The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาระบบภาพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by PATIPAN SEENABOON, 2020-09-25 00:44:58

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาระบบภาพ

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาระบบภาพ

แผนการสอน/การจัดการเรยี นรูแ้ บบมุง่ เนน้ สมรรถนะอาชพี
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รหสั วิชา 20105–2103 วิชา ระบบภาพ
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ. 2562

ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม

จดั ทาโดย

นายปฏิพาน สีนาบุญ
ตาแหนง่ ครูพิเศษสอน
แผนกวชิ า ชา่ งอเิ ล็กทรอนกิ ส์

ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2563
ฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยเทคนคิ สว่างแดนดิน
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

แบบคาขออนุมตั ใิ ช้แผนการสอน/การจดั การเรยี นรู้แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั วชิ า 20105–2103 วิชา ระบบภาพ
หลกั สตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี

ผ้จู ัดทา

ลงชือ่ ..............................................
(นายปฏพิ าน สนี าบญุ )
ตาแหนง่ ครพู เิ ศษสอน

ผู้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้

ลงช่ือ.............................................. ลงชอ่ื ..............................................
(นายสาโรช กล่ามอญ) (นายคุมดวง พรมอินทร)์
หวั หน้างานพฒั นาหลกั สูตรฯ
หัวหนา้ แผนกวิชาช่างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

ความเหน็ รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ
..........................................................................................

ลงชื่อ..............................................
(นายทนิ กร พรหมอนิ ทร)์
รองผูอ้ านวยการฝ่ายวชิ าการ

ความเหน็ ผอู้ านวยการวทิ ยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดิน
 อนุมตั ิ  ไม่อนมุ ตั ิ เพราะ....................................

ลงช่อื ..............................................
(นางวรรณภา พ่วงกุล)

ผู้อานวยการวิทยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดิน

คานา

แผนการสอนวิชา “ระบบภาพ” รหัสวิชา 20105-2103 จัดทาขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการ
เรียนการสอน วิชา ระบบภาพ ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ของ
สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยจัดการเรียนการสอนทั้งหมด 18 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 4 ช่ัวโมง
เน้ือหาภายในแบ่งออกเป็น 14 บท ประกอบด้วย ภาพและแสงสี มาตรฐานระบบโทรทัศน์ อุปกรณ์ในการ
เชื่อมต่อสัญญาณ อุปกรณ์พ้ืนฐานในการถ่ายทาโทรทัศน์ กล้องโทรทัศน์ หลักการทางานและการใช้งาน
กล้องโทรทัศน์ หลักการบันทึกสัญญาณโทรทัศน์ เคร่ืองวิดีโอเทป การตัดต่อ วิดีโอคอมแพคดิสก์ ระบบ
สายอากาศโทรทัศน์รวมแบบเอ็มเอทีวี ระบบสายอากาศโทรทัศน์รวมแบบซีเอทีวี การติดต้ังระบบเอ็มเอทีวี
และซเี อทีวี ระบบโทรทศั น์วงจรปดิ

สาหรับแผนการสอนรายวิชาน้ี ผู้จัดทาได้ทุ่มเทกาลังกาย กาลังใจและเวลาในการศึกษาค้นคว้า
ทดลอง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อการเรียนการสอน และการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ แบบพอเพยี ง

ทา้ ยท่ีสดุ น้ี ผูจ้ ัดทาขอขอบคณุ ผทู้ ่ีสร้างแหล่งความรู้ และผูท้ ่ีมสี ว่ นเก่ียวขอ้ งตา่ งๆ ซง่ึ เปน็ ส่วนสาคัญท่ี
ทาให้แผนการสอนวิชา ระบบภาพเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์เป็นท่ีเรียบร้อย และหากผู้ใช้พบข้อบกพร่องหรือมี
ขอ้ เสนอแนะประการใด ขออภัยมา ณ ทีน่ ี้ด้วย

นายปฏพิ าน สีนาบญุ
ผจู้ ัดทา

สารบัญ

คานา หนา้
สารบญั
ลกั ษณะรายวชิ า ก
ตารางวเิ คราะห์สมรรถนะการเรียนรู้ ข
ตารางวเิ คราะห์หลักสูตร ค
โครงการสอนหรือโครงการจดั การเรียนรู้ ง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 ฐ
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 ฑ
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 1
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 14
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5 34
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 51
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7 67
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 8 85
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 9 101
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 126
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 11 141
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 158
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 13 185
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14 215
233
260

ลกั ษณะรายวชิ า

รหสั วิชา 20105 – 2103 ชอื่ วชิ า ระบบภาพ
จานวนหน่วยกิต 2 หน่วยกติ จานวนชั่วโมงตอ่ สัปดาห์ 4 ชว่ั โมง รวม 72 ช่ัวโมงต่อภาคเรียน

จดุ ประสงค์รายวชิ า

1. เขา้ ใจหลกั การทางานของเครอื่ งกาเนิดสญั ญาณและเคร่ืองบันทึกภาพ
2. มีทกั ษะในการนาเครื่องบนั ทกึ ภาพและอุปกรณ์เกยี่ วข้องไปใช้งาน
3. มที กั ษะในการใชเ้ ครือ่ งมอื วัดและทดสอบระบบภาพท่ีเกย่ี วข้อง
4. มีเจตคติท่ีดีต่อวิชาชีพ มีกิจนิสัยในการค้นคว้าเพ่ิมเติม ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ

คานงึ ถงึ ความถูกตอ้ งและปลอดภยั

สมรรถนะรายวิชา

1. แสดงความรูเ้ กี่ยวกับหลกั การทางานของระบบภาพ
2. ออกแบบงานสาหรบั การตดิ ตั้งระบบภาพ
3. ติดต้ังและทดสอบระบบภาพ
4. บารุงรกั ษาระบบภาพ

คาอธิบายรายวิชา

ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับการกาเนิดสัญญาณ กล้องวิดีโอชนดิ ต่าง ๆ และการบันทึกสัญญาณลงใน
แถบแม่เหล็ก VCD, DVD, Hard Disk, Media Player และอื่น ๆ การนาไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ท่ี
เก่ียวข้อง ระบบโทรทัศน์วงจรปิด ระบบ CATV, ระบบ MATV ระบบรักษาความปลอดภัย ข้ัวต่อ สายนา
สัญญาณ อุปกรณ์รวมสัญญาณ อุปกรณ์แยกสัญญาณ เครื่องขยายสัญญาณภาพ การตัดต่อภาพ วิธีการ
เชื่อมต่อสัญญาณแบบใช้สายและแบบไร้สาย การทดสอบระบบภาพด้วยเคร่ืองมือวัดและทดสอบ
คุณสมบัติของวงจรระบบภาพ การตดิ ต้งั บารงุ รักษาและการประมาณราคา

ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะการเรียนรู้

รหัสวิชา 20105 – 2103 ชือ่ วิชา ระบบภาพ

จานวนหน่วยกติ 2 หน่วยกติ จานวนชัว่ โมงต่อสปั ดาห์ 4 ช่วั โมง รวม 72 ชวั่ โมงต่อภาคเรียน

หนว่ ยการสอน สมรรถนะการเรยี นรู้

หน่วยการสอนที่ 1 ด้านความรู้

ชอ่ื หน่วยการสอน ภาพและแสงสี 1. อธบิ ายการมองเห็นวัตถุของคนเราได้

2. บอกองค์ประกอบของการมองเหน็ และองค์ประกอบของ

ภาพได้

ด้านทักษะและการประยุกต์ใช้

1. สงั เกตคณุ สมบตั ิของแสงสไี ด้

2. ผสมผสานแสงสีได้

ดา้ นคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์

และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

หนว่ ยการสอนท่ี 2 ดา้ นความรู้

ชอ่ื หน่วยการสอน มาตรฐานระบบ 1. บอกมาตรฐานของระบบโทรทัศน์ 3 ระบบได้

โทรทศั น์ 2. อธิบายข้อกาหนดต่าง ๆ ของมาตรฐานส่งสัญญาณ

โทรทัศน์ได้

ด้านทักษะและประยุกต์ใช้

1. ผลติ คา่ ความถ่ีต่าง ๆ ของการสง่ สัญญาณโทรทัศน์ได้

2. สาธติ รายละเอียดของการสง่ สัญญาณโทรทศั น์ได้

ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์

และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และลักษณะอนั พงึ ประสงค์

หนว่ ยการสอนท่ี 3 ดา้ นความรู้

ชื่อหน่วยการสอน อปุ กรณ์ในการเชื่อมตอ่ 1. อธบิ ายชอื่ อุปกรณ์ในการต่อสายสัญญาณได้

สญั ญาณ 2. บอกหน้าท่ีของอุปกรณ์ในการต่อสายสัญญาณแต่ละชนิด

ได้

ดา้ นทกั ษะและประยุกต์ใช้

1. ทดลองตอ่ สายสัญญาณแตล่ ะชนดิ ได้

2. เลือกใชอ้ ุปกรณใ์ นการตอ่ สายสัญญาณแต่ละชนิดได้

ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะการเรียนรู้

รหัสวิชา 20105 – 2103 ชอื่ วชิ า ระบบภาพ

จานวนหนว่ ยกติ 2 หน่วยกิต จานวนชัว่ โมงตอ่ สปั ดาห์ 4 ชว่ั โมง รวม 72 ช่ัวโมงต่อภาคเรยี น

หน่วยการสอน สมรรถนะการเรียนรู้

หนว่ ยการสอนท่ี 3 ด้านคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์

ชื่อหน่วยการสอน อุปกรณใ์ นการเช่ือมตอ่ และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

สัญญาณ 1. มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และลักษณะอันพึง

ประสงค์

หน่วยการสอนที่ 4 ดา้ นความรู้

ชือ่ หน่วยการสอน มาตรฐานระบบ 1. บอกชอื่ อุปกรณพ์ ้นื ฐานในการถา่ ยทาโทรทัศน์ได้

โทรทัศน์ 2. อธิบายหน้าท่ีการใช้งานของอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายทา

โทรทัศนไ์ ด้

ดา้ นทกั ษะและประยุกตใ์ ช้

1. สาธติ การใชง้ านอุปกรณ์ในการถา่ ยทาโทรทศั น์ได้

2. จาแนกอปุ กรณใ์ นการถา่ ยทาโทรทัศน์ได้

ดา้ นคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์

และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

หน่วยการสอนที่ 5 ด้านความรู้

ชอ่ื หน่วยการสอน กล้องถา่ ยโทรทัศน์ 1. บอกประเภทของกล้องโทรทัศนไ์ ด้

2. อธบิ ายประเภทและคณุ สมบตั ขิ องวดิ ีโอแตล่ ะระบบได้

ดา้ นทักษะและการประยุกตใ์ ช้

1. อดั สาเนาหรอื กอ็ ปป้ีเทปได้

2. จดั ลาดบั การทางานของกล้องโทรทศั น์

ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์

และบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

1. มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึง

ประสงค์

ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะการเรียนรู้

รหัสวิชา 20105 – 2103 ชือ่ วิชา ระบบภาพ

จานวนหน่วยกติ 2 หน่วยกิต จานวนช่วั โมงตอ่ สัปดาห์ 4 ช่วั โมง รวม 72 ชว่ั โมงตอ่ ภาคเรียน

หน่วยการสอน สมรรถนะการเรยี นรู้

หนว่ ยการสอนท่ี 6 ดา้ นความรู้

ชอ่ื หน่วยการสอน หลักการทางาน 1. อธบิ ายการทางานของกล้องโทรทัศน์ได้

และการใชก้ ลอ้ งโทรทัศน์ 2. บอกสว่ นประกอบของกล้องโทรทัศน์ได้

3. ยกตวั อยา่ งการใชง้ านกล้องโทรทศั น์ได้

4. ออกแบบวงจรตา่ ง ๆ ท่ีอยู่ในกลอ้ งโทรทัศน์ได้

5. บอกคุณสมบัตขิ องกล้องโทรทศั น์ได้

ดา้ นทักษะและการประยุกตใ์ ช้

1. แกป้ ัญหาสัญญาณเข้า/ออกของกล้องถ่ายโทรทศั น์ได้

2. เลือกใช้งานกล้องโทรทัศน์ได้

ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และ

บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

หนว่ ยการสอนที่ 7 ดา้ นความรู้

ชอ่ื หน่วยการสอน หลักการบนั ทกึ 1. อธบิ ายหลกั การบันทึกสญั ญาณวิดโี อแบบตา่ ง ๆ ได้

