The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วงจรดิจิตอลและลอจิก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by watittu Thummajong, 2020-01-23 03:41:21

วงจรดิจิตอลและลอจิก

วงจรดิจิตอลและลอจิก

338 ใบงานที่ 2 ลอจกิ เกต วงจรดจิ ิตอลและลอจกิ

อปุ กรณท ี่ใชในการทดลอง
1. วงจรรวมเบอร 7400, 7402, 7404, 7408, 7432, 7486 อยางละ1 ตัว
2. ชดุ ทดลองดจิ ติ อล
3. มลั ติมิเตอร

การทดลองที่ 2.1 คณุ ลกั ษณะของแอนดเกต

BA 7408 Y
V
330

รปู ท่ี 2.1 วงจรสาํ หรบั การทดลองท่ี 2.1

1. ตอวงจรตามรูปท่ี 2.1 และปอนลอจิกอินพุต A และ B ตามลําดับในตารางสังเกตลอจิก
เอาตพุต บันทึกผลการติดดับของไดโอดเปลงแสง และคาแรงดันเอาตพุต VY ลงในตารางบันทึกผล
การทดลองที่ 2.1

ตารางที่ 2.1 บนั ทึกผลการทดลองการหาคณุ สมบัตขิ องแนนดเ กต

อนิ พุต เอาตพ ุต VY (โวลต)
A B Y( 1 หรือ 0)
0 0
0 1
1 0
1 1
หมายเหตุ LED ตดิ สวา ง = “1”
LED ดับ = “0”

วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ ใบงานท่ี 2 ลอจิกเกต 339

วงจรการทดลองที่ 2.2 คณุ ลกั ษณะของออรเ กต

รูปที่ 2.2 วงจรสาํ หรบั การทดลองการหาคุณสมบัตขิ องออรเกต

1. ตอวงจรตามรูปท่ี 2.2 และปอนลอจิกอินพุต A และ B ตามลําดับในตารางสังเกตลอจิก
เอาตพุต บันทึกผลการติดดับของไดโอดเปลงแสง และคาแรงดันเอาตพุต VY ลงในตารางบันทึกผล
การทดลองท่ี 2.2

ตารางท่ี 2.2 บนั ทกึ ผลการทดลองการหาคณุ สมบัตขิ องออรเ กต

อนิ พุต เอาตพตุ VY (โวลต)
A B Y( 1 หรือ 0)
0 0
0 1
1 0
1 1
หมายเหตุ LED ตดิ สวา ง = “1”
LED ดบั = “0”

วงจรการทดลองที่ 2.3 คุณลกั ษณะของนอรเกต

340 ใบงานท่ี 2 ลอจกิ เกต วงจรดจิ ิตอลและลอจกิ

+5V
14 13 12 11 10 9 8
VCC

GND
1 2 34 5 67

GND

รูปที่ 2.3 วงจรสาํ หรบั การทดลองการหาคณุ สมบตั ขิ องนอรเกต

1. ตอวงจรตามรูปที่ 2.3 และปอนลอจิกอินพุต A และ B ตามลําดับในตารางสังเกตลอจิก
เอาตพ ุต บนั ทึกผลการติดดับของไดโอดเปลงแสง และคาแรงดันเอาตพุต VY ลงในตารางบันทึกผลการ
ทดลองท่ี 2.3

ตารางที่ 2.3 บนั ทกึ ผลการทดลองการหาคุณสมบตั ขิ องนอรเ กต

อนิ พุต เอาตพตุ VY (โวลต)
A B Y( 1 หรือ 0)
0 0
0 1
1 0
1 1
หมายเหตุ LED ตดิ สวา ง = “1”
LED ดบั = “0”

วงจรการทดลองที่ 2.4 คุณลักษณะของแนนดเกต

รปู ที่ 2.4 วงจรสาํ หรบั การทดลองการหาคุณสมบัตขิ องแนนดเ กต

วงจรดิจติ อลและลอจิก ใบงานท่ี 2 ลอจิกเกต 341

4.1 ตอวงจรตามรูปท่ี 2.4 และปอนลอจิกอินพุต A และ B ตามลําดับในตารางสังเกตลอจิก
เอาตพุต บันทึกผลการติดดับของไดโอดเปลงแสง และคาแรงดันเอาตพุต VY ลงในตารางบันทึกผล
การทดลองท่ี 2.4

ตารางที่ 2.4 บันทึกผลการทดลองการหาคุณสมบตั ขิ องแนนดเกต

อินพตุ เอาตพ ตุ VY (โวลต)
A B Y( 1 หรอื 0)
0 0
0 1
1 0
1 1
หมายเหตุ LED ตดิ สวา ง = “1”
LED ดบั = “0”

วงจรการทดลองที่ 2.5 คุณลกั ษณะของอนิ เวอรเ ตอร หรอื นอตเกต

รูปที่ 2.5 วงจรสาํ หรบั การทดลองการหาคุณสมบัตขิ องนอตเกต

5.1 ตอวงจรตามรูปท่ี 2.5 และปอนลอจิกอินพุต A และ B ตามลําดับในตารางสังเกตลอจิก
เอาตพ ุต บนั ทึกผลการติดดับของไดโอดเปลงแสง และคาแรงดันเอาตพุต VY ลงในตารางบนั ทึกผลการ
ทดลองที่ 2.5

342 ใบงานท่ี 2 ลอจกิ เกต วงจรดิจติ อลและลอจกิ

ตารางที่ 2.5 บนั ทกึ ผลการทดลองการหาคณุ สมบัตขิ อง นอตเกต

อินพตุ เอาตพ ตุ VY (โวลต)
A Y( 1 หรอื 0)
0
0

หมายเหตุ LED ตดิ สวา ง = “1” LED ดบั = “0”

วงจรการทดลองที่ 2.6 คุณลกั ษณะของเอกซค ลูซีฟออรเกต

BA 7486 Y
V
330

รูปท่ี 2.6 วงจรสาํ หรบั การทดลองการหาคุณสมบัตขิ องเอกซค ลซู ฟี ออรเกต

1. ตอวงจรตามรูปท่ี 2.6 และปอนลอจิกอินพุต A และ B ตามลําดับในตารางสังเกตลอจิก
เอาตพุต บันทึกผลการติดดับของไดโอดเปลงแสง และคาแรงดันเอาตพุต VY ลงในตารางบันทึกผล
การทดลองท่ี 2.6

ตารางที่ 2.6 บันทึกผลการทดลองการหาคุณสมบัตขิ องเอกซค ลซู ีฟออรเกต

อนิ พตุ เอาตพ ุต VY (โวลต)
A B Y( 1 หรอื 0)
0 0
0 1
1 0
1 1
หมายเหตุ LED ตดิ สวา ง = “1”
LED ดบั = “0”

วงจรดจิ ิตอลและลอจิก ใบงานที่ 2 ลอจกิ เกต 343

วงจรการทดลองท่ี 2.7 คุณลักษณะของแนนดเ กตชนิดเอาตพ ุตคอลเลกเตอรเปด

Vcc

รูปท่ี 2.7 วงจรสาํ หรบั การทดลองการหาคณุ สมบัตขิ องแนนดเ กตชนดิ เอาตพ ตุ คอลเลกเตอร

1. ตอวงจรดังรูปที่ 2.7 ทดลองลอจิกเกตอินพุตตามตารางเขาท่ีขาของอินพุต A และ B
ใชม ลั ติมิเตอรว ดั แรงดันอนิ พตุ และสังเกตการณต ดิ ดับของไดโอดเปลง แสง บันทึกผลการทดลองในตาราง
บันทึกผลการทดลองท่ี 2.7

ตารางที่ 2.7 บนั ทกึ ผลการทดลองการหาคณุ สมบตั ขิ องเอกซค ลซู ีฟออรเ กต

อนิ พตุ Y( 1 หรือ 0) เอาตพุต สถานะลอจิก
AB VY (โวลต)
00
01 LED ดับ = “0”
10
11
หมายเหตุ LED ตดิ สวา ง = “1”

คําถามทา ยการทดลอง

1. ลอจกิ เกตตามรูปที่ 2.8 ตอ ไปน้ี มีชอื่ วา อะไร เขยี นการทาํ งานของเกตดงั กลา วลงในตารางความจริง
ตอ ไปนี้

รปู ที่ 2.8 สญั ลักษณส าํ หรับคาํ ถามขอ ท่ี 1

344 ใบงานที่ 2 ลอจิกเกต วงจรดจิ ิตอลและลอจกิ

ช่ือเกต ......................................... B เอาตพุต
วงจรรวมเบอร ............................ 0 Y
ตารางความจรงิ 1
0
อินพตุ 1
A
0
0
1
1

2. ลอจิกเกตชนิด นอตเกต บรรจอุ ยูใ นวงจรรวมเบอรอะไร…………………………………………………….……
3. ถา นาํ นอตเกตมาตอ ท่เี อาตพตุ ของแอนดเ กต จะมชี ื่อตรงกบั ลอจกิ เกตชนดิ ใด...................................
4. ลอจิกเกตทม่ี ีเอาตพ ุตชนดิ คอลเลกเตอรเปด จะตองตอโหลดกบั (VCC หรอื GND )...........................
5. จากรปู ที่ 2.9 ถา ปอ นอนิ พตุ A = 0 , B= 1 และ C = 1 เอาตพตุ จะมสี ถานะเปน ลอจกิ ...................

สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….……
……………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….

ใบงานที่ 3

เรอื่ ง พชี คณิตบูลลีน วชิ า วงจรดจิ ติ อลและลอจิก
ชอื่ -สกลุ ........................................................ ชนั้ ปที่................................

วัตถปุ ระสงค
1. ศกึ ษาการทาํ งานและคณุ ลกั ษณะของสมการบลู ลีน
2. สามารถลดรปู สมการบลู ลนี และตรวจสอบโดยการใชต ารางความจรงิ ได

ทฤษฏี
พีชคณิตบูลลีน (Boolean Algebra) เปนทฤษฎีทางคณิตศาสตรที่ใชในการวิเคราะหและ

ออกแบบวงจรลอจกิ กาํ เนิดขึน้ จากนกั คณิตศาสตรชาวองั กฤษช่ือ จอรจ บูล (George Boole) ในป ค.ศ.
1815 - 1864 เขาไดเขียนตาํ ราคณิตศาสตรเ กยี่ วกบั ทฤษฎีของตรรกะและความเปนไปได เมอ่ื ป ค.ศ.1854
ทฤษฎีดังกลาวคือ พีชคณิตตรรกะ (Logic Algebra) ตอมาพีชคณิตสาขานี้จึงไดชื่อตามผูคิดคนคือ
พีชคณิตบูลลีน หรือบางทีเรียกวา พีชคณิตสวิตช่ิง (Switching Algebra) ในปจจุบันพีชคณิตแบบบูล
ไดถ กู นําไปประยุกตอ ยา งแพรหลายในการออกแบบทางอิเลก็ ทรอนกิ ส

พีชคณติ ทั่วไปจะแทนคา ดวยเลข 0 - 9 เปนเลขในระบบฐานสิบและมีการดําเนินการ เชน บวก
ลบ คูณ หาร เปน ตน สําหรบั พีชคณิตบูลลีนประกอบดว ยการดําเนินการ 3 แบบ คือ (1) การทําใหเปน
คาตรงกันขามหรือคอมพลีเมนต (Complementation) (2) การบวกบูลลีน (Addition) (3) การคูณ
บูลลีน (Multiplication) และกฎซ่ึงกระทํากับคาหรือชุดของคาตัวเลข โดยแตละคานั้นกําหนดไดเปน
2 แบบ สามารถเขยี นแทนดวยตวั เลข 0 (คา เทจ็ - false) และ 1 (คา จรงิ - true) ซ่ึงเปน ระบบเลขฐานสอง

1. การดําเนินการคอมพลีเมนต เปนการกลับคา ตวั เลขใหเปนคา ตรงกันขาม สามารถเขียนเปน
นพิ จนใ นสมการบลู ลีนไดด ังน้ี

X=A
และสามารถเขียนอธบิ ายการเปลี่ยนแปลงคา ทางของตัวแปรเอาตพตุ X ใหอ ยใู นรูปตารางความ
จรงิ ไดดังน้ี

AX
01
10

346 ใบงานที่ 3 พีชคณิตบูลลีน วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ

2. การดําเนินการบวกบลู ลีน (Addition) หรอื ออร (OR) แทนดว ยสัญลักษณ + เปนการนําคาตัว
แปรอนิ พตุ ตงั้ แต 2 ตวั หรือมากกวานน้ั มาดําเนินตามกฎการออร เชน ถามตี ัวแปรอินพุตจาํ นวน 2 ตวั คอื
A และ B สามารถนํามาเขียนเปน นพิ จนในสมการบูลลนี ไดดงั น้ี

X=A+B

และสามารถเขยี นอธิบายการเปล่ียนแปลงคา ทางของตวั แปรเอาตพ ุต X ใหอยใู นรปู ตารางความ
จรงิ ในรปู แบบกฎการออร ไดด งั น้ี

A B X=A+B
00 0
01 1
10 1
11 1

3. การดําเนินการคูณบูลลีน หรือ แอนด (AND) แทนดวยสัญลักษณ  เปนการนําคาตัวแปร
อนิ พตุ ตง้ั แต 2 ตัวหรือมากกวานน้ั มาดําเนินตามกฎการแอนด เชน ถามตี ัวแปรอนิ พุตจํานวน 2 ตวั คอื A
และ B สามารถนํามาเขียนเปน นิพจนในสมการบูลลีนไดด ังนี้

X = AB
และสามารถเขียนอธบิ ายการเปล่ียนแปลงคาทางของตัวแปรเอาตพตุ X ใหอ ยใู นรปู ตารางความ
จริงในรูปแบบกฎการแอนด ไดด ังนี้

A B X = A B
00 0
01 0
10 0
11 1

ในนิพจนบูลลีนทม่ี ีตวั ดาํ เนินการบูลลนี ปนกนั จะตองดําเนนิ นิพจนที่อยูภายในวงเล็บกอนเสมอ
และถา ไมไ ดมเี ครอ่ื งหมายวงเลบ็ ท่ีกําหนดใหก ระทาํ ตวั ดําเนินการใดกอน ใหด าํ เนนิ การเรยี งตามลาํ ดบั ดงั นี้
ตองทาํ การคอมพลเี มนตก อ น จากนน้ั ใหดําเนนิ การแอนดแ ละดําเนนิ การออร เปนลําดับสดุ ทาย

วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ ใบงานท่ี 3 พชี คณิตบลู ลีน 347

อุปกรณท ใี่ ชใ นการทดลอง
1.วงจรรวมเบอร 7400, 7402, 7404, 7408, 7432, 7486 อยางละ 1 ตัว
2.ชุดทดลองดจิ ิตอล
3. มลั ตมิ เิ ตอร

การทดลองท่ี 3.1 วงจรลอจกิ เชิงจัดหมู

Y1

Y

Y2
รูปท่ี 3.1 วงจรสาํ หรบั การทดลองที่ 3.1

1. ตอวงจรลอจกิ เชงิ จัดหมูดังรูป ทาํ การทดลองโดยปอ นลอจกิ อินพุตเขาทีข่ า A, B และ C ตาม
ตารางท่ี 1 ทําการสงั เกตสภาวะลอจกิ ท่ีเอาตพ ุต Y1 , Y2 และ Y บันทึกผลในตารางบนั ทึกผลการทดลอง
ที่ 3.1

ตารางที่ 3.1 บนั ทกึ ผลการทดลองวงจรเชงิ จัดหมู

อินพตุ เอาตพ ุต Y
A B C Y1 Y2
000
001
010
011
100
101
110
111
หมายเหตุ LED ติดสวา ง = “1” ถา LED ดับ = “0”

348 ใบงานที่ 3 พีชคณติ บูลลนี วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ

2. เขียนสมการลอจิกของเอาตพตุ Y1 , Y2 และ Y
Y1=……………………………………………
Y2 =……………………………………………
Y =……………………………………………

3. จากสมการลอจกิ Y1 = AB + C เม่ือแทนคา A B และ C ตามตารางที่ 3.2 ใหเ ขยี นเอาตพ ตุ
Y1 ลงในตารางที่ 3.2

4. ตอ วงจรดงั รปู ท่ี 3.2 ทาํ การทดลองโดยปอ นลอจกิ อินพตุ เขา ทขี่ า A B และ C ตามตารางที่
3.2 ทาํ การสงั เกตสภาวะลอจกิ ที่เอาตพุต Y บันทกึ ผลในตารางบันทกึ ผลการทดลองท่ี 3.2

