จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 ธรรมนิพนธ์ จึงได้ใช้ชีวิตในหอพักอย่างกระฉับกระเฉงและเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยโซคา ปัจจุบัน ลูกสาวใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในฐานะครูของโรงเรียนมัธยมต้นโซคาคันไซ ได้แต่งงาน และเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง การต่อสู้เรื่องความเจ็บป่วยของลูกสาว ทำ ให้ครอบครัวของเรา สามารถกำ ความเชื่อมั่นอันยิ่งใหญ่ในความศรัทธาที่ “เปลี่ยนชะตากรรมเป็น ภาระหน้าที่” ได้ เราจะแผ่ขยายความเป็นน้ำ หนึ่งใจเดียวแห่งความสุขจาก “ภูมิภาคชูโงขุของผู้มีความสามารถ”ให้กว้างไกลออกไปทุกหนทุกแห่ง ด้วยจิตใจ แห่งการตอบแทนบุญคุณ ขอให ้ม ีช ัยชนะในการม ีช ีว ิตท ี ่ม ีส ุขภาพแข ็งแรงและอาย ุย ืนยาว ด้วยจิตใจแห่งอาจารย์กับศิษย์ไม่เป็นสอง มุ่งสู่วาระครบ 100 ปีของการก่อตั้ง สมาคมโซคาไปด้วยกัน (บรรยายโดย คุณทาเอโกะ คูริฮาระ หัวหน้าเลขาฯ ฝ่ายสตรี ภูมิภาคชูโงขุ)
12 คำชี้นำของอาจารย์อิเคดะ “พระนิชิเร็นไดโชนินมีกล่าว (ในธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 937)ว่า‘เนื่องจากความเจ็บป่วย จึงทำ ให้เกิดจิตใจแสวงหาธรรม ขึ้นมา’ ดังนั้นสามารถพูดได้ว่า การเจ็บป่วยนี้ก็เป็นพุทธเจตนาเพื่อทำ ให้คุณเกิด ความศรัทธาที่เข้มแข็งขึ้นมา ก็ว่าได้ สิ่งที่นำ เอาความเจ็บป่วยมาเป็นโอกาสของการพัฒนาความ ศรัทธาให้ก้าวหน้าขึ้นนั้น ก็คือ วิถีชีวิตของชาวพุทธผู้ปฏิบัติพุทธธรรม เวลานี้ นี่แหละที่จะต้องลุกยืนขึ้นมาด้วยความศรัทธาที่ตั้งใจแน่วแน่ว่า ‘ชีวิตของผม อยู่ทการเ ี่ ผยแผธ่รรม’ ‘จะมชีวิตอยู่จนถึงท ีส ี่ ดเุพื่อการเผยแผธ่ รรมให้ได้’ นั่นเองครับ เรื่องที่ว่า ตัวคุณทุกข์ทรมานด้วยการเจ็บป่วยหนักนั้น ก็เป็นเรื่อง ที่คุณมีภาระหน้าที่อันลึกซึ้งที่จะต้องทำ ให้สำ เร็จอยู่ ความทุกข์ทรมานด้วยความ เจ็บป่วย ยิ่งลึกซึ้งมากเท่าใด หากเอาชนะความทุกข์ทรมานดังกล่าวได้แล้ว ก็จะ สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ของพุทธธรรม และจะกลายเป็น พลังอันยิ่งใหญ่ของการเผยแผ่ธรรมไพศาลได้ มิใช่หรือครับ เพื่อสิ่งดังกล่าว ตัวคุณจึงได้สร้างอดีตกรรมต่าง ๆ หลากหลาย อย่างมา และแบกรับความทุกข์ทรมานด้วยความเจ็บป่วยเอาไว้ แล้วได้มา ‘ ’
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 ธรรมนิพนธ์ ปรากฏตัวเกิดมาในโลกนี้ในฐานะที่เป็นโพธิสัตว์จากพื้นโลก ด้วยเหตุนี้ จะต้อง สามารถข้ามพ้นความเจ็บป่วยได้อย่างแน่นอนครับ !” (จากบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 10 “บทมงกุฎเกียรติยศ”) อธิบายเพิ่มเติม : อุบาสิกาโทขิ อุบาสิกาโทขิ เกิดที่ตำ บลโอโมสุ เขตฟูจิ จังหวัดสุรุงะ (ปัจจุบัน คือพื้นที่ทางตอนกลางของจังหวัดชิสุโอกะ) หลังจากแต่งงาน ได้ให้กำ เนิด ท่านอิโยโบนิชโช (หนึ่งในสงฆ์อาวุโส 6 รูป ที่สุดท้ายแล้วกลับมาติดตามพระ นิกโคโชนิน) แต่สามีเสียชีวิตไปก่อน กล่าวกันว่าได้แต่งงานอีกครั้งกับท่าน โทขิโจนินซึ่งภรรยาก็เสียชีวิตไปก่อนเช่นกัน โดยมีบุตรด้วยกันคือท่านจะขุเซ็นโบ นิชโช (ลูกศิษย์ของพระนิกโคโชนิน) ท่านโทขิโจนินผู้เป็นสามีเป็นศูนย์กลางของลูกศิษย์ในบริเวณ ชิโมสะอุบาสิกาโทขิยึดถือความศรัทธาที่บริสุทธิ์อย่างถึงที่สุดเคียงข้างสามี ตลอด จนดูแลปรนนิบัติแม่สามีด้วยความใส่ใจ แม้ตนเองกำ ลังต่อสู้กับความเจ็บป่วย ด้วยเช่นกัน ใน “ธรรมนิพนธ์ เรื่องคันธนูและลูกธนู” เราจะเห็นความ เอาใจใส่ของพระนิชิเร็นไดโชนินผ่านจดหมายที่เขียนเพื่อส่งเสริมให้สายสัมพันธ์ ระหว่างสามีและภรรยาแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยกล ่าวว ่า “โทขิบอกอาตมาว่า...
ท่านได้ใส่ใจปรนนิบัติมารดาเป็นอย่างดียิ่ง. เขากล่าวด้วยความปลื้มใจว่า ไม่ว่ากชาติก็จะไม่ม ี่ วันีลืมเรื่องน้เด็ดขาด. ี ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 5 หน้า 250) เมื่อได้รับการส่งเสริมกำ ลังใจจากพระนิชิเร็นไดโชนินซ้ำ แล้วซ้ำ เล่า อุบาสิกาโทขิจึงไม่ยอมแพ้ต่อความเจ็บป่วย จนสามารถต่ออายุขัยได้มากกว่า 20 ปี และประดับประดาชีวิตด้วยชัยชนะโดยมีความศรัทธาเป็นรากฐาน
ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” โดย โฮ โงะคู บทความจากอาจารย์ไดซาขุ อิเคดะ
16 บทที่ 88) โอซาก้า - เมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ แห่งประชาชนของประเทศญี่ปุ่น สมาชิกของเราทั่วโลกต่างเต็มไปด้วยความชื่นชมต่อคันไซ ไม่สิ ยิ่งกว่าชื่นชมเสียอีก ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ ! สมาชิกโตเกียวของเราก็รู้สึก ขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อมิตรภาพและการสนับสนุนอันกระตือรือร้นของเพื่อน สมาชิกในคันไซเช่นกัน คันไซที่แข็งแกร่ง ! โอซาก้าที่แข็งแกร่ง ! คันไซที่ยิ่งใหญ่ แห่งชัยชนะตลอดกาลของเรา คือดินแดนที่ไม่มีใครเอาชนะได้ของประชาชน มี ชัยชนะ ไม่พ่ายแพ้และไม่มีใครเทียบได้ในโลกนี้ สมาชิกในคันไซมีจิตใจแห่งอาจารย์กับศิษย์ ไม่มีผู้ใดตัดสาย สัมพันธ์ที่ผูกจิตใจข้าพเจ้ากับสมาชิกคันไซได้อย่างเด็ดขาด เป็นความมุ่งมั่นตั้งใจ ร่วมกันที่จะต่อสู้อย่างกระตือรือร้นเพื่อบรรลุการเผยแผ่ธรรมไพศาล และเราจะ ไม ่ม ีว ันยอมให ้ม ือท ี ่แปดเป ื ้อนของผู ้ม ีอ ำ นาจเผด ็จการมาแตะต ้องสายส ัมพ ันธ ์ อันล้ำ ค่านี้อย่างแน่นอน ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นและจบลงด้วยสายสัมพันธ์แห่งอาจารย์ กับศิษย์ นี่คือจิตวิญญาณที่สร้างคันไซแห่งชัยชนะตลอดกาล * 50 ปีที่แล้ว (ค.ศ. 1951) อาจารย์โจเซอิ โทดะ ได้ดำ รงตำ แหน่ง ประธานสมาคมโซคา ท่านที่ 2 หนึ่งในสิ่งแรกที่ข้าพเจ้ากล่าวกับท่านคือ“สำ หรับ การพ ัฒนาการเผยแผ ่ธรรมไพศาลในอนาคตของญ ี ่ป ุ ่นเราควรให ้ความส ำ คัญ
สูงสุดในการสร้างระบบการเขตในโอซาก้า เมืองหลวงแห่งประชาชน” อาจารย์ โทดะตอบกลับทันทีว่า “เอาล่ะ ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณคิด ไดซาขุ คุณจงไปที่โอซาก้า และสร้างระบบการเขตที่นั่น” การสร้างระบบการของเราในคันไซเริ่มต้นจากจิตใจแห่งอาจารย์ กับศิษย์ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ในเวลานั้น เราแทบไม่มีสมาชิกในโอซาก้าเลย และ ผู้นำ ระดับสูงของสมาคมโซคาก็ไม่เคยคิดฝันที่จะสร้างระบบการเขตที่นั่น ทว่า อาจารย์โทดะประกาศว่าท่านจะทำ ให้มีสมาชิก 750,000 ครอบครัว ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าในฐานะลูกศิษย์จึงใคร่ครวญอย่างหนักเป็นเวลานาน ด้วยความ กระตือรือร้นและอุดมคตินิยมของยุวชน เกี่ยวกับสิ่งจำ เป็นเพื่อบรรลุการเผยแผ่ พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินให้กว้างขวาง และสิ่งนี้เองที่กระตุ้นข้าพเจ้าให้ เสนอเรื่องการสร้างระบบการเขตในคันไซแก่อาจารย์ของข้าพเจ้า ขณะที่โตเกียวคือเมืองหลวงทางการเมืองและการบริหารของ ประเทศญี่ปุ่น ส่วนโอซาก้า ซึ่งแท้จริงแล้วทั่วทั้งคันไซคือเมืองหลวงทางการค้า หากเราสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลที่นั่น ไม่ต้องสงสัย เลยว่าระลอกคลื่นของแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้าจะขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ เช่น ชูโงขุ ชิโกกุ คิวชูและทั่วประเทศญี่ปุ่นได้ในที่สุด [หมายเหตุในบทบรรณาธิการจดหมายข่าวเอสจีไอ : ใน ค.ศ. 1951 ตอนที่อาจารย์ โทดะประกาศเป้าหมายสมาชิก 750,000 ครอบครัว จำ นวนสมาชิกทั้งหมดของ สมาคมโซคามีมากกว่า 3,000 คนเล็กน้อยใน 12 เขต และในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1952 ที่โอซาก้ามีสมาชิกเพียง 40 คน] ปีต่อมา ค.ศ. 1952 การเริ่มต้นระบบการเขตโอซาก้าก็ได้ถือกำ เนิด ขึ้น ข ้าพเจ ้าไปโอซาก ้าในว ันท ี ่ 14 สิงหาคมของปีนั้น ว ันร ุ ่งข ึ ้นอาจารย ์โทดะ ได้เดินทางมา เพื่อเริ่มต้นการรณรงค์การแผ่ขยายทั่วภูมิภาคในช่วงฤดูร้อนของ
18 พวกเรา และเป็นก้าวแรกสู่การพัฒนาระบบการของเราในโอซาก้าอย่างเต็ม รูปแบบ ขณะที่รายงานต่ออาจารย์โทดะตลอดทั้งวันทั้งคืน ข้าพเจ้าทำ งาน อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะบรรลุชัยชนะ สมาชิกคันไซก็ทุ่มเทตนเองเข้าร่วมการรณรงค์ ครั้งนี้อย่างสามัคคีด้วยจิตใจที่ร่าเริงเบิกบาน ดวงตาของพวกเขาต่างเป็นประกาย อย่างมีชีวิตชีวา และพวกเขาทั้งหมดทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความหวังและความ มั่นใจ * อาจารย์โทดะกล่าวอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายของท่านในการ เดินทางไปโอซาก้าว่า “มาร่วมกันขจัดความเจ็บป่วยและความยากจนทั้งปวง ให้หมดสิ้นไปจากโอซาก้ากันเถิด !” นี่คือคำ ประกาศอันศักดิ์สิทธิ์ที่ปาดน้ำ ตาแห่ง ความโศกเศร้าและทุกข์ทรมานจากดวงตาของผู้คนในโอซาก้าข้าพเจ้านำ ปณิธาน ของอาจารย์โทดะมาเป็นปณิธานของตัวเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ข้าพเจ้า จะต้องอุทิศตนอย่างจริงจังในการเผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์และมอบความกล้าหาญ แก่ผู้คนมากมาย เพื่อที่พวกเขาจะได้มีชีวิตที่มีความสุข จุดมุ่งหมายของศาสนา ที่แท้จริง คือการช่วยผู้คนให้เป็นอิสระจากโซ่ตรวนแห่งความทุกข์ ศาสนาที่มีชีวิต จะช่วยให้ผู้คนเปลี่ยนความทุกขเวทนาให้เป็นความสุข ศาสนาไม่ควรทำ หน้าที่ เป็นแค่ที่ปลอบประโลมใจหรือเห็นอกเห็นใจเท่านั้น หรือเป็น “สิ่งเสพติดทำ ให้ หลงมึนเมา” ที่ช่วยให้หลีกหนีจากความเป็นจริง ผลของความมุ่งมั่นตั้งใจที่เข้มแข็งและกล้าหาญนี้ของผู้คน ทั้งหลายที่ได้ตื่นรู้ในวิถีชีวิตใหม่และตระหนักรู้ถึงสังคมใหม่ ต่างยืนหยัดขึ้นมา ทำ งานเพื่อการปฏิรูปและทำ ให้สังคมที่พวกเขาอาศัยอยู่ดีขึ้น ในฐานะพลเมือง พวกเขามีสิทธิ์ทุกประการที่จะสร้างสังคมแห่งมนุษยธรรม ซึ่งเป็นสังคมที่ตอบ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” สนองความต้องการของพวกเขา “พวกเราต้องสร้างโอซาก้า เมืองแห่งประชาชนผู้ซื่อสัตย์และ อุตสาหะพากเพียร ให้เป็นเมืองหลวงแห่งความสุขของประชาชนที่เปี่ยมล้น ด้วยความปรารถนาดี” นี่คือปณิธานของข้าพเจ้าในฐานะราชสีห์หนุ่มวัย 28 ปี ท ี ่เร ิ ่มเป ็นผู ้น ำ อย ่างแข ็งข ันในการก ่อสร ้างค ันไซช ัยชนะตลอดกาล ตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 1956 ข้าพเจ้าได้เริ่มลงมือกระทำ ด้วยความพยายามที่พร้อมเพรียงร่วมกัน กับสมาชิกคันไซทำ การต่อสู้ด้วยความศรัทธาและการเผยแผ่ธรรมไพศาลเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายนั้น [หมายเหตุในบทบรรณาธิการจดหมายข่าวเอสจีไอ : เดือนมกราคม ค.ศ. 1956 อาจารย์โทดะส่งอาจารย์อิเคดะไปเป็นผู้นำ ทำ กิจกรรมในเขตโอซาก้า โดยมี ศูนย์กลางอยู่ที่การประชุมสนทนาธรรม ในเดือนพฤษภาคมของปีนั้น อาจารย์ อิเคดะและสมาชิกโอซาก้าทำ ลายสถิติในการเผยแผ่ธรรมประจำ เดือนอย่างที่ ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเผยแผ่ธรรมไพศาล] นอกจากนี้ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สภาสูง) ก็ถูกกำ หนดขึ้น ในเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกัน และสำ นักงานใหญ่สมาคมโซคาได้ตัดสินใจส่ง ผู้สมัครที่ให้การสนับสนุนลงสนามเลือกตั้งในเขตภูมิภาคโอซาก้า การที่จะส่งผู้สมัครลงสนามเลือกตั้งหรือไม่ถือเป็นทางเลือกที่ยาก ที่สุดสำ หรับสำ นักงานใหญ่ ทุกคนคิดว่าเป็นการแข่งขันที่ไม่สามารถเอาชนะได้ ผู้คนทั้งภายในและภายนอกสมาคมโซคา ส่วนใหญ่บอกว่าเป็นการกระทำ ที่หุนหัน พลันแล่นและมีแน้วโน้มที่จะล้มเหลว ทว่าข้าพเจ้าให้คำ มั่นสัญญากับอาจารย์ ของข้าพเจ้าว่า “ไม่ว่าพวกเราจะเผชิญกับอุปสรรคใด ๆ ข้าพเจ้าขอสัญญาว่า พวกเราจะชนะ ข้าพเจ้าจะนำ ชัยชนะมามอบให้อาจารย์ !”
