ธรรมนิิพนธ์์
8 การทำบุญถวายข้าว ความเป็นมา ธรรมนิพนธ์ฉบับนี้เป็นจดหมายขอบคุณลูกศิษย์ที่ได้ ส่งสิ่งของต่าง ๆ เช่น ข้าวที่สีแล้ว 1 กระสอบ มาทำ บุญถวาย แต่ไม่ปรากฏ รายละเอ ียดท ี ่แน ่ช ัดว ่ามอบแก ่ผู ้ใด ส ันน ิษฐานว ่าพระน ิช ิเร ็นไดโชน ินเข ียนข ึ ้น หลังจากเข้าพำ นักที่เขามิโนบุแล้ว ในตอนต้น พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนแสดงความขอบคุณในน้ำ ใส ใจจริงของลูกศิษย์ โดยเน้นย้ำ ว่า อาหารทำ ให้คนเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้ และ ชีวิตก็เป็นทรัพย์สมบัตล้ำ ค่าที่สุดในบรรดาทรัพย์สมบัติทั้งหลาย นอกจากนี้ ท่าน ยังยกตัวอย่างท่าทีของอริยบุคคลและนักปราชญ์ เช่น หิมาลัยกุมารและพระ ไภษัชยราชโพธิสัตว์ ที่ทำ บุญถวายแด่พระพุทธะโดยไม่เสียดายร่างกายและชีวิต อย่างไรก็ตาม สำ หรับปุถุชนแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ทำ ได้ยาก ด้วยเหตุนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินจึงสอนว่า ปุถุชนในสมัยธรรมปลายบรรลุพุทธภาวะได้ด้วย “ความตั้งใจ ทจริงจังใน ี่ ความศรัทธา” ซึ่งก็คือข้อความธรรมนิพนธ์ที่ศึกษาครั้งนี้ ในตอนจบของธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินได้ยกย่อง ‘ ’ สำ หรับเรื่องการเป็นพระพุทธะ มนุษย์ปุถุชนจะต้องจดจำ ถ้อยคำ ที่ว่า“ความตั้งใจทจริงจัง ี่ ”และด้วยวิธีนี้ก็เป็นพระพุทธะได้ (ธรรม นิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1125)
ชมเชยน้ำ ใสใจจริงอย่างสูงสุดว่า“ข้าวทส ี่ แีล้ว [ซึ่งท่านทำ บุญถวายมาให้] ไม่ใช่ ข้าวที่ สีแล้ว ข้าวที่ สีแล้วก็คือชีวิต” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1126) การทำ บุญถวายเสื้อผ้าที่สวมอยู่หรืออาหารที่มีเหลืออยู่แค่เพียง มื้อเดียวแด่พระพุทธะ แสดงถึง “ความตั้งใจที่จริงจัง” ซึ่งไม่ด้อยไปกว่า อริยบุคคลหรือนักปราชญ์ในสมัยโบราณที่มอบชีวิตให้ และย่อมจะบรรลุ พุทธภาวะได้อย่างแน่นอน กล่าวได้ว่า “ความตั้งใจที่จริงจัง” คือหนึ่งขณะจิตที่อยู่ใน ส่วนลึกของจิตใจ ความสุขมิได้กำ หนดด้วยสิ่งแวดล้อมหรือผู้อื่น แต่กำ หนดด้วย หนึ่งขณะจิตของตนเองว่ามุ่งไปที่ใด อาจารย์อิเคดะชี้นำ ว่า “ในกรณีของพวกเรา เราจะกำ หนดหนึ่งขณะจิตของตนเองไปที่ โงะฮนซนและการเผยแผ่ธรรมไพศาล แม้ ‘ความตั้งใจทจริงจัง ี่ ’ จะมองไม่เห็น ด้วยตา แต่ด้วยพลังของ ‘ความตั้งใจทจริงจัง ี่ ’ เราสามารถมุ่งไปสู่ทิศทางแห่ง ชัยชนะและทิศทางแห่งความสุขได้” เมื่อตั้งใจว่าจะอุทิศตนอย่างสุดกำ ลังเพื่อการเผยแผ่ธรรมและเพื่อ ความสุขของผู้คน แล้วรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกับอาจารย์อิเคดะ พลางพากเพียรใน ทุกกิจกรรมของสมาคม เราจะสั่งสมบุญวาสนาได้อย่างไร้ขีดจำ กัด และสามารถ สร้างสภาพชีวิตแห่งความสุขที่มิอาจทำ ลายได้
10 ไม่ว่าเรื่องใดก็จะทำ เพื่อการเผยแผ่ธรรม ดิฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยโซคาได้ตามที่อธิษฐานไว้ และเริ่ม พยายามทำ กิจกรรมของสมาคมควบคู่ไปกับการเรียน ทว่ารู้สึกหนักใจขึ้นเรื่อย ๆ และกลับกลายเป็นไม่เข้าใจว่ากำ ลังศรัทธาเพื่อสิ่งใด ดิฉันกอดคำ ชี้นำ ของอาจารย์ ที่กล่าวว่า“ไม่มใีครสู้คนทสวดไดโมข ี่ จนถึงทุส ี่ ดไดุ้ ” ไว้แน่น และอธิษฐานด้วย ความรู้สึกเหมือนกำ ลังดิ้นรนไขว่คว้าจุดเริ่มต้นของความศรัทธา ดิฉันท้าทายตนเองในการสวดมนต์อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงที่ เร ียนในระด ับม ัธยมศ ึกษาตอนปลาย เม ื ่อครบตามเป ้าหมาย ก็มีโอกาสร่วม สวดมนต์กับอาจารย์อิเคดะโดยไม่คาดคิด ดิฉันได้รับเข็มชี้ว่า “ตัวเราเองในอีก 20 ปีข้างหน้าจะสามารถเปล่งประกายได้อย่างไร เพื่อการนี้แล้ว แม้วันนี้จะยาก ล ำ บากเพ ียงใด ก็ห้ามละเลยความศรัทธา” ความล ังเลถูกป ัดเป ่าไปราวก ับ เมฆหมอกจางหาย ด ิฉ ันต ั ้งปณ ิธานแน ่วแน ่ว ่าจะใช ้ช ีว ิตเพ ื ่อการเผยแผ ่ธรรม ไพศาลจนถึงที่สุด ดิฉันทำ กิจกรรมของฝ่ายยุวชนหญิง (ในเวลานั้น) อย ่างเต ็มท ี ่ ตามใจปรารถนา แล้วจึงแต่งงาน ดิฉันกับสามีอธิษฐานร่วมกันว่าจะขอทำ ทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการเผยแผ่ธรรม พร้อมกับบากบั่นในการทำ บุญ สามี ซึ่งทำ งานด้านโฆษณาได้งานชิ้นใหญ่ที่ปรารถนามานาน เราสองสามีภรรยาได้ แบ่งปันความปีติยินดีร่วมกัน ทว่าหลังจากนั้น บริษัทที่สามีทำ งานอยู่ล้มละลาย มีความยาก ลำ บากทางการเงินอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน ดิฉันกลับไปยืนหยัดที่จุดเริ่มต้นใน วัยยุวชน “เวลาน้นีแห ี่ ละทจะม ี่ ชัยชนะแ ีละก้าวหน้าด้วยความศรัทธา !” อีกทั้ง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 ธรรมนิพนธ์ ท ุ ่มเทในการสวดไดโมข ุและท ำ กิจกรรมของสมาคม ท ้าทายโดยไม ่ถอยแม ้แต ่ ก้าวเดียว ผลจากความพยายามที่มีความศรัทธาเป็นพื้นฐาน สามีสามารถเข้า ทำ งานในบริษัทที่เสนอเงื่อนไขดีกว่าเดิม ปัจจุบัน ดิฉันกำ ลังต่อสู้กับการดูแลผู้สูงวัย 3 ท่าน นั่นคือ คุณพ่อคุณแม่ของตัวเอง คุณพ่อของสามี พร้อมกันนั้นก็อธิษฐานให้เพื่อนที่รับ หนังสือพิมพ์เซเคียวมาเป็นเวลานานเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม พลางท้าทายใน การสนทนากับพวกเขา การที่ตนเองสามารถมีสภาพชีวิตที่อยู่เคียงข้างและ ส่งเสริมกำ ลังใจเพื่อนได้ ทั้งที่ตนเองก็กำ ลังฟันฝ่าความทุกข์ต่างๆ นานาถือเป็น บุญกุศลที่สูงส่งที่สุด ดิฉันเต็มตื้นด้วยความรู้สึกขอบคุณ ขอให้พวกเราเดินหน้าอย่างปีติยินดีและกล้าหาญ เพื่อการพัฒนา ของสมาคมและความก้าวหน้าของการเผยแผ่ธรรม ด้วยจิตใจแห่งการตอบแทน บุญคุณอาจารย์ที่ได้กรุณาสอนการดำ เนินชีวิตที่ถูกต้องแก่เรา ตลอดจนนำ ชัยชนะมาประดับเดือนแห่งการก่อตั้งสมาคม และฉลองวิหารมหาปณิธานการ เผยแผ่ธรรมไพศาลก่อสร้างเสร็จครบ 10 ปี ด้วย “ความตั้งใจทจริงจังใน ี่ ความ ศรัทธา” (บรรยายโดย คุณโยโกะ ซาเอะกุสะ หัวหน้าแผนกศึกษาธรรมฝ่ายสตรี ภูมิภาคโทไคโด)
12 ‘ ’ คำชี้นำของอาจารย์อิเคดะ ด้วยความกล้าหาญ มั่นใจ สภาพชีวิตของคุณจะแผ่ขยายออกไปไม่สิ้นสุด “พวกเราจะม ีช ัยชนะในช ีว ิตและม ีความส ุขได ้อย ่างไร ทั้ง สภาพชีวิตพุทธะและสภาพชีวิตนรกล้วนอยู่ในจิตใจของเรา ด้วยการนำ สภาพ ชีวิตพุทธะออกมา เราจึงจะสามารถก่อตั้งความสุขที่มิอาจทำ ลายได้ การที่จะทำ เช่นนั้นได้ เราต้องมุ่งความนึกคิดจิตใจไปที่การเผยแผ่ธรรมไพศาลและพยายาม ปฏิบัติศรัทธาโดยไม่ย่อท้อด้วยการสวดมนต์พร้อมกับมีปณิธานที่จะบรรลุ ความสุขของตนเองและผู้อื่น” (จากบทประพันธ์ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” เล่ม 30 บทที่ 3 “เริ่มออกเดินทาง”) “พระน ิช ิเร ็นไดโชน ินสอนว ่า ความศรัทธาที่จริงใจในธรรม มหัศจรรย์และการสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวแม้เพียงครั้งเดียว เป็นบ่อเกิดของ บุญกุศลมหาศาลที่มิอาจวัดได้ ด้วยความเชื่อมั่นเช่นนั้นกอปรกับความตั้งใจที่จะ บากบั่นในการปฏิบัติพุทธธรรมด้วยความกล้าหาญ มั่นใจ และปีติยินดี สภาพ ชีวิตของคุณก็จะแผ่ขยายออกไปไม่สิ้นสุด และจะส ั ่งสมบ ุญวาสนาท ี ่เพ ิ ่มพูน ไม่รู้จบ การปฏิบัติพุทธธรรมไม่ใช่การผูกมัด แต่เป็นเอกสิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หัวใจ สำ คัญของความศรัทธาในพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินอยู่ที่การปรับเปลี่ยน ทัศนคติที่ละเอียดลออเช่นนี้” (จากบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 30 บทที่ 6 “ปณิธาน”)
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 ธรรมนิพนธ์ อธิบายเพิ่มเติม : ชีวิตที่เขามิโนบุของพระนิชิเร็นไดโชนิน เนื่องจากรัฐบาลทหารไม่สนใจหนังสือตักเตือนผู้ปกครองประเทศ ที่ได้ยื่นให้ทั้ง 3 ครั้ง พระนิชิเร็นไดโชนินจึงไปพำ นักที่เขามิโนบุใน ค.ศ. 1274 (ปีบุนเอที่ 11) และใช้ชีวิตที่นี่จวบจนออกจากเขามิโนบุใน ค.ศ. 1282 (ปีโคอันที่ 5) นับเป็นระยะเวลา 8 ปี ทางทิศเหนือของอาศรมของพระนิชิเร็นไดโชนินมีภูเขามิโนบุอยู่ ตรงหน้า ทางทิศตะวันออก ท ิศตะว ันตก และทิศใต้ ก็รายล้อมด้วยภูเขาสูง ตระหง่าน กล่าวกันว่าฤดูร้อนมีอากาศร้อนราวกับอยู่ในน้ำ ร้อน ฤดูหนาวก็หนาว อย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนจนร่างกายแทบจะแข็งเหมือนก้อนหิน สภาพอากาศ ที่ผิดปกติและโรคระบาดทำ ให้ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มและอาหารแม้อยู่ที่เขามิโนบุ ก็ยังสัมผัสกับความอดอยากและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่รุนแรง ในที่สุด ร่างกายของพระนิชิเร็นไดโชนินก็ทรุดโทรมและต่อสู้กับความเจ็บป่วยเรื่อยมา แม้อยู่ในสภาวะเช่นนั้น พระนิชิเร็นไดโชนินยังคงหักล้างนิกาย มนตรยาน เปิดเผยธรรมะเร้นลับอันยิ่งใหญ่ 3 ประการ (ไดโมขุแห่งปรัชญาธรรม ภาคความเป็นจริง สิ่งสักการบูชาแห่งปรัชญาธรรมภาคความเป็นจริง สถานที่ ประดิษฐานแห่งปรัชญาธรรมภาคความเป็นจริง) และทุ่มเทพลังในการฝึกอบรม ลูกศิษย์ จากนั้น “การบีฑาธรรมทอะจึฮาระ ี่ ” ก็เกิดขึ้น ความศรัทธาที่ เข้มแข็งของลูกศิษย์ชาวนาผู้ไม่เกรงกลัวแม้จะต้องพลีชีพ ทำ ให้พระนิชิเร็นไดโชนิน ประกาศว่าท่านบรรลุ “ความปรารถนาดั้งเดิมของการเกิดมาในชาติน”้ี แล้ว