A B

รูปที่ 3.2 วงจรสาํ หรบั การทดลองท่ี 3.1
ตารางท่ี 3.2 บนั ทกึ ผลการทดลองวงจรเชงิ จัดหมู

อินพตุ เอาตพ ตุ
A B C Y1 Y
000
001
010
011
100
101
110
111
หมายเหตุ LED ตดิ สวา ง = “1” ถา LED ดับ = “0”

วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ ใบงานที่ 3 พีชคณิตบูลลนี 349

การทดลองที่ 3.2 การลดรูปสมการโดยการพชี คณิตบูลลีน

รปู ท่ี 3.3 วงจรสาํ หรบั การทดลองท่ี 3.2 ขอ 1
1. ตอวงจรลอจิกเชงิ จัดหมูดังรูปที่ 3.3 ทําการทดลองโดยปอนลอจิกอินพุตเขาท่ีขา A และ B
ตามตารางที่ 3.2 ทําการสงั เกตสภาวะลอจิกทเ่ี อาตพ ุต Y1 บนั ทึกผลในตารางบันทกึ ผลการทดลองท่ี 3.3
ตารางที่ 3.3 บนั ทกึ ผลการทดลองวงจรเชงิ จดั หมู

อนิ พุต เอาตพตุ
A B C Y1 Y2
000
001
010
หมายเหตุ LED ติดสวา ง = “1” ถา LED ดบั = “0”
2. ตอ วงจรลอจกิ เชงิ จดั หมูดงั รปู ที่ 3.4 ทาํ การทดลองโดยปอนลอจิกอินพุตเขา ทข่ี า A และ B
ตามตารางท่ี 2 ทาํ การสงั เกตสภาวะลอจกิ ทเี่ อาตพตุ Y2 บนั ทกึ ผลในตารางบนั ทกึ ผลการทดลองที่ 2

B Y2
A
รูปที่ 3.4 วงจรสาํ หรบั การทดลองที่ 2 หวั ขอ 2.2
3. เขยี นสมการลอจกิ ตอ ไปนี้
Y1 = ……………………………และ Y2 =……………………………….
4. สมการ Y1 และ Y2 เทากันหรอื ไม. ...............................................

350 ใบงานท่ี 3 พีชคณติ บลู ลนี วงจรดิจิตอลและลอจกิ

การทดลองท่ี 3.3 การออกแบบวงจรโดยใชเกตอเนกประสงค

Y1

รูปท่ี 3.5 วงจรสาํ หรบั การทดลองที่ 3.3 ขอ 1

1. ตอวงจรลอจกิ เชงิ จัดหมดู ังรูปท่ี 3.5 ทําการทดลองโดยปอ นลอจิกอินพตุ เขาทข่ี า A B และ C
ตามตารางท่ี 3.4 ทาํ การสงั เกตสภาวะลอจกิ ทเ่ี อาตพุต Y1 บันทกึ ผลในตารางบนั ทกึ ผลการทดลองที่ 3

ตารางที่ 3.4 บันทึกผลการทดลองวงจรเชงิ จดั หมู

อินพตุ เอาตพ ตุ Y3
A B C Y1 Y2
000
001
010
011
100
101
110
111
หมายเหตุ LED ติดสวา ง = “1” ถา LED ดับ = “0”

2. ตอ วงจรลอจกิ เชิงจัดหมูด งั รปู ที่ 3.6 ทาํ การทดลองโดยปอนลอจิกอินพตุ เขา ทข่ี า A B และ C
ตามตาราง ทาํ การสงั เกตสภาวะลอจกิ ที่เอาตพุต Y2 บันทึกผลในตารางบันทึกผลการทดลองที่ 3

Y2

รปู ท่ี 3.6 วงจรสาํ หรบั การทดลองที่ 3 ขอ 2

วงจรดจิ ติ อลและลอจิก ใบงานที่ 3 พชี คณิตบูลลนี 351

3. ตอวงจรลอจิกเชิงจัดหมูดังรปู ที่ 3.7 ทาํ การทดลองโดยปอ นลอจิกอินพตุ เขาทข่ี า A B และ C
ตามตารางท่ี 3 ทาํ การสงั เกตสภาวะลอจกิ ท่เี อาตพุต Y3 บันทึกผลในตารางบนั ทกึ ผลการทดลองที่ 3

Y3

รูปที่ 3.7 วงจรสาํ หรบั การทดลองท่ี 3 ขอ 3
4. เขยี นสมการลอจกิ ตอไปนี้

Y1 = …………………………………….. Y2 =……………………………….
และ Y3 =……………………………….
5. สมการ Y1 , Y2 และ Y3 เทากันหรอื ไม. ...............................................
สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….……
……………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….

ใบงานท่ี 4

เร่ือง การลดรปู เกตโดยวธิ ใี ชแผนผงั คารโ นห วชิ า วงจรดจิ ติ อลและลอจิก
ชอื่ -สกลุ ........................................................ ช้ันปท ่.ี ...............................

วัตถปุ ระสงค
1. เขียนผลบวกของผลคูณและเทอมผลคูณของผลบวกจากตารางความจริงได
2. ลดรปู สมการลอจกิ โดยใชแ ผนผงั คารโ นหไ ดถ กู ตอ ง
3. ลดรูปสมการลอจกิ จากสมการพชี คณติ บลู ลนี ได
4. นาํ เทคนคิ การลดรปู วงจรลอจกิ ไปใชงานได

ทฤษฏี
แผนผังคารโนหใชการลดรูปสมการพีชคณิตบูลลีน ซ่ึงลดรูปไดรวดเร็วกวาการใชกฎตางๆ

ตามทฤษฏีของบูลลีน ซึ่งแผนผังคารโนหน ั้นสรางมาจากตารางความจรงิ มีความสมั พนั ธกันดงั รูปที่ 4.1
นิยมใชแผนผงั คารโ นหในการลดรปู สมการจากตารางความจรงิ ท่ีมขี นาดเลก็ เชน 2 อนิ พตุ 3 อนิ พุต และ
4 อินพตุ

A

รูปที่ 4.1 แสดงความหมายของเทอมตา งๆ ในตารางความจรงิ กบั แผนผังคารโ นห
จากรูปที่ 4.1 เปน แผนผงั คารโนห 2 อนิ พุต ถาตารางความจริงเปนดงั รปู ท่ี 4.2 (ก) สามารถนําลง
มาในแผนผังคารโนหดังรูปที่ 4.2 (ข)

354 ใบงานที่ 4 การลดรปู เกตโดยวธิ ีใชแผนผงั คารโนห วงจรดิจิตอลและลอจกิ

AB+ A B + AB = Y
B

A

(ก) ตัวอยางตารางความจรงิ ของออรเกต (ข) เมอื่ ลงในแผนผงั คารโ นห

รูปท่ี 4.2 การนาํ ขอ มลู จากตารางความจรงิ มาลงในแผนผงั คารโ นห

เมอ่ื ทาํ การลดรปู สมการลอจกิ จากตารางความจรงิ ในรปู ที่ 4.2 (ก) ไดด ังรูปท่ี 4.3

BB B
A1 A

A1 1
วงรอบที่ 1 ที่ตดิ กันบนแผนผงั คารโ นห

รปู ท่ี 4.3 แสดงการวงเทอมในแผนผงั คารโนหเพื่อลดรูปสมการ
จากรปู ท่ี 4.3 เมอ่ื นาํ มาลดรปู จะไดส มการวา Y = A+B
แผนผังคารโนหในกรณีทีใ่ ชกบั ตารางความจรงิ 3 และ 4 อนิ พุต
แผนผังคารโนห 3 อนิ พุตจะมี 8 ชอง เทากบั จาํ นวนบรรทดั ของตารางความจริง 3 อินพตุ และ
จะมี 16 ชอ งเทา กับตารางความจรงิ ของ 4 อนิ พุต ดังรปู ที่ 4.4 และรูปท่ี 4.5

วงจรดิจิตอลและลอจิก ใบงานที่ 4 การลดรูปเกตโดยวีใชแ ผนผังคารโนห 355

C AB A B AB AB A B
C0 2 6 4

C1 3 7 5

(ก) ตารางความจรงิ 3 อินพุต (ข) แผนผงั คารโ นห 3 อนิ พตุ

รูปที่ 4.4 แสดงความสัมพนั ธข องตารางความจรงิ 3 อินพุต กบั แผนผงั คารโ นห 3 อินพุต

