กลุ่มงานวิชาการและคลังความรู้ กองวิชาการและแผนงาน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข คำ�อธิบาย จารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร Book-7.indd 1 2/11/20 15:58
คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ที่ปรึกษา พระครูสังฆรักษ์ อนุรักษ์ โสตฺถิโก เจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายแพทย์สรรพงศ์ ฤทธิรักษา รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายแพทย์ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ดร.ภญ.อัญชลี จูฑะพุทธิ ที่ปรึกษากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก บรรณาธิการ ดร.รัชนี จันทร์เกษ ศรัณยา คงยิ่ง กองบรรณาธิการ สมชาย ช้างแก้วมณี พิสิษฎ์พล นางาม สุนิสา หลีหมุด จตุพร สุกิตติวงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ นพ.ประพจน์ เภตรากาศ ดร.อุษา กลิ่นหอม ดร.ภก.ยงศักดิ์ ตันติปิฎก รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด อ.พรรณเพ็ญ เครือไทย รศ.ดร.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ อ.ชาตรี เจตนธรรมจักร ดร.ภญ.ดวงแก้ว ปัญญาภู ดร.จรัญ ดิษฐไชยวงศ์ อ.เบญจวรรณ สมบูรณ์สุข อ.วันชัย อินทคุณจินดา อ.จันทนา ปราการสมุทร อ.วิภา สุทธิประทีป จัดท�ำโดย กลุ่มงานวิชาการและคลังความรู้ กองวิชาการและแผนงาน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข https://tpd.dtam.moph.go.th/index.php/home-ak ข้อมูลทางบรรณานุกรมของส�ำน�ำหอสมุดแห่งชาติ National Library of Thailand Cataloging in Publication Data ค�ำอธิบายจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร. -- นนทบุรี: กลุ่มงานวิชาการและคลังความรู้ กองวิชาการและแผนงาน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข, 2563. 376 หน้า 1. การแพทย์แผนไทย. 2. จารึก. 3. วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร. I. ชื่อเรื่อง. 615.88 ISBN: 978-616-11-4203-2 ประสานงาน ประดิษฐา ดวงเดช ชญานิษฐ์ จันษร ออกแบบปก บุญญิสา แก้วประภาค ออกแบบเนื้อหา ชนิสรา นาถนอม พิสูจน์อักษร ศรัณยา คงยิ่ง จัดพิมพ์โดย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข พิมพ์ครั้งที่ ๑ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๓ จ�ำนวน ๑๐๐ เล่ม พิมพ์ที่ บริษัท เอส. บี. เค. การพิมพ์ จ�ำกัด Book-7.indd 2 3/25/20 22:24
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ประกาศให้ “จารึกต�ำรายา วัดราชโอรสารามวรวิหาร” เป็นต�ำรับยาแผนไทยของชาติหรือต�ำราการแพทย์แผนไทยของ ชาติ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ โดยกลุ่มงานวิชาการและคลังความรู้ กองวิชาการและแผนงาน ซึ่งเป็นหน่วยงาน ที่มีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาและออกรหัสมาตรฐานระบบสารสนเทศองค์ความรู้ดิจิทัล ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของประเทศ (Thai Traditional Digital Knowledge Library: TTDKL) ได้เล็งเห็นถึงความส�ำคัญของจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามวรวิหาร และได้คัดเลือก ต�ำรายาในจารึกดังกล่าวมาวิเคราะห์องค์ประกอบของต�ำรับ เพื่อน�ำไปใช้ประโยชน์ในการออก รหัสมาตรฐานภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยนั้น โดยกลุ่มงานวิชาการและคลังความรู้ กองวิชาการและแผนงาน ได้ด�ำเนินการ พิจารณาองค์ประกอบของต�ำรับยาในจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามวรวิหารทั้ง ๒๐๕ ต�ำรับ และสามารถจัดแบ่งกลุ่มอาการได้ทั้งหมด ๕๒ กลุ่มอาการ มีตัวยาสมุนไพรที่เป็นองค์ประกอบ ของต�ำรับ ได้แก่ พืชวัตถุ ๗๐๐ ชนิด สัตว์วัตถุ ๖๕ ชนิด ธาตุวัตถุ ๔๑ ชนิด และพิกัดยา ๓๗ พิกัด การพิจารณาองค์ประกอบของต�ำรับในจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามวรวิหาร ได้แต่งตั้งคณะท�ำงานวิเคราะห์องค์ประกอบต�ำรับยาสมุนไพร และมีผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบ ทบทวนความถูกต้อง ได้แก่ กลุ่มโรคและอาการ ตัวยาสมุนไพร ส่วนที่ใช้ วิธีการปรุง ขนาดรับประทาน วิธีการใช้ และสรรพคุณ ส�ำหรับการออกรหัสมาตรฐานระบบสารสนเทศ องค์ความรู้ดิจิทัลภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของประเทศ เพื่อการคุ้มครอง เฝ้าระวัง และ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทย และปัจจุบันได้ด�ำเนินการ วิเคราะห์องค์ประกอบของต�ำรับยาในจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามวรวิหารเป็นที่เรียบร้อย แล้ว และได้ด�ำเนินการจัดท�ำรูปเล่ม “ค�ำอธิบายจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามวรวิหาร” เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ส�ำหรับการใช้ประโยชน์ในการอ้างอิงด้านวิชาการต่อไป คำ�นำ� Book-7.indd 3 3/10/20 14:57
(4) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอกราบนมัสการพระเดชพระคุณ พระมหาโพธิวงศาจารย์ เจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามวรวิหาร ที่ได้เอื้อเฟื้อสถานที่ อ�ำนวย ความสะดวกในการตรวจสอบจารึกต�ำรายาและกรุณาให้ค�ำบรรยายในข้อมูลที่ส�ำคัญเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาของวัดให้กับคณะท�ำงานและเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดท�ำ “ค�ำอธิบายจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามวรวิหาร” ส�ำหรับการอนุรักษ์ คุ้มครอง และเป็น ประโยชน์ต่อการอ้างอิงทางวิชาการ และการศึกษาวิจัยของต�ำรับยาแผนไทยและต�ำรา การแพทย์แผนไทย แต่เนื่องจากต�ำราของชาติฉบับนี้ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย หากมี ความประสงค์ที่จะน�ำความรู้ทางยาแผนไทยในแต่ละต�ำรับไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ จ�ำเป็น ต้องได้รับการอนุญาตจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อเป็นการ สนับสนุนการคุ้มครองและให้ผลตอบแทนแก่ประเทศชาติจากการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทยอย่างรู้คุณค่าและเป็นธรรมต่อเจ้าของภูมิปัญญาต่อไป นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก Book-7.indd 4 2/11/20 15:58
หนังสือ “ค�ำอธิบายจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร” คณะผู้จัดท�ำได้ให้ ความส�ำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจ ทั้งสามารถน�ำความรู้ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ตลอดจนมีความสะดวกกในการค้นหาเครื่องยา กระสายยา พร้อมกับสรรพคุณทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวข้องในต�ำรับยาที่มีอยู่ทั้งหมด จัดแบ่งเนื้อหาการน�ำ เสนอออกเป็น ๒ ส่วนหลัก คือ ส่วนแรก ว่าด้วยเรื่องต�ำรับยาที่มีอยู่ ๒๐๕ ต�ำรับ กับส่วน ที่สอง ว่าด้วยเครื่องยาที่เป็นองค์ประกอบของต�ำรับยาต่างๆ โดยมีขอบเขตในการอธิบาย ดังนี้ ๑. ว่าด้วยต�ำรับยาในจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร น�ำเสนอในบทที่ ๑ กล่าวถึง ประวัติความเป็นมาและความส�ำคัญของการสร้างวัดราชโอรสารามวรวิหาร แหล่งที่มา ความส�ำคัญของต�ำรับยาฉบับนี้ โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งยัง ด�ำรงพระราชอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ในพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) ได้ทรงด�ำเนินการก่อสร้างวัดจอมทอง (พ.ศ. ๒๓๖๔- พ.ศ. ๒๓๗๔) รวมระยะเวลา ๑๑ ปี และหลังจากด�ำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ พระองค์ได้ น้อมเกล้าน้อมกระหม่องถวาย วัดจอมทองนี้แด่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเป็น พระอารามหลวง พร้อมทรงพระราชทานชื่อใหม่ว่า “วัดราชโอรส” ซึ่งหมายถึง วัดที่ พระราชโอรสสถาปนา ซึ่งวัดแห่งนี้มีตกแต่งอย่างสวยงามและกลมกลืนอย่างหาที่ติไม่ได้ มีผสมผสานของศิลปกรรมแบบจีนและไทยเข้าด้วยกัน มีความเป็นศาสนาสถานณ์ได้อย่าง สง่างามยิ่ง และที่ส�ำคัญในบริเวณโดยรอบพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งภายในประดิษฐาน “พระพุทธไสยาสน์นารถชนินทร์ ชินสากยบรมสมเด็จ สรรพเพชญพุทธบพิตร” ในบริเวณ ฝาผนังด้านนอกของพระระเบียงและผนังศาลารายหน้าพระอุโบสถ ได้มีการจารึกต�ำรายาบน แผ่นหินอ่อนสีเทา รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างยาวด้านละ ๓๓ เซนติเมตร จัดเรียงบรรทัด ทางมุมแหลม จ�ำนวน ๑๗ บรรทัด จากเดิมมีอยู่ทั้งสิ้นและปัจจุบันคงเหลือทั้งสิ้น ๕๕ แผ่น ซึ่งเชื่อว่าเป็นต�ำรายาที่ได้รวบรวมจากทั่วประเทศและผ่านการตรวจสอบจากหมอหลวง และผู้รู้ในราชส�ำนักมาแล้ว คำ�ชี้แจง Book-7.indd 5 3/10/20 14:57
(6) ๒. ว่าด้วยต�ำรายาในจารึกวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร โดยมีสิ่งที่ควรรับทรายใน เบื้องต้น คือ ๒.๑ การน�ำเสนอ ไล่เรียงล�ำดับต�ำรายาในจารึกวัดโอรสารามราชวรวิหาร จ�ำนวน ๒๐๕ ต�ำรับ ตามจารึกแผ ่นที่ ๑ - ๑๕, ๑๗ - ๑๘, ๒๐ - ๔๔ และ ๔๖ - ๕๕ โดยแต่และแผ่นจะระบุชื่อโรค อาการของโรค สรรพคุณของต�ำรับพร้อมรายละเอียดของ ตัวยาสมุนไพรที่บอกทั้งส ่วนของสมุนไพรที่ใช้ปรุงยา ชื่อวิทยาศาสตร์ และปริมาณที่ใช้ รวมถึงวิธีการปรุงยาและวิธีการใช้น�้ำกระสายยา เป็นต้น ๒.๒ ในแผ่นจารึกที่ ๑๖ “แผนปลิงคว�่ำ” แผ่นจารึกที่ ๑๙ “แผนปลิงหงาย” และแผ่นจารึกที่ ๔๕ “แผนปลิงคว�่ำ” ได้กล่าวถึง การรักษาโดยใช้ปลิง คณะท�ำงานได้จัดท�ำ ค�ำอธิบายอาการของแผ่นปลิงเพื่อออกรหัสมาตรฐานฯ เรียบร้อยแล้ว โดยหนังสือเล่มนี้ ขอเสนอตัวอย่างรายละเอียดค�ำอธิบายอาการในค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔๕ “แผนปลิงคว�่ำ” ไว้หน้า ๒๘๘ ๒.๓ จ�ำนวนสมุนไพรในต�ำรายา ในท้ายของหนังสือค�ำอธิบายต�ำรายาในจารึก วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ระบุไว้ว่า มีพืชวัตถุ จ�ำนวน ๗๐๐ ชนิด สัตว์วัตถุ จ�ำนวน ๖๕ ชนิด ธาตุวัตถุ จ�ำนวน ๔๑ ชนิด และพิกัดยา จ�ำนวน ๓๗ พิกัด ๒.๔ น�้ำกระสายยา ต�ำรายาในจารึกวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ได้ระบุ สรรพคุณของแต่ละต�ำรับครอบคลุมหลายอาการที่เป็น รวมทั้งได้ระบุให้ใช้ร่วมกับน�้ำกระสาย ยา จ�ำนวน ๑๓๗ ต�ำรับ เพื่อช่วยเสริมฤทธิ์ยาและรักษาให้ตรงตามอาการที่เป็นได้อย่างมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ในจารึกแผ่นที่ ๑ ชื่อโรค ลมจตุบาทวาโย มีอาการ เกิดในคอนั้นเป็น คางทูม หายใจขัดอก ลมนี้เกิดแก่โคร ๒ ปี๘ ปีให้เสียตา เอาน่อไม้คาเตา ๑ การพลู ๑ พัดแพ้วแดง ๑ ดีปลี๑ ลูกจัน ๑ ดอกจัน ๑ พริกไทย ๑ เสมอภาค ท�ำผงละลายน�้ำผึ้งกิน หายฯ ๓. วิธีการด�ำเนินการสังคายนาเบื้องต้นได้ “ค�ำอธิบายจารึกต�ำรายาวัด ราชโอรสารามวรวิหาร” กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้จัดประชุมเชิง ปฏิบัติการ จ�ำนวน ๗ ครั้ง โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มาร่วมกันระดมความคิด วิเคราะห์และสังเคราะห์ต�ำรายาในจารึกวัดราชโอรสารามวรวิหาร ครั้งแรกจัดประชุมเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ประชุมครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม Book-7.indd 6 3/26/20 13:25
