สารบัญ บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ จงส่องแสงในฐานะประภาคารแห่งความหวัง 3 อันดับหนึ่งของทั่วโลก ธรรมนิพนธ์ เครื่องนุ่งห่มและอาหาร 7 ความคิดคำ นึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” บทที่ 85) กฎแห่งชัยชนะที่ไม่เปลี่ยนแปลง 15 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บทสนทนาเกี่ยวกับศาสนาแห่งมนุษยนิยม บทที่ 17) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น ตอนที่ 1 21 ชะขุบุขุ คือการต่อสู้เพื่อเอาชนะธรรมชาติมาร ที่มีอยู่ในชีวิตของเราเองและในชีวิตของผู้อื่น ก่อร่างสร้างยุคใหม่ มาร่วมขับขานบทเพลง 39 แห่งฤดูใบไม้ผลิที่น่าปีติยินดี 1 2 3 4 5
2 สมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย email: [email protected] www.sgt.or.th บรรณาธิิการ นวรััตน์์ ชิิโนมีี กองบรรณาธิิการ เรืืองระวีี ไชยพููนพััฒน์์ พััชรีี โพธิิพััฒน์์ธนากร ณััฐพร งามสิิ ริิ กุุล ภาษาญี่่�ปุ่่�น เพีียงตา หลิิมไชยกุุล อนงค์์นาถ มโนจุุ รีีหกุุล อาคิิโกะ โฮโซดะ โยโกะ โอดะ สมพร เจนจารุุ พัันธุ์์กุุล ภาษาอัังกฤษ หทััยรััตน์์ แซ่่ จึึง ศศมน โพธิิ พััฒน์์ธนากร ทิิพย์์ สุุดา บุุนฑารัักษ์์ ออกแบบสร้้างสรรค์์ กุุลลดา อััศวฉััตรโรจน์์ พิิสููจน์์ อัักษร วรรณีี สถาพรพิิชญ์์ผู้้จััดการ ณริินทร์์ ลััทธยาพร สงวนลิิขสิิทธิ์์�โดยสมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย ISSN 2586-8675
บทบรรณาธิิการของ อาจารย์์ อิิเคดะ (ในวารสารไดเบีียะขุุเร็็งเงะ)
4 ‘ ’ จงส่่องแสงในฐานะประภาคารแห่่งความหวััง อัันดัับหนึ่่�งของทั่่�วโลก ธันวาคม ค.ศ. 1955 อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคม โซคาประกาศความตั้งใจแน่วแน่ของท่านที่จะบากบั่นให้ถึงที่สุดในปีถัดไปเพื่อ รับประกันว่าจะไม่มีสมาชิกแม้แต่คนเดียวไม่ได้รับบุญกุศลจนกล่าวกับทั้งโลก ได้ว่า “ดูสิงท่ ี่พวกเราทำ สำ เร็จสิ” พวกเรานำ ปณิธานอันเร่าร้อนของอาจารย์ผู้มีพระคุณมาเป็นของ ตน และในปี ค.ศ. 1956 ข้าพเจ้ากับสมาชิกคันไซซึ่งเชื่อมโยงกันด้วยสายใย แห่งกรรมที่ลึกซึ้งได้ก่อให้เกิดแรงผลักดันอันปีติยินดีเพื่อ “ความร่งเรืองของุธรรมะอันยิงให ่ญ” และเพื่อให้อุดมการณ์เรื่อง “ ่ การก่อตั้งคำสอนทถูกต้อง ี่ เพ่ือให้ ประเทศเกิดสันติ” สำ เร็จเป็นจริงด้ วยการเปลี่ยนชะตากรรมเป็น ภาระหน้าที่ ทุกคนได้ทำ ให้บุญกุศลอันยอดเยี่ยมแห่งการปฏิวัติมนุษย์บานสะพรั่ง ในชีวิตและบรรลุชัยชนะอันน่าทึ่งเพื่อประชาชนร่วมกัน ซึ่งทุกคนล้วนคิดว่าเป็น ไปไม่ได้ ในการต่อสู้เพื่อทำ สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ครั้งนั้นโดยใช้ “ยทุธวิธีของสัทธรรมปุณฑริกสูตร” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1001) ข้าพเจ้ากับสมาชิกคันไซผู้ล้ำ ค่ายึดถือข้อความธรรมนิพนธ์ไว้อย่าง ลึกซึ้งอยู่ในใจ ถ้อยคำ นี้เขียนถึงท่านชิโจคิงโงะที่ติดตามพระนิชิเร็นไดโชนินไป ระหว่างการบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิโดยพร้อมสละชีวิตเคียงข้างท่านว่า
5 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ ท่านถูกพี่น้องทอดทิ้ง เพื่อนซามูไรคุมแค้น ... และถูกประชาชนทั่วประเทศญี่ปุ่น เกลียด. ... เนื่องด้วยท่านได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นพันธมิตรอันดับหนึ่งของ สัทธรรมปุณฑริกสูตรในทั้งชมพูทวีป [ทั่วโลก] แน่นอนทีเดียวว่าพระพรหมกับ พระอินทร์ที่เป็นเทพจะไม่ทอดทิ้งท่าน เรื่องการบรรลุพุทธภาวะของท่านก็เช่นเดียวกัน (ธรรมนิพนธ์ฉบับ ภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 946) พระนิชิเร็นไดโชนินพระพุทธะแห่งสมัยธรรมปลายทราบดีถึง ความพากเพียรทั้งหมดของพวกเรา ครอบครัวโซคาของพวกเรากำ ลังก้าวหน้า อย่างไม่รู้เหนื่อยเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลโดยไม่หวั่นไหวต่อสายลมแปรปรวน แห่งความเห็นของผู้คนทั่วไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าท่านจะยกย่องชมเชยพวกเรา ทุกคนอย่างสูงในฐานะ “พันธมิตรอันดับหนึงของสัท่ธรรมปุณฑริกสูตรใน ทั้งโลก” ไม่ว่าพวกเราจะเผชิญสภาพการณ์อันยากลำ บากเรื่องใดก็ตาม ขอให้รุกไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญด้วยความภูมิใจและความเชื่อมั่นนี้ เทพธรรมบาลทั้งหลายที่นำ โดยพระพรหมกับพระอินทร์จะปกป้องท่านอย่าง แน่นอน อันที่จริง พวกเราต้องตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะกระตุ้นเหล่าเทพธรรมบาล ให้ลงมือทำ งานเพื่อให้เทพเหล่านั้นบังเกิดความปรารถนาอันแรงกล้าในการ ปกป้องการชุมนุมของพระพุทธะของพวกเรา อีกทั้งขอให้แสดงข้อพิสูจน์ด้านความเป็นจริงในชีวิตของเรา และในสังคมเรื่องคำ สอนของพระนิชิเร็นไดโชนินที่ว่า “พุทธธรรมหมายถึง การมีชัยชนะ” ด้วยความศรัทธาที่ไม่พ่ายแพ้และพฤติกรรมที่มีมนุษยนิยม เช่นเดียวกับท่านชิโจคิงโงะ
6 สมาคมโซคายุวชนทั่วโลกกำ ลังเตรียมความพร้อมเพื่อออกเดินทาง ครั้งใหม่ [ในตอนเริ่มต้นปีใหม่] พร้อมทั้งนำ ปรัชญาอันดับหนึ่งของโลกแห่งการ เคารพชีวิตมาปฏิบัติ อีกทั้งทำ งานเพื่อเสริมสร้างและแผ่ขยายความเคลื่อนไหว อันดับหนึ่งของประชาชนของโลก ด้วยพลังชีวิตของโพธิสัตว์จากพื้นโลกที่มีความเยาว์วัยตลอดกาล ขอให้พวกเราส่องแสงในฐานะประภาคารแห่งความหวังอันดับหนึ่งของทั้งโลก ดังที่สมาชิกยุโรปขับร้องในเพลงใหม่ของพวกเขาว่า “ดวงอาทิตย์ ปรากฏขึ้นในหัวใจฉัน / พวกเราจะกำ ชัยชนะนี้ / สันติภาพนิรันดร์บนโลก / เพื่อ มวลมนุษยชาติ” พระ พรหมกัับพระอิินทร์์ ข้้าพเจ้้าขอร้้องให้้ท่่านปกป้้องด้้วยความเคารพนัับถืือ ยุุวชนผู้้�สู้งส่่ง ซึ่่�งกำำ�ลัังอุุตสู�หะบากบั่่�นอย่่�งสุุดกำำ�ลััง เพื่่�อการเผยแผ่่ธรรมไพศาล (จากบทบรรณาธิการ วารสารไดเบียะขุเร็งเงะ ฉบับเดือนธันวาคม ค.ศ. 2023)
ธรรมนิิพนธ์์
8 เครื่องนุ่งห่มและอาหาร ความเป็นมา ข้อความธรรมนิพนธ์นี้เป็นข้อความครึ่งหลังของ “ธรรมนิพนธ์เรื่องเครื่องน่งห่มแุละอาหาร” ซึ่งเพิ่มเติมเข้ามาในหนังสือธรรมนิพนธ์ฉบับ ภาษาญี่ปุ่นที่เรียบเรียงใหม่และตีพิมพ์เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 ไม่ ปรากฏชัดเจนว่าพระนิชิเร็นไดโชนินเขียนขึ้นเมื่อใดและมอบแก่ใคร แต่ในตอนต้น เขียนว่า “จดหมายตอบอุบาสิกาอามะ” จึงสันนิษฐานว่า เป็นจดหมายตอบ ลูกศิษย์สตรีที่มอบเงินทำ บุญถวายแด่พระนิชิเร็นไดโชนิน เมื่อใดที่จุดไฟให้แสงสว่างแก่คนที่เดินอยู่ท่ามกลางความมืดมิด เมื่อนั้นเบื้องหน้าของตนเองก็จะสว่างไสวไปด้วย นี่เป็นหลักเหตุและผลทางโลก ‘ ’ เมื่อจุดคบไฟให้ผู้อ่ืนในยามคำ่ คืน ผู้นั้นไม่เพียง มอบความสว่างแก่ผู้อ่ืน แต่ยังมอบความสว่างแก่ตนเองด้วย ทำ นองเดียวกัน เมื่อทำ ให้ราศีผู้อน่ืดขีึ้น ผู้นั้นจกั มีราศีดขีึ้นเช่นกัน เมื่อมอบความเข้มแข็งแก่ผู้อ่ืนก็เป็นการมอบความเข้มแข็งแก่ ตนเองเช่นกัน เมื่อต่ออายุของผู้อ่ืนก็เป็นการต่ออายุของตนเอง ดว้ยุ (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 1066)
ดังนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า การกระทำ เพื่อการเผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์ อันเป็น พฤติกรรมที่นำ ผู้คนไปสู่การบรรลุพุทธภาวะ จะก่อให้เกิดบุญกุศลสูงสุดที่เปิด ธรรมชาติพุทธะของตนเองได้ ข้อความธรรมนิพนธ์ตอนนี้สอนว่า การบำ เพ็ญเพียรพุทธมรรค มิใช่การปฏิบัติที่หวังจะเป็นผู้ที่แตกต่างจากมนุษย์ แต่เป็นการปฏิบัติอันเกิดจาก น้ำ ใสใจจริงที่คำ นึงถึงผู้อื่น กิจกรรมของสมาคมที่พวกเรากำ ลังปฏิบัติอยู่ทุกวัน นี่เองก็คือการบำ เพ็ญเพียรพุทธมรรคที่แท้จริง เต็มเปี่ยมด้วย “การส่งเสริม กำลังใจ” ที่ปรารถนาให้ทุกคนมีความสุขไปด้วยกัน อาจารย์อิเคดะชี้นำ ว่า “ยิ่งเราต่อสู้เพื่อกิจกรรมของสมาคมมาก เท่าใด เราจะยิ่งกระฉับกระเฉงมากขึ้นเท่านั้น หากเรามุ่งมั่นว่าจะให้กำ ลังใจ ทุกคน จะปลุกเร้าให้ทุกคนลุกขึ้นยืนหยัด ความกล้าหาญก็จะพวยพุ่ง พลังจะ ปรากฏออกมา แล้วท่าทีที่ทุกคนกระฉับกระเฉงขึ้นก็จะทำ ให้ชีวิตของเราได้ รับแรงบันดาลใจ” เมื่อร่วมทุกข์และให้กำ ลังใจคนหนึ่งคนตรงหน้าที่กำ ลัง กลัดกลุ้มใจ ไม่เพียงอีกฝ่ายจะสดใสขึ้น แต่ความกล้าหาญและปัญญาจะ พวยพุ่งขึ้นจากส่วนลึกในจิตใจของตัวเราเองด้วย การกระทำ เพื่อเพื่อนจะทำ ให้ ตนเองเข้มแข็งขึ้น และสามารถข้ามพ้นความทุกข์ยากของตนได้สบาย การรวมใจ เป็นหนึ่งเดียวกับอาจารย์ พร้อมกับสวดไดโมขุและทุ่มเททำ กิจกรรมของสมาคม นี่เองที่สามารถสร้างความสุขของทั้งตนเองและผู้อื่นได้
