The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Mini Book July-December 2023

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by MuayPatsy, 2024-05-31 22:38:48

Mini Book 7-12.2023

Mini Book July-December 2023

จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 ธรรมนิพนธ์ ดิฉันตัดสินใจจะแนะนำ ธรรม แม้ได้สนทนากับเพื่อน ๆ มากกว่า 40 คนก็ตาม แต่ปรากฏว่าไม่มีใครเข้าศรัทธาเลย ทุกครั้งที่ดิฉันรู้สึกหดหู่ใจว่า “เราชักชวนแนะนำ ธรรมไม่ได้เลยหรือ” ก็จะหวนคิดถึงคำ ชี้นำ ของอาจารย์อิเคดะ และท้าทายต่อไป อยู่มาวันหนึ่ง เพื่อนบ ้านถามดิฉันว่า “ทำ ไมถึงได้ร่าเริงแจ่มใส อยู่เสมอ” เมื่อดิฉันตอบไปว่า “เพราะดิฉันเป็นยุวชนหญิงของสมาคมโซคาค่ะ” เขาก็บอกว่า “จริง ๆ แล้วก็อยากจะเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมด้วยนะ” ดิฉันไม่ สามารถลืมความปีติยินดีที่แนะนำ ธรรมสำ เร็จจวบจนทุกวันนี้ บททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดก็คือ คุณแม่เกิดภาวะสมองขาดเลือด และเป็นอัมพาตครึ่งล่างในวัย 48 ปี เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับการดูแลพยาบาลและ วิตกกังวลกับอนาคตที่มองไม่เห็น ทำ ให้จิตใจของดิฉันถูกต้อนจนมุม ในเวลาที่ดูเหมือนว่าใกล้หมดหวังจุดเริ่มต้นที่ได้พบกับอาจารย์ได้ ฟื้นกลับมาอีกครั้งในจิตใจเมื่อสวดไดโมขุจนถึงที่สุดว่า“ดิฉันเป็นยุวชนหญิงของ สมาคมโซคา จะชนะให ้ดูแน ่นอน” อาการของคุณแม่ก็ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ สามารถใช้ไม้เท้าช่วยค้ำ ยันและออกจากโรงพยาบาลได้ คุณแม่มีอาการสูญเสียความทรงจำ ด้วย ถึงกระนั้นดิฉันกับน้อง สาว 3 คนก็ยังไปชักชวนแนะนำ ธรรมให้บ้านนั้นบ้างบ้านนี้บ้าง ส่วนคุณพ่อซึ่ง ก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำ กิจกรรมสมาคม ระหว่างที่พาคุณแม่นั่งบนรถเข็นไปร่วม ประชุมก็มุมานะทำ กิจกรรมด้วย คุณหมอบอกว่า “คุณแม่จะมีชีวิตอยู่ถึงอายุ 50 ปีเท่านั้น” แต่ คุณแม่จากไปเขาคิชฌกูฏในวัย 73 ปีซึ่งเป็นการสอนดิฉันว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผู้ที่มีชีวิตอยู่จนถึงที่สุดเพื่อการเผยแผ่ธรรมจะสามารถมีชัยชนะ


12 ดิฉันตัดสินใจว่า จะก้าวหน้าต่อไปบนเส้นทางของลูกศิษย์ที่ร ับ สืบทอดจากคุณแม่พร้อมกับลูกสาวดิฉันซึ่งอยู่ในกลุ่มอิเคดะคะโยไก ขอให้พูดคุยปรัชญาแห่งความสุขอย่างสดใส และสร้าง “ความ ทรงจำ หนึงเด่ยวของชาติน ี ้บนโ ีลกมนษย์ุ ” ไปด้วยกัน (บรรยายโดย คุณมายูมิ ซาโต้ หัวหน้าแผนกศึกษาธรรมฝ่ายสตรีคันไซ)


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 ธรรมนิพนธ์ ‘ ’ คำชี้นำของอาจารย์อิเคดะ การเชื่อในจิตใจมนุษย์อย่างหมดหัวใจ จะกลายเป็นบุญวาสนาของตนเอง “กุญแจสำ คัญที่จะประสบความสำ เร็จในการชักชวน แนะนำ ธรรมคืออะไร นั่นก็คือความตั้งใจครับ เมื่อหนึ่งขณะจิตของเรามุ่งมั่นแล้ว จะ สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน การชักชวนแนะนำ ธรรมนั้น อยู่ที่ไหนก็ทำ ได้ครับ อาจารย์โทดะ เอง แม้ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ ก็ได้รู้แจ้งทฤษฎีธรรมที่สูงส่งที่สุดของสัทธรรม ปุณฑริกสูตร และได้ชักชวนแนะนำ ธรรมแก่ผู้คุม ก่อนอื่น ต้องสวดมนต์อธิษฐานต่อโงะฮนซนอย่างตั้งใจจริงให้ ตัวเองมีโอกาสชักชวนแนะนำ ธรรม แล ้วคนท ี ่เราจะชักชวนแนะนำ ธรรมก็จะ ปรากฏออกมาให้เห็น อย่างไรก็ดี ควรพยายามสนทนาเรื่องพุทธธรรมกับผู้คนหลากหลาย ที่ได้พบ .....


14 อย ่างไรก ็ตาม ทุก ๆ ความยากลำ บากและความท ุ ่มเทในการ เผยแผ่คำ สอน จะกลายเป็นบุญวาสนาของตนเอง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะศรัทธาหรือไม่ ศรัทธา ทุกท่านก็ได้สะสมเหตุแห่งการบรรลุพุทธภาวะไว้แล้ว” (จากบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 13 “บทดาวจระเข้”)


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 ธรรมนิพนธ์


16 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิิวััติิมนุุษย์์-ใหม่่” โดย โฮ โงะคูู บทความจากอาจารย์์ไดซาขุุ อิิเคดะ


บทที่ 84) จอห์น ดิวอี และ อาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ “อุปสรรคต่าง ๆ ที่เราเผชิญเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการ เปล ี ่ยนแปลง และการตอบสนองแบบใหม ่ ด ้วยเหต ุน ี ้จ ึงเป ็นโอกาสของความ ก้าวหน้า”1 นี่คือคำ กล่าวของ จอห์น ดิวอี นักปรัชญาและนักการศึกษาชาว อเมริกัน ผู้ซึ่งอาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ ประธานสมาคมโซคาท่านแรกให้ความ เคารพและชื่นชมมาโดยตลอด ปรัชญาด้านการศึกษาของดิวอีทำ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าง ยิ่งยวดต่อการศึกษาในประเทศต่างๆ ทั่วโลกในศตวรรษที่ 20 ปรัชญาด้านสังคม ของเขายังมีบทบาทสำ ค ัญในการฟ ื ้นฟูเศรษฐก ิจของอเมร ิกา หลังจากภาวะ เศรษฐกิจตกต่ำ ครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษที่ 1930 ดิวอี เกิดเมื่อ ค.ศ. 1859 แก่กว่าอาจารย์มาคิงุจิ 12 ปี บุรุษ ทั้งสองผู้อยู่ในยุคเดียวกันต่างมีความคิดและการกระทำ คล้ายคลึงกันอย่าง น่าประหลาด 1 จอห์น ดิวอี, “ความจำ เป็นเพื่อการฟื้นฟูปรัชญา” ใน ความคิดสร้างสรรค์อันชาญฉลาด : บทความในทัศนคติเชิงปฏิบัติ (นิวยอร์ก : เฮนรี ฮอลท์ และคอมปานี, ค.ศ. 1917), หน้า 12.


18 วันที่ 13 มิถุนายน วันนี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้แสดงปาฐกถา ที่วิทยาลัยครู มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนครนิวยอร์ก ซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวถึง ปรัชญาด้านการศึกษาของดิวอี และแนวคิดการศึกษาสร้างคุณค่าของอาจารย์ มาคิงุจิ ช่างบังเอิญดิวอีก็เคยสอนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียเป็นเวลาหลายปี * ในเดือนมิถุนายนอันเป็นเดือนศุภมาสนี้ ซึ่งเป็นวันที่ระลึก ครบรอบการมรณกรรมของดิวอีในวันที่ 1 และวันคล้ายวันเกิดครบ 130 ปี ของ อาจารย์มาคิงุจิ ในวันที่ 6 ข ้าพเจ ้ารู ้ส ึกเป ็นเก ียรต ิท ี ่ได ้พบปะก ับน ักว ิชาการ ผู้มีชื่อเสียงผู้สืบสานมรดกทางปัญญาของดิวอีอย่างจริงจังข้าพเจ้ากำ ลังกล่าวถึง ดร. ลาร์รี ฮิกแมน ผู้อำ นวยการศูนย์การศึกษาดิวอี ซึ่งเป็นที่รู้จักในระดับ นานาชาติที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นอิลลินอยด์ เมืองคาร์บอนเดล ประเทศ สหรัฐอเมริกา คำ จารึกที่หลุมศพของดิวอี สลักข้อความจากผลงานชิ้นหนึ่งของ เขาเอง ความรับผิดชอบของพวกเราคือการอนุรักษ์ ถ่ายทอด แก้ไข และขยายมรดกแห่งคุณค่าที่เราได้รับ ซึ่งคนรุ่นหลังสามารถ รับไว้อย่างมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น เข้าถึงได้กว้างขวางมากขึ้น และแบ่งปันกันอย่างเอื้อเฟื้อมากกว่าที่พวกเราได้รับ2 2 จอห์น ดิวอี, ความเชื่อทั่วไป (นิวเฮเวน แอนด์ ลอนดอน : สำ นักพิมพ์มหาวิทยาลัยเยล, ค.ศ. 1934), หน้า 87


