5 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ ทั้งได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนผู้ปฏิบัติจนต่างสามารถเอาชนะสารพันปัญหา ตั้งแต่ความเจ็บป่วย การพลัดพรากจากบุคคลผู้เป็นที่รัก ความยากจน และการ กดขี่ที่ไม่เป็นธรรม โดยเปลี่ยนพิษเป็นยาได้อย่างงดงาม ในจดหมายถึงท่านโทขิโจนินผู้เป็นสามีของอุบาสิกาโทขิ พระนิชิเร็นไดโชนินยืนยันว่า พวกเราควรถือว่าลางสังหรณ์ว่าจะมีเรื่องยุ่งยาก เกิดขึ้นเป็น “สัญญาณว่าความยากลำบากสามารถเลี่ยงได้ และบุญวาสนา กำลังมา” ทั้งยังประกาศด้วยว่า “แม้อาจเกิดพิบัติ แต่ก็ล้วนเปลี่ยนเป็น บุญวาสนาได้” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 669) พวกเราสมาคมโซคาสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวด้วยปณิธานเพื่อ ความสุขของตนเองและผู้อื่น อีกทั้งดำ เนินชีวิตเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล พวกเรา มองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตว่าเป็นไปตามหลักธรรมเรื่อง “อธิษฐานกรรม” 1 และ “การผ่อนกรรมหนักให้ได้รับโดยเบา”2 ดังนั้น ขอให้รับมือกับทุกสิ่งที่ 1 อธิษฐานกรรม เป็นการกล่าวถึงโพธิสัตว์ผู้ซึ่งแม้มีคุณสมบัติได้รับ ผลสนองอันบริสุทธิ์ของการบำ เพ็ญเพียร แต่ยอมสละทิ้งสิ่งเหล่านั้นและตั้งปณิธาน ที่จะเกิดใหม่ในโลกที่สกปรกเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ พวกเขาเผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์ ขณะที่ประสบความทุกข์แบบเดียวกับผู้ที่เกิดในโลกที่ชั่วร้ายอันเนื่องจากกรรม คำ นี้มาจากการตีความของพระเมียวลักถึงข้อความที่เกี่ยวข้องในสัทธรรมปุณฑริกสูตร “บทธรรมาจารย์” (บทที่ 10) 2 การผ่อนกรรมหนักให้ได้รับโดยเบา คำ นี้ตามตัวอักษรหมายถึง “การเปลี่ยนจากหนักและได้รับโดยเบา” ซึ่งมีปรากฏอยู่ในนิรวาณสูตร เป็นบุญกุศลของการพิทักษ์รักษาคำ สอนที่ถูกต้องของพุทธธรรม เราสามารถได้รับ ผลสนองของกรรมที่เบากว่าในชาตินี้ จึงเป็นการขจัดกรรมหนักที่ตามธรรมดาแล้ว ไม่เพียงแต่จะส่งผลในทางลบต่อเราในชาตินี้เท่านั้น แต่ยังจะส่งผลต่อเนื่องไปอีก หลาย ๆ ชาติด้วย
6 เกิดขึ้นในชีวิตอย่างสงบด้วยจิตใจที่ว่า “ฉันพร้อมสำ หรับทุกเรื่อง” และสวดมนต์ อย่างเต็มที่ด้วยความศรัทธาที่ไม่หวั่นไหว เรื่องราวของพวกเราที่เอาชนะความเคราะห์ร้ายด้วยการ ปฏิวัติมนุษย์ตนเองและเปลี่ยนชะตากรรมจะมอบความกล้าหาญอันไม่สิ้นสุด แก่ผู้อื่นจำ นวนมากที่กำ ลังต่อสู้อยู่ เมื่อโผล่พ้นอุโมงค์แห่งสภาพการณ์ที่ ยากลำ บากได้แล้ว มหาสมุทรที่ระยิบระยับแห่งบุญวาสนาและปัญญาจะทอด ยาวอยู่เบื้องหน้า อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคมโซคา ท่านที่ 2 อาจารย์ผู้มี พระคุณของข้าพเจ้าเคยกล่าวกับสมาชิกฝ่ายผู้ใหญ่หญิงรุ่นบุกเบิกที่จริงใจว่า “บึงยิ่งลึก บัวที่เบ่งบานจะยิ่งดอกโตและสวยงาม ทำ นองเดียวกัน ยิ่งประสบ ความยากลำ บากที่หนักหน่วงเพียงไร ดอกบัวแห่งความสุขจะยิ่งใหญ่และสวยงาม และเบ่งบานขยายออกไป” อันที่จริง ปัจจุบัน “บุปผชาติมนษย์ุ ” ที่มีชัยชนะตลอดกาลกำ ลัง เบ่งบานเต็มที่ด้วยความสดใสร่าเริงและภาคภูมิใจ คาเนะโกะภรรยาของข้าพเจ้าซึ่งเพิ่งฉลอง 82 ปีของการเข้า เป็นสมาชิกโซคา [พร้อมกับครอบครัวของเธอเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1941] ได้ยึดถือเข็มชี้ 3 ข้อมายาวนานร่วมกับเหล่ามิตรสหายในความศรัทธาผู้ล้ำ ค่าของ เธอ ได้แก่ “ความหวังคือแสงตะวันของหัวใจ” “ความพากเพียรคือเส้นทาง อันสูงส่งของจิตใจ” “ความยากลำ บากรังสรรค์บทเพลงของหัวใจทสร้าง ี่ แรงบันดาลใจ”
แม้้ จะท้้าท้ายเพีียงใด จงพิิชิิตเนิินิเขาลููกนี้้� และทำำ�ให้้ทองคำำ�บริิสุุทธิ์์� ของชีีวิิตส่่องประกาย ในการต่่อสู้้ร่่วมกัันที่่�มีีความสามััคคีีของพวกเรา (จากบทบรรณาธิการ วารสารไดเบียะขุเร็งเงะ ฉบับเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2023)
8 ธรรมนิิพนธ์์
เรื่องเปิดดวงตา ความเป็นมา พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนธรรมนิพนธ์ฉบับนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1272 (ปีบุนเอที่ 9) ขณะถูกเนรเทศไปเกาะซาโดะ เพื่อมอบแก่ลูกศิษย์ ทั้งหลาย ในเวลานั้น ลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนินถูกกดขี่บีฑาต่าง ๆ นานา เช่น ถูกริบที่ดิน ถูกขับไล่ และหลายคนถอยศรัทธา โดยเต็มไปด้วยความ สงสัยว่า “หากพระนิชิเร็นไดโชนินเป็นผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร เหตุใดจึงไม่ ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพธรรมบาล” พระนิชิเร็นไดโชนินจึงชี้ใน ธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ถึงเรื่องนี้ว่า หากปฏิบัติตามข้อความในสัทธรรมปุณฑริกสูตร ศัตรูที่เข้มแข็ง 3 ชนิดจะชิงกันเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ พระนิชิเร็นไดโชนินซึ่ง พบกับความยากลำ บากตรงตามข้อความในพระสูตร จึงเป็น “ผู้ปฏิบัติสัทธรรม ‘ ’ แม้อาตมากับลกศิษย์จะพบูความยากลำ�บากต่าง ๆ หากในใจไม่มีความสงสัยแล้วย่อมบรรลุพุทธะได้โดยธรรมชาติ จงอย่าสงสัยเพียงเพราะสวรรค์ไม่คุ้มครอง จงอย่าท้อใจเพราะ ไม่มีความราบรนปลอดภัยใน ่ืชาตินี้ (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 178)