ลําดบั A B C D Y

00000

10001

20010

30011

40100

50101

60110

70111

81000

91001 A B AB AB A B
10 1 0 1 0 CD
11 1 0 1 1

12 1 1 0 0 CD

13 1 1 0 1 CD
14 1 1 1 0 CD
15 1 1 1 1

(ก) ตารางความจรงิ 4 อินพตุ (ข) แผนผงั คารโ นห 4 อินพุต
รปู ที่ 4.5 แสดงความสัมพันธข องตารางความจริง 4 อนิ พตุ กบั แผนผงั คารโ หน 4 อินพุต

356 ใบงานท่ี 4 การลดรปู เกตโดยวธิ ีใชแผนผงั คารโนห วงจรดิจิตอลและลอจกิ

อุปกรณที่ใชใ นการทดลอง
1.วงจรรวมเบอร 7400, 7402, 7404, 7408, 7432
2.ชุดทดลองดจิ ติ อล

การทดลองที่ 4.1
1.จากตารางความจรงิ ทกี่ ําหนดให สามารถเขียนสมการพชี คณิตบลู ลีนในเทอมของผลบวกของ

ผลคูณ (SOP หรอื Minterm) ไดดังสมการ Y1.1

ABC

ABC
AB C
A BC

Y1.1 = A B C + AB C + AB C + A B C
2. นําสมการ Y1.1 มาลงในแผนผงั คารโ นห

AB
BC
3. ใชแ ผนผงั คารโ นหล ดรูปสมการ Y1.1 ไดเปน สมการ Y1.2
Y1.2 = A B +B C

วงจรดิจติ อลและลอจกิ ใบงานที่ 4 การลดรูปเกตโดยวใี ชแ ผนผงั คารโนห 357

4. นําสมการ Y1.2 มาเขยี นวงจรลอจกิ ไดดังรปู Y= A B +BC
AB

BC

5. ตอวงจรจากกการทดลองจากขอ 4 ทดลองปอนลอจิกอินพุตเขาท่ีอินพุต A B C ตามตาราง
วดั สภาวะลอจกิ เอาตพ ตุ Y1.2 และบนั ทึกผลลงในตารางบนั ทกึ ผลการทดลองท่ี 1
ตารางท่ี 4.1 บันทกึ ผลการทดลองที่ 4.1

อินพุต เอาตพ ตุ
C B A Y1.2
000
001
010
011
100
101
110
111
การทดลองที่ 4.2
1. จากตารางความจริงท่กี าํ หนดไวในขอ 1 การทดลองที่ 4.1 จงเขยี นสมการพชี คณิตบลู ลีนใน
เทอมผลคณู ของผลบวก (POS หรือ Maxterm) ลงในสมการ Y2.1

Y2.1 =

358 ใบงานที่ 4 การลดรปู เกตโดยวิธีใชแ ผนผังคารโนห วงจรดจิ ิตอลและลอจกิ

2. สมการ Y2.1 นาํ มาเขยี นลงแผนผังคารโนหแบบคณู ของผลบวกไดอ ยา งไร จงแสดงวิธใี หถ กู ตอ ง
A CB 00 01 11 10
0
1

3. ผลการลดรูปสมการ Y2.1 จากแผนผังคารโ นหในขอ 2 คอื สมการ Y2.3

Y2.3 =

4. ใหนกั ศกึ ษานําสมการ Y2.3 มาเขยี นวงจรลอจกิ ในทีว่ า งดา นลา งน้เี พ่อื ใชก ารทดลอง วงจรท่ี
เขียนไดคือ

วงจรการทดลองที่เขยี นไดจากขอ 4
5. ตอวงจรการทดลองท่เี ขียนไดใ นขอ 4 ทดลองปอ นลอจกิ อินพตุ ทขี่ าอินพุต A B และ C ตาม
ตาราง วัดสภาวะลอจกิ เอาตพ ุตและบนั ทึกผลการทดลองลงในตารางบันทกึ ผลการทดลองที่ 4.2

วงจรดิจิตอลและลอจกิ ใบงานที่ 4 การลดรูปเกตโดยวีใชแ ผนผงั คารโนห 359

ตารางท่ี 4.2 บันทกึ ผลการทดลองท่ี 4.2
อนิ พตุ เอาตพ ตุ

CBAY
000
001
010
011
100
101
110
111
คําถามทา ยการทดลอง
1. ผลลัพธทไี่ ดจากตารางบนั ทึกผลการทดลองท่ี 4.1 และตารางบันทึกผลการทดลองที่ 4.2 เหมือนกัน
หรือไม เพราะเหตใุ ด จงอธบิ าย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. หลกั เกณฑท ี่เหมาะสมในการเลอื กใชว ลี ดรปู แบบเทอมผลบวกของผลคณู (SOP) หรอื แบบเทอมผล
คณู ของผลบวก (POS) คอื อะไร จงใหค าํ อธิบายพรอ มเหตผุ ล
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

360 ใบงานที่ 4 การลดรปู เกตโดยวธิ ีใชแผนผงั คารโนห วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ

3. จงพิสจู นว า สมการตอ ไปน้ีเทา กัน
(A +B) ( B + C)= A B +BC

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จากสมการพชี คณิตบลู ลนี ตอ ไปนจี้ งเขียนตารางความจรงิ ใหส มบรู ณ

F = A C D +B C D +B CD + ACD
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

วงจรดิจิตอลและลอจิก ใบงานที่ 4 การลดรูปเกตโดยวใี ชแ ผนผงั คารโนห 361

5. จากสมการในขอ 4 จงลดรปู สมการดว ยวธิ แี ผนผงั คารโนหแบบเทอมผลบวกของผลคูณ (SOP)
5.1 แสดงวธิ ลี ดรปู สมการและเขียนสมการทลี่ ดรูปได
5.2 เขยี นวงจรลอจิกของขอ 5.1
5.3 พสิ จู นว า สมการท่ไี ดจ ากขอ 5.1 เทากบั สมการในขอ 4

......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

362 ใบงานที่ 4 การลดรปู เกตโดยวธิ ีใชแผนผังคารโนห วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ

สรุปผลการทดลอง
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

ใบงานท่ี 5

เร่ือง ลอจิกเกตทที ีแอลทีม่ เี อาตพ ตุ คอลเลกเตอรเ ปด วชิ า วงจรดจิ ิตอลและลอจกิ
ชื่อ-สกลุ ........................................................ ชัน้ ปท.่ี ...............................

วตั ถุประสงค
1. อธิบายคุณลักษณะทางลอจกิ ของวงจรรวมทที แี อลชนิดเอาตพตุ คอลเลกเตอรเปดได
2. นําวงจรรวมทที แี อลชนิดเอาตพตุ คอลเลกเตอรเปด ไปใชง านไดอ ยา งถกู ตอ ง
3. เขาใจการทาํ งานของวงจรลอจกิ แบบ Wire AND Gate

ทฤษฏี
ลอจิกเกตชนิดที่เปนทีทีแอลน้ัน แบงตามลักษณะทางวงจรภาคเอาตพุตออกเปน 2 แบบ คือ

1. เอาตพุตแบบโทเทมโพล และ 2. เอาตพุตแบบคอลเลกเตอรเปด ซึ่งแตกตางกันท่ีทรานซิสเตอร
ตัวสุดทายท่ีเอาตพุต ซึ่งใชตอเพื่อขับไดโอดเปลงแสงหรือโหลดวาตอแบบใด สังเกตความแตกตาง
ที่ชัดเจนจากแนนดเกตเบอร 7400 ซ่ึงเปนเอาตพุตแบบโทเทมโพลและแนนดเกตเบอร 7401 ซ่ึงเปน
เอาตพ ตุ คอลเลกเตอรเปด ดังรูปท่ี 5.1

R3 VCC

R1 R2

(7400)
เอาตพ ุตแบบ
โทเทมโพล

R4

รปู ท่ี 5.1 แสดงโครงสรา งของวงจรรวมทที แี อลเบอร 7400 และ 7401

364 ใบงานท่ี 5 ลอจิกเกตทที แี อลทม่ี เี อาตพุตคอลเลกเตอรเปด วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ

VCC (7401)
เอาตพุตแบบ
คอลเลกเตอรเปด

รปู ที่ 5.1 (ตอ)
เม่ือเทียบการทํางานของเอาตพุตแบบโทเทมโพลและแบบคอลเลกเตอรเปดแลวจะใหลอจิก
ทีเ่ อาตพุตตรงกัน เม่อื ใชโวลตม ิเตอรวัดคา แรงดันตาํ่ และสูง แตถานําไปขับไดโอดเปลงแลวจะตอวงจร
ตางกนั กลา วคือ เกตแบบเอาตพตุ แบบโทเทมโพลตองตอ เอาตพุตกับแอโนดของไดโอดเปลงแสง และตอ
แคโทดของไดโอดเปลง แสงลงจดุ ดนิ การติดดบั ของไดโอดเปลงแสงจะตรงกันกับสภาวะลอจิกเอาตพ ตุ คือ
ลอจกิ “1” ไดโอดเปลง แสงจะตดิ ลอจิก “0” ไดโอดเปลง แสงจะดบั แตแบบคอลเลกเตอรเปดนัน้ ตองตอ
เอาตพุตกับแคโทดของไดโอดเปลงแสง และตอแอโนดของไดโอดเปลง แสงเขากับแหลงจาย (Vcc) โดยตอ
อนกุ รมกบั ตวั ตานทานตัวหน่ึงเรยี กวา ตัวตานทานพลู อัพ เกตแบบคอลเลกเตอรเ ปดจึงจะทํางานได และ
ถา สภาวะลอจิกเอาตพุตของเกต จะตรงกันขามกับการติดดับของไดโอดเปลงแสง ประโยชนของลอจิก
แบบคอลเลกเตอรเปด คือการนาํ ไปใชใ นวงจรที่มชี ่ือวา Wire AND Gate โดยนาํ เอาตพุตของทที ีแอลชนดิ
เอาตพตุ คอลเลคเตอรเปดทุกตัวตอรวมกนั ดงั รปู ท่ี 5.2

VCC

Y1
Y2
รูปท่ี 5.2 ตวั อยา งวงจร Wire AND Gate

วงจรดิจติ อลและลอจกิ ใบงานท่ี 5 ลอจิกเกตทที ีแอลที่มีเอาตพ ตุ คอลเลกเตอรเปด 365

อธิบายการทาํ งานของวงจรในรูปท่ี 5.2 ไดด งั นี้
เอาตพ ตุ Y1 = A เอาตพ ุต Y2 = B
ทจ่ี ดุ ตอ เอาตพ ุตทงั้ สองเทา กบั มแี อนดเ กต 2 อินพุตตอ อยู 1 ตวั ดังน้นั
เอาตพุต Y = Y1 AND Y2

Y = AB

ตารางความจริงของวงจรในรปู ที่ 5.2

อินพุต เอาตพตุ
AB Y=A B
00
01 1
11 0
11 0
0

อปุ กรณทใี่ ชในการทดลอง
1. วงจรรวมทีทแี อลชนดิ เอาตพ ุตคอลเลกเตอรเ ปด เบอร 7401 7406
2. ชุดดลองดจิ ิตอล
3. มลั ติมิเตอร

การทดลองที่ 5.1 คณุ ลักษณะของแนนดเกตชนดิ เอาตพ ตุ คอลเลกเตอรเปด

VCC VCC

366 ใบงานที่ 5 ลอจกิ เกตทีทแี อลที่มเี อาตพตุ คอลเลกเตอรเปด วงจรดิจิตอลและลอจกิ

1. ตอ วงจรดังรปู ทดลองลอจกิ เกตอนิ พุตตามตารางเขา ที่ขาของอนิ พตุ A และ B ใชม ลั ตมิ ิเตอร
วดั แรงดนั อนิ พตุ และสงั เกตการณต ิดดับของไดโอดเปลง แสง บันทกึ ผลการทดลองในตารางบนั ทึกผลการ
ทดลองท่ี 5.1

ตารางบนั ทึกผลการทดลองท่ี 5.1

อินพุต เอาตพ ุต LED
AB VY สภาวะลอจกิ
00 สภาวะลอจกิ = “L” “H”
01 LED = ตดิ ดับ
10
11
หมายเหตุ

การทดลองที่ 5.2 คุณลักษณะของนอตเกตชนดิ เอาตพ ุตคอลเลกเตอรเ ปด

VCC VCC

1. ตอ วงจรตามรูป ปอ นลอกจิกอนิ พุตตามตารางเขา ที่ขาอนิ พตุ A วัดแรงดันเอาตพ ุตและบนั ทึก
การตดิ ดับของไดโอดเปลง แสงลงในตารางบนั ทกึ ผลการทดลองที่ 5.2

วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ ใบงานท่ี 5 ลอจกิ เกตทที ีแอลทีม่ ีเอาตพตุ คอลเลกเตอรเปด 367

ตารางบนั ทึกผลการทดลองที่ 5.2 LED
อนิ พุต เอาตพ ุต
A VY สภาวะลอจกิ
0
1

การทดลองที่ 5.3 วงจรแบบ Wire AND Gate

VCC

1. ตอ วงจร Wire AND Gate ดังรปู โดยใชวงจรรวมเบอร 7406 ทําการทอลองปอนลอจิกอินพตุ
ตามตาราง เขาที่อินพุต A B และ C วัดสภาวะลอจิกเอาตพุตและบันทึกผลลงในตารางบันทึกผล
การทดลองท่ี 3

368 ใบงานที่ 5 ลอจิกเกตทที ีแอลท่มี ีเอาตพตุ คอลเลกเตอรเปด วงจรดิจติ อลและลอจกิ

ตารางบนั ทึกผลการทดลองท่ี 5.3

อินพุต เอาตพุต LED
ABC สภาวะลอจิก
000
001
010
011
100
101
110
111

2. จงเขียนสมการลอจกิ ของเอาตพตุ Y จากตารางการทดลองท่ี 5.3

Y=

3. จงใหแ สดงผลวา เพราะเหตุใดเอาตพ ุต Y ในขอ 2 จึงเปนเชน น้นั
………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

วงจรดิจติ อลและลอจกิ ใบงานที่ 5 ลอจกิ เกตทที ีแอลทีม่ ีเอาตพ ุตคอลเลกเตอรเปด 369

คําถามทา ยการทดลอง
1. จงอธบิ ายถงึ ความแตกตา งระหวา งกระแสซงิ ก (Sink) และกระแสซอรส (Source) ที่ไหลเขาและไหล
ออกจากเอาตพุตของวงจรรวมทีทแี อลชนดิ เอาตพ ตุ โทเทมโพลและชนดิ เอาตพุตคอลเลกเตอรเ ปด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. วงจร Wire AND Gate ในการทดลองที่ 5.3 ทาํ งานเหมอื นกับลอจกิ เกตแบบใด จงเขียนสมการและ
วงจรลอจกิ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..

370 ใบงานท่ี 5 ลอจิกเกตทีทีแอลทมี่ ีเอาตพ ุตคอลเลกเตอรเปด วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ

3. จงเขยี นสภาวะลอจกิ เอาตพ ตุ ของวงจร Wire AND Gate ตอไปน้ีลงในตารางความจริงท่ีกําหนดให
อนิ พุต เอาตพตุ
ABC Y VCC

000 R
001
010 A Y
011 B

100
101
110 C

111

4. อยากทราบวา วงจรชนดิ ทที แี อลเบอร 74LS03 74LS12 74LS22 และ 74LS05 เปนเกตชนิด
ใดและมีเอาตพ ุตแบบใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….……
สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….

ใบงานที่ 6

เรื่อง วงจรเขา รหัส วงจรถอดรหัส และตวั แสดงผล วิชา วงจรดจิ ิตอลและลอจกิ
ช่อื -สกลุ ........................................................ ช้ันปท .ี่ ...............................

