ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิิ วััติิมนุุษย์์-ใหม่่” โดย โฮ โงะคูู บทความจากอาจารย์์ไดซาขุุ อิิเคดะ
16 บทที่ 90) คิดคำ นึงถึงวันครบรอบคำแถลงการณ์ เพื่อยกเลิกการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ของอาจารย์โจเซอิโทดะ นิทรรศการ “ฉันคือผู้ปกป้องน้องชายของฉัน : ชีวิตและช่วงเวลา ของไซมอน วีเซนธาล” จะเริ่มจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน เป็นเวลา 4 เดือน ณ หอประชุมที่ระลึกสันติภาพอาจารย์โทดะสมาคมโซคา ในเมืองโยโกฮามะ จังหวัดคานางาวะ หอประชุมแห่งนี้ซึ่งอยู่ติดกับศูนย์วัฒนธรรมคานางาวะของเรา และอยู่ตรงข้ามกับสวนยามาชิตะอันโด่งดัง ใช้เป็นที่ทำ กิจกรรมสมาคมมานาน กว่าสองทศวรรษ เป็นอาคารที่รู้จักกันในฐานะอาคารทางประวัติศาสตร์หลังหนึ่ง ของเมือง อาคารแห่งนี้ยังเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมต่าง ๆ ด้านสันติภาพ วัฒนธรรม และการศึกษามากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมืองโยโกฮามะยังเป็นจุดเริ่มต้นการเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพของ สมาคมโซคา เพราะเป็นสถานที่ที่อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคมท่านที่ 2 ของพวกเรา ได้กล่าวคำ แถลงการณ์ครั้งประวัติศาสตร์เพื่อยกเลิกการใช้อาวุธ นิวเคลียร์ เมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1957 เพียง 6 เดือนก่อนที่ท่านจะถึงแก่กรรม นิทรรศการไซมอน วีเซนธาล ซึ่งจัดแสดงที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้ง แรก ถือเป็นการฉลองที่ระลึกครบ 44 ปี [ค.ศ. 2001] ของเหตุการณ์ดังกล่าว *
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” คุณวีเซนธาล อายุ 92 ปี เขารอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (โฮโลคอสต์) ที่ไร้มนุษยธรรมของนาซีได้อย่างปาฏิหาริย์ และตั้งแต่นั้นมาเขาได้ อุทิศชีวิตเพื่อตามล่าหาผู้กระทำ ผิดที่ก่ออาชญากรรมอันชั่วร้ายนั้น ประชาชนที่ มีมโนธรรมรู้ผิดชอบชั่วดีทั่วโลกต่างยกย่องเขาว่า เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน อย่างแท้จริง อดีตพวกนาซีและผู้สมรู้ร่วมคิดต่างพูดอย่างหวาดผวาว่าเขาคือ “นักล่านาซี” จวบจนปัจจุบัน เขาได้สอบสวนนาซีอาชญากรสงครามมากกว่า 6,000 ราย และได้รับการตัดสินลงโทษว่ามีความผิดมากกว่า 1,100 ราย การต่อสู้ ที่ไม่หยุดหย่อนของเขาในสงครามศาสนา ยังเป็นการต่อสู้กับความหลงลืมของ ประชาชน ต่อสู้ไม่ให้การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ถูกลืมเลือนไปจากประวัติศาสตร์ จิตใจ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงของเขาคือ “ฉันจะไม่มีวันลืม !” เขามุ่งมั่นที่จะทำ ให้การสังหาร โหดครั้งนั้น น้ำ ตาอันขมขื่นและเสียงร้องอันปวดร้าวของสหายที่ถูกฆ่า ชีวิตนับ ไม่ถ้วนที่ต้องจบลงในทันที เป็นความทรงจำ ที่คงอยู่ตลอดไป ดังที่ อิตแซก คัตเซเนลซัน กวีชาวยิว ผู้เสียชีวิตในการฆ่าล้าง เผ่าพันธุ์ ประกาศว่า “พวกเราต้องไม่พยายามรักษารอยแผลเป็นชั่วนิรันดร์ด้วย การลืมเลือน”1 * 1 แปลจากภาษาญี่ปุ่น. อิตแซก คัตเซเนลซัน, โฮโรโบะสะเรตะ ยูดายะ โนะ ทามิ โนะ อุตะ (ชื่อภาษาเยอรมัน : กรอสเซอร์ เกแซง วอน อัสเกอโรแตง จูดิแชง โวล์ก / ชื่อภาษาอังกฤษ : บทเพลงแห่งการฆาตกรรมประชาชนชาวยิว), แปลจากภาษาเยอรมันโดย มาซาโตโมะ อะสุไก และ คาซุยูกิ โฮโซมิ (โตเกียว : มิสุซุ โชโบ, ค.ศ. 1999), หน้า 64
18 ความเชื่อมั่นอันสูงส่งของคุณวีเซนธาลแสดงให้เห็นได้จากการ กระทำ ของเขา เป็นเวลาหลายปีหลังสงครามที่หน่วยคอมมานโดหนุ่มชาวยิวและ อดีตนักรบต่อต้านใต้ดินได้มาพบเขาบ้างเป็นบางครั้ง เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับพวก นาซีที่หลบหนีลี้ภัยไป แต่คุณวีเซนธาลก็ปฏิเสธอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะให้ข้อมูลแก่ พวกเขา เนื่องจากเห็นได้ชัดว่าพวกเขากำ ลังพยายามแก้แค้นเป็นการส่วนตัวด้วย การสังหารบุคคลเหล่านั้น คุณวีเซนธาลเชื่อว่านาซีพวกอาชญากรสงครามต้องได้รับการ พิจารณาตัดสินตามกฎหมายโดยเปิดเผยอย่างยุติธรรม การตอบโต้ด้วยจิตใจ แบบ “ตาต่อตา” ก็รังแต่จะพลอยเข้าไปในวงจรอุบาทว์และไม่อาจคืนความ ยุติธรรมได้ ข้าพเจ้าไม่เคยพบกับคุณวีเซนธาล แต่ได้พูดคุยกับคุณรับบี อับราฮัม คูเปอร์ รองคณบดีของศูนย์ไซมอน วีเซนธาล หลายครั้ง คุณรับบี คูเปอร์ ได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า คุณวีเซนธาลเชื่อว่าหลังจากการฆ่าล้าง เผ่าพันธุ์ ภารกิจที่อยู่เบื้องหน้าเพื่อมนุษยชาติไม่ใช่การแก้แค้นแน่นอน แต่เป็นการ คืนความไว้วางใจระหว่างผู้คน คุณวีเซนธาลเรียกร้องให้เราก้าวข้ามความเป็นปฏิปักษ์ส่วนตัวและ คืนความยุติธรรมให้กับสังคมของเรา เสียงร้องอันน่าสะเทือนใจที่เล็ดลอดออกมา จากส่วนลึกของแชมเปี้ยนแห่งสิทธิมนุษยชนผู้ยิ่งใหญ่นี้ก้องกังวานด้วยข้อความ ที่เคร่งขรึมจริงจังสำ หรับพวกเราทุกคน * ความยุติธรรมจะสว่างไสวเมื่อเราท้าทายและมีชัยชนะเหนือความ ชั่วร้ายเท่านั้น เฉกเช่นเดียวกับความจริงแท้ของพุทธธรรม อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้า
