สารบัญ บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ ให้สายลมแห่งความเป็น 3 นิรันดร์ ความสุข ตัวตน และความบริสุทธิ์ ที่มอบความหวังโชยชายไปกว้างไกล ธรรมนิพนธ์ บันทึกคำ สอนปากเปล่า 9 ความคิดคำ นึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” บทที่ 79) ประวัติศาสตร์การบีฑาธรรมที่อะจึฮาระ 17 (ตอนที่ 2) โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บทสนทนาเกี่ยวกับศาสนาแห่งมนุษยนิยม บทที่ 15) การเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ (ตอนที่ 2) 25 การก่อตั้งธรรมะที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรม ขึ้นสู่ยอดเขาใหม่ แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลร่วมกัน การขยายความเคลื่อนไหวของโซคา 41 การชุมนุมของนักปรัชญาชั้นแนวหน้าของโลก 1 2 3 4 5
2 สมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย email: [email protected] www.sgt.or.th บรรณาธิิการ นวรััตน์์ ชิิโนมีี กองบรรณาธิิการ เรืืองระวีี ไชยพููนพััฒน์์ พััชรีี โพธิิพััฒน์์ธนากร ณััฐพร งามสิิ ริิ กุุล ภาษาญี่่�ปุ่่�น เพีียงตา หลิิมไชยกุุล อนงค์์นาถ มโนจุุ รีีหกุุล อาคิิโกะ โฮโซดะ โยโกะ โอดะ สมพร เจนจารุุ พัันธุ์์กุุล ภาษาอัังกฤษ หทััยรััตน์์ แซ่่ จึึง ศศมน โพธิิ พััฒน์์ธนากร ทิิพย์์ สุุดา บุุนฑารัักษ์์ ออกแบบสร้้างสรรค์์ กุุลลดา อััศวฉััตรโรจน์์ พิิสููจน์์ อัักษร วรรณีี สถาพรพิิชญ์์ผู้้จััดการ ณริินทร์์ ลััทธยาพร สงวนลิิขสิิทธิ์์�โดยสมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย ISSN 2586-8675
บทบรรณาธิิการของ อาจารย์์ อิิเคดะ (ในวารสารไดเบีียะขุุเร็็งเงะ)
4 ‘ ’ ให้้สายลมแห่่งความเป็็น นิิรัันดร์์ ความสุุข ตััวตน และความบริิสุุทธิ์์�ที่่มอบความหวัังโชยชายไปกว้้างไกล ใน ค.ศ. 1981ซึ่งสมาคมโซคากำ หนดให้เป็นปีแห่งยุวชน ข้าพเจ้า เดินทางไปทั่วประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก และมอบบทกลอนจำ นวนมากแก่ ยุวโพธิสัตว์จากพื้นโลก ข้าพเจ้ามีความทรงจำ ที่ชื่นชอบเมื่อรำ ลึกถึงวลีเหล่านี้ ที่เขียนมอบแก่เพื่อนวัยเยาว์ในอเมริกา ความศรัทธาคือเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเรา ในการเดินทางอันน่าตื่นเต้นของชีวิต ชีวิตที่มีชัยชนะและสูงส่ง1 ข้าพเจ้าภาคภูมิใจอย่างยิ่งว่าตลอดระยะเวลา 40 กว่าปีนี้ ยุวชน ของเราได้บุกบั่นไปในการเดินทางของชีวิตด้วยความศรัทธาที่ไม่หวั่นไหว เดินนาวาชีวิตอย่างกล้าหาญฝ่าทะเลแห่งบททดสอบและสภาพการณ์อัน ยากลำ บากที่ซัดสาดเข้ามา 1 ไดซาขุ อิเคดะ บทกลอน “แด่เพื่อนรักวัยเยาว์ชาวอเมริกัน ยุวโพธิสัตว์ จากพื้นโลก” จากหนังสือ The Sun of Youth: Selected Poems of Daisaku Ikeda ดวงตะวันแห่งวัยยุวชน : รวมบทกลอนของอาจารย์อิเคดะ ฉบับคัดเลือก (ซานตา มอนิกา, แคลิฟอร์เนีย : สำ นักพิมพ์เวิลด์ทรีบูน ค.ศ. 2016) หน้า 72
5 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ พวกเราทุกคนล้วนต่อสู้อย่างเข้มข้นและสูงส่งเพื่อบรรลุภาระหน้าที่ ของตนในการเผยแผ่ธรรมไพศาล เมื่อวันเวลาผ่านไป ความท้าทายที่น่าหวาดหวั่น จะปรากฏขึ้นในชีวิต รวมถึงความเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นตัวเราเองหรือคนที่เรารัก และการต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวที่ไม่แข็งแรงหรือสูงวัย ช่วงบั้นปลายชีวิต ประมาณ 1 ปีก่อนดับขันธ์แม้แต่พระนิชิเร็นไดโชนินก็เปรยว่า “ร่างกายของ อาตมาเหนื่อยล้า จิตใจของอาตมาทกข์ทรมานจากการโต้วาทุีธรรมทกวัน ุการบฑาีธรรมทกเดือน แุละการถูกเนรเทศ 2 ครั้ง” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 2 หน้า 949) อาจารย ์โจเซอ ิ โทดะ อาจารย ์ผู ้ม ีพระค ุณของข ้าพเจ ้าส ่งเสร ิม กำ ลังใจอย่างอบอุ่นแก่สมาชิกที่กำ ลังต่อสู้กับความเจ็บป่วยโดยกล่าวถึงข้อความ จากธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน เช่น “ความเจ็บป่วยคราวนี้ ...อาจเป็นการ จัดการของพระพุทธะ เพราะ [พระสูตรต่าง ๆ] สอนไว้ว่าคนป่วยจะบรรลุ พุทธภาวะได้อย่างแน่นอน ความเจ็บป่วยก่อให้เกิดจิตใจแสวงหาธรรม” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 937) อาจารย์ให้ความมั่นใจว่าการ ต่อสู้กับความเจ็บป่วยเป็นส่วนหนึ่งของภาระหน้าที่ที่พวกเขารับมาเพื่อพุทธธรรม และเป็นโอกาสที่จะผ่อนกรรมหนักให้ได้รับโดยเบา2 ท่านกล่าวว่านี่เป็นสัญญาณ ว่าถึงเวลาที่พวกเขาจะเปลี่ยนกรรมได้ครั้งใหญ่ด้วยความศรัทธาและการปฏิบัติ พุทธธรรม 2 การผ่อนกรรมหนักให้ได้รับโดยเบา คำ ที่ตามตัวอักษรหมายถึง “การเปลี่ยนจากหนักและได้รับโดยเบา” มีปรากฏอยู่ในนิรวาณสูตร “หนัก” หมายถึงกรรมชั่วที่สั่งสมมาในอดีตชาติอันยาวนานนับไม่ถ้วน บุญกุศลของ การปกป้องคำ สอนที่ถูกต้องของพุทธธรรม ทำ ให้ได้รับผลสนองของกรรมโดยเบาในชาตินี้ จึงขจัดกรรมหนักที่ตามธรรมดาแล้วไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อเราในชาตินี้เท่านั้น แต่ยังส่งผลในอีกหลายชาติต่อ ๆ ไปด้วย
6 ธรรมมห ัศจรรย ์เป ็นธรรมะรากฐานและเป ็นน ิร ันดร ์ของจ ักรวาล เมื่อยึดถือศรัทธาธรรมะนี้ก็จะทำ ให้เราหวนคืนสู่ชีวิตดั้งเดิมจากสมัยอนาทิกาล ได้ทุกวันและเข้าถึงพลังฟื้นฟูอันไม่จำ กัด อีกทั้งทำ ให้สภาพชีวิตพุทธะอันยิ่งใหญ่ ที่มิอาจทำ ลายได้ในตัวเราเข้มแข็งมั่นคง ความทุกข์ทั้งมวลแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป ็นความท ้าทายท ี ่ต ้องเผช ิญเพ ื ่อป ีนสู ่ยอดเขาแห ่งการบรรล ุพ ุทธภาวะ ในชาตินี้ได้สำ เร็จ ไม่มีอุปสรรคใดที่เราข้ามพ้นไม่ได้ ขณะที่สังคมของเราก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างต่อเนื่องในอัตราที่ ไม่เคยมีมาก่อน สมาชิกครอบครัวโซคาของพวกเราให้การสนับสนุนและส่งเสริม ก ำ ลังใจกันและกันอย่างอบอุ่นขณะที่ร่วมกันเผชิญ “ความทุกข์ที่ปวง สรรพสัตว์ประสบ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 934)แบบอย่าง ของพวกเขาทำ ให้ “สายลมแห่งความเป็นนิรันดร์ ความสข ตัวตน แุละความ บริสทุธ” ์ิ (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 761) ที่ส่งกลิ่นหอมและ มอบความหวังโชยชายไปกว้างไกล พระนิชิเร็นไดโชนินตำ หนิการทำ งานของมารอย่างดุเดือดที่สร้าง ความทุกข์แก่ท่านนันโจ โทขิมิจึศิษย์รักผู้เยาว์วัยของท่านว่า “หากไม่รบรักษา ีความเจ็บป่วยของบุคคลผู้น้ทันท ี แีล้วประพฤติตนเป็นผปู้ กป้องคุ้มครอง เสย จะรอดีพ้นจากความทกข์สาหัสทุเ ี่ป็นโชคชะตาของอสูรได้กระนั้นหรือ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1109) ขอให้สวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวด้วยสีหนาทอันทรงพลังที่ช่วยให้ เราเอาชนะความเจ็บป่วยต่าง ๆ ตามแบบอย่างจิตใจของพระนิชิเร็นไดโชนิน ขอ ให้คำ นึงถึงสุขภาพเป็นอันดับแรกและก้าวหน้าด้วยปัญญาและสามัญสำ นึกที่ดี มาสร้างบทเพลงมหัศจรรย์แห่งความหวังและการฟื้นฟูแล้วร่วม “การเดินทางอันน่าตื่นเต้นของชวิตี ” ต่อไปด้วยกัน
ขอ ให้้บอกกล่่าวแก่่เพื่่ อน ๆ ถึึงยาดีีเยี่่ยม ของชีีวิิต ที่่มีีพร้้อมดนตรีีไพเราะ แห่่งความเป็็นนิิรัันดร์์ ความสุุข ตััวตน และความบริิสุุทธิ์์� (จากบทบรรณาธิการ วารสารไดเบียะขุเร็งเงะ ฉบับเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2023)
ธรรมนิิพนธ์์
บันทึกคำ สอนปากเปล่า ความเป็นมา “บันทึกคำ สอนปากเปล่า” เป็น “เอกสารสำ คัญของอาจารย์ กับศิษย์ไม่เป็นสอง” ที่พระนิกโคโชนินได้จดบันทึกเนื้อหาที่พระนิชิเร็นไดโชนิน บรรยายข้อความสำ คัญของสัทธรรมปุณฑริกสูตรขณะอยู่ที่เขามิโนบุ เพื่อการ เผยแผ่ธรรมไพศาลในสมัยธรรมปลายหมื่นปี ข้อความนี้เป็นส่วนหนึ่งที่พระนิชิเร็นไดโชนินบรรยายสัทธรรม ปุณฑริกสูตร บทที่ 11 “บทการปรากฏให้เห็นของหอรัตนะ” ท ี ่เทศนาว ่า “ราวกับว่าลมแรง ทำ ให้กิงก้านของต้นไม้เ ่ล็กแกว่งไกว” (สัทธรรมปุณฑริก สูตร ฉบับภาษาไทย หน้า 294) ใน “บทการปรากฏให้เห็นของหอรัตนะ” กล่าวถึงหอรัตนะขนาด มหึมาปรากฏขึ้นมา และ “พธีิในอากาศ” ได้เกิดขึ้น หอรัตนะที่ประดับประดา ‘ ’ บัดนี้ เมื่ออาตมานิชิเร็นและลูกศิษย์ทั้งหลายสวด นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ก็จะเป็นดั่งการพัดของลมแรง (ธรรมนิพนธ์ หน้า 742)1 1 บันทึกคำ สอนปากเปล่า ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 96