20 ในวันเกิดของอาจารย์โทดะปีนั้น (11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1956) ข้าพเจ้าได้แต่งบทกลอนที่แสดงความมุ่งมั่นของข้าพเจ้าแด่อาจารย์ และท่านก็ ตอบสนองด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างอาจารย์กับ ศิษย์ที่ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืมตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ บัดนี้ ข้าพเจ้าขอมอบบทกลอนที่ข้าพเจ้าส่งให้ท่านแก่สมาชิก ในคันไซ ด้วยความหมายใหม่ ป้อมปราการทองคำ บัดนี้กำ ลังถูกสร้างขึ้น ในคันไซ จะคงอยู่ตราบนิรันดร์ ปราบพลังแห่งความชั่วร้ายตลอดไป ข้าพเจ้าขอแบ่งปันบทกลอนที่อาจารย์โทดะตอบกลับใน วันนั้นด้วย ความปีติยินดีของการมองขึ้นไป ยังป้อมปราการทองคำ ที่สร้างขึ้น โดยลูกศิษย์ ผ่านกิจกรรมเพื่อการเผยแผ่ธรรม อาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ ประธานสมาคมโซคาท่านแรก ได้ มอบคำ ชี้นำ อันลึกซึ้งว่า “แม้จะมีคำ กล่าวว่า แม้แต่ผงธุลีเมื่อสะสมมากขึ้น ยังก่อตัวเป็นภูเขาได้ แต่แท้จริงแล้วไม่มีภูเขาใดก่อเกิดจากผงธุลีที่สะสม... ภูเขา ที่แท้จริงก่อตัวขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของเปลือกโลก”1 อาจารย์
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” มาคิงุจิสอนพวกเราอย่างเข้มงวดในเรื่องนี้ว่า ด้วยการต่อสู้อย่างจริงจังกับความ ชั่วร้ายอันยิ่งใหญ่เพื่อความดีอันยิ่งใหญ่เท่านั้นที่เราจะสามารถเปลี่ยนแปลง ตัวเองจากขั้นรากฐานและสร้างสภาพชีวิตที่มั่นคงไม่สั่นคลอนได้ หากพวกเราต้องต่อสู้ ขอให้เป็นการต่อสู้ที่สูงตระหง่าน ! ให้ พวกเรามีชัยชนะที่ดังระเบิด มีชัยชนะที่ท่วมท้น ! ข้าพเจ้ามีเพียงภารกิจเดียวเท่านั้นคือ การสร้างป้อมปราการทองคำ ที่ไม่พ่ายแพ้ในคันไซเพื่อที่จะทำ เช่นนั้น ข้าพเจ้าได้ตัดสินใจที่จะมอบทั้งชีวิตของ ข้าพเจ้าและคว้าชัยชนะให้ได้อย่างเด็ดเดี่ยว ทว่าเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่อาจารย์ โทดะตั้งไว้ เป็นภารกิจที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่คนเพียงคนเดียวจะทำ ให้สำ เร็จได้ เพียงลำ พัง ดังนั้นข้าพเจ้าจึงตั้งใจว่าจะใช้ความเพียรพยายามเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ในการพบปะกับสมาชิกคันไซเพื่อส่งเสริมกำ ลังใจ กระตุ้นพวกเขาและสนับสนุน พวกเขาให้เป็นแชมเปี้ยนที่กล้าหาญของการเผยแผ่ธรรมไพศาล ที่พร้อมจะทำ งาน ร ่วมก ับข ้าพเจ ้าในการต ่อสู ้คร ั ้งน ี ้ และข ้าพเจ ้าก ็ได ้น ำ สิ่งนี้ไปสู่การปฏิบัติจริง ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าความมุ่งมั่นตั้งใจที่ลุกโชนของข้าพเจ้าคือเปลวไฟอันเร่าร้อนของ จิตใจมนุษย์ที่สามารถทำ สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้เกินกว่าจินตนาการได้จะ แพร่กระจายและทำ ให้หัวใจของผู้คนทั้งหลายสว่างไสวได้อย่างแน่นอน ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะชนะ ข้าพเจ้าต้องชนะ ชนะแล้วรายงาน ชัยชนะนั้นแก่อาจารย์ คือภารกิจสูงสุดของข้าพเจ้าในฐานะลูกศิษย์ ทั้งยังเป็นการ ปฏิบัติจริงตามคำ สอนแห่งอาจารย์กับศิษย์ไม่เป็นสองด้วย 1 มาคิงุจิ จึเนะซาบุโร ชินเง็นชู (รวมถ้อยคำ ของจึเนะซาบุโร มาคิงุจิ), บรรณาธิการ ทาเคฮิสะ จึจิ (โตเกียว : ไดซัน บุมเมฉะ, ค.ศ. 1979), หน้า 23
22 ข้าพเจ้าสวดมนต์อย่างจริงใจวันแล้ววันเล่าเพื่อให้มีพลังเข้มแข็งที่ จะบรรลุเป้าหมาย ข้าพเจ้าสวดมนต์อย่างต่อเนื่องด้วยความเชื่อมั่นว่าทุกคนที่ ข้าพเจ้าได้พบจะกลายเป็นพันธมิตรในการเคลื่อนไหวของพวกเราหรือจะทำ หน้าที่ เป็นเทพธรรมบาล * ความพยายามในการเผยแผ่ธรรมของเราในโอซาก้า ค.ศ. 1956 ซึ่งสมาชิกของเราทั่วประเทศญี่ปุ่นกำ ลังจับตาดูด้วยความคาดหวัง ต่างได้รับแรง ผลักดันที่ทรงพลังและระเบิดพลังกระจายตัวออกไป วันแล้ววันเล่า เดือนแล้ว เดือนเล่า แรงกระตุ้นการเคลื่อนไหวทั้งหมดขององค์กรถูกกำ หนดโดยพลังที่ ยืนหยัดมั่นคงต่อเป้าหมายของผู้นำ ข ้าพเจ ้าร ิเร ิ่มอย ่างกล ้าหาญ ท ุ ่มเทท ั ้งชีว ิตในการต ่อสู ้ ข ้าพเจ ้า ไม่เคยลังเล เดินทางไปอย่างต่อเนื่องและพูดคุยโดยไม่หยุดพัก ข้าพเจ้าใช้เวลา ทุกวันตั้งแต่เช้าตรู่จรดค่ำ ส่งเสริมกำ ลังใจสมาชิกของเราทั่วทุกมุมของโอซาก้า มี หลายครั้งที่ข้าพเจ้าเข้าร่วมการประชุมถึง 25 หรือ26 ครั้งในวันเดียว เคลื่อนไหว อยู่เสมอ บอกตัวเองอยู่เสมอว่า “ข้าพเจ้ายังมีเวลาไปร่วมได้อีกหนึ่งการประชุม” และ “ข้าพเจ้ายังสามารถให้กำ ลังใจสมาชิกได้อีก” ตัวข้าพเจ้าเปียกชุ่มไปด้วย เหงื่อเสียงแหบแห้งจากการพูด และขาของข้าพเจ้าแข็งราวกับปูนซีเมนต์ มีผู้คน มากมายท ี ่ข ้าพเจ ้าต ้องไปพบ ม ีผู ้คนมากมายท ี ่ข ้าพเจ ้าอยากพบและส ่งเสร ิม กำ ลังใจ มีผู้คนมากมายที่ข้าพเจ้าอยากติดต่อภายในช่วงเวลาที่จำ กัด 24ชั่วโมง ในแต่ละวัน หากปล ่อยให ้ช ่วงเวลาน ี ้ โอกาสน ี้ผ ่านไป ข ้าพเจ ้าคงไม ่ม ีโอกาส ได้พบคนคนนี้อีก ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงพยายามเหลือเกินที่จะใช้ทุกวินาทีให้ คุ้มค่าที่สุด
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” ระหว่างเดินทางจากที่ประชุมหนึ่งไปอีกที่หนึ่ง หากมีใครบางคน ชี้บ้านสมาชิกให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะพยายามหยุดแวะเสมอ แม้จะแค่นาทีเดียว ก็ตาม เมื่อใดก็ตามที่สมาชิกมาที่สำ นักงานใหญ่คันไซ ข้าพเจ้าจะพยายามหา เวลาพูดคุยกับเขาหรือเธอเสมอ แม้จะแค่ทักทายคำ เดียวหรือส่งเสริมกำ ลังใจ บางครั้งที่ข้าพเจ้าไม่อาจหยุดแวะได้ ข้าพเจ้าก็จะโบกมือให้หรือตอบรับผู้คนด้วย การส่งสายตาให้ และส่งไดโมขุไปให้พวกเขาจากใจของข้าพเจ้าอย่างเงียบ ๆ ข้าพเจ้ารู้ว่าหากจิตใจของเราสัมผัสกันแม้เพียงชั่วขณะเราก็ สามารถสร ้างป ัจจ ัยส ัมพ ันธ ์ก ับพ ุทธธรรมได ้ แต ่หากข ้าพเจ ้าแค ่ผ ่านไปโดยไม ่ พยายามเอื้อมมือออกไป ก็จะไม่มีคุณค่าอะไรเกิดขึ้นเลย การปฏิวัติมนุษย์คือการพบกับผู้คน การเผยแผ่ธรรมไพศาล คือ การพูดคุยกับผู้คน การกระทำ เหล่านี้ประกอบไปด้วยความกล้าหาญ สติปัญญา และความเมตตากรุณา * ไม่ว่าที่ใดที่ข้าพเจ้าไป บทละครที่น่าตื่นเต้นของแรงบันดาลใจชีวิต ต่อชีวิตและการมีส่วนร่วมการสนทนาเปิดฉากออกมา จะก่อให้เกิดการแผ่ขยาย คลื่นแห่งความปีติยินดีออกไป หากข้าพเจ้าแวะบ้านของผู้นำ ท้องถิ่น ทว่าบังเอิญพวกเขาออกไป ข้างนอก ข้าพเจ้าจะฝากข้อความส่งเสริมกำ ลังใจไว้ให้พวกเขากับครอบครัวเสมอ และขณะที่ข้าพเจ้าแวะเวียนไปตามสถานที่จัดประชุมในท้องถิ่นซึ่งโดยปกติเป็น บ้านของสมาชิก ข ้าพเจ ้าจะหย ิบพู ่ก ันข ึ ้นมาและเข ียนต ัวอ ักษรว ิจ ิตรมอบแก ่ สมาชิกโดยหวังจะส่งเสริมกำ ลังใจพวกเขาเท่าที่ทำ ได้ ข้าพเจ้าจะเขียนถ้อยคำ
24 ต่างๆให้พวกเขาอย่างเช่น “การต่อสู้ทเด็ดขาด ี่ ” “การต่อสู้ทก ี่ ล้าหาญ”และ “ชัยชนะอันยิงให ่ญ”่ ในชั่วพริบตา คลื่นแห่งความรู้สึกร่วมกันก็แผ่ขยายออกไป และ จิตใจแห่งการต่อสู้ที่พร้อมจะทำ งานและตอบสนองร่วมกันเพื่อสร้างเหตุแห่งการ เผยแผ่ธรรมไพศาลร่วมกันก็จะถูกก่อตั้งขึ้นในไม่ช้า เพื่อนสมาชิกที่ไว้วางใจได้ ทุกคนในโอซาก้าเข้าใจเป ้าหมายและปณิธานของข้าพเจ้า พวกเขาต่างลุกขึ้น ยืนหยัดเคียงข้างข้าพเจ้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ร่วมแบ่งปันทั้งสุขและทุกข์ ข้าพเจ้าได้อ่านข้อความธรรมนิพนธ์นับครั้งไม่ถ้วนร่วมกับสมาชิก คันไซ หนึ่งในนั้นคือ “ชีวิตหนึ่งวันมีค่ามากกว่าทรัพย์สมบัติทั้งหลายใน ตรสหัสสะมหาสหัสสะโ ีลกธาต”ุ (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 955) ขอให้พวกเราทำ ทุกสิ่งที่ทำ ได้ในวันที่มีค่าและไม่สามารถทดแทน ได้ซึ่งก็คือวันนี้ เพื่อพวกเราจะไม่ต้องหวนเสียใจ และอุทิศชีวิตของเราเพื่อการ เผยแผ่ธรรมไพศาลและความสุขของมนุษยชาติ ! การมีชัยชนะตลอดกาล หมายถึงการมีชัยชนะอย่างเด็ดขาดในปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงชัยชนะในวันนี้ การเดินทางผ่านเส้นทางที่ยากลำ บากอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ด้วย จิตใจเช่นเดียวกับจิตใจของพระนิชิเร็นไดโชนิน ในที่สุดสมาชิกของคันไซก็มี ชัยชนะ ! ในเดือนพฤษภาคมที่โกลาหล ค.ศ. 1956 เราได้บรรลุสถิติประจำ เดือน อันยอดเยี่ยมของการเพิ่มสมาชิกใหม่ที่ได้รับโงะฮนซนจำ นวน 11,111 ครอบครัว ความสำ เร็จนี้ทำ ให้รากฐานของป้อมปราการทองคำ แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาล ในคันไซมีความมั่นคงปลอดภัย และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 เดือนต่อมา ในเดือน กรกฎาคม ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรกที่สมาคมโซคาส่งผู้สมัคร