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” ดร. ฮิกแมนแผ่ขยายความภาคภูมิใจอย่างไม่เสแสร้งของบุคคล ผู้ซึ่งมีชีวิตและงานวิจัยเชิงวิชาการอุทิศเพื่อดำ เนินการตามความรับผิดชอบ อันสูงส่งนี้ เส้นทางแห่งการส่งมอบทรัพย์สมบัติทางจิตวิญญาณสู่อนาคตนี้ ยัง สอดคล้องกับเส้นทางแห่งอาจารย์กับศิษย์ ซึ่งเป็นแก่นสำ คัญยิ่งของการศึกษา ด้านมนุษยนิยม * การศึกษากำ หนดอนาคต การศึกษาสร้างโลกใบใหม่ ในศตวรรษที่ผ่านมา ดิวอีเรียกร้องให้มีการศึกษาในแบบที่ว่า “เด็กเป็นดวงอาทิตย์ซึ่งมีอุปกรณ์การศึกษาต่าง ๆ หมุนเวียนอยู่รอบ ๆ เด็กเป็น ศูนย์กลางที่ทำ ให้อุปกรณ์การศึกษาต่าง ๆ จัดเป็นระบบระเบียบได้”3 นักการ ศึกษาชาวอเมริกันท่านนี้ให้ความเห็นว่า การให้เด็กเป็นศูนย์กลางของการศึกษา เป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาแห่ง “การปฏิวัติ ซึ่งไม่ต่างจากการปฏิวัติที่ โคเปอร์นิคัสให้คำ จำ กัดความไว้ เมื่อศูนย์กลางทางดาราศาสตร์เปลี่ยนจากโลก เป็นดวงอาทิตย์”4 ยิ่งกว่านั้นวิสัยทัศน์นี้เกิดจากประสบการณ์ที่ได้รับจากการ ก่อตั้งโรงเรียนประถมศึกษาทดลองในมหาวิทยาลัยชิคาโก ที่ดิวอีเป็น ศาสตราจารย์อยู่ในขณะนั้น แนวคิดและทฤษฎีทางการศึกษาของเขาจึงนำ ไปสู่ การปฏิบัติและการทดสอบ อาจารย์มาคิงุจิก็เช่นกัน จากประสบการณ์อันยาวนานและ 3 จอห์น ดิวอี, “โรงเรียนและสังคม” ใน โรงเรียนกับสังคม; และ เด็กกับหลักสูตร (ชิคาโก และ ลอนดอน : สำ นักพิมพ์ มหาวิทยาลัยชิคาโก, ค.ศ. 1990), หน้า 34 4 เล่มเดียวกัน


20 พากเพียรในการสอน ท่านประกาศว่า ความสุขของเด็ก ๆ คือเป้าหมายที่แท้จริง ของการศึกษา ยิ่งศึกษาแนวคิดและทฤษฎีด้านการศึกษาของดิวอีและอาจารย์ มาคิงุจิมากเพียงใด ยิ่งเห็นถึงความคล้ายคลึงกันของทั้งสองท่านได้ชัดเจนมาก ขึ้นเพียงนั้น ในวิทยานิพนธ์ที่อาจารย์มาคิงุจิเขียนเมื่ออายุ25 ปี ท่านได้อ้างอิง ข้อความจากหนังสือจิตวิทยา (Psychology)ซึ่งเป็นงานที่ดิวอีเขียนขณะอายุ 28 ปี คุณทาคาโอ อิโต นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยโซคา ได้กรุณา ส่งต้นฉบับภาษาอังกฤษของข้อความนี้แก่ข้าพเจ้า อนึ่ง คุณอิโตสำ เร็จการศึกษาจากโรงเรียนโซคาคันไซ และ มหาวิทยาลัยโซคา รุ่นที่ 22 ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปริญญาเอกคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยโซคาและกำ ลังทำ งานอย่างกระตือรือร้นในฐานะรองหัวหน้าแผนก การศึกษาของฝ่ายอุดมศึกษาสมาคมโซคา * ถ้อยคำ ใดของดิวอีวัยหนุ่มที่ทำ ให้อาจารย์มาคิงุจิในวัยหนุ่ม ประทับใจเป็นพิเศษ นั่นก็คือ หากถามว่าภายใต้สถานการณ์ใด ๆ เรื่องราวหรือเหตุการณ์ใด ที่เข้าสู่ ชีวิตที่มีปัญญาความนึกคิดของเราอย่างมีนัยสำ คัญ เราจะพบว่าเมื่อ เรื่องราวมีการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบระเบียบกับประสบการณ์ที่เหลือ ของเรา เรื่องที่ไร้ความหมายก็คือเรื่องที่ขาดการประสานสอดคล้องกัน และไม่เชื่อมโยงกับองค์ประกอบอื่น ๆ ส่วนความจริงหรือเหตุการณ์ที่มี ความหมาย ต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์บางอย่าง การแยกตัวอยู่โดดเดี่ยว ไม่ใช่สิ่งที่เราศึกษา5


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” ความรู้หรือการเรียนรู้สามารถสร้างคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อความรู้นั้น เชื่อมโยงเข้ากับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเท่านั้น ทั้งดิวอีและอาจารย์มาคิงุจิ ต่างยืนยัน ว ่าการศ ึกษาควรม ุ ่งท ิศทางสู ่การช ่วยบ ่มเพาะความรู ้แก ่น ักเร ียนเพ ื ่อช ่วยเหล ือ มนุษยชาติ แทนท ี ่จะย ัดเย ียดข ้อมูลท ี ่กระจายเป ็นช ิ ้นเล ็กช ิ ้นน ้อยเข ้าไปในห ัว ของนักเรียน นี่เป็นหนึ่งในหลาย ๆเหตุผลที่มหาวิทยาลัยโซคาอเมริกาวิทยาเขต เอลิโซ วิเอโฮ ซึ่งกำ หนดเปิดในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ จะเริ่มด้วยวิทยาลัย ศิลปศาสตร์อย่างเต็มรูปแบบโดยมีความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างบุคคลให้เป็น ผู้มีความรู้รอบด้าน ที่จะใช้ความรู้ของพวกเขาเพื่อสร้างคุณูปการแก่ มวลมนุษยชาติ * ดิวอี ได้เยือนประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 2 เดือนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1919 จากน ั ้นเขาได ้ไปเย ือนประเทศจ ีนต ่อ ซึ่งถึงในช่วงที่มีการต่อต้าน จักรวรรดินิยมและต่อต้านชาวญี่ปุ่นในระดับสูงสุดในการเคลื่อนไหว 4 พฤษภาคม6 หลังจากใช้เวลา 2 ปี ในการบรรยายอยู่ที่ประเทศจีน เขาก็ได้ไป ที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างเดินทางกลับไปยังประเทศ สหรัฐอเมริกา ช่วงเวลานี้ มีการเรียกร้องเพิ่มมากขึ้นในประเทศญี่ปุ่นให้นำ 5 จอห์น ดิวอี, จิตวิทยา (นิวยอร์ก : ฮาร์เปอร์ แอนด์ บราเธอร์ส, ค.ศ. 1894), หน้า 85 6 การเคลื่อนไหว 4 พฤษภาคม : การต่อสู้เพื่อการปฏิรูปทางปัญญาและสังคม ที่เกิดขึ้นในประเทศจีนตั้งแต่ ค.ศ. 1917 ถึง 1921 เหตุการณ์สำ คัญเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1919 ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อการเคลื่อนไหวนี้


22 อุดมการณ์ประชาธิปไตยและแนวทางการปฏิบัติมาใช้ ดิวอีตั้งข้อสังเกตว่า ความ ค ิดเห ็นของประชาชนท ี ่เพ ิ ่มข ึ ้นน ี ้ย ังขาดความเหน ียวแน ่นม ั ่นคง และมีสาระที่ ตื้นเขิน ชาวญี่ปุ่นสามารถเปลี่ยนแม้กระทั่งปรัชญาให้กลายเป็นกระแสนิยมได้ ดูเหมือนว่าพวกเขาสามารถเปลี่ยนความเชื่อได้ฉับพลันเพียงข้ามวันโดยไม่รู้สึก กระอักกระอ่วนแม้แต่น้อย ผลก็คือ แม้อาจดูเหมือนสนับสนุนประชาธิปไตยและ การปฏิรูป แต่พวกเขาก็ไม่เข้าใจการใช้งานแนวคิดเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง ไม่มีใคร รู้ว่าเมื่อใดที่พวกเขาอาจจะถอยกลับไปในทิศทางของลัทธิชาตินิยม หรือเพียงแค่ พุ่งไปตามเส้นทางสู่ลัทธิหัวรุนแรงสุดโต่ง ด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งของดิวอี เขา ตระหนักรู้และได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแง่มุมที่เป็นอันตรายของสังคม ญี่ปุ่น ข้อสังเกตของเขาสามารถปรับใช้ได้เหมาะสมสำ หรับประเทศญี่ปุ่น ในปัจจุบัน * ปรัชญาของดิวอี คือปรัชญาแห่งการปฏิบัติ เป็นปรัชญา ประชาธิปไตยที่มุ่งหล่อเลี้ยงบุคคลต่าง ๆ ที่สามารถมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันเพื่อ สังคม แทนที่จะถูกโดดเดี่ยวและถูกขับออกจากสังคม ในต้นศตวรรษที่ 20 ดิวอีเข้าร่วมการเดินขบวนเพื่อสิทธิในการออก เสียงเลือกตั้งของสตรีในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อคดีของซัคโค-แวนเซ็ตติ (Sacco-Vanzetti) ได้สั่นสะเทือนสังคมอเมริกัน เขาได้รวบรวมมูลฟ้องของจำ เลยผู้ บริสุทธิ์ และหักล้างความเท็จที่แพร่กระจายเกี่ยวกับพวกเขา7 ในช่วงทศวรรษที่ 1930 เมื่อลัทธิฟาสซิสต์เพิ่มจำ นวนมากขึ้น เขา แสดงความคิดเห็นว่า “ฝ่ายเสรีนิยมถูกแบ่งเป็นพวกที่มีทัศนคติคาดหวังอนาคต