สัญญาณโทรทศั น์ 2. บอกผลตอบสนองความถ่ีภาพและความถเี่ สยี งของหวั เทปได้

ดา้ นทักษะและประยกุ ตใ์ ช้

1. บนั ทึกและเพลยแ์ บ็กสญั ญาณภาพสแี ละขาวดาได้

2. แก้ครอสส์ทอล์กสีไดอ้ ยา่ งถูกต้องได้

ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์และ

บรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

1. มีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

หนว่ ยการสอนท่ี 8 ด้านความรู้

ช่ือหน่วยการสอน เคร่อื งวดิ โี อเทป 1. บอกสว่ นประกอบหลกั ของเครื่องวดิ ีเทปได้

2. อธบิ ายหน้าท่ขี องแตล่ ะภาคการทางานของเครื่องวิดีโอได้

ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะการเรยี นรู้

รหสั วิชา 20105 – 2103 ช่ือวิชา ระบบภาพ

จานวนหน่วยกติ 2 หนว่ ยกติ จานวนช่ัวโมงตอ่ สปั ดาห์ 4 ชวั่ โมง รวม 72 ช่ัวโมงตอ่ ภาคเรยี น

หน่วยการสอน สมรรถนะการเรยี นรู้

หน่วยการสอนที่ 8 ดา้ นทักษะและประยกุ ตใ์ ช้

ชอ่ื หน่วยการสอน เครอ่ื งวดิ โี อเทป 1. ควบคมุ การทางานในส่วนใดของเครือ่ งวิดีโอเทปได้
2. จดั ลาดบั หน้าทขี่ องภาคควบคุมระบบการทางานได้
ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะที่พงึ
ประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจ

พอเพยี ง

1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

หน่วยการสอนท่ี 9 ดา้ นความรู้
ชือ่ หน่วยการสอน การตัดต่อ 1. อธิบายความหมายของการตัดตอ่ ได้
2. บอกความจาเปน็ ของการตัดต่อได้

3. จาแนกรูปแบบของการตัดตอ่ ได้

4. แยกแยะความรพู้ ้ืนฐานในการตัดต่อได้

ด้านทกั ษะและการประยกุ ตใ์ ช้

1. แกไ้ ขวดิ ีโอทถ่ี ูกตดั ต่อได้

2. ตัดตอ่ วดิ โี อแบบต่าง ๆ ได้

ดา้ นคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพึง

หนว่ ยการสอนที่ 10 ประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง

1. มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ดา้ นความรู้

ชื่อหน่วยการสอน วดิ โี อคอมแพคดิสก์ 1. อธบิ ายลกั ษณะโดยท่วั ไปของแผ่นดิสก์ได้

2. บอกสัญญาณที่ถูกบนั ทกึ ลงบนแผน่ ดสิ ก์ได้

3. บอกได้ว่าภาพ 1 เฟรม ประกอบไปด้วยสัญญาณ

อะไรบา้ งได้
4. จาแนกคณุ สมบัตแิ ละค่ามาตรฐานของ VCD ได้

ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะการเรียนรู้

รหสั วชิ า 20105 – 2103 ชอื่ วิชา ระบบภาพ

จานวนหน่วยกิต 2 หนว่ ยกิต จานวนชวั่ โมงตอ่ สัปดาห์ 4 ช่วั โมง รวม 72 ชัว่ โมงตอ่ ภาคเรยี น

หน่วยการสอน สมรรถนะการเรียนรู้

หนว่ ยการสอนที่ 10 ดา้ นทกั ษะและการประยกุ ต์ใช้

ชื่อหน่วยการสอน วดิ ีโอคอมแพคดสิ ก์ 1. แก้ไขรายละเอียดท่ีฟุม่ เฟอื ยบนภาพท่เี คล่ือนไหวได้

2. เข้ารหัสภาพเคลือ่ นไหวได้

3. ถอดรหัสภาพในวิดีโอได้

ดา้ นคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์

และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

1. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

หนว่ ยการสอนท่ี 11 ด้านความรู้

ช่อื หน่วยการสอน ระบบสายอากาศ 1. อธิบายความหมายของระบบเอ็มเอทวี ีได้

โทรทศั นร์ วมแบบเอ็มเอทวี ี 2. บอกอุปกรณ์ท่ีใช้ในระบบเอม็ เอทวี ีได้

3. จาแนกหน้าที่ของอปุ กรณ์แตล่ ะตัวในระบบ เอ็มเอทวี ีได้

ด้านทกั ษะและการประยุกตใ์ ช้

1. ออกแบบระบบเอ็มเอทวี ีได้

2. คานวณระดับสญั ญาณแตล่ ะจุดในระบบเอ็มเอทวี ีได้

ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์

และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

หน่วยการสอนที่ 12 ด้านความรู้

ชื่อหน่วยการสอน ระบบสายอากาศ 1. อธิบายความหมายของระบบซเี อทวี ีได้

โทรทัศน์รวมแบบซีเอทีวี 2. บอกอปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นระบบซเี อทีวีได้

3. จาแนกหนา้ ท่ีของอปุ กรณ์แตล่ ะตวั ในระบบซีเอทีวีได้
ด้านทกั ษะและประยุกต์ใช้

1. ออกแบบระบบซเี อทีวีได้

2. คานวณระดบั สญั ญาณแตล่ ะจดุ ในระบบซเี อทวี ีได้

ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะการเรียนรู้

รหัสวิชา 20105 – 2103 ชื่อวชิ า ระบบภาพ

จานวนหน่วยกิต 2 หน่วยกิต จานวนชว่ั โมงตอ่ สปั ดาห์ 4 ชัว่ โมง รวม 72 ช่ัวโมงตอ่ ภาคเรยี น

หน่วยการสอน สมรรถนะการเรียนรู้

หน่วยการสอนที่ 12 ดา้ นคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์
ชื่อหน่วยการสอน ระบบสายอากาศ และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
โทรทศั น์รวมแบบซีเอทีวี 1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์

หนว่ ยการสอนท่ี 13 ด้านความรู้
ช่ือหน่วยการสอน การตดิ ต้ังระบบ MATV 1. อธิบายหลักการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบ MATV
และ CATV และ CATV ได้
2. บอกหลกั การตดิ ต้งั ระบบ MATV และ CATV ได้
หน่วยการสอนที่ 14 ดา้ นทักษะและการประยกุ ต์ใช้
ช่อื หน่วยการสอน ระบบโทรทัศนว์ งจรปดิ 1. แก้ปัญหาต่าง ๆ ของระบบ MATV และ CATV ได้
2. เลือกวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของระบบ MATV และ
CATV ได้
ด้านคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
และบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
1. เห็นคุณค่าของการติดตั้งระบบ MATV และ CATV และ
คานึงถึงการใช้เคร่ืองมอื ในการตดิ ต้ังอยา่ งรอบคอบ
ดา้ นความรู้
1. บอกประเภทของการระวงั ด้วยกล้องโทรทัศนว์ งจรปิดได้
2. อธิบายหลักการเบ้ืองต้นของระบบโทรทศั น์วงจรปิดได้
ด้านทกั ษะและประยุกต์ใช้
1. สาธิตการใช้ระบบโทรทัศน์วงจรปดิ ได้
2. เลอื กอุปกรณ์และหน้าทีท่ ีใ่ ช้ในระบบโทรทศั นว์ งจรปิดได้
ด้านคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์
และบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์

ตารางวเิ คราะหห์ ลักสตู ร

รหสั วชิ า 20105–2103 วิชา ระบบภาพ จานวน 2 หนว่ ยกิต
ช้นั ปวช.2 สาขาวชิ า ช่างอเิ ลก็ ทรอนิกส์ หอ้ ง 1,2,3,4,5

พฤตกิ รรม สมรรถนะการเรยี นรทู้ ่พี ึงประสงค์

ชอื่ หน่วย ความรู้-จา
ความเ ้ขาใจ
การนาไปใ ้ช
การ ิวเคราะ ์ห
การ ัสงเคราะห์
การประเ ิมนค่า
ทักษะ ิพ ัสย
ิจต ิพ ัสย
รวม
จานวนคาบ

1. ภาพและแสงสี 11010121 6 4

2. มาตรฐานระบบโทรทัศน์ 11100021 6 4

3. อปุ กรณ์ในการเช่อื มต่อสัญญาณ 1 1 1 2 0 0 2 1 8 8

4. อุปกรณ์พืน้ ฐานในการถ่ายทา 12120021 9 4
โทรทัศน์

5. กล้องโทรทศั น์ 11110021 7 4

6. หลักการทางานและการใช้งาน 1 1 1 1 0 0 2 1 7 4
กลอ้ งโทรทัศน์

7. หลกั การบันทึกสัญญาณโทรทัศน์ 1 1 1 1 0 0 2 1 7 8

8. เครอ่ื งวิดีโอเทป 11110021 7 4

9. การตดั ต่อ 11110021 7 8

10. วิดีโอคอมแพคดสิ ก์ 11120021 8 8

11. ระบบสายอากาศโทรทัศน์รวม 11110021 7 4
แบบเอม็ เอทวี ี

12. ระบบสายอากาศโทรทศั น์รวม 11110021 7 4
แบบซีเอทีวี

13. การตดิ ตัง้ ระบบเอ็มเอทีวแี ละซี 11110021 7 4
เอทีวี

14. ระบบโทรทศั น์วงจรปิด 11110021 7 4

รวม 14 15 13 16 0 0 28 14 100 72
ลาดับความสาคัญ 4362 0 0 1 5

โครงการสอนหรอื โครงการจดั การเรียนรูแ้ บบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี

และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหัส 20105–2103 วชิ า ระบบภาพ หน่วยกิต 2 หนว่ ยกิต

ระดบั ชั้น ปวช. สาขาวชิ า ชา่ งอิเล็กทรอนิกส์

หน่วยท่ี สปั ดาห์ท่ี ชอ่ื หน่วยการสอน/รายการสอน จานวนช่วั โมง
ทฤษฎี ปฏิบตั ิ

1 1 ภาพและแสงสี 13

2 2 มาตรฐานระบบโทรทัศน์ 13

3 3 อปุ กรณ์ในการเช่ือมต่อสญั ญาณ 26

4 4 อปุ กรณ์พ้นื ฐานในการถ่ายทาโทรทัศน์ 13

5 5 กลอ้ งโทรทัศน์ 13

6 6 หลักการทางานและการใช้งานกลอ้ งโทรทัศน์ 13

7 7 หลกั การบนั ทึกสัญญาณโทรทัศน์ 26

8 8 เครือ่ งวิดีโอเทป 13

9 9 การตดั ต่อ 26

10 10 วิดีโอคอมแพคดิสก์ 26

11 11 ระบบสายอากาศโทรทศั นร์ วมแบบเอ็มเอทวี ี 13

12 12 ระบบสายอากาศโทรทัศนร์ วมแบบซีเอทวี ี 13

13 13 การตดิ ต้งั ระบบเอ็มเอทวี แี ละซีเอทวี ี 13

14 14 ระบบโทรทัศน์วงจรปิด 13

รวม 18 54

รวมท้ังส้นิ 72

1

แผนการจดั การเรียนรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ

และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหัสวิชา 20105-2103 วชิ า ระบบภาพ

หนว่ ยที่ 1 ชื่อหนว่ ย ภาพและแสงสี

ช่ือเรื่อง ภาพและแสงสี จานวน 4 ชัว่ โมง

1. สาระสาคญั

การท่ีคนเรามองเห็นวัตถุหรือสิ่งของต่างๆ และเราสามารถรู้สึกรับรู้ได้ว่าวัตถุนั้นมีรูปร่างลักษณะ

รูปทรงสัณฐานเป็นอย่างไร มีสีสันเป็นสีอะไรน้ัน จะต้องมีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างที่จะทาให้เรารู้สึกอย่าง

นั้นไดอ้ งคป์ ระกอบทีว่ า่ นั้นไดแ้ ก่ แสงสวา่ ง คุณสมบัติของวัตถทุ ี่เรามองเห็น ยา่ นความถี่แสงหรือสเปคตรัมของ

ความถ่แี สงรวมไปถงึ การหักเหของแสงดว้ ย

2. สมรรถนะอาชีพประจาหนว่ ย

ด้านความรู้
1. อธบิ ายการมองเหน็ วัตถขุ องคนเราได้

2. บอกองคป์ ระกอบของการมองเหน็ และองคป์ ระกอบของภาพได้

ดา้ นทกั ษะและการประยกุ ต์ใช้
1. สงั เกตคุณสมบัติของแสงสไี ด้
2. ผสมผสานแสงสีได้

ดา้ นคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง

1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

3.1 จุดประสงค์ทั่วไป

1. เพื่อใหร้ ้แู ละเข้าใจภาพและแสงสี
2. เพ่ือให้มีทักษะในการสงั เกตคณุ สมบัติของแสงสี
3. เพ่ือให้เห็นคณุ ค่าในการผสมผสานแสงสี
4. เพื่อมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
3.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1. อธบิ ายการมองเห็นวัตถุของคนเราได้
2. บอกองคป์ ระกอบของการมองเหน็ และองคป์ ระกอบของภาพได้
3. สังเกตคณุ สมบัติของแสงสีได้
4. ผสมผสานแสงสีได้

