The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชีวประวัติและพระธรรมเทศนา พระเขมปตฺโต หลวงปู่หล้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ทีมงานกรุธรรม, 2022-07-10 00:35:10

ชีวประวัติและพระธรรมเทศนา พระเขมปตฺโต หลวงปู่หล้า

ชีวประวัติและพระธรรมเทศนา พระเขมปตฺโต หลวงปู่หล้า

Keywords: ชีวประวัติและพระธรรมเทศนา พระเขมปตฺโต หลวงปู่หล้า

พระอาจารยม์ หา ครบู าวนั ครบู าทองคำ� คณุ สหี า กไ็ มเ่ อา หมคู่ ณะในวดั หนองผอื
กไ็ มเ่ อา เพราะตา่ งกจ็ อ้ งกนั วา่ ใครจะเคารพคำ� สง่ั ขององคห์ ลวงปเู่ พยี งไร (เพราะกณั ฑ์
เทศน์เร่อื งแย่งกระดูกกัน เปน็ ภาพพจน์ใหส้ ำ� เหนียกเปน็ เจา้ หัวใจอยู)่

แทจ้ รงิ แลว้ ขา้ พเจา้ กไ็ มอ่ ยากไดจ้ รงิ เพราะนกึ ในใจวา่ ฐานะพระธาตขุ ององคห์ ลวงปู่
ไม่สมควรท่จี ะเอาไปใสย่ ่ามตามไปในทศิ ทัง้ ๔ สบั ปนระคนกับส่งิ ของอนื่ ๆ เราไมม่ ี
อทิ ธพิ ลจะสรา้ งเจดยี บ์ รรจไุ ว้ จะเอาไปใหเ้ ปน็ บาปทำ� ไม ครงั้ พทุ ธกาลกม็ ไิ ดม้ ตี ำ� นานวา่
ท่านองค์ใดเอาไปเป็นส่วนตัวในทิศทั้ง ๔ นอกจากจะเอาไปเที่ยวอวดคนว่าตนได้
พระธาตขุ ององคห์ ลวงปเู่ ทา่ นนั้ คดิ ดงั นช้ี ดั ในตวั แลว้ จงึ ไมไ่ ดเ้ อา ถา้ จะเอากไ็ ดเ้ ปน็ กำ� มอื
เพราะอปุ ชั ฌายข์ องตนเปดิ โอกาสพเิ ศษใหอ้ ยู่ เพราะองคท์ า่ นเปน็ ประมขุ ในสงั คมนนั้
ธรรมวนิ ยั ขององคห์ ลวงปไู่ มล่ ล้ี บั ไดท้ อดสะพานไวใ้ หล้ กู ๆ หลานๆ จนวนั สน้ิ ลมปราณ

มปี ญั หาวา่ พทุ ธ ธรรม สงฆ์ มใิ ชส่ ะพานทอง สะพานเงนิ ใหจ้ ติ ใจปฏบิ ตั เิ คารพบชู า
ดอกหรือ ตอบวา่ อนั นนั้ เปน็ ของจรงิ เป็นของทรงอยู่ทุกๆ กาลแล้ว

ต่อไปกล่าวเรื่องท่านเจ้าคุณธรรมเจดีย์ประชุมสงฆ์ว่า “พวกฝ่ายปฏิบัติเอ๋ย
วนั สดุ ทา้ ยของฌาปนกจิ พระอาจารยท์ ไ่ี ปจากพวกเรานี้ ตอ่ ไปประจำ� ปี พวกทา่ นจงมา
ประชมุ กันที่นนี้ ะ” ดงั น้ี

แตก่ ็ ๒ ปแี รก การประชมุ กเ็ ปน็ ไปอยู่ มขี อบเขตบา้ ง กม็ พี ระไปมาก ครน้ั นานมา
กเ็ บาเข้าเปน็ ลำ� ดบั ท้ังนค้ี งจะเปน็ ด้วยเหตทุ ่ที �ำบญุ มหาชาตบิ า้ ง พุทธาภิเษกบ้าง ซึ่ง
ปนี เกลยี วปฏปิ ทาขององคห์ ลวงปทู่ ปี่ ฏบิ ตั มิ า บรรดาผรู้ นู้ อกรใู้ นกเ็ ลยไมด่ ดู ดมื่ บรรดา
ทา่ นผอู้ ยใู่ กลห้ ลบไมไ่ ด้ กม็ าแบบฝนื ๆ บรรดาญาตโิ ยมชดุ เกา่ ทรี่ จู้ กั ปฏปิ ทาขององค์
หลวงปู่แท้ ก็พลอยเกิดสงสัยไปด้วย และสถานท่ีเล่าก็ไม่วิเวกเหมือนแต่ก่อน
กลายเป็นวเิ วกบ้านวิเวกเมอื งไปหมด ชะรอยจะเป็นด้วยเหตนุ ี้ นเ้ี ปน็ เพียงคาดคะเน
เดาดน้ แตจ่ ะอยา่ งไรกต็ าม ศาลยตุ ธิ รรมคอื อนจิ จงั นงั่ อยบู่ นบลั ลงั กไ์ มล่ งธรรมาสน์
เตม็ อยสู่ รรพไตรโลกายดั เยยี ดอยู่ ตดั สนิ ตามมาตราอนจิ จงั แหง่ มาตราท่ี ๑ ของไตรลกั ษณ์
แตเ่ ม่อื เหน็ สบงแล้ว กต็ อ้ งเหน็ จวี ร ตอ้ งเห็นสงั ฆาฏิ ก็ครบไตร ฉนั ใดก็ดี เมื่อเหน็

194

อนจิ จงั แลว้ กค็ รบไตรลกั ษณก์ นั ดๆี อยใู่ นตวั เมอ่ื เหน็ หนงั กต็ อ้ งเหน็ กระดกู และเนอ้ื
เปน็ ตน้ ดว้ ย ถา้ เหน็ หนา้ กต็ อ้ งเหน็ ตาเหน็ แกม้ เปน็ ตน้ ผเู้ หน็ นนั้ คอื ใคร ใครเปน็ เจา้ ของ
ผเู้ หน็ หรอื เปน็ แตส่ กั วา่ เหน็ ใครเปน็ ผรู้ วู้ า่ เปน็ แตส่ กั วา่ เหน็ ใครเปน็ ผรู้ วู้ า่ เปน็ แคส่ กั วา่ รู้
ตามไปตามมากห็ ยอกเงาตนเอง เปน็ สงั ขารละเอยี ดนัก

คร้ันท่านเจ้าคุณธรรมเจดีย์ส่ังคณะสงฆ์ให้มาสังสรรค์กันในวัดป่าสุทธาวาส
ปลี ะครงั้ เฉพาะฝา่ ยพระธดุ งคแ์ ลว้ พระภกิ ษสุ ามเณรทง้ั หลายผอู้ ยไู่ กลตา่ งทศิ กท็ ยอย
กันลากลับสำ� นกั ของตนๆ และเตลดิ ไปวิเวกตามความประสงค์บ้างกม็ ีมาก ส่วนทา่ น
เจา้ คณุ ธรรมเจดยี ์ หลวงปอู่ อ่ น หลวงปฝู่ น้ั หลวงปกู่ งมา หลวงปเู่ ทสก์ หลวงปมู่ หาบวั
ออกจากสทุ ธาวาสเป็นหมวดหลัง

ขณะทร่ี อทำ� ฌาปนกจิ อยนู่ นั้ หลวงปเู่ ทสกไ์ ดถ้ ามวา่ “แลว้ งานศพแลว้ เธอจะไปไหน”
กราบเรยี นองคท์ า่ นวา่ “องคห์ ลวงปมู่ น่ั สงั่ เสยี ไวว้ า่ ถา้ เราตายไปแลว้ ขอใหท้ า่ นมหาบวั
ปกครองหมู่ อยบู่ า้ นหนองผอื นเ้ี สยี กอ่ น อยา่ พากนั แตกสานะโมไปทางอน่ื เพราะชาว
หนองผอื จะวา้ เหวม่ าก แตเ่ กลา้ กน็ กึ คดิ อยสู่ องแง่ ถา้ ไมไ่ ปกบั ทา่ นอาจารยม์ หาบวั กจ็ ะ
ไปกับพระอาจารย์” ดงั น้ี

องค์ทา่ นผ้ลู กึ ซง้ึ แล้วตอบว่า “ไปกบั ทา่ นมหาบวั ก็ดี ไปกับผมกด็ ี” ดังน้ี

ทนี อี้ งคพ์ ระอาจารยม์ หาบวั ยงั รกั ษาคำ� เดมิ ทหี่ ลวงปใู่ หญส่ งั่ ไวแ้ ลว้ องคท์ า่ นพดู
วา่ “แลว้ งานแลว้ ผมจะไปเทยี่ วบา้ นหนองบวั ตะวนั ตกบา้ นหนองผอื นน้ั เอง แลว้ จะเขา้
จำ� พรรษาวดั ปา่ บา้ นหนองผือตามค�ำส่ังขององค์หลวงปใู่ หญ่”

และหลวงปเู่ ทสกก์ เ็ ปดิ ประตแู บบเปน็ กลาง องคพ์ ระอาจารยม์ หากเ็ ปดิ ประตตู าม
คำ� เดมิ ขององคห์ ลวงปใู่ หญส่ งั่ เสยี ไว้ ขา้ พเจา้ กน็ ำ้� ตาไหลตอ่ พระอาจารยม์ หาซงึ่ หนา้ องค์
ทา่ น องคท์ า่ นตอบดว้ ยความจรงิ ใจวา่ “ถา้ ทา่ นไปกบั พระอาจารยเ์ ทสกแ์ ลว้ ผมกย็ นิ ด”ี

แลว้ ขา้ พเจา้ กไ็ ปกราบลาทา่ นเจา้ คณุ ธรรมเจดยี ์ องคท์ า่ นกก็ ลา่ ววา่ “เจา้ กร็ ดู้ ใี นใจวา่
เรานจี้ ะอยกู่ บั พระอาจารยม์ หาบวั องคท์ า่ นกไ็ มข่ ดั ขอ้ ง จะอยกู่ บั องคท์ า่ นพระอาจารยเ์ ทสก์

195

องคท์ า่ นกไ็ มข่ ดั ขอ้ ง เจา้ รดู้ ใี นภาพพจนข์ องเจา้ แลว้ แตเ่ จา้ กำ� ลงั วา้ เหว่ ไมร่ วู้ า่ จะอยกู่ บั
ทา่ นผใู้ ดไปกบั ทา่ นผใู้ ดแทเ้ วลานี้ เมอื่ เหตผุ ลเปน็ อยา่ งน้ี แตศ่ รทั ธานนั้ มไิ ดถ้ อยหลงั
ออกจากพทุ ธศาสนาดอก ถา้ เจา้ ไปจนั ทบรุ กี บั ทา่ นเทสกจ์ รงิ เจา้ จงไปเอามลู คา่ โดยสาร
กบั พระมหาสพุ ฒั นก์ อ่ น เปน็ คา่ โดยสาร เพราะไปไกล มลู คา่ ของขา้ พระมหาสพุ ฒั น์
เธอเป็นผู้รู้จกั ดี ใหเ้ ธอเบกิ ให้ไมย่ ากดอก”

ตกลงกไ็ ดไ้ ปกบั องคห์ ลวงปเู่ ทสก์ แทจ้ รงิ ขา้ พเจา้ กไ็ มง่ ามอยใู่ นตอนน้ี เพราะองค์
หลวงปู่ใหญ่ให้อย่ใู นหนองผือตอ่ ไปสักปกี อ่ น ใหพ้ ระอาจารยม์ หาเป็นหัวหนา้ แตม่ ี
หลวงตาทองอยเู่ ปน็ ผมู้ พี รรษาเกนิ กวา่ พระอาจารยม์ หาอยหู่ ลายปี องคพ์ ระอาจารยม์ หา
กค็ งไมส่ ะดวกอยู่ จงึ คนื ไปอยพู่ รรษาเดยี วเทา่ นนั้ ถา้ หากวา่ ขา้ พเจา้ คนื ไปอยนู่ นั้ ในปนี น้ั
กจ็ ะวา้ เหวม่ ากนกั เคยเหน็ องคห์ ลวงปปู่ ระจำ� วนั กไ็ มเ่ หน็ เหน็ แตท่ น่ี อน ทน่ี งั่ ทจี่ งกรม
ภาวนา ที่ฉนั ที่ถ่าย ทีด่ มื่ ท่ีแสดงธรรม อตตี ารมณ์สังเวชว้าเหว่เงยี บเหงาจดื จางใน
สำ� นกั หนักเข้าก็จะเจ้านำ้� ตาอกี ในสมยั นั้นยุคน้นั เมอ่ื หลวงปูใ่ หญส่ ้ินลมปราณแล้ว
คลา้ ยกบั บา้ ใบเ้ สยี จรติ พศิ วงงงงวย เพราะคราวโศกกโ็ ศกเกนิ งาม คราววจิ ารณก์ ว็ จิ ารณ์
เกนิ พอดี ความเกนิ พอดเี ปน็ ยาเสพตดิ กลายเปน็ นสิ ยั ตดิ แกย้ ากนกั สำ� คญั วา่ ตวั พอดี
แตเ่ มอื่ ทา่ นผอู้ น่ื เหน็ เขา้ กว็ า่ เกนิ พอดไี ป ความพอดพี องามแหง่ นสิ ยั วาสนานไี้ มร่ วู้ า่ อยู่
ระดับใดแท้ เปน็ ของไม่มีระดับจะวดั กนั ได้ แต่ดา้ นจิตใจตำ�่ ลง คงท่ี หรอื สงู ขนึ้ นน้ั
เป็นปจั จัตตัง จะรู้ตนเองแตล่ ะหวั ใจแต่ละรายแลว้

196

มลู ค่าบังสกุ ลุ ทขี่ ้าพเจ้าได้รับ

สมัยนั้น มูลคา่ ของขา้ พเจา้ ทแ่ี ทะกระดูกองคห์ ลวงปูบ่ ังสกุ ุลมี ๔๐ บาทเทา่ น้ัน
แล้วไมเ่ บกิ สักสตางค์เลย ถวายสมทบกบั โบสถใ์ นวดั สุทธาวาสนนั้ และหลวงป่ใู หญ่
สน้ิ หายใจแหง่ ชวี ามรณกาเลในวดั กม็ มี ลู คา่ หมดวดั นนั้ ๔๐๐ บาทเทา่ นน้ั คอื สมบตั ิ
วดั ป่าบ้านหนองผือ สว่ นจีวรน้นั ยังเหลือผ้าประมาณ ๔ ไม้ ส่วนน�ำ้ มันกา๊ ดนั้นยงั อยู่
๑๔ ป๊ีบ ส่วนนมนน้ั ยังอยู่ ๓๐๐ กระป๋อง ผา้ และนมไดเ้ อามาใช้ในงานฌาปนกิจ
เว้นไว้แต่น้�ำมันเท่านั้น ของก๊อกๆ แก๊กๆ ที่เอาไปใช้ในงานฌาปนกิจ เป็นต้นว่า
จอกแกว้ และตะเกยี งเปน็ ตน้ เสรจ็ งานแลว้ องคห์ ลวงปอู่ อ่ นไดจ้ ดั สง่ วดั ปา่ บา้ นหนองผอื
หมดเรียบร้อย

มีปัญหาวา่ ไฉนจงึ ไดเ้ อาของก๊อกๆ แกก๊ ๆ ในวัดป่าบ้านหนองผือไปใชใ้ นงาน
ศพบา้ ง

ตอบว่า สมัยนนั้ ยุคนนั้ วตั ถนุ ิยมฝ่ายอามิสไม่คอ่ ยสมบรู ณ์ เพราะเงนิ มีราคา
คณะสงฆจ์ งึ ไดส้ มมตใิ หเ้ อาไปใชช้ วั่ คราว สงฆจ์ งึ ไดส้ มมตใิ หข้ า้ พเจา้ และครบู าทองคำ�
คนื ไปเอา ชาวบา้ นหนองผอื กำ� ลงั วา้ เหว่ คงจะเขา้ ใจไปทางอน่ื แตพ่ ระอาจารยม์ หาบวั
ไดต้ ามไปอธบิ ายใหฟ้ งั วา่ ของทเี่ อาไป ไมใ่ ชว่ า่ จะเอาไปเปน็ มรดกของวดั ปา่ สทุ ธาวาสดอก
และไมใ่ ชพ่ ระทองคำ� และพระหล้าจะเอาไปเปน็ สว่ นตัว และการรเิ ริม่ จะเอาของไปใช้
ในงาน กม็ ใิ ช่พระหลา้ พระทองคำ� รเิ ริม่ คณะสงฆฝ์ ่ายพระเถรานเุ ถระริเรม่ิ ตา่ งหาก

197

ถ้าจะใช้ให้พระองคอ์ น่ื มาเอากเ็ อาไมถ่ กู เพราะไมใ่ ช่พระทอี่ ยใู่ นวัดปา่ บ้านหนองผือ
มานาน ขอใหญ้ าติโยมอย่าพากนั วิจารณไ์ ปทางอนื่ เลย แลว้ ก็หมดปญั หาไป

บา้ นแตกสาแหรกขาด พระกว็ า้ เหว่ โยมกว็ า้ เหว่ มองไปในทศิ ทง้ั ๔ ภายนอกของ
ตาเนื้อกด็ ูวา่ จืดชดื หมด มองไปในทิศภายในดา้ นสติปัญญาก็เหน็ แตท่ ิศแก่ ทิศเจ็บ
ทศิ ตาย ทิศวิโยคพลัดพราก ทิศปรารถนาไม่ไดส้ มหวัง ทิศอนจิ จงั ทุกขงั อนตั ตา
ทศิ นิพพทิ า ทิศวริ าคะ ทศิ วิมุตติ ทิศวิสุทธิ ทิศนพิ พาน เป็นเขม็ ทิศของพระอริยเจ้า
ผู้ประเสริฐช้ีตัดผ่าศูนย์กลางโลกออก มิได้เป็นเข็มทิศช้ีวนเวียนเหมือนเข็มทิศชาว
โลกยี วสิ ยั โลกยี วสิ ยั เปน็ เขม็ ทศิ ชว้ี นเวยี น โลกตุ ตระเปน็ เขม็ ทศิ ทชี่ เ้ี ดนิ ตรง ไมเ่ หลยี ว
ซา้ ยแลขวาก็ได้ เพราะเป็นทางเตยี น ไมม่ ีสะดดุ ซุดตอ

198

ไปวเิ วกกบั หลวงป่เู ทสก์

ปรารภเรอื่ งองคห์ ลวงปเู่ ทสกต์ อ่ ไป ครน้ั เสรจ็ งานถวายพระเพลงิ แลว้ องคห์ ลวงปู่
ก็พากันไปพักวิเวกวัดปา่ บ้านจอมศรี เป็นเขตอ�ำเภอเมอื ง จ.สกลนคร นนั้ เอง ตงั้ อยู่
ใกลส้ แ่ี ยก แยกหนง่ึ ไปวดั ปา่ ภธู รพทิ กั ษ์ วดั ปา่ ธาตนุ าเวงกว็ า่ แยกหนงึ่ ไป จ.นครพนม
แยกหนง่ึ จ.อุดรฯ แยกหนง่ึ ไปในเมืองสกล มีพระ ๕ รปู ด้วยกันนบั ท้ังองค์หลวงปู่
ต้ังหน้าท�ำความเพียรไม่มีกลางวันกลางคืน เพราะเห็นว่าเป็นยุคท่ีธุระว่างบ้างแล้ว
ไดค้ วามภาวนาประการใด กราบเรยี นองคห์ ลวงปเู่ ทสก์ หลวงปเู่ ทสกก์ เ็ ปน็ ผมู้ ปี ญั ญามาก
เมอ่ื ทา่ นผใู้ ดตดิ อยใู่ นสมาธลิ ว้ นๆ กย็ ใุ สส่ มาธลิ ว้ นๆ เมอื่ ทา่ นผใู้ ดตดิ อยใู่ นอปุ จารสมาธิ
สัมปยตุ ด้วยนมิ ติ ตา่ งๆ กย็ ใุ ส่ เมอื่ ทา่ นผใู้ ดติดอย่ใู นวิปสั สนาปัญญาลว้ นๆ ก็ยใุ ส่
วิปัสสนาปัญญาล้วนๆ แต่เมื่อมันเลยเถิดก็ดี องค์ท่านก็มีอุบายแก้ให้เยือกเย็น
ทรงเหตุผลมาก

องค์ท่านกล่าวว่า พวกเราท�ำเพื่อเป็นเคร่ืองช�ำนาญด้วย ท�ำเป็นเคร่ืองหลุด
เป็นเคร่ืองพน้ ดว้ ย ไมเ่ หมือนพระอรหนั ต์ พระอรหนั ต์นนั้ ท�ำเปน็ เครือ่ งทรงอยูข่ อง
ขนั ธวิบากชัว่ คราว แตไ่ มม่ ีความยดึ ม่นั ถือมันติดอยู่โดยถ่ายเดยี ว เพราะได้รู้เทา่ ทนั
เทยี มถงึ เหนอื กว่านไี้ ปแลว้ จงึ เป็นเรื่องของขันธวบิ ากและจริยวัตรสืบประเพณโี ตง้ ๆ
โดยมิได้มกี เิ ลสคอื ผหู้ ลงๆ มาสงิ เจือปนอยู่ เรียกหยาบๆ วา่ ใช้ดอกเบี้ยของทรพั ย์
ประจำ� วันคืนแบบไมเ่ ดือดรอ้ นว่าต้นทุนจะหายไปไหน และไมก่ ลวั ว่าโจรจะมาจป้ี ลน้
ไปไหน อ�ำนาจเหนือแลว้

199

ครั้นพักอยู่วัดป่าบ้านจอมศรีอยู่ประมาณเกือบเดือน หลวงปู่เทสก์เตรียมตัว
จะพาไปวดั ปา่ เขานอ้ ย ทา่ แฉลบ รมิ ทะเล จ.จนั ทบรุ ี เพราะเปน็ ทขี่ ององคท์ า่ นจำ� พรรษา
ผา่ นมาในปีท่ีแล้วนี้ แล้วต้องไปต่อรถไฟท่ี จ.อุดรฯ เขา้ กรุงเทพฯ กอ่ น โยมบัวแถว
นายเขียน กจ็ ัดส่งข้นึ รถ ข้ึนรถยนต์ สกลนคร-อดุ รฯ พอถึงอุดรฯ กไ็ ปพักคา้ งอยู่
วัดทิพยรัตน์ วัดนั้นเปน็ วัดทโ่ี ยมทพิ ยรตั น์สร้างข้ึนในสมยั รชั กาลที่ ๖ หลงั วัดโพธ-ิ
สมภรณ์นิดหน่อย ความจริงองค์หลวงปู่เทสก์จะเสียค่าโดยสารรถไฟให้พระที่ไป
ดว้ ยหมด เพราะโยมทาง จ.สกลนคร เขาทราบวา่ พระจะไปจนั ทบรุ กี บั องคห์ ลวงปหู่ ลายองค์
เขากถ็ วายมลู คา่ ไวจ้ นพอ ขา้ พเจา้ นกึ ไปมาอยหู่ ลายรอบกไ็ ดค้ วามวา่ เราควรจะแบง่ เบา
คา่ โดยสารขององคห์ ลวงปเู่ ทสกบ์ า้ ง เพราะมที างจะแบง่ เบาไดอ้ ยคู่ อื สมยั นนั้ ยคุ จอมพล
ป.พบิ ูลสงคราม รถไฟสายใดกต็ ามขบวนใดกต็ าม ตอ้ งมตี ูพ้ ิเศษหนง่ึ ตู้เปน็ ตู้ช้ันสอง
สำ� หรบั ใหพ้ ระไปฟรมี าฟรี แตพ่ ระผจู้ ะขนึ้ ตอ้ งมใี บรบั รองจากเจา้ คณะจงั หวดั ฝา่ ยพระ
ตน้ ทางของจงั หวดั น้นั ๆ กอ่ น ประทับตราพร้อม