วตั ถปุ ระสงค
1. เขา ใจการทาํ งานของวงจรเขา รหสั ในการแปลงเลขฐานสบิ เปนเลขฐานสอง รหสั บซี ีดี 8421
2. เขา การทาํ งานของวงจรถอดรหัส จากเลขฐานสองรหสั บซี ีดี 8421 เปน เลขฐานสิบโดย

แสดงผลท่ีตวั เลข 7 สว น
3. เขา ใจการทาํ งานของแลตชใ นการควบคุมการถอดรหัส

ทฤษฏี
การเขารหัส หมายถึง การเปล่ียนระดับของสัญญาณแรงดันจากการเปด ปดสวิตชมาเปน

สัญญาณลอจกิ ตามรหสั ทตี่ องการ เชน กรณีสญั ญาณลอจกิ “0” หรือ “1” จากแปนกดของเครือ่ งคดิ เลข
เมื่อผานวงจรเขา รหัสจะทําใหเ อาตพ ุตนั้นออกมาเปนเลขฐานสองแบบตางๆ ทั่วไปนิยมใชร หสั เลขฐานสอง
รหสั บซี ีดี 8421 ท้ังนี้การเลือกใชร หสั ใดๆ ขน้ึ อยกู ับผูออกแบบระบบดิจติ อลที่จะนาํ ไปใชงาน

การถอดรหสั หมายถงึ การเปลีย่ นรหัสอนิ พุตจากเลขฐานสองใดๆ หรือจากรหสั เลขฐานสองให
เปนรหัสเฉพาะอยางใดอยางหนึ่งเทานั้น เชน การถอดรหัสอินพุตเลขฐานสองใหเปนรหัสเอาตพุต
เลขฐานสิบ วงจรเขา รหัสและวงจรถอดรหัสสามารถสรางไดจ ากไดโอดเมตริกซ หรือ จากวงจรลอจิกเชิง
จัดหมู ขน้ึ อยกู ับความเหมาะสมและความสะดวกในการนาํ ไปใชง าน ตวั อยา งการนาํ ไปใชง านวงจรเขา รหสั
และถอดรหัส แสดงในรูปท่ี 6.1

รปู ที่ 6.1 แสดงระบบดจิ ิตอลทใี่ ชว งจรเขา รหัสและวงจรถอดรหสั

372 ใบงานที่ 6 วงจรเขารหัส วงจรถอดรหัส และตัวแสดงผล วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ

วงจรรวมตัวเขารหสั เบอร 74147 (10-Line Decimal to 4-Line BCD Priority Encoder) เปน
ตวั เขารหัสจากลอจกิ สวติ ช 10 เสน เปล่ยี นเปนรหัสบีซีดี 8421 ขนาด 4 บติ มลี ักษณะดังรปู ที่ 6.2 และ
ตารางการแสดงดังรูปท่ี 6.3

รปู ที่ 6.2 วงจรรวมเบอร 74147 ทาํ งานเปน ตวั เขา รหสั
อนิ พุต เอาตพ ตุ

123456789DCBA
HHHHHHHHHHHHH
XXXXXXXX L L HH L
X X X XX XX L H L HHH
XXXXXXLHHH L L L
XXXXX LHHHH L L H
XXXXLHHHHHLHL
XXXLHHHHHHLHH
XXLHHHHHHHHL L
XLHHHHHHHHHLH
L HHHHHHHHHHH L
รปู ท่ี 6.3 แสดงตารางการทาํ งานของวงจรรวมเบอร 74147
วงจรรวมถอดรหัสเบอร 7447/7448 (BCD-to-Seven Segment Decoder/Driver) ทําหนาท่ี
แปลงรหัสบีซีดี 8421 เปนเลขฐานสิบ โดยการแสดงผลเลขฐานสิบ แสดงผลท่ีตัวแสดงผลแบบตัวเลข
7 สว น มีลกั ษณะดังรปู ท่ี 6.4 และตารางแสดงการทํางาน ดังรปู ท่ี 6.5

วงจรดจิ ิตอลและลอจกิ ใบงานท่ี 6 วงจรเขารหัส วงจรถอดรหัส และตัวแสดงผล 373

รูปที่ 6.4 วงจรรวมเบอร 7447/7448 ทาํ หนา ทีเ่ ปน ตวั ถอดรหสั

Decimal อนิ พตุ BI/RBO เอาตพ ตุ
or g Note
Function LT RBI D C B A a b c d e f

0 H H L L L L H ON ON ON ON ON ON OFF
1 H X L L L H H OFF ON ON OFF OFF OFF OFF
2 H X L L H L H ON ON OFF ON ON OFF ON
3 H X L L H H H ON ON ON ON OFF OFF ON
4 H H L H L L H OFF ON ON OFF OFF ON ON
5 H X L H L H H ON OFF ON ON OFF ON ON
6 H X L H H L H OFF OFF ON ON ON ON ON
7 H X L H H H H ON ON ON OFF OFF OFF OFF
8 H X H L L L H ON ON ON ON ON ON ON 1
9 H X H L L H H ON ON ON OFF OFF ON ON
10 H X H L H L H OFF OFF OFF ON ON OFF ON
11 H X H L H H H OFF OFF ON ON OFF OFF ON
12 H X H H L L H OFF ON OFF OFF OFF ON ON
13 H X H H L H H ON OFF OFF ON OFF ON ON
14 H X H H H L H OFF OFF ON ON ON ON ON
15 H X H H H H H OFF OFF OFF OFF OFF OFF OFF
BI X X X X X X L OFF OFF OFF OFF OFF OFF OFF 2
RBI H L L L L L L OFF OFF OFF OFF OFF OFF OFF 3
LT L X X X X X H ON ON ON ON ON ON ON 4

รูปที่ 6.5 แสดงตารางการทาํ งานของวงจรรวมเบอร 7447/7448

374 ใบงานที่ 6 วงจรเขารหสั วงจรถอดรหัส และตัวแสดงผล วงจรดิจิตอลและลอจกิ

ตัวแสดงผลเลขเจ็ดสว น เปน ตวั แสดงผลทที่ าํ มาจากไดโอดเปลงแสง หรอื แอลซีดี มลี กั ษณะ
ภายนอกหลายแบบดังรปู ท่ี 6.6

รูปท่ี 6.6 แสดงลกั ษณะภายนอกของตวั แสดงผลเลขเจ็ดสว น
ตวั แสดงผลเลขเจด็ สว นชนดิ ไดโอดเปลงแสง แบง ตามโครงสรางได 2 แบบคอื
1. แบบแอโนดรว ม
2. แบบแคโทดรว ม
ลกั ษณะวงจรภายในและการทาํ งานของตวั เลขเจ็ดสว นชนิดแอโนดรว ม แสดงในรปู ที่ 6.7 การตอ
วงจรใชงานตองตอจดุ รวมเขา กับ Vcc และการตดิ ดับของไดโอดเปลง แสงแตละตัวทํางานไดโดยการปอน
ลอจกิ “L” แตถ า เปน ชนดิ แคโทดรว ม การตอ วงจรการใชงานตอ งตอจุรวมเขา กบั จุดดินและการตดิ ดบั ของ
ไดโอดเปลง แสงแตล ะตัวทํางานไดโดยปอนลอจิก “H”

การทาํ งานของไดโอดเปลง แสง

วงจรดิจิตอลและลอจกิ ใบงานที่ 6 วงจรเขา รหัส วงจรถอดรหัส และตวั แสดงผล 375

รูปที่ 6.7 ลกั ษณะวงจรภายในและการตอ สวิตชค วบคมุ การทาํ งานของตวั เลขเจ็ดสว นแบบแอโนดรวม
วงจรรวมถอดรหัสที่ใชข บั ตวั เลข 7 สวนดงั กลา วมี 2 เบอร คือ
1. วงจรรวมเบอร 7447 ใชข บั ตวั เลข 7 สวน แบบแอโนดรวม
2. วงจรรวมเบอร 7448 ใชข บั ตวั เลข 7 สว น แบบแคโทดรว ม
ผใู ชง านตอ งเลือกใชใ หเ หมาะสมกบั ชนดิ ของตวั เลข 7 สว น
แลตช คือการประยุกตนําฟลิปฟลอปชนิดดีจํานวน 4 ตัวหรือมากกวา มาไวในวงจรรวมตัว

เดยี วกนั และตอ ขาควบคุมรวมกันเรียกวา ขาอเิ นบลิ เปนการพัฒนาใหใ ชประโยชนไดด ยี ิ่งขึ้นขาอนี าเบิล
เปน ขาควบคุมการทาํ งานของแลตช จะมีลกั ษณะการทาํ งานดังนี้

ถาใหสภาวะลอจิกขาอีนาเบิล = “1” ถาปอมสภาวะลอจิกขาดาตา = “0” จะทําใหที่ Q
มีสภาวะลอจกิ “0” และถาใหส ภาวะ ลอจกิ ท่ีขาอีนาเบิล “1” ดาตาปอ มสภาวะลอจกิ ที่ “1” จะทาํ ให Q
มสี ภาวะลอจิก “1” แตถ า ปอ นสภาวะลอจกิ ทข่ี าอีนาเบลิ = “0” จะทําใหข าดาตาดว ยลอจิกใดจะไมม ีผล
ในการทาํ งาน จะทาํ ให Q อยูในสภาวะเดิม คือสภาวะลอจิกทีเ่ อาตพุตไมเ ปลี่ยนแปลงลักษณะนี้เรียกวา
อีนาเบลิ ทาํ งานทลี่ อจกิ “L” D-Latch เบอร 7475 มีลกั ษณะและตารางการทาํ งานดังรูปท่ี 6.8