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” ลงสนามเลือกตั้ง สมาชิกคันไซของพวกเราซึ่งทำ งานเป็นทีมอย่างใกล้ชิด ได้รับ ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ [ในการสมัครรับเลือกตั้งของพวกเขาในเขตภูมิภาคโอซาก้า] ได้รับเสียงปรบมือและกำ ลังใจจากเพื่อนสมาชิกทั่วประเทศญี่ปุ่น ช ัยชนะคร ั ้งน ั ้นจะกระต ุ ้นให ้เก ิดพาย ุแห ่งการกดข ี ่ท ี ่เป ็นแผนการ ของอีกฝ่าย ผู้มีอำ นาจเจ้าเล่ห์เพทุบาย ในเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป (ค.ศ. 1957) เป็นลักษณะเดียวกับที่ธรรมนิพนธ์ได้ตักเตือนไว้ แน่นอนว่านี่คือเหตุการณ์ โอซาก้าที่ข้าพเจ้าเขียนไว้ในบทความที่แล้ว2 * เพื่อนผู้สูงส่งของข้าพเจ้าในคันไซได้กระทำ ครั้งแล้วครั้งเล่าในการ ต่อสู้อันยิ่งใหญ่เมื่อ45 ปีที่แล้ว [ค.ศ. 2001]ชัดเจนว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ อันรุ่งโรจน์แห่งชัยชนะอย่างต่อเนื่อง ประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งชัยชนะอันไม่ สิ้นสุดได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งที่คันไซชัยชนะของพวกเราในปีแรกของศตวรรษใหม่นี้ จะกลายเป็นเส้นชีวิตเพื่อการสืบทอดชัยชนะ คันไซที่ยิ่งใหญ่ จงอดทน ! ก้าวไปทีละก้าวด้วยความกล้าหาญ และซื่อสัตย์ จนถึงที่สุด ! คันไซชัยชนะตลอดกาล ชัยชนะในทุกสิ่ง ไม่เคยลืม เกียรติและภาระหน้าที่ของคุณ ที่ต่อสู้ด้วยกันกับข้าพเจ้า ! (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2001) 2 บทความในหัวข้อ “12 กรกฎาคม การชุมนุมโตเกียวครั้งประวัติศาสตร์” (จุลสารสู่ชัยชนะ ฉบับมีนาคม 67)
26 โลกแห่่งธรรมนิิพนธ์์บทสนทนาเกี่่ยวกัับ ศาสนาแห่่งมนุุษยนิิยม
บทที่ 18) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น (ตอนที่ 2) ก่อเกิดความดีด้วยการปฏิบัติตน ในฐานะพุทธศาสนิกชน การเอาชนะอวิชชาขั้นพื้นฐาน และมีชีวิตอยู่บนธรรมธาตุ ไซโต้ :อาจารย์อิเคดะครับ ครั้งที่แล้วท่านได้อธิบายว่าวิธีชะขุบุขุคือการแสดงออก อย่างเป็นรูปธรรมของความเชื่อในธรรมชาติพุทธะที่อยู่ภายในตัวเราและผู้อื่น การ แสดงดังกล่าวเป็นการกระทำ ของความเป็นมนุษย์ที่ให้การเคารพสูงสุดต่อผู้อื่น อาจารย์ยังได้อธิบายอย่างชัดเจนว่านี่คือการก่อตั้งการปฏิบัติที่สำ คัญเพื่อการ เปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานของยุคสมัยธรรมปลาย โมรินากะ : ในการสนทนาเร ื ่องน ี ้ พวกเราย ังได ้ย ืนย ันว ่าว ิธ ีชะข ุบ ุข ุไม ่ใช ่เร ื ่อง ที่คิดว่าเฉพาะศาสนาของตนเท่านั้นที่มีความถูกต้องชอบธรรม อาจารย์อิเคดะ : วิธีชะขุบุขุคือการให้ความเคารพผู้อื่นและนำ พวกเขาไปสู่การ รู้แจ้งตามหลักปรัชญาและเจตนารมณ์แห่งความเมตตากรุณาของสัทธรรม ปุณฑริกสูตร ซึ่งสอนว่าประชาชนทุกคนล้วนมีศักยภาพของโลกพุทธะ อย่างไร ก็ตาม ตราบเท่าที่วิธีชะขุบุขุถูกมองในมุมตรงข้ามกับวิธีโชจุซึ่งเป็นวิธีพื้นฐานของ การเผยแผ่ธรรมระหว่างสมัยสุทธิธรรมและสมัยรูปธรรม จึงมีแนวโน้มที่จะกล่าว ถึงวิธีชะขุบุขุในแง่ของการหักล้างซึ่งเป็นลักษณะของการท้าทายและเอาชนะต่อ ธรรมชาติมารในตัวเองและผู้อื่น
28 พระน ิช ิเร ็นไดโชน ินระบ ุว ่าการเคารพผู ้อ ื ่น ดังที่พระสทาปริภูต โพธิสัตว์1 ได้กระทำ ให้เราเห็นเป็นตัวอย่าง เป็นการสร้างพื้นฐานการปฏิบัติ สัทธรรมปุณฑริกสูตร และการปฏิบัติวิธีชะขุบุขุก็คือการสานต่อการปฏิบัติของ พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ดังนั้นความสำ คัญพื้นฐานของวิธีชะขุบุขุโดยทั่วไปแล้วก็ อยู่ที่การให้ความเคารพผู้อื่น จึงสรุปได้ว่า พระนิชิเร็นไดโชนินสอนพวกเราว่า การ ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพในทุกสิ่งที่พวกเรากระทำ คือหนทางที่ถูกต้องใน การประพฤติปฏิบัติของมนุษย์ซึ่งไม่ใช่แค่ขณะที่ทำ การชะขุบุขุเท่านั้น โมรินากะ : ผู้อ่านท่านหนึ่งให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าใจทฤษฎีความ สำ คัญของการเคารพผู้อื่น ทว่าแท้จริงแล้วการปฏิบัติที่ให้การเคารพต่อผู้อื่นเป็น เรื่องยากยิ่งนัก เขาถามว่า เช่นนั้นแล้วเราควรทำ อย่างไร อาจารย์อิเคดะ : เป็นคำ ถามที่ตรงไปตรงมาดี ไซโต้ : ผมสงสัยว่าจะมีใครมีปัญหาเรื่องการเคารพผู้อื่นที่เป็นหลักการทั่วไปบ้าง ทว่าเมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะกับคนที่เรารู้จัก อารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลาย ก ็ม ักจะปรากฏออกมาให ้เห ็น การนำ หล ักการน ี ้มาปฏ ิบ ัต ิจ ึงกลายเป ็นเร ื ่องท ี ่ ท้าทายอย่างแท้จริง 1 พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ : โพธิสัตว์ที่พรรณนาอยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 20 “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” กล่าวกันว่าท่านคืออดีตชาติของพระศากยมุนีพุทธะ ท่านจะโค้งคำ นับทุกคนที่ท่านได้พบและกล่าวถ้อยคำ ว่า “ข้าพเจ้ามีความเคารพพวกท่านอย่างลึกซึ้ง ข้าพเจ้าไม่กล้าที่จะปฏิบัติต่อพวกท่าน ด้วยการดูถูกเหยียดหยามหรือความจองหอง ทำ ไมหรือ เพราะว่าพวกท่านทุกคน กำ ลังปฏิบัติโพธิสัตว์มรรคและจะได้บรรลุพุทธภาวะแน่นอน” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย หน้า 440) เป็นการอธิบายว่า การปฏิบัติเช่นนี้คือเหตุที่ทำ ให้พระสทาปริภูตโพธิสัตว์บรรลุพุทธภาวะ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ อาจารย์อิเคดะ : นี่คือหนึ่งในปัญหาขั้นพื้นฐานที่ควรได้รับการแก้ไขด้วยหลักธรรม และจริยธรรม พุทธศาสนาถือว่าอวิชชาหรือความหลงคือรากฐานของปัญหานี้ บางทีทุกคนหรือผู้คนจำ นวนหนึ่งอาจยอมทำ ในสิ่งตรงข้ามกับความดี ทั้ง ๆ ที่ รู้ว่าสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง พุทธธรรมอธิบายว่า อวิชชาขั้นพื้นฐานหรือความหลง ซึ่งเป็นพลัง ที่ก่อให้เกิดความชั่วร้ายมีอยู่ในชีวิตมนุษย์ ในขณะเดียวกัน พุทธธรรมก็ยังสอนว่า ผู้คนสามารถตีแตกอวิชชาและแสดงปรากฏธรรมธาตุหรือการรู้แจ้งแต่ดั้งเดิมได้ โมรินากะ : การสำ แดงธรรมธาต ุให ้ปรากฏออกมาหมายถ ึงการน ำ สภาพชีวิต โลกพุทธะที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมมหัศจรรย์ออกมา คำ ว่า “ธรรมชาติพุทธะ” หมายถึงศักยภาพของเราที่จะแสดงปรากฏสภาพชีวิตพุทธะ อาจารย์อิเคดะ : ไม่ว่ากรณีใด ชีวิตของเราก็มีพร้อมทั้งอวิชชา (ความหลง) และ ธรรมธาตุ (การรู้แจ้ง) ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องตัวตนของธรรมมหัศจรรย์” พระ นิชิเร็นไดโชนินกล่าวความจริงที่ว่า เมื่อเราตระหนักรู้ว่าชีวิตของเรามีทั้งอวิชชา และธรรมธาตุ เราควรละทิ้งความหลงที่มีความชั่วติดอยู่ด้วย และยึดถือความดี แทนซึ่งเป็นลักษณะของธรรมธาตุมาเป็นพื้นฐานของตน (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 418 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 64)2 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถ ือเอาธรรมธาต ุมาเป ็นพ ื ้นฐานของตน หมายถึงการดำ รงช ีว ิตบนพ ื ้นฐาน 2 พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “นี่เหมือนกรณีคนที่ฝันเห็นตัวเองกำ ลังกระทำ ความดีและความชั่วต่าง ๆ. หลังจากตื่นขึ้นมาและพิจารณาเรื่องราวก็ตระหนักว่าทั้งหมดคือความฝัน ที่เกิดขึ้นจากจิตใจของตนเอง. จิตใจนี้ตรงกับหนึ่งหลักธรรมแห่งธรรมชาติแท้จริง ของปรากฏการณ์ทั้งหลาย ซึ่งคือลักษณะที่แท้จริงของความเป็นจริง ส่วนความดีและความชั่วที่ปรากฏในความฝันตรงกับการรู้แจ้ง [ธรรมธาตุ] (อ่านต่อหน้า 30)
30 ความศรัทธาในสัทธรรมปุณฑริกสูตรซึ่งเป็นคำ สอนที่พระพุทธะอธิบายถึงสภาพ ชีวิตโลกพุทธะ ความศรัทธาที่เข้มแข็งต่อธรรมมหัศจรรย์คือวิธีที่มหัศจรรย์ซึ่ง ประชาชนผู้มีชีวิตที่ถูกครอบงำ ด้วยความหลง สามารถเชื่อมต่อและเปิดเผยสภาพ ชีวิตพุทธะที่มีอยู่ภายในชีวิตของพวกเขาซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมธาตุได้ โมรินากะ : ดังนั้นความศรัทธาต่อโงะฮนซนซึ่งเป็นการแสดงปรากฏของสภาพที่ รู้แจ้งถึงชีวิตพุทธะของพระนิชิเร็นไดโชนิน คือกุญแจสำ คัญของการมีชีวิตอยู่บน พื้นฐานของธรรมธาตุ อาจารย์อิเคดะ : ใช่แล้วครับ เรื่องการเปลี่ยนแปลงความชั่วร้ายที่มีอยู่ดั้งเดิมใน ชีวิตของเราให้เป็นคุณความดีนั้น อิมมานูเอล คานต์ นักปรัชญาชาวเยอรมันได้ ตั้งข้อสังเกตที่คล้ายคลึงกับทัศนะของพุทธศาสนามาก คานต์อธิบายว่า ผู้คนที่ มีนิสัยชอบกระทำ ความชั่วร้าย ขณะที่ตระหนักรู้ว่าสิ่งนั้นไม่ถูกต้องเรียกว่า “สมุฏฐานของความชั่ว” ในแง่ของความชั่วพื้นฐานที่เป็นบ่อเกิดของความชั่ว ทุกรูปแบบ เขายังกล่าวอีกว่า ทว่าผู้คนมีจิตใจโน้มเอียงที่จะทำ ความดีและนี่คือ สิ่งที่มอบพลังให้พวกเขาเอาชนะความโน้มเอียงนี้3 2 (ต่อ) และความหลง. เมื่อรู้เรื่องนี้ก็เห็นได้ชัดว่าควรละทิ้งความเขลา ที่มีความชั่วและความหลงติดอยู่ด้วย และถือเอาความดีและการรู้แจ้ง อันเป็นลักษณะของการตื่นรู้ [ธรรมธาตุ] มาเป็นพื้นฐานของตน.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 418 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 64) 3 ในหนังสือ ศาสนาอยู่ในขอบเขตของเหตุผลเพียงอย่างเดียว (Religion within the Limits of Reason Alone) คานต์เขียนเกี่ยวกับ “ความโน้มเอียง ดั้งเดิมที่จะทำ ดีในธรรมชาติมนุษย์”, “ความโน้มเอียงที่จะทำ ชั่วในธรรมชาติมนุษย์” และ “ความขัดแย้งของหลักการแห่งความดีกับหลักการแห่งความชั่ว” [อิมมานูเอล คานต์, ศาสนาอยู่ในขอบเขตของเหตุผลเพียงอย่างเดียว, แปลโดย ธีโอดอร์ เอ็ม กรีน, ฮอยต์ เอช ฮัดสัน และ จอห์น อาร์ ซลิเบอร์ (นิวยอร์ก : ฮาร์เปอร์ แอนด์ โรว์, ค.ศ. 1960)]