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” ที่ดีขึ้นกับพวกที่มีความมานะบากบั่น ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมขวาจัดจะรวมกลุ่ม ก ันโดยย ึดผลประโยชน ์ของช ุมชน”8 และเร ียกร ้องให ้ม ีองค ์กรของกองก ำ ลังที่ สนับสนุนความจริงและความยุติธรรม เขายังได้บันทึกไว้ว่า ฝ่ายเสรีนิยมเสียงจะ อ่อนลงเมื่อรวมกันเป็น “องค์กรเพื่อการปฏิบัติ” และยืนยันว่า “หากไม่มีองค์กร นี้ก็จะเป็นภัยต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยที่จะดำ เนินต่อไปโดยปริยาย”9 ในเวลาเดียวกัน ที่ประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มเดินขบวนอย่างที่ไม่คิด ไตร่ตรองให้ดีสู่ลัทธิชาตินิยม อาจารย์มาคิงุจิกำ ลังประณามความจริงที่ว่าพวก ประชาชนที่ทุจริตติดสินบนไร้ยางอายกำ ลังวุ่นอยู่กับการสร้างพันธมิตร ขณะที่ ประชาชนคนดีทั้งหลายยังคงแยกกันอยู่โดดเดี่ยว หากจะป้องกันไม่ให้ความชั่วร้ายแพร่กระจาย สิ่งสำ คัญคือ ประชาชนคนดีต้องรวมพลังและสามัคคีกัน ซึ่งการรวมตัวกันทำ ให้กระทำ การได้ อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือวิธีเอาชนะความชั่วร้าย 7 ใน ค.ศ. 1921 นิโคลา ซัคโค และบาร์โทโลเมโอ แวนเซ็ตติ ชาวอิตาลีสองคนที่นิยม อนาธิปไตยได้อพยพไปประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งสองคนถูกตัดสินลงโทษในข้อหา ฆาตกรรมสมุหบัญชีที่โรงงานรองเท้าในเมืองเซาท์ เบรนทรี รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นที่สังเกตได้อย่างกว้างขวางในขณะนั้นว่า พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ถูกตัดสิน ลงโทษประหารชีวิตเพียงเพราะความคิดเห็นต่างทางการเมืองอย่างสุดโต่ง ดิวอี และปัญญาชนชั้นนำ ชาวอเมริกาอีกหลายคนต่างออกมาต่อต้านกระบวนการยุติธรรม ที่ผิดพลาดนี้ ในที่สุด ซัคโค และ แวนเซ็ตติ ก็ถูกประหารชีวิตใน ค.ศ. 1927 8 จอห์น ดิวอี, หัวใจสำ คัญของดิวอี, ลาร์รี เอ ฮิกแมน และ ธอมัส เอ็ม อเล็กซานเดอร์ (บลูมิงตัน และอินเดียนาโปลิส : สำ นักพิมพ์มหาวิทยาลัยอินเดียนา, ค.ศ. 1998), เล่ม 1 หน้า 335 9 เล่มเดียวกัน, หน้า 335 - 336


24 บัดนี้ พวกเรากำ ลังเจริญรอยตามบรรพบุรุษที่ยอดเยี่ยมของเรา ผู้สละชีวิตเพื่อความเชื่อของท่านล้วนกำ ลังสร้างแนวร่วมที่กว้างใหญ่ไพศาลและ เติบโตอย่างไม่รู้จบของประชาชนที่มารวมตัวกันเพื่อสร้างเหตุที่ดีในชุมชนของเรา และตลอดทั้งทั่วโลก * “ประชาธปิไตยเริมต้นในการสนทนา ่ ” 10 ถ้อยคำ ที่ดิวอีกล่าวใน วันเกิดปีที่ 90 ของเขา ด้วยความเชื่อมั่นว่าชีวิตไม่มีวันเกษียณ เขาใช้ชีวิตที่ เต็มเปี่ยมและอุดมสมบูรณ์จนกระทั่งเสียชีวิตในวัย 92 ปี ดิวอีเขียนว่า “สิ่งที่คนหนึ่งและคนกลุ่มหนึ่งทำ สำ เร็จจะกลายเป็น จุดยืนพื้นที่ไม่ยอมแพ้และเป็นจุดเริ่มต้นของคนอื่น ๆ ที่ประสบความสำ เร็จ”11 นี่ คือความเชื่อมั่นอันลึกซึ้งของนักการศึกษาผู้มีชื่อเสียงโดดเด่น พวกเราก็เช่นกัน ขอให้ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวและเติบโตไปด้วยกัน และทำ ให้จุดเริ่มต้นใหม่อันรุ่งโรจน์เพื่อประชาธิปไตยในประเทศญี่ปุ่นในศตวรรษ ใหม่มั่นคงกันเถิด ! (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 2001) 10 เจมส์ ที ฟาร์เรล เอ อัล, บทสนทนาของจอห์น ดิวอี, คอร์ลิส ลามองต์ (นิวยอร์ก : สำ นักพิมพ์ ฮอไรซอน, ค.ศ. 1959), หน้า 88 11 จอห์น ดิวอี, ความเชื่อทั่วไป (นิวเฮเวน และ ลอนดอน : สำ นักพิมพ์มหาวิทยาลัยเยล, ค.ศ. 1934), หน้า 50


โลกแห่่งธรรมนิิพนธ์์บทสนทนาเกี่่ยวกัับ ศาสนาแห่่งมนุุษยนิิยม


26 บทที่ 16) “3 กรณีที่ทำ ให้พระนิชิเร็นไดโชนินได้รับชื่อเสียงเลื่องลือ” และคำ พยากรณ์ที่ปรากฏเป็นจริง (ต่อ) ไซโต้ : ในธรรมนิพนธ์อีกฉบับหนึ่ง พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “ข้าวยาก หมากแพงเป็นผลมาจากความโลภ โรคระบาดเป็นผลมาจากความหลง และ สงครามเป็นผลมาจากความโกรธ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 989) ใน “บันทึกคำสอนปากเปล่า” ท่านอ้างถึงคำ กล่าวในทำ นองเดียวกัน ของพระมหาธรรมาจารย์เทียนไท้แห่งประเทศจีนด้วย (บันทึกคำ สอนปากเปล่า ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 33)1 โมรินากะ : ปรัชญาทางตะวันออกมากมายก็มีมุมมองเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์เช่นกัน 1 “ดังนั้น บทนิพนธ์อธิบายศัพท์สัทธรรมปุณฑริกสูตร ม้วนที่ 4 จึงกล่าวว่า ‘สัญลักษณ์ของมลทินแห่งกัปแท้จริงแล้วบ่งชี้ว่า มลทินอื่นอีก 4 ประการ (มลทินแห่งกิเลส, แห่งสรรพสัตว์, แห่งทิฐิ, แห่งอายุขัย) ปรากฏจำ นวนมากขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้น รวมตัวก่อเป็นกัป เพราะความโกรธทวีความรุนแรงขึ้น การต่อสู้ด้วยอาวุธ (สงคราม) จึงเกิดขึ้น เพราะความโลภทวีความรุนแรงขึ้น ข้าวยากหมากแพงจึงเกิดขึ้น เพราะความหลงทวีความรุนแรงขึ้น โรคระบาดจึงปะทุออกมา และเพราะภัย 3 ชนิดเหล่านี้อุบัติขึ้น กิเลสก็ยิ่งทรงพลัง และมุมมองที่ผิดก็ยิ่งเฟื่องฟูมากขึ้น’” (บันทึกคำ สอนปากเปล่า ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 33)