ข้าพเจ้าจึงไปกราบเรียนขอใบสุทธิขององค์หลวงปู่เทสก์ พร้อมท้ัง ๕ องค์
โดยรวดเรว็ ไปวัดโพธิสมภรณ์ ให้มหาสุพัฒน์ทำ� ใบเดินทางใหค้ นละใบ ปลายทาง
ลงกรุงเทพฯ เพราะมหาสุพฒั นก์ เ็ ปน็ หลานข้าพเจา้ เป็นเลขาท่านเจา้ คณุ ธรรมเจดยี ์
ฝ่ายท่านเจ้าคณุ ธรรมเจดยี ย์ งั ค้างอยู่สกลนคร ยงั ไม่กลบั พอได้ใบเดนิ ทางแลว้ ก็รบี
กลบั วดั ทพิ ยรตั น์ ไปกลบั ดว้ ยรถสามลอ้ สมยั นน้ั เขาเรยี กรถสามลอ้ วา่ แทก็ ซี่ ทกั ซก่ี ว็ า่
มาสมัยนี้เรียกสามลอ้ ค�ำเดยี ว เพราะสมัยเรียกว่าเวลาช่วั คราวของกาลนั้นๆ และใน
วนั นั้นเอง หกโมงเย็นได้ขึ้นรถไฟดว่ นจากอุดรฯ ถงึ กรุงเทพฯ

200

หลวงปูเ่ ทสก์รับนิมนตไ์ ปปกั ษใ์ ต้

เมอ่ื ถงึ กรงุ เทพฯ แลว้ กไ็ ปพกั วดั บรมนวิ าส มพี ระเปรยี ญอสี านอยทู่ งั้ หมด พกั กฏุ ิ
สระเต่ากับคุณบุญเหลือ รู้จักกันดีเพราะแกเคยเป็นเณรปฏิบัติอยู่กับหลวงปู่เทสก์
แกพาไปเที่ยวเต็มวันอยู่ ๒ วัน ข้ึนรถราง ต้องยอมตามหลังแก แกพาข้ึนก็ขึ้น
แกพาลงกล็ ง เพราะเราไมร่ จู้ กั ท่ขี น้ึ ลง แกไมพ่ าไปแตส่ วนสตั ว์ แกวา่ มนั ไมเ่ หมาะสม
กบั เพศพวกเรา แตข่ า้ พเจา้ กไ็ มล่ มื ตวั คดิ ในใจวา่ มนษุ ยท์ เี่ ทย่ี วอยใู่ นสงสารนย้ี ดั เยยี ด
กันในประเทศหน่ึงๆ ก็พระนครหลวงหนอ เสมอภาคกนั ในดา้ นแก่ เจบ็ ตาย วิโยค
พลดั พราก สว่ นทำ� ดที ำ� ชวั่ นนั้ มรี ะดบั ตา่ งกนั ตามกรรมและผลของกรรมจำ� แนก แตท่ ส่ี ดุ
ทกุ ขโ์ ดยชอบกพ็ ระนพิ พานแหง่ เดยี วกนั ผดิ แตผ่ ถู้ งึ กอ่ นและหลงั เทา่ นน้ั หนอ ไดป้ ลง
ธรรมไวอ้ ยา่ งน้ีเสมอๆ

ครนั้ พกั อยวู่ ดั บรมนวิ าสนนั้ ประมาณ ๖-๗ วนั แลว้ กม็ พี ระอาจารยม์ หาปน่ิ ชลโิ ต
ไดม้ าพบหลวงปเู่ ทสก์ แลว้ นมิ นตว์ งิ วอนใหอ้ งคห์ ลวงปเู่ ทสกไ์ ปเทยี่ วทางปกั ษใ์ ต้ ลองดู
พร้อมทง้ั ลกู ศษิ ย์

องค์หลวงปู่ตอบวา่ “จะไปหมดไม่ได้ พวกเราต้องไปสืบทวนดู แลว้ ถา้ หากวา่
สะดวกในการปฏบิ ตั ิ จงึ จดั ใหท้ ตู มาตามเอาพวกนภ้ี ายหลงั แตใ่ หพ้ วกนไ้ี ปพกั รอคอย
อยวู่ ัดป่าทีท่ า่ แฉลบท่ีผมเคยจำ� พรรษาติดๆ กนั มาได้ ๒ ปแี ลว้ ทีจ่ ังหวดั จนั ทบุรี
ใหค้ ณุ จนั ทรโ์ สมพาพระเหลา่ นไ้ี ปเพราะเคยอยกู่ บั ผมในทน่ี น้ั แลว้ เดยี๋ วนวี้ ดั ไมม่ พี ระแลว้

201

เมอื่ ตกลงกนั ดแี ลว้ กแ็ ยกออกเปน็ ๒ พวก พวกจะไปจนั ทบรุ กี ต็ อ้ งเตรยี มตวั ในวนั น้ี
บา่ ย ๔ โมงเย็น ไปลงเรือปากพนังท่ีทา่ สวัสดี ส่วนผมกับทา่ นมหาป่ิน กบั คุณเกษม
จะไปข้ึนรถไฟสถานบี างกอกนอ้ ย”

พอไดเ้ วลากก็ ราบลาไป ใจวา้ เหว่ไมด่ ูดดม่ื ไมเ่ พลนิ เพราะองค์หลวงปูเ่ ทสกไ์ ป
ทางหนงึ่ แล้วขาดความอบอุ่น ทงั้ คิดถึงพระอาจารยม์ หาบวั ทางสกลนคร อีกใจหนงึ่
กน็ ึกถึงหลวงปูใ่ หญท่ สี่ ิ้นลมไปอยู่ ยงั ไม่นานวันสามกระทงสามด้านเจอเขา้ มาละ

ทางวดั เอารถยนตไ์ ปสง่ ถงึ ทา่ สวสั ดี เรือปากพนังจอดอยู่กลางแมน่ �้ำเจ้าพระยา
คา่ โดยสารองคล์ ะ ๒๕ บาท หา้ องคด์ ว้ ยกนั ขเ่ี รอื เลก็ ไปจอดเรอื ใหญอ่ กี ตอ่ หนง่ึ มคี น
ทอ่ี ยใู่ นเรอื นน้ั ประมาณ ๑๐๐ คน เปน็ เรอื บรรทกุ ขา้ วสาร พอหกโมงเยน็ เรอื กเ็ ปดิ หวดู
ออกตรงไปปากอ่าวทะเล ไมไ่ วใ้ จในชวี ติ หนกั เข้าเพราะเกรงเรอื จะเปน็ อนั ตราย

มปี ญั หาในใจถามตนวา่ ถา้ เรอื จมลง เราถงึ แกค่ วามตาย เราจะไปเกดิ ทไี่ หนเลา่
ตอบตนวา่ จะไปเกดิ ทไ่ี หนกต็ าม หรอื ไมไ่ ปเกดิ ทไี่ หนกต็ าม ขอใหภ้ าวนาตายคากนั
กแ็ ลว้ กนั ตายไมภ่ าวนาเรยี กตายไมเ่ ปน็ ตายเปน็ เรยี กวา่ ตายพรอ้ มภาวนา ตอ้ งภาวนา
ไตรลกั ษณต์ าย แลว้ พลกิ ใจวา่ ไมม่ ผี ตู้ าย สงั ขารธรรมแปรดบั ตา่ งหาก ธรรมฝา่ ยไมเ่ กดิ
ไมต่ ายมอี ย่ทู รงอยู่

202

ทา่ แฉลบ จันทบุรี

ครน้ั ถงึ วันใหมบ่ ่ายประมาณ ๔ โมงเยน็ เรอื ก็ถงึ ทา่ แฉลบ จ.จันทบรุ ี ก็ลงเรอื
ไปวัดป่าท่าแฉลบ พักที่นั้น เป็นเดือนเมษายน ๒๔๙๓ อากาศริมทะเลโปร่งมาก
แต่ก็ยุงมาก พักท�ำความเพียรอยู่ไม่มีกลางวันกลางคืน วันหน่ึงตั้งใจเดินจงกรม
๕ โมงเย็นจนตลอดรงุ่ เช้า ถงึ ยามไปบณิ ฑบาตจึงหยดุ ไปบณิ ฑบาตตั้งสตไิ วก้ บั ขา
ก้าวไปมา พร้อมทงั้ พิจารณาธรรม รพู้ รอ้ มกัน ไม่มอี นั ใดก่อนอันใดหลังกบั กายท่ี
เคลอ่ื นไหว กา้ วสนั้ ยาวหรอื ซา้ ยขวา ขาขวาหรอื ซา้ ยกำ� ลงั เหยยี บดนิ หรอื กำ� ลงั กา้ วอยู่
รทู้ นั กนั ไม่ถอื เปน็ ของยาก

และไดไ้ ปวเิ วกทอี่ า่ วหมู อา่ วยาง อนั เปน็ อำ� เภอแหลมสงิ ห์ เดนิ ไปดว้ ยฝเี ทา้ บา้ ง
ลงเรอื แจวบา้ ง ไป ๓ องคด์ ว้ ยกนั และไดเ้ ดนิ ดว้ ยฝเี ทา้ ไปวเิ วกอำ� เภอขลงุ กบั ทา่ นพลู
๒ องค์ ไดไ้ ปพกั อยวู่ ดั ขลงุ อนั เปน็ วดั ปา่ ทที่ า่ นอาจารยว์ ริ ยิ งั คส์ รา้ งขน้ึ องคท์ า่ นกอ็ ยู่
ทนี่ นั้ ดว้ ย วดั กงสไี รก่ ไ็ ปพกั แตม่ ไิ ดน้ อนแรม เพราะเหน็ วา่ ทบึ มาก แลว้ กลบั ดว้ ยฝเี ทา้
ถงึ วดั ปา่ ทรายงาม อ.เมอื งจันทบรุ ี พักอยู่กับทา่ นอาจารย์แบนและอาจารยส์ ัน ท่าน
อาจารยแ์ บนกด็ ี ทา่ นอาจารยส์ นั กด็ ี เปน็ พระทโ่ี อบออ้ มอารกี วา้ งขวางมาก วดั เหลา่ นี้
สมยั นน้ั วเิ วกวงั เวงทง้ั นน้ั ทา่ นถวลิ ไดพ้ าไปเทย่ี วบา้ นโปง่ แรด บา้ นคมบาง วดั คลองกงุ้
วดั ปา่ เนนิ เขาแกว้ วนไปวนมากนั อยตู่ ามแถบนน้ั แลว้ เขา้ จอดวดั ปา่ ทา่ แฉลบตามเดมิ

พกั อยจู่ นั ทบรุ ปี ระมาณ ๓ เดอื น เวลากล็ ว่ งไปเปน็ เดอื นมถิ นุ ายน เวลา ๕ โมงเยน็
วนั หนงึ่ ไดก้ ำ� ลงั เดนิ จงกรมอยู่ ทดิ อโณทยั เจา้ ของบรษิ ทั เดนิ รถจนั ทบรุ พี าณชิ ยส์ าย
กรงุ เทพฯ ได้ยืน่ จดหมายด่วนให้ ไดฉ้ กี อา่ นในขณะนั้น เนอื้ ความในจดหมายว่า

203

คณุ จนั ทรโ์ สม คณุ หลา้ คณุ อรณุ คณุ พลู ทคี่ ดิ ถงึ เดยี๋ วนี้
ผมพักอยู่ท่ีวัดป่า อ�ำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ขอใหพ้ วกทา่ นรบี เดนิ ทางมากรงุ เทพฯ มาพกั วดั บรมนวิ าส ขอให้
มาพรอ้ มขบวนรถทิดอโณทยั บรษิ ทั จนั ทบุรพี าณิชย์ เจ้าของรถ
เขารู้จักความหมายแล้ว และเมื่อพักรออยู่วัดบรมนิวาสน้ัน
ทา่ นมหาป่นิ จะไปรับเอาพวกคณุ ทนี่ นั้

ด้วยความคดิ ถึง
เทสก์ เทสรังสี, ปนิ่ ชลิโต ป.

แลว้ กร็ บี แตง่ ของในขณะนนั้ เพอ่ื จะไปนอนคา้ งทวี่ ดั ปา่ คลองกงุ้ ใกลเ้ มอื ง ไดร้ บี
ไปสงั่ เสยี โยมกลยุ้ และโยมออ ทา่ แฉลบ เพราะเขาเปน็ ผใู้ กลช้ ดิ วดั ปา่ ทา่ แฉลบ แลว้ จดั
รถคนั หนง่ึ สง่ ถงึ วดั ปา่ คลองกงุ้ ทดิ อโณทยั กก็ ลบั มาพรอ้ มกนั ทดิ อโณทยั นดั หมายวา่
ตี ๔ ในคนื น้ี ให้ครูบาอาจารยไ์ ปรอรถทีห่ น้าวัดครับ แล้วแกกก็ ลบั บ้านแกในเมือง
แล้วพากันไปกราบพระครูมงคลที่เปน็ เจา้ อาวาส ลาลว่ งหน้าไว้ในตอนตี ๔ องคท์ า่ น
จัดให้พกั รวมกุฏิเดยี วกนั

อนจิ จาเอย๋ ในคนื นน้ั เองขา้ พเจา้ นอนไมห่ ลบั เลย เพราะนสิ ยั แกย้ าก ถา้ จะไปไหน
ดว่ นๆ แลว้ นอนไมห่ ลบั เลย พอถงึ ตี ๔ กพ็ อดี รบี ไปขนึ้ รถทหี่ นา้ วดั รถคนั นนั้ กอ็ อก
ตี ๔ กว่า ประมาณ ๓๐ นาที พอถงึ จ.ระยอง รถกจ็ อดฉนั เชา้ แต่เกอื บเทย่ี งแล้ว
ฉนั อาหารดว่ นๆ ตามถว้ ยชามประมาณ ๑๐ คำ� เทา่ นนั้ รถคนั นนั้ บรรจคุ นโดยสารได้
ประมาณ ๖๐ คน

พอจะใกลอ้ ำ� เภอสตั หบี หมอ้ นำ�้ กร็ วั่ วงิ่ ไปไมน่ านกไ็ ดเ้ ตมิ นำ�้ เจา้ ของรถเขาบน่ วา่
“เออ รถคนั นี้เขายอวา่ วง่ิ เรว็ กูก็ไดห้ นา้ เพราะมึง เวลานีก้ ูก็เสยี หน้าเพราะมึง” พอถึง
กรงุ เทพฯ กม็ ืด เขา้ ทางศาลาแดง เขาเข็นรถไปจากศาลาแดง จนกวา่ จะถึงบรษิ ทั
จนั ทบรุ พี าณชิ ยก์ ก็ นิ เวลานาน เขาถอื เปน็ ของสนกุ ทงั้ เขน็ ไปทงั้ กลา่ ววา่  จนั ทบรุ เี ขน็ สง่
มใิ ชข่ นสง่

204

พอถงึ แลว้ ตำ� รวจตามสง่ เพราะเกรงไมป่ ลอดภยั เขาเอารถเกง๋ ตามสง่ วดั บรมนวิ าส
ถึงวัดบรมนิวาสประมาณ ๒ ทุม่ แลว้ ก็พกั กุฏหิ ลังสระเตา่ ตามเคย

โอ้ อนจิ จาเอย๋ เขยี นประวตั ทิ กุ ขข์ องตนกย็ ดื ยาวนกั แทๆ้ ไมม่ จี บสนิ้ ได้ เพยี งใน
ชาตหิ นงึ่ ๆ ก็อเนกปรยิ ายแล้วหนอ ขอเข็ดหลาบในเรอื่ งชาติๆ ภพๆ เพียงนีเ้ ทอญ
อยา่ ไดม้ ภี พอยา่ ไดม้ ชี าตติ อ่ ไปในขา้ งหนา้ เทอญ ปฏบิ ตั นิ อ้ ยขอใหก้ ลาย ปฏบิ ตั หิ ลาย
ขอใหพ้ ้น อยา่ ไดม้ าทอ่ งเที่ยวในสงสารอีกเถิด พืชกิเลสมีเท่าใด ขอใหพ้ ระปัญญา
เผาผลาญไหมห้ มดไป วมิ ตุ ตญิ าณทสั นะจงปรากฏอยทู่ กุ ขณะลมปราณ และทกุ ขณะใจ
ถวายชวี นั กตญั ญตู อ่ พระนพิ พานอยทู่ กุ ขณะใจ ไมม่ เี จตนาอนื่ จะมาเปน็ เจา้ ของหวั ใจ
ผกู ขาดได้ ไล่หนที ันทที เี ดยี ว เจตนาย่อมเปน็ ยาโอสถสำ� คญั มาก

205

พบหลวงปูเ่ ทสก์อกี

ครนั้ พกั อยวู่ ดั บรมนวิ าสคนื แรก ตน่ื เชา้ ไหวพ้ ระภาวนาแลว้ ไดเ้ วลาไปบณิ ฑบาต
ฉนั เสรจ็ แลว้ ประมาณ ๕ โมงเชา้ พระอาจารยม์ หาปน่ิ กม็ าเจอในทนี่ นั้ กเ็ ตรยี มเดนิ ทาง
ไปวดั ปา่ อ.รอ่ นพบิ ลู ย์ จ.นครศรธี รรมราช แตก่ ารไปคราวนไ้ี ดย้ มื มลู คา่ จากวดั บรมนวิ าส
๙๐๐ บาท เพราะการโดยสารรถไฟฟรไี ดย้ กเลิกกันทั่วประเทศแล้ว

พอถึงวันใหม่ได้เวลา ก็ไปข้ึนรถไฟด่วนสถานีบางกอกน้อย ออกจากสถานี
บางกอกนอ้ ยเปน็ เวลา ๕ โมงเชา้ ถงึ จงั หวดั สรุ าษฎรฯ์ ก็ ๖ โมงเชา้ กล็ งรถไปบณิ ฑบาตฉนั
รถไฟกไ็ ปจอดทนี่ น้ั เพราะขา้ มแมน่ ำ�้ ตาปไี มไ่ ด้ สะพานถกู ทำ� ลายสมยั สงครามญป่ี นุ่ กบั
องั กฤษ ฉันเช้าเสร็จแล้วก็ข้ามเรือไปต่อรถไฟฟากฝั่งโน้น ไปถึงวัดป่าร่อนพิบูลย์
ประมาณบา่ ย ๒ กวา่ ๆ แลว้ พกั อยทู่ ว่ี ดั ปา่ รอ่ นพบิ ลู ยน์ นั้ หลายคนื เหน็ อกั ษรทห่ี นา้ กฏุ วิ า่
สมเดจ็ พระนางเจา้ สวา่ งวฒั นา รชั กาลที่ ๕ มกี ฏุ อิ ยหู่ ลายๆ หลงั พอควร มพี ระอยนู่ น้ั
องคเ์ ดียว อากาศเยน็ มนี �้ำตกจากเขาข้างทางรถไฟ ทิศตะวันออกไม่ไกลพอ ๓ เส้น
มรี อยพระบาทสรา้ งจำ� ลองแตร่ ชั กาลท่ี ๕ พรอ้ มวดั เหน็ แลว้ กร็ สู้ กึ สลดสงั เวช รกั เคารพ
ในใจวา่ พระวงศพ์ ระตระกลู ของสมเดจ็ พระบรมราชาและสมเดจ็ พระบรมราชนิ นี าถน้ี
ไมว่ า่ จะยุคใดๆ กด็ ี ย่อมทรงเคารพรักพระพุทธศาสนาอย่เู ปน็ เยยี่ งอยา่ งอนั เลศิ ของ
ประชาชนชาวพุทธต้ังแต่ดึกด�ำบรรพ์มาแต่ครั้งพุทธกาล เป็นพระหัตถ์ข้างขวาของ
พระพุทธศาสนาอยา่ งประเสริฐแท้ๆ แลหนอ

206

เล่าเร่อื งองคห์ ลวงปู่เทสก์ต่อไป ขณะท่ีไปถึงรอ่ นพบิ ูลยแ์ ลว้ หลวงปู่เทสก์มิได้
อยนู่ นั้ องคท์ า่ นไปพกั อยวู่ ดั พศิ าล จากรอ่ นพบิ ลู ยไ์ ปทางทศิ ใตป้ ระมาณหนงึ่ กโิ ลเมตร
โดยคาดคะเนประมาณดู ตนื่ เชา้ บณิ ฑบาตฉนั เสรจ็ กพ็ ากนั จดั แจงบรขิ าร แลว้ เดนิ ไป
ถึงวัดที่องค์ท่านพักอยู่ แล้วพบพระอาจารย์ค�ำผายและพระอาจารย์พรหมาอยู่ที่นั้น
กำ� ลงั จบั เสน้ ถวายอยู่ พระอาจารยค์ ำ� ผายและพระอาจารยพ์ รหมานี้ ไดล้ งไปทางปกั ษใ์ ต้
แตห่ ลายปีแลว้ เป็นพระภาคอสี านท้ังน้นั

พอขา้ พเจา้ กราบหลวงปเู่ ทสกค์ รงั้ ทห่ี นงึ่ แลว้ เกดิ สลดสงั เวชในใจวา่ เราพลดั พราก
จากพระเถระผู้ใหญภ่ าคอสี านแล้วลงมาทางนอี้ ีก กไ็ ด้พลัดพรากอกี เป็นเวลาเกือบ
๓ เดอื นหนอ เพง่ิ ไดม้ าพบขณะน้ีแลหนอ เต็มตื้นเขา้ แล้ว นำ�้ ตาก็ไหลอาบแก้มเลย
องคห์ ลวงปเู่ ทสกห์ วั เราะแลว้ ทายใจออกมาวา่ “คนเคยไดอ้ ยกู่ บั พระผใู้ หญฝ่ า่ ยปฏบิ ตั ิ
เมอื่ พรากไปไม่เห็นนาน พอเหน็ เข้าก็สลดใจ”