14 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏวััติิมนุุษย์์-ใหม่่” โดย โฮ โงะคูู บทความจากอาจารย์์ไดซาขุุ อิิเคดะ
บทที่ 86) ความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง กับคานางาวะในเดือนกรกฎาคม “หากปรารถนาที่จะบรรลุผลลัพธ์อันยอดเยี่ยม พวกเราทุกคน ต้องพยายามอย่างเต็มที่ เมื่อทุกคนพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ความสำ เร็จ อันยิ่งใหญ่ก็จะเป็นจริงได้”1 ข้าพเจ้าอ่านพบข้อความนี้โดยบังเอิญเมื่อ หลายปีก่อน ซึ่งข้อความนี้ก็ยังคงตราตรึงอยู่ในจิตใจของข้าพเจ้า นี่คือถ้อยคำ ของ ดร. ซุน ย ัตเซ ็น หน ึ ่งในผู ้เบ ิกทางการปฏ ิว ัต ิของประชาชนจ ีน ผู้ทำ ให้ โยโกฮามะ [ในจังหวัดคานางาวะ ประเทศญี่ปุ่น] กลายเป็นฐานที่มั่นสำ คัญของ การเคลื่อนไหวของเขา ดร. ซุน ยังกล่าวอีกว่า “เพื่อให้บรรลุผลสำ เร็จตามที่เราต้องการ พวกเราต้องเป็นฝ่ายรุกก่อนและไม่ล่าช้าตามหลังคนอื่น”2 วันที่3 กรกฎาคม เป็นวันครบรอบที่ไม่รู้ลืมสำ หรับพวกเราทุกคนใน สมาคมโซคา เป็นวันที่อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคมโซคาท่านที่ 2 ได้รับ การปล่อยตัวจากเรือนจำ (ค.ศ. 1945) และเป็นวันที่ข้าพเจ้าซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ ท่าน ได้รับสิทธิพิเศษเข้าเรือนจำ เพื่อพุทธธรรมด้วยเช่นกัน (ค.ศ. 1957) ตลอด 1 แปลจากภาษาญี่ปุ่น. คำ บรรยายโดย ดร. ซุน ยัตเซ็น. ซนบุน,โมตะคุโตะ (ซุน ยัตเซ็น, เหมา เจ๋อ ตง), บรรณาธิการ ฮิเดมิ โอโนงาวะ, เซไค โนะ เมอิโช (งานที่ยิ่งใหญ่ของโลก), ฉบับที่ 78 (โตเกียว : ชูโอโครนฉะ, ค.ศ. 1980), หน้า 254 2 เล่มเดียวกัน, หน้า 234
16 หลายปีที่ผ่านมา วันนี้จึงกลายเป็นประเพณีของเรา ที่จะเพิ่มแรงขับเคลื่อนอย่าง กระฉับกระเฉงในการก้าวหน้ามุ่งสู่การเผยแผ่ธรรมไพศาลในเดือนกรกฎาคม ซึ่ง เป็นการต่อสู้อย่างจริงจังเพื่อความเที่ยงธรรมและความจริง ความพยายามอัน ทรงพลังครั้งใหม่ของพวกเราในการสร้างเหตุนี้ยังทำ ให้เดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นเดือน ที่เจตนารมณ์อันสูงส่งแห่งอาจารย์กับศิษย์ไม่เป็นสองลุกโชนสว่างไสวยิ่งขึ้น * วันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1979 หลังจากที่ข้าพเจ้าลาออกจาก ตำ แหน่งประธานสมาคมโซคา เป็นวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสแสงแดดเจิดจ้า อย่างไร ก็ตาม การประชุมใหญ่ที่ระลึกซึ่งจัดขึ้นในวันนั้น ณ โรงยิมของมหาวิทยาลัยโซคา โดยมีประมุขสงฆ์ในขณะนั้นเข้าร่วมด้วย กลับเงียบเหงาอึมครึมและสลดหดหู่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจิตใจของผู้เข้าร่วมมากมายแม้กระทั่งตอนนี้ต่างเต็มไปด้วย ความรู้สึกผิดอย่างมหันต์และโกรธตัวเอง [ที่ไม่อาจป้องกันสถานการณ์ที่ในที่สุด ก็เกิดขึ้นจนได้] วันนั้นได้กำ หนดเส้นทางอนาคตของผู้เข้าร่วมแต่ละคน ขึ้นอยู่กับ สิ่งที่อยู่ในใจของพวกเขา ชัยชนะหรือพ่ายแพ้ของพวกเขาในวันนี้ ไม่ว่าพวกเขา จะเด ินหน ้าต ่อไปเพ ื ่อบรรล ุช ัยชนะอย ่างต ่อเน ื ่องหร ือท ุจร ิตและเส ื ่อมทรามลง ก็ตาม ได้ถูกตัดสินแล้ว ทั้งในแง่ดีและไม่ดี บุคคลเหล่านั้นจะได้พบกับการทำ งาน ที่เข้มงวดของกฎแห่งเหตุและผลในชีวิตของพวกเขาเอง น ี ่ค ือเวลาท ี ่จะแยกผู ้น ำ ที่แท้จริงของสมาคมโซคา แชมเป ี ้ยนท ี ่ แท้จริงของการเผยแผ่ธรรมไพศาล ออกจากผู้นำ จอมปลอมขี้ขลาด ผู้หลอกใช้ โลกของความศรัทธาที่ลงเอยเพื่อประโยชน์ของตนเอง อนาคตจะสดใสเสมอสำ หรับผู้ที่มุ่งมั่นเพื่อความถูกต้องเที่ยงธรรม
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” และพากเพียรอย่างกระตือรือร้นที่จะยืนหยัดเพื่อความถูกต้องเที่ยงธรรม ขณะที่ ชีวิตของผู้ที่ถูกครอบงำ ด้วยความชั่วร้ายจะมืดมนอยู่เสมอ หลังจากเดินออกจากการประชุมที่มหาวิทยาลัยโซคา ข้าพเจ้าก็ มุ่งตรงไปที่ศูนย์วัฒนธรรมคานางาวะ อาคารสมาคมโซคาหลังใหม่ในเมือง โยโกฮามะ * ดังที่พวกคุณทราบมา ครั้งหนึ่งอาจารย์โทดะใช้ชื่อว่า “โจไง” (แปลว่า ข้างนอกปราสาท) ชื่อนี้มาจากการยืนยันในความคิดของท่านว่า ขณะที่ อาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ ประธานสมาคมโซคาท่านแรก ยังอยู่ข้างในปราสาท (โจชู) ตัวท่านซึ่งเป็นลูกศิษย์มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะอยู่ “ข้างนอกปราสาท” และต่อสู้กับกองกำ ลังศัตรู ตามแบบอย่างของอาจารย์ ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่ได้กลับไปที่ “กอง บัญชาการหลัก” ของเราในกรุงโตเกียวในวันนั้นของเดือนพฤษภาคม แต่ตรงไป ที่ศูนย์กลางของเราในคานางาวะ ซึ่งเป็นดังคำ ที่ว่า “ข้างนอกปราสาท” จาก ที่นั่น ข้าพเจ้ามุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำ การต่อสู้ครั้งใหม่ การต่อสู้ที่แท้จริง หรือการต่อสู้ “ภาคความเป็นจริง” เพื่อธรรมะที่แสดงถึงเป้าหมายของการปรากฏขึ้นมาบน โลกนี้ของข้าพเจ้า แม้สมาชิกบางคนทำ ให้ข้าพเจ้าผิดหวังหรือหักหลังข้าพเจ้าก็ตาม ข้าพเจ้าก็ไม่เคยทรยศคำ ปฏิญาณที่ให้ไว้ต่ออาจารย์โทดะ อาจารย์ผู้มีพระคุณ ของข้าพเจ้าอย่างเด็ดขาด เพราะข้าพเจ้าตระหนักดีว่านี่เป็นวิถีชีวิตที่ถูกต้องที่สุด ทั้งจากมุมมองของพุทธธรรมและในฐานะมนุษย์ จากคานางาวะที่ข้าพเจ้ารัก ข้าพเจ้าได้เริ่มทำ การต่อสู้ครั้งแรกหลัง
18 จากที่รับตำ แหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมโซคา โดยชูธงแห่งความจริงและ ความเที่ยงธรรมให้สูงขึ้นไว้เพียงลำ พัง วันที่ 3 กรกฎาคม วันแห่งอาจารย์กับศิษย์ ของปีนั้นข้าพเจ้ายัง อยู่ที่ศูนย์วัฒนธรรมคานางาวะ ซ ึ ่งมองเห ็นท ัศน ียภาพอ ันกว ้างใหญ ่ของสวน สาธารณะยามาชิตะและผืนน้ำ ของท่าเรือที่เรือแล่นออกไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ในวันนั้น ข้าพเจ้าได้พบกับแขกคนสำ คัญคนหนึ่ง เขาเป็น ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยจากประเทศคอสตาริก้า การสนทนาครั้งนั้นเกี่ยวกับ อนาคตของมนุษยชาติ สันติภาพ และวัฒนธรรม ถือเป็นจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ของการสานเสวนาที่มีความหมายกับบุคคลชั้นนำ ของโลก ปีต่อมา ข้าพเจ้ายังอยู่ที่คานางาวะ ในวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1980 สมาชิกคานางาวะร่วมกับตัวแทนจากไซตามะได้จัดประชุมพิเศษที่ ระลึกในโอกาสนั้น * ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1984 ข้าพเจ้าได้ใช้ป้อมปราการอันสูงส่ง ของศูนย์วัฒนธรรมคานางาวะเป็นฐานที่มั่นอีกครั้งและจากที่นั่นก็เริ่มทำ กิจกรรม การเคลื่อนไหวรอบใหม่ ช่วงเดือนนั้น ข้าพเจ้าได้ไปเยือนพื้นที่มิซากิ [ในเมืองมิอุระ จังหวัด คานางาวะ] เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี [เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมภาค ฤดูร้อนของปีนั้น] ในบรรดาประชุมต่าง ๆ มากมายที่จัดในช่วงที่ข้าพเจ้ามาเยือน คานางาวะ การประชุมหัวหน้าภาคที่มีชีวิตชีวาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ถือว่า
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” เป็นการประชุมครั้งประวัติศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโอกาสนั้น ข้าพเจ้าได้ มอบธงของสมาคมโซคา ซึ่งเป็นธงแห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลด้วยตัวเอง แก่ ตัวแทนผู้นำ พื้นที่ทั่วคานางาวะ ข้าพเจ้ามอบธงแก่ผู้นำ ท้องที่คานางาวะ นากะ นิชิ โฮโดงายะ อาซาฮี อิโซโงะและคานาซาวะของเมืองโยโกฮามะ มอบแก่ผู้นำ ท้องที่คาวาซากิ ไซวาอิ นากาฮาระ ทาคะจึ มิยาเมะ ทามะ และอาซาโอะใน เมืองคาวาซากิ และยังมอบแก่ผู้นำ พื้นที่เขตฟูจิซาวะอีกด้วย ข้าพเจ้ามอบธงแก่ พื้นที่เหล่านี้ทั้งหมดด้วยจิตใจที่จะมอบธงแห่งความรุ่งโรจน์แก่สมาชิกแต่ละคน ๆ ของคานางาวะ บรรดาสมาชิกคานางาวะต่างเต็มไปด้วยพลังและมีชีวิตชีวา เมื่อ ข้าพเจ้าคิดคำ นึงถึงวิธีที่สหายผู้มีความศรัทธาอันสูงส่งเหล่านี้กำ ลังต่อสู้นำ ทาง ไปข้างหน้าอยู่ในแนวหน้าของความพากเพียรเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลในฐานะ โพธิสัตว์จากพื้นโลกที่แท้จริง น้ำ ตาอุ่น ๆ ก็หลั่งรินออกมาจากนัยน์ตาของข้าพเจ้า ขณะที่มอบธงแก่ผู้นำ แต่ละคน ข้าพเจ้าพยายามส่งเสริมกำ ลังใจ พวกเขาด้วยการพูดว่า “ทำ ให้ดีท ี่ สุดนะ !” “ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ !” และใน ตอนน ั ้นข ้าพเจ ้าก ็ม ั ่นใจอย ่างย ิ ่งว ่าบ ัดน ี ้องค ์กรของเราในคานางาวะแข ็งแกร ่ง มั่นคงมาก ภาพอ ันน ่าต ื ่นตาต ื ่นใจของเหล ่าแชมเป ี ้ยนผู ้กล ้าหาญสูงส ่งของ การเผยแผ่ธรรมไพศาลยังคงสดใหม่อยู่ในความทรงจำ ของข้าพเจ้าจวบจน ทุกวันนี้ * ข้าพเจ้านึกถึงเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อน ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1953 ในการประชุมที่จัดขึ้นในวันนั้น ข้าพเจ้าได้รับ