10 ด้วยอัญมณี 7ชนิด เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมมหัศจรรย์และ ชี้ว่าชีวิตก็คือการดำ รงอยู่ที่สูงส่งเปรียบได้กับหอรัตนะ อีกทั้งอธิบายให้เห็นว่า พระพุทธะสาดส่อง “ความสว่าง”และ“กลนหอมมหัศจรรย์่ิ ” ไปทั่วทั้งสิบทิศ ลักษณะของผู้คนทั้งหลายที่ฟื้นฟูชีวิตขึ้นมาด้วยสายลมแห่งความเมตตากรุณา อันยิ่งใหญ่ของพระพุทธะ เป็นดั่งลมแรงที่ทำ ให้กิ่งของต้นไม้แกว่งไกว นัมเมียวโฮเร็งเงเคียวก็คือ “ลมแรง” ที่นำ ผู้คนสู่การ บรรลุพุทธภาวะเป็นข้อความหนึ่งที่พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่า ไดโมข ุสามารถเปล ี ่ยนไม ่เพ ียงแต ่ช ีว ิตของตนเอง แต ่ย ังเปล ี ่ยนจ ิตใจของผู ้คน ทั้งหลาย และสามารถทำ ให้เกิด “ลมแรง” ที่เปลี่ยนแปลงดินแดนได้อีกด้วย อาจารย์อิเคดะชี้นำ ว่า “การอธิษฐานที่ไม่เป็นสองซึ่งเป็นการ อธิษฐานโดยรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกับอาจารย์มีความแข็งแกร่งไม่มีใครสู้ได้ พระ พุทธะทั้งสิบทิศ (ทั่วสกลจักรวาล) พระโพธิสัตว์ ตลอดจนเทพธรรมบาลทั้งหลาย จะตอบสนองต่อการอธิษฐานที่เข้มแข็งของอาจารย์กับศิษย์ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน และจะปกป้องนักสู้แห่งการเผยแผ่ธรรม” หากรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกับอาจารย์ อธิษฐานเพื่อแผ่ขยายการ เผยแผ่ธรรม และบอกกล่าวความถูกต้องเที่ยงธรรมอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าทุกข์ยาก เพียงใด ก็จะสามารถข้ามพ้นและเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นพันธมิตรได้ 12 ปีหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โทโฮขุ เมื่อครั้งที่ดิฉัน (ยูโกะ ฮิดากะ) เป็นเด็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องออก
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 ธรรมนิพนธ์ จากบ้านไปทำ งาน ทั้งดิฉัน พี่สาว และพี่ชายต้องดูแลกันเอง พร้อมกับท้าทาย ในการเรียนหนังสือและทำ กิจกรรมสมาคม ดิฉันได้พบกับอาจารย์อิเคดะในฐานะ สมาชิก “กลุ่มอนาคต” เมื่อตอนที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย อาจารย์ ชี้นำ ว่า “ห้ามยอมแพ้ อย่ายอมแพ”้ “ผู้ทตัดสินใจว่าจะชนะ จะม ี่ ชัยชนะ ี ” ดิฉัน ได้ให้คำ มั่นสัญญาว่า “จะมีชีวิตเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลตลอดชั่วชีวิต !” หลังจากแต่งงาน ดิฉันติดตามสามีที่ไปทำ งานต่างประเทศ จากนั้นกลับมาบ้านเกิดที่มิยางิ และได้รับหน้าที่หัวหน้ารวมจังหวัด ฝ่ายผู้ใหญ่หญิง (ในเวลานั้น) โดยร ับผ ิดชอบพ ื ้นท ี ่ชายฝ ั ่งทางตอนเหน ือของ จังหวัด ตอนที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โทโฮขุ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 2011 (ปีเฮเซที่ 23) ดิฉันตกตะลึงกับสภาพที่น่าเวทนาเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็ วิ่งวุ่นอย่างไม่คิดถึงตัวเองเพื่อสำ รวจว่าเพื่อนสมาชิกปลอดภัยหรือไม่ ในขณะที่ ฝ่าฝูงชนเข้าไปในศูนย์อพยพและได้พบกับเพื่อนสมาชิก ต่างฝ่ายต่างน้ำ ตาไหล โดยไม ่ม ีค ำ พูดใด ๆ ด ิฉ ันไม ่รู ้ว ่าจะให ้ก ำ ล ังใจเพ ื ่อนสมาช ิกท ี ่สลดหดหู ่เพราะ สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างไร รู้สึกกดดันและหมดหนทาง ในเวลาเช่นนั้นก็ได้รับข้อความจากอาจารย์ว่า “มเีพียง ‘ทรัพย์ สมบัติของจิตใจ’ ที่ไม่ถูกทำลายอย่างเด็ดขาด” “สิ่งท ี่ สามารถเปลี่ยน ทกอย่างให้เุป็นการ ‘เปลี่ยนพิษเป็นยา’ ก็คือพุทธธรรมน้ ีคือความศรัทธา” ความกล้าหาญจึงพวยพุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกของชีวิต ดิฉันตัดสินใจว่าภาระหน้าที่ ของดิฉันก็คือนำ การส่งเสริมกำ ลังใจที่เต็มไปด้วยความรักและเมตตาของอาจารย์ ไปถึงเพื่อนสมาชิก และรีบไปหาเพื่อนสมาชิกโดยไม่ลังเล
12 อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่การฟื้นฟูดำ เนินไปอย่างล่าช้าและดูเหมือน จะยอมแพ้ ก็จะให้กำ ลังใจตัวเองว่า “จะยอมแพ้หรือ !” “จะสร้างดินแดนที่ อาจารย์วางใจให้ได้ !” และสวดไดโมขุอย่างจริงจัง หลังจากเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหว ก็เดินหน้าไปทีละก้าว เริ่มจาก จัดประชุมสนทนาธรรมบนรถ จนในที่สุดก็จัดในที่ประชุมส่วนบุคคลได้ เม ื ่อ ท้องถิ่นเคเซ็นนุมะเป็น “เขตฟื้นฟูพิเศษ” ดิฉันก็ได้รับภาระหน้าที่ใหม่ในฐานะผู้รับ ผิดชอบ และใน ค.ศ. 2017 ศูนย์วัฒนธรรมเคเซ็นนุมะที่รอคอยมานานก็สร้างเสร็จ สมบูรณ์ ทุกคนไชโยโห่ร้องกัน นับเป็นความทรงจำ ตลอดชั่วชีวิต ขณะนี้ สมาชิก ฝ่ายอนาคตที่อยู่ในช่วงเกิดภัยพิบัติ ได้เติบโตขึ้นเป็นอิเคดะคะโยไก และยังไวท์ ลิลลี่ เป็นทรัพย์สมบัติของการเผยแผ่ธรรมที่ไว้วางใจได้ ดิฉันเป็นอาสาสมัครในโครงการอ่านหนังสือภาพให้เด็ก ๆ ฟังมา เป็นเวลา 20 ปี มุ่งมั่นในการสนทนาอย่างจริงใจ จึงเพิ่มจำ นวนคนในท้องถิ่นที่ เข้าใจสมาคมได้คนแล้วคนเล่าอีกทั้งกำ ลังท้าทายในการแผ่ขยายการเผยแผ่ธรรม ในดินแดนแห่งภาระหน้าที่ตลอดชีวิต ขอให้อธิษฐานอย่างเข้มแข็งและสนทนาด้วยความกล้าหาญ เพื่อ สร้าง “ลมแรง” แห่งการก่อตั้งคำ สอนท ี ่ถูกต ้องเพ ื ่อให ้ประเทศเก ิดส ันต ิและ ความสุข พร้อมกับเปิดชัยชนะในท้องถิ่นของเรา (บรรยายโดย คุณยูโกะ ฮิดากะ ผู้ช่วยหัวหน้ารวมมิยางิ ฝ่ายสตรี)
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 ธรรมนิพนธ์ ‘ ’ คำชี้นำของอาจารย์อิเคดะ ทำ ให้ปณิธานเพื่อการเผยแผ่ธรรม เป็นพื้นฐานของการอธิษฐาน สิ่งที่คุณต้องทำ ในการอธิษฐานก็คือบอกสิ่งที่คุณคิดอย่าง ตรงไปตรงมาต่อโงะฮนซน ในเวลานั้น ให้ใส่ “ความเชื่อ” กล่าวคือไม่ว่าอย่างไร ก็เชื่อต่อโงะฮนซนจนถึงที่สุด เชื่อมั่นในพลังของบุญกุศลที่มากมายไร้ขีดจำ กัด และอธิษฐานอย่างสุดหัวใจ ... หากกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ การอธิษฐาน เพื่อผู้อื่นอย่างเอาจริงเอาจังว่า“อยากจะให้คนนั้น คนนี้มีความสุขอยากจะสอน พุทธธรรม” อธิษฐานให้เป้าหมายของกิจกรรมสมาคมประสบความสำ เร็จและ ทำ ให้เกิดการลงมือทำ คือเส้นทางตรงของการสะสมบุญกุศลและบุญวาสนาอัน ยิ่งใหญ่ เช่นนั้นแล้ว แม้ในเวลาที่อธิษฐานให้เอาชนะความทุกข์ใจ และ ความยากลำ บากของตนเอง ตลอดจนให้ความปรารถนาต่าง ๆ สำ เร็จเป็นจริง ขอให้อธิษฐานว่า “ขอให้ข้ามพ้นปัญหานี้ และแสดงข้อพิสูจน์ทางความเป็นจริง ของความศร ัทธาท ี ่สง ่างามเพ ื ่อการเผยแผ ่ธรรมไพศาล สิ่งสำ คัญก็คือ ท ำ ให ้ ปณิธานเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลเป็นพื้นฐานของการอธิษฐาน ขอให ้ใช ้ช ีวิตโดยม ีสภาพชีว ิตท ี ่เต ็มเป ี ่ยมด ้วยความกล ้าหาญด ั ่ง ราชสีห์ ด้วยความศรัทธาที่เชื่อมโยงกับพระพุทธะแท้ ปณิธานอันยิ่งใหญ่นี้ และ เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ (จากบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 28 “บทเส้นทางที่ยิ่งใหญ่”)
14 อธิบายเพิ่มเติม :บันทึกคำสอนปากเปล่า คำ�ว่า “บันทึกคำสอนปากเปล่า” นั้น “คำสอน” หมายถึง ปรัชญาธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน “ปากเปล่า” คือ การบรรยายด้วยปาก โดย รวมจึงหมายถึง สิ่งที่บันทึกเนื้อหาซึ่งบรรยายด้วยปากเปล่า “บันทึกคำสอนปากเปล่า” แบ่งเป็น 2 ส่วน (ม้วนแรกและม้วน หลัง) มีการบันทึกคำ บรรยายข้อความสำ คัญทั้งหมด 231 ข้อความและบันทึก พิเศษ เริ่มต้นด้วยกล่าวถึงข้อความในสัทธรรมปุณฑริกสูตร รวมทั้งข้อความสำ คัญ ของ 2 พระสูตร (อนันตนิรเทศสูตรและสมันตภัทรสูตร) ซึ่งเป็นพระสูตรเกริ่นนำ และพระสูตรปิดท้าย จากนั้นอ้างอิงการตีความของพระเทียนไท้และพระเมียวลัก ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วกล่าวถึงการตีความสัทธรรมปุณฑริกสูตรจากจุดยืนของ ปรัชญาธรรมแห่งการหว่านเมล็ดที่อยู่ใต้ตัวอักษร โดยระบุว่า “บันทึกคำสอน ปากเปล่ากล่าวว่า” ดังนั้น “บันทึกคำสอนปากเปล่า” จึงบันทึกคำ เทศนา เกี่ยวกับทัศนะชีวิตของพระนิชิเร็นไดโชนิน ทัศนะศาสนา และทัศนะจักรวาลไว้ อย่างครบถ้วน วันขึ้นปีใหม่ ค.ศ. 1946 (ปีโชวะที่ 21) หลังสิ้นสุดสงครามโลก ครั้งที่ 2 ได้ไม่นาน อาจารย์โทดะบรรยายสัทธรรมปุณฑริกสูตรโดยนำ “บันทึก คำสอนปากเปล่า” มาเป็นพื้นฐาน สามารถกล่าวได้ว่า การออกเดินทางครั้งใหม่ ของสมาคมโซคาเริ่มต้นพร้อมกับ “บันทึกคำสอนปากเปล่า” นอกจากนี้ หล ังจากท ี ่อาจารย ์อ ิเคดะได ้ร ับแต ่งต ั ้งเป ็นประธาน สมาคม อาจารย ์ได ้เร ิ ่มบรรยาย “บันทึกคำสอนปากเปล่า” ให ้ต ัวแทนฝ ่าย อุดมศึกษา ในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1962 ท่านได้ฝึกอบรมผู้มีความสามารถ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 ธรรมนิพนธ์ ด้วยตัวท่านเองเพื่ออนาคต ในบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ บันทึกไว้ว่า “บันทึกคำสอนปากเปล่า อาจจะเข้าใจยาก ถึงกระนั้น ขอให้อ่านด้วยร่างกาย แม้เพียง 1 ข้อความก็ยังด จะกีลายเป็นพลังอันยิงให ่ญ่นะ”
16 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิิวััติิมนุุษย์์-ใหม่่” โดย โฮ โงะคูู บทความจากอาจารย์์ไดซาขุุ อิิเคดะ