องคท์ า่ นทายถกู ไมม่ ผี ดิ เลยแมแ้ ตน่ อ้ ย แลว้ กพ็ กั อยนู่ นั้ คนื หนง่ึ ตน่ื เชา้ บณิ ฑบาต
ฉนั เสรจ็ องคท์ า่ นกพ็ าหมกู่ ลบั มาพักวดั ปา่ ร่อนพิบลู ย์ตอ่ ไป

ครนั้ พกั อยู่ ๒-๓ วนั องคท์ า่ นกบั ทา่ นอาจารยม์ หาปน่ิ และคณุ เกษมกข็ า้ มทะเล
ไปภเู กต็ เพอ่ื ไปสบื ดทู จ่ี ำ� พรรษา เพราะเปน็ เดอื นมถิ นุ ายนแลว้ แลว้ ปลอ่ ยให้ ๕ องคน์ ้ี
พักอยูร่ ่อนพิบูลยไ์ ปพลางกอ่ น มีทา่ นอาจารย์จนั ทรโ์ สมเป็นหวั หนา้

อนจิ จา สงั ขารา ทกุ ขา อกี ๔-๕ วนั กไ็ ดร้ บั โทรเลขดว่ นวา่ “ใหโ้ ดยสารรถไฟไปลง
ทอ่ี ำ� เภอกนั ตงั จ.ตรงั ไปพกั ทสี่ ถานบำ� เพญ็ บญุ รอขนึ้ เรอื ทท่ี า่ เรอื ” พอถงึ วนั หลงั เวลาบา่ ย
ประมาณ ๒ โมงกวา่ โยม อ.รอ่ นพบิ ลู ย์ กส็ ง่ ขนึ้ รถไฟกลบั อำ� เภอทงุ่ สง แลว้ จากทงุ่ สง
ตรงไปทางทศิ ตะวนั ตกเฉยี งใต้ เพราะรถไฟขบวนนขี้ น้ึ มาจากทางสงขลา ถงึ ทงุ่ สงแลว้
เล้ียวซ้ายหักคืนไปทิศตะวันตกเฉียงใต้ แล้วไปจอดที่ปลายทางท่าเรืออ�ำเภอกันตัง
ฝง่ั มหาสมทุ รอนิ เดยี พอไปถงึ แลว้ กไ็ ปพกั นอนแรมอยทู่ ปี่ า่ จากสถานทที่ ำ� บญุ ตน่ื เชา้
บณิ ฑบาตฉนั เสรจ็ กไ็ ดร้ บั จดหมายอกี ๒ ฉบบั เปน็ จดหมายท่ีไมป่ ิดซอง เนอ้ื ความ
ในจดหมายว่า

207

ขอให้คุณหล้าเอาจดหมายฉบับนี้ส่งท่ีอ�ำเภอกันตังด้วยตนเอง
แลว้ ตอนเยน็ รอลงเรอื ไปภเู กต็ แลว้ ใหพ้ ากนั ไปพกั วดั จนี แลว้ รออยนู่ นั้
ตอนบา่ ยจะมรี ถมารบั ไปโคกกลอย จ.พงั งา (สว่ นการฉนั นน้ั โยมเขาจะ
มาเลีย้ งท่ีวดั จนี น้ัน)
แลว้ กร็ บี ไปสง่ จดหมายทอี่ ำ� เภอเพราะไมไ่ กลจากทพ่ี กั ไปองคเ์ ดยี ว พอขน้ึ ไปถงึ
ทวี่ า่ การอำ� เภอ เจา้ ขนุ มลู นายอำ� เภอนแ้ี ปลกมาก พากนั ลกุ ยนื ขนึ้ ยกมอื ประนมพรอ้ ม
กนั หมด เรากบ็ อกวา่ “เป็นสุขๆ” แลว้ ย่ืน จ.ม.ให้ เขารบี อ่านในทปี่ ระชมุ นัน้ ว่า

ที่พักโคกกลอย จ.พังงา
วนั ที.่ .. เดอื น.... พ.ศ. ....
เจรญิ พร คณะกรรมการอำ� เภอนท้ี กุ ทา่ นทนี่ บั ถอื ไวใ้ นพทุ ธศาสนา
ตลอดกาลนาน ขอรบกวนวิงวอนว่าให้ นายโพธ์ิ เดชผล ศลุ กากร
ส่งพระธุดงค์ท่ีพักรออยู่สถานท่ีท�ำบุญลงเรือถึงภูเก็ตให้โดยด่วนด้วย
หวังว่าคงไม่ขดั ขอ้ ง และก็คงเปน็ บุญอยมู่ ิน้อยเลย
ด้วยความนบั ถือ
พระมหาปิน่ ชลโิ ต
แลว้ กล็ าเขากลบั ทพี่ กั พอบา่ ย ๔ โมง กม็ ผี มู้ าบอกวา่ ขอนมิ นตเ์ ตรยี มตวั ไปทา่ เรอื
เพือ่ ลงเรอื แต่เรือนนั้ จะออก ๖ โมงเยน็ กจ็ �ำไดไ้ ปคอยกอ่ นเพราะจะสะดวกที่นง่ั

208

ภเู ก็ต-พังงา

ครน้ั ได้เวลา ๖ โมงเยน็ แล้ว เรือก็ออก คนทอี่ ยู่ในเรือน้ันประมาณ ๒๐๐ คน
เรือตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เปน็ ฤดทู ี่มีคลนื่ จัด เป็นเดอื นมถิ นุ ายนขา้ งแรม
ตงั้ ใจภาวนาไมห่ ยดุ ไมห่ ยอ่ นเพราะเสย่ี งชวี ติ หนกั เขา้ เราอยสู่ ำ� นกั ธรรมดากเ็ สย่ี งชวี ติ
ประจำ� วนั อยทู่ กุ ลมปราณแลว้ ไฉนจะไวใ้ จในชวี ติ ได้ คลนื่ มาแตล่ ะลกู ละลกู กเ็ กอื บ
เทา่ ภเู ขาเสยี แลว้ เรอื กระโดดคลนื่ เปน็ ระยะๆ เรอื ผนิ หนา้ สคู้ ลนื่ เพราะลมพดั มาจาก
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ คล่ืนก็ต้องมาตามลม จะผินข้างเรือให้สู้คล่ืน เรือก็ต้องจม
ถา้ พจิ ารณานอ้ มเขา้ หาธรรมแลว้ นน้ั ยงั เปน็ คลนื่ ภายนอกอยู่ คลนื่ ภายในคอื โลภ โกรธ
หลง เปน็ คลน่ื ทก่ี ระทบกระเทอื นอยใู่ นขนั ธสนั ดานจนเคยชนิ ผมู้ กี เิ ลสมากกค็ ลน่ื มาก
ผมู้ กี เิ ลสเบากค็ ลนื่ เบา ผไู้ มม่ กี เิ ลสเลยคลนื่ กไ็ มม่ เี ลย เรอื คอื ใจกม็ ไิ ดโ้ อนเอยี งไปทางใด
แตเ่ ปน็ ของพดู งา่ ยทำ� ไดย้ าก เพราะชา่ งลงมอื ทำ� เปน็ ของยาก ชา่ งปากทำ� เปน็ ของทำ� ไดง้ า่ ย
ยากกับง่ายกข็ ึ้นอยกู่ ับผู้ชอบและผู้ไม่ชอบ

ครั้นเรือจอดที่ทา่ ภูเกต็ แลว้ กเ็ ดนิ ไปวัดจนี ไกลจากท่าเรอื ประมาณ ๑๕ เส้น
ญาตโิ ยมมาใสบ่ าตรทนี่ น้ั เปน็ เวลาประมาณ ๕ โมงเชา้ พระจนี อยทู่ นี่ อ้ี งคเ์ ดยี ว ๕ พรรษา
นุง่ กางเกงขากวา้ งยาว แกทกั ทายปราศรัยดี แกฉนั เจ ครน้ั ฉันเสร็จแล้ว พระจีนกพ็ า
เข้าไปชมทีก่ ุฏวิ หิ าร มรี ูปพระกจั จายนะเหมือนกัน แกถามวา่ “พูดภาษาจีงเปง็ ไหม”
ตอบว่า “ไม่เปง็ ”

พอเวลาบ่าย ๒ กวา่ ๆ รถพงั งาก็มารบั รถวงิ่ ไปประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ก็ข้าม
นำ้� อีก ข้ามเรือ เขาเรียกวา่ ทา่ ฉตั รไชย ไปถึงฝั่งนน้ั เขาเรียกว่าทา่ นุ่น เปน็ เขต จ.พังงา
อ.ตะก่วั ท่งุ ขึน้ รถยนตต์ อ่ ไปอีกประมาณ ๓๐ กโิ ลเมตร ก็ถึงสแ่ี ยกโคกกลอย คอื
แยกหนงึ่ ไปภเู กต็ แยกหนง่ึ ไปตะกว่ั ปา่ แยกหนงึ่ ไป จ.พงั งา แยกเลก็ ๆ ไปทะเล แลว้ ทำ�
วดั ปา่ ขน้ึ ทน่ี ากลาง ใกลโ้ คกกลอยนน้ั เปน็ ดนิ ราบ ไปบณิ ฑบาตไดส้ องทาง คอื ไปทาง
โคกกลอยทางหน่งึ ไปทางนากลางทางหน่งึ

209

พรรษา ๖ จ�ำพรรษาโคกกลอย

ในปีนน้ั ญาติโยมทาง จ.พงั งา จัดวดั ข้นึ ด่วนๆ ได้ ๔ สำ� นกั เพราะกจ็ วนแจจะ
เขา้ พรรษาแลว้ สำ� นกั กระโสมใหท้ า่ นอาจารยม์ หาปน่ิ เปน็ หวั หนา้ สำ� นกั อ.ทา้ ยเหมอื ง
ใหพ้ ระอาจารย์จนั ทรโ์ สมเปน็ หวั หน้า สำ� นักกาไหลให้อาจารย์สามเป็นหวั หน้า สำ� นกั
โคกกลอยนากลาง องค์หลวงป่เู ทสก์เป็นหวั หนา้

พระอาจารยม์ หาปน่ิ มาขอขา้ พเจา้ ไปอยดู่ ว้ ย แตอ่ งคห์ ลวงปเู่ ทสกไ์ มย่ อมให้ เพราะ
มเี หตผุ ลวา่ “คณุ หลา้ เคยไดอ้ ยกู่ บั พระผใู้ หญม่ านานปี กำ� ลงั วา้ เหว่ จงใหอ้ ยกู่ บั ผมไปกอ่ น
คณุ อรุณกเ็ ช่นกัน” มีคุณเพชร พระ จ.ชมุ พร อ.หลงั สวนไปดว้ ยอีกองค์ คุณเกษม
กอ็ ยดู่ ว้ ยกนั เหลอื นอกนนั้ กแ็ ลว้ แตเ่ หน็ สมควร คอื อาจารยพ์ รหมา อาจารยค์ ำ� ผาย และ
ยังมีหลวงพ่อคำ� พนั มีลูกศษิ ยไ์ ปอกี ๕ รปู ท่านเทย่ี วอยตู่ ามแถบนน้ั กเ็ ข้ามารวมกัน
แยกกันอยู่

ความอลเวงของญาตโิ ยมและฝา่ ยมหานกิ ายกระทบกระเทอื นกนั ทางวาจาขน้ึ เปน็
ธรรมดา เพราะภเู กต็ พงั งา ไมเ่ คยมธี รรมยตุ แตผ่ ลสดุ ทา้ ยกล็ งเอยอยกู่ บั กรรมและผล
ของกรรมของใครของมนั ตามธรรมชาตขิ องธรรม ไมม่ ศี าลใดๆ จะมาตดั สนิ ใหใ้ ครแพ้
ใครชนะไดใ้ นโลก ไมว่ า่ โลกยคุ ไหนๆ บคุ คลผไู้ มเ่ ชอื่ กรรมและผลของกรรมแลว้ มกั จะ
ถอื แพถ้ อื ชนะภายนอกเสมอ ดา้ นจติ ใจกเ็ ขา้ หาพระพทุ ธศาสนาไมถ่ งึ ความจรงิ ได้ มกั จะ
สกุ เอาเผากนิ ทง้ั ควำ�่ ทง้ั หงาย เพราะไมก่ ลวั เจอกา้ ง และมกั จะทำ� ชวั่ ในทล่ี บั และทแ่ี จง้

ผเู้ ชอ่ื กรรมและผลของกรรมลงไดส้ นทิ ผนู้ น้ั จะไมท่ ำ� ความชว่ั ในทล่ี บั และทแ่ี จง้
แมจ้ ะทำ� ความดี กไ็ มท่ ำ� เพอ่ื จะอวดจะอา้ งใครๆ ทง้ั นนั้ ยอ่ มทำ� ความดไี ดส้ นทิ ทงั้ ทล่ี บั

210

และทแ่ี จง้ เรยี กวา่ สปุ ฏปิ นั โน คอื ปฏบิ ตั ดิ ปี ฏบิ ตั ติ รง พอไดข้ า้ มปถุ ชุ นคนหนาไปแลว้
ดว้ ยปญั ญาอันรทู้ างเดนิ ตรง ไม่แวะซา้ ยไมแ่ วะขวาเลย ไม่สุ่มเดา

ครนั้ จำ� พรรษาในโคกกลอย กลางพรรษานน้ั ไดเ้ คารพรกั ปฏปิ ทาทห่ี ลวงปมู่ น่ั พา
ทำ� มา มธี ดุ งควตั ร เปน็ ตน้ กเ็ กดิ ปญั หากบั ผตู้ อ้ งการจะลดหยอ่ นบา้ ง แตอ่ งคห์ ลวงปเู่ ทสก์
องคท์ ่านเทศนบ์ อ่ ยๆ วา่ “พากันตง้ั ใจปฏบิ ัตอิ ยา่ ลืมตัว ธรรมวินัยเปน็ ของเกา่ มิใช่
ของใหม่เลย”

ขา้ พเจา้ เหน็ ดดี ว้ ย ถา้ เปลย่ี นตามยคุ ตามสมยั ตามกาลเทศะไปหมดทกุ อนั ไมม่ ี
ขอบเขต กจ็ ะไมม่ ขี อ้ วตั รปฏบิ ตั อิ นั ใดจะเหลอื อยู่ พรรคทางกเิ ลสเปน็ พรรคมเี สยี งมาก
พาดงึ จติ ใจใหร้ ะอาและหยอ่ นลงไดง้ า่ ย เราขงึ สายระเดยี งตากผา้ กว็ า่ ตงึ จนหมดกำ� ลงั
แตเ่ มอ่ื ถกู แดดมา พรอ้ มทงั้ ตากผา้ พาด กห็ ยอ่ นลงจนลากดนิ ฉนั ใดกด็ ี เมอ่ื ปจั จยั ๔
บรบิ รู ณม์ าบา้ ง ขอ้ วตั รปฏบิ ตั กิ ห็ ยอ่ นลงไปทลี ะเลก็ ทลี ะนอ้ ย เมอ่ื ปจั จยั ไมบ่ รบิ รู ณบ์ า้ ง
ก็คอยแต่จะระอาอีก เม่ือผู้เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาไม่มีเจตนาเพื่อพ้นทุกข์ใน
สงสารแลว้ นโยบายทเ่ี ปน็ ไปในมโนภาพยอ่ มปนี เกลยี วไมท่ างใดกท็ างหนงึ่ ยอ่ มเปน็
เจ้าเลห่ ์เจา้ กลมายาอยู่น้ันเองทเี ดยี ว

211

หลวงปมู่ ่นั ในนมิ ติ

วนั หนง่ึ ประมาณเวลา ๖ ทมุ่ สนใจในขอ้ วตั รของหลวงปมู่ น่ั ในยคุ บา้ นหนองผอื
สกลนคร ไมอ่ ยากใหห้ ลดุ ไปสกั อนั เลย แลว้ กพ็ จิ ารณาสงั ขารสญู จากสตั วจ์ ากบคุ คล
ในเง่ือน ๒ พร้อมกับลมออกเข้าว่า ไมใ่ ช่เรา ไม่ใชข่ องเรา ติดต่ออยไู่ ม่ขาดวรรค
ไม่ขาดตอน เงียบลงไป ได้ปรากฏเห็นองค์หลวงปู่ม่ันมายืนบรรจงห่มผ้าเฉวียงบ่า
เอามอื ซา้ ยหยอ่ นเหยยี ดลงใตท้ อ้ ง เอามอื ขวาเหยยี ดลงประทบั มอื ซา้ ย ทอดจกั ษลุ งพอ
ชวั่ แอก สะพายยา่ มทางขวา เปน็ ยา่ มใหม่ มสี ง่ิ ของอยใู่ นยา่ มดว้ ยเพราะยา่ มพองๆ อยู่
ทา่ ทางยนื จงกรมและทา่ ทางปลงธรรมสงั เวชอกี ผนิ หนา้ มาทางทศิ ใต้ ยนื อยดู่ นิ ราบๆ
หา่ งจากกฏุ ขิ า้ พเจา้ มาทางทศิ ใตป้ ระมาณ ๕ วา หา่ งจากกฏุ หิ ลวงปเู่ ทสกไ์ ปทางทศิ เหนอื
ประมาณ ๑๒ วา ผินหน้ามาทางกฏุ ิหลวงป่เู ทสก์ ในเวลานัน้ ขา้ พเจ้าอยทู่ ่กี ุฏหิ ลวงปู่
เทสก์ ทำ� กจิ ธรุ ะอนั ใดอนั หนง่ึ อยู่ และหลวงปเู่ ทสกก์ อ็ ยใู่ นกฏุ ขิ องทา่ น แตก่ ฏุ นิ น้ั มไิ ดก้ นั้
โลง่ โถงอยู่

พอข้าพเจา้ เหลือบไปเหน็ องคห์ ลวงปู่มั่นยนื ในมรรยาทปลงธรรมสงั เวช จติ ใจ
กเ็ กิดปตี ยิ นิ ดีว่า อา้ องคห์ ลวงปูย่ นื ผนิ หน้ามาใส่ เรยี บมาก งดงามมาก นกึ ในใจได้
โดยเรว็ วา่ เราตอ้ งเหาะคกุ เขา่ พรอ้ มทงั้ ประนมมอื ไปใหส้ งู ประมาณบนั้ เอว แลว้ คอ่ ยพยงุ
ปลงลงต่อหน้าใกล้ฝ่าเท้าองค์หลวงปู่ พร้อมทั้งประนมมืออยู่เป็นนิจ นึกอย่างน้ีได้
รวดเรว็ แลว้ กเ็ หาะพรอ้ มทง้ั คกุ เขา่ พรอ้ มทง้ั ประนมมอื ไปโดยรวดเรว็ แตพ่ อใกลอ้ งค์
หลวงปู่ประมาณ ๑ ศอก ก็คอ่ ยพยุงเขา่ ลงจรดพ้ืนดนิ พร้อมทั้งแหงนคอข้ึนแลหนา้
องคห์ ลวงปู่ แม้น้�ำตาไหลออกดว้ ยซ้�ำ

212

องค์หลวงปู่ถามวา่ “ท่านจะเปล่ยี นย่ามไหม”

เรยี นองคท์ ่านว่า “ไม่เปลีย่ นดอก ข้านอ้ ย เพราะย่ามอันใช้อยเู่ ดี๋ยวน้ีกเ็ ปน็ ของ
พ่อแม่ครบู าอาจารยใ์ ห้”

แล้วองคท์ า่ นถามอกี เป็นครง้ั ที่ ๒ วา่ “เอายา่ ม” พรอ้ มท้งั เออ้ื มมอื ให้

เรยี นวา่ “ขา้ นอ้ ยไมเ่ อาดอก ยา่ มเดมิ ทใ่ี ชอ้ ยนู่ ก้ี ย็ งั ดๆี อยไู่ มท่ นั ขาด และกเ็ ปน็
ย่ามทพ่ี ่อแมค่ รูบาอาจารย์ให”้

แลว้ องคห์ ลวงปกู่ ห็ ายตวั ไปในขณะนนั้ ขา้ พเจา้ กน็ งั่ คกุ เขา่ ประนมมอื จติ พะวงอยู่
ทเี่ กา่ ยงั มไิ ดเ้ คลอื่ นทไ่ี ปไหน อกี สกั ครทู่ า่ นกม็ ายนื ทใี่ กลๆ้ ทเี่ ดมิ นน้ั อกี “เอา เอายา่ ม”
เรยี นว่า “ข้าน้อยไม่เอาดอก” ยนื ยนั อย่างเดมิ อยู่

องคท์ า่ นกลา่ ววา่ “โยมกำ� ลงั จะมาหาเรามาก เราจะไปดอก” วา่ แลว้ กห็ ายตวั ไปเลย
จติ กถ็ อนออกมา เหน็ ลมหายใจออกเขา้ อยู่ พรอ้ มทง้ั พจิ ารณาไมใ่ ชเ่ รา ไมใ่ ชข่ องเราอยู่
แตน่ ำ�้ ตาปรากฏเปยี กแกม้ สว่ นตานนั้ ใสแจว๋ อยไู่ มใ่ ชห่ ลบั รสชาตอิ นั นจ้ี ำ� ไดช้ ดั ไมม่ ี
เทวดา มาร พรหม ใดๆ จะมาทำ� ให้ลมื ไดจ้ นวนั ส้ินลมไป

ครน้ั เปน็ วนั ใหม่ ไดเ้ วลาโอกาสอำ� นวยกไ็ ปกราบเทา้ เรยี นถวายองคห์ ลวงปเู่ ทสก์
อยา่ งพสิ ดาร องคท์ า่ นตอบวา่ “ผมกเ็ หมอื นกนั ถา้ เราเคารพหนกั ในครบู าอาจารยอ์ งคใ์ ด
ยอ่ มปรากฏมาให้เห็น ยามเราสนใจธรรมในขอ้ วตั รต่างๆ แต่ไมใ่ ชเ่ ราสงสยั ปฏิปทา
ข้อวัตรมาส่งเสริมเจตนาดีของเราด้วยอุบายต่างๆ เป็นเรื่องทดสอบเราอยู่ในตัวว่า
หนกั แนน่ ในธรรมเพยี งไร ตวั ของเราเองกท็ ดสอบเราเองไดใ้ นตวั ชงั่ นำ้� หนกั ของตวั ได้
ไม่สงสัยเลย”

แลว้ องคห์ ลวงปเู่ ทสกถ์ ามตอ่ ไปวา่ “ถา้ พจิ ารณานอกๆ ออกมากวา่ นน้ั คณุ ไดค้ วาม
วา่ ยงั ไงในเรอ่ื งน”้ี

กราบเรียนองคท์ า่ นว่า “ได้ความบ้างตามประสา แต่จะถูกหรอื ผดิ ก็ไม่ทราบได้
ถา้ ไมถ่ กู ใหพ้ ระอาจารยโ์ ปรดแกเ้ ทอญ ไดค้ วามวา่ หลา้ เอย๋ ขอ้ วตั รปฏบิ ตั ทิ เ่ี ราพาทำ� อยู่