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” ไม่สามารถเน้นย้ำ ได้มากพอว่า การแก้แค้นที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการ นองเลือด เป็นเรื่องที่ต่างจากพุทธธรรมอย่างสิ้นเชิง ดังข้อความที่มีชื่อเสียงจาก ธรรมบท ตำ ราพุทธศาสนาฉบับต้น กล่าวว่า “ความเกลียดชังในโลกนี้ไม่เคยระงับด้วยความเกลียดชัง แต่ระงับด้วยการไม่เกลียดชัง นี่คือสัจธรรมนิรันดร์”2 แม้พระนิชิเร็นไดโชนินจะตกเป็นเป้าแห่งการกดขี่บีฑาที่รุนแรงที่สุด แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงจิตใจแห่งความอดกลั้นอดทนและความเมตตากรุณา อันยิ่งใหญ่ดั่งมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล โดยกล่าวว่า “อาตมาอธิษฐานว่า ก่อนอื่นขอให้อาตมาสามารถชี้และนำ ผู้ปกครองประเทศ และคนอื่น ๆ เหล่านั้นที่กดขี่บีฑาอาตมา” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 402 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 29) อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องที่ให้ยอมรับความ แตกต่างที่ไม่ชัดเจนระหว่างความดีกับความชั่วได้ หรือให้อภัยความชั่วร้าย ดังที่ อาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ ประธานสมาคมโซคาท่านแรก ผู้ยืนหยัดอย่าง แน่วแน่ต่อสู้กับการกดขี่ของรัฐบาลทหารญี่ปุ่นและเสียชีวิตในเรือนจำ เพื่อ ความเชื่อของท่าน กล่าวว่า “หากคุณไม่มีความกล้าหาญที่จะเป็นศัตรูกับเหล่าผู้คนที่ชั่วร้าย คุณก็จะไม่สามารถเป็นมิตรกับคนดีได้”3 2 ธรรมบท, แปลโดยโธมัส คลีรี (นิวยอร์ก : แบนแทม บุ๊กส์, ค.ศ. 1994), หน้า 8” 3 แปลจากภาษาญี่ปุ่น. จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ (รวมผลงานของจึเนะซาบุโร มาคิงุจิ), เล่ม 6, หน้า 71
20 ความดีไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากการต่อสู้กับความชั่วร้าย การมองข้ามและการเพิกเฉยต่อความชั่วแสดงถึงความขี้ขลาดและขาดความ เมตตากรุณาและสุดท้ายก็เหมือนกับการทำ ความชั่วด้วยตัวเอง การต่อสู้อันยิ่งใหญ่เพื่อเอาชนะเหนือกองทัพของพญามารแห่ง สวรรค์ชั้นที่ 6 ที่แพร่กระจายไปทั่ว ตลอดจนเอาชนะแนวโน้มการทำ ลายล้าง ภายในชีวิตของเราเอง ก็คือสิ่งที่เราเรียกว่าการเผยแผ่ธรรมไพศาล สิ่งที่เรา เรียกว่าการปฏิวัติมนุษย์ * คุณวีเซนธาลได้มอบคำ เตือนต่อไปนี้แก่คนหนุ่มสาวว่า “ในความ เป็นจริง วัฒนธรรมและอารยธรรมเป็นเพียงแผ่นชั้นบาง ๆ เท่านั้น ซึ่งข้างใต้ก็ยัง คงมีสัตว์ร้ายซุ่มซ่อนอยู่ภายในตัวเรา”4 เมื่อ 44 ปีที่แล้ว ในวันถัดมาจากวันที่เกิดพายุไต้ฝุ่น ด้วยท้องฟ้า สีครามสดใสและสายลมที่สดชื่น อาจารย์โทดะยืนอยู่เบื้องหน้าสมาชิก 50,000 คน และประกาศคำ สั่งเสียสุดท้ายของท่านเป็นครั้งแรก คำ แถลงการณ์ของท่านเพื่อ ยกเลิกการใช้อาวุธนิวเคลียร์ โดยมอบความไว้วางใจยุวชนให้รับภาระหน้าที่ใน การเผยแพร่ข้อความนี้ไปทั่วโลก ประเด็นสำ คัญของคำ แถลงการณ์ของท่านอยู่ที่การเปิดเผย อย่างชัดเจน และเน้นย้ำ ถึงความจำ เป็นในการกำ จัด “กรงเล็บที่ซ่อนอยู่ในส่วน ลึกที่สุด” ของความคิดการใช้อาวุธนิวเคลียร์ อีกนัยหนึ่งคือ แนวโน้มของ 4 ไซมอน วีเซนธาล, ความยุติธรรมไม่ใช่การแก้แค้น, แปลจากภาษาเยอรมัน โดย อีวาลด์ โอเซอร์ (นิวยอร์ก : กรู๊ฟเวเดนเฟล, ค.ศ. 1989), หน้า 358
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” ความชั่วที่ร้ายกาจซึ่งมีอยู่ในชีวิต นี่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก “สัตว์ร้ายที่อยู่ภายใน ตัวเรา” ที่คุณวีเซนธาลพูดถึง ในคำ แถลงการณ์ อาจารย์โทดะกล่าวว่า พวกเราซึ่งเป็นพลเมืองของโลก มีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่โดยล่วงละเมิดไม่ได้ ผู้ใด ก็ตามที่พยายามทำ ลายสิทธินี้ คือปีศาจสิงกายอยู่ คือมาร คืออสุรกาย ข้าพเจ้า เสนอให้มนุษยชาติใช้การลงโทษประหารชีวิตกับผู้ใดก็ตามที่รับผิดชอบต่อการใช้ อาวุธนิวเคลียร์ในทุกกรณี แม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นฝ่ายชนะก็ตาม อาจารย์โทดะเป็นพุทธศาสนิกชน ผู้มีความเชื่อมั่นที่ให้ความสำ คัญ เหนืออื่นใดคือความสูงส่งของชีวิต ท่านต่อต้านการลงโทษประหารชีวิตโดย สิ้นเชิง แต่คำ แถลงการณ์นี้ท่านเรียกร้องให้มีการลงโทษประหารชีวิตสำ หรับ ผู้รับผิดชอบในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ เหตุผลของท่านในการทำ เช่นนี้คือ ความ ปรารถนาของท่านที่จะหยุดการทำ งานของปีศาจที่มีอยู่ในชีวิตมนุษย์ ที่พยายาม ครอบครองหรือใช้อาวุธนิวเคลียร์ตลอดไป ท่านต้องการก่อตั้งวิธีคิดอย่างลึกซึ้ง ในจิตใจของมนุษยชาติทั้งมวล ที่ประณามการใช้อาวุธนิวเคลียร์ว่าเป็นความ ชั่วร้ายที่สุด วิธีคิดที่จะทำ หน้าที่เป็นเครื่องยับยั้งชั่งใจภายในเพื่อประโยชน์ต่อการ “ป้องกันความผิดพลาดและหยุดยั้งความชั่วร้าย” (ธรรมนิพนธ์ หน้า 744) เพื่อที่จะปกป้องชีวิต อาจารย์โทดะได้ใช้คำ ว่า “ความตาย” ซึ่ง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความพยายามที่จะบดขยี้การทำ งานของปีศาจที่ชั่วร้าย เป็นการกระทำ ที่มีความเชื่อมั่น มุ่งสู่ประโยชน์สูงสุดในการปกป้องชีวิตอย่าง เข้มงวด *
22 ในขณะนั้นผู้คนส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจกับคำ แถลงการณ์ที่ริเริ่ม โดยอาจารย์โทดะ อย่างไรก็ตาม ความรุ่งโรจน์ที่ไม่สิ้นสุดของคำ แถลงการณ์ ดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ได้เติบโตขึ้นเป็นแสงสว่างอันยิ่งใหญ่ ที่ขณะนี้ เริ่มส่องสว่างโลกในศตวรรษใหม่ ดร. เดวิด ครีเกอร์ ประธานมูลนิธิสันติภาพ ยุคนิวเคลียร์กล่าวว่า “ผมคิดว่าคำ แถลงการณ์ต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ของท่าน โจเซอิ โทดะ ยังคงมีความสำ คัญในปัจจุบัน” ฤดูร้อนนี้ ดร. ครีเกอร์กับข้าพเจ้าได้ตีพิมพ์บทสนทนา (ปัจจุบันมี ฉบับภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น) ชื่อ คิโบ โนะ เซนตาขุ (ความหวังเลือกได้) ในบทสนทนา นักรณรงค์ต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ชาวอเมริกันกล่าวว่า “คนหนุ่มสาวคืออนาคต พวกเขาต้องมีอำ นาจตัดสินใจในโลกที่พวกเขากำ ลังสืบทอด และต้องแสดง บทบาทสำ คัญในการแก้ไขภัยคุกคามนิวเคลียร์” ยุวชน ! จงเรียกร้องความยุติธรรมอย่างเข้มแข็งและกว้างขวางให้ มากกว่าที่เคย ! ยุวชนเอสจีไอแห่งศตวรรษใหม่ ! แผ่ขยายพันธมิตรของเราอย่าง กล้าหาญเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืนไปสู่โลก ไปสู่อนาคต ! (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 2001)
โลกแห่่งธรรมนิิพนธ์์บทสนทนาเกี่่ยวกัับ ศาสนาแห่่งมนุุษยนิิยม