(7) ๒๕๖๑ ประชุมครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๒ ประชุมครั้งที่ ๔ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๒ ประชุมครั้งที่ ๕ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๒ ประชุมครั้งที่ ๖ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ และประชุมครั้งที่ ๗ เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เพื่อระดม ความคิดเห็นการวิเคราะห์องค์ประกอบต�ำรายาวัดราชโอรสารามวรวิหาร มาประกอบการ จัดท�ำ “ค�ำอธิบายต�ำรายาวัดราชโอรสารามวรวิหาร” ต่อมาได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการ วิเคราะห์องค์ประกอบต�ำรายาวัดราชโอรสารามวรวิหาร ณ จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๒ เพื่อตรวจทานความถูกต้องของการวิเคราะห์วิเคราะห์องค์ประกอบ ต�ำรายาวัดราชโอรสารามวรวิหารอีกครั้ง และในวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๒ ได้จัดให้ คณะท�ำงานดังกล่าวได้ศึกษาดูงาน ณ วัดราชโอรสารามวรวิหาร เพื่อศึกษาแผ่นจารึกฯ ตรวจทานความถูกต้องของเนื้อหาการสังคายนาต�ำรายาในจารึกวัดราชโอรสารามวรวิหาร ก่อนการจัดส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิได้ตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการอีกครั้งก่อนตีพิมพ์เป็น “หนังสือค�ำอธิบายจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามวรวิหาร” ๔. การสืบค้นข้อมูลในหนังสือ “ค�ำอธิบายจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสาราม วรวิหาร”เพื่อสะดวกต่อการค้นหาต�ำรายา เครื่องยาที่เป็นชื่อไทย ชื่อวิทยาศาสตร์ สรรพคุณ ทางเภสุชวิทยาที่เกี่ยวข้องในต�ำรายาที่มีอยู่ทั้งหมด รวมทั้งเอกสารอ้างอิง ตลอดจนการค้นหา เนื้อหาต�ำรายาจากต้นฉบับจารึกดั้งเดิม มีรายละเอียดปรากฏในภาคผนวกท้ายเล่ม Book-7.indd 7 3/25/20 19:31
การสังคายนาจารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพัฒนาต่อยอดจากงานที่กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย และแพทย์พื้นบ้านไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ด�ำเนินการจัดท�ำจารึก ต�ำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ฉบับอนุรักษ์ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งได้ท�ำการถ่ายถอด และปริวรรตไว้แล้วในเบื้องต้น รวมถึงให้เกิดความเหมาะสมในการสื่อสารและการน�ำไปใช้ ประโยชน์ต่อไป ในการด�ำเนินงานครั้งนี้ ประกอบด้วย การทบทวน แปลเอกสารต้นฉบับ และเพิ่ม ค�ำอธิบายให้เป็นภาษาปัจจุบัน โดยยังคงความหมายของต้นฉบับเดิม เช่น ญ่างทราย เขียนเป็น ย่างทราย เบญจขี้เหล็ก เขียนเป็น ขี้เหล็กทั้งห้า เป็นต้น การสังคายนาครั้งนี้ เป็นการน�ำข้อความที่ได้จากการถ่ายถอดและปริวรรต มาวิเคราะห์โรค/อาการและตัวยาที่เป็นพืชวัตถุ และสัตว์วัตถุ จนได้ชื่อวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ ธาตุวัตถุเพื่อให้ทราบชื่อทางเคมีหรือโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ไม่ทราบ มีการบันทึกไว้ ว่า “ยังไม่สามารถระบุได้” เช่น เสือรองรัง แก่นปูนที่เผาไม่สุก เป็นต้น ในกรณีที่ในต�ำรับยา ไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้ จึงใช้ความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ก�ำหนดหรือความเห็นอื่นใดที่เป็นมติ ของที่ประชุม โดยใส่เครื่องหมาย * ไว้หน้าค�ำหรือข้อความเหล่านั้น การวิเคราะห์ชื่อโรค ใช้การอ้างอิงจากค�ำอธิบายในพจนานุกรมศัพท์แพทย์ และเภสัชกรรมแผนไทย ฉบับราชบัณฑิตยสภา พ.ศ. ๒๕๕๙ และต�ำรายาศิลาจารึกวัด พระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ที่จัดพิมพ์โดยโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพน วิมลมังคลาราม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นหลัก ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์องค์ประกอบต�ำรับยาเหล่านี้ จะน�ำไปออกรหัสภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Digital Knowledge Classification: TTKDC) เพื่อการคุ้มครองและปกป้อง ภูมิปัญญาในระดับสากล เลขที่แผ่นของศิลาและต�ำรับที่ปรากฏในเอกสารนี้เป็นไปตามเอกสารในฉบับอนุรักษ์ บทนำ� Book-7.indd 8 3/25/20 19:32
ภาพที่ ๑ แสดงกระบวนการด�ำเนินงานสังคายนาเบื้องต้น การทบทวนเอกสารเดิมออกรหัส TTDKCวิเคราะหองคประกอบตำรับยา พืชวัตถุ สัตววัตถุ และธาตุวัตถุ Book-7.indd 9 2/11/20 15:58
หน้า ค�ำน�ำ (๓) ค�ำชี้แจง (๕) บทน�ำ (๘) สารบัญ (๑๐) บทที่ ๑ ประวัติความเป็นมาของจารึกตำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ๑ บทที่ ๒ การวิเคราะห์ตำรับยาสมุนไพรในจารึกตำรายา วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ๑๐ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๑ ๑๑ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒ ๑๗ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓ ๒๓ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔ ๓๐ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๕ ๓๔ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๖ ๔๒ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๗ ๔๘ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๘ ๕๕ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๙ ๖๓ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๑๐ ๗๐ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๑๑ ๘๐ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๑๒ ๘๖ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๑๓ ๙๒ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๑๔ ๙๘ สารบัญ Book-7.indd 10 2/11/20 15:58
(11) ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๑๕ ๑๐๕ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๑๗ ๑๑๒ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๑๘ ๑๑๙ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒๐ ๑๒๖ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒๑ ๑๓๓ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒๒ ๑๔๐ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒๓ ๑๔๖ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒๔ ๑๕๒ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒๕ ๑๖๐ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒๖ ๑๖๗ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒๗ ๑๗๓ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒๘ ๑๗๙ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒๙ ๑๘๕ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓๐ ๑๙๔ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓๑ ๒๐๐ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓๒ ๒๐๘ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓๓ ๒๑๕ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓๔ ๒๒๑ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓๕ ๒๒๘ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓๖ ๒๓๓ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓๗ ๒๔๐ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓๘ ๒๔๔ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓๙ ๒๕๑ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔๐ ๒๕๖ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔๑ ๒๖๓ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔๒ ๒๖๙ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔๓ ๒๗๔ หน้า Book-7.indd 11 2/11/20 15:58
(12) ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔๔ ๒๘๐ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔๕ ๒๘๗ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔๖ ๒๘๙ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔๗ ๒๙๕ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔๘ ๓๐๑ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔๙ ๓๐๗ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๕๐ ๓๑๔ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๕๑ ๓๒๒ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๕๒ ๓๒๙ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๕๓ ๓๓๕ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๕๔ ๓๔๓ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๕๕ ๓๔๙ เอกสารอ้างอิง ๓๕๕ ภาคผนวก ๓๕๗ ๑. ดัชนีพิกัดสมุนไพร ๓๕๘ ๒. ค�ำสั่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกที่ ๑๔๙๒/๒๕๖๑ เรื่อง แต่งตั้งคณะท�ำงานวิเคราะห์องค์ประกอบต�ำรับยาสมุนไพร ในต�ำราการแพทย์แผนไทยของชาติและต�ำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ๓๖๐ ๓. หนังสือกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ สธ ๐๕๐๘/๕๒๖๑ ลงวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๒ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ใช้เอกสาร “หนังสือประวัติวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร” เพื่อการอ้างอิงประกอบ การจัดท�ำ “หนังสือค�ำอธิบายจารึกวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร” ๓๖๓ หน้า Book-7.indd 12 2/11/20 15:58
