัก 4
ถกู ต้อง มีประเด็นสาคัญครบถว้ น
– ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม คาศพั ท์ถกู ต้อง
– บนั ทกึ ผลงานได้ถกู ต้องตามจดุ ประสงค์ เขยี นบันทกึ ท่มี ีบางสว่ นยังไม่ชดั เจน 3
แนวคดิ หลักถูกต้อง สว่ นทเี่ ป็นประเดน็ สาคัญมไี ม่ครบถ้วน
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไมถ่ ูกตอ้ งในบางสว่ น
– บนั ทกึ ผลงานยึดตามจุดประสงค์ เขยี นบันทกึ ไม่ชัดเจน แนวคิดหลักบางส่วน 2
ไม่ถูกตอ้ ง ส่วนที่เป็นประเดน็ สาคัญมีไมค่ รบถ้วน
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไม่ถูกต้องในบางสว่ น
– บันทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจุดประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคิด 1
หลักสว่ นใหญไ่ ม่ถูกต้อง
– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ ม่ถูกต้อง
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 121
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 8 ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 6
แควน้ สุพรรณภูมิและอาณาจักรอยุธยา เวลา 1 ชั่วโมง
สาระท่ี 4 ประวตั ศิ าสตร์
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 รัฐไทยในดนิ แดนไทย
1. สาระสาคญั
แควน้ สพุ รรณภูมิ (พทุ ธศตวรรษที่ 18–พ.ศ. 1893) กษตั ริย์ที่ปกครองมีพระนามเรียก
โดยเฉพาะวา่ สมเด็จพระบรมราชาธริ าช ส่วนเจ้าเมืองลูกหลวงเรียกวา่ พระอินทราชา ชาวสุพรรณภมู ิ
ส่วนใหญน่ บั ถอื พระพทุ ธศาสนานิกายเถรวาท ต่อมาพทุ ธศตวรรษที่ 19 พระเจ้าอู่ทองได้สร้าง
ความสัมพนั ธ์อันดกี ับแคว้นสุพรรณภูมแิ ละแคว้นละโวแ้ ล้วรวมเป็นแควน้ เดยี วกนั ตง้ั เป็นอาณาจักร
อยุธยา
อาณาจักรอยุธยา (พ.ศ. 1893–2310) ปฐมกษัตริย์ คอื สมเด็จพระรามาธบิ ดที ี่ 1
พระมหากษัตรยิ ์องคส์ าคญั เชน่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระ
นารายณ์มหาราช ด้านการเมืองในสมัยอยุธยาได้มกี ารปฏริ ูปการปกครองในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตร
โลกนาถ ดา้ นเศรษฐกจิ ขน้ึ อยู่กบั การเกษตร การตดิ ต่อค้าขายกับตา่ งประเทศ ดา้ นสังคม มกี ารจดั
โครงสร้างทางสังคมเป็นแบบเจ้าขุนมลู นาย กรงุ ศรีอยุธยาเสียแกพ่ ม่าครง้ั ท่ี 2 ใน พ.ศ. 2310 ทาให้
อาณาจักรอยุธยาลม่ สลายลง รวมเวลาทอ่ี าณาจักรนีด้ ารงอย่ไู ด้ 417 ปี
2. ตัวชี้วัดช่วงชน้ั
• วเิ คราะห์ประเดน็ สาคญั ของประวัติศาสตร์ไทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความเป็นมาของแคว้นสพุ รรณภมู ิและอาณาจกั รอยุธยาได้ (K)
2. มีความสนใจใฝร่ ูเ้ ก่ียวกบั แคว้นสุพรรณภูมแิ ละอาณาจกั รอยธุ ยา (A)
3. สืบคน้ ขอ้ มูลและวิเคราะห์เกย่ี วกบั แควน้ สพุ รรณภมู แิ ละอาณาจักรอยธุ ยา (P)
4. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
ค่านิยม (A)
1. ซักถามความรูเ้ รอ่ื ง แควน้ • ประเมินพฤติกรรมในการ • ประเมินพฤตกิ รรมในการ
สพุ รรณภูมแิ ละอาณาจกั ร ทางานเปน็ รายบุคคลในด้าน ทางานเป็นรายบุคคลและเปน็
อยธุ ยา ความมวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ กลมุ่ ในดา้ นการสื่อสาร การคิด
2. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเปน็ การแกป้ ัญหา ฯลฯ
รายบคุ คลหรอื เปน็ กล่มุ
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 122
5. สาระการเรยี นรู้
1. แควน้ สุพรรณภูมิ
2. อาณาจกั รอยุธยา
6. แนวทางบูรณาการ
ภาษาไทย ฟงั พดู อา่ น เขียนเกี่ยวกบั แคว้นสุพรรณภูมิและอาณาจักรอยธุ ยา
การงานอาชีพฯ สบื ค้นขอ้ มลู เก่ยี วกบั แคว้นสพุ รรณภูมแิ ละอาณาจักรอยธุ ยา
7. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขั้นที่ 1 นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครแู จ้งตัวชวี้ ดั ชว่ งชนั้ และจดุ ประสงค์การเรียนรูใ้ ห้นักเรียนทราบ
2. ครูให้นักเรยี นดภู าพพระบรมราชานุสาวรยี ์สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีที่ 1 แล้วรว่ มกนั แสดง
ความคดิ เห็น ครูอธบิ ายเพ่ือเชื่อมโยงเขา้ สู่เนื้อหาทจี่ ะเรยี น
ข้ันที่ 2 กิจกรรมการเรยี นรู้
3. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเก่ียวกับแคว้นสพุ รรณภมู ิและอาณาจักรอยุธยา
4. ครูใหน้ ักเรยี นช่วยกนั ระดมสมองวิเคราะหเ์ ก่ยี วกับแคว้นสพุ รรณภูมิและอาณาจกั รอยุธยา
ครใู หน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปผลการระดมสมองวเิ คราะห์ท่ีไดร้ ับ
5. ในขณะปฏบิ ตั ิกิจกรรมของนักเรยี น ให้ครูสงั เกตพฤตกิ รรมในการทางานและการนาเสนอ
ผลงานของนักเรยี นตามแบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเปน็ รายบคุ คลหรือเปน็ กลุ่ม
ข้ันที่ 3 ฝกึ ฝนผู้เรยี น
6. ครูใหน้ ักเรียนทากิจกรรมเก่ียวกบั แคว้นสพุ รรณภมู ิและอาณาจักรอยธุ ยาและชว่ ยกันเฉลย
คาตอบ
ขน้ั ท่ี 4 นาไปใช้
7. ครใู หน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งแควน้ สุพรรณภูมแิ ละอาณาจกั รอยธุ ยาที่น่าภาคภมู ิใจในดา้ นอ่นื ๆ
8. ครูให้นกั เรยี นทาแผ่นพบั เรื่อง แควน้ สุพรรณภมู ิและอาณาจักรอยุธยาเพ่อื เผยแพร่ความรู้
ขั้นที่ 5 สรุป
9. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปความร้เู รือ่ ง แควน้ สุพรรณภูมแิ ละอาณาจักรอยุธยา โดยให้
นักเรยี นสรุปเป็นแผนท่ีความคิด
8. กิจกรรมเสนอแนะ
ครใู หน้ ักเรียนศึกษาคน้ คว้าเพ่ิมเตมิ เรื่อง แควน้ สพุ รรณภูมิและอาณาจักรอยธุ ยาแลว้ นามา
จัดทาเปน็ รายงาน
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวัติศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 123
9. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. ภาพพระบรมราชานสุ าวรีย์สมเดจ็ พระรามาธบิ ดีที่ 1
2. หนังสือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ประวตั ศิ าสตร์ ม. 4–6เลม่ 1บริษทั สานักพิมพ์วัฒนาพานิชจากัด
3. แบบฝึกทักษะ รายวชิ าพื้นฐาน ประวตั ศิ าสตร์
แผนการจัดการเรียนรู้วชิ าประวัติศาสตร์ ส30161 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 หนา้ 124
แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเปน็ รายบุคคล
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เร่อื ง
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี
ชัน้ วนั เดือน พ.ศ.