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ว่าเป็นความเกี่ยวพันกันที่แยกไม่ออกกับสภาวะแวดล้อมทางสังคมและ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “ผู้ที่รู้แจ้งอย่างถี่ถ้วนถึง ธรรมชาติแห่งความดีกับความชั่วตั้งแต่รากจนกระทั่งถึงกิ่งก้านและใบ เรยกว่า ีพระพุทธะ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1121) พระ นิชิเร็นไดโชนินได้พยากรณ์ด้วยปัญญาของพระพุทธะ “รากแห่งความด”ี หมายถึงธรรมชาติที่สำ คัญของปรากฏการณ์ ทั้งหลาย หรือธรรมธาตุ (กล่าวคือ การรู้แจ้งต่อธรรมมหัศจรรย์) ขณะที่ “รากแห่งความชัว่ ” บ่งบอกถึงความโง่เขลา (กล่าวคือ อวิชชาขั้นพื้นฐาน ความ สับสนหรือไม่เชื่อในธรรมมหัศจรรย์) ตรงกันข้าม ความโง่เขลา หรือ “รากแห่ง ความชัว่ ” “กิงก้านแ่ละใบแห่งความชัว่ ” หมายถึงสิ่งดังต่อไปนี้ 1) 3 พิษแห่ง โลภ โกรธ หลง 2) ภัย 3 ชนิดแห่งข้าวยากหมากแพง โรคระบาด และ สงคราม ที่เกิดจาก 3 พิษ และ 3) มลทิน 5 ประการที่เกิดจากการรวมกันของสิ่งเหล่านี้ ใน “บทนิพนธ์เรื่องการก่อตั้งคำสอนทถูกต้องเ ี่ พื่อให้ประเทศ เกิดสันติ” พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า สาเหตุพื้นฐานของภัย 3 พิบัติ 7 ที่ เกิดขึ้นล้วนมาจากการหมิ่นประมาทคำ สอนที่ถูกต้องของประเทศ เนื่องจากการ หมิ่นประมาทหมายถึงการไม่เชื่อและการดูถูกธรรมมหัศจรรย์ ซึ่งเท่ากับความ โง ่เขลาท ี ่เป ็นรากแห ่งความช ั ่ว ตราบใดท ี ่การดูหม ิ ่นธรรมะของประเทศย ังถูก เพิกเฉย กิ่งก้านและใบแห่งความชั่วก็จะโผล่ออกมากลายเป็นป่าที่ยุ่งเหยิง พระ นิชิเร็นไดโชนินรู้แจ้งถึงรากแห่งความดีและความชั่วและหยั่งรู้ว่าการดูหมิ่นธรรมะ รากเหง้าสำ คัญแห่งความชั่ว กำ ลังเบ่งบานในสังคมในยุคสมัยของท่าน การตื่นรู้ นี้ทำ ให้ท่านพยากรณ์ว่า ภัย 3 พิบัติ7 ที่พรรณนาอยู่ในพระสูตร พิบัติจากสงคราม ยังไม่เกิดขึ้น กล่าวคือ พิบัติจากการรุกรานของต่างชาติและกบฏภายในจะเกิด


28 ขึ้นอย่างแน่นอน ด้วยปัญญาของธรรมมหัศจรรย์ พระนิชิเร็นไดโชนินได้อธิบายอย่าง ละเอียดถึงสาเหตุพื้นฐานของภัยพิบัติที่กำ ลังรุกเร้าประเทศอย่างต่อเนื่อง และ พยายามที่จะช่วยประชาชนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ไซโต้ : พระนิชิเร็นไดโชนินมักสนับสนุนการกระทำ ของท่านด้วยข้อพ ิสูจน์ทาง เอกสารข้อพิสูจน์ทางทฤษฎีและข้อพิสูจน์ทางความเป็นจริง2 เสมอเมื่อรวมเข้า ด้วยกันระหว่างเหตุผลกับอารมณ์ คำ พูดกับการกระทำ ที่สอดคล้องต้องกันโดย สมบูรณ์แล้ว พระนิชิเร็นไดโชนินจึงเป็นที่หนึ่งไม่เป็นสองรองใครอย่างแท้จริง อาจารย์อิเคดะ : พวกเราอาจมองคำ พยากรณ์ของพระนิชิเร็นไดโชนินว่าเป็น ช่องทางหรือวิธีการของการแสดงออกที่ท่านเลือกที่จะเปิดดวงตาของประชาชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเปิดดวงตาของผู้ปกครองประเทศ ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่อง การเลือกกาลเวลา” หลังจากกล่าวถึงรายละเอียดของ 3 กรณีที่ทำ ให้ท่านได้ ร ับช ื ่อเส ียงเล ื ่องล ือด ้วยการพยากรณ ์เหต ุการณ ์ในอนาคตอย ่างแม ่นย ำ พระ นิชิเร็นไดโชนินได้แสดงให้เห็นว่า คำ พยากรณ์ที่ท่านได้ทำ นายไว้คือการแสดงออก ของจิตใจของพระพุทธะ 2 สิ่งเหล่านี้อธิบายถึงข้อพิสูจน์ 3 ประการ หรือ มาตรฐานที่กำ หนดโดยพระนิชิเร็นไดโชนิน เพื่อวินิจฉัยความถูกต้องของคำ สอน ข้อพิสูจน์ทางเอกสาร หมายถึง ปรัชญาธรรมโดยเฉพาะนิกายของพุทธศาสนาต้องยึดตามหรือสอดคล้องกับพระสูตร ข้อพิสูจน์ทางทฤษฎี หมายถึง คำ สอนที่สอดคล้องกับหลักเหตุผลและตรรกะ ข้อพิสูจน์ทางความเป็นจริง หมายถึง เมื่อนำ คำ สอนมาปฏิบัติจะก่อให้เกิดผลจริงตามที่คำ สอนรับรอง


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ โมรินากะ : ใช่ครับ ข้อความมีดังนี้ กระนั้น มิใช่อาตมานิชิเร็นที่เป็นผู้ประกาศเรื่องสำ คัญทั้ง 3 นี้ [พยากรณ์เรื่องที่ จะเกิดขึ้นกับประเทศในอนาคต] แต่ในทุกกรณีเป็นเพราะชีวิตของพระศากยมุนี ตถาคตได้ทรงสถิตอยู่ในร่างกายของอาตมา และการได้ประสบกับเรื่องนี้ด้วย ตัวเอง อาตมาจึงรู้สึกปีติยินดีเป็นล้นพ้น นี่คือปรัชญาธรรมสำ คัญที่สุดแห่งหนึ่งขณะจิตสามพัน ที่สอนอยู่ในสัทธรรม ปุณฑริกสูตร (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 579) อาจารย์อิเคดะ : “จิตวิญญาณของพระศากยมนุตถาีคต” บ่งชี้ถึงสภาพชีวิต พุทธะอันสง่างามซึ่งไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดจบ ที่เต้นเป็นชีพจรอยู่ภายในชีวิตของ พระนิชิเร็นไดโชนิน ท่านกล่าวว่า ท่านสามารถพิสูจน์ความแม่นยำ ของคำ พยากรณ์ที่ท่านได้ทำ นายไว ้ระหว ่างการตักเตือนท ั ้ง 3 คร ั ้งด้วยค ุณธรรมของ พลังโลกพุทธะอันเป็นพลังของจิตวิญญาณ ซ ึ ่งเป ็นด ังท ี ่ท ่านบ ่งบอกไว ้เม ื ่อท ่านกล ่าวว ่า “การได้ประสบกับ เรื่องน้ด้วยตัวเอง อาตมาจึงรู้สึก ี ปีติยินดเีป็นล้นพ้น” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 579) พระพุทธะซึ่งมีชีวิตกว้างใหญ่ไพศาลเท่าจักรวาล ทำ ให้ ชีวิตของเขาหรือเธอเต้นเป็นจังหวะด้วยการรู้แจ้ง และฝึกฝนโลกของพุทธภาวะ สู่ระดับสูงสุด สามารถเข้าใจถึงการดำ รงอยู่ของ 3 ชาติแห่งอดีต ปัจจุบันและ อนาคต ดังนั้น พระนิชิเร็นไดโชนินจึงกล่าวอย่างชัดเจนว่าคำ พยากรณ์ของท่าน ไม่ใช่เรื่องของการคาดเดาทั่วไป และไม่ใช่รูปแบบของการมีญาณวิเศษ ไซโต้ : คำ พยากรณ์ของพุทธศาสนาที่แท้จริงยังแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากคำ สั่ง เตือนของพลังอำ นาจที่อยู่เหนือธรรมชาติที่เป็นจริง อาจารย์อิเคดะ : คำ พยากรณ์เหล่านั้นแสดงถึงการมองการณ์ไกลสู่อนาคตอย่าง


30 ลึกซึ้งซึ่งเป็นผลจากการดำ เนินชีวิตบนพื้นฐานพลังของโลกพุทธะขณะที่ไม่เคย แยกออกจาก 9 โลกมาโดยตลอด กล่าวได้ว่า ขณะที่ยังคงเป็นปุถุชนที่มีพร้อม 9 โลก เพราะทั้ง 9 โลกกับโลกพุทธะทำ งานเป็นหนึ่งเดียว พวกเราจึงมี สิบโลกพร้อมซึ่งกันและกันและหนึ่งขณะจิตสามพัน ดังนั้น พระนิชิเร็นไดโชนิน จึงกล่าวว่า “นี่คือปรัชญาธรรมสำคญัทส ี่ ดแห่งหนึุงขณะจิตสาม่พัน ทสอน ี่ อยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 579) โมรินากะ : ผมเริ่มค่อย ๆ เข้าใจความสำ คัญของคำ พยากรณ์ของท่าน ดังนั้นใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” เมื่อพระนิชิเร็นไดโชนิน กล่าวว่า คำ พยากรณ์ของท่านเกี่ยวกับเหตุการณ์ในชาตินี้สัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง กับคำ สอนของท่านเกี่ยวกับชาติหน้าโดยพื้นฐานแล้ว ท่านกล่าวถึงเรื่องเดียวกัน แม้อาตมานิชิเร็นมิใช่อริยบุคคล อาตมาก็เทียบเท่าอริยบุคคลเพราะยึดถือสัทธรรม ปุณฑริกสูตรตรงตามที่ได้เทศนาไว้. ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากอาตมาเข้าใจวิถีของโลก มานานแล้ว คำ พยากรณ์ที่อาตมาได้ทำ นายไว้ในชาตินี้จึงปรากฏเป็นจริงขึ้นมา ทั้งหมด. ดังนั้น จงอย่าสงสัยเป็นอันขาดในสิ่งที่อาตมาได้บอกกับท่านเกี่ยวกับ ชาติหน้า. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 302 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 227) อาจารย์อิเคดะ : หรืออีกนัยหนึ่ง ปัญญาของพระพุทธะสำ แดงปรากฏออกมา เป ็นค ำ พยากรณ์ หรือ “ถ้อยคำ แห่งปัญญา” เพ ื ่อช ่วยประชาชนให ้พ ้นท ุกข ์ ล้วนออกมาจากชีวิตของท่านเพราะว่าท่านได้ปฏิบัติบำ เพ็ญเพียรสัทธรรมปุณฑริก สูตรที่ทำ ให้ประชาชนทุกคนเป็นพระพุทธะและเพราะคำ พยากรณ์เหล่านี้ล้วนมี