24 บทที่ 18) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น ตอนที่2 ก่อเกิดความดีด้วยการปฏิบัติตนในฐานะพุทธศาสนิกชน (ต่อ) ไซโต้ : จากประสบการณ์ความศรัทธาจำ นวนนับไม่ถ้วนที่ผมได้ยินจากที่ประชุม สนทนาธรรมและการประชุมอื่น ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พฤติกรรมและวิถีชีวิต ของสมาชิกเอสจีไอแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงสิ่งที่พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวถึง ในข้อความธรรมนิพนธ์ดังกล่าว บทละครแห่งชัยชนะจำ นวนมากมายมหาศาล เกิดขึ้นจากการลงมือกระทำ ของสมาชิกในประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก อาจารย์อิเคดะ : เพราะเราก้าวหน้าไปในเส้นทางที่ถูกต้องตามหลักธรรม ที่ว่า “ความศรัทธาเท่ากับการดำ เนินชวิตี ” และ “พุทธธรรมแสดงปรากฏใน สังคม” เอสจีไอจึงได้รับความเข้าใจและความไว้วางใจอย่างกว้างขวาง ศาสนา ที่ออกห่างจากการดำ เนินชีวิตของประชาชนและสังคมย่อมกลายเป็นศาสนาที่ เห็นแก่ตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า นี่คือเหตุผลที่พระนิชิเร็นไดโชนินพร่ำ สอน ท่านชิโจคิงโงะอย่างต่อเนื่องให้เป็นบุคคลที่มีปัญญาและเป็นผู้ชนะในสังคม เมื่อเราในฐานะของผู้ปฏิบัติพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน แสดงข้อพิสูจน์ที่เป็นจริงของการได้รับความไว้วางใจจากชุมชนของเราดังกล่าว เราจึงปูทางในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคมได้อย่างแท้จริง โมรินากะ : เมื่อเร็ว ๆ นี้ กิจกรรมของสมาชิกของเราในหมู่บ้านชนบทและ เกาะห่างไกลของญี่ปุ่นช่างน่าประทับใจจริง ๆ พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่กว่าจะได้
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ รับความไว้วางใจในระดับต้นต้องใช้เวลายาวนานมาก ผู้คนใช้เวลากว่า 10 หรือ 20 ปีในการประเมินพฤติกรรมของผู้อื่น แต่เมื่อเกิดความไว้วางใจขึ้นมาแล้ว บรรยากาศก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ด้วยการพัฒนาความไว้วางใจและความเข้าใจ อย่างกว้างขวาง การเผยแผ่ธรรมไพศาลจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว อาจารย์อิเคดะ : วิธีเดียวที่จะเปลี่ยนสังคมที่กำ ลังจมดิ่งสู่ความมืดมนให้กลาย เป็นโลกที่รู้แจ้งที่ให้การเคารพต่อมนุษย์ก็คือ การที่เราแต่ละคนตระหนักถึงชัยชนะ โดยการแสดงธรรมชาติพุทธะผ่านการกระทำ ของเราเอง ดังนั้นความสำ คัญ อันใหญ่หลวงจึงอยู่ที่การต่อสู้ภายในของเราที่จะเชื่อในธรรมชาติพุทธะของตัวเรา และผู้อื่นอย่างมั่นคง ไซโต้ : นั่นคือสิ่งที่หมายถึง “ทรัพย์สมบัติของจิตใจ” อาจารย์อิเคดะ : ใช่ครับ คำ กล่าวของพระนิชิเร็นไดโชนินสรุปปรัชญาที่สำ คัญ ยิ่งว่า “ทรัพย์สมบัติของร่างกายมีค่ามากกว่าทรัพย์สมบัติของคลัง และ ทรัพย์สมบัติของจิตใจมีค่าที่ สุดเหนือสิ่งอื่นใด.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 851) ในศตวรรษที่ 21 สิ่งนี้จะได้รับการยอมรับว่าเป็นทฤษฎี ทรงคุณค่าที่โดดเด่นอย่างไม่ต้องสงสัย สำ หรับพวกเรา “ทรัพย์สมบัติของจิตใจ” หมายถึงการยึดมั่น ปณิธานที่จะทำ งานเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล ไม่มีทรัพย์สมบัติใดมีค่ายิ่งกว่า ทรัพย์สมบัติของจิตใจ และด้วยการสั่งสมทรัพย์สมบัติของจิตใจที่เกิดขึ้นผ่าน ความพากเพียรของเราในการบอกเล่าคำ สอนของพระนิชิเร็นไดโชนินแก่ผู้อื่นอย่าง กว้างขวาง เราสามารถมีชีวิตที่มีคุณค่าอนันต์ไร้ผู้ใดเทียบ ผู้คนนับไม่ถ้วนล้านคน สิบล้านคนต่างเดินบนเส้นทางนี้และผนึกรวมกันอย่างแข็งแกร่งเพื่อผู้ที่จะติดตาม มา เราได้เข้าสู่ยุคที่ข้อพิสูจน์ที่เป็นจริงอันยิ่งใหญ่ที่เราแสดงผ่านพลังศรัทธา ของเรา จะได้รับการปรบมือจากผู้คนทั่วโลก
26 บุญกุศลของการบุกเบิกการเคลื่อนไหวนี้ช่างมากมายมหาศาลและ ไร้ขอบเขต บุญกุศลที่ไม่สิ้นสุดทั้งหมดนี้ล้วนกลับคืนสู่สมาชิกเอสจีไอผู้ทำ งาน อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล และจะส่งต่อไปยังลูกหลาน และลูกหลานของพวกเขาอย่างแน่นอน ดังที่พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “กศุลท ี่ แฝงอยู่จะกลายเป็นผลบุญทเห็นชัด ี่ ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 848) ไซโต้ : ในการส่งเสริมกำ ลังใจของพระนิชิเร็นไดโชนินแก่ลูกศิษย์คนอื่น ๆ ก็ เช่นกัน ท่านชี้ชัดว่าพุทธธรรมมิได้ดำ รงอยู่ในที่อื่นใดนอกจากพฤติกรรมของเรา ในฐานะมนุษย์ที่เชื่ออย่างแน่วแน่ในธรรมชาติพุทธะของผู้อื่นและตัวเราเอง ผม อยากจะพิจารณากิจกรรมต่าง ๆ ของลูกศิษย์ผู้อุทิศตนคนอื่น ๆ ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน คิดว่าควรจะกล่าวถึงพวกเขาด้วยครับ ! ก่อนอื่นเลยก็มีพี่น้องอิเคงามิ ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการบูรณะ ศาลเจ้าฮะจิมัน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 949 - 951) พระ นิชิเร็นไดโชนินให้คำ ชี้นำ ที่เฉพาะเจาะจงมากเกี่ยวกับความประพฤติของพวกเขา โมรินากะ : วันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1280 ปีที่หลังจากท่านยาสุมิจึ บิดาของพวก เขาเสียชีวิต ได้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองคามาคูระ โบสถ์ดอกบัว 2 หลัง (วัดที่ อุทิศแก่นิกายเทียนไท้) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนคามาคูระ และท่านโฮโจ โยชิโทขิ ผู้สำ เร็จราชการลำ ดับที่ 2 มอดไหม้ไปในกองเพลิง เดือนถัดมา ในวันที่ 14 พฤศจิกายน ศาลเจ้าจึรุงะโอกะ ฮะจิมัน1 ก็ถูกไฟไหม้ด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าสำ หรับคนในสมัยนั้น ความเสียหายของอนุสรณ์สถาน ที่เป็นเกียรติแก่ดวงวิญญาณของบุคคลที่มีส่วนสำ คัญในการก่อตั้งรัฐบาล คามาคูระ และความเสียหายของศาลเจ้าฮะจิมันที่สร้างอุทิศเพื่อการปกป้อง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ประเทศ ถือเป็นหายนะครั้งใหญ่2 