The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Mini Book January-June 2024

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by MuayPatsy, 2024-05-31 07:19:12

Mini Book 1-6.2024

Mini Book January-June 2024

“อุปมาแห่งอัญมณในตะเข็บเสื้อ ี ” ว่า “เมื่อชายยากไร้ได้เห็นมณลี้ำ ค่า หัวใจ ของเขาเต็มไปด้วยความปีติยินดยิีงนัก่ ” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย หน้า 256) เป็นข้อความที่แสดงถึงความปีติยินดีที่รู้ตัวแล้วว่าพระพุทธะมิได้ อยู่ในสถานที่ห่างไกล แต่มีพร้อมอยู่ในชีวิตของตนแต่ดั้งเดิม ดังนั้น ลูกศิษย์ ทั้งหลายจึงได้ให้คำ มั่นสัญญาว่าจะบอกกล่าวความจริงนี้ให้แพร่หลายออกไป คำ ว่า “พระพุทธะ” ในที่นี้ ก็หมายถึง นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว พระ นิชิเร็นไดโชนินแสดงสภาพชีวิตพุทธะของตัวท่านออกมาในรูปลักษณ์ของ โงะฮนซน และก่อตั้งการสวดท่องนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวซึ่งเปิดหนทางแห่งการบรรลุ พุทธภาวะของประชาชนทั้งหลาย ชีวิตที่สวดไดโมขุเพื่อตนเองและผู้อื่น ตลอด จนทุ่มเทเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล จะสามารถเปิดสภาพชีวิตพุทธะ และได้รับ การห่อหุ้มด้วยความปีติยินดีนั่นเอง อาจารย์อิเคดะชี้นำ ว่า “การสวดไดโมขุก็คือการตื่นรู้ว่า ‘ชีวิตของเราคือพระพุทธะ เป็น ตัวตนของธรรมมหัศจรรย์’ ตัวเรามิใช่การดำ รงอยู่เล็ก ๆ ที่ไร้พลังหรืออ่อนแอ ขอ ให้ตระหนักรู้ว่า เราคือตัวตนที่เป็นหนึ่งเดียวกับสกลจักรวาล ซึ่งเป็นชีวิตที่สูงส่ง ที่สุดที่สามารถแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ที่สุดของพระพุทธะออกมาได้” ในความเป็นจริงนั้น คงมีเรื่องที่เราทุกข์ระทมสุดทานทนได้อยู่ มากมาย อย่างไรก็ตาม พลังและปัญญาไร้ขีดจำ กัดที่ทำ ให้เราสามารถข้ามพ้น ไปได้ไม่ว่าจะทุกข์ยากเช่นไร ก็อยู่ในชีวิตของเรานั่นเอง


10 การอธิษฐานที่ทำ ลายความเศร้าโศกเสียใจ ดิฉันได้พบกับอาจารย์อิเคดะในการฝึกอบรมภาคฤดูร้อนเมื่อครั้ง อยู่แผนกเตรียมอุดม และรู้สึกประทับใจในท่าทีที่อาจารย์ได้กรุณาส่งเสริม กำ ลังใจพวกเราอย่างสุดชีวิตท่ามกลางสภาพอากาศร้อนในช่วงกลางฤดูร้อน และ ได้ให้คำ มั่นสัญญาอย่างแน่วแน่ว่า “จะใช้ชวิตบนเส้นทางแห่งอาจารย์กับศิษย์ ีตลอดชัวช่วิต ! ี ” หลังจากนั้น ดิฉันทำ กิจกรรมของฝ่ายยุวชนหญิงอย่างเต็มที่ตามใจ ปรารถนา แล้วจึงแต่งงาน ดิฉันเคยแท้งลูกหลายครั้ง บางครั้งก็อุ้มท้องจนคลอด แต่เสียชีวิตทันทีหลังคลอด ดิฉันและสามีข้ามพ้นความเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก โดยส่งเสริมกำ ลังใจซึ่งกันและกันว่าจะบรรลุภาระหน้าที่ของการเผยแผ่ธรรม และ ทุ่มเททำ กิจกรรมของสมาคม แต่หลังจากนั้น 2 ปี สามีได้จากโลกนี้ไปด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ในวัยเพียง 44 ปี ดิฉันรับความจริงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันไม่ได้ ได้แต่ตะโกนอยู่ ในใจหลายต่อหลายครั้งว่า “ฉันไม่ได้ปรารถนาชีวิตแบบน้ นี ี่ไม่ใช่ชีวิต ของฉัน” เพื่อนสมาชิกทุกคนต่างให้กำ ลังใจอย่างอบอุ่น หลังจากนั้นดิฉันก็ ทำ หน้าที่ในฐานะหัวหน้าเขต (ในเวลานั้น) อย่างเต็มกำ ลัง อย่างไรก็ดี ความเศร้าโศกเสียใจยังคงอยู่ในส่วนลึกของจิตใจของ ดิฉัน รู้สึกทุกข์ใจว่าตัวเองเป็นแบบนี้ แล้วจะบอกกล่าวความยอดเยี่ยมของความ ศรัทธาได้อย่างไร ดิฉันอยากจะทำ ลายกำ แพงของตัวเอง จึงศึกษาคำ ชี้นำ ของ อาจารย์และสวดไดโมขุอย่างถึงที่สุด เมื่อผ่านไป 5 ปี ดิฉันคิดได้จากส่วนลึกของ จิตใจว่า “อาจารย์กรณาอุธิษฐานเพื่อความสขของุพวกเรา อยากจะตอบ สนองการอธิษฐานของอาจารย์ !” จึงเขียนจดหมายถึงอาจารย์ว่า “จะสืบทอด


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 ธรรมนิพนธ์ ความตั้งใจของสามี และดำ เนินชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงจนถึงที่สุดเพื่อแสดง ข้อพิสูจน์ของพุทธธรรม” โดยที่ไม่คาดคิด ดิฉันได้รับการส่งเสริมกำ ลังใจจาก อาจารย์ว่า “ขอให้มชัยชนะอย่างถึงท ีส ี่ ดุ ” ดิฉันมีความเชื่อมั่นในความศรัทธาอย่างมากมาย และสามารถ พูดคุยเรื่องพุทธธรรมได้ เพื่อนที่เลี้ยงดูลูก 2 คนเพียงลำ พังกล่าวว่า “อยากจะ ดำ เนินชีวิตเหมือนกับเธอที่ไม่ว่าเจอเรื่องขมขื่นอย่างไร ก็ข้ามพ้นและดำ เนินชีวิต อย่างมีความหวังได้” และเธอก็เข้ามาศรัทธา เนื่องจากดิฉันผ่านความทุกข์ใจมา จึงเข้าใจจิตใจที่ทุกข์ระทมของเพื่อนได้ ดิฉันยังสามารถแนะนำ ธรรมได้สำ เร็จอีก 3 คน และแต่งงานอีกครั้ง หลังจากนั้น 12 ปี ดิฉันและสามีสามารถดำ เนินชีวิต อย่างถึงที่สุดเพื่อการเผยแผ่ธรรมด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ ขอให้มีจิตใจที่จะตอบแทนบุญคุณอาจารย์ พร้อมกับสวดไดโมขุ อย่างสดชื่นแจ่มใส และเดินหน้าอย่างปีติยินดีกันเถิด (บรรยายโดย คุณสุมิโกะ ฮิราโอะ ผู้ช่วยหัวหน้ารวมจังหวัดคางาวะ ฝ่ายสตรี)


12 ‘ ’ คำชี้นำของอาจารย์อิเคดะ เปิดพระราชวังแห่งจิตใจ ด้วยความศรัทธา “ชีวิตมีเรื่องที่น่าดีใจ ก็ย่อมมีเรื่องที่ขมขื่นและเศร้าใจ อย่างไร ก็ตาม หากถูกทดสอบในเรื่องต่าง ๆ เช่น ความเจ็บป่วย หรือปัญหาการเงิน สิ่ง นั้นมิได้ทำ ให้เราไม่มีความสุขเสมอไป สำ หรับคนที่เดินหน้าด้วยความหวังที่ลุกโชน ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่ง ว่า เอาล่ะ จะไม่พ่ายแพ้หรอกนะ ! จะชนะให้ดูให้ได้นั้น แม้แต่ความยากลำ บาก ก็จะกลายเป็นความปีติยินดี พลังที่เป็นต้นกำ เนิดซึ่งทำ ให้ชีวิตมีความปีติยินดีและ สร้างจิตใจที่เข้มแข็งและท้าทายขึ้นมาได้ก็คือไดโมขุนั่นเอง พระนิชิเร็นไดโชนิน กล่าวว่า ‘นัมเมียวโฮเร็งเงเคียวคือความปีติยินดีท ี่ยิ่งใหญ่ที่ สุดในบรรดา ความปีติยินด’ ี ...ความจริงคือ ทุกคนมีพระราชวังอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีสิ่งใดทำ ลาย ได้ชั่วนิรันดร์อยู่ในจิตใจ กุญแจที่จะไขประตูพระราชวังนั้นก็คือ นัมเมียวโฮ เร็งเงเคียว และความศรัทธา” (จากบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 22 “บททะเลหลวง”)


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 ธรรมนิพนธ์ อธิบายเพิ่มเติม : อุปมาแห่งอัญมณีในตะเข็บเสื้อ ชายยากไร้คนหนึ่งเดินทางไปบ้านเพื่อนเก่าที่รักใคร่สนิทกัน เพื่อน ก็ต้อนรับด้วยการเลี้ยงสุราอาหารมากมาย ชายผู้นั้นรับประทานจนอิ่มและเมา หลับไป พอดีเพื่อนมีธุระด่วนจะต้องเดินทางไปไกล จึงเอา “อัญมณ” เย็บติดไว้ ีในตะเข็บเสื้อ แล้วออกไปเงียบ ๆ เมื่อชายยากไร้ตื่นขึ้นมาก็เดินทางเร่ร่อนต่อไปยังเมืองต่าง ๆ โดย ไม่รู้ว่ามีอัญมณีล้ำ ค่าอยู่ในตะเข็บเสื้อของตน เมื่อมีความเป็นอยู่ที่ยากลำ บาก ก็ จะทำ งานเพื่อที่จะมีเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ซื้ออาหารและเสื้อผ้า เพียงเท่านี้เขาก็รู้สึก พอใจ ในที่สุด เขาก็ได้พบกับเพื่อนเก่าคนเดิมอีก เมื่อเพื่อนเห็นว่าชาย ยากไร้ยังลำ บากอยู่ จึงได้กล่าวว่า “ทำ ไมเป็นอย่างนี้ล่ะ ตอนนั้นผมอยากให้คุณ มีชีวิตที่สุขสบาย นึกอยากได้อะไรก็ได้ดังใจปรารถนา จึงเย็บ ‘อัญมณ’ ไว้ใน ีตะเข็บเสื้อให้ แต่คุณก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ และยังคงลำ บากและทุกข์ยากอยู่ใช่ไหม” เมื่อชายผู้นั้นพบอัญมณี เขาก็มีความปีติยินดี “ชายยากไร้” แสดงถึงผู้ที่ไม่รู้ธรรมะที่ถูกถ้วนแท้จริง ส่วน “อัญมณ” ก็คือ “ ีธรรมชาติพุทธะ” ที่ผู้คนทั้งหลายมีอยู่อย่างเท่าเทียมกัน ........... *** แก้ไข ความเป็นมา บทนิพนธ์เรื่องการก่อตั้งคำ สอนที่ถูกต้องเพื่อให้ประเทศเกิดสันติ (จุลสารสู่ชัยชนะ ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2566 หน้า 9 ย่อหน้าที่ 1 บรรทัดที่ 2) จาก...16 กรกฎาคม ค.ศ. 1260 (ปีบุนโนที่ 1) ที่เขามิโนบุ แก้ไขโดยตัด...ที่เขามิโนบุ ออก


14 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏวััติิมนุุษย์์-ใหม่่” โดย โฮ โงะคูู บทความจากอาจารย์์ไดซาขุุ อิิเคดะ


บทที่ 87) 12 กรกฎาคม การชุมนุมโตเกียวครั้งประวัติศาสตร์ โทกุงาวะ อิเอยาสุ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลทหารโทกุงาวะที่ปกครอง ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 3 ศตวรรษ ได้เลือกเมืองเอโดะ (ปัจจุบันคือโตเกียว) ที่ซึ่ง สามารถมองเห็นยอดเขาฟูจิที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นให้เป็นเมืองหลวง ภาษาญี่ปุ่น คำ ว่า “วิวของฟูจิ” และคำ ว่า “ไม่ยอมแพ” ออก้เสียงเหมือนกัน (คือ ฟูจิมิ) ดังนั้นสำ หรับข้าพเจ้า ภูเขาฟูจิสะท้อนภาพแห่งความ เข้มแข็งและความสง่างามที่ไม่อาจทำ ลายได้เสมอ ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า เมื่อจ้องมองภูเขาฟูจิ ราชาแห่งขุนเขาที่ ไม่สั่นคลอน ท่านอิเอยาสุจึงตัดสินใจสร้างฐานที่มั่นอันแข็งแกร่งขึ้นที่เมืองเอโดะ การก่อสร้างปราสาทดำ เนินการด้วยความอดทนและอุตสาหะเป็นเวลากว่า 3 ชั่วอายุคน ในการสานเสวนาของพวกเรา ดร. อาร์โนลด์ ทอยน์บีได้ระบุชื่อ ท่านโทกุงาวะ อิเอยาสุ ว่าเป็นหนึ่งในผู้นำ ทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล นัก ประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษท่านนี้ประทับใจความสามารถอันน่าเกรงขามของ ท่านอิเอยาสุที่นำ การเปลี่ยนแปลงแนวทางของประเทศอย่างน่าทึ่ง ขณะเดียวกัน ก็สร้างระบบการปกครองที่จะคงอยู่ได้นานหลายศตวรรษด้วยความอุตสาหะ ปัจจุบัน พวกเราสมาคมโซคากำ ลังสร้างป้อมปราการนิรันดร์แห่ง การเผยแผ่ธรรมไพศาลที่จะยืนหยัดอยู่ได้ 1,000 ไม่ใช่สิ แต่เป็นเวลา 10,000 ปี