10 ปุณฑริกสูตร” ที่แท้จริง พระนิชิเร็นไดโชนินรู้สึกปีติยินดียิ่ง และเรียกร้องต่อลูกศิษย์ว่า “จงยืนหยัดขึ้นมาพร้อมกับอาตมาด้วยความตั้งใจที่ไม่ท้อถอย !” ซึ่งก็คือ ข้อความธรรมนิพนธ์ที่ศึกษาครั้งนี้ ท่ามกลางความยากลำ บากอันใหญ่หลวงในปัจจุบัน หากต่อสู้ด้วย จิตใจที่ไม่เป็นสองกับพระนิชิเร็นไดโชนิน ท้ายที่สุดแล้วจะมีชัยชนะข้ามพ้นไปได้ ทุกเรื่อง และสามารถบรรลุพุทธภาวะได้แน่นอน อย่างไรก็ตาม หากพ่ายแพ้ต่อ จิตใจที่ “สงสัย” หรือ “ท้อใจ” ในที่สุดก็จะพลัดตกลงทางลาดชันแห่งความทุกข์ เป็นการสอนว่าขณะนี้คือทางแยกที่สำ คัญ จิตใจที่ “สงสัย” หรือ “ท้อใจ” เกิดจาก “ความไม่เชื่อ” ซึ่ง ไม่สามารถเชื่อในธรรมชาติพุทธะของตนเองและผู้อื่น สิ่งที่จะตีแตกจิตใจ เช่นนั้นก็คือ “ปณิธาน” ที่จะต่อสู้ร่วมกับอาจารย์ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้อความนี้ บรรจุด้วยความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ที่กล่าวว่า “ลูกศิษย์เอ๋ย อย่าพ่ายแพ้ เด็ดขาด !” อาจารย์อิเคดะให้คำ ชี้นำ ว่า “จงอย่ากลัวความทุกข์ยากใด ๆ อย่าคร่ำ ครวญต่อความยาก ลำ บากใด ๆ จงยืนหยัดเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ กล่าวได้ว่าการดึงจิตใจราชสีห์ ออกมา แล้วเปลี่ยน ‘ชะตากรรม’ ให้เป็น ‘ภาระหน้าท’ และแสดงละครแห่ง ี่ ชัยชนะของการปฏิวัติมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ ก็คือสภาพชีวิตที่ยิ่งใหญ่ของเพื่อนสมาชิก แห่งอนาทิกาลของเรา”
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 ธรรมนิพนธ์ ผู้ที่รับสืบทอดจิตใจของพระนิชิเร็นไดโชนินเพียงหนึ่งเดียว ต่อสู้กับ ความยากลำ บากต่าง ๆ และสามารถสร้างหนทางที่ยิ่งใหญ่ของการเผยแผ่ธรรม ก็มีเพียงอาจารย์กับศิษย์ผู้เป็นประธานสมาคมโซคาทั้ง 3 ท่าน หากรวมใจเป็น หนึ่งเดียวกับอาจารย์ และท้าทายในการแผ่ขยายการเผยแผ่ธรรมด้วยจิตวิญญาณ ที่ไม่พ่ายแพ้ ไม่ว่าทุกข์ยากเพียงใด ก็จะสามารถข้ามพ้นและเปิดชัยชนะได้ ท้าทายอย่างสุดกำ ลัง พลางตะโกนเรียก “อาจารย์ !” อยู่ในใจ ใน ค.ศ. 1978 (ปีโชวะที่ 53) ดิฉัน (คาสุโกะ ซาโต้) ได้เข้าร่วม “การประชุมรวมวงโคเทคิไทครั้งที่ 2” ในฐานะสมาชิกของวง เมื่อเห็นอาจารย์ อิเคดะตากฝน พลางเฝ้ามองและส่งเสริมกำ ลังใจลูกศิษย์แล้ว ดิฉันน้ำ ตาไหล และตั้งปณิธานว่าจะเดินบนเส้นทางของการเผยแผ่ธรรมร่วมกับอาจารย์ไป ตลอดชีวิต หลังจากนั้น เมื่อดิฉันเริ่มทำ งานได้ไม่นาน คุณพ่อก็ล้มป่วยด้วย โรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือด (Cerebral Infarction) และเป็นอัมพาต ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ในเวลาที่ราวกับถูกบดขยี้ด้วยความกังวลใจในเรื่อง ต่าง ๆ เช่น การดูแลพยาบาลคุณพ่อ ค่าใช้จ่ายในบ้าน ดิฉันก็ได้พบกับ อาจารย์อิเคดะ เมื่อได้รับการส่งเสริมกำ ลังใจว่า “ผมอธิษฐานเรื่องคุณพ่อของคุณ อยู่นะ คุณแม่ของคุณลำ บากที่สุด ขอให้ปกป้องคุณแม่อย่างเข้มแข็ง” ดิฉัน