2

5. มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
1. การมองเหน็
2. องค์ประกอบของการมองเหน็
3. การมองเหน็ ภาพขาว – ดา
4. องค์ประกอบของภาพขาว – ดา
5. ความเฉือ่ ยของตา
6. แสงสี
7. รงั สแี ละลาแสง
8. กฎการหกั เหของแสง
9. การผสมแสงสี

4.2 ดา้ นทกั ษะหรือปฏบิ ัติ
1. แบบทดสอบบทที่ 1

4.3 ดา้ นคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. นาความรู้เร่อื งภาพและแสงสีไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวนั ได้

5. กิจกรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้

ขน้ั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมครู ข้นั ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของผ้เู รยี น

ขัน้ เตรียม(จานวน 30 นาที) ข้ันเตรียม(จานวน 30 นาที )

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 1. ผู้เรียนเตรียมหนังสือและฟังผู้สอนแนะนา

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลท่ีใช้ รายวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลที่ใช้

กบั วิชา ระบบภาพ กับวิชา ระบบภาพ

2. ผู้สอนช้ีแจงเรื่องท่ีจะศึกษาและจุดประสงค์ 2. ผู้เรียนฟังผู้สอนช้ีแจงเร่ืองที่จะศึกษาและ
เชงิ พฤติกรรมประจาหน่วยที่ 1 เรื่อง ภาพและแสงสี จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาหน่วยที่ 1 เร่ือง

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน ภาพและแสงสี

หนว่ ยที่ 1 3. ผู้เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยท่ี 1

3

ขั้นตอนการสอนหรอื กิจกรรมครู ข้ันตอนการเรียนหรือกิจกรรมของผู้เรยี น

ข้นั การสอน(จานวน 150 นาที) ข้นั การสอน(จานวน 150 นาที)

1. ผู้สอนเปิดงานนาเสนอวิชาระบบภาพหน่วย 1. ผู้เรียนฟังงานนาเสนอวิชาระบบภาพหน่วย

ที่ 1 เรื่อง ภาพและแสงสี ที่ 1 เร่อื ง ภาพและแสงสี

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชาระบบ 2. ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชาระบบภาพ

ภาพหน่วยท่ี 1 เรื่อง ภาพและแสงสีและอธิบาย หน่วยที่ 1 ภาพและแสงสีและฟังผู้สอนอธิบาย

เน้อื หาใหผ้ เู้ รยี นฟัง เนื้อหา

ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รียนทาใบงานท่ี 1 ภาพและแสงสี 3. ผู้เรียนทาใบงานที่ 1 ภาพและแสงสี

ข้ันสรปุ (จานวน 60 นาท)ี ข้ันสรุป(จานวน 60 นาท)ี

1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเน้ือในหน่วย 1. ผูเ้ รยี นและผู้สอนรว่ มกันสรปุ เน้อื หาในหน่วย

เรยี นที่ 1 เรอ่ื ง ภาพและแสงสี เรยี นท่ี 1 เร่อื ง ภาพและแสงสี

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน 1. ผูเ้ รยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยท่ี 1

หน่วยที่ 1

6. สอ่ื การเรยี นการสอน/การเรยี นรู้

6.1 สื่อสงิ่ พิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า ระบบภาพ
2. ใบความรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ภาพและแสงสี
3. ใบงานที่ 1 ภาพและแสงสี
4. แบบทดสอบบทที่ 1 สรปุ และประเมินผล ข้อ 2

6.2 ส่ือโสตทศั น์
1. Power Point เรื่อง ภาพและแสงสี

6.3 สือ่ ของจริง

7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรยี นรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา

1. ห้องสมดุ วิทยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดนิ
2. หอ้ งอินเตอร์เนต็ วทิ ยาลยั การอาชพี สวา่ งแดนดนิ

7.2 ภายนอกสถานศึกษา

1. ห้องสมดุ เฉลิมพระเกียรติอาเภอสวา่ งแดนดิน
2. หอ้ งสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกุมารอี าเภอสวา่ งแดนดนิ

4

8. งานท่ีมอบหมาย

8.1 กอ่ นเรยี น
1. ผเู้ รียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

8.2 ขณะเรียน
1. ศกึ ษาเนื้อหา ในบทที่ 1 เรื่อง ภาพและแสงสี
2. รายงานผลหนา้ ชน้ั เรียน
3. ปฏิบตั ิใบปฏิบัติงานท่ี 1 เรอ่ื ง ภาพและแสงสี
4. สรปุ ผลการทดลอง

8.3 หลงั เรยี น
1. ทาแบบฝึกหดั บทที่ 1

9. ผลงาน/ชิน้ งาน ที่เกดิ จากการเรยี นรู้ของผูเ้ รียน

1. แบบฝกึ หดั บทท่ี 1 ใบปฏบิ ตั งิ านที่ 1
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอา้ งอิง

1. ไชยวฒั น์ วงศ์สมศรี. ระบบภาพ: ศนู ย์ส่งเสริมอาชวี ะ

11. การบรู ณาการ/ความสมั พันธก์ ับรายวิชาอื่น

1. บูรณาการกบั วิชาสายสง่ และสาอากาศ
2. บูรณาการกับวิชาอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร

12. หลกั การประเมินผลการเรยี น

12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจผลงานตามใบปฏิบัตงิ านท่ี 1
2. สงั เกตการปฏบิ ตั ิงาน

12.2 ขณะเรยี น
-

12.3 หลังเรยี น
1. ตรวจแบบฝกึ หัด บทท่ี 1
2. ตรวจแบบแบบฝึกหัดผลการเรียนรู้

5

13. รายละเอียดการประเมินผลการเรยี น

จุดประสงคข์ อ้ ท่ี 1 อธิบายการมองเห็นวตั ถขุ องคนเราได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถอธบิ ายการมองเหน็ วัตถขุ องคนเราได้ 2 คะแนน
4. เกณฑ์การผา่ น : อธิบายการมองเห็นวตั ถุของคนเราได้ ได้คะแนน 2 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อที่ 2 บอกองคป์ ระกอบของการมองเหน็ และองคป์ ระกอบของภาพได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกองค์ประกอบของการมองเห็นและองค์ประกอบของภาพได้ 2 คะแนน
4. เกณฑ์การผา่ น : ไดค้ ะแนน 2 คะแนน
จุดประสงค์ข้อท่ี 3 สังเกตคณุ สมบตั ิของแสงสีได้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สงั เกตคณุ สมบตั ิของแสงสีได้ 1 คะแนน
4. เกณฑ์การผา่ น : ไดค้ ะแนน 1 คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ที่ 4 ผสมผสานแสงสีได้
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : ผสมผสานแสงสีได้ จานวน 2 คะแนน
4. เกณฑ์การผา่ น : ไดค้ ะแนน 2 คะแนน

14. แบบทดสอบก่อนเรยี น

หนว่ ยการสอนที่ ชื่อหนว่ ยการสอน
วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

หนว่ ยการสอนท่ี 1 ชอ่ื หน่วยการสอน
วัตถุประสงค์ เพอื่

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

6

16. ใบความร้ทู ี่ 1

หนว่ ยการสอนที่ 1 ชอื่ หนว่ ยการสอน ภาพและแสงสี
หวั ข้อเรื่อง ภาพและแสงสี
1.1 การมองเหน็

การท่ีคนเรามองเห็นส่ิงต่างๆ รอบตัวเราน้ันเกิดขึ้นได้เน่ืองจาก มีแสงพุ่งออกมาจากสิ่งของท่ีเรา
มองเห็นมาเข้าตาเรา ซ่ึงแสงสว่างน้ันมีคุณสมบัติเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 780
nm ถึง 380 nm ( nm = นาโนเมตร, 1 nm = 1 ในพันล้านเมตรหรือเท่ากับ 10 อังสตรอม ) ซึ่งผ่าน
ความถ่ีนี้ประสาทตาของคนเราเกิดความรู้สึกมองเห็นได้ปริมาณความเข้มของแสงที่พุ่งออกมาจากส่วนต่างๆ
ของภาพนั้นจะไม่เท่ากัน จึงทาให้ตาเรามองเห็นเป็นรูปขอบเขต เป็นสัดส่วนหรือเป็นรูปทรงสัณฐาน ซึ่ง
เรียกว่าภาพ ถ้าบริเวณใดที่มีแสงพุ่งออกมาด้วยปริมาณท่ีเท่ากันทั้งหมด ตาจะมองเห็นบริเวณเป็นพื้นท่ีว่าง
เปลา่ ไม่มภี าพปรากฏ

1.2 องคป์ ระกอบของการมองเห็น

องค์ประกอบของการมองเห็น การที่คนเราจะมองเห็นส่ิงใดๆ น้ันจะต้องประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ
ดงั ต่อไปน้ี

1. แสงสวา่ ง
2. วตั ถุหรือสิง่ ของที่จะมอง
3. ดวงตา
การท่ีเรามองเห็น โต๊ะ เก้าอี้ ต้นไม้ ฯลฯ ในเวลากลางวันน้ันก็เพราะดวงอาทิตย์เป็นต้นกาเนิดแสง
แสงจากดวงอาทิตย์พุ่งไปกระทบกับวัตถุในทางตรงกันข้ามแล้วถ้าเป็นเวลากลางคืนและ ไม่มีแสงสว่างจาก
แหล่งใดเลย เรากจ็ ะไมส่ ามารถมองเหน็ วัตถใุ ด ๆ ได้เลย

1.3 การมองเหน็ ภาพขาว-ดา

แสงขาวนี้เราจะมองเห็นจากดวงอาทิตย์หรือหลอดไฟน้ัน จะประกอบไปด้วยความท่ีแตกค่างตั้งแต่
ความยาวคลนื่ 780 nm ถงึ 380 nm

ผลรวมของความถ่ีทั้งหมดนั้นทาให้ประสาทเกิดความรู้สึกมองเห็นเป็นแสงสีขาว ถือว่าเป็นแสงที่มี
ความเข้มของแสงสูงสุด (ความเข้ม 100%) และเห็นเป็นสีเทาเม่ือปริมาณความเข้มของแสงลดลง และลดลง
เรื่อย ๆ จนเหน็ เป็นสดี าเมอื่ ไมม่ ีแสงพุ่งมาเขา้ ตาเรา

1.4 ส่วนประกอบของภาพขาว-ดา

จากรูปให้สังเกตภาพขาวดาต่อไปนี้ถ้าพิจารณาให้ถ่องแท้แล้วภาพเหล่าน้ีประกอบข้ึนด้วยจุดกลม
ขนาดเลก็ หลายๆจดจานวนมากมายวางเรยี งกัน

7

จากการสังเกตจะเห็นว่า ยิ่งจุดมีจานวนมากขึ้นทาให้ภาพนั้นดูงามดี เป็นภาพท่ีมีความคมชัดเจน
แจม่ ใสแตเ่ มื่อภาพนัน้ ประกอบด้วยจุดจานวนน้อยลง ความเป็นภาพคนก็ยง่ิ ไมช่ ดั

1.5 ความเฉ่ือยของตา

ความเฉ่ือยของดวงตาหรือ เปอร์ซิสเต็นซ์ (Persistence) หมายถึงการที่เรามองเห็นส่ิงใด ๆ ส่ิงหน่ึง
แล้ว เมื่อสิ่งนั้นผ่านไปแล้วเรายังเห็นส่ิงน้ันอยู่ชั่วครู่หนึ่งสาเหตุที่เรายังมองเห็นภาพอยู่ทั้ง ๆ ท่ี ส่ิงน้ันผ่านไป
แลว้ ทีเ่ ปน็ เช่นนเี้ พราะความเฉอื่ ยช้าของตาของเรา

จากลกั ษณะสมบตั ิของความเฉ่ือยของตานี้ไดน้ าไปใช้ในการสร้างภาพยนตร์เมื่อเราดูภาพยนตร์คือเรา
ดูภาพน่ิงน้ันเอง แต่เป็นภาพน่ิงที่มีการต่อเน่ืองกันเมื่อให้ภาพนั้นเคลื่อนที่เร็ว ๆ เราจะเห็นภาพน้ันมีอาการ
เคลอ่ื นไหวได้ ปกตภิ าพยนตรจ์ ะให้ภาพเคล่ือนผา่ นหนา้ เครื่องฉายประมาณ 24 ภาพ เฟรม (Frame) ต่อวนิ าที