16 และยาวนานกว่านั้น ต่อไปในอนาคตนิรันดร์ เป็นโครงการก่อสร้างของประชาชน ที่ไม่พึ่งพาอำ นาจทางการเมืองหรือการบีบบังคับ แต่ทำ ตามหลักการอันยิ่งใหญ่ ของการก่อตั้งคำ สอนที่ถูกต้องเพื่อให้ประเทศเกิดสันติ ป้อมปราการหลักของ พวกเราในความเพียรพยายามนี้คือโตเกียว ด้วยเหตุนี้ โตเกียวต้องไม่พ่ายแพ้ จุดมุ่งหมายและภาระหน้าที่ของระบบการของพวกเราใน โตเกียว คือการสร้างคลื่นแห่งชัยชนะอันทรงพลังที่จะแผ่ขยายไปทั่วทุกมุมของ ประเทศญี่ปุ่นและไกลออกไปทั่วโลก โตเกียวยังมีความรับผิดชอบและความ แข็งแกร่งเพื่อการมีชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่า บนพื้นฐานของความสามัคคีแห่ง “ต่างกายใจเดยวี ” และรับรองชัยชนะของสมาคมโซคาไปตลอดตราบนิรันดร์ สองพี่น้องอิเคงามิ ลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน อาศัยและ ทำ งานอยู่ในพื้นที่จังหวัดมูซาชิ ซึ่งปัจจุบันคือกรุงโตเกียว เนื่องจากพี่น้องทั้งสอง เป็นเสาหลักที่สำ คัญในหมู่ฆราวาสของพื้นที่นี้ พระนิชิเร็นไดโชนินจึงมีท่าทีที่ เข้มงวดกับพวกเขาเสมอ และไม่ลังเลที่จะตักเตือนพวกเขาอย่างรุนแรงหากจำ เป็น ท่านบอกกับพวกเขาว่า “ก้อนหินเมื่อถูกเผาจะกลายเป็นเถ้า แต่ทองคำจะ กลายเป็นทองคำ บริสทุธ.์ิ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 497 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 233) คำ ตักเตือนดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึง ความรักอันหนักแน่นของพระนิชิเร็นไดโชนิน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนลูกศิษย์ เพื่อที่พวกเขาจะได้สร้างสภาพชีวิตที่ไม่อาจทำ ลายได้ดั่งเพชร ที่ไม่พังทลายเมื่อ ต้องเผชิญกับการโจมตีจากอุปสรรค 3 มาร 4 ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อพี่น้อง อิเคงามิเอาชนะความยากลำ บากได้ครั้งแล้วครั้งเล่าและบรรลุชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ของพวกเขา ไม่มีผู้ใดปีติยินดีหรือยกย่องพวกเขามากไปกว่าพระนิชิเร็นไดโชนิน ท่านชมเชยความสามัคคีที่พวกเขาแสดงออกมาในยามที่เผชิญความยากลำ บาก


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” โดยเขียนว่า “เคยมเรื่องราวท ียอดเย ี่ ยมกว่าเรื่องราวของ ี่ พวกท่านบ้างไหม” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 499 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 239) พระนิชิเร็นไดโชนิน อาจารย์แห่งพุทธธรรม ช่างมีบุญคุณต่อ พวกเรามากมายมิอาจวัดได้จริง ๆ ! * มีพวกเลวทรามที่จิตใจต่ำ ช้า ไม่สนใจผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำ ของตน ที่หลบซุ่มอยู่ในความมืด จ้องหาทางอย่างน่าละอายที่จะทำ ลายจิตใจ ของผู้ที่มีจิตใจดีงามและจริงใจ อำ นาจคือยาพิษทำ ให้หลงมัวเมาและเป็นพิษ เลโอ ตอลสตอย นักประพันธ์ชาวรัสเซีย ผู้ต่อสู้อย่างแน่วแน่กับอำ นาจเผด็จการทางการเมืองและ อำ นาจทางศาสนาในสมัยนั้น เข้าใจถึงเรื่องนี้ โดยประกาศว่า “ความรักในอำ นาจ ไม่สอดคล้องกับความดี แต่ค่อนข้างสอดคล้องกับลักษณะที่ตรงข้ามกันมาก คือ ความหยิ่งยโส ฉลาดแกมโกง และความโหดร้าย”1 ช่างเป็นความจริงยิ่งนัก ! ทางพุทธธรรม การทำ งานของอำ นาจที่แฝงความร้ายกาจนี้คือ ตัวตนของพญามารแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6 ซึ่งรู้จักกันว่าสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี2 พญามารเป็นตัวแทนของอวิชชาขั้นพื้นฐานที่มีอยู่ในชีวิต โดยใช้ความเพลิดเพลิน 1 เลโอ ตอลสตอย, อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในตัวคุณ - ศาสนาคริสต์ไม่ใช่ในฐานะศาสนาลึกลับ แต่เป็นทฤษฎีชีวิตใหม่, แปลโดย คอนสแตนซ์ การ์เน็ตต์ (ลินคอล์นและลอนดอน : สำ นักพิมพ์มหาวิทยาลัยเนแบรสกา, ค.ศ. 1984), หน้า 242 2 ปรนิมมิตวสวัตดี : สวรรค์ชั้นที่ 6 และสูงที่สุดของสวรรค์ 6 ชั้นของกามภพ โดยทั่วไปเรียกว่าสวรรค์ชั้นที่ 6 และเป็นที่พำ นักของพญามาร (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน, อภิธานศัพท์, หน้า 1266)


18 ยินดีเข้าครอบงำ จิตใจของเหล่าผู้ที่ดำ รงตำ แหน่งที่มีอำ นาจ ทำ ให้พวกเขาแสวงหา ผลประโยชน์และบงการผู้อื่นตามที่ตนพึงพอใจ ผู้ที่ตกเป็นทาสของพญามารจะ กลัวผู้คนตื่นรู้ในคำ สอนที่ถูกต้องและหลุดพ้นเป็นอิสระ พวกเขาอิจฉาและดูหมิ่น คนที่มีความเที่ยงธรรมผู้ซึ่งทำ งานเพื่อความผาสุกและยังประโยชน์สุขของผู้อื่น และโจมตีด้วยการโกหก ใส่ร้ายป้ายสี นี่คือสิ่งที่เราได้เห็นรูปแบบและกระบวนการทำ งานของศัตรู ที่เข้มแข็ง 3 ชนิด ซึ่งอธิบายไว้อย่างชัดเจนอยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรและ ธรรมนิพนธ์ การเผยแผ่ธรรมไพศาลเป็นการต่อสู้อย่างแท้จริง ซึ่งพวกเราต่อสู้ อย่างไม่หยุดหย่อนต่อพลังด้านลบแห่งการทำ ลายล้างเหล่านี้ และมุ่งมั่นที่จะ แผ่ขยายขอบเขตแห่งสันติภาพและความสุขที่แท้จริงของมนุษยชาติตามแนวคิด ของพุทธธรรม “คนชั่วแสดงตัวตนเป็นผู้ทำ ลายความสุขทั้งของตนเองและผู้อื่น ขณะที่คนดีและถูกต้องจะสร้างและพิทักษ์ความสุขของทุกคน”3 นี่เป็นคำ พูด ที่เฉียบคมของเกอเธ นักรบทางจิตวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่ ผู้คอยเฝ้าจับตามอง ความถูกผิดของแวดวงการเมือง ครั้งหนึ่ง อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคมโซคาท่านที่ 2 กล่าว โดยไม่แยแสกับคำ วิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อองค์กรของเราที่ให้การสนับสนุนผู้สมัคร รับเลือกตั้ง ว่า “เป็นสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองทุกคนที่จะต้องเข้าไปมีส่วนร่วม 3 บทสนทนาระหว่าง เกอเธ กับ โยฮันน์ ปีเตอร์ เอคเคอร์มันน์, แปลโดย จอห์น อ็อกเซนฟอร์ด, บรรณาธิการ เจ. เค. มัวเฮด (นิวยอร์ก : สำ นักพิมพ์ดาคาโป, ค.ศ. 1998), หน้า 184


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” ในการสนับสนุนผู้สมัครทางการเมืองที่ตนเลือก ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราสมาคม โซคากำ ลังทำ งานเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำ ให้ความสุข ของมนุษย์ทั้งหลายเป็นจริง ผลการเลือกตั้ง [ของผู้สมัครที่เราสนับสนุน] มีความ สำ คัญ เพราะพวกเขาจะถูกบันทึกไว้ทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศในความ สำ เร็จที่กำ ลังดำ เนินอยู่ของพวกเรา” * วันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1957 [วันนี้เมื่อ 44 ปีที่แล้ว (ค.ศ. 2001)] ที่โตเกียวฝนตกหนัก ขณะนั้นข้าพเจ้าอายุ 29 ปี ถูกคุมตัวอยู่ที่โอซาก้า ถูกจับกุม โดยไม่มีมูลความจริงในข้อหาละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง ที่โตเกียว อาจารย์ โทดะซึ่งกังวลอย่างมากต่อชะตากรรมของข้าพเจ้า ท่านได้ขึ้นนำ ในการผลักดัน เพื่อทำ ลายแผนการชั่วร้ายนี้ของเจ้าหน้าที่ มิตรสหายแห่งความศรัทธาของ พวกเราในโตเกียวที่โกรธเคืองในความอยุติธรรมที่กระทำ ต่อข้าพเจ้า ได้เข้าร่วม กับอาจารย์โทดะในการประชุมที่จัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติในคุรามาเอะ [เขต ไทโต] สมาชิกกว่า 40,000 คนมาชุมนุมกันแม้มีฝนตกหนัก โรงยิมแน่นขนัด เต็มพื้นที่ ผู้คนจำ นวนมากล้นออกมาอยู่ด้านนอก นี่คือการชุมนุมโตเกียวครั้ง ประวัติศาสตร์ที่สมาชิกต่างยืนหยัดขึ้นอย่างกระตือรือร้นเพื่อความยุติธรรม โฆษก ในการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่นี้ ได้ประณามการจับกุมข้าพเจ้ากับคุณทาคาชิ โคอิสุมิ ผู้อำ นวยการทั่วไปสมาคมโซคา โดยไม่มีมูลความจริง และเรียกร้องให้ ปล่อยตัวพวกเราทันที 10 วันผ่านไปนับตั้งแต่ข้าพเจ้าถูกจับกุมเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม วันเดียวกับที่อาจารย์โทดะถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ เมื่อหลายปีก่อน วันที่ 8 กรกฎาคม ข้าพเจ้าถูกย้ายจากสำ นักงานตำ รวจจังหวัดโอซาก้าไปยังศูนย์กักกัน โอซาก้า และถูกสอบปากคำ อย่างไร้ความปรานีวันแล้ววันเล่า


20 เป็นที่แน่ชัดว่า เป้าหมายที่แท้จริงของผู้มีอำ นาจในการบีฑา ครั้งนี้คืออาจารย์โทดะ พนักงานสอบสวนขู่ข้าพเจ้าซ้ำ แล้วซ้ำ เล่าว่าจะบุกค้น สำ นักงานใหญ่สมาคมโซคาในโตเกียวและจับกุมอาจารย์โทดะ นี่เป็นช่วงเวลา เพียง 9 เดือนก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต สุขภาพร่างกายของท่านทรุดโทรมอย่างหนัก ข้าพเจ้ารู้ว่าการถูกจำ คุกจะทำ ให้ท่านเสียชีวิตได้ เช่นเดียวกับที่อาจารย์ จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ ประธานสมาคมโซคาท่านแรกของพวกเราที่ต้องพลีชีพ เพราะถูกทรมาน ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ นี้ ทั้งหมดที่ข้าพเจ้าคิดและ อธิษฐานก็คือ ข้าพเจ้าจะเป็นเกราะป้องกันอาจารย์ผู้มีพระคุณของข้าพเจ้าและ สำ นักงานใหญ่สมาคมโซคา และตลอดเวลาที่ข้าพเจ้าต้องอยู่ในคุก อาจารย์โทดะก็เป็นทุกข์ แสนสาหัสด้วยเช่นกัน ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้าพเจ้า ท่านได้ โทรศัพท์มาที่สำ นักงานคันไซซ้ำ แล้วซ้ำ เล่าเพื่อสอบถามความคืบหน้า * วันที่ 12 กรกฎาคม คือจุดเปลี่ยนสำ คัญในเหตุการณ์นี้ ซึ่งต่อมา เป็นที่รู้จักว่าเหตุการณ์โอซาก้า เมื่อวานตอนเย็น สมาชิกสมาคมกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การละเมิดกฎหมายเลือกตั้งจริง ๆ ซึ่งถูกสำ นักงานอัยการสอบปากคำ และ ปล่อยตัวแล้ว ได้แจ้งผู้นำ ของสมาคมโซคาว่าอัยการบังคับให้พวกเขารับสารภาพ พวกเขาอธิบายว่า อัยการเสนอที่จะปล่อยตัวพวกเขา หากพวกเขายอมรับว่าได้ กระทำ การละเมิดตามคำ สั่งของข้าพเจ้า เมื่ออาจารย์โทดะรู้ถึงเล่ห์เพทุบายนี้ ท่าน จึงออกมาต่อสู้ ประณามความชั่วร้ายของเจ้าหน้าที่อย่างสุดกำ ลัง ในการชุมนุมที่โตเกียว อาจารย์โทดะจัดการสนทนากับสมาชิก