213

ยุคหนองผือน้ัน อันเก่ียวกับหมู่สังคมตามความนิยมของกาลเทศะ จะเปลี่ยนตาม
หมู่เพ่อื นบ้างก็ได้ สว่ นด้านจิตใจภายในของใครของมนั เปน็ ส่วนหนึ่งดอก เหตุนัน้
จึงซ้ำ� ๆ ซากๆ ในการจะเปลีย่ นยา่ มให้ แตด่ ว้ ยอ�ำนาจถือสตั ยว์ า่ จะไมย่ อมเปลยี่ น
องคห์ ลวงปมู่ น่ั จงึ ไมใ่ ชอ้ บุ ายขเู่ ขญ็ ใหเ้ ปลย่ี น จงึ หายตวั ไปโดยสภุ าพ กระผมพจิ ารณาได้
อยา่ งน้ี จะถกู หรอื ผดิ ประการใดหนอครบั ”

องคห์ ลวงปเู่ ทสกต์ อบวา่ “เออ คณุ แกป้ ญั หาของตนเองมเี หตผุ ลพอ ถา้ ใหผ้ มแก้
ผมก็แกอ้ ย่างนัน้ ละ” แลว้ กจ็ บไปในเรื่องนี้

ครนั้ ตอ่ มาพรรษาที่ ๒ ยคุ ภเู กต็ พงั งา ทางภเู กต็ กเ็ พม่ิ ขนึ้ อกี ๒ สำ� นกั คอื เขาโตะ๊ แซะ
หลงั ศาลจงั หวดั ต�ำบลบางงั่ว อ. เมือง จ.ภเู กต็ และสนามบินภูเกต็ เพราะมคี รบู า-
อาจารยแ์ ละหมเู่ พอ่ื นทยอยกนั ลงไปเรอื่ ยๆ ไมข่ าด องคห์ ลวงปเู่ ทสกไ์ ดจ้ ำ� พรรษาทภ่ี เู กต็
พระอาจารยเ์ หรียญ วัดปา่ ตะโหนดสวนพริก อ�ำเภอตะก่วั ทงุ่ พระอาจารยม์ หาปนิ่
วัดปา่ กาไหล อ.ตะกั่วท่งุ อาจารย์จันทรโ์ สม อ.ทา้ ยเหมือง ส่วนใหญไ่ ปประชมุ กันท่ี
องค์หลวงปูเ่ ทสก์อยู่ เพราะไปมาสะดวกเรือ่ งรถยนต์

ปที ี่ ๒ ที่ ๓ ขา้ พเจา้ จำ� พรรษากบั พระอาจารยเ์ หรยี ญ มหี มปู่ ลี ะ ๕-๖ องค์ กฏุ ปิ ู
ฟากมุงจากก้ันจากทั้งนัน้ ฤดูแลง้ ข้าพเจา้ ชอบไปวเิ วกองค์เดยี วตามควนเขาดินบา้ ง
ควนเขาหนิ บ้าง เพราะภเู กต็ พังงา มแี ต่ภเู ขาเป็นตับๆ แต่กม็ ีเหมืองแร่ เหมอื งดบี กุ
และสวนยางเปน็ ตบั เหมอื นกนั มสี ตั วป์ า่ เปน็ ตบั ๆ เหมอื นกนั เพราะเขาไมร่ งั แกสตั วป์ า่
เหมอื นภาคอสี าน แต่เขารงั แกปลาทะเล กุ้งทะเล หอยทะเล โจรผู้ร้ายมนี ้อยนักหนา
แท้ๆ

214

กตกิ าของคณะสงฆ์

องคห์ ลวงปเู่ ทสกม์ ปี ญั ญามากมายนกั หนา หลายๆ นยั ทเ่ี อาออกใชก้ บั ลกู ศษิ ย์
องคท์ า่ นกลา่ วกบั ลกู ศษิ ยท์ จี่ ำ� พรรษาปอี ยโู่ คกกลอยวา่ “พวกเรามาอยภู่ าคนจี้ ะเจรญิ
และเสื่อมอย่างไร ขอใหต้ อบได้ตามความเห็นอิสระของตนไม่ใหเ้ กรงใจ” องคห์ นง่ึ
กเ็ รยี นตอบอยา่ งหนงึ่ ไปคนละแง่ แตค่ วามหมายของเนอื้ เรอ่ื งกล็ งรอยเดยี วกนั ผดิ แต่
ตรงๆ หรอื ออ้ มเทา่ น้ัน

พอถงึ วาระขา้ พเจา้ กเ็ รยี นตอบแบบเถรตรงวา่ “สว่ นพอ่ แมค่ รบู าอาจารยข์ อยกไว้
บนกระหม่อม เพราะรูเ้ ท่า รู้ทนั รมู้ นั รูต้ น โดยส่วนเฉพาะองค์แล้ว ส่วนผนู้ ้อยท่ยี ัง
ไมร่ อู้ โิ หนอ่ เิ หนน่ น้ั จะเจรญิ ขน้ึ ยากครบั ผม” องคท์ า่ นถามวา่ “เพราะเหตไุ ร” เรยี นตอบวา่
“เพราะเหตวุ า่ สถานทไี่ มอ่ ำ� นวย มแี ตน่ ำ�้ มากและเปน็ ภเู ขาสงู ชนั เปน็ สว่ นมาก ทไี่ หนพอ
ปนี ปา่ ยไดก้ เ็ ปน็ สวนยาง เหมอื งแร่ เหมอื งดบี กุ นา สวน เขาไปเสยี สว่ นบคุ คล จวี ร
บณิ ฑบาต เภสัช พอเปน็ ไปได้ขอรับผม”

องค์หลวงป่คู ำ� นงึ แบบเยน็ ๆ แลว้ ไมพ่ ูดวา่ ถกู หรือผดิ แล้วผา่ นไปเรื่องอ่ืน พระ
อาจารยม์ หาปน่ิ กลา่ วตอ่ ไปวา่ “การตดั รบั นมิ นตอ์ อกคงจะดเี พราะยงุ่ เหยงิ ” คณุ อรณุ
กลา่ ววา่ “ถา้ ไมร่ บั นมิ นต์ กไ็ มร่ บั ทงั้ คนรวยและคนจน ใหเ้ สมอภาค ถา้ คนรวยเขาเอารถ
มารบั เรากป็ รอ๋ ไป กถ็ กู โจมตจี ากคนจนอกี หรอื ประการใดขอรบั ” แลว้ กห็ วั เราะกนั
แบบขนั ๆ กต็ กลงไมไ่ ดก้ นั ในเรอ่ื งนี้ นำ�้ มนตน์ ำ้� พรตดั ออก เรอ่ื งสำ� เรจ็ ได้ ยนิ ดผี า้ บงั สกุ ลุ
อนั นไ้ี ด้ ไมใ่ หม้ มี ลู คา่ สว่ นตวั อนั นไ้ี ด้ มลู คา่ กลางสงฆ์ และคา่ เดนิ ทาง หรอื อะไรๆ ใหข้ น้ึ
กบั ญาตโิ ยมจะทำ� กนั ไมใ่ หพ้ ระรจู้ ำ� นวนดว้ ย จะตอ้ งการอะไรกบั โยม ใหส้ งฆแ์ ละพระ
เถระทราบกอ่ น มฉิ ะน้ันแล้วต่างคนจะต่างวุ่นตามอำ� เภอใจ ข้อนไ้ี ด้กันแนบเนียนอยู่
พอควร การกอ่ ๆ สรา้ งๆ ทไ่ี ดล้ งทนุ แตป่ ระมาณพนั บาทขน้ึ ไป ไมใ่ หพ้ ระไปรเิ รม่ิ เพอื่
ลว้ งกระเปา๋ เขา ขอ้ นไ้ี ดเ้ ปน็ บางสำ� นกั บางบคุ คล แต่ ๓ ปตี น้ ไดเ้ รยี บรอ้ ยอยู่ ตอ่ มาคง
กระจยุ กระจายบ้าง แตข่ ้าพเจ้าได้ ๓ ปี ก็กลบั ก่อนหมู่ทัง้ สนิ้

215

อุบายกลบั อสี าน

การท่ีข้าพเจ้าไปเท่ียวต่างจังหวัดนับแต่อดีตท่ีล่วงมา ได้นึกในใจเป็นพิเศษว่า
ถา้ หากมชี วี ายมุ น่ั ขวญั ยนื มอี ายพุ อ ๗๐, ๘๐ แลว้ สว่ นเสนาสนะภายนอกจะเกบ็ ตวั
ตายในยามแกช่ ราท่ีไหนหนอ ไดส้ �ำเหนียกสถานทไี่ วอ้ ยเู่ สมอๆ ไมไ่ ด้ไปเทยี่ วดูบ้าน
ดูเมืองดูภูมิประเทศภายนอกเฉยๆ แต่เพ่ือพ้นทุกข์ในสงสารอันน้ันขาดตัวอยู่แล้ว
เจตนาอนั นม้ี ไิ ดข้ บถคนื และมไิ ดบ้ งั คบั เพราะมเี จตนาตน้ มอื กอ่ นออกอปุ สมบทแลว้
มิได้หนกั ใจในเจตนา

และเวลาทอ่ี ยใู่ นปกั ษใ์ ตไ้ ดส้ ำ� เหนยี กวา่ ถา้ เราอยตู่ อ่ ไปอกี ใหถ้ งึ ๔ ปี กค็ งไมไ่ หว
เพราะสถานที่ไมอ่ ำ� นวยดังกลา่ วแลว้ แตถ่ า้ เราจะไปซงึ่ หน้าญาติโยมเล่า ก็เปน็ เรื่อง
กระทบกระเทอื นทงั้ ฝา่ ยพระและฝา่ ยโยม ทำ� ใหพ้ ระมากบั เราอกี ไมต่ ำ่� กวา่ ๑ องค์ และ
กเ็ กรงคณุ อรณุ จะกลบั พรอ้ ม ถา้ หากวา่ เราจะท�ำกลอบุ ายลาเยีย่ มบ้าน ท้งั ค่าไปและ
คา่ กลบั ในการโดยสาร โยมเขากจ็ ดั ใหพ้ รอ้ ม เมอื่ โยมเขากำ� ลงั ระแวงและหวงพระอยู่
อย่างนี้ กเ็ ปน็ เหตใุ หพ้ ิจารณามากขน้ึ

เมอื่ ออกพรรษาแลว้ ในปที ่ี ๓ พอถงึ เดอื นมกราคม กล็ าออกวเิ วกแตผ่ เู้ ดยี ว ตง้ั ใจวา่
จะกลบั ภาคอสี าน แตม่ ไิ ดเ้ ลา่ ใหท้ า่ นผใู้ ดฟงั ในเรอื่ งจะกลบั และจะคอ่ ยวเิ วกไปไมด่ ว่ น
โยมและฝา่ ยคณะสงฆก์ ค็ งสงสยั มาก เพราะเหน็ จดั บรขิ ารออกเหลอื นอ้ ย รองเทา้ กไ็ มเ่ อา
ผา้ จวี รและสงั ฆาฏติ ดั ใหมๆ่ ยอ้ มใหมๆ่ กไ็ มเ่ อา เพราะเหน็ วา่ ผา้ ใหม่ เวลาเราไดถ้ กู ซกั
นำ�้ ธรรมดาคราวจำ� เปน็ ผา้ จะขาวออก ผา้ ไตรเกา่ พอจะคมุ้ ปอี ยดู่ งั น้ี ผา้ อาบนำ้� เอา ๒ ผนื
กับผืนเกา่ ผา้ องั สะผืนเดียว ผา้ สบงผืนเดียว ผ้าปกหมอนตดั ออก เอาผา้ ปนู อน คือ
ผา้ อาบปกเอาในตวั ยา่ มตดั ออก หนงั สอื มแี ตป่ าฏโิ มกขก์ บั ใบสทุ ธิ เอาผา้ เชด็ หนา้ หอ่

216

ยาแกพ้ ษิ สตั วก์ ดั ตอ่ ย ยาตราพระตลบั เดยี ว ไฟแชก็ แกส๊ ไฟฉาย มงุ้ บาง กลดไมใ่ หญโ่ ต
เทา่ ไร สะพายบ่าเดยี ว

แบกกลดขน้ึ รถยนตไ์ ปลง จ.พงั งา ในตวั จงั หวดั ไกลจากทจ่ี ำ� พรรษาอำ� เภอหนงึ่
ไปพกั ถำ�้ กรรจ์ ทศิ ตะวนั ออกไกลจากเมอื งหนง่ึ กโิ ลเมตร ไดข้ า้ มนำ้� กวา้ งประมาณ ๒ เสน้
ลกึ เพยี งเขา่ ไหลอยูไ่ ม่ขาด ไหลลงสทู่ ะเลใน ใหเ้ ขา้ ใจว่าทางทิศเหนือของเกาะภูเกต็
เขาเรยี กกนั วา่ ทะเลใน ทางทศิ ใต้ ทศิ ตะวนั ออก ทศิ ตะวนั ตก ของภเู กต็ และทศิ เหนอื
ของภเู กต็ กค็ อื มหาสมทุ รอนิ เดยี เราดๆี นเ้ี อง แปลวา่ จ.พงั งา เปน็ แหลมของ จ.สรุ าษฎรฯ์
ยนื่ ออกไปแทงมหาสมทุ รอนิ เดยี ภเู กต็ อยใู่ นเกาะมหาสมทุ รอนิ เดยี และจงั หวดั พงั งานี้
อยใู่ นหบุ เขาลกึ หลงั เขาตนี เขามสี ตั วป์ า่ นานาชนดิ เชน่ เสอื งู ลงิ คา่ ง บา่ ง ชะนี หมี อเี กง้
เลยี งผา เปน็ ตน้ ถา้ ไลน่ บั ไปมาก กจ็ ะเปน็ เดรจั ฉานกถาในพรหมชาลสตู ร สลี ขนั ธวรรค
นักปราชญ์อ่านพบก็จะหัวเราะว่าพูดแต่เรื่องบ้านเรื่องเมือง พระธุดงค์อะไรอย่างนี้
แปลกมาก จะกลายเปน็ ธดุ งคแ์ ผนทภ่ี ายนอก ไปอยถู่ ำ�้ ไหนๆ กห็ นไี มพ่ น้ ถำ�้ กายถำ�้ ใจ
นเ้ี องจะไดพ้ จิ ารณากนั สตั วป์ า่ ทอ่ี ยใู่ นถำ้� นมี้ านมนาน จนตง้ั บา้ นตงั้ เมอื งได้ มอี สิ ระ ก็
คอื สตั วก์ เิ ลส ราชสหี ต์ วั ทห่ี นง่ึ สอง สาม กค็ อื โลภ โกรธ หลง ไฟกว็ า่ อวชิ ชากเ็ รยี ก
ไดย้ ศไดน้ ามหลายชอ่ื แทๆ้ เพราะเปน็ เจา้ ใหญน่ ายโตประจำ� กายประจำ� ใจ เปน็ เจา้ โลก
เจา้ สงั ขารมานมนาน เขากลวั แตก่ องทพั ธรรมอรยิ มรรคอรยิ ผลเทา่ นน้ั ตำ�่ กวา่ นนั้ ลงมา
เขาไม่กลัวหรอก คล้ายกับร้นิ กบั ยุงไปกัดช้างเทา่ นน้ั แหละ หรอื มิฉะนั้นคล้ายกับเอา
ไมจ้ ิ้มฟันไปงัดภเู ขา กเิ ลสก็ไม่หวน่ั ไหวไดง้ ่ายๆ

217

วเิ วกถำ�้ กรรจ์

ในขณะทพี่ กั วเิ วกอยถู่ ำ�้ กรรจน์ นั้ ซงึ่ เปน็ ถำ�้ ดนิ ราบ ถำ้� คลา้ ยกบั วงเลบ็ มแี ครส่ งู
ประมาณ ๔๐ เซ็นต์ ปูฟากไม่ได้ก้ัน นอนพอสดุ หวั สดุ เทา้ กวา้ งประมาณ ๙๐ เซ็นต์
บาตรตอ้ งตั้งไวใ้ ตเ้ ตยี งหัวนอน มคี ลองน�้ำไหลอยู่หนา้ ถ้�ำ เพดานถำ�้ หนิ สงู ประมาณ
๓ เมตร กม็ ี ประมาณ ๒-๔-๕ เมตร กม็ ี ทางจงกรมกอ็ ยกู่ บั นนั้ ยาวประมาณ ๗ วา
มนี ำ้� ไหลอยหู่ นา้ ถำ�้ เปน็ คลองลกึ เพยี งเขา่ เขาทำ� รา้ นลา้ งบาตรใหท้ นี่ นั้ นงั่ สรงทนี่ นั้ กไ็ ด้
นำ�้ จดื ดใี สสะอาด ไมม่ บี า้ นคนอยเู่ หนอื นำ�้ ทไ่ี หลมา ตนี เขาตำ�่ กวา่ นนั้ ลงมาประมาณ ๑ เสน้
เปน็ สวนยางเขา ดา้ นภาวนาหนกั ไปทางเมตตา พจิ ารณาลงมาจนถงึ อนตั ตาธรรม อนั ไมม่ ี
เวรอนั ไมม่ ภี ยั อนั ไมม่ ศี ตั รู พรอ้ มกบั ลมเขา้ ออก ไมม่ กี ลางวนั กลางคนื เพราะถอื วา่ ตอ้ ง
พึ่งตนเองหนกั เข้า

ตลอดทงั้ ขาไปขากลบั บิณฑบาต ฉันในบาตรรวมท้ังหวานคาวตามเคย เพราะ
กลวั วบิ ตั ิ ไปบณิ ฑบาตในเมอื งไมไ่ กลนกั เตม็ บาตรทกุ วนั ทงั้ กบั พรอ้ ม มโี ยมชาวบา้ น
ตามปฏบิ ตั ติ อนฉนั เชา้ วนั ละคนไมข่ าด เขามนี สิ ยั ดี คำ� ใดเราบอกอยา่ ๆ แลว้ ไมฝ่ นื เลย
สตั ยซ์ อื่ สจุ รติ มาก เขาวา่ เขาไมค่ อ่ ยเหน็ พระมาอยอู่ งคเ์ ดยี วอยา่ งนี้ ถา้ มาก็ ๓, ๔, ๕ องค์
เปน็ กลมุ่ ๕ วนั ๗ วนั กไ็ ป กม็ กั เหน็ อยแู่ ตส่ นามกลางเมอื งและรมิ ถนนทค่ี นผา่ นไปมา
ปกั กลดอยกู่ บั ดนิ และมกั จะมขี องขลงั มาพรอ้ มดว้ ยเปน็ อนั มาก โดยมากมกั เปน็ พระ
ทางสงขลา พทั ลงุ และภาคกลางกม็ ี และกม็ ีผ้นู ยิ มชมชอบ

218

เมอื่ ขณะเขยี นอยเู่ ดย๋ี วนี้ ไดพ้ จิ ารณาขนึ้ วา่ จะเปน็ ลทั ธใิ ดๆ กต็ าม ทอ่ี า้ งองิ วา่ ถอื
พระพุทธศาสนา หลักพสิ จู น์ของการปฏิบตั ิกม็ อี ยูว่ ่า สิง่ ใดทเ่ี ป็นการส่งเสริมให้กเิ ลส
มากขนึ้ สงิ่ นน้ั ไมถ่ กู ถา้ ประพฤตถิ กู กเิ ลสกห็ า้ มลอ้ หรอื เบาลง หรอื เหอื ดแหง้ หายขาดไป
ผลรายรบั ตอ้ งปรากฏอยา่ งนแ้ี กผ่ ปู้ ฏบิ ตั ขิ ณะทท่ี วนดตู นดใู จ มฉิ ะนนั้ แลว้ การปฏบิ ตั ิ
กเ็ ปน็ เถรสอ่ งบาตร เหน็ ทา่ นจอ้ งสอ่ งดบู าตรกอ่ นลงมอื ฉนั กจ็ อ้ งดู แตไ่ มร่ วู้ า่ มคี วามหมาย
ยังไง การเดนิ ทางใจไปมรรคผลนพิ พาน จะตเิ ตียนหนทางทีพ่ ระองค์ทรงพระมหา-
กรณุ าธคิ ุณเปิดไว้แล้วอยา่ งโล่งโถงก็ไม่ได้ ต้องตเิ ตยี นใจ สตปิ ัญญาของตนเข้าใส่
หนทางเท่านน้ั ไม่ไดล้ งทุนถางและซอ่ มแซมเหมอื นทางภายนอก ทางภายนอกตอ้ ง
ซ่อมแซมกันอยเู่ รือ่ ยๆ จะเทยี บใส่อาหารภายนอก มีผ้หู ามาให้ครบ มแี ตล่ า้ งมือเปิบ
กนิ กด็ ี อาหารน้ันถ้าไม่กนิ นานไปก็บดู กเ็ น่า เป็นหนทางทพี่ ระองคเ์ จา้ ถางไว้เตียนก็ดี
อาหารทพ่ี ระองคเ์ จา้ ปรงุ แลว้ สกุ แลว้ ใสส่ ำ� รบั ไวบ้ รบิ รู ณแ์ ลว้ กด็ ี หนทางกไ็ มก่ ลบั รกอกี
อาหารก็ไมบ่ ดู

ตอ่ ไปในเรอ่ื งผา่ นเมอื งพงั งาไปบณิ ฑบาต บรรดาผทู้ มี่ าลดั ใสบ่ าตรพระหลวงพอ่ น้ี
เขารอ้ งวงิ วอนประจำ� วา่ ขอใหเ้ ทวบตุ รเทวดา อนิ ทร์ พรหม พระยม พระกาฬ จตโุ ลกบาล
ท้ัง ๔ จงรักษาพ่อท่านอย่าให้มีอันตรายใดๆ ทั้งส้ิน เพราะหวาดเสียวเหลือเกิน
เขาเลา่ ใหข้ า้ พเจา้ ฟงั ดงั นี้ จะเปน็ คำ� เทจ็ จรงิ อยา่ งไร กม็ อบใหเ้ ปน็ เรอื่ งของเขา ผเู้ ขยี น
กไ็ มร่ บั ได้ ไม่รับเสยี ด้วย แตก่ ค็ งเปน็ ค�ำจรงิ เพราะเราภาวนาหนกั ไปในอัปปมัญญา