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ชื่อ–สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6คะแนน) 4321
ุจดเ ่ดนของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรร ์ค (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑ์การประเมิน
การสรปุ ผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความ
เหมาะสม หรืออาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )
แผนการจดั การเรียนร้วู ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 หน้า 125
แบบประเมนิ ผลงาน/กิจกรรมเปน็ กล่มุ
ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรื่อง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ หน่วยการเรียนรู้ที่
ชน้ั วัน เดอื น พ.ศ.
กลมุ่ ท่ี
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ชอ่ื –สกลุ ความถูกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/กิจกรรม (4 คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรร ์ค (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ
การสรปุ ผลการประเมินใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม
หรอื อาจใชเ้ กณฑ์ดังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 126
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เรอ่ื ง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี
ชั้น วัน เดือน พ.ศ.
คาช้ีแจง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรยี น โดยเขียนเครอื่ งหมาย ลงในช่องรายการ
พฤติกรรมทนี่ ักเรยี นปฏบิ ัติ
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ช่อื –สกลุ สนใจในการทางาน
ไ ่มเอาเปรียบเพื่อนในการทางาน
เสนอความ ิคดเ ็หน 432 1
ัรบ ัฟงความ ิคดเห็นของผู้อื่น
ใ ้หความช่วยเหลือผู้อ่ืน
ุม่งม่ันทางานใ ้หสาเร็จ
ประเมินและปรับป ุรงงาน ้ดวยความเต็มใจ
เคารพ ้ขอตกลงของกลุ่ม
ทาตามหน้า ่ีท ่ีทไ ้ดรับมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑด์ ังน้ี
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ด)ี
5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 127
แบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นกลุม่
ผลงาน/กิจกรรมท่ี เร่อื ง
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี
ช้นั วนั เดอื น พ.ศ.
คาชีแ้ จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนกั เรยี น โดยเขยี นเครื่องหมาย ลงในชอ่ งรายการ
พฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
ที่ ช่อื –สกุล แ ่บงงาน ักนรับผิดชอบ 4321
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้า ่ที ี่ทไ ้ดรับมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความคิดเห็น
ัรบ ัฟงความคิดเห็นของสมาชิกก ุ่ลม
นาม ิต/ ้ขอตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วมกันปรับปรุงผลงานด้วยความเต็มใจ
ุม่ง ัม่นทางานให้สาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน
รวมคะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เกณฑก์ ารประเมนิ (ตวั อย่าง)