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” 40,000 คนอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีข้อจำ กัดในรูปแบบของการถามตอบ เมื่อ สมาชิกบางคนต่อว่าสำ นักงานใหญ่สมาคมโซคาที่ไม่มีจุดยืนที่เข้มแข็งพอใน เรื่องนี้ อาจารย์โทดะประกาศอย่างดุดันถึงปณิธานที่ล้ำ ลึกและทรงพลังของท่าน ที่จะต่อสู้กับการกดขี่บีฑาที่ไม่ยุติธรรมของรัฐบาล ท่านบอกกับทุกคนว่า “เพราะ เป็นประธาน ผมจึงเตรียมพร้อมเต็มที่ที่จะสละชีวิตของตัวเองหากจำ เป็น เพราะ ฉะนั้นผมจึงไม่เกรงกลัวสิ่งใดเลย ... ดังนั้นอย่าคิดว่าผมจะยอมนิ่งเฉยกับเรื่องนี้ ! [การบีฑาโดยผู้มีอำ นาจ]” หลายวันหลังจากการชุมนุมที่โตเกียว [วันที่ 16 กรกฎาคม] อาจารย์ โทดะมุ่งหน้าไปยังโอซาก้าและไปที่สำ นักงานอัยการท้องถิ่นด้วยสภาพร่างกาย ที่อ่อนแอและผ่ายผอม อาจารย์โทดะจึงต้องให้ผู้นำ สมาคมโซคาที่ติดตามท่าน ช่วยประคองขณะเดินขึ้นบันไดไปยังสำ นักงานอัยการ ท่านก้าวเดินด้วยขาที่ไม่ มั่นคง ความพยายามนี้ทำ ให้ท่านต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อ เผชิญหน้ากับเป้าหมายของท่าน ท่านก็ดึงพลังที่เหลือทั้งหมดออกมาเพื่อประณาม การกระทำ ของอัยการอย่างรุนแรง ราวกับยิงธนูเพลิงเพื่อเผาทำ ลายคำ โกหกและ เปิดเผยความจริง * คุณคาเนโกะ ภรรยาของข้าพเจ้า พร้อมทั้งคุณและคุณนายชิรากิ คุณพ่อคุณแม่ของเธอ ได้เข้าร่วมการชุมนุมวันที่ 12 กรกฎาคม ที่โตเกียวด้วย ความมุ่งมั่นเป็นพิเศษ วันนั้นเป็นวันครบรอบการเข้าเป็นสมาชิกสมาคมโซคาของ ครอบครัวชิรากิในฤดูร้อน ค.ศ. 1941 ปีที่สงครามแปซิฟิกเริ่มต้นขึ้น ปีนี้ [ค.ศ. 2001] ถือเป็นวันครบ 60 ปี ของการเข้าศรัทธาของพวก ท่าน นับตั้งแต่วันที่พวกท่านเริ่มปฏิบัติศรัทธาในพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน บ้านของครอบครัวชิรากิในยางุจิ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตโอตะของกรุงโตเกียวในปัจจุบัน


22 ได้กลายเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล อาจารย์มาคิงุจิ ได้ไปเยี่ยมบ้านของพวกท่านหลายครั้ง สิ่งที่เป็นตำ นานในปัจจุบัน คือการประชุม สนทนาธรรมที่จัดขึ้นที่นั่นในช่วงสงคราม ที่อาจารย์มาคิงุจิมาเข้าร่วมด้วย ท่าน พูดอย่างกล้าหาญภายใต้การสังเกตการณ์ของ “ตำ รวจทางความคิด” ของญี่ปุ่น ซึ่งจะเข้ามาขัดจังหวะท่านบ่อย ๆ เมื่อเนื้อหาที่ท่านพูดกลายเป็นที่ถกเถียงกัน เนื่องจากภรรยาของข้าพเจ้ากับครอบครัวของเธอซึมซับอย่าง ถ่องแท้ถึงจิตวิญญาณของสมาคมโซคาที่ว่า “ถือว่าความทุกข์ยากลำบาก ทั้งปวงคือความสงบและสบายทแท้จริง ี่ ” (อ้างอิง บันทึกคำ สอนปากเปล่า ฉบับ ภาษาอังกฤษ หน้า 115) พร้อมกับประธานสมาคมโซคาท่านแรกและท่านที่สอง ภรรยาและครอบครัวจึงเผชิญกับการจำ คุกของข้าพเจ้าโดยปราศจากความ กังวลใจ พวกท่านตระหนักรู้เป็นอย่างดีถึงพลังของความศรัทธา ก่อนเข้า เป็นสมาชิกสมาคมโซคา คุณแม่ภรรยาของข้าพเจ้าป่วยหนักจนได้รับแจ้งว่าท่าน จะไม่สามารถเดินทางไกลด้วยรถไฟได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าศรัทธา ในพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน ท่านก็ฟื้นคืนสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น และ ในฐานะสมาชิกผู้บุกเบิกฝ่ายสตรีของโตเกียว ท่านได้เดินทางไปอย่างกว้างขวาง ด้วยความกล้าหาญและมีพลัง ไม่เพียงทั่วโตเกียวเท่านั้น แต่ยังไปถึงภูมิภาคที่ ห่างไกลดังเช่น ฮอกไกโด โทโฮขุ ชูบุ และคันไซ ท่านทำ งานอย่างกระตือรือร้น เพื่อแนะนำ พุทธธรรมแก่ผู้อื่นและส่งเสริมกำ ลังใจสมาชิกด้วยการสนทนา ความศรัทธาคือการลงมือกระทำ และการลงมือกระทำ นำ ไปสู่การ บรรลุพุทธภาวะ หลายปีต่อมา เมื่อคุณแม่ของภรรยาไม่สามารถไปไหนมาไหนได้ อย่างสะดวกสบาย ท่านก็ทำ งานของพระพุทธะด้วยเสียงของท่านผ่าน


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” ทางโทรศัพท์ ไม่ว่ากรณีใด สิ่งสำ คัญคือ สมาชิกโตเกียวที่แบกรับความ รับผิดชอบอย่างเต็มที่เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล และทุ่มเทพยายามจนถึงที่สุด เพื่อความก้าวหน้าและชัยชนะที่สมบูรณ์ของสมาคมโซคา นี่คือความภาคภูมิใจ ในกองกำ ลังสำ คัญของการเผยแผ่ธรรมไพศาล ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่าง แข็งขันจากสมาชิกรุ่นบุกเบิกผู้สูงส่งของพวกเรา * วันที่ 15 กรกฎาคม 3 วันหลังจากการชุมนุมที่โตเกียว คุณโคอิสุมิ ผู้อำ นวยการทั่วไปได้รับการปล่อยตัว อย่างไรก็ตามสำ นักงานอัยการก็ยังคงสอบ ปากคำ ข้าพเจ้าในวันนั้นและวันถัดมา ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไม่มีคำ สั่งปล่อยตัว ข้าพเจ้า จนกระทั่งหลังเที่ยงเล็กน้อยของวันพุธที่ 17 กรกฎาคม สมาชิกที่เดินทางไกลมาจากโตเกียวได้มารวมกลุ่มกับสมาชิก คันไซที่มารอรับข้าพเจ้าตรงทางเข้าศูนย์กักกันโอซาก้าตอนที่ข้าพเจ้าถูกปล่อยตัว ตราบเท่าที่มีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืมน้ำ ตาที่เห็นวาววับอยู่ในดวงตาของ พวกเขา * ดั่งการทำ งานที่มหัศจรรย์ของโชคชะตาจะให้เป็นเช่นนั้น พระ นิชิเร็นไดโชนิน พระพุทธะแต่ดั้งเดิมดับขันธ์ที่นี่ในโตเกียว จากมุมมองของ พุทธธรรม ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงที่โตเกียวจะเป็นสมรภูมิหลักใน การต่อสู้ต่อไปเพื่อให้ธรรมะคงอยู่ตราบนิรันดร์ “ท่านต้องกัดฟันอดทน และต้องไม่ย่อหย่อนในความศรัทธา จงกล้าหาญเหมือนนิชิเร็นตอนที่กระทำ และพูดออกมาต่อหน้าเฮอิโนะ ซาเอะมน


24 โนะโจ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 498 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 235) นี่คือคำ ตักเตือนของพระนิชิเร็นไดโชนินแก่พี่น้องอิเคงามิ ซึ่ง เป็นบรรพบุรุษของพวกเราในการต่อสู้กับความยากลำ บากอย่างต่อเนื่องเพื่อ ธรรมะในโตเกียว สิ่งสำ คัญคือต้องมุ่งหน้าเผชิญความท้าทายอย่างกล้าหาญตลอด เวลา นี่คือจิตวิญญาณของโตเกียวที่ไม่ย่อท้อ ซึ่งเป็นกำ ลังหลักของการเผยแผ่ ธรรมไพศาล วิกตอร์ อูโก นักประพันธ์ชาวฝรั่งเศส กระตุ้นเตือนเพื่อนร่วมชาติ ของเขาว่า “พวกเราจะต้องต่อสู้ต่อไปทั้งกลางวันและกลางคืน พวกเราต้องต่อสู้ ทั้งในภูเขา บนที่ราบ และในป่า จงลุกขึ้น ! จงลุกขึ้น ! อย่าหยุดพัก !”4 กรกฎาคมเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการต่อสู้อันกระตือรือร้นของพวกเรา สหายแห่งความศรัทธาผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้าทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่ได้มารวมตัวกันที่โตเกียวด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าเพื่อ ภาระหน้าที่ที่เป็นอธิษฐานกรรมของพวกคุณตั้งแต่สมัยกาลนาน ! ขอให้พวกคุณ แต่ละคนเป็นผู้ที่มีชัยชนะตลอดกาล ! พร้อมตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ ขณะที่เรา ก้าวไปข้างหน้าในการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า ชนะแล้วชนะอีกเพื่อพัฒนาเครือข่าย แห่งการสนับสนุนที่แข็งแกร่งและเติบโตตลอดไป โดยเริ่มต้นที่โตเกียวและขยาย วงกว้างออกไป ซึ่งจะรับรองชัยชนะที่ต่อเนื่องของเราในศตวรรษที่ 21 (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 12 กรกฏาคม ค.ศ. 2001) 4 แปลจากภาษาฝรั่งเศส วิกตอร์ อูโก, เดอปู เล็กซิล : ค.ศ. 1870-1885, ในแอ็ค เอ ปาโรล, เล่ม. 3. (ปารีส : อัลบิน มิเชล, ค.ศ. 1940), หน้า 44


โลกแห่่งธรรมนิิพนธ์์บทสนทนาเกี่่ยวกัับ ศาสนาแห่่งมนุุษยนิิยม


26 บทที่ 17) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น ตอนที่ 1 ชะขุบุขุคือการต่อสู้เพื่อเอาชนะธรรมชาติมาร ที่มีอยู่ในชีวิตของเราเองและในชีวิตของผู้อื่น (ต่อ) โมรินากะ : ข้อความจาก “ธรรมนิพนธ์เรื่องคำพยากรณ์ของพระพุทธะ” กล่าวไว้ดังนี้ อักษร 24 ตัวของพระสทาปริภูตกับอักษร 5 ตัวของนิชิเร็นต่างกันที่ถ้อยคํา แต่ สอดคล้องในหลักการเดียวกัน. ช่วงปลายสมัยรูปธรรมของพระภีษมครรชิตสวร ราชพุทธะ1 กับช่วงเริ่มต้นของสมัยธรรมปลายนี้วิธีที่ทาให้หันมาศรัทธาเหมือนกัน ํ ทุกประการ. พระสทาปริภูตโพธิสัตว์เป็นผู้ปฏิบัติในขั้นปีติยินดีเริ่มแรก นิชิเร็นเป็น ผู้ปฏิบัติปุถุชนในขั้นได้ยินชื่อและถ้อยคําแห่งสัจธรรม. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 400 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 24) ไซโต้ : ประการแรก “คำสอน” เหมือนกัน ท่านกล่าวว่า สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษรของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์และไดโมขุอักษร 5 ตัวของเมียวโฮเร็งเง เคียวมีเจตนารมณ์เหมือนกัน อาจารย์อิเคดะ : ทั้งพระนิชิเร็นไดโชนินและพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ต่างแสดง ความตั้งใจอย่างชัดเจนในการประกาศคำ สอนที่ถูกต้อง ไซโต้ : ประการถัดมาคือตรงกันในแง่ของ “เวลา” พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ดำ รง อยู่ในช่วงปลายสมัยรูปธรรมของพระภีษมครรชิตสวรราชพุทธะ ส่วนพระนิชิเร็น ไดโชนินมีชีวิตอยู่ในช่วงเริ่มต้นสมัยธรรมปลายของพระศากยมุนีพุทธะ ยุคสมัย เหล่านี้ล้วนเป็นยุคชั่วร้ายเมื่อธรรมะกำ ลังจะสูญสลาย ยุคที่คนทะนงตัวอวดดีมี อยู่ดาษดื่นทั่วไปในสังคมและในโลกของศาสนา ด้วยเหตุนี้ ทั้งพระสทาปริภูต


