จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 ธรรมนิพนธ์ อธิบายเพิ่มเติม : ปีเคราะห์ “เคราะห์” หมายถึง ความโชคร้าย “ปีเคราะห์” หมายถึง ปีที่ต้องระมัดระวังเนื่องด้วยมีแนวโน้มที่จะพบกับความโชคร้าย เรื่องนี้ใน พุทธธรรมไม่มีกล่าวไว้ เป็นขนบธรรมเนียมที่มาจากแนวคิดหยินหยาง สำ�หรับ อายุที่ถือว่าเป็น “ปีเคราะห์” นั้น หากเป็นชาย คือ 25 ปี 42 ปี หากเป็นหญิง คือ 19 ปี 33 ปี 37 ปี เป็นต้น อาจแตกต่างกันตามท้องถิ่นและยุคสมัย ในช่วง เวลาที่พระนิชิเร็นไดโชนินมีชีวิตอยู่ ประชาชนจำ�นวนมากมีความเชื่อเรื่อง ปีเคราะห์อย่างเหนียวแน่น ดูเหมือนมีความเชื่อทางไสยศาสตร์ที่เกี่ยวกับโชคร้าย หรือมีขนบธรรมเนียมต่าง ๆ มากมายอีกด้วย เช่น การไล่ผี หรือพระเครื่อง พระนิชิเร็นไดโชนินได้กล่าวกับท่านโอตะโจเมียวซึ่งคร่ำ�ครวญเมื่อ อายุเข้าสู่วัย 57 ปีว่าจะต้องพบกับความโชคร้ายอันใหญ่หลวงหรือไม่ โดยชี้ว่า “พระสูตรท ี่ เรียกว่าสัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นยาดีสำ หรับรักษาโรคภัย ต่าง ๆ ของร่างกายและจิตใจ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 747) และได้ส่งเสริมกำ�ลังใจต่อคุณนายนิชิเง็นเนียว ผู้มีอายุ 33 ปี อันถือเป็นปีเคราะห์ ว่า “เคราะห์ร้ายในวัย 33 ปี จะเปลี่ยนเป็นความสขในวัย 33 ุป” ี (ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 164) พระนิชิเร็นไดโชนินมิได้ปฏิเสธความเชื่อเรื่อง “ปีเคราะห์” แต่ท่าน สอนความสำ�คัญของรากฐานความศรัทธาและอยู่เคียงข้างลูกศิษย์ที่มีความ กังวลใจหรือรู้สึกหวาดกลัว
14 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” โดย โฮ โงะคู บทความจากอาจารย์ไดซาขุ อิเคดะ
บทที่ 89) พิธีเปิดการศึกษาของ มหาวิทยาลัยโซคาอเมริกา เอลิโซ วิเอโฮ ข้าพเจ้าใคร่ขอนำ�ถ้อยคำ�ของราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน นักปรัชญา ผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน มอบแก่เพื่อนยุวชนของข้าพเจ้าที่กำ�ลังเริ่มออกเดินทาง ครั้งใหม่ว่า “วันนี้เป็นของเขาเสมอ ผู้ทำ�งานด้วยความสงบและจุดมุ่งหมายอัน ยิ่งใหญ่”1 วันที่ 24 สิงหาคม มหาวิทยาลัยโซคาอเมริกา (เอสยูเอ) เอลิโซ วิเอโฮ ในออเรนจ์เคาน์ตี รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้จัดพิธีเปิดการศึกษาของมหาวิทยาลัย เป็นงานที่ข้าพเจ้าและสมาชิกทั่วโลกต่างกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมเป็นเวลา ยาวนาน ข้าพเจ้ามีความสุขอย่างยิ่งที่ได้เห็นวันนี้ นักเรียนที่มีความโดดเด่น ทั้งหมด 120 คน จาก 18 ประเทศและ 18 รัฐของอเมริกาได้ถูกคัดเลือกเข้าเป็น นักศึกษารุ่นแรกในประวัติศาสตร์ อนาคตเป็นของคุณ การสร้างอนาคตวางอยู่ในมือคุณ ด้วยการตื่นรู้ถึงความปรารถนาที่จะมีส่วนร่วมในการสร้าง คุณค่าใหม่ พวกคุณจึงปฏิเสธเกียรติยศและประเพณีเพื่อมารวมตัวกันที่เอสยูเอ ข้าพเจ้าปรารถนาจะจับมือกับพวกคุณแต่ละคนและร้องตะโกนอย่างสุดหัวใจว่า “ขอแสดงความยินด !”ี “ขอให้ทำ ให้ดทีส ี่ ด !ุ ” *
16 ข้าพเจ้าได้รับรายงานว่า ในวันประวัติศาสตร์ของพิธีเปิดการศึกษา หมอกจาง ๆ ในยามเช้าได้ลอยสูงขึ้นเผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามสดใสแผ่ไปทั่ว วิทยาเขต วันที่ 3 พฤษภาคม วันสำ�คัญซึ่งกำ�หนดให้เป็นวันเปิดวิทยาเขต ใหม่ ที่แคลิฟอร์เนียตอนใต้ก็ได้รับการอำ�นวยพรจากท้องฟ้าสีครามสดใสไร้ เมฆหมอกเช่นกัน ไม่สงสัยเลยว่าพลังปกป้องของสกลจักรวาลกำ�ลังชื่นชมยินดี ในวาระที่มหัศจรรย์นี้ น่าเสียดายที่ตารางงานของข้าพเจ้าทำ�ให้ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้า ร่วมได้สักพิธี ทว่าข้าพเจ้าได้อธิษฐานอย่างจริงจังจากประเทศญี่ปุ่น ขอให้งาน สำ�คัญทั้งสองงานนี้ประสบความสำ�เร็จ พวกเราได้รับโทรเลขแสดงความยินดีกับพิธีเปิดการศึกษาจาก กว่า 70 ประเทศ และประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และคนอื่น ๆ อีกมากมาย ได้ส่งข้อความและโทรเลขร่วมแสดงความยินดีในวันที่จัดพิธีเปิด [วันที่ 3 พฤษภาคม] เอสยูเอกำ�ลังเริ่มต้นสร้างประวัติศาสตร์ท่ามกลางความคาดหวังสูง จากผู้สนับสนุนจำ�นวนมากมายทั่วโลก ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืมถ้อยคำ�ส่งเสริมกำ�ลังใจอันอบอุ่นของ ดร. โจเซฟ ร็อตบลาต นักฟิสิกส์ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกและได้รับรางวัลโนเบลสาขา สันติภาพ ที่ได้ส่งให้ข้าพเจ้าในวาระการเปิดสถานศึกษาว่า “ความฝันของคุณ เป็นจริงแล้ว” 1 ราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน, “นักศึกษาอเมริกัน” ใน ราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน : บทความและบทบรรยาย (นิวยอร์ก : หอสมุดแห่งอเมริกา, ค.ศ. 1983), หน้า 66
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” การก่อตั้งมหาวิทยาลัยเพื่อการศึกษาสร้างคุณค่าเป็นความฝัน อันไม่สิ้นสุดของอาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ กับ อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธาน สมาคมโซคาท่านแรกและท่านที่ 2 อีกทั้งยังเป็นความฝันของข้าพเจ้าในฐานะ ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของทั้งสองท่านด้วย นอกจากนี้ การก่อตั้งมหาวิทยาลัยนอก ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นความปรารถนาสูงสุดของข้าพเจ้า นับตั้งแต่การเปิด มหาวิทยาลัยโซคาที่ฮาชิโอจิ กรุงโตเกียว เมื่อ 30 ปีที่แล้ว [ค.ศ. 1971] แท้จริง แล้ว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ความมุ่งมั่นตั้งใจนี้ได้ลุกโชนอยู่ในจิตใจของข้าพเจ้าเมื่อ สามปีก่อน ตอนที่ข้าพเจ้าก่อตั้งโรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายโซคาที่โคะไดระ กรุงโตเกียว ในฐานะลูกศิษย์ ข้าพเจ้าตั้งใจที่จะทำ�ให้บรรลุผลตามวิสัยทัศน์ของ อาจารย์โดยไม่ให้ล้มเหลว และข้าพเจ้าก็เฝ้ารออย่างอดทนจนกระทั่งถึงเวลาที่ เหมาะสม ขณะนี้เราได้บรรลุถึงก้าวแรกของความฝันแห่งการปฏิวัติการศึกษา ครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งอาจารย์มาคิงุจิ อาจารย์โทดะ และข้าพเจ้าได้ยึดมั่นและทำ�งาน สู่เป้าหมายโดยสืบต่อกันมาสามรุ่น ข้าพเจ้าเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ * เมื่อเร็ว ๆ นี้ [วันที่ 25 กรกฎาคม] นิวยอร์กไทม์ หนึ่งในหนังสือพิมพ์ ชั้นนำ�ของโลกได้แนะนำ�เอสยูเอในบทความขนาดใหญ่หน้าแรก ภายใต้หัวข้อ “วิทยาลัยใหม่ฝั่งตะวันตก กำ เนิดจากตะวันออกไกล” นอกจากนี้ สำ�นักข่าว เอพี องค์กรที่รวบรวมข่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเอสยูเอ ที่ได้รับเลือกจากหนังสือพิมพ์ของสหรัฐอเมริกากว่า 40 ฉบับ นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า ผู้คนมากมายให้ความสนใจอย่างมากต่อทิศทางของการศึกษาระดับอุดมศึกษา ในศตวรรษที่ 21
18 วิทยาเขตของเอสยูเอรายล้อมด้วยธรรมชาติ ตั้งอยู่บนยอดเขาที่ มีหุบเขาสามด้าน ทอดยาวขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จากอาคารพละศึกษา ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีเปิดการศึกษา เหนือภูเขาเตี้ย ๆ ขึ้นไปทางทิศตะวันตกเป็น มหาสมุทรแปซิฟิกสีครามอันกว้างใหญ่ที่ส่องประกายระยิบระยับ หนังสือพิมพ์ ท้องถิ่นฉบับหนึ่ง [ออเรนจ์เคาน์ตีรีจิสเตอร์] เรียกเอสยูเอว่า “โรงเรยนบนเนินเขา ี ” “เนินเขา” ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเพียรพยายามและการทำ�งานเพื่อ พัฒนาตนเองในการแสวงหาอุดมคติที่สูงที่สุด หอประชุมผู้ก่อตั้งเป็นอาคารกลางของวิทยาเขต ข้าพเจ้าถือว่าการ ใช้รูปพหูพจน์ของคำ�ว่า “ผู้ก่อตั้ง” นี้ เป็นการรำ�ลึกถึงทุกคนที่ได้เพียรพยายาม ร่วมกับข้าพเจ้ามาจนถึงทุกวันนี้ในทุกวิถีทางดังที่ข้าพเจ้าดำ�เนินตามอุดมคติ ทางการศึกษาของอาจารย์มาคิงุจิและอาจารย์โทดะให้ลุล่วง เอสยูเอจึงเป็น มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งโดยประชาชน เพื่อประชาชน ทุก ๆ คนที่ได้ใช้ความพยายาม ในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยคือหนึ่งในวีรชนผู้ก่อตั้ง และถึงนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของเอสยูเอที่รักยิ่ง ข้าพเจ้าหวังว่า พวกคุณในฐานะ “ผู้ก่อตั้งวัยเยาว์” จะนำ�สติปัญญาและความกระตือรือร้น ของพวกคุณไปสู่การพัฒนามหาวิทยาลัยของพวกเราและการสร้างตัวตนที่ โดดเด่น * ชั้นเรียนจะจัดขึ้นที่หอประชุมไลนัส และ เอวา เฮเลน พอลลิง และ หอประชุมโมฮันดาส และ กัสตูบา คานธี ซึ่งแน่นอนว่าได้ตั้งชื่อตามผู้มีชื่อเสียง ที่ได้รับรางวัลโนเบลกับภรรยา และผู้นำ�แห่งการไม่ใช้ความรุนแรงในตำ�นานของ อินเดียกับภรรยา หอประชุมไลนัส และ เอวา เฮเลน พอลลิง เปิดเมื่อเดือน พฤษภาคม หอประชุมโมฮันดาส และ กัสตูบา คานธี เปิดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” หนึ่งวันก่อนพิธีเปิดการศึกษา คุณอรุณ คานธี หลานชายของโมฮันดาส และ กัสตูบา คานธี พร้อมด้วยคุณสุนันทา ภรรยาได้มาเข้าร่วมด้วย หลายคนแสดงความประหลาดใจที่ทั้ง 2 อาคารตั้งชื่อตามบุคคล ที่ไม่ใช่ทั้งชาวพุทธและชาวญี่ปุ่น แต่นี่เป็นเพียงความเหมาะสมตามหลักการของ การก่อตั้งเอสยูเอเท่านั้น พวกเราเป็นอิสระจากอิทธิพลของอุดมการณ์อันคับแคบ พวกเราให้ความสำ�คัญกับคุณค่าของความแตกต่างหลากหลาย (พหุนิยม) ขณะ ที่ให้การเคารพความแตกต่างของเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และวัฒนธรรม พวกเราก็ อุทิศตนแก่การทำ�งานเพื่อมวลมนุษยชาติ เพื่อประชาชน และเพื่อศักดิ์ศรีของชีวิต พวกเรามุ่งมั่นที่จะสืบสานอย่างกระตือรือร้นในการต่อสู้ทาง จิตวิญญาณของผู้มีจิตใจเมตตาต่อมนุษย์ที่โดดเด่นอยู่ในทุกส่วนของโลก ผู้ซึ่งได้ อุทิศชีวิตของพวกเขาเพื่อขจัดรากของความทุกข์ในโลกนี้ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ ยากลำ�เค็ญ และพวกเราจะก้าวหน้าต่อไปด้วยกันกับผู้คนที่มีใจเดียวกันนี้ การตั้งชื่ออาคารเรียน 2 หลังแรกตามความตระหง่านใหญ่โตของ ตะวันออกและตะวันตกในการต่อสู้เพื่อความเที่ยงธรรมและสันติภาพในศตวรรษ ที่ 20 นี้ ก็เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นอันสูงส่งของเราในการส่งเสริมพลเมืองโลกที่ จะรวมตัวกันเพื่อสันติภาพโลก * ขณะที่เป็นนักเรียน ดร. ไลนัส พอลลิง ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่เคยมีช่วงเวลา ที่สบาย ๆ ในที่สุดหลังจากได้รับการตอบรับจากวิทยาลัยการเกษตรออริกอน (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยแห่งรัฐออริกอน) ท่านถูกกดดันจนต้องออกจากโรงเรียน ไปทำ�งานช่วงหนึ่ง เพื่อที่จะมีเงินพอในการจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ ท่าน ได้เรียนต่อเพราะการสนับสนุนของคุณครูผู้ต้องการทำ�ให้ชายหนุ่มผู้เก่งกาจ