วัดราชโอรสาราม เดิมชื่อวัดจอมทอง เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร และเป็นพระอารามประจ�ำพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) วัดแห่งนี้เป็น วัดโบราณมีมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเป็น ราชธานี ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ ๒๕๘ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมคลองด่านด้าน ทิศตะวันตกและมีคลอง บางหว้าคั้นอยู่ทางด้านทิศเหนือ วัดแห่งนี้เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาขึ้นเนื่องจากในบริเวณนั้นเป็นนิวาสถานของพระประยูรญาติข้างฝ้ายพระบรมราชชนนี ของพระองค์ คือ กรมสมเด็จพระศรีสุลาลัย (เจ้าจอมมารดาเรียม) ธิดาของพระยานนทบุรี (บุญจัน) ซึ่งมีจวนอยู่ริมแม่น�้ำเจ้าพระยาอันเป็นที่ตั้งวัดเฉลิมพระเกียรติ ในปัจจุบัน กับ คุณหญิงเพ็ง ซึ่งเป็นธิดาของพระยาราชวังสัน (หวัง) บ้านอยู่ข้างวัดหงส์รัตนารามและ ท่านชู ซึ่งเป็นพระปัยยิกา (ยายทวด) ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวกันว่า เป็นธิดาของคฤหบดีชาวสวน มีนิวาสสถานอยู่แถววัดหนัง ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของวัดจอมทอง โดยมีคลองบางหว้าคั่นอยู่ บริเวณสองฟากคลองด่านและคลองบางหว้าจะมีวัดอยู่ ๓ วัด คือ วัดจอมทอง วัดหนัง และวัดนางนอง จึงมีพวกชาวสวนผู้เป็นวงศาคณาญาติของท่านชู อาศัยอยู่จ�ำนวนมาก และกล่าวได้ว่าบุคคลเหล่านี้ ล้วนเป็นพระประยูรญาติข้างฝ่าย พระบรมราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทั้งสิ้น และประกอบกับเจ้าอาวาส วัดจอมทองในสมัยนั้น ได้เป็นที่รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีกับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มาตั้งแต่ยังด�ำรงพระราชอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ในรัชกาล ที่ ๒ ทั้งยังเป็นเถระที่มีความช�ำนาญทางวิปัสสนา และมีผู้เล่าว่า ท่านช�ำนาญในการพยากรณ์ ยายสามตาด้วย บทที่๑ ประวัติความเป็นมา และความสำ�คัญ Book-7.indd 1 2/11/20 15:58
2 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ครั้นต่อมาในเดือน ๑๑ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๓๖๓ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) มีข่าวเข้ามายังพระนครว่าพม่าตระเตรียมก�ำลังพลจะยกทัพเข้า มายังประเทศสยามอีกครั้ง หลังจากเสร็จศึกเก้าทัพแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดกองทัพขึ้นเป็น ๔ กอง ยกออกไปตั้งสกัดทัพพม่าอยู่เป็นแห่งๆ ในพื้นที่ตั้งแต่เมืองกาญจนบุรีลงไปทางปักษ์ใต้ โดยเฉพาะทางด่านพระเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็น ช่องทางผ่าน ที่ส�ำคัญติดชายแดนพม่า และได้โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่น เจษฎาบดินทร์ (พระนามเดิมของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓) ทรง เป็นแม่ทัพคุมพลหมื่นหนึ่ง เสด็จไปตั้งขัดตาทัพอยู่ ณ ต�ำบลปากแพรก เมืองกาญจนบุรี โดย พระองค์ได้เสด็จยาตราทัพออกจากกรุงเทพฯ โดยทางเรือ เมื่อวันศุกร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๐ ค�่ำ ปีมะโรง การยาตราทัพในวันแรกได้ผ่านคลองบางกอกใหญ่ (ปัจจุบันคือคลองบางหลวง) เข้า คลองด่าน เมื่อเสด็จถึงวัดจอมทอง ได้ทรงหยุดทัพบริเวณหน้าวัดและทรงประกอบพิธีเบิก โขลนทวาร ตามลักษณะพิชัยสงครามที่วัดจอมทองแห่งนี้ ดังความในหนังสือนิราศตามเสด็จ ทัพล�ำแม่น�้ำน้อยที่พระยาตรังกวีเอกผู้โดยเสด็จราชการทัพครั้งนั้นด้วย ได้บรรยายถึงการ ประกอบพิธีไว้ว่า “อาดาลอาหุติห้อม โหมสถาน ถึกพฤฒิพราหมณ์ โสรจเกล้า ชีพ่อเบิกโขลนทวาร ทวีเทวศ วายแล ลารูปพระเจ้าปั้น แปดมือ” ในพิธีดังกล่าวนี้ พระองค์ได้ทรงอธิษฐานขอให้การเสด็จไปราชการทัพคราวนี้ ประสบ ความส�ำเร็จ และทรงได้รับค�ำพยากรณ์จากเจ้าอาวาสวัดจอมทองว่า จักประสบความส�ำเร็จ และเสด็จกลับมาโดยสวัสดิภาพ จึงประทานพรไว้ว่า “หากเป็นเช่นนั้นจริงจักสร้างวัดให้ใหม่ ทั้งวัด” ต่อมาเมื่อได้เสด็จยาตราทัพไปตั้งอยู่ ณ ด่านเจดีย์สามองค์เมืองกาญจนบุรี ทรงรอ ทัพพม่าอยู่จนย่างเข้าฤดูฝน ราวเดือน ๖-๗ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๖๔ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพม่าจะ ยกมา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงโปรดเกล้าฯ ให้เลิกทัพกลับพระนคร ครั้งเสด็จกลับถึงพระนครแล้ว พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ก็ทรงเริ่มสร้าง วัดจอมทองขึ้นใหม่ทั้งหมดตามที่ทรง ประทานพรไว้แก่เจ้าอาวาสจอมทอง และทรงเสด็จมา Book-7.indd 2 2/11/20 15:58
ประวัติความเป็นมาของจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 3 ๑ บทที่ ประทับเพื่อคุมงานและตรวจตราการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง โดยทรงประทับอยู่ที่ใต้ต้นพิกุล ใหญ่ข้างพระอุโบสถเสมอ มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า พระองค์ได้เคยตรัสปรารภกับ ข้าราชบริพาร ที่เฝ้าอยู่เสมอว่า “ถ้าฉันตาย ฉันจะมาอยู่ที่นี่” การด�ำเนินการก่อสร้างวัดจอมทองดังกล่าว ได้เริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๓๖๔-พ.ศ. ๒๓๗๔ รวมเวลา ๑๑ ปี หลังจากด�ำเนินการก่อสร้างแล้ว เสร็จ พระองค์ได้น้อมเกล้าฯ วัดจอมทองนี้ ถวายเป็นพระอารามหลวงแด่พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย และได้ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดราชโอรส” ซึ่งหมายถึง วัดที่พระราชโอรสสถาปนา การสถาปนาวัดราชโอรสในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ราชกาล ที่ ๓) ได้ทรงเห็นเป็นการส่วนพระองค์ มิได้เกี่ยวข้องกับทางราชการ จึงทรงพระด�ำริ เปลี่ยนแปลงแบบอย่างศิลปกรรมภายในวัดตามความ พอพระราชหฤทัย เพราะขณะนั้น พระองค์ทรงก�ำกับการกรมท่า ทรงท�ำการค้าติดต่อกับประเทศจีน และทรงนิยมศิลปะแบบ จีนมาก วัตถุสถานต่างๆ ที่พระองค์โปรดฯ ให้สร้างขึ้นภายในวัดแห่งนี้ จึงตกแต่งไปด้วย ศิลปกรรมแบบจีนเป็นส่วนใหญ่และมีศิลปกรรมแบบไทยผสมผสานอยู่ด้วย โดยศิลปกรรมไทย ที่มีอยู่ในวัดนี้ พระองค์ได้สรรค์สร้างให้กลมกลืนงดงามอย่างหาที่ติมิได้แต่ยังคงสัญลักษณ์ แห่งศาสนาสถานณ์ได้อย่างสง่างามยิ่ง เช่น ลายกระแหนะรูปเลี้ยวกางที่บานประตูหน้าต่าง ของพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ รูปทรงหลังคาพระอุโบสถตลอดถึงกุฎิ ที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ ซึ่งกรมพระยาด�ำรงราชานุภาพได้ทรงมีลายพระหัตถ์ทูลสมเด็จฯ กรมพระยา นริศรานุวัดติวงศ์ว่า “หม่อมฉันเคยเห็นกลอนหรือโคลง ซึ่งพระยาไชยวิชัย (เผือก) แต่ง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จารึกศิลาไว้ในโบสถ์วัดหน้าพระเมรุ มีความอันหนึ่งกล่าวถึงการสร้างวัดราชโอรส ชมพระปัญญาว่าช่างแก้ไขยักเยื้องมิให้มีช่อฟ้า ใบระกาอันเป็นของหักพังง่ายไม่ถาวร เพราะวัดราชโอรสนั้นสร้างแต่ในรัชกาลที่ ๒ ความที่ พระยาไชยวิชิตกล่าวถึงนั้น ส่อว่าเป็นวัดแห่งแรกที่คิดสร้างออกแบบอย่างวัดซึ่งสร้างกันเป็น สามัญ จะเรียกต่อไปในจดหมายนี้ว่า “วัดนอกอย่าง” พิจารณาดูวัดราชโอรสเห็นได้ว่าวัดนอก อย่างนั้นไม่ใช่แต่เอาช่อฟ้าใบระกาออกเท่านั้น ถึงสิ่งอื่น เช่น ลวดลายและรูปภาพ เป็นต้น ก็แผลงไปเป็นอย่างอื่นหมด คงไว้แต่สิ่งอันเป็นหลักของวัดอันจะเปลี่ยนแปลงมิได้ เช่น โบสถ์ วิหาร เป็นต้น นอกจากทรงสร้างตามพระราชหฤทัย ไม่เกรงใครจะติเตียน แต่ตั้ง พระราชหฤทัย ประจงให้งามอย่างแปลก มิใช่สร้างแต่พอเป็นกิริยาบุญ....” Book-7.indd 3 2/11/20 15:58
4 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร นายจอน ครอฟอร์ด ได้บันทึกไว้ในจดหมายเหตุรายวันว่า “... หลังคาโบสถ์ดูแปลกแต่ใช่ว่าไม่งาม ใช้กระเบื้องเคลือบน�้ำยาสีเขียว บริเวณรอบ ๆ โบสถ์เป็นสวนปลูกต้นไม้ประดับและต้นไม้ผล กุฎิพระเป็นแบบใหม่ เพราะแทนที่จะเป็นเครื่องไม้ กุฏิในวันนี้ก่อเป็นตึกหมด ใช้อิฐฉาบปูน ท�ำให้รู้สึกว่า เหมือนบ้านเรือนน้อยๆ ในประเทศอังกฤษ...” ม.ร.ว. สดับ ลดาวัลย์ ได้แสดงปาฐกถาเรื่องวัดราชโอรส มีความตอนหนึ่งว่า “แผนผังของวัดราชโอรสารามก็เหมือนกับวัดทั่วไป เช่น พระอุโบสถตั้ง อยู่กลาง พระวิหารพระยืนอยู่ด้านข้าง ศาลาการเปรียญอยู่ด้านขวา พระวิหาร พระพุทธไสยาสน์อยู่ด้านหลัง แผนผังหลักที่พร้อมสรรพเช่นนี้เห็นมีแต่วัด พระเชตุพนฯ วัดอื่นที่คล้ายกันหายาก วัดนี้แม้ดูจากภายนอกจะเป็นแบบจีนก็ตาม แต่ภายในเป็นไทยแท้ทุกประการ เช่น รูปเลี้ยวกางไทยที่กล่าวแล้ว แม้พระเจดีย์ ย่อมุมไม้สิบสองที่เรียงรายอยู่ภายในรอบพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ หรือพระพุทธรูป ที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารและพระอุโบสถก็ล้วนเป็นพุทธศิลป์แบบสยามแท้ ไม่มีพระพุทธรูปองค์ใดมีรูปอย่างพระพุทธรูปจีน นอกจากพระพุทธรูปหินสลักนูน จากแผ่นศิลาในเก๋งจีนเรือนไฟหิน หรือที่เรียกว่า “สุสานพระธรรม” ซึ่งตั้งอยู่ด้าน หลังพระอุโบสถเท่านั้น “พระพุทธรูปวัดราชโอรสทุกองค์สร้างด้วยส่วนสัดที่งดงามมาก จะไป เปรียบเทียบกับสมัยใดก็ยาก เพราะทรงพยายามที่จะให้งามเป็นพิเศษ...” ศิลปกรรมทุกชิ้นในวัดนี้ล้วนสร้างขึ้นด้วยฝีมือประณีตบรรจง เมื่อสร้างเสร็จใหม่ๆ ความงดงามของ วัดราชโอรสารามนั้นได้เป็นที่เลื่องลือกันมาก มีชาวไทยและชาวต่างประเทศ ลงเรือมาชมกันมิได้ขาด แม้แต่สุนทรภู่ได้เดินทางผ่านมาเห็นวัดราชโอรสในปลายสมัยรัชกาล ที่ ๓ ก็ได้ร�ำพัน อนุโมทนาไว้อย่างน่าฟังในนิราศเมืองเพชรว่า Book-7.indd 4 2/11/20 15:58