20 แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายยุวชนชาย กลุ่มที่ 1 และได้รับธงประจำ กลุ่มโดยตรง จากอาจารย์โทดะ อาจารย์ผู้มีพระคุณของข้าพเจ้า ขณะท ี ่ท ่านมอบธงแก ่ข ้าพเจ ้า ดวงตาหล ังแว ่นตาของท ่านเป ็น ประกายแวววาวราวกับจะถามว่า“คุณพร้อมที่จะทุ่มเทตลอดชั่วชีวิตของคุณต่อสู้ เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลร่วมกันกับผมไหมครับ” ทันทีที่ข้าพเจ้ารับธงแห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลจากมือของท่าน จิตใจของข้าพเจ้าก็ลิงโลดขึ้นมาราวกับเปลวไฟที่ลุกโชน ท่านกล่าวกับข้าพเจ้าว่า “สู้ให้สุดกำ ลังจนถึงการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ชูธงนี้ให้สูงเข้าไว้ ! ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ ไดซาขุ !” อาจารย์โทดะ อาจารย์ผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ของข้าพเจ้า มีความ รักและห่วงใยต่อพวกเรายุวชนอย่างแท้จริง ข้าพเจ้าไม่มีวันลืมบุญคุณ อันใหญ่หลวงที่ต้องตอบแทนท่านอย่างแน่นอน ณ การประชุมที่รับธงประจำ กลุ่ม ข้าพเจ้าได้นำ การขับร้องเพลง “ดาวตกในสายลมแห่งฤดูใบไม้ร่วงบนที่ราบอู่ชาง” ที่มีชื่อเสียงของบันซุย โดอิ เพื่อตอบรับต่ออาจารย์โทดะ ข้าพเจ้าได้เขียนถึงเรื่องการขับร้องเพลงนี้ให้ท่าน หลายครั้งแล้ว ขณะที่ท่านนั่งหลับตาฟังเพลง ปล่อยให้บทกวีที่บรรยายความรู้สึก ในเนื้อเพลงดังก้องอยู่ในหัวใจของท่าน พวกเราทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรู้สึกได้ว่าท่าน มีความซาบซึ้งในบทเพลงนี้เพียงใด บทเพลงนี้เล่าขานถึงการมรณกรรมอันเศร้าสลดของจูกัดเหลียง ผู้ สำ เร็จราชการแผ่นดินของจีน ผู้จงรักภักดีพยายามที่จะทำ ตามความปรารถนา
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” ของจักรพรรดิผู้ล่วงลับ ทว่าในหลายปีต่อมาเขาล้มป่วยหนักขณะที่ยังอยู่ระหว่าง การทำ ศึกสงคราม “สายลมแห่งฤดูใบไม้ร่วง ด้วยความเศร้าโศกที่ทวีความรุนแรง โบกโบยมาจากเทือกเขาชี เมฆหมอกมืดมัวรวมตัวกันเหนือสมรภูมิรบ แห่งที่ราบอู่ชาง . . . . . . . . . . . . . . . . อุปราชนอนทอดยาวด้วยอาการป่วยหนัก” เมื่อข้าพเจ้าร้องเพลงจบ ท่านสะกดกั้นอารมณ์ความรู้สึกไว้และ พูดว่า “ขออีกครั้ง !” ท่านขอให้พวกเราร้องเพลงนี้ซ้ำ แล้วซ้ำ อีก น้ำ ตาไหลริน จากดวงตาของท่าน “แม้ถูกเยาะเย้ยถึงความสำ เร็จหรือล้มเหลว ก็ภักดีจนถึงที่สุด . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . หมู่มวล [ดวงดาว] สาดแสงสีเงินยวงอยู่เบื้องบน ความปวดร้าวของวีรบุรุษผู้เดียวดายหรือไฉน ความกล้าหาญของเขากระทบจิตใจ กระทั่งปีศาจยังร่ำ ไห้ในสายลมแห่งฤดูใบไม้ร่วง” ไม่ต้องสงสัยเลยนับตั้งแต่อาจารย์โทดะถูกกุมขังโดยรัฐบาลทหาร ในช ่วงสงครามท ่านก ็เสาะแสวงหาผู ้ถ ือธงคนหน ุ ่มสาวอย ่างส ุดห ัวใจเพ ื ่อท ี ่จะ สืบสานงานของท่านต่อไป
22 จากวันนั้นเป็นต้นมา ข้าพเจ้าได้ต่อสู้ทุกการสู้รบไม่ว่าจะยาก ลำ บากเพียงใด ก็ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว สู้ สู้ และสู้ จนกว่าข้าพเจ้าจะได้รับ ชัยชนะที่มั่นคง ปัจจุบันผู้ถือธงรุ่นใหม่ยุวชนชายและยุวชนหญิงผู้กล้าหาญของเรา แห่งคานางาวะยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าข้าพเจ้าอย่างภาคภูมิใจ * ค.ศ. 1991 ประมุขสงฆ์นิกายนิชิเร็นโชชูซึ่งพวกเราสมาชิกสมาคม โซคาให ้ความไว ้วางใจ ปกป้องและทำ บุญด้วยน้ำ ใสใจจริงที่สุด ได้ตัดความ สัมพันธ์กับพวกเราโดยพลการปราศจากเหตุผล นี่มิใช่สิ่งอื่นใดนอกจากความ อิจฉาริษยาต่อองค์กรของเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อข้าพเจ้า ประมุขสงฆ์ได้ เผยให้เห็นธาตุแท้อันน่ารังเกียจซึ่งเป็นตัวตนของความชั่วร้ายเลวทรามที่แผ่ซ่าน ไปด้วยความทะนงตัวอวดดีและเสื่อมทราม ปีนั้น ข้าพเจ้าได้นำ การเคลื่อนไหวในเวลานั้นอีกครั้งจาก คานางาวะ ป้อมปราการที่ส่องประกายแสงแห่งเจตนารมณ์ และเรียกร้องว่า “มาเริ่มต้นการฟื้นฟูเจตนารมณ์โซคาใหม่กันเถิด !” ข้าพเจ้าเข้าร่วมงานต่าง ๆ มากมายทั่วภูมิภาค เช ่น เทศกาลดนตร ีโอดาวาระท ี ่ศูนย ์ส ันต ิภาพอะจ ึง ิของ สมาคมโซคารวมถึงเทศกาลดนตรีและวัฒนธรรมโยโกสุกะและคาวาซากิข้าพเจ้า ยังไปเยี่ยมชมหอประชุมของเราในพื้นที่นิชิของเมืองโยโกฮามะ (หอประชุมอิเคดะ โยโกฮามะในปัจจุบัน) ด้วย เดือนมกราคม ค.ศ. 1992 ปีถัดมาข้าพเจ้าได้เข้าร่วม งานเทศกาลขับร้องเพลงประสานเสียงคามาคูระ-โชนัน ในสุนทรพจน์อันโด่งดังของวินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศว่า “ทว่ามีสายใยหนึ่งซึ่งรวมพวกเราทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน...ซึ่งพวก
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” เราเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปสู่การใช้มาตรการที่รุนแรงทั้งปวง พร้อมที่จะอดทนต่อ การใช้มาตรการเหล่านี้และพร้อมที่จะบังคับใช้มาตรการเหล่านี้”3 ไม่ว่าแผนการไร้ยางอายหรือการกดขี่บีฑาอันโหดร้ายที่ประมุขสงฆ์ วิปลาสจะกล่าวโจมตีพวกเราอย่างไร ความสามัคคีของสมาคมโซคาที่ต่อสู้เพื่อ ความจริงก็ไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย การทุ่มเทตนเองด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าแต่ก่อน สมาชิกคานางาวะ ทั้งหลายจึงได้ประดับประดาทศวรรษสุดท้ายของศตวรรษที่ 20 ด้วยชัยชนะ อันยอดเยี่ยม ขณะนี้ ระฆังเจ็ดใบชุดที่ 2ซึ่งจะกำ หนดทิศทางของศตวรรษที่ 21 ได้เริ่มลั่นระฆังอย่างปีติยินดีในเมืองซางามิฮาระ ยามาโตะ อะจึงิ ฮิระจึกะ และ ทุก ๆ เมืองในคานางาวะ คานางาวะได้เริ่มต้นการก้าวหน้าที่แน่วแน่ครั้งใหม่แล้วเพื่อนำ ทาง แก่ประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก * ราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน ผู้นำ การเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่ของการฟื้นฟู ศิลปวิทยาอเมริกัน กล่าวในบทความของเขาเรื่อง “โชคชะตา”ว่า“ดังนั้น ผู้หญิง 3 วินสตัน เชอร์ชิล, “สงครามของนักรบไร้นาม” (14 กรกฎาคม ค.ศ. 1940), วินสตัน เอส. เชอร์ชิล – รวมปาฐกถาฉบับสมบูรณ์, ค.ศ. 1897-1963, บรรณาธิการ โรเบิร์ต โรดส์ เจมส์ (นิวยอร์กและลอนดอน : เชลซี เฮาส์ พับบลิชเชอร์ส, ค.ศ. 1974), เล่ม 6 (ค.ศ. 1935 - 1942), หน้า 6250
24 ซึ่งอ่อนไหวที่สุด จึงเป็นดัชนีชี้วัดที่ดีที่สุดของเหตุการณ์ที่กำ ลังจะเกิดขึ้น”4 กว่า700 ปีที่แล้ว พระนิชิเร็นไดโชนินได้ประกาศถึงความเท่าเทียม กันทางเพศ โดยกล่าวว่า “ไม่ควรมีการแบ่งแยกในหมู่ผู้เผยแผ่อักษร 5 ตัว แห่งเมียวโฮเร็งเงเคียวในสมัยธรรมปลายไม่ว่าจะชายหรือหญิง.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 385 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 411) ด้วยเจตนารมณ์นี้สมาคมโซคาจึงได้ริเริ่มก่อตั้งศตวรรษแห่งสตรี ขึ้นมา และคานางาวะก็เป็นต้นแบบของอุดมคตินั้น ข้าพเจ้าขอมอบถ้อยคำ ของซีมอน เวย นักปรัชญาและ น ักเคล ื ่อนไหวทางการเม ืองชาวฝร ั ่งเศส แก่สมาชิกคานางาวะที่ว่า “สำ หรับ ข้าพเจ้า การกระทำ ไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากการเปลี่ยนแปลงตัวเอง”5 สมาชิกคานางาวะที่รักของข้าพเจ้า จงกล้าหาญ จงมุ่งมั่นตั้งใจ เต็มเปี่ยมด้วยจิตใจแห่งการต่อสู้ที่ไม่มีสิ่งใดทำ ลายได้และบรรลุชัยชนะที่สัมบูรณ์ ! มาทำ ให้ธงอันยิ่งใหญ่แห่งความถูกต้องเที่ยงธรรมและความ รุ่งโรจน์โบกสะบัดอย่างมีชัยในท้องฟ้าเดือนกรกฎาคมกันเถิด ! 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2001 ณ สำ นักงานใหญ่ สมาคมโซคา (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 2001) 4 ราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน, “โชคชะตา” งานเขียนฉบับสมบูรณ์ของ ราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน (นิวยอร์ก : สำ นักพิมพ์ดับเบิลยูเอ็ม. เอช. ไวซ์แอนด์โค, ค.ศ. 1929), เล่ม 1 หน้า 534 5 ซีมอน เปเตม็อง, ซีมอน เวย - ชีวิต, แปลจากภาษาฝรั่งเศส โดย เรมอนด์ โรเซนธาล (นิวยอร์ก : แพนเธียน บุ๊กส์, ค.ศ. 1976), หน้า 62
โลกแห่่งธรรมนิิพนธ์์บทสนทนาเกี่่ยวกัับ ศาสนาแห่่งมนุุษยนิิยม