20 นำ�ศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ดร. พอลลิง รู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำ�หรับ กำ�ลังใจอันอบอุ่นและการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยเสมอ เอสยูเอยังให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางอย่างสมบูรณ์แบบ การดูแล นักเรียนก็เหมือนกับการดูแลอนาคต ด้วยการมีความเป็นเลิศทางการศึกษา ดร. พอลลิง สามารถเข้า เรียนระดับบัณฑิตศึกษาในมหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติหลายแห่ง แต่ท่านเลือก สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (Caltech) ที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่แทน เกียรติประวัติและ ตามมาด้วยเกียรติคุณทางวิชาการมากมายของท่านในฐานะนักวิทยาศาสตร์ ผู้ยิ่งใหญ่ รวมถึงรางวัลโนเบลสาขาเคมี ก็กลายมาเป็นเกียรติแก่สถานศึกษาด้วย เช่นกัน พวกคุณซึ่งเป็นสมาชิกเอสยูเอรุ่นแรก ก็มีโอกาสเข้าเรียนในสถาบัน อื่นเช่นกัน แต่พวกคุณตัดสินใจโดยไม่ลังเลที่จะมาร่วมกันสร้างมหาวิทยาลัยใหม่ ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณพวกคุณ ผู้บุกเบิกวัยเยาว์ และมั่นใจว่า ผู้นำ�ต่าง ๆ ที่ โดดเด่นในทุก ๆ ด้านของผู้มีความพากเพียรจะปรากฏออกมาจากขบวนแถวของ พวกคุณ * ในสารพิธีเปิดการศึกษาของเอสยูเอ ข้าพเจ้าได้กล่าวถึงโรงเรียน ที่ก่อตั้งโดย รพินทรนาถ ฐากูร กวีผู้ยิ่งใหญ่ชาวอินเดีย เป็นที่ทราบกันดีว่า มหาตมะ คานธี ซึ่งพยายามทำ�ให้การศึกษาในอินเดียเป็นอิสระจากอำ�นาจ อาณานิคม ได้ก่อตั้งโรงเรียนขึ้นหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ คุชราตวิทยาพิธ สถาบัน การศึกษาแห่งชาติในเมืองอาห์เมดาบัด รัฐคุชราต เมื่อ ค.ศ. 1920 ท่านคานธี กระตือรือร้นที่จะสร้างจิตวิญญาณชาวอินเดียใหม่และประเทศอินเดียใหม่
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” รอแม็ง โรลลองด์ นักเขียนชาวฝรั่งเศส ยกย่องความสำ�คัญอันยิ่งใหญ่ของความ พยายามของท่านคานธี โดยเขียนว่า “เขาคือผู้สร้างมนษยชาติใหมุ่ ” 2 เอสยูเอ มีเป้าหมายที่จะสร้างมนุษยชาติใหม่เช่นกัน เป้าหมายของพวกเราคือสร้าง ผู้บุกเบิกอารยธรรมโลกที่แท้จริง ! นักเรียนของคุชราตวิทยาพิธช่วยท่านคานธีเตรียมการเพื่อการเดิน ขบวนเกลือปี 1930 อันโด่งดัง ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดขบวนการ เรียกร้องเอกราชของอินเดีย พวกเขาล่วงหน้าไปที่หมู่บ้านคุชราตและรวบรวม ข้อมูล ซึ่งมีบทบาทสำ�คัญยิ่งในความสำ�เร็จของการเดินขบวน ปีต่อมา ท่านคานธีได้ไปเยี่ยมโรงเรียนและกล่าวชื่นชมความเพียร พยายามของนักเรียนว่า “เมื่อบันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้ [การเดินขบวนเกลือ] การมีส่วนร่วมของ [โรงเรียน] วิทยาพิธ ของพวกเรา ในการต่อสู้จะกินพื้นที่ขนาด ใหญ่ กระทั่งโลกก็จะภูมิใจกับบันทึกอันรุ่งโรจน์ของพวกคุณ”3 ข้าพเจ้าเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความพยายามในการบุกเบิกที่ยอดเยี่ยม ของพวกเราและความกระตือรือร้นของนักศึกษาเอสยูเอ สถาบันที่เป็นชีวิตของ ข้าพเจ้า จะส่องประกายในบันทึกประวัติศาสตร์เช่นกัน * 2 รอแม็ง โรลลองด์, มหาตมะ คานธี : ชายผู้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล, แปลโดย แคเธอลีน ดี กรอธ (นิวเดลี : ฝ่ายสารสนเทศ, กระทรวงข้อมูลและการกระจายเสียง, รัฐบาลแห่งอินเดีย, ค.ศ. 1990), หน้า 61 3 เจ บี คริพลานิ, คานธี : ชีวิตและความคิด (นิวเดลี : ฝ่ายสารสนเทศ, กระทรวงข้อมูลและการกระจายเสียง, รัฐบาลแห่งอินเดีย, ค.ศ. 1975), หน้า 110
22 วอลต์ วิตแมน กวีชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ของประชาชน เคยมอบ บทกวีแก่นักเรียนคนหนึ่ง โดยเรียกเขาว่า “เพื่อนรัก” และกระตุ้นเขาว่า “เริม่ต้ นตั้งแต่ วันน้เีพ่ือฝึกตัวเองให้ กล้ าหาญ เป็นของจริง ภูมิใจในตนเอง แน่นอน สูงส่ง / อย่าหยุดพักจนกว่าคุณจะมั่นคงและแสดงตัวตนที่ เป็น ลักษณะเฉพาะของคุณเองได้” 4 สหายรุ่นที่หนึ่งของเอสยูเอผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้า ทุกคนต่าง เฝ้ารออย่างคาดหวังถึงการเจริญเติบโต ชัยชนะ และความสำ�เร็จของคุณ ! ศตวรรษใหม่นี้จะเปิดออกมาพร้อมกับความก้าวหน้าอย่างร่าเริงของคุณ (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2001) 4 วอลต์ วิตแมน, “แด่นักเรียน”, ใบหญ้า (นิวยอร์ก : ดัตตัน, ค.ศ. 1986), หน้า 326
โลกแห่่งธรรมนิิพนธ์์บทสนทนาเกี่่ยวกัับ ศาสนาแห่่งมนุุษยนิิยม
24 บทที่ 18) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น (ตอนที่ 2) ก่อเกิดความดีด้วยการปฏิบัติตน ในฐานะพุทธศาสนิกชน (ต่อ) โมรินากะ : จากการสนทนานี้ เห็นได้ชัดเจนมากว่า พฤติกรรมของนิกาย นิกเค่นขัดแย้งกับคำ�สอนพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินโดยสิ้นเชิง นิกาย นิกเค่นสนับสนุนการเลือกปฏิบัติไปทั่วทั้งองค์กร แท้จริงแล้วเป็นสถานการณ์ที่ ผิดธรรมดามากที่วันที่ผู้เข้าสู่คณะสงฆ์อย่างถาวรจะเป็นการกำ�หนดลำ�ดับชั้น ตำ�แหน่งของเขาในคณะสงฆ์ อีกทั้งมีแนวโน้มทั่วไปที่ดูถูกฆราวาสผู้ศรัทธาด้วย พูดได้ว่านิกเค่นไม่มีท่าทีที่ให้ความสำ�คัญกับการเคารพผู้อื่นเลย ไซโต้ : ผมคิดว่าเป็นเช่นนั้นแน่นอน เพราะ “คำสอน” และ “การปฏิบัติ” ที่ให้การ เคารพผู้อื่นมีความสอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์อยู่ในการเคลื่อนไหวของพวกเรา ความก้าวหน้าของสมาคมโซคาจึงมาพร้อมกับ “ข้อพิสูจน์” ที่เป็นจริงอันยิ่งใหญ่ ของผู้คนที่บรรลุพุทธภาวะในชั่วชีวิตนี้และการบรรลุการเผยแผ่ธรรมไพศาล อาจารย์อิเคดะ : ใช่ครับ พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “การที่พระสทาปริภูต โพธิสัตว์แสดงความเคารพผคู้ น มีความหมายอย่างไร จดุประสงค์ของการ ปรากฏขึ้นมาในโลกน้ของ ีพระศากยมนุ ีพุทธะ ผู้เป็นศาสดาคือพฤติกรรมใน ฐานะมนษย์ุ ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 852) เหตุใดพระสทาปริภูตโพธิสัตว์จึงบากบั่นในการปฏิบัติที่ให้การ เคารพผู้อื่น พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า เป็นเพราะจุดประสงค์ของการปรากฏขึ้น
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ มาในโลกนี้ของพระศากยมุนีพุทธะก็คือ “พฤติกรรมในฐานะมนษย์ุ ” ของพระองค์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง พุทธธรรมไม่ได้อยู่ที่อื่นใดเลย นอกจากพฤติกรรมของเราใน ฐานะมนุษย์ ดังที่ระบุไว้ในข้อความที่ว่า “ลักษณะที่ เป็นจริงย่อมปรากฏ ออกมา . . ท 10 โ ี่ ลกและ 10 โลกย่อมปรากฏออกมาทช ี่ วิตกับสิ ีงแวด่ล้อม ของชวิตนั้น ี ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 383 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 406 - 407)1 หากธรรมมหัศจรรย์ไม่ปรากฏออกมาในสรรพสัตว์ที่เป็น จริงกับในดินแดนของ 10 โลก ก็จะเป็นเพียงแค่ทฤษฎีและจะไม่มีคุณค่า ใด ๆ ต่อประชาชน จุดประสงค์พื้นฐานของพุทธธรรมคือการกระตุ้นโลกพุทธะที่มีอยู่ ในพฤติกรรม ความอดทน และการกระทำ�ของสรรพสัตว์ที่เป็นจริง ไซโต้ : การปฏิบัติตนที่บ่งชี้อยู่ในวลี “พฤติกรรมในฐานะมนษย์ุ ” ที่เราได้ยืนยัน แล้วนี้ ประกอบด้วย การสำ�แดงปรากฏโลกพุทธะของเราและการทำ�งานเพื่อ บ่มเพาะและเปิดธรรมชาติพุทธะของผู้คนทั้งปวงออกมา อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ พฤติกรรมของพุทธศาสนิกชนมีลักษณะเฉพาะคือ เชื่อในธรรมชาติพุทธะในตัวเราและผู้อื่น และความพยายามที่จะนำ�เอาธรรมชาติ พุทธะนี้ออกมา สิ่งนี้ยังเป็นรูปแบบพื้นฐานของมนุษยนิยมที่เรากำ�ลังส่งเสริม อีกด้วย 1 ข้อความจาก วัชรเฉทิก ของพระมหาธรรมาจารย์เมียวลัก ท่านเขียนว่า “ลักษณะที่เป็นจริงย่อมปรากฏออกมาที่ปรากฏการณ์ทั้งหลายและปรากฏการณ์ทั้งหลาย ย่อมปรากฏออกมาที่ 10 เช่นนี้. 10 เช่นนี้ย่อมปรากฏออกมาที่ 10 โลกและ 10 โลก ย่อมปรากฏออกมาที่ชีวิตกับสิ่งแวดล้อมของชีวิตนั้น” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 383 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 406 - 407)