ประวัติความเป็นมาของจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 5 ๑ บทที่ ถึงบางหว้าอารามนามจอมทอง ดูเรืองรองรุ่งโรจน์ที่โบสถ์ราม สาธุสะพระองค์มาทรงสร้าง เป็นเยี่ยงอย่างไว้ในภาษาสยาม ในพระโกศโปรดปรานประทานนาม โอรสราชอารามนามเจริญ มีเชื่อมรอบขอบคูดูพิลึก กุฏิตึกเก๋งกฏิ์สุดสรรเสริญ ที่ริมน�้ำท�ำศาลาไว้น่าเพลิน จนเรือเดินมาถึงทางบางขุนเทียน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ ทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา เป็นอย่างยิ่ง ได้ทรงสร้างและปฏิสังขรณ์พระอารามไว้เป็นจ�ำนวนมาก ถึงกับกล่าวกันว่า ใน รัชกาลที่ ๓ ถ้าใครใจบุญชอบสร้างวัดวาอารามก็เป็นคนโปรด แต่วัดที่ทรงสร้างด้วยฝีมือ ประณีต มีแบบอย่างศิลปกรรมที่แปลกและงดงามเป็นพิเศษจนเป็นที่เลื่องลือกล่าวขวัญกัน มาก เห็นจะไม่มีวัดไหนเสมอด้วยวัดราชโอรส เหตุนี้ นายมี มหาดเล็ก บุตรพระโหราธิบดี เมื่อแต่ง เพลงยาวสรรเสริญพระเกียรติ ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าอยู่หัว ได้กล่าวถึงวัดราชโอรสไว้ว่า วัดไหนไหนก็ไม่ลือระบือยศ เหมือนวัดราชโอรสอันสดใส เป็นวัดเดิมเริ่มสร้างไม่อย่างไร ล้วนอย่างไหม่ทรงคิดประดิษฐ์ท�ำ ทรงสร้างด้วยพระมหาวิริยาธึก โอฬารึกพร้อมพริ้งทุกสิ่งข�ำ ล้วนเกลี้ยงเกลาเพราเพริศดูเลิศล�้ำ ฟังข่าวค�ำลือสุดอยุธยา จะร�ำพันสรรเสริญก็เกินสุด ขอยกหยุดพองามตามเลขา ก�ำหนดสร้างอาวาสโดยมาตรา ประมาณช้านับได้สิบสี่ปี จึงเสร็จการอาวาสราชโอรส อันลือยศเฟื่องฟุ้งทั่วกรุงศรี แล้วสมโภชโปรดปรานการทวี การที่มีเหลือล้นคณนา ครั้นในปลายปีเถาะ พ.ศ. ๒๓๗๔ นั้น โปรดเกล้าฯ ให้มีการสมโภชวัดราชโอรส ซึ่งสถาปนาส�ำเร็จแล้วใน วันอาทิตย์ เดือน ๒ ขึ้น ๑๓ ค�่ำ พ.ศ. ๒๓๗๔ (ตรงกับวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๓๗๔) พร้อมทั้งได้ถวายผ้าไตรจีวรแด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ที่วัด ราชโอรสาราม และพระสงฆ์ที่มาเจริญพระพุทธมนต์มาจากทุกพระอาราม ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มารับไตรจีวรที่วัดราชโอรสาราม และวันจันทร์เดือน ๒ ขึ้น ๑๔ ค�่ำ (ตรงกับวันที่ ๑๖ Book-7.indd 5 2/11/20 15:58
6 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร มกราคม ๒๓๗๔) เป็นวันที่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เย็น โปรดให้มีการสมโภชและมี มหกรรมทุกพระอารามพร้อมกัน เฉพาะที่วัดราชโอรสาราม โปรดเกล้าฯ ให้ปลูกพลับพลาที่ ประทับบริเวณริมคลองหน้าวัด และโปรดเกล้าฯ ให้มีโขนโรงใหญ่ ชักรอกตรงหน้าพลับพลา ด้วย เกณฑ์เรือประพาสข้าราชการร้องสักวาดอกสร้อย ที่บริเวณเกาะหน้าพลับพลา ครั้น ตกเวลาเย็น ได้เสด็จพระราชด�ำเนินทางชลมารคประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็น กระบวนพยุหยาตรา มีเรือกระบวนรูปสัตว์ มาประทับทรงสดับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ทั้ง ๓ วัน ที่เป็นก�ำหนดงานสมโภชพระอาราม ต�ำรับยาในพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ เป็นอาคารขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังพระอุโบสถ ขนาด กว้าง ๑๘.๔๐ เมตร ยาว ๓๑.๓๐ เมตร รายล้อมด้วยพระระเบียงทั้งสี่ทิศ มีสถาปัตยกรรม แบบจีน ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์เหมือนกับพระอุโบสถ มุงด้วยกระเบื้องเคลือบสี เขียวและสีทอง มีเสาหานอยู่โดยรอบจ�ำนวน ๓๖ ต้น มีเฉลียงทางเดินแคบ ๆ โดยรอบ ภายในพระวิหารมีความยาวขนาด ๙ ห้อง มีเสารายรับส่วนบน ๒ แถวจ�ำนวน ๒๐ ต้น เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่และงดงามมากที่สุดองค์หนึ่ง พระเศียรอยู่ด้านทิศใต้ ผันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก มีความยาวจากพระบาทถึงปลาย พระรัศมี ๒๐ เมตร สูง ๖ เมตร มีพระนามตามที่จารึกไว้ที่ฐานชุกชีว่า “พระพุทธไสยาสน์ นารถชนินทร์ ชินสากยบรมสมเด็จ สรรพเพชญพุทธบพิตร” หน้าบันพระวิหารลดเป็นสี่ชั้น ของเดิมประดับด้วยกระเบื้องเคลือบกังไส ต่อมาได้ช�ำรุดหลุดร่วงลงมาก เมื่อมีการปฏิสังขรณ์ ในปี พ.ศ. ๒๔๔๔ ได้ปั้นปูนเขียวสีแทนที่ช�ำรุดไป ของเดิมเหลือไม่มาก โดยด้านทิศใต้ หน้าบันส่วนบนเป็นลวดลายดอกเบญจมาศ นกบิน และเซียนขี่นก ตรงกลายเป็น รูปไก่อยู่ ในวงกลม ส่วนล่างเป็นรูปมังกรพ่นพิษเข้าหากัน มีศาลเจ้าจีนโตและกิเลน ด้านทิศเหนือมี ลวดลายเหมือนด้านทิศใต้ เป็นแต่ตัวนกจะคล้ายหงส์ ตรงกลางเป็นรูปไก่ฟ้า บันไดทางขึ้น พระวิหารมี ๒ ด้าน คือด้านทิศใต้กับทิศตะวันออก ชั้นบันไดเป็นหินแกรนิต ประตูพระวิหาร มี ๕ ประตู คือด้านทิศตะวันออก ๓ ประตู และด้านทิศใต้กับทิศเหนือด้านละ ๑ ประตู หน้าต่างมีทั้งหมด ๒๓ ช่อง ทั้งบานประตูและหน้าต่างเป็นไม้สักหนาและมีคุณภาพดีเยี่ยม สันนิษฐานว่าเป็นของเดิม เพราะไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการเปลี่ยนแปลงใหม่ในการบูรณะ Book-7.indd 6 2/11/20 15:58
ประวัติความเป็นมาของจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 7 ๑ บทที่ ครั้งใดๆ กรอบประตูและหน้าต่างเป็นสายกระแหนะปูนปั้นเป็นรูปเครือเถาดอกเบญจมาศ ส่วนตัวบานด้านนอกเป็นลายกระแหนะเช่นเดียวกัน แต่เป็นรูปเสี้ยวกางแบบไทยยืนอยู่บน ประแจจีน ในมือถือเครือเถาและช่อดอกเบญมาศ ประกอบด้วยแจกันดอกเบญจมาศและพาน ผลไม้มงคล เช่น ทับทิม ส้มมือ ลิ้นจี่ ตัวบานด้านในเขียนเป็นรูปนกยูงประดับด้วยดอกไม้ เบญจมาศและต้นไม้แบบจีน กรอบหน้าประตูและหน้าต่างลงรักปิดทอง โดยด้านในเป็น รูปกอบัว ดอกเบญจมาศ มีรูปปลา นกกระสา และนกยูง ด้านนอกเป็นรูปมังกรสลับลาย เครือเถาดอกเบญจมาศและอาวุธจีน ภายในพระวิหารประกอบด้วยเสาโดยรอบองค์พระจ�ำนวน ๒๐ ต้น ของเดิมมีลาด ลายเป็นรูปดอกไม้และ ปิดทองเหมือนเสาในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยในพระบรมมหาราชวัง เพดานพระวิหาร เขียนลวดลายดอกเบญจมาศ ลวดลายจีน รูปผีเสื้อและนก มีรูปผลไม้ สลับด้วยลวดลายสีทอง โดยรอบพระวิหาร มีพระเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองขนาดเล็ก จ�ำนวน ๓๒ องค์ บริเวณด้านหน้าพระวิหารมีตุ๊กตาจีนเป็นหินแกะสลักตั้งไว้ตามเชิงบันไดหลายตัว เช่น ยักษ์จีนยืนถือกระบอง แต่สูญหายด้วยถูกโจรกรรมไปบ้าง ถูกตัดหัวไปบ้างเรื่อยมา จนปัจจุบันเหลือไม่กี่ตัว และมีแผงกระเบื้องเคลือบเนื้อกังไส เป็นรูปบ้างหรือโรงงิ้วเป็นช่องๆ ภายในมีตุ๊กตาคนอยู่ ดูสวยงามมาก หาดูได้ยาก พระระเบียง พระระเบียง คือโรงแถวที่ล้อมรอบพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ทั้งสี่ทิศ มีลักษณะ เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าโล่ง ด้านหลังทึบ หลังคาลด ๓ ชั้น มุงด้วยกระเบื้องเคลือบ สีทอง แบ่งเป็นห้องมีจ�ำนวน ๖๐ ห้อง มีความยาวด้านทิศเหนือถึงทิศใต้ ๖๗.๙๐ เมตร ความกว้างด้านทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตก ๕๔.๖๐ เมตร ตามมุมมีลักษณะเป็นมุขยื่นออก ไปมุมละ ๒ มุข ด้านนอกมีชานเดินแคบ ๆ โดยรอบ มีเสาหานรับหลังคาโดยตลอด ประตู ทางเข้าพระระเบียงมี ๔ ประตู ทิศละประตู รูประตู เป็นวงกลม บานประตูเป็นแบบ ๒ บาน วงกบและบานประตูเป็นไม้สักหนาทั้งหมด พระระเบียงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ จ�ำนวน ๖๐ องค์ เป็น พระพุทธรูปนั่ง ๕๘ องค์ พระพุทธรูปยืน ๒ องค์ ประดิษฐานอยู่ห้องละ ๑ องค์ เป็น พระที่ซ่อมใหม่จากองค์เดิมที่ช�ำรุดบ้าง ถูกตัดเศียรไปบ้าง ที่สร้างขึ้นใหม่แทนองค์เดิมที่ถูก Book-7.indd 7 2/11/20 15:58
8 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร โจรกรรมไปบ้าง พระพุทธรูปเหล่านี้ประดิษฐานอยู่บนแท่นที่ยกสูงขึ้นจากพื้นประทับเรียงกัน เป็นแถวเหมือนพระพุทธรูปในพระระเบียงของพระอารามหลวงทั่วไป ณ ที่ฝาผนังด้านนอกของพระระเบียง มีแผ่นหินอ่อนจารึกต�ำรายาและต�ำรา หมอนวดติดอยู่โดยรอบ ห้องละ ๑ แผ่น แต่ได้แตกหักช�ำรุดไปเสียมากต่อมากมาโดยล�ำดับ เพราะมีหลายคราวที่พระระเบียงผุพังเสียหายจนเหลือแต่เสาก็มี เมื่อมีการบูรณะใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ จึงได้เก็บรวบรวมและติดตั้งไว้อย่างแน่นหนา ปัจจุบันเหลือที่ติดตั้งอยู่ ๔๒ แผ่น ซึ่งต�ำรายาและต�ำราหมอนวดเหล่านี้ได้มีการสร้างขึ้นพร้อม ๆ กับการบูรณะวัดราชโอรสาราม ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) ซึ่งในขณะนั้นทรงด�ำรง พระราชอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ในรัชกาลที่ ๒ พระองค์ทรง ด�ำริให้ช่างชาวจีนเป็นผู้ดูแลการบูรณะพระวิหารพระพุทธไสยาสน์รวมถึงพระระเบียงรอบ พระวิหารฯ และทรงด�ำริให้ช่างชาวไทยจารึกต�ำรายาและต�ำราหมอนวดดังกล่าวไว้บนแผ่นหิน แกรนนิตรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้าง ยาว ด้านละ ๓๓ เซนติเมตร แต่ละแผ่นมีอักษรจารึก เป็นภาษาไทยด้านเดียว จัดเรียงบรรทัดทางแหลม จ�ำนวน ๑๗ แผ่น เหมือนกันทุกแผ่น มีจ�ำนวน ๔๒ แผ่น และส่วนหนึ่งได้กระจายไปประดิษฐานอยู่ตามศาลารายอีก จ�ำนวน ๒ หลัง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ด้านหน้าพระอุโบสถ หลังละ ๔ แผ่น รวมทั้งหมด ๕๐ แผ่น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยกองคุ้มครองภูมิปัญญาการ แพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย ได้ด�ำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริม ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ ในการรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทยเกี่ยวกับต�ำรับยาแผนไทยและต�ำราการแพทย์แผนไทยทั่วราชอาณาจักร เพื่อจัดท�ำทะเบียนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเกี่ยวกับต�ำรับยาแผนไทยและต�ำราการแพทย์ แผนไทยในการใช้ประโยชน์ด้านการอ้างอิงทางวิชาการ ศึกษา วิจัย และพัฒนา และปัจจุบัน จารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ได้ถูกประกาศให้เป็นต�ำรับยาแผนไทยของชาติ หรือต�ำราการแพทย์แผนไทยของชาติ และกองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยฯ ในฐานะหน่วยงานที่ด�ำเนินการตาม พรบ. ดังกล่าว ได้เล็งเห็นความส�ำคัญของต�ำรายาดังกล่าว ประกอบกับจารึกดังกล่าวมีสภาพช�ำรุดทรุดโทรมเสียหายไปตามกาลเวลา ควรได้รับการอนุรักษ์ คุ้มครองและน�ำมาใช้ประโยชน์ จึงได้ด�ำเนินการถ่ายภาพ ปริวรรตถ่ายทอด และเรียบเรียง เป็นค�ำอ่าน และได้ด�ำเนินการจัดพิมพ์เป็นต�ำราภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ฉบับอนุรักษ์ Book-7.indd 8 2/11/20 15:58