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ความถูกต้องแม่นยำ ท่านจึงกล่าวว่า ไม่ควรมีข้อสงสัยในความถูกต้องของ คำ สอนของท่านที่เกี่ยวกับชีวิตชาติหน้า นี่คือคำ รับรองของท่านเกี่ยวกับการบรรลุ พุทธภาวะ ทำ นองเดียวกัน ใน “บทนิพนธ์เรื่องการก่อตั้งคำสอนทถูกต้อง ี่ เพื่อให้ประเทศเกิดสันติ” หลังจากที่ท่านได้พยากรณ์เกี่ยวกับพิบัติ 2 ประการ พระนิชิเร็นไดโชนินเริ่มพูดถึงเรื่องชีวิตชาติหน้าดังนี้ ดูเหมือนว่าเมื่อมนุษย์เกิดมาในโลกนี้แล้วล้วนหวาดกลัวต่อสิ่งที่ต้องประสบ พบพานในชาติหน้า.จนถึงกับทุ่มเทศรัทธาในคำ สอนที่บิดเบือน และเคารพยกย่อง คำ สอนที่หมิ่นประมาทธรรม. อาตมา รู้สึกเสียดายว่าพวกเขาช่างสับสนได้มาก ถึงเพียงนี้เกี่ยวกับอะไรผิด อะไรถูก ขณะเดียวกันก็รู้สึกสลดใจว่า แม้จะนับถือ พุทธศาสนา แต่กลับเลือกคำ สอนที่ผิด. ในเมื่อจิตใจมีพลังศรัทธาถึงเพียงนี้แล้ว เหต ุใดจ ึงเช ื ่อค ำ สอนท ี ่ผ ิดโดยไม ่ไตร ่ตรองให ้ด ี. หากไม ่สล ัดท ิ ้งจ ิตใจท ี ่หลงผ ิด เหล่านี้ และยังคงยึดติดในทัศนะที่บิดเบือน ก็จะต้องจากโลกนี้ไปอย่างรวดเร็ว และตกสู่นรกอเวจีอย่างแน่นอน. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 24 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 1 หน้า 93) ในที่นี้ พระนิชิเร็นไดโชนินพูดถึงการหมิ่นประมาทว่าเป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับชีวิตชาติหน้า เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า พระนิชิเร็นไดโชนินทำ การพยากรณ์ จากจุดยืนของชีวิตนิรันดร์ตลอด 3 ชาติแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โมรินากะ : ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการเลือกกาลเวลา” ก่อนที่จะพูดถึง 3 กรณี ที่ทำ ให้ท่านได้รับชื่อเสียงเลื่องลือ พระนิชิเร็นไดโชนินได้ระบุอย่างชัดเจนว่าท่าน กำ ลังพูดจากมุมมองของชีวิต 3 ชาติ โดยกล่าวว่า


32 ตำ ราทางโลกกล่าวว่า “อริยบุคคลคือผู้ที่เข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ทั้งหมดทั้งที่ ยังมิได้ปรากฏออกมา” และคัมภีร์พุทธศาสนากล่าวว่า “อริยบุคคลคือผู้ทรู้ี่ ชวิต 3 ชาติแห่งอด ีต ี ปัจจบัน แุละอนาคต” บัดนี้ 3 ครั้งแล้วที่อาตมาได้รับชื่อเสียงเลื่องลือ (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 579) ไซโต้ : “สิงต่าง ๆ ท่ ยังมิได้ ี่ ปรากฏออกมา” หมายถึงสิ่งที่ยังไม่สำ แดงปรากฏ ออกมา นั่นคือ อนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น วิชาว่าด้วยการกำ เน ิดและพ ัฒนาค ำ ในภาษาญี่ปุ่นเคยเสนอว่า เป็นตุ่มตาใหม่ของพืชหรือต้นไม้ที่กำ ลังจะแตกหน่อ ออกมา อาจารย์อิเคดะ : แม้ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่สามารถเข้าใจสัญญาณหรือแสงวับ ๆ ของเหตุการณ์ที่กำ ลังจะเกิดขึ้นก็ตาม ก็ยังมีผู้คนที่สามารถล่วงรู้ด้วยประสาท สัมผัสอันเฉียบแหลมถึง “ต่มตาุ ”ของอนาคตที่กำ ลังจะเกิดขึ้น และลงมือทำ การ ตอบโต้อย่างเหมาะสม ท่านกำ ลังกล่าวว่า บุคคลผู้สามารถกระทำ เช่นนี้สมควร ได้รับการเรียกขานว่า “อริยบุคคล” โมรินากะ : คำ ว่า “อริยบุคคล” ในภาษาญี่ปุ่น (โชนิน หรือ เซอิจิน) ประกอบ ด้วยอักษรจีน 2 ตัว อักษรตัวแรกหมายถึง “เทพเจ้า” “สิ่งศักดิ์สิทธ์”ิ “สิ่ง สักการบูชา” ขณะที่อักษรตัวที่ 2 หมายถึง “บุคคล” อักษรตัวแรก (อ่านได้ทั้ง โช หรือ เซอิ) เดิมมีความหมายว่า “บุคคลผู้ได้ยินเสยงของสวรรีค”์ 3 3 ชิซูกะ ชิราคาวะ, จิจึ (พจนานุกรมภาษาจีนฉบับใหม่) (โตเกียว : เฮอิบนชะ, ค.ศ. 1996), หน้า 910


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ อาจารย์อิเคดะ : คำ นี้บ่งชี้ถึง บุคคลที่มีปัญญาในการหยั่งรู้และเข้าใจ “สรรพ เสยงี ” ที่ยังไม่สามารถได้ยิน ไซโต้ : ตาม “ตำราทางโลก” ในข้อความนี้คิดว่า พระนิชิเร็นไดโชนินอ้างถึงงาน เขียนของจีน “สวนแห่งคำอธิบาย” (ซัวหยวน)4 ข้อความเดียวกันนี้ยังอ้างอิงอยู่ ในบทที่ 7 “การเลือกรัฐมนตร”ี ในบันทึกความคิดเห็นของจีนเกี่ยวกับ “สาระ สำคัญของการปกครองในยุคเจินกวง” 5 ม้วนที่ 3 ซึ่งอธิบายถึงทัศนคติที่ ถูกต้องเหมาะสมสำ หรับรัฐบุรุษ 4 “สวนแห่งคำ อธิบาย” (ซัวหยวน) : งานเขียนโดย หลิว เซียง ราชวงศ์ฮั่นตอนต้นของจีน (202 ปีก่อนคริสต์ศักราช - ค.ศ. 8) หลิว เซียง (79-78 ปีก่อนคริสต์ศักราช) รับใช้จักรพรรดิ 3 พระองค์ รับตำ แหน่งสำ คัญหลากหลายรวมถึงตำ แหน่งมหาอำ มาตย์ เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการทัดทานผู้ปกครองเป็นครั้งคราว และเป็นผู้อุทิศตนให้กับรัฐ พระมหาธรรมาจารย์เมียวลัก ได้คัดย่องานเขียนชิ้นนี้ที่เกี่ยวกับ “ศิลปะการเป็นรัฐมนตรี” ไว้ในตอนที่ 5 ของคำ อธิบายประกอบ “บทนิพนธ์มหาสมถวิปัสสนา.” ม้วนที่ 2 ที่กล่าวว่า “ในการแต่งตั้งขุนนาง มี 6 มาตรฐานจริง และ 6 มาตรฐานเท็จ ข้อแรกของ 6 มาตรฐานจริง คือการล่วงรู้โอกาสที่ดีของรัฐอย่างต่อเนื่องและ การเสื่อมลงแม้สัญญาณนั้นยังไม่ปรากฏ ผู้ซึ่งสามารถทำ เช่นนี้ได้ควรยกย่องว่า เป็นรัฐมนตรีผู้มีไหวพริบเฉียบแหลม” (ไทโช ชินชู ไดโซเคียว [การรวบรวมคัมภีร์บันทึกพระพุทธศาสนาสมัยไทโช]) เล่มที่ 46 หน้า 215) 5 “สาระสำ คัญของการปกครองในยุคเจินกวง” : ปรับปรุงโดย อู๋ชิง นักประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618 - 907) ทำ การศึกษาโดยบุคคลสำ คัญในรัฐบาลในสมัยพระนิชิเร็นไดโชนิน พระนิชิเร็นไดโชนินมักมีข้อความจากงานเขียนนี้วางไว้ใกล้มือเพื่อใช้อ้างอิง แม้ขณะเนรเทศอยู่ที่เกาะซาโดะ ท่านก็ยังพยายามขอให้ลูกศิษย์คนหนึ่ง ช่วยนำ ฉบับคัดลอกมาให้ท่าน