10 ภาระหน้าที่ของฉัน เมื่อครั้งที่ดิฉันเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ดิฉันประทับใจ บทกลอนของอาจารย์อิเคดะข้อความหนึ่งที่กล่าวว่า “ฉันมภาระหน้าท ี ท ี่ ม ี่ เีพียง ฉันเท่านั้นททำ ี่ ได้ เธอก็เช่นเดยวกัน ม ี ภาระหน้าท ี ท ี่ หากไม่ใช่เ ี่ ธอก็ไม่สามารถ ทำ ได้” นั่นคือจุดเริ่มต้นของดิฉัน ช่วงที่ดิฉันเป็นยุวชนหญิง (ในเวลานั้น) ได้เข้าร่วมงานวัฒนธรรม สันติภาพโฮขุริขุครั้งที่ 1 ดิฉันได้สัมผัสกับพลังใจที่เข้มแข็ง ความรักและความ เมตตาของอาจารย์ จึงตัดสินใจจะมีชีวิตอยู่เพื่อการเผยแผ่ธรรมตลอดชั่วชีวิต ตอนที่ดิฉันทำ กิจกรรมในฐานะหัวหน้าฝ่ายยุวชนหญิงของจังหวัด ดิฉันถูกรถที่วิ่งข้ามเกาะกลางถนนมาชนเข้าอย่างจัง เป็นอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้น มีการพูดกันตอนที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุว่า “ถ้าตายคาที่ก็ไม่แปลก” แต่ดิฉันรอดมาได้อย่างเหลือเชื่อ ไม่มีแม้ กระทั่งรอยแผล จิตใจของดิฉันเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณที่ได้รับการปกป้อง คุ้มครอง จึงได้ให้คำ มั่นสัญญาว่า “จะใช้ชีวิตที่ได้รับการปกป้องเพื่อการ เผยแผธ่ รรมไพศาล !” หลังจากแต่งงาน ดิฉันต่อสู้ด้วยความตั้งใจที่จะเปิดประวัติศาสตร์ การเผยแผ่ธรรมไพศาลที่อิชิคาวะ ระหว่างนั้นเองสามีก็ล้มป่วยด้วยภาวะสมอง ขาดเลือด (Cerebral Infarction) ในสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดคิด ดิฉันตกใจอยู่ ชั่วขณะหนึ่ง แต่ได้ตั้งใจว่า “เพราะกำลังต่อสู้อยู่ มารจึงแย่งชิงกันเกิดขึ้นมา นันเอง จะต้องม่ ชัยชนะให้ได้อย่างเด็ดขาด ี ” ดิฉันสวดไดโมขุอย่างต่อเนื่องด้วย ความเข้มแข็ง อีกทั้งทุ่มเททำ กิจกรรมของสมาคมโดยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว การ สร้างแรงบันดาลใจในเวลาที่จู่ ๆ ตัวเองรู้สึกแย่ขึ้นมาก็คือการไปพบเพื่อนสมาชิก
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 ธรรมนิพนธ์ เมื่อส่งเสริมกำ ลังใจผู้อื่น ตัวเองก็เข้มแข็งขึ้นและจิตใจแห่งการต่อสู้ก็พวยพุ่งขึ้น 3 เดือนต่อมา สามีได้ออกมาจากโรงพยาบาลและกลับไปทำ งานได้อย่าง ปลอดภัย หลังจากนั้นความยากลำ บากต่าง ๆ ก็ยังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น บริษัทที่น้องชายทำ งานอยู่ล้มละลาย แต่ก็สามารถข้ามพ้นได้ทุกเรื่องด้วยความ ศรัทธา น้องสะใภ้ซึ่งได้เห็นสถานการณ์เหล่านั้นจึงเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม อย่างปีติยินดี ดิฉันสามารถสร้างครอบครัวที่สนุกสนานกลมเกลียวให้เป็นจริงได้ ดิฉันจะขอส่งเสริมกำ ลังใจเพื่อนสมาชิกด้วยจิตใจแห่งการตอบแทนบุญคุณ และ ทุ่มเทเพื่อการเผยแผ่ธรรมจนถึงที่สุดตลอดชั่วชีวิตนี้ ขอให้ท้าทายในการสนทนาด้วยความจริงใจ ตลอดจนแผ่ขยาย “ความร่วมมือร่วมใจเพื่อความสขแุละสันติภาพ” กันเถิด (บรรยายโดย คุณฮิโตมิ อิวามูโระ หัวหน้าแผนกศึกษาธรรมฝ่ายสตรี รวมจังหวัดอิชิคาวะ)
12 ‘ ’ คำชี้นำของอาจารย์อิเคดะ สมาชิกของสมาคม คือพลังที่ทำ ให้สังคมชุ่มชื่น สมาชิกโซคาลงมือกระทำ เพื่อคนที่กำ ลังทุกข์ใจและคนที่ กลัดกลุ้มใจ อีกทั้งส่งเสริมกำ ลังใจอย่างถึงที่สุด เมื่อพบกับคนที่ดำ เนินชีวิต ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำ บาก ชีพจรของสมาชิกจะเต้นแรงด้วยความรู้สึก ว่าเมินเฉยไม่ได้ นั่นแสดงถึงจิตใจที่ทำ ประโยชน์เพื่อผู้อื่น กล่าวได้ว่าเป็นวิธีการ ดำ เนินชีวิตที่หล่อหลอมขึ้นท่ามกลางการดำ เนินชีวิตจนถึงที่สุดเพื่อภาระหน้าที่ ของโพธิสัตว์จากพื้นโลก ในสังคมปัจจุบันที่มีแนวโน้มความเป็นปัจเจกนิยม ผู้คนหลีกเลี่ยง ที่จะเกี่ยวข้องกับผู้อื่นและมักจะปิดกั้นตนเอง ผลก็คือความเป็นน้ำ หนึ่งใจเดียวกัน ของมนุษย์ถูกตัดขาด ความอ้างว้างมีเพิ่มมากขึ้น ท่ามกลางสภาพเช่นนั้น วิธีการ ดำ เนินชีวิตของสมาชิกที่ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขและปฏิสัมพันธ์กับผู้คน อย่างกระตือรือร้น จะเชื่อมโยงมนุษย์ ฟื้นฟูชีวิตและทำ ให้สังคมชุ่มชื่น (จากบทประพันธ์ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” เล่ม 28 “บทเส้นทางที่ยิ่งใหญ่”)
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 ธรรมนิพนธ์ อธิบายเพิ่มเติม :วิถีชีวิตของโพธิสัตว์ พุทธธรรมเทศนาหลักธรรมเรื่อง “สิบโลก” ซึ่งแบ่งสภาวะและ สภาพชีวิตเป็น 10 ชนิด ลักษณะพิเศษของโลกโพธิสัตว์ที่เป็นหนึ่งในนั้นก็คือ “การใฝ่หา” ที่แสวงหาสภาพชีวิตอันสูงส่งที่เรียกว่าโลกพุทธะ และการปฏิบัติ “เพ่ือประโยชน์ ของผ้ ูอื่น” ซึ่งก็คือ แบ่ งปันประโยชน์ ที่ได้ รับในระหว่ าง บำ เพ็ญเพียรพุทธมรรคกับผู้อื่น แม้ทวิยาน (สาวกและปัจเจก) จะเคารพพระพุทธะเป็นอาจารย์ แต่ก็ติดอยู่ในการรู้แจ้งที่ตื้นเขินของตนเอง “ถือตัวเองเป็นศูนย์กลาง” ไม่คิด ช่วยเหลือผู้อื่น ในทางตรงกันข้าม โพธิสัตว์มุ่งหมายจะไปให้ถึงสภาพชีวิตของ พระพุทธะผู้เป็นอาจารย์ และลงมือปฏิบัติโดยตระหนักรู้ถึงภาระหน้าที่ที่ว่า “เพื่อผคู้ น” “เพื่อธรรมะ” ร่วมทุกข์กับคนที่กลัดกลุ้มใจและเศร้าเสียใจ มีการ กระทำ ที่ถอนทุกข์ให้สุข และปรารถนาถึงความสุขของทั้งตนเองและผู้อื่นในสังคม แห่งความเป็นจริง เมื่อเราหันหน้าเข้าหาโงะฮนซน และทุ่มเทสวดไดโมขุอันเป็นการ ปฏิบัติเพื่อตนเองและผู้อื่น ธรรมชาติพุทธะของตนเองจะถูกดึงออกมา อีกทั้ง ความหวังที่ไม่มีขีดจำ กัดจะพวยพุ่งขึ้นมา จิตวิญญาณของโพธิสัตว์เปี่ยมล้นอยู่ ในกิจกรรมของสมาคมที่ทำ “เพื่อผู้อื่น” ซึ่งเป็นจิตใจแห่งความเมตตา
14 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิิวััติิมนุุษย์์-ใหม่่” โดย โฮ โงะคูู บทความจากอาจารย์์ไดซาขุุ อิิเคดะ
บทที่ 85) กฎแห่งชัยชนะ ที่ไม่เปลี่ยนแปลง เป้าหมายของพวกเราคืออะไร นั่นคือชัยชนะ นี่คือคำ ประกาศที่มีชื่อเสียงของวินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรี อังกฤษ ที่เพิ่งเข้ารับตำ แหน่งใหม่ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกเมื่อ 61 ปีที่แล้ว ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1940 ขณะที่เผชิญความท้าทายเพื่อปกป้องประเทศจาก นาซีเยอรมนี เขากล่าวว่า “ชัยชนะไม่ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม ชัยชนะทั้ง ๆ ที่หวาดกลัวสุดขีด ชัยชนะ ไม่ว่าหนทางจะยาวไกลและยากลำ บากเพียงใด”1 และกล่าวปิดสุนทรพจน์โดยกระตุ้นประชาชนชาวอังกฤษว่า “มาเถิด พวกเรามา ก้าวหน้าไปด้วยกันด้วยพลังสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกันเถิด” จากวินาทีนั้น ห้าปีแห่งการต่อสู้อันดุเดือดของอังกฤษกับฮิตเลอร์ ผู้นำ เผด็จการจึงเริ่มต้นขึ้น ความชั่วร้ายรวมตัวกันอย่างรวดเร็วและแพร่กระจาย ราวกับเซลล์มะเร็ง ด้วยเหตุนี้คนดีจึงต้องสร้างแกนกลางที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า พลังด้านลบเหล่านี้ และทำ งานเพื่อขยายความสมัครสมานสามัคคีเพื่อความจริง และความเที่ยงธรรม นี่คือกฎแห่งชัยชนะที่ไม่เปลี่ยนแปลงในทุกยุคทุกสมัย 1 คำ กล่าวโดยวินสตัน เชอร์ชิล ข้อความนี้และถัดไปยกมาจาก : วินสตัน เอส เชอร์ชิล, คำ ประกาศสงครามของ วินสตัน เชอร์ชิล ผู้ทรงเกียรติ, รวบรวมโดย ชาร์ลส เอด (ลอนดอน : คาสเซล แอนด์คัมปะนี, ค.ศ. 1951), เล่ม 1, หน้า 181
16 มาเถิด พวกเรามาเผชิญความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ในการเปิดประตูสู่ ความรุ่งโรจน์ในศตวรรษใหม่ และหากพวกเราจะกระทำ เช่นนั้น มาร่วมต่อสู้เพื่อ ชัยชนะกันเถิด ! กุญแจสู่ชัยชนะครั้งแรก ครั้งสุดท้าย และตลอดไป คือการ ก้าวหน้าของพวกเราด้วยความสามัคคีดุจเพชรที่ไม่อาจทำ ลายได้ * มีคน ๆ หนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่า “สมาชิกคันไซล้วนตระหนักถึงความ แข็งแกร่งของความสามัคคี เมื่อใดก็ตามที่พื้นที่บางแห่งของคันไซได้รับการชื่นชม สมาชิกคันไซทุกคนก็จะชื่นชมยินดีราวกับตัวพวกเขาเองได้รับคำ ชื่นชม ทำ นอง เดียวกัน เมื่อพื้นที่ใดของคันไซถูกวิพากษ์วิจารณ์ พวกเขาก็จะโกรธราวกับตัว พวกเขาเองถูกวิพากษ์วิจารณ์ และพวกเขาจะไม่นั่งนิ่งเฉย !” เมื่อถึงเวลาต่อสู้ สมาชิกคันไซผู้กล้าหาญจะตั้งปณิธานในจิตใจ ว่า “พวกเราจะไม่ปล่อยให้ใครตกหล่นแม้แต่คนเดยว ีพวกเราทกุคนจะชนะ ไปด้วยกัน” จิตใจแห่งความสามัคคีอันกระตือรือร้นในหมู่สมาชิกคันไซส่งระลอก คลื่นแห่งชัยชนะจากคันไซไกลออกไปสู่โตเกียว ทั่วญี่ปุ่น และทั่วโลก หากมีเพื่อนสมาชิกที่กำ ลังต่อสู้ท่ามกลางความทุกข์ยาก สมาชิก คันไซก็จะรีบไปอยู่เคียงข้างเพื่อส่งเสริมกำ ลังใจพวกเขา ไม่ว่าสถานการณ์ของ พวกเขาเองจะยากลำ บากแค่ไหนก็ตาม พวกเขาไม่ใช่คนเย็นชาและพวกเจ้าขุน มูลนายอย่างแน่นอน พวกเขาไม่เคยละเลยปัญหาของผู้อื่นว่าเป็นสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง กับพวกเขา นี่คือความแข็งแกร่งของคันไซ นี่คือโลกที่มีความเป็นมนุษยนิยมของ พุทธธรรม * พุทธธรรมคือความกลมเกลียว ความเป็นน้ำ หนึ่งใจเดียวกัน ความ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” สามัคคีแห่งต่างกายใจเดียว ทุกคนล้วนเป็นพระพุทธะที่สูงส่งที่สุด