สถานที่เหล่านี้ได้กลายเป็นเสาหลักทางจิตใจ ของผู้คน อาจารย์อิเคดะ : แม้ครอบครัวอิเคงามิจะเคยมีส่วนร่วมในโครงการก่อสร้าง สำ คัญ ๆ ของรัฐบาลทหารหลายโครงการในอดีต แต่ดูเหมือนว่าจะถูกตัดออก จากงานบูรณะศาลเจ้าฮะจิมันขึ้นมาใหม่ เนื่องจากมีข่าวลือเท็จที่แพร่สะพัดเกี่ยว กับพวกเขา ไซโต้ : ใช่ครับ และข่าวนี้ไม่ส่งผลดีกับทั้งคู่ อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินสอนพวกเขาว่า เนื่องจากพวกเขารับใช้ เจ้านายมาสองรุ่นแล้ว จึงไม่ควรรู้สึกขุ่นเคืองใจเรื่องที่ผ่านไปแล้วในครั้งนี้ แม้ว่า การรับใช้ของพวกเขาควรจะได้รับการร้องขอเป็นพิเศษ แต่พวกเขาก็ควรเรียนรู้ที่ จะปฏิเสธข้อเสนอตั้งแต่แรก พระนิชิเร็นไดโชนินเตือนพวกเขาไม่ให้มองโลกในแง่ร้าย และ ส่งเสริมกำ ลังใจให้พวกเขามองสิ่งต่าง ๆ ในแง่บวกและสร้างสรรค์ 1 ศาลเจ้าจึรุงะโอกะ ฮะจิมัน : สถานที่หลักทางศาสนาสำ หรับเทพเจ้าผู้ปกป้องอาณาจักรคามาคูระ มีชื่อว่า ฮะจิมัน ตั้งอยู่บนที่ที่สูงสุดในถนนของคามาคูระ และ ทั้งเมืองถูกออกแบบรอบถนนสายหลักวากามิยะให้มุ่งสู่ศาลเจ้าได้โดยตรง” 2 พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “ก่อนหน้านี้อาตมาได้ยินว่าสุสานของแม่ทัพฝ่ายขวาผู้ล่วงลับ [มินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ] และหลุมศพของรักษาการผู้สำ เร็จราชการผู้ล่วงลับ [โยชิโทขิ] ถูกทำ ลายจากไฟไหม้ ซึ่งน่าเศร้าใจเป็นที่สุด และบัดนี้ท่านเขียนว่าศาลเจ้าวากามิยะของโพธิสัตว์ฮะจิมัน ก็ถูกไฟไหม้ นี่ต้องทำ ให้เศร้าเสียใจมากในหมู่ราษฎร” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 916)
28 ไซโต้ : ใช่ครับ จากมุมมองของพุทธศาสนิกชน ท่านแจกแจงอย่างละเอียดว่า การที่ศาลเจ้าฮะจิมันถูกไฟไหม้บ่งบอกว่าเทพธรรมบาลได้ละทิ้งไปแล้ว เพราะ ประเทศหมิ่นประมาทธรรมะ ตราบใดที่ไม่หยุดการหมิ่นประมาทขั้นพื้นฐานนี้ การ บูรณะศาลเจ้าขึ้นมาใหม่ก็จะไม่มีความหมายแต่อย่างใด นอกจากนี้ ท่านยังอธิบายให้พวกเขาฟังด้วยว่า หากกองทัพ มองโกลรุกรานอีกครั้ง ผู้คนอาจจะวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้ เพราะ พี่น้องอิเคงามิซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนินได้ช่วยบูรณะศาลเจ้าขึ้นมา ใหม่ เทพธรรมบาลก็ไม่กลับมา ประเทศจึงได้รับความเดือดร้อน ท่านบอก พวกเขาว่าเนื่องจากเทพธรรมบาลจงใจแยกพวกเขาออกจากโครงการก่อสร้างก็ ด้วยเหตุผลนี้ พวกเขาจึงควรยินดีกับผลลัพธ์นี้แทนที่จะรู้สึกวิตกกังวล อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินพยายามอย่างยิ่งยวดในการอธิบายให้ พวกเขาฟังถึงการทำ งานของสังคมและพุทธธรรม ท่านยังให้คำ ชี้นำ โดยละเอียด เกี่ยวกับพฤติกรรมเฉพาะที่พวกเขาพึงต้องปฏิบัติด้วย โมรินากะ : ท่านเขียนว่า อาตมาขอกำ ชับอย่างแรงกล้าให้ท่านใช้ทัศนคติที่เป็นมิตรและหลีกเลี่ยงการแสดง ท่าทีปฏิปักษ์หรือความขุ่นเคือง อย่าแต่งตัวสะดุดตาและทิ้งผู้ติดตามของท่านไว้ เบื้องหลัง อย่าขี่ม้าดี ๆ เช่นกัน ขอให้ถือเลื่อยและค้อนไว้ในมือหรือเกี่ยวไว้ที่เอว และยิ้มอยู่เสมอ หากไม่ปฏิบัติตามแม้เพียงข้อเดียวของคำ แนะนำ เหล่านี้ ท่าน อาจไม่เพียงพบกับหายนะในชาตินี้เท่านั้น แต่จะตกสู่อบายภูมิในชาติหน้าด้วย จงอย่าได้คับข้องใจต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรเลย (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 950 - 951) อาจารย์อิเคดะ : เป็นที่ทราบกันดีในหมู่เพื่อนร่วมงานว่า ในที่สุดพี่น้องอิเคงามิก็
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ชักนำ บิดาเข้าศรัทธาในพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินหลังจากที่ต่อต้านอย่าง รุนแรงมานานหลายปี ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า พระเรียวคันและบรรดาพวกพ้องที่ ยุยงให้บิดาของทั้งคู่ข่มขู่พวกเขานั้น จะรู้สึกโกรธเคืองกับเหตุการณ์ที่พลิกผันใน ครั้งนี้ เนื่องจากพระเรียวคันยังมีส่วนร่วมในงานสาธารณูปโภคและโครงการ ก่อสร้างต่าง ๆ ของรัฐบาลด้วย แผนการของเขาที่วางไว้จึงอาจมีส่วนในการกีดกัน พี่น้องอิเคงามิจากการบูรณะศาลเจ้าฮะจิมัน ไซโต้ : เป็นไปได้ว่ากองกำ ลังที่จัดตั้งไว้ต่อสู้กับพระนิชิเร็นไดโชนินกำ ลังมองหา โอกาสที่จะโจมตีลูกศิษย์ของท่าน และเมื่อมีการเสนอโครงการบูรณะครั้งใหญ่ หลังเกิดไฟไหม้ใหญ่ในเมืองคามาคูระ พวกเขาจึงพุ่งเป้าไปที่พี่น้องอิเคงามิ อาจารย์อิเคดะ : ไม่ว่าในกรณีใด พี่น้องอิเคงามิก็เป็นจุดสนใจอย่างมาก อันตราย คงมีอยู่จริงจึงอาจมีข้ออ้างบางประการที่จะกดขี่พวกเขา นั่นอาจเป็นสาเหตุที่พระ นิชิเร็นไดโชนินเตือนพวกเขาให้ปฏิบัติด้วยความอดทนและความรอบคอบ โมรินากะ : ท่านนันโจ โทขิมิจึ เป็นลูกศิษย์อีกคนหนึ่งที่พระนิชิเร็นไดโชนินให้การ ยกย่อง ดูเหมือนว่าพระนิชิเร็นไดโชนินจะมีความคาดหวังสูงต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาของท่านโทขิมิจึในฐานะผู้ปกครองท้องถิ่นหนุ่ม [ในหมู่บ้านอุเอโนะ จังหวัดสุรุงะ (ส่วนหนึ่งของจังหวัดชิสุโอกะในปัจจุบัน)] อาจารย์อิเคดะ : ธรรมนิพนธ์ฉบับหนึ่ง พระนิชิเร็นไดโชนินอธิบาย คุณธรรม 4 ประการของขงจื่อแก่ท่านโทขิมิจึ โดยหวังว่าลูกศิษย์ของท่านจะพัฒนาเป็นสมาชิก ที่ดีของสังคม โมรินากะ : ท่านเขียนว่า คุณธรรม 4 ประการ ได้แก่ (1) ความกตัญญูต่อบิดามารดา (2) ความจงรักภักดี ต่อเจ้านาย (3) ความมีมารยาทต่อมิตรสหาย และ (4) ความสงสารและเมตตา