26 บทที่ 17) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น ตอนที่ 1 ชะขุบุขุคือการต่อสู้เพื่อเอาชนะธรรมชาติมาร ที่มีอยู่ในชีวิตของเราเองและในชีวิตของผู้อื่น ความเมตตากรุณาและปรัชญา คือความภาคภูมิใจของโพธิสัตว์จากพื้นโลก อาจารย์อิเคดะ : ประเด ็นเก ี ่ยวก ับความส ำ คัญของวิธีชะขุบุขุ มีอยู่หลาย ประเด ็น ประการแรก ความเมตตากร ุณาและปร ัชญาค ือห ัวใจของว ิธ ีชะข ุบ ุข ุ ความเมตตากรุณาคือจิตใจของพระพุทธะที่จะทำ ให้ประชาชนหลุดพ้นจาก ความทุกข์ ในแง่การปฏิบัติของเรา ความเมตตากรุณาหมายถึงความห่วงใยใน ความสุขและความผาสุกของเพื่อน ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเมตตากรุณาจะ แสดงปรากฏออกมาเป็นความพากเพียรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและความ กล้าหาญที่จะพูดคุยกับผู้คนในเชิงลึกเกี่ยวกับคำ สอนที่ถูกต้องของพุทธธรรม ส่วน ปรัชญาหมายถึงความเชื่อมั่นที่ไม่สั่นคลอนในคำ สอนของสัทธรรมปุณฑริกสูตร ที่ว่าประชาชนทุกคนล้วนบรรลุพุทธภาวะได้และทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความสุข ไซโต้ : “ความเมตตากร ุณาและปร ัชญาค ือความภาคภูม ิใจของโพธ ิส ัตว ์จาก พื้นโลก” ดังเพลงของสมาคมที่รู้จักกันดี อาจารย์อิเคดะ : สาระสำ คัญของวิธีชะขุบุขุคือความปรารถนาอันแรงกล้าของ พระพุทธะที่จะทำ ให้ประชาชนทุกคนบรรลุความสุขที่แท้จริง การทำ ให้จิตใจนี้เป็น จิตใจของตนเองคือปณิธานของลูกศิษย์ที่แท้จริงที่ต่อสู้เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล ในสมัยธรรมปลาย เป็นปณิธานของโพธิสัตว์จากพื้นโลก
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ คำ ว่า “เมตตากรณาุ ” ในภาษาญี่ปุ่นคือ “จิฮิ” “จิ” หมายถึง ให ้ความร ักและช ี ้แนะน ำ ทางประชาชนเสม ือนเป ็นบ ุตรหลานของต ัวเอง ส่วน “ฮิ” หมายถึงรู้สึกเศร้าเสียใจต่อความทุกข์ทรมานของประชาชนและร่วมแบ่งปัน ความทุกข์ความเจ็บปวดราวกับเป็นความทุกข์ของตนเอง โมรินากะ : ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการสวดท่องไดโมขแห่งสัทุธรรมปุณฑริก สูตร” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 211 - 234) พระนิชิเร็นไดโชนิน ใช้การอุปมาอุปไมยเพื่ออธิบายคำ ว่า “ฮิ” (กรุณา) โดยเปรียบเทียบว่า “เฉกเช่น มารดาเมื่อรู้ว่าลูกป่วย แต่ไม่ให้การรักษาด้วยการรมยา (ไยโตะ) เพราะห่วงว่าลูก จะเจ็บปวดในเวลานั้น”1 (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 231) ใน ทางตรงข้าม ท่านกล่าวว่าคำ ว่า“จิ” (เมตตา) คือ“ดุจดังเช่นบิดาที่มีความเมตตา เมื่อเห็นว่าลูกป่วยไข้ ก็ไม่หวั่นเกรงแม้ลูกจะเจ็บปวดในเวลานั้นจึงให้การรักษา ด้วยการรมยาเพราะคิดถึงความผาสุกของลูกในอนาคต” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 2 หน้า 231) อาจารย์อิเคดะ : ผมได้ยินว่า ทุกวันนี้พ่อมักจะตามใจลูก และแม่มักจะเป็น ผู้ตัดสินลงโทษที่เข้มงวด ! เม ื ่อผู ้คนท ี ่ได ้ร ับการเล ี ้ยงดูด ้วยความร ักท ั ้งความร ักในอ ้อมกอด อันอบอุ่นของ “มารดา”และความรักในการชี้แนะที่เข้มงวดของ “บิดา” พวกเขา จึงสามารถพัฒนาเป็นบุคคลที่มีอุปนิสัยดีงามและมีจิตใจที่อุดมสมบูรณ์ คนที่ ถูกรักถูกตามใจมากเกินไปจะไม่มีการพัฒนาจิตใจที่พึ่งพาตนเอง ทำ นองเดียวกัน 1 การรมยา : การเผาส่วนผสมของสมุนไพรรมบนผิวหนัง วิธีการบำ บัดรักษาที่ได้รับความนิยมทางเอเชียตะวันออก เพื่อเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ
28 คนที่ถูกปิดกั้นหรือถูกบีบบังคับจะถูกขวางกั้นไม่ให้พัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง อย่างเต็มที่ พระพุทธะทรงมีพร้อมทั้งคุณธรรมแห่งบิดาและมารดาเพื่อใช้ใน การชี้แนะนำ ผู้คนไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่หยุดอยู่เพียงแค่ทำ ให้ประชาชน หลุดพ้นจากความทุกข์เท่านั้น ทว่าพระพุทธะยังทรงสอนวิถีชีวิตที่ถูกต้องและวิธี ที่ประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพชีวิตภายในของตนและบรรลุความสุขที่ แท้จริงด้วย วิธีชะขุบุขุจึงไม่ใช่สิ่งใดอื่นนอกจากการปฏิบัติที่เมตตากรุณาของ “การถอนทกข์ให้สุขุ ” 2 ชะขุบุขุ การเปิดเผยความจริงแท้อันสูงสุดโดยตรง ไซโต้ : ในแง่ของการเทศนาคำ สอน 4 วิธี3 วิธีของการเผยแผ่คำ สอนที่อธิบาย อยู่ใน มหาปรัชญาปารมิตาศาสตร์4 และในบทนิพนธ์อื่น ๆ วิธีชะขุบุขุอาจเชื่อม โยงกับวิธีที่ 3 และ 4 ซึ่งช่วยให้ประชาชนละทิ้งความหลงและหลุดพ้นจาก 3 พิษ และเปิดเผยความจริงแท้อันสูงสุดโดยตรงตามลำ ดับ อาจารย์อิเคดะ : “ความจริงแท้อันสูงสดุ ” ในที่นี้หมายถึงคุณค่าที่เป็นสากล ที่สูงส่งที่สุด เป ็นความจร ิงอ ันสูงส ุด ความดีอันสูงสุด ท ี ่ประชาชนท ุกคนควร พยายามมุ่งมั่นที่จะเห็นคุณค่าและให้การเคารพนับถือ ดังที่เราได้ยืนยันไปก่อน หน้านี้ สมัยธรรมปลายเป็นช่วงเวลาที่เกิดความสับสนในเรื่องคุณค่าของประชาชน ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่เข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง อะไรคือสิ่งที่สำ คัญ ฉะนั้น ในช่วงเวลาแห่งความสับสนดังกล่าว เราต้องระบุให้ชัดเจนว่าสิ่งใดจริงและ ถูกต้อง และสิ่งใดมีความสำ คัญสูงสุด
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ วิธีชะขุบุขุ หมายถ ึงการแบ ่งป ันความจร ิงท ี ่เป ็นสากลน ี ้ก ับผู ้อ ื ่น เป็นการประกาศอย่างกล้าหาญและชูธงเรื่องนี้ให้สูงขึ้น วิธีชะขุบุขุคือการต่อสู้เพื่อ 2 การถอนทุกข์ให้สุข หมายถึง การกระทำ ที่เมตตากรุณาอย่างยิ่งยวดของพระพุทธะ ในมหาปรัชญาปารมิตาศาสตร์ (ผูกที่ 27) ของพระนาคารชุน กล่าวว่า “มหาเมตตา (จิ) หมายถึงการให้ความชื่นชมยินดีแก่ปวงสรรพสัตว์ทั้งหลาย ส่วน มหากรุณา (ฮิ) หมายถึงการถอนทุกข์จากปวงสรรพสัตว์ทั้งหลาย” นอกจากนี้ ในนิรวาณสูตร (ผูกที่ 15) กล่าวว่า “การขจัดภยันตราย และการเอารัดเอาเปรียบจากปวงสรรพสัตว์ทั้งหลายเรียกว่ามหาเมตตา (จิ) การให้ประโยชน์สุขไม่รู้จบแก่ประชาชนทุกคน เรียกว่ามหากรุณา (ฮิ)” 3 การเทศนาคำ สอน 4 วิธี : หรือ การสั่งสอน 4 วิธี 4 วิธี ที่พระพุทธะทรงใช้อธิบายคำ สอนของพระองค์ ดังที่อธิบายอยู่ใน มหาปรัชญาปารมิตาศาสตร์ (ผูกที่ 1) ของพระนาคารชุน ได้แก่ (1) สั่งสอนพุทธธรรมในแง่ทางโลก อธิบายให้ประชาชนรู้ว่าพวกเขาจะ บรรลุความปรารถนาได้ เช่นนี้จึงเป็นการกระตุ้นพวกเขาให้เกิดความศรัทธา (2) สั่งสอนตามลักษณะพื้นฐานชีวิตของประชาชนแต่ละคน เช่นนี้จึงทำ ให้พวกเขาเพิ่มพูนการสะสมกรรมดี (3) เพื่อช่วยให้ประชาชนละทิ้งความหลงของตน และหลุดพ้นจาก 3 พิษ แห่งโลภ โกรธ หลง โดยสั่งสอนผู้ที่ติดอยู่ในความโลภให้ยอมรับว่า สิ่งที่พวกเขายึดถือไม่บริสุทธิ์ ผู้ที่ถูกครอบงำ ด้วยความโกรธให้บำ เพ็ญเพียร ด้วยความเมตตา และผู้ที่มืดบอดด้วยความโง่เขลาให้เข้าใจกฎแห่งเหตุและผล และ (4) เปิดเผยความจริงแท้สูงสุดอย่างตรงไปตรงมาให้ประชาชนตื่นรู้และเข้าใจ เมื่อเทียบกับวิธีสั่งสอนขั้นสุดท้ายนี้ 3 วิธีแรกถือเป็นวิธีชั่วคราว 4 มหาปรัชญาปารมิตาศาสตร์ : อรรถกถาที่ครอบคลุมทุกด้านเชื่อกันว่าเขียนโดยพระนาคารชุน (ช่วง ค.ศ. 150 – 250) มหาปรัชญาปารมิตาสูตร ไม่มีตำ ราภาษาสันสกฤตและทิเบตหลงเหลืออยู่ มีเพียงฉบับภาษาจีนที่แปลใน ค.ศ. 405 โดยพระกุมารชีวะเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ถือเป็นเอกสารอ้างอิงสำ คัญเกี่ยวกับแนวคิดของมหายาน ซึ่งมีอิทธิพลอย่างยิ่ง
30 ก่อตั้งและทำ ให้คุณค่าและความจริงที่เป็นสากลที่ประชาชนทุกคนควรยึดถือไว้ เป ็นจร ิง ว ิธ ีชะข ุบ ุข ุจ ึงไม ่ใช ่และต ้องไม ่เป ็นล ัทธ ิแบ ่งแยกน ิกายท ี ่จ ิตใจค ับแคบ อย่างแน่นอน เนื่องจากสัทธรรมปุณฑริกสูตรอธิบายความจริงแห่งการรู้แจ้งของ พระพุทธะโดยตรง โดยทั่วไปจึงถือว่าเป็น “พระสูตรแห่งวิธีชะขบุขุ ”ุ ไซโต้ : พระเทียนไท้กล่าวว่า “สัทธรรมปุณฑริกสูตรคือคำ สอนแห่งวิธีชะขบุขุ ุซึ่งเป็นการหักล้างปรัชญาธรรมชั่วคราว” 5 ความจริงที่พระพุทธะทรงรู้แจ้ง ก็คือ“ทกุคนล้วนบรรลุพุทธมรรคได้” กล่าวคือ ประชาชนทุกคนสามารถบรรลุ พุทธภาวะได้ อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ มน ุษย ์แต ่ละคนไม ่เว ้นแม ้แต ่คนเด ียวม ีค ่าและ ไม่สามารถแทนที่ได้ สัทธรรมปุณฑริกสูตรอธิบายความจริงของความสูงส่งของ ชีวิตและหลักปฏิบัติสูงสุดในการเคารพมนุษย์ไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน พระนิชิเร็น ไดโชนิน พระพุทธะแห่งสมัยธรรมปลาย ได้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์นี้ ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรในการปฏิบัติที่ไม่เห็นแก่ตัวของตัวท่านเองท่ามกลาง ความเป็นจริงอันโหดร้ายของสังคมที่เต็มไปด้วยความทุกข์ยากและความขัดแย้ง และสำ แดงจ ิตว ิญญาณน ี ้ของส ัทธรรมป ุณฑร ิกสูตรออกมาเป ็น “นัมเมียวโฮ 5 จากบทนิพนธ์อรรถกถาสัทธรรมปุณฑริกสูตร (ผูกที่ 9) คำ กล่าวนี้ปรากฏในส่วนที่เปรียบเทียบสัทธรรมปุณฑริกสูตรกับนิรวาณสูตร และระบุว่า สัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นคำ สอนแห่งวิธีชะขุบุขุ ขณะที่นิรวาณสูตรเป็นคำ สอนของวิธีโชจุ กล่าวอีกนัยหนึ่ง สัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นคำ สอนแห่งวิธีชะขุบุขุ ที่ละทิ้งกุศโลบายและเทศนาความจริง เช่นนี้แล้วจึงทำ หน้าที่หักล้างปรัชญาธรรมของคำ สอนชั่วคราว