เป็นโพธิสัตว์ จากพื้นโลกที่มีภาระหน้าที่อันลึกซึ้ง ด้วยเหตุนี้จิตใจแห่งการเคารพซึ่งกันและกัน และจิตใจแห่งการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือฉันมิตรจึงสำ คัญยิ่ง หากเรามี จิตใจเช่นนี้ รับประกันได้ว่าพวกเราจะมีชัยชนะทั้งในชีวิตและในการเผยแผ่ธรรม ไพศาล จะไม่มีใครเอาชนะพวกเราได้อย่างแน่นอน ในสภาพแวดล้อมของความ เกลียดชังและความบาดหมางกัน ทุกคนต่างทุกข์ทรมาน เป็นสภาพแห่งความ ทุกข์ยากลำ เค็ญมีแต่การทำ ลายล้าง และความทุกข์แห่งนรก ความสามัคคีคือพลัง ความสามัคคีคือความถูกต้อง ความสามัคคี คือความสวยงาม ความสามัคคีคือความสนุกสนาน ความสามัคคีเป็นน้ำ หนึ่งใจ เดียวกันเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลจะมาพร้อมกับการพัฒนาสภาพชีวิตแต่ละคน ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นเสมอ ทั้งนี้เพราะเมื่อเรามีจิตใจที่สอดคล้องในแนวทางเดียว กับความก้าวหน้าของการเผยแผ่ธรรมไพศาล เราจึงตีแตกเปลือกของตัวตนที่ เห็นแก่ตัวของเราได้ เมื่อเรามีจิตใจที่จะก้าวหน้าไปด้วยกันกับสมาคมโซคา ไป ด้วยกันกับเพื่อนสมาชิก ไปด้วยกันบนเส้นทางแห่งอาจารย์กับศิษย์ที่อุทิศตนเพื่อ สร้างเหตุแห่งความเที่ยงธรรม เราจึงสามารถปีนขึ้นสู่ยอดเขาแห่งการปฏิวัติมนุษย์ อันยิ่งใหญ่ของเราได้ จงอย่าหมกมุ่นอยู่กับตัวเอง จงเตรียมพร้อมที่จะไปได้ทุกที่ถ้า เป็นการทำ เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล จงยืนหยัดร่วมกับสหายของคุณที่กำ ลัง ต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อมีชัยชนะท่ามกลางอุปสรรคที่น่ากลัว จงสร้างแรงกระตุ้น ใหม่ ๆ ในพื้นที่ที่กำ ลังเผชิญกับความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่สุด จากระบบเครือข่ายที่ใส่ใจดูแลกันและกันนี่เองที่ทำ ให้สมาคม โซคามีความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยเหตุนี้สมาคมจึงแข็งแกร่ง ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีสิ่งใดเอาชนะได้ *
18 กุญแจสู่ความสามัคคีคืออะไร ในตอนแรกอาจดูเหมือนขัดแย้งกัน ทว่ากุญแจสำ คัญของความสามัคคีคือการที่แต่ละคนยืนหยัดขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่ละคนต้องอธิษฐานอย่างจริงจังและเข้มแข็ง ตราบใดที่เราคิดว่า “คงจะมีใคร สักคนทำ ” พวกเราจะไม่สามารถสร้างความสามัคคีที่แท้จริงได้ การพึ่งพาผู้อื่น และปล่อยให้สิ่งต่าง ๆ ดำ เนินไปอย่างไร้ความรับผิดชอบ ย่อมส่งผลไม่ต่างจาก การรวมตัวของคนอ่อนแอที่คอยทำ ตามคนอื่นเท่านั้น “ยวชนเุพียงหนึง่คนทยืนหยัดขึ้น ี่ คนทสองแ ี่ ละแล้วคนทสาม ี่ ก็จะตามมาอย่างแน่นอน” จากถ้อยคำ เหล่านี้ อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธาน สมาคมโซคาท่านที่ 2 ได้เปิดเผยสูตรสำ เร็จเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล อีกปัจจัยที่สำ คัญอย่างยิ่งสำ หรับความสามัคคี คือการอุทิศทุ่มเท ของผู้นำ ความกระตือรือร้น การคิดคำ นึงถึงเพื่อนสมาชิก และสติปัญญาของ พวกเขา การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและการสวดมนต์อย่างสุดหัวใจเพื่อเป้าหมาย นั้นก็เป็นสิ่งสำ คัญเช่นกัน ผู้นำ ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเสมอว่าเรากำ ลังจะไป ที่ไหน เหตุใดเราจึงต่อสู้ และกำ ลังต่อสู้กับอะไร และนำ ทางไปข้างหน้าด้วยความ มั่นใจและถูกต้องแม่นยำ นอกจากนี้พวกเขาต้องไม่ละสายตาจากกองกำ ลังที่เป็น ปฏิปักษ์ เมื่อจิตใจแห่งการหักล้างความชั่วร้ายเสื่อมถอยลงในหมู่ผู้นำ อุปสรรค 3 มาร 4 ก็จะฉวยโอกาสและเริ่มทำ ลายล้างจนหมดสิ้น ผู้นำ ต้องไม่ขี้ขลาดและเกรง กลัวที่จะต่อสู้กับความชั่วร้าย พระนิชิเร็นไดโชนินตักเตือนอย่างเข้มงวดว่า “ศัตรูจะพยายามทำ ให้ท่านลืมนึกถึงอันตรายเพื่อจะได้เข้าโจมต” ี(ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 952) * เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1956 ข้าพเจ้าอยู่ที่คันไซ กำ ลังสร้างป้อม ปราการที่ไม่อาจทำ ลายได้ของประชาชนในภูมิภาคนั้น ด้วยคำ ขวัญของเราที่ว่า
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” “จงก้าวหน้า จงก้าวหน้าตลอดไป” คลื่นแห่งการเผยแผ่ธรรมอย่างปีติยินดีได้ แผ่ขยายไปทั่วทุกเมืองของคันไซ ท่ามกลางการก้าวหน้าอย่างทรงพลังของการ เคลื่อนไหวของพวกเรา ลักษณะเจ้าเล่ห์ที่ร้ายกาจของผู้มีอำ นาจของรัฐซึ่งจะ ปรากฏออกมาให้เห็นไม่บ่อยนักในรูปแบบของการกดขี่บีฑาและขัดขวาง ดังที่ สัทธรรมปุณฑริกสูตรและธรรมนิพนธ์ได้พยากรณ์ไว้ เจ้าหน้าที่ตำ รวจได้จับกุมสมาชิกคันไซผู้บริสุทธิ์หลายคน ด้วย ข้อกล่าวหาเท็จและเริ่มสอบสวนเรื่องภายในของสมาคมโซคา นักข่าวที่มีเจตนา ร้ายได้ออกมากล่าวหาพวกเราว่าเป็น “ศาสนาที่ใช้ความรุนแรง” และร่องรอย ของความไม่มั่นใจ ความกลัว และความลังเลเริ่มปรากฏขึ้นในจิตใจของสมาชิก พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “อุปสรรค 3 มาร 4 จะชิงกันปรากฏ ออกมาอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และคนฉลาดจะดใจ ส่วน ีคนโง่เขลาจะ ท้อถอยไป” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 637) ดังนั้นข้าพเจ้าจึง เรียกร้องอย่างกล้าหาญต่อเพื่อนสมาชิกว่า “ลูกราชสห์ จงอย่าก ีลัว จงอย่า ท้อถอยแม้แต่ก้าวเดียว จงตัดโซ่ตรวนแห่งความข้ขีลาดด้วยดาบคม แห่งความศรัทธา ขณะน้เีป็นเวลาทจะยืนหยัดแ ี่ ละต่อสู้อย่างกล้าหาญ” ใน ชั่วพริบตา ทุกคนก็มารวมตัวกันพร้อมเพรียงและเริ่มโต้กลับอย่างกระฉับกระเฉง ความกล้าหาญเป็นกุญแจสำ คัญในการสร้างกองทัพราชสีห์ที่เป็น หนึ่งเดียวกัน ดังที่พระนิชิเร็นไดโชนินสอนว่า “ผู้หมิ่นประมาทธรรมก็เหมือน กับสนัขจิ้งจอกทุเห่าหอน แต่ ี่ ลูกศิษย์ทั้งหลายของนิชิเร็นเหมือนกับราชสห์ ีที่คำราม” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 997) และในเดือนนั้น พฤษภาคม ค.ศ. 1956 ข้าพเจ้าและสมาชิก คันไซประสบความสำ เร็จอันยิ่งใหญ่ในการบรรลุจำ นวนสมาชิกใหม่
20 11,111 ครอบครัว ภายในหนึ่งเดือน ซึ่งเป็นความสำ เร็จที่จะถูกจารึกไว้ตลอดกาล ในประวัติศาสตร์ของการเผยแผ่ธรรมไพศาล * แม้ในขณะที่ข้าพเจ้ากำ ลังต่อสู้อยู่ที่คันไซในเวลานั้น ก็ยังอดไม่ได้ที่ จะเป็นห่วงโตเกียวอยู่ลึก ๆ ในใจ ในบันทึกประจำ วันของข้าพเจ้าได้เขียนถึงความ หวังที่จริงใจของข้าพเจ้าว่า “พวกเขา [สมาชิกพื้นที่โตเกียว] ต้องไม่ลืมว่ามีเพียง ความศรัทธาและความสามัคคีเท่านั้นที่จะนำ ไปสู่ชัยชนะ... ข้าพเจ้าได้นำ คันไซสู่ชัยชนะอย่างเด็ดขาด หวังเป็นอย่างยิ่งถึงชัยชนะอันรุ่งโรจน์ของสมาชิกใน โตเกียวด้วยเช่นกัน”2 ปัจจุบันข้าพเจ้าได้นำ โตเกียวสู่ชัยชนะอย่างเด็ดเดี่ยว โตเกียวที่รัก ของข้าพเจ้า คันไซที่รักของข้าพเจ้า และเพื่อนสมาชิกที่รักของข้าพเจ้าทั่วทั้ง ประเทศญี่ปุ่น จงสร้างอนุสาวรีย์แห่งความสำ เร็จอันเป็นนิรันดร์ด้วยความสามัคคี กลมเกลียว ดั่งกองทัพของราชสีห์ที่เป็นหนึ่งเดียวกันที่ไม่สามารถทำ ลายได้ ขอให้พวกเรามีชัยชนะและประดับประดาการเริ่มต้นศตวรรษของโซคาด้วยชัยชนะ กันเถิด ! (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2001) 2 ไดซาขุุ อิิเคดะ, บัันทึึกวััยยุุวชน – การเดิินทางของชายคนหนึ่่ง เริ่่มต้้นจากความศรััทธาสู่่การเป็็นผู้้นำำระดัับโลกเพื่่อสัันติิภาพ (ซานตา โมนิิกา, แคลิิฟอร์์เนีีย : สำำนัักพิิมพ์์เวิิลด์์ ทริิบููน, ค.ศ. 2000), หน้้า 296
โลกแห่่งธรรมนิิพนธ์์บทสนทนาเกี่่ยวกัับ ศาสนาแห่่งมนุุษยนิิยม
22 บทที่ 17) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น ตอนที่ 1 ชะขุบุขุ คือการต่อสู้เพื่อเอาชนะธรรมชาติมาร ที่มีอยู่ในชีวิตของเราเองและในชีวิตของผู้อื่น การต่อสู้ระหว่างธรรมชาติมารกับธรรมชาติพุทธะ ไซโต้ : บทสนทนาต่อเนื่องชุดนี้มีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อทบทวนเหตุการณ์ ในชีวิตของพระนิชิเร็นไดโชนิน และเพื่อชี้แจงหลักธรรมสำ คัญของคำ สอนของท่าน ในแง่ชีวิตของพระนิชิเร็นไดโชนิน เราได้พูดคุยกันถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา จนกระทั่งถึงเหตุการณ์ทันทีหลังจากที่ท่านกลับจากการเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ จากนี้ไป เราจะมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมต่าง ๆ ของพระนิชิเร็นไดโชนินและหลักธรรม คำ สอนที่ท่านอธิบายไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ตอนที่ท่านถอนตัวไปพำ นักที่เขามิโนบุ จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต โมรินากะ : การกลับจากเกาะซาโดะของพระนิชิเร็นไดโชนินเป็นสัญญาณชัยชนะ ของท่านเหนือการบีฑาธรรมครั้งใหญ่ทั้ง 4 ครั้ง1 ที่ท่านเผชิญมาในชีวิต อาจารย์อิเคดะ : สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความยากลำ บากแบบธรรมดาที่รุมโจมตี พระนิชิเร็นไดโชนินทุกด้าน แต่เป็นความยากลำ บากที่ต้องใช้การต่อสู้อย่างหนัก กับธรรมชาติมารที่ฝังลึกอยู่ในอำ นาจทางโลกและทางศาสนา ผมคิดว่าอาจพูด ได้ว่าด้วยการเอาชนะการกดขี่บีฑาทั้งหลายทั้งปวงนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินได้แสดง ให้เห็นถึงพลังของธรรมมหัศจรรย์และพลังของโลกพุทธะผ่านชีวิตของท่านเอง ที่ เอาชนะทุก ๆ ความโน้มเอียงหรือพลังของมารได้ โมรินากะ : ในช่วงเวลาแห่งการบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิ พระนิชิเร็นไดโชนินได้ “ละทิ้งสภาพชั่วคราวและปรากฏตัวตนที่แท้จริง” 2 เป็นการแสดงสภาพชีวิต