การเคล่ือนท่ีต่อเน่ืองกันและมีความเร็วพอเหมาะ ตาหรือสมองของคนเราไม่สามารถลืมภาพก่อน
หน้าหรือ ภาพหลงั ได้ จึงทาใหเ้ หน็ เป็นภาพน้นั เคล่ือนไหวได้จากท่ีกลา่ วมาแลว้ นน้ั แสดงว่าตาของเรามันมายา
(elision)
1.6 แสงสี

แสงเป็นพลังงานรูปหน่ึงที่นัยน์ตามองเหน็ ได้ มีลักษณะเปน็ คลื่นแม่เหล็กไฟฟา้ เดินทางเป็นเส้นตรง
ดว้ ยความเรว็ ประมาณ 3 × 1010 ชม./ วนิ าที หรอื 3 × 108 เมตร/ วนิ าที

16.1 แสง มแี หล่งกาเนดิ 2 แหล่ง คือ
1. เกิดจากธรรมชาติ เชน่ ดวงอาทิตย์ ดาวฤกษ์
2. เกดิ จากการประดษิ ฐ์ เช่น ไฟฟ้า ความรอ้ น เคมี พลงั งานกล
แต่ถา้ จะแบ่งแสงตามลกั ษณะความยาวคล่นื จะแบง่ ได้ 2 ประเภท คือ
ก. แสงเอกพันธ์ (Homogeneous light) คือแสงที่มีความยาวคลื่นขนาดเดียวอยู่ใน
แสงนัน้ และมเี พียงสเี ดียว เช่น แสงทีเ่ กดิ จากการเผาโลหะโซเดียม จะมีสีเหลือง
ข. แสงววิ ิธพนั ธ์ (Non – homogeneous light) คอื แสงท่ีมคี วามยาวคลื่นขนาดต่าง
ๆ กันหลายขนาดมาผสมกัน เกิดเป็นแสงสีใดสีหนึ่ง เช่นแสงขาวจากดวงอาทิตย์
แสงไฟฟา้

1.7 รงั สี และลาแสง

1.7.1 รังสี (Rays) คือแนวหน่ึง ๆ ที่กระจายออกมาจากแหล่งกาเนิดแสง เขียนแทนด้วยเส้นตรง
ลูกศรแสดงทศิ ทาง

1.7.2.1 ชนดิ ของลาแสง ลาแสงมี 3 ชนดิ คอื
ก. ลาแสงขนาน (Parallel Beam) คือลาแสงท่ีเมื่อออกจากแหล่งกาเนดิ แล้วปลายเป็น
ลาขนานกันตลอด ลาแสงชนดิ นี้มีแหล่งกาเนิดไกลมาก เชน่ แสงอาทิตย์
ข. ลาแสงปลายตีบ (Convergent Beam) คือลาแสงท่ีเมื่ออกจากแหล่งกาเนิดแล้วจะ
มีปลายรวมเข้าหากัน ลาแสงท่ผี า่ นออกจากเลนสน์ ูนหรือทีส่ ะทอ้ นมาจากกระจกเว้า

8

ค. ลาแสงปลายบาน (Divergent Beam) คือ ลาแสงทเ่ี มื่อออกจากแหลง่ กาเนิดแสง
แล้วจะกระจายบานออก เช่น แสงจากดวงไฟ จากเทียนไข หรือแสงที่ผ่านเลนส์เว้า
หรือที่สะทอ้ นออกมาจากกระจกนนู

ตาแหน่งท่เี หมาะสมจะกระจายเปน็ สีตา่ ง ๆ อย่างสรี งุ้ เรียกแสงสตี า่ ง ๆ ว่า “สเปคตรัม” (Spectrum)
สเปคตรัมของแสงอาทิตย์ (Solar Spectrum) คือแถบสีต่าง ๆ ที่เกิดจากการหักเหและกระจายของ
แสงอาทิตย์ โดยประกอบด้วยสี7 สี คือ ม่วง (Violet), คราม(Indigo), น้าเงิน(Blue), เขียว(Green), เหลือง
(Yellow), สม้ (Orange), และแดง(Red)

จากภาพจะเห็นได้ว่าแสงสีแดงหักเหน้อยที่สุด แสงสีม่วงหักเหมากที่สุด ทั้งนี้เน่ืองจากแสงสีแดงมี
ความยาวคลื่นยาวทีส่ ุด สว่ นแสงสีม่วงมีความยาวคลนื่ ส้ันจึงหักเหมากทส่ี ดุ
ตารางที่ 1.1 แสดงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งแสงสีและความยาวคล่ืน (1 นาโนเมตร = 10-9 เมตร)

แสงสี ความยาวคล่นื (นาโนเมตร)
ม่วง 380 ถงึ 425
นา้ เงิน 425 ถงึ 480
เขยี ว 480 ถงึ 570
เหลือง 570 ถึง 590
สม้ 590 ถึง 610
แดง 610 ถึง 720
แสงสีม่วงถึงแสงสีแดงเป็นแสงที่มีความยาวคลื่นเหมาะสม (380 – 720 nm) ซึ่งกระตุ้นประสาทตา
เกิดความรู้สึกในการมองเห็นได้ แสงท่ีมีความยาวคล่ืนสั้นหรือยาวกว่าน้ีไม่จัดเป็นแสงเนื่องจากไม่ทาให้
ประสาทตารสู้ กึ มองเห็นได้ เช่น รงั สีอัลตราไวโอเลต หรอื รงั สีอินฟาเรด เป็นต้น
จากกราฟจะพบวา่ แสงสีเหลืองมีความเข้มข้นมากท่ีสดุ แตจ่ าการทดลองพบว่าแสงสเี ขยี วแกมเหลือง
เปน็ แสงท่ีทาใหป้ ระสาทตารู้สึกไดท้ สี่ ุดในบรรดาแสงสตี ่าง ๆ ท่ีมคี วามเข้มขน้ เท่ากนั

1.8 กฎการหกั เหของแสง (Law of Reflection)
1. เมื่อรงั สีของแสงผ่านจากตัวท่ีมคี วามหนาแนน่ น้อย เข้าสู่ตวั กลางทม่ี คี วามหนาแน่นมากกวา่ แสงจะ

หักเหขา้ สู่เส้นปกติ
2. เมอ่ื รังสีของแสงผา่ นตัวกลางทมี่ ีความหนาแนน่ มาก เขา้ สตู่ วั กลางทม่ี ีความหนาแน่นน้อย แสงจะ

หักเหออกจากเส้นปกติ
3. เม่ือแสงตกกระทบวัตถุทมี่ ีผวิ มันเรยี บ ลาแสงจะเกิดการสะทอ้ นดว้ ยลักษณะมุมตกกระทบเท่ากับ

มุมสะท้อน
ตารางท่ี 1.2 ค่าดัชนีหกั เหของสารตา่ ง ๆ สาหรับแสงความยาวคลน่ื 589.3 นาโนเมตร

9

สาร คา่ ดัชนีท่ีหักเห

เพชร 2.417

แกว้ 1.517

นา้ แขง็ 1.310

เอทลิ แอลกอฮอลท์ ี่ 20o ช 1.360

น้าที่ 20o ช 1.333

อากาศ 1.000293

การหักเหเม่ือผ่านตวั ตา่ งชนดิ กันจะเกดิ การสะท้อนและการหักเห โดยมมี ุมตกเทา่ กบั มมุ สะทอ้ นและ

มมุ หกั เหซึ่งจะเกิดขน้ึ ใหญห่ รือเล็กว่ามุมตกกระทบน้ันจะขึ้นอย่กู ับคุณสมบัติอยา่ งหนึ่งของตัวกลางท่ีเรยี กวา่

“ดชั นีหักเห” ถ้าลาแสงตกกระทบในตัวกลางทีม่ ีค่าดัชนหี ักเหน้อยกว่า มมุ หักเหท่ไี ดจ้ ะเลก็ กวา่ มมุ ตกกระทบ

ในทานองเดยี วกันถ้าลาแสงตกกระทบอยู่ในตัวกลางทมี่ ดี ชั นีหักเหเหมาะกว่า มมุ หกั เหท่ไี ดจ้ ะโตกวา่ มุมตก

กระทบ

1.9 การผสมแสงสี (Addition of Colors)

แสงที่ไมส่ ามารถผสมขึ้นมาจากแสงอืน่ ได้ ได้แก่ สีแดง (Red) สเี ขยี ว(Green) และสนี า้ เงิน(Blue)

บางทเี ราเรียกแสงเหลา่ นี้ว่า “แมส่ บี วก” หรอื แสงสีปฐมภูมิ (Primary colors of light) เพราะเม่ือนาแสงสี

ทั้งสามจานวนเท่า ๆ กันมาผสมกัน จะเกิดเป็นแสงขาว

1.9.1 แสงทุตยิ ภูมิ (secondary colors of light) คอื แสงท่ีเกิดจากการนาแสงสีปฐมภูมิคู่ใดค่หู น่ึง

ผสมกัน ได้แก่ แสงสีแดงมว่ ง (Magenta) สเี หลือง (Yellow) และน้าเงนิ เขยี ว (ฟา้ ) (Cyan)

สีแดง + สีน้าเงิน สแี ดงมว่ ง

สแี ดง + สเี ขยี ว สีเหลือง

สเี ขยี ว + สีน้าเงิน สีน้าเงินเขียว

1.9.2 แสงสีเตมิ เตม็ (Complementary Colors of light) คือคแู่ สงทีผ่ สมกันแล้วให้แสงขาว

10

หนว่ ยการสอนท่ี 17. ใบงานท่ี 1
หวั ข้อเรือ่ ง
ชื่อหน่วยการสอน

18. แบบประเมินผล

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

19. แบบฝึกหดั

.................................................................................................................................................................................................

11

20. บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชพี และบูรณาการตามหลกั

ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

20.1 สรปุ ผลการจัดการเรียนรู้

รายการ ระดับการปฏบิ ัติ
54321

ด้านการเตรยี มการสอน

1.จัดหนว่ ยการเรยี นรไู้ ดส้ อดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์การเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมทงั้ ด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านจิตพิสยั

3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ ส่อื นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนร้กู อ่ นเขา้ สอน

ดา้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

4. มีวิธีการนาเข้าสบู่ ทเรียนทนี่ ่าสนใจ

5. มีกิจกรรมทหี่ ลากหลาย เพื่อชว่ ยให้ผูเ้ รยี นเกิดการเรียนรู้ ความเขา้ ใจ

6. จัดกิจกรรมท่สี ่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นค้นคว้าเพื่อหาคาตอบดว้ ยตนเอง

7. นักเรยี นมีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

8. จดั กจิ กรรมทเี่ น้นกระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ เู้ รียนแสดงความคิดเห็นอยา่ งเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีเช่ือมโยงกับชีวิตจริงโดยนาภมู ปิ ญั ญา/บรู ณาการเข้ามามีสว่ นร่วม

11. จดั กจิ กรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม

12. มีการเสริมแรงเมอื่ นักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถกู ตอ้ ง

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รยี น

14. เอาใจใสด่ ูแลผเู้ รียน อย่างทวั่ ถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่กี าหนด

ดา้ นสื่อ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้

16. ใชส้ ื่อทีเ่ หมาะสมกบั กจิ กรรมและศักยภาพของผูเ้ รยี น

17. ใช้สือ่ แหลง่ การเรียนรูอ้ ยา่ งหลากหลาย เช่น บุคคล สถานที่ ของจริง เอกสารสื่อ

อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และอินเทอรเ์ นต็ เป็นต้น

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน

14. เอาใจใส่ดูแลผเู้ รยี น อย่างทว่ั ถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่กี าหนด

ดา้ นการวดั และประเมินผล

18. ผเู้ รยี นมสี ่วนรว่ มในการกาหนดเกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้งั ดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ัย

20. ครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง หรอื ผทู้ ่เี ก่ียวข้องมสี ว่ นรว่ ม ในการประเมนิ

หมายเหตุ ระดบั การปฏบิ ตั ิ 5 = ปฏิบัตดิ เี ยี่ยม 4 = ปฏบิ ตั ิดี 3 = ปฏบิ ัติพอใช้ 2 รวม

= ควรปรับปรุง 1 = ไม่มกี ารปฏบิ ตั ิ เฉลยี่

12

20.2 ปญั หาท่ีพบ และแนวทางแกป้ ัญหา

ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ัญหา

ด้านการเตรยี มการสอน

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นส่อื นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านการวดั ประเมนิ ผล

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบุเป็นขอ้ ๆ)

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ลงช่ือ ........................................................................ ครผู ู้สอน
(นายปฏิพาน สีนาบุญ)
ตาแหนง่ ครู

............../.................................../....................