26 โมรินากะ : ในฐานะสมาชิกเอสจีไอ เรามุ่งมั่นที่จะแบ่งปันความยิ่งใหญ่ของ พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินกับผู้อื่น พัฒนาผูกสัมพันธ์แห่งมิตรภาพ และมี ส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของเอสจีไอ เราอุทิศตนเองอย่างไม่เห็นแก่ความ เหน็ดเหนื่อยเพื่อความสุขของแต่ละคน โดยไม่เสียดายความพยายามใด ๆ ใน การช่วยให้ผู้คนเปิดโลกพุทธะที่มีอยู่ในชีวิตของพวกเขา การปฏิบัติตนของเรา ก่อเกิดเป็นพฤติกรรมแห่งมนุษยธรรมที่แท้จริง เป็น “พฤติกรรมในฐานะมนษย์ุ ” ที่พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวถึงในความหมายที่จริงแท้ที่สุด อาจารย์อิเคดะ : การกระทำ�ทั้งหมดของเราในการพัฒนาธรรมชาติพุทธะของเรา เองและดึงเอาความดีที่มีอยู่ในชีวิตของผู้อื่นออกมาเทียบเท่ากับ “พฤติกรรมใน ฐานะมนุษย์” ที่พระนิชิเร็นไดโชนินเน้นย้ำ� การกระทำ�ดังกล่าวในฐานะ พุทธศาสนิกชนคือ “จุดประสงค์ของการปรากฏขึ้นมาในโลกน้ีของพระ ศากยมนุ ีพุทธะ ผู้เป็นศาสดา” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 852) กล่าวอีกนัยหนึ่ง พฤติกรรมของเราในฐานะมนุษย์ถือเป็นจุดประสงค์และจุดจบ ท้ายสุดของพุทธธรรม เพื่ออธิบายเรื่องนี้แก่ท่านชิโจคิงโงะในแบบที่เขาสามารถเข้าใจได้ ทันที พระนิชิเร็นไดโชนินได้กล่าวในตอนท้ายของข้อความนี้ว่า “ผู้ฉลาดเรยกว่า ีมนษย์ แตุ่คนโง่เขลาไม่ต่างไปจากเดรัจฉาน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 852) พฤติกรรมของผู้ฉลาด ไซโต้ : พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวอยู่บ่อย ๆ ถึง “ผู้ฉลาด” “ปราชญ” หรือ “ ์ผู้มีปญญัา” จุดนี้คือ จุดที่มีความสำ�คัญอย่างยิ่งยวดต่อความเข้าใจในพุทธธรรม
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ของพระนิชิเร็นไดโชนิน อาจารย์อิเคดะ : หากยังคงเน้นที่หลักธรรมเพียงอย่างเดียว ก็เป็นอันตรายต่อ พุทธธรรมที่จะกลายเป็นแค่ทฤษฎีเชิงนามธรรมเท่านั้น ธรรมะแสดงปรากฏอยู่ใน การกระทำ�ที่เป็นรูปธรรมของผู้คน ใน“พฤติกรรมในฐานะมนษย์ุ ” ของคน ๆ หนึ่ง พระนิชิเร็นไดโชนินได้ใช้ตัวอย่างวิถีชีวิตของ “ผู้ฉลาด” เพื่ออธิบายพฤติกรรมดัง กล่าวในวิธีที่เข้าใจได้ง่าย ๆ ในช่วงเวลาที่ท่านมีชีวิตอยู่ “ความศรัทธา” ที่เชื่อในธรรมชาติพุทธะจะเปลี่ยนเป็น “ปญญัา” ซึ่งสอดคล้องกับหลักธรรมแห่ง “ความศรัทธาแทนปญญัา” 2 “ผู้ฉลาด” บ่งชี้ถึง ผู้ที่ยังคงก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคงบนเส้นทางแห่งคุณความดีด้วยปัญญานี้ การทำ�งานที่ตรงกันข้าม นั่นก็คือ ความหลงขั้นพื้นฐานที่ขัดขวาง ไม่ให้เราเชื่อในธรรมมหัศจรรย์และแรงกระตุ้นที่ไม่หยุดหย่อนให้มุ่งไปสู่ความ ชั่วร้าย ซึ่งเกิดขึ้นจากอวิชชา พระนิชิเร็นไดโชนินพรรณนาถึงวิถีชีวิตที่โง่เขลาซึ่ง ถูกครอบงำ�ด้วยอวิชชานี้และมุ่งไปสู่ความชั่วร้ายว่าเป็นลักษณะของสัตว์เดรัจฉาน โมรินากะ : ในแง่ของหลักธรรมเรื่องสิบโลก “สัตว์เดรัจฉาน” เป็นตัวแทนของ โลกเดรัจฉาน ซึ่งบ่งชี้ถึงสภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความโง่เขลา แท้จริงแล้วเมื่อเรา มองดูโลกธรรมชาติ มีสัตว์มากมายหลายชนิดที่ฉลาดแสนรู้มาก บางคนมองว่า ปัจจุบันมนุษย์เป็นสัตว์ที่โง่เขลาที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหมดในโลก อาจารย์อิเคดะ : คำ�ตักเตือนเช่น “จงอย่าโง่เขลา !” “จงเป็นผู้ฉลาด !” อาจ 2 ความศรัทธาแทนปัญญา : หลักธรรมที่ว่า แม้กระทั่งคนธรรมดาที่ชีวิตเต็มไปด้วยกิเลสก็บรรลุพุทธภาวะได้ ด้วยการปฏิบัติโดยไม่ต้องเข้าใจในธรรมมหัศจรรย์ แต่ใช้ความศรัทธาอย่างแรงกล้า
28 ฟังดูเรียบง่ายมาก แต่พระนิชิเร็นไดโชนินก็พบว่า คำ�ตักเตือนเหล่านี้แน่นอนเป็น วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดที่แสดงออกถึงแก่นแท้ของพุทธธรรมสำ�หรับผู้คนในยุคสมัย ของท่าน เช่นนั้นแล้ว พระนิชิเร็นไดโชนินได้อธิบายแก่ท่านชิโจคิงโงะอย่าง เฉพาะเจาะจงว่าทำ�อย่างไรจึงจะเป็นผู้ฉลาด โดยสรุป ท่านได้ให้คำ�ชี้นำ�เกี่ยวกับ “พฤติกรรมในฐานะมนุษย์” โดยเน้นเป็นพิเศษเรื่องการไม่เป็นคนใจร้อน และ การให้ความสำ�คัญกับคนรอบข้างอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้เข้าใจถึงเหตุผลนี้ ผมคิดว่า เราต้องพิจารณาสถานการณ์ของท่านชิโจคิงโงะในขณะนั้นด้วย โมรินากะ : พระนิชิเร็นไดโชนินให้คำ�แนะนำ�เฉพาะเจาะจงนี้แก่ท่านชิโจคิงโงะ ตอนที่ท่านชิโจคิงโงะกำ�ลังเผชิญความท้าทายอย่างใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตการ ทำ�งาน แน่นอนว่า ท่านชิโจคิงโงะเป็นที่ทราบกันดีในเรื่องการติดตามพระ นิชิเร็นไดโชนินระหว่างการบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิ (ค.ศ. 1271) และวางชีวิตของ เขาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายร่วมกับอาจารย์ ไซโต้ : นอกจากจะมีจิตใจเด็ดเดี่ยวแล้ว ท่านชิโจคิงโงะยังมีแนวโน้มเป็นคน ใจร้อนด้วย อาจารย์อิเคดะ : ดูเหมือนว่าเนื่องจากนิสัยที่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว จึงอาจเป็นเรื่องยาก ที่เขาจะรักษาความสัมพันธ์ที่กลมเกลียวกับผู้อื่น โมรินากะ : ปัญหาของท่านชิโจคิงโงะเริ่มต้นราว ๆ เดือนกันยายน ค.ศ. 1274 ตอนที่เขาใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเปลี่ยนท่านเอมะ ผู้เป็นเจ้านายให้มา ยึดถือคำ�สอนของพระนิชิเร็นไดโชนิน
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ไซโต้ : ตั้งแต่หลังจากที่พระนิชิเร็นไดโชนินออกจากเมืองคามาคูระไปพำ�นักที่ เขามิโนบุ การกระทำ�ของท่านชิโจคิงโงะสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความมุ่งมั่นที่ จะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในการเผยแผ่คำ�สอนของพระนิชิเร็นไดโชนินในเมือง คามาคูระ โมรินากะ : แต่ผลที่ตามมาก็คือเขาทำ�ให้ท่านเอมะไม่พอใจ อาจารย์อิเคดะ : แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เหตุที่เจ้านายของท่านชิโจคิงโงะไม่ไว้วางใจ เขา ตรงกันข้าม ท่านเอมะเชื่อถือไว้วางใจเขาเป็นอย่างยิ่ง ท่านชิโจคิงโงะเองก็ รับใช้ครอบครัวท่านเอมะมาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นสายหนึ่งของผู้ปกครองตระกูล โฮโจ โดยเริ่มแรกได้ติดตามรับใช้บิดาของท่านเอมะ ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลาที่ ยากลำ�บาก เขาได้เสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเจ้านาย เนื่องจากท่านเอมะไว้วางใจ ผู้ติดตามของท่าน ในช่วงการบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิ ท่านจึงไม่ได้ตำ�หนิท่าน ชิโจคิงโงะเป็นพิเศษ จริง ๆ แล้ว ท่านยังยกโทษท่านชิโจคิงโงะที่ได้ไปเยี่ยมพระ นิชิเร็นไดโชนินที่เกาะซาโดะด้วยซ้ำ� ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าท่านชิโจคิงโงะได้รับความไว้วางใจอย่าง มากมายจากท่านเอมะ ดูเหมือนว่าอุบายของพระเรียวคัน3 แห่งวัดโงะขุระขุจิมี ส่วนทำ�ให้ท่านเอมะไม่พอใจ ไซโต้ : เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พี่น้องอิเคงามิเผชิญการต่อต้านจากบิดา 3 พระเรียวคัน (ค.ศ. 1217-1303) : มีอีกชื่อหนึ่งว่า พระนินโช สงฆ์นิกายมนตรยานวินัยในช่วงยุคกลางคามาคูระ (ค.ศ. 1192-1333) เรียกอีกอย่างว่า พระเรียวคันโบนินโช ลูกศิษย์ของพระเออิซนแห่งวัดไซไดจิ เมืองนาระ ได้รับการนับถืออย่างกว้างขวางจากผู้มีอิทธิพลในรัฐบาลและคนทั่วไป เขาไม่พอใจพระนิชิเร็นไดโชนินที่ชี้ถึงความฉ้อฉลของเขา และอยู่เบื้องหลัง แผนการต่าง ๆ ในการบีฑาพระนิชิเร็นไดโชนินและลูกศิษย์
30 ของพวกเขา โดยพี่ชายคนโตถูกบิดาตัดความเป็นพ่อลูก4 หลังจากที่พระนิชิเร็น ไดโชนินย้ายไปพำ�นักที่เขามิโนบุ แน่นอนที่สุดว่าพระเรียวคันต้องพยายามสร้าง ปัญหาแก่ลูกศิษย์คนสำ�คัญของพระนิชิเร็นไดโชนิน กล่าวกันว่าทั้งท่านยาสุมิจึ บิดาของพี่น้องอิเคงามิ และท่านเอมะ ต่างก็เป็นผู้สนับสนุนที่ซื่อสัตย์ภักดีของ พระเรียวคัน อาจารย์อิเคดะ : ท่านชิโจคิงโงะรอโอกาสที่จะแนะนำ�เจ้านายของตนให้รู้จักกับ คำ�สอนของพระนิชิเร็นไดโชนินมานานแล้ว และตอนนี้ก็ตั้งตนที่จะทำ�ภาระหน้าที่ นี้อย่างจริงจัง แต่เมื่อพระนิชิเร็นไดโชนินได้ยินเรื่องนี้ ท่านก็เขียนถึงท่าน ชิโจคิงโงะว่า “ท่านก็หลีกเลี่ยงบาปแห่งการมส่วนหมิ ีน่ประมาทธรรมได้แล้ว. นับจากน้ท่าน ีควรระวังคพำูด.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 461 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 157) อาจมีบางอย่างในรายงานของท่านชิโจคิงโงะที่ทำ�ให้พระนิชิเร็น ไดโชนินเกิดความกังวล ดูเหมือนว่าท่านจะแนะนำ�ท่านชิโจคิงโงะไม่ให้พยายาม เร่งรีบในการเปลี่ยนใจเจ้านาย แต่กระตุ้นให้มุ่งความสนใจไปที่การได้รับความไว้ วางใจมากขึ้นแทน พระนิชิเร็นไดโชนินยังบอกด้วยว่า “จงตั้งใจระมัดระวังตัวไว้ก่อน 4 ตามการยุยงของพระเรียวคัน ท่านยาสุมิจึ อิเคงามิ ได้ตัดท่านมุเนนากะ ลูกชายคนโตที่ปฏิเสธจะละทิ้งความศรัทธา ในคำ สอนของพระนิชิเร็นไดโชนินถึง 2 ครั้ง ใน ค.ศ. 1275 และ ค.ศ. 1277 สองพี่น้องเป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน ท่านยาสุมิจึหวังที่จะกระตุ้น ให้เกิดการแย่งชิงระหว่างพี่น้องจึงตัดลูกชายคนโต เพื่อจูงใจคนน้อง ให้เปลี่ยนความเชื่อของเขาเพื่อให้ได้สิทธิในที่ดินของบิดา มีข้อมูลขัดแย้งกันว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อใด