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ โพธิสัตว์และพระนิชิเร็นไดโชนินจึงต้องพบกับความเกลียดชังและการกดขี่บีฑา ถึงกระนั้นก็ตาม พวกท่านก็ยังคงต่อสู้อย่างเหนียวแน่นเพื่อเผยแผ่คำ สอนที่ถูกต้อง อาจารย์อิเคดะ : ในยุคที่ชั่วร้าย คนเราต้องดิ้นรนไม่หยุดหย่อนและต่อสู้ปราศจาก ความกลัวกับธรรมชาติมารที่มีอยู่ในชีวิต ไซโต้ : และประการที่ 3 ตรงกันในแง่ “ขั้นของการปฏิบัติ” การกำ หนดให้พระ สทาปริภูตโพธิสัตว์เป็นผู้ปฏิบัติใน “ขั้นปีติยินดเริ ีมแรก่ ” หมายถึงขั้นของการ ปฏิบัติที่บรรลุโดยผู้ที่อยู่ในสมัยหลังการปรินิพพานของพระศากยมุนีพุทธะ มี ความปีติยินดีเมื่อได้ยินสัทธรรมปุณฑริกสูตร นี่คือขั้นแรกของการปฏิบัติ 5 ขั้น2 ซึ่งแบ่งประเภทของผู้ปฏิบัติธรรมมหัศจรรย์ ภายหลังการปรินิพพานของพระ ศากยมุนีพุทธะ การกำ หนดให้พระนิชิเร็นไดโชนินเป็นผู้ปฏิบัติปุถุชน “ในขั้นได้ยิน ชื่อและถ้อยคำแห่งสัจธรรม” หมายถึงขั้นที่ 2 ของการปฏิบัติ 6 ขั้น3 นี่คือ 1 พระภีษมครรชิตสวรราชพุทธะ : พระพุทธะที่ปรากฏในสมัยกาลนาน กล่าวถึงในสัทธรรมปุณฑริกสูตร “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” 2 การปฏิบัติ 5 ขั้น : ขั้นตอนการปฏิบัติ 5 ขั้นที่พระเทียนไท้กำ หนดขึ้นใน บทนิพนธ์อธิบายศัพท์สัทธรรมปุณฑริกสูตร ตามที่กล่าวใน สัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 17 “บทการจำ แนกบุญกุศล” มีดังนี้ (1) ปีติยินดีเมื่อได้ฟังสัทธรรมปุณฑริกสูตร (2) อ่านและ สวดท่องพระสูตร (3) เทศนาพระสูตรแก่ผู้อื่น (4) ยึดถือพระสูตรและบำ เพ็ญบารมี 6 และ (5) บำ เพ็ญบารมี 6 อย่างถูกต้อง 3 การปฏิบัติ 6 ขั้น : การปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร 6 ขั้นที่พระเทียนไท้กำ หนดขึ้นใน บทนิพนธ์มหาสมถวิปัสสนา คือ (1) ขั้นที่เป็นพระพุทธะทางทฤษฎี (2) ขั้นที่ได้ยินชื่อ และถ้อยคำ แห่งสัจธรรม (3) ขั้นที่ตระหนักรู้และปฏิบัติ (4) ขั้นที่คล้ายการรู้แจ้ง (5) ขั้นที่ตื่นรู้มากขึ้นตามลําดับ และ (6) ขั้นที่รู้แจ้งสูงสุด


28 ขั้นแรกของการได้ยินธรรมมหัศจรรย์และมีความศรัทธา โดยเนื้อแท้แล้ว ขั้นนี้ถือ เป็นขั้นเริ่มแรกของการปฏิบัติ เนื่องจากขั้นแรกของการปฏิบัติ 6 ขั้น คือขั้นที่เป็น พระพุทธะทางทฤษฎี กล่าวคือเป็นบุคคลที่ยังไม่ได้สัมผัสกับการปฏิบัติพุทธธรรม ดังนั้นทั้งผู้ที่อยู่ในขั้นปีติยินดีเริ่มแรกและขั้นได้ยินชื่อและถ้อยคำ แห่งสัจธรรมก็คือปุถุชนที่เพิ่งเริ่มบำ เพ็ญเพียรโพธิสัตว์มรรค อาจารย์อิเคดะ : เนื่องจากการต่อสู้ของเราเป็นการต่อสู้เพื่อการรู้แจ้งของ ประชาชนทุกคน พวกเราแต่ละคนจึงต้องบรรลุชัยชนะที่ชัดเจนในความเพียร พยายามที่จะแสดงสภาพชีวิตพุทธะอันสง่างามให้ปรากฏออกมาในฐานะ ประชาชนคนธรรมดาซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะกลายเป็นผู้วิเศษหรือสิ่งพิเศษใด ๆ การบรรลุพุทธภาวะ คือบุญกุศลของวิธีชะขุบุขุ โมรินากะ : สัทธรรมปุณฑริกสูตรระบุว่า พระสทาปริภูตโพธิสัตว์คือพระศากยมุนี พุทธะในชาติก่อน เมื่อท่านบำ เพ็ญเพียรโพธิสัตว์มรรค ด้วยการปฏิบัติวิธีชะขุบุขุ ซึ่งประกอบด้วยการโค้งคำ นับผู้อื่นด้วยความเคารพอย่างเรียบง่าย พระสทา ปริภูตโพธิสัตว์ได้นำ ผู้คนทุกประเภทเข้าสู่พุทธมรรค แม้กระทั่งผู้ที่ตอบโต้ด้วย ความเกลียดชังและความเป็นศัตรูต่อท่าน ทว่าด้วยการสั่งสมบุญกุศลที่เกิดขึ้น จากการปฏิบัตินี้ ท่านจึงตื่นรู้ในธรรมมหัศจรรย์และบรรลุพุทธภาวะ อาจารย์อิเคดะ : “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” เป็นเพียงที่เดียวในคำ สอนภาค ความเป็นจริง (หรือครึ่งหลัง) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่หลังจากพระศากยมุนี พุทธะทรงชี้แจงถึงการบรรลุการรู้แจ้งที่แท้จริงของพระองค์ในสมัยกาลนานแล้ว ก็ทรงอธิบายถึงการปฏิบัติของพระองค์ในชาติก่อน จากทัศนะดังกล่าว เราสรุป


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ได้ว่าเหตุแท้ของการบรรลุพุทธภาวะของพระศากยมุนีพุทธะในสมัยกาลนานนั้น มีอยู่ในการปฏิบัติของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ เกี่ยวกับการปฏิบัติของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ที่ให้การเคารพผู้อื่น ด้วยการโค้งคำ นับ ใน “บันทึกคำสอนปากเปล่า” พระนิชิเร็นไดโชนินให้ ความเห็นเกี่ยวกับข้อความใน “บทการหยังอาย่กาุลฯ” (บทที่ 16) “เราได้ปฏิบัติ โพธิสัตว์มรรคมาตั้งแต่แรก” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย บทที่ 16 หน้า 374) ดังนี้ คำ ว่า “เรา” ในที่นี้หมายถึงพระศากยมุนีพุทธะ เมื่อพระองค์ทรงปฏิบัติเหตุแท้ เพื่อบรรลุการรู้แจ้งดั้งเดิม ข้อความที่ว่าพระพุทธะ “ได้ปฏิบัติโพธิสัตว์มรรคมา ตั้งแต่แรก” หมายถึงพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ [ที่ได้เกิดใหม่เป็นพระศากยมุนี พุทธะ] ดังนั้นจึงเป็นการบ่งชี้ถึงสถานที่ที่ปฏิบัติให้การเคารพด้วยการโค้งคำ นับ ผู้อื่น” (บันทึกคำ สอนปากเปล่า ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 161) เราตีความหมายได้ว่า พระศากยมุนีพุทธะผู้ปฏิบัติโพธิสัตว์มรรค นับกัปไม่ถ้วนในสมัยกาลนานเพื่อบรรลุการรู้แจ้งดั้งเดิมของพระองค์ ก็มิใช่ ใครอื่นนอกจากพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ไซโต้ : ข้อความ “เราได้ปฏิบัติโพธิสัตว์มรรคมาตั้งแต่แรก” เปิดเผยเหตุแท้ที่ ทำ ให้พระศากยมุนีพุทธะบรรลุพุทธภาวะในสมัยกาลนาน ธรรมะแห่งนัมเมียวโฮ เร็งเงเคียว ซึ่งเป็นคำ สอนแห่งเหตุแท้เพื่อการเป็นพระพุทธะ ได้ซ่อนอยู่ในส่วนลึก ของข้อความนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินเปิดเผยคำ สอนนี้และสั่งสอนผู้คนทั้งหลาย โดย แสดงให้ปรากฏออกมาในรูปของโงะฮนซนแห่งธรรมะเร้นลับอันยิ่งใหญ่ 3 ประการ และด้วยเหตุนี้จึงเปิดหนทางให้ประชาชนทุกคนบรรลุพุทธภาวะได้ อาจารย์อิเคดะ : ในสมัยกาลนาน พระศากยมุนีพุทธะได้ตื่นรู้ถึงธรรมมหัศจรรย์


30 อันเป็นนิรันดร์ที่มีอยู่ในชีวิตของประชาชนทุกคน ได้ปฏิบัติและบรรลุการรู้แจ้ง ด้วยการตื่นรู้ถึงความจริงว่าชีวิตของทุกคนล้วนล้ำ ค่าในฐานะที่เป็นตัวตนของ ธรรมมหัศจรรย์ เขาสามารถยกระดับชีวิตตัวเองไปสู่สภาพชีวิตที่สูงส่งที่สุด นั่น คือโลกพุทธะ ใน “บันทึกคำสอนปากเปล่า” (ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 160) พระ นิชิเร็นไดโชนินกล่าวเพิ่มเติมว่า การเคารพด้วยการโค้งคำ นับของพระสทาปริภูต โพธิสัตว์ยังสอดคล้องกับข้อความใน “บทการหยังอาย่กาุลฯ” ว่า “ตลอดเวลา เราคิดกับตัวเองว่า ทำ อย่างไรเราจึงจะสามารถทำ ให้สรรพสัตว์เข้าสู่มรรค อันสูงสด แุละได้รับกายพระพุทธะโดยเร็ว.” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษา ไทย บทที่ 16 หน้า 384) โมรินากะ : ข้อความนี้ระบุว่า พระพุทธะ “ตลอดเวลา” อธิษฐานและปรารถนา ถึงการรู้แจ้งของสรรพสัตว์ อาจารย์อิเคดะ : ทั้งก่อนและหลังบรรลุการรู้แจ้ง พระพุทธะทรงปรารถนาถึงการ รู้แจ้งของประชาชนทุกคนอยู่เสมอ เพราะนี่คือความปรารถนานิรันดร์ที่มีอยู่ดั้งเดิม ในส่วนลึกของชีวิตสรรพสัตว์ เราจึงถือได้ว่าความมุ่งมั่นตั้งใจของพระสทาปริภูต โพธิสัตว์กับเจตนารมณ์ของพระพุทธะนี้คือสิ่งเดียวกัน จากข้อความเหล่านี้ เราเข้าใจว่าการปฏิบัติของพระสทาปริภูต โพธิสัตว์ที่เรียกว่าการปฏิบัติวิธีชะขุบุขุ เป็นหนทางตรงสู่การบรรลุพุทธภาวะ สำ หรับตนเองและผู้อื่น การปฏิบัติอันสูงส่งที่ช่วยให้เราบรรลุความสุขที่แท้จริง และยั่งยืนสำ หรับตนเองและผู้อื่น โมรินากะ : ในสมัยของพระนิชิเร็นไดโชนิน การปฏิบัติของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ นี้เป็นการทำ ในนามเท่านั้น ดูเหมือนจะมีธรรมเนียมปฏิบัติที่แสดงความเคารพ