21. บันทึกการนิเทศและตดิ ตาม 13
ชอื่ -สกุล ผนู้ เิ ทศ ตาแหนง่
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม

14

แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมุง่ เนน้ สมรรถนะอาชพี

และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหัสวิชา 20105-2103 วิชา ระบบภาพ

หน่วยท่ี 2 ช่ือหน่วย มาตรฐานระบบโทรทัศน์

ช่อื เรือ่ ง มาตรฐานระบบโทรทัศน์ จานวน 4 ช่วั โมง

1. สาระสาคญั
เคร่ืองรับโทรททัศน์เป็นปจั จัยหนึ่งท่มี ีอิทธิพลต่อการดารงชีพของมนษุ ย์ในยุดปัจจุบันเพราะเป็นสงิ่ ให้

ท้ังสาระความรู้ความบันเทิง ฉะน้ันการที่เราจะสามารถใช้งานเคร่ืองรับโทรทัศนแ์ ละอุปกรณ์ประกอบนัน้ เรา
จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับข้อกาหนดหรือมาตรฐานของระบบโทรทัศน์แต่ละระบ บซึ่งแต่ละระบบก็มี
ข้อกาหนดทีแ่ ตกต่างกันออกไป

2. สมรรถนะอาชพี ประจาหน่วย
ดา้ นความรู้
1. บอกมาตรฐานของระบบโทรทัศน์ 3 ระบบได้
2. อธิบายขอ้ กาหนดตา่ ง ๆ ของมาตรฐานสง่ สญั ญาณโทรทัศน์ได้
ดา้ นทกั ษะและการประยกุ ต์ใช้
1. ผลติ ค่าความถต่ี ่าง ๆ ของการสง่ สัญญาณโทรทัศน์ได้
2. สาธติ รายละเอียดของการสง่ สัญญาณโทรทศั น์ได้
ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ

พอเพียง
1. มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป

1. เพือ่ ใหร้ ูแ้ ละเขา้ ใจมาตรฐานของระบบโทรทัศน์
2. เพื่อให้มีทักษะในการสาธิตรายละเอียดของการสง่ สญั ญาณโทรทัศน์
3. เพ่ือใหเ้ ห็นคุณคา่ ในการยอมรบั ข้อกาหนดเกีย่ วกับระบบโทรทัศน์
4. เพ่ือมคี ุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม

1. บอกมาตรฐานของระบบโทรทัศน์ 3 ระบบได้
2. อธิบายขอ้ กาหนดต่าง ๆ ของมาตรฐานสง่ สญั ญาณโทรทัศน์ได้

15

3. ผลิตคา่ ความถ่ตี า่ ง ๆ ของการส่งสัญญาณโทรทศั น์ได้
4. สาธิตรายละเอียดของการส่งสัญญาณโทรทัศน์ได้
5. มีคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

4. เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
1. มาตรฐานการส่งสัญญาณโทรทัศน์ออกอากาศ
2. ยา่ นความถม่ี าตรฐานในการส่งสัญญาณโทรทัศน์
3. มาตรฐานการสง่ สญั ญาณโทรทัศน์ระบบต่าง ๆ
4. รายละเอยี ดของการส่งสญั ญาณโทรทศั น์
5. ขอ้ กาหนดเกี่ยวกับระบบโทรทัศน์
6. มาตรฐานระบบโทรทัศน์
7. ย่านความถี่ในการส่งสญั ญาณโทรทศั น์ ของแตล่ ะประเทศ

4.2 ด้านทักษะหรือปฏิบตั ิ
1. แบบทดสอบบทที่ 2

4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1. นาความรเู้ รอ่ื งมาตรฐานระบบโทรทศั น์ไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้

5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรอื การเรยี นรู้

ขน้ั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมครู ข้ันตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของผเู้ รียน

ขน้ั เตรียม(จานวน 30 นาท)ี ข้ันเตรยี ม(จานวน 30 นาที )

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 1. ผู้เรียนเตรียมหนังสือและฟังผู้สอนแนะนา

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลท่ีใช้ รายวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลที่ใช้

กับวิชา ระบบภาพ กับวชิ า ระบบภาพ

2. ผู้สอนช้ีแจงเรื่องท่ีจะศึกษาและจุดประสงค์ 2. ผู้เรียนฟังผู้สอนช้ีแจงเรื่องที่จะศึกษาและ

เชิงพฤติกรรมประจาหน่วยท่ี 2 เร่ือง มาตรฐาน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาหน่วยที่ 2 เร่ือง

ระบบโทรทัศน์ มาตรฐานระบบโทรทศั น์

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน 3. ผเู้ รยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยที่ 2

หน่วยที่ 2

16

ขนั้ ตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ขัน้ ตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของผ้เู รียน

ขน้ั การสอน(จานวน 150 นาท)ี ขั้นการสอน(จานวน 150 นาท)ี

1. ผู้สอนเปิดงานนาเสนอวิชาระบบภาพหนว่ ย 1. ผู้เรียนฟังงานนาเสนอวิชาระบบภาพหน่วย

ท่ี 2 เร่ือง มาตรฐานระบบโทรทศั น์ ที่ 2 เรือ่ ง มาตรฐานระบบโทรทศั น์

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชาระบบ 2. ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชาระบบภาพ

ภาพหน่วยท่ี 2 เรื่อง มาตรฐานระบบโทรทัศน์และ หน่วยที่ 2 มาตรฐานระบบโทรทัศน์และฟังผู้สอน

อธิบายเนอื้ หาให้ผเู้ รยี นฟงั อธิบายเน้อื หา

ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาใบงานท่ี 2 มาตรฐานระบบ 3. ผ้เู รียนทาใบงานที่ 2 มาตรฐานระบบ

โทรทศั น์ โทรทัศน์

ขน้ั สรปุ (จานวน 60 นาที) ข้นั สรปุ (จานวน 60 นาที)

1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเน้ือในหน่วย 1. ผเู้ รียนและผู้สอนร่วมกนั สรุปเน้อื หาในหนว่ ย

เรยี นที่ 2 เร่อื ง มาตรฐานระบบโทรทัศน์ เรยี นท่ี 2 เรอ่ื ง มาตรฐานระบบโทรทัศน์

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน 1. ผ้เู รยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยท่ี 2

หน่วยที่ 2

6. สอ่ื การเรียนการสอน/การเรียนรู้

6.1 สอ่ื สิง่ พิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา ระบบภาพ
2. ใบความรู้ที่ 2 เร่อื ง มาตรฐานระบบโทรทศั น์
3. ใบงานที่ 2 มาตรฐานระบบโทรทศั น์
4. แบบทดสอบบทที่ 2 สรุปและประเมนิ ผล ข้อ 2

6.2 สอ่ื โสตทัศน์
1. Power Point เร่ือง มาตรฐานระบบโทรทัศน์

6.3 สื่อของจริง

7. แหล่งการเรียนการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. ห้องสมดุ วิทยาลัยการอาชีพสว่างแดนดิน
2. หอ้ งอนิ เตอร์เน็ตวิทยาลยั การอาชพี สวา่ งแดนดิน

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมุดเฉลิมพระเกยี รติอาเภอสว่างแดนดนิ

17

2. ห้องสมดุ ประชาชนเฉลิมราชกุมารอี าเภอสวา่ งแดนดนิ

8. งานท่ีมอบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
1. ผู้เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน

8.2 ขณะเรียน
1. ศกึ ษาเน้ือหา ในบทที่ 2 เรื่อง มาตรฐานระบบโทรทศั น์
2. รายงานผลหนา้ ชนั้ เรียน
3. ปฏบิ ตั ใิ บปฏิบัตงิ านที่ 2 เรอื่ ง มาตรฐานระบบโทรทศั น์
4. สรุปผลการทดลอง

8.3 หลังเรียน
1. ทาแบบฝึกหัดบทที่ 2

9. ผลงาน/ช้นิ งาน ที่เกดิ จากการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น

1. แบบฝกึ หดั บทท่ี 2 ใบปฏิบตั ิงานท่ี 2
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอ้างอิง

1. ไชยวัฒน์ วงศส์ มศรี. ระบบภาพ: ศนู ย์ส่งเสรมิ อาชวี ะ

11. การบูรณาการ/ความสัมพันธ์กบั รายวชิ าอ่นื

1. บูรณาการกบั วิชาสายสง่ และสาอากาศ
2. บรู ณาการกับวชิ าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร

12. หลกั การประเมินผลการเรยี น

12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจผลงานตามใบปฏิบตั ิงานที่ 2
2. สงั เกตการปฏบิ ตั งิ าน

12.2 ขณะเรยี น
-

12.3 หลงั เรยี น
1. ตรวจแบบฝกึ หดั บทท่ี 2
2. ตรวจแบบแบบฝึกหดั ผลการเรียนรู้

18

13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 บอกมาตรฐานของระบบโทรทศั น์ 3 ระบบได้

1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกมาตรฐานของระบบโทรทศั น์ 3 ระบบได้ 2 คะแนน
4. เกณฑ์การผ่าน : บอกมาตรฐานของระบบโทรทัศน์ 3 ระบบได้ ไดค้ ะแนน 2 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 2 อธบิ ายข้อกาหนดตา่ ง ๆ ของมาตรฐานส่งสญั ญาณโทรทศั น์ได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : อธบิ ายขอ้ กาหนดต่าง ๆ ของมาตรฐานสง่ สญั ญาณโทรทศั น์ได้ 2 คะแนน
4. เกณฑ์การผา่ น : ไดค้ ะแนน 2 คะแนน
จุดประสงคข์ อ้ ท่ี 3 ผลิตคา่ ความถต่ี ่าง ๆ ของการส่งสัญญาณโทรทัศน์ได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : ผลิตคา่ ความถี่ตา่ ง ๆ ของการส่งสัญญาณโทรทศั น์ได้ 1 คะแนน
4. เกณฑ์การผา่ น : ได้คะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อที่ 4 สาธติ รายละเอยี ดของการส่งสัญญาณโทรทัศน์ได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สาธิตรายละเอยี ดของการส่งสัญญาณโทรทศั น์ได้ จานวน 2 คะแนน
4. เกณฑ์การผ่าน : ไดค้ ะแนน 2 คะแนน

19

14. แบบทดสอบกอ่ นเรียน

หนว่ ยการสอนท่ี ชือ่ หนว่ ยการสอน
วัตถุประสงค์ เพ่อื

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

15. แบบทดสอบหลงั เรยี น

หนว่ ยการสอนที่ 1 ช่ือหน่วยการสอน
วัตถปุ ระสงค์ เพอื่

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

20

16. ใบความรูท้ ่ี 2

หน่วยการสอนที่ 2 ชอ่ื หน่วยการสอน มาตรฐานระบบโทรทัศน์
หัวข้อเรอ่ื ง มาตรฐานระบบโทรทศั น์
2.1 มาตรฐานในการสง่ สัญญาณโทรทศั นอ์ อกอากาศ

มาตรฐานของระบบโทรทัศน์เป็นสิ่งท่ีเราควรทราบในการรับชมรายการโทรทัศน์ หรือวีดีโอหรอื ใช้ใน
การตัดต่อ เนื่องจากแต่ละระบบมีความแตกต่างกัน เราจึงต้องทาความเข้าใจให้ถูกต้องระบบโทรทัศน์น้ันมี
หลายระบบ เช่น NTSC, PAL, SECAM, CCIR, OIRT เป็นต้น ซึ่งแต่ละระบบก็มีข้อแตกต่างกันหลาย
ประการ

มาตรฐานในการส่งออกอากาศของสัญญาณวิดีโอที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีอยู่ 3 ระบบซึ่งแบ่งไปตาม
ภมู ิภาคต่าง ๆ ของโลก แบ่งตามกลองโทรทัศนแ์ ละอปุ กรณ์ต่าง ๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั วดิ ีโอ ซึ่งระบบมดี ังน้ี

2.1.1 ระบบเอน็ ทีเอสซี (NTSC)

ระบบ NTSC (National Television System Committee) เป็นระบบโทรทัศน์ที่ได้รับ

ความนิยมมากอีกระบบหนึ่ง มีความคมชัดสู้ระบบ PAL ไม่ได้แต่การเคล่ือนไหวราบร่ืนและสวยงามกว่าระบบ

PAL การแสดงผล Frame Rate อยู่ที่ 30 Frame/S เป็นที่นิยมในกลุ่มประเทศอเมริกา และประเทศ

ญี่ปุ่น

คุณลักษณะท่ีสาคัญของระบบเอน็ ทเี อสซี (NTSC) มาตรฐานเอฟซีซี

1. ความกว้างของช่อง (Channel Band Width) = 6 MHz

2. ความกว้างของความถี่ภาพ (Upper Side and) = 4.2 MHz

3. ความกวา้ งของ Vestigial Side band = 0.75 MHz

4. ความถี่ของภาพและความถข่ี องเสยี งหา่ งกนั = 4.5 MHz

5. ความถขี่ องภาพหา่ งจากความถ่ีเรม่ิ ตน้ ของช่อง = 1.25 MHz

6. ความถ่ขี องเสียงห่างจากความถีส่ งู สุดของช่อง = 0.25 MHz

7. ความถี่ทางแนวนอน = 15,750 MHz

8. ความถท่ี างแนวตัง้ = 60 MHz

9. จานวนเสน้ (Line Frequency) = 525 MHz

10.จานวนภาพตอ่ วนิ าที = 30 ภาพต่อวนิ าที

11.ระดบั สัญญาณซิงค์ (Sync Level) = 100%

12.ระดับแบลง็ กิ้ง (Blanking Level) = 5%

มาตรฐานระบบโทรทศั น์

13.ระดับคาสดุ ของภาพตา่ กวา่ ระดบั แบลง็ กง้ิ = 2.87-6.75%

14.ระดับขาวสดุ ของภาพ = 10-15%

21

2.1.2 ระบบ พี เอ แอล-บี PAL-B

ระบบ PAL (Phase Altermation Line) เป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากท่ีสุดมีความคมชัดสูง

แต่การไหวจะไม่ราบรื่นเท่ากับระบบอื่น การแสดงผลของ Frame Rate จะอยู่ที่ 25 Farm/s เป็นที่

นิยมใช้ในกลุ่มประเทศแถวยุโรปและเอเชียบางประเทศ เช่น ประเทศไทย ประเทศเยอรมันตะวันตก

ประเทศสวติ ช์เซอรแ์ ลนด์ ประเทศญ่ปี ่นุ และประเทศเพื่อนบา้ น เป็นต้น

คุณลกั ษณะของระบบ พี เอ แอล-บี PAL-B มาตรฐาน ซี ซี ไอ อาร์ (CCIR)
1. ความกว้างของชอ่ ง (Channel Band Width) = 7 MHz

2. ความกว้างของความถภ่ี าพ (Upper Side and) = 5 MHz

3. ความกว้างของ Vestigial Side band = 0.75 MHz

4. ความถข่ี องภาพและความถีข่ องเสยี งห่างกนั = 5.5 MHz

5. ความถ่ขี องภาพหา่ งจากความถ่เี ร่มิ ต้นของชอ่ ง = 1.25 MHz

6. ความถ่ขี องเสียงห่างจากความถี่สงู สุดของช่อง = 0.25 MHz

7. ความถี่ทางแนวนอน = 15.625 Hz

8. ความถท่ี างแนวตงั้ = 50 Hz

9. จานวนเส้น (Line Frequency) = 625 เสน้

10. จานวนภาพตอ่ วนิ าที = 25 ภาพตอ่ วนิ าที

11. ระดบั สัญญาณซงิ ค์ (Sync Level) = 100 %

12. ระดับแบลง็ กง้ิ (Blanking Level) = 75 %

13. ระดับดาสุดของภาพต่ากวา่ ระดับแบล็งก้ิง = 0-7 %

14. ระดบั ขาวสุดของภาพ = 10-12 %

2.1.3 มาตรฐานโทรทศั นร์ ะบบ SECAM

เป็นระบบทป่ี ระเทศฝร่ังเศสได้สง่ ออกอากาศเมื่อ ปี ค.ศ. 1957 โดย ดร.เฮนรี่ ดีฟรานซ์ ชาว

ฝรง่ั เศสเป็นผคู้ ิดคนั ข้ึน

SECAM Sequential A’ Memories เป็นระบบที่ฝ่ายเคร่ืองส่งไม่จาเป็นต้องส่งสัญญาณสี R-Y

และ B-Y ท้ังสองออกมาพร้อมๆ กันในทุกๆเส้นของการสแกน แต่จะส่งสัญญาณสีออกมาทีละสีสลับเส้นกัน

เช่น เส้นแรกเป็นสัญญาณ R-Y เส้นท่ีสองก็จะเป็นสัญญาณ B-Y ท้ังนี้เพราะว่าความถี่ของสัญญาณสีมี

ความถ่ีต่ากว่าความถี่ของภาพขาวดามาก หมายความว่าภาพสีมีรายละเอียดของภาพน้อยมากกว่า ดังน้ัน

สญั ญาณสที มี่ เี ส้นใกลเ้ คียงกันกจ็ ะมีความคล้ายกนั มากแทบจะแยกไม่ออก

ส่วนทางด้านเครื่องรับก็จะต้องออกแบบให้สัมพันธ์กับจังหวะของสัญญาณสี โดยใช้แท่งดีเลย์

ลายน์ (T= 64 ไมโครวินาที) มาทาการถ่วงเวลาสัญญาณสีแต่ละเส้นได้ ซ่ึงเราเรียกว่า “เส้นเทียม” ให้ผ่าน

ออกไปพร้อมกับเสน้ ท่มี าโดยตรงใหป้ รากฏท่ภี าคดีเทคเตอรท์ ้งั สองได้

22

ส่วนสัญญาณภาพขาวดา (Luminance ; Y) ก็ยังส่งเป็นลักษณะคลื่น AM. (AM. Modulation)
เหมือนกับระบบท่ัว ๆ ไปแต่เฉพาะสัญญาณสี (Cooler information) R-Y และ B-Y ทั้งสองสัญญาณจะถูกส่ง

เปน็ แบบสลบั กันเวน้ เส้นด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์สวิตซ์ และให้แต่ละเสน้ มอดเู ลตกับคลื่นความถี่พาหะรองด้วย
วิธเี อฟเอ็ม (FM. Modulation)

ระบบ SECAM เป็นระบบโทรทัศน์ใช้กันอยู่ในแถบแอฟริกา มีความคมชัดสูงการเคล่ือนไหวของ
ภาพราบนร่ืน และการแสดงผลของ Frame Rate อยู่ท่ี 25 Frame/s ค่ามาตรฐานการส่งสัญญาณโทรทัศน์

ระบบ SECAM แสดงในตารางท่ี 2.4
2.2 ย่านความถม่ี าตรฐานในการส่งสัญญาณโทรทัศน์

2.2.1 ความถ่ีมาตรฐานในการส่งสัญญาณโทรทศั นย์ ่านความถี่ VHF
ความถ่ียา่ น วี เฮท เอฟ (VHF) ท่สี าหรับสถานีโทรทศั น์
สัญญาณโทรทัศน์ท่ีส่งออกอากาศจะประกอบไปด้วยสัญญาณภาพและสัญญาณเสียงส่วน

สญั ญาณภาพจะมีคลืน่ พาหะของภาพซึ่งจะส่งในระบบ เอ.เอ็ม สว่ นสญั ญาณเสียงจะมีคล่ืนพาหะของเสียงซ่ึง
จะทางานในระบบ เอฟ.เอ็ม การส่งโทรทัศน์ในมาตรฐานของ ซีซี ไอ อาร์ (CCIR) ในระบบ PAL-B ซึ่งได้แบ่ง
ย่านความถ่ี วีเอช เอฟ (VHF) ออกเป็น 4 Band คือ

- Low Band คอื ช่อง 2-4
- Mid Band คือ ชอ่ ง S3-S10
- High Band คือ ช่อง 5-12
- Supper Band คอื ชอ่ ง S11-S20
ซ่ึงจากตารางความถี่ย่าน วี เอช เอฟ (VHF) จะมคี วามถ่วี ่างไวเ้ พือ่ เปน็ ความถีใ่ นการส่งกระจาย

เสียงในระบบ FM และกิจการอ่นื ๆ ในด้านของโทรคมนาคม จงึ ทาใหจ้ านวนช่องโทรทศั น์ท่ีจะใชค้ วามถี่ วี เอช
เอฟ (VHF) นอ้ ยลง

ตารางท่ี 2.1 แสดงความถย่ี า่ น วี เฮท เอฟ (VHF) (Very High Frequency)

ชอ่ งโทรทัศน์ ชอ่ งความถ่ี คลื่นพาหะภาพ คลืน่ พาหะเสยี ง TV BAND
(MHz) (MHz) (MHz)
2 47-54 48.25 53.75 วี เอช เอฟ
3 54-61 55.25 60.75 (VHF)
4 6168 62.25 67.75 แบนด์ต่า

มาตรฐานระบบโทรทัศน์ 23

ชอ่ งโทรทศั น์ ชอ่ งความถ่ี คลืน่ พาหะภาพ คลนื่ พาหะเสยี ง TV BAND
(MHz) (MHz) (MHz) วี เอช เอฟ
S3 118-125 119.25 124.75
S4 125-132 126.25 131.75 (VHF)
S5 132-139 133.25 138.75 Mid Band
S6 139-146 140.25 145.75
S7 146-153 147.25 152.75 วี เอช เอฟ
S8 153-160 154.25 159.75 ( VHF)
S9 160-167 161.25 166.75 แบนด์สูง
S10 167-174 168.25 173.75
5 174-181 175.25 180.75 วี เอท เอฟ
6 181-188 182.25 187.75 (VHF)
7 188-195 189.25 194.75 Supper
8 195-202 196.25 201.75 Band
9 202-209 203.25 208.75
10 209-216 210.25 215.75 แบนด์สูงพเิ ศษ
11 216-223 217.25 225.75
12 223-230 224.25 229.75
S11 230-237 231.25 236.75
S12 237-244 238.25 243.75
S13 244-251 245.25 250.75
S14 251-258 252.25 257.75
S15 258-265 259.25 264.75
S16 265-272 266.25 271.75
S17 272-279 273.25 278.75
S18 279-286 280.25 285.75
S19 286-293 287.25 292.75
S20 293-300 294.25 299.75

24

การคานวณหาคา่ คล่นื พาหะของภาพและคลื่นพาหะของเสยี ง
เม่ือเรารู้ค่าความถีข่ องชอ่ งเราสามารถนามาเข้าสูตรดงั นี้
คลน่ื พาหะของภาพ = 1.25 + ความถีด่ ้านตา่ ของชอ่ ง
คลืน่ พาหะของเสยี ง = ความถ่ดี ้านสูงของช่อง -0.25
2.2.2 ความถ่ีย่าน ย.ู เอช.เอฟ (UHF)
ในการส่งสถานีโทรทัศน์ในประเทศย่านความถี่ วี เอช เอฟ (VHF) นั้นจานวนช่องท่ีส่งสัญญาณน้ันมี

ต้ังแต่ช่อง 2 ถึงช่อง 12 น้ันมีจานวนช่องน้อยและ เพื่อเป็นการป้องกันการรบกวนกันของช่องท่ีจะเพิ่มข้ึนของ
สถานีโทรทัศน์จึงตอ้ งทาการเพม่ิ ช่องในย่านความถ่ี ยู เอช เอฟ
ตารางที่ 2.2 ความถมี่ าตรฐานในการสง่ สัญญาณโทรทศั นย์ า่ นความถ่ี UHF BAND IV

ช่องโทรทัศน์ ชอ่ งความถ่ี (MHz) คลืน่ พาหะภาพ (MHz) คล่นื พาหะเสยี ง (MHz)
21 470-477 471.25 476.25
22 478-485 479.25 484.75
23 486-493 487.25 492.75
24 494-501 495.25 500.75
25 402-509 503.25 508.75
26 510-517 511.25 516.75

27 518-525 519.25 524.75
28 526-533 527.25 532.75
29 534-541 535.25 540.75
30 542-549 543.25 548.75
31 550-557 551.25 556.75
32 558-565 559.25 564.75
33 566-573 267.25 572.75
34 574-581 275.25 580.75
35 582-589 583.25 588.75
36 590-597 591.25 596.75
37 598-605 599.25 604.75

25

ตารางที่ 2.3 ความถ่ีมาตรฐานในการสง่ สญั ญาณโทรทัศน์ยา่ นความถี่ UHF BAND V

ชอ่ งโทรทัศน์ ช่องความถี่ (MHz) คลน่ื พาหะของภาพ คล่ืนพาหะของเสยี ง(MHz)
(MHz)
38 606-613 607.25 612.75
39 614-621 615.25 620.75
40 622-629 623.25 628.75
41 630-637 631.25 636.75
42 638-645 639.25 644.75