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ทุกอย่างททำ ี่ ได้. พวกทเก ี่ ลียดชังท่านจะยิ่งคอยจ้องหาโอกาสทำร้ายมาก ขึ้น. จงหยุดการดื่มสังสรรค์ยามค่ำคืนทั้งหมด.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 461 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 157) และความกังวลของพระนิชิเร็นไดโชนินก็ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็น เรื่องที่ถูกต้อง เพราะท่านชิโจคิงโงะพบว่าตัวเองเหินห่างจากท่านเอมะ ในขณะที่ เพื่อนซามูไรใส่ร้ายและกล่าวหาท่านในเชิงหมิ่นประมาท ไซโต้ : ดูเหมือนสถานการณ์ของท่านชิโจคิงโงะจะย่ำ�แย่ลงมาก จน 6 เดือนต่อมา เขาอดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “ความยากลำ บากใหญ่หลวงร่วงพรูใส่ข้าพเจ้าดั่ง ห่าฝน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 471 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 178) เวลานั้น พระนิชิเร็นไดโชนินอธิบายว่าสัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็น พระสูตร “ยากท ี่จะยึดถือ”5 และ “การบรรลุพุทธภาวะอยู่ที่การศรัทธา ต่อเนื่อง” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 471 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 178) อาจารย์อิเคดะ : เดือนมิถุนายนปีถัดไป ค.ศ. 1276 ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่อง ความสขในโุลกน” ที่มีชื่อเสียง พระนิชิเร็นไดโชนินมอบคำ�ชี้นำ�แก่ท่ ้ี านชิโจคิงโงะ 5 สัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าวว่า “พระสูตรนี้ยากที่จะยึดถือ ถ้าผู้ใดสามารถยึดถือแม้เพียงชั่วขณะหนึ่ง เราจะมีความสุขอย่างแน่นอน และพระพุทธะอื่น ๆ ก็จะเป็นเช่นเดียวกัน” (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 11 หน้า 299 - 300) ข้อความนี้ปรากฏในครั้งที่ 3 ของคำ ประกาศ 3 ครั้ง ของพระศากยมุนีพุทธะใน “บทการปรากฏให้เห็นของหอรัตนะ” (สัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 11) ตอนที่พระองค์ทรงเรียกร้องให้ลูกศิษย์มาชุมนุมกัน เพื่อเผยแผ่สัทธรรมปุณฑริกสูตรหลังจากการเสด็จปรินิพพานของพระองค์ ข้อความเหล่านี้บ่งชี้ว่าการจะยึดถือสัทธรรมปุณฑริกสูตรหลังจากการปรินิพพาน ของพระพุทธะเป็นเรื่องยากเพียงใด
32 อีกครั้งว่า “แม้อาจมีปญั หาทางโลกเกิดขึ้น จงอย่าให้เรื่องเหล่านั้นรบกวน ท่าน.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 681) เห็นได้ชัดว่า คำ�วิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อนร่วมงานของท่านชิโจคิงโงะ ทั้งที่เปิดเผยและลับหลัง มีความรุนแรงขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความละเอียด รอบคอบของท่านชิโจคิงโงะในเรื่องความถูกและผิดทำ�ให้เกิดความไม่ลงรอยกัน ในความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน เราสันนิษฐานได้ว่า จากการที่เจ้านายไม่พอใจ ท่านชิโจคิงโงะพวกเขาจึงได้เปรียบที่จะกีดกันและขัดขวางเขาด้วยวิธีต่าง ๆ ไซโต้ : ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนชีวิตของเขาตกอยู่ใน อันตราย ในธรรมนิพนธ์ลงวันที่เดือนกรกฎาคม เดือนถัดมา พระนิชิเร็นไดโชนิน เรียกร้องท่านชิโจคิงโงะให้ใช้ความระมัดระวังสูงสุด โดยมอบคำ�แนะนำ�เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องไม่ออกไปข้างนอกในเวลากลางคืนว่า “ท่านต้องไม่ออก ไปดื่มกับเพื่อนร่วมงานหรือคนอื่น ๆ ในเวลากลางคืนโดยประมาท” และ “หาก [เจ้านาย] เรยกหาในยาม ี ค่ำคืน ขอให้อ้างว่าเจ็บป่วยกะทันหันใน 3 ครั้ง แรกทเร ี่ ยกหาี ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 687) และยังพูดถึง แม้กระทั่ง การที่ท่านชิโจคิงโงะถูกริบที่ดินในครอบครองและถูกบังคับให้ย้ายไป ยังจังหวัดห่างไกล อาจารย์อิเคดะ : ในประเด็นดังกล่าว พระนิชิเร็นไดโชนินได้ให้คำ�ชี้นำ�โดยละเอียด แก่ลูกศิษย์ของท่านให้บอกกับเจ้านายว่า “หากเกิดเหตุการณ์วิกฤตฉับพลัน ก็เป็นที่กังขาว่าข้าพเจ้าจะมาหาท่านได้ทันเวลาหรือไม่จากจังหวัดเอจิโงะที่ ห่างไกล[หากถูกย้ายไปทนัี่ น]. ดังนั้น แม้อาจต้องสู ่ญเสยที ดิน ข้า ี่ พเจ้าก็จะ ไม่ละทิ้งท่านในปีน”้ี (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 753) ไซโต้ : ดูเหมือนว่าในเวลาต่อมาท่านชิโจคิงโงะก็คิดที่จะฟ้องร้องเจ้านายด้วย
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บางทีเขาอาจรู้สึกว่าถูกต้อนเข้ามุมเพราะเป็นสถานการณ์ที่เขาไม่ได้รับความเป็น ธรรม แม้การฟ้องร้องเรื่องที่ดินในครอบครองโดยซามูไรดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ ในสมัยรัฐบาลโชกุนคามาคูระ แต่อาจมีเหตุการณ์สำ�คัญบางอย่างกระตุ้นเขาให้ คิดที่จะดำ�เนินการเช่นนี้ ดูเหมือนว่าท่านเอมะก็พอจะเข้าใจการใส่ร้ายและ กล่าวหาที่เพื่อนซามูไรของท่านชิโจคิงโงะกระทำ�ต่อเขาอยู่บ้าง อาจารย์อิเคดะ : เพื่อเป็นการตอบสนอง พระนิชิเร็นไดโชนินจึงชี้แนะให้ท่าน ชิโจคิงโงะประพฤติตนด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เตือนเขาให้คิดถึงผล ประโยชน์ที่ได้รับในรูปแบบต่าง ๆ มากมายจากความโปรดปรานของเจ้านาย จวบจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ท่านยังกระตุ้นเขาให้ดำ�เนินชีวิตในลักษณะที่ไม่ถูก พัดพาหรือถูกทำ�ให้เคลิบเคลิ้มโดย “ลม 8” อันได้แก่ ลาภ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ยศ สรรเสริญ ติฉิน ทุกข์ และสุข6 ไซโต้ : เป็นเรื่องยากจริง ๆ นะครับ สำ�หรับคนทั่วไปเป็นเรื่องง่ายที่จะปล่อยให้สิ่ง ต่าง ๆ เช่น เสื่อมลาภ ตำ�หนิ หรือทุกข์ ส่งผลกระทบต่อพวกเขา และอาจง่าย กว่านั้นอีกในกรณีของลาภและสุข อาจารย์อิเคดะ : หากเราตั้งตนอยู่บนธรรมธาตุ เช่นนั้นแล้วไม่ว่าเราจะถูก 6 พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนถึงท่านชิโจคิงโงะว่า “ปราชญ์ [ผู้ฉลาด] สมควรได้รับการเรียกขานเช่นนั้นเพราะไม่ถูกลม 8 พัดพาไป อันได้แก่ ลาภ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ยศ สรรเสริญ ติฉิน ทุกข์ และสุข. พวกเขาไม่อิ่มเอมใจจากลาภหรือโทมนัสจากการเสื่อมลาภ. เทพธรรมบาล จะปกปักรักษาผู้ที่ไม่หวั่นไหวไปตามลม 8 อย่างแน่นอน. แต่หากท่าน เคืองแค้นเจ้านายอย่างไร้เหตุผล เทพธรรมบาลจะไม่ปกปักรักษาไม่ว่า ท่านจะอธิษฐานมากมายเพียงใด.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 794) ลม 8 คือสภาวะ 8 ประการที่ขัดขวางผู้คนไม่ให้ก้าวไปสู่การรู้แจ้ง เรื่องนี้อธิบายอยู่ใน พุทธภูมิสูตรศาสตร์
34 สรรเสริญหรือติฉิน เราก็สามารถใช้ทุกอย่างเป็นโอกาสในการสร้างความดีได้ ใน ทางกลับกัน หากเราถูกครอบงำ�ด้วยความโง่เขลา เช่นนั้นแล้ว สิ่งเหล่านี้จะกลับ กลายเป็นโอกาสให้เราตกอยู่ในวิถีแห่งความชั่วร้าย จิตใจเป็นสิ่งสำ�คัญที่สุด พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนถึงท่านชิโจคิงโงะว่า “จงทกข์เมื่อมุทีกข์ุจงสุขเมื่อมีสุข ให้ถือว่าทั้งความทุกข์และความสุขเป็นความจริงของชีวิต และสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวอย่างต่อเนื่องตลอดไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ตาม” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 681) ถ้อยคำ�เหล่านี้มีคุณค่า มหาศาล ทั้งในยามทุกข์และยามสุข เราควรสวดธรรมมหัศจรรย์ และก้าวหน้า ต่อไป นี่คือวิถีของเจ้าแห่งชีวิต โดยการดำ�เนินชีวิตด้วยจิตใจเช่นนี้ เราจะสามารถ ขจัดความทุกข์ทั้งปวงได้ ไซโต้ : พระนิชิเร็นไดโชนินสั่งสอนท่านชิโจคิงโงะอย่างสม่ำ�เสมอถึงวิธีปฏิบัติตน โดยกระตุ้นให้ดำ�เนินชีวิตตามวิถีชีวิตของ “ผู้ฉลาด” อาจารย์อิเคดะ : ในแง่สมัยใหม่ นี่เปรียบเสมือนพ่อผู้เมตตากรุณาที่บอกลูก ๆ ให้ ใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด สำ�หรับพวกเราที่ยึดถือธรรมมหัศจรรย์ ผู้ฉลาดที่แท้จริง คือผู้ที่รักษาความศรัทธาอันแน่วแน่ในศักยภาพการเป็นพระพุทธะของตนเอง พระนิชิเร็นไดโชนินได้มอบคำ�ชี้นำ�แก่พี่น้องอิเคงามิในเรื่องความ สามัคคีและความมานะบากบั่น ท่านตักเตือนนักบวชฆราวาสมะจึโนะ โระขุโรซา เอมน ในเรื่องการอิจฉาริษยา และได้ให้คำ�ปรึกษาแก่ท่านนันโจ โทขิมิจึ ในวัยเยาว์ ในเรื่องการพัฒนาความเป็นมนุษย์ แม้เนื้อหาคำ�ชี้นำ�จะแตกต่างกันไปตาม ลักษณะของผู้รับแต่ละคนและปัญหาเฉพาะที่เขาหรือเธอกำ�ลังเผชิญ แต่ทุก ๆ กรณี พระนิชิเร็นไดโชนินจะให้คำ�สั่งสอนในเรื่อง “พฤติกรรมในฐานะมนษย์ุ ” โมรินากะ : เราสันนิษฐานได้ว่า ท่านชิโจคิงโงะมีอุปนิสัยที่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวและ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ พบว่ายากที่จะประนีประนอม ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยมีความอดทนกับสิ่งใด ก็ตามที่ไม่สมเหตุสมผลหรือไม่ยุติธรรม และค่อนข้างเจ้าอารมณ์ อาจารย์อิเคดะ : อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะแสดงออกได้ไม่เก่งนัก แต่เขาก็ยังแสดง ความห่วงใยอย่างแท้จริงกับความผาสุกของมิตรสหายในความศรัทธาด้วย ผม คิดว่า ทุกระบบการก็มีคนที่สามารถเรียกได้ว่าเป็น “ชิโจคิงโงะในเขตของเรา” ไซโต้ : ใช่ครับ เราอาจนึกถึงท่านชิโจคิงโงะในฐานะบรรพชนของสมาชิกฝ่ายผู้ใหญ่ ชายของเรา ! อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินเข้าใจอุปนิสัยในแง่ต่าง ๆ เหล่านี้ของ ลูกศิษย์อย่างถ่องแท้ เพื่อความน่าเชื่อถือของท่านชิโจคิงโงะ เขาเป็นคนซื่อสัตย์ ภักดีและอุทิศตนอย่างถึงที่สุด อุปนิสัยนี้เห็นได้จากการที่ติดตามพระนิชิเร็น ไดโชนินไปยังทะจึโนะคุจิ หากจำ�เป็นก็พร้อมสละชีวิตเพื่ออาจารย์ แต่เขาอาจไม่ ชอบความสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อนของมนุษย์และความต้องการต่าง ๆ ที่มาพร้อม กับความสัมพันธ์ดังกล่าวด้วย เขาอาจรู้สึกอึดอัดที่จะพบกับผู้คนในสังคมหรือ ขาดความระมัดระวังในการติดต่อกับผู้อื่น อันที่จริงเขาอาจพบกับความพ่ายแพ้ หรือล้มเหลวซ้ำ�แล้วซ้ำ�เล่าในเรื่องของการพูดที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป โมรินากะ : พระนิชิเร็นไดโชนินรู้จักลูกศิษย์ของท่านเป็นอย่างดี จากการอ่าน ธรรมนิพนธ์ของท่าน ดูเหมือนว่าพระนิชิเร็นไดโชนินจะเข้าใจสถานการณ์ได้อย่าง ถูกต้องแม่นยำ� สัมผัสได้ว่าใครมีความสัมพันธ์ที่ดีกับใคร หรือใครเก็บงำ�ความ รู้สึกอิจฉาและความขุ่นเคืองไว้ อาจารย์อิเคดะ : สิ่งสำ�คัญขององค์กรอยู่ที่บุคคล ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรเอสจีไอ ซึ่งอุทิศตนเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความ ต้องการเพื่อผลประโยชน์และการมีชื่อเสียง แต่ด้วยความสามัคคีที่งดงามบน