บทที่ 79) ประวัติศาสตร์การบีฑาธรรมที่อะจึฮาระ (ตอนที่ 2) “หากอาจารย์กับลูกศิษย์จิตใจต่างกันแล้ว ย่อมไม่อาจ ทำ สิ่งใดบรรลุผลสำ เร็จ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 909) ใน ระหว่างการบีฑาธรรมที่อะจึฮาระ พระนิกโคโชนินได้รายงานโดยเปิดเผย รายละเอียดของเหตุการณ์ต่าง ๆ แก่พระนิชิเร็นไดโชนิน ซึ่งขณะนั้นพำ นักอยู่ที่ เขามิโนบุ และได้รับคำ ชี้แนะแนวทางในการปฏิบัติจากท่าน พระนิกโคโชนินได้ เผชิญกับการบีฑาธรรมครั้งนี้ร่วมกับพระนิชิเร็นไดโชนินอาจารย์ของท่านอย่าง ครบถ้วนบริบูรณ์ * ใน ค.ศ. 1278 พระเงียวจิ รองเจ้าอาวาสวัดริวเซ็นจิ ในหมู่บ้าน อะจึฮาระ และพรรคพวกของเขา ได้ปลอมแปลงคำ สั่งรัฐบาลว่าการศรัทธาใน สัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นการกระทำ ที่ผิดกฎหมาย เป็นความพยายามที่ทำ ขึ้น อย่างลับ ๆ เพื่อยับยั้งการเผยแผ่พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน พระนิชิเร็น ไดโชนินประกาศว่า แม้ท่านไม่เห็นคำ สั่ง แต่ก็รู้ว่าเป็นคำ สั่งปลอม และใน ความเป็นจริง เรื่องนี้ก็ถูกเปิดเผยอย่างรวดเร็วว่าเป็นของปลอม อย่างไรก็ตาม ผู้ที่วางแผนยังคงดำ เนินการตามแผนการที่คดโกง ของพวกเขา พวกเขาวางอุบายที่จะทำ ลายความสามัคคีของลูกศิษย์ของพระ นิชิเร็นไดโชนิน โดยการหว่านเมล็ดแห่งความสงสัยและความขัดแย้งในหมู่ผู้คน ที่เคียดแค้นชิงชังหรืออิจฉาริษยาต่อเพื่อนผู้ศรัทธาและโน้มน้าวด้วยเล่ห์เพทุบาย ให้พวกเขาละทิ้งความศรัทธาและหันมาต่อต้านสหายผู้ร่วมศรัทธาของพวกเขา
18 เชื่อกันว่าครั้งหนึ่ง ลูกศิษย์ที่ชื่อ โอตะ ชิกามะสะ และ นางาซากิ โทขิสึนะ (ผู้ละทิ้งความศรัทธาในระหว่างการบีฑาธรรมที่อะจึฮาระ) รู้สึกไม่พอใจ ต่อท่านทาคาฮาชิ โระขุโร เฮียวเอะ ซึ่งเป็นบุคคลสำ คัญในหมู่ฆราวาสผู้ศรัทธา ในบริเวณฟูจิ นอกจากนี้ก็ยังมีพระซัมมิโบ (อีกคนที่ละทิ้งความศรัทธาช่วงการ บีฑาธรรมที่อะจึฮาระ) ที่อิจฉาริษยาต่อพระนิกโคโชนิน ในฐานะที่เป็นสงฆ์รุ่นพี่ ผู้คงแก่เรียนที่ศึกษาอยู่ที่เขาฮิเออิ (ที่ตั้งวัดใหญ่ของนิกายเท็นไดและเป็น ศูนย์กลางสำ คัญของพุทธศาสนาในเวลานั้น) เขาทะนงตัวอวดดีมาก ตั้งใจมาก กับการเรียนที่จำ กัดของเขาแต่ไม่ค่อยกระตือรือร้นในการทำ งานจริงๆ ท่ามกลาง ผู้คน แม้พระนิชิเร็นไดโชนินได้ส่งพระซัมมิโบไปบริเวณฟูจิก็ตาม แต่เขาก็ปฏิเสธ ที่จะช่วยงานที่นั่นภายใต้พระนิกโคโชนิน ซึ่งเป็นรุ่นน้องของเขา ผู้ปฏิบัติศรัทธาสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทอย่างชัดเจนคือ ผู้ที่ยึด ธรรมะเป็นหลัก กับ ผู้ที่ยึดตนเองเป็นหลัก ในทุกยุคทุกสมัย เราพบว่าผู้ที่ละทิ้ง ความศรัทธาต่างมีแนวโน้มที่จะยึดความรู้สึกและความสนใจของตนเองก่อน คำ สอนของพุทธศาสนาโดยการทำ เช่นนั้น เป็นการเปิดช่องให้การทำ งานของมาร เข้ามาครอบงำ จิตใจและความคิดของพวกเขาได้ พระนิชิเร็นไดโชนินมองทะลุถึงธรรมชาติพื้นฐานของคนเช่นนี้ โดยอธิบายว่าพวกเขาเป็น “คนข้ขีลาด ไม่มเหตีุผล โลภ และไม่น่าไว้วางใจ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 998) คนทรยศไม่สำ นึกบุญคุณ เหล่านี้ที่ปรากฏในหมู่ลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนินได้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร คนแล้วคนเล่า หลายคนถูกสะบ ัดตกจากหล ังม ้า ในธรรมน ิพนธ ์ พระนิช ิเร ็น ไดโชนินประกาศว่า ชะตากรรมของพวกเขาถือเป็น “บาปสำ หรับการทรยศต่อ สัทธรรมปุณฑริกสูตร” และท่านระบุว่าบาปนั้นเป็น “บาปที่ปรากฏชัดและ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” บาปทเฉ ี่ พาะเจาะจง” 1 (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 997) ดังที่พวกท่านอาจทราบแล้วว่า พวกที่ทรยศต่อความศรัทธาของ ตนเองและไม่สำ นึกบุญคุณโดยหันหลังให้สมาคมโซคา องค์กรที่ปฏิบัติตรงตาม พุทธเจตนาพุทธบัญชาต่างก็พบกับจุดจบที่น่าสมเพชและน่าอนาถใจที่สุด * วันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1279 วันที่พระเงียวจิเลือกเพราะเขา รู้ว่าชาวนาอะจึฮาระที่เป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนินจะมาชุมนุมกันเพื่อช่วย เกี่ยวข้าวในที่นาของพระนิชชู(หนึ่งในสงฆ์ของวัดริวเซ็นจิ ที่หันมายึดถือคำ สอน ของพระนิชิเร็นไดโชนินด้วยความพยายามในการเผยแผ่ธรรมของพระ นิกโคโชนิน) พระเงียวจิรวบรวมกองกำ ลังขนาดใหญ่รวมถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของ ส ำ นักงานบริหารที่ดินโดยรอบชิโมกาตะ และบุกเข้าจู่โจมพวกชาวนาอย่าง กะทันหันในระหว่างการเก็บเกี่ยว ชาวนาที่เป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน 20 คน ถูกจ ับก ุมและควบค ุมต ัวอย ่างไม ่เป ็นธรรมอยู ่ท ี ่ส ำ นักงานบริหารการ ปกครองท้องถิ่น นอกจากนี้ พระเงียวจิได้จัดทำ รายการข้อกล่าวหาเท็จและส่งให้ รัฐบาลทหาร เขากล่าวหาพระนิชชูว่าเป็นผู้นำ กลุ่มชาวนาติดอาวุธเข้าโจมตีกุฏิ ส่วนตัวของเจ้าอาวาสวัดริวเซ็นจิ และยังขโมยข้าวจากที่นาของวัดไป ข้อกล่าวหา เหล่านี้ไม่มีอะไรมากไปกว่า“คำร้องเท็จทวางแ ี่ ผนขึ้นมาเพื่อปกปิดความผิด ของเขา (พระเงียวจิ) เอง” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 822) 1 ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการบีฑาอริยบุคคล” พระนิชิเร็นไดโชนินระบุถึงบาป 4 ชนิด ได้แก่ บาปโดยรวม บาปที่เฉพาะเจาะจง บาปที่ปรากฏชัด และบาปที่ไม่ปรากฏชัด (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 997)
20 การนำ คดีเท็จมาฟ้องร้องต่อผู้บริสุทธิ์เพื่อปกปิดความผิดของ ตนเอง ถือเป็นการ “ใช้สิทธิฟ้องร้องโดยมิชอบ” แผนการที่มุ่งร้ายต่อสมาคม โซคาในช่วงไม่กี่ปีมานี้ก็ใช้รูปแบบนี้ ทันทีที่ทราบข้อกล่าวหาในคำ ร้องของพระเงียวจิ พระนิกโคโชนิน ได ้ร ่างหนังส ือร ้องเรียนถ ึงผู ้ม ีอ ำ นาจและส ่งให ้พระน ิช ิเร ็นไดโชนิน ร่างหนังสือ ร้องเรียนของพระนิกโคโชนินอธิบายชัดเจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและการลงมือกระทำ อันเลวร้ายของพระเงียวจิกับพรรคพวกของเขา พระนิชิเร็นไดโชนินได้เขียน เพิ่มเติมในครึ่งแรกของหนังสือร้องเรียนนี้ถึงความเป็นจริงที่คำ พยากรณ์ใน “บทนิพนธ์เรื่องการก่อตั้งคำสอนท ี่ถูกต้องเพื่อให้ประเทศเกิดสันติ” ของ ท่าน ได้กลายเป็นจริงแล้ว พร้อมกับหักล้างคำ สอนที่ผิดของพระเงียวจิและสงฆ์ รูปอื่น ๆ ของวัดริวเซ็นจิ เอกสารฉบับนี้ครึ่งแรกเขียนโดยพระนิชิเร็นไดโชนิน คร ึ ่งหล ังเข ียนโดยพระน ิกโคโชน ิน มีชื่อว่า “หนังสือร้องเรียนวัดริวเซ็นจิ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 822 - 827) เป็นหลักฐานชัดเจนของ การต่อสู้ร่วมกันของอาจารย์กับศิษย์ * ภายใต้การจับกุม ชาวนา 20 คนถูกส่งตัวไปยังเมืองคามาคูระ อย่างรวดเร็ว ณ ที่ทำ การของรัฐบาลทหาร ที่ซึ่งพวกเขาถูกควบคุมตัวไว้เพื่อสอบ ปากคำ โดยท่านเฮอิ โนะ ซาเอมน รองเจ้ากรมทหารและตำ รวจสอบสวนผู้ทรง อำ นาจ ทว่าไม่มีผู้ใดหวั่นไหวจากการสอบสวนอย่างไร้มนุษยธรรมที่พวกเขาต้อง เผชิญ ไม่มีผู้ใดยอมจำ นนต่อการคุกคาม การข่มขู่และทรมานของเจ้าหน้าที่ ใน ที่สุด 3 ผู้กล้าจินชิโรและน้องชายของเขาอีก 2 คน ได้สละชีวิตเพื่อความเชื่อของ พวกเขา นี่คือช่วงเวลาสำ คัญที่ต้องจารึกให้คงอยู่ตลอดไปในประวัติศาสตร์ของ สิทธิมนุษยชน พวกเขาตายเยี่ยงวีรบุรุษอย่างแท้จริง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการปฏิบัติคำสอนของพระพุทธะ” สอน พวกเราว่า แม้เราจะถูกตัดศีรษะ “พระศากยมุนีพุทธะ พระประภูตรัตนพุทธะ และพระพุทธะ 10 ท ิศจะมาหาเราท ันท ี... ขณะท ี ่เทพยดาก ับเทพธรรมบาล ทั้งหลายจะยกกลดขึ้นบังศีรษะเราพร้อมโบกสะบัดธงที่ชูขึ้นสูง. พวกเขาจะตาม คุ้มกันเราไปส่งยังดินแดนล้ำ ค่าแห่งแสงสว่างและสันติ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 395 - 396 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 15) ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ถามอาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคม โซคา ท่านที่ 2 อาจารย์ผู้มีพระคุณของข้าพเจ้า เกี่ยวกับการเสียชีวิตของ 3 ผู้กล้าพลีชีพแห่งอะจึฮาระ คำ ตอบของท่านชัดเจนและไม่คลุมเครือว่า “แม้เรา จะถูกฆ่า หากการเสียชีวิตของเราเพื่อธรรมมหัศจรรย์ เช่นนั้นแล้ว เราจะบรรลุ พุทธภาวะอย่างแน่นอน ซึ่งจะเหมือนดั่งความฝันหลังจากที่เคลิ้มหลับไปชั่วขณะ และแล้วก็เข้าสู่ห้วงนิทราอันเงียบสงบในภายหลัง” ไม่ว่าพวกเขาผู้อุทิศชีวิตเพื่อ การเผยแผ่ธรรมไพศาลจะเสียชีวิตอย่างไร ก็จะไม่มีวันเป็นความตายที่น่าสังเวช หรือน่าอนาถเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าขานกันว่า หนึ่งในชาวนาที่ถูกจับกุมเป็น สตรี ได้ประกาศอย่างกล้าหาญว่า “อย่าประวิงเวลาประหารเพราะเห็นฉันเป็น ผู้หญิง จงประหารฉันเดี๋ยวนี้ !” ทันทีที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของผู้กล้าพลีชีพทั้งสาม พระนิชิเร็น ไดโชนินได้เขียน “ธรรมนิพนธ์เรื่องจดหมายตอบอริยบุคคล” ซึ่งได้กำ ชับ ลูกศิษย์ของท่านว่า “พวกท่านที่เหลืออยู่ไม่ควรหวาดกลัว ตราบใดที่พวกท่านยัง มีจิตใจมั่นคงแน่วแน่ อาตมามั่นใจว่าความจริงของเรื่องราวทั้งหมดในที่สุดจะ ปรากฏชัดแน่นอน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 831) นี่คือเสียง คำ รามของราชสีห์ของท่าน