1. การใหค้ ะแนน ให้ 1 คะแนน
2. การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑ์ดงั นี้
9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)
7–8 คะแนน = 3 (ดี)
5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้
0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวัติศาสตร์ ส30161 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 128
มิตคิ ุณภาพของการบันทึกผลงาน
กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผลการบันทึกผลงานโดยใช้มาตราส่วนประเมนิ ค่า 4 ระดับ ดังนี้
รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ
– บนั ทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขียนบันทึกได้ชัดเจน แนวคดิ หลัก 4
ถกู ต้อง มีประเด็นสาคัญครบถว้ น
– ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม คาศพั ท์ถกู ต้อง
– บนั ทกึ ผลงานได้ถกู ต้องตามจดุ ประสงค์ เขยี นบันทกึ ท่มี ีบางสว่ นยังไม่ชดั เจน 3
แนวคดิ หลักถูกต้อง ส่วนทเี่ ป็นประเดน็ สาคัญมไี ม่ครบถ้วน
– ใช้ภาษา คาศัพท์ไม่ถูกต้องในบางสว่ น
– บนั ทกึ ผลงานยดึ ตามจดุ ประสงค์ เขยี นบันทกึ ไม่ชัดเจน แนวคิดหลักบางส่วน 2
ไม่ถูกตอ้ ง ส่วนที่เป็นประเดน็ สาคัญมีไมค่ รบถ้วน
– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ ม่ถูกต้องในบางสว่ น
– บันทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจุดประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชดั เจน และแนวคิด 1
หลักสว่ นใหญไ่ ม่ถูกต้อง
– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ ม่ถูกตอ้ ง
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 หน้า 129
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9
อาณาจกั รธนบรุ ีและรตั นโกสินทร์
สาระท่ี 4 ประวตั ิศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 6
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 รฐั ไทยในดินแดนไทย เวลา 2 ช่ัวโมง
1. สาระสาคัญ
อาณาจักรธนบรุ ี พ.ศ. 2310–2325) ใน พ.ศ. 2309 ก่อนกรุงศรอี ยุธยาเสียแก่พม่าครั้งท่ี 2
พระยาตาก (สิน) ไดเ้ ข้ามาชว่ ยรกั ษาพระนครเหน็ ว่ากรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าแน่จึงไดน้ ากาลังพล
500 นาย ตีฝา่ วงลอ้ มของพม่าหนีไปทางตะวันออกไปต้ังม่ันท่ีเมืองจนั ทบรุ ี เมื่อรวบรวมกาลังพลได้
มากพอกไ็ ดย้ กทัพมาตีพม่าท่ีธนบุรี และสามารถกอบกูเ้ อกราชได้สาเร็จ พระยาตากได้ปราบดาภิเษก
เปน็ กษัตรยิ ์ทรงพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 ต่อมาได้รบั การยกยอ่ งวา่ สมเด็จพระเจ้าตาก
สนิ มหาราช
อาณาจักรรตั นโกสินทร์ (พ.ศ. 2325–ปจั จบุ นั ) สถาปนาข้นึ โดยพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอด
ฟา้ จฬุ าโลกมหาราช ซงึ่ เปน็ ปฐมบรมกษตั ริย์แหง่ ราชวงศจ์ ักรี มลี ักษณะทางการเมอื ง เศรษฐกจิ และ
สังคมเปลย่ี นแปลงไปตามลาดับ โดยเรมิ่ ตงั้ แต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนตน้ สมยั ปรับปรงุ ประเทศให้