36 พื้นฐานความศรัทธา ดังนั้นความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของผู้คนจึงสำ�คัญยิ่งสำ�หรับ ผู้นำ�ขององค์กรเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล การขาดความเข้าใจในเรื่องนี้ชี้ถึงการ ขาดความรับผิดชอบ ไซโต้ : ผมจินตนาการว่า พระนิชิเร็นไดโชนินคงได้รับรายงานจากลูกศิษย์อย่าง ละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมและสถานการณ์ของพวกเขา อันที่จริงท่านอาจได้ สอบถามข้อมูลโดยละเอียดจากพวกเขาแล้ว พระนิชิเร็นไดโชนินสามารถเขียน จดหมายจำ�นวนมหาศาลเช่นนี้อย่างยากลำ�บากเพียงเพื่อจัดการกับข้อกังวล เฉพาะของแต่ละบุคคลเมื่อท่านได้รับรู้ถึงสถานการณ์และกรอบความคิดของผู้รับ อย่างครบถ้วน อาจารย์อิเคดะ : จดหมายของพระนิชิเร็นไดโชนินประกอบด้วยหลักธรรมสำ�คัญ และความเข้าใจอันลึกซึ้งถึงธรรมชาติของมนุษย์และการดำ�รงอยู่ของมนุษย์ ผม เชื่อว่าสิ่งนี้เองเป็นการแสดงถึง “พฤติกรรมในฐานะมนุษย์” ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ไม่ว่าในกรณีใด ความเมตตากรุณาคือพื้นฐานพฤติกรรมของมนุษย์ อย่างแท้จริง ปัญญาที่จะบ่มเพาะความดีในผู้อื่นเกิดจากความห่วงใยในแต่ละคน อย่างจริงจัง เพื่อการเติบโตของใครบางคน มีหลายครั้งที่เราแค่ต้องการเฝ้าดู พัฒนาการความดีของบุคคลนั้นอย่างอบอุ่น บางครั้งเราก็จำ�เป็นต้องตักเตือน พวกเขาอย่างจริงจัง เพื่อช่วยขจัดอุปสรรคที่ขัดขวางการพัฒนาความดีของ พวกเขา การกระทำ�ทั้ง 2 อย่างคือการกระทำ�แห่งความเมตตากรุณา พระนิชิเร็นไดโชนินไม่ได้กังวลโดยเฉพาะเรื่องที่ท่านชิโจคิงโงะจะ ถอยศรัทธา เพราะรู้ว่าเขามีความมุ่งมั่นตั้งใจในความศรัทธา แต่กลับชี้นำ�เขาซ้ำ�
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ แล้วซ้ำ�เล่าอย่างจริงใจถึงวิธีการดำ�เนินชีวิตอย่างชาญฉลาดเพื่อบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ในฐานะมนุษย์และหลีกเลี่ยงความล้มเหลว ท่านชิโงคิงโงะก็ต้องรู้สึกขอบคุณ อย่างมากมายมหาศาลที่มีอาจารย์เช่นนี้ โมรินากะ : ในระหว่างนั้น ช่วงวิกฤตส่วนตัวของท่านชิโจคิงโงะก็มาถึงจุดสำ�คัญ ในที่สุด เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1277 เขาเกือบจะถูกริบที่ดินในครอบครองไป เหตุการณ์ที่ทำ�ให้เกิดเรื่องนี้ก็คือ การโต้วาทีที่คุวางายะจึ7 พระ ริวโซโบซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพระเรียวคันแห่งวัดโงะขุระขุจิ ได้กลายเป็นสงฆ์ที่ มีอิทธิพลอย่างยิ่งในเมืองคามาคูระ เพื่อที่จะเปิดโปงลักษณะแท้จริงที่หน้าไหว้ หลังหลอกของพระริวโซโบ พระซัมมิโบ ลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนินจึงเชิญ เขาเข้าร่วมการโต้วาทีสาธารณะ ผลลัพธ์ก็คือ พระริวโซโบพ่ายแพ้ยับเยิน ซึ่งหลัง จากนั้นเขาก็หายหน้าไปจากสาธารณชนโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ข่าวลือซึ่งอาจเริ่มต้นจากแผนการของพระเรียวคัน กับพวกของเขา ได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองคามาคูระว่า กลุ่มคนที่นำ�โดยท่าน ชิโจคิงโงะได้ขัดขวางการโต้วาที โดยเข้าจู่โจมพร้อมอาวุธขณะที่พระริวโซโบ กำ�ลังพูด ไซโต้ : ความจริงก็คือ ท่านชิโจคิงโงะเพียงเข้าร่วมการโต้วาทีตามคำ�เชิญของพระ ซัมมิโบ ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจที่จะแก้แค้นหรือเพียงเพื่อรักษาหน้าก็ตาม นี่คือ 7 การโต้วาทีที่คุวางายะจึ : วันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 1277 การโต้วาทีธรรมเกิดขึ้นที่คุวางายะจึในเมืองคามาคูระ ซึ่งพระซัมมิโบ ลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนินเอาชนะพระริวโซโบ สงฆ์นิกายเท็นได ที่ถูกไล่ออกจากวัดเอ็นเรียะขุจิบนภูเขาฮิเออิได้สำ เร็จ ต่อมาได้มาที่คามาคูระ และได้รับการอุปถัมภ์จากพระเรียวคันแห่งวัดโงะขุระขุจิ
38 การปั้นน้ำ�เป็นตัวที่น่าสะพรึงกลัวมาก แม้กระนั้นก็ตาม ในที่สุดรายงานเหล่านี้ก็ กระตุ้นให้ท่านเอมะดำ�เนินการ และขู่ว่าจะริบที่ดินในครอบครองของท่านชิโจคิงโงะ โดยบอกว่าจะยกโทษจากข้อหากระทำ�ผิดให้ก็ต่อเมื่อท่านชิโจคิงโงะเขียน คำ�สาบานว่าจะละทิ้งความศรัทธาในสัทธรรมปุณฑริกสูตร อาจารย์อิเคดะ : แต่ท่านชิโจคิงโงะยืนหยัดและรายงานความตั้งใจของเขาต่อ พระนิชิเร็นไดโชนินทันที พระนิชิเร็นไดโชนินจึงเขียนจดหมายตอบ และยังเขียน ข้อร้องเรียนในนามของท่านชิโจคิงโงะ จ่าหน้าถึงท่านเอมะ (“จดหมายร้องเรียน จากโยริโมโตะ”) ท่านสั่งให้ท่านชิโจคิงโงะยื่นจดหมายฉบับนี้หากมีความจำ�เป็น จดหมายฉบับนี้นอกจากจะให้รายละเอียดความชั่วร้ายของพระเรียวคันกับพวก ของเขาแล้ว ยังประกาศชัดเจนถึงความซื่อสัตย์และความถูกต้องของพระนิชิเร็น ไดโชนินอีกด้วย โดยระบุความจริงและความเท็จในลักษณะที่ผู้อ่านที่มีความคิด จะสามารถเข้าใจได้ แม้ในความเป็นจริงดูเหมือนว่าท่านชิโจคิงโงะไม่เคยมีโอกาสยื่น จดหมายฉบับนี้เลยก็ตาม แต่เนื้อหาในนั้นถือว่าเป็นการเดิมพันการต่อสู้ทาง คำ�พูดครั้งยิ่งใหญ่ของพระนิชิเร็นไดโชนิน ไม่ว่าในกรณีใด พระนิชิเร็นไดโชนินก็ยกย่องความมุ่งมั่นตั้งใจของ ท่านชิโจคิงโงะอย่างสูงสุดที่ไม่เคยละทิ้งสัทธรรมปุณฑริกสูตร ท่านยังเตือนอีกว่า “ชัวช่วิตน ี ้เหมือนดั ีง่ความฝัน จึงไม่มันใจว่าจะม ่ชีวิตอยู่ถึงวัน ีพร่งนุ้หรือไม่ ีอย่างไรก็ด แม้ต้องก ีลายเป็นขอทาน จงอย่าสร้างความอัปยศแก่สัทธรรม ปุณฑริกสูตรอย่างเด็ดขาด” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 824) สำ�หรับชาวพุทธ ไม่มี “การเป็นอาจารย์ของจิตใจ” ใดจะยิ่งใหญ่ ไปกว่าการมุ่งมั่นที่ไม่เคยทำ�ให้สัทธรรมปุณฑริกสูตรเสื่อมเสีย การนำ�ความ เสื่อมเสียมาสู่คัมภีร์แห่งการรู้แจ้งที่เป็นสากลซึ่งเรายึดถือเปรียบได้กับการดูหมิ่น
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ธรรมชาติพุทธะของตนเอง นี่เป็นความศรัทธาในสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่สร้าง ความแตกต่างระหว่างการดำ�เนินชีวิตที่ถูกครอบงำ�ด้วยอวิชชากับการดำ�เนินชีวิต ตามธรรมธาตุ ไซโต้ : การไม่สร้างความอัปยศแก่สัทธรรมปุณฑริกสูตร โดยให้คุณค่าสูงสุดกับ ธรรมะที่ถือการให้ความเคารพมนุษย์ทั้งปวงอย่างเท่าเทียมกัน นี่ต้องถือว่าเป็น มาตรฐานภายในของเราเสมอ อาจารย์อิเคดะ : นั่นเป็นเพียงธรรมชาติเท่านั้น การสร้างความอัปยศแก่สัทธรรม ปุณฑริกสูตรคือการเปลี่ยนจากการเชื่อเป็นการไม่เชื่อในสัทธรรมปุณฑริกสูตร และยอมจำ�นนต่อการหมิ่นประมาทธรรม พระนิชิเร็นไดโชนินใช้คำ�ว่า “ความ อัปยศ” เพราะไม่มีสิ่งใดจะโง่เขลาหรือน่าละอายไปกว่าการเบนความสนใจ ภายในของตนจากความดีไปสู่ความชั่ว จากธรรมธาตุไปสู่อวิชชา ในกรณีของ ท่านชิโจคิงโงะ เป็นเพราะยึดติดกับที่ดินในครอบครอง ท่านชิโจคิงโงะได้ปฏิบัติตามคำ�ตักเตือนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ตาม ที่พระนิชิเร็นไดโชนินเป็นห่วง ไม่จำ�เป็นต้องให้คำ�ชี้นำ�ที่ยืดเยื้อแก่ลูกศิษย์ในเรื่อง ของความศรัทธา เพียงแต่ให้คำ�แนะนำ�ถึงข้อควรระวังที่เฉพาะเจาะจงที่จำ�เป็น ต้องใช้เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ก็เพียงพอแล้ว และพระนิชิเร็นไดโชนินก็ให้ คำ�สั่งสอนอย่างละเอียดที่สุดถึงเรื่องที่ควรใส่ใจอย่างระมัดระวัง เพราะถ้าความ คิดและจิตใจของคน ๆ นั้นตั้งมั่นในทิศทางแห่งความดีแล้ว สิ่งที่เหลือทั้งหมดก็ คือเพื่อให้เขาหรือเธอก้าวต่อไปและบรรลุชัยชนะ โมรินากะ : พระนิชิเร็นไดโชนินเตือนท่านชิโจคิงโงะ เป็นต้นว่า การชุมนุมกันเป็น อันตราย และควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในตอนกลางคืน ท่านยังกระตุ้น ให้รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเวรยามรอบกลางคืนด้วย (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 824)
40 อาจารย์อิเคดะ : ขณะที่เขียนคำ�ตักเตือนเรื่องดังกล่าวในจดหมายหลายฉบับ ที่ส่งถึงท่านชิโจคิงโงะ พระนิชิเร็นไดโชนินระบุชัดเจนถึงมาตรฐานสำ�คัญที่ว่า “พุทธธรรมเป็นเรื่องเกยวกับชนะหรือแ ี่ พ้เป็นหลัก” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 835) พุทธธรรมเกี่ยวข้องกับชัยชนะในชีวิต ขณะที่สังคมเกี่ยวข้องกับ ชื่อเสียง ด้วยการมีชัยชนะเหนือสิ่งไม่ดีและความชั่วร้ายในชีวิตของเราเองนั่นเอง ที่เราจะสามารถพิสูจน์ความถูกต้องของพุทธธรรมได้ ขณะที่อยู่ในสังคม การได้ รับความไว้วางใจและการแสดงข้อพิสูจน์ที่เป็นจริงเป็นสิ่งสำ�คัญมาก ทันทีหลังจากนั้น ท่านชิโจคิงโงะซึ่งประพฤติตนตรงตามที่พระ นิชิเร็นไดโชนินสั่งสอนด้วยเจตนารมณ์แห่งอาจารย์กับศิษย์ไม่เป็นสอง ได้พบกับ การพลิกกลับครั้งใหญ่ของบุญวาสนา โมรินากะ : ในเวลานั้น เกิดโรคระบาดขึ้นในเมืองคามาคูระ และท่านเอมะก็ ล้มป่วยลง สุดท้ายท่านชิโจคิงโงะในฐานะแพทย์ ได้ทำ�การรักษาท่านเอมะจน หายป่วย ผลก็คือเขาได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายอีกครั้ง ในความเป็นจริง บรรดาผู้ที่ใส่ร้ายท่านชิโจคิงโงะหลายคนก็เป็น โรคนี้ด้วยเช่นกัน แม้จะเป็นเช่นนั้นก็ตาม ความศรัทธาที่ได้รับความไว้วางใจใหม่ อีกครั้งจากท่านเอมะได้นำ�ไปสู่การเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของท่านชิโจคิงโงะ โดยสิ้นเชิง เราสามารถสรุปเรื่องนี้ได้จาก “ธรรมนิพนธ์เรื่องทรัพย์สมบัติ 3 ชนิด” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 848 - 852)