22 ท่านนันโจโทขิมิจึ ผู้ปกครองท้องถิ่นหนุ่มวัยยี่สิบและเป็นลูกศิษย์ ฆราวาสของพระนิชิเร็นไดโชนิน ได้ปฏิบัติตามคำ ตักเตือนในจดหมาย ก้าวเข้าสู่ การต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อสหายของเขาเขาจึงกลายเป็นเป้าของการกดดันอย่าง หนักจากรัฐบาลที่ให้การปกป้องและให้ที่พักพิงแก่ผู้ศรัทธาในพื้นที่อะจึฮาระ แต่ ถึงแม้อยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เขาก็ยังคงปกป้องพระนิชิเร็นไดโชนินอย่าง แข็งขันและทำ การโต้กลับต่อผู้มีอำ นาจเพื่อทำ ให้เกิดความยุติธรรม ความจริงที่ผู้ศรัทธาในท้องถิ่นต่อสู้ฝ่าฟันจนได้รับชัยชนะในการ บีฑาธรรมที่อะจึฮาระ ก็สืบเนื่องจากความพยายามอย่างกล้าหาญและแน่วแน่ ของชายหนุ่มผู้นี้ที่อุทิศชีวิตบนเส้นทางของอาจาร์ยกับศิษย์ * ช่วงเวลาการบีฑาธรรมที่อะจึฮาระ พระนิชิเร็นไดโชนินสังเกตว่า “ในอดีตและปัจจุบันของสมัยธรรมปลาย บรรดาผู้ปกครองบ้านเมือง ขุนนาง ชั้นสูง และประชาชนที่ดูหมิ่นผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรในตอนแรกดูเหมือน ไม่ได้รับบาปอะไร แต่ในวาระสุดท้ายต้องพบกับความล่มสลาย” (ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 997) 14 ปีต่อมา ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1293 กองกำ ลังของรัฐบาลได้ ปิดล้อมและจุดไฟเผาจวนของท่านเฮอิ โนะ ซาเอมน ทั้งนี้เพราะท่านมุเนะสึนะ บุตรชายคนโตของเขาเองได้กล่าวหาเขาอย่างลับ ๆ ว่าวางแผนต่อต้านรัฐบาล ขณะที่เปลวเพลิงและกองกำ ลังของรัฐบาลประชิดตัวใกล้เข้ามา ท่านเฮอิ โนะ ซาเอมนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากฆ่าตัวตายด้วยน้ำ มือของตัวเอง ทุกข์ทรมาน ด้วยความเจ็บปวดของนรกอเวจี ในบ้านหลังนี้ที่เขาทรมานและประหาร 3 ผู้กล้า แห่งอะจึฮาระ ข้าง ๆ เขาคือ สุเขะมุเนะ บุตรชายคนที่ 2 ที่ทรมานนักโทษชาวนา อะจึฮาระด้วยการยิงลูกศรปลายทู่ใส่พวกเขา ทั้งตระกูลซึ่งครั้งหนึ่งรุ่งเรืองและ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” ทรงอำ นาจมากเหลือเกินได้จบชีวิตในเปลวเพลิง บุตรชายคนโตผู้ทรยศหักหลัง บิดา ถูกเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ และสายตระกูลของท่านเฮอิ โนะ ซาเอมนถูก ลบล้างหมดสิ้นไป พระนิชิคันโชนิน ประมุขสงฆ์ลำ ดับที่ 26 ได้เขียนไว้ใน “อรรถกถา ‘ธรรมนิพนธ์เรื่องการเลือกกาลเวลา’” ว่าสาเหตุรอง (ของการเสียชีวิตของ ท่านเฮอิ โนะ ซาเอมนและครอบครัว) คือความผิดที่เข้าโจมตีพระนิชิเร็นไดโชนิน ขณะที่สาเหตุหลักคือความผิดที่ประหารชีวิตชาวนาผู้กล้า 3 คนในเหตุการณ์ การบีฑาธรรมที่อะจึฮาระ2 * อ ีกท ่อนหน ึ ่งของบทเพลงสมาคมโซคา “3 ผู้กล้าพลีชีพแห่ง อะจึฮาระ” ที่ว่า จินชิโร จบชีวิตชาตินี้ไปสู่ชีวิตชาติหน้า เหมือนดั่งดอกซากุระที่โปรยปรายไปในสายลม เลื่องลือว่าเป็นแบบอย่างของการอุทิศตนเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล ช่างเป็นชีวิตที่ประเสริฐยิ่งนักของผู้กล้าอันทรงเกียรติแห่งอะจึฮาระ อาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ บิดาผู้ก่อตั้งสมาคมโซคา เสียชีวิตใน เรือนจำ ด้วยจิตวิญญาณเดียวกับ 3 ผู้กล้าแห่งอะจึฮาระอาจารย์โทดะกับข้าพเจ้า ก ็เช ่นก ัน ก ้าวเด ินตามเส ้นทางของอาจารย ์ แบกรับการกดขี่บีฑาที่รุนแรงทุก 2 อรรถกถาของพระนิชิคันโชนิน (โตเกียว : หนังสือพิมพ์เซเคียว , ค.ศ. 1980), หน้า 306
24 รูปแบบ การต่อสู้ท่ามกลางการบีฑาและมอบชีวิตของพวกเราเพื่อภาระหน้าที่ของ เราคือบ่อเกิดของความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ที่สุด อุปสรรคนำ ไปสู่การรู้แจ้ง การเผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์อย่างไม่เห็นแก่ตนเอง มุ่งสู่การบรรลุ การเผยแผ่ธรรมไพศาลทั่วโลก คือเกียรติยศตลอดกาลของประธานสมาคมโซคา ทั้ง 3 ท่าน (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2001)
โลกแห่่งธรรมนิิพนธ์์บทสนทนาเกี่่ยวกัับ ศาสนาแห่่งมนุุษยนิิยม
26 บทที่ 15) การเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ (ตอนที่ 2) การก่อตั้งธรรมะที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรม อาจารย์อิเคดะ : ดูเหม ือนว ่าเด ือนท ี ่หนาวท ี ่ส ุดของป ีบ ัดน ี ้ได ้ผ ่านพ ้นไปแล ้ว และเรากำ ลังรอการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิที่จะเบ่งบานอย่างเต็มที่ ภายใต้แสงแดด อันอบอุ่น ดอกตูมสดใหม่เติบโตอยู่เต็มต้นทำ ให้ทัศนียภาพยิ่งมีสีสันงดงามขึ้น ธรรมชาต ิไม ่หย ุดน ิ ่งแม ้เพ ียงแว ่บเด ียว ทว ่าฤดูใบไม ้ผล ิจะค ่อย ๆ ใกล ้เข ้ามา เรื่อย ๆ อย่างมั่นคง ดังที่พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “ฤดูหนาวเปลี่ยนเป็นฤดู ใบไม้ผลิอย่างแน่นอน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 536 / ฉบับ ภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 318) ในไม่ช้าบรรดาดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิก็จะเบ่งบาน อีกครั้ง โมรินากะ : เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดอกซากุระได้บานสะพรั่งไปทั่ว เกาะโอกินาวะ [ทางตอนใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น] และขณะนี้คลื่นการผลิบาน ก็ได้แผ่ขยายขึ้นไปทางตอนเหนือของหมู่เกาะญี่ปุ่น อาจารย์อิเคดะ : ใช่แล้วครับ อาจารย์ผู้มีพระคุณของผม อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคมโซคา ท่านที่ 2 ชื่นชอบดอกซากุระมาก คร ั ้งหน ึ ่งเม ื ่อธ ุรก ิจ ของท่านตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำ บากที่สุด ท่านพูดกับผมด้วยความรู้สึกที่ ลึกซึ้งว่า “คุณเห็นไหมว่าต้นซากุระบานสะพรั่งอีกครั้งหลังจากอดทนต่อความ หนาวเหน็บของฤดูหนาว !” ผมยังจำ ถ้อยคำ เหล่านี้ได้ชัดเจนจวบจนทุกวันนี้
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ต้นซากุระที่บานสะพรั่งอย่างสวยงามก็เพราะรอดชีวิตจากความ โหดร้ายของฤดูหนาว ซ ึ ่งเป ็นความจร ิงส ำ หร ับช ีว ิตมน ุษย ์เช ่นก ัน ชีวิตคือการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องของการอดทนและการต่อสู้ที่ไม่ หยุดหย่อนตลอดทุกช่วงเวลาที่เฝ้าคอย รอคอยเวลา และสร้างเวลา ด้วยความ พยายามที่สั่งสมมาโดยตลอด เราจึงประสบชัยชนะที่บานสะพรั่งอย่างเต็มที่ใน ชีวิตได้ ไซโต้ : กล่าวได้ว่า แต่ละชั่วขณะคือการต่อสู้ ทำ ให้ผมนึกถึงบทกวีบทหนึ่งของ อาจารย์ที่ว่า “การทำ ลายล้างใช้เวลาเพียงชั่วพริบตา ส่วนการก่อสร้างต้องต่อสู้ จนชีพวาย”1 พุทธธรรมสอนถึงความสำ คัญของการดำ เนินชีวิตด้วยจิตใจที่มุ่งไป ข้างหน้าตลอดไป อาจารย์อิเคดะ : อาจารย์โทดะเคยกล่าวอยู่บ่อย ๆ ว่า “คุณไม่สามารถทำ งาน ที่สมบูรณ์แบบได้หากไม่ใช้ความพยายามให้มากขึ้น 200 หรือ300 เท่าของความ พยายามปกติ” ผมคิดว่าคำ กล่าวนี้ใช้ได้กับทุกแง่มุมของชีวิต หมายถึง การลงมือ กระทำ อย่างกล้าหาญ มีชีวิตชีวาและไม่ละเลยสิ่งใด หมายถึงการทุ่มเทชีวิตและ จิตใจทั้งหมดให้งานที่กำ ลังทำ อยู่ ชัยชนะมีอยู่ในการต่อสู้อย่างต่อเนื่องนี้ หาก ปราศจากความเพียรพยายามดังกล่าวเราจะไม่สามารถหล่อหลอมชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ได้อย่างแท้จริง พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า“จิตใจนันเองท่สำ ี่ คญั ” (ธรรมนิพนธ์ 1 ไดซาขุ อิเคดะ “บทเพลงแห่งการก่อสร้าง” บทเพลงจากหัวใจของข้าพเจ้า แปลโดย เบอร์ตัน วัตสัน (นิวยอร์ก : เวเธอร์ฮิลล์ อิงค์, ค.ศ. 1997), หน้า 88 บทกวีนี้ประพันธ์ขึ้นเพื่อแสดงจุดเริ่มต้นของปี 1969 ซึ่งสมาคมโซคากำ หนดให้เป็น “ปีแห่งการก่อสร้าง”