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ โมรินากะ : ความเข้าใจอันลึกซึ้งและทัศนะของผู้คนที่เข้าถึงแก่นความจริงของ ชีวิตมักจะสอดคล้องใกล้เคียงกับพุทธธรรม อาจารย์อิเคดะ : ในประเด็นของคานต์ที่ว่า พลังของจิตใจสามารถเปลี่ยนแปลง ความชั่วที่มีอยู่ดั้งเดิมให้เป็นความดีได้เพราะชีวิตมนุษย์มีทั้งรากแห่งความดีและ ความชั่ว ช่างใกล้เคียงมากกับคำ สอนของพระนิชิเร็นไดโชนินจริง ๆ ไซโต้ : ในทางตรงข้าม ก็เป็นความจริงเช่นกันที่ความโน้มเอียงจิตใจของคน ๆ หนึ่งจะตัดสินว่าคน ๆ นั้นจะตกต่ำ ลงจากความดีไปสู่ความชั่วหรือไม่ อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ พระนิชิเร็นไดโชนินสอนว่า วิธีชะขุบุขุคือการปฏิบัติ ของสมัยธรรมปลายตามความเข้าใจของท่านที่ว่า อวิชชา (ความหลง) ซึ่งเป็น บ่อเกิดพื้นฐานของความชั่ว ได ้ล ุกลามไปท ั ่วญ ี ่ป ุ ่นในรูปของความไม ่เช ื ่อและ หมิ่นประมาทสัทธรรมปุณฑริกสูตร ไซโต้ : การปฏิบัติด้วยวิธีชะขุบุขุเพื่อที่จะหักล้างการหมิ่นประมาทธรรมดังกล่าว คือการรณรงค์ต่อสู้กับความชั่วขั้นพื้นฐาน อาจารย์อิเคดะ : ในยุคชั่วร้ายแห่งสมัยธรรมปลาย พวกเราไม่สามารถหลุดพ้น เป็นอิสระจากความหลงหรือมีชีวิตอยู่บนพื้นฐานของธรรมธาตุ หากเราขาดความ เชื่อมั่นในความศรัทธาที่จะท้าทายการทำ งานของมารอย่างจริงจัง ตามแบบอย่าง ของการปฏิบัติวิธีชะขุบุขุ ทว่าเมื่อเราบากบั่นในการปฏิบัติด้วยความศรัทธาที่ แน่วแน่ดังกล่าว ทุกส่วนของชีวิตเราก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปโดยธรรมชาติ กลายเป็นวิถีทางแห่งการปฏิบัติเพื่อดำ รงชีวิตอยู่บนพื้นฐานของธรรมธาตุ โมรินากะ : นี่คือความหมายของ “ความศรัทธาเท่ากับการดำ เนินชวิตี ” และ “พุทธธรรมแสดงปรากฏในสังคม”
32 อาจารย์อิเคดะ : ใช่ครับ การดำ เนินชีวิตประจำ วันของเราก็คือการปฏิบัติ พุทธธรรม โมรินากะ : แน่นอนว่า วิธีชะขุบุขุเป็นกิจกรรมที่อยู่บนพื้นฐานความเชื่ออันมั่นคง ในธรรมชาติพุทธะของตัวเราและผู้อื่น ผมรู้สึกว่า ไม่ใช่แค่ทำ การชะขุบุขุเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ของเอสจีไอด้วย เช่น การอบรมผู้มีความสามารถ และการสร้างมิตรภาพโดยผ่านการสนทนา ล้วนมีส่วนช่วยในการพัฒนาธรรมชาติ พุทธะที่มีอยู่ในชีวิตของเราและผู้อื่น อาจารย์อิเคดะ : ใช่ครับ พวกเราเอสจีไอได้เผยแผ่พุทธธรรมโดยการแสดงความ เคารพสูงสุดต่อแต่ละคนบนพื้นฐานความเชื่อของเราที่ว่า ประชาชนทุกคนล้วนมี ศักยภาพที่จะบรรลุพุทธภาวะ ด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริงมากมายของสังคมทุกวันนี้และความ สามารถในการร ับรู ้ถ ึงความรู ้ส ึกแปลกแยกเห ินห ่างท ี ่เก ิดข ึ ้นก ับผู ้คนมากมาย ปัจจุบัน ความเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่าจึงมีความจำ เป็นมากกว่าที่เคยเป็นมา การ ปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่นของเราจะมีความสำ คัญมากขึ้นเรื่อย ๆ การกระทำ ของผู้ที่เชื่อในธรรมชาติพุทธะทั้งในตัวของพวกเขาเองและผู้อื่นจะส่องประกาย สว่างสดใส โมรินากะ :แน่นอนว่า ความจำ เป็นสำ หรับพวกเราในการพัฒนาความเป็นมนุษย์ มิได้หมายความว่าเราต้องกลายเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ กิจกรรมต่าง ๆ ของพวกเราล้วนเริ่มจากความเชื่อ ในธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่ในประชาชนทุกคน เรื่องนี้ก็ยังไม่มีอะไรพิเศษ เราแค่เป็น ตัวของตัวเอง สิ่งสำ คัญคือ การที่เราเชื่อมั่นในศักยภาพของเรา ต่อสู้เพื่อเปิด ธรรมชาติพุทธะของเรา พัฒนาเติบโตข ึ้นในฐานะมนุษย์ และมีความสุขให้ได้ แน่นอน และการที่เราช่วยผู้อื่นให้กระทำ ได้เช่นเดียวกัน
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ไซโต้ : หากมีคนต่อต้านหรือปฏิบัติต่อเราอย่างไม่เป็นมิตร เราอาจเก็บซ่อนความ โกรธที่มีต่อคนผู้นั้นไว้ ซึ่งอาจเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก และหากเราเห็นคนมี พฤติกรรมที่แย่มาก ๆ ไม่เป็นที่ต้องการ ก็อาจเป็นเรื่องธรรมดามากที่มนุษย์จะ รู้สึกว่า “ฉันไม่อยากเป็นคนแบบนั้น” เราต้องพูดในสิ่งที่ควรพูด แม้กระนั้นก็ตาม เราไม่สามารถตัดหรือ ทอดทิ้งผู้คนออกไปได้ง่าย ๆ ด้วยการสวดไดโมขุ เราจะพัฒนาความสามารถใน การโอบอุ้มผู้คนได้ นั่นคือปัญญาของพุทธธรรม อาจารย์อิเคดะ : ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งสำ คัญคือการอธิษฐานด้วยความเชื่อ ท ี ่ไม ่ส ั ่นคลอนในธรรมชาต ิพ ุทธะของประชาชนท ั ้งหลาย การลงมือกระทำ บน พื้นฐานของสภาพชีวิตดังกล่าวคือข้อพิสูจน์ถึงความเป็นมนุษย์ในฐานะ พุทธศาสนิกชน นี่คือประวัติศาสตร์อันยอดเยี่ยมที่พวกเราเอสจีไอได้สร้างขึ้นมา ก้าวข้ามกำ แพงที่ขวางกั้นของสัญชาติและชาติพันธุ์ บัดนี้ พวกเราได้เข้าสู่ยุคสมัย ที่ “พฤติกรรมในฐานะมนษย์ุ ” อันโดดเด่นของสมาชิกของเราได้รับการยกย่อง เป็นอย่างสูงจากผู้คนและชุมชนทั่วโลก ไซโต้ : สมาชิกเอสจีไอมีวิถีชีวิตที่มองในแง่บวกและมุ่งไปข้างหน้า สิ่งนี้ทำ ให้เกิด แรงขับเคลื่อนในการแผ่ขยายสมาชิกเอสจีไอออกไปในปัจจุบันได้ถึง 192 ประเทศ และเขตการปกครอง อาจารย์อิเคดะ : กุญแจสำ คัญที่ทำ ให ้ความเป ็นมน ุษย ์เบ ่งบานออกมาด ังท ี ่ พุทธธรรมกล่าวไว้ก็คือ ความเชื่ออันแน่วแน่ในความดีของประชาชนทั้งหลาย และ อุทิศตนในการบ่มเพาะความดีนี้ทั้งในตนเองและผู้อื่น วิถีชีวิตเช่นนี้ก็คือสิ่งที่พระ นิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่าคือ “พฤติกรรมของมนษย์ุ ”
34 จุดประสงค์ของการปรากฏขึ้นมาในโลกนี้ ของพระศากยมุนีพุทธะอยู่ที่พฤติกรรมของพระองค์ ในฐานะมนุษย์ โมรินากะ : ใช่ครับ พระนิชิเร็นไดโชนินสอนท่านชิโจคิงโงะว่า เป้าหมายสำ คัญ ของการปฏิบัติพุทธธรรมของเราอยู่ที่“พฤติกรรมในฐานะมนษย์ุ ”ของคน ๆ นั้น ท่านเขียนว่า หัวใจของคำ สอนในชั่วพระชนม์ชีพคือสัทธรรมปุณฑริกสูตร และหัวใจของการ บำ เพ็ญเพียรสัทธรรมปุณฑริกสูตรมีอยู่ใน “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์.” การ ท ี ่พระสทาปร ิภูตโพธ ิส ัตว ์แสดงความเคารพอ ันล ึกซ ึ ้งต ่อผู ้คนม ีความหมายว ่า อย่างไร. จุดประสงค์ของการปรากฏขึ้นมาในโลกนี้ของพระศากยมุนีพุทธะผู้เป็น ศาสดาอยู่ที่พฤติกรรมของพระองค์ในฐานะมนุษย์... ผู้ฉลาดเรียกว่ามนุษย์ แต่ คนโง่เขลาไม่ต่างจากเดรัจฉาน (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 851 - 852) อาจารย์อิเคดะ :ขอให้เราเริ่มต้นการสนทนาครั้งนี้ด้วยข้อความธรรมนิพนธ์นี้โดย ละเอียดกันนะครับ ซึ่งเริ่มต้นด้วยถ้อยคำ ว่า “หัวใจของคำ สอนในชัว่พระชนม์ ชีพคือสัทธรรมปุณฑริกสูตร” พระนิชิเร็นไดโชนินได้ยืนยันอีกครั้งว่า สัทธรรม ปุณฑริกสูตรคือหัวใจของคำ สอนทั้งหมดที่พระศากยมุนีพุทธะทรงเทศนาไว้ ประเด ็นน ี ้แทบไม ่ต ้องกล ่าวย้ำ เลยว่า สัทธรรมปุณฑริกสูตรคือ คำ สอนที่ทำ ให้ประชาชนทุกคนบรรลุพุทธภาวะจุดประสงค์สำ คัญในการปรากฏ ขึ้นมาในโลกของพระศากยมุนีพุทธะคือ “เปิดประตูแห่งพุทธปัญญาให้แก่ สรรพสัตว์ทั้งหลาย.” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย บทที่ 2 หน้า 47)4 กล่าวคือ เพ ื ่อท ำ ให ้ประชาชนท ุกคนแสดงธรรมชาต ิพ ุทธะและบรรล ุการรู ้แจ ้ง สภาพชีวิตพุทธะเช่นเดียวกับพระองค์
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ โมรินากะ : นี่คือปณิธานของพระพุทธะ “หวังทจะทำ ี่ ให้คนทั้งหลายได้เท่าเทยมีกับเรา โดยไม่มีความแตกต่างกันเลย” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย บทที่ 2 หน้า 56)5 อาจารย์อิเคดะ : เป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมามาก สัทธรรมปุณฑริกสูตรทำ ให้หลัก ปรัชญาที่ว่า“ทกุคนคือพระพุทธะ” ปรากฏเป็นจริงและกระตุ้นผู้ปฏิบัติสัทธรรม ปุณฑริกสูตรช่วยทำ ให้ทุกคนเปิดเผยสภาพชีวิตพุทธะที่มีอยู่ในตัวพวกเขาออกมา ซึ่งหมายความว่า สัทธรรมปุณฑริกสูตรสอนวิธีการดำ เนินชีวิตด้วยการเคารพ ผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง โมรินากะ : ตรงกันข้าม คำ สอนชั่วคราวก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร ไม่ได้อธิบาย อย่างชัดเจนถึงวิธีการดำ เนินชีวิตที่ให้การเคารพผู้อื่น ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้วเนื่องจาก ค ำ สอนชั่วคราวยังคงยืนยันที่จะแบ่งแยกผู้คนของทวิยาน (สาวกและปัจเจก) คนชั่วและสตรีว่าไม่สามารถบรรลุพุทธภาวะ อาจารย์อิเคดะ : ถัดไป พระนิชิเร็นไดโชนินอ้างถึงความสำ คัญของการปฏิบัติ สัทธรรมปุณฑริกสูตร ค ัมภ ีร ์พระสูตรแห ่งการรู ้แจ ้งท ี ่เป ็นสากล ท่านเขียนว่า “หัวใจของการปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรมีอยู่ใน ‘บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์’” ทว่าหัวใจของคำ สอนของสัทธรรมปุณฑริกสูตรพบได้ใน บทที่ 2 “บทกศโุลบาย”และบทที่16“บทการหยังอาย่กาุลฯ” ส่วนหัวใจของการปฏิบัติ 4 สัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 2 “บทกุศโลบาย” อธิบายว่า เหตุผลที่พระพุทธะปรากฏขึ้นมาในโลกนี้เพื่อช่วยให้ผู้คนทั้งหลาย เปิดปัญญาพุทธะที่มีอยู่ในชีวิตพวกเขาออกมา 5 ข้อความจากสัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 2 “บทกุศโลบาย” หมายความว่า จุดประสงค์ของพระพุทธะคือการนำ ผู้คนทั้งหลาย ไปสู่สภาพชีวิตที่มีอยู่เช่นเดียวกับพระองค์ นั่นคือสภาพชีวิตพุทธะ