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ เร็งเงเคียว”ซึ่งท่านได้จารึกเป็นโงะฮนซนเพื่อให้พวกเราใช้เป็นกระจกเงาสะท้อน ชีวิตภายในของเรา โมรินากะ : ในการแสดงความคิดเห็นข้อความ “ธรรมนิพนธ์เรื่องสิงสักการบูชา่แห่งการเห็นแจ้งจิต” 6 พระนิชิคันโชนิน ประมุขสงฆ์ลำ ดับที่ 26 กล่าวว่า การ กระทำ ของพระนิชิเร็นไดโชนินในการก่อตั้งตัวตนธรรมะเพื่อการเผยแผ่ธรรมใน สมัยธรรมปลาย นัมเมียวโฮเร็งเงเคียวแห่งธรรมะเร้นลับอันยิ่งใหญ่ 3 ประการ พร้อมกับการปฏิบัติของท่านในการหักล้างคำ สอนชั่วคราวที่นำ มาสอนโดยนิกาย พุทธศาสนาอื่น ๆ ในสมัยของท่าน สอดคล้องกับวิธี “ชะขบุขุแห่งตัวตนุธรรมะ” ตรงกันข้าม ท่านกล่าวว่าการเผยแผ่โงะฮนซนอย่างกว้างขวางในสังคมผ่าน พฤติกรรมของเราในฐานะมนุษย์ และทำ ให้คนแล้วคนเล่ายึดถือศรัทธาใน โงะฮนซนแสดงถึงวิธี “ชะขบุขุแห่งข้อุพิสูจน์” ไซโต้ : ในช่วง 750 ปี นับตั้งแต่พระนิชิเร็นไดโชนินก่อตั้งคำ สอนของท่าน มีเพียง สมาช ิกสมาคมโซคาและเอสจ ีไอเท ่าน ั ้นท ี ่ลงม ือปฏ ิบ ัต ิจร ิงตามแนวทางของว ิธ ี “ชะขบุขุแห่งข้อุพิสูจน์” และก้าวหน้าสู่การเผยแผ่ธรรมไพศาลทั่วโลก พวกเขา กระทำ เช ่นน ั ้นด ้วยการปฏ ิบ ัต ิท ี ่ม ีความสาม ัคค ีอ ันแข ็งแกร ่งภายใต ้การน ำ ของ ประธานสมาคม 3 ท่านแรกที่เดิมพันชีวิตของพวกท่านในการเผยแผ่ธรรม การ เคลื่อนไหวไปทั่วโลกของสมาคมโซคาเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลและกิจกรรมเพื่อ 6 พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “จงรู้ไว้ว่า ในเวลาสำ หรับการปฏิบัติวิธีชะขุบุขุ 4 โพธิสัตว์ปรากฏออกมาเป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาซึ่งตำ หนิ และเปลี่ยนความศรัทธาของกษัตริย์ที่โง่เขลา และในเวลาสำ หรับการปฏิบัติวิธีโชจุ พวกเขาจะปรากฏออกมา เป็นสงฆ์ผู้ยึดถือและเผยแผ่คำ สอนที่ถูกต้อง.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 375 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 389)
32 สันติภาพ วัฒนธรรม และการศึกษาบนพื้นฐานของพุทธธรรมถือเป็นการต่อสู้ อ ันสูงส ่งเพ ื ่อก ่อต ั ้งและท ำ ให ้พ ุทธธรรมแห ่งมน ุษยน ิยมคงอยู ่ตราบน ิร ันดร ์เป ็น หลักคิดของการประพฤติปฏิบัติที่มีความมานะบากบั่นของมนุษย์ อาจารย์อิเคดะ : หนึ่งคนที่ยืนหยัดขึ้นเพื่อเป็นแชมเปี้ยนแห่งความจริง ตราบ เท่าที่มีบุคคลเช่นนี้เพียง 1 คน ประชาชนจะไม่ตกอยู่ในความสับสน ทุกคนจะ ประสบกับจิตใจที่สงบสุขอย่างยิ่ง พวกเขาจะรวมตัวกันเพื่อให้การสนับสนุนเรื่อง ที่มีความชอบธรรม ส่งเสริมกำ ลังใจกันและกันและก้าวหน้าไปด้วยกัน ไม่มีสิ่งใด น่าปีติยินดียิ่งไปกว่าการเดินทางชั่วนิรันดร์ของการเผยแผ่ธรรมไพศาล ไม่มีสิ่งใด น่าเบิกบานใจเช่นนี้อีกแล้ว ในระหว่างการเดินทาง เป็นธรรมดาที่มักจะพบเจอภูเขาและหุบเหว มีวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสแดดจ้าและก็มีวันที่ฝนตกพายุลมแรง แต่ตราบใดที่เรา ยังก้าวต่อไป ผ่านทั้งความทุกข์และความสุข ในที่สุดทุกสิ่งจะเปล่งประกายเป็น ความทรงจำ อันล้ำ ค่า ในทางกลับกันหากเราล้มเลิกกลางคัน เช่นนั้นแล้ว ความ เศร้าโศกและความมืดมนจะปกคลุมทุกสิ่ง แม้กระทั่งชีวิตของเราทั้งชีวิตก็ไม่มี ข้อยกเว้น เมื่อคน ๆ หนึ่งได้รับชัยชนะสูงสุดโดยผ่านการต่อสู้ที่ไม่หวาดหวั่น จะเห็นได้ชัดว่าทุกสิ่งที่เขาหรือเธอเคยประสบมา ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ล้วนเป ็น สาเหตุเพื่อชัยชนะครั้งนั้น บุคคลเช่นนี้ย่อมเป็นผู้มีชัยชนะตลอด 3 ชาติแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต นั่นคือกฎแห่งชีวิตที่ไม่เปลี่ยนแปลง การดำ เน ินการปฏ ิบ ัติแห ่งว ิธ ีชะข ุบ ุข ุค ือการปล ุกพล ังพวกเราว ่า “มาสวมมงกฎชุวิตของเราด้วยชัยชนะนิรันดร์กันเถิด ! ี ”
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ความสำ คัญของการต่อสู้ กับธรรมชาติมารที่มีอยู่ในชีวิต ไซโต้ : นี่เป็นสิ่งที่อาจารย์เคยพูดถึงมาแล้วแต่วิธีชะขุบุขุก็ยังมีแง่มุมของการต่อสู้ กับธรรมชาติมารที่มีอยู่ในชีวิตด้วย อาจารย์อิเคดะ : ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการปฏิบัติคำสอนของพระพุทธะ” และธรรมนิพนธ์ฉบับอื่น ๆ พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวถึงความจำ เป็นในการ “หักล้างศัตรูของสัทธรรมปุณฑริกสูตร” (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 394 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 12) ผมอยากจะพูดอะไร บางอย่างเกี่ยวกับประเด็นนี้เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการเข้าใจผิด บางครั้งแค่บอกใครสักคนเกี่ยวกับแก่นแท้ของพุทธธรรมก็อาจ ทำ ให้เขากลายเป็นฝ่ายต่อต้านและยิ่งยึดติดกับทัศนะที่เข้าใจผิดของเขามากขึ้น นั่นเป็นเหตุผลสำ คัญที่เราต้องติดตามการสนทนาอย่างอดทนเพื่อชี้แจงให้เข้าใจ และช่วยให้พวกเขาตื่นรู้ถึงความจริง แน่นอนว่า เมื่อบุคคลที่ยึดมั่นกับทัศนะที่ เข้าใจผิดอย่างเหนียวแน่นจึงตอบโต้ด้วยการตำ หนิและใส่ร้ายพวกเราและธรรมะ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำ คัญที่จะต้องหักล้างสิ่งที่พวกเขายึดมั่นและอธิบายว่าพวกเขา ผิดพลาดตรงไหน คนที่ละเลยการหักล้างสิ่งที่ดูหมิ่นธรรมะไม่ใช่ลูกศิษย์ของพระ นิชิเร็นไดโชนิน การสูญสิ้นจิตวิญญาณที่จะหักล้างความชั่วร้ายคือการสูญสิ้น จิตวิญญาณของสมาคมโซคา โมรินากะ : “ธรรมนิพนธ์เรื่องการปฏิบัติคำสอนของพระพุทธะ” พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวว่า “จงสังเกตว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับบุคคลผู้นั้น [ผู้ที่ประกาศความ ยอดเยี่ยมของสัทธรรมปุณฑริกสูตรเหนือกว่าพระสูตรอื่นใด] ที่พยายามหักล้าง บรรดาอาจารย ์และหล ักธรรมของน ิกายอ ื ่นท ั้งหมด.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา
34 อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 394 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 13) อาจารย์อิเคดะ : แต่แน่นอนว่า “การหักล้าง” ไม่ได้หมายถึงการทะเลาะวิวาท หรือโต้เถียงกัน หรือใช้วิธีการอื่น นอกจากวิธีการโต้วาทีธรรม เป็นการชี้แจงว่า สิ่งใดจริงสิ่งใดเท็จโดยเฉพาะอย่างยิ่งหมายถึงการยืนยันว่าเป็นคำ สอนที่ถูกต้อง เพียงแค่ชี้ให้เห็นว่ามีบางอย่างที่ “เข้าใจผิด” ยังไม่เพียงพอ คนที่คุณพยายาม หว่านล้อมให้เชื่อจะไม่ได้รับแรงจูงใจ การระบุอย่างชัดเจนว่าอะไรถูกต้องเท่านั้น ที่เราจะทำ ให้ประชาชนเริ่มก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้ ไซโต้ : ดังนั้นวิธีการเปิดเผยหรือชี้แจงความจริงแท้สูงสุดโดยตรงและวิธีการช่วย ประชาชนให้ละทิ้งความหลงของพวกเขาและหลุดพ้นจาก 3 พิษจึงเป็นหนึ่งเดียว และไม่อาจแยกจากกันได้ อาจารย์อิเคดะ : รากฐานของท ั ้งสอง เหน ือส ิ ่งอ ื ่นใดก ็ค ือความเมตตากร ุณา “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” พระนิชิเร็นไดโชนินอธิบายความสำ คัญของการ ปฏิบัติแห่งวิธีชะขุบุขุของท่านเอง และการหักล้างอย่างเข้มงวดต่อนิกาย พุทธศาสนาอื่น ๆ ในสมัยของท่าน ท่านอ้างอิงข้อความของพระมหาธรรมาจารย์ จางอันที่ปรากฏในตอนท้ายคำ อธิบายประกอบของนิรวาณสูตร โมรินากะ : ข้อความมีดังนี้ [พระจางอันกล่าวว่า] “ผู้ทำ ลายหรือนำ ความสับสนสู่คำ สอนของพระพุทธะคือ ผู้ทรยศคำ สอน. หากเป็นมิตรสหายกันแล้ว แต่ขาดความเมตตาที่จะแก้ไขข้อ ผิดพลาดให้เพื่อน บุคคลนั้นแท้จริงคือศัตรู.แต่หากตักเตือนและแก้ไขผู้กระทำ ผิด แล้วก็คือสาวกผู้ปกป้องคำ สอนของพระพุทธะเป็นลูกศิษย์ที่แท้จริงของพระพุทธะ. ผู้ที่ช่วยผู้กระทำ ผ ิดให ้ละความช ั ่วก ำ ล ังปฏ ิบ ัต ิตนเป ็นบ ิดามารดาของเขา. ผู้ที่ ติเตียนผู้กระทำ ผิดคือลูกศิษย์ของพระพุทธะ. แต่ผู้ที่ไม่ขับไล่ผู้กระทำ ผิดกำ ลัง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ทรยศคำ สอนของพระพุทธะ.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 286 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 185) ไซโต้ : “การติเตยนี ” ในที่นี้หมายถึงการตักเตือนความชั่วร้าย ขณะที่ “การ ขับไล”่ หมายถึงการขับไล่ความชั่วร้าย เมื่อพิจารณาจากข้อความนี้ การหักล้าง ความผิดนิกายพุทธศาสนาต่าง ๆ ที่ก่อตั้งขึ้นมาของพระนิชิเร็นไดโชนินถือเป็น ภาระหน้าที่ของท่านในฐานะพุทธศาสนิกชนและเป็นการกระทำ ที่เมตตากรุณา อย่างแท้จริง ท ั ้งน ี ้เพราะค ำ สอนด ังกล ่าวไม ่เพ ียงแต ่ข ัดแย ้งก ับเจตนารมณ ์อ ัน ลึกซึ้งของสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่จะทำ ให้ประชาชนทุกคนบรรลุการรู้แจ้งเท่านั้น ทว่ายังมีส่วนทำ ให้เกิดความสับสนในโลกของพุทธศาสนาและเป็นการทำ ลาย คำ สอนที่ถูกต้องด้วย อาจารย์อิเคดะ : การปฏิบัติแห่งวิธีชะขุบุขุของพระนิชิเร็นไดโชนินได้หยั่งรากอย่าง ทั่วถึงอยู่ในความเมตตากรุณาอันกว้างใหญ่ไพศาลของท่านที่จะเปิดดวงตาของ ประชาชนที่ถูกหลอกลวงโดยคำ สอนที่ผิดและนำ พวกเขาไปสู่การรู้แจ้ง ทำ นอง เดียวกัน การปฏิบัติแห่งวิธีชะขุบุขุของเราก็ต้องสอดคล้องกับจิตใจที่เมตตากรุณา ของพระนิชิเร็นไดโชนิน และต้องเกิดจากความปรารถนาของเราที่จะนำ ผู้อื่นไปสู่ ความสุขให้ได้อย่างแน่นอน การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น ของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ โมรินากะ : พระน ิช ิเร ็นไดโชน ินอ ้างถ ึงการปฏ ิบ ัต ิของพระสทาปร ิภูตโพธ ิส ัตว ์ ที่พรรณนาอยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรว่าเป็นแบบอย่างสำ หรับการปฏิบัติแห่งวิธี ชะขุบุขุ ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” ท่านเขียนว่า “แต ่ในเวลาท ี ่ม ี