ตามความจรงิ แลว้ เสอื มนั เอาคนตดั ยางไปกนิ บอ่ ยๆ อยตู่ ามแถบนน้ั เพราะการ
ตัดยางเขานิยมกนั แต่เชา้ มดื มดั ตะเกยี งไฟตดิ หนา้ ผาก แตต่ ี ๓ ตี ๔ เปน็ ส่วนมาก
สำ� หรบั ผกู้ ลา้ หาญ เขานยิ มกนั วา่ ยางมนั ไมแ่ หง้ มนั ออกดใี นเวลาตอนกลางคนื ไดย้ นิ
งใู หญร่ อ้ งอยใู่ กลป้ ระมาณ ๑๕-๑๖ วา แตม่ ไิ ดเ้ หน็ ตวั ชะรอยมนั จะรอ้ งอยใู่ นรทู เี่ ปน็
รเู ปน็ โพรงเขา้ ไปในเขา สว่ นเสอื นน้ั ไมป่ รากฏเหน็ หรอื มนั มามองดกู ไ็ มท่ ราบได้ เพราะ
เปน็ หบุ เขาแหลมๆ เขา้ ไป แต่คราวลว่ งมา ไปวเิ วกท่ีบางนุ ทคี่ วนเขาดิน คนเดียว
อ.ตะกวั่ ทุ่ง มันมารอ้ งอยูใ่ กลๆ้ อย่างอาจหาญมากนักหนา คราวอย่วู ดั ปา่ กระโสม
ตะโหนดสวนพรกิ ตะกวั่ ทงุ่ ก็ ๖ โมงเยน็ มนั ออกมาสดู กลน่ิ เลน่ อยตู่ ามทางทลี่ ดั ไปมา

219

ระหว่างกฏุ ติ อ่ กฏุ ิทเี่ ปน็ ทางแคบๆ อันเป็นกฏุ ิบนควนเขาดนิ ทอ่ี ย่ไู กลหมูบ่ ้าน พอมนั
เหลอื บเหน็ ขา้ พเจา้ มนั กก็ ระโดดเขา้ ปา่ หญา้ ฝรง่ั (สาบเสอื ) เสยี ความกลวั ตายของสตั ว์
ที่มกี เิ ลสอยนู่ ีต้ ้องมีกลวั กนั ทั้งน้ัน เวน้ พระอรหนั ต์เสีย เหลือน้นั ต้องกลัวกันไมม่ าก
ก็น้อย ท่านผู้ดับตัณหาได้สิ้นเชิงแล้ว ความขลาดกลัวขนพองสยองเกล้าย่อมไม่มี
แตค่ นโดยมากชอบมอบใหโ้ รคเสน้ ประสาทเปน็ สว่ นมาก และกข็ อฝากทา่ นผรู้ ไู้ วด้ ว้ ย
การเขยี นเกย่ี วกบั ธรรมชนั้ สงู มไิ ดย้ นื ยนั เขา้ ขา้ งตวั ฝา่ ยเดยี ว เพราะจะกลายเปน็ มานะ
ความถือ ด่งิ ลงไปหน้าเดยี ว ถอนไดย้ ากอปุ าทาน

220

อาจารยภ์ ูเขาทอยพาให้เข็ดหลาบ

คร้ันพกั ท�ำความเพียรอยถู่ �้ำกรรจป์ ระมาณ ๒ เดือนแล้ว จิตสังขารก็คิดอยาก
จะขา้ มเขาทอย ไปทางอำ� เภออา่ วลกึ ซง่ึ เปน็ เขตจงั หวดั กระบ่ี จงึ ถามโยมวา่ “โยมเอย๋
อาตมามาพกั อยทู่ น่ี กี่ ส็ ะดวกสบายพอควร วนั เวลาชวี ากล็ ว่ งไป นกึ อยากจะไปเทย่ี วตอ่
ไปทางอำ� เภออา่ วลึก ภูเขาขวางหนา้ อยูน่ ม้ี ที ขี่ ้ามไปไดห้ รือไม่”

เขาตอบวา่ “ไมอ่ ยากใหท้ า่ นไปงา่ ย เพราะประชาชนเขาจะขนดนิ ทรายมาปพู นื้ ถำ้�
ใหพ้ อ่ ทา่ นอย”ู่ ตอบเขาวา่ “อาตมาดว่ นไปขา้ งหนา้ เพราะเกรงจะไมไ่ ดเ้ ทยี่ วหลายแหง่
โยมเอย๋ แม้จะไมม่ ีพระอยนู่ ี้ การขนทรายมาย่งิ สะดวกดี เพราะพระมาพักจงึ จะขน
เปน็ การไมส่ ะดวกเทา่ ไรในฝา่ ยพระ เพราะลำ� บากหลบกบั ญาตโิ ยมทผ่ี า่ นไปมาอนั เปน็
เพศหญิง เรารีบทำ� ไวก้ อ่ นพระมาพักดกี ว่านะ”

เขาตอบวา่ “ถ้าพอ่ ทา่ นไปแลว้ ใครหนอจะพอใจขน เพราะไมม่ ีกำ� ลังใจ เพราะ
ไม่เห็นพระ”

ตอบเขาวา่ “ถา้ อยา่ งนน้ั กร็ อไวก้ อ่ น ตอ่ เมอื่ มพี ระมาในอนาคต จงพากนั ขนเนอ้
จะอยา่ งไร อาตมากจ็ ะไดล้ าไปตามแผนทว่ี างไว้ พวกเราจะอยไู่ กลกนั ขอบฟา้ แดนดนิ ใดๆ
ก็ตาม ต่างก็ถงึ พุทธ ธรรม สงฆ์ เปน็ สรณะอยู่ ไดช้ อื่ วา่ อยใู่ กลก้ ันโดยธรรมแลนา”
แล้วกห็ มดปัญหากัน

แลว้ เขาพูดว่า “ถา้ จะไปจรงิ ๆ จะได้นมิ นตก์ ลับไปทางตลาด จะสง่ พ่อทา่ นไป
ทางเรอื จะสะดวกและถงึ เร็ว”

221

ถามโยมวา่ “ภูเขาทอยนี้ ได้ยินเขาเล่าว่ามคี นขา้ มมาขา้ มไปได้อยูด่ ว้ ยฝเี ท้า”

เขาตอบว่า “ได้อยกู่ ็จริง แตช่ นั มากสงู มาก บ่าย ๔ โมงเยน็ จงึ จะถงึ ตนี เขาทาง
ทศิ ตะวนั ออก”

ตอบเขาวา่ “ถา้ อยา่ งนน้ั อาตมากอ็ ยากจะทดสอบดวู า่ อาตมาจะกลา้ เปน็ กลา้ ตาย
เพยี งขนาดไหน ขอโยมจงไปส่งให้ถกู ทางชอ่ งข้ามเถดิ ”

วา่ แลว้ เขากพ็ าไปแบบฝนื ๆ เขาพาไปตามตนี เขาประมาณ ๘ เสน้ กเ็ หน็ หนทางขา้ ม
ลดั เขาแคบๆ พอสงั เกตได้ เขาบอกวา่ “ไมม่ เี สน้ ปลกี ดอก อยา่ ไดแ้ วะซา้ ยและขวาเลย”

ตอบเขา “ถา้ อยา่ งนนั้ ขอใหโ้ ยมกลบั โดยสวสั ดภิ าพเทอญ” เขายกมอื ใสห่ วั แลว้
กก็ ลับ

แลว้ กต็ ง้ั ใจภาวนาพรอ้ มกบั ขากา้ วปนี ภเู ขา บางแหง่ กา้ วไดท้ ลี ะคบื บางแหง่ กา้ วได้
ทลี ะกวา่ คบื บางแหง่ กา้ วไดท้ ลี ะศอกกำ� ไปยงั ไมถ่ งึ หลงั เขากพ็ กั เหนอื่ ย ผนิ หนา้ ลงทาง
ทปี่ นี ขนึ้ มา เอาสน้ สองสน้ ยนั ทเ่ี ปน็ หลมุ หนบี กลดไวก้ บั รกั แร้ สะพายบาตรเฉวยี งบา่
ให้แน่น เอาฝ่ามอื สองฝ่าแบออกกดพนื้ ตัวยัง้ น้�ำหนักอยูท่ ส่ี ้นสองส้น อยทู่ ีก่ น้ อย่ทู ี่
ฝา่ มอื ทง้ั สองทกี่ ดลงสนทิ พน้ื พกั บรรเทาทกุ ขก์ ายอยกู่ บั หนทางทนี่ น้ั ประมาณ ๑๐ นาที
แลว้ กค็ อ่ ยพยงุ ตวั ยนื ขน้ึ ปนี ขนึ้ ตอ่ ไป ประมาณเทย่ี งวนั กถ็ งึ หลงั เขา เหงอ่ื ออกโชกโชน
เดนิ ไปไมพ่ อ ๑๕ วา กช็ นั รบิ หรลี่ งอกี ลงยากกวา่ ปนี ขน้ึ อกี เสยี ดว้ ย เพราะไดห้ า้ มลอ้
ยัง้ ลงๆ แบบเบาทส่ี ุด พอถึงตนี เขาก็ ๔ โมงเย็นกวา่ ๆ แลว้ เหลยี วคืนหลงั ท่ีขา้ มมา
เขด็ หลาบมาก ไมเ่ สียดายไมอ่ าลัยวา่ จะขา้ มอีก ระอามาก น้�ำกไ็ ม่ไดด้ ม่ื เลย อาจารย์
ภเู ขาทอย จังหวดั พังงา พาใหเ้ พ่ิมความเขด็ หลาบในสงสารสาครย่ิงข้ึน อาจารย์เกิด
อาจารยแ์ ก่ อาจารยเ์ จบ็ อาจารยต์ าย อาจารยว์ โิ ยคพลดั พราก อาจารยป์ รารถนามไิ ด้
สมหวงั อาจารยอ์ นจิ จงั อาจารยท์ กุ ขงั อาจารยอ์ นตั ตา เปน็ อาจารยส์ อนใหเ้ ขด็ หลาบ
ในวัฏสงสารอยู่ ไม่เลอื กกาลไมเ่ ลือกเวลา แตข่ ออย่าใหเ้ ป็นผูห้ ูหนวกตาบอด รบั ฟงั
รบั พจิ ารณาอยไู่ มเ่ ลอื กกาล จงึ จะคมุ้ คา่ แหง่ ความหลงและความไมห่ ลง มฉิ ะนนั้ แลว้
ก็ไปไม่รอดจากความหลงๆ ใหลๆ หลำ� ๆ ได้

222

ครัน้ ตกถึงตนี เขาแล้ว เป็นทงุ่ นา กว้างประมาณ ๓ ไร่ ยาวประมาณ ๒๐ ไร่
มนี ำ้� ไหลลงจากภเู ขา เปน็ คลองเลก็ ๆ ใสสะอาด จดื สนทิ มกี ระตอ๊ บกระหนำ� อยู่ กวา้ ง
ประมาณ ๓ เมตร ยาวประมาณ ๔ เมตรกว่า โลง่ เตียนไม่มีคนอยู่น้ัน และไมม่ ี
สิง่ ของอะไร นกึ ในใจว่า ถ้าพบเจ้าของมาทน่ี ้ัน ก็จะขออนญุ าตพกั แต่ก็ไม่พบเลย
พกั หายเหนอ่ื ยแล้วก็สรงนำ้� ดว้ ยความสังเวชตนวา่ เกดิ มาทุกข์ ทกุ ข์อยอู่ งค์เดยี ว
ไปอยอู่ งคเ์ ดียว ไม่มีใครเปน็ พยานได้ มีแต่หวั ใจตนเปน็ พยานตนเอง สรงน้ำ� แลว้
กพ็ อดคี ำ�่ กราบพระแลว้ กภ็ าวนานอนและกไ็ มห่ ลบั สนทิ ได้ ไมน่ กึ กลวั และไมน่ กึ หาญ
เปน็ เสมอๆ อยู่ คงจะเปน็ เพราะคณุ ธรรมอนั วเิ วก ไมม่ เี พอื่ นสอง ไมเ่ ปน็ อารมณอ์ นั จะ
พูดกบั เพ่อื นเนาะๆ แนะๆ อะไร เพ่ือตอ้ นรบั กันเป็นคำ� ๆ เปน็ เรอื่ งๆ เปน็ วรรคๆ
ตนเปน็ ทพ่ี ง่ึ ของตนโดยแท้ ใจเปน็ ทพ่ี ง่ึ ของใจโดยแท้ ธรรมเปน็ ทพ่ี งึ่ ของธรรมโดยแท้
กรรมเป็นทพี่ งึ่ ของกรรมโดยแท้จริง

ครน้ั เชา้ ไดเ้ วลากเ็ ขา้ ไปบณิ ฑบาต มบี า้ นอยทู่ างทศิ ตะวนั ออก ไกลประมาณ ๒๐ เสน้
มหี ลงั คาเรอื นประมาณ ๕, ๖ หลัง ฉันเสรจ็ แล้วพกั อยูท่ นี่ ั้น บ่ายประมาณ ๓ โมง
มีโยมแวะไปคยุ ด้วย ๒ คน ไดถ้ ามเขาวา่ “มถี ำ้� อยตู่ ามแถบน้ีหรือไม”่

เขาตอบว่า “มี” ถามเขา “ไกลขนาดไหน” เขาตอบ “ไม่ไกลเท่าไรนกั ”

ถามเขา “ไปเด๋ยี วนี้จะทนั หรือไม”่ เขาตอบ “ทันครับ” แล้วเขาก็พาไป

พอไปถงึ เปน็ ทขี่ รขุ ระมาก เปน็ ซอกเขาเขา้ ไปลกึ แลว้ มนี ำ�้ ซมึ อยดู่ า้ นหนงึ่ มที าก
มเี งอ้ื มหนิ ขลุกขลกั ทางจงกรมก็ไมม่ ที ่ีจะราบเรียบยาวพอ ๕ วาเลย เวลากค็ ำ�่ เขา้
มีปา่ ไม้ทบึ ไม่สวา่ ง มีรอยสตั วป์ า่ ลงไปกินน้ำ� ละลากละลายมาก ทีนี้หามศพตกปา่ ชา้
ถา้ จะคนื พกั ทเี่ กา่ กไ็ มเ่ หมาะ คลา้ ยกบั วา่ เราขลาดกลวั เกนิ ไป วา่ กบั เขาวา่ “เออ คำ่� แลว้
จะทำ� ร้านก็ไม่ทนั ดอก จงพากันเอาใบไม้ปูดนิ แลว้ ทำ� ท่ใี ห้แขวนกลด แลว้ กพ็ ากนั
กลบั บ้านจวนค�่ำแล้ว”

เขาทำ� เสรจ็ กก็ ลบั พอเขากลบั แลว้ กก็ างกลดมงุ้ ปผู า้ อาบลงทเ่ี ขาปไู มใ้ ห้ ทดี่ นิ ราบ
เพราะเป็นถ�ำ้ ราบ เงอื้ มหนิ นดิ หน่อย พอถงึ เวลา ๑ ทุ่ม ก็กราบพระและจะสวดพาหงุ

223

ความงว่ งเหงาหาวนอนไมร่ วู้ า่ มาจากไหน ทำ� อบุ ายแกย้ งั ไงกไ็ มห่ ายได้ จงึ ทวนดวู า่ เรามา
อยทู่ อ่ี ตั คดั อนั ตรายมาก ทำ� ไมเรางว่ งเหงาหาวนอนมากผดิ ธรรมดาแทๆ้ จะอยา่ งไรกต็ าม
เราจะอธษิ ฐานธรรมแลว้ จะนอน ยกมอื ประนมนกึ ในใจวา่ ดว้ ยเดช พทุ ธ ธรรม สงฆ์
ขอเปน็ มิตรเปน็ สหาย ปราศจากสรรพเวรภยั ทว่ั ท้ังไตรโลกาอยู่ทุกเมอ่ื แล ระลกึ ได้
ไมร่ ะลึกได้กด็ ี ขอผกู ขาดจองขาด ตราบเท่าเขา้ สู่อนปุ าทเิ สสนิพพานแล แลว้ ก็นอน
กำ� หนดพุทโธ พรอ้ มลมออกเข้า คงไมพ่ อ ๕ นาที เลยหลบั ไป

รสู้ กึ ตวั ตนื่ ขนึ้ ประมาณตี ๒ กวา่ ๆ มดงา่ มกดั เพราะเปน็ ดนิ ชมุ่ แลว้ คดิ วา่ เรามใิ ช่
คนข้ีเซาหาวนอนอะไรนัก มานอนเหมอื นหมูถงึ เพียงน้ี เป็นดว้ ยอากาศทึบ ธาตุขันธ์
สไู้ มไ่ หว ทงั้ เอาผา้ ปดั มดออกจากกาย ทงั้ พลกิ ใจภาวนา ถงึ อยา่ งนน้ั กย็ งั จะเคลม้ิ หลบั อยู่
แตก่ น็ กึ เผลอไป มไิ ดเ้ พง่ แสงสวา่ งเปน็ อารมณเ์ พอ่ื บรรเทางว่ งลองดู และนสิ ยั เจา้ ตวั เลา่
ก็ไมค่ ่อยไดห้ ดั เพง่ แสงสวา่ งเปน็ อารมณ์อีกด้วย จงึ เป็นเหตใุ หไ้ มไ่ ด้ระลึกถงึ เพราะ
เคยเพง่ แตอ่ านาปานสตเิ ปน็ หลกั สว่ นมากแหง่ สมถะ แมจ้ ะพจิ ารณาไตรลกั ษณก์ อ็ าศยั
อานาปานเ์ ปน็ นายหนา้ แมพ้ ระองคจ์ ะทรงพระกรณุ าสอนพระมหาโมคคลั ลานะ ผไู้ ป
ทำ� ความเพยี รอยบู่ า้ นกลั ลวาลมตุ ตคาม แขวงมคธ แลว้ นงั่ โงกงว่ ง ทรงสอนอบุ ายให้
ระงบั โงกงว่ งด้วยวธิ ีตา่ งๆ กเ็ ลยลมื ไปเสยี เลยกลายเป็นวางยาไม่ถูกกบั โรคทก่ี ำ� เริบ
กะทนั หนั กเ็ ลยถกู แพก้ ารโงกงว่ งไปเสยี ถา้ เสอื หรอื งหู รอื มสี งิ่ บนั ดาลใหต้ ายในคนื นนั้
สดๆ ดว่ นๆ ถา้ พลิกใจไม่เหมาะสมกค็ งจะเป็นปญั หาอยู่

224

พกั เขาเฒ่าพบงูใหญ่

ครน้ั ตอนเชา้ กจ็ ดั แจงบรขิ ารเตรยี มเดนิ ทางไปผา่ นขา้ งบา้ นเขา เขาวง่ิ มารบั แลว้ ได้
พูดกับเขาว่า “อากาศทึบมาก ทคี่ ับแคบอกี ถ้าจะบณิ ฑบาตท่ีบ้านเราน้ีก็ยงั เช้าเกนิ ไป
ถ้าอาตมาไปขา้ งหน้าจะมีบ้านหรอื ไม่ และจะมที ีพ่ ักสะดวกหรอื ไม่”

เขาตอบวา่ “ตอ้ งไปพกั เขาเฒา่ เพราะมเี งอื้ มหนิ และมเี ตยี งอยนู่ นั้ ดว้ ย ไปบณิ ฑบาต
บ้านเขาเฒา่ แตพ่ อไปถงึ จะสายมากครบั ”

“เออ ถงึ สายบ้างกไ็ มเ่ ป็นไรดอก ขอจงสง่ อาตมาใหถ้ ูกทางโยมเอ๋ย” เขาไปสง่
ประมาณ ๒๐ เสน้ ขา้ มนำ�้ ไหลเชย่ี วลกึ เพยี งเขา่ ไหลลงมาจากเขาทอย กวา้ งประมาณ
๖ เมตร แลว้ กบ็ อกเขากลับ

พอไปถงึ เขาเฒา่ ก็ ๔ โมงเชา้ โดยคาดคะเน มคี นหนงึ่ ตามพาไปถำ้� แลว้ กเ็ ลยไม่
ไปบิณฑบาตเลย เพราะหมดเวลาแล้ว และเขากร็ ู้ว่ายงั ไมฉ่ นั อาหาร บอกเขาลดั ไวว้ ่า
“อาตมาไมฉ่ นั กไ็ ดด้ อก วนั นโี้ ยมไมต่ อ้ งลำ� บากดอก เพราะมาหลอนกนั ผดิ เวลาแลว้ ”
เขาไมย่ อม เขาเอาปน่ิ โตมาเถาหนง่ึ แลว้ แกบ้ าตรออก เอาใสบ่ าตร ฉนั ใหเ้ ขาประมาณ
๙ หรอื ๑๐ คำ� นี้แหละ

เขาเลา่ วา่ “พระพทั ลงุ และสงขลา นานๆ กผ็ า่ นมาพกั อยแู่ ตอ่ ยไู่ มน่ าน เพราะมา
หลายองค์ ทพ่ี กั ไมพ่ อ” ปรารภกนั ประมาณ ๒๐ นาที แลว้ เขากก็ ลบั บา้ นเขาเปน็ บา้ น

225

ห่างๆ กนั เพราะเขาอยูต่ ามนาตามสวนของใครของมนั สมัยนั้นโจรผู้รา้ ยไม่ค่อยมี
แต่ทกุ วันนีก้ ค็ งจะบอกไม่ถูกเพราะว่นุ วายขัดข้อง

ท่ีพักอยูเ่ ขาเฒ่านน้ั เป็นเง้อื มหนิ พื้นเสมอดินราบ แตเ่ งื้อมหินข้างบนสงู มาก
เป็นทมี่ ุงยน่ื ออกไป พน้ื ใตท้ ่ีราบทอ่ี าศัยพักมีเตียงสูงประมาณ ๔๐ เซ็นต์ เขาทำ� ที่
บวงสรวงไสยศาสตรเ์ ปน็ กระทอ่ มหนงึ่ ทเี่ รยี กวา่ กระตอ๊ บหรอื กระหนำ� ไกลจากเตยี ง
ใกลห้ นา้ ผาเปน็ โพรงเปน็ รเู ขา้ ไปในหนา้ ผานน้ั ประมาณหลวมครุ ภเู ขาลกู นน้ั เขาเรยี ก
ว่าภูเขาถ�ำ้ เขาเฒ่า ตำ� บลเขาเฒ่า จังหวดั พงั งา