36 สัทธรรมปุณฑริกสูตร 28 บท พระนิชิเร็นไดโชนินประกาศว่ามีอยู่ใน “บทพระ สทาปริภูตโพธิสัตว์” ผมเชื่อว่าเรื่องนี้มีความหมายสำ คัญอย่างลึกซึ้ง โมรินากะ : ตลอดทั้งสัทธรรมปุณฑริกสูตรได้เน้นย้ำ ถึงความสำ คัญของ “การยึดถือพระสูตร” และหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติที่หลากหลายด้วย รวมถึง การปฏิบัติ 5 และการปฏิบัติที่สงบสุข 4 ประการ6 อาจารย์อิเคดะ : จากทั้งหมดนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวอย่างชัดเจนว่าความ สำ คัญของการปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรมีอยู่ในการกระทำ ของพระสทาปริภูต โพธิสัตว์ ไซโต้ : ในการสนทนาครั้งสุดท้ายของพวกเรา พวกเราได้ยืนยันถึงความสัมพันธ์ ระหว่างการปฏิบัติของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์กับพระนิชิเร็นไดโชนิน พวกเรายัง สังเกตว่า หลัง “บทการหยังอาย่กาุลฯ” ที่พระศากยมุนีพุทธะทรงเปิดเผยการ 6 การปฏิบัติ 5 : การปฏิบัติ 5 ชนิดที่บรรยายอยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 10 “บทธรรมาจารย์” ได้แก่ ยึดถือ อ่าน สวด แสดง และคัดลอกสัทธรรมปุณฑริกสูตร (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย บทที่ 10 หน้า 268) การปฏิบัติที่สงบสุข 4 ประการ : การปฏิบัติง่าย 4 วิธี หรือการปฏิบัติที่สะดวกสบาย 4 วิธี การบำ เพ็ญเพียรของโพธิสัตว์ในสมัยชั่วร้ายภายหลังการเสด็จปรินิพพาน ของพระศากยมุนีพุทธะที่กำ หนดอยู่ใน “บทการปฏิบัติที่สงบสุข” (บทที่ 14) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร แม้จะมีคำ อธิบายอยู่มากมาย แต่พระเทียนไท้ได้จำ แนก ออกเป็นการปฏิบัติที่สงบสุข 4 วิธี ได้แก่ (1) การปฏิบัติที่สงบสุขแห่งกาย หมายถึง เลี่ยงจากสิ่งเย้ายวนและเข้าฌานอยู่ในสถานที่สงบเงียบและสันโดษ (2) การปฏิบัติที่สงบสุขแห่งวาจา หรือเทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตรโดยไม่ดูถูก หรือกล่าวถึงข้อบกพร่องของผู้อื่นหรือพระสูตรอื่น (3) การปฏิบัติที่สงบสุขแห่งใจ หรือการละทิ้งจิตใจริษยาหรือเกลียดชังพระสูตรอื่น หรือผู้ยึดถือพระสูตรอื่น และ (4) การปฏิบัติที่สงบสุขแห่งปณิธาน หมายถึง การตั้งปณิธานที่จะ ช่วยเหลือผู้คนทั้งหลายด้วยความเมตตากรุณาอันใหญ่หลวง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บรรลุการรู้แจ้งที่แท้จริงในสมัยกาลนาน การปฏิบัติของพระศากยมุนีพุทธะใน ชาติก่อนไม่ได้กล่าวไว้ในที่อื่นใด ยกเว้นใน “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” เรื่อง นี้ชี้ให้เห็นว่าการปฏิบัติพุทธธรรมที่กระทำ โดยพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ (อดีตชาติ ของพระศากยมุนีพุทธะ) คือเหตุดั้งเดิมในสมัยกาลนานที่ทำ ให้พระศากยมุนีพุทธะ ทรงบรรลุการรู้แจ้ง อาจารย์อิเคดะ : ข้อความข้างต้นที่เขียนถึงท่านชิโจคิงโงะ ผมอยากจะมุ่งความ สนใจไปที่ความเหมือนกันของการปฏิบัติของพระนิชิเร็นไดโชนินกับการปฏิบัติ ของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ว่าเป็นวิธีการปฏิบัติของสมัยธรรมปลาย แน่นอนว่า ดังที่เราเห็นใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” พระ นิชิเร็นไดโชนินยังอธิบายแก่ลูกศิษย์ของท่านว่า การปฏิบัติตามวิธีการปฏิบัติของ พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ไม่ใช่เรื่องง่าย และผู้ที่ทำ เช่นนั้นต้องประสบกับการกดขี่ บีฑาอย่างแน่นอน จากความเข้าใจเช่นนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินระบุว่า การปฏิบัติ ของพระสทาปร ิภูตโพธ ิส ัตว ์ในการโค ้งค ำ นับแสดงความเคารพผู้อื่นพร้อมกับ สวดท่อง “สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษร” 7 คือแบบอย่างของการปฏิบัติ พุทธธรรมในสมัยธรรมปลาย และกล่าวว่า การกระทำ ของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ คือการปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น โมรินากะ : สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษรที่พระสทาปริภูตโพธิสัตว์สวดท่อง มีดังนี้ 7 สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษร : ถ้อยคำ ที่พระสทาปริภูตโพธิสัตว์สวดท่อง เมื่อแสดงความเคารพผู้อื่น (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 20 หน้า 440) พระกุมารชีวะได้แปลและเขียนเป็นอักษรจีน 24 ตัว ซึ่งเรียกว่า สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษร เพราะถ้อยคำ เหล่านี้แสดงถึงคำ สอนของสัทธรรมปุณฑริกสูตรแบบย่อ
38 “ข้าพเจ้ามีความเคารพพวกท่านอย่างลึกซึ้ง ข้าพเจ้าไม่กล้าที่ จะปฏิบัติต่อ พวกท่านด้วยการดูถูกเหยยดหยามหรือ ีความจองหอง ทำ ไมหรือ เพราะ ว่าพวกท่านทุกคนกำลังปฏิบัติโพธิสัตว์มรรคและจะได้บรรลุพุทธภาวะ แน่นอน” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย บทที่ 20 หน้า 440) อาจารย์อิเคดะ :อีกนัยหนึ่ง การให้ความเคารพผู้อื่นคือแนวคิดหลักของสัทธรรม ปุณฑริกสูตร และต้องถือเป็นแกนหลักของการปฏิบัติพุทธธรรมของเรา ถ้อยคำ แสดงความเคารพของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์อาจเรียกได้ว่าเป็นต้นแบบความ เพียรพยายามของเราในการปฏิบัติด้วยวิธีชะขุบุขุและบอกกล่าวธรรมมหัศจรรย์ นี้ให้แก่ผู้อื่น การแสดงความเคารพผู้อื่นของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์บ่งชี้ได้อีก ว่าประชาชนทุกคนโดยไม่เว้นแม้แต่คนเดียวล้วนบรรลุพุทธภาวะได้ การทำ งาน ของอวิชชาก็เพื่อขัดขวางเราไม่ให้เข้าใจในเรื่องนี้ ในสภาวะความหลงเช่นนี้ แม้ จะบอกว ่าประชาชนทุกคนล ้วนม ีพร ้อมด ้วยธรรมชาติพ ุทธะและศ ักยภาพท ี ่จะ บรรลุพุทธภาวะได้ ย่อมไม่มีใครเชื่อ โมรินากะ : ขณะที่ให้การยอมรับที่จะให้ความเคารพผู้อื่นในเชิงนามธรรม ผู้คนก็ มักจะรู้สึกผิดจากการดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่นบ้างโดยไม่รู้ตัว อาจารย์อิเคดะ : ความรู้สึกเช่นนี้คือความหวาดกลัวของอวิชชาและความหลง ที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกชีวิตของผู้คน ด้วยเหตุนี้ ความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งและความ เด็ดเดี่ยวกล้าหาญจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ความกล้าหาญที่ไร้ความกลัวคือสิ่งจำ เป็น ยิ่งในการต่อสู้เพื่อทำ ให้บุคคลล้ำ ค่าคนแล้วคนเล่าเป็นอิสระหลุดพ้นจากความ ชั่วร้ายและนำ ทางพวกเขาไปสู่ความดี สมาชิกเอสจีไอปลุกเร้าความกล้าหาญ เช่นนี้ทุกวันและทำ การต่อสู้ในทุกสถานการณ์ รวมทั้งทำ กิจกรรมต่าง ๆ ด้วยวิธี ชะขุบุขุ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงแข็งแกร่ง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ดังที่เราได้สังเกตเห็นก่อนหน้านี้ว่า ทั้ง “การวิงวอนของ พระพรหม” 8 เมื่อตอนที่พระศากยมุนีพุทธะทรงบรรลุการรู้แจ้ง และปณิธานที่ พระน ิช ิเร ็นไดโชน ินต ั ้งไว ้เม ื ่อตอนท ี ่ท ่านประกาศก ่อต ั ้งค ำ สอนของท่าน9 ล้วน เป็นการประกาศอย่างแน่วแน่ที่จะไม่มีวันล่าถอยเด็ดขาด ไม่ว่าความชั่วร้ายหรือ อุปสรรคที่รออยู่ข้างหน้าจะหนักหนาร้ายแรงเพียงใด ผมเชื่อว่าเราสามารถตีความ เรื่องนี้ในความหมายว่า ความมุ่งมั่นในความศรัทธาที่ไม่มีวันล้มเลิกคือสิ่งสำ คัญ ของการรู้แจ้ง การนำ ผู้คนในโลกที่ถูกห่อหุ้มด้วยความมืดแห่งความหลงไปสู่ ความดี การเผชิญหน้าและหักล ้างความชั่วร้ายอย่างกระฉับกระเฉงโดยไม่ถูก ปนเปื้อนจากความชั่วคือความท้าทายอันยิ่งใหญ่ ขณะที่ต่อสู้เพื่อเอาชนะเหนือ สิ่งล่อใจและอบายมุขทางโลกทั้งหลายที่จะทำ ให้เราตกลงสู่หุบเหวแห่งการ เมินเฉยและไม่เคารพมนุษย์คนอื่น ๆอย่างลึกซึ้ง ก็เสมือนการเดินไปตามเส้นทาง บนสันเขาอันสูงลิ่วที่เต็มไปด้วยภยันตรายต่าง ๆ ดังนั้นการมีความเชื่อมั่นอัน 8 การวิงวอนของพระพรหม : เมื่อพระศากยมุนีพุทธะทรงบรรลุการรู้แจ้ง ในตอนแรกพระองค์ดำ ริว่า การสอนความจริงที่พระองค์ทรงตื่นรู้แก่ผู้อื่นนั้นไร้จุดหมาย เพราะพวกเขาไม่สามารถเข้าใจ และจะเกิดปฏิกริยาตอบสนองด้านลบ พระองค์ดำ ริ ที่จะอยู่ในโลกอันสงบสุขจากการบรรลุการรู้แจ้งของพระองค์ แต่จากการวิงวอน ของพระพรหม พระองค์จึงตัดสินพระทัยที่จะเทศนาธรรมเพื่อนำ ผู้คนไปสู่การรู้แจ้ง 9 ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “หากนิ่งเงียบเสีย ก็อาจหนีรอดการบีฑาในชาตินี้ แต่ชาติหน้าจะต้องตกนรกอเวจีอย่างแน่นอนที่สุด. หากพูดออกมาก็ตระหนักดีว่าจะต้องพบอุปสรรค 3 มาร 4. แต่ใน 2 เส้นทางนี้ แน่นอนว่าจะเลือกเส้นทางหลัง....อาตมาตั้งปณิธานว่าจะปลุกเร้าโพธิจิตที่เข้มแข็ง และไม่มีสิ่งใดมาทำ ลายได้เพื่อความหลุดพ้นของปวงสรรพสัตว์และไม่มีวันล้มเลิก ความพยายาม.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 239 - 240 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 78 - 79)