ประวัติความเป็นมาของจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 9 ๑ บทที่ จารึกต�ำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร และกลุ่มงานวิชาการและคลังความรู้ ในฐานะ หน่วยงานมีหน้าที่พัฒนาระบบสารสนเทศองค์ความรู้ดิจิทัลภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Digital knowledge Library: TTDKL) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนา ต้นแบบการจัดระบบองค์ความรู้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของประเทศ อนุรักษ์คุ้มครอง และการออกรหัสมาตรฐานภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยได้ด�ำเนินการสังคายนาต�ำรายา ในจารึกวัดราชโอรสารามราชวรวิหารดังกล่าวต่อยอดจากจากภาระงานที่กองคุ้มครองและ ส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทยด�ำเนินการไว้แล้ว โดยน�ำต�ำรา ยาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ฉบับอนุรักษ์ ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งได้ท�ำการถ่ายถอดและ ปริวรรตไว้แล้วในเบื้องต้น และเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการสื่อสารและน�ำไปใช้ประโยชน์ ต่อไป จึงได้ด�ำเนินการแต่งตั้งคณะท�ำงานวิเคราะห์องค์ประกอบต�ำรับยาสมุนไพรในต�ำราการ แพทย์แผนไทยของชาติและต�ำรับยาแผนไทยของชาติ (ต�ำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร) เพื่อด�ำเนินการทบทวน แปลเอกสารต้นฉบับ และเพิ่มค�ำอธิบายให้เป็นภาษาปัจจุบัน โดยยัง คงความหมายของต้นฉบับเดิมไว้ การด�ำเนินการวิเคราะห์โรค/อาการและตัวยาที่เป็นพืชวัตถุ และสัตว์วัตถุ จนได้ชื่อวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ธาตุวัตถุ เพื่อให้ทราบชื่อทางเคมีหรือโครงสร้าง ที่เกี่ยวข้อง การด�ำเนินการวิเคราะห์ชื่อโรค โดยใช้การอ้างอิงจากค�ำอธิบายในพจนานุกรม ศัพท์แพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย ฉบับราชบัณฑิตสภา พ.ศ. ๒๕๕๙ และต�ำรายาศิลาจารึก วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ที่จัดพิมพ์โดย โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัด พระเชตุพนวิมลมังคลาราม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นหลัก และด�ำเนินการออกรหัสภูมิปัญญา การแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Digital Knowledge Classification: TTDKC) เพื่อการคุ้มครองและปกป้องภูมิปัญญาในระดับสากลต่อไป Book-7.indd 9 2/11/20 15:58
บทที่๒ การวิเคราะห์ ตำ�รับยาสมุนไพร ในจารึกตำ�รายา วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร Book-7.indd 10 2/11/20 15:58
จารึกตำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 1 ภาพจารึกแผนที่ 1 กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย คำจารึกแผนที่ 1 ๑. ๏ ลมอนึ่ง ๒. จตุบาทวาโยเกิดในคอนั้น ๓. เปนคางทูมหายใจขัดอก ลมนี้เกิดแกใคร ๔. ๒ ป ๘ เดือน ใหเสียตาเอานอไมคาเตา ๑ การพลู ๑ ๕. พัดแพวแดง ๑ ดีปลี ๑ ลูกจัน ๑ ดอกจัน ๑ พริกไทย ๑ เสมอภาค ๖. ทำผงลายน้ำผึ้งกินหาย๚ ลมหมูหนึ่งชื่ออัควารันตะ ใหเจบทั่วสาระภางมักใหหน (าว ) ๗. มักใหพรึงทังตัวใหคันทังตัวถาจะแกเอาตาเสือตน ๑ ผักเบี้ยหนู ๑ พุทรา ๑ กระทุมนา ๑ หอมแดง ๑ ๘. พรัรผักกาด ๑ แทงทวย ๑ โพพาย ๑ ลูกจัน ๑ ดีปลี ๑ ตำผงลายน้ำผึ้งปนเปนลูกกอนกินหายฯ ๙. ลมหมูหนึ่งชื่อภูมรานี้เกิดในหัวใจขึ้นมาถึงสีสะ แลใหคันหนาตากินอาหารมิได เอาบุกหัวใหญ มาขุดเปนหลุมเอาเลาทนา ๑๐. ลูกจัน ๑ ดอกจัน ๑ ดองดึง ๑ สคาน ๑ ดีปลี ๑ กระวาน ๑ บัตะบุด ๑ ชันตะเคียน ๑ ลินทะเล ๑ เสมอภาคตำผงไสลงหัว ๑๑. บุกผนึกใหมั่นมิดไฟแกลบใหสุกแลวกินภอสมควรหาย๚ ลมหมุหนึ่งชื่อสัพวาโย ใหจับเปน คราวๆ วัน ๑๒. ทีหนึ่งใหเจบหลังแลเกลียวคอหนัก เอาพรัรผักกาด ๑ หอมแดง ๑ ๑๓. มรุม ๑ ไพล ๑ ผักเบี้ยหนู ๑ ๑๔. มนาว ๑ โรกแดง ๑ โกดเขมา ๑ ๑๕. เทียนดำ ๑ สานซม ๑ ๑๖. (ตำ) เปนผง ลายน้ำผึ้ง ๑๗. กินหาย กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย Book-7.indd 11 2/11/20 15:58
12 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๑ ชื่อต้นฉบับ: ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๑ ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๑ ๏ ชื่อโรค: ลมจตุบาทวาโย อาการ: เกิดในคอนั้นเป็นคางทูม หายใจขัดอก ลมนี้เกิดแก่ใคร ๒ ปี ๘ เดือน ให้เสียตา สรรพคุณของต�ำรับ: แก้ลมจตุบาทวาโย ส่วนประกอบของต�ำรับ: หน่อไม้คาเตา ๑ กานพลู ๑ ผักแพวแดง ๑ ดีปลี ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ พริกไทย ๑ เสมอภาค วิธีปรุงยา: ท�ำเป็นผง รูปแบบยา: ยาผง กระสายยา: น�้ำผึ้ง วิธีใช้: ละลายน�้ำผึ้ง กิน รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ หน่อไม้คาเตา# *หน่อไม้ Bambusa bambos (L.) Voss Poaceae ๑ ส่วน ๒ กานพลู *ดอกตูม Syzygium aromaticum (L.) Merr. & L. M. Perry Myrtaceae ๑ ส่วน ๓ ผักแพวแดง *ราก Iresine herbstii Hook. Amaranthaceae ๑ ส่วน ๔ ดีปลี *ช่อผล (spike) Piper retrofractum Vahl Piperaceae ๑ ส่วน ๕ ลูกจันทน์ *เมล็ด Myristica fragrans Houtt. Myristicaceae ๑ ส่วน ๖ ดอกจันทน์ *เยื่อหุ้มเมล็ด Myristica fragrans Houtt. Myristicaceae ๑ ส่วน ๗ พริกไทย *ผล Piper nigrum L. Piperaceae ๑ ส่วน # ต�ำรายาศิลาจารึกในวัดโพธิ์ ระบุว่า หน่อไม้ตับเต่า ส่วนใหญ่ใช้ ไผ่ป่า Book-7.indd 12 3/25/20 19:33
การวิเคราะห์ตำ รับยาสมุนไพรในจารึกตำ รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 13 หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ๒ บทที่ ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๒ ๏ ชื่อโรค: ลมอัควารันตะ อาการ: ให้เจ็บทั่วสรรพางค์ มักให้หนาว มักให้พรึงทั้งตัว ให้คันทั้งตัว สรรพคุณของต�ำรับ: แก้ลมอัควารันตะ ส่วนประกอบของต�ำรับ: ตาเสือต้น ๑ ผักเบี้ยหนู ๑ พุทรา ๑ กระทุ่มนา ๑ หอมแดง ๑ พันธุ์ผักกาด ๑ แทงทวย ๑ โพบาย ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ดีปลี ๑ วิธีปรุงยา: ต�ำเป็นผง ละลายน�้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอน รูปแบบยา: ลูกกลอน กระสายยา: น�้ำผึ้ง วิธีใช้: กิน รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ ตาเสือต้น *เปลือกต้น Aphanamixis polystachya (Wall.) R. Parker Meliaceae ๑ ส่วน ๒ ผักเบี้ยหนู *ทั้งต้น Portulaca quadrifida L. Portulacaceae ๑ ส่วน ๓ พุทรา *พุทราป่า *เปลือกต้น Ziziphus jujuba Mill. Rhamnaceae ๑ ส่วน ๔ กระทุ่มนา *เปลือกต้น Mitragyna diversifolia (Wall. ex G. Don) Havil. Rubiaceae ๑ ส่วน ๕ หอมแดง *ว่านหอมแดง *หัว Eleutherine bulbosa (Mill.) Urb. Iridaceae ๑ ส่วน ๖ พันธุ์ผักกาด *เมล็ด Brassica juncea (L.) Czern. Brassicaceae ๑ ส่วน ๗ แทงทวย *มะกายคัด *เปลือกต้น Mallotus philippensis (Lam.) Müll. Arg. Euphorbiaceae ๑ ส่วน ๘ โพบาย *เปลือกต้น Balakata baccata (Roxb.) Esser Euphorbiaceae ๑ ส่วน ๙ ลูกจันทน์ *เมล็ด Myristica fragrans Houtt. Myristicaceae ๑ ส่วน ๑๐ ดอกจันทน์ *เยื่อหุ้มเมล็ด Myristica fragrans Houtt. Myristicaceae ๑ ส่วน ๑๑ ดีปลี *ช่อผล Piper retrofractum Vahl Piperaceae ๑ ส่วน Book-7.indd 13 3/26/20 13:26
14 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๓ ๏ ชื่อโรค: ลมภุมรา อาการ: เกิดในหัวใจขึ้นมาถึงศีรษะแลให้คันหู คันหน้าตา กินอาหารมิได้ สรรพคุณของต�ำรับ: แก้ลมภุมรา ส่วนประกอบของต�ำรับ: บุกหัวใหญ่ ๑ ลูกจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ ดองดึง ๑ สะค้าน ๑ ดีปลี ๑ กระวาน ๑ สัตตบุษย์ ๑ ตะเคียน ๑ ลิ้นทะเล ๑ เอาเสมอภาค วิธีปรุงยา: คว้านหัวบุกเป็นหลุม เทเหล้าทะนาน (๑ ลิตร) ต�ำผงยาใส่ลงในหัวบุก ปิดผนึก ให้มิด สุมไฟด้วยแกลบให้สุก รูปแบบยา: ยาสุม วิธีใช้: กิน รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ บุกหัวใหญ่ *บุกคางคก *บุกรอ หัวขนาดใหญ่ Amorphophallus paeoniifolius (Dennst.) Nicolson หรือ Amorphophallus saraburiensis Gagnep. Araceae ๑ ส่วน ๒ ลูกจันทน์ *เมล็ด Myristica fragrans Houtt. Myristicaceae ๑ ส่วน ๓ ดอกจันทน์ *เยื่อหุ้มเมล็ด Myristica fragrans Houtt. Myristicaceae ๑ ส่วน ๔ ดองดึง *หัว Gloriosa superba L. Colchicaceae ๑ ส่วน ๕ สะค้าน *เถา Piper wallichii (Miq.) Hand.-Mazz. Piperaceae ๑ ส่วน ๖ ดีปลี *ช่อผล Piper retrofractum Vahl Piperaceae ๑ ส่วน ๗ กระวาน *ผล Amomum testaceum Ridl. Zingiberaceae ๑ ส่วน ๘ สัตตบุษย์# *เมล็ด Pimpinella anisum L. Apiaceae (Umbelliferae) ๑ ส่วน Book-7.indd 14 2/11/20 15:58
การวิเคราะห์ตำ�รับยาสมุนไพรในจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 15 หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ๒ บทที่ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๙ ชันตะเคียน *ตะเคียนทอง *ยาง Hopea odorata Roxb. Dipterocapaceae ๑ ส่วน ๑๐ ลิ้นทะเล *กระดองของ ปลาหมึก กระดอง Sepia spp. Sepiidae ๑ ส่วน # ต�ำรายาศิลาจารึกในวัดโพธิ์ระบุว่า เทียนสัตตบุษย์ ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๔ ๏ ชื่อโรค: ลมสรรพวาโย อาการ: ให้จับเป็นคราวๆ เว้นทีหนึ่ง ให้เจ็บหลังแลเกลียวคอหนัก สรรพคุณของต�ำรับ: แก้สรรพวาโย (แก้ลมทั้งปวง) ส่วนประกอบของต�ำรับ: พันธุ์ผักกาด ๑ หอมแดง ๑ มะรุม ๑ ไพล ๑ ผักเบี้ยหนู ๑ มะนาว ๑ โลดแดง ๑ โกฐเขมา ๑ เทียนด�ำ ๑ สารส้ม ๑ (ต�ำ) วิธีปรุงยา: ต�ำเป็นผง รูปแบบยา: ยาผง กระสายยา: น�้ำผึ้ง วิธีใช้: ละลายน�้ำผึ้ง กิน รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ พันธุ์ผักกาด *เมล็ด Brassica juncea (L.) Czern. Brassicaceae ๑ ส่วน ๒ หอมแดง *ว่านหอมแดง *หัว Eleutherine bulbosa (Mill.) Urb. Iridaceae ๑ ส่วน ๓ มะรุม *เปลือกต้น Moringa oleifera Lam. Moringaceae ๑ ส่วน ๔ ไพล *เหง้า Zingiber montanum (J.Koenig) Link ex A. Dietr. Zingiberaceae ๑ ส่วน Book-7.indd 15 2/11/20 15:58
16 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๕ ผักเบี้ยหนู *ทั้งต้น Portulaca quadrifida L. Portulacaceae ๑ ส่วน ๖ มะนาว *ผล Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle Rutaceae ๑ ส่วน ๗ โลดแดง (โรกแดง) *มะคังแดง *ล�ำต้น Dioecrescis erythroclada (Kurz) Tirveng. Rubiaceae ๑ ส่วน ๘ โกฐเขมา *ราก Atractylodes lancea (Thunb.) DC. Asteraceae (Compositae) ๑ ส่วน ๙ เทียนด�ำ *เมล็ด Nigella sativa L. Ranunculaceae ๑ ส่วน ๑๐ สารส้ม (ต�ำ) *ผลึก สารส้ม (สะตุ) Hydrated potassium aluminium sulphate ๑ ส่วน Book-7.indd 16 2/11/20 15:58