วนั ไปถงึ ทแี รกกพ็ กั อยทู่ เี่ ตยี ง นอนเอนกายพกั อยเู่ ปน็ เวลาประมาณบา่ ย ๑ โมง
มงี ใู หญต่ วั หนงึ่ เลอ้ื ยตรงมาทางทศิ เหนอื ลอ่ งตามหนา้ ผามาทกี่ อ้ นหนิ ใตห้ นา้ ผา หวั ของ
มนั เกอื บจดกบั เตยี งดา้ นทางทผ่ี นิ ศรี ษะไป คอของมนั ยกขน้ึ พรอ้ มทงั้ ทเี่ ลอื้ ยมา ยกคอ
สงู ประมาณ ๕๐ เซน็ ต์ มาแบบเรียบๆ ช้าๆ ตาของมันเทา่ หวั แม่มือ ข้าพเจา้ ก็ลกุ นั่ง
พับเพียบ หัวของมนั อยูห่ า่ งเตยี งประมาณ ๑ ศอก ตัวของมนั ยาวประมาณ ๔ เมตร
โตประมาณวดั ผา่ ศนู ยก์ ลาง ๑๐ เซน็ ตก์ วา่ มนั กย็ กคอทำ� ตาปรบิ ๆ อยแู่ บบสภุ าพ นกึ ขนึ้
ไดส้ ดๆ แล้วพร้อมท้งั โบกมอื กลา่ วว่า “ไปๆๆๆ เล้ยี วไปทางนน้ั จะมาสงสยั เราทำ� ไม
เราแผเ่ มตตาถงึ เธอทกุ วนั ไมว่ า่ แตเ่ ธอเลย สงิ่ ทม่ี วี ญิ ญาณครองสงิ ทกุ ถว้ นหนา้ ทวั่ ทง้ั
สรรพไตรโลกา เราขอเปน็ มติ รเปน็ สหายปราศจากเวรภยั อยทู่ กุ เมอ่ื พรอ้ มทงั้ อทุ ศิ กศุ ล
ผลบญุ ใหท้ กุ ถว้ นหนา้ อยโู่ ดยทกุ เมอ่ื จงไดร้ บั แตส่ รรพสขุ ทง้ั ปวง ผกู ขาดจองขาด ระลกึ ได้
ไม่ระลกึ ได้กด็ ี ตราบเท่าเข้าสอู่ นุปาทิเสสนิพพานทุกถว้ นหนา้ นัน้ เทอญ ไปๆๆๆ”

มนั เลยเลย้ี วขวาตรงไปใตถ้ นุ กระตอ๊ บทเี่ ขาบวงสรวง ยกคอเรยี บๆ อยอู่ ยา่ งนนั้
เลอ้ื ยไปชา้ ๆ แบบมสี ติ หวั มนั หา่ งออกไปจากเตยี งประมาณ ๒ วา แตห่ างสดุ ของมนั ยงั
อยใู่ กลเ้ ตยี ง แลว้ มนั รอ้ งขน้ึ วา่ “หู หู หู ห”ู  ทอ้ งของมนั ยบุ พองยบุ พองในเวลามนั รอ้ ง
แลว้ มนั ก็เขา้ ไปในโพรงหนิ หนา้ ผาเงยี บ แลว้ พะวงนึกในใจวา่ มันมาหากินต่างหาก
แตม่ าเจอเรา ห่างจากกนั ไปประมาณ ๑๐ นาทกี อ็ อกมาอกี จะลัดไปทางตนี เตียง
ยกคอมาเหมอื นเดมิ มาเรียบๆ ออกจากโพรงหินมาประมาณวากว่าๆ แลว้ ทนี ี้ตง้ั ใจ
ไดก้ วา่ คราวกอ่ น จึงพูดข้นึ ท้งั กวักมือใหก้ ลบั พดู วา่ “ไปๆๆๆ กลบั ๆ เราบอกแลว้

226

ไมฟ่ งั เราไมม่ าหาเอาทรพั ยใ์ นดนิ สนิ ในนำ�้ ดงั กลา่ วแลว้ นน้ั กลบั ๆๆๆ” ทงั้ โบกมอื พรอ้ ม
เวลามนั กลบั มนั กถ็ อยตวั กลบั ประมาณ ๑ คบื แลว้ ขวา้ งหางคนื มา แลว้ เขา้ ไปในรนู นั้
ตอ่ ไป ไฉนมนั เขา้ ไปในรแู ลว้ จงึ ออกมาอกี โดยดว่ นนกั ชะรอยมนั จะออกไปหากนิ ทาง
ชายทงุ่ แลว้ ดว้ ยอำ� นาจของพทุ ธ ธรรม สงฆ์ และจติ ใจมิได้มเี วรมีภัยกบั มนั มันก็
ไมก่ ดั ไมก่ นิ ไมท่ ำ� อนั ตรายใดๆ มใิ ชภ่ ตู ผเี ทวบตุ รเทวดาจำ� แลงแปลงกายอะไรเลย หรอื
จะเรยี กวา่ คูส่ รา้ งบารมีมาทดสอบว่าจะขลาดกลัวขนาดไหน และจะนึกหาค้อนหาไม้
มาฆ่ามาตีหรอื ไม่ เหลา่ น้ีเปน็ ตน้ ก็อาจเปน็ ได้

เรอ่ื งงภู ายนอกกไ็ มส่ ำ� คญั เทา่ งภู ายใน งภู ายในคอื งกู เิ ลสทพี่ นั จติ พนั ใจอยู่ เปน็ งู
สำ� คญั มาก แผพ่ งั พานโลภ โกรธ หลง อยไู่ มล่ ดละได้ โสดาบนั เปน็ ตน้ ไป งจู ะไมร่ ดั จติ
รดั ใจใหแ้ นน่ พอหายใจสะดวกบา้ ง เหน็ หนทางและมที างจะชนะงใู นอนาคต ตำ�่ กวา่ นน้ั
ลงมาอยใู่ นเกณฑ์ตายคาปากงู

ตื่นเช้าไปบิณฑบาต ๒ เรือนเทา่ นนั้ เพราะบ้านเขาอยหู่ า่ งกันตามสวนตามนา
แตก่ พ็ อไดฉ้ นั อยู่ เขาตามมาสง่ อาหารคนหนง่ึ ไดถ้ ามเขาวา่ “คณุ โยม ทนี่ มี่ งี หู รอื ไม”่

เขายอ้ นถามว่า “พ่อทา่ นเหน็ หรือ” ตอบเขาว่า “เหน็ ”

เขาถามว่า “ตัวใหญ่ขนาดไหน” ตอบวา่ “ตัวขนาดแขง้ โตนีแ่ หละ”

เขาตอบวา่ “ตวั ใหญก่ วา่ นน้ั กม็ ี เทา่ โคนขา” ถามเขาวา่ “มนั กดั เปน็ ไหม มพี ษิ ไหม”
เขาตอบวา่ “มนั กดั เปน็ และมพี ษิ มากเปน็ ท่ี ๒ ของงเู หา่ แตม่ นั ไมค่ อ่ ยกดั มนั ชอบกนิ ”

ถามเขาวา่ “ชอ่ื งอู ะไร” เขาตอบวา่ “ชอ่ื งบู อ้ งหลาครบั มนั เคยอาศยั ไปมาอยตู่ าม
แถวน้ีมานานแลว้ มันเปน็ งกู ายสิทธิ์ แต่ก็ไมค่ อ่ ยท�ำใครดอก”

แทจ้ รงิ แตย่ งั มไิ ดพ้ บงู กน็ กึ ในใจวา่ จะพกั อยทู่ น่ี นั้ ประมาณ ๓ วนั เทา่ นน้ั แตเ่ มอ่ื
พบงแู ลว้ และเลา่ ใหเ้ ขาฟงั แลว้ กจ็ ำ� เปน็ ตอ้ งอยไู่ ปอกี ตา่ งดดั สนั ดานตนเองบา้ ง และเกรง
เขาจะว่าพระธดุ งค์ข้ขี ลาดเกินไป

227

อยไู่ ปอกี ไดส้ ปั ดาหห์ นง่ึ และไมเ่ หน็ งมู าอกี มแี ตเ่ สอื โครง่ ผา่ นมาไดใ้ กลป้ ระมาณ
๑๕ วา โยมเขาบอกเลา่ ใหฟ้ งั เขาเหน็ รอยมนั แตเ่ จา้ ตวั มไิ ดไ้ ปดกู บั เขา แลว้ นกึ ในใจวา่
ถา้ กรรมตายไมม่ าถงึ แท้ กรรมเปน็ อนั มชี วี ติ กต็ อ้ งรอดไปเปน็ คราวๆ แตก่ ไ็ มพ่ น้ ตาย
ไปได้

เมอ่ื นกึ ใหล้ ะเอยี ดแลว้ เสอื กเิ ลสกต็ งั้ บา้ นตง้ั เมอื งอยรู่ อบเมอื งใจอกี คำ� วา่ เสอื
แปลวา่ ผยู้ งั มโี กรธโหดรา้ ยอยู่ เหน็ แตก่ ระเปา๋ ไสก้ ระเปา๋ ทอ้ งของตน พระอนาคามเี ทา่ นนั้
จะพน้ จากปากเสอื โกรธไป ตำ�่ กวา่ นนั้ ลงมา ไมพ่ น้ จากปากเสอื โกรธเลยแลหนอ เมอ่ื นอ้ ม
เขา้ มาภายในเปน็ อชั ฌตั ตา ธมั มา แลว้ เรอื่ งเสอื ภายนอกกแ็ บง่ เบาผอ่ นปรนลงมาได้
มหันตโทษของเสอื ภายใน สามารถใชก้ ายวาจาไปทำ� อนันตรยิ กรรมทงั้ ๕ ได้ ฉะนั้น
ศลี ๕ ศลี ๘ ขอ้ ตน้ เปน็ รากเหงา้ ของศลี อยา่ งสมบรู ณ์ ถา้ ลว่ งศลี ขอ้ ตน้ แลว้ ศลี ขอ้ อน่ื ๆ
กจ็ ะพลอยลว่ งไปดว้ ย ตรงกนั ขา้ ม ถา้ รกั ษาศลี ขอ้ ตน้ ได้ ขอ้ อนื่ ๆ กพ็ ลอยจะสมบรู ณ์
ไปด้วย เพราะได้รากแก้วของศีลทมี่ ีเมตตา เมตใจ เมตธรรม เพราะตดั สินลงในใจ
ในธรรมแล้วว่า จะไม่ฆา่ ตายหงายไว้แก่ใครๆ ทั้งปวงโดยมิได้เลอื กหน้า เปน็ เมตตา
ธรรมาธิปไตย เห็นธรรมเปน็ ใหญแ่ ล้ว ไมไ่ ดเ้ ห็นตนเห็นโลกเปน็ ใหญก่ ว่าธรรมใดๆ
ทง้ั ส้ิน ผมู้ ีศีล ๕ บริบูรณ์ กค็ ือผ้มู ที รพั ยภ์ ายในบริบูรณ์ อรยิ ทรัพย์นัน้ เอง ฉะน้นั
ศลี ๕ ของผมู้ ศี ลี บรบิ รู ณจ์ งึ เปน็ โลกตุ ตรศลี เปน็ พรหมจรรยเ์ บอ้ื งตน้ ของพทุ ธศาสนา

228

อา่ วลึก-แหลมสกั

พกั อยนู่ นั้ ตามสมควร ๗ วนั แลว้ กล็ าเขาไปพกั บอ่ แสน ลงเรอื แจวไป ๒ ชวั่ โมง
สดุ เขตจงั หวดั พงั งาเพยี งนน้ั เปน็ พรมแดนตอ่ จ.กระบี่ พกั อยหู่ าดทราย มกี ระหนำ� เลก็ ๆ
ถามเขาวา่ “บอ่ แสนนีห้ มายความวา่ อยา่ งไร”

เขาตอบมาจังๆ ว่า “คือแสนทุกข์แสนยากนะพอ่ ท่าน”

ให้คะแนนเขาวา่ “ดีแลว้ ตอบไมห่ นจี ากหลกั ธรรมะ”

พกั อยนู่ นั้ ๓ คนื แลว้ ลาเขาไป อ.อา่ วลกึ จงั หวดั กระบี่ ตี ๑ ตอนกลางคนื เขามา
รับเอาบริขารไปลงเรือแจว ขณะนน้ั น้ำ� ทะเลก�ำลงั ขนึ้ เขาแจวเรอื โต้นำ้� ขึ้น เสียงปลา
กระโดดตมู ตามๆ ตามปา่ ไมร้ มิ ทะเลใน เรอื ไปจอดทา่ อำ� เภออา่ วลกึ แลว้ พวกชาวเรอื
ประมาณ ๗ คน น้นั เขาหาบแตงโมงเขา้ ไปขาย อ.อา่ วลึก ขณะนั้นเปน็ เวลาตี ๔
โดยคาดคะเน พอเขาหาบแตงโมไปแล้ว สักครู่ฝนตกลงมาอย่างหนักแต่ไม่ลมจัด
กย็ นื สะพายบาตรอยทู่ ท่ี า่ นำ้� กน้ั กลดอยปู่ ระมาณ ๑ ชว่ั โมง มดื แปดดา้ นไมแ่ ลเหน็ อะไร
นกึ ในใจแลว้ กค็ ลา้ ยกบั วา่ อาจารยฝ์ นลองดใี หย้ นื กน้ั กลดภาวนา เปน็ เรอื่ งขนั ๆ อยบู่ า้ ง

สวา่ งเปน็ วนั ใหม่ กเ็ ตรยี มเขา้ ไปบณิ ฑบาตใน อ.อา่ วลกึ จากทา่ เรอื ไปในตวั อำ� เภอ
ประมาณ ๓๐ กวา่ เสน้ ใกลจ้ ะเขา้ บา้ น มโี ยมคนหนงึ่ มาชว่ ยถอื กานำ�้ และกลด เขาเลา่ วา่
“พระธดุ งคภ์ เู กต็ โคกกลอย พงั งา มาพกั วเิ วกอยชู่ านอำ� เภอทปี่ า่ มะพรา้ วนไี้ ดห้ ลายวนั แลว้
กระผมจะตามพ่อทา่ นบิณฑบาตไป แลว้ จะพาพอ่ ท่านไปฉันกับพระธดุ งค์พวกนนั้ ”

229

แล้วบิณฑบาตพอได้ข้าวพออ่ิมแล้ว ก็ไปหาท่านเหล่านั้น ก�ำลังแต่งบาตรจะ
เตรยี มฉนั ตา่ งกม็ องดกู นั แลว้ หวั เราะ เพราะเปน็ พวกเดยี วกนั แตจ่ ำ� พรรษาคนละสำ� นกั
เฉยๆ

เมอื่ ฉนั เสรจ็ แลว้ ลา้ งบาตรเกบ็ บรขิ ารแลว้ กท็ กั ทายปราศรยั กนั จนจบเรอ่ื ง แตพ่ อ
เทยี่ งวนั มชี าวตำ� บลแหลมสกั อำ� เภออา่ วลกึ เขาเอาเรอื บรรจคุ นมาประมาณ ๒๐๐ คน
เขาไดท้ ราบวา่ พระธดุ งคม์ าพกั อยสู่ วนมะพรา้ ว อ.อา่ วลกึ หลายวนั แลว้ และเขาจะมา
ซอื้ ของในอำ� เภออา่ วลกึ ดว้ ย และจะมาขอพระไปไวพ้ กั วเิ วกบา้ นเขาดว้ ย ขณะนนั้ มพี ระ
อยดู่ ว้ ยกนั นบั ทงั้ เจา้ ตวั ผไู้ ปใหมใ่ นวนั นน้ั ๕ รปู คอื ทา่ นอาจารยอ์ าจ ทา่ นอาจารยพ์ รหมา
คณุ สุบนิ คุณเจรญิ แลว้ เขานมิ นตต์ อ่ หน้าสงฆ์วา่

“ขอใหท้ า่ นอาจารยท์ งั้ หลายแบง่ พระใหพ้ วกกระผมบา้ ง จะใหก้ อ่ี งคก์ เ็ อา จะให้
องคไ์ หนก็เอา”

ตกลงกเ็ ลยไดข้ า้ พเจา้ เขากเ็ ลยรบั เอาบรขิ าร กราบลาครบู าอาจารยแ์ ละหมเู่ พอื่ น
แลว้ ก็ไป และเจ้าตวั กพ็ อใจด้วย

เดนิ ไปประมาณ ๒ กโิ ล กถ็ งึ ทท่ี า่ ตำ� บลแหลมสกั แลว้ ลงเรอื ตอนเยน็ ไปประมาณ
๑ ชว่ั โมงกว่าๆ ก็ถึงบา้ นแหลมสกั มืดประมาณ ๑ ท่มุ ตอนหัวคำ่� น�ำ้ ทะเลกำ� ลังขึ้น
เขาเอาไปพกั ไวก้ ระต๊อบฟากโรงเรียน มีเห้ีย มีงเู ห่า งกู ะปะมาก พักอยทู่ น่ี ัน้ เกือบจะ
เขา้ เดอื น วเิ วกพอควร ญาตโิ ยมกเ็ ปน็ ทสี่ บายพอควร มนี ายมนญู แมน่ ยุ้ แมโ่ ฉ มาให้
ความสะดวก ไปบิณฑบาตก็สะดวก ไมไ่ กลนกั ไม่ใกลน้ ัก สงดั วเิ วก

โยมพังงาท่ีส�ำนักจ�ำพรรษาเขาทราบว่าอยู่ที่น้ัน เขาก็นิมนต์ให้กลับด้วยการ
เขียนจดหมายมาหา กเ็ ลยเขยี นจดหมายตอบไปหาคณะสงฆ์หน่งึ ฉบับ เนอื้ ความใน
จดหมายว่า

230

ทพ่ี ักชวั่ คราวรมิ ทะเล บ้านแหลมสกั ต�ำบลแหลมสัก อ.อา่ วลกึ
จ.กระบี่

วันที่...เดอื น....พ.ศ.๒๔๙๖
กราบเรียน พระเถรานุเถระและคณะสงฆ์ทุกถ้วนหน้าที่เคารพ
อยา่ งสงู
กระผมเท่ียววิเวกไปก็ไกลไปไกลไป คงจะไม่ได้กลับเสียแล้ว
โทษของเกล้าอนั ใดมี ขอได้กรุณาโปรดเกลา้ อย่ทู ุกเมอ่ื เทอญ

กราบเรียนมาด้วยความเคารพอย่างสูง
หลา้ เขมปตฺโต

แลว้ จา่ หนา้ ซองวา่ กราบเรยี นพระเถรานเุ ถระทกุ ถว้ นหนา้ วดั ปา่ โคกกลอย ตำ� บล
นากลาง อ.ตะกวั่ ทุ่ง จ.พงั งา เมอ่ื ได้ทราบแล้ว อา่ นแล้ว กรุณาถวายต่อทางวัดป่าเขา
โตะ๊ แซะ ภูเกต็ ดว้ ยครับ จะเป็นพระคณุ ยิ่งอยา่ งสงู

สว่ นจดหมายไปหาโยมพงั งานนั้  ลงทพี่ กั อยู่ วนั ท.่ี ..เดอื น...พ.ศ.... แลว้ กลา่ วใน
จ.ม. วา่

เจริญธรรม คณะญาติโยมชาวพังงาท่ีร่วมสุขทุกข์กับวัดป่าทุกๆ
ทา่ นทีน่ ับถอื

อาตมาไปเที่ยววิเวกคงจะไม่ได้กลับเสียแล้ว เมื่อต่างฝ่ายต่างมี
พุทธ ธรรม สงฆ์ ประจำ� ใจอยู่ ได้ชอื่ ว่าอย่ใู กล้กนั โดยธรรมแล

สง่ ขา่ วมาดว้ ยความนบั ถอื ไวใ้ นพระพทุ ธศาสนาตลอดกาลนานแล

หลา้  เขมปตโฺ ต

นี้แหละเรื่องสังขารของการวิโยค มันเปน็ อยา่ งนี้ละ

231

ที่ปา่ ช้าจังหวดั ตรัง

คร้นั พกั อยูท่ ่ีนนั้ เกอื บเดือน แล้วก็ลาเขา ลงเรอื ขา้ มอ่าวลึก ไปพกั อยหู่ นองจิก
คืนหน่ึง เขาส่งขึ้นรถยางไปจังหวัดกระบ่ี พอถึงก็คำ�่ มืด เขาเอาไปพักไว้นอกเมือง
โรงเคร่ืองจกั รคว่ั กาแฟ มชี ายโสดอยูน่ ัน้ คนเดียว ทีก่ วา้ งขวางหลายๆ ห้อง ตน่ื เช้า
เขาสง่ ขน้ึ รถเถา้ แก่ เขาเอานมมาใหฉ้ นั ๒ แกว้ กเ็ ลยฉนั แกว้ เดยี ว ๖ โมงเชา้ รถกอ็ อก
เดินทางข้ามอำ� เภอคลองทอ่ ม พอถึงอ�ำเภอหว้ ยยอด เป็นเวลา ๕ โมงเช้า ชาวรถเขา
หยดุ อยปู่ ระมาณ ๓๐ นาที เขาจะจดั เพลถวาย บอกเขาวา่ “อาตมาฉนั มอื้ เดยี ว ฉนั นม
หกโมงเช้าหนงึ่ แกว้ แลว้ ความหิวไมร่ บกวนดอก”

แลว้ รถกไ็ ดเ้ วลาวง่ิ ตอ่ ไปถงึ จงั หวดั ตรงั ประมาณบา่ ยสองกวา่ แลว้ ไปพกั ทป่ี า่ ชา้
ไกลจากสถานีรถไฟประมาณเกือบกิโล มีโยมเอาเส่ือมาปูท่ีดินราบใต้ต้นไม้ต้นหน่ึง
และมนี ำ้� หนง่ึ ครุ แขวนกลดทกี่ งิ่ ไมต้ น้ นน้ั ผนิ หวั หนนุ หลมุ ศพ เพราะศพทเ่ี ขายงั ไมเ่ ผา
เขาถมดนิ พนู ขนึ้ เตยี นๆ เขาไมเ่ อากง่ิ ไมแ้ ละหนามมาปกไวเ้ หมอื นภาคอสี าน ดา้ นภาวนา
หนกั ไปทางบรกิ รรมเมตตาอยไู่ มม่ กี ลางวนั กลางคนื เปน็ สว่ นมากมาแตถ่ ำ้� กรรจ์ จงั หวดั
พงั งาแลว้ แผจ่ นถงึ อนตั ตาจติ อนตั ตาธรรม อนั ไมม่ เี วรอนั ไมม่ ภี ยั ไมม่ ศี ตั รู แตก่ เ็ หน็
คุณค่าทนั ตาเฉพาะตน เพราะกระแสจิตใจไมน่ ึกเพง่ โทษใคร สตกิ ต็ ง้ั ไดง้ ่าย ไมโ่ ผล่
ออกมาหงดุ หงดิ ตงั้ จติ วา่ ขอโยนทิ ง้ั ๔ ทกุ ถว้ นหนา้ จงเปน็ สขุ ในพทุ ธ ธรรม สงฆ์ อยู่
ทกุ เมอ่ื ดงั นเ้ี สมอๆ ไมไ่ ดบ้ งั คบั ยาก สว่ นเวลานอนกอ่ นหลบั เอาไวก้ บั ลมออกเขา้ พรอ้ ม
บรกิ รรมเมตตา

232

ตนื่ เชา้ ได้เวลาไปบิณฑบาตท่ีในเมอื ง ตอนบา่ ยประมาณ ๕ โมง มจี นี คนหน่งึ
อายุราว ๓๐ หน้าตาคมคายผ่องใสมากราบ แลว้ ถามวา่ “ทงั่ มาพักทล่ี ี่ เห็งผไี หมล่ะ”
ตอบ “ไมเ่ ห็นเลย” ถาม “เหง็ งูไหมละ งกู ะปะมังมหี ลาย” ตอบ “ไมเ่ หน็ ”