40 เด็ดเดี่ยวที่ว่าพวกเรา “เหมือนดอกบัวในน้ำ ” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับ ภาษาไทย บทที่ 15 หน้า 367)10 ท ี ่เบ ่งบานอย ่างสะอาดหมดจดปราศจาก คราบโคลนตมที่เติบโตขึ้นมาจึงเป็นสิ่งสำ คัญอย่างยิ่ง ความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ที่จะตีแตกหลุดพ้นจากสิ่งล่อใจและ อบายมุขทั้งหลายที่ในที่สุดแล้วเป็นสาเหตุที่เราไม่ให้ความเคารพผู้อื่น คือลักษณะ ที่โดดเด่นของการรู้แจ้งที่เป็นสากลสำ หรับทุกคนของสัทธรรมปุณฑริกสูตร ผมเน้นย้ำ เรื่องนี้หลายต่อหลายครั้ง ทว่าไม่มีสิ่งใดที่จะหยั่งรากลึก ไปกว่าเล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อของอวิชชา ขอยกตัวอย่างหนึ่งจากสัทธรรมปุณฑริก สูตร อวิชชาเหล่านี้มีพลังมากเหลือเกินซึ่งแม้กระทั่งพระสารีบุตรผู้มีชื่อเสียงเป็น เลิศทางปัญญาก็ไม่ยกเว้น ในคำ สอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระสารีบุตร เป็นบุคคลแห่งทวิยาน ซึ่งถูกกล่าวไว้ว่าไม่สามารถบรรลุพุทธภาวะได้ [เช่นเดียว กับกรณีของสตรีและคนชั่ว] ถึงกระนั้นก็ตาม ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าวว่า แม้หลังจากท่านได้รับคำ พยากรณ์ว่าจะบรรลุพุทธภาวะในอนาคต ทว่าพระ สารีบุตรก็ยังยากที่จะยอมรับการบรรลุพุทธภาวะในกายนี้ของนาคราชบุตรี เนื่องจากเธอเป็นสตรี11 10 ข้อความจากสัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 15 “บทการปรากฏขึ้นมาจากพื้นโลก” ภาพของดอกบัวอันบริสุทธิ์ที่เบ่งบานจากโคลนตม ที่ใช้แสดงให้เห็นถึง การที่โพธิสัตว์จากพื้นโลกไม่ถูกทำ ให้แปดเปื้อนจากกิเลส กรรม และความทุกข์ 11สัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าวว่า “เวลานั้น พระสารีบุตรได้กล่าวแก่นาคราชบุตรีว่า ‘เธอเข้าใจเอาว่า ในเวลาอันสั้นนี้เธอสามารถบรรลุมรรคอันสูงสุดได้แล้ว แต่เรื่องนี้ยากที่จะเชื่อได้ ทำ ไมหรือ เพราะว่าร่างกายของสตรีไม่สะอาดและไม่บริสุทธิ์ จึงไม่เหมาะที่จะเป็นเครื่องรองรับธรรมะ แล้วเธอสามารถบรรลุโพธิอันสูงสุดได้อย่างไร’” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย บทที่ 12 หน้า 310)
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ โมรินากะ : ตัวอย่างนั้นอธิบายให้เห็นว่า เป็นเรื่องยากเพียงใดที่จะดำ รงชีวิตด้วย การเคารพผู้อื่นอย่างแท้จริง อาจารย์อิเคดะ : ขอยกอีกตัวอย่างจากคานต์ นักปรัชญาที่เป็นนักวิจัยที่โดดเด่น ตั้งแต่วัยหนุ่ม คานต์ยอมรับว่า ขณะที่เขารู้สึกพึงพอใจกับความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้น ทว่าในจิตใจลึก ๆ ของเขาก็มีแนวโน้มที่จะดูแคลนคนที่ไม่มีความรู้ หนังสือที่เขียนโดย ฌ็อง-ฌัก รูโซ นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสอธิบาย ถึงหลักการของการให้ความเคารพผู้อื่นทำ ให้คานต์ตระหนักถึงวิธีคิดที่ผิดพลาด ของเขา เขารู้สึกละอายต่อทัศนคติที่มีมาก่อนหน้านี้ คานต์ตัดสินใจว่า “ข้าพเจ้า ได้เรียนรู้ที่จะเคารพผู้คน และพบว่าตนเองช่างไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าคนใช้แรงงาน ทั่วไปเสียอีก หากข้าพเจ้าไม่เชื่อว่า การครุ่นคิดถึงเรื่องนี้จะมอบคุณค่าแก่ผู้อื่นได้ เป็นการยอมรับเรื่องสิทธิมนุษยชน”12 เขาได้ตระหนักรู้ว่า หากคนเราไม่เคารพ ผู้อื่น ปัญญาทั้งหมดในโลกนี้จะไม่มีความหมาย ด้วยผลของการเปลี่ยนแปลง ภายในเช่นนี้ คานต์ได้เปลี่ยนแปลงตนเองจากนักศึกษาปัญญาชนธรรมดาเป็น นักปรัชญาที่แท้จริง 12 คานต์เขียนว่า “เป็นตัวข้าพเจ้าเองที่มีความโน้มเอียงเป็นผู้แสวงหาความจริง ข้าพเจ้า รู้สึกกระหายใคร่รู้และกระตือรือร้นอย่างไม่ลดละที่จะมุ่งไปข้างหน้า และรู้สึกพึงพอใจ ในทุกครั้งที่ได้มา มีครั้งหนึ่งที่ข้าพเจ้าเชื่อว่า มีเพียงสิ่งนี้ที่สามารถสร้างเกียรติยศของ มนุษยชาติได้ และดูแคลนเหล่าผู้คนที่ไม่รู้อะไรเลย รูโซทำ ให้ข้าพเจ้าเข้าใจสิ่งที่ถูกต้อง ความชอบอันมืดบอดนี้ได้มลายหายสิ้น ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะเคารพผู้คน และพบว่า ตนเองช่างไร้ประโยชน์ยิ่งกว่าคนใช้แรงงานทั่วไปเสียอีก หากข้าพเจ้าไม่เชื่อว่า การครุ่นคิดถึงเรื่องนี้จะมอบคุณค่าให้แก่ผู้อื่นได้ เป็นการยอมรับเรื่องสิทธิมนุษยชน” อิมมานูเอล คานต์, Sammtliche Werke (ถ้อยคำ คัดเลือก) (เลอิปซิค : เลโอโพลด์ วอสซ์, ค.ศ. 1868) หน้า 624 “คานต์กับโครงการการรู้แจ้ง” <www.phil.upenn.edu/~cubowman/kant.html> (วันที่ 5 สิงหาคม ค.ศ. 2003)
42 มนุษย์มีทั้งอวิชชาที่สามารถทำ ลายชีวิตของพวกเขาและธรรมธาตุ ที่ทำ ให ้ช ีว ิตของพวกเขายอดเย ี ่ยมและสวยงามได ้ พวกเขามีทั้งความอ่อนแอ ภายในที่จะถูกหลอกลวงและชักนำ ไปในทางที่ผิดด้วยอวิชชา เช่นเดียวกับความ เข้มแข็งภายในและความบริสุทธิ์ของจิตใจที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีพลังที่สอดคล้อง กับธรรมธาตุ ศักยภาพภายในที่จะแสดงให้เห็นถึงธรรมธาตุนี้ก็คือธรรมชาติพุทธะ พระน ิช ิเร ็นไดโชน ินจาร ึกโงะฮนซนเพ ื ่อให ้พวกเราผู ้ม ีช ีว ิตอยู ่ใน ยุคชั่วร้ายแห่งสมัยธรรมปลายสามารถปลุกธรรมชาติพุทธะและทำ ให้ดอกไม้อัน สง ่างามของความเป ็นมน ุษย ์ซ ึ ่งเป ็นธรรมชาต ิแห ่งการรู ้แจ ้งท ี ่ม ีอยู ่ภายในช ีว ิต ปรากฏออกมา ท่านได้มอบโงะฮนซนแก่พวกเราและสอนว่า ประชาชนทุกคนล้วน มีค่าเท่าเทียมกันต่อการเคารพยกย่องสูงสุด พวกเราเอสจีไอได้นำ ค ำ สอนนี้ มาสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำ วันของเรา และด้วยการกระทำ เช่นนี้ พวกเราจึงได้ แบ่งปันวิธีที่ให้การเคารพชีวิตอย่างลึกซึ้งต่อมวลมนุษยชาติในโลกใบนี้ พลังบุญกุศลอันมหาศาลของโงะฮนซนช่างล้ำ ค่าอย่างหาที่สุดมิได้ ยิ่งนัก ! การปฏิบัติของสมาคมโซคาช่างยิ่งใหญ่จริง ๆ ! เราต้องไม่ลืมเรื่องนี้เป็น อันขาด ชีวิตของพวกเราจะมีความหมายอย่างลึกซึ้งเมื่อพวกเราก้าวหน้า ไปบนเส้นทางแห่งการให้ความเคารพผู้คนทั้งหลาย การปลูกฝังการให้ความเคารพ ผู้อื่นคือเป้าหมายการปฏิบัติพุทธธรรมของเรา ด้วยความพากเพียรในการปฏิบัติ ที่ให้การเคารพผู้อื่นตามแบบอย่างของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ พวกเราจึงสามารถ ลิ้มรสของความสุขและเป้าหมายได้อย่างแท้จริง ไซโต้ : สิ่งนี้หมายถึงการปฏิบัติวิธีชะขุบุขุของพวกเราโดยผ่านกิจกรรมต่างๆของ เอสจีไอ เช่นเดียวกับความพยายามของเราในการแผ่ขยายการสร้างมิตรภาพใน สังคมให้กว้างใหญ่ยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้แสดงถึงการให้ความเคารพผู้อื่นของพวกเรา
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ นี่คือการปฏิบัติพุทธธรรมที่สูงส่งที่สุด ในแง่แนวทางพื้นฐาน 3 ประการของพุทธธรรมของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ได้แก่ ศรัทธา ปฏิบัติ และศึกษา แน่นอนว่าการเชื่อในธรรมชาติพุทธะ ของประชาชนทุกคนคือการปฏิบัติของความ “ศรัทธา” ต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร และต่อโงะฮนซน ความจริงของการ “ปฏิบัติ” ก็เช่นเดียวกัน อันดับแรก พวกเรา ทำ การปฏิบัติด้วยการสวดท่องพระสูตรและสวดไดโมขุเพื่อที่จะสำ แดงธรรมชาติ พ ุทธะของต ัวเราเอง สิ่งสำ คัญที่สุดคือ พวกเราท ำ การปฏิบัติด้วยการเผยแผ่ คำ สอนเพื่อให้ผู้อื่นสามารถสำ แดงธรรมชาติพุทธะของพวกเขาด้วยเช่นกัน และการ “ศึกษา” ก็หมายถึงการศึกษาปรัชญาการให้ความเคารพ ชีวิตมนุษย์ทุกคนอย่างจริงใจ { โปรดติดตามตอนต่อไป }
44 ก่่อร่่างสร้้างยุุคใหม่่
บรรลุุ ชััยชนะอัันรุ่่งโรจน์์แห่่ง อาจารย์์ กัับศิิษย์์ วันที่ 2 เมษายน ว ันครบรอบการจากไปของอาจารย ์โจเซอ ิ โทดะอาจารย์ผู้มีพระคุณของข้าพเจ้าได้เวียนมาถึงอีกครั้งพร้อมกับการเบ่งบาน ของต้นซากุระ อาจารย์โทดะได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กของท่านในดินแดนที่หนาวเย็น ของจังหวัดอิชิกาวะและฮอกไกโด ท่านจึงชื่นชอบดอกซากุระ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ของการมาถึงของฤดูใบได้ผลิ ข้าพเจ้าระลึกถึงสิ่งที่ท่านได้บอกกับข้าพเจ้าครั้งหนึ่งว่า “ไดซาขุ หลังอดทนความหนาวเหน็บของฤดูหนาวแล้ว ต้นซากระก็กำุลังจะเบ่งบานอกีครั้ง” ด้วยเสียงของท่านที่ดังก้องในจิตใจของข้าพเจ้า เมื่อไม่นานนี้ ข้าพเจ้าได้ขับรถวนไปรอบ ๆ อาคารสำ นักงานใหญ่สมาคมโซคาและบริเวณโดย รอบอยู่หลายครั้ง พร้อมกับสวดไดโมขุให้สมาชิกที่ต่อสู้เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล ในประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก เมื่อวันก่อน (วันที่ 27 มีนาคม) ข้าพเจ้าได้เห็นต้นซากุระเบ่งบาน อย่างงดงามบนสนามของโรงละครแห่งชาติประเทศญี่ปุ่นใกล้กับคูน้ำ ของ พระราชวังอิมพีเรียล ภรรยาของข้าพเจ้ายิ้มพลางบอกว่า นักเรียนของโรงเรียนโซคา ได้ ทำ การแสดงโกโตะ (พิณญี่ปุ่น) ที่นั่นหลายครั้ง นักเร ียนจากชมรมโกโตะของ ‘ ’