34 อาจารย์อิเคดะ : ไม่ว่าจะอย่างไร ผมคิดว่าพวกเราสามารถสรุปการอ้างอิงที่พระ นิชิเร็นไดโชนินกำ ลังใช้ข้อความนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าพุทธธรรมคำ สอนของท่าน ถูกต้องและเป็นศาสนาเพื่อสังคมที่สามารถเสริมสร้างความผาสุกแก่ประเทศและ ประชาชนได้ธรรมนิพนธ์ส่วนใหญ่ของพระนิชิเร็นไดโชนินที่หยิบยกข้อความนี้มา ล้วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามกฎธรรมชาติ ท่านอ้างอิงข้อความนี้เมื่อแสดงให้เห็นถึง ความถูกต้องของท่านจากจุดยืนของสังคม โมรินากะ : ข้อความอื่น “อริยบุคคลคือผู้ทรู้ชี่ วิต 3 ชาติ ี ” ซึ่งพบในส่วนแรก ม้วนที่ 2 ของ “บทนิพนธ์มหาสมถวิปัสสนา.” ของพระเทียนไท้ และที่อื่น ๆ พระเทียนไท้กล่าวว่า แม้อดีตได้ผ่านพ้นไป อนาคตก็ยังมาไม่ถึง และปัจจุบันยัง ไม่หยุดลงในทันที อริยบุคคลทั้งหลายเข้าใจชีวิตที่แผ่ซ่านไป 3 ชาติ6 อาจารย์อิเคดะ : อีกนัยหนึ่ง อริยบุคคลคือผู้ที่เข้าใจกฎแห่งเหตุและผลของชีวิต ตลอด 3 ชาติ ช่วยประชาชนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ยากและชี้แนะนำ ทางไป สู่การรู้แจ้ง โมรินากะ : เช่นเดียวกับธรรมราชาสูตรที่พระนิชิเร็นไดโชนินอ้างอิงใน “บทนิพนธ์เรื่องการก่อตั้งคำสอนท ี่ถูกต้องเพื่อให้ประเทศเกิดสันติ” และในท ี ่อ ื ่น ๆ กล่าวว่า “เมื่อเราใช้ 5 จักษุ 7 มองทะลุ 3 ชาติ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 9 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 1 หน้า 59) “5 จักษ”ุคือ สายตาทาง กายภาพของมนุษย์ปุถุชน สายตาทิพย์ของเทวดา สายตาปัญญาของสาวกปัจเจก สายตาธรรมของโพธิสัตว์และสายตาแห่งการรู้แจ้งของพระพุทธะ พระพุทธะทรง ใช้จักษุทั้ง 5 มองทะลุชีวิต 3 ชาติแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต อาจารย์อิเคดะ : ธรรมราชาสูตรอธิบายถึงการรับรู้ความจริงของพระพุทธะด้วย 5 จักษุไว้ดังนี้ “เมื่อบุญวาสนาของผู้ครองแผ่นดินหมดลง อริยบุคคล ทั้งหลายก็จะทอดทิ้งและจากไป. เมื่ออริยบุคคลเหล่าน้จากไ ี ป พิบัติ 7 ชนิด


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน.” (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 9 / ฉบับภาษาไทยเล่ม 1 หน้า 59) หากผู้มีปัญญาในการหยั่งรู้กฎแห่งเหตุและผลของชีวิตตลอด 3ชาติไม่ใส่ใจในการกระทำ อย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว ประเทศชาติก็จะพังพินาศ นั่นคือสิ่งที่พระนิชิเร็นไดโชนินสอนโดยอ้างอิงข้อความนี้ ในการต ักเต ือนคร ั ้งท ี ่ 3 พระน ิช ิเร ็นไดโชน ินได ้เปร ียบพระสงฆ ์ น ิกายมนตรยานเสม ือนแพทย ์ท ี ่ไม ่ด ี เพราะพวกเขาไม ่เข ้าใจสาเหต ุของความ เจ็บป่วย รังแต่จะทำ ให้อาการของผู้ป่วยทรุดหนักลงแทนที่จะรักษาให้ดีขึ้น (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 774) ด้วยการบ่มเพาะปัญญาให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงรากแห่งความชั่ว และรากแห่งความดี ซ ึ ่งก ็ค ืออวิชชาข ั ้นพ ื ้นฐานและธรรมธาต ุ พร้อมกับความ 6 ใน “อริยบุคคลทั้งหลายเข้าใจแจ่มกระจ่างถึงชีวิต 3 ชาติได้อย่างไร” (ไทโช ชินชู ไดโซเคียว [การรวบรวมคัมภีร์บันทึกพระพุทธศาสนาสมัยไทโช]), เล่มที่ 46 หน้า 15) 7 5 จักษุ : หรือ ดวงตา 5 ประเภท ความสามารถในการรับรู้ 5 ประเภท ได้แก่ (1) มังสจักษุคือนัยน์ตาของมนุษย์ปุถุชนและยังเรียกว่าตาเนื้อที่แยกแยะสีและรูป (2) ทิพยจักษุหรือความสามารถของเทวดาซึ่งมองเห็นเกินกว่าข้อจำ กัดทางกายภาพ ของความมืด ระยะทาง หรือสิ่งกีดขวาง (3) ปัญญาจักษุหรือความสามารถของทวิยานที่เข้าใจได้ว่า ปรากฏการณ์ทั้งหลายไม่มีแก่นสาร (4) ธรรมจักษุ ซึ่งโพธิสัตว์เข้าใจถ่องแท้ในคำ สอนทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือประชาชน และ (5) พุทธจักษุ ซึ่งมองเห็นธาตุแท้ของชีวิตทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พุทธจักษุยังรวมความสามารถในการรับรู้ 4 ชนิดไว้ด้วย กล่าวคือพระพุทธะทั้งหลายมีพร้อม 5 จักษุ.


36 สามารถในการ “เข้าใจลักษณะทเ ี่ป็นจริงของสภาพทแท้จริง ี่ ” นั่นคือ มองดู สรรพสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงด้วยปัญญา บุคคลจึงจะสามารถหยั่งรู้ถึง สาเหตุที่เป็นรากฐานของความทุกข์ยากและภัยพิบัติ หากเราไม่มีปัญญาเช่นนี้ ก็ จะไม่มีวันยุติความทุกข์ยากของประชาชนได้ ดังนั้นปุถุชนในสมัยธรรมปลายสามารถทำ อะไรได้บ้างเพื่อพัฒนา ปัญญานี้ ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องอริยบุคคลตระหนักรู้ชีวิต 3 ชาติ” พระ นิชิเร็นไดโชนินชี้ให้เห็นว่า ปัญญาที่แท้จริงจะพวยพุ่งออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเรากระทำ เลียนแบบพระสทาปริภูตโพธิสัตว์8 หมายถึงการทุ่มเทตนเองเพื่อ เป้าหมายที่จะนำ ผู้คนทั้งหลายสู่การรู้แจ้งในฐานะ“ผปู้ ฏิบัติสัทธรรมปุณฑริก สูตร” ในยุคสมัยที่ชั่วร้าย เช่นเดียวกับพระสทาปริภูตโพธิสัตว์กระทำ ดังที่ พรรณนาไว้ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร ไซโต้ : พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนว่า อาตมาย ังไม ่เช ื่อม ั ่นในป ัญญาของตนเอง แต ่เพราะการกบฏและการร ุกรานท ี ่ อาตมาพยากรณ์ไว้ได้เกิดขึ้นแล้ว อาตมาจึงต้องเชื่อ อาตมามิได้พูดเรื่องนี้เพียง เพื่อทำ ให้ผู้อื่นเลื่อมใส ลูกศิษย์ของอาตมา รู้เรื่องนี้ดี อาตมาคือผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร เนื่องจากอาตมาเจริญรอยตามพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ พวกที่เกลียดชังและดูหมิ่น อาตมาศีรษะจะแตกเป็น 7 เสี่ยง์9 ขณะผู้ที่เชื่ออาตมาจะรวบรวมบุญกุศลได้สูง เท่าเขาพระสุเมรุ (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 641 - 642) อาจารย์อิเคดะ : ด้วยการปฏิบัติตามที่พระนิชิเร็นไดโชนินสอนพวกเราสมาชิก สมาคมโซคาจึงได้รับปัญญาพุทธะจากโงะฮนซน และสามารถนำ พาผู้คนมากมาย สู่ความสุข นี่คือหลักธรรมของ “ความศรัทธาเปลี่ยนเป็นปัญญา” 10