36 ประชาชนแห่งมิจฉาทิฐิผู้หมิ่นประมาทธรรมะอยู่มากมาย เมื่อนั้นวิธีชะขุบุขุควร นำ มาใช้เป็นอันดับแรกดังที่พรรณนาอยู่ใน ‘บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์’.” (ธรรม นิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 285 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 182) ไซโต้ : การปฏิบัติของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ประกอบด้วยการโค้งคำ นับผู้อื่นด้วย ความเคารพ7 ในยุคชั่วร้ายเมื่อธรรมะกำ ลังจะดับสูญ แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ และการหมิ่นประมาทจากคนที่มีปัญญาอันน้อยนิด พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ยัง คงเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำ การปฏิบัติที่ให้ความเคารพผู้อื่นต่อไป ด้วยการ ทักทายพวกเขาด้วยถ้อยคำ ที่เรียกว่า สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษร “สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษร” หมายถึงข้อความใน พระสูตรที่พระสทาปริภูตโพธิสัตว์กล่าวว่า“ข้าพเจ้ามีความเคารพพวกท่านอย่าง ลึกซึ้งข้าพเจ้าไม่กล้าที่จะปฏิบัติต่อพวกท่านด้วยการดูถูกเหยียดหยามหรือความ จองหอง. ทำ ไมหรือ. เพราะว่าพวกท่านทุกคนกำ ลังปฏิบัติโพธิสัตว์มรรค และจะ ได้บรรลุพุทธภาวะแน่นอน.” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย บทที่ 20 หน้า 440) เนื่องจากประกอบด้วยอักษรจีน 24 ตัว ในการแปลของพระกุมารชีวะ จึงเรียกว่า สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษร 7 สัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าวว่า “ภิกษุรูปนี้ [พระสทาปริภูตโพธิสัตว์]… เพียงแต่เข้าไปโค้งคํานับแก่ประชาชน และถ้าเขาบังเอิญได้เห็นบริษัท 4 เหล่าใด ๆ แต่ไกล เขาจะเข้าไปหาพวกนั้นอย่างตั้งใจ โค้งคํานับแล้วพูดด้วยถ้อยคํายกย่องว่า ‘ข้าพเจ้าไม่กล้าที่จะดูถูกเหยียดหยามพวกท่าน เพราะพวกท่านทุกคนจะได้บรรลุพุทธภาวะแน่นอน’” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย บทที่ 20 หน้า 440 - 441)
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ จากการอธิบายแก่นสำ คัญของพระสูตรที่ครอบคลุมทั้งหมด โดยย่อ สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษรจึงสอดคล้องกับ “สัทธรรมปุณฑริก สูตรแบบย่อ” อาจารย์อิเคดะ : ที่ถูกเรียกว่า “สัทธรรมปุณฑริกสูตรแบบย่อ” เพราะคำ สอน ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรทั้งหมดถูกย่อให้สั้นลงอยู่ในถ้อยคำ 24 ตัวอักษรนี้ สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนมีธรรมชาติพุทธะ พวกเขามีโลกพุทธะ นี่ คือสภาพพุทธะที่มีอยู่โดยธรรมชาติที่พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ให้ความเคารพ คำ ว่า “ธรรมชาติพุทธะ” ไม่ปรากฏในสัทธรรมปุณฑริกสูตร อย่างไรก็ตาม ด้วยการปฏิบัติของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ พระสูตรจึงบ่งชี้อย่าง ชัดเจนว่าสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนมีธรรมชาติที่รู้แจ้งนี้ธรรมชาติพุทธะไม่ได้อธิบาย ไว้ในแง่ทฤษฎี ทว่าอธิบายโดยผ่านพฤติกรรมของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ซึ่งถือว่า เป็นหลักปรัชญาแห่งความสูงส่งของชีวิตที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ ไซโต้ : พระวสุพันธุ์8 นักปราชญ์ชาวพุทธของอินเดียผู้ได้รับการยกย่องว่า เป็นอาจารย์ที่ถูกต้องของสมัยสุทธิธรรม ระบุอยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรอุปเทศ 8 พระวสุพันธุ์ : นักปราชญ์ชาวพุทธของอินเดีย คาดว่ามีชีวิตอยู่ราวศตวรรษที่ 4 หรือ 5 ท่านเกิดในครอบครัวพราหมณ์ ที่เมืองปุรุชาปุระแห่งคันธาระทางตอนเหนือของอินเดีย เริ่มแรกท่านศึกษา คำ สอนหินยานและกลายเป็นปรมาจารย์แห่งปรัชญาหินยานในอินเดีย ในเวลานั้น คำ บรรยายธรรมของท่านได้ถูกรวบรวมไว้ใน นิกายอภิธรรมโกศ ภายหลังพระวสุพันธุ์ได้เปลี่ยนเป็นมหายานผ่านอิทธิพลของพระอสังคะ น้องชายของท่าน ซึ่งหลังจากนั้นท่านได้ช่วยเหลือในการส่งเสริมนิกายวิชญาณวาทของมหายาน งานเขียนมากมายของท่านที่เกี่ยวกับพุทธธรรมของมหายาน ได้แก่ สัทธรรมปุณฑริกสูตรอุปเทศ
38 ของท่านว่าการปฏิบัติที่ให้ความเคารพของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์เป็นพื้นฐาน สำ หรับการยืนยันของสัทธรรมป ุณฑริกสูตร ว่า “สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนมีธรรมชาติพุทธะ” 9 โมรินากะ : พระเทียนไท้ยังแสดงความคิดเห็นใน บทนิพนธ์อธิบายศัพท์สัทธรรม ปุณฑริกสูตร ว่า ข้อความในพระสูตรพรรณนาถึงวิธีที่พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ เคารพผู้คนด้วยสัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษรของท่านเปิดเผยให้เห็น “ธรรมชาติพุทธะทม ี่ อยู่แต่ดั้งเดิม ี ” 10 9 พระวสุพันธุ์กล่าวว่า “เขา [พระสทาปริภูตโพธิสัตว์] แสดงความเคารพและสรรเสริญด้วยถ้อยคำ ว่า ‘ข้าพเจ้าไม่กล้าที่จะดูถูกเหยียดหยามพวกท่าน เพราะพวกท่านทุกคนจะได้บรรลุพุทธภาวะแน่นอน’ นี่แสดงให้เราเห็นว่า สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนมีธรรมชาติพระพุทธะ” (จากสัทธรรมปุณฑริกสูตรอุปเทศ) 10 พระเทียนไท้เขียนว่า “การอ่านหรือสวดท่องคัมภีร์สอดคล้องกับ ปัญญาในการรับรู้ธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่แต่ดั้งเดิม ‘การปฏิบัติตามโพธิสัตว์มรรค’ ทั้งหมดล้วนสอดคล้องกับการทำ ความดี หรือการปฏิบัติเพื่อดึงธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่แต่ดั้งเดิม และ ‘การไม่ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยการดูถูกเหยียดหยามและจองหอง ทว่ามีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งกับพวกเขา’ สอดคล้องกับ ‘ธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่แต่ดั้งเดิม’” (จาก อธิบายศัพท์สัทธรรมปุณฑริกสูตร ผูกที่ 10) จากสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระเทียนไท้กำ หนดไว้ว่าประชาชนทุกคน ล้วนมีพร้อมเหตุดั้งเดิม 3 ประการแห่งธรรมชาติพุทธะ ได้แก่ ธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่แต่ดั้งเดิม ปัญญาในการรับรู้ถึงธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่แต่ดั้งเดิม และการกระทำ เพื่อพัฒนาธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่แต่ดั้งเดิม ดังนั้นจึงบรรลุการรู้แจ้งได้
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ อาจารย์อิเคดะ : บรรดาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ที่ถูกต้องแห่งธรรมะต่างตระหนัก ในประเด็นนี้ สัทธรรมปุณฑริกสูตรอธิบายต่อไปว่าแม้คนที่กลายเป็นศัตรูและ ต่อต้านสัทธรรมปุณฑริกสูตรทั้งหมดล้วนเป็น “บตรของุพระพุทธะ” ที่สูงส่ง โมรินากะ : บางคนอาจไม่รู้ถึงสภาพชีวิตพุทธะที่มีอยู่แต่ดั้งเดิมภายในชีวิต ของพวกเขา แต่น ั ่นไม ่ได ้เปล ี ่ยนความจร ิงท ี ่ว่าช ีว ิตของพวกเขาล้วนเป ็นต ัวตน อันสูงส่งที่มีพร้อมด้วยศักยภาพนั้น นี่คือสิ่งที่กระตุ้นให้พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ โค้งคำ นับประชาชนทั้งหลายด้วยความเคารพ เจตนารมณ์ของสัทธรรมปุณฑริก สูตรซึ่งยึดมั่นในศักดิ์ศรีและความสูงส่งของชีวิต จะไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงอย่าง เด็ดขาด ไซโต้ : สัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 20 “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” ไม่ได้กล่าว เฉพาะเจาะจงถึงการหักล้างความชั่วร้ายใด ๆ หากจะมีก็คือเรื่องที่พระสทาปริภูต โพธิสัตว์ผู้เผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์และการกดขี่บีฑาอย่างรุนแรง เมื่อ พิจารณาจากมุมมองของการที่เพียงช่วยให้ประชาชนละทิ้งความหลงของตนและ หลุดพ้นจาก 3 พิษเท่านั้น วิธีที่ 3 ใน 4 วิธีของการเทศนาคำ สอนอาจยังไม่ชัดเจน นักว่า เหตุใดพระนิชิเร็นไดโชนินจึงนำ คำ สอนในบท “พระสทาปริภูตโพธิสัตว์” นี้มาเป็นตัวอย่างของวิธีชะขุบุขุ อาจารย์อิเคดะ : ผมคิดว่าเราต้องพิจารณาจากจุดยืนของวิธีที่ 4 ของ 4 วิธีของ การเทศนาคำ สอน ซึ่งเป็นการเปิดเผยความจริงแท้อันสูงสุดโดยตรง สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษรเป็นข้อความย่อ ๆ ที่แสดง เจตนารมณ์พื้นฐานของสัทธรรมปุณฑริกสูตรซึ่งเป็นหนึ่งในการให้ความเคารพต่อ ความเป็นมนุษย์ และเราก็ถือได้ว่าพระนิชิเร็นไดโชนินกำ หนดให้การปฏิบัติของ