46 โรงเร ียนม ัธยมปลายโซคาท ี ่โตเก ียวและค ันไซของเราได ้ร ับค ัดเล ือกให ้ร ่วมการ แสดงที่นั่นในฤดูร้อนเกือบทุกปีในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ในฐานะหนึ่งในตัวแทน โรงเรียนไม่กี่แห่งที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับชาติ ข้าพเจ้ายังจดจำ ครั้งที่ได้เดินรอบคูน้ำ พระราชวังอิมพีเรียลกับ อาจารย์โทดะในฤดูใบไม้ผลิวันหนึ่งเมื่อหลายทศวรรษที่ผ่านมาในตอนนั้นธุรกิจของ ท่านกำ ลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก จู่ ๆ ฝนอันเย็นฉ่ำ ได้ตกลงมาโดย ฉับพลัน พวกเราไม่มีร่มและไม่มีรถแท็กซี่บริเวณนั้น อาคารซึ่งเคยเป็นศูนย์บัญชาการ สูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตร (GHQ) ในอดีต ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเรา ข้าพเจ้าได้กล่าวกับอาจารย์โทดะว่า “ในอนาคต ผมจะซื้อรถให้ ท่านนั่งและมีคนขับพาไปทั่วและผมจะสร้างอาคารที่สง่างามเพื่อการเผยแผ่ธรรม ไพศาลด้วย โปรดไว้วางใจผม” ปัจจุบัน สมาคมโซคามีศูนย์วัฒนธรรมและอาคารอื่น ๆ ที่งดงาม ซึ่งหลายแห่งก็ประดับประดาด้วยต้นซากุระที่เบ่งบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ในการประชุมผู้นำ ระดับภาคขึ้นไปของสมาคมโซคาที่จัดขึ้น หลัง การมรณกรรมของอาจารย์โทดะ 1 วัน ข้าพเจ้าในฐานะตัวแทนฝ่ายยุวชนได้ ประกาศว่า “มีเพียงหนทางเดียวที่จะตอบแทนบุญคุณอาจารย์ผู้มีพระคุณของ เรา นั่นคือ การบากบั่นต่อสู้เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์อุทิศ ชีวิตให้” เส้นทางการตอบแทนบุญคุณคือเส้นทางอันน่าภาคภูมิใจของโซคา ซึ่งปัจจุบัน สายธารแห่งยุวโพธิสัตว์จากพื้นโลกกำ ลังก้าวเดินตามเส้นทางนี้โดย ไม่ขาดสาย นี่คือเส้นทางที่ยิ่งใหญ่แห่งสันติภาพที่สร้างขึ้นด้วยความพยายามของ พวกเราเพื่อทำ ให้ธรรมมหัศจรรย์คงอยู่ตราบนิรันดร์ *
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 ก่อร่างสร้างยุคใหม่ ในยุคที่สับสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความทุกข์ยาก ซึ่งภัยพิบัติทาง ธรรมชาติและความขัดแย้งของมนุษย์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน พระนิชิเร็น ไดโชนินได้ประกาศขณะถูกเนรเทศไปที่เกาะซาโดะว่า“อาตมาจะเป็นเสาหลักของ ประเทศญี่ปุ่น อาตมาจะเป็นดวงตาของประเทศญี่ปุ่น อาตมาจะเป็นเรือใหญ่ของ ประเทศญี่ปุ่น นี่คือปณิธานของอาตมาและอาตมาจะไม่มีวันละทิ้ง” (ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษเล่ม 1 หน้า 280-281 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 173) อาจารย์กับศิษย์แห่งโซคา ผู ้ส ืบทอดปณ ิธานท ี่ย ิ ่งใหญ ่ของพระ นิชิเร็นไดโชนิน พระพุทธะแห่งสมัยธรรมปลาย สัญญาที่จะมุมานะอย่างหนักใน ฐานะ “เสาหลัก” แห่งสันติภาพ “ดวงตา” ของยุวชน และ “เรือใหญ”่ของ พลเมืองโลก เพื่อสร้างความสุขและสันติภาพเพื่อมวลมนุษยชาติ ขอให ้พวกเราจงอาจหาญ มั่นใจ และไม่ย่อหย่อนในการต่อสู้ ดังที่อาจารย์โทดะปลุกเร้าพวกเราอย่างทรงพลัง ! * เมื่อเขียนบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์ จบครบเล่ม 12 เพื่ออุทิศแด่ อาจารย์ผู้มีพระคุณ ข้าพเจ้าได้ปลูกต้นซากุระที่ลานหน้าสำ นักพิมพ์หนังสือพิมพ์ เซเคียว โดยตั้งชื่อว่า “ต้นซากระอาจารย์กับศิษย์ุ ” ปัจจุบัน ล่วงเลยมา 25 ปี ต้นซากุระต้นนี้ได้เติบโตอย่างยอดเยี่ยม นี่เป็นฤดูใบไม้ผลิแรกตั้งแต่ข้าพเจ้าเขียนบทประพันธ์ ปฏิวัติ มนุษย์-ใหม่ 30 เล่ม เสร็จสมบูรณ์ ข้าพเจ้ามั่นใจว่า อาจารย์โทดะกำ ลังเฝ้ามอง ความพยายามของพวกเราซึ่งมุ่งมั่นจะมีชัยชนะที่ยอดเยี่ยมแห่งอาจารย์กับศิษย์ ที่รุ่งโรจน์เช่นเดียวกับต้นซากุระที่บานสะพรั่งอย่างมีความสุข (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 2019)
ไดโมขุุแห่่งเสีียงคำำรามของราชสีีห์์การปฏิิบััติิที่่มุ่่งสู่่ความสุุขและมีีชััยชนะขั้้นรากฐาน ชีวิตมีทั้งช่วงเวลาที่สิ่งต่าง ๆ ดำ เนินไปอย่างราบรื่นและช่วงที่ ยากลำ บาก อาจารย์อิเคดะอธิบายถึงความสำ คัญของการก่อตั้งสภาพชีวิตที่สูงส่ง ซึ่งทำ ให้เราข้ามพ้นอุปสรรคทั้งหลายได้อย่างสงบ ไม่หวั่นไหวไปกับเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นเฉพาะหน้า โดยยกธรรมนิพนธ์ที่พระนิชิเร็นไดโชนินส่งเสริมกำ ลังใจท่าน ชิโจคิงโงะผู้เป็นศิษย์ในช่วงเวลาที่พบความยากลำ บากว่า “จงทุกข์เมื่อมีทุกข์ จงสุขเมื่อมีสุข ขอให้ถือว่าทั้งทุกข์และสุข เป ็นความจร ิงของช ีว ิต และสวดน ัมเม ียวโฮเร ็งเงเค ียวอย ่างต ่อเน ื ่องตลอดไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม แล้วท่านจะได้พบความปีติยินดีอันไม่มีขอบเขตจำ กัด จากธรรมะขอให้มีพลังศรัทธาเข้มแข็งยิ่งๆขึ้น” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 681) ขณะนี้ ชีวิตอาจเต็มไปด้วยความทุกข์ แต่ความสุขก็ไม่จีรังยั่งยืน เช่นกัน... ทั้งความทุกข์และความสุขเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ด้วยเหตุนี้ เราจึงควร สวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวตลอดไป ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ หากทำ เช่นนั้นแล้ว ย่อม เข้าถึงสภาพที่มีความสุขสูงสุดด้วยปัญญาและพลังของธรรมมหัศจรรย์ เราจะ สามารถมีชีวิตที่ไม่พ่ายแพ้ต่อสิ่งใด (จากหนังสือชุด ปัญญาเพื่อสรรค์สร้างความสุขและสันติภาพ ตอนที่ 1 “ความสุข” หน้า 142 - 144) ‘ ’
สารบัญ บทบรรณาธิการของประธานมิโนรุฮาราดะ ดอกซากุระดารดาษประดับปราสาท 3 แห่งอาจารย์กับศิษย์ของโซคา ธรรมนิพนธ์ คุณนายนิชิเง็นเนียวสร้างพระพุทธรูปถวาย 7 ความคิดคำ นึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” บทที่ 89) พิธีเปิดการศึกษาของ 15 มหาวิทยาลัยโซคาอเมริกา เอลิโซ วิเอโฮ โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บทสนทนาเกี่ยวกับศาสนาแห่งมนุษยนิยม บทที่ 18) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น (ตอนที่ 2) 23 ก่อเกิดความดีด้วยการปฏิบัติตนในฐานะพุทธศาสนิกชน (ต่อ) ก่อร่างสร้างยุคใหม่ ส่งมอบความหวังและแรงบันดาลใจแก่ทุกคน 43 1 2 3 4 5
2 สมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย email: [email protected] www.sgt.or.th บรรณาธิิการ นวรััตน์์ ชิิโนมีี กองบรรณาธิิการ เรืืองระวีี ไชยพููนพััฒน์์ พััชรีี โพธิิพััฒน์์ธนากร ณััฐพร งามสิิ ริิ กุุล ภาษาญี่่�ปุ่่�น เพีียงตา หลิิมไชยกุุล อนงค์์นาถ มโนจุุ รีีหกุุล อาคิิโกะ โฮโซดะ โยโกะ โอดะ สมพร เจนจารุุ พัันธุ์์กุุล ภาษาอัังกฤษ หทััยรััตน์์ แซ่่ จึึง ศศมน โพธิิ พััฒน์์ธนากร ทิิพย์์ สุุดา บุุนฑารัักษ์์ ออกแบบสร้้างสรรค์์ กุุลลดา อััศวฉััตรโรจน์์ พิิสููจน์์ อัักษร วรรณีี สถาพรพิิชญ์์ผู้้จััดการณริินทร์์ ลััทธยาพร สงวนลิิขสิิทธิ์์�โดยสมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย ISSN 2586-8675
บทบรรณาธิการของ ประธานมิโนรุ ฮาราดะ (ในวารสารไดเบียะขุเร็งเงะ)
4 ‘ ’ ดอกซากุุระดารดาษประดัับปราสาท แห่่งอาจารย์์กัับศิิษย์์ของโซคา 70 ปีก่อน ในเดือนเมษายน อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธาน สมาคมโซคา ท่านที่ 2 ซึ่งยืนอยู่บริเวณปราสาทอาโอบะ เมืองเซ็นได ประกาศว่า “สมาคมโซคาจะต้องสร้างปราสาทของตนด้วยบุคคลผู้มีความสามารถ” ในโอกาสนั้น อาจารย์ไดซาขุ อิเคดะ ในวัยหนุ่มถามท่านว่า คนหนุ่มสาวต้องทำ�อย่างไรจึงจะเป็นบุคคลผู้มีความสามารถอย่างแท้จริง อาจารย์โทดะตอบว่า ต้องมีคุณสมบัติสำ�คัญ 3 ประการ ได้แก่ “ความตระหนัก ในภาระหน้าท” “ ี่ จิตใจใฝ่พัฒนาตนเอง” และ “ความอดทน” เมื่อไม่ตระหนักในภาระหน้าที่ของตนก็ไม่อาจนำ�พลังของโพธิสัตว์ จากพื้นโลกภายในชีวิตออกมา อย่างไรก็ตาม เท่านั้นก็ยังไม่พอ หากมีจิตใจ ใฝ่พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและมีความอุตสาหะวิริยะที่จะต่อสู้ท้าทายตนเอง อย่างอดทน ศักยภาพของเราจึงจะเบ่งบานเต็มที่ นี่คือเข็มชี้สำ�คัญที่ผู้สืบทอด รุ่นเยาว์ของเราพึงสลักไว้ในใจ ผู้ที่สนับสนุนและสร้างอบรมยุวชนพึงมีทัศนคติแบบเดียวกันนี้ หากไม่บากบั่นเพื่อเติบโตและก้าวหน้าในชีวิตของตนเองก็ไม่อาจบ่มเพาะความ สามารถในการมองเห็นศักยภาพของแต่ละคนและสร้างแรงบันดาลใจแก่พวกเขา พวกเรายังได้เรียนรู้ท่าทีจิตใจนี้จากการกระทำ�ของอาจารย์อิเคดะ อาจารย์ซึ่งมุ่งใส่ใจอนาคตของการเผยแผ่ธรรมไพศาลได้บากบั่นอยู่แนวหน้าเสมอ
5 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 บทบรรณาธิการของประธานฮาราดะ เพื่อทำ�ให้การเผยแผ่ธรรมไพศาลทั่วโลกปรากฏเป็นจริง ในท่ามกลางภารกิจ ประจำ�วันมากมายของท่าน อาจารย์มองเห็นศักยภาพของแต่ละคนพร้อมกับส่ง เสริมกำ�ลังใจและหล่อเลี้ยงพวกเขาได้มากยิ่งกว่าใคร * ผมจะไม่มีวันลืมวิธีที่อาจารย์อิเคดะส่งเสริมกำ�ลังใจสมาชิกยุวชน ในวันที่ท่านกำ�หนดให้วันที่ 28 เมษายน1 เป็นวันอิชิกาวะและวันโทะยามะเมื่อ 50 ปี ก่อน วันนั้นมีการจัดประชุมรวม [ที่ระลึกสมาคมโซคาที่โฮขุริขุครบ 20 ปี] ณ เมืองคานาซาวะ ทันทีที่อาจารย์อิเคดะไปถึงสถานที่จัดงาน ท่านเดินไปหา สมาชิกฝ่ายยุวชนที่บริเวณต้อนรับและส่งเสริมกำ�ลังใจพวกเขาอย่างจริงใจ ท่านยังประพันธ์บทกลอนซึ่งภายหลังได้มอบแด่ยุวชนที่ท่านไม่มี โอกาสพบ กลอนบทหนึ่งกล่าวว่า “ดั่งภูเขาฮาขุบะ / จงยืนหยัดเต็มภาคภูมิ / ข้าพเจ้าจะยืนหยัดเช่นกัน”2 ขณะที่ทำ�เช่นนี้ อาจารย์อิเคดะไม่เพียงคิดถึงยุวชน ทุกคนที่ท่านไปเยี่ยมในวันนั้น แต่ยังคิดถึงยุวชนทั้งหลายที่ย้ายออกจากพื้นที่ด้วย ท่านไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งอยู่เสมอว่าจะทำ�อะไรได้บ้างเพื่อสร้างอบรมและส่งเสริม กำ�ลังใจสมาชิกยุวชน สมาคมโซคาในปัจจุบันสร้างขึ้นมาได้บนรากฐานของความ พยายามที่ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยดังกล่าวนี่เอง 1 28 เมษายนเป็นวันที่ระลึกที่พระนิชิเร็นไดโชนิน ประกาศนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1253 2 ภูเขาฮาขุบะ ภูเขาในจังหวัดโทะยามะกับจังหวัดนางาโนะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น