30 ต่อผู้ที่โชคดีน้อยกว่าตน (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 636) อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินไม่มีเจตนาที่จะสอนเรื่องศีลธรรมของ ขงจื่อ แต่มอบคำ สั่งสอนอย่างละเอียดเรื่องทัศนคติที่ให้การเคารพผู้อื่น โดยสรุป จุดประสงค์ของท่านคือการเน้นย้ำ ถึงความสำ คัญของการประพฤติตนด้วย ความรอบคอบและสุภาพต่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็นต่อบิดามารดา เจ้านาย มิตร สหาย หรือผู้ด้อยโอกาส ในแง่นี้ เรื่องนี้ก็คล้ายกับที่ท่านสอนท่านชิโจคิงโงะเรื่อง “ทรัพย์สมบัติของจิตใจ” โมรินากะ : นักบวชฆราวาสมะจึโนะเป็นลูกศิษย์อีกคนหนึ่งที่ได้รับการส่งเสริม กำ ลังใจซ้ำ แล้วซ้ำ อีกจากพระนิชิเร็นไดโชนิน ในธรรมนิพนธ์ฉบับหนึ่ง ท่าน ตักเตือนลูกศิษย์ที่แสดงท่าทีอิจฉาหรือไม่พอใจผู้ศรัทธาคนหนึ่ง โดยอ้างถึง การปฏิบัติของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 756) อีกครั้ง อาจารย์อิเคดะ : นี่เป็นคำ ตักเตือนจากทัศนะที่ให้การเคารพผู้อื่น ไซโต้ : ครับ พระนิชิเร็นไดโชนินอธิบายว่า พระสทาปริภูตโพธิสัตว์เคารพประชาชน ทุกคน รวมถึงผู้ที่ไม่ได้ยึดถือสัทธรรมปุณฑริกสูตรด้วย เพราะปวงสรรพสัตว์ล้วน มีธรรมชาติพุทธะอยู่ พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า นี่คือเหตุผลทั้งหมดที่ว่า ผู้ที่ ยึดถือสัทธรรมปุณฑริกสูตร ห้ามนินทากล่าวร้ายต่อกันและกัน (ธรรมนิพนธ์ฉบับ ภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 756) คำร้องขอเป็นนักบวชฆราวาสของ ท่านชิโจคิงโงะและท่านโทขิโจนิน อาจารย์อิเคดะ : ในการส่งเสริมกำ ลังใจ พระนิชิเร็นไดโชนินยังห้ามท่านชิโจคิงโงะ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ และท่านโทขิโจนินจากการละทิ้งทางโลกมาเป็นนักบวชฆราวาสด้วย [สิ่งที่ทั้งคู่ แสดงความปรารถนาจะทำ เมื่อการต่อสู้ของพวกเขาดูเหมือนจะยากเกินกว่าจะ เอาชนะได้] เรามาพิจารณาประเด็นนี้กันครับ ท้ายที่สุดแล้ว การที่สามารถแสดง ความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อชีวิตของเราเองและของผู้อื่นถือเป็นเรื่องของจิตใจ ไม่ สำ คัญว่าผู้นั้นจะเป็นสงฆ์หรือฆราวาส ไซโต้ : คำ ขอของท่านชิโจคิงโงะเกิดขึ้นท่ามกลางความยากลำ บากที่เราได้พูดคุย กันก่อนหน้านี้ ราว ๆ เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1276 บางทีอาจเป็นเพราะความกังวล และสับสนจนไม่รู้จะทำ อย่างไรต่อไป ดูเหมือนว่าท่านชิโจคิงโงะคิดจะเกษียณและ มาเป็นนักบวชฆราวาสเพื่ออุทิศตนเต็มเวลาให้กับเส้นทางของพุทธธรรม โมรินากะ : พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนถึงเขาดังนี้ สำ หรับความปรารถนาของท่านที่จะเป็นนักบวชฆราวาส ท่านอาจทำ เช่นนั้นได้ ในอนาคต. แม้กระนั้น หากมีสถานการณ์เกิดขึ้นที่ไม่เหมาะกับท่านไม่ว่าทาง ร่างกายหรือจิตใจ ปัจจัยชั่วก็จะหาทางป่วนท่านอีก. ทุกวันนี้มีสตรีที่บวชเป็นชี เพื่อหลอกลวงผู้อื่น ทั้งยังมีบุรุษที่เป็นนักบวชฆราวาสและทำ ชั่วช้าสามานย์. ท่านต้องไม่เข้าไปพัวพันกับเรื่องแบบนี้. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 687) อาจารย์อิเคดะ : ด้วยการรู้ว่าท่านชิโจคิงโงะเพียงแค่รู้สึกท้อแท้และหมดกำ ลังใจ พระนิชิเร็นไดโชนินจึงปฏิเสธที่จะรับเขาเข้าเป็นนักบวชฆราวาส เพียงอาภรณ์ตกแต่งภายนอกของสงฆ์ โดยไม่เปลี่ยนแปลงภายใน ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ผู้คนอาจโกนศีรษะและสวมชุดเสื้อคลุมของนักบวช แต่หากไม่ ได้หล่อหลอมความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นภายในตัวเองด้วยการบ่มเพาะส่วน ที่สำ คัญที่สุดของจิตใจมนุษย์แล้ว พวกเขาก็ยังคงกระทำ ผิดซ้ำ แล้วซ้ำ เล่า หาก
32 ไม่เปลี่ยนแปลงตนเอง ก็จะกระทำ ผิดซ้ำ แบบเดิม ๆ สิ่งสำ คัญคือต้องจ้องมองไปที่จุดอ่อนของเราเองอย่างแน่วแน่ ไม่ใช่ วิ่งหนีจากสิ่งเหล่านั้น แต่ต้องเผชิญหน้าต่อสู้กับสิ่งเหล่านั้น และสร้างตัวตนที่ มั่นคงที่ไม่มีสิ่งใดสั่นคลอนได้ ด้วยการเผชิญหน้าและเอาชนะด้านลบ แนวโน้มที่ ชอบทำ ลาย และการเปลี่ยนชะตากรรมของเรานั่นเองที่ทำ ให้เราสร้างความศรัทธา ที่เข้มแข็งขึ้นมาได้ ในเวลาเดียวกัน พระนิชิเร็นไดโชนินก็ให้กำ ลังใจอย่าง ใหญ่หลวงแก่ท่านชิโจคิงโงะโดยกล่าวว่า “ขณะน้ท่านได้ช่วยเห ีลือนิชิเร็นใน การกระทำความด. ดังนั้น จึงเ ี ป็นเรื่องยากมากที่คนชัวจะ่ประทษร้ายท่าน.ุ ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 687) ท่านชิโจคิงโงะเป็นผู้ปฏิบัติศรัทธาเข้มแข็งซึ่งติดตามพระนิชิเร็น ไดโชนินไปยังลานประหารที่ทะจึโนะคุจิ และเต็มใจที่จะตายเคียงข้างอาจารย์ด้วย ความเชื่อของเขา และยังต่อสู้อย่างแข็งขันเพื่อปกป้องความถูกต้องของอาจารย์ พระนิชิเร็นไดโชนินให้คำ มั่นแก่ลูกศิษย์ว่า ไม่มีใครทำ ลายบุญกุศลของเขาได้อย่าง แน่นอน ชีวิตเต็มไปด้วยสภาพลุ่ม ๆ ดอน ๆ อย่างไรก็ตาม บุญกุศลที่เรา สั่งสมไว้ในส่วนลึกของชีวิตซึ่งตั้งมั่นอยู่บนธรรมมหัศจรรย์จะไม่มีวันถูกทำ ลายได้ ไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม ในยามยาก เราต้องมานะบากบั่นอย่างแน่วแน่ด้วย ความเชื่อมั่นอันลึกซึ้งถึงความจริงนี้ ความยากลำ บากหล่อหลอมและขัดเกลาชีวิตของเรา เพื่อว่าใน ที่สุดแล้ว ชีวิตของเราจะเปล่งประกายด้วยบุญวาสนาและบุญกุศล หากปล่อย ให้อยู่ในสภาพเดิมและไม่ขัดเกลาแล้ว แม้แต่อัญมณีที่งดงามที่สุดก็จะไม่ส่อง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ประกาย เช่นเดียวกับชีวิตของเรา โมรินากะ : ท่านชิโจคิงโงะได้รับการส่งเสริมกำ ลังใจซ้ำ แล้วซ้ำ เล่าจากพระนิชิเร็น ไดโชนินและดำ เนินชีวิตต่อไปด้วยความศรัทธาอันแน่วแน่ตลอดการทดสอบที่ รุมเร้าเข้ามา ในท้ายที่สุด เขาก็ได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายอีกครั้ง ได้รับที่ดิน ในครอบครองใหม่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่และได้รับการชื่นชมยกย่องจากผู้คนใน เมืองคามาคูระ ไซโต้ : เมื่อท่านโทขิโจนินแสดงความปรารถนาจะละทิ้งชีวิตฆราวาสและเข้าสู่การ เป็นสงฆ์ พระนิชิเร็นไดโชนินตักเตือนเขาในลักษณะเดียวกับท่านชิโจคิงโงะ ช่วง กลางทศวรรษที่ 1270 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ท่านชิโจคิงโงะกำ ลังประสบปัญหา ท่านโทขิโจนินก็พบกับโศกนาฏกรรมของตัวเองหลายเรื่องที่ความไม่เที่ยงของชีวิต นำ ความเจ็บปวดมาสู่ครอบครัว โมรินากะ : เจ้านายและมารดาของเขาเสียชีวิตทั้งคู่ และภรรยาก็ล้มป่วย3 ดู เหมือนว่าเหตุการณ์เหล่านี้กระตุ้นความปรารถนาของเขาที่จะเป็นสงฆ์เต็มตัว ไซโต้ : เดือนมีนาคม ค.