ทันสมยั และสมยั หลังเปลีย่ นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จนถงึ ปจั จุบนั
2. ตัวช้ีวัดช่วงช้ัน
• วิเคราะห์ประเด็นสาคญั ของประวตั ศิ าสตรไ์ ทย (ส 4.3 ม. 4–6/1)
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกเร่อื งราวความเป็นมาของอาณาจักรธนบรุ ีและอาณาจักรรตั นโกสนิ ทร์ ได้ (K)
2. มคี วามสนใจใฝร่ ู้เกีย่ วกบั อาณาจกั รธนบรุ ีและอาณาจกั รรัตนโกสินทร์ (A)
3. สืบค้นขอ้ มลู และวิเคราะหเ์ กี่ยวกับอาณาจกั รธนบุรแี ละอาณาจกั รรตั นโกสนิ ทร์ (P)
4. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม และ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
คา่ นยิ ม (A)
1. ทดสอบหลงั เรยี น • ประเมนิ พฤติกรรมในการ • ประเมินพฤติกรรมในการ
2. ซักถามความรเู้ รือ่ ง ทางานเป็นรายบุคคลในด้าน ทางานเปน็ รายบุคคลและเป็น
อาณาจักรธนบุรีและอาณาจักร ความมีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ กลุ่มในด้านการส่ือสาร การคิด
รตั นโกสนิ ทร์ การแกป้ ัญหา ฯลฯ
3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น
รายบคุ คลหรอื เป็นกลุ่ม
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 6 หน้า 130
5. สาระการเรียนรู้
1. อาณาจกั รธนบุรี
2. อาณาจักรรตั นโกสินทร์
6. แนวทางบรู ณาการ
ภาษาไทย ฟัง พูด อ่าน เขียนเก่ยี วกับอาณาจักรธนบรุ แี ละอาณาจักรรัตนโกสนิ ทร์
การงานอาชพี ฯ สบื ค้นข้อมลู เกย่ี วกบั อาณาจักรธนบุรแี ละอาณาจักรรัตนโกสินทร์
ศลิ ปะ จดั ปา้ ยนเิ ทศเก่ยี วกับอาณาจกั รธนบุรีและอาณาจกั รรตั นโกสนิ ทร์
7. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขนั้ ที่ 1 นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครแู จง้ ตวั ช้วี ดั ช่วงชนั้ และจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ใหน้ ักเรยี นทราบ
2. ครูให้นักเรียนดภู าพพระบรมราชานสุ าวรยี พ์ ระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช แลว้ ร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น ครูอธบิ ายเพื่อเชอื่ มโยงเขา้ สู่เนือ้ หาทีจ่ ะเรยี น
ขนั้ ท่ี 2 กิจกรรมการเรียนรู้
3. ครูให้นักเรียนอ่านเน้ือหาเรื่อง อาณาจกั รธนบุรแี ละอาณาจกั รรตั นโกสนิ ทร์จากนั้นซักถาม
นกั เรยี นในประเด็นว่า
1) พระยาตากปราบดาภเิ ษกเปน็ พระมหากษัตรยิ ท์ รงพระนามวา่ อะไร
2) เหตใุ ดสมเด็จพระเจา้ กรุงธนบุรีจึงยา้ ยราชธานีมาตั้งท่ีกรุงธนบุรี
3) เหตใุ ดพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงยา้ ยราชธานีมาต้ังราชธานี
ใหมท่ ี่ตาบลบางกอก
4) เหตุใดรัชกาลท่ี 4–5 จึงทรงปรับปรุงประเทศใหม่
5) สนธสิ ญั ญาเบาวร์ ิงมีผลต่อการเปล่ียนแปลงเศรษฐกิจของไทยอย่างไร
6) หลังสงครามโลกครั้งท่ี 1 เศรษฐกิจของไทยเปน็ อย่างไร
4. ครใู หค้ วามรู้เร่ือง อาณาจกั รธนบรุ แี ละอาณาจกั รรตั นโกสนิ ทร์ พร้อมเปิดโอกาสให้
นกั เรยี นซักถามข้อสงสยั
5. ให้นักเรียนแบง่ ออกเป็น 4 กลมุ่ ให้แต่ละกลุ่มศึกษาค้นควา้ ขอ้ มลู เกีย่ วกับอาณาจกั ร
รตั นโกสินทร์เรอื่ งต่อไปน้ี