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ผู้อื่นเฉพาะในวันที่พิเศษเท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติในชีวิตประจำ วัน4 ในบันทึกประจำ วัน เมอิเงะจึกิ (วารสารพระจันทร์เต็มดวง) ของ ฟูจิวาระโนะเทอิกะ5 เขียนถึงเรื่องนี้ในวันที่ 14 กรกฎาคม ราว ๆ เทศกาลประเพณี ทางพุทธศาสนาที่เชิดชูเกียรติผู้ล่วงลับ ตัวเขาเองจะโค้งคำ นับทุกคนที่เขาพบเจอ ในวันนั้น อาจารย์อิเคดะ : ในสมัยนั้น พระนิชิเร็นไดโชนินคือผู้ประพฤติตนเหมือน พระสทาปริภูตโพธิสัตว์อย่างแท้จริง โดยบอกกล่าวผู้คนเกี่ยวกับแก่นแท้ของ ธรรมมหัศจรรย์และอดทนต่อการกดขี่บีฑาที่รุนแรงและคุกคามชีวิต ท่านแสดง ให้ผู้คนเห็นถึงความหมายของการเป็นผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรและปฏิบัติ ตรงตามที่พระพุทธะทรงสอนไว้ พระนิชิเร็นไดโชนินปฏิเสธการปฏิบัติที่มีแต่วาทศิลป์ในการพูด จูงใจคนหรือพิธีการที่ว่างเปล่า ทว่า ท่านปฏิบัติโดยมุ่งไปที่จิตวิญญาณของธรรม มหัศจรรย์และแสดงปรากฏจิตวิญญาณนี้ออกมาในชีวิตของท่าน ด้วยการปฏิบัติ อันสูงส่ง ท่านได้เปิดหนทางให้ประชาชนทุกคนบรรลุความสุขชั่วนิรันดร์ 4 ตามหนังสือรวมนิทานพุทธศาสนาที่ได้รับความนิยมตั้งแต่สมัยพระนิชิเร็นไดโชนิน เรื่องคันเคียวโนะโทโมะ (สหายในความสันโดษ) เป็นธรรมเนียมปฏิบัติใน วันที่ 14 กรกฎาคมของทุกปีที่จะแสดงความเคารพต่อทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติตาม ลักษณะของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ กล่าวกันว่าการปฏิบัตินี้เริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 9 5 ฟูจิวาระโนะเทอิกะ (ค.ศ. 1162-1241) : รู้จักในชื่อ ฟูจิวาระโนะซาไดเอะ ชนชั้นสูงของสมัยเฮอันตอนปลายและตอนต้นของสมัยคามาคูระ นักกวีและ นักวิชาการด้านวรรณกรรมซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รวบรวม ชินโคคินวากะชู (บทกวีชุดใหม่จากสมัยโบราณและสมัยใหม่) ซึ่งเป็นหนึ่งในกวีนิพนธ์ชั้นแนวหน้า ของกวีนิพนธ์คลาสสิกของญี่ปุ่น


32 การขจัดบาปในอดีต และทำ ให้อายตนะทั้ง 6 สะอาดบริสุทธิ์ โมรินากะ : “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” กล่าวถึงการได้รับบุญกุศลจาก การขจัดบาปในอดีตและทำ ให้อายตนะทั้ง 6 สะอาดบริสุทธิ์ ซึ่งอธิบายว่า พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ปฏิบัติวิธีชะขุบุขุขณะที่อดทนต่อการกดขี่บีฑา และชำ ระ ล้างผลกรรมทั้งหมดที่เกิดจากกรรมด้านลบที่สั่งสมมาในอดีตชาติ (การขจัดบาป ในอดีต) กล่าวกันว่า ขณะที่พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ใกล้จะเสียชีวิต ท่านสามารถ ทำ ให้ชีวิตของท่านสะอาดบริสุทธิ์ (การทำ ให้อายตนะทั้ง 6 สะอาดบริสุทธิ์) ด้วย การฟังธรรมมหัศจรรย์ [หมายถึงสัทธรรมปุณฑริกสูตรของพระภีษมครรชิตสวร ราชพุทธะ] ยังกล่าวอีกว่าท่านได้ยืดอายุขัยออกไปและสนับสนุนการเผยแผ่ พระสูตรนี้ต่อไป เราอาจกล่าวได้ว่านี่คือบุญกุศลของการชะขุบุขุ ไซโต้ : อาจารย์ได้อธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับ “การขจัดบาปในอดตี” ของพระ สทาปริภูตโพธิสัตว์ไว้ในบทที่ 15 ของการสนทนาชุดนี้ 6 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ชะตากรรม ในตอนนั้น อาจารย์อธิบายว่าการบรรลุพุทธภาวะจะเป็นไปได้ก็ ต่อเมื่อเราตื่นรู้ถึงความปรารถนาอันยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับพระพุทธะ นั่นคือเพื่อ ความสุขของตัวเราเองและผู้อื่น จากนั้นเผชิญหน้า ท้าทาย และเปลี่ยนแปลง ชะตากรรมด้านลบของเรา อาจารย์อิเคดะ : รากฐานของทุกสิ่งคือการเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณของ พระพุทธะ จิตวิญญาณของสัทธรรมปุณฑริกสูตร เมื่อเราเป็นหนึ่งเดียวกับพระ พุทธะ เมื่อเราปรับชีวิตของเราให้เข้ากับธรรมมหัศจรรย์ ไม่มีความยากลำ บากใด 6 ดู โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บทที่ 15 การเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ ตอนที่ 2


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ที่เราเอาชนะไม่ได้ จิตใจของพระพุทธะคือความปรารถนาที่มีความเมตตากรุณา อันยิ่งใหญ่และปณิธานที่จะนำ ประชาชนทุกคนไปสู่การรู้แจ้ง ท่ามกลางการต่อสู้ ที่ยิ่งใหญ่เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงภายในและบรรลุปณิธานนี้ เราจึงสามารถพัฒนา และหล่อหลอมชีวิตของเราได้ โมรินากะ : ด้วยการต่อสู้เพื่อนำ ผู้อื่นไปสู่ความสุขและความสมหวังที่แท้จริง เรา จึงทำ ให้อายตนะทั้ง 6 ของตัวเราเองสะอาดบริสุทธิ์ อาจารย์อิเคดะ : นั่นเป็นเพราะว่าการปฏิบัติด้วยวิธีชะขุบุขุของเรามีพลังที่จะ ทำ ลายความหลงหรืออวิชชาขั้นพื้นฐานในชีวิตของเราและของผู้อื่น มีเพียงเพชร ที่ขัดเพชรได้ ทำ นองเดียวกัน มีเพียงมนุษย์ที่ช่วยดึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมของ มนุษย์คนอื่น ๆ ออกมาได้ ไซโต้ : ใน “บันทึกคำสอนปากเปล่า” พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “ขณะนี้ นิชิเร็นและลูกศิษย์ของท่านที่สวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว กำ ลังทำ ให้อายตนะทั้ง 6 สะอาดบริสุทธิ์ ดังนั้น พวกเขากำ ลังทำ หน้าที่ในฐานะธรรมาจารย์แห่งเมียวโฮ เร็งเงเคียวและมีบุญกุศลอันยิ่งใหญ่” (บันทึกคำ สอนปากเปล่า ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 148) ผู้ที่ยึดถือศรัทธาและเผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์ ในยุคที่ชั่วร้ายของ สมัยธรรมปลายจึงสามารถได้รับบุญกุศลมากมายมหาศาล อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่าผู้ที่พยายามอย่างกล้าหาญเพื่อบรรลุ การเผยแผ่ธรรมไพศาลตามที่พระพุทธะสอน โดยไม่เกรงกลัวต่อการกดขี่บีฑา จะ ได้รับบุญกุศลของ ”การบรรลุพุทธภาวะในกายน้ี” และ “การทำ ให้อายตนะ ทั้ง 6 สะอาดบริสุทธ์ิ” เราจะได้รับบุญกุศลและบรรลุการปฏิวัติชีวิตมนุษย์ ได้มากเท่าที่เราท้าทายตัวเองอย่างกล้าหาญเพื่อความก้าวหน้าในการเผยแผ่ ธรรมไพศาลเท่านั้น


34 ใน “บันทึกคำสอนปากเปล่า” พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “คุ ของคำ ว่า คุโดขุ หมายถึงบุญวาสนาหรือความสุข และยังหมายถึงผลบุญ ที่เกิดจากการขจัดความชั่ว ขณะที่ โทขุ หรือโดขุ หมายถึงบุญกุศลที่ได้รับจาก การทำ ความดี” (บันทึกคำ สอนปากเปล่า ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 148) เมื่อเรา ต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อเอาชนะความชั่วร้ายและการคิดลบในตัวเราและผู้อื่น เท่านั้นที่จะทำ ให้พลังแห่งความดีที่มีอยู่ในธรรมมหัศจรรย์ปรากฏออกมา หาก ปราศจากความพยายามอย่างกล้าหาญ ก็ไม่มีบุญกุศลยิ่งใหญ่ที่กำ ลังจะปรากฏ ออกมา เพื่อนำ ไปสู่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง การปฏิบัติวิธีชะขุบุขุจึงเป็น สิ่งสำ คัญ ขณะที่ชีวิตดูเหมือนยาวนาน แต่จริง ๆ แล้วสั้นนัก ในชั่วชีวิต คนเรามีขีดจำ กัดที่จะเรียนรู้หาประสบการณ์ ทว่าเมื่อเราถือว่าความทุกข์ยากของ คนอื่นเป็นของเรา อธิษฐาน ต่อสู้ร่วมกับผู้คนคนแล้วคนเล่า และบรรลุชัยชนะ ด้วยกันกับพวกเขา เมื่อนั้นความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตเราจะแผ่ขยายออกไปอย่าง ไร้ขอบเขตจำ กัด สองเท่า สามเท่า สิบเท่า พันเท่า มีเพียงการที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาและความทุกข์ของผู้อื่น และทำ งานเพื่อความสุขและความผาสุกของผู้อื่นเท่านั้น เราจึงสามารถสั่งสม “ทรัพย์สมบัติของจิตใจ” และสร้างสภาพชีวิตที่มีความสุขที่ไม่มีความทุกข์หรือ เคราะห์กรรมใดที่ทำ ให้ชีวิตเราพลิกผันได้ บุญกุศลของ “การปลูกเมล็ดพุทธะ” และสร้างสายสัมพันธ์ด้วยปัจจัยตรงข้าม ไซโต้ : แม้พระสทาปริภูตโพธิสัตว์จะประสบกับการกดขี่บีฑาที่ไม่หยุดหย่อน


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ท่านยังคงเพียรพยายามเผยแผ่ธรรมต่อไป พระนิชิเร็นไดโชนินก็เช่นกัน ขณะที่ ต่อสู้และเอาชนะการบีฑาครั้งแล้วครั้งเล่า ท่านยังคงต่อสู้เพื่อนำ ทุกคนไปสู่ การรู้แจ้ง เหตุใดพวกท่านจึงยืนกรานในความเพียรพยายามที่จะเผยแผ่ คำ สอนที่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่ผู้คนตอบโต้อย่างรุนแรง เราสามารถพิจารณาได้ว่า เป็น เพราะพวกท่านรู้ว่าการกระทำ ของพวกท่านจะนำ มาซึ่งบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ เพียงพวกท่านเท่านั้น ทว่ารวมถึงทุกคนที่ได้รับการแนะนำ ธรรมจากพวกท่าน โดยตรงด้วย อาจารย์อิเคดะ : คงไม่ต้องกล่าวก็ได้ว่า บุญกุศลนั้นทางด้านหนึ่งมาจากการปลูก เมล็ดพุทธะไว้ในชีวิตผู้อื่น และในทางกลับกันก็ปลูกเมล็ดพุทธะไว้ในชีวิต ของตน โมรินากะ : สัทธรรมปุณฑริกสูตรสอนว่า ชีวิตของสรรพสัตว์ล้วนมีธรรมชาติพุทธะ แต่ดั้งเดิม ซึ่งเป็นเหตุแห่งการบรรลุพุทธภาวะ ทว่าการลงมือ “หว่านเมล็ด” นี่เอง ที่กระตุ้นธรรมชาติพุทธะนี้ให้ตื่นขึ้นมา อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินอ้างอิงถ้อยคำ ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรว่า “เมล็ดพุทธะงอกได้ด้วยปัจจัย และด้วยเหตุน้ ีพระพุทธะจึงเทศนา เอกยาน” 7 (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1117) การได้ยินเกี่ยวกับ ธรรมมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นคำ สอนเดียวที่ช่วยให้ประชาชนทุกคนบรรลุพุทธภาวะได้ คือ “ปัจจัย” เมื่อบุคคลสัมผัสกับปัจจัยนี้ เมล็ดพุทธะก็จะงอกและแตกหน่อ ในที่สุด 7 อ้างอิง สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 2 หน้า 65