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ โลกพุทธะที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมมหัศจรรย์ ไซโต้ : ด้วยพลังของโลกพุทธะที่มีอยู่ในชีวิตมนุษย์ซึ่งทำ ให้ประชาชนในยุคแห่ง มลทินของสมัยธรรมปลายสามารถบรรลุการรู้แจ้ง ด้วยเหตุนี้ พระนิชิเร็นไดโชนิน จึงแสดงปรากฏตัวตนของโลกพุทธะในรูปแบบของโงะฮนซนเพื่อมอบแก่ มวลมนุษยชาติ ยิ่งกว่านั้นเรายังสามารถอธิบายการบีฑาธรรมครั้งใหญ่ 4 ครั้ง ที่ท่านเผชิญว่าเป็นโอกาสที่ใช้ในการทดสอบและพิสูจน์พลังของโลกพุทธะด้วย อาจารย์อิเคดะ : ดังที่การสนทนาของพวกเราได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้ สมัย ธรรมปลายเป็น “ยุคแห่งความขัดแย้ง” ดูเหมือนว่าประเทศและประชาชน ทั้งหลายต่างถูกพัดพาไปตามพลังที่ไม่อาจต้านทานได้จากความขัดแย้งเรื่องหนึ่ง ไปสู่ความขัดแย้งเรื่องต่อไป พลังที่จะยืนหยัดต่อสู้กระแสของยุคสมัยที่บ้าคลั่งนี้ พบได้ในความเชื่อที่ไม่สั่นคลอนในธรรมชาติพุทธะที่อยู่ภายในตัวเราและผู้อื่น 1 การบีฑาธรรมครั้งสำ คัญ 4 ครั้ง : การบีฑาธรรมครั้งใหญ่ 4 ครั้งที่คุกคามชีวิตซึ่งพระนิชิเร็นไดโชนินเผชิญ ในการเผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์ ได้แก่ การบีฑาธรรมที่มะจึบางะยะจึ (ค.ศ. 1260) การเนรเทศไปที่แหลมอิสึ (ค.ศ. 1261) การบีฑาธรรมที่โคมะจึบาระ (ค.ศ. 1264) และการบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิและตามด้วยการเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ (ค.ศ. 1271) 2 “การละทิ้งสภาพชั่วคราวและปรากฏตัวตนที่แท้จริง” : การเปิดเผยสภาพที่แท้จริงของพระพุทธะในฐานะพระพุทธะ และละทิ้งสภาพชั่วคราวตัวตนชั่วคราวของพระพุทธะ ในที่นี้หมายถึง พระนิชิเร็นไดโชนิน ในช่วงการบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิ ด้วยการละทิ้ง “สภาพชั่วคราว” ในฐานะ “ปุถุชนที่อยู่ในขั้นได้ยินชื่อและถ้อยคําแห่งสัจธรรม” และเปิดเผย “ตัวตนที่แท้จริง” ของท่านในฐานะ “พระพุทธะแห่งความปีติยินดี อันไร้ขอบเขตผู้บรรลุการรู้แจ้งตั้งแต่อนาทิกาล” ในขณะที่ยังเป็นปุถุชน
24 เช่นเดียวกับในการกระทำ ที่นำ ความเชื่อนี้มาสู่การปฏิบัติและแสดงความเคารพ ต่อชีวิตของประชาชนทุกคน เป็นเพราะแรงกระตุ้นที่ไม่อาจต้านทานได้ซึ่งนำ ไปสู่ ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นจาก “อวิชชา” 3 ในพุทธธรรม อวิชชามีความหมายเฉพาะ ถึงความไม่รู้หรือไม่เชื่อว่าประชาชนทุกคนล้วนมีธรรมชาติพุทธะ อีกทั้งเป็นแรง กระตุ้นด้านมืดที่ผลักดันให้คนเราดูหมิ่นชีวิตมนุษย์และละเมิดศักดิ์ศรีของชีวิตที่ มีอยู่แต่ดั้งเดิม ธรรมชาติมารที่ฝังลึกอยู่ในอำ นาจและศาสนา ซึ่งเป็นสาเหตุสำ คัญ ของความขัดแย้งในสมัยธรรมปลาย ก็มีอวิชชานี้เป็นรากฐาน โมรินากะ : เทคโนโลยีและระบบสังคมในยุคปัจจุบันได้มีการพัฒนาอย่างโดดเด่น แม้กระนั้นก็ตาม มนุษยชาติก็ยังไม่หลุดพ้นจากความโง่เขลานี้และความชั่วร้าย ก็ยังแพร่พันธุ์ต่อไป แท้จริงแล้วระดับความขัดแย้งดูเหมือนจะทวีความรุนแรง ยิ่งขึ้น ไซโต้ : อาจสรุปได้ว่ายิ่งวิทยาศาสตร์และความสำ เร็จของมนุษย์ก้าวหน้ามาก เพียงใด สถานการณ์โลกก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเพียงนั้น อาจารย์อิเคดะ : ด้วยเหตุนี้ แน่นอนว่าปรัชญาและการปฏิบัติพุทธธรรมของพระ นิชิเร็นไดโชนินซึ่งระบุว่า ธรรมชาติพุทธะเป็นแก่นสำ คัญของความเป็นมนุษย์จึง สำ คัญอย่างยิ่ง มีเพียงพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินเท่านั้นที่สามารถรักษา ความรู้สึกกังวลใจไร้พลังของสังคมที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ใน ยุคปัจจุบันของเราได้ ซึ่งเกิดจากการขาดมนุษยธรรม การขาดความมุ่งมั่นที่จะ ทำ เพื่อความผาสุกและศักดิ์ศรีของประชาชนก่อนเป็นอันดับแรก 3 อวิชชา : เรียกอีกอย่างว่าความหลงหรือความมืดมน ความไม่เข้าใจหรือไม่เชื่อในความจริงสูงสุดที่พระพุทธะทรงรู้แจ้ง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ไซโต้ : ในข้อเสนอสันติภาพปี 2002 ของอาจารย์อิเคดะ ซึ่งตีพิมพ์ 4 เดือนหลัง เหตุการณ์ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 ที่ผู้ก่อการร้ายโจมตีสหรัฐอเมริกา อาจารย์ ได้ตั้งคำ ถามว่า “อะไรคืออันตรายทแท้จริง ศัตรูท ี่ แท้จริง ี่ คืออะไร” จากนั้น อาจารย์ก็ชี้แนะว่าศัตรูที่น่าสะพึงกลัวที่สุดก็คือ “การลดทอนความเป็นมนษย์ุทสำ ี่ แดงอำ นาจมารเข้าครอบงำ สังคมในยุคปัจจบันุ ” โมรินากะ : ผมประทับใจคำ พูดของ คาร์ล จุง นักจิตวิทยาชาวสวิส ที่อาจารย์ อ้างถึงในข้อเสนอนั้นว่า “น่าเสียดายที่ศูนย์ล้านตัวรวมกันอย่างไรก็ไม่ได้หนึ่ง ที่สุด แล้วทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนแต่ละคน...”4 อาจารย์อิเคดะ : ปัญหาต่าง ๆ มากมายในยุคปัจจุบัน แท้จริงแล้วจะแก้ไขได้ก็ ต่อเมื่อเข้าถึงปัญหาเหล่านี้ด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งอย่างถ่องแท้ถึงธรรมชาติ ของชีวิตมนุษย์ พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวถึงการต่อสู้ระหว่าง ธรรมชาติมารกับธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่ในชีวิตที่ดำ รงอยู่ของมนุษย์อย่างละเอียด ถี่ถ้วน การบีฑาธรรมครั้งใหญ่ 4 ครั้งที่พระนิชิเร็นไดโชนินเผชิญคือสมรภูมิที่เปิด ฉากการสู้รบขั้นพื้นฐานนี้ ในแต่ละครั้ง พระนิชิเร็นไดโชนินได้รับชัยชนะอย่าง เด็ดขาด พุทธธรรมเป็นการต่อสู้แพ้หรือชนะเสมอ ด้วยการต่อสู้ขั้นพื้นฐานในระดับชีวิตเท่านั้นจึงจะเปลี่ยนแปลง ชะตากรรมของมนุษยชาติได้ ในแง่นี้ เมื่อความเป็นจริงของยุคนี้ที่เป็น “ยุคแห่ง ความขัดแย้ง” ยิ่งประจักษ์ชัดมากขึ้น แนวคิดมนุษยนิยมที่มีพลังของพุทธธรรม ของพระนิชิเร็นไดโชนินก็ยิ่งมีความจำ เป็นมากกว่าแต่ก่อน 4 คาร์ล จุง, ตัวตนที่ยังไม่ถูกค้นพบ, แปลโดย อาร์. เอฟ. ซี. ฮัล (นิวยอร์ก : เมนเทอร์ บุคส์, ค.ศ. 1959), หน้า 275
26 ไซโต้ : ซึ่งในเรื่องนั้นมีภาระหน้าที่ของสมาคมโซคาอยู่ การเชื่อในธรรมชาติพุทธะ ของตัวเราและของผู้อื่น และกระทำ การปฏิบัติเพื่อก่อให้เกิดธรรมชาติที่รู้แจ้ง ดังกล่าวทั้งในตัวเราและผู้อื่น โดยสรุปนี่ก็คือภาระหน้าที่ของโพธิสัตว์จากพื้นโลก อาจารย์อิเคดะ : เรากำ ลังดำ เนินชีวิตอยู่ในยุคดังที่พุทธธรรมพรรณนาว่าเป็น “ยุคแห่งมลทิน” การกระทำ อันโง่เขลาเลวร้ายที่ขัดกันมากต่อการกระทำ ที่ ถูกต้องตามทำ นองคลองธรรมและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมีอยู่ดาษดื่น ปกคลุม โลกให้อยู่ในความมืดมิด หลายคนกล่าวถึงสถานการณ์ของเรื่องนี้ในแง่ร้ายอย่างหมดอาลัย ตายอยาก พวกเขาสงสัยว่ามนุษยชาติกำ ลังมีความก้าวหน้าหรือไม่ หรือว่า พวกเขารู้สึกถูกครอบงำ ด้วยความรู้สึกที่ไร้พลัง ทว่าในขณะเดียวกัน คนอีกนับ ไม่ถ้วนยังคงมีความหวัง เชื่อมั่นว่าขณะนี้คือเวลาที่ถูกต้องเหมาะสมที่จะวาง ความเชื่อศรัทธาของเราในศักยภาพอันยอดเยี่ยมที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ ลำ ธารที่สะอาดบริสุทธิ์จะถูกปนเปื้อนด้วยน้ำ ในลำ ธารที่เน่าเสีย กระนั้นหรือ หรือว่าน้ำ ในลำ ธารที่สะอาดบริสุทธิ์จะชำ ระล้างน้ำ ปนเปื้อนที่ เน่าเหม็น น่าเสียดายที่โลกของเราในทุกวันนี้ พลังแรงกระตุ้นที่เหมือนกับ “น้ำ ใน ลธำารทเน่าเส ี่ ยี” ส่งสัญญาณให้เห็นว่าลดลงเพียงแค่น้อยนิด นักคิดหลายท่านที่ผมได้พบจากทั่วโลกต่างตระหนักดีว่า มนุษยชาติกำ ลังยืนอยู่ตรงทางแยกที่สำ คัญมาก ผู้มีปัญญา มีความรับผิดชอบ และมองการณ์ไกลหลายท่านต่างสรุปเป็นเสียงเดียวกันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ใด ๆ เว้นแต่มนุษย์จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ขณะที่ความมืดมนและความสับสนในโลกของเรายังเพิ่มมากขึ้น เรื่อย ๆ มนุษยชาติเองก็จะถูกตั้งคำ ถามมากขึ้นเช่นกัน เราต้องมุ่งเน้นความสำ คัญ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ที่มนุษย์ ทำ อย่างไรจึงจะช่วยให้เขาหรือเธอแต่ละคนยกระดับสภาพชีวิตของ ตนได้ นี่คือคำ ถามเร่งด่วนซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่ออนาคตของมนุษยชาติ โมรินากะ : ถึงเวลาแล้วที่แนวคิดมนุษยนิยมที่มีพลังของพุทธธรรมของพระนิชิเร็น ไดโชนินจะเปิดเผยพลังที่แท้จริงออกมา อาจารย์อิเคดะ : “เวลา” มาถึงแล้วจริง ๆ พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินคือพุทธธรรมแห่งอาจารย์กับศิษย์ อันดับแรก ริเริ่มในการชะขุบุขุ การปฏิบัติที่ให้การเคารพอย่างลึกซึ้งต่อธรรมชาติ พุทธะของตนเองและของผู้อื่น พระนิชิเร็นไดโชนินยืนหยัดอยู่ในแนวหน้าของการ ต่อสู้เพื่อธรรมะ และพยายามเอาชนะการทำ งานของธรรมชาติมารเพื่อให้ ประชาชนทุกคนเปิดเผยธรรมชาติที่รู้แจ้งของพวกเขาได้ อันดับต่อมา กระตุ้นด้วย เหตุการณ์ที่ทะจึโนะคุจิและต่อด้วยการถูกเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ พระนิชิเร็น ไดโชนินเริ่มส่งเสริมกำ ลังใจอย่างแรงกล้าแก่ลูกศิษย์ที่เข้าร่วมกับท่านในการต่อสู้ ครั้งใหญ่นี้เพื่อนำ ประชาชนไปสู่การรู้แจ้ง ดังนั้นนับตั้งแต่เหตุการณ์การถูกเนรเทศ ไปเกาะซาโดะเป็นต้นไปได้ส่งสัญญาณว่าถึงเวลาที่ลูกศิษย์ทั้งหลายของท่านจะ ยืนหยัดลุกขึ้นต่อสู้ การต่อสู้นี้เป็นการสู้รบกับธรรมชาติมารที่มีอยู่ในชีวิต ซึ่งมิใช่สิ่งใด อื่น นอกจากการชะขุบุขุ ผมยังเชื่อว่าสมาคมโซคาปรากฏขึ้นในยุคปัจจุบัน เพราะช่วงเวลา ชี้ขาดสำ หรับการต่อสู้นี้มาถึงแล้ว วันนี้เรามาพูดถึงความสำ คัญของการปฏิบัติชะขุบุขุกันนะครับ
28 ชะขุบุขุกับโชจุ ไซโต้ : เนื่องจากเข้าใจว่า การชะขุบุขุหมายถึงการหักล้างคำ สอนอื่น ๆ บางครั้ง จึงถูกมองว่าเป็นการยึดมั่นความถูกต้องของตนเองหรือคิดว่าเฉพาะตนเองเท่านั้น ที่ถูกต้อง แต่ผมคิดว่ามุมมองเช่นนี้เป็นการเข้าใจผิดนะครับ อาจารย์อิเคดะ : ชะขุบุขุ คือการปฏิบัติที่แสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมถึง ความเชื่อในธรรมชาติพุทธะที่อยู่ในตัวเราและผู้อื่น เป็นพฤติกรรมแห่งมนุษยนิยม ที่ให้ความเคารพสูงสุดต่อผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ชะขุบุขุมักจะถูกเข้าใจผิด ผมเชื่อว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นจากท่าทีที่แน่วแน่ในการชะขุบุขุโดยพื้นฐานแล้วเมื่อเผชิญหน้ากับ ธรรมชาติมารที่มีอยู่ในชีวิต ไซโต้ : หลังจากผ่านเหตุการณ์การบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิ พระนิชิเร็นไดโชนิน เริ่มสั่งสอนลูกศิษย์อย่างจริงจังถึงความสำ คัญของการชะขุบุขุ ประมาณ 1 เดือน หลังจากการบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิ พระนิชิเร็นไดโชนินได้เขียน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการผ่อนกรรมหนักให้ได้รับโดยเบา” ส่งถึงท่านโอตะ ซาเอมน-โนะ-โจ นักบวชฆราวาสโซหยะ เคียวชิน และพระคานาบาระ สะพานธรรมะ5 (ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 199 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 2 หน้า 312) ใน ธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ ท่านสอนว่าผู้ที่ปฏิบัติชะขุบุขุจะต้องพบกับการบีฑาอันใหญ่หลวง อย่างแน่นอน6 อาจารย์อิเคดะ : ในธรรมนิพนธ์ฉบับเดียวกัน พระนิชิเร็นไดโชนินอธิบายว่าใน “ประเทศทด ี่ ” ธรรมะเผยแผ่ได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ “ ี ประเทศทชัี่ วร้าย่ ” การ กดขี่บีฑาเกิดควบคู่ไปกับการเผยแผ่ธรรม ท่านระบุว่า ดังนั้นจึงควรเผยแผ่ธรรม ด้วย 2 วิธีแห่งโชจุ7 กับชะขุบุขุ ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ โชจุควรเป็นวิธีอันดับแรกที่จะนำ มาใช้ในเวลา “เมื่อประเทศเต็มไปด้วยคนชัวท่ ี่ ไร้ปญญัา” และชะขุบุขุควรนำ มาใช้เป็นอันดับแรก “ในเวลาทม ี่ ีประชาชนแห่ง มิจฉาทิฐิผู้หมิ่นประมาทธรรมะอยู่มากมาย” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 285 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 181 - 182)8 5 ท่านโอตะ ซาเอมน-โนะ-โจ นักบวชฆราวาสโซหยะ เคียวชิน และพระคานาบาระ สะพานธรรมะ ต่างก็เป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน ซึ่งอาศัยอยู่ในจังหวัดชิโมสะ (ส่วนหนึ่งของจังหวัดชิบะและอิบารากิ ในปัจจุบัน) 6 พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “ผู้สืบทอดธรรม 25 ท่าน [กล่าวคือ พระศากยมุนีพุทธะและผู้สืบทอดธรรม 24 ท่านในสมัยสุทธิธรรม] ยกเว้นพระศากยมุนีพุทธะ ทั้งหมดล้วนเป็นการปรากฏออกมาชั่วคราวของพระพุทธะ หรือมหาโพธิสัตว์ต่าง ๆ ผู้อุบัติขึ้นมาตามที่พระศากยมุนีพุทธะทรงพยากรณ์ไว้. ในบรรดาผู้สืบทอดธรรมเหล่านี้ ลำ ดับที่ 14 คือพระอารยเทพโพธิสัตว์ถูกเดียรถีย์สังหาร และลำ ดับที่ 25 คือพระอารยสิงหะผู้สูงส่งถูกกษัตริย์ดัมมิระตัดศีรษะ. ส่วนพระพุทธมิตรและพระนาคารชุนโพธิสัตว์ต่างก็ประสบกับการบีฑามากมาย. แต่คนอื่น ๆ เผยแผ่พุทธศาสนาภายใต้การปกป้องของกษัตริย์ผู้มีพระทัยเลื่อมใสศรัทธา โดยไม่ต้องประสบกับการบีฑาแต่อย่างใด. เรื่องนี้ดูแล้วเป็นเพราะว่า ในโลกนี้มีประเทศที่ดีกับประเทศที่ชั่วร้าย และมีวิธีเผยแผ่ธรรมแบบโชจุกับวิธีชะขุบุขุ. แม้ระหว่างสมัยสุทธิธรรมและสมัยรูปธรรมก็มีเรื่องเช่นนี้ ดังเช่นประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา. ประเทศนี้อยู่ห่างไกลจากประเทศอินเดีย และขณะนี้เป็นตอนเริ่มต้นของสมัยธรรมปลาย. อาตมามั่นใจอยู่ก่อนแล้วว่า เรื่องเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้น อาตมาได้แต่รอคอยเรื่องเช่นนี้ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 199 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 2 หน้า 312) 7 โชจุ : วิธีการเผยแผ่พุทธธรรม ซึ่งค่อย ๆ ชี้นำ ผู้คนไปสู่คำ สอนที่ถูกต้องตามลักษณะพื้นฐานชีวิตของพวกเขา และไม่หักล้างการยึดถือทัศนะที่ผิดของพวกเขา ซึ่งตรงข้ามกับวิธีชะขุบุขุ 8 พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “เมื่อประเทศเต็มไปด้วยคนชั่วที่ไร้ปัญญา เมื่อนั้นวิธีโชจุเป็นวิธีอันดับแรกที่จะนำ มาใช้ดังที่พรรณนาอยู่ใน ‘บทการปฏิบัติที่สงบสุข’. (อ่านต่อหน้า 30)
30 เช่นนี้ ท่านจึงระบุว่าในกรณีของญี่ปุ่น จากจุดยืนของ “ประเทศ” ควรให้ความสำ คัญกับการใช้วิธีชะขุบุขุเป็นอันดับแรก ท่านกล่าวว่า “มีประเทศ อยู่ 2 ประเภทคือประเทศทชัี่ ่วร้ายที่ไม่รู้จักพุทธธรรม9 กับประเทศทจงใจ ี่ ทำลายธรรมะ. เราต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าประเทศญี่ปุ่นในขณะน้เีป็น ประเภทใด.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 285 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 182) ดังที่ข้อความนี้ชี้ให้เห็นว่า เจตนารมณ์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน คือการมุ่งเน้นอย่างเฉพาะเจาะจงไปที่ประเทศญี่ปุ่นในสมัยนั้น และเพื่อชี้แจงว่า วิธีชะขุบุขุเป็นสิ่งจำ เป็นเพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศแห่งมิจฉาทิฐิที่จงใจทำ ลายธรรมะ อย่างไรก็ตาม พระนิชิเร็นไดโชนินสอนว่าในระดับพื้นฐานกว่านั้น คำ ถามที่ว่าจะใช้วิธีโชจุหรือชะขุบุขุก็ “ขึ้นอยู่กับเวลา” ท่านสรุปการพิจารณา เรื่องชะขุบุขุไว้ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” โดยกล่าวว่า “การเผยแผ่คำสอนพุทธธรรมควรเป็นไปตามเวลา” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 287 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 187) เช่นเดียวกับธรรมนิพนธ์ฉบับดังกล่าว “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะ ซาโดะ” และ “ธรรมนิพนธ์เรื่องการปฏิบัติคำสอนของพระพุทธะ” พระนิชิเร็น ไดโชนินก็อธิบายว่าควรเลือกวิธีการเผยแผ่ตามกาลเวลา โมรินากะ : ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” ท่านเขียนว่า 8 (ต่อ) แต่ในเวลาที่มีประชาชนแห่งมิจฉาทิฐิผู้หมิ่นประมาทธรรมะอยู่มากมาย เมื่อนั้นวิธีชะขุบุขุควรนำ มาใช้เป็นอันดับแรกดังที่พรรณนาอยู่ใน ‘บทพระสทาปริภูตฯ’.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 285 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 181 - 182) 9 นี่เป็นการบ่งชี้ถึงประเทศที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มีความคิดไม่ปรารถนาที่จะแสวงหาพุทธมรรค