D0 และ D1 DDDD4310 QQ 0 D0 และ D1
D2 และ D3 0 D2 และ D3
QQ11
QQQQ2233
E0-1
E2-3

โหมดการทาํ งาน อินพตุ เอาตพุต
ED Q Q
อิเนเบลิ ดาตา 10 0 1
11 1 0
อิเนเบลิ แลตช 0X ไมเ ปลย่ี นแปลง
รูปท่ี 6.8 สญั ลักษณแ ละตารางความจรงิ แสดงการทํางานของแลตชเ บอร 7475

376 ใบงานที่ 6 วงจรเขารหัส วงจรถอดรหัส และตวั แสดงผล วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ

อุปกรณทใ่ี ชในการทดลอง
1. วงจรรวมเบอร 74147 7447 หรอื 7448 และเบอร 7475
2. ตวั เลข 7 สว น ชนดิ แคโทดรว ม หรอื ชนดิ แอโนดรว ม
3. ชดุ ทดลองดิจติ อล

การทดลองท่ี 6.1 การตรวจสอบตัวแสดงผลตวั เลข 7 สวน
1. ใชม ลั ติมิเตอรท ดสอบชนิดของตวั เลข 7 สว นทใ่ี ชในการทดลอง
2. ผลปรากฏวา ตวั เลข 7 สว น ชนิด ……………………………………………………
3. ใชม ลั ตมิ เิ ตอรตรวจวัดตาํ แหนง ขา a-g และขา Common ของตวั เลข 7 สวนที่ใชใ นการ

ทดลอง
4. สเกตชภ าพของตัวเลข 7 สว นท่ีใชในการทดลอง พรอ มทงั้ ระบตุ ําแหนงขาทวี่ ดั ไดจากขอ 3

ใหชัดเจน

ภาพสเกตชตัวเลข 7 สว น ที่ทาํ การทดลองวดั ไดจากขอ 4
การทดลองท่ี 6.2 การถอดรหสั โดยใชว งจรถอดรหสั เบอร 7447

VCC

วงจรดิจติ อลและลอจกิ ใบงานที่ 6 วงจรเขา รหสั วงจรถอดรหสั และตวั แสดงผล 377

ตอวงจรตามรูป ทาํ การปอมรหัสบีซดี ี 8421 เขา ท่อี นิ พตุ A B C และ D ตามตารางบันทึกผลทํา
การทดลองโดยวัดลอจิกเอาตพุตที่ขา a b c d e f g และการแสดงผลของตัวเลข 7 สวนลงในตาราง
บันทึกผลการทดลองที่ 6.2

ตารางบนั ทกึ ผลการทดลองท่ี 6.2

อินพตุ เอาตพตุ แสดงผล
D C B A a b c d e f g เลขฐานสบิ
0000
0001
0010
0011
0100
0101
0110
0111
1000
1001
1010
1011
1100
1101
1110
1111

378 ใบงานที่ 6 วงจรเขารหสั วงจรถอดรหัส และตัวแสดงผล วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ

การทดลองที่ 6.3 การใชแ ลตชควบคมุ ขอ มลู รว มกบั วงจรถอดรหสั โดยใชว งจรรวมเบอร 7475 และเบอร
7447

D0 VCC VCC
Q0

D1 Q1

D3 Q2

D4 Q3
EE02
(E0-3 ) -1
-3

ตอวงจรตามรูป ทําการปอนรหัสบีซีดี 8421 เขาท่ีอินพุต A B C และ D ของแลตช และปอน
สญั ญาณลอจกิ ทขี่ าอิเนเบิล (E0-3) ตามตาราง บันทกึ ผลการวัดลอจิกเอาตพ ตุ ทข่ี า a b c d e f g และการ
แสดงผลของตวั เลข 7 สวนลงในตารางบนั ทึกผลการทดลองท่ี 6.3
ตารางบันทกึ ผลการทดลองท่ี 6.3

อนิ พุต เอาตพ ุต แสดงผล
EDCBAabcdefg เลขฐานสบิ
11001
11000
10111
10110
10101
10100
10001
10010
01001
01000
00111
00110
00101

วงจรดจิ ิตอลและลอจกิ ใบงานที่ 6 วงจรเขา รหัส วงจรถอดรหัส และตัวแสดงผล 379

การทดลองที่ 6.4 วงจรเขา รหสั โดยใชว งจรรวมเบอร 74147

S1 VCC DC BA
SSSSS52364
S7
S8
S9

ตอ วงจรตามรูป ทําการปอนระดับสญั ญาณลอจกิ ดวยสวิตชเขา ที่ขาอินพุต 1 ถึง 9 ตามลําดับที่
แสดงในตารางบนั ทึกผลการทดลองที่ 1 สังเกตและบันทกึ ลอจิกเอาตพ ตุ ทเี่ ปล่ียนแปลงไปตามรหัสทเี่ ขา
มาทางอินพุต ลงในตารางบันทึกผลการทดลองที่ 6.4

ตารางบนั ทึกผลการทดลองท่ี 6.4

อินพตุ เอาตพุต 1 เอาตพตุ 2

123456789DCBA D C B A

HHHHHHHHH
XXXXXXXXL
XXXXXXXLH
X X XXXXL HH
X X XXXL HHH
X X XXL HHHH
X X XL HHHHH
X X L HHHHHH
XL HHHHHHH
L HHHHHHHH

380 ใบงานที่ 6 วงจรเขารหัส วงจรถอดรหัส และตวั แสดงผล วงจรดิจิตอลและลอจกิ

คาํ ถามทา ยการทดลอง
1. จงบอกหนา ทขี่ องขา LAMP TEST และขา Blanking Input ของวงจรรวมเบอร 7448
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
2. จากแผนภาพกรอบตอ ไปนี้ จงออกแบบและเขยี นวงจรโดยเลอื กใชว งจรตามท่ีทา นไดศ ึกษามา

…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................

วงจรดิจติ อลและลอจกิ ใบงานท่ี 6 วงจรเขา รหัส วงจรถอดรหสั และตวั แสดงผล 381

…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
3. โดยปกตติ วั ถอดรหสั เบอร 7447 จะแสดงผลเปนรหัส Numeric ตงั้ แต 0-15 จงออกแบบวงจร
ควบคุมตวั ถอดรหสั ใหแ สดงผลใหเฉพาะเลข 0-9 เทา น้นั
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
4. จงอธบิ ายการทาํ งานของวงจรรวมเบอร 7475 ทเ่ี กีย่ วกับการใชข าอนี าเบลิ ควบคมุ การสง ขอ มลู จาด
อนิ พตุ ไปไปสูเอาตพ ุตของการทดลองที่ 6.3 อยา งละเอยี ด
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................
…………………………………………………………………………………….................................................................

382 ใบงานท่ี 6 วงจรเขารหัส วงจรถอดรหัส และตวั แสดงผล วงจรดิจติ อลและลอจกิ

สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..….

ใบงานท่ี 7

เรือ่ ง ฟลปิ ฟลอป วิชา วงจรดจิ ติ อลและลอจิก
ช่อื -สกลุ ........................................................ ช้นั ปท ่.ี ...............................