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ พลังอันแข็งแกร่งที่มีส่วนร่วมของสมาชิกเอสจีไอทุกคนที่ร่วมกัน ท ำ หน้าที่ด้วยปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละคน เป็นผลให้เกิด การพัฒนาในการเผยแผ่ธรรมไพศาลในปัจจุบัน แท้จริงแล้ว การเผยแผ่ธรรม ไพศาลแผ่ขยายออกไปด้วย “พลังและอิทธิฤทธ์ิของพระสมันตภัทร (หรือ ปัญญาของสกลจักรวาล)”11 กล่าวได้ว่า ด้วยพลังแห่งปัญญาที่มีความ 8 พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ : พระโพธิสัตว์ที่พรรณนาอยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” (บทที่ 20) มีชีวิตอยู่ในสมัยรูปธรรม ภายหลังการเสด็จปรินิพพานของพระภีษมครรชิตสวรราชตถาคต ในช่วงนั้นสงฆ์ที่ทะนงตัวอวดดีมีพลังอำ นาจมากมาย พระสทาปริภูตโพธิสัตว์จะ โค้งคำ นับ และทักทายทุกคนด้วย “สัทธรรมปุณฑริกสูตร 24 ตัวอักษร” ซึ่งเป็นคำ ยกย่องธรรมชาติพุทธะที่มีอยู่ภายในชีวิตมนุษย์ทุกคน กล่าวกันว่าพระสทาปริภูตโพธิสัตว์คืออดีตชาติของพระศากยมุนีพุทธะ 9 “ศีรษะแตกเป็น 7 เสี่ยง” : อ้างอิงถึงคาถาประพันธ์ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร “บทธารณี” (บทที่ 26) ที่เขียนว่า “หากมีพวกที่... / ทำ ความลำ บากและรบกวนอาจารย์ผู้สอนธรรมแล้ว / ศีรษะของพวกเขาจะแตกเป็น 7 เสี่ยง / เหมือนดังกิ่งของต้นอรชกะ” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย บทที่ 26 หน้า 506) 10 ความศรัทธาเปลี่ยนเป็นปัญญา : หลักธรรมที่แม้จะเป็นปุถุชนที่ขาดปัญญาและตกอยู่ใน 3 พิษ ก็สามารถได้รับปัญญาเพื่อพัฒนาสภาพชีวิตที่มีความสุขสูงสุดได้ด้วย ความศรัทธาในโงะฮนซนแห่งธรรมะเร้นลับอันยิ่งใหญ่ 3 ประการ และ สามารถบรรลุพุทธภาวะในกายนี้ 11 “พลังและอิทธิฤทธิ์ของพระสมันตภัทร” : พลังมหัศจรรย์ของพระสมันตภัทรโพธิสัตว์ ใน “บทการชักชวนและความตั้งใจของพระสมันตภัทรโพธิสัตว์” (บทที่ 28) กล่าวว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ถ้าโพธิสัตว์องค์ใดสามารถได้สดับธารณีเหล่านี้ เขาควรจะเข้าใจว่านั่นมันเกิดจากอภิญญาของพระสมันตภัทร ถ้าเมื่อใด สัทธรรมปุณฑริกสูตรได้เผยแผ่ไปทั่วชมพูทวีป มีพวกที่น้อมรับและยึดถือพระสูตรนี้ พวกเขาควรจะคิดกับตนเองดังนี้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพลังและอิทธิฤทธิ์ของ พระสมันตภัทรทั้งสิ้น !” (สัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับภาษาไทย บทที่ 28 หน้า 523)


38 แตกต่างหลากหลาย การพยากรณ์หรือคำ พยากรณ์เป็นการแสดงรูปแบบหนึ่งของ ปัญญาเพื่อสอนธรรมะอันเป็นนิรันดร์ที่แผ่ซ่านตลอดชีวิต 3ชาติแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ธรรมะอันเป็นนิรันดร์นั้นมองไม่เห็น พระพุทธะแสดงธรรมะนี้ออกมา เป็นรูปธรรมผ่านทางปัญญาและด้วยวิธีนั้นจึงเป็นการกระตุ้นความศรัทธาของ ประชาชน ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการเลือกกาลเวลา” พระนิชิเร็นไดโชนิน ให้เหตุผลถึงคำ พยากรณ์ที่ปรากฏเป็นจริงที่ท่านได้ทำ นายในการตักเตือนทั้ง 3 ครั้งเป็นไปตามหลักธรรมที่ว่า“ลักษณะเช่นน้สำ ีคญัทส ี่ ดุ ” 12 นั่นคือเมื่อปัญญา ที่เข้าใจธรรมะอันเป็นนิรันดร์สำ แดงออกมาใน “รูป” แสดงใน “การกระทำ ” และเปิดเผยให้เห็นเป็น “ข้อพิสูจน์ทางความเป็นจริง” เมื่อนั้นธรรมะจะเผยแผ่ ออกไป 12 “ลักษณะเช่นนี้สำ คัญที่สุด” : ลักษณะเช่นนี้คือลำ ดับแรกของ 10 เช่นนี้ ได้แก่ ลักษณะเช่นนี้, สันดานเช่นนี้, ตัวตนเช่นนี้, พลังเช่นนี้, การกระทำ เช่นนี้, เหตุเช่นนี้, ปัจจัยสัมพันธ์เช่นนี้, ผลแฝงเช่นนี้, ผลสำ แดงเช่นนี้, และ ต้นปลายสอดคล้องเข้ากันได้อย่างถี่ถ้วนเท่าเทียมกันเช่นนี้ “ลักษณะเช่นนี้สำ คัญที่สุด” หมายความว่า ในการเผยแผ่พุทธธรรม สิ่งสำ คัญเป็นลำ ดับแรกคือ การเปิดเผยความจริงของพุทธธรรมในแง่ของลักษณะที่เป็นจริง ดังนั้น ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการเลือกกาลเวลา” พระนิชิเร็นไดโชนินจึงกล่าวว่า “ลักษณะเช่นนี้” ซึ่งเป็นลำ ดับแรกของ 10 เช่นนี้ คือสิ่งที่สำ คัญที่สุดในบรรดาทั้งหมด ด้วยเหตุนี้พระพุทธะจึงปรากฏมาบนโลกใบนี้” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 579)


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ การเผยแผ่ธรรมไพศาลจะไม่สามารถบรรลุผลสำ เร็จหากพวกเรา แต่ละคนไม่ลงมือกระทำ อย่างต่อเนื่องในการเผยแผ่ธรรมะนี้ออกไปจากคนหนึ่ง ไปสู่อีกคน ๆ แล้วคนเล่า ไซโต้ : ดังนั้น ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องการเลือกกาลเวลา” พระนิชิเร็นไดโชนิน จึงกล่าวว่า มรรคแห่งการบรรลุพุทธภาวะมีอยู่ในหนทางแห่งการเผยแผ่คำ สอน จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งและไปสู่ประชาชนทั้งหมด ท่านกล่าวว่า ล ำ ธารเล็กทั้งหลายไหลมาบรรจบกันก่อเกิดเป็นมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ ผงธุลี เม็ดเล็กทั้งหลายทับถมกันก่อเกิดเป็นเขาพระสุเมรุ เมื่ออาตมานิชิเร็นเป็นคนแรก ที่ศรัทธาต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร ก็เหมือนกับน้ำ 1 หยด หรือผงธุลี 1 เม็ดของ ทั้งประเทศญี่ปุ่น แต่ภายหลังเมื่อ 2 คน 3 คน 10 คน และในที่สุด 100 คน 1,000 คน 10,000 คน และ 1 ล้านคนสวดสัทธรรมปุณฑริกสูตรและถ่ายทอดแก่ ผู้อื่นก็จะก่อเกิดเป็นเขาพระสุเมรุแห่งสัมมาสัมโพธิญาณเป็นมหาสมุทรแห่ง มหานิรวาณจงอย่าแสวงหาหนทางอื่นใดเพื่อการบรรลุพุทธภาวะ (ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 579 - 580) อาจารย์อิเคดะ : นี่คือคำ แถลงที่สำ คัญที่สุดที่สรุปส่วนที่ท่านได้พูดถึง 3 กรณี ที่ได้รับชื่อเสียงเลื่องลือด้วยการให้คำ พยากรณ์ที่แม่นยำ แก่ผู้มีอำ นาจ สำ หรับพระนิชิเร็นไดโชนิน การพยากรณ์ไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจาก “ถ้อยคำแห่งปญญัา” เพื่อเปิดเผยธรรมะที่มองไม่เห็นและสนับสนุนการเผยแผ่ ธรรมไพศาล ท่านเขียนไว้ว่า “ตะเกยงสามารถส่องแสงสว่างแม้ในสถานท ีท ี่ ี่ มืดมิดมาเป็นเวลา 100 ปี 1,000 ปี หรือ 10,000 ป”ี (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 923) ด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในการ


40 ตักเตือนผู้ปกครองประเทศ พระนิชิเร็นไดโชนินได้ส่องแสงสว่างขับไล่ความมืดมิด ที่ปกคลุมประเทศญี่ปุ่นในสมัยธรรมปลาย ด้วยข้อพิสูจน์ทางความเป็นจริงของ คำ พยากรณ์ที่ปรากฏเป็นจริงของท่าน ในทำ นองเดียวกัน พวกเราสามารถส่องสว่างสังคมที่สับสนวุ่นวาย ในปัจจุบันได้ด้วยการกระทำ ที่กล้าหาญและข้อพิสูจน์ทางความเป็นจริง แห่งชัยชนะของเรา และเปิดหนทางอย่างชัดเจนเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพ ความเป็นจริงของมนุษยชาติ