36 ดังนั้นการบอกกล่าวใครสักคนเกี่ยวกับพุทธธรรมของพระนิชิเร็น ไดโชนินจึงเป็นการกระทำ ที่สูงส่งที่สุด เป็นการสร้างปัจจัยสัมพันธ์สำ หรับบุคคล นั้นเพื่อบรรลุการรู้แจ้ง ฉะนั้น บุญกุศลของการชะขุบุขุจึงไม่มีที่สิ้นสุด โมรินากะ : กระบวนการพบเจอและยึดถือธรรมะประกอบด้วย 2 ขั้นตอน ได้แก่ การได้ยินธรรมะ และการกระตุ้นให้เกิดความศรัทธาในธรรมะ พระมหา ธรรมาจารย์เมียวลักกล่าวว่า การฟังธรรมะเป็น “เมล็ด” ขณะที่การกระตุ้นความ ศรัทธาคือ “การแตกหน่อของเมล็ด” 8 อาจารย์อิเคดะ : อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคมโซคาท่านที่ 2 เคยให้ ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนี้ การหว่านเมล็ดมี 2 แบบ คือ การหว่านเมล็ดแห่งการฟังธรรม และ การหว่านเมล็ดแห่งความตั้งใจ สมมติว่าคุณพบใครบางคนเป็นครั้งแรกและบอก พวกเขาเกี่ยวกับพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน แต่คน ๆ นั้นไม่ศรัทธา นี่คือ การหว่านเมล็ดแห่งการฟังธรรม ทว่าต่อมา สมมติว่ามีใครบางคนที่ปฏิบัติ พุทธธรรมนี้เข้ามาใกล้ชิดคน ๆ นั้นและสนทนากับพวกเขาเกี่ยวกับความศรัทธา ในธรรมมหัศจรรย์อีกครั้ง และพวกเขาตัดสินใจรับโงะฮนซน นี่คือการหว่านเมล็ด แห่งความตั้งใจ ทั้งสองแบบเป็นการหว่านเมล็ดพุทธะอย่างเท่าเทียมกัน และบุญ กุศลที่ได้รับก็เหมือนกัน9 การหว่านเมล็ดแห่งการฟังธรรมและการหว่านเมล็ดแห่งความตั้งใจ เป็นการกระทำ อันสูงส่งทั้งคู่ที่สอนผู้คนเกี่ยวกับธรรมมหัศจรรย์ ไม่ว่าในกรณีใด 8 อธิบายประกอบ “บทนิพนธ์อรรถกถาสัทธรรมปุณฑริกสูตร” 9 แปลจากภาษาญี่ปุ่น โจเซอิ โทดะ, โทดะ โจเซอิ เซ็นชู (รวบรวมงานเขียนของโจเซอิ โทดะ) (โตเกียว : สำ นักพิมพ์เซเคียว, ค.ศ. 1989), เล่ม 4, หน้า 187


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บุญกุศลในการทำ หน้าที่เป็นทูตของพระพุทธะของเราในสมัยธรรมปลายนั้นไม่มี ขอบเขตจำ กัด อย่างไรก็ตาม เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว พระนิชิเร็นไดโชนินเน้นย้ำ เป็น พิเศษถึงความสำ คัญของการหว่านเมล็ดแห่งการฟังธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบอก กล่าวผู้คนถึงเรื่องของธรรมมหัศจรรย์ และด้วยเหตุนี้จึงทำ ให้พวกเขาสร้าง สายสัมพันธ์กับพุทธธรรมได้ ท่านเขียนว่า เราควรเพียรพยายามทุกวิถีทางในการบอกกล่าวและสร้างเหตุให้พวกเขาได้ยิน สัทธรรมปุณฑริกสูตร ผู้ที่เข้าปฏิบัติศรัทธาย่อมบรรลุพุทธภาวะ ขณะที่ผู้ดูหมิ่น ธรรมก็จะสร้าง “ปัจจัยกลองพิษ” 10 กับสัทธรรมปุณฑริกสูตรและจะบรรลุพุทธ ภาวะเช่นเดียวกัน (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 882) “ปัจจัยกลองพิษ” เรียกอีกอย่างว่าปัจจัยตรงกันข้าม นี่หมายถึง กรณีที่บุคคล เช่น เมื่อได้ยินเกี่ยวกับสัทธรรมปุณฑริกสูตร ไม่เพียงไม่เชื่อใน ขณะนั้นแต่กลับดูหมิ่นคำ สอน ด้วยการได้ยินเกี่ยวกับคำ สอนที่ถูกต้อง เป็นเหตุ 10 ปัจจัยกลองพิษ : ปัจจัยตรงกันข้าม หรือปัจจัยสัมพันธ์ที่เกิดจากการปฏิเสธ สร้างปัจจัยสัมพันธ์กับสัทธรรมปุณฑริกสูตรจากการต่อต้านหรือดูหมิ่นธรรม ผู้ที่ต่อต้านสัทธรรมปุณฑริกสูตรเมื่อมีการเทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตรจะยังคง สร้างปัจจัยสัมพันธ์กับพระสูตรด้วยบุญกุศลของการต่อต้าน และจะบรรลุพุทธภาวะในที่สุด “กลองพิษ” คือกลองในตำ นานที่ทาด้วยยาพิษ นี่เป็นการอ้างอิงถึงข้อความในนิรวาณสูตร ที่ว่าเมื่อตีกลองพิษทุกคนที่ได้ยินจะต้องตาย แม้ว่าพวกเขาจะไม่ตั้งใจฟังก็ตาม ทำ นอง เดียวกัน เมื่อมีการเทศนาคำ สอนที่ถูกต้อง ทั้งผู้ที่ยอมรับและผู้ที่ต่อต้านก็จะได้รับ เมล็ดพุทธะอย่างเท่าเทียมกัน และแม้กระทั่งผู้ที่ต่อต้านก็จะบรรลุพุทธภาวะในที่สุด ในการเปรียบเทียบนี้ “ความตาย” ที่เป็นผลจากการได้ยินคำ สอนที่ถูกต้องคือความตาย ของความหลงหรือกิเลส อุปมานี้ใช้เพื่อแสดงให้เห็นถึงบุญกุศลถึงแม้เป็นปัจจัยตรงกันข้าม กับพุทธธรรมก็ตาม


38 ให้บุคคลนั้นสร้างปัจจัยสัมพันธ์กับคำ สอนนั้น และต่อมาเขาหรือเธอจะสามารถ บรรลุพุทธภาวะได้แน่นอน ไซโต้ : เมื่อเราพูดคุยกับผู้อื่นและให้พวกเขาได้ยินเกี่ยวกับธรรมมหัศจรรย์ ธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่ในส่วนลึกของชีวิตพวกเขาจะถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นอย่าง แน่นอน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะตอบสนองต่อสิ่งที่เรากำ ลังพูดหรือกระตุ้นจิตใจแห่ง ความศรัทธาหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคนคนนั้น แต่ไม่ว่ากรณีใด ธรรมชาติพุทธะที่หลับ อยู่นิ่ง ๆ ของผู้นั้นก็จะถูกกระตุ้นอย่างไม่ต้องสงสัย อาจารย์อิเคดะ : ตัวอย่างเช่น แม้บางคนอาจไม่เชื่อในคำ สอนที่ถูกต้องได้ฉับพลัน ทันที แต่เวลานั้นจะมาถึงอย่างแน่นอนเมื่อคนคนนั้นผู้ได้รับการหว่านเมล็ดพุทธะ ในชีวิตอันเป็นผลจากการได้ยินเกี่ยวกับธรรมมหัศจรรย์ ยึดถือศรัทธาในคำ สอน ที่ถูกต้อง นี่คือเมล็ดที่แค่ปลูกไว้ ทันทีที่ได้รับปัจจัยเหมาะสมก็จะงอกแตกหน่อ ออกมาในที่สุด ดังนั้นไม่ว่าผู้คนจะศรัทธาหรือไม่ก็ตาม สิ่งสำ คัญคือขอให้เรา อธิษฐานเพื่อความสุขของพวกเขา ทุ่มเทตัวเราอย่างจริงใจเพื่อพวกเขาและอธิบาย ให้พวกเขาฟังอย่างกล้าหาญถึงความยิ่งใหญ่ของพุทธธรรม พระนิชิเร็นไดโชนิน ยังคงประกาศคำ สอนที่ถูกต้องอย่างสงบไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย กระทั่งผู้ที่ ปฏิบัติต่อท่านด้วยความเกลียดชังกดดันทางการเมืองและใช้กำ ลังดุดันมา บีฑาท่าน ดร. มาร์การิต้า ไอ. โวโรบีโอวา-เดสยาตอฟสกายา ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทางที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับสัทธรรมปุณฑริกสูตรและหัวหน้าแผนกต้นฉบับที่ สาขาเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของสถาบันการศึกษาตะวันออกแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์ รัสเซีย ได้เขียนคำ นำ ฉบับภาษารัสเซียแก่คำ บรรยายของผมใน “บทกศโุลบาย” และ “บทการหยังอาย่กาุลฯ” ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร ในคำ นำ เธอได้กล่าว


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ถึงข้อความสำ คัญของสัทธรรมปุณฑริกสูตรโดยแสดงความคิดเห็นว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทำ สิ่งไม่ดี หรือตกต่ำ ในสังคมเพียงใด พระพุทธะจะไม่มีวัน ทอดทิ้งคุณเด็ดขาด ชีวิตของคุณจะไม่สูญเสียคุณค่า พระพุทธะทรงสั่งสอน ตักเตือน ตำ หนิดุว่า และให้อภัย ด้วยความอดทนและพากเพียร สัทธรรมปุณฑริก สูตรประกาศว่าประชาชนในโลกนี้ไม่ใช่คนอ่อนแอหรือช่วยเหลือไม่ได้ ด้วยถ้อยคำ ที่ว่า “ตนเป็นที่พงแห่งตน่ึ ” คำ สอนนี้ของพระพุทธะที่มอบแก่ประชาชนจึงเป็น บ่อเกิดแห่งกำ ลังใจอันยิ่งใหญ่มหาศาล ช่วงเวลาที่ยาวนานมากนับตั้งแต่พระศากยมุนีพุทธะเสด็จ ปรินิพพาน พระพุทธะมิได้เฝ้าดูประชาชนอย่างเงียบ ๆ จากดินแดนที่อยู่ห่างไกล เสียงของพระพุทธะยังคงเทศนาสั่งสอนพวกเราจวบจนทุกวันนี้ด้วยเสียงของ ผู้สืบทอดคำ สอนของพระองค์อย่างถูกต้อง เสียงของผู้สืบทอดและถ่ายทอดเสียงของพระพุทธะ เสียงเหล่านี้ ไม่ใช่เสียงใครอื่นนอกจากเสียงของพวกเราเองในขณะที่เราปฏิบัติวิธีชะขุบุขุ พฤติกรรมของพระพุทธะที่ช่วยประชาชนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ มาโดยตลอดขณะที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อผู้ใดมีอยู่ในการปฏิบัติวิธีชะขุบุขุเพื่อทำ ให้ ประชาชนตื่นรู้ต่อธรรมมหัศจรรย์ สมาคมโซคาสานต่อเจตนารมณ์และพฤติกรรม นี้ของพระพุทธะ ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการต่อสู้นี้มั่นใจได้ว่าจะได้รับบุญกุศล มากมายสุดคณานับ “ต่อสู้เพื่อปกป้องความจริงและพละกำ ลังของคุณจะเพิ่มเป็นสอง เท่า” นี่คือคำ พูดที่ผมสลักไว้ในจิตใจตั้งแต่วัยยุวชน ไม่มีใครเทียบได้กับบุคคลที่ ยืนหยัดเพื่อปกป้องสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีใครเข้มแข็งเท่ากับคนที่สนับสนุนความจริง ราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน นักคิดชาวอเมริกันกล่าวว่า “คนที่ยืนหยัดด้วยตัวเอง


40 จักรวาลก็ยืนเคียงข้างเขาด้วย”11 โมรินากะ : ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ผู้นำ การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง ของอเมริกา บรรยายการต่อต้านด้วยสันติวิธีตามที่เป็นไป “บนพื้นฐาน ความเชื่อมั่นที่ว่าจักรวาลอยู่ข้างความยุติธรรม”12 อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า [แม้จะเป็นการขัดขวางด้วยตัวของพญามารแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6] แต่เป็นเพราะ เทพธรรมบาลทั้งหลายมาช่วยเหลืออาตมา อาตมาจึงรอดพ้นแม้กระทั่งการบีฑา ที่ทะจึโนะคุจิ และรอดพ้นจากการบีฑาครั้งใหญ่อื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัย ถึงตอนนี้ พญามารคงท้อแท้ไปแล้วกระมัง (ธรรมนิพนธ์ หน้า 843) ไม่มีพันธมิตรใดที่แข็งแกร่งกว่าเทพธรรมบาล พระพุทธะ และ โพธิสัตว์ทั้งหลายทั่วทั้งสกลจักรวาล เมื่อเรายึดหลักความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ต่อ สิ่งที่เป็นความจริงและถูกต้อง พลังจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลก็จะพรั่งพรูไป ทั่วร่างกายของเรา ความกล้าหาญและปัญญาจะพวยพุ่งออกมาราวกับกระแส น้ำ ที่เชี่ยวกราก พระนิชิเร็นไดโชนินเปิดเผยสภาพชีวิตที่เปี่ยมสุขและไร้ขอบเขตของ ท่านด้วยถ้อยคำ ที่ว่า สิ่งที่ทำ ไปทำ ให้อาตมาต้องโทษเนรเทศ แต่นั่นเป็นความทุกข์เล็กน้อยที่รับในชาติ นี้และไม่ควรค่าต่อการคร่ำ ครวญ. ชาติหน้าอาตมาจะมีความสุขเหลือคณา ความ คิดนี้ทำ ให้อาตมาปีติยินดีอย่างยิ่ง. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 287 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 187 - 188)