ศ. 1277 ท่านโทขิโจนินได้ส่งจดหมายสอบถามพระ นิชิเร็นไดโชนินโดยกล่าวถึงความปรารถนาของเขาที่จะบวชเป็นพระ4 ในจดหมาย 3 ชิบะ โยริทาเนะ เจ้านายของท่านโทขิโจนินได้รับบาดเจ็บช่วงการรุกราน ของมองโกลในฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ. 1274 ในเดือนสิงหาคมปีถัดไป โยริทาเนะเสียชีวิต ที่โองิ จังหวัดฮิเซ็น (ปัจจุบันคือจังหวัดนางาซากิและซางะ) ขณะอายุ 37 ปี ปลายเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1276 มารดาของท่านโทขิโจนินถึงแก่กรรม ขณะอายุ 90 ปี และ ประมาณ ค.ศ. 1275 เมียวโจ ภรรยาของเขาก็ล้มป่วย 4 ธรรมนิพนธ์ฉบับนี้อยู่ใน นิชิเร็นชู ชูงะขุ เซนโช (งานเขียนหลักคำ สอนฉบับสมบูรณ์ของนิกายนิชิเร็น) (โตเกียว : ซันคิโบะ บุชโชริน, ค.ศ. 1990), เล่ม 1 หน้า 180 - 181
34 ท่านโทขิโจนินพร่ำ พรรณนาถึงความรู้สึกที่ได้รับเคราะห์กรรมอย่างรุนแรงและ คร่ำ ครวญที่ต้องอยู่ห่างไกลจากพระนิชิเร็นไดโชนิน เขาแสดงความปรารถนาที่ จะรับใช้เคียงข้างพระนิชิเร็นไดโชนินและอุทิศตนเพื่อการปฏิบัติพุทธธรรมอย่าง แน่วแน่ ในเวลาเดียวกัน เขาก็ยังแสวงหาความกระจ่างในหลายประเด็นเกี่ยวกับ การปฏิบัติพุทธธรรมที่ถูกต้อง เป็นต้นว่า เขาควรชำ ระล้างตัวเองให้สะอาดก่อน สวดท่องพระสูตรหลังรับประทานเนื้อสัตว์หรือไม่ อาจารย์อิเคดะ : “ธรรมนิพนธ์เรื่องศรัทธา 4 ปฏิบัติ 5” (ธรรมนิพนธ์ฉบับ ภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 783) คิดว่ามีคำ ตอบของพระนิชิเร็นไดโชนินอยู่ในธรรม นิพนธ์ฉบับนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในธรรมนิพนธ์สำ คัญ 10 ฉบับของพระนิชิเร็นไดโชนิน นี่คือธรรมนิพนธ์สำ คัญที่ท่านอธิบายวิธีที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริก สูตรในสมัยธรรมปลาย โมรินากะ : พระนิชิเร็นไดโชนินชี้ว่า ในยุคอันชั่วร้ายของสมัยธรรมปลายภายหลัง การปรินิพพานของพระศากยมุนีพุทธะ บรรดาผู้ที่อยู่ในขั้นของการได้ยินชื่อและ ถ้อยคำ แห่งความจริง ซึ่งเป็นขั้นของการได้ยินครั้งแรกและศรัทธาในสัทธรรม ปุณฑริกสูตร จะได้รับบุญกุศลที่ไร้ขอบเขตจำ กัด ไซโต้ : นอกจากนี้ท่านยังอธิบายอย่างละเอียดว่า ไม่จำ เป็นต้องยึดถือศีลภายนอก อย่างเป็นทางการ สมัยนั้นในประเทศญี่ปุ่น ความเคลื่อนไหวเพื่อฟื้นฟูการรักษาศีล ทางพุทธศาสนามีเพิ่มมากขึ้น จึงอาจเป็นไปได้ว่าท่านโทขิโจนินซึ่งจิตใจอ่อนแอ ลงเนื่องจากความทุกข์ของตัวเอง ได้ปล่อยให้ตัวเขาเองถูกกระทบกระเทือนจาก แนวโน้มเหล่านี้ อาจารย์อิเคดะ : เพื่อเป็นการตอบสนอง พระนิชิเร็นไดโชนินประกาศว่า ผู้ที่
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ “ปราศจากความเข้าใจใด ๆ เพียงแค่สวดท่องคำว่านัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ด้วยปาก” ก็ “เหมือนจักรพรรดิวัยทารกททรงได้รับการห่อห ี่ ้มอยู่ใน ุผ้าห่อ พระวรกาย” และ “เหนือกว่า . . ผู้ก่อตั้งมนตรยานและนิกายอื่น ๆ ของ พุทธศาสนา” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 788 - 789) ท่านยัง เขียนอีกว่า “ฉะนั้น อาตมาขอให้ประชาชนของประเทศน้ อย่าดูถูก ีลูกศิษย์ ของอาตมา !” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 788) พระนิชิเร็น ไดโชนินยังกล่าวอีกว่า ลูกศิษย์ของท่าน “จะปีติยินดในบ ีุญวาสนาทเหนือกว่า ี่ ทศหรคุณ [ของพระพุทธะ]” 5 (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 789) ท่านสอนว่าสิ่งสำ คัญไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นจิตใจ ผู้ที่ ตั้งตนอยู่ในธรรมธาตุและก่อตั้งชีวิตที่มุ่งสู่ความดีงาม แม้จะเป็นสามัญชนคน ธรรมดาที่ถ่อมตัว ย่อมสมควรได้รับความเคารพอย่างยิ่ง ในทางกลับกัน ผู้ที่ขาด ทัศนคติเชิงบวกและการรู้แจ้งนี้ แม้พวกเขาจะเป็นผู้ก่อตั้งนิกายพุทธศาสนา แต่ ก็ยังมีสถานะต่ำ กว่ามาก นี่เป็นมุมมองสำ คัญต่อความสูงส่งของมนุษย์ “มนุษยนิยมของ โซคา” อยู่บนมุมมองนี้ โมรินากะ : พระนิชิเร็นไดโชนินยังกล่าวอีกว่า “ตราบใดที่ธำรงความศรัทธา มัน่คงย่อมได้รับการปกป้องเต็มทจากเทวดาอย่างแน่นอน ี่ ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับ ภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 614 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 5 หน้า 167) ผู้ที่ศรัทธา เข้มแข็งย่อมได้รับการปกป้องคุ้มครองอย่างแข็งขันจากเทพธรรมบาล 5 ทศหรคุณ : 10 ฉายาของพระพุทธะที่แสดงถึงคุณลักษณะต่าง ๆ เช่น พลัง ปัญญา คุณธรรม และความเมตตากรุณา
36 ตรงกันข้าม จิตใจที่อ่อนแอหรือไม่เด็ดเดี่ยวจะเปลี่ยนไปสู่ความไม่ เชื่อและลบล้างบุญวาสนาออกไป พระนิชิเร็นไดโชนินชี้ถึงเรื่องนี้ไว้ในธรรมนิพนธ์ หลายฉบับ เช่น กล่าวว่า “ลูกศิษย์ของนิชิเร็นไม่อาจประสบความสำ เร็จใน เรื่องใดได้หากข้ขีลาด” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 481 / ฉบับ ภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 198 - 199) และ “คนข้ขีลาดไม่ได้รับคำ ตอบใด ๆ จาก การอธิษฐานของเขา” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1001) อาจารย์อิเคดะ : การปฏิบัติพุทธธรรมคือการต่อสู้กับความชั่วร้ายอย่างต่อเนื่อง เป็นความท้าทายที่ไม่สิ้นสุด ซึ่งหมายถึงการก้าวหน้าต่อไป โดยไม่ถอยแม้แต่ ก้าวเดียว หากจิตใจอ่อนแอ ก็จะพ่ายแพ้ต่อการกระทำ ของมาร คนที่ละทิ้งชีวิตทางโลกด้วยความโศกเศร้ากับความไม่จีรังของโลก และเพื่อหนีจากความเป็นจริงคือพุทธศาสนิกชนจอมปลอม คนที่ไม่อาจเอาชนะ ความโศกเศร้าของตนเองได้จะสามารถปฏิบัติพุทธมรรคซึ่งอุทิศเพื่อแก้ไขความ ทุกข์ของประชาชนทั้งปวงอย่างแท้จริงได้อย่างไร พระนิชิเร็นไดโชนินเรียกร้องให้ ท่านโทขิโจนินอยู่ท่ามกลางผู้คน