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ พุทธธรรมควรที่จะเผยแผ่ออกไปด้วยวิธีโชจุหรือวิธีชะขุบุขุก็ขึ้นอยู่กับสมัย. ซึ่ง คล้ายคลึงกับสองวิถีทางโลกแห่งบัณฑิตกับนักรบ. อริยบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในสมัย โบราณบำ เพ็ญเพียรพุทธธรรมโดยสอดคล้องกับเวลา. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 301 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 225) ไซโต้ : ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการปฏิบัติคำสอนของพระพุทธะ” ท่านกล่าวว่า ยุคนี้คาสอนชั่วคราวกลายเป็นศัตรูของค ํ าสอนแท้จริง. เมื่อถึงเวลาเหมาะสมที่จะ ํ เผยแผ่คาสอนเอกยาน คํ าสอนชั่วคราวจะกลายเป็นศัตรู. เมื่อค ํ าสอนชั่วคราวเป็น ํ บ่อเกิดของความสับสนก็ต้องถูกหักล้างอย่างถึงที่สุดจากจุดยืนของคําสอน แท้จริง. ในการปฏิบัติ 2 วิธี นี่คือวิธีชะขุบุขุซึ่งเป็นการปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริก สูตร. พระเทียนไท้กล่าวด้วยเหตุผลที่ดีว่า “สัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นคําสอน แห่งวิธีชะขบุขุ ซึุงเ่ป็นการหักล้างปรัชญาธรรมชัว่คราว.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับ ภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 394 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 12) อาจารย์อิเคดะ : สมัยธรรมปลายเป็น “ยุคแห่งการทะเลาะวิวาทและโต้เถยงเมื่อ ีธรรมะบริสุทธิ์ถูกปิดบังไว้และสูญหายไป” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 394 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 12)10 เป็นเวลาที่ประชาชนไม่ เพียงมองไม่เห็นสัทธรรมปุณฑริกสูตรว่าเป็นคำ สอนแท้จริงที่อธิบายชัดถึง 10 ยุคแห่งการทะเลาะวิวาทและโต้เถียง : เรียกอีกอย่างว่า ยุคแห่งความขัดแย้ง ข้อความที่ใช้ในมหาสังฆาตสูตรซึ่งอธิบายถึงความเสื่อมถอยของพุทธธรรม ของพระศากยมุนีพุทธะด้วยคำ ว่าช่วง 500 ปี 5 ช่วง ระบุว่าเมื่อเริ่มเข้าสู่สมัยธรรมปลาย ในช่วง 500 ปีที่ 5 ภายหลังการเสด็จปรินิพพานของพระศากยมุนีพุทธะ คำ สอนของพระองค์จะสูญสิ้นพลังบุญกุศล จะมีการต่อสู้และความขัดแย้งที่ ไม่จบสิ้นในหมู่ผู้คนจำ นวนมากที่ยึดติดกับการตีความคำ สอนที่มีอคติและผิดพลาด ด้วยเหตุนี้คำ สอนที่ถูกต้องของพระพุทธะจึงถูกปิดบังไว้และสูญหายไป
32 เจตนารมณ์ของพระพุทธะที่จะช่วยให้ประชาชนทุกคนเปิดเผยธรรมชาติพุทธะ ของตนได้เท่านั้น ทว่ายังเป็นเวลาที่พวกเขายากจะแยกแยะคำ สอนที่แท้จริงจาก คำ สอนชั่วคราวที่เทศนาโดยใช้กุศโลบายด้วย โมรินากะ : นอกจากนี้ ในสมัยดังกล่าว คำ สอนชั่วคราวยังชักนำ ผู้คนให้หลงทาง และทำ ให้พวกเขาตกลงสู่อบายภูมิ นักบวชวิปลาสผู้หมิ่นประมาทคำ สอนแท้จริง ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรก็มีอยู่ดาษดื่น และหลักธรรมคำ สอนแท้จริงของ พระพุทธะก็ถูกลืมจนหมดสิ้น พระนิชิเร็นไดโชนินจึงปรากฏออกมาในสมัยเช่นนั้น อาจารย์อิเคดะ : ดังข้อความที่ระบุไว้ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการปฏิบัติคำสอน ของพระพุทธะ” “คำ สอนชัว่คราวกลายเป็นศัตรูของคำ สอนแท้จริง” (ธรรม นิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 394 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 12) คำ สอนชั่วคราวจริง ๆ แล้ว จะทำ การขัดขวางความตั้งใจจริงของพระพุทธะที่จะ ช่วยให้ประชาชนทุกคนเปิดเผยธรรมชาติพุทธะ คำ สอนชั่วคราวเหล่านี้จึงมิใช่สิ่ง อื่นใดนอกจากเป็น “การทำงานของมาร” พระนิชิเร็นไดโชนินคือผู้เดียวเท่านั้นที่เข้าใจเรื่องนี้อย่างแท้จริง ดังนั้นเพื่อที่จะนำ ผู้คนทั้งหลายไปสู่ความสุขและปกป้องพุทธธรรม ท่านจึงต่อสู้ กับธรรมชาติมารที่แพร่กระจายอยู่ภายในนิกายพุทธศาสนาต่าง ๆ ที่ก่อตั้งขึ้น ในสมัยของท่าน ท่านไม่มีทางเลือกนอกจากเริ่มทำ การดังที่ท่านอธิบายว่าเป็น “การศึกระหว่างคำ สอนชัว่คราวกับคำ สอนแท้จริง” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 392 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 7) การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็น ตัวตัดสินว่าประชาชนจะสามารถเปิดเผยธรรมชาติพุทธะของตนหรือจะถูก ครอบงำ โดยธรรมชาติมาร ไซโต้ : เมื่อพิจารณาจากมุมมองนี้ ชัดเจนว่าการปฏิบัติชะขุบุขุไม่มีการคิดว่า เฉพาะตนเองเท่านั้นที่ถูกต้อง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ อาจารย์อิเคดะ : การที่กล่าวว่าวิธีการเผยแผ่ธรรม “ขึ้นอยู่กับเวลา” พระนิชิเร็น ไดโชนินยอมรับว่าการปฏิบัติเฉพาะของคำ สอนชั่วคราวใช้ได้ผลในช่วงสมัย สุทธิธรรมกับสมัยรูปธรรม เมื่อกองทัพมารที่พยายามขัดขวางประชาชนจากการ สำ แดงปรากฏธรรมชาติพุทธะของตนด้วยธรรมะยังไม่แข็งแกร่งนัก ในเวลานั้น การเผยแผ่ธรรมด้วยวิธีโชจุจึงมีความเหมาะสม กล่าวโดยย่อ พระนิชิเร็นไดโชนินเห็นด้วยกับวิธีโชจุตราบเท่าที่ ประชาชนยังไม่ละสายตาจากจุดประสงค์ของพุทธธรรม ซึ่งมีเป้าหมายในการเปิด เผยธรรมชาติพุทธะของตนเองและผู้อื่นที่สอนอยู่ในคำ สอนแท้จริงของสัทธรรม ปุณฑริกสูตร นั่นคือหลักฐานสำ คัญ อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มต้นเข้าสู่สมัยธรรมปลาย วัตถุประสงค์ พื้นฐานนี้ของพุทธธรรมได้ถูกลืมเลือนไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้น นอกเหนือจากการ ยืนยันคำ สอนที่แท้จริงอย่างหนักแน่นแล้ว การหักล้างธรรมชาติมารที่แอบแฝงอยู่ ในคำ สอนชั่วคราวที่เทศนาโดยนิกายพุทธศาสนาต่าง ๆ อย่างแข็งขันก็เป็นส่วน สำ คัญที่ขาดไม่ได้ในการเผยแผ่ธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน โมรินากะ : แน่นอนว่า นิกายพุทธศาสนาต่าง ๆ ในสมัยของพระนิชิเร็นไดโชนิน ไม่อาจอธิบายได้ว่าเป็นองค์กรศาสนาที่อุทิศตนเพื่อช่วยให้ผู้คนบรรลุความสุข ที่แท้จริงสำ หรับตนเองและผู้อื่น ตรงกันข้าม องค์กรเหล่านี้ล้วนขัดต่อเจตนารมณ์ ดั้งเดิมของพุทธศาสนาที่ต้องการช่วยให้ผู้คนตื่นรู้และเปิดเผยธรรมชาติพุทธะใน ชีวิตของตนเอง ดังนั้นจึงบรรลุความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต อันที่จริงคำ สอน ของนิกายเหล่านี้กลับให้ผลตรงกันข้าม อาจารย์อิเคดะ : โดยพื้นฐานแล้ว การชะขุบุขุอาจพิจารณาได้ว่าเป็นการต่อสู้ ระหว่างความโน้มเอียงที่จะให้การเคารพมนุษย์กับแนวโน้มที่จะด้อยค่าความเป็น มนุษย์ลง พุทธธรรมช่วยให้ประชาชนพัฒนาบุคลิกภาพที่มั่นคงและเอกลักษณ์
34 เฉพาะตัว ในท้ายที่สุด ทั้งพระศากยมุนีพุทธะและพระนิชิเร็นไดโชนินล้วนสอนว่า “คนหนึ่งคนสามารถช่วยโลกได้” พุทธธรรมประกาศอย่างหนักแน่นว่าไม่มี สิ่งใดยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ พุทธธรรมเทศนาถึง “พฤติกรรมในฐานะมนษย์ุ ” (ธรรม นิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 852) ที่จำ เป็นอย่างยิ่งสำ หรับการแสวงหา วิถีชีวิตที่สูงส่งที่สุดและมีมนุษยธรรมที่สุด ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเมตตากรุณา และความกล้าหาญ พุทธธรรมให้โอกาสประชาชนในการพัฒนาความสามารถ เพื่อการกระทำ ที่ดีและเอาชนะอวิชชาขั้นพื้นฐานที่ดูถูกความสูงส่งน่าเคารพ และศักดิ์ศรีของชีวิตมนุษย์ นั่นคือสาระสำ คัญของการปฏิบัติพุทธธรรมใน สมัยธรรมปลาย ไซโต้ : เราสามารถกล่าวได้ว่าชะขุบุขุเป็นการกระทำ เฉพาะที่จำ เป็นเพื่อให้บรรลุ เป้าหมายเหล่านี้ อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินกระตุ้นลูกศิษย์ทั้งหลายให้ดำ เนินตาม แนวทางอันสูงส่งนี้ เช่นเดียวกับท่าน อย่างไรก็ตาม ท่านทราบดีว่าหากพวกเขา ทำ เช่นนั้น พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะถูกกดขี่บีฑาเช่นเดียวกับท่าน แม้กระนั้นก็ตาม พระนิชิเร็นไดโชนินได้เรียกร้องอย่างแรงกล้าให้พวกเขาทำ การปฏิบัติชะขุบุขุ เพราะการปฏิบัติตามมรรคที่สูงส่งนี้เท่านั้นจึงจะพบความสุขที่แท้จริงได้ เหตุผล สำ คัญอีกประการหนึ่งคือท่านต้องการสร้างอบรมลูกศิษย์ที่จะเป็นแชมเปี้ยนใน การสร้างเหตุแห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลอย่างแข็งขัน อันเป็นภาระหน้าที่ที่ทำ ให้ แต่ละคนนำ ธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่ในชีวิตออกมา เมื่อมีลูกศิษย์ที่พร้อมจะลงมือกระทำ ด้วยเจตนารมณ์เดียวกับ อาจารย์เท่านั้นการเผยแผ่ธรรมไพศาลจึงจะบรรลุผลสำ เร็จได้ ผู้ปฏิบัติศรัทธา แต่ละคนจะต้องเป็น “ราชสีห์” ที่กล้าหาญ เพื่อที่จะยกระดับสภาพชีวิตของ มนุษยชาติ จึงจำ เป็นอย่างยิ่งที่ลูกศิษย์ที่แท้จริงเช่นนี้จะต้องปรากฏออกมา