12 ตัดสินใจว่า “จะตอบแทนบุญคุณของอาจารย์ให้ได้ จะข้ามพ้นให้อาจารย์เห็น !” ดิฉันท้าทายอย่างสุดกำ ลังในการทำ งาน การทำ กิจกรรมสมาคม และวงโคเทคิไท ถึงขนาดที่ตะโกนเรียก “อาจารย์ ! อาจารย์ !” อยู่ในใจเวลาที่เป็นทุกข์ คุณพ่อยืดอายุขัยได้ 10 ปี ก็จากไปเขาคิชฌกูฏอย่างสงบ เรา สามารถใช้บ้านของตนเองเป็นสถานที่ประชุมได้ตามความปรารถนาของคุณพ่อ ทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมในกิจกรรมสมาคมโดยทำ ในส่วนที่คิดว่าเป็นของ คุณพ่อด้วยอย่างเต็มที่ หลังจากแต่งงานก็มีบททดสอบอย่างต่อเนื่อง เช่น คุณแม่สามีซึ่ง อาศัยอยู่บ้านเดียวกันมีอาการเลือดออกในสมอง นอกจากนี้ ยังต้องให้การ พยาบาลคุณพ่อสามีตอนที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล ทว่าดิฉันข้ามพ้นได้ทีละ เรื่อง ๆ โดยยึดปณิธานในวัยยุวชนเป็นรากฐาน เมื่อยึดปณิธานแห่งอาจารย์กับ ศิษย์ไปตลอดอย่างถึงที่สุด ก็สามารถกำ ความเชื่อมั่นที่ว่า ปัญญาและพลังอัน ไร้ขีดจำ กัดจะพวยพุ่ง และเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้ ดิฉันตั้งใจจะขยายความเข้าใจสมาคมให้กว้างไกลในท้องถิ่น จึงเริ่มทักทายเพื่อนบ้านใกล้เคียง และทำ ความสะอาดสถานที่ รวบรวมขยะเป็น เวลา 10 ปี ระหว่างที่หยั่งรากในท้องถิ่น ก็ค่อย ๆ มีคนเข้าใจสมาคม เช่น ผู้อ่าน หนังสือพิมพ์เซเคียว เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในจำ นวนนั้นคนที่เปิดเผยความทุกข์ใจโดย กล่าวว่า “เพราะเป็นคุณจึงไว้วางใจ” และตัดสินใจเข้าศรัทธาก็มี ขณะนี้ดิฉัน กำ ลังท้าทายในการสวดไดโมขุด้วยกัน และแผ่ขยายปัจจัยสัมพันธ์กับพระพุทธะ ด้วยการสนทนาที่กล้าหาญและจริงใจ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 ธรรมนิพนธ์ ขอให้เดินหน้าอย่างกระปรี้กระเปร่า มุ่งสู่ “11.18” ในปีที่ “วิหารมหาปณิธานเพื่อ การเผยแผ่ธรรมไพศาล” ก่อสร้างเสร็จครบ 10 ปี (บรรยายโดย คุณคาสุโกะ ซาโต้ หัวหน้าแผนกเลขาฝ่ายสตรี โตเกียว)
14 ‘ ’ คำชี้นำของอาจารย์อิเคดะ เส้นทางแห่งอาจารย์กับศิษย์คือแหล่งกำ เนิดพลัง ตั้งแต่วัยยุวชน ข้าพเจ้าต่อสู้โดยตัดสินใจว่า “จะมีชัยชนะให้ได้ ทุกเรื่องเพื่อแสดงความเที่ยงธรรมของอาจารย์โทดะให้โลกเห็น จะต่อสู้เพื่อ อาจารย์ จะทำ ให้อาจารย์ปีติยินดี” กล่าวคือ แหล่งกำ เนิดพลังของข้าพเจ้าอยู่บน เส้นทางแห่งอาจารย์กับศิษย์ ... อาจารย์แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลมีสภาพชีวิตอันยิ่งใหญ่ของ โพธิสัตว์จากพื้นโลกที่ตั้งใจจะช่วยเหลือผู้คนทั้งหลายเต้นเป็นชีพจรอยู่ เมื่อต่อสู้ โดยตัดสินใจว่า “เพื่ออาจารย์” ชีวิตจะสอดคล้องกัน และสามารถเปิดสภาพ ชีวิตของตนเองได้ ข้าพเจ้าทำ เช่นนี้ จึงสามารถเชื่อมต่อกับชีวิตและสภาพชีวิต ของอาจารย์โทดะได้ ชีวิตของข้าพเจ้าลุกโชน ความกล้าหาญและปัญญาอัน ไร้ขีดจำ กัดได้พวยพุ่งขึ้นมา แม้เป็นกำ แพงแห่งความยากลำ บากอันน่าสะพรึงกลัว ที่ไม่ว่าใครก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ข้าพเจ้าก็พุ่งปะทะอย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยวและ สามารถข้ามพ้นไปได้ นอกจากนี้ ยังสามารถต่อสู้อย่างทรหดอดทน เส้นทางแห่ง อาจารย์กับศิษย์ไม่เป็นสองนี่เอง คือเส้นทางอันยิ่งใหญ่ที่ทำ ให้ตนเองเบ่งบาน ใน ขณะที่มนุษย์กำ ลังพยายามเพียงเพื่อตัวเอง พลังที่แท้จริงจะไม่สามารถปรากฏ ออกมาได้” (จากบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 24 “บทประภาคาร”)
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 ธรรมนิพนธ์ อธิบายเพิ่มเติม จะเปิดดวงตาแห่งจิตใจที่มืดบอดได้อย่างไร เราสามารถเข้าใจ ได้ว่าวลี “เปิดดวงตา” เป็นการเรียกร้องของพระนิชิเร็นไดโชนินว่า “จงเปิด ดวงตา” ท่านเขียนถึงจุดเริ่มต้นในการเขียน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” ไว้อย่างละเอียดใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องพฤติกรรมต่าง ๆ ของผปู้ ฏิบัติสัทธรรม ปุณฑริกสูตร” ในทันทีหลังจากที่พระนิชิเร็นไดโชนินเดินทางถึงกระท่อม จึคาฮาระที่เกาะซาโดะอันหนาวเหน็บ (พฤศจิกายน ค.ศ. 1271) ท่านใคร่ครวญ อย่างลึกซึ้งและคิดขึ้นได้ว่า “อาตมาต้องการทจะบันทึก ี่ ความอัศจรรย์ของ อาตมานิชิเร็น หากอาตมาต้องถูกตัดศรษะ.ี ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 772) ท่านใช้เวลาเขียน 3 เดือน ท่ามกลางสภาวะที่ขัดสน เป็นการ ตอกลิ่มเพื่อช่วยเหลือประชาชนมากกว่าเขียนเพื่อตัวท่านเอง วลี “ความอัศจรรย์ ของอาตมานิชิเร็น” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั้นเราสามารถอ่านด้วยความเคารพว่าเป็น “การละทิ้งสภาพชั่วคราวและปรากฏตัวตนแท้จริง” ใน “การบีฑาธรรมท ี่ ทะจึโนะคุจิ” และด้วยการละทิ้งสภาพชั่วคราวและปรากฏตัวตนแท้จริงของพระ นิชิเร็นไดโชนิน “หนทางแห่งการบรรลุพุทธภาวะในกายน” ซึ่งหมายถึงการแสดง ้ีชีวิตโลกพุทธะในสภาพที่เป็นปุถุชน จึงถูกเปิดออก การอ่าน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” จึงเป็นการอ่านด้วย ความเคารพพระนิชิเร็นไดโชนินในฐานะ “แบบอย่าง” ของการบรรลุพุทธภาวะ ในสมัยธรรมปลาย และในฐานะ “ศาสดาแห่งสมัยธรรมปลาย” ผู้ก่อตั้งหนทาง แห่งการบรรลุพุทธภาวะ
16 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิิวััติิมนุุษย์์-ใหม่่” โดย โฮ โงะคูู บทความจากอาจารย์์ไดซาขุุ อิิเคดะ