และขณะที่ประสบความทุกข์และปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นมนุษย์ ก็เพื่อหล่อหลอมเส้นทางสู่ความสุข ท่านจึง กำ หนดวิถีชีวิตที่ถูกต้องเพื่อให้เขาดำ เนินตาม จุดนี้ ผมขอย้อนกลับไปดูข้อความธรรมนิพนธ์ที่ว่า “ผู้ฉลาดเรยกีว่ามนษย์ แตุ่คนโง่เขลาไม่ต่างจากเดรัจฉาน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 852) ไม่มีปัญญาใดสูงไปกว่าการอุทิศชีวิตเพื่อสำ แดงธรรมชาติพุทธะ ของตนและทำ ให้ผู้อื่นกระทำ เช่นเดียวกัน ตรงกันข้าม คนที่ใช้ชีวิตเพื่อกระตุ้น อวิชชาหรือความหลงในตัวเองและผู้อื่นสุดท้ายก็ไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน มหาตมะ คานธี ผู้นำ ทางจิตวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่ของอินเดีย เขียน ว่า “การไม่ใช้ความรุนแรงเป็นกฎของเผ่าพันธุ์ของเรา [มนุษยชาติ] ขณะที่ความ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ รุนแรงเป็นกฎของคนที่โหดร้ายเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน จิตใจที่สงบนิ่งอยู่ในคนที่ โหดร้ายเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานและเขาก็ไม่รู้จักกฎใดนอกจากการใช้พละกำ ลังใน การต่อสู้ ศักดิ์ศรีของมนุษย์จำ เป็นต้องเชื่อฟังกฎที่สูงกว่า เพื่อความเข้มแข็งของ จิตใจ”6 โมรินากะ : โดยสรุป ประเด็นของท่านคือ เพื่อที่จะแยกตัวเราออกจากสัตว์ที่ ต่ำ กว่า เราจำ เป็นต้องพยายามอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้เหนือกว่าสัตว์ทั้งหลายใน แง่ของพัฒนาการทางจิตใจของเรา ไซโต้ : นั่นช่างเป็นความจริงแท้จริง ๆ จากมุมมองของสิบโลก ต้องใช้ความ พยายามอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อรักษาสภาพชีวิตของโลกมนุษย์ หากไม่พยายาม อย่างต่อเนื่องเพื่อเอาชนะตนเอง ก็จะไม่สามารถรักษาสภาพชีวิตนี้ไว้ได้ เมื่อผู้คน ละทิ้งความเป็นมนุษย์ พวกเขาจะตกลงสู่อบายภูมิ 3 หรืออบายภูมิ 47 ทันที ดังนั้นเราจึงต้องพากเพียรปฏิบัติพุทธธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อธำ รงและเสริมสร้าง ความเป็นมนุษย์ของเราให้แข็งแกร่ง แน่นอนว่านั่นคือ “ศีล” ขั้นสูงสุด อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “จงสวดนัมเมยวโฮเร็งเงเ ี คียว ด้วยใจเดยวแีละกระต้นใหุ้ผู้อื่นสวดด้วย สิงน่ ้จะเห ีลือเป็นความทรงจำ เดยวีของชาติน้บนโ ีลกมนษย์ุ ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 64 / ฉบับ ภาษาไทย เล่ม 1 หน้า 181) เมื่อเราเชื่อและมุ่งมั่นที่จะเปิดเผยธรรมชาติพุทธะ 6 มหาตมะ คานธี, รวมงานเขียนของมหาตมะ คานธี (อาเมดาบัด : กองสิ่งพิมพ์ กระทรวงสารสนเทศและการแพร่ภาพกระจายเสียง รัฐบาลอินเดีย), เล่ม 18 (กรกฎาคม–พฤศจิกายน ค.ศ. 1945), หน้า 133” 7 อบายภูมิ 3 คือโลกนรก เปรต และเดรัจฉาน ซึ่งเป็นระดับ สุดใน 10 สภาพชีวิต ที่เรียกว่า สิบโลก อบายภูมิ 4 คืออบายภูมิ 3 รวมกับโลกอสูร ต่ำำ
38 { โปรดติดตามตอนต่อไป } ของเราและช่วยเหลือผู้อื่นให้ทำ เช่นเดียวกัน เราจะทำ ให้ดอกไม้หอมแห่ง ธรรมมหัศจรรย์เบ่งบานในชีวิตของเรา ไม่มีความทรงจำ ใดบนโลกมนุษย์นี้จะ ยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดบนโลกมนุษย์นี้คือเรามีความสามารถที่จะ บ่มเพาะธรรมชาติพุทธะตามความปรารถนาของเราเอง ไม่มีการสูญเสียใดจะ ยิ่งใหญ่ไปกว่าการปล่อยให้ชีวิตของเรายังคงถูกปกคลุมไปด้วยอวิชชา และผลที่ ตามมาก็คือการตกลงสู่อบายภูมิ 3 หรืออบายภูมิ 4 โดยไม่เคยบรรลุศักดิ์ศรีอัน สูงส่งของการตระหนักรู้ถึงศักยภาพสูงสุดของความเป็นมนุษย์ของเราแม้จะได้ เกิดมาเป็นมนุษย์ก็ตาม ขณะนี้มนุษยชาติยืนอยู่ตรงทางแยกของถนน ดังที่ท่านคานธี กล่าวว่า ผู้คนต้องเลือกระหว่างความรุนแรงซึ่งเป็นกฎของป่ากับการไม่ใช้ความ รุนแรงซึ่งเป็นกฎของมนุษยชาติ เราจะสร้างวัฒนธรรมแห่งการไม่ใช้ความรุนแรง บนพื้นฐานความเชื่อในธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคน หรือเราจะเลือก ความรุนแรงป่าเถื่อนซึ่งทั้งตนเองและผู้อื่นยังคงครอบคลุมด้วยความมืดมนและ อวิชชา ขณะนี้มนุษยชาติอยู่ตรงทางแยกอย่างแท้จริง ผมมั่นใจว่าเส้นทาง อันยิ่งใหญ่ของ “พฤติกรรมในฐานะมนษย์ุ ” ของเราคือสิ่งที่จะนำ ผู้คนทั่วโลกให้ เลือกหนทางแห่งสันติภาพ
ก่่อร่่างสร้้างยุุคใหม่่
40 ‘ ’ มีีชีีวิิตเปี่่�ยมด้้วยความปีีติิยิินดีีไร้้ขอบเขตแห่่งธรรมะ ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ฉลองวันที่ 3 พฤษภาคม อัน รุ่งโรจน์ วันแห่งสมาคมโซคา ร่วมกับสมาชิกที่รักยิ่งทั่วทุกหนแห่ง และได้ออกเดิน ทางใหม่อีกครั้งร่วมกับทุกท่านในยุคใหม่นี้ ข้าพเจ้าได้รับคำ แสดงความยินดีจากผู้คนในหลากหลายสาขา อาชีพทั่วญี่ปุ่น รวมถึงรางวัลและการเชิดชูเกียรติจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่ง เป็นเกียรติที่ข้าพเจ้าขออุทิศแด่อาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ และอาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคมท่านแรกกับท่านที่ 2 ด้วยความภาคภูมิใจ การกล่าวขวัญเช่นนี้เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดแจ้งแห่งความไว้วางใจที่ ทุกท่าน สมาชิกที่รักยิ่งของข้าพเจ้า ได้สร้างสมขึ้นผ่านความพยายามที่จริงใจ และแน่วแน่ในชุมชนและสังคมของท่าน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านได้ตั้งปณิธานที่จะ บรรลุภาระหน้าที่ของตน คุณงามความดีที่เกิดจากความเพียรพยายามที่ไม่รู้จัก เหน็ดเหนื่อยของสมาชิกฝ่ายผู้ใหญ่หญิงผู้มีปัญญาและร่าเริงแจ่มใสของเรา ผู้เป็นคุณแม่ของการเผยแผ่ธรรมไพศาล มีความสำ คัญโดดเด่นเป็นพิเศษ ข้าพเจ้านึกถึงบทกวีที่สลักไว้ในใจตั้งแต่ยังหนุ่ม และได้แบ่งปันกับ สมาชิกในเฮียวโงะและพื้นที่อื่น ๆ ในภูมิภาคคันไซ เพราะข้าพเจ้ารู้สึกว่ามี ข้อความที่สำ คัญมาก