วตั ถปุ ระสงค
1. เพื่อศกึ ษาการทาํ งานของฟลิปฟลอปชนิดของอารเ อส
2. เพ่ือศกึ ษาการทาํ งานของฟลิปฟลอปชนดิ ดี (D Flip-Flop)
3. เพือ่ ศกึ ษาการทาํ งานของฟลิปฟลอปชนิดเจเค (J-K Flip-Flop)

ทฤษฏี
ฟลิปฟลอป เปนอุปกรณลอจิกพวกไบสเตเบิลที่มีอินพุตเดียวหรือมากกวาและมีเอาตพุต

2 เอาตพุต เอาตพุตท้ังสองนี้จะตองแสดงสภาวะลอจิกตรงกันขามกัน ฟลิปฟลอปเปนวงจรพื้นฐาน
ท่ีจะนําไปใชในการสรา งวงจรลอจิกตางๆ ท่ีเกี่ยวกับวงจรลอจิกเชิงลําดับ ฟลิปฟลอปมีอยูหลายชนิด
ดงั ตอไปน้ี

1. ฟลิปฟลอปชนดิ อารเอสมี 2 อินพุต เรียกวา เซต (Set S) และ รเี ซต (Reset R) มี 2 เอาตพ ุต
คือ Q และมสี ญั ลกั ษณและวงจรภายในดงั รูปที่ 7.1

QQ

(ก) สัญลกั ษณ (ข) วงจรลอจิกภายใน

รปู ที่ 7.1 แสดงสัญลักษณแ ละวงจรภายในของฟลปิ ฟลอปชนิดอารเ อส

การทาํ งานของฟลปิ ฟลอปชนิดของอารเ อสทใ่ี ชแนนดเกตมี 4 สภาวะ เปน ไปตามตารางความจรงิ
ของฟลิปฟลอปชนดิ อารเอส แสดงในรูปที่ 7.2

384 ใบงานที่ 7 ฟลปิ ฟลอป วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ

โหมดการทํางาน อินพุต Q เอาตพุต
SR Q ผลของเอาตพุต Q
Prohibited 0 011 หามใชง าน
Set 0 110 เซตให Q = 1
Reset 1 001 รีเซตให Q = 0
Hold 1 1QQ ไมเ ปลี่ยนแปลง

รปู ท่ี 7.2 ตารางความจริงแสดงการทาํ งานของฟลิปฟลอปชนิดอารเอส

2. ฟลิปฟลอปชนิดอารเอสควบคุมดว ยสัญญาณนาฬิกา เปนฟลิปฟลอปทมี่ ีขาอินพุต 3 ขา คือ
เซต รีเซต และ CLK ทําหนาท่ีเปนขาควบคุมเอาตพุต มี 2 ขา คือ Q และ Q โดยท่ีขา CLK
จะเปนขาควบคมุ การทาํ งานของฟลปิ ฟลอป ซึ่งถา ไมม ีการปอนสญั ญาณนาฬิกาเขา ขา CLK จะทําใหฟ ลปิ
ฟลอปไมท าํ งานแมจ ะไดรับสญั ญาณลอจิกเขาที่ขา S และ R ฟลิปฟลอปชนิดอารเอสควบคมุ ดวยสญั ญาณ
นาฬกิ า (R-S Flip-Flop With Clock) มสี ญั ลกั ษณและวงจรภายในดงั รูปท่ี 7.3

Q

(ก) สัญลกั ษณ

Q

(ข) วงจรภายใน
รปู ที่ 7.3 สญั ลกั ษณแ ละวงจรภายในของ R-S ฟลปิ ฟลอปทมี่ ีการควบคุมดว ยสญั ญาณนาฬกิ า

วงจรดจิ ติ อลและลอจกิ ใบงานที่ 7 ฟลิปฟลอป 385

โหมดการ อนิ พุต R เอาตพตุ
ทาํ งาน CLK S 0 Q Q ผลของเอาตพ ุต Q
Hold 1 ไมเปลีย่ นแปลง ไมเ ปล่ียนแปลง
Reset 0 0 01 รีเซตให Q = 0
Set 0 1 10 เซตให Q = 1
Prohibited 1 11 หามใชง าน
1

รูปที่ 6.4 ตารางความจริงแสดงการทาํ งานของฟลิปฟลอปชนดิ อารเ อสควบคุมดว ยสญั ญาณนาฬกิ า

3. ฟลปิ ฟลอปชนดิ ดี เปนฟลปิ ฟลอปท่มี ีอินพุต 2 ชุด คอื
1. อินพุตซิงโครนัส (Synchronous Input) ประกอบดวยขาขอมูล (D) และขา CLK

ซ่งึ ทํางานรวมกนั เมื่อปอ นขอมูลสัญญาณลอจกิ เขา ทขี่ า D ขอมลู สัญญาณลอจกิ จะถูกสงไปทเี่ อาตพตุ Q
ไดเ มื่อมสี ัญญาณพลั สป อนเขาทข่ี า CLK มาควบคมุ การทาํ งานเทา น้ัน

2. อนิ พุตอะซิงโครนสั (Asynchronous Input) ประกอบดว ยขาพรเี ซต (PS) และ ขาเคลียร
(CLR) ซ้ึงทํางานดวยลอจิก "0" กลา วคอื เมือ่ ปอ น "0"ใหขา PS จะทําให Q = "1" เมอ่ื ปอน "0" ใหข า CLR
จะทําให Q = "0" ฟลปิ ฟลอปชนิดดที ่นี ิยมนํามาใชงานคือ เบอร 7474 แสดงในรปู ที่ 7.5

Q

รปู ที่ 7.5 สญั ลักษณข อง D ฟลปิ ฟลอป

386 ใบงานที่ 7 ฟลิปฟลอป วงจรดิจติ อลและลอจกิ

โหมดการทาํ งาน อะซงิ โครนสั อินพตุ ซิงโครนสั เอาตพ ตุ
Asynchronous QQ
Asynchronous reset PS CLR CLK D 10
Prohibited 01 x x 01
Set 10 x x 11
Reset 00 x x 10
11↑ 1 01
11↑ 0

รปู ท่ี 7.6 ตารางการทาํ งานของ D ฟลิปฟลอป

4. ฟลปิ ฟลอปชนิดเจเค ใชป ระโยชนอยา งกวา งขวางมากในงานดจิ ิตอล ฟลปิ ฟลอปชนดิ เจเค
ท่นี ิยมใชค อื เบอร 7476 มีอินพุต 2 ชุด คอื

1. อินพุตซิงโครนสั ประกอบดว ยขา J K และ CLK
2. อินพุตอะซิงโครนัส ประกอบดวยขา PS และขา CLR ทํางานเหมือนกับ PS และขา CLR
ของฟลิปฟลอปชนิดดี สัญลักษณและตารางความจริงแสดงการของฟลิปฟลอปชนิดเจเคเบอร 7476
แสดงในรูปท่ี 7.7

Q

วงจรดิจติ อลและลอจกิ ใบงานท่ี 7 ฟลปิ ฟลอป 387

โหมดการทํางาน อะซงิ โครนสั อนิ พุต ซิงโครนสั เอาตพตุ
Asynchronous QQ
Asynchronous reset PS CLR CLK J K 10
Prohibited 01xx x 01
Hold 10xx x 11
Reset 00xx x ไมเปล่ยี นแปลง
Set 11 0 0 01
Toggle 11 0 1 10
11 1 0 สภาวะตรงขา ม
11 1 1

รูปที่ 7.7 สญั ลักษณแ ละตารางความจรงิ ของ J-K ฟลปิ ฟลอป

อปุ กรณท ใี่ ชใ นการทดลอง
1. วงจรรวมเบอร7 400 7474 7476
2. ชดุ ทดลองวงจรดิจติ อล

การทดลองที่ 7.1 ฟลิปฟลอปชนิดอารเ อสทใี่ ชแนนดเ กต

Q

1. ตอ วงจรตามรูปท่ที าํ การปอนระดับสัญญาณลอจกิ เขา ทขี่ าอนิ พตุ S และ R ตามลาํ ดบั บนั ทกึ
ผลการทดลองและลอจกิ เอาตพ ุตลงในตารางบันทกึ ผลการทดลองที่ 1 พรอ มสภาวะการทาํ งาน

388 ใบงานที่ 7 ฟลิปฟลอป วงจรดิจติ อลและลอจกิ

ตารางบันทกึ ผลการทดลองที่ 1

โหมดการทาํ งาน อินพุต เอาตพตุ ผลของเอาตพตุ Q
Prohibited SR QQ
Set 00
Reset 01
Hold 10
11

การทดลองท่ี 7.2 ฟลิปฟลอบชนิดอารเอสควบคุมดวยสญั ญาณนาฬิกา

Q

1. ตอวงจรตามรูป ทาํ การปอ นระดับสัญญาณลอจิกเขา ดว ยขาอนิ พตุ S R และ CLK ตามลาํ ดบั ท่ี
แสดงในตาราง และบันทึกผลการทดลองและลอจิกเอาตพ ุต พรอมสภาวะการทาํ งานลงในตารางบนั ทกึ ผล
การทดลองท่ี 7.2

ตารางบนั ทกึ ผลการทดลองที่ 7.2

โหมดการ อินพตุ เอาตพุต ผลของเอาตพุต Q
ทาํ งาน สภาวะ สภาวะ
Hold CLK S R กอ นปอ น CLK หลังปอ น CLK
Reset 0 0 QQ Q Q
Set 0 1
Prohibited 1 0
1 1


Click to View FlipBook Version