มาตรฐานระบบโทรทัศน์

ชอ่ งโทรทศั น์ ชอ่ งความถ่ี (MHz) คล่ืนพาหะของภาพ(MHz) คลืน่ พาหะของเสยี ง(MHz)
43 646-653 647.25 625.75
44 654-661 655.25 660.75
45 662-669 653.25 668.75
46 670-677 671.25 676.75
47 678-685 679.25 684.75
48 686-693 687.25 692.75
49 694-701 695.25 700.75
50 702-709 703.25 708.75

26

มาตรฐานระบบโทรทศั น์ คลน่ื พาหะของภาพ คล่นื พาหะของเสยี ง(MHz)
(MHz)
ช่องโทรทัศน์ ช่องความถี่ (MHz) 711.25 716.75
719.25 724.75
51 710-717 727.25 732.75
52 718-725 735.25 740.75
53 726-733 743.25 748.75
54 734-741 751.25 756.75
55 742-749 759.25 764.75
56 750-757 767.25 772.75
57 758-765 775.25 780.75
58 766-773 783.25 788.75
59 774-781 791.25 769.75
60 782-789 799.25 804.75
61 790-797 807.25 812.75
62 798-805 815.25 820.75
63 806-813 823.25 828.75
64 814-821 831.25 836.75
65 822-829 839.25 844.75
66 830-837 847.25 852.75
67 838-845 855.25 860.75
68 846-853
69 854-861

27

2.3 มาตรฐานการสง่ สญั ญาณโทรทัศนร์ ะบบตา่ งๆ

ตารางท่ี 2.4 แสดงมาตรฐานการส่งสัญญาณโทรทศั นร์ ะบบต่างๆ

USA. CCIR OIRT BRITISH FRANCE BELGIUM
625
จานวนเส้นตอ่ ภาพ 525 625 625 405 819
7 MHz
แถบความถข่ี องแตล่ ะชอ่ ง 6 MHz 7 MHz 8 MHz 5 MHz 14 MHz 5 MHz

แถบความถข่ี องสัญญาณภาพ 4 MHz 5 MHz 6 MHz 3 MHz 10.4 MHz 5.5
MHz
ระยะหา่ งระหวา่ งคลื่นพาหะ 4.5 5.5 6.5 3.5 MHz 11.5
15,625
ภาพกบั คล่ืนพาหะเสียง MHz MHz MHz MHz

ความถี่ของการเบ่ียงเบนทาง 15,750 15,625 15,625 10,125 20,475
แนวนอน

2.3 มาตรฐานการสง่ สัญญาณโทรทศั นร์ ะบบต่างๆ

ตารางท่ี 2.4 แสดงมาตรฐานการส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบตา่ งๆ

ความถข่ี องการเบี่ยงเบนทาง USA. CCIR OIRT BRITISH FRANCE BELGIUM
แนวตั้ง
จานวนภาพต่อวนิ าที 80 50 50 50 50 50
ลกั ษณะการผสมสัญญาณภาพ
ลกั ษณะการผสมสญั ญาณเสยี ง 30 25 25 25 25 25
ชว่ งลบ ช่วงลบ ช่วงลบ ชว่ งบวก ช่วงบวก ช่วงบวก
FM FM FM
AM AM AM

2.4 รายละเอียดของการส่งสัญญาณโทรทศั น์

ระบบโทรทัศน์ท่ีนิยมใช้กันทั่วโลกในปัจจุบันที 3 ระบบคือ ระบบ NTSC ระบบ PAL ระบบ
SECAM ซ่ึงแต่ละระบบมีข้อแตกต่างกันดังรายละเอียดท่ีแสดงในตารางท่ี 2.3 โดยทั่วไปประเทศที่ใช้ระบบ
ไฟฟ้าตามบ้านเป็นแบบ 50 เฮิรตซ์ จะใช้อัตราความถี่กวาดทางแนวตั้ง 50 เฮิรตซ์ ซ่ึงจานวนเฟรมต่อ
วนิ าทเี ปน็ 25 เฟรม (Frame) และประเทศท่ใี ชไ้ ฟฟ้าระบบ 60 เฮิรตซ์ จะเป็น 30 เฟรมตอ่ วินาที

ระบบการสง่ สญั ญาณโทรทศั น์มีขอ้ กาหนดในรายละเอียดท่ีแตกตา่ งกนั ดงั แสดงในตารางท่ี 2.5

28

ตารางที่ 2.5 แสดงระบบการส่งสัญญาณโทรทัศน์

ระบบ จานวน ความ ความกวา้ ง ระยะหา่ งระหวา่ ง ลักษณะการ ลักษณะการผสม
เสน้ ตอ่ กวา้ งของ ของแถบ พาหะเสยี งและ ผสมสัญญา สัญญาณเสียง
ภาพ ความถีภ่ าพ
ชอ่ ง MHz พาหะภาพ ภาพ AM.
A 405 MHz MHz FM.
B 625 3 -3.5 ช่างบวก AM.
C 625 5 5 +5.6 ชว่ งลบ FM.
D/K 625 7 5 +5.5 ชว่ งบวก AM.
E 819 7 6 +6.5 ช่วงลบ FM.
G/H 625 8 10 ±11.5 ช่วงบวก FM.
I 625 14 5 +5.5 ชว่ งลบ AM.
L 625 8 5.5 +6 ชว่ งลบ FM.
M 625 8 6 +6.5 ชว่ งบวก FM.
N 625 8 4.2 +4.5 ช่วงลบ
8 4.2 +4.5 ช่วงลบ
8

2.5 มาตรฐานระบบโทรทัศน์

ในยุคปัจจุบันนี้ เครื่องรับโทรทัศน์ที่ผลิตออกจาหน่ายส่วนใหญ่ จะเป็นประเภทที่รับได้หลายระบบ
หรือมัลติซิสเต็ม (Multi-system) ซึ่งสามารถนาไปรับชมรายการโทรทัศน์ได้หลายๆประเทศ อีกเหตุผลหนึ่งที่
ต้องผลิตเครื่องรับโทรทัศน์ระบบ มัลติซิสเต็ม ก็คือเครื่องเล่นวีดีโอเทปหรือ วี ซี อาร์ (VCR) ก็มีหลายระบบ
การท่ีจะทาให้ VCR สามารถเปลี่ยนข้อมูลภาพหรือเล่นได้กับทุกระบบนั้นทาได้ยาก จึงหันมาผลิตเคร่ืองรับ
โทรทัศน์ให้สามารถรับชมได้หลายระบบเพ่ือรองรับการชมรายการโทรทัศน์ในพื้นท่ีต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งมี
มาตรฐานโทรทัศน์ทีเ่ ป็นมาตรฐานนานาชาติ

2.5.1 มาตรฐานโทรทัศน์ทเ่ี ปน็ สากล

2.5.1.1 มาตรฐาน B ใช้ในยุโรปตะวันตก, ออสเตรเลยี , บางสว่ นของแอฟริกา, ตะวนั ออก
กลาง, ตะวนั ออกไกล (เอเชีย) เปน็ การส่งย่านความถี่ VHF

1.1 จานวนเส้นภาพ 625 เส้น
1.2 แบนดว์ ดิ ช์ของช่อง 7 MHz
1.3 แบนด์วดิ ช์ของภาพ 5 MHz
1.4 พื้นท่ีเสียง + 5.5 MHz

29

1.5 การมอดเู ลตภาพ ม็อดแบบลบ (AM เวสติเจยี ลไซด์ แบนด์ 0.75 MHz)
1.6 การมอดูเลตเสยี ง ระบบ FM
2.5.1.2 มาตรฐาน D ใชใ้ นยุโรปตะวันออก, สหภาพโซเวียต, จีน
2.1 จานวนเส้นภาพ 625 เส้น
2.2 แบนดว์ ิดช์ของช่อง 8 MHz
2.3 แบนด์วิดช์ของภาพ 6 MHz
2.4 พนื้ ทเี่ สียง + 6.5 MHz
2.5 การมอดูเลตภาพ มอ็ ตแบบลบ (เวสติเจียลไซต์ แบนด์ 0.75 MHz)
2.6 การมอดูเลตเสยี ง ระบบ FM
2.5.1.3 มาตรฐาน G, H ใช่ในระบบการสง่ ความถ่ี UHF ในยโุ รปตะวนั ตก
3.1 จานวนเสน้ ภาพ 625 เส้น
3.2 แบนด์วิดช์ของชอ่ ง 8 MHz
3.3 แบนด์วดิ ช์ของภาพ 5 MHz
3.4 พนื้ ทีเ่ สียง + 5.5 MHz
3.5 การมอดเู ลตภาพ ม็อตแบบลบ (เวสติเจยี ลไซต์ แบนด์ 1.25 MHz)
3.6 การมอดเู ลตเสยี ง ระบบ FM
2.5.1.4 มาตรฐาน I ใช่ในประเทศองั กฤษ, ไอแลนด์, ฮ่องกง
4.1 จานวนเสน้ ภาพ 625 เส้น
4.2 แบนด์วดิ ช์ของชอ่ ง 8 MHz

4.3 แบนดว์ ิดช์ของภาพ 5.5 MHz

4.4 พ้นื ที่เสยี ง + 6 MHz

4.5 การมอดูเลตภาพ ม็อตแบบลบ (AM เวสตเิ จยี ลไซต์ แบนด์ 1.25 MHz)
4.6 การมอดูเลตเสียง ระบบ FM
2.5.1.5 มาตรฐาน K ใช่ในฝร่ังเศสและอาณานิคมโพ้นทะเลของฝรัง่ เศส
5.1 จานวนเส้นภาพ 625 เสน้
5.2 แบนด์วดิ ช์ของชอ่ ง 8 MHz
5.3 แบนดว์ ิดช์ของภาพ 8 MHz
5.4 พนื้ ท่เี สียง + 6.5 MHz
5.5 การมอดเู ลตภาพ แบบลบ (มที ้ัง 1.25 MHz และ 0.75 MHz)
5.6 การมอดูเลตเสียง ระบบ FM
2.5.1.6 มาตรฐาน L ใชก่ ับความถ่ี UHF ของฝรั่งเศส, ลักเซมเบิรก์
6.1 จานวนเสน้ ภาพ 625 เส้น
6.2 แบนดว์ ดิ ธข์ องชอ่ ง 8 MHz

30

6.3 แบนด์วิดธข์ องภาพ 6 MHz

6.4 พื้นท่ีเสียง + 6.5 MHz

6.5 การมอดเู ลตภาพ แบบลบ ( AM เวสตเิ จยี ลไซต์ แบนด์ 0.75 MHz)

6.6 การมอดเู ลตเสยี ง ระบบ AM

2.5.1.7 มาตรฐาน M ใชใ่ นประเทศอเมริกาใต้, อเมรกิ าเหนอื , ญปี่ ุ่น, แคริบเบยี น, บางสว่ น

ของเอเชียแปซิฟกิ , อเมรกิ า

7.1 จานวนเสน้ ภาพ 625 เส้น

7.2 แบนด์วิดธข์ องชอ่ ง 6 MHz

7.3 แบนดว์ ิดธ์ของภาพ 4.2 MHz

7.4 พื้นทเ่ี สยี ง + 4.5 MHz

7.5 การมอดเู ลตภาพ แบบลบ (เวสติเจียลไซต์ แบนด์ 0.75 MHz)

7.6 การมอดูเลตเสียง ระบบ FM

2.5.1.8 มาตรฐาน N ใชใ่ นประเทศอารเ์ จนตินา โบลิเวีย อุรกุ วัย

8.1 จานวนเส้นภาพ 625 เสน้

8.2 แบนดว์ ดิ ธข์ องช่อง 6 MHz

8.3 แบนด์วดิ ธ์ของภาพ 4.2 MHz

8.4 พื้นทเ่ี สยี ง + 4.5 MHz

8.5 การมอดูเลตภาพ แบบลบ (เวสติเจียลไซต์ แบนด์ 0.75 MHz)

8.6 การมอดเู ลตเสยี ง ระบบ FM

17. ใบงานที่ 1

หนว่ ยการสอนที่ ชื่อหน่วยการสอน

หัวข้อเร่อื ง

18. แบบประเมนิ ผล

............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

19. แบบฝกึ หดั

.................................................................................................................................................................................................

20. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรแู้ บบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

31

20.1 สรุปผลการจัดการเรยี นรู้

รายการ ระดบั การปฏิบตั ิ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จัดหน่วยการเรียนรู้ไดส้ อดคล้องกับวตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลมุ ทง้ั ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ และด้านจิตพสิ ยั

3. เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณ์ สอ่ื นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนรู้ก่อนเขา้ สอน

ด้านการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

4. มวี ิธกี ารนาเขา้ สบู่ ทเรยี นที่นา่ สนใจ

5. มกี จิ กรรมท่ีหลากหลาย เพื่อช่วยให้ผเู้ รยี นเกดิ การเรยี นรู้ ความเขา้ ใจ

6. จัดกิจกรรมท่สี ่งเสริมใหผ้ ู้เรยี นคน้ คว้าเพอ่ื หาคาตอบด้วยตนเอง

7. นกั เรียนมีส่วนรว่ มในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

8. จดั กจิ กรรมท่เี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คิดสรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นให้ผเู้ รียนแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี

10. จัดกิจกรรมการเรยี นร้ทู ่ีเชอ่ื มโยงกบั ชวี ติ จริงโดยนาภูมปิ ญั ญา/บรู ณาการเข้ามามีสว่ นร่วม

11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

12. มีการเสริมแรงเมื่อนกั เรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถกู ตอ้ ง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รียน

14. เอาใจใส่ดแู ลผเู้ รยี น อยา่ งทั่วถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทกี่ าหนด

ดา้ นสอื่ นวัตกรรม แหล่งการเรียนรู้

16. ใช้สอื่ ทเี่ หมาะสมกับกจิ กรรมและศกั ยภาพของผู้เรยี น

17. ใช้สื่อ แหล่งการเรยี นรู้อยา่ งหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานที่ ของจรงิ เอกสารส่ือ

อิเล็กทรอนิกส์ และอนิ เทอรเ์ นต็ เปน็ ตน้

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศกั ยภาพของผเู้ รียน

14. เอาใจใสด่ แู ลผเู้ รียน อย่างทัว่ ถึง

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาทีก่ าหนด

ดา้ นการวัดและประเมินผล

18. ผูเ้ รยี นมสี ่วนร่วมในการกาหนดเกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล

19. ประเมินผลอยา่ งหลากหลายและครบทง้ั ด้านความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ยั

20. ครู ผู้เรยี น ผู้ปกครอง หรอื ผทู้ เี่ กยี่ วข้องมีส่วนร่วม ในการประเมนิ

หมายเหตุ ระดับการปฏิบตั ิ 5 = ปฏิบตั ิดเี ยีย่ ม 4 = ปฏิบตั ิดี 3 = ปฏิบัตพิ อใช้ 2 รวม

= ควรปรับปรุง 1 = ไมม่ ีการปฏบิ ตั ิ เฉล่ีย

32

20.2 ปัญหาทีพ่ บ และแนวทางแกป้ ญั หา

ปัญหาที่พบ แนวทางแกป้ ญั หา

ดา้ นการเตรียมการสอน

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ด้านส่อื นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ดา้ นการวัดประเมนิ ผล

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบเุ ป็นขอ้ ๆ)

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

.................................................................................. ................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................................ ครูผู้สอน
(นายปฏิพาน สีนาบญุ )
ตาแหนง่ ครู

............../.................................../....................

21. บันทึกการนิเทศและตดิ ตาม 33
ชอื่ -สกุล ผนู้ เิ ทศ ตาแหนง่
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม

34

แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชพี

และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหัสวชิ า 20105-2103 วิชา ระบบภาพ

หนว่ ยที่ 3 ชอ่ื หน่วย อุปกรณ์ในการเช่ือมต่อสัญญาณ

ชือ่ เร่อื ง อปุ กรณ์ในการเช่ือมต่อสัญญาณ จานวน 8 ชั่วโมง

1. สาระสาคญั

การต่อใช้งานระบบภาพหรือระบบเสียง จะใช้ได้คุณภาพที่ดีผู้ใช้จะต้องรู้จักเลือกใช้อุปกรณ์ในการ

เชื่อมสัญญาณต่างๆให้ถูกตอ้ งเหมาะสมซึ่งอุปกรณ์ต่างๆเหล่านนั้ แต่ละชนิดมีคุณสมบัติหน้าท่ีแตกต่างกันไปใน

การใชง้ านในระบบจะต้องคานึงถึงส่วนต่างๆเหล่านี้ เช่นส่วนท่ีจะใชห้ รือตาแหนง่ ท่จี ะใช้ในระบบสัญญาณที่ใช้

เปน็ สญั ญาณอาร์เอฟหรือสัญญาณน้นั มคี ล่ืนรบกวนหรอื ไม่ เป็นตน้

2. สมรรถนะอาชพี ประจาหน่วย

ด้านความรู้
1. อธบิ ายช่อื อุปกรณใ์ นการตอ่ สายสญั ญาณได้

2. บอกหนา้ ทขี่ องอุปกรณใ์ นการตอ่ สายสัญญาณแต่ละชนดิ ได้

ดา้ นทักษะและการประยกุ ตใ์ ช้
1. ทดลองตอ่ สายสัญญาณแต่ละชนิดได้
2. เลอื กใชอ้ ุปกรณใ์ นการตอ่ สายสัญญาณแตล่ ะชนิดได้

ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง

1. มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 จุดประสงคท์ ั่วไป

1. เพอ่ื ใหร้ แู้ ละเขา้ ใจอปุ กรณ์ในการต่อสายสัญญาณ
2. เพ่อื ใหม้ ที ักษะในการทดลองต่อสายสัญญาณแต่ละชนดิ
3. เพอ่ื ใหเ้ หน็ คุณคา่ ในการเลอื กใชอ้ ปุ กรณใ์ นการต่อสายสญั ญาณแตล่ ะชนิด
4. เพอื่ มีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม

1. อธิบายชอื่ อุปกรณ์ในการต่อสายสญั ญาณได้
2. บอกหน้าท่ีของอปุ กรณ์ในการต่อสายสัญญาณแตล่ ะชนดิ ได้
3. ทดลองต่อสายสญั ญาณแต่ละชนิดได้
4. เลือกใชอ้ ุปกรณใ์ นการต่อสายสญั ญาณแตล่ ะชนดิ ได้

35

5. มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

4. เน้ือหาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
1. สายนาสัญญาณ
2. อุปกรณเ์ ข้าสายและวธิ ีการเข้าสาย
3. อะแด็ปเตอรแ์ ละแจ็ค
4. แมทช่งิ ทรานสฟอรเ์ มอร์
5. อุปกรณ์แยกแบนด์
6. ตวั แยกสัญญาณหรอื สปิตเตอร์
7. ปลกั๊ เทอรม์ ิเนเตอร์
8. ตัวลดทอนสัญญาณ
9. ตัวกรองสญั ญาณรบกวน
10. ตวั ผสมสญั ญาณ
11. อารเ์ อฟคอนเวอรเ์ ตอร์ และอารเ์ อฟมอดเู ลเตอร์
12. เคร่อื งขยายสัญญาณ
13. สวติ ซแ์ ละระบบตัดตอ่ สัญญาณ

4.2 ดา้ นทักษะหรือปฏิบตั ิ
1. แบบทดสอบบทที่ 3

4.3 ดา้ นคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1. นาความรูเ้ รื่องอปุ กรณ์ในการเช่ือมต่อสญั ญาณไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวนั ได้

5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้

ขัน้ ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมครู ขนั้ ตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของผูเ้ รียน

ข้นั เตรยี ม(จานวน 30 นาที) ขน้ั เตรยี ม(จานวน 30 นาที )

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนา 1. ผู้เรียนเตรียมหนังสือและฟังผู้สอนแนะนา

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลท่ีใช้ รายวิชา วิธีการให้คะแนนและการประเมินผลท่ีใช้

กับวิชา ระบบภาพ กบั วิชา ระบบภาพ

2. ผู้สอนชี้แจงเร่ืองที่จะศึกษาและจุดประสงค์ 2. ผู้เรียนฟังผู้สอนช้ีแจงเร่ืองท่ีจะศึกษาและ
เชิงพฤติกรรมประจาหนว่ ยที่ 3 เรื่อง อุปกรณ์ในการ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาหน่วยที่ 3 เรื่อง

เชือ่ มตอ่ สัญญาณ อปุ กรณ์ในการเชื่อมต่อสญั ญาณ

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน 3. ผ้เู รียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยท่ี 3

หนว่ ยท่ี 3

36

ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ขัน้ ตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของผู้เรยี น

ขน้ั การสอน(จานวน 390 นาที) ขัน้ การสอน(จานวน 390 นาที)

1. ผู้สอนเปิดงานนาเสนอวิชาระบบภาพหนว่ ย 1. ผู้เรียนฟังงานนาเสนอวิชาระบบภาพหน่วย

ท่ี 3 เร่อื ง อุปกรณ์ในการเชอื่ มต่อสัญญาณ ที่ 3 เรือ่ ง อุปกรณใ์ นการเชือ่ มตอ่ สญั ญาณ

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชาระบบ 2. ผู้เรียนเปิดหนังสือเรียนวิชาระบบภาพ

ภาพหน่วยที่ 3 เรื่อง อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อ หน่วยที่ 3 อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อสัญญาณและฟัง

สัญญาณและอธบิ ายเนอ้ื หาใหผ้ ู้เรยี นฟงั ผู้สอนอธบิ ายเนื้อหา

ผ้สู อนให้ผูเ้ รียนทาใบงานท่ี 3 อุปกรณ์ในการ 3. ผู้เรยี นทาใบงานที่ 3 อุปกรณ์ในการ

เช่ือมตอ่ สัญญาณ เชอ่ื มต่อสญั ญาณ

ขน้ั สรุป(จานวน 60 นาที) ขั้นสรุป(จานวน 60 นาท)ี

1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเน้ือในหน่วย 1. ผเู้ รยี นและผู้สอนร่วมกนั สรุปเน้ือหาในหน่วย

เรยี นท่ี 2 เร่ือง อุปกรณใ์ นการเชือ่ มต่อสัญญาณ เรียนที่ 2 เรื่อง อุปกรณ์ในการเช่ือมต่อสัญญาณ

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน 1. ผูเ้ รยี นทาแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยที่ 2

หนว่ ยที่ 2

6. สอ่ื การเรียนการสอน/การเรยี นรู้

6.1 สือ่ สิ่งพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา ระบบภาพ
2. ใบความรู้ท่ี 3 เรือ่ ง อปุ กรณ์ในการเชอ่ื มต่อสญั ญาณ
3. ใบงานที่ 3 อุปกรณใ์ นการเช่ือมตอ่ สญั ญาณ
4. แบบทดสอบบทที่ 3 สรปุ และประเมินผล ข้อ 2

6.2 สอื่ โสตทศั น์
1. Power Point เรอ่ื ง อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อสญั ญาณ

6.3 ส่อื ของจริง

7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา

1. หอ้ งสมดุ วิทยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดิน
2. ห้องอินเตอร์เนต็ วิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดิน

7.2 ภายนอกสถานศึกษา

1. หอ้ งสมุดเฉลิมพระเกยี รติอาเภอสว่างแดนดิน

37

2. ห้องสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกุมารีอาเภอสวา่ งแดนดนิ

8. งานทมี่ อบหมาย

8.1 กอ่ นเรยี น
1. ผเู้ รยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น

8.2 ขณะเรียน
1. ศกึ ษาเนื้อหา ในบทท่ี 3 เรื่อง อปุ กรณใ์ นการเช่อื มต่อสัญญาณ
2. รายงานผลหนา้ ช้ันเรียน
3. ปฏิบัติใบปฏิบัตงิ านที่ 3 เรอื่ ง อปุ กรณ์ในการเช่ือมตอ่ สัญญาณ
4. สรุปผลการทดลอง

8.3 หลังเรยี น
1. ทาแบบฝึกหดั บทท่ี 3

9. ผลงาน/ชนิ้ งาน ท่เี กดิ จากการเรียนรขู้ องผูเ้ รยี น

1. แบบฝกึ หัดบทท่ี 3 ใบปฏบิ ัตงิ านท่ี 3
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอ้างอิง

1. ไชยวัฒน์ วงศส์ มศรี. ระบบภาพ: ศูนยส์ ง่ เสริมอาชีวะ

11. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธก์ ับรายวชิ าอื่น

1. บรู ณาการกบั วชิ าสายสง่ และสาอากาศ
2. บูรณาการกับวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

12. หลักการประเมินผลการเรียน

12.1 ก่อนเรยี น
1. ตรวจผลงานตามใบปฏิบตั ิงานที่ 3
2. สงั เกตการปฏบิ ตั งิ าน

12.2 ขณะเรยี น
-

12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบฝึกหัด บทท่ี 3
2. ตรวจแบบแบบฝึกหดั ผลการเรยี นรู้

13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรยี น

จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 อธิบายชอื่ อปุ กรณ์ในการต่อสายสัญญาณได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ


Click to View FlipBook Version