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ทำ นองเดียวกัน ขอให้มั่นใจว่าด้วยการกระทำ อันเที่ยงธรรม ของเราในการเผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์ที่สอดคล้องกับจิตใจของพระพุทธะแห่ง สมัยธรรมปลาย เรากำ ลังสร้างบุญวาสนาและบุญกุศลอันกว้างใหญ่ไพศาล เท่าสกลจักรวาล { โปรดติดตามตอนต่อไป } 11 ราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน, ผลงานฉบับสมบูรณ์ของราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน เรียบเรียงโดย เอ็ดเวิร์ด วัลโด เอเมอร์สัน (บอสตัน : บริษัท ฮัฟตัน มิฟฟลิน, ค.ศ. 1903), เล่ม 6, หน้า 193 12 มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์, ก้าวสู่อิสรภาพ : เหตุการณ์มอนต์โกเมอรี (ซานฟรานซิสโก : ฮาร์เปอร์ ซานฟรานซิสโก, ค.ศ. 1986), หน้า 106


42 ก่่อร่่างสร้้างยุุคใหม่่


การส่่งมอบสายลมฤดููใบไม้้ผลิิ แห่่งกำำลัังใจ ฤดูใบไม้ผลิสำ หรับต้นซากุระโซคาได้มาถึงแล้ว ต้นซากุระยุวชน ที่ประดับประดาอาคารสำ นักงานใหญ่สมาคมโซคามายาวนานก็กำ ลังเบ่งบาน เช่นกัน ขอบคุณสำ หรับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากคนสวนผู้เชี่ยวชาญมาเป็น เวลาหลายปี พระนิชิเร็นไดโชนินก็รักต้นซากุระ โดยใช้ในการอุปมาว่า “มดอกไม้อยู่ในต้นไม้ ี ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 359 / ฉบับ ภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 351) เพื่ออธิบายเรื่องสิบโลกมีพร้อมซึ่งกันและกัน เราไม่ สามารถมองเห็นดอกไม้ที่ซ่อนอยู่ภายในต้นไม้ในช่วงฤดูหนาว ทว่าเมื่อถึง ฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้จะบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมขจรขจาย สภาพชีวิตพุทธะในชีวิต เราก็ปรากฏออกมาในลักษณะเดียวกันนี้ ตามหลักการดังกล่าว ครอบครัวโซคาได้ทำ ให้ดอกไม้แห่งข้อพิสูจน์ ด้านความเป็นจริงในการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมบานสะพรั่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไร ขึ้นก็ตาม สมาชิกของเราจะมุมานะต่อไปด้วยคำ อธิษฐานอันแรงกล้าและความ เพียรพยายามที่แน่วแน่ พร้อมดึงพลังอันไร้ขีดจำ กัดของธรรมมหัศจรรย์ออกมา เพื่อทำ สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ * ‘ ’


44 ขณะที่เดินบนเส้นทางต้นซากุระของโซคา เราจะอยู่ด้วยกันกับ พระนิชิเร็นไดโชนินเสมอ ใน บันทึกคำ สอนปากเปล่า พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “นิชิเร็น และลูกศิษย์ทั้งหลาย ผู้สวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ทุกคนและทั้งหมดจะ ‘ไปถึง สถานที่ที่มีทรัพย์สมบัติด้วยกัน’ [อ้างอิง สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 7 หน้า 238] คำ ว่า ‘ด้วยกัน’ นี้หมายความว่า ตราบเท่าที่พวกเขา อยู่ด้วยกันกับพระนิชิเร็นไดโชนิน พวกเขาจะไปถึงดินแดนทรัพย์สมบัติ” (บันทึก คำ สอนปากเปล่า ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 77 - 78) ไม่มีสิ่งใดสามารถขวางความก้าวหน้าของเราได้หากเรามุมานะ และท้าทายตนเองในการทำ ให้การเผยแผ่ธรรมไพศาลก้าวหน้าพร้อมกับพระ นิชิเร็นไดโชนินและสอดคล้องกับธรรมมหัศจรรย์ เทพธรรมบาลทั่วสกลจักรวาล จะเริ่มเคลื่อนไหว และหนทางข้างหน้าจะเปิดออกอย่างแน่นอน การทำ งานหนักและความเพียรพยายามของเราเพื่อการเผยแผ่ ธรรมไม่เคยสูญเปล่า เมื่อมองย้อนกลับไปจะเห็นว่า ท่ามกลางช่วงเวลาที่ยาก ลำ บากที่สุดก็คือเวลาที่เราได้พัฒนาก้าวหน้าในการปฏิวัติชีวิตมนุษย์ของเรามาก ที่สุด ซึ่งขณะนี้ส่องประกายเป็น “ความทรงจำของชวิตชาติน ี ้บนโ ีลกมนษย์ุ ” ที่ล้ำ ค่า (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 64 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 1 หน้า 181) อาจารย์โทดะประกาศว่า การเป็นลูกศิษย์ที่แท้จริงของพระนิชิเร็น ไดโชนิน เราต้องนำ พุทธธรรมมาปฏิบัติในสังคมและมุมานะอย่างสุดความ สามารถเพื่อความผาสุกของผู้อื่น ประเทศของเรา และโลก นี่คือการเข้าร่วมการเดินทางที่ต่อสู้เพื่อเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งจะ


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 ก่อร่างสร้างยุคใหม่ สร้างอบรมสายธารแห่งผู้มีความสามารถรุ่นใหม่อย่างไม่ขาดสาย และการช่วย ให้ผู้คนรอบตัวสร้างสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน จะ ทำ ให้เรามีมิตรสหายผู้ร่วมกันเดินทางมุ่งสู่ “ดินแดนทรัพย์สมบัติ” อันเป็นโลก ที่แผ่ซ่านด้วยความสุขและสันติภาพได้มากขึ้น * พุทธธรรมบรรยายถึงสมัยธรรมปลายว่าเป็นยุคสมัยแห่งการ ทะเลาะเบาะแว้งและข้อพิพาท เป็นยุคแห่งความขัดแย้งและปัญหาไม่จบสิ้น ทุก ที่ในสังคมล้วนเสี่ยงต่อการแบ่งแยกที่พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวถึงว่าเป็น “กบฏ ภายใน” หรือ “การสู้รบภายใน” เจตนารมณ์ของพระนิชิเร็นไดโชนินในการ “ก่อตั้งคำสอน ท ี่ ถูกต้ องเพ่ือให้ ประเทศเกิดสันติ” หมายถึงการทำ งานเพื่อเปลี่ยนแปลง แนวโน้มที่ก่อให้เกิดการแบ่งแยกจากขั้นรากฐานด้วยพลังของธรรมมหัศจรรย์ โดย มีจุดประสงค์สำ คัญคือการสร้างโลกที่งดงามแห่งความกลมเกลียวระหว่างมนุษย์ ที่ซึ่งผู้คนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข พร้อมทั้งเผยความสามารถเฉพาะตัว และศักยภาพตามหลักของ “ซากระ บ๊วย ท้อ สาุลี่” (บันทึกคำ สอนปากเปล่า ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 200) ปัจจุบัน ความสามัคคีที่งดงามซึ่งรวมความแตกต่างของเรากำ ลัง ส่องประกายด้วยแสงอันสว่างไสวของสันติภาพ และแสดงให้เห็นถึงความสามัคคี ที่อยู่เหนือความแตกต่างทั้งปวง เป็นที่ชุมนุมของยุวชนและรวมผู้คนต่างวัยจาก ทุกชนชั้นและเชื้อชาติด้วยกัน พระนิชิเร็นไดโชนิน เขียนไว้ว่า “ยิ่งสรรเสริญบุญกุศลของ สัทธรรมปุณฑริกสูตร บุญกุศลของตนเองจะยิ่งเพ่ิมพูน” (ธรรมนิพนพธ์


46 ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 673 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 5 หน้า 285) การส่งเสริมกำ ลังใจมีพลังเหลือเชื่อ จุดประกายความหวังและ ไฟแห่งความกล้าหาญ ฤดูใบไม้ผลิคือฤดูกาลแห่งการเริ่มต้นใหม่ในประเทศญี่ปุ่น ทั้งการ เริ่มต้นภาคเรียนใหม่ การเริ่มเข้าทำ งานใหม่ และการย้ายถิ่นที่อยู่ใหม่ ขอให้เรา ปลุกเร้าเพื่อนสมาชิกและผู้คนในชุมชนของเราอย่างอบอุ่นและร่าเริงเบิกบานด้วย สายลมฤดูใบไม้ผลิแห่งกำ ลังใจ ขณะที่มุ่งสู่วันที่ 3 พฤษภาคม วันแห่งสมาคมโซคา อันรุ่งโรจน์ อีกครั้ง ขอให้พวกเราทำ งานร่วมกันเพื่อทำ ให้ดอกไม้แห่งบุญวาสนาและความสุข เบ่งบานอย่างเลอเลิศสง่างาม (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 2019)


ไดโมขุุแห่่งเสีียงคำำรามของราชสีีห์์การปฏิิบััติิที่่มุ่่งสู่่ความสุุขและมีีชััยชนะขั้้นรากฐาน เมื่อมีความยากลำ บากเกิดขึ้น พระนิชิเร็นไดโชนินสอนว่า “คนฉลาดจะดใจ ส่วน ีคนโง่เขลาจะท้อถอยไป” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 637) ยิ่งเราเผชิญความท้าทายมากเท่าใด เราควรจะก้าวไปข้างหน้า ด้วยความปีติยินดียิ่งขึ้น และรับมือกับเรื่องเหล่านั้นด้วยความมุ่งมั่นมากขึ้น นี่คือแก่นแท้ของพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินและเป็นวิถีการดำ เนินชีวิต ที่มีคุณค่าสูงสุด... ผู้ที่สามารถค้นพบความปีติยินดีในทุก ๆ เรื่อง ผู้ที่สามารถ เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งให้กลายเป็นความปีติยินดี คือผู้เชี่ยวชาญศิลปะการใช้ชีวิต ที่แท้จริง ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “ปราชญ์และอริยบุคคลถูกทดสอบด้วยการถูกกล่าวร้าย” (ธรรมนิพนธ์ฉบับ ภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 303) บุคคลสำ คัญที่แท้จริงจะแตกต่างจากผู้อื่นตรงที่ สามารถอดทนต่อคำ วิพากษ์วิจารณ์และการกล่าวร้าย และดำ เนินชีวิตที่น่าพึง พอใจโดยสงบ การค้นพบความปีติยินดีในทุกสิ่ง กล่าวคือ เมื่อเปี่ยมด้วยความ สุข ท่านย่อมทำ ให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างสบายใจ ทำ ให้ใบหน้าของพวกเขามีรอยยิ้ม และสร้างคุณค่าได้ (จากหนังสือชุด ปัญญาเพื่อสรรค์สร้างความสุขและสันติภาพ ตอนที่ 1 “ความสุข” หน้า 141 - 142) ‘ ’


สารบัญ บทบรรณาธิการของประธานมิโนรุ​ฮาราดะ จงเปล่งประกายในฐานะยุวชน 3 ผู้สืบทอดและโพธิสัตว์จากพื้นโลก ธรรมนิพนธ์ คันธนูกับลูกธนู 7 ความคิดคำ นึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” บทที่ 88) โอซาก้า - เมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ 15 แห่งประชาชนของประเทศญี่ปุ่น โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บทสนทนาเกี่ยวกับศาสนาแห่งมนุษยนิยม บทที่ 18) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น (ตอนที่ 2) 27 ก่อเกิดความดีด้วยการปฏิบัติตนในฐานะพุทธศาสนิกชน ก่อร่างสร้างยุคใหม่ บรรลุชัยชนะอันรุ่งโรจน์แห่งอาจารย์กับศิษย์ 45 1 2 3 4 5


2 สมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย email: [email protected] www.sgt.or.th บรรณาธิิการ นวรััตน์์ ชิิโนมีี กองบรรณาธิิการ เรืืองระวีี ไชยพููนพััฒน์์ พััชรีี โพธิิพััฒน์์ธนากร ณััฐพร งามสิิ ริิ กุุล ภาษาญี่่�ปุ่่�น เพีียงตา หลิิมไชยกุุล อนงค์์นาถ มโนจุุ รีีหกุุล อาคิิโกะ โฮโซดะ โยโกะ โอดะ สมพร เจนจารุุ พัันธุ์์กุุล ภาษาอัังกฤษ หทััยรััตน์์ แซ่่ จึึง ศศมน โพธิิ พััฒน์์ธนากร ทิิพย์์ สุุดา บุุนฑารัักษ์์ ออกแบบสร้้างสรรค์์ กุุลลดา อััศวฉััตรโรจน์์ พิิสููจน์์ อัักษร วรรณีี สถาพรพิิชญ์์ผู้้จััดการ ณริินทร์์ ลััทธยาพร สงวนลิิขสิิทธิ์์�โดยสมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย ISSN 2586-8675


บทบรรณาธิการของ ประธานมิโนรุ ฮาราดะ (ในวารสารไดเบียะขุเร็งเงะ)