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 ก่อร่างสร้างยุคใหม่ ถูกเหยียบย่ำ� แล้วถูกเหยียบย่ำ�อีก แต่ยังคงผลิบาน ดอกแดนดิไลออนที่ยิ้มแย้ม1 ดอกแดนดิไลออนแข็งแกร่งเพราะหยั่งรากลึกลงในผืนดิน เหมือน กับสมาชิกฝ่ายผู้ใหญ่หญิงของเราที่สดใส ไม่ยอมแพ้ และมีชัยชนะตลอดกาล ที่ ข้ามพ้นความยากลำ บากและความทุกข์ยากทั้งหมด * ในวันผู้สืบทอดของสมาคมโซคา (5 พฤษภาคม) ข้าพเจ้าและคุณ คาเนโกะ ภรรยาของข้าพเจ้า ได้เยี่ยมชมห้องที่ระลึกอาจารย์ผู้มีพระคุณของ สมาคมโซคา(ที่ชินาโนะมาจิ กรุงโตเกียว) มีการจัดแสดงสิ่งของที่แสดงถึงการต่อสู้ร่วมกันของข้าพเจ้ากับ ฝ่ายยุวชน ผู้สืบทอดที่เป็นตัวตนของหลักการ “สีครามเข้มกว่าคราม” (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 809) หนึ่งในนั้นคือภาพของข้าพเจ้า กำ ลังคารวะทักทายและให้กำ ลังใจสมาชิกยุวชนของฝ่ายอนาคตที่เมืองคิริชิมะ เกาะคิวชู (เกาะทางใต้สุดใน 4 เกาะหลักของประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งเรียกความทรงจำ ขึ้นมามากมาย นับเป็นเรื่องน่าปลื้มใจที่รู้ว่าสมาชิกที่ข้าพเจ้าสร้างอบรมด้วยความ ตั้งใจแน่วแน่ในเวลานั้นได้เติบโตเป็นผู้นำ ที่ยอดเยี่ยมในปัจจุบัน 1 ข้อความที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น ไม่ทราบผู้ประพันธ์ ‘ ’
42 ในยุคบุกเบิกของการเคลื่อนไหวของเรา ตอนที่ข้าพเจ้าเป็นหัวหน้า เสนาธิการฝ่ายยุวชน ข้าพเจ้าจำ ได้ว่ามีหัวหน้าเขตที่ยอดเยี่ยมท่านหนึ่ง เป็น หัวหน้าเขตอาดาจิของโตเกียว และเป็นที่รู้จักกันดีว่า เขาเดินบอกเล่าพุทธธรรม ของพระนิชิเร็นไดโชนินแก่ผู้อื่นไปทั่วอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยโดยสวมรองเท้าแตะ ทำ จากฟาง และนำ สมาชิกรุ่นน้องฝ่ายยุวชนไปด้วยเสมอ ข้าพเจ้าจำ ได้ด้วยความ ชื่นชมว่าผู้นำ ท่านนี้เคยบอกข้าพเจ้าว่า “ผมทำ ได้ทุกอย่างเพื่อยุวชนของเรา และ ผมตั้งใจว่า หากมีอะไรเกิดขึ้น ผมจะปกป้องพวกเขาด้วยชีวิตของผม” ขอให้ตอบรับคำ อธิษฐานและกำ ลังใจจากสมาชิกฝ่ายผู้ใหญ่ชาย และผู้ใหญ่หญิงผู้สูงส่งเช่นนี้ ผู้เป็นแชมเปี้ยนของคนธรรมดาสามัญ ด้วยการสร้าง โพธิสัตว์จากพื้นโลกผู้มีความสามารถจำ นวนมากยิ่งขึ้น ผู้ซึ่งจะสร้างประโยชน์ สุขแก่ผู้อื่นและสังคม * แม้ในช่วงวันหยุดยาว “สัปดาห์ทอง” เร็ว ๆ นี้ของประเทศญี่ปุ่น2 ผู้ส่ง หนังสือพิมพ์เซเคียว ก็ยังคงส่งหนังสือพิมพ์ต่อไป ผู้ที่เพียรพยายามในการทำ งานอันสูงส่งเพื่อทำ ให้การเผยแผ่ธรรม ไพศาลก้าวหน้า พร้อมทั้งมอบความหวังและกล้าหาญแก่ผู้อื่น จะต้องสั่งสมบุญ วาสนาและบุญกุศลนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน 2 เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสืบราชสมบัติจักรพรรดิ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ผ่านกฎหมายขยายระยะเวลาวันหยุด “สัปดาห์ทอง” ประจำ ปี ที่ปกติจะเริ่มช่วงปลายเดือนเมษายนและสิ้นสุดช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ให้ยาวถึง 10 วัน ในปีนี้ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 ก่อร่างสร้างยุคใหม่ ข้าพเจ้ากับภรรยาสวดมนต์อธิษฐานอย่างจริงจังเพื่อสุขภาพที่ดี อย่างต่อเนื่องและความปลอดภัยสูงสุดของ “วีรบุรุษผู้ไร้มงกฏ” ผู้ส่ง หนังสือพิมพ์เซเคียว ของเรา รวมถึงความสุขของครอบครัวของพวกเขาด้วย * ในจดหมายถึงท่านชิโจคิงโงะและภรรยานิชิเง็นเนียว ซึ่งเป็นผู้ บุกเบิกของสมาชิกของเราในจังหวัดคานางาวะ พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “จง ทกข์เมื่อมุทีกข์ จงสุขเมื่อมุสีข ขอให้ถือว่าทั้งุความทกข์แุละความสขเุป็นความ จริงของชวิต แ ีละสวดนัมเมยวโฮเร็งเงเ ี คียวอย่างต่อเนื่องตลอดไปไม่ว่าอะไร จะเกิดขึ้นก็ตาม แล้วท่านจะได้พบกับความปีติยินดอันไม่ม ี ขอบเขตจำ ี กัดจาก ธรรมะ ขอให้มีพลังศรัทธาเข้มแข็งยิง ๆ ขึ้น ่ ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 681) ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ขอให้เราสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ต่อเนื่องตลอดไป และลงมือปฏิบัติเพื่อธรรมะ ความสุขของผู้อื่น การทำ ให้สังคม ดีขึ้น และการทำ ให้เจตนารมณ์ของพระนิชิเร็นไดโชนินเรื่อง “การก่อตั้งคำสอน ท ี่ ถูกต้ องเพ่ือให้ ประเทศเกิดสันติ” ปรากฏเป็นจริง เมื่อนั้น เราจะบรรลุ สภาพชีวิตแห่งความสุขที่แท้จริง ซึ่งเปี่ยมล้นด้วย “ความปีติยินดไร้ขอบเขตแห่ง ีธรรมะ” มาร่วมกันดำ เนินชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมายอันสูงส่ง สมความ ปรารถนา และบุญวาสนาที่ยิ่งใหญ่ (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2019)
ไดโมขุุแห่่งเสีียงคำำรามของราชสีีห์์การปฏิิบััติิที่่มุ่่งสู่่ความสุุขและมีีชััยชนะขั้้นรากฐาน พวกเราสมาชิกเอสจีไอสามารถสร้างประวัติศาสตร์แห่งการ พัฒนาที่น่าเกรงขามโดยมีความศรัทธาที่ให้ความสำ คัญกับปัจจุบันและอนาคต เป็นพื้นฐาน กล่าวคือ เป็นการมุ่งหน้าจากขณะปัจจุบันสู่อนาคตเรื่อยไปอยู่เสมอ หากปราศจากความยากลำ บากก็ไม่มีการปฏิบัติพุทธธรรมที่ แท้จริง หากปราศจากการต่อสู้ท้าทายก็ไม่มีความสุขที่แท้จริง และนั่นย่อมไม่ใช่ ชีวิตที่แท้จริง และจะไม่มีการบรรลุพุทธภาวะด้วย เมื่อเราปฏิบัติพุทธธรรมของ พระนิชิเร็นไดโชนินด้วยความเข้าใจเช่นนี้ พวกเราจะไม่มีวันพบทางตัน พลังของสภาพชีวิตช่างน่ามหัศจรรย์ พลังของหนึ่งขณะจิตใน ส่วนลึกของชีวิตก็ไร้ขีดจำ กัด ท่ามกลางเหตุการณ์หรือสถานการณ์เดียวกัน ผู้คน สามารถได้รับผลที่แตกต่างกัน และดำ เนินชีวิตแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ขึ้น อยู่กับสภาพชีวิตและหนึ่งขณะจิตของพวกเรา ผู้ที่มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อการเผยแผ่ ธรรมไพศาล จะเห็นท้องฟ้าสีครามใสแห่งบุญวาสนาปรากฏออกมาในชีวิต อย่างรวดเร็ว แผ่ขยายออกไปกว้างไกลราวกับสายลมที่พัดพาเมฆดำ ทั้งหลาย ให้มลายหายไปสิ้น (จากหนังสือชุด ปัญญาเพื่อสรรค์สร้างความสุขและสันติภาพ ตอนที่ 1 “ความสุข” หน้า 147 - 148) ‘ ’