ชุดตำราภูมิปญญาการแพทยแผนไทย ฉบับอนุรักษ 4 ภาพจารึกแผนที่ 2 กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย ๑. ๏ สิทธิการิ (ย) ๒. ถาผูชายเปนโรคสำหรับบุ ๓. รุษไสดวนไสลามแลใหแดกอกเปนน้ำ ๔. เหลืองไหลเทราะอยูทังกลางคืนกลางวันใหเจบปวดดังจะ ๕. ขาดใจตายฯ ถาจะแกเอาหวัวกะทิสด ใบมะระ ใบเถาคัน เปลือกวา ๖. เปลือกโพบาย เปลือกพิกุน ใบตอไส ขะมิ้นออย ตำเอาน้ำจอก ๑ เอาน้ำมันงาจอกหุง ๗. ใหคงแตน้ำมันจึ่งเอาสีผึ้งใสลงใหเหมือนสีผึ้งสีปาก เอาฝุนจีนใสเคลาไปใหสบกันแลวจึ่งปดเถิด ๘. หายแล ๚ แลวใหตมยาชะ เปลือกโพบาย เปลือกวา เปลือกจิก เปลือกมะมวงกลอน ใบขัดมอน ผักบุงรวม ๙. ผักบุงไท ผลในมกอก สับใหแลกใสตมเอาน้ำไวใหเย็น แลวชะแผลทุกวันหาย ๚ แลวจึ่งทำยา โรยปากแผล เอาหวัวกลา ๑๐. (ม)ะ พราวคูดเอาผง เมดในมะนาว เบญจะกานี สีเสียดทั้งสอง รากมะนาว ดินแดงเทษ เอาเสมอภาก ๑๑. (ตํ)ากรองไหละเอียด ใหเขาลายมือแลวโรยเถิด แลวชะเสียทุกวันใหโรยทุกวันหาย ๑๒. สีผึ้งขนานหนึ่งเอา ชันรำโรง ๑ สีผึ้งแฃง ชันยอย ๑ ชันตเคียน ๑๓. สีเสียดทังสอง ๑ เบญจะกานี ๑ สีผึ้งแดง น้ำมันงาหุงเปนสี ๑๔. ผึ้งปดโรคสำหรับเปอยลามเปนหนองเปนน้ำ ๑๕. เหลืองไหลอยูศกศกหายแลได ๑๖. แลวประสิทธิอยาสน ๑๗. เทหเลย คำจารึกแผนที่ ๒ กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย Book-7.indd 17 2/11/20 15:58
18 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒ ชื่อต้นฉบับ: ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๒ ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๕ ๏ ชื่อโรค: ไส้ด้วนไส้ลาม อาการ: ไส้ด้วนไส้ลามแลให้แตกออก เป็นน�้ำเหลืองไหลเซาะอยู่ทั้งกลางคืนกลางวัน ให้เจ็บปวด ดังจะขาดใจตาย สรรพคุณของต�ำรับ: แก้โรคส�ำหรับบุรุษ ไส้ด้วนไส้ลาม ส่วนประกอบของต�ำรับ: หัวกะทิสด ใบมะระ ใบเถาคัน เปลือกหว้า เปลือกโพบาย เปลือกพิกุล ใบต่อไส้ ขมิ้นอ้อย วิธีปรุงยา: ต�ำคั้นเอาน�้ำ ๑ จอก ผสมน�้ำมันงา ๑ จอก น�ำไปหุงจนเหลือแต่น�้ำมัน ผสมขี้ผึ้ง แล้วเอาฝุ่นจีน ใส่ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน รูปแบบยา: ขี้ผึ้ง กระสายยา: น�้ำมันงา ขี้ผึ้ง ฝุ่นจีน วิธีใช้: ทาแผล รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ หัวกะทิสด น�้ำคั้นจากเนื้อ ผลแก่ Cocos nucifera L. Arecaceae ๑ ส่วน ๒ ใบมะระ *มะระจีน ใบ Momordica charantia L. Cucurbitaceae ๑ ส่วน ๓ ใบเถาคัน *เถาคันแดง ใบ Parthenocissus quinquefolia (L.) Planch. Vitaceae ๑ ส่วน ๔ เปลือกหว้า เปลือกต้น Syzygium cumini (L.) Skeels Myrtaceae ๑ ส่วน ๕ เปลือกพิกุล เปลือกต้น Mimusops elengi L. Sapotaceae ๑ ส่วน Book-7.indd 18 2/11/20 15:58
การวิเคราะห์ตำ�รับยาสมุนไพรในจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 19 หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ๒ บทที่ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๖ ใบต่อไส้ ใบ Allophylus cobbe (L.) Raeusch. Sapindaceae ๑ ส่วน ๗ ขมิ้นอ้อย *เหง้า Curcuma zedoaria (Christm.) Roscoe Zingiberaceae ๑ ส่วน ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๖ ๏ ชื่อโรค: ไส้ด้วนไส้ลาม อาการ: ไส้ด้วนไส้ลามแลให้แตกออก เป็นน�้ำเหลืองไหลเซาะอยู่ทั้งกลางคืนกลางวัน ให้เจ็บปวด ดังจะขาดใจตาย สรรพคุณของต�ำรับ: แก้โรคส�ำหรับบุรุษ ไส้ด้วนไส้ลาม ส่วนประกอบของต�ำรับ: เปลือกโพบาย เปลือกหว้า เปลือกจิก เปลือกมะม่วงกะล่อน ใบขัดมอน ผักบุ้งร้วม ผักบุ้งไทย ผลในมะกอก วิธีปรุงยา: สับให้แหลก ต้มกับน�้ำ ทิ้งไว้ให้เย็น รูปแบบยา: ยาต้ม วิธีใช้: ล้างแผลทุกวัน รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ เปลือกโพบาย เปลือกต้น Balakata baccata (Roxb.) Esser Euphorbiaceae ๑ ส่วน ๒ เปลือกหว้า เปลือกต้น Syzygium cumini (L.) Skeels Myrtaceae ๑ ส่วน ๓ เปลือกจิก เปลือกต้น Barringtonia acutangula (L.) Garetn. Lecythidaceae ๑ ส่วน ๔ เปลือกมะม่วง กะล่อน *มะม่วงป่า เปลือกต้น Mangifera caloneura Kurz Anacardiaceae ๑ ส่วน ๕ ใบขัดมอน ใบ Sida rhombifolia L. Malvaceae ๑ ส่วน Book-7.indd 19 2/11/20 15:58
20 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๖ ผักบุ้งร้วม *ทั้งต้น Enydra fluctuans DC. Asteraceae (Compositae) ๑ ส่วน ๗ ผักบุ้งไทย *ทั้งต้น Ipomoea aquatica Forssk. Convolvulaceae ๑ ส่วน ๘ ผลในมะกอก *เมล็ด Spondias pinnata (L. f.) Kurz Anacardiaceae ๑ ส่วน ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๗ ๏ ชื่อโรค: ไส้ด้วนไส้ลาม อาการ: ไส้ด้วนไส้ลามแลให้แตกออก เป็นน�้ำเหลืองไหลเซาะอยู่ทั้งกลางคืนกลางวัน ให้เจ็บปวด ดังจะขาดใจตาย สรรพคุณของต�ำรับ: แก้โรคส�ำหรับบุรุษ ไส้ด้วนไส้ลาม ส่วนประกอบของต�ำรับ: หัวกะลามะพร้าวขูดเอาผง เม็ดในมะนาว เบญกานี สีเสียดทั้งสอง รากมะนาว ดินแดงเทศ เอาเสมอภาค วิธีปรุงยา: ต�ำ แล้วกรองให้ละเอียด รูปแบบยา: ยาผง วิธีใช้: โรยแผลทุกวัน รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ หัวกะลามะพร้าว กะลา Cocos nucifera L. Arecaceae ๑ ส่วน ๒ เม็ดในมะนาว *เมล็ด Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle Rutaceae ๑ ส่วน ๓ เบญกานี *เป็นปุ่มหูด (gall) ที่ได้จากต้น Quercus infectoria G. Olivier Fagaceae ๑ ส่วน Book-7.indd 20 2/11/20 15:58
การวิเคราะห์ตำ รับยาสมุนไพรในจารึกตำ รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 21 หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ๒ บทที่ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๔ สีเสียดทั้งสอง -*สีเสียดไทย -*สีเสียดเทศ *ยาง สิ่งสกัด จากเปลือก และต้น (oleoresin) Acacia catechu (L. f.) Willd. Uncaria gambir (Hunter) Roxb. Fabaceae Rubiaceae อย่างละ ๑ ส่วน ๕ รากมะนาว ราก Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle Rutaceae ๑ ส่วน ๖ ดินแดงเทศ *ธาตุวัตถุ ยังไม่สามารถระบุได้ ๑ ส่วน ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๘ ๏ ชื่อโรค: ไส้ด้วนไส้ลาม อาการ: ไส้ด้วนไส้ลามแลให้แตกออก เป็นน�้ำเหลืองไหลเซาะอยู่ทั้งกลางคืนกลางวัน ให้เจ็บปวด ดังจะขาดใจตาย สรรพคุณของต�ำรับ: แก้แผลเปื่อยลามเป็นหนอง ท�ำให้น�้ำเหลืองหยุดไหล ส่วนประกอบของต�ำรับ: ชันร�ำโรง ๑ บาท สีผึ้งแข็ง ชันย้อย ๑ สลึง ชันตะเคียน สีเสียดทั้งสอง ๑ เฟื้อง เบญกานี ๑ เฟื้อง สีผึ้งแดง น�้ำมันงา วิธีปรุงยา: หุงให้คงแต่น�้ำมัน รูปแบบยา: ขี้ผึ้ง วิธีใช้: ทาแผล รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ Book-7.indd 21 3/25/20 19:34
22 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ ชันร�ำโรง *ชันรง *ไขผึ้งหรือยางไม้ ชันรงมีหลายชนิดแต่ ส่วนใหญ่ที่มีความสัมพันธ์ กับมนุษย์อยู่ในสกุล Trigona และ Melipona Apidae ๑ บาท ๒ สีผึ้งแข็ง *ไขปลาวาฬ (วาฬสเปิร์ม หรือ วาฬหัวทุย) ไขมันจากปลาวาฬ Physeter microcephalus (Linnaeus, 1758) Physeteridae ๑ สลึง ๓ ชันย้อย *ต้นเต็ง *ยางจากต้น Shorea obtuse Wall. Dipterocarpaceae ๑ สลึง ๔ ชันตะเคียน *ตะเคียนทอง *ยาง Hopea odorata Roxb. Dipterocapaceae ๑ เฟื้อง ๕ สีเสียดทั้งสอง -*สีเสียดไทย -*สีเสียดเทศ *ยาง สิ่งสกัด จากเปลือก และต้น (oleoresin) Acacia catechu (L.f.) Willd. Uncaria gambir (Hunter) Roxb. Fabaceae Rubiaceae อย่างละ ๑ เฟื้อง ๖ เบญกานี *เป็นปุ่มหูด (gall) ที่ได้จากต้น Quercus infectoria G. Olivier Fagaceae ๑ เฟื้อง ๗ สีผึ้งแดง *เป็นขี้ผึ้งจากรังผึ้ง เคี่ยวกับกะทิผสมด้วย ครั่ง ยังไม่สามารถระบุได้ ๑ ส่วน ๘ น�้ำมันงา *น�้ำมันที่ได้จาก เมล็ดงา Sesamum indicum L. Pedaliaceae ๑ ส่วน Book-7.indd 22 3/25/20 19:35
จารึกตำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 7 ภาพจารึกแผนที่ 3 กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย ๑. ๏สิทธิการิยะ ๒. อธิบายวา ทุราวสา ๔ ประการ ๓. นั้นคือ เบาเปนมันเจือกันกับปุบโพมีศรี ๔. เหลือง ๑ คือเปนมันเจือกันกับโลหิตมีศรีแดง ๑ ๕. คือเบาเปนมันศรีดำ ๑ คือเบาเปนมันศรีขาว ๑ อันวาโรคทุราวสาทัง ๖. สี่ประการเมื่อเบาออกมาเปนมันศรีดำ เปนประมาณพระอาจารยสำแดงไวดังกลาว ๗. มานี๚ 1 ถาจะแกเอาการบูร เทียนดำ ลูกแตงแตว เปลือกไขเนา ลูกเอน วานน้ำ แหวหมู ขีงแหง ๘. ทำเปนจุลลายน้ำผึ้งกินหาย ๚ 2 ขนานหนึ่งเอาสมออัพยา มหาหิง เจตมูล ดีปลี น้ำประสารทอง โคกกะสูน สารสม ๙. สิ่งละ ๑ เทียนดำ ๑ ดอกคำ 2 เอาเสมอภากทำเปนจุลลายน้ำมนาวกินโรคเบาแดง หายแล ๚ 3 ขนานหนึ่ง เอาแหว ๑๐. เทียนดำ รากมะตูม ใบเสดา รากเสนียด ใบอังกาบ ลูกเอน โกดสอ เกลือสินเทา ทำเปนจุลลาย ๑๑. น้ำออยแดงกินอาจบำบัดเสียซึ่งโรคเบาขาวเบาดำไหกินวินาศฉิบหาย ๚ 4 ขนานหนึ่งเอา ๑๒. โกดสอ อบเชย ลูกประคำดีควาย เจตมูล บรเพช โมกมัน ชมดตน มหา ๑๓. หิง โคกกะสูน การพลู พิลังกาษา พริกลอน เปราะหอม จีงจอ ๑๔. ทั้งสาม เทียนทั้งหา ทำเปนจุลลายน้ำผึ้งกินแก ๑๕. ทุราวสา ๑๒ ประการ แกเบาเปน ๑๖. หนองแลเลือดแลสำ ๑๗. ลาบหาย ๚ะ คำจารึกแผนที่ 3 กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย Book-7.indd 23 2/11/20 15:58
24 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓ ชื่อต้นฉบับ: ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๓ ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๙ ๏ ชื่อโรค: ปัสสาวะพิการ อาการ: ทุราวสา ๔ ประการนั้น คือ เบาเป็นมัน เจือกันบุพโพมีสีเหลือง ๑ คือ เบาเป็นมัน เจือกันกับโลหิตมีสีแดง ๑ คือ เบาเป็นมันสีด�ำ ๑ คือ เบาเป็นมันสีขาว ๑ อันว่าโรค ทุราวสาทั้ง ๔ ประการ เมื่อเบาออกมาเป็นมันสีด�ำเป็นประมาณพระอาจารย์ส�ำแดงไว้ สรรพคุณของต�ำรับ: แก้ปัสสาวะพิการ ส่วนประกอบของต�ำรับ: การบูร เทียนด�ำ ลูกแตงแต้ว เปลือกไข่เน่า ลูกเอ็น ว่านน�้ำ แห้วหมู ขิงแห้ง วิธีปรุงยา: บดเป็นผงละเอียด รูปแบบยา: ยาผง กระสายยา: น�้ำผึ้ง วิธีใช้: ละลายน�้ำผึ้ง กิน รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ การบูร *สิ่งสกัดจาก เปลือกต้น เนื้อไม้และใบ Cinnamomum camphora (L.) J. Presl Lauraceae ๑ ส่วน ๒ เทียนด�ำ *เมล็ด Nigella sativa L. Ranunculaceae ๑ ส่วน ๓ ลูกแตงแต้ว ผล ยังไม่สามารถระบุได้ ๑ ส่วน ๔ เปลือกไข่เน่า เปลือกต้น Vitex glabrata R. Br. Lamiaceae ๑ ส่วน ๕ ลูกเอ็น ผล Elettaria cardamomum (L.) Maton Zingiberaceae ๑ ส่วน ๖ ว่านน�้ำ *เหง้า Acorus calamus L. Acoraceae ๑ ส่วน Book-7.indd 24 3/25/20 19:35