ถาม “แล่วๆ ท่ังจะไปไหนล่ะ” ตอบ “จะไปกรุงเทพฯ” ถาม “ทา่ งๆ จะไปด้วย
วธิ ไี หนละ่ ” ตอบ “จะเดินไป พอจำ� พรรษานครศรีธรรมราช รอ่ นพิบลู ย์ กจ็ �ำ”

จนี พดู ต่อไปวา่ “มังๆ ไกลงะ่ ” ตอบ “ไกลก็คอ่ ยเดนิ ไป ค่ำ� ทีไ่ หนก็นอนทีน่ น้ั ”
จนี พดู ตอ่ ไปวา่ “ถา้ ๆ หยงั่ ลง้ั ผงๆ จะเอาเงงิ ใหท้ งั่ ” ตอบ “อาตมารบั เงนิ ถอื เงนิ เอาเอง
ไมไ่ ด้”

จีนพดู ตอ่ ไปวา่ “ถา้ ๆ หยง่ั ลั้ง เอาใบสุกทกิ ทง่ั มา ผงจะไปช้ือตั๋วรถด่วงมาให้
เขาขายลว่ งหน้า ๖ โมงเยง็ ” แล้วกก็ ม้ หนา้ พิจารณาอย่สู ักครู่ ไดค้ วามว่าคนพอหน้า
พอตา เธอคงไมต่ ม้ เรา แลว้ เอาใบสทุ ธใิ ห้ เขากข็ รี่ ถจกั รยานไปไมน่ านเทา่ ใดกก็ ลบั มา
เอาใบสทุ ธิและตัว๋ รถให้ รถด่วนตชู้ ้ัน ๒ ๖๒ บาท ๕๐ สตางค์

แลว้ เขาถามวา่ “ข้าวๆ จะกิงที่ไหนล่ะ” ตอบ “อาตมาเคยทนหวิ ได้” เขาตอบวา่
“ถา้ หยง่ั ลง้ั กไ็ มย่ าก พรงุ่ ๆ ลไี้ มต่ อ้ งบงิ ทะบาก ลกไปแตเ่ ชา่ จะไมท่ งั ลก จงไปรอผงที่
สถานี ผงๆ จะมาลักท่ีลัง้ ” จบค�ำแลว้ เขากก็ ลบั บ้าน

ถามว่า ไฉนจีนคนนั้นจึงไปเยยี่ มปา่ ช้า

ตอบวา่ บดิ าเขาถงึ แกก่ รรม ถกู ฝงั ไว้จมดิน เขาเอาธปู เทยี นไปจดุ บูชาคุณของ
บดิ าเขา และเขากำ� ลงั รเิ รม่ิ จะโกยขนึ้ เผา ธรรมเนยี มของชาวจนี เดน่ มากในทางเคารพ
บิดามารดาแห่งพระคณุ ตรงค�ำสอนของพระพทุ ธศาสนามากในสว่ นนี้ ฉะน้ัน จีนจงึ
ไมค่ อ่ ยจะตกตำ่� ในการครองชพี และมกั จะมแี ตผ่ มู้ ศี กั ดม์ิ ศี รเี ปน็ สว่ นมาก นกั โทษจนี
ในเรอื นจำ� ของประเทศไทยมีน้อยทส่ี ุดนกั

ปรารภเรอื่ งเดนิ ทางตอ่ ไป ครนั้ เปน็ วนั ใหมไ่ ดเ้ วลา กส็ ง่ สาดกบั ครเุ ขาแลว้ กล็ าเขา
ไปสถานรี ถไฟเพื่อรอขึน้ รถ พอไปถงึ สถานีกอ่ น ๑ โมงเชา้ นายสถานีมารบั เขา้ ไปไว้

233

ในห้องเสมียน จดั เก้าอ้ีมาใหน้ ่งั เจ้านายทางนนั้ เคารพพระอยา่ งไม่เสียธรรม ไม่ให้
พระอยู่ขา้ งนอกปะปนกบั โยม

อกี สกั ครู่ จนี สองคนผวั เมยี แลเหน็ กเ็ ขา้ มาในหอ้ งเสมยี น รบั เอาบรขิ ารแลว้ พดู วา่
“นิมงๆ นมิ งๆ ผงๆ ใหล้ กู ผงไปนัง่ จองต้ชู ้ัน ๒ ไว้แลว้ ลกู ผู้ชาย” ฝา่ ยสามกี ็สะพาย
เอาบาตร ภรรยาแบกเอากลด ขา้ พเจ้าลาเสมยี นยอ่ ๆ แลว้ กไ็ ปขึน้ รถไฟ เขาประเคน
บริขารแล้ว เขากป็ ระเคนถงุ ยางใสข่ า้ วกบั ปลาแห้ง ๓ ตัว ไข่ ๓ ฟอง ยาเกลด็ ทอง
๒ ซอง น้�ำ ๒ ขวดแกว้ แล้วกเ็ อาไว้ท่ตี ะแกรงขา้ งบนใกล้ท่นี ่ัง ส่วนน้ำ� ๒ ขวดเอาไว้
ทใ่ี ต้มา้ น่งั แลว้ ถามเขาว่า “ขวดน้ีเมอ่ื ฉันน้�ำแลว้ จะใหอ้ าตมาปฏิบัตยิ ังไงหนอ”

เขาตอบวา่ “กงิ แลว้ กข็ วา้ งทงิ้ กล็ า่ ย หรอื ทง้ิ ไวใ้ นลก ถา้ ใครอยากลา่ ยกใ็ หเ้ ขา ไมต่ อ้ ง
เป็นกงั วง”

แลว้ จนี คนนนั้ เขยี นชอื่ ของตนใหเ้ ปน็ อกั ษรไทย ชอื่ นายดำ� ไช่ จรงิ จติ ร อยถู่ นน
ราชดำ� เนนิ จ.ตรงั พอพดู กนั จบคำ� ไมช่ า้ กต็ รี ะฆงั แกง๊ ๆๆ รถไฟกเ็ ปดิ หวดู ใหพ้ รเขายอ่ ๆ
แล้วเขายกมือใส่หวั แล้วกล็ งรถไป

รถไฟกอ็ อกชา้ ๆ ผา่ นสถานแี ลว้ กเ็ รว็ จดั เขา้ นง่ั หอ้ ยเทา้ ภาวนาในรถไฟ จติ ใจก็
รู้สึกเบามาก รถไฟสายปักษ์ใต้สมัยนั้นไม่ยัดเยียดคนโดยสารเหมือนสายเชียงใหม่
อบุ ลฯ อดุ รฯ เลย และคนโดยสารกไ็ มใ่ จจดื เหน็ พระมาในรถองคเ์ ดยี วไมม่ ญี าตโิ ยม
มาดว้ ย ก็เล้ยี งอาหารไมด่ ูดายเลยนา

เวลาประมาณ ๕ โมงเชา้ กถ็ งึ อ.ทงุ่ สง จ.นครศรธี รรมราช ตอ้ งลงรถทน่ี นั้ รออยู่
ประมาณ ๓๐ นาที เพราะรถคนั ทวี่ งิ่ ขนึ้ มาจาก จ.ตรงั จะรอสบั หลกี กบั รถดว่ นทวี่ งิ่ ขนึ้
มาจากสงขลาเพอ่ื เขา้ กรงุ เทพฯ แลว้ รถคนั มาจาก จ.ตรงั จะไดเ้ ลย้ี วขวาตรงลงไปทาง
จ.สงขลา

234

รถไฟ รถใจ รถธรรม

ขณะก่อนจะลงรถไปท่ีทุ่งสงน้ัน ได้เชิญให้คนโดยสารเอาถุงอาหารที่เอาไว้บน
ตะแกรงนน้ั ใหเ้ ขาประเคนเตรยี มไวแ้ ตเ่ นน่ิ ๆ แลว้ เพราะรจู้ กั คราวหนทางอยู่ เพราะ
คราวขาลงไปภูเก็ตก็ได้ผ่านทางสายนั้นแล้ว ขณะที่ลงพักท่ีทุ่งสงรอรถสงขลานั้น
ได้รบี ฉันอาหาร ๔-๕ ค�ำ เพราะสงสารสองผัวเมยี ท่จี ดั แต่งใหแ้ ต่ จ.ตรัง เหลือนน้ั
กเ็ ลยเอาใหน้ ายสถานี มปี ญั หาวา่ มไิ ดต้ ตี ว๋ั อกี ดอกหรอื มไิ ดต้ ดี อก เพราะตจี าก จ.ตรงั
ถงึ สถานบี างกอกนอ้ ยแลว้ ใครๆ มาในรถขบวนนนั้ มไิ ดต้ ตี ว๋ั ทที่ งุ่ สงทงั้ นน้ั อกี ไมน่ าน
รถไฟด่วนจากสงขลาก็เปดิ หวูดโผลม่ า กร็ ีบขน้ึ ชน้ั ๒ ตามเดมิ เขาหยุดอยปู่ ระมาณ
๑๐ นาที กว็ งิ่ ขนึ้ กรงุ เทพฯ รถมาจากตรงั กว็ ง่ิ ลงสงขลา ผนิ หลงั ใสก่ นั เออ รถไฟวง่ิ ไป
ตามรางเหลก็ ภายนอก แตม่ รี ปู ขนั ธน์ ามขนั ธข์ บั ไป รถภาวนากว็ งิ่ ไปตามภาวนาตดิ ตอ่
ไปถงึ สถานตี น้ ทางของโลกตุ ตระ กค็ อื สถานพี ระโสดาบนั สถานที ่ี ๒ กค็ อื สถานพี ระ
สกทาคามี สถานที ี่ ๓ กค็ อื สถานพี ระอนาคามี สถานที ่ี ๔ กค็ อื สถานพี ระอรหนั ต์ แลว้
ไม่ตีตั๋วกลับอกี ไม่เหมือนสถานีภายนอก และรถเหล็ก รถไม้ รถดนิ รถน�้ำ รถไฟ
รถลมภายนอก เปน็ ของทคี่ วรทบทวนพจิ ารณาทง้ั นนั้ มฉิ ะนน้ั แลว้ จะเปน็ เดรจั ฉานกถา
เพราะปรารภเร่อื งบ้านเรื่องเมืองเร่อื งรถเร่อื งรา ฯลฯ นักปราชญอ์ า่ นพบยอ่ มหัวเราะ
เปน็ เหตุใหร้ จู้ กั ภูมิจิตภูมใิ จภมู ธิ รรมวา่ อย่รู ะดบั ใดด้วย อันนี้กน็ า่ ค�ำนงึ

การเขยี น การอา่ น การพดู การทำ� ลมื ตน ลมื ตวั ลมื ใจ ลมื ธรรม น้ี เมอื่ เขยี น
อา่ น พดู ทำ� นอ้ ย กผ็ ดิ นอ้ ย เมอ่ื เขยี น อา่ นพดู ทำ� มาก กผ็ ดิ มาก ตรงกนั ขา้ ม เมอ่ื ไม่
ลมื ตวั ไมล่ มื ใจ ไม่ลมื ธรรมแลว้ เมอ่ื เขยี น อ่าน พูด ทำ� น้อยก็ถกู น้อย เมื่อเขียน
อา่ น พูด ทำ� มากกถ็ ูกมาก เมืองผดิ เมืองถูกทง้ั หลายยอ่ มเปน็ เมอื งขึน้ อยูท่ ี่เมอื งใจ
คือเมืองใจทีไ่ มป่ ระกอบด้วยสตปิ ัญญา คอื เมอื งใจที่ประกอบด้วยสติปัญญา เมืองท่ี

235

ไมผ่ ดิ ไมถ่ กู และไมต่ ดิ อยใู่ นเงอ่ื นทง้ั สองแหง่ ความผดิ ถกู นนั้ เปน็ เมอื งขนึ้ พระนพิ พาน
แต่พระนิพพานมิได้บัญญัติว่าเป็นบ้านเมืองเลย เพราะพระนิพพานมิได้มาเป็นทาส
เฝา้ เอาความผิด และเฝ้าเอาความถูก และเฝ้าเอาบา้ นเอาเมอื งอะไรๆ ทง้ั นัน้

รสกลอยท่ีจืดเพราะถูกแช่น้�ำ พร้อมท้ังล้างเสร็จจืดชืดแล้ว รสคันและเฝื่อน
ไม่มีอิสระจะกลับมาเป็นทาสทาโสทาสากับกลอยท่ีถูกแช่พร้อมท้ังล้างดีแล้วอีกเลย
ขอ้ นย้ี อ่ มเปน็ ของจรงิ อยู่แตไ่ รๆ ขาดตวั แม้ไมเ่ ขยี นอีก ไมอ่ ่านอกี ไมพ่ จิ ารณาอกี
กเ็ ปน็ จรงิ อกี อยอู่ ยา่ งนนั้ ความจรงิ ไมห่ นจี ากความจรงิ ในชนั้ นอี้ กี ละ ความจรงิ ไมห่ นี
ออกจากความจรงิ ยน่ ลงสน้ั ทสี่ ดุ กม็ ี ๒ ความจรงิ ในโลกยี ์ ๑ ความจรงิ ในทางโลกตุ ตระ ๑
ในทางโลกตุ ตระ ขยายออกกเ็ ปน็ ๘ ตามชน้ั ของมรรคและผล ความจรงิ ไมห่ นจี ากความ
จรงิ ทางโลกยี ์ ในสว่ นทางดขี ยายออกเปน็ ๔ ประเภท คือ มนุษยท์ เ่ี ตม็ ภูมิ ไมบ่ ้าใบ้
เสยี จรติ ผดิ ธรรมดา สวรรคเ์ ทวโลก พรหมโลก (แตอ่ ยา่ ลมื วา่ พระอรยิ เจา้ ปนอยบู่ า้ งกม็ ี
เวน้ อนปุ าทเิ สสนพิ พานเสยี ) สว่ นความจรงิ ไมห่ นจี ากความจรงิ ของฝา่ ยโลกยี ไ์ ปทางตำ่�
คือ มนษุ ยท์ ี่บ้าใบ้เสียจรติ สัตวเ์ ดรจั ฉาน สัตว์นรก เปรตทุกจ�ำพวก แตอ่ ยา่ ลมื วา่
จำ� พวกเหลา่ นสี้ รา้ งบารมสี งู ตำ่� กวา่ กนั เชน่ พระเทวทตั จะไดเ้ ปน็ พระปจั เจก ชา้ งปาลไิ ลยก์
จะไดเ้ ป็นพระปัจเจก เพราะได้รับลทั ธพยากรณแ์ ลว้ จากพระสมั มาสัมพทุ ธเจา้ ถา้ จะ
กล่าวตู่ว่าผู้เขียนเป็นบ้าอารมณ์ก็ดี แต่ผู้ท่ีบ้าแล้งก็ยังมีอีก ถ้าจะกล่าวเรื่องบ้าแล้ว
กข็ น้ึ อยกู่ บั กเิ ลสนอ้ ยมาก ถา้ จะวา่ ขนึ้ อยกู่ บั จติ กบั ใจหนา้ เดยี วกม็ ไิ ดค้ วามชดั ใจทไี่ มม่ ี
กเิ ลส จะวา่ บา้ ยอ่ มไมถ่ กู ธรรมแท้ (เวน้ พระอรหนั ตเ์ สยี เพราะหายหลงหายบา้ โดยสนิ้ เชงิ
แลว้ ปราศจากธรรมเมาธรรมมวั ไปแลว้ ) แตก่ ไ็ มค่ วรกลา่ วตวู่ า่ พระอรยิ เจา้ เปน็ บา้ จะเปน็
บาปหนกั เพราะเปน็ คำ� หยาบโลน นบั แตพ่ ระโสดาขน้ึ ไป เพราะการกำ� หนดวา่ บา้ ตอ้ งมี
ขอบเขต จะผิดสมั มาวาจาไปไมร่ ตู้ ัว

เวลา ๕ โมงเช้า ข้ึนรถไฟสถานที ุง่ สง พอมาถึงสถานบี างกอกนอ้ ยก็ ๔ โมงเชา้
ของวันรุ่งข้ึน ลงจากรถไฟถามต�ำรวจที่ท่าน้�ำ ต�ำรวจส่งข้ามเรือไปท่าพระจันทร์
สามลอ้ ไดจ้ งู รถมารบั บอกวา่ “ขอบพระคณุ อยู่ แตไ่ มม่ มี ลู คา่ ใหเ้ พราะถอื มลู คา่ ไมไ่ ด”้
เขาตอบ “ไมม่ มี ลู คา่ กต็ าม กระผมจะไปสง่ กระผมกถ็ อื ศาสนาพทุ ธ กระผมอยอู่ ยธุ ยา

236

ชอื่ ศรี บญุ เรอื ง บดิ ามารดาของกระผมกศ็ าสนาพทุ ธ แลว้ จะไปพกั วดั ไหน” ตอบเขาวา่
“ไปพกั วัดบรมนิวาส”

ขน้ึ รถแลว้ กส็ นทนากนั ไปตามทาง เขาพดู วา่ “ไปพกั วดั ดวงแขเปน็ ยงั ไง” ตอบเขา
วา่ “วดั ดวงแขนนั้ ไมร่ จู้ กั กบั ทา่ นผใู้ ด วดั บรมนวิ าสนนั้ รจู้ กั พระมาก มาพกั แลว้ ๒ ครง้ั ”
เขาถามวา่ “จะไปทางไหน” ตอบว่า “จะไปทางสะพานยศเส แลว้ แวะซ้ายวัดสามงา่ ม
พักกุฏิสระเตา่ ”

แลว้ เขาสงั สรรคต์ อ่ ไปวา่ “ทา่ นอาจารยม์ าจากไหน” ตอบวา่ “ภเู กต็ พงั งา ไมไ่ ดม้ า
รวดเดยี ว วิเวกพกั ทนี่ ั้นที่นี้มาเปน็ เวลาสองเดือนแล้ว พอมาถงึ จ.ตรัง โยมผใู้ จบุญ
สง่ ขน้ึ รถไฟดว่ น กม็ าตกรถทสี่ ถานบี างกอกนอ้ ย ตำ� รวจสง่ ขน้ึ เรอื ขา้ มฟากมา กบ็ นั ดาล
มาเจอคณุ ผใู้ จบญุ อกี ” สามลอ้ พดู ตอ่ ไปวา่ “ทว่ี า่ พระไมม่ เี งนิ ในกระเปา๋ ตดิ ตวั นี้ ขนของ
กระผมชขู นึ้ น่าสังเวชมากนกั กระผมเหน็ แตพ่ ระมเี งนิ ในกระเปา๋ เยอะแยะกัน”

พอถงึ สะพานยศเส เจา้ ตวั กล็ งเดนิ เพราะสังเวชเขาเข็นรถข้ึนมอสูง เขาบอกว่า
“ไมต่ อ้ งครบั ” สกั เพยี งไรกฝ็ นื ลง แลว้ ตอบเขาวา่ “อาตมานกึ เกรงใจมาก เมอื่ คณุ ลกึ ซง้ึ
อาตมากต็ อ้ งลกึ ตามบา้ ง มฉิ ะนน้ั แลว้ อาตมากไ็ มเ่ ปน็ ธรรม” ขณะนน้ั บงั เอญิ มไิ ดม้ รี ถ
คนั ใดผา่ นมาในทีน่ น้ั เลย พอถงึ หลังมอสงู จึงนง่ั รถไปอีกสักครู่ กแ็ วะซา้ ยไปถงึ กฏุ ิ
สระเต่า เธอยกมอื ใส่หัว ให้พรเธอย่อๆ แล้วก็กลับไปตามวสิ ยั ของเธอแล

ขณะนน้ั พระหมเู่ พอ่ื นแลเหน็ กร็ อ้ งถามวา่ “มาแตไ่ หนสายนกั ฉนั เชา้ ทไ่ี หน” ตอบวา่
“คนโดยสารรถไฟเขาเลยี้ งในรถ” ถาม “เอาเงนิ ทไี่ หนใหเ้ ขา” ตอบ “ตกรถทา่ พระจนั ทร์
บอกเขาวา่ ไมม่ มี ลู คา่ ให้ เขากม็ าสง่ ฟรตี ามทกุ ขๆ์ ยากๆ อยา่ งนแี้ หละ” พวกพระมหาวา่
“เออ ดลี ะ มาแบบนกี้ ด็ ”ี แลว้ กก็ ราบไหวถ้ ามไถก่ นั จบเรอื่ งแลว้ จดั ทพ่ี กั ใหแ้ ลว้ กจ็ บกนั
ตา่ งคนกต็ า่ งพกั ตามอสิ ระ พกั อยนู่ น้ั ประมาณ ๖ วนั ไปบณิ ฑบาตทางหลงั วงั สระปทมุ
และถนนเพชรบรุ ี ไปองคเ์ ดยี วและตามตรอกตามซอย เวลาฉนั กฉ็ นั พรอ้ มกนั กบั พวก
มหานน้ั แตเ่ ราฉนั มอ้ื เดยี ว ขา้ วในบาตรกเ็ หลอื อยมู่ าก ไวใ้ หเ้ ดก็ นกั เรยี นเขา พดู กบั พวก
ทา่ นมหานนั้ วา่ “ผมมนั เคยในบาตรแลว้ กต็ อ้ งเอาตามเรอื่ งของใครของมนั ผมไมใ่ ห้

237

ข้าวและกับเหลือในบาตรพอฟองไข่เป็ดดอก พวกคุณมหาใช้ช้อนกลางก็เป็นทาง
สะดวกดี เพราะมไิ ดเ้ ปอ้ื นนำ้� ลายกนั ผมเอาชอ้ นกลางตกั ใสบ่ าตรผมแลว้ กเ็ ปน็ แลว้ กนั
พวกเรามาพบกนั กภ็ าคอสี าน บดิ ามารดาของพวกเราเลยี้ งมากข็ า้ วเหนยี วนง่ึ กบั ปลารา้
นน้ั แหละเปน็ หลกั สว่ นมาก” การปรารภกนั งา่ ยเพราะพระกฏุ สิ ระเตา่ นน้ั มแี ตพ่ ระอายุ
พรรษานอ้ ยกวา่ เรา เวน้ มหาไผทเสยี แตม่ หาไผทกค็ นุ้ เชอ่ื งกนั แตค่ ราวอยอู่ ดุ รฯ ๒๔๘๘
นน้ั แลว้ เทา่ ทสี่ งั เกตดพู ฤตกิ ารณม์ ารยาทกด็ วู า่ ไมข่ ดั ขอ้ งกบั เจา้ ตวั ในเวลาพกั อยู่ เพราะ
มารยาทไม่พริ ุธ