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ไซโต้ : พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนบทนิพนธ์และจดหมายสำ คัญหลายฉบับ รวมถึง “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” และ “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” ในเวลา ที่ท่านและลูกศิษย์กำ ลังประสบกับการกดขี่บีฑาอย่างรุนแรง ขณะที่ถูกกดขี่โดย ผู้มีอำ นาจปกครอง ท่านประกาศว่านี่คือเวลาที่ถูกต้องเหมาะสมในการทำ ชะขุบุขุ อาจารย์อิเคดะ : การบรรลุการเผยแผ่ธรรมไพศาลจะเป็นไปไม่ได้เลย หาก ปราศจากการ “ส่งมอบคบเพลิง” แห่งธรรมมหัศจรรย์จากอาจารย์แก่ลูกศิษย์ ไม่ว่ายุคสมัยใดก็ตาม กระแสน้ำ ปนเปื้อนของสมัยธรรมปลายไม่สามารถ อุดกั้นได้ เว้นแต่ลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนินจะยืนหยัดขึ้นด้วย “จิตใจเดยวีกับนิชิเร็น” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 385 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 411) ดังที่พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวไว้ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องลักษณะที่ เป็นจริงของปรากฏการณ์ทั้งหลาย” ว่า ตอนแรกนิชิเร็นคนเดียวสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว แต่แล้ว 2 คน 3 คน และ 100 คนก็ติดตามมาสวดและสอนผู้อื่น. การเผยแผ่ธรรมจะแผ่ขยายออกไปลักษณะนี้ เช่นกันในอนาคต. นี่มิใช่ความหมายของ “ปรากฏขึ้นมาจากพื้นโลก” ดอกหรือ. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 385 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 411) โมรินากะ : การที่ลูกศิษย์ทั้งหลายยืนหยัดขึ้นและทำ การชะขุบุขุดังเช่นที่พระ นิชิเร็นไดโชนินกระทำ อาจารย์คิดว่าพระนิชิเร็นไดโชนินถอนตัวและออกจาก เมืองคามาคูระไปพำ นักที่เขามิโนบุก็เพื่อที่จะอุทิศตนเพื่อสร้างอบรมลูกศิษย์ ดังกล่าวใช่หรือไม่ครับ อาจารย์อิเคดะ : ความสำ คัญของการถอนตัวไปพำ นักที่เขามิโนบุสามารถ
36 พิจารณาได้หลายแนวทาง แต่ผมขอเก็บการพิจารณาโดยเฉพาะคำ ถามนี้ไว้ใน โอกาสอื่นนะครับ ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด พระนิชิเร็นไดโชนินไม่เคยลดละความพยายาม ที่จะเผยแผ่ธรรมะ ในตอนท้ายของ “ธรรมนิพนธ์เรื่องสาระสำคญั ของสัทธรรม ปุณฑริกสูตร” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 481 - 491) ซึ่งท่าน เขียนทันทีหลังจากย้ายไปพำ นักที่เขามิโนบุ พระนิชิเร็นไดโชนินได้กำ หนด วิสัยทัศน์ของท่านเพื่อให้การเผยแผ่ธรรมไพศาลสำ เร็จเป็นจริง โมรินากะ : ท่านกล่าวว่า และเมื่อสัญญาณเหล่านี้เป็นลางบอกเหตุล่วงหน้าว่าประเทศชาติจะถลำ ลงสู่ความ ยุ่งเหยิงโกลาหล แล้วพระวิศิษฏ์จาริตรโพธิสัตว์และอริยบุคคลอื่น ๆ จะอาสามา และก่อตั้งธรรมะเร้นลับอันยิ่งใหญ่ 3 ประการ และเผยแผ่เมียวโฮเร็งเงเคียวอย่าง กว้างไกลตลอด 4 ทวีป11 และภูมิภาคภายในทะเลทั้ง 412 จะมีผู้ใดสงสัยเรื่องนี้ หรือ (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 491) อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินแสดงความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าเวลาเพื่อ การเผยแผ่ธรรมไพศาลจะมาถึงในที่สุด จึงไม่ใช่ “การเกษยณี ” แน่นอน ท่าน ยังคงเริ่มต้นทำ การต่อสู้อย่างเต็มกำ ลังด้วยถ้อยคำ ต่อไปเพื่อที่จะวางรากฐานแก่ ยุคสมัยที่คำ สอนของท่านจะเผยแผ่ออกไปกว้างไกล 11 4 ทวีป : เรียกอีกชื่อว่า “อาณาจักร 4 ทวีป” หรือ เรียกง่าย ๆ ว่า “4 ทวีป” โลก 4 ทวีปล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ซึ่งกล่าวกันว่าตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของโลกตามคติจักรวาลวิทยาของอินเดียโบราณ 12 4 ทะเล คือ ทะเลชั้นนอกสุดที่อยู่รอบเขาพระสุเมรุ อยู่ในทิศทั้งสี่ ได้แก่ ทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศใต้และทิศตะวันตก “ทะเลทั้ง 4” ยังหมายถึงทั้งประเทศหรือทั้งโลกอีกด้วย
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ไซโต้ : ลูกศิษย์ของท่านเริ่มมีบทบาทนำ ในการเผยแผ่คำ สอนในแต่ละภูมิภาค และแต่ละพื้นที่ อาจารย์อิเคดะ : พวกเขาริเริ่มทำ กิจกรรมโดยเฉพาะในชุมชนของตน ในที่สุด เจ้าหน้าที่ปกครองได้เปิดฉากปราบปรามลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน อย่างรุนแรงที่หมู่บ้านอะจึฮาระ ในจังหวัดสุรุงะ (จังหวัดชิสุโอกะในปัจจุบัน) ที่ พระนิกโคโชนินเป็นผู้นำ ที่เพียรพยายามในการเผยแผ่คำ สอนที่ถูกต้อง การกดขี่ บีฑาครั้งนี้คือจุดสำ คัญยิ่งต่อการบรรลุจุดประสงค์ของการปรากฏขึ้นมาในโลกนี้ ของพระนิชิเร็นไดโชนิน แต่ผมอยากเก็บหัวข้อการสนทนานั้นไว้ในโอกาสอื่น เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบรรดาลูกศิษย์ต่างร่วมกันรณรงค์ การชะขุบุขุอย่างเต็มกำ ลังด้วยจิตใจที่แน่วแน่เช่นเดียวกับพระนิชิเร็นไดโชนิน ลูกศิษย์ทุกหนแห่งต่างก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้าง รากฐานเพื่อการเผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์ด้วยความเพียรพยายามอันเข้มแข็งของ พวกเขาเอง ขณะที่พวกเขาสืบสาน “การรกกุลับ” ของพระนิชิเร็นไดโชนินหลัง จากการเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ เรื่องราวอันน่าทึ่งมากมายของการเผยแผ่ธรรม และข้อพิสูจน์ทางความเป็นจริงของพลังศรัทธาก็เปิดเผยออกมา โดยผู้ร่วมแสดง ล้วนเป็นลูกศิษย์ที่อุทิศตน เช่น ท่านชิโจคิงโงะ พี่น้องอิเคงามิ และท่านอื่น ๆ ความจริงแล้ว ชะขุบุขุเป็นแกนหลักในการปฏิบัติพุทธธรรมของบรรดาลูกศิษย์ แม้กระทั่งในสมัยของพระนิชิเร็นไดโชนิน โมรินากะ : ต่อไป ผมอยากจะวินิจฉัยความสำ คัญและบุญกุศลของการชะขุบุขุ ครับ { โปรดติดตามตอนต่อไป }
38 ก่่อร่่างสร้้างยุุคใหม่่
มาร่่วมขัับขานบทเพลง แห่่งฤดููใบไม้้ผลิิที่่น่่าปีีติิยิินดีี สตรีผู้มีหัวใจส่องประกายดังดวงตะวัน สามารถส่องแสงแก่ ครอบครัว ชุมชน และสังคมของตนได้อย่างสว่างไสว ขณะที่ต่อสู้อย่างอาจหาญท่ามกลางการบีฑาธรรมที่อะจึฮาระ ท่านนันโจ โทขิมิจึ และครอบครัวต้องเผชิญกับบททดสอบที่แสนสาหัสครั้งแล้ว ครั้งเล่า ซึ่งรวมถึงความยากลำ บากด้านการเงิน และการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ของบุคคลผู้เป็นที่รักหลายคน แต่ถึงกระนั้น อุบาสิกาอุเอโนะ มารดาของท่าน นันโจ ก็ยังคงไม่ยอมพ่ายแพ้ พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวชื่นชมและยกย่องความเพียรพยายามที่ กล้าหาญของท่านที่ฟันฝ่าฤดูหนาวแห่งความยากลำ บากว่า “ความปีติยินดของีท่านในต้นฤดูใบไม้ผลิน้ได้เบ่งบานดังดอกซาก ีระแุละสว่างสดใสดังพระจันทร์ ข้างขึ้น” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1091) ปัจจุบัน สมาชิกฝ่ายผู้ใหญ่หญิงและฝ่ายยุวชนหญิงทั่วโลกกำ ลัง ก้าวหน้าอย่างร่าเริงเบิกบานด้วยความเชื่อมั่นว่า “ฤดูหนาวเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ ผลิอย่างแน่นอน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 536) พร้อม กันนั้น พวกเขาก็ล้วนเป็นตัวตนของหลักธรรม “ซากระ บ๊วย ท้อ สาุลี่” (อ้างอิง บันทึกคำ สอนปากเปล่า หน้า 200) ข้าพเจ้ามั่นใจว่า พระนิชิเร็นไดโชนินจะต้อง ยกย่องพวกเขาอย่างสูง ‘ ’
40 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ [วันเกิดของคุณคาเนโกะ อิเคดะ] เป็นวันที่ องค์กรเอสจีไอหลาย ๆ แห่ง ซึ่งรวมถึง สหรัฐอเมริกา บราซิล และนิวซีแลนด์ ต่างฉลองที่ระลึกวันแห่งสตรี และในประเทศญี่ปุ่น วันที่ 3 มีนาคม วันเทศกาลตุ๊กตา หรือวัน เด็กผู้หญิง ก็ฉลองวันแห่งปณิธานยุวชนของฝ่ายยุวชนหญิง วันที่ระลึกฝ่ายผู้ใหญ่ หญิงโอซาก้า และวันที่ระลึกผู้บุกเบิกสตรีคิวชู เมื่อพูดคุยกับสมาชิกฝ่ายผู้ใหญ่หญิงและฝ่ายยุวชนหญิง คุณ คาเนโกะ ภรรยาของข้าพเจ้ามักกล่าวขอบคุณสำ หรับความเพียรพยายามอย่าง ไม่รู้เหนื่อยของพวกเขาเสมอ และหวังว่าพวกเขาจะก้าวหน้าต่อไปอย่างร่าเริง สดใส และคิดบวก ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม * อาจารย์ผู้มีพระคุณของข้าพเจ้า อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธาน สมาคมโซคาท่านที่ 2 มักกล่าวว่า ปัญหาและความทุกข์ทำ ให้ความศรัทธาของ เราลึกซึ้งและเข้มแข็งขึ้น และทำ ให้ดอกไม้แห่งความสุขเบ่งบานในอนาคต เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ข้าพเจ้าเผชิญกับพายุแห่งความเกลียดชังและ อิจฉาริษยา ในตอนนั้น ข้าพเจ้าใช้ศูนย์วัฒนธรรมคานางาวะในเมืองโยโกฮามะ ซึ่งมองเห็นทัศนียภาพของมหาสมุทร เป็นศูนย์บัญชาการในการทำ กิจกรรมของ ข้าพเจ้า และทุ่มเทตนเองในการสนทนากับผู้คนจำ นวนมากที่สุดเท่าที่ทำ ได้ ทั้ง ที่เป็นสมาชิกและบุคคลทั่วไป ข้าพเจ้าหวนรำ ลึกถึงความทรงจำ ที่ดีที่ข้าพเจ้ากับภรรยาส่งเสริม กำ ลังใจแก่สมาชิกฝ่ายผู้ใหญ่หญิงคานางาวะ ชาวคิวบาซึ่งกำ ลังต่อสู้กับความ ยากลำ บากต่าง ๆ นานา ข้าพเจ้ากล่าวกับเธอว่า ด้วยการบากบั่นในความศรัทธา