4 ‘ ’ จงเปล่่งประกายในฐานะยุุวชน ผู้้�สืืบทอดและโพธิิสััตว์์จากพื้้�นโลก วันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1954 อาจารย์ไดซาขุ อิเคดะในวัยหนุ่ม เขียนลงสมุดบันทึกประจำ วันว่า “ในทส ี่ ด ฤดูใบไม้ ุผลิก็มาถึงแล้ว สายลมอัน อ่อนโยน ต้นไม้ทกำ ี่ ลังจะผลิบาน และสายหมอก ทั้งหมดน้ดูเหมือนจะกระต ี ้นุพลังชวิตของ ีพวกเรา” ตอนเขียนบันทึกนี้ ท่านกำ ลังทุ่มเทสุดกำ ลังในฐานะตัวแทน อาจารย์ผู้มีพระคุณในทุกที่ที่ท่านไป แม้จะมีไข้ต่ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ในฐานะ พุทธศาสนิกชนนักปฏิรูปวัย 26 ป ี ท่านมองอนาคตอย่างมีความหวังด้วย จิตใจกวี โดยสนทนากับธรรมชาติอยู่เสมอ ท่านเป็นแชมเปี้ยนที่แท้จริงแห่งจิตใจ มนุษย์ เป็นบุปผชาติงดงามที่เบ่งบานด้วยความตั้งใจอันไม่สั่นคลอนดังที่มีกล่าว อยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรว่า “เราไม่ห่วงสิ่งใดเพื่อกายหรือชีวิตของเรา จะห่วงแต่มรรคอันสูงสดเท่านั้นุ ” (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 13 หน้า 320) ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคม โซคา ท่านที่ 2 กล่าวกับท่านว่า “ไดซาข จงจำุไว้นะ ทกสิุงท่ กอย่างจะขึ้นอยู่ ุกับประธานคนท 3 ี่ ประธานคนท 3 ม ี่ ีความสำคญั ยิง่ ” หลังจากนั้นไม่นาน อาจารย ์โทดะก็แต ่งต ั ้งให้ท ่านด ำ รงตำ แหน่งหัวหน้าเสนาธิการฝ่ายยุวชน โดย กล่าวว่า “ผมขอมอบทกสิุงท่ กอย่างใหุ้ คุณ” เดือนนี้เป็นวาระครบ 70 ปีการ แต่งตั้งในครั้งนั้น


5 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 76 04-2567 บทบรรณาธิการของประธานฮาราดะ อาจารย์อิเคดะซึ่งเข้าใจความรู้สึกของอาจารย์ผู้มีพระคุณอย่าง ลึกซึ้งได้ยืนหยัดขึ้นด้วยความตั้งใจแน่วแน่ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนเพื่อความ ก้าวหน้าของสมาคมโซคาทั้งหมดเกินขอบเขตหน้าที่ของท่านในฐานะผู้นำ ฝ่าย ยุวชน สำ นึกแห่งความรับผิดชอบเช่นนี้คือเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่ผู้สืบทอดวัยเยาว์ ทั้งหลายซึ่งเป็นโพธิสัตว์จากพื้นโลกพึงสลักไว้ในส่วนลึกของหัวใจ * เวลาส ่งเสร ิมกำ ลังใจสมาชิก อาจารย ์อ ิเคดะได ้ท ุ ่มเทตนในการ สานสัมพันธ์กับเขาด้วยการเอาใจเขามาใส ่ใจเรา โดยพยายามทำ ความเข้าใจ สถานการณ์ของแต่ละคน และเคารพเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา ท่านยังมีจิตใจ ใฝ่รู้อันแรงกล้าโดยหมั่นขัดเกลาความคิดของตนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยการ ปฏิสัมพันธ์กับยุวชน ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1974 ท่านเดินทางไปเยือนอเมริกาเหนือและ อเมริกากลางเพื่อพบปะและให้คำ ชี้นำ สมาชิกที่นั่น ช่วงถาม-ตอบของประชุมซึ่ง จัดขึ้นที่ฟลอริดา สมาชิกยุวชนคนหนึ่งถามท่านว่าเอกลักษณ์ของพุทธศาสนา คืออะไรอาจารย์อิเคดะเน้นว่าศาสนามีอยู่เพื่อประชาชน ไม่ใช่กลับกัน และหัวใจ ของพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินคือเรื่องนี้นี่เอง นับแต่นั้นท่านก็เน้นเสมอว่า แนวความคิดเรื่อง “ศาสนาเพื่อประชาชน” เป็นหัวใจสำ คัญที่สุดของพุทธธรรม ของพระนิชิเร็นไดโชนิน หลังประชุมครั้งนั้น ท ่านพูดก ับพวกเราท ี ่ร ่วมเด ินทางไปด ้วยว ่า ช่วงถาม-ตอบมีความสำ ค ัญมากและพวกเราต ้องจ ำ เร ื ่องน ี ้ไว ้ให ้ด ี การพูดคุย แลกเปลี่ยนกับยุวชนในวันนั้นทำ ให้อาจารย์ได้ใคร่ครวญความนึกคิดของตนจน ชัดเจนขึ้น กาลเวลาล่วงผ่านมา 50 ปีผมก็ยังคงจำ ได้ดีถึงความรู้สึกประทับใจ อย่างยิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในขณะนั้น


6 ในบทความที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 16 มีนาคม (ค.ศ. 2000) อาจารย์ อิเคดะส่งเสริมกำ ลังใจสมาชิกให้ตระหนักถึงการเป็นตัวละครคนสำ คัญที่ทำ ให้ การเผยแผ่ธรรมไพศาลบรรลุผล กล่าวคือ ให้ถือว่าสมาคมโซคากับตัวเราเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน ขอให้ส่องแสงแก่ชุมชนและโลกของเราอย่างอบอุ่นโดย ตระหนักว่าพวกเราแต่ละคนคือชินอิจิ ยามาโมโต้ ผู้ซึ่งจะสร้างสมาคมโซคายุวชน ทั่วโลก เมื่อได้ฟันฝ่าฤดูหนาวที่หนาวจัด พวกเรามาเบ่งบานดั่งดอกไม้ที่สดใสของ ฤดูใบไม้ผลิกันเถิด (จากวารสารไดเบียะขุเร็งเงะ ฉบับเดือนมีนาคม ค.ศ. 2024)


ธรรมนิิพนธ์์


8 คันธนูกับลูกธนู ความเป็นมา ธรรมน ิพนธ์ฉบ ับน ี้เป ็นจดหมายที ่พระน ิช ิเร ็นไดโชนินเข ียน เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1276 (ปีเคนจิที่ 2) และมอบแก่อุบาสิกาโทขิซึ่งเป็นลูกศิษย์ ผู้อาศัยอยู่ที่เมืองชิโมสะ (ปัจจุบันคือพื้นที่ทางตอนเหนือของจังหวัดชิบะ) ท่าน โทขิโจนินผู้เป็นสามีได้เดินทางไปเยี่ยมพระนิชิเร็นไดโชนินที่เขามิโนบุ โดยได้เชิญ อัฐิของมารดาผู้ล่วงลับไปด้วย พระนิชิเร็นไดโชนินจึงฝากท่านโทขิโจนิน นำ จดหมายฉบับนี้กลับไปมอบให้อุบาสิกาโทขิ พระน ิช ิเร ็นไดโชน ินได ้ยกย ่องสรรเสริญอ ุบาส ิกาโทข ิอย ่างสูงส ุด ที่เพียรพยายามในการปฏิบัติศรัทธา พลางให้การสนับสนุนสามีและทุ่มเท ตัวเองในการดูแลปรนนิบัติแม่สามีมาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน จากนั้น ท่าน ‘ ’ ท่านก็เป็นผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรและมีความ ศรัทธาดุจจันทร์ข้างขึ้นหรือกระแสน้ำ ขึ้น. เช่นนั้นแล้วจงเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง ว่าท่านจะต้องหายป่วยและมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างแน่นอน.จงดูแลตัวเองและ อย่าแบกความทุกข์ใจเอาไว้. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 5 หน้า 251)1 1 ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 656


ได้แสดงความห่วงใยอุบาสิกาโทขิที่ทุกข์ใจเพราะอาการป่วยเรื้อรัง และแนะนำ ให้รับการรักษาอย่างจริงจัง นอกจากนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินได้ส่งเสริมกำ ลังใจด้วยความเชื่อมั่น อันยิ่งใหญ่ว่า ผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรไม่มีวันพ่ายแพ้ความเจ็บป่วย และสามารถข้ามพ้นได้อย่างแน่นอน ซึ่งก็คือข้อความที่ศึกษาในครั้งนี้ ท่าน เน้นย้ำ ด้วยการเปรียบเทียบว่าบุญกุศลที่มิอาจทำ ลายได้ซึ่งสะสมอยู่ในชีวิตของ อุบาสิกาโทขิเป็นดัง “พระจันทร์ข้างขึ้น” และ “กระแสน้ำขึ้น” ในครึ่งหลังของธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินสอนให้ เตรียมใจให้พร้อมเผชิญหน้ากับความเจ็บป่วย โดยกล่าวว่า “จงเชื่อมั่นอย่าง ลึกซึ้ง” ซึ่งหมายถึง การอธิษฐานอย่างถึงที่สุดด้วยความเชื่อมั่นที่ยิ่งใหญ่ “จงดูแลตัวเอง” หมายถึง การดำ เนินชีวิตที่สมเหตุสมผล ไม่ละเลยที่จะรักษา อาการป่วย และ “อย่าแบกความทุกข์ใจเอาไว้” หมายถึง อย่ามองโลกใน แง่ร้าย เมื่อได้รับการส่งเสริมกำ ลังใจที่เปี่ยมล้นด้วยจิตวิญญาณของ อาจารย์ อุบาสิกาโทขิจึงปลุกเร้าความศรัทธาให้มากยิ่งขึ้น และมีอายุยืนยาว อาจารย์อิเคดะส่งเสริมกำ ลังใจว่า “อยากให้ทุกคนเป็นคนฉลาด และดำ เนินชีวิตอย่างถึงที่สุดโดยมีสุขภาพแข็งแรงเป็นอันดับหนึ่ง นั่นคือความ ปรารถนาและคำ อธิษฐานของข้าพเจ้า” บางคราวอาจเผชิญกับความเจ็บป่วย อย่างไม่คาดคิด ทำ ให้รู้สึกกังวลและสับสน ในเวลาเช่นนั้น หากอธิษฐานให้ถึง ที่สุดอย่างกล้าหาญด้วยการมองโลกในแง่บวกอย่างหนักแน่น จะสามารถเปลี่ยน ทุก ๆ ชะตากรรมเป็นบทละครแห่งชัยชนะได้


10 ขอให้ทุกอย่างเป็นเทพธรรมบาล ใน ค.ศ.2002(ปีเฮเซที่ 14) ครอบครัวของดิฉันเผชิญกับบททดสอบ อย่างกะทันหัน ลูกสาววัย 12 ปี มีเนื้องอกที่ทอนซิลและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “มะเร็งต่อมน้ำ เหลืองในเด็ก” ด้วยความเป็นแม่ จึงต่อสู้กับความกังวลใจที่เกิด ขึ้นมากมาย เม ื ่อสวดไดโมข ุอย ่างต ่อเน ื ่องเป ็นว ันท ี ่ 4 ความเช ื ่อม ั ่นก ็พวยพ ุ ่ง ขึ้นมาจากส่วนลึกในจิตใจว่า “ต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน !” พวกเราได้รับข้อความที่อาจารย์อิเคดะฝากมาให้ว่า “ส่งไดโมขุให้อยู่” ลูกสาวคนโตจึงมีกำ ลังใจเข้มแข็งว่า “ปลอดภัยแน่ เพราะอาจารย์ กรณาอุธิษฐานให้” เมื่อครอบครัวร่วมใจกันอธิษฐานว่า “ขอให้คุณหมอ ยา และทกอย่างเุป็นเทพธรรมบาล” คุณหมอก็แนะนำ ให้ย้ายโรงพยาบาล จึงได้ รับการรักษาที่ดีที่สุด แล้วการรักษาตัวในโรงพยาบาลก็เริ่มขึ้นท่ามกลางความ ร่วมมือกันของคนในครอบครัว ตอนที่ดิฉันเองเกิดความรู้สึกอ่อนแอเมื่อต้องเห็นท่าทีที่ทุกข์ทรมาน ของลูกสาวเพราะผลข้างเคียงของการรักษา ดิฉันตั้งหน้าตั้งตาอ่านบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ ทำ ให้ได้รับกำ ลังใจจากข้อความต่างๆเช่น “ขอให้อธิษฐาน อย่างถึงที่ สุดให้มีร่างกายที่ เคลื่อนไหวได้อย่างอิสรเสรีเพื่อการเผยแผ่ธรรม” ลูกสาวคนโตอดทนอย่างถึงที่สุดตลอดการรักษา 5 เดือนครึ่ง และออก จากโรงพยาบาลเร็วกว่ากำ หนด ในการตรวจติดตามผลครึ่งปีต่อมา ก็ไม่พบความ ผิดปกติ สามารถหายขาดได้ หลังจากนั้น ลูกสาวคนโตสามารถสอบเข้าเรียนต่อที่โรงเรียน มัธยมปลายโซคาคันไซตามที่ได้อธิษฐานไว้แม้มีความวิตกกังวลด้านสุขภาพ แต่ เมื่อคิดว่า “ถ้าเอาชนะความเจ็บปวดครั้งนั้นมาได้ ก็สามารถทำ ได้ทกอย่างุ ”


Click to View FlipBook Version