บทที่ 81) รุ่งอรุณของทะจึโนะคุจิ(ตอนที่ 2) อาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคมโซคาท่านที่ 2 มัก กล่าวว่า “ทุกสถานที่ที่ประดิษฐานโงะฮนซนคือสถานที่ที่สูงส่งที่สุด ทุกสถานที่ ที่ผู้ศรัทธาอุทิศชีวิตเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลคือดินแดนพระพุทธะ จิตใจของ พระนิชิเร็นไดโชนินสถิตอยู่ที่นั่น” สิ่งสำ คัญที่สุดคือการสืบทอดเจตนารมณ์ที่แท้จริงของพระนิชิเร็น ไดโชนิน และปฏิบัติตรงตามคำ สอนของท่าน สมาชิกเอสจีไอทั่วโลกซึ่งมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำ ความฝันเรื่องการ เผยแผ่ธรรมไพศาลของพระนิชิเร็นไดโชนินสำ เร็จเป็นจริง ต่างกำ ลังทำ งานหนัก เพื่อเปลี่ยนแต่ละชุมชนของพวกเขาให้เป็นดินแดนแห่งแสงสว่างและสันติ นี่คือ เส้นทางของศาสนาโลกที่แท้จริง ศูนย์การศึกษาธรรมเอสจีไอที่ทะจึโนะคุจิคือป้อมปราการอัน ยิ่งใหญ่ของความสำ คัญเชิงสัญลักษณ์ในการยกย่องและชื่นชมต่อความพากเพียร ของเหล่าเพื่อนผู้อุทิศตนในจังหวัดคานางาวะและทุกหนแห่งในโลกนี้ * ตำ แหน่งที่แน่นอนของทะจึโนะคุจิถูกบรรยายอยู่ในธรรมนิพนธ์ ว่า “ทะจึโนะคุจิในคามาคูระ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1007) “ทะจึโนะคุจิที่โคชิโกเอะ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 767)
18 และ “ทะจึโนะคุจิในคาตะเสะ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 196 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 2 หน้า 305) กล่าวโดยทั่วไปก็คือ ทะจึโนะคุจิตั้งอยู่ใน คามาคูระ ใกล้โคชิโกเอะ ที่ทางเข้าเมืองฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ และอยู่ภายในพื้นที่ ที่รู้จักกันว่าคาตะเสะ ที่ตั้งของศูนย์การศึกษาธรรมเอสจีไอคร่อมอยู่ระหว่างโคชิโกเอะ (โคชิโกเอะ-โกโชเมะ เมืองคามาคูระ) กับคาตะเสะ (คาตะเสะ-ซันโชเมะ เมืองฟูจิ ซาวะ) ในปัจจุบัน กล่าวคือ ตรงกับคำ บรรยายในธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนินอย่างสมบูรณ์ว่าอยู่ที่โคชิโกเอะและในคาตะเสะ ศูนย์การศึกษาธรรม เอสจีไอของพวกเราจึงเป็นศูนย์การศึกษาธรรมแห่ง “ทะจึโนะคุจิในคามาคูระ” อย่างแน่นอน * พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า เนื่องด้วยท่านได้อุทิศชีวิตที่ทะจึโนะ คุจิ ที่นั่นก็คือดินแดนพระพุทธะ (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 196 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 2 หน้า 305) แท้จริงแล้ว สภาพชีวิตที่สูงส่งใน ฐานะพระพุทธะดั้งเดิมแห่งสมัยธรรมปลายได้เปิดเผยอย่างสว่างไสวเรืองรอง ณ สถานที่แห่งการบีฑาครั้งใหญ่นี้ วัตถุเรืองแสง คือเสียงโห่ร้องจากจักรวาลที่ ร่วมเฉลิมฉลอง และเป็นพยานในการเริ่มต้นการเดินทางสู่อนาคตอันไร้ขอบเขต ของพระนิชิเร็นไดโชนิน การบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิเป็นพิธีที่พระนิชิเร็นไดโชนิน ได้เปิดเผยความจริงแท้ของปรากฏการณ์ที่เป็นจริงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพลังอัน ไร้ขอบเขตของธรรมมหัศจรรย์ที่ควบคุมทุกสรรพสิ่งในสกลจักรวาล พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนไว้ว่า “ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์คือ กระจกเงาใสทสะท้อนท ี่ กสิุงท่ เกิดขึ้นภายใต้ท้องฟ้าทั้งส ี่ ภา ี่ ค ดังนั้นแล้วเทพ สวรรค์ทั้งหลายต้องรับรู้และเข้าใจอาตมาอย่างแน่นอน ดวงอาทิตย์และ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” ดวงจันทร์คือกระจกเงาใสทสะท้อนท ี่ กสิุงท่ เกิดขึ้นในโ ี่ ลกทั้งสิบทิศ ดังนั้นแล้ว พระพุทธะทั้งหลายต้องรับรู้และเข้าใจอาตมาอย่างแน่นอน จึงไม่ควรสงสัย แม้แต่น้อย [ว่าพวกเขาจะปกป้องอาตมาหรือไม่].” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 2 หน้า 437) การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลถูก สะท้อนอยู่ในกระจกเงาใสของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ พระพุทธะและ เทพธรรมบาลทั้งหลายทั่วสกลจักรวาลต่างกำ ลังเฝ้ามองอยู่ ด้วยเหตุนี้พระนิชิเร็น ไดโชนินจึงเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่ไม่สั่นคลอนว่าท่านต้องได้รับการปกป้องอย่าง แน่นอน แม้ขณะที่ท่านเผชิญกับการประหารชีวิตที่ทะจึโนะคุจิก็ตาม อาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ ประธานสมาคมโซคาท่านแรก เคย กล่าวอยู่เสมอว่า “สมาคมโซคาต้องละทิ้งสภาพชั่วคราวและเปิดเผยตัวตน แท้จริง” เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร อาจารย์โทดะสอนพวกเราว่า เรื่องนี้ หมายความว่าทั่วทั้งองค์กรมีการตระหนักรู้อย่างมั่นคงแน่วแน่ว่าเราคือลูกศิษย์ ที่แท้จริงของพระนิชิเร็นไดโชนิน และมานะบากบั่นในการทำ กิจกรรมตามความ มุ่งมั่นตั้งใจที่แน่วแน่ของเรามุ่งสู่การบรรลุการเผยแผ่ธรรมไพศาลทั่วโลกอย่าง กว้างไกล 10 ปีผ่านไป หลังจากถูกหักหลังและขับออกจากนิกายอย่าง ไร้เยื่อใยโดยนิกายนิกเค่น ในช่วงเวลานั้น เอสจีไอซึ่งสืบทอดคำ สอนที่แท้จริงของ พระนิชิเร็นไดโชนิน ได้ละทิ้งสภาพชั่วคราวอย่างกล้าหาญและเปิดเผยตัวตน แท้จริง การยกย่องและการยอมรับของปัญญาชนและผู้คนที่มีความรู้ความเข้าใจ ทั่วโลกถือเป็นประจักษ์พยานที่ยอดเยี่ยมต่อความจริงนี้ * พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวไว้ว่า “นิชิเร็