6 ข้อความที่มีชื่อเสียงในพระสูตรซึ่งพระนิชิเร็นไดโชนินยกมากล่าว เขียนไว้ว่า “ถ้าต้องการจะรู้ผลทจะ ี่ ปรากฏออกมาในอนาคต จงมองดูเหตทุี่ มอยู่ใน ี ปัจจบันุ ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 170) โปรดถามตัวเองว่า ฉันเปี่ยมด้วยความกระตือรือร้นในภาระหน้าที่ เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลไหม ฉันมีจิตใจที่จะบากบั่นใฝ่พัฒนาตนเองเคียงข้าง ยุวชน ขณะเดียวกันก็เป็นแบบอย่างที่ดีไหม นี่คือพลังขับเคลื่อนเพื่อรับประกัน ความเป็นนิรันดร์ของปราสาทแห่งอาจารย์กับศิษย์ของโซคา ขณะนี้เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ มาทำ�ให้บุปผาแห่งมิตรภาพบาน สะพรั่งดารดาษดั่งต้นซากุระที่อาบไล้แสงตะวัน และประพันธ์เรื่องราวอันน่าทึ่ง แห่งการเติบโตพัฒนาเคียงข้างคนหนุ่มสาวในชุมชนของพวกเรากันเถิด (จากวารสารไดเบียะขุเร็งเงะ ฉบับเดือนเมษายน ค.ศ. 2024)
ธรรมนิิพนธ์์
8 คุณนายนิชิเง็นเนียว สร้างพระพุทธรูปถวาย ความเป็นมา สันนิษฐานว่าพระนิชิเร็นไดโชนินเขียนธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ เมื่อ ค.ศ. 1279 (ปีโคอันที่ 2) ขณะอยู่ที่เขามิโนบุ เพื่อมอบแก่คุณนายนิชิเง็นเนียว ลูกศิษย์ผู้เป็นภรรยาของท่านชิโจคิงโงะที่อยู่เมืองคามาคูระ ในปีนั้น คุณนายนิชิเง็นเนียว อายุ 37 ปีถือเป็นปีเคราะห์ (ตาม ความเชื่อของญี่ปุ่น) ได้ทำ�บุญถวายสิ่งของแด่พระนิชิเร็นไดโชนิน พระนิชิเร็น ไดโชนินจึงเขียนจดหมายตอบเพื่อยกย่องความศรัทธาพร้อมกับมอบโอมาโมริ โงะฮนซนให้ด้วย จากนั้นท่านยกอุปมาเปรียบเทียบเพื่อเน้นว่าการอธิษฐาน ต่อธรรมมหัศจรรย์มีความยอดเยี่ยมเพียงใด ข้อความธรรมนิพนธ์ที่ศึกษาใน ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุปมาดังกล่าว ‘ ’ ดังเช่น เมื่อส่ายศีรษะ เส้นผมย่อมปลิว เมื่อจิตใจเริ่ม ทำ�งาน ร่างกายย่อมเคลื่อนไหว เมื่อลมพัดแรงต้นหญ้าต้นไม้ย่อมมิอาจ อยู่นิ่ง เมื่อพื้นดินสั่นสะเทือน ทะเลย่อมปั่นป่วน ด้วยเหตุนี้ หากสามารถ ทำ�ให้พระศากยมุนีพุทธะผู้เป็นศาสดาเคลื่อนไหวแล้ว มีหรือต้นหญ้าต้นไม้ จะไม่ไหวติง มีหรือที่ทะเลจะสงบนิ่งอยู่ได้ (ธรรมนิพนธ์ หน้า 1187)1 1 ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 811
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 ธรรมนิพนธ์ คำ�ว่า “พระศากยมุนีพุทธะผู้เป็นศาสดา” ที่อยู่ในข้อความ ธรรมนิพนธ์ ชี้ถึง “นัมเมยวโฮเร็งเงเ ี คียว” ซึ่งเป็นธรรมะรากฐานที่มีอยู่ในชีวิต และทั่วจักรวาล พระนิชิเร็นไดโชนินอุปมาศีรษะกับเส้นผม ใจกับกาย ลมพัดแรง กับต้นหญ้าต้นไม้ พื้นดินกับทะเล และสอนว่า หากทำ�ให้รากฐานของสิ่งต่าง ๆ เคลื่อนไหว จะทำ�ให้สรรพสิ่งทั้งหลายในสกลจักรวาลเคลื่อนไหวตามได้อย่างมาก ความศรัทธาที่เข้มแข็งจะเปลี่ยนโชคร้ายทั้งปวงเป็นโชคดี และสามารถสร้างสภาพ ชีวิตที่มีความสุขที่ไม่พังทลายได้ ตอนท้ายของจดหมาย พระนิชิเร็นไดโชนินยกย่องคุณนาย นิชิเง็นเนียวที่เชื่อและสวดท่องธรรมมหัศจรรย์ว่า “เป็นสตรีท ี่ เป็นอันดับหนึ่ง ของประเทศญี่ปุ่น” ตลอดจนให้การรับรองว่า จะบรรลุพุทธภาวะตลอด 3 ชาติ ได้แน่นอน อาจารย์อิเคดะชี้นำ�ว่า “พลังของหนึ่งขณะจิตมิอาจวัดได้ และพลัง ที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือความศรัทธาที่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญไม่ย่อท้อ เสียงสวด ธรรมมหัศจรรย์ที่เด็ดเดี่ยวจะก้องกังวานไปทั่วสกลจักรวาล และเปลี่ยนทุกสิ่ง เป็นการทำ�งานของเทพธรรมบาล” หากรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกับอาจารย์และสวดท่องไดโมขุด้วยความ เข้มแข็ง ปัญญาและพลังอันไร้ขีดจำ�กัดจะพวยพุ่งขึ้นมา ไม่ว่าความยากลำ�บาก ใด ๆ ก็ข้ามพ้นไปได้ อีกทั้งสามารถเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมได้อย่างมากมาย
10 ผู้ที่ต่อสู้อย่างต่อเนื่องก็คือพระพุทธะ ดิฉันเข้าศรัทธาเมื่ออายุ 19 ปีซึ่งเป็นช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ที่โตเกียว ขณะที่ทำ�กิจกรรมสมาคมอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ ก็รู้สึกได้ว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไป ในทางที่ดีขึ้น ดิฉันทำ�กิจกรรมในฝ่ายยุวชนหญิงและแนะนำ�ธรรมให้เพื่อนในที่ ทำ�งาน ซึ่งต่อมาได้แต่งงานกัน เราย้ายกลับไปบ้านเกิดของดิฉันที่จังหวัด อาโอโมริ แล้วเริ่มใช้ชีวิตอยู่บ้านเดียวกับคุณแม่ที่ต่อต้านความศรัทธา เป็นเวลา 12 ปีที่เราสามีภรรยาต่างส่งเสริมกำ�ลังใจซึ่งกันและกัน พร้อมกับทำ�กิจกรรมสมาคมจนถึงที่สุดโดยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียวในท้องถิ่น ที่มีประเพณีดั้งเดิม หลังจากบ้านใหม่ที่เราอธิษฐาน “ให้เป็นสถานที่ของการ เผยแผ่ธรรม” สร้างเสร็จ ปลายปีนั้นสามีก็ประสบอุบัติเหตุและจากไปอย่างไม่มี วันกลับ ขณะนั้นดิฉันอายุ 35 ปี มีหน้าที่เป็นหัวหน้าหมู่ ลูกสาวสองคนกำ�ลัง เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา เพื่อนสมาชิกได้ส่งเสริมกำ�ลังใจดิฉันที่ร้องไห้แทบขาดใจอย่าง อบอุ่น เมื่อดิฉันค่อย ๆ เข้มแข็งขึ้นจึงเขียนจดหมายถึงอาจารย์อิเคดะ รายงาน เรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาของสามีและความตั้งใจของตนเอง ดิฉันไม่คาดคิดมาก่อน เลยว่าอาจารย์จะมอบลูกประคำ�พร้อมกับฝากข้อความมาให้ว่า “คุณพ่อคุณแม่ และลูกสาวมีความสุขตลอด 3 ชาติ” ดิฉันน้ำ�ตาไหลด้วยความประหลาดใจและ ซึ้งใจ ตั้งใจว่าจะเปลี่ยนชะตากรรมให้ได้ ถึงกระนั้น เมื่อใดที่ดิฉันอยู่คนเดียวก็จะร้องไห้ออกมา เพราะจิตใจ ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกสูญเสีย ดิฉันนำ�ข้อความที่อาจารย์อิเคดะมอบให้มาวาง ไว้ที่ตู้โงะฮนซนและสวดไดโมขุด้วยความรู้สึกเหมือนกอดเอาไว้ เมื่อคุณแม่เห็น ท่าทีของดิฉันเช่นนั้น จึงหยิบลูกประคำ�ที่ได้รับจากอาจารย์ แล้วนั่งสวดมนต์อยู่
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 ธรรมนิพนธ์ ข้างหลังดิฉัน “ทั้งดิฉันและคุณแม่ได้รับการห่อหุ้มด้วยความจริงใจของอาจารย์” ดิฉันรู้สึกขอบคุณและเต็มไปด้วยความกล้าหาญ เดือนมีนาคม ค.ศ. 1994 (ปีเฮเซที่ 6) หลังจากสามีเสียชีวิตได้ 4 เดือน ดิฉันได้พบกับอาจารย์อิเคดะเป็นครั้งแรกใน “งานประชุมรวมโทโฮขุ อันรุ่งโรจน์” ณ อาคารที่ระลึกมาคิงุจิ กรุงโตเกียว ดิฉันรู้สึกประทับใจคำ�ชี้นำ� ที่กล่าวว่า “ผู้ทต่อสู้อย่างต่อเนื่องเ ี่ พื่อข้ามพ้นความยากลำ บากทั้งหลายก็ คือพระพุทธะ” นอกจากนี้ ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน อาจารย์และภรรยาได้มา เยือนศูนย์ฝึกอบรมโทโฮขุ ดิฉันสลักท่าทีที่อาจารย์ส่งเสริมกำ�ลังใจสมาชิกไว้ใน ชีวิตและให้คำ�มั่นสัญญาว่า “จะใช้ชวิตเ ีพื่อการตอบแทนบุญคุณ” หลังจากนั้น 5 ปี คุณแม่ก็เข้าศรัทธาด้วยความปีติยินดี ท่านกล่าว ด้วยความดีอกดีใจหลังหายจากโรคผิวหนังขั้นรุนแรงว่า “ไดโมขช่างยอดเยุยม ! ี่ ” ดิฉันให้ความสำ�คัญกับการสร้างปัจจัยสัมพันธ์กับแต่ละคนในท้องถิ่น พร้อมทั้ง รับผิดชอบเป็นกรรมการดูแลเมืองเป็นเวลา 15 ปี ดิฉันเต็มตื้นด้วยความรู้สึก ขอบคุณในบุญกุศลที่สูงส่งที่สุดที่สามารถอยู่เคียงข้างและส่งเสริมกำ�ลังใจเพื่อน สมาชิกได้โดยใช้ประสบการณ์ของตัวเองที่ข้ามพ้นความยากลำ�บากมา มาเริ่มต้นความก้าวหน้าอย่างมีชัยชนะเด็ดขาดด้วยจิตใจยุวชน โดยมียุวชนเป็นแนวหน้า มุ่งสู่วาระครบ 100 ปีของการก่อตั้งสมาคมโซคาไป ด้วยกัน (บรรยายโดย คุณมิชิโกะ นาคาโนะวาตาริ หัวหน้าแผนกศึกษาธรรมฝ่ายสตรี รวมจังหวัดอาโอโมริ)
12 คำชี้นำของอาจารย์อิเคดะ การอธิษฐานของอาจารย์กับศิษย์ ย่อมบรรลุผลได้อย่างแน่นอน สิ่งสำ�คัญในการอธิษฐานก็คือ การอธิษฐานอย่างทรงพลัง และเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า ทุกความปรารถนาของเราจะบรรลุผลสำ�เร็จ เพราะ เป็นการอธิษฐานที่รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันของอาจารย์กับศิษย์ ผู้เป็นโพธิสัตว์จาก พื้นโลกที่ต่อสู้เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล จึงไม่มีทางที่ความปรารถนาของเราจะ ไม่บรรลุผลสำ�เร็จ หากตั้งปณิธานเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลและสวดท่องไดโมขุ นั่นคือการอธิษฐานของโพธิสัตว์จากพื้นโลก ในเวลานั้น ชีวิตของเราจะถูกเปิดเข้า สู่สภาพชีวิตของโพธิสัตว์จากพื้นโลก เช่นนั้นแล้ว การอธิษฐานเช่นนี้มีพลังที่ทำ�ให้ เทพธรรมบาลทั้งหลายและจักรวาลเคลื่อนไหว ทั้งตัวเองและครอบครัวจะได้รับ การปกป้องคุ้มครอง ความปรารถนาของแต่ละคนก็จะบรรลุผลสำ�เร็จด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ การอธิษฐานเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลอย่างถึงที่สุดจึงเป็นหนทาง ตรงที่จะเปิดสภาพชีวิตของตนเองและทำ�ให้ความปรารถนาบรรลุผลสำ�เร็จนั่นเอง (จากบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 23 “บทการต่อสู้ที่อาจหาญ”) ‘ ’