เรอ่ื งพเิ ศษเมอ่ื ระลกึ ไดก้ ค็ วรเขยี นแทรกลงอกี คอื หลวงปมู่ นั่ ยอ่ มเคารพปรยิ ตั ิ
และพระเถรานุเถระฝ่ายปริยัติธรรมมากนัก องค์ท่านเคยปรารภให้ฟังในยุคบ้าน
หนองผือ สกลนคร ว่า

“องค์สมเด็จพระมหาสมณเจ้าน้ี พระองค์ท่านแตกฉานในธรรมในพระวินัย
มากมายนกั หนาแทๆ้ แมพ้ ระองคเ์ จา้ อนื่ ๆ กแ็ ตกฉานเหมอื นกนั ถา้ หากวา่ ฝา่ ยปรยิ ตั -ิ
ธรรมไมแ่ ปลออกเปน็ ภาษาไทยไว้ พวกเราผเู้ รยี นนอ้ ยกไ็ มร่ จู้ กั ความหมายแตล่ ะชน้ั ๆ
ปรยิ ัติ ปฏิบตั ิ ปฏิเวธ จะแยกกันไม่ได้ หนัง เน้ือ เอ็น กระดูก ต้องอิงอาศยั กนั อยู่
ฉนั ใดกด็ ี ปรยิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ ปฏเิ วธ กอ็ าศยั กนั อยอู่ ยา่ งนนั้ สทั ธรรม ๓ อยา่ งนจ้ี ะแยกกนั
ไมไ่ ดเ้ ลย ทา่ นเจา้ คณุ ธรรมเจดยี ์ อดุ รธานี มนี สิ ยั ทางเรยี น เรากป็ ลอ่ ยใหเ้ รยี น แตก่ อ่ น
ลกู ๆ หลานๆ เราวา่ อยากจะเรยี นกม็ ี เราไดซ้ อื้ หนงั สอื ใหค้ รบ แตเ่ รยี นไปแลว้ ไมต่ ง้ั ใจ
ไมเ่ ป็นทา่ จะเอาปฏิบตั กิ ไ็ ม่ได้ จะเรียนก็ไม่ได้ เลยลาสกิ ขาไปเสยี หลายราย” แตก่ ็
กรรมนยิ มกรรมบนั ดาลของใครของมัน กรรมและผลของกรรมย่อมเปน็ เงาตามตวั
ของผยู้ งั ทอ่ งเทย่ี วในสงสาร เวน้ พระนพิ พานเสยี เพราะพระนพิ พานไมไ่ ดม้ าเปน็ ทาสกรรม
และผลของกรรมเหมอื นคนคมุ นกั โทษ พระนพิ พานเปน็ ธรรมอนั เหนอื เหตผุ ลไปแลว้
ไมไ่ ดเ้ ปน็ นายยามมาคอยเฝา้ เหตเุ ฝา้ ผล พระนพิ พานไมไ่ ดเ้ กย่ี วกบั รปู ขนั ธ์ นามขนั ธ์
เพราะรูปขันธ์ นามขนั ธเ์ ป็นฝ่ายสังขาร ผ่านพน้ สังขารไปแลว้ แม้จะบญั ญตั ิว่าธาตุ
วา่ ธรรม วา่ อายตนะ วา่ อนิ ทรยี ก์ ต็ าม แตไ่ มท่ รงอยใู่ นกองนามรปู ฉะนน้ั จงึ หาพระอรหนั ต์
ในกองนามรปู ทเี่ รยี กวา่ ขนั ธ์ ๕ ไมไ่ ด้ กองนามรปู เปน็ หนทางเดนิ เพอ่ื ใหพ้ จิ ารณาใหถ้ งึ
ความเบอ่ื หนา่ ยคลายหลง

238

กลับอสี าน

ครนั้ พกั อยวู่ ดั บรมนวิ าส พระมหาวชิ ยั จะสง่ คา่ รถใหถ้ งึ อดุ รฯ แตเ่ จา้ ตวั ขอไวว้ า่
สง่ ถึงอยุธยาก็พอแลว้ เพราะนกึ จะไปเที่ยววดั ปา่ ทา่ นฉลวยบ้าง ไปรถไฟธรรมดาก็
พอแลว้ ไมจ่ ำ� เปน็ จะไปรถดว่ นเลย ทา่ นใหเ้ ดก็ ไปสง่ ขน้ึ รถไฟสนิ คา้ ตชู้ นั้ ๓ คา่ รถ ๒ บาท
๕๐ สตางค์

ไปถึงอยธุ ยา พักอยทู่ ่ีอยธุ ยา ๓ วนั พกั อย่วู ัดปา่ ท่านฉลวยบา้ ง เขาเอาไปพกั
กระตอ๊ บเลก็ ๆ บา้ ง เขาพาไปดูพิพธิ ภัณฑใ์ นพระบรมราชวงั เกา่ อนั มพี ระพทุ ธรปู ทำ�
ดว้ ยหนิ วดั ผ่าศนู ยก์ ลางตรงหนา้ อกคงได้ประมาณ ๔๐ เซน็ ต์ พระศอขาดราบๆ ไป
เกลอื่ นกลาดอยู่ ตง้ั แตส่ งครามโบราณ เปน็ อนสุ รณท์ นี่ า่ สงั เวชมาก นกึ ระอาในสงสาร
เพิม่ ข้ึนๆ

มนษุ ยท์ งั้ หลายยอ่ มเปน็ ผใู้ จถงึ ทง้ั นน้ั ยน่ ใจถงึ ลงมาเปน็ ๒ ทาง คอื ใจถงึ ไปทาง
กอ่ เวรกอ่ ภยั หนง่ึ ใจถงึ ไปทางไมก่ อ่ เวรไมก่ อ่ ภยั หนง่ึ พระอรยิ เจา้ ใจถงึ ไปทางโลกตุ ตระ
ตำ�่ กวา่ นนั้ ลงมา การอวดวา่ ใจถงึ เอาเปน็ ประมาณไมไ่ ด้ ผลของกรรมทใี่ จถงึ ยอ่ มตาม
ผู้ใจถึงอยู่ทกุ ๆ ชนั้ ให้ผลตา่ งๆ กนั ตามลำ� ดับของตัวเหตุ ตัวกรรม ตัวพืช ตวั กริ ยิ า
ท่ีหว่านไว้ ที่ปลูกไว้ ท่ีสร้างไว้ ด้วยความที่ว่าข้าใจถึง ไม่ต้องปฏิเสธและไม่ต้อง
สงสยั เลย แมจ้ ะมผี เู้ ชอ่ื กรรมและผลของกรรมหรอื ไมก่ ต็ าม จะมผี ถู้ อื พระพทุ ธศาสนา
หรอื ไมก่ ต็ าม ในโลกยคุ ไหนๆ กต็ าม กรรมและผลของกรรมกน็ ำ� สนองกรรมอยอู่ ยา่ งนนั้

239

เพราะมโนกรรมเปน็ ตน้ สายเหตขุ องกรรมทงั้ หลาย ยอ่ มใหผ้ ลในภพนบี้ า้ ง ภพหนา้ บา้ ง
เป็นล�ำดบั บา้ ง ตามกจิ ท่ีทำ� บา้ ง ในชาติในภพสืบๆ บ้าง ตามส่วนควรคา่ ของเหตุที่
สรา้ งขน้ึ นอ้ ยและมาก ไมว่ า่ ทางดแี ละทางชวั่ ขนึ้ อยกู่ บั เหตุ ใจทเี่ ปน็ นายหนา้ สรา้ งขนึ้
เสมอๆ ใจจะรู้ตวั หรือไม่รูก้ ็ตาม ไม่เป็นปัญหา ถา้ ใจและผลของใจไม่มีแล้ว กไ็ มม่ ี
ใครจะสงวนใจทจ่ี ะปฏบิ ตั ใิ จ ผปู้ ฏเิ สธกรรมและผลของกรรมในภพนแี้ ละภพหนา้ และ
ภพสบื ๆ นน้ั คนตาบอดมาอวดดสี นเขม็ กบั คนตาดี กม็ คี วามหมายและรสชาตอิ นั เดยี วกนั
ผู้ท่ีเชื่อกรรมและผลของกรรมลงได้สนิทก็คือผู้มีตาปัญญาไม่บอด จะแลดูข้างหน้า
ขา้ งหลงั ซา้ ยขวา กเ็ หน็ ชดั ไดถ้ นดั ไมม่ เี มฆหมอกบงั เปน็ สมั มาทฏิ ฐเิ หน็ ชอบในชน้ั นไี้ ด้
เขานบั วนั จะกา้ วหนา้ ในปญั ญาชนั้ สงู ทกุ ขใ์ จในขนั ธสนั ดานกน็ บั วนั จะลดลงได้ จะไมเ่ ปน็
ทาสของความหลงของเจา้ ตวั อยนู่ านเนน่ิ ชา้ เปน็ สตปิ ญั ญาทำ� ลายมดื ไปแบบกา้ วหนา้

ครน้ั พกั อยอู่ ยธุ ยา ๓ วนั แลว้ โยมเถา้ แกส่ ง่ ขนึ้ รถดว่ น เปน็ เวลา ๕ โมงเชา้ ตชู้ นั้ ๒
ราคาโดยสารลดลงครงึ่ คา่ แลว้ ๔๘ บาท ปลายกส่ี ตางคก์ ล็ มื ไป ตรู้ ถเกาะกนั เปน็ ทวิ แถว
พอถงึ สถานอี ดุ รฯ กป็ ระมาณ ๒ โมงเชา้ กวา่ ๆ ไดย้ นื มาแตอ่ ยธุ ยาจนถงึ อดุ รฯ ยดั เยยี ดมาก
เรยี กวา่ ยนื ภาวนามากไ็ ด้ ตาใสแจว๋

ลงจากสถานอี ุดรฯ แล้ว กเ็ ดินสะพายบาตร ลัดใส่บ้านเดอ่ื เดินไกลประมาณ
๔ กโิ ล กถ็ ึงบ้านเด่ือ พวกลกู ๆ หลานๆ เขามาใส่บาตรท่ีวดั บ้านเด่อื พกั ฉันทีน่ ้ัน
เปน็ วดั ของหลวงป่อู อ่ นตา (ไมใ่ ชห่ ลวงปู่อ่อนตา วัดกรมทหาร) ฉนั อาหารเสรจ็ แลว้
กล็ าทา่ นไปพกั วดั ปา่ โนนนเิ วศน์ พกั อยคู่ นื หนง่ึ ฉนั เชา้ เสรจ็ กล็ าหลวงปพู่ รหมมี ไปพกั
บา้ นกดุ สระและบา้ นขมนิ้ บา้ นละคนื กก็ ลบั พกั วดั ปา่ โนนนเิ วศนอ์ กี รงุ่ เชา้ หลวงปพู่ รหมมี
ใช้ให้ไปรับนมิ นต์ เขาทำ� บุญใกลว้ ัดโพธสิ มภรณ์ ส่วนหลวงพอ่ หลวงป่พู รหมมีไปรับ
นมิ นตส์ ายถนนหมากแขง้ เขาทำ� บญุ เรอื นใกลโ้ รงพยาบาลเกา่ เพราะวนั นนั้ เขานมิ นต์
๒ แหง่ จกุ จิก

240

ทา่ นเจ้าคณุ ธรรมเจดียเ์ มตตา

พอขา้ พเจ้าไปถงึ ที่นิมนตต์ อนเช้า เขา้ ไปในทป่ี ะรำ� พิธี ท่านเจ้าคุณธรรมเจดยี ์
ทอดสายตาเห็น องค์ท่านกวักมือให้ไปน่ังหัวแถวหักมุมตรงหน้าขององค์ท่าน
แลว้ ผนิ หลงั ใสโ่ ยม แลว้ องคท์ า่ นถามวา่ “เธอไปพกั อยทู่ ไ่ี หน” เรยี นตอบ “วดั ปา่ โนนนเิ วศน์
ครับผม” ถาม “ไดก้ ีค่ ืนแลว้ ” เรยี นตอบ “ได้สองคืนแลว้ ครับผม”

ถาม “เธอมาจากภเู กต็ พงั งาหรอื ” เรยี นตอบ “ครบั ผม” ถาม “ทำ� ไมเจา้ จงึ มาเสยี ”
เรยี นตอบ “เพราะสถานทไี่ มค่ อ่ ยจะสะดวก แผน่ ดนิ คบั แคบครบั ผม” ถาม “ทำ� ไมเธอ
จงึ ไม่มาพกั กบั ข้าเลา่ ” ตอบ “เพราะเวลาย่งุ จุกๆ จกิ ๆ ในการเย่ียมญาต”ิ องคท์ า่ น
กรณุ าวา่ “เออ เราจะใหเ้ ด็กวัดตามไปพรอ้ มในเวลาเสรจ็ น้ี ให้เขาชว่ ยเอาบรขิ ารมา
มาพักกับข้าฯ” แลว้ กห็ ยุดถาม

แลว้ องคท์ า่ นบอกวา่ “นช้ี อ้ น เธอจงตกั เอาใสบ่ าตรเธอทง้ั ขา้ วทงั้ กบั เธอฉนั ในบาตร
ตามเคย ไมต่ อ้ งเกรงใจขา้ พระธดุ งคไ์ มย่ นิ ดฉี นั ในบาตร ขา้ เบอื่ มาก” ขา้ พเจา้ ตกั เอาแต่
สง่ิ ทไี่ มเ่ ปน็ นำ้� ทง้ั ขา้ วทงั้ อาหาร กข็ นาดกำ� ปน้ั กไ็ มพ่ อไมเ่ ทา่ เพราะตง้ั ใจวา่ จะมใิ หบ้ าตร
เปื้อนเลอะเทอะ จะใหเ้ หลอื อยเู่ พยี งค�ำเดียวเทา่ นน้ั

พระเถระมแี ตห่ วั วดั ทง้ั นน้ั ประมาณสบิ กวา่ องค์ ทา่ นเจา้ คณุ หนองคายกม็ า เจา้ ตวั
ไมเ่ คยนง่ั หกั มมุ อยหู่ วั แถวกบั เจา้ ฟา้ เจา้ คณุ กด็ วู า่ ขนั ๆ แปลกๆ ดวู า่ ไมม่ กี ารสวดพาหงุ
และใหพ้ ร ชะรอยเราจะไปสาย ทา่ นทำ� เสรจ็ แลว้ กอ็ าจเปน็ ได้ ญาตโิ ยมอยทู่ นี่ นั้ ประมาณ

241

๗๐ คน เมอ่ื องคท์ า่ นบอกลงมอื ฉนั กต็ งั้ ใจฉนั เสรจ็ แลว้ องคท์ า่ นกใ็ หเ้ ดก็ ตามไปพรอ้ ม
เพอื่ ชว่ ยเอาบรขิ ารมาวดั องคท์ า่ น นกึ ในใจวา่ พอ่ อปุ ชั ฌายข์ องเราน้ี รจู้ กั นสิ ยั ของลกู ๆ
แล้วใหค้ วามอบอุ่น ไม่มอี ุบายขู่เขญ็ แต่ประการใดเลย พดู เหมอื นอย่างพอ่ กบั ลูกๆ
หลานๆ อย่างกนั เองแบบค้นุ เชอ่ื งมาแล้วหลายๆ ชาติ แต่เรามไิ ดล้ ืมตวั ว่าจะคุ้นเชอ่ื ง
จนเลยเถิดไม่เคารพ เพราะธรรมดาผู้ปฏิบัติจะคุ้นเช่ืองกับพระเถระเพียงใดก็ตาม
หนา้ ทข่ี องการเคารพกต็ อ้ งคงที่ จะเลยี สบเลยี ปากเหมอื นสนุ ขั เลยี ปากเจา้ ของกไ็ มไ่ ด้
ธรรมอนั นเ้ี ปน็ ธรรมทรงตวั มาแตด่ กึ ดำ� บรรพต์ ลอดอนาคต ไมเ่ ปลย่ี นแปลงไปไหนได้
ทา่ นผใู้ ดเอาออกใชก้ ต็ อ้ งถกู ทงั้ นน้ั เปน็ ธรรมอนั ไมล่ า้ สมยั อยทู่ กุ กาล แตน่ กั ปฏบิ ตั มิ กั
อยากจะลมื ตวั ลมื ใจลมื ธรรม เมอ่ื คนุ้ เชอื่ งกบั บดิ า มารดา ปยู่ า่ ตายาย และอปุ ชั ฌาย์
อาจารย์เข้าบ้างแล้ว มกั จะตีเสมอ ขาดคารวะ เห็นมอี ยดู่ าษดนื่ เตม็ โลก ขายไม่ออก
บอกไม่ได้ ใชไ้ ม่ฟงั

หลวงปมู่ หาไดเ้ ตอื นขา้ พเจา้ ไวเ้ สมอๆ ในคราวหนองผอื หลวงปมู่ น่ั ขา้ พเจา้ จำ� ไว้
ไดไ้ มย่ อมลมื เลย จงึ ไดเ้ ขยี นไวเ้ ปน็ มรดกของลกู ๆ หลานๆ ผหู้ วงั ดใี นอนาคต มฉิ ะนน้ั
คำ� สอนตอนนอี้ นั เปน็ เนอ้ื ธรรมลว้ นไมม่ กี ระดกู และกา้ งปนเจอื กจ็ ะอนั ตรธานหายไป
จากโลก จะมีแต่กลุ บุตรกุลธดิ าสะสมความเย่อหยง่ิ จองหองอวดดี

พกั อยวู่ ดั โพธสิ มภรณค์ นื หนงึ่ แลว้ ทา่ นเจา้ คณุ ธรรมเจดยี ก์ ส็ ง่ ขน้ึ รถยนตม์ าลง
สกลนคร พกั อยูส่ ุทธาวาส ๑ คนื กเ็ ดินทางดว้ ยฝเี ทา้ มาพกั วัดปา่ บ้านโคกกับพระ
อาจารยอ์ นุ่ หนงึ่ คนื แลว้ ไปพกั วดั ดอยธรรมเจดยี ป์ ระมาณ ๗ วนั เอาฟนื ชว่ ยหลวงปู่
กงมาอยู่บ้าง

ลาออกจากนน้ั กไ็ ปพกั วดั ปา่ บา้ นนาโสก อยปู่ ระมาณ ๗ วนั มเี ณรโส บา้ นนาโสก
อยากจะไปห้วยทรายดว้ ย จึงพูดกับเณรว่า “ถา้ เณรอยากไป จงไปทหี ลงั อยา่ ไดไ้ ป
พรอ้ มกัน เพราะจะทับถมข้า คล้ายกบั ขา้ มายักยอกเอาเณรไปด้วย”

เณรกลา่ ว “อยากจะไปศกึ ษากบั พระอาจารยม์ หาบวั ทว่ี ดั ปา่ หว้ ยทราย ไดย้ นิ แต่
กิตติศพั ท์มาหลายปีแลว้ อยากเห็นอยากรู้”

242

วดั บา้ นนาโสกสมยั นนั้ มหี ลวงพอ่ มงิ่ อยนู่ น้ั กบั เณรสององค์ คอื เณรดา เณรโส
จึงปรารภกบั หลวงพ่อว่า “หลวงพ่อ ผมมาพกั ทีน่ ้เี ปน็ กรรมอันไม่ดีแลว้ เณรโสจะไป
กบั ผม จงหา้ มเณรโสชว่ ยกนั ผมมไิ ดช้ วนมไิ ดม้ นี โยบายนอกในลกึ ตนื้ อนั ใดกบั เณรโส
เพ่ือแยกแยะให้เณรโสไปด้วย ผมรู้เห็นและปฏิบัติตามคัมภีร์พระวิสุทธิมรรคอยู่ว่า
ไมค่ วรไปเกลย้ี กลอ่ มเอาภกิ ษสุ ามเณรของทา่ นผอู้ น่ื ไปตามตน และไปปฏบิ ตั ติ น จะเปน็
อาบัติทุกกฏหลายๆ ตัว ต่อเม่ือส่งภิกษุสามเณรน้ันคืนให้อาจารย์เดิมของเขาแล้ว
จงึ แสดงอาบตั ทิ กุ กฏในสว่ นนต้ี ก ผมยอ่ มเคารพพระวนิ ยั สว่ นนอ้ี ยนู่ ะครบั ไมว่ า่ ไปพกั
สำ� นกั ใดๆ ผมยอ่ มระลกึ เหน็ และปฏบิ ตั พิ ระวนิ ยั สว่ นนอ้ี ยู่ ไมท่ ำ� แบบปากวา่ ตาขยบิ เลย
ขณะผมขนึ้ รถไฟ มคี นโดยสารมากกจ็ รงิ กเ็ รยี กวา่ คนเดยี ว พระบรมศาสดากลา่ วยนื ยนั
แลว้ วา่ การเดนิ ทางไกลคนเดยี ว ถา้ มหี มใู่ นรถในเรอื มากกต็ าม ถา้ ไมค่ นุ้ เชอ่ื งกับใคร
พอทจ่ี ะฝากศพฝากไขไ้ ด้ กเ็ รยี กวา่ ไปคนเดยี วมาคนเดยี วทง้ั นนั้ ฉะนนั้ วสิ าสา ปรมา
ญาติ ความคนุ้ เคยเปน็ ญาตอิ ยา่ งยงิ่ จะเปน็ เครอื ญาตสิ กั ปานใดกต็ าม ถา้ ไมค่ นุ้ เคยกนั
ตา่ งคนกต็ า่ งอยไู่ มส่ นทิ ชดิ เชอื้ แลว้ ความอนุ่ อกอนุ่ ใจในระหวา่ งทง้ั สองฝา่ ยกก็ ลายเปน็
โมฆะ กเ็ ทา่ กบั วา่ ไรญ้ าตไิ รม้ ติ รไรค้ วามอนุ่ ใจ แตท่ างปรมตั ถก์ ใ็ หห้ วงั พง่ึ ตนเองเสมอๆ”

เณรโสตอบว่า “ครูบาอาจารย์มิได้ล่อลวงผมไปด้วยประการใด ถ้าหากว่า
ครบู าอาจารยล์ อ่ ลวงผมไปดว้ ยแลว้ ผมกเ็ หน็ ความไมเ่ ปน็ ธรรมของครบู าอาจารยอ์ กี
ผมกถ็ อนศรทั ธาไมอ่ ยากไปอกี แมต้ วั ของผมกอ็ ายุ ๑๙ แลว้ ยอ่ มสนใจพจิ ารณาอยู่
ทกุ ๆ ดา้ นบา้ ง แลว้ ผมกบ็ อกตรงอยแู่ ลว้ วา่ อยากจะไปเรยี นปฏบิ ตั อิ ยกู่ บั ครบู าอาจารย์
ผู้มชี ื่อเสียง คุณพ่อม่ิงจะถอื ว่าขา้ มกรายอิดหนาระอาใจกด็ ูวา่ จะไมส่ มเหตผุ ล”

หลวงพ่อม่งิ ก็เลยอนโุ มทนา เพราะได้พูดถงึ ธรรมอนั มีเหตุผล

243


Click to View FlipBook Version