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 73 01-2567 ก่อร่างสร้างยุคใหม่ เธอจะพัฒนาสภาพชีวิตที่ทำ ให้เดินทางระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศคิวบา อย่างอิสรเสรีได้อย่างแน่นอน ด้วยปณิธานที่จะหว่านเมล็ดแห่งสันติภาพและความหวังไว้ใน ประเทศบ้านเกิด เธอจึงได้แนะนำ ให้คุณพ่อคุณแม่ กับน้องสาวที่อาศัยอยู่ใน ประเทศคิวบารู้จักพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อ การพัฒนาการชุมนุมอันสง่างามของโพธิสัตว์จากพื้นโลกในประเทศนั้น และ ปัจจุบันดวงตะวันแห่งหลักธรรมมนุษยนิยมของพุทธธรรมของพระนิชิเร็น ไดโชนินกำ ลังส่องแสงสว่างแก่สังคมในประเทศคิวบาอย่างเจิดจ้า พวกเราสามารถสร้างเหตุที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสถานการณ์ที่ ยากลำ บากที่สุด นี่คืออานุภาพของธรรมมหัศจรรย์ที่ทำ ให้เราเปลี่ยนพิษเป็นยา ได้ * พระนิชิเร็นไดโชนินได้เขียนจดหมายส่งเสริมกำ ลังใจแก่อุบาสิกา เซ็นนิชิ ลูกศิษย์ผู้อุทิศทุ่มเทที่เกาะซาโดะ (ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของจังหวัดนิอิงาตะ) เช่นกัน เธอได้บอกเล่าคำ สอนของท่านที่ทำ ให้ประเทศเกิดสันติแก่ผู้อื่น และทำ งาน หนักในการช่วยเหลือสนับสนุนเพื่อนผู้ศรัทธา ในจดหมายฉบับนั้น ท่านเขียนว่า “เมื่อราชสห์... ีคำรามขึ้นมา ลูกทั้งร้อยตัวก็จะบังเกิดความกล้าหาญ ส่วน ศรษะของบรรดาสัตว์ร้ายหรือนก ีล่าเหยื่อเหล่านั้น (ทจ้องจะจู่โจม) จะแตก ี่ ออกเป็นเจ็ดเสยง ี่ ” (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 949) ไม่มีเสียงใดก้องกังวานไปกว่าเสียงแห่งความเที่ยงธรรม ความ เชื่อมั่น และการส่งเสริมกำ ลังใจของสตรีโซคา
42 สมาชิกทุกท่าน ซึ่งมีปณิธานร่วมกันตั้งแต่อดีตอันไกลโพ้น ช่าง เป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง ในช่วงเวลาที่ยากลำ บากที่สุด พวกเขาส่งเสริม กำ ลังใจและค้ำ จุนซึ่งกันและกัน และเอาชนะความทุกข์ยากไปด้วยกัน ถึงเวลาที่สมาชิกฝ่ายผู้ใหญ่ชาย เสาหลักทองคำ แห่งการเผยแผ่ ธรรมไพศาล ซึ่งฉลองที่ระลึกวันก่อตั้งฝ่ายผู้ใหญ่ชายในวันที่ 5 มีนาคม จะต้อง ยืนหยัดด้วยความตั้งใจใหม่เช่นกัน ด้วยคำ อธิษฐานร่วมกันของครอบครัวโซคา ขอให้พวกเราจงกระตุ้น พลังปกป้องคุ้มครองของสกลจักรวาลและแสดงบทเพลงแห่งฤดูใบไม้ผลิด้วย ความสามัคคีกลมเกลียวและความร่าเริงแจ่มใส ! (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019)
ไดโมขุุแห่่งเสีียงคำำรามของราชสีีห์์การปฏิิบััติิที่่มุ่่งสู่่ความสุุขและมีีชััยชนะขั้้�นรากฐาน ชีวิตย่อมประสบทั้งชัยชนะและความพ่ายแพ้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ ได้...ยิ่งประสบปัญหาและความทุกข์มากเพียงใดเรายิ่งสามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านั้น ให้กลายเป็นความปีติยินดีและความสุขได้มากเพียงนั้นด้วยการปฏิบัติศรัทธา จุดมุ่งหมายของความศรัทธาและการปฏิบัติคือการดำ เนินชีวิตที่ เป็นตัวของตัวเอง เป็นการเพิ่มบุญวาสนาและเปิดหนทางสู่ความสุข ด้วยเหตุนี้ หากหวั่นไหวง่ายกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ ก็คงพูดไม่ได้ว่ากำ ลัง ปฏิบัติพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินอย่างแท้จริง ในโลกของธรรมมหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในที่สุด พวกเรา จะสามารถเปลี่ยนพิษเป็นยาได้ทั้งหมด อันที่จริง ไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างพิษกับยา... หากเรามีชัยชนะ ในท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างที่เราประสบก็อาจมองได้ว่าเป็นยา ในทางกลับกัน หาก ชีวิตลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่แม้จะดูเหมือนว่าเป็นยามาตลอด ก็คือพิษ การมีชัยชนะในท้ายที่สุดหมายถึงอะไร หมายถึงชัยชนะในความ ศรัทธานั่นเอง เพราะนี่คือชัยชนะที่แท้จริงในฐานะมนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำ ให้เราได้ รับชัยชนะตลอด 3 ชาติแห่งอดีต ปัจจุบันและอนาคต (จากหนังสือชุด ปัญญาเพื่อสรรค์สร้างความสุขและสันติภาพ ตอนที่ 1 “ความสุข” หน้า 133 - 134) ‘ ’
สารบัญ บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ ขณะนี้คือเวลาที่จะก้าวหน้า 3 ด้วยจิตใจกตัญญู ธรรมนิพนธ์ การทำบุญถวายข้าว 7 ความคิดคำ นึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” บทที่ 86) ความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง 15 กับคานางาวะในเดือนกรกฎาคม โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บทสนทนาเกี่ยวกับศาสนาแห่งมนุษยนิยม บทที่ 17) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น ตอนที่ 1 25 ชะขุบุขุคือการต่อสู้เพื่อเอาชนะธรรมชาติมาร ที่มีอยู่ในชีวิตของเราเองและในชีวิตของผู้อื่น ก่อร่างสร้างยุคใหม่ ไม่มีสิ่งใดสูงส่งไปกว่าสายสัมพันธ์ของเรา 43 ผู้เป็นโพธิสัตว์จากพื้นโลก 1 2 3 4 5
2 สมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย email: [email protected] www.sgt.or.th บรรณาธิิการ นวรััตน์์ ชิิโนมีี กองบรรณาธิิการ เรืืองระวีี ไชยพููนพััฒน์์ พััชรีี โพธิิพััฒน์์ธนากร ณััฐพร งามสิิ ริิ กุุล ภาษาญี่่�ปุ่่�น เพีียงตา หลิิมไชยกุุล อนงค์์นาถ มโนจุุ รีีหกุุล อาคิิโกะ โฮโซดะ โยโกะ โอดะ สมพร เจนจารุุ พัันธุ์์กุุล ภาษาอัังกฤษ หทััยรััตน์์ แซ่่ จึึง ศศมน โพธิิ พััฒน์์ธนากร ทิิพย์์ สุุดา บุุนฑารัักษ์์ ออกแบบสร้้างสรรค์์ กุุลลดา อััศวฉััตรโรจน์์ พิิสููจน์์ อัักษร วรรณีี สถาพรพิิชญ์์ผู้้จััดการณริินทร์์ ลััทธยาพร สงวนลิิขสิิทธิ์์�โดยสมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย ISSN 2586-8675
บทบรรณาธิการของ ประธานมิโนรุ ฮาราดะ (ในวารสารไดเบียะขุเร็งเงะ)
4 ‘ ’ ขณะนี้้�คืือเวลาที่่จะก้้าวหน้้า ด้้วยจิิตใจกตััญญูู ทุกวันขึ้นปีใหม่ทำ ให้ ผมนึ ก ถึ ง ค ว ามท ร ง จำ ที่มี ต่ อ อาจารย์อิเคดะเมื่อ30 ปีก่อน [ค.ศ. 1994]อาจารย์ร่วมประชุมสวดมนต์ขึ้นปีใหม่ ที่สำ นักงานใหญ่สมาคมโซคาอำ เภอชินาโนะมาจิ กรุงโตเกียวในวันที่ 1 มกราคม และที่อาคารที่ระลึกอาจารย์มาคิงุจิที่เมืองฮาชิโอจิในวันที่ 2 มกราคม ท่านไม่เพียงส่งเสริมกำ ลังใจในโอกาสเหล่านั้น แต่ยังใช้เวลาก่อน และหลังประชุมทักทายและพูดคุยกับสมาชิกโดยสร้างสายใยที่มีความหมายกับ พวกเขา ผมจำ ได้ว่ามีผู้เข้าร่วมมากถึง 2,000 คนตลอด 2 วัน การปฏิสัมพันธ์เหล่านั้นเป็นมากกว่าการแลกเปลี่ยนพูดคุย แบบธรรมดา อาจารย์อิเคดะเคยพูดกับผมว่า “ด้วยความคิดที่ว่า อาจจะไม่ได้ พบบุคคลนั้นอีก ข้าพเจ้าจึงปฏิบัติราวกับว่าการพบกันครั้งนี้คือวาระสุดท้ายของ ชีวิต” ท่านจึงทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อส่งเสริมกำ ลังใจแต่ละคน ๆ ตาม ความคิดนั้น โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาลงมือและปฏิบัติ พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต อาจารย์อิเคดะเข้าร่วมสวดมนต์ขึ้นปีใหม่ในปีถัดมาและปีหลังจาก นั้นด้วย ท่านปฏิสัมพันธ์อย่างจริงใจและสร้างความสัมพันธ์แบบ ใจประสานใจกับผู้คนให้มากที่ส ุดเท่าที่จะทำ ได้โดยทุ่มเทเต็มที่ในทุก ๆ ขณะ
5 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 บทบรรณาธิการของประธานฮาราดะ อาจารย์แสดงให้พวกเราเห็นผ่านพฤติกรรมของท่านเองตั้งแต่ตอนต้นปีว่า การสนทนาแบบตัวต่อตัวคือพลังขับเคลื่อนเพื่อความก้าวหน้า * สมัยที่อาจารย์อิเคดะเป็นยุวชน ท่านไปเยี่ยมอาจารย์โจเซอิ โทดะ อาจารย์ผู้มีพระคุณที่บ้านในวันขึ้นปีใหม่เพื่อสวัสดีปีใหม่และเริ่มต้นปีพร้อมกับ ท่าน จิตใจเช่นนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้กระทั่งหลังจากอาจารย์โทดะมรณกรรม ไปแล้ว ประชุมหัวหน้าภาคที่จัดในวันรุ่งขึ้นหลังการมรณกรรมของอาจารย์ โทดะอาจารย์อิเคดะกล่าวว่า“ข้าพเจ้าเชื่อว่าอาจารย์โทดะยังมีชีวิตอยู่ในสมาคม โซคาและอยู่ในหัวใจของพวกเราทุกคนผู้เป็นลูกศิษย์ตราบนิรันดร์” ท่านประกาศ ว่า ว ิธ ีท ี ่ด ีท ี ่ส ุดท ี ่จะแสดงความกต ัญญูต ่ออาจารย ์ผู ้ม ีพระค ุณของพวกเราค ือ การต่อสู้จนสามารถรายงานท่านได้อย่างภาคภูมิใจว่า “อาจารย์ดูสิครับ / คะ พวกเราทำ ให้การเผยแผ่ธรรมไพศาลก้าวหน้ามากเพียงใด” วันนี้อีกครั้ง ผมจะต่อสู้วันนี้อีกครั้ง ผมจะมีชัยชนะอาจารย์อิเคดะ สร้างสมาคมโซคาจนเป็นองค์กรระดับโลกในทุกวันนี้โดยเริ่มต้นด้วยปณิธานนี้ที่ ท่านให้ไว้กับอาจารย์ผู้มีพระคุณของท่าน อาจารย์อิเคดะได้สร้างสายใยที่แข็งแกร่งลึกซึ้งกับชีวิตของพวกเรา แต่ละคน ซึ่งเป็นสายใยที่เป็นนิรันดร์ ท่านอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป บัดนี้ขณะที่พวกเราเริ่มต้นปีแห่งการออกเดินทางใหม่ของสมาคม โซคายุวชนทั่วโลกนี้ โดยแผ้วถางเส้นทางสู่วาระ 100 ปีการก่อตั้งสมาคมโซคา อย่างมีชัยชนะ ขอให้ก้าวหน้าไปด้วยจิตใจที่แสดงความกตัญญูต่ออาจารย์ผู้มี พระคุณของพวกเรา
6 สัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าวว่า“คนเหล่านั้นผู้ซึ่งได้สดับธรรมะแล้ว อาศัยอยู่ที่นี่และที่นั่นในพุทธเกษตรต่าง ๆ ได้เกิดใหม่พร้อมกับอาจารย์ของเขา อยู่เสมอ” (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 7 หน้า 235) พวกเราจง สลักถ้อยคำ นี้ไว้ในจิตใจและร่วมกันสร้างบันทึกแห่งการเติบโตที่ยิ่งใหญ่ครั้งสำ คัญ เพื่อประกาศต่ออาจารย์ผู้มีพระคุณของพวกเราได้อย่างภาคภูมิใจ“ดูสิครับ / คะ พวกเราทำ ให้การเผยแผ่ธรรมไพศาลก้าวหน้ามากเพียงใด” (จากบทบรรณาธิการ วารสารไดเบียะขุเร็งเงะ ฉบับเดือนมกราคม ค.ศ. 2024)