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ทรัพย์สมบัติของจิตใจเป็นสิ่งท ี่ มีค่าที่ สุด อาจารย์อิเคดะ : เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงที่น่ายินดีในสถานการณ์ของ ท่านชิโจคิงโงะจะนำ�ไปสู่ชัยชนะที่มั่นคงแน่นอน พระนิชิเร็นไดโชนินยังคงให้ คำ�ชี้นำ�ที่เจาะจงมากขึ้นแก่ลูกศิษย์ (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 849 - 850) ตัวอย่างเช่น ท่านเตือนไม่ให้เดินทางคนเดียวเพราะศัตรูของท่าน ชิโจคิงโงะจะต้องวางแผนอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้นเพื่อกำ�จัดเขา และเตือนไม่ให้แสดง ความใจร้อนออกมา การมีอาจารย์ถือเป็นบ่อเกิดอันยิ่งใหญ่ของบุญวาสนาอย่าง แท้จริง พระนิชิเร็นไดโชนินยังแนะนำ�ท่านชิโจคิงโงะให้ใช้ความระมัดระวังเป็น พิเศษเมื่อออกจากบ้านหรือกลับเข้าบ้านในยามดึก และอย่าคร่ำ�ครวญเกี่ยวกับ สถานการณ์ของเขาให้ผู้อื่นฟัง หลังจากให้คำ�ชี้นำ�นี้แล้ว พระนิชิเร็นไดโชนินก็ เน้นย้ำ�ถึงความสำ�คัญของจิตใจที่มีชัยชนะในชีวิต โมรินากะ : ในธรรมนิพนธ์ฉบับเดียวกัน พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า การได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นยากยิ่ง. จำ�นวนผู้คนที่ได้รับชีวิตมนุษย์นั้นมีน้อยดุจ จำ�นวนดินที่สามารถอยู่บนเล็บมือ. ชีวิตที่เกิดเป็นมนุษย์ยึดให้คงไว้ได้ยาก ยาก เท่ากับน้ำ�ค้างที่คงอยู่บนใบหญ้า. แต่การมีชีวิตอยู่อย่างมีเกียรติ 1 วันยังดีกว่า การมีชีวิตอยู่ถึง 120 ปี แล้วตายด้วยความอัปยศ. ขอให้ได้รับการกล่าวขวัญจาก ผู้คนทั้งหลายในเมืองคามาคูระว่า ท่านนาคาจึคาสะ ซาบุโร ซาเอะมน-โนะ-โจ [ชิโจคิงโงะ] นั้น เพื่อเจ้านายก็ดี เพื่อพุทธธรรมก็ดี พื้นฐานจิตใจเพื่อผู้อื่นก็ดี. ล้วน ดีเลิศ ทรัพย์สมบัติของร่างกายเหนือกว่าทรัพย์สมบัติของคลัง และทรัพย์สมบัติ ของจิตใจมีค่าที่สุดในบรรดาทรัพย์สมบัติทั้งหมด. หลังจากอ่านจดหมายฉบับนี้ แล้ว จงสะสมทรัพย์สมบัติของจิตใจด้วย (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 851)
42 อาจารย์อิเคดะ : ท่านกล่าวว่า เราไม่ควรมีจิตใจที่ถูกครอบงำ�ด้วยความหลง แต่ ให้มีจิตใจที่เป็นไปตามธรรมธาตุ กล่าวคือ ดำ�เนินไปด้วยความศรัทธาและเป็น ผู้ชนะทั้งด้านสังคมและพุทธธรรม “เพื่อเจ้านายก็ด เีพื่อพุทธธรรมก็ดีพื้นฐานจิตใจเพื่อผู้อื่น ก็ด.ี” ในความหมายปัจจุบันก็หมายถึง “เพื่อการทำงาน เพื่อการเผยแผธ่รรม และเพื่อสังคม” สิ่งนี้บ่งบอกถึงความศรัทธาและชีวิตประจำ�วันอย่างครบถ้วน ความคิดหรือจิตใจมุ่งสู่ความดีเสมอไม่ว่าในสถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม เนื่องจากเป็นไปตามธรรมธาตุ จึงกลายเป็นแรงผลักดันเพื่อสร้างคุณค่าใน ทุกด้านของความพากเพียรของมนุษย์ พระนิชิเร็นไดโชนินไม่แนะนำ�ให้คิดว่าตัวเราเองเป็นศูนย์กลาง แต่ กลับกระตุ้นให้เราประพฤติตนในลักษณะของการเป็นผู้ที่จะได้รับการยกย่องและ ไว้วางใจจากผู้อื่น การสร้างชื่อเสียงที่มั่นคงด้านความไว้วางใจในหมู่คนรอบข้าง ถือเป็นข้อพิสูจน์ถึงพฤติกรรมของเราในฐานะผู้ปฏิบัติพุทธธรรมที่แท้จริง จิตใจที่ มุ่งสู่ความดีสะท้อนอยู่ในพฤติกรรมและวิถีชีวิตของบุคคล และจะไม่พ่ายแพ้ใน การเอาชนะความเข้าใจของผู้คนในสังคม { โปรดติดตามตอนต่อไป }
ก่่อร่่างสร้้างยุุคใหม่่
44 ‘ ’ ส่่งมอบความหวััง และแรงบัันดาลใจแก่่ทุุกคน พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “เนื่องด้วยธรรมะมหัศจรรย์ บุคคลจึงน่าเคารพ เนื่องด้วยบุคคลน่าเคารพ ดินแดนจึงสูงส่ง” (ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1097) ปัจจุบัน สมาชิกของเราในทุกแห่งหนกำ�ลังร่วมสานเสวนา เพื่อบอกเล่าแนวคิดพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน และนำ�พาสันติภาพและ ความสุขที่แท้จริงมายังสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ ความเพียรพยายามของ พวกเขากำ�ลังเพิ่มขบวนแถวของ “มิตรแห่งห้องกล้วยไม้” ที่น่านับถืออย่าง ต่อเนื่องมั่นคง และสร้าง “ดินแดนแห่งรัตนะอันล ้ำ ค่า” ที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแสดงถึง หลักธรรมที่ว่า สหาโลกธาตุคือดินแดนแห่งแสงสว่างและสันตินิรันดร์ (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 1 หน้า 91, 95) พระนิชิเร็นไดโชนิน พระพุทธะแห่งสมัยธรรมปลายย่อมกำ�ลัง ปรบมือยกย่องชมเชยพวกเราสุดหัวใจอย่างแน่นอน ท่านยังให้การรับรองกับเรา ด้วยว่า ความเพียรพยายามเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลทั้งหมดของเรา “จะปลูก บุญกุศลและรากแห่งความดีไว้ในชีวิต” (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 1 หน้า 49) และกลายเป็น “ความทรงจำ หนึ่งเดียวของชาติน้บนีโลกมนษย์ุ ” ชั่วนิรันดร์ (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 1 หน้า 181) *
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 ก่อร่างสร้างยุคใหม่ เมื่อใดก็ตามที่ข้าพเจ้าขับรถผ่านเข้าพื้นที่อิชิงายะของกรุงโตเกียว สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำ�ล้ำ�ค่ามากมาย ข้าพเจ้าจะหวนรำ�ลึกถึง ช่วงเวลาในวัยยุวชนที่ได้ร่วมต่อสู้กับอาจารย์โจเซอิ โทดะ อาจารย์ผู้มีพระคุณ ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามั่นใจว่าอาจารย์โทดะจะต้องปีติยินดีอย่างที่สุดที่เห็นว่า อิชิงายะและพื้นที่อื่น ๆ ที่ท่านเคยทำ�งานเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลล้วนเติบโต ขึ้นมากเพียงใดในปัจจุบัน และมีจำ�นวนสมาชิกที่ยอดเยี่ยมมากมายเพียงใด ที่กำ�ลังสานต่องานของท่านอย่างกระฉับกระเฉง เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1951 ไม่นานหลังจากที่อาจารย์โทดะ เข้ารับตำ�แหน่งประธานสมาคมโซคาท่านที่ 2 ท่านได้ย้ายสำ�นักงานธุรกิจของท่าน ไปยังอาคารอิชิงายะ ซึ่งสูง 3 ชั้นตั้งอยู่ใกล้คูน้ำ�ชั้นนอกของปราสาทโบราณเอโดะ สำ�นักงานกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์เซเคียว ก็ถูกจัดตั้งขึ้นที่นั่น ตามมาด้วย สำ�นักงานสาขาของสำ�นักงานใหญ่สมาคมโซคา และที่นี่ยังเป็นที่บรรยายทุกเช้า ของ “มหาวิทยาลัยโทดะ” อีกด้วย นอกจากนี้ อาจารย์โทดะยังให้คำ�ชี้นำ�ประจำ�วันและสนับสนุน สมาชิกจากห้องในอาคารหลังนี้ โดยส่งเสริมกำ�ลังใจอย่างสุดหัวใจแก่สมาชิก ที่เดินทางมาพบท่านด้วยปัญหาเร่งด่วนนานัปการ ท่านจะกล่าวกับสมาชิก เหล่านั้นว่า “หากคุณปฏิบัติศรัทธาในพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินแล้ว คุณจะมีความสุขได้อย่างแน่นอน จงก้าวหน้าด้วยจิตใจของแชมเปี้ยน ! จงดำ เนินชวิตด้วย ีความภาคภูมิใจในฐานะสมาชิกผู้ทรงเกยรติของสมา ีคม โซคา !”
46 หลังจากได้รับกำ�ลังใจจากอาจารย์โทดะแล้ว สมาชิกทุกคนจะกลับ บ้านด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ราวกับพวกเขาได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ปัญหา ของพวกเขาไม่ได้หายไปไหน แต่ความกล้าหาญและความหวังที่พวกเขาได้รับ ทำ�ให้พวกเขาเปลี่ยนมุมมองต่อปัญหาด้วยความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ว่าพวกเขาคือ ตัวตนของพลังที่ไม่มีวันพ่ายแพ้ของธรรมมหัศจรรย์ สมาคมโซคาเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยสายสัมพันธ์แห่งอาจารย์กับศิษย์ เป็นการชุมนุมของโพธิสัตว์จากพื้นโลก ในฐานะแชมเปี้ยนที่น่าภาคภูมิใจแห่งการ เผยแผ่ธรรมไพศาล ผู้เปลี่ยนชะตากรรมเป็นภาระหน้าที่ มาขยายเครือข่ายแห่ง การอุทิศตนเพื่อความสุขและสันติภาพต่อไปในสถานที่ที่เราเลือกจะทำ�ให้ปณิธาน ของตนบรรลุผลสำ�เร็จกันเถิด * เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้าทำ�งานให้อาจารย์โทดะที่อาคารอิชิงายะ ข้าพเจ้า จะทักทายทุกคนด้วยพลังความสดใสของยุวชนเสมอ ข้าพเจ้าปฏิสัมพันธ์ด้วย ความจริงใจและจิตใจที่เปิดกว้างกับผู้คนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกหรือ ไม่ก็ตาม ข้าพเจ้าสานมิตรภาพกับพนักงานต้อนรับของอาคาร เจ้าของและ พนักงานของร้านอาหารที่อยู่ถัดไป 2 ตึก รวมถึงคนขายไม้กระถางด้านนอกอาคาร ซึ่งในที่สุดพวกเขาเหล่านั้นก็มีความเข้าใจและให้การขอบคุณอย่างลึกซึ้ง ต่อกิจกรรมของสมาคมโซคา สัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าวว่า “เมล็ดพุทธะงอกได้ด้วยปัจจัย” (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 2 หน้า 65) การสนทนาที่ดำ�เนินไป โดยสมาชิกฝ่ายยุวชนของเราในปัจจุบันกำ�ลังสร้างเหตุปัจจัยสำ�หรับการเบ่งบาน ในอนาคตอันรุ่งโรจน์ ข้าพเจ้าแทบรอไม่ไหวที่จะเห็นภาพนั้น *
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 77 05-2567 ก่อร่างสร้างยุคใหม่ วันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1960 คือวันที่ข้าพเจ้าตัดสินใจตอบรับ คำ�ขอร้องหลายต่อหลายครั้งให้รับตำ�แหน่งประธานสมาคมโซคาคนที่ 3 ข้าพเจ้าตัดสินใจว่า ถึงเวลาที่ข้าพเจ้าจะได้ตอบแทนบุญคุณต่อ อาจารย์ผู้มีพระคุณของข้าพเจ้าในฐานะลูกศิษย์โดยตรงของท่าน และร่วมกับ สมาชิกของเราสืบสานการต่อสู้เพื่อกำ�หนดทิศทางของประวัติศาสตร์ทั้งในประเทศ ญี่ปุ่นและทั่วโลก ล่วงเลยมาเกือบ 6 ทศวรรษแล้ว ขณะที่เรากำ�ลังมุ่งสู่วันที่ 3 พฤษภาคม วันแห่งสมาคมโซคาอีกครั้ง มาทำ�ให้ทุกคนรอบตัวกลายเป็นพันธมิตร ของเรา มอบความหวังและแรงบันดาลใจแก่ทุกคนอย่างอบอุ่น และทำ�ให้บทเพลง แห่งชัยชนะอันรุ่งโรจน์ของเราดังก้องกังวานกว้างไกลต่อไป (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2019)