กลุ่มที่ 1 การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
กลุ่มท่ี 2 การเมืองในสมยั รัตนโกสินทร์
กลุ่มท่ี 3 เศรษฐกจิ สมยั รัตนโกสินทร์
กลมุ่ ท่ี 4 สงั คมสมยั รัตนโกสนิ ทร์
6. ครใู ห้แต่ละกลุ่มวิเคราะหส์ รปุ และบันทึกผล จากนน้ั รายงานให้เพื่อน ๆ ฟงั หน้าชั้นเรียน
แล้วเพ่ือน แสดงความคิดเห็น
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หนา้ 131
7. ในขณะปฏบิ ัติกจิ กรรมของนักเรยี น ให้ครสู งั เกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอ
ผลงานของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเปน็ รายบคุ คลหรือเป็นกลุ่ม
ข้นั ที่ 3 ฝึกฝนผู้เรียน
8. ครใู ห้นกั เรยี นทากจิ กรรมเก่ียวกบั อาณาจกั รธนบรุ ีและอาณาจักรรัตนโกสนิ ทร์ และ
แบบทดสอบประจาหน่วยการเรยี นรู้ และช่วยกนั เฉลยคาตอบ
ขั้นท่ี 4 นาไปใช้
9. ครใู ห้นกั เรียนยกตวั อย่างอาณาจกั รธนบรุ แี ละอาณาจกั รรัตนโกสินทร์ ทน่ี า่ ภาคภูมิใจใน
ดา้ นอนื่ ๆ
10. ครใู ห้นักเรียนทาแผ่นพับเรื่อง อาณาจกั รธนบุรแี ละอาณาจกั รรัตนโกสินทร์ เพ่ือเผยแพร่
ความรู้
ขนั้ ท่ี 5 สรุป
11. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปความรเู้ รือ่ ง อาณาจักรธนบุรีและอาณาจกั รรตั นโกสินทร์ โดย
ให้นักเรยี นสรุปเปน็ แผนท่คี วามคดิ
12. ครูใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี นและชว่ ยกนั เฉลยคาตอบ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
ครใู หน้ กั เรยี นศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเตมิ เรอ่ื ง อาณาจักรธนบรุ แี ละอาณาจกั รรตั นโกสินทร์ แล้ว
นามาจัดทาเปน็ รายงาน
9. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1. ภาพพระบรมราชานุสาวรียพ์ ระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
2. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น
3. หนังสือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ประวตั ิศาสตร์ ม. 4–6 เลม่ 1 บริษทั สานกั พิมพ์วฒั นา
พานชิ จากดั
4. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวชิ าพน้ื ฐาน ประวัตศิ าสตร์
5. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าประวตั ิศาสตร์ ส30161 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 หนา้ 132
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 รฐั ไทยในดนิ แดนไทย
คาชแี้ จง : เลือกคาตอบทถี่ ูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งคาตอบเดียว
1. รฐั ไทยทต่ี งั้ ขน้ึ ในดินแดนไทยซึ่งมีอายเุ กา่ แก่ มากทีส่ ดุ คอื รัฐอะไร
ก. แคว้นพะเยา ข. แคว้นสุพรรณภูมิ
ค. แคว้นโยนกเชยี งแสน ง. แคว้นหิรญั นครเงินยาง
2. บคุ คลสาคัญทีท่ าให้แคว้นหริ ัญนครเงินยางมคี วามมั่นคงและขยายอานาจออกไปอยา่ ง
กว้างขวางคอื ใคร
ก. พระยาลาว ข. ปู่เจ้าลาวจง
ค. พระยามังราย ง. พระยาลาวเม็ง
3. พระยางาเมอื งแหง่ แคว้นพะเยามีความสัมพันธ์กบั พระมงั รายในฐานะอะไร
ก. เปน็ ญาตผิ ู้นอ้ ง ข. เปน็ พระราชโอรส
ค. เป็นมิตรร่วมสาบาน ง. เปน็ ผู้ร่วมก่อตั้งแคว้นพะเยา
4. พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตรยิ ์ท่ีจงั หวัดเชียงใหม่แสดงเหตุการณ์เก่ยี วกับอะไร
ก. การสร้างเมอื งเชยี งใหม่ ข. การทาสญั ญาเป็นมติ รรว่ มสาบานกัน
ค. การสรา้ งมณฑปพระบรมธาตหุ ริภญุ ชยั ง. การวางแผนขยายอาณาเขตเมอื งเชียงใหม่
5. อาณาจักรลา้ นนามีความเจริญสงู สุดในสมัยของใคร
ก. พระยามังราย ข. พระเจา้ กอื นา
ค. พระเจา้ ตโิ ลกราช ง. พระยาเกศเชษฐราช
6. รัฐใดที่ถูกรวมเขา้ เป็นสว่ นหนึ่งของราชอาณาจกั รไทยในสมัยรัชกาลท่ี 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ก. แคว้นพะเยา ข. อาณาจกั รล้านนา
ค. อาณาจกั รสุโขทัย ง. แคว้นสพุ รรณภูมิ
7. ข้อใด ไม่ใช่ ปจั จัยภายในทม่ี ีส่วนทาใหอ้ าณาจกั รสุโขทยั มีฐานะเปน็ ผ้นู าของกลุ่มคนไทย
ในช่วงระยะเวลาหนึง่
ก. มีทาเลที่ตั้งเหมาะสม ข. คนไทยสามัคคีและเสียสละ
ค. ผูน้ ามีความสามารถและเป็นนักปราชญ์ ง. มีการติดต่อสมั พนั ธ์กับจีนในระบบบรรณาการ
8. พระราชกรณยี กจิ ของพ่อขุนรามคาแหงมหาราชทีเ่ ป็นรากฐานสาคัญของวัฒนธรรมไทยคืออะไร
ก. การประดิษฐอ์ ักษรไทย
ข. การทานุบารงุ พระพทุ ธศาสนา
ค. การขยายอาณาเขตไปสดุ แหลมมลายู
ง. การใหแ้ ขวนกระดงิ่ หน้าประตวู ังเพื่อใหป้ ระชาชนมาสน่ั รอ้ งทุกข์
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ิชาประวตั ศิ าสตร์ ส30161 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 6 หน้า 118
9. รปู แบบการปกครองท่นี ามาใช้ในสมยั สุโขทัยตอนปลายคืออะไร
ก. ธรรมราชา ข. ประชาธิปไตย
ค. พ่อปกครองลูก ง. สมบูรณาญาสิทธิราชย์
10. หลักฐานข้อใดทแี่ สดงให้เหน็ วา่ ชาวสพุ รรณภูมินบั ถือพระพุทธศาสนานกิ ายมหายาน
ก. การสรา้ งวดั แบบอยธุ ยา ข. การสรา้ งปรางคแ์ บบลพบรุ ี
ค. การสรา้ งพระพุทธรปู แบบสุโขทยั ง. การสร้างพระสถูปเจดียแ์ บบทวารวดี
11. ปัจจยั ภายนอกทเ่ี อ้อื ต่อการสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยาได้สาเร็จคอื อะไร
ก. เขมรหมดอิทธพิ ล
ข. การต้งั อยู่ในทาเลทีเ่ หมาะสม
ค. ความสามคั คีและความเสยี สละของคนไทย
ง. แควน้ สุพรรณภูมแิ ละแคว้นละโว้ ใหค้ วามช่วยเหลือ
12. ข้ออะไรไมใ่ ช่พื้นฐานทางเศรษฐกิจทกี่ ่อให้เกดิ รายได้หลกั ของอาณาจักรอยุธยา
ก. การค้า ข. การเกษตร
ค. หัตถกรรม ง. การเกบ็ ภาษีอากร
13. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุท่ีทาใหเ้ สียกรงุ ศรีอยธุ ยาคร้งั ที่ 2 พ.ศ. 2310
ก. การแย่งชงิ อานาจในราชสานกั ข.การด้อยประสิทธิภาพในการรบ
ค. ชาตติ ะวันตกไมใ่ ห้การสนับสนนุ ด้านอาวธุ ง. พระมหากษัตรยิ ์ขาดพระปรีชาสามารถทางการรบ
14. เหตุการณใ์ ดเป็นการย้าเตือนวา่ ถงึ เวลาเปลย่ี นแปลงรูปแบบการปกครองเปน็ ระบอบ
ประชาธิปไตย
ก. กบฏบวรเดช ข. กบฏ ร.ศ 130
ค. วกิ ฤตการณ์ ร.ศ. 112 ง. คากราบบังคมทูลของกลุม่ กา้ วหนา้ ร.ศ. 103
15. สาเหตสุ าคญั ท่ที าใหร้ ัชกาลท่ี 5 ตอ้ งปฏริ ูปโครงสรา้ งสังคมไทยคืออะไร
ก. การเรียกร้องของเหลา่ ขุนนาง
ข. การคุกคามของจักรวรรดินยิ มตะวนั ตก
ค. การรกั ษาความมั่นคงของสถาบนั พระมหากษัตริย์
ง. การสร้างอารยธรรมให้สอดคล้องกับอารยธรรมตะวันตก