การวิเคราะห์ตำ�รับยาสมุนไพรในจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 25 หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ๒ บทที่ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๗ แห้วหมู *หัวใต้ดิน Cyperus rotundus L. Cyperaceae ๑ ส่วน ๘ ขิงแห้ง *เหง้า Zingiber ligulatum Roxb. หรือ Zingiber longiligulatum S.Q.Tong Zingiberaceae ๑ ส่วน ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๑๐ ๏ ชื่อโรค: ปัสสาวะพิการ อาการ: ทุราวสา ๔ ประการนั้น คือ เบาเป็นมัน เจือกันบุพโพมีสีเหลือง ๑ คือ เบาเป็นมัน เจือกันกับโลหิตมีสีแดง ๑ คือ เบาเป็นมันสีด�ำ ๑ คือ เบาเป็นมันสีขาว ๑ อันว่าโรคทุราว สาทั้ง ๔ ประการ เมื่อเบาออกมาเป็นมันสีด�ำเป็นประมาณพระอาจารย์ส�ำแดงไว้ สรรพคุณของต�ำรับ: แก้โรคเบาแดง (แก้ปัสสาวะมีสีแดง) ส่วนประกอบของต�ำรับ: สมออัพยา มหาหิงคุ์ เจตมูล ดีปลี น�้ำประสารทอง โคกกระสุน สารส้ม สิ่งละ ๑ เฟื้อง เทียนด�ำ ๑ บาท ดอกค�ำ ๒ บาท เอาเสมอภาค วิธีปรุงยา: บดเป็นผงละเอียด รูปแบบยา: ยาผง กระสายยา: น�้ำมะนาว วิธีใช้: ละลายน�้ำมะนาว กิน รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ สมออัพยา *สมอไทย *ผล Terminalia chebula Retz. Combretaceae ๑ เฟื้อง ๒ มหาหิงคุ์ *ยาง ชันน�้ำมัน (oleogumresin) จากรากและล�ำต้น ใต้ดิน Ferula assa-foetida L. Apiaceae (Umbelliferae) ๑ เฟื้อง Book-7.indd 25 2/11/20 15:58
26 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๓ เจตมูล *เจตมูลเพลิงแดง *ราก Plumbago indica L. Plumbaginaceae ๑ เฟื้อง ๔ ดีปลี *ช่อผล Piper retrofractum Vahl Piperaceae ๑ เฟื้อง ๕ น�้ำประสารทอง *น�้ำประสานทอง *ผงน�้ำ ประสานทอง Sodium borate (borax) ๑ เฟื้อง ๖ โคกกระสุน *ทั้งต้น Tribulus terrestris L. Zygophyllaceae ๑ เฟื้อง ๗ สารส้ม *ผลึกสารส้ม (สะตุ) Hydrated potassium aluminium sulphate ๑ เฟื้อง ๘ เทียนด�ำ *เมล็ด Nigella sativa L. Ranunculaceae ๑ บาท ๙ ดอกค�ำ *ค�ำฝอย ดอก Carthamus tinctorius L. Asteraceae (Compositae) ๒ บาท ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๑๑ ๏ ชื่อโรค: ปัสสาวะพิการ อาการ: ทุราวสา ๔ ประการนั้น คือ เบาเป็นมัน เจือกันบุพโพมีสีเหลือง ๑ คือ เบาเป็นมัน เจือกันกับโลหิตมีสีแดง ๑ คือ เบาเป็นมันสีด�ำ ๑ คือ เบาเป็นมันสีขาว ๑ อันว่าโรคทุราว สาทั้ง ๔ ประการ เมื่อเบาออกมาเป็นมันสีด�ำเป็นประมาณพระอาจารย์ส�ำแดงไว้ สรรพคุณของต�ำรับ: แก้โรคเบาขาวเบาด�ำ (แก้ปัสสาวะมีสีขาวและสีด�ำ) ส่วนประกอบของต�ำรับ: แห้ว เทียนด�ำ รากมะตูม ใบสะเดา รากเสนียด ใบอังกาบ ลูกเอ็น โกฐสอ เกลือสินเธาว์ วิธีปรุงยา: ท�ำเป็นผงละเอียด รูปแบบยา: ยาผง กระสายยา: น�้ำอ้อยแดง วิธีใช้: ละลายน�้ำอ้อยแดง กิน Book-7.indd 26 2/11/20 15:58
การวิเคราะห์ตำ�รับยาสมุนไพรในจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 27 หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ๒ บทที่ รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ แห้ว# *หัวใต้ดิน Cyperus rotundus L. Cyperaceae ๑ ส่วน ๒ เทียนด�ำ *เมล็ด Nigella sativa L. Ranunculaceae ๑ ส่วน ๓ รากมะตูม ราก Aegle marmelos (L.) Corrêa Rutaceae ๑ ส่วน ๔ ใบสะเดา ใบ Azadirachta indica A. Juss. Meliaceae ๑ ส่วน ๕ รากเสนียด ราก Justicia adhatoda L. Acanthaceae ๑ ส่วน ๖ ใบอังกาบ ใบ Barleria Cristata L. Acanthaceae ๑ ส่วน ๗ ลูกเอ็น ผล Elettaria cardamomum (L.) Maton Zingiberaceae ๑ ส่วน ๘ โกฐสอ *ราก Angelica dahurica (Hoffm.) Benth. & Hook. f. ex Franch. & Sav. var. dahurica Apiaceae (Umbelliferae) ๑ ส่วน ๙ เกลือสินเธาว์ *ผลึกเกลือ Rock salt ๑ ส่วน # ต�ำรายาศิลาจารึกในวัดโพธิ์ระบุว่า แห้วหมู ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๑๒ ๏ ชื่อโรค: ปัสสาวะพิการ อาการ: ทุราวสา ๔ ประการนั้น คือ เบาเป็นมัน เจือกันบุพโพมีสีเหลือง ๑ คือ เบาเป็นมัน เจือกันกับโลหิตมีสีแดง ๑ คือ เบาเป็นมันสีด�ำ ๑ คือ เบาเป็นมันสีขาว ๑ อันว่าโรค ทุราวสาทั้ง ๔ ประการ เมื่อเบาออกมาเป็นมันสีด�ำเป็นประมาณพระอาจารย์ส�ำแดงไว้ สรรพคุณของต�ำรับ: แก้ทุราวสา ๑๒ ประการ แก้อาการปัสสาวะที่มีหนองและเลือดปน ออกมา ส่วนประกอบของต�ำรับ: โกฐสอ อบเชย ลูกประค�ำดีควาย เจตมูล บอระเพ็ด โมกมัน ชะมดต้น มหาหิงคุ์ โคกกระสุน กานพลู พิลังกาสา พริกล่อน เปราะหอม จิงจ้อทั้ง ๓ เทียนทั้ง ๕ Book-7.indd 27 2/11/20 15:58
28 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป วิธีปรุงยา: ท�ำเป็นผงละเอียด รูปแบบยา: ยาผง กระสายยา: น�้ำผึ้ง วิธีใช้: ละลายน�้ำผึ้ง กิน รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ โกฐสอ *ราก Angelica dahurica (Hoffm.) Benth. & Hook. f. ex Franch. & Sav. var. dahurica Apiaceae (Umbelliferae) ๑ ส่วน ๒ อบเชย *อบเชยเทศ *เปลือกชั้นใน Cinnamomum verum J. Presl หรือ Cinnamomum burmanni (Nees & T. Nees) Blume Lauraceae ๑ ส่วน ๓ ลูกประค�ำดีควาย ผล Sapindus rarak DC. Sapindaceae ๑ ส่วน ๔ เจตมูล *เจตมูลเพลิงแดง *ราก Plumbago indica L. Plumbaginaceae ๑ ส่วน ๕ บอระเพ็ด *เถา Tinospora crispa (L.) Hook. f. & Thomson Menispermaceae ๑ ส่วน ๖ โมกมัน *เปลือกต้น Wrightia pubescens R. Br. Apocynaceae ๑ ส่วน ๗ ชะมดต้น *ทั้งต้นเหนือดิน Abelmoschus moschatus Medik. Malvaceae ๑ ส่วน ๘ มหาหิงคุ์ *ยาง ชันน�้ำมัน (oleogumresin) จากรากและ ล�ำต้นใต้ดิน Ferula assa-foetida L. Apiaceae (Umbelliferae) ๑ ส่วน ๙ โคกกระสุน *ทั้งต้น Tribulus terrestris L. Zygophyllaceae ๑ ส่วน Book-7.indd 28 3/10/20 14:58
การวิเคราะห์ตำ รับยาสมุนไพรในจารึกตำ รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 29 หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ๒ บทที่ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑๐ กานพลู *ดอกตูม Syzygium aromaticum (L.) Merr. & L. M. Perry Myrtaceae ๑ ส่วน ๑๑ พิลังกาสา *ราก Ardisia polycephala Wall. ex A. DC. Primulaceae ๑ ส่วน ๑๒ พริกล่อน *พริกไทยขาว *ผล Piper nigrum L. Piperaceae ๑ ส่วน ๑๓ เปราะหอม *หัว Kaempferia galanga L. Zingiberaceae ๑ ส่วน ๑๔ จิงจ้อทั้งสาม -*จิงจ้อเหลือง -*จิงจ้อเหลี่ยม -*จิงจ้อขาว *ผล Merremia vitifolia (Burm. f.) Hallier f. Operculina turpethum (L.) Silva Manso Merremia umbellata (L.) Hallier f. Convolvulaceae อย่างละ ๑ ส่วน ๑๕ เทียนทั้งห้า -*เทียนด�ำ -*เทียนแดง -*เทียนขาว -*เทียนข้าวเปลือก -*เทียนตาตั๊กแตน *เมล็ด Nigella sativa L. Lepidium sativam L. Cuminum cyminum L. Foeniculum vulgare Mill. Anethum graveolens L. Ranunculaceae Brassicaceae (Cruciferae) Apiaceae (Umbelliferae) อย่างละ ๑ ส่วน Book-7.indd 29 3/25/20 19:36
ชุดตำราภูมิปญญาการแพทยแผนไทย ฉบับอนุรักษ 10 ภาพจารึกแผนที่ 4 กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย ๑. สิทธิการิยะ ๒. กรอน ๕ ประการนั้น ๓. ชืออินท ๑ กลอมลม ๑ กลอนน้ำ ๑ ๔. กลอนหิน ๑ กรอนเอน ๕ ประการแลกลอนเลือด ๑ ๕. กลอนน้ำนั้นใหบังเกิดเพื่อเลือดแลน้ำเหลือง กลอนแหงนั้น ๖. ใหติดกะดูกอยู แลใหเจบทองแลเมื่อยแขงขาแลใหเจบอกขัดโครงแล ๗. กลอน อนึ่งครั้นนวดรองดังจอๆ ใหปะโครงแลอกเสียดศรีขางทองแลหัวเหนา เปนดั่งนี้ ๘. ถาจะแกใหนวดเสียกอนจึ่งใหกินยาขนานนี้เถิด ฯ ทานใหเอาเปลือกขี้เหลก 1 สมกุงทังสอง สิ่งละ 3 กกโคก ๙. กะออม 1 1 รากชาพลู 2 2 รากตองแตก 5 รากทรงบาดาน 1 1 รากเจตมูลเพลิง 2 2 ผักเสี้ยนไท 6 กระทกรก 1 2 แกน ๑๐. แสมทังสองสิ่งละ 4 2 แกนปรู 4 2 แกนมหาด 4 2 แกนมเกลือ 4 2 แกนสักหิน 1 1 ยาเขา ๑๑. เย็นทังสองสิ่งละ 7 2 ถาจะดองสุราแตภอทวม ถาจะตมใสน้ำใหมากกวาดองแลว ๑๒. จึ่งเอามหาหิง 1 1 การบูร 1 1 ลูกจัน 1 พริกไท 1 1 ขิง 1 2 ดีปลี 1 2 ๑๓. สคาน 8 2 รำหัดเกลือแตนอยปรุงลง เมื่อจะกินเอาเทียร ๑ ๑๔. เลม หมากตรวย ๑ เมี่ยงคำ ๑ ขนมสิ่ง ๑ แลวจึง ๑๕. กิน เอาเงินผูกคอมอ 1 ถาจะดองฝง ๑๖. เขาเปลือกสามวัน ยานี้คา 1 ๑๗. ทองหนึ่ง ๚ คำจารึกแผนที่ 4 กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย Book-7.indd 30 2/11/20 15:58
การวิเคราะห์ตำ�รับยาสมุนไพรในจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 31 หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ๒ บทที่ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔ ชื่อต้นฉบับ: ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๔ ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๑๓ ๏ ชื่อโรค: กล่อน อาการ: กล่อน ๕ ประการนั้น ชื่อ อินท์ ๑ กล่อนลม ๑ กล่อนน�้ำ ๑ กล่อนหิน ๑ กล่อนเอ็น ๕ ประการ และกล่อนเลือด ๑ กล่อนน�้ำนั้นให้บังเกิดเพื่อเลือดและน�้ำเหลือง กล่อนแห้งนั้น ให้ติดกระดูกอยู่และให้เจ็บท้องและเมื่อยแข้งขา และให้เจ็บอกขัดโครง และกล่อนอนึ่งครั้นนวดร้องดังจ้อๆ ให้ปะโครงและอก เสียดสีข้าง ท้องและหัวหน่าว สรรพคุณของต�ำรับ: แก้กล่อน ๕ ประการ ส่วนประกอบของต�ำรับ: เปลือกขี้เหล็ก ๑ ต�ำลึง ส้มกุ้งทั้งสอง สิ่งละ ๓ บาท กกโคกกระออม ๑ ต�ำลึง ๑ บาท รากช้าพลู ๒ ต�ำลึง ๒ บาท รากตองแตก ๕ ต�ำลึง รากทรงบาดาล ๑ ต�ำลึง ๑ บาท รากเจตมูลเพลิง ๒ ต�ำลึง ๒ บาท ผักเสี้ยนไทย ๖ ต�ำลึง กระทกรก ๑ ต�ำลึง ๒ บาท แก่นแสมทั้งสอง สิ่งละ ๔ ต�ำลึง ๒ บาท แก่นปรู ๔ ต�ำลึง ๒ บาท แก่นมะหาด ๔ ต�ำลึง ๒ บาท แก่นมะเกลือ ๔ ต�ำลึง ๒ บาท แก่นสักหิน ๑ ต�ำลึง ๑ บาท ยาข้าวเย็นทั้งสอง สิ่งละ ๗ ต�ำลึง ๒ บาท ถ้าจะดองสุราแต่พอท่วม ถ้าจะต้มใส่น�้ำให้มากกว่าดอง และจึงเอามหาหิงคุ์ ๑ สลึง ๑ เฟื้อง การบูร ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ลูกจันทน์ ๑ บาท พริกไทย ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ขิง ๒ สลึง ๑ เฟื้อง ดีปลี ๒ สลึง ๑ เฟื้อง สะค้าน ๒ สลึง ๘ เฟื้อง เกลือ ๑ ร�ำหัด วิธีปรุงยา: ดองด้วยสุราพอท่วมยา หรือต้มกับน�้ำ ถ้าเป็นยาดองฝังไว้ในข้าวเปลือก ๓ วัน รูปแบบยา: ยาดองหรือยาต้ม กระสายยา: สุรา วิธีใช้: กิน พิธีกรรม: เมื่อจะกินให้ตั้งขันบูชาก่อน โดยใช้เทียน ๑ หมากตรวย ๑ ชุด เมี่ยงค�ำ ๑ ค�ำ ขนม ๑ อย่าง และเงินผูกที่คอหม้อยา ๑ บาท สาระอื่น ๆ: ให้นวดแก้อาการก่อน แล้วจึงให้กินยาขนานนี้ ยานี้มีค่าเท่ากับทอง ๑ ชั่ง Book-7.indd 31 2/11/20 15:58