40 พระสทาปริภูตโพธิสัตว์เป็นวิธีชะขุบุขุ เพราะพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ได้กล่าวถึง เจตนารมณ์นี้อย่างชัดเจนและพยายามสั่งสอนเจตนารมณ์นี้แก่ผู้อื่นโดยตรง ดังที่ผมได้กล่าวไว้ในตอนแรกของการสนทนาชุดนี้ ใน “ธรรม นิพนธ์เรื่องทรัพย์สมบัติ 3 ชนิด” พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “ความเคารพ อันลึกซึ้งต่อผคู้ น” ของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์คือ “หัวใจของการบำ เพ็ญ เพียรสัทธรรมปุณฑริกสูตร”และเป็น “จดุประสงค์ของการปรากฏขึ้นมาใน โลกน้ของ ีพระศากยมนุ ีพุทธะ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 851 - 852 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 1 คำ นำ หน้า 10)11 โมรินากะ : แม้พระสทาปริภูตโพธิสัตว์เองจะถูกทำ ร้ายและปฏิบัติอย่างดูถูก เหย ียดหยามก ็ตาม ทว ่าท ่านก ็ย ังเพ ียรพยายามปฏ ิบ ัต ิท ี ่ให ้ความเคารพผู ้อ ื ่น อย่างแน่วแน่ ทำ นองเดียวกัน ขณะที่พระนิชิเร็นไดโชนินเพียงแค่ทำ การต่อสู้ให้ เข้มแข็งขึ้นเพื่อเผยแผ่คำ สอนที่ถูกต้องท่านก็ต้องเผชิญกับการบีฑาที่ไม่เคย เกิดขึ้นมาก่อนกับตัวท่าน อาจารย์อิเคดะ : ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องอริยบุคคลเข้าใจ 3 ชาติ” พระ นิชิเร็นไดโชนินยืนยันว่าท่านกำ ลังปฏิบัติตามแนวทางของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 641 - 642 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 5 หน้า 221)12 และใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องคพำ ยากรณ์ของพระพุทธะ” ท่านอ้าง ถึงเหตุผล 3 ประการซึ่งการปฏิบัติของท่านก็เช่นเดียวกับพระสทาปริภูตโพธิสัตว์
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ { โปรดติดตามตอนต่อไป } 11 พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนไว้ว่า “หัวใจของคำ สอนในชั่วพระชนม์ชีพคือสัทธรรมปุณฑริกสูตร และหัวใจของการบำ เพ็ญเพียรสัทธรรมปุณฑริกสูตรคือ ‘บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์’. การที่พระสทาปริภูตโพธิสัตว์แสดงความเคารพอันลึกซึ้งต่อผู้คนมีความหมายว่าอย่างไร. จุดประสงค์ของการปรากฏขึ้นมาในโลกนี้ของพระศากยมุนีพุทธะผู้เป็นศาสดา อยู่ที่พฤติกรรมของพระองค์ในฐานะมนุษย์... ผู้ฉลาดเรียกว่ามนุษย์ แต่คนโง่เขลาไม่ต่างจากเดรัจฉาน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 851 – 852) 12 พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “อาตมาคือผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร เนื่องจากอาตมาเจริญรอยตาม พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ พวกที่ดูถูกและหมิ่นประมาทอาตมา ศีรษะจะแตกเป็น 7 เสี่ยง ส่วนพวกที่เชื่ออาตมาจะสั่งสมบุญวาสนาสูงเทียมเขาพระสุเมรุ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 641 - 642 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 5 หน้า 221)
42 ก่่อร่่างสร้้างยุุคใหม่่
ไม่่มีีสิ่่งใดสููงส่่งไปกว่่าสายสััมพัันธ์์ของเรา ผู้้เป็็นโพธิิสััตว์์จากพื้้�นโลก ขณะที่ฤดูกาลเปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิและสภาพ อากาศที่พยากรณ์ไม่ได้ยังคงดําเนินต่อไป ข้าพเจ้าอธิษฐานอย่างจริงจังทุกวัน เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ของ “วรบีรุษไร้มงกุ ฎุ ” ของเราผู้ ส่ง หนังสือพิมพ์เซเคียว หนังสือพิมพ์รายวันของสมาคมโซคา พระนิชิเร็นไดโชนินย่อมยกย่องความทุ่มเทพยายามที่สมาชิก ครอบครัวโซคาของเราทุกแห่งหนกำ ลังกระทําเพื่อความสุขของผู้อื่นอย่าง แน่นอน เมื่อเร็วๆ นี้ สมาชิกผู้บุกเบิกฝ่ายผู้ใหญ่หญิงหลายคนจากประเทศ ฝรั่งเศส ซึ่งยังคงยึดมั่นในความศรัทธานับตั้งแต่แรกเริ่มการเคลื่อนไหวของเราใน ฝรั่งเศส ได้มาเยือนประเทศญี่ปุ่น คุณคาเนโกะ ภรรยาของข้าพเจ้า ได้พบกับ พวกเธออีกครั้งอย่างปีติยินดี ณ อาคารสตรีโซคาสากล (เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019) และส่งเสริมกําลังใจพวกเธออย่างอบอุ่น ไม่มีสิ่งใดสูงส่งหรือสวยงามยิ่งไปกว่าเพื่อนสมาชิกที่มุมานะ ด้วยกันและส่งเสริมกําลังใจกันและกัน ร่วมกันต่อสู้และมีชัยชนะ ดังคำ เรียกร้อง ของพระน ิช ิเร ็นไดโชน ินท ี ่ให ้ “ร่วมทุกข์ร่วมสุขของเพื่อนราวกับเป็นของ ‘ ’
44 ตนเอง” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 964) สมาชิกฝ่ายผู้ใหญ่หญิงจากประเทศฝรั่งเศสที่มาเยือนได้รุดหน้า ด้วยความศรัทธาเหมือนสายน้ำ ที่ไหลไปไม่รู้จบ พวกเธอได้รับคำ ชี้นำ โดยมีความ เชื่อมั่นว่ายุคใหม่ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่เปิดออกได้ด้วยการที่แต่ละคนทำ งาน หนักเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่พวกเธอได้ตั้งไว้เพื่อตนเองและมีชัยชนะในแต่ละวัน ด้วย จิตใจที่เป็นหนึ่งเดียวกับสมาชิกจากส่วนอื่นของยุโรปและทั่วโลก พวกเธอกําลัง สวดมนต์เพื่อความก้าวหน้าที่มีชัยชนะของการเผยแผ่ธรรมไพศาลที่นี่ที่ประเทศ ญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน และส่งเสริมกำ ลังใจสนับสนุนในความพากเพียรของเรา * พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “ไม่เหมือนกับผู้คนส่วนใหญ่ ใน ระหว่างการเผยแผ่ปรัชญาธรรมนี้ของอาตมา อาตมานิชิเร็นมีโอกาส ได้พบปะกับผู้คนจำ นวนมากมาย” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 778) การพบปะกับผู้คนและพูดคุยกับพวกเขา ความพยายามของเรา ในการสร้างสังคมที่สงบสุขด้วยการเผยแผ่หลักการมนุษยนิยมของพุทธธรรมของ พระนิชิเร็นไดโชนิน ช่างสอดคล้องกับจิตใจของพระนิชิเร็นไดโชนินและเป็นหัวใจ ของการปฏิบัติพุทธธรรม ผู้ที่มุมานะเพื่อเป้าหมายนี้จะก่อให้เกิดความกล้าหาญ สติปัญญา และความเมตตากรุณาของพระพุทธะได้อย่างแน่นอน ใน “บทนิพนธ์เรื่องการก่อตั้งคําสอนทถูกต้องเ ี่ พื่อให้ประเทศ เกิดสันติ” พระนิชิเร็นไดโชนินพรรณนาถึงองค์ประกอบสาคัญส ํ าหรับการสนทนา ํ ที่แท้จริง นั่นคือ การเริ่มต้นด้วยการเผชิญหน้ากับปัญหาของโลกของเราอย่าง ตรงไปตรงมากับคนรุ่นเดียวกันและฟังความคิดเห็นของพวกเขาอย่างจริงใจ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 74 02-2567 ก่อร่างสร้างยุคใหม่ การใช้ความอดทนและสงบสติอารมณ์เมื่อเผชิญกับความขัดแย้งและการเชื่อใน ธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่ในชีวิตของผู้อื่น ขณะที่นําเสนอความเชื่อของตัวเองด้วย ท่าทีที่สุภาพและมีเหตุผล “มิตรภาพแห่งห้องกล้วยไม้” 1 (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 23 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 1 หน้า 91) ที่เกิดขึ้นจากการ สนทนาเช่นนี้เป็นพลังขับเคลื่อนอันทรงพลังในการสร้างสันติภาพและความมั่นคง ปลอดภัยในชุมชนของเราและทั่วโลก * เดือนมีนาคมเป็นเดือนแห่งยุวชนของสมาคมโซคา เดือนมีนาคมปีนี้ (ค.ศ. 2019) ครบ 10 ปีตั้งแต่เพลงอิเคดะคะโยไก ถูกรังสรรค์ขึ้นมา สมาชิกฝ่ายยุวชนหญิงต่างขับร้องเพลงนี้ด้วยความภาคภูมิใจ ในฐานะที่เป็นดอกไม้ที่งดงามแห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาล ดอกไม้แห่งความหวัง และดอกไม ้แห ่งภาระหน ้าท ี ่ พวกเธอกําล ังแผ ่ขยายแสงแห ่งความป ีต ิย ินด ีไป ทั่วโลกอย่างมีชีวิตชีวา นับตั้งแต่การประชุมรวมยุวชนโลกที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว (วันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 2018) ยุวโพธิสัตว์จากพื้นโลกได้ปรากฏขึ้นมาด้วยแรงขับเคลื่อน อันทรงพลังยิ่งกว่าแต่ก่อน 1 ใน “บทนิพนธ์เรื่องการก่อตั้งคําสอนที่ถูกต้องเพื่อให้ประเทศเกิดสันติ” พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนไว้ว่า “ช่างน่ายินดียิ่งนัก ท่านได้คบหากับมิตรแห่งห้องกล้วยไม้ จึงสามารถตั้งตรงได้ดั่งต้นแขมที่เติบโตในดงป่าน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษเล่ม 1 หน้า 23 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 1 หน้า 91)
46 อาจารย์ผู้มีพระคุณของข้าพเจ้า อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธาน สมาคมโซคาท่านที่ 2 กล่าวว่า ความแข็งแกร่งและความสามารถในการฟื้นฟูขึ้น อย่างรวดเร็วของยุวชนโซคา จะกระตุ้นให้เกิดพลังใหม่ครั้งใหญ่ในคนหนุ่มสาว ทั่วโลก สมาชิกของสถาบันฝึกอบรมของฝ่ายยุวชนชายประสบความ สําเร ็จอย ่างมากในการเพ ียรแนะน ำ พ ุทธธรรมของพระน ิช ิเร ็นไดโชน ินแก ่ผู ้อ ื ่น สมาชิกของกลุ่มโซคาฮัน กะโยไก และกลุ่มบัวขาว มีภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่และ ผู้ที่เพิ่งผ่านการฝึกฝนกิจกรรมต่าง ๆ จากฝ่ายยุวชน ปัจจุบันคือสมาชิกรุ่นน้อง ในฝ่ายผู้ใหญ่ชายและฝ่ายผู้ใหญ่หญิง ต่างก็กำ ลังเปล่งประกายเจิดจ้าเช่นกัน ในการรณรงค์ที่โอซาก้า พลังของผู้มีความสามารถรุ่นใหม่ได้ทํา สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ มาร่วมกันสร้างบันทึกความสําเร็จทองคำ แห่งการเผยแผ่ธรรม ไพศาลอีกครั้งกันเถิด ! (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 2019)