ไดโมขุุแห่่งเสีียงคำำรามของราชสีีห์์การปฏิิบััติิที่่มุ่่งสู่่ความสุุขและมีีชััยชนะขั้้�นรากฐาน อาจารย์อิเคดะกล่าวถึงพลังของหนึ่งขณะจิตในส่วนลึกของ ชีวิตเรา ซึ่งสามารถเปลี่ยนความยากลำ�บากใด ๆ ให้เป็นความ “สงบสุขและ สบาย” โดยอ้างอิงสภาพชีวิตของพระนิชิเร็นไดโชนินที่เผชิญความยากลำ�บาก และการบีฑาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งถูกเนรเทศถึง 2 ครั้ง ลูกศิษย์บางคนจึงเกิด ความสงสัยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ทั้งหมดนี้จะพบกับความ “สงบสุขและ สบาย” ได้อย่างไรกัน แต่พระนิชิเร็นไดโชนินยืนยันว่า แท้จริงแล้วความยาก ลำ�บากทั้งปวงก็คือความ “สงบสขแุละสบาย” (อ้างอิง บันทึกคำ สอนปากเปล่า ฉบับ ภาษาอังกฤษ หน้า 115) ...ดังที่กล่าวอยู่ในคัมภีร์ทางพุทธศาสนา ความยากลำ�บากเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง สิ่งสำ�คัญคือ เราจะเปลี่ยนความยากลำ�บากจากพิษเป็นยา แล้ว ใช้เป็นพลังขับเคลื่อนเพื่อการเจริญเติบโตและก้าวหน้าที่สดใสได้อย่างไร ไม่มีเหตุผลที่จะรู้สึกกังวลหรือโศกเศร้าเสียใจในยามที่พายุอัน เกรี้ยวกราดแห่งความทุกข์ยากถาโถมเข้ามา หากมีหนึ่งขณะจิตที่เข้มแข็งที่จะ เปลี่ยนทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้เป็น “ลมหนุน” แล้ว เราย่อมสามารถเปิดเส้นทางไป ข้างหน้าได้อย่างแน่นอน (จากหนังสือชุด ปัญญาเพื่อสรรค์สร้างความสุขและสันติภาพ ตอนที่ 1 “ความสุข” หน้า 146 - 147) ‘ ’
สารบัญ บทบรรณาธิการของประธานมิโนรุฮาราดะ วันที่ 3 พฤษภาคม 3 วันแห่งการออกเดินทางใหม่ชั่วนิรันดร์ ธรรมนิพนธ์ ลักษณะที่เป็นจริงของปรากฏการณ์ทั้งหลาย 9 ความคิดคำ นึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” บทที่ 90) คิดคำนึงถึงวันครบรอบคำ แถลงการณ์ 15 เพื่อยกเลิกการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของอาจารย์โจเซอิ โทดะ โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บทสนทนาเกี่ยวกับศาสนาแห่งมนุษยนิยม บทที่ 18) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น ตอนที่ 2 23 ก่อเกิดความดีด้วยการปฏิบัติตนในฐานะพุทธศาสนิกชน (ต่อ) ก่อร่างสร้างยุคใหม่ มีชีวิตเปี่ยมด้วยความปีติยินดี 39 ไร้ขอบเขตแห่งธรรมะ 1 2 3 4 5
2 สมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย email: [email protected] www.sgt.or.th บรรณาธิิการ นวรััตน์์ ชิิโนมีี กองบรรณาธิิการ เรืืองระวีี ไชยพููนพััฒน์์ พััชรีี โพธิิพััฒน์์ธนากร ณััฐพร งามสิิ ริิ กุุล ภาษาญี่่�ปุ่่�น เพีียงตา หลิิมไชยกุุล อนงค์์นาถ มโนจุุ รีีหกุุล อาคิิโกะ โฮโซดะ โยโกะ โอดะ สมพร เจนจารุุ พัันธุ์์กุุล ภาษาอัังกฤษ หทััยรััตน์์ แซ่่ จึึง ศศมน โพธิิ พััฒน์์ธนากร ทิิพย์์ สุุดา บุุนฑารัักษ์์ ออกแบบสร้้างสรรค์์ กุุลลดา อััศวฉััตรโรจน์์ พิิสููจน์์ อัักษร วรรณีี สถาพรพิิชญ์์ผู้้จััดการณริินทร์์ ลััทธยาพร สงวนลิิขสิิทธิ์์�โดยสมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย ISSN 2586-8675
บทบรรณาธิการของ ประธานมิโนรุ ฮาราดะ (ในวารสารไดเบียะขุเร็งเงะ)
4 ‘ ’ วัันที่่ 3 พฤษภาคม วัันแห่่งการออกเดิินทางใหม่่ชั่่�วนิิรัันดร์์ วันที่ 3 พฤษภาคม เป็นทั้งวันสมาคมโซคาและวันแม่ของ สมาคมโซคาเพื่อเชิดชูเกียรติสตรีโซคาทุกท่านผู้คู่ควรได้รับการยกย่องที่สุด เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1972 ระหว่างการเดินทางเยือน กรุงปารีส อาจารย์อิเคดะได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์ของการเผยแผ่ธรรมไพศาล และอธิบายว่า วันที่ 3 พฤษภาคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ของสมาคมโซคา ต่อมา ท่านได้กรุณาอธิบายความสำ คัญอันลึกซึ้งของวันนี้ เมื่อ ค.ศ. 1980 หนึ่งปีหลังจากที่ลาออกจากตำ แหน่งประธานสมาคมโซคา ขณะที่เยือนคันไซท่านเขียนอักษรวิจิตรคำ ว่า “วันที่ 3 พฤษภาคม” เป็น อักษรจีนขนาดใหญ่ ส่วนบริเวณขอบเขียนอักษรตัวเล็กกว่าอันเป็นวันแห่ง หลักชัยสำ คัญสำ หรับสมาคมโซคาเรียงกันดังนี้ วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1951 (อาจารย์โทดะเข้ารับตำ แหน่งประธานสมาคมโซคา ลำ ดับที่ 2) วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1960 (อาจารย์อิเคดะเข้ารับตำ แหน่งประธานสมาคมโซคา ลำ ดับที่ 3) และ วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1979 ต่อด้วยข้อความ “วันน้เีป็นจดเริุมต้นของสมา่คม โซคา” 1 ประธานผู้ก่อตั้งสมาคมโซคาทั้ง 3 ท่านอุทิศชีวิตของตนเพื่อเผยแผ่ พุทธธรรมอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด โดยสลักความตั้งใจแน่วแน่อยู่ในส่วนลึก
5 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 บทบรรณาธิการของประธานฮาราดะ ของชีวิตตามที่พระนิชิเร็นไดโชนินประกาศไว้ว่า “อาตมาขอบอกดังน้ว่า ให้ ีเทวดาทอดทิ้ง ให้การบฑาถาโถม กระนั้น อาตมาก็จะมอบช ี วิตเ ีพื่อธรรมะ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 172) ความทุ่มเทอันแน่วแน่ของอาจารย์ ทั้งสามในฐานะผู้สืบทอดโดยตรงของพระนิชิเร็นไดโชนินซึ่งสืบทอดมหาปณิธาน ของท่านและมีชัยชนะเหนือการบีฑาทุกรูปแบบเป็นจุดเริ่มต้นของสมาคมโซคาที่ พวกเราทุกคนพึงสลักไว้ในชีวิต * 1 ปัจจุบันมีการเข้ากรอบเป็นแผ่นม้วนแขวนงานเขียนอักษรวิจิตรนี้เป็นอักษรจีน คำ ว่า “วันที่ 3 พฤษภาคม” โดยเป็นลายเส้นที่หนาและเต็มไปด้วยพลังชีวิต ในแนวตั้งอยู่ตรงกลาง ส่วนขอบด้านขวามือมีลงวันที่ดังต่อไปนี้ วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1951 (อาจารย์โทดะเข้ารับตำ แหน่งประธานสมาคมโซคา ลำ ดับที่ 2) วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1960 (อาจารย์อิเคดะเข้ารับตำ แหน่งประธานสมาคมโซคา ลำ ดับที่ 3) วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1979 (ประชุมรวมหัวหน้าภาค ซึ่งอาจารย์อิเคดะลาออกจากตำ แหน่งประธานสมาคมโซคา ลำ ดับที่ 3 อย่างเป็นทางการภายหลังการลาออกเมื่อวันที่ 24 เมษายน) วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1983 (วันที่ระลึกความตั้งใจของอาจารย์อิเคดะในการเปิดหนทางเพื่อการพัฒนาใหม่ ของสมาคมโซคาภายใน 3 ปีถัดไป) และ วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2001 (มุ่งสู่วันที่ 3 พฤษภาคมแรกของศตวรรษที่ 21) ใต้ข้อความนี้เขียนคำ ว่า วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1952 (วันมงคลสมรสระหว่างอาจารย์อิเคดะกับคุณคาเนโกะ) รายการวันที่นี้ยังมีคำ ว่า “วันนี้ [3 พฤษภาคม] / เป็นจุดเริ่มต้นของสมาคมโซคา / จารึก เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 / จิตใจของข้าพเจ้าปลอดโปร่งและสงบสุข / พนมมือ / ไดซาขุ”
6 อาจารย์อิเคดะเป็นผู้กำ หนดวันที่ 3 พฤษภาคม เป็นวันแห่งการ ออกเดินทางใหม่ชั่วนิรันดร์สำ หรับสมาชิกสมาคมโซคาทั้งหมด วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1958 ช่วงหลังการมรณกรรมของอาจารย์โทดะ [วันที่ 2 เมษายน] ไม่นาน ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่ปกคลุมด้วยอารมณ์โศกเศร้า ท่านเสนอแนวคิดเรื่อง ระฆัง 7 ใบ2 เป็นแนวทางใหม่สำ หรับสมาคมโซคาเพื่อเป็นการส่องแสงแห่งความ หวัง อาจารย์โทดะกล่าวอยู่บ่อยครั้งว่าสมาคมโซคาเริ่มต้นช่วงเวลาแห่ง การพัฒนาใหม่ครั้งสำ คัญทุก 7 ปี และอาจารย์อิเคดะนำ คำ กล่าวนี้มาเป็นความ ตั้งใจของท่านเอง หลายปีต่อมา [เมื่อ ค.ศ. 1997] ท่านขยายวิสัยทัศน์ที่ทอดยาว ไปถึงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 23 เริ่มจากการวางรากฐานเพื่อสันติภาพให้มั่นคง ในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 21 ไปจนถึงการก่อตั้งศักดิ์ศรีของชีวิตให้เป็นเจตนารมณ์ พื้นฐานทั่วโลก และมุ่งสู่การผลิบานอันรุ่งโรจน์ของวัฒนธรรมมนุษยนิยม อาจารย์อิเคดะมอบหมายวิสัยทัศน์นี้แก่บรรดาลูกศิษย์ของท่าน ดังนั้นขณะที่เราฉลองวันที่ 3 พฤษภาคม ครั้งแรกตั้งแต่การ ถึงแก่อนิจกรรมของอาจารย์อิเคดะ พวกเราพึงเปี่ยมด้วยความหวัง ความเชื่อมั่น 2 ระฆัง 7 ใบ : ระฆัง 7 ใบชุดแรก คือช่วงเวลา 7 ปี จำ นวน 7 ครั้งต่อเนื่องกันในการพัฒนาของสมาคมโซคา ตั้งแต่ปีที่ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1930 ไปจนถึง ค.ศ. 1979 วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1958 ซึ่งเป็นเวลาไม่นานหลังการมรณกรรม ของอาจารย์โทดะเมื่อวันที่ 2 เมษายน อาจารย์อิเคดะซึ่งขณะนั้น เป็นหัวหน้าเสนาธิการฝ่ายยุวชนได้เสนอแนวคิดนี้และประกาศเป้าหมาย สำ หรับช่วงเวลา 7 ปีต่อเนื่องกัน 7 ครั้ง วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1966 ท่านกล่าวถึงระฆัง 7 ใบชุดใหม่ที่ท่านมองภาพไว้ว่าจะเริ่มในศตวรรษที่ 21
7 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 บทบรรณาธิการของประธานฮาราดะ และความตั้งใจที่จะตอบแทนบุญคุณท่านในฐานะลูกศิษย์โดยทำ ให้วิสัยทัศน์ของ อาจารย์ผู้มีพระคุณของพวกเราสำ เร็จเป็นจริง วันเข้ารับตำ แหน่งประธานสมาคมโซคา ลำ ดับที่ 3 เมื่อ วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1960 อาจารย์อิเคดะเขียนความตั้งใจลงในสมุดบันทึก ประจำ วันของท่านว่า “เริ่มต้นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่ สุดของชาติน้ในการ ีเผยแผ่ธรรมะโดยข้ามพ้นขอบเขตแห่งการเกิดตาย” ขอให้พวกเราที่ยึดถือ มหาปณิธานของประธานทั้ง 3 ท่านแรก ลั่นระฆังแห่งชัยชนะของอาจารย์กับศิษย์ โดยข้ามพ้นขอบเขตแห่งการเกิดตาย (จากวารสารไดเบียะขุเร็งเงะ ฉบับเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2024)