28 ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1000) ท่านยังสอนอีกว่า “ร่างกายกับจิตใจใน หนึ่งขณะจิตของเราแผ่ซ่านไปทั่วทั้งโลกแห่งปรากฏการณ์.” (ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 366 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 366) และ “เอกยานแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตรของธรรมมหัศจรรย์มีอยู่ในจิตใจที่ แผ่ซ่านไปทัวดินแดนสะอาดบริส่ทุธทั้งสิบทิศโดยไม่ยกเว้น ์ิ ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับ ภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 840) นี่คือแก่นสำ คัญของพุทธธรรม ดังนั้นจึง เป็นสิ่งสำ คัญที่เราต้องมีจิตใจที่กระทำ อย่างพากเพ ียรและท้าทายตัวเองอย่าง ต่อเนื่องเสมอ ชัยชนะจะปรากฏออกมาตามระดับที่เราธำ รงรักษาความเชื่อมั่น อันแน่วแน่นี้ โมรินากะ :ชาวญี่ปุ่นมักคิดว่า ศาสนาคือโลกของจิตวิญญาณที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว หลีกหนีจากการเกี่ยวข้องอย่างมีนัยกับโลกแห่งความเป็นจริงช่างแตกต่างอย่าง สิ้นเชิงกับพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน ซึ่งเป็นศาสนาที่มีเป้าหมายพื้นฐาน อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงสภาพที่เป็นจริง อาจารย์อิเคดะ : อาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ ประธานสมาคมโซคาท่านแรก ได้ตั้งคำ ถามว่า “เหตุผลทางสังคมของศาสนาคืออะไร หากมิใช่ทำ เพื่อความสุข ของมนุษยชาติและทำ ให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น” และอาจารย์โทดะยืนยันว่า “เราต้อง เพ ียรพยายามน ำ ผู้คนที่ติดหล่มอยู่ในความทุกข์ทรมานที่หนักหนาสาหัสไปสู่ การรู้แจ้ง” เมื่อเราเปลี่ยนตัวเองเราก็จะเปลี่ยนสังคม นี่คือวิถีแห่งความศรัทธา ที่แท้จริง ซึ่งเกี่ยวข้องกับความอุตสาหะพากเพียรอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาพ ที่เป็นจริง สภาพชีวิตของเราจะพัฒนาได้ก็ต่อเมื่อเราทุ่มเทตนเองอย่างแท้จริงด้วย วิธีนี้เท่านั้น
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ไซโต้ : นั่นคือการต่อสู้ทางจิตวิญญาณที่พระนิชิเร็นไดโชนินได้ตั้งปณิธานไว้ใน ขณะที่เอาชนะการกดขี่บีฑาครั้งสำ คัญ ผมคิดว่า พระนิชิเร็นไดโชนินแสดงให้เห็น ถึงสภาพชีวิตของการมีเสรีภาพที่แท้จริง ซึ่งสื่อถึงความยิ่งใหญ่ของมนุษย์อย่าง แท้จริง และไม่มีโซ่ตรวนใดที่พันธนาการจิตวิญญาณมนุษย์ที่สูงส่งไร้ขอบเขต ไว้ได้ อาจารย์อิเคดะ : การต่อสู้ของพระนิชิเร็นไดโชนินที่เกาะซาโดะส่วนใหญ่อยู่ใน รูปแบบของการต่อสู้ด้วยถ้อยคำ ระหว่างที่ท่านเขียนบทนิพนธ์และจดหมาย มากมาย เราสามารถเห ็นการต ่อสู ้ในการเข ียนเพ ื ่อแสดงแนวค ิดของท ่านซ ึ ่งม ี วัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ การก่อตั้งรากฐานหลักธรรมของคำ สอนของท่าน และการก่อสร้างหมู่คณะลูกศิษย์ของท่านขึ้นมาใหม่วัตถุประสงค์ทั้งสองประการ นี้ ท่านกระทำ ตามทัศนะเรื่องการเผยแผ่ธรรมไพศาลของท่าน เป็นการแผ่ขยาย คำ สอนของท่านเป็นเวลานับหมื่น ๆ ปีและยาวนานกว่านั้นในสมัยธรรมปลาย โมรินากะ : เกี่ยวกับการก่อตั้งรากฐานหลักธรรมของคำ สอนของท่าน เราพิจารณา ได้จากคำ อธิบายของท่านถึงความสำ คัญของสิ่งสักการบูชาผ่าน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” และ “ธรรมนิพนธ์ เรื่องสิ่งสักการบูชาแห่ งการเห็น แจ้งจิตฯ” 2 ซึ่งเป็นธรรมนิพนธ์ฉบับสำ คัญที่สุด ที่พวกเราได้พูดคุยในรายละเอียด 2 “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” เขียนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1272 ซึ่งเปิดเผยสิ่งสักการบูชาด้านบุคคล ในธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินอธิบายว่า ท่านคือพระพุทธะแห่งสมัยธรรมปลาย ผู้มีพร้อมคุณธรรม 3 ประการแห่งเจ้านาย อาจารย์ และบิดามารดา และ เป็นผู้ที่จะนำ พาประชาชนในสมัยธรรมปลายไปสู่การรู้แจ้ง ขณะเดียวกัน “ธรรมนิพนธ์เรื่องสิ่งสักการบูชาแห่งการเห็นแจ้งจิตฯ” ที่ท่านเขียนในเดือนถัดมา เดือนเมษายน เปิดเผยสิ่งสักการบูชาด้านธรรมะ ในธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินอธิบายว่า นัมเมียวโฮเร็งเงเคียวคือธรรมะขั้นรากฐานเพื่อ การบรรลุพุทธภาวะที่ประชาชนทุกคนในสมัยธรรมปลายควรเคารพบูชา
30 กันไปแล้ว3 อาจารย์อิเคดะ : นอกจากนี้ ขณะที่เนรเทศไปที่เกาะซาโดะ พระนิชิเร็นไดโชนิน ยังได้กำ หนดปรัชญาของท่านเพื่อการปฏิบัติ (การชะขุบุขุ การหักล้างการยึดถือ คำ สอนที่ผิดของประชาชน) และเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล (การเผยแผ่ธรรมะ อย่างกว้างขวางไปสู่อนาคต) แต่ขอเก็บหัวข้อนี้ไว้พูดคุยกันในโอกาสถัดไป ในความเพียรพยายามที่จะก่อสร้างหมู่คณะลูกศิษย์ของท่าน ขึ้นมาใหม่ พระนิชิเร็นไดโชนินได้เขียนจดหมายส่งเสริมกำ ลังใจมากมายหลาย ฉบับ ยิ่งกว่านั้นลูกศิษย์จำ นวนมากพอควรยังได้เดินทางไกลไปเยี่ยมเยือนท่าน ถึงเกาะซาโดะ ด้วยการส่งเสริมกำ ลังใจกันและกันระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ เหล่านี้ พระนิชิเร็นไดโชนินได้พยายามส่งมอบจิตใจที่กล้าหาญของท่านแก่ พวกเขา นั่นคือหัวใจของราชสีห์ ท่านอธิบายว่าผู้ที่กดขี่บีฑาท่านก็คือบุคคลดังที่ ส ัทธรรมป ุณฑร ิกสูตรได ้ต ักเต ือนไว ้ว ่า “มารร้ายจะเข้าสิงกายของคนอื่น”4 (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 303 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 228) และเปิดเผยความหมายสำ คัญของการกดขี่บีฑาในแง่ของพุทธธรรม ด้วยเหตุนี้ ลูกศิษย์ของท่านจึงสามารถพัฒนาเป็นบุคคลที่มีความศรัทธาเข้มแข็ง มีชัยชนะเหนือการกดขี่บีฑาและริเริ่มการเคลื่อนไหวของการเผยแผ่ธรรมไพศาล ในสมัยธรรมปลายอีกครั้ง 3 ดู บทที่ 13 โงะฮนซน ตอนที่ 3 4 สัทธรรมปุณฑริกสูตร (บทที่ 13) “บทการชักชวนและยึดถือ” มีข้อความว่า “มารร้ายจะเข้าสิงกายของคนอื่น” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย บทที่ 13 หน้า 320) หมายความว่า มารร้ายจะเข้าสู่ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทำ ให้พวกเขากล่าวร้ายผู้ปกป้องคำ สอนที่ถูกต้องและ ขัดขวางการบำ เพ็ญเพียรพุทธมรรคของพวกเขา
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ไซโต้ : ในการสนทนาของเราในวันนี้ ผมอยากให้อาจารย์กล่าวถึงหลักธรรมของ การเปลี่ยนแปลงชะตากรรมซึ่งพระนิชิเร็นไดโชนินได้เน้นย้ำ ในช่วงเวลานี้ ด้วยครับ “ความทุกข์ของนรกจะอันตรธานไปในทันที” อาจารย์อิเคดะ : หลักธรรมของการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมเป็นหนึ่งในคำ สอน ที่เน้นถึงความเป็นมนุษยนิยมของพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน ท่านได้อธิบาย หลักธรรมนี้ในช่วงที่ถูกเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ ทั้งนี้เพราะลูกศิษย์ที่จริงใจ และอุทิศทุ่มเทจำ นวนมากต้องเผชิญกับการกดขี่ที่รุนแรงอย่างกะทันหัน ด้วยการ ร่วมทุกข์กับพวกเขาเสมือนเป็นความทุกข์ของท่านเอง ท่านจึงได้อธิบายว่า เหตุใดพวกเขาจึงต้องพบกับความยากลำ บากดังกล่าวในฐานะผู้ปฏิบัติพุทธธรรม ด้วยเหตุนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินจึงมุ่งเน้นไปที่เรื่องชะตากรรมซึ่งเป็นบ่อเกิดของ ความทุกข์ อันที่จริง หลักธรรมของการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนมีเนื้อหาสาระเหมือนกับหลักการที่ว่า “อุปสรรคนำ ไปสู่การรู้แจ้ง” และ “การบีฑานำ ไปสู่การบรรลุพุทธภาวะ” ซึ่งหลักการทั้งสองเรื่องนี้เราได้ สนทนาไปก่อนหน้านี้แล้วในบทความชุดนี้5 ไซโต้ : “การบฑานำ ี ไปสู่การบรรลุพุทธภาวะ” หมายความว่าด้วยการเอาชนะ การกดขี่บีฑาและความยากลำ บากโดยนำ สภาพชีวิตพุทธะที่อยู่ภายในออกมา เราจึงหล่อหลอมชีวิตของเราให้แข็งแกร่งขึ้นและบรรลุการรู้แจ้งในชั่วชีวิตนี้ได้ 5 ดูบทที่ 10 การเผชิญกับการกดขี่บีฑา ตอนที่ 2