ไดโมขุุแห่่งเสีียงคำำรามของราชสีีห์์การปฏิิบััติิที่่มุ่่งสู่่ความสุุขและมีีชััยชนะขั้้นรากฐาน ปัญหาและความทุกข์คือความเป็นจริงของชีวิตที่มิอาจ หลีกเลี่ยง ดังนั้นเราควรดำ เนินชีวิตที่จะเปลี่ยนความทุกข์ให้กลายเป็นความสุข ที่แท้จริงได้อย่างไร คำ ตอบสำ หรับคำ ถามพื้นฐานเหล่านี้หาพบได้ในพุทธธรรม ของพระนิชิเร็นไดโชนินซึ่งเป็นพุทธธรรมแห่งเหตุแท้ เป็นคำ สอนแห่งการปฏิรูป ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเปิดเผยว่านัมเมียวโฮเร็งเงเคียวคือเหตุรากฐานที่นำ ไปสู่การรู้แจ้ง และเปิดเผยว่าด้วยการยึดถือโงะฮนซน เราสามารถเข้าถึงการปฏิบัติและ คุณความดีทั้งหมดของพระพุทธะได้ในชาตินี้... การปฏิบัติพุทธธรรมนี้ มิได้หมายความว่าปัญหาและความทุกข์ จะหายไป ความจริงของชีวิตก็คือ ภายใน 10 โลก แต่ละโลกมีพร้อมอีก 9 โลก เสมอ ดังนั้น 9 โลกที่มีความหลงและความทุกข์ก็มีพร้อมอยู่ในโลกพุทธะเช่นกัน ทำ นองเดียวกัน โลกพุทธะจะปรากฏออกมาได้ก็เพียงเฉพาะในโลกแห่งความ เป็นจริงของ 9 โลกเท่านั้น สิ่งสำ คัญคือการไม่หวั่นไหวเมื่อพบความยากลำ บาก จงเชื่อมั่น อย่างแน่วแน่ว่านี่คือความเมตตากรุณาของพระพุทธะ แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่าง มั่นคงด้วยความศรัทธาที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น (จากหนังสือชุด ปัญญาเพื่อสรรค์สร้างความสุขและสันติภาพ ตอนที่ 1 “ความสุข” หน้า 135 - 137) ‘ ’
สารบัญ บทบรรณาธิการของประธานมิโนรุฮาราดะ ด้วยจิตใจที่เป็นยุวชน 3 ยืนหยัดเคียงข้างยุวชนของเรา ธรรมนิพนธ์ บันทึกคำ สอนปากเปล่า 7 ความคิดคำ นึงเกี่ยวกับ “ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่” บทที่ 87) 12 กรกฎาคม 15 การชุมนุมโตเกียวครั้งประวัติศาสตร์ โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บทสนทนาเกี่ยวกับศาสนาแห่งมนุษยนิยม บทที่ 17) การปฏิบัติที่ให้การเคารพผู้อื่น ตอนที่ 1 25 ชะขุบุขุคือการต่อสู้เพื่อเอาชนะธรรมชาติมาร ที่มีอยู่ในชีวิตของเราเองและในชีวิตของผู้อื่น (ต่อ) ก่อร่างสร้างยุคใหม่ การส่งมอบสายลมฤดูใบไม้ผลิแห่งกำ ลังใจ 43 1 2 3 4 5
2 สมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย email: [email protected] www.sgt.or.th บรรณาธิิการ นวรััตน์์ ชิิโนมีี กองบรรณาธิิการ เรืืองระวีี ไชยพููนพััฒน์์ พััชรีี โพธิิพััฒน์์ธนากร ณััฐพร งามสิิ ริิ กุุล ภาษาญี่่�ปุ่่�น เพีียงตา หลิิมไชยกุุล อนงค์์นาถ มโนจุุ รีีหกุุล อาคิิโกะ โฮโซดะ โยโกะ โอดะ สมพร เจนจารุุ พัันธุ์์กุุล ภาษาอัังกฤษ หทััยรััตน์์ แซ่่ จึึง ศศมน โพธิิ พััฒน์์ธนากร ทิิพย์์ สุุดา บุุนฑารัักษ์์ ออกแบบสร้้างสรรค์์ กุุลลดา อััศวฉััตรโรจน์์ พิิสููจน์์ อัักษร วรรณีี สถาพรพิิชญ์์ผู้้จััดการ ณริินทร์์ ลััทธยาพร สงวนลิิขสิิทธิ์์�โดยสมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย ISSN 2586-8675
บทบรรณาธิการของ ประธานมิโนรุ ฮาราดะ (ในวารสารไดเบียะขุเร็งเงะ)
4 ‘ ’ ด้้วยจิิตใจที่่เป็็นยุุวชน ยืืนหยััดเคีียงข้้างยุุวชนของเรา เพื่อนสมาชิกทั่วโลกมีความกระตือรือร้นเต็มเปี่ยมที่จะพูดคุย กับเพื่อน ๆ เกี่ยวกับพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน แน่นอนว่าจุดเริ่มต้นของ จิตใจกระตือรือร้นนี้คือการรณรงค์เดือนกุมภาพันธ์1 ครั้งประวัติศาสตร์ที่นำ โดย อาจารย์ไดซาขุ อิเคดะในวัยยุวชน การรณรงค์เมื่อ ค.ศ. 1952 ที่ท่านริเริ่ม ฟันฝ่าอุปสรรคครั้งสำ คัญซึ่งนำ ไปสู่การบรรลุเป้าหมายสมาชิก 750,000 ครอบครัว ได้สำ เร็จตามที่อาจารย์โจเซอิ โทดะ อาจารย์ผู้มีพระคุณของท่านได้ตั้งไว้ ท่านเรียกร้องต่อสมาชิกว่า “มาทำ ให้เดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเดือน เกิดของอาจารย์โทดะมีการเพิ่มจำ นวนสมาชิกอย่างมีนัยสำ คัญ”ความ กระตือรือร้นของยุวชนเพียงหนึ่งคนได้แผ่ขยายไปทุกมุมขององค์กรอย่างทั่วถึง และสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมา อาจารย์ไดซาขุ อิเคดะในวัยหนุ่มเยี่ยมบ้านทีละหลัง ๆ อย่าง ต่อเนื่องโดยตั้งใจรับฟังปัญหาของแต่ละคน สร้างความสัมพันธ์ส่วนตัว 1 การรณรงค์เดือนกุมภาพันธ์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1952 อาจารย์อิเคดะซึ่งขณะนั้นเป็นที่ปรึกษาเขตคามาตะของโตเกียว ได้เริ่มการรณรงค์ชักชวนแนะนำ ธรรมที่ทรงพลัง ท่านกับสมาชิกคามาตะทำ ลายสถิติ การแนะนำ พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินจากเดิมที่เคยแนะนำ สมาชิกใหม่ ได้เดือนละประมาณ 100 ครอบครัวเป็น 201 ครอบครัว
5 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 75 03-2567 บทบรรณาธิการของประธานฮาราดะ อันแน่นแฟ้น และปลุกให้แต่ละคนตระหนักในภาระหน้าที่ของตนในฐานะ โพธิสัตว์จากพื้นโลกนี่เป็นสูตรสำ หรับชัยชนะซึ่งพวกเราในฐานะลูกศิษย์ของ อาจารย์อิเคดะพึงตัดสินใจแน่วแน่ที่จะสืบสานลงมือทำ ต่อไปในอนาคต วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1993 ในโอกาสที่ระลึกครบรอบ วันเกิดของอาจารย์โทดะ อาจารย์อิเคดะได้ประพันธ์บทส่งท้ายสำ หรับ “บทประพันธ์ เรื่องปฏิวัติมนุษย์ ” ระหว่ างที่เดินทางเยือนประเทศบราซิล โดยเขียนว่า “ภาระหน้าทของข้า ี่ พเจ้าในฐานะลูกศิษย์คือประกาศความสำ เร็จ อันยิงให ่ญ่ของอาจารย์ให้โลกได้ประจักษ์” วันเดียวกันนั้นเอง ในพิธีรับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (จากมหาวิทยาลัย Federal University of Rio de Janeiro) ท่านได้กล่าวสุนทรพจน์ ต่อหน้านักคิดชั้นนำ จากหลากหลายสาขาอาชีพว่า ท่านปรารถนาที่จะอุทิศ เกียรติคุณนี้แด่อาจารย์โทดะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือการประกาศชัยชนะของ อาจารย์กับศิษย์ ผมรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งที่ได้ยินเรื่องนี้ * ขณะที่ทำ กิจกรรมเคียงข้างอาจารย์อิเคดะ ผมรู้สึกได้ตลอดเวลา ว่าจิตใจของอาจารย์เป็นจิตใจของยุวชนผู้มีชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกันกับอาจารย์ผู้มี พระคุณของท่านอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งอาจารย์เขียนว่า “ตราบถึงทุกวันนี้ ข้าพเจ้ายัง คงพูดคุยกับอาจารย์ผู้มีพระคุณอย่างต่อเนื่องในใจของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายังคงยืน อยู่ตรงหน้าท่านเหมือนตอนที่ยังเป็นยุวชน” ทำ นองเดียวกัน เมื่อพวกเรามองไปที่อาจารย์ผู้มีพระคุณซึ่งอยู่ใน ใจของพวกเราและยืนยันปณิธานเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลอีกครั้ง พลังชีวิตที่
6 สดใสและทรงพลังก็จะพวยพุ่งออกมา นี่แหละคือจิตใจยุวชน จิตใจแห่งการ ตอบแทนบุญคุณ ขอให้ยึดถือและบอกเล่าถึงจิตใจนี้ให้ทั่วชุมชนของพวกเรา พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า “ต้องมสิีงจำ่เป็น 3 ประการ คือ อาจารย์ดีผู้ศรัทธาดี และคำสอนดีก่อนที่คำอธิษฐานจะบรรลุผล และ ภัยพิบัติจะถูกขจัดออกจากแผ่นดิน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 880) พวกเราต้องไม่ลืมว่าเนื่องจากพวกเราได้พบอาจารย์ดี จึงสามารถ พบคำ สอนดี เนื่องด้วยการมานะบากบั่นของพวกเราเพื่อทำ ให้อุดมการณ์ของ อาจารย์ผู้มีพระคุณสำ เร็จเป็นจริง เราจึงตีแตกเปลือกแห่งข้อจำ กัดของตนเองและ ทำ ให้พลังชีวิตที่มีอยู่แต่ดั้งเดิมโดยธรรมชาติของเราปรากฏออกมาได้ ขณะนี้ถึงเวลาที่พวกเราทุกคนจะยืนหยัดขึ้นในฐานะลูกศิษย์ที่ดี ด้วยการยืนหยัดเคียงข้างยุวชน โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มจำ นวนสมาชิกยุวชน ให้มาก ด้วยความมั่นใจว่าชัยชนะคือเส้นทางที่แท้จริงของเหล่าลูกศิษย์ตามที่ อาจารย์อิเคดะได้สอนไว้ (จากวารสารไดเบียะขุเร็งเงะ วารสารศึกษาธรรมของสมาคมโซคา ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2024)
ธรรมนิิพนธ์์
8 บันทึกคำ สอนปากเปล่า ความเป็นมา กล่าวกันว่า บันทึกคำ สอนปากเปล่าเป็นบันทึกที่พระ นิกโคโชนินจดคำ บรรยายข้อความสำ คัญของสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่พระนิชิเร็น ไดโชนินบรรยายขณะอยู่ที่เขามิโนบุโดยได้รับความเห็นชอบจากพระนิชิเร็น ไดโชนิน บันทึกคำ สอนปากเปล่าเรียบเรียงเสร็จสมบูรณ์ใน ค.ศ. 1278 (ปีโคอัน ที่ 1) ขณะที่พระนิชิเร็นไดโชนินบรรยายแก่นของสัทธรรมปุณฑริกสูตรเพื่อช่วย เหลือประชาชน พระนิกโคโชนินก็ได้ต่อสู้กับการกดขี่บีฑา พร้อมกับถ่ายทอด คำ สอนของอาจารย์ไว้เพื่อคนรุ่นหลัง ข้อความธรรมนิพนธ์ที่ศึกษาครั้งนี้ กล่าวถึงข้อความตอนหนึ่ง ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 8 “บทการประทานคำพยากรณ์แก่ลูกศิษย์ 500 รูป” ที่พระศากยมุนีพุทธะประทานคำ พยากรณ์แก่ลูกศิษย์ทั้ง 500 คนว่า จะบรรลุพุทธภาวะได้ในอนาคต โดยลูกศิษย์เหล่านั้นกล่าวถึงข้อความหนึ่งใน ‘ ’ ความปีติยินดีอันยิ่งใหญ่ (คือสิ่ง) ที่บุคคลได้รับเมื่อเข้าใจ เป็นครั้งแรกว่า จิตใจของตนเป็นพระพุทธะมาตั้งแต่เริ่มต้น นัมเมียวโฮ เร็งเงเคียว คือความปีติยินดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาความปีติยินดี1 (ธรรมนิพนธ์ หน้า 788) 1 บันทึกคำ สอนปากเปล่า ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 211- 212