8 ธรรมนิิพนธ์์
ลักษณะที่เป็นจริง ของปรากฏการณ์ทั้งหลาย ความเป็นมา พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ถึงพระไซเร็นโบ ผู้เป็นลูกศิษย์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1273 (ปีบุนเอที่ 10) ขณะอยู่ที่ อิจิโนะซาวะ เกาะซาโดะ ที่ท่านถูกเนรเทศไป พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนถึง ความหมายสำ คัญของ “ลักษณะที่ เป็นจริงของปรากฏการณ์ทั้งหลาย” ที่ เทศนาในสัทธรรมปุณฑริกสูตร บทกุศโลบาย ตลอดจนสอนถึงความสำ คัญของ “การปฏิบัติ” และ “การศึกษา” โดยมี “ความศรัทธา” เป็นรากฐาน พระนิชิเร็นไดโชนินแสดงหลักธรรมแห่งปรากฏการณ์ทั้งหลายก็คือ ลักษณะที่เป็นจริง ออกมาในรูปลักษณ์ของ “โงะฮนซน” เพื่อการบรรลุพุทธภาวะ ‘ ’ จงเพียรพยายามในสองวิถีแห่งการปฏิบัติและ การศึกษา หากปราศจากการปฏิบัติและการศึกษาก็จะไม่มี พุทธธรรม ไม่เพียงตนเองต้องพากเพียรเท่านั้น ยังต้องสอนผู้อื่น ด้วย ทั้งการปฏิบัติและการศึกษาเกิดขึ้นจากความศรัทธา จงสอน ผู้อื่นอย่างสุดความสามารถแม้เพียงประโยคเดียวหรือวลีเดียว (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 414)1 1 ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 386
10 ของประชาชนทั้งหลาย ท่านกล่าวไว้ก่อนหน้าข้อความธรรมนิพนธ์ที่ศึกษาใน ครั้งนี้ว่า “จงเชื่อในโงะฮนซนทเ ี่ป็นอันดับหนึงในชม ่พูทวีป” “ความศรัทธา” ที่เข้มแข็งต่อโงะฮนซนนี่เอง คือหนทางตรงที่ทำ ให้สภาพชีวิตโลกพุทธะของ ตนเองปรากฏขึ้นมา การทำ ให้ “ความศรัทธา” ลึกซึ้งขึ้น ย่อมจะขาดการลงมือ “ปฏิบัติ” และ “ศึกษา” ไม่ได้ “การปฏิบัติ” มีทั้ง “การปฏิบัติเพื่อตนเอง” และ “การปฏิบัติ เพื่อผู้อื่น” “การปฏิบัติเพื่อตนเอง” ก็คือการทุ่มเททำ วัตรและสวดไดโมขุ เป็นการปฏิบัติเพื่อขัดเกลาชีวิตของตนเอง ส่วน “การปฏิบัติเพื่อผู้อื่น” คือ กิจกรรมการเผยแผ่ธรรมไพศาลที่แผ่ขยายการสนทนาพุทธธรรมด้วยความ ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข สำ หรับ “ศึกษา” คือการศึกษาธรรมโดยยึด ธรรมนิพนธ์เป็นพื้นฐาน เพื่อให้เข้าใจพุทธธรรมได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินยังกล่าวเกี่ยวกับ “การปฏิบัติเพื่อ ผู้อื่น” ว่า “จงสอนผู้อื่นอย่างสดุความสามารถ” ซึ่งประเด็นมิได้อยู่ที่ว่ามี ความสามารถหรือไม่ แต่มีความหมายว่า “ทำ อย่างสดกำุลัง” กล่าวคือ บอก กล่าวความประทับใจจากการศึกษาธรรม และประสบการณ์ที่ได้จากการปฏิบัติ ในแบบฉบับของตนเองอย่างเต็มที่ ด้วยการปฏิบัติซ้ำ แล้วซ้ำ เล่าเช่นนี้จะสามารถ เปิดสภาพชีวิตพุทธะของทั้งตนเองและผู้อื่น และสร้างสภาพชีวิตที่มีความสุขได้ อาจารย์อิเคดะชี้นำ ว่า “เอาล่ะ ‘จงสอนผู้อื่นอย่างสุดความ สามารถ’ ออกไปสนทนาด้วยสภาพชีวิตที่สดใสกันเถิด ! จะสามารถผูกปัจจัย สัมพันธ์กับพระพุทธะและสะสมบุญกุศลได้มากเท่าที่ตัวเราได้พูดไป ขณะที่ ก้าวเดินอย่างกล้าหาญบน ‘สองวิถแห่งการ ี ปฏิบัติและการศึกษา’ จะสามารถ สร้างชัยชนะของการเผยแผ่ธรรมและชัยชนะของชีวิตได้” ขอให้พวกเราตัดสินใจว่า ขณะนี้นี่เองคือเวลาที่จะสร้างรากฐาน
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 ธรรมนิพนธ์ ของความสุข สวดมนต์อธิษฐานด้วยปณิธานแห่งอาจารย์กับศิษย์เป็นรากฐาน อ่านธรรมนิพนธ์และบอกเล่าความปีติยินดีของความศรัทธากับเพื่อนที่ได้พบ ได้รู้จัก อยู่บนเส้นทางของการเผยแผ่ธรรมตลอดชั่วชีวิต ดิฉันไม่เคยลืมคำ พูดของอาจารย์อิเคดะที่กล่าวในพิธีจบการศึกษา ของโรงเรียนประถมโซคาโตเกียวว่า “ขอให้ทุกคนสานต่ออนาคต มีแต่ พวกคุณเท่านั้น ข้าพเจ้าอธิษฐานอย่างจริงจังในทก ๆ วัน ุ ” ในเวลานั้นดิฉัน ให้คำ มั่นสัญญากับผู้ก่อตั้งโรงเรียนที่กรุณามอบความไว้วางใจทั้งหมดที่มีแก่ พวกเราที่เป็นเด็กว่า “จะตอบแทนอาจารย์ไปตลอดชวิตี ” เมื่อดิฉันเข้าสู่วัยรุ่น ก็เคยสงสัยเหมือนกันว่า “มีคนมากมายที่ ไม่ได้ศรัทธาแต่ก็ดูมีความสุขดี แล้วทำ ไมเราต้องศรัทธาด้วย” ช่วงที่รู้สึกเช่นนั้น ดิฉันได้เข้าร่วมงานโอเพ่นแคมปัส2 ของวิทยาลัยสตรีโซคา และรู้สึกประทับใจเป็น อย่างยิ่งเมื่อได้เห็นท่าทีที่เปล่งประกายสดใสของบรรดารุ่นพี่ที่นั่น ดิฉันคิดว่า “ฉันจะเรยนรู้กับ ีผู้ก่อตั้ง และอยากจะเปล่งประกายด้วยเช่นกัน” จึงเข้าศึกษา ต่อที่วิทยาลัยสตรีโซคา หลังจากนั้น ดิฉันทุกข์ใจในเรื่องต่าง ๆ เช่น อุปนิสัยของ ตนเอง ความสัมพันธ์กับเพื่อน และเส้นทางชีวิต จึงตัดสินใจว่า “จะศรัทธาอย่าง จริงจัง” และเริ่มสนทนาเรื่องพุทธธรรม 2 หมายถึง งานที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชมสถานศึกษา และแนะนำ การเรียนการสอนในสาขาวิชาต่าง ๆ ของสถาบัน ในประเทศไทยเรียกว่า งาน “โอเพ่นเฮาส์”
12 ขณะที่สวดไดโมขุและท้าทายในการสนทนา ก็อ่านธรรมนิพนธ์และ บทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ ไปด้วย ข้อความธรรมนิพนธ์ที่กล่าวว่า “จงเพียร พยายามในสองวิถแห่งการ ี ปฏิบัติและการศึกษา” ดิฉันท่องจำ จนขึ้นใจ ดิฉัน ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ใจในเรื่องของตนเอง สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ สามารถอธิษฐานเพื่อความสุขของเพื่อนได้ ตลอดจนสามารถชักชวนแนะนำ ธรรม เพื่อนรุ่นเดียวกันและผู้จัดการร้านที่ดิฉันทำ งานพิเศษให้เข้าเป็นสมาชิกของ สมาคมได้ นอกจากนี้ ดิฉันยังได้เริ่มสนทนากับเพื่อนบ้านที่เคยเข้าสอบธรรม ขั้นพื้นฐานอีกครั้งหนึ่ง แต่เขาก็ยืนกรานว่า “ความศรัทธาไม่จำ เป็นสำ หรับฉัน” แม้กระนั้น ดิฉันก็อธิษฐานถึงความสุขของเขา และพูดคุยอย่างต่อเนื่อง กระทั่ง วันหนึ่ง จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมาว่า “กำลังคิดว่าจะเข้าศรัทธาดไหม ี ” เมื่อดิฉันพูด ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ศรัทธาแล้วมีความสขแน่นอนุ ” เขาจึงเข้าศรัทธาเมื่อเดือน พฤษภาคม ปีที่ผ่านมา (ค.ศ. 2023) และยังสอบธรรมะระดับต้นผ่านอีกด้วย คำ พูดที่เขาบอกว่า “ไม่มีความหวัง” นั้น ดูราวกับเป็นเรื่องโกหก เขาท้าทายใน การทำ วัตร สวดไดโมขุ และทำ กิจกรรมอย่างมีชีวิตชีวา ดิฉันตัดสินใจว่า ต่อจากนี้ ก็จะยังคงเดินบนเส้นทางของการเผยแผ่ธรรมไปตลอดชั่วชีวิต เพื่อตอบแทน พระคุณที่ยิ่งใหญ่ของอาจารย์ ขอให้พวกเราผู้รับไม้ผลัดของการเผยแผ่ธรรมต่อจากอาจารย์ แผ่ขยายการสนทนาพร้อมกับสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเพื่อนสมาชิกและ มิตรสหาย แล้วมาร่วม “ประชมสนทนาุธรรมยวชนทัุวโ ่ลก” อย่างสดใสร่าเริง ด้วยกัน (บรรยายโดย คุณเรโกะ ฮายาชิ หัวหน้าคณะกรรมการอิเคดะคะโยไก)
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 78 06-2567 ธรรมนิพนธ์ ‘ ’ คำชี้นำของอาจารย์อิเคดะ เมื่อมีการปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นนี่เอง จึงเป็นพุทธธรรมที่แท้จริง “ศรัทธา ปฏิบัติ ศึกษา” คือรากฐานของความศรัทธา “ศรัทธา” หมายถึง การมีความเชื่อต่อโงะฮนซน “ปฏิบัติ” หมายถึง การปฏิบัติ เพื่อตนเองและผู้อื่น สวดไดโมขุ พร้อมกับแนะนำ ธรรมและเคลื่อนไหวเพื่อ การเผยแผ่ธรรมไพศาล ส่วน “ศึกษา” หมายถึง การศึกษาธรรม ดังนั้นเพียง แค่เชื่อต่อโงะฮนซน สวดไดโมขุ และศึกษาธรรมจึงยังไม่ใช่ความศรัทธาที่แท้จริง ต้องมีการเคลื่อนไหวเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล ความศรัทธาที่แท้จริงจึงจะ สมบูรณ์ ออกไปให้คำ ชี้นำ ด้วยความรู้สึกว่า “อยากให้คนน้ยืนหยัด ีขึ้นมา” เดินไปแนะนำ ธรรมด้วยความรู้สึกว่า “อยากให้คนนั้นมีความสขุ ” เพียร พยายามสนทนาซ้ำ แล้วซ้ำ อีกด้วยความตั้งใจว่า “จะเผยแผ่ธรรมไพศาลใน ท้องถิ่น” เมื่อมีการปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นนี่เองจึงเป็นพุทธธรรมที่ แท้จริง (จากบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 28 “บทเส้นทางที่ยิ่งใหญ่”)
14 อธิบายเพิ่มเติม : ลักษณะที่เป็นจริง ของปรากฏการณ์ทั้งหลาย พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวถึงลักษณะที่เป็นจริงของปรากฏการณ์ ทั้งหลายว่า “สรรพสัตว์กับสิ่งแวดล้อมใน 10 โลก ตั้งแต่โลกนรกท ี่ ต่ำ ท ี่ สุดจนถึงโลกพุทธะท ี่ สูงท ี่ สุด ทั้งหมดเป็นการปรากฏออกมาของเมียว โฮเร็งเงเคียวโดยไม่มข้อยกเว้น ี ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 406)3 ปรากฏการณ์ทั้งหลาย (สรรพสิ่งในสกลจักรวาล) ก็คือลักษณะที่เป็นจริง (ความ จริงแท้สูงสุด) ซึ่งมิใช่สิ่งอื่นใดนอกจากเมียวโฮเร็งเงเคียว พระสูตรก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าวไว้ว่า แต่ละโลกใน 10 โลก อยู่แยกจากกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 9 โลกซึ่งก็คือตั้งแต่โลกนรกถึงโลกโพธิสัตว์ ล้วนอยู่ห่างจากโลกพุทธะและยากจะไปถึงโลกพุทธะได้ ทว่าสัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 2 บทกุศโลบาย เทศนา “ลักษณะ ท ี่ เป็นจริงของปรากฏการณ์ทั้งหลาย” โดยเปิดเผยว่า การดำ รงอยู่ของทั้ง 10 โลก คือตัวตนของเมียวโฮเร็งเงเคียว ดังนั้นจึงไม่มีระยะห่างระหว่าง 9 โลก กับโลกพุทธะ (ไม่ได้อยู่แยกจากกัน) การบอกว่าสรรพสัตว์ใน 9 โลกและโลกพุทธะ ล้วนเป็นตัวตนของเมียวโฮเร็งเงเคียวโดยเสมอภาคกัน เป็นการชี้ให้เห็นว่าปุถุชน ใน 9 โลกสามารถบรรลุพุทธภาวะได้ในสภาพที่เป็นอยู่ การเทศนา “ลักษณะที่เป็นจริงของปรากฏการณ์ทั้งหลาย” เป็นการเปิดเผยว่า ไม่ว่าใครก็มีพร้อม โลกพุทธะโดยเท่าเทียมกัน หากเปิดโลกพุทธะให้ปรากฏออกมาได้ก็จะสามารถ บรรลุพุทธภาวะได้นั่นเอง (จากไดเบียะขุเร็งเงะ ฉบับกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2024) 3 ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 383