32 อาจารย์อิเคดะ : หลักคำ สอนเรื่องการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพระนิชิเร็น ไดโชนิน เป็นคำ สอนที่เปิดเผยถึงหลักธรรมเพื่อการตระหนักรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง ภายในชีวิตของเราโดยมุ่งเน้นที่ความทุกข์ยากของชีวิต ท่านเริ่มต้นด้วยการอธิบายหลักธรรมเรื่อง “การผ่อนกรรมหนัก ให้ได้รับโดยเบา” ท ี ่เทศนาอยู ่ในน ิรวาณสูตร ซึ่งหมายถึงการได้รับผลสนอง โดยเบาสำ หรับบาปกรรมหนัก พระนิชิเร็นไดโชนินอธิบายคำ สอนนี้อย่างชัดเจน เป ็นคร ั ้งแรกใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการผ่อนกรรมหนักให้ได้รับโดยเบา” ซึ่งท่านเขียนขณะที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เอจิ [ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1271] ไม่นาน หลังจากการบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิราว 1 เดือน เป็นจดหมายที่มอบแก่ ท่านโอตะ ซาเอมน โนะโจ นักบวชฆราวาสโซหยะ เคียวชิน และพระคิมบาระ สะพานธรรมะ6 โมรินากะ : ในธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า นิรวาณสูตรมีสอนปรัชญาธรรมการผ่อนกรรมหนักให้ได้รับโดยเบา. หากกรรมหนัก จากอดีตชาติไม่ได้รับการลบล้างให้หมดสิ้นในชาตินี้แล้ว ในอนาคตก็จะต้องได้ รับความทุกข์ของนรก แต่ถ้าชาตินี้ประสบกับความทุกข์ยากแสนสาหัส [เพราะ สัทธรรมปุณฑริกสูตร]แล้ว ความทุกข์ของนรกจะอันตรธานไปในทันที. และเมื่อ สิ้นอายุขัยก็จะได้รับผลบุญของโลกมนุษย์ โลกเทวะ ตรียาน และเอกยาน. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 199 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 2 หน้า 311) ไซโต้ : คำ ว่า “การผ่อนกรรมหนักให้ได้รับโดยเบา” ในภาษาญี่ปุ่นคือ เท็นจู เคียวจู ความหมายตามตัวอักษรคือ “เปลี่ยนหนักและได้รับโดยเบา” คำ ว่า “หนัก” ในที่นี้หมายถึง บาปกรรมที่หนักหนาสาหัสที่ถูกสะสมมานับกัปไม่ถ้วน หลักธรรมเรื่อง “การผ่อนกรรมหนักให้ได้รับโดยเบา” หมายความว่า ด้วยการ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ต่อสู้กับผลกรรมให้ได้รับโดยเบาในชาตินี้ เราสามารถขจัดกรรมหนักที่ปกติแล้ว จะส่งผลเสียต่อเราไม่เพียงแค่ชาตินี้เท่านั้น แต่ยังอีกหลายชาติที่จะมาถึงด้วย อาจารย์อิเคดะ : “ความทุกข์ของนรกจะอันตรธานไปในทันที” พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวว่า นี่คือประเด็นสำ คัญ ท่านยังอ้างถึงบุญกุศลของการบรรลุ พุทธภาวะซึ่งเป็นอีกประเด็นที่สำ คัญ หมายความว่า ความทุกข์ยากที่เราประสบ เม ื ่ออดทนต่อความยากล ำ บากอ ันใหญ่หลวงเพ ื ่อพ ุทธธรรม ถ ือเป ็นความยาก ลำ บากเล็กน้อยที่แบกรับเพื่อที่จะขจัดความทุกข์ของนรกที่อาจจะคงอยู่ตลอดไป ให้หมดสิ้นโดยเร็ว ดังนั้นการเผชิญความยากลำ บากดังกล่าวจึงนำ เราไปสู่การ บรรลุพุทธภาวะ นี่คือหลักธรรมของการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมดังที่พระนิชิเร็น ไดโชนินได้สอนไว้ 6 ท่านโอตะ ซาเอมน โนะโจ นักบวชฆราวาสโซหยะ เคียวชิน และพระคิมบาระ สะพานธรรมะ ทั้งหมดเป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน ซึ่งอาศัยอยู่ที่จังหวัดชิโมสะ (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดชิบะและอิบารากิ) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองคามาคูระ ท่านโอตะ ซาเอมน โนะโจ (ค.ศ. 1222 - 1283) หรือที่รู้จักกันในชื่อ โอตะ โจเมียว อาศัยอยู่ที่ตำ บลนากายามะ ทางตอนใต้ของจังหวัด เขาเป็นหนึ่งในลูกศิษย์คนสำ คัญ ของพระนิชิเร็นไดโชนิน ที่ต่อสู้ร่วมกับท่านโทขิโจนิน ในภูมิภาคโบโซ (ประกอบด้วยจังหวัดชิโมสะ คาซึสะ และอาวะ) นักบวชฆราวาสโซหยะ เคียวชิน (ค.ศ. 1224 - 1291) อาศัยอยู่ที่โซหยะ ตำ บลคาจึชิกะทางตะวันตกของจังหวัด ต่อสู้ร่วมกับท่านโทขิโจนิน และท่านโอตะ โจเมียว เขาเข้าเป็นลูกศิษย์ของ พระนิชิเร็นไดโชนินตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ท่านโดโซ บุตรชายของเขาก็ได้อุทิศตน แก่คำ สอนของพระนิชิเร็นไดโชนินเช่นกัน พระคิมบาระ สะพานธรรมะ (ไม่ทราบวันที่) หรือที่รู้จักในชื่อ พระคานาบาระ สะพานธรรมะ เป็นสมาชิกของตระกูลชิบะ และคาดว่าอยู่ทางตะวันออกของจังหวัด ซึ่งสอดคล้องกับพื้นที่ปัจจุบันของคานาบาระในเมืองโยคาอิชิบะ จังหวัดชิบะ “สะพานธรรมะ” เป็นสมณศักดิ์ที่ตั้งขึ้นกลางศตวรรษที่ 9 ถือเป็นตำ แหน่งทางการสำ หรับนักบวช แต่ต่อมากลายเป็นสมณศักดิ์อันทรงเกียรติ
34 ในสมาคมโซคาองค์กรที่กระทำ ตามพุทธเจตนาพุทธบัญชามีผู้คน มากมายหลายแสนคน ไม่สิ หลายล้านคนที่ต้องต่อสู้กับความทุกข์ยากลำ บากที่ เจ็บปวดแสนสาหัสด้วยความศรัทธาที่เข้มแข็ง และมีประสบการณ์การฟื้นคืน อย่างถ้วนทั่วที่ทำ ให้ความทุกข์ของตน “อันตรธานไปในทันที” ในความเป็นจริง พลังพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินในการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้รับการ พิสูจน์ด้วยประสบการณ์ชีวิตจริงของผู้คน 10 ล้านคน [12 ล้านคนในปัจจุบัน] โมรินากะ : บางครั้งผู้คนก็ตั้งคำ ถามในแง่ของกฎแห่งเหตุและผล ว่าเป็นเรื่องที่ สมเหตุสมผลหรือไม่ ที่จะพูดถึงกรรม “อันตรธานไป” ไม่ว่ากรรมนั้นจะเป็น กรรมดีหรือกรรมชั่ว ก็ยังคงสะสมอยู่ในชีวิตของเราอย่างต่อเนื่องต่อไป อาจารย์อิเคดะ : จริงทีเดียว มาลองพิจารณาเรื่องนี้ทีละขั้นทีละตอนกัน ทำ ไม เราไม่เริ่มต้นด้วยการยืนยันความหมายที่ชัดเจนของกรรม แล้วค่อยดำ เนินการ สนทนาต่อไปจากตรงนั้น ไซโต้ : คำ ว่า กรรม มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “กระทำ ” หรือ“การกระทำ ” เป็นแนวคิดที่แต่เดิมปรากฏในแนวคิดของชาวอินเดียโบราณ เมื ่อพุทธศาสนา เผยแพร่ไปยังประเทศจีน คำ นี้จึงถูกแปลเป็นภาษาจีนว่า เย่ (ภาษาญี่ปุ่นคือ โกะ) ซึ่งแปลว่า “การกระทำ ” ในแง่ของความสำ เร็จหรือผลลัพธ์ โมรินากะ : ดูเหมือนว่าในหมู่ชาวอินเดียโบราณเชื่อกันว่าโอกาสของการเกิดใหม่ ถูกกำ หนดโดยการทำ ความดีและทำ ความชั่วของบุคคล กล่าวคือถูกกำ หนดโดย กรรม อาจารย์อิเคดะ : คำ ว่า กรรม แต่เดิมหมายรวมถึงทั้งกรรมดีและกรรมชั่วแต่เมื่อ เวลาผ่านไป จึงหมายถึงกรรมด้านลบเป็นหลัก ไซโต้ : ผมค ิดว ่าอาจเป ็นเพราะความเจ ็บปวดเป ็นส ิ ่งท ี ่ผู ้คนล ืมได ้ยาก ไม ่ว ่า
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ กรณีใด ความเป็นจริงที่ว่าการเปลี่ยนแปลงกรรมด้านลบก็ได้กลายเป็น ประเด็นสำ คัญของศาสนา อาจารย์อิเคดะ : สำ หรับคนในสมัยปัจจุบัน แนวคิดเรื่องกรรมอาจเข้าใจได้ง่าย ขึ้น หากเราใช้คำ ว่า โชคชะตา หรือ ชะตากรรม แทนคำ ว่า กรรม เป็นต้น โชคชะตาสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ ชะตากรรมของประเทศ ของบุคคล ของมนุษยชาติสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ นี่เป็นหัวข้อที่สำ คัญ ยิ่งไม่เพียงเป็นเรื่องของศาสนาและปรัชญาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงศิลปะและ วรรณกรรมด้วย โมรินากะ : คำ ว่า “ชะตากรรม” ทำ ให้นึกถึงบทเพลงซิมโฟนีหมายเลข 5 ของ เบโธเฟน หรือที่รู้จักกันในบทเพลงซิมโฟนี “ชะตากรรม” หรือ “โชคชะตา” ซึ่ง ผมทราบว่าอาจารย์มักจะฟังบทเพลงนี้บ่อย ๆ ตอนสมัยหนุ่ม ๆ อาจารย์อิเคดะ : ผมนั่งฟังแผ่นเสียงในอะพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ของผมที่โอโมริ กรุง โตเกียวจนร่องแผ่นเสียงสึกหมดสภาพ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ที่พูดถึงร่องแผ่นเสียงสึก สำ หรับคนหนุ่มสาวในปัจจุบันที่ไม่คุ้นเคยกับแผ่นเสียงคงไม่เห็นความสำ คัญ ไม่ว่าผมจะฟังบทเพลงซิมโฟนีหมายเลข5ของเบโธเฟนกี่ครั้งก็ตาม ผมรู้สึกถูกกระตุ้นให้ตื่นเต้นเสมอด้วยเสียงดนตรีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ฉับพลันทันทีทำ ให ้น ึกถ ึงพาย ุบ ้าคล ั ่งท ี ่โหมกระหน่ำ ซ ัดใส ่ประตูอย ่างไม ่ลดละ ผลงานช ิ ้นน ี ้สะท ้อนถ ึงการต ่อสู ้ก ับโชคชะตาของเบโธเฟนเอง ขณะท ี ่ต ่อสู ้และ เอาชนะต่อโชคชะตาที่สูญเสียการได้ยินของเขา เขาได้ประพันธ์ผลงานเพลงที่ ยอดเยี่ยมมากมาย บทเพลงซิมโฟนีหมายเลข 5 ของเบโธเฟนบรรเลงเป็นจังหวะด้วย จิตวิญญาณของวีรบุรุษที่มุ่งมั่นตั้งใจเผชิญกับปัญหาที่ยากลำ บากและจัดการกับ
36 ปัญหาเหล่านั้นแบบซึ่งหน้า กล่าวกันว่าเลโอ ตอลสตอย นักประพันธ์ที่มีชื่อเสียง ชาวรัสเซียเคยกล่าวไว้ว่า การฟังบทเพลงซิมโฟนีนี้ทำ ให้เขาเกิดความกล้าหาญ ผมเองก็เกิดปฏิกิริยาเช่นนี้เหมือนกัน เราอาจคิดว่าบทเพลงซิมโฟนีหมายเลข 5 ของเบโธเฟนเป็น “ซิมโฟนีแห่งการเปลี่ยนแปลงชะตากรรม” ในทาง ตรงกันข้าม บทเพลงซิมโฟนีหมายเลข 9 ของเบโธเฟน (ซึ่งรวมถึงท่อน ประสานเสียง “โศลกแห่งความปีติยินดี”) สามารถอธิบายได้ว่าเป็น “บทเพลง สรรเสริญจิตวิญญาณของมนุษย์” ไซโต้ : ดังที่อาจารย์ชี้นำ ไว้ว่า แนวคิดของการเปลี่ยนแปลงโชคชะตาหรือ ชะตากรรมอาจแสดงถึงความปรารถนาสากลที่ทุกคนมีร่วมกัน เราอาจสันนิษฐาน ว่าความอุตสาหะพากเพียรที่ยึดหลักปรัชญาและหลักศาสนาทั้งหมด รวมทั้งหลัก ศาสนาของศาสนาโลกทั้งหลาย ล้วนเป็นผลของความพากเพียรที่จะกล่าวถึง ประเด็นนี้ โมรินากะ :อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้คนจำ นวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างพบว่าเป็นเรื่อง ยากที่จะยอมรับแนวคิดที่ว่าบางสิ่งที่มีพลังสูงกว่า หรือเทพเจ้าที่ควบคุมโชคชะตา ของพวกเขา ทั้งนี้เพราะความคิดเรื่องพลังที่สูงกว่าหรือเทพเจ้าที่ควบคุมโชคชะตา ยิ่งมีความแน่นอนมากเพียงใด ผู้คนก็จะยิ่งอยู่นิ่งเฉยมากขึ้นเพียงนั้น และชีวิต ของพวกเขาก็จะยิ่งไร้ความหมายมากขึ้นเพียงนั้น ในอินเดียโบราณก่อนการอุบัติขึ้นมาของพุทธศาสนาแนวคิดเรื่อง กรรมก็ดูเหมือนเป็นสิ่งจริงแท้แน่นอน ประเด็นสำ คัญที่เชื่อกันว่าผู้คนสามารถ ปลดปล่อยตนเองจากวัฏจักรของการเกิดใหม่อันเป็นผลจากกรรมได้ด้วยพิธีกรรม ทางศาสนาที่ทำ พิธีโดยนักบวชเท่านั้น อาจารย์อิเคดะ : พูดกันอย่างตรงไปตรงมา นี่อาจเป็นเหตุผลสำ คัญสำ หรับการ ปรากฏออกมาของพุทธศาสนาในภายหลัง พุทธศาสนาปลดปล่อยผู้คนจากทัศนะ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ของกรรมหรือโชคชะตาที่ติดแน่นตายตัว และเน้นถึงพลังอิสระที่ทำ ตามความ ตั้งใจ พุทธศาสนาสอนว่าทั้งการก่อกรรมและการหลุดพ้นจากกรรมนั้นโดย พื้นฐานถูกกำ หนดด้วยความตั้งใจและการกระทำ ของแต่ละบุคคล นั่นก็ยังเป็น เหตุผลหลักเช่นกันว่าทำ ไมพุทธศาสนาจึงถูกเรียกว่า“มรรคภายใน” [ซึ่งตรงข้าม กับ “มรรคภายนอก” ซึ่งเป็นคำ ที่ใช้เรียกคำ สอนนอกพุทธศาสนา] ขอเก็บรายละเอียดการสนทนาเรื่องนี้ไว้ในโอกาสหน้า ขอพูดแค่ การจัดลำ ดับคำ สอนอย ่างเป ็นระบบจากระด ับต ื ้นเข ินไปสู ่ระด ับล ึกซ ึ ้งภายใน “การเปรยบเที ยบ 5 ขั้น ี ” 7 ซึ่งโดยวิธีนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลที่แท้จริง เพื่อการบรรลุพุทธภาวะก็จะได้รับการอธิบายอย่างชัดเจน จึงไม่มีวิธีอื่นใด นอกจากการจัดลำ ดับของคำ สอนที่มอบระดับของการหลุดพ้นจากพันธนาการ แห่งกรรมได้มากกว่า โดยสรุปก็คือ สัทธรรมปุณฑริกสูตรซึ่งสอนว่าประชาชน ทุกคนล้วนมีธรรมชาติพุทธะ เป็นคำ สอนที่ปลดปล่อยประชาชนจากโซ่ตรวนแห่ง ชะตากรรมจากขั้นรากฐาน นั่นคือประเด็นสำ คัญสำ หรับการสนทนาของเราในวันนี้ เมื่อเรา เข้าใจถึงหลักเหตุและผลที่ไม่เพียงพอที่สอนอยู่ในคำ สอนก่อนสัทธรรมปุณฑริก สูตรและเข้าใจคำ สอนของการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของสัทธรรมปุณฑริกสูตร 7 การเปรียบเทียบ 5 ขั้น : 5 ขั้นของการเปรียบเทียบที่พระนิชิเร็นไดโชนินกำ หนดขึ้นมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสูงส่งของนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวเหนือกว่า คำ สอนพุทธศาสนาอื่น ๆ ทั้งหลาย ได้แก่ 1) การเปรียบเทียบพุทธศาสนากับ นอกพุทธศาสนา 2) การเปรียบเทียบมหายานกับหินยาน 3) การเปรียบเทียบมหายานแท้ กับมหายานชั่วคราว 4) การเปรียบเทียบคำ สอนภาคความเป็นจริงกับคำ สอนภาคทฤษฎี ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร และ 5) การเปรียบเทียบคำ สอนแห่งการหว่านเมล็ดกับ คำ สอนแห่งการเก็บเกี่ยว
38 เช่นนั้นแล้ว พลังบุญกุศลของพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินในการเปลี่ยนแปลง ชะตากรรมของมนุษย์ก็จะชัดเจนขึ้นอย่างมากมาย ดังนั้น ขอให้พวกเรามุ่งความ สนใจเป็นพิเศษถึงสิ่งที่สัทธรรมปุณฑริกสูตรสอนในเรื่องนี้กันเถิด การชำระบาปกรรมในอดีตของ พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ไซโต้ : เพื่อที่จะทำ เช่นนั้น ผมขอวกกลับไปที่”ธรรมนิพนธ์เรื่องการผ่อนกรรม หนักให้ได้รับโดยเบา” หลังจากอธิบายหลักธรรมเรื่องการผ่อนกรรมหนักให้ได้ รับโดยเบาแล้ว พระนิชิเร็นไดโชนินก็กล่าวถึงเรื่องราวของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรว่า พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ไม่ได้ถูกกล่าวร้าย สบประมาท ถูกขว้างปา และถูกตี ด้วยกระบองโดยปราศจากเหตุผล. ในอดีตเขาน่าจะเคยหมิ่นประมาทคำ สอนที่ ถูกต้อง. วลีที่ว่า “เมื่อบาปของเขาถูกชำระไปหมดแล้ว” 8 ชี้ให้เห็นว่า เนื่องจาก พระสทาปริภูตโพธิสัตว์พบการบีฑา จึงสามารถชำ ระบาปกรรมจากอดีตชาติ ให้หมดสิ้น. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 199 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 2 หน้า 311) โมรินากะ : พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ได้บำ เพ็ญเพียรปรัชญาธรรมที่เป็น แก่นของสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่ว่า ประชาชนทุกคนล้วนมีธรรมชาติพุทธะ ท่าน 8 สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 20 หน้า 445
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 07-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ เคารพประชาชนทุกคน ทักทายพวกเขาด้วยการท่องสัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัว อักษร9 ซึ่งแสดงแก่นสำ คัญแห่งความจริงนี้อย่างไรก็ตาม บรรดาภิกษุและภิกษุณี อุบาสกและอุบาสิกาผู้ชั่วร้าย ได้รุมทำ ร้ายพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ด้วยท่อนไม้ กระบอง กระเบื้อง และก้อนหิน แม้กระนั้น ท่านก็สู้อดทนอย่างไม่สะทกสะท้าน และด้วยเหตุนี้ ท่านจึงได้รับบุญกุศลของการชำ ระล้างอายตนะทั้ง 6 ให้สะอาด บริสุทธิ์10 ยืดอายุขัยของท่านออกไป “สองร้อยหมื่นล้านนยุตะป”ี และยังคง เทศนาส ัทธรรมป ุณฑร ิกสูตรอย ่างกว ้างขวาง พระศากยมุนีพุทธะทรงระบุว่า พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ก็คือพระองค์ในชาติที่แล้ว11 9 สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษร : ถ้อยคำ ที่พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ยกย่องผู้คนที่ท่านพบ ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร (บทที่ 20) “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” เมื่อใดก็ตามที่ท่านเห็นภิกษุ ภิกษุณี อุบาสกและอุบาสิกา ท่านจะโค้งคำ นับพวกเขาด้วยความเคารพ แล้วกล่าวว่า “ข้าพเจ้ามีความเคารพพวกท่านอย่างลึกซึ้ง ข้าพเจ้าไม่กล้าที่จะปฏิบัติต่อพวกท่าน ด้วยการดูถูกเหยียดหยามหรือความจองหอง ทำ ไมหรือ เพราะว่าพวกท่านทุกคน กำ ลังปฏิบัติโพธิสัตว์มรรคและจะได้บรรลุพุทธภาวะอย่างแน่นอน” (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 20 หน้า 440) ถ้อยคำ ของท่านที่ท่านกุมารชีวะแปลเป็นภาษาจีนประกอบด้วยอักษร 24 ตัว เป็นการสรุปคำ สอนของสัทธรรมปุณฑริกสูตร และด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่า “สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษร” 10 อายตนะทั้ง 6 สะอาดบริสุทธิ์ : หรือประสาทสัมผัสทั้ง 6 สะอาดบริสุทธิ์ อายตนะทั้ง 6 หรือประสาทสัมผัส ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ การทำ ให้สะอาดบริสุทธิ์หมายถึง การทำ งานอย่างถูกต้องและสะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากอิทธิพลของกิเลส 11 สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 20 หน้า 440 - 443
40 ไซโต้ : สัทธรรมปุณฑริกสูตร (บทที่ 20) “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” อธิบาย ว่าบุคคลที่เผยแผ่ธรรมะภายหลังการดับขันธปรินิพพานของพระพุทธะจะได้รับ บุญกุศลแห่งอายตนะทั้ง 6 สะอาดบริสุทธิ์ และผู้ที่บีฑาบุคคลดังกล่าวจะได้รับ ผลกรรมที่ทุกข์ทรมานอันใหญ่หลวงเพราะบาปกรรมของตน ส ัทธรรมป ุณฑร ิกสูตรสอนว ่า ด้วยการถูกบีฑา พระสทาปริภูต โพธิสัตว์จึงลบล้างบาปกรรมของท่านและได้รับบุญกุศลแห่งอายตนะทั้ง6 สะอาด บริสุทธิ์ นั่นคือความหมายของวลีในพระสูตร “เมื่อบาปของเขาถูกชำระไปหมด แล้ว” (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 20 หน้า 445) { โปรดติดตามตอนต่อไป }
ขึ้้นสู่่ยอดเขาใหม่่แห่่งการเผยแผ่่ธรรมไพศาล ร่่วมกััน
42 การขยายความเคลื่่อนไหวของโซคา การชุุมนุุมของนัักปรััชญาชั้้นแนวหน้้าของโลก เดือนพฤศจิกายน เป็นเดือนที่พวกเราร่วมฉลองวันครบรอบ การก่อตั้งสมาคม1 อันรุ่งโรจน์อีกครั้ง วันนี้ วันที่ 5 พฤศจิกายน เป็นวันยุวชนชาย ซึ่งเป็นการระลึกถึง วันในปี ค.ศ. 1961 ที่ได้มีการจัดงานชุมนุมยุวชนชายผู้ยอดเยี่ยม 100,000 คน ซึ่งถือเป็นการบรรลุปณิธานที่ให้ไว้กับอาจารย์โจเซอิ โทดะ นับตั้งแต่ อาจารย์โทดะได้แสดงความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะ จัดงานชุมนุมอันยิ่งใหญ่ของฝ่ายยุวชนให้สำ เร็จจงได้ ข้าพเจ้าออกเดินทางไปทั่ว ประเทศพร้อมประกาศกับสมาชิกว่า“เมื่อพวกเรารวบรวมยุวโพธิสัตว์จากพื้นโลก และโอบอุ้มแต่ละคน ๆ เราจะบรรลุชัยชนะได้อย่างแน่นอน บัดนี้ถึงเวลาที่จะ สร้างความสามัคคีของยุวชนเพื่อมุ่งสู่การสร้างสันติภาพของมวลมนุษยชาติให้ สำ เร็จ !” ปัจจุบัน เป็นเวลา60 ปีแล้ว ที่ยุวชนชายผู้สานต่อจิตใจของข้าพเจ้า ‘ ’ 1 สมาคมโซคาก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1930
ขึ้นสู่ยอดเขาใหม่ จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลร่วมกัน 07-2566 อย่างแน่วแน่ กำ ลังเริ่มต้นใหม่อ ีกครั้งกับผู ้นำ รุ่นใหม่ (ในประเทศญี่ปุ่น) ไม่มี สิ่งใดที่ทำ ให้รู้สึกวางใจได้ไปกว่าการได้เห็นบุคคลผู้มีความสามารถเหล่านี้มุมานะ อย่างกล้าหาญในการเผยแผ่พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน ร่วมกับกลุ่ม โซคาฮัน กะโยไก และสถาบันฝึกอบรมฝ่ายยุวชนชาย พระนิชิเร็นไดโชนินอ้างอิงข้อความในพระสูตรที่กล่าวว่า “ถ้า ต้องการรู้เหตุที่มีอยู่ในอดีต จงมองดูจากผลที่ปรากฏออกมาในปัจจุบัน. และถ้า ต้องการจะรู้ผลที่จะปรากฏออกมาในอนาคต จงมองดูเหตุที่มีอยู่ในปัจจุบัน.” (ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 279 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 170) มาร่วมกันเป็นผู้ริเริ่มในการเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่สดใหม่ การกระทำ นี้จะเปิดประตูสู่อนาคตใหม่ซึ่ง ก้องกังวานด้วยบทเพลงแห่งชัยชนะของยุวชนที่รวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสันติภาพ สมาคมโซคาจะมีชัยชนะเสมอด้วยพลังของยุวชน จะพัฒนาและ เจริญรุ่งเรืองตลอดไปด้วยพลังของผู้มีความสามารถ * วันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นวันครบ 1 ปีนับตั้งแต่การเริ่มต้น ใหม่ของอิเคดะคะโยไก (ในประเทศญี่ปุ่น ด้วยการรวมกันของฝ่ายยุวชนหญิงกับ ฝ่ายผู้ใหญ่หญิง) ในภาษาของดอกไม้ ดอกบัว ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ คะโยไก (แปลตรงตัวคือ กลุ่มดอกไม้ดวงตะวัน) หมายถึงความบริสุทธิ์ทางวาจา และจิตใจ ยุวชนหญิงของเราสูงส่งอย่างยิ่ง เฉกเช่นดอกบัวงดงามที่ปรากฏ ขึ้นมาโดยไม่แปดเปื้อนแม้เติบโตในโคลนตม พวกเธอทำ ให้บุปผาแห่งความสุข
44 และปัญญาเบ่งบานท่ามกลางความเป็นจริงอันโหดร้ายของสังคม และเป็นดุจดัง ดวงอาทิตย์ [สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคะโยไก] พวกเธอทำ ให้สิ่งรอบตัว สว ่างไสวด ้วยการร ่วมสนทนาท ี ่ร ่าเร ิงและเสร ิมแรงใจอย ่างสม่ำ เสมอต ่อเน ื ่อง ข้าพเจ้าและคุณคาเนะโกะ ภรรยาของข้าพเจ้า คอยเฝ้าดูกลุ่มอิเคดะคะโยไกและ การชุมนุมที่สร้างแรงบันดาลใจของพวกเธออย่างอบอุ่นเสมอ สมาชิกกลุ่มการศึกษาของเราทุกแห่งหนกำ ลังสร้างมิตรภาพและ ความไว้วางใจ พร้อมทั้งส่งเสริมการสนทนาเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและโลกด้วย สติปัญญาและความเชื่อมั่นในช่วงเวลาที่สับสนอลหม่านนี้ ความเพียรพยายาม ของพวกเขาช่างเป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง การสนทนาระหว่างข้าพเจ้ากับคุณเอาเรริโอ เพชเช่ (ค.ศ. 1908– 1984) ผู้ก่อตั้งคลับออฟโรม (Club of Rome) ได้พูดถึงแนวคิดของการปฏิวัติของ มนุษย์ว่าเป็นหนทางในการเอาชนะภัยคุกคามที่มนุษยชาติกำ ลังเผชิญอยู่ เรา ทั้งสองเห็นพ้องต้องกันว่า ทุกชีวิตล้วนมีศักยภาพอันไร้ขอบเขตที่จะสร้างคุณค่า และการปลุกศักยภาพนั้นในตัวทุกคนด้วยความมั่นใจจะนำ ไปสู่การฟื้นฟู จิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ เราเชื่อมั่นว่าคนหนุ่มสาวผู้ปฏิวัติชีวิตของตน จะเป็นกุญแจสำ คัญในการเปลี่ยนแปลงโลกได้ ปัจจุบัน ยุวชนโซคาผู้เป็นพลเมืองโลกวัยเยาว์ ผู้ยึดมั่นในหลักการ ของ “สิบโลกมีพร้อมซึ่งกันและกัน” และ “หนึ่งขณะจิตสามพัน” กำ ลังเปิด สภาพชีวิตพุทธะของตนและช่วยให้ผู้อื่นทำ เช่นเดียวกัน ด้วยความอดทนและ วิริยะพากเพียร พวกเขากำ ลังสร้างกระแสคลื่นแห่งการสนทนาโดยมีความเคารพ ต่อทุกคนเป็นรากฐาน ตามแบบอย่างของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์2 เพื่ออนาคต ที่สดใสขึ้น *
ขึ้นสู่ยอดเขาใหม่ จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 67 แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลร่วมกัน 07-2566 พรุ่งนี้ วันที่ 6 พฤศจิกายน จะมีการจัดสอบธรรมขั้นพื้นฐานของ แผนกศึกษาธรรมขึ้น [ทั่วประเทศญี่ปุ่น] ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบสี่ปี ไม่มีที่อื่นใดนอกจากสมาคมโซคา ที่เป็นที่ชุมนุมแห่งการเรียนรู้ที่ เปิดกว้างและโอบอุ้มทุกคน ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่สมาชิกผู้อาวุโสของเราในกลุ่ม รัตนอนันต์จนถึงสมาชิกกลุ่มมัธยมต้นและมัธยมปลาย3 ที่มารวมตัวกันเพื่อศึกษา ปรัชญาแห่งการเคารพศักดิ์ศรีชีวิต พระนิชิเร็นไดโชนินได้ประกาศว่า“หากธรรมะทยึดถือสูงส่งท ี่ ส ี่ ดุแล้ว บุคคลท ี่ยึดถือธรรมะนั้นย่อมสูงส่งที่ สุดในบรรดาผู้คนทั้งหลาย ด้วย” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 61 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 1 หน้า 175) ข้าพเจ้าอธิษฐานให้การสอบราบรื่น ปราศจากอุบัติเหตุใด ๆ และ สมาชิกกับเพื่อนสมาชิกผู้เข้าร่วมทั้งหมด ตลอดจนทุกคนที่สนับสนุนพวกเขาใน การศึกษาธรรม รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้จัดงานได้รับบุญกุศลที่ไร้ขอบเขต 2 พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ปรากฏในสัทธรรมปุฑริกสูตร บทที่ 20 “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” ท่านเป็นอดีตชาติหนึ่งของพระศากยมุนีพุทธะ และมีชีวิตอยู่ในช่วงปลายสมัยรูปธรรม ภายหลังการเสด็จปรินิพพานของพระภีษมครรชิตสวรราชพุทธะ ท่านโค้งคำ นับทุกคน และกล่าวว่า “ข้าพเจ้ามีความเคารพพวกท่านอย่างลึกซึ้ง ข้าพเจ้าไม่กล้าที่จะปฏิบัติ ต่อพวกท่านด้วยการดูถูกเหยียดหยามหรือความจองหอง ทำ ไมหรือ เพราะว่าพวกท่านทุกคนกำ ลังปฏิบัติโพธิสัตว์มรรคและจะได้บรรลุพุทธภาวะแน่นอน” (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 20 หน้า 440) แต่ท่านกลับถูกทำ ร้ายโดยภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ที่ทะนงตัวอวดดี ทุบตีท่านด้วยไม้ กระบอง และขว้างปาก้อนหิน พระสูตรอธิบายว่า การปฏิบัติเช่นนี้เป็นเหตุให้พระสทาปริภูตโพธิสัตว์บรรลุพุทธภาวะ 3 ในประเทศญี่ปุ่น กลุ่มอนาคตที่ต้องการสอบธรรมขั้นพื้นฐานสามารถทำ ได้
46 ขณะที่เข้าสู่การเริ่มต้นปีแห่งยุวชนและฉลองชัยชนะ ขอให้รวมใจ เป็นหนึ่งในฐานะการชุมนุมของนักปรัชญาและบรรเลงบทเพลงแห่งชัยชนะของ สันติภาพและคุณค่าของมนุษยนิยมให้ดังกังวานไปกว้างไกลกันเถิด ! (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 2022)
ไดโมขุุแห่่งเสีียงคำำรามของราชสีีห์์การปฏิิบััติิที่่มุ่่งสู่่ความสุุขและมีีชััยชนะขั้้นรากฐาน ผลบุญจากการศรัทธาต่อโงะฮนซนมี 2ชนิด คือ ผลบุญปรากฏ ชัดและผลบุญไม่ปรากฏชัด ผลบุญปรากฏชัด คือ ผลบุญที่ชัดเจนและมองเห็น ได้ถึงการได้รับการปกป้องคุ้มครอง หรือฟันฝ่าปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เช่น ความเจ็บป่วย หรือปัญหาความขัดแย้งกับผู้อื่น ส่วน ผลบุญไม่ปรากฏชัด สังเกตเห็นได้ยากกว่า เพราะเป็นบุญ วาสนาที่ค่อย ๆ สะสมขึ้นทีละน้อยแต่ต่อเนื่องเหมือนการเจริญเติบโตของต้นไม้ หรือกระแสน้ำ ขึ้น ซึ่งหล่อหลอมสภาพชีวิตที่กว้างใหญ่ไพศาลและอุดมสมบูรณ์ เราอาจไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แต่เมื่อผ่านไป หลายปีก็จะเห็นได้ชัดว่าเราเติบโตขึ้นในแบบฉบับของตัวเองและกลายเป็นผู้ที่มี ความสุข นี่คือผลบุญที่ไม่ปรากฏชัด ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม สิ่งสำ คัญคือต้องสวดมนต์ต่อไป ท่านจะมีความสุขอย่างแน่นอน ถึงแม้สถานการณ์จะไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ แต่ เมื่อมองย้อนกลับไปในภายหลัง ท่านจะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งว่าท่านได้รับคำ ตอบ ที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นี่คือการได้รับผลบุญที่ไม่ปรากฏชัดที่ย ิ่งใหญ่...ซึ่งเป็น หัวใจสำ คัญของการปฏิบัติพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน (จากหนังสือชุด ปัญญาเพื่อสรรค์สร้างความสุขและสันติภาพ ตอนที่ 1 “ความสุข” หน้า 114 - 116) ‘ ’
สารบัญ บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ ผู้คนที่ยึดถือและสืบทอดคำ�สอน 3 คือความหวังของจักรวาล ธรรมนิพนธ์ พฤติกรรมต่าง ๆ ของ 9 ผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร ความคิดคำ นึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” บทที่ 80) รุ่งอรุณของทะจึโนะคุจิ 17 (ตอนที่ 1) โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บทสนทนาเกี่ยวกับศาสนาแห่งมนุษยนิยม บทที่ 15) การเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ (ตอนที่ 2) 25 การก่อตั้งธรรมะที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรม (ต่อ) ขึ้นสู่ยอดเขาใหม่ แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลร่วมกัน ก้าวหน้าไปด้วยกันในการเดินทางแห่งชัยชนะ 41 ของสันติภาพและความหวัง 1 2 3 4 5
2 สมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย email: [email protected] www.sgt.or.th บรรณาธิิการ นวรััตน์์ ชิิโนมีี กองบรรณาธิิการ เรืืองระวีี ไชยพููนพััฒน์์ พััชรีี โพธิิพััฒน์์ธนากร ณััฐพร งามสิิ ริิ กุุล ภาษาญี่่�ปุ่่�น เพีียงตา หลิิมไชยกุุล อนงค์์นาถ มโนจุุ รีีหกุุล อาคิิโกะ โฮโซดะ โยโกะ โอดะ สมพร เจนจารุุ พัันธุ์์กุุล ภาษาอัังกฤษ หทััยรััตน์์ แซ่่ จึึง ศศมน โพธิิ พััฒน์์ธนากร ทิิพย์์ สุุดา บุุนฑารัักษ์์ ออกแบบสร้้างสรรค์์ กุุลลดา อััศวฉััตรโรจน์์ พิิสููจน์์ อัักษร วรรณีี สถาพรพิิชญ์์ผู้้จััดการณริินทร์์ ลััทธยาพร สงวนลิิขสิิทธิ์์�โดยสมาคมสร้้างคุุณค่่ าในประเทศไทย ISSN 2586-8675