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ { โปรดติดตามตอนต่อไป }


42 ก่่อร่่างสร้้างยุุคใหม่่


จงรุุดหน้้าไปอย่่างไม่่เกรงกลััว ความปรารถนาอันแรงกล้าของอาจารย์ผู้มีพระคุณของ ข้าพเจ้า อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคมโซคาท่านที่ 2 คือ การขจัดความ ทุกขเวทนาให้หมดสิ้นไปจากโลกนี้ ในเดือนนี้ เราฉลองวาระครบ 119 ปีชาตกาลของอาจารย์โทดะ (วันที่ 11 กุมภาพันธ์) ขณะที่สมาชิกทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลกได้ สานต่อเจตนารมณ์ของท่านและต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล ภาพใบหน้าที่ยิ้มแย้มของท่านอยู่ในใจของข้าพเจ้า ขณะที่ทำ วัตรและสวด ไดโมขุด้วยความสำ นึกในบุญคุณของท่านที่ไม่มีวันสิ้นสุด * ข้าพเจ้านึกถึงถ้อยคำ ส่งเสริมกำ ลังใจของอาจารย์โทดะ ที่เคยมอบ ไว้แก่สมาชิกที่กำ ลังเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ ว่า “การปฏิบัติพุทธธรรมของ เราช ่วยให ้เราเปล ี ่ยนแปลงทุกส ิ ่งท ุกอย ่างได ้ ย ิ ่งเราต ่อสู ้และสวดมนต ์เก ี ่ยวก ับ ปัญหาของเรามากเพียงใด เราก็จะพัฒนาสภาพชีวิตให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นได้เพียงนั้น ย ิ ่งเราลงม ือกระท ำ ด ้วยความกล ้าหาญมากเพ ียงใด เราก ็จะช ่วยให ้ผู ้คนสร ้าง ปัจจัยสัมพันธ์กับพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินได้มากยิ่งขึ้นเพียงนั้น ยิ่งเรา ‘ ’


44 บากบั่นเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลมากเพียงใด เราก็จะสร้างโลกที่เปี่ยมล้นด้วย บุญกุศลมากยิ่งขึ้นเพียงนั้น สมาช ิกของเราท ั ่วโลกต ่างก ำ ลังแสดงข้อพิสูจน์ที่น่าปีติยินดีใน การเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตน และเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมไปในทาง ที่ดีขึ้นผ่านความศรัทธาในธรรมมหัศจรรย์ ในประเทศบราซิล สมาชิกของเราต่อสู้เป็นเวลาหลายปีภายใต้การ ปกครองของเผด็จการทหาร งานวัฒนธรรมที่ข้าพเจ้าเข้าร่วมระหว่างเดินทางไป เยือนในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1966 เกิดขึ้นภายใต้การเฝ้าจับตามองของตำ รวจ ข้าพเจ้าเรียกร้องให้สมาชิกมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เช่นนี ้ให้ได้ด้วย การสวดมนต์อธิษฐานอย่างจริงจัง ด้วยสติป ัญญาอันเฉียบแหลม และความ พากเพียรอย่างสุดหัวใจของพวกเขา สมาชิกชาวบราซิลได้ตอบรับคำ เรียกร้องของข้าพเจ้าด้วยการ สนทนากับผู้อื่นอย่างแข็งขัน จนผู้คนคนแล้วคนเล่ากลายเป็นมิตรและผู้สนับสนุน การเคลื่อนไหวของเรา ด้วยความเพียรพยายามที่จริงใจและความอุตสาหะวิริยะ ในการสร้างคุณูปการแก่ชุมชนของตน พวกเขาได้รับความไว้วางใจและการยกย่อง อย่างกว้างขวางจากทุกแวดวงของสังคม เมื่อปีที่แล้ว [ค.ศ. 2018] สภาเทศบาลของบราซิลหลายแห่งได้ มอบรางวัลสรรเสริญกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรเอสจีไอ นอกจากนี้ วงดนตรี ออร์เคสตราอิเคดะ ฮิวแมนนิสซึม บราซิเลียน ฟิลฮาร์มอนิค ของเอสจีไอบราซิล ยังได้รับเชิญให้แสดงคอนเสิร์ต ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 18 พฤศจิกายน วันที่ระลึกการ ก่อตั้งสมาคมโซคา ณ โรงละครเทศบาลเมืองเซาเปาโล ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับ ที่จัดงานวัฒนธรรมของเราใน ค.ศ. 1966 ภายใต้การเฝ้าจับตามองของตำ รวจ ข ้าพเจ ้ารู ้ส ึกซาบซ ึ ้งใจอย ่างย ิ ่งเม ื ่อได ้เห ็นภาพน ักดนตร ีย ุวชนของเราท ี ่บรรเลง


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 ก่อร่างสร้างยุคใหม่ “เสียงเพลงอันไพเราะ” แห ่งส ันต ิภาพและความหว ัง โดยได ้ร ับการปรบม ือ อย่างกึกก้องจากผู้ชม * การเผยแผ่ธรรมไพศาลกำ ลังพัฒนาด้วยแรงส่งที่กระตุ้นการเติบโต ขึ้นทั่วโลก ความพยายามและชัยชนะของสมาชิกในภูมิภาคหนึ่งทำ ให้เกิด แรงกระเพื่อม และสร้างแรงบันดาลใจแก่สมาชิกทุกหนแห่ง ผู้นำ เอสจีไออเมริกากำ ลังศึกษาเรื่องการรณรงค์ที่โอซาก้า ใน ค.ศ. 1956 และตอกย้ำ กุญแจสู่ชัยชนะอันสมบูรณ์ 7 ประการที่กล่าวไว้ใน บทกลอนที่ข้าพเจ้ามอบแก่สมาชิกคันไซ (ค.ศ. 2007) ดังนี้ 1. จงมีจิตใจและความมุ่งมั่นเช่นเดียวกับอาจารย์ 2. จงใช้ “ยทุธวิธีแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร” 3. จงมีความสามัคคีแห่ง “ต่างกายใจเดยวี ” 4. จงมีความกล้าหาญที่จะ “หักล้างสิงท่ ี่ผิดและเปิดเผยสิงท่ถูกต้อง ี่ ” 5. จงลงมือกระทำ ด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ 6. จงให้ความสำ คัญกับการลงมือกระทำ เป็นอันดับแรก 7. จงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะชนะโดยประกาศว่า “เราจะไม่พ่ายแพ้เด็ดขาด !” * วันที่ 16 กุมภาพันธ์เป็นวันคล้ายวันเกิดของพระนิชิเร็นไดโชนิน ข้าพเจ้าขอแบ่งปันข้อความจากจดหมายที่ท่านเขียนมอบแก่พี่น้องอิเคงามิ


46 ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นเขตโอตะ กรุงโตเกียวในปัจจุบันว่า “ท่านต้องกัดฟัน อดทนและต้องไม่ย่อหย่อนในความศรัทธา. จงกล้าหาญเหมือนนิชิเร็นตอน ทกระทำ ี่ และพูดออกมาต่อหน้าเฮอิโนะ ซาเอะมนโนะโจ [เจ้าหน้าที่ที่มีอำ นาจ สูงสุดในประเทศ]” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 498 / ฉบับภาษา ไทย เล่ม 4 หน้า 235) จิตใจกล้าหาญดั่งราชสีห์นี้คือหัวใจของอาจารย์กับศิษย์ แห่งโซคา ขอให้พวกเรามาปฏิบัติตามคำ สอนของพระนิชิเร็นไดโชนิน พร้อม ทั้งนำ จ ิตใจของอาจารย ์โทดะมาเป ็นจ ิตใจของตน และรุดหน้าต่อไปอย่างไม่ เกรงกลัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ด้วยความแน่วแน่มากยิ่ง ๆ ขึ้น (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019)


จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 72 12-2566 ก่อร่างสร้างยุคใหม่


ไดโมขุุแห่่งเสีียงคำำรามของราชสีีห์์การปฏิิบััติิที่่มุ่่งสู่่ความสุุขและมีีชััยชนะขั้้�นรากฐาน พุทธธรรมสอนหลักธรรมเรื่อง “กิเลสเท่ากับโพธิญาณ” “กิเลส” หมายถึง ความทุกข์และความอยากได้ใคร่มีที่ทำ ให ้เก ิดท ุกข ์ ส่วน “โพธญิาณ” หมายถึง ความสุขและสภาพชีวิตที่รู้แจ้ง เราม ักค ิดว ่า ก ิเลสก ับการรู ้แจ ้งเป ็นส ิ ่งท ี ่แยกจากก ันโดยส ิ ้นเช ิง ความทุกข์ดูจะเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความสุขอย่างชัดเจน แต่มิใช่สำ หรับพุทธธรรม ของพระนิชิเร็นไดโชนินที่สอนว่า ด้วยการเผา “ฟืน” แห่งปัญหาและความทุกข์ เท่านั้น เราจึงจะได้รับ “ไฟ” แห่งความสุข กล่าวคือ ด้วยการใช้ความทุกข์เป็น เชื้อเพลิง เราก็จะได้ “แสงสว่าง” และ “พลัง” เพื่อการมีความสุข และด้วย การสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว เราจึงจะ “เผาฟืนแห่งกิเลส” ได้ เมื่อเราสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ปัญหาและความทุกข์ทั้งหมดจะ กลายเป็นพลังเพื่อความสุขและเป็นเชื้อเพลิงที่ช่วยให้เราสามารถมีชีวิตที่ก้าวหน้า ต่อไปได้ สิ่งที่ยอดเยี่ยมของความศรัทธาในพุทธธรรมของพระนิชิเร็น ไดโชนินก็คือ คำ สอนนี้ช่วยให้ผู้ที่มีความทุกข์ที่สุดสามารถมีความสุขมากที่สุด และผู้ที่กำ ลังเผชิญปัญหาที่น่าหวาดหวั่นที่สุดสามารถมีชีวิตที่ยอดเยี่ยมและ มีคุณค่าที่สุด (จากหนังสือชุด ปัญญาเพื่อสรรค์สร้างความสุขและสันติภาพ ตอนที่ 1 “ความสุข” หน้า 131 - 132) ‘ ’


Click to View FlipBook Version