32 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ เปลือกขี้เหล็ก เปลือกต้น Senna siamea (Lam.) H. S. Irwin & Barneby Fabaceae ๑ ต�ำลึง ๒ ส้มกุ้งทั้งสอง -*ส้มกุ้งใหญ่ -*ส้มกุ้งน้อย *ราก Ardisia amherstiana A.DC. var. amherstiana Embelia ribes Burm. f. Myrsinaceae อย่างละ ๓ บาท ๓ กกโคกกระออม *ส่วนของ โคนต้นถึงราก Cardiospermum halicacabum L. Sapindaceae ๑ ต�ำลึง ๒ บาท ๔ รากช้าพลู *รากและไหล Piper sarmentosum Roxb. Piperaceae ๒ ต�ำลึง ๒ บาท ๕ รากตองแตก ราก Baliospermum solanifolium (Burm.) Suresh Euphorbiaceae ๕ ต�ำลึง ๖ รากทรงบาดาล ราก Senna surattensis (Burm.f.) H.S. Irwin & Barneby Fabaceae ๑ ต�ำลึง ๑ บาท ๗ รากเจตมูลเพลิง *เจตมูลเพลิงแดง *ราก Plumbago indica L. Plumbaginaceae ๒ ต�ำลึง ๒ บาท ๘ ผักเสี้ยนไทย *ทั้งต้นเหนือดิน Cleome gynandra L. Cleomaceae ๖ ต�ำลึง ๙ กระทกรก *น�้ำใจใคร่ *แก่นหรือล�ำต้น Olax psittacorum (Lam.) Vahl Olacaceae ๑ ต�ำลึง ๒ บาท ๑๐ แก่นแสมทั้งสอง -*แสมสาร -*แสมทะเล แก่น Senna garrettiana (Craib) H. S. Irwin & Barneby Avicennia marina (Forssk.) Vierh. Fabaceae Avicenniaceae อย่างละ ๔ ต�ำลึง ๒ บาท ๑๑ แก่นปรู แก่น Alangium salviifolium (L.f.) Wangerin Cornaceae ๔ ต�ำลึง ๒ บาท Book-7.indd 32 2/11/20 15:58
การวิเคราะห์ตำ�รับยาสมุนไพรในจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 33 หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ๒ บทที่ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑๒ แก่นมะหาด แก่น Artocarpus lacucha Buch. -Ham. Moraceae ๔ ต�ำลึง ๒ บาท ๑๓ แก่นมะเกลือ แก่น Diospyros mollis Griff. Ebenaceae ๔ ต�ำลึง ๒ บาท ๑๔ แก่นสักหิน แก่น Tectona grandis L. f. Lamiaceae ๑ ต�ำลึง ๑ บาท ๑๕ ข้าวเย็นทั้งสอง -*ข้าวเย็นเหนือ -*ข้าวเย็นใต้ *หัวใต้ดิน Smilax corbularia Kunth Smilax glabra Roxb. Smilacaceae อย่างละ ๗ ต�ำลึง ๒ บาท ๑๖ มหาหิงคุ์ *ยาง ชันน�้ำมัน (oleogumresin) จากรากและล�ำต้น ใต้ดิน Ferula assa-foetida L. Apiaceae (Umbelliferae) ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๑๗ การบูร *สิ่งสกัดจาก เปลือกต้น เนื้อไม้ และใบ Cinnamomum camphora (L.) J. Presl Lauraceae ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๑๘ ลูกจันทน์ *เมล็ด Myristica fragrans Houtt. Myristicaceae ๑ บาท ๑๙ พริกไทย *ผล Piper nigrum L. Piperaceae ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๒๐ ขิง *เหง้า Zingiber officinale Roscoe Zingiberaceae ๒ สลึง ๑ เฟื้อง ๒๑ ดีปลี *ช่อผล Piper retrofractum Vahl Piperaceae ๒ สลึง ๑ เฟื้อง ๒๒ สะค้าน *เถา Piper wallichii (Miq.) Hand. -Mazz. Piperaceae ๒ สลึง ๘ เฟื้อง ๒๓ เกลือ *เกลือสมุทร *ผงเกลือ Sea salt แทรกเล็ก น้อย Book-7.indd 33 2/11/20 15:58
13 ภาพจารึกแผนที่ 5 กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย ๑. ๏ สิทธิการิยะ ๒. แกอติสารใหระส่ำระสายให ๓. เชื่อมมัวหอบเปนตนเพราะลงทองเอาจัน ๔. แดง 1 1 จันขาว 1 1 ภิมเสน 1 1 เกสรบัวหลวง 1 1 เกสรบุญ ๕. นาก 1 1 เกสรสาระภี 1 1 ดอกฟกทอง 1 1 บดลายน้ำดอกไมแกหอบอะ ๖. ติสารยานี้ชื่อพรหมภัก ฯ อยานี้สมุทเกลื่อน ใบน้ำดับไฟ ๑ ใบบรเพชด ๑ ๗. ใบชาลี ๑ ใบตำลึงทัง ๒ ใบฉบาทัง ๒ หางตะเข ๑ ฆองสามยาน ๑ ใบน้ำเตา ๑ เพชสังฆาฎ ๑ ใบกทืบยอบ ๑ ๘. หิงหาย ๑ ใบผักบุงขัน ๑ ใบมะระ ๑ ใบชุมเหดไท ๑ ขมิ้นออย ๑ ใบโคกสุน ๑ ขี้นกขี้ราบขั้ว ใหเหลือง ดินปลิว ๙. (ขั้ว) ๑ ยาทังนี้ตำใหแหลกเอาเปลือกมพราวซีก ๑ เผาใหไมใสลงในครกเอายาปดขางบนเอา สากตำให (ไฟดับ) แลวเอาแตยามาบดปน ๑๐. แทงไวลายน้ำเซาเขากินแกพิศอตีสารแลฯ ยาแกอติสารชื่อรัตนธาตุลงเลือดสดๆ ออการ ๑ วัน เหมนเนากทำ.... ๒ ๑๑. ลูกจันทัง ๒ เบญกานิ ๑ กฤศนา ๑ จันทัง ๒ สีเสียดทัง ๒ กำยาน ๑ ชันตเคียน ๑ พริก ๑ ขิง ๑ มาดเลือง ๑ บ(ด) ๑๒. ลายน้ำฝางกินแกลงเลือด ฯ ยาชื่อติสาร ผักเชด ๑ เทียมกรอบ ๑ กรุงเขมา ๑ เปลือกมูกมมัน ๑ ๑๓. เปลือกทุมนา ๑ เปลือกคางกรวย ๑ ยางแตว ๑ ตานทัง ๕ กเทียม ๑ อุตพิด ๑ ๑๔. ผลตูมออน ๑ โกดสอ ๑ ดีปลี ๑ จันทัง ๒ เอาเสมอภาก สังกรนี ๑๕. ผักเทายาทังหลายบดทำแทงเมื่อกินแทรกฝนแกลง ๑๖. ดวยธาตุแปรเปน ริศดวง สิ่งใดสุต ไข ๑๗. แตเขาอติสารหาย คำจารึกแผนที่ 5 กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย Book-7.indd 34 2/11/20 15:58
การวิเคราะห์ตำ�รับยาสมุนไพรในจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 35 หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ๒ บทที่ ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๕ ชื่อต้นฉบับ: ค�ำอ่านจารึกแผ่นที่ ๕ ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๑๔ ๏ ชื่อโรค: อติสาร อาการ: อติสารให้ระส�่ำระสาย ให้เชื่อมมัว หอบ เพราะลงท้อง สรรพคุณของต�ำรับ: แก้หอบอติสาร ชื่อต�ำรับ: พรหมพักตร์ ส่วนประกอบของต�ำรับ: จันทน์แดง ๑ สลึง ๑ เฟื้อง จันทน์ขาว ๑ สลึง ๑ เฟื้อง พิมเสน ๑ สลึง ๑ เฟื้อง เกสรบัวหลวง ๑ สลึง ๑ เฟื้อง เกสรบุนนาค ๑ สลึง ๑ เฟื้อง เกสรสารภี ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ดอกฟักทอง ๑ สลึง ๑ เฟื้อง วิธีปรุงยา: บด รูปแบบยา: ยาผง กระสายยา: น�้ำดอกไม้นิยมใช้ดอกมะลิ หรือดอกกระดังงา วิธีใช้: ละลายน�้ำดอกไม้ กิน รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ จันทน์แดง *แก่น Pterocarpus santalinus L. f. Fabaceae ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๒ จันทน์ขาว *แก่น Santalum album L. Santalaceae ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๓ พิมเสน *สิ่งสกัดจาก เปลือกต้น Dryobalanops aromatic C. F. Gaertn. Dipterocarpaceae ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๔ เกสรบัวหลวง เกสร Nelumbo nucifera Gaertn. Nelumbonaceae ๑ สลึง ๑ เฟื้อง Book-7.indd 35 2/11/20 15:58
36 คำ�อธิบายจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๕ เกสรบุนนาค เกสร *ปัจจุบันใช้ ทั้งดอก Mesua ferrea L. Clusiaceae ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๖ เกสรสารภี เกสร *ปัจจุบันใช้ ทั้งดอก Mammea siamensis T.Anderson Calophyllaceae ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ๗ ดอกฟักทอง ดอก Cucurbita moschata Duchesne Cucurbitaceae ๑ สลึง ๑ เฟื้อง ล�ำดับที่ของต�ำรับในต�ำรา: ๑๕ ๏ ชื่อโรค: อติสาร อาการ: อติสารให้ระส�่ำระสาย ให้เชื่อมมัว หอบ เพราะลงท้อง สรรพคุณของต�ำรับ: แก้พิษอติสาร ชื่อต�ำรับ: สมุทรเกลื่อน ส่วนประกอบของต�ำรับ: ใบน�้ำดับไฟ ๑ ใบบอระเพ็ด ๑ ใบชิงช้าชาลี ๑ ใบต�ำลึงทั้ง ๒ ใบชบาทั้ง ๒ ว่านหางจระเข้ ๑ ฆ้องสามย่าน ๑ ใบน�้ำเต้า ๑ เพชรสังฆาต ๑ ใบกระทืบยอบ ๑ หิ่งหาย ๑ ผักบุ้งขัน ๑ ใบมะระ ๑ ใบชุมเห็ดไทย ๑ ขมิ้นอ้อย ๑ ใบโคกกระสุน ๑ ขี้นกพิราบ คั่วให้เหลือง ดินประสิวคั่ว ๑ วิธีปรุงยา: น�ำเปลือกมะพร้าว ๑ ซีก เผาไฟให้ไหม้ แล้วใส่ในครก พร้อมตัวยาทั้งหมด แล้วต�ำจนกว่าไฟจะดับ จากนั้นเอาแต่ยามาบด ปั้นเป็นแท่งไว้ รูปแบบยา: ยาปั้นแท่ง วิธีใช้: ละลายน�้ำซาวข้าว กิน รายละเอียดของตัวยา/สมุนไพรในต�ำรับ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๑ ใบน�้ำดับไฟ ใบ Lindenbergia philippensis (Cham. & Schltdl.) Benth. Scrophulariaceae ๑ ส่วน Book-7.indd 36 2/11/20 15:58
การวิเคราะห์ตำ�รับยาสมุนไพรในจารึกตำ�รายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร 37 หมายเหตุ * ตัวยา/สมุนไพร ส ่วนที่ใช้และชื่อวิทยาศาสตร์เป็นความเห็นร ่วมของคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ที่สรุปมาจากส่วนของสมุนไพรชนิดนั้น ๆ ที่น�ำมาใช้เป็นยากันโดยทั่วไป ๒ บทที่ ล�ำดับ ตัวยา/สมุนไพร ส่วนที่ใช้ ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ปริมาณที่ใช้ ๒ ใบบอระเพ็ด ใบ Tinospora crispa (L.) Hook. f. & Thomson Menispermaceae ๑ ส่วน ๓ ใบชิงช้าชาลี ใบ Tinospora baenzigeri Forman Menispermaceae ๑ ส่วน ๔ ใบต�ำลึงทั้งสอง -*ต�ำลึงผู้ -*ต�ำลึงเมีย ใบ Solena amplexicaulis (Lam.) Gandhi Coccinia grandis (L.) Voigt Cucurbitaceae อย่างละ ๑ ส่วน ๕ ใบชบาทั้งสอง -*ชบาดอกขาว -*ชบาดอกแดง ใบ Hibiscus rosa-sinensis L. Malvaceae อย่างละ ๑ ส่วน ๖ ว่านหางจระเข้ *วุ้นในใบ Aloe vera (L.) Burm. f. Aloaceae ๑ ส่วน ๗ ฆ้องสามย่าน *ทั้งต้น Kalanchoe laciniata (L.) DC. Crassulaceae ๑ ส่วน ๘ ใบน�้ำเต้า ใบ Lagenaria siceraria (Molina) Standl. Cucurbitaceae ๑ ส่วน ๙ เพชรสังฆาต *เถา Cissus quadrangularis L. Vitaceae ๑ ส่วน ๑๐ ใบกระทืบยอบ ใบ Biophytum sensitivum (L.) DC. Oxalidaceae ๑ ส่วน ๑๑ หิ่งหาย *รากและล�ำต้น Crotalaria albida Roth Fabaceae ๑ ส่วน ๑๒ ผักบุ้งขัน *ผักบุ้งทะเล *ใบ Ipomoea asarifolia (Ders.) Roem. & Schult. Convolvulaceae ๑ ส่วน ๑๓ ใบมะระ *มะระจีน ใบ Momordica charantia L. Cucurbitaceae ๑ ส่วน ๑๔ ใบชุมเห็ดไทย ใบ Senna tora (L.) Roxb. Fabaceae ๑ ส่วน ๑๕ ขมิ้นอ้อย *เหง้า Curcuma zedoaria (Christm.) Roscoe Zingiberaceae ๑ ส่วน ๑๖ ใบโคกกระสุน ใบ Tribulus terrestris L. Zygophyllaceae ๑ ส่วน ๑๗ ขี้นกพิราบ มูล คั่วให้ เหลือง Columba livia (Gmelin, 1789) Columbidae ๑ ส่วน ๑๘ ดินประสิวคั่ว *ผลึก ดินประสิว Potassium nitrate processed ๑ ส่วน Book-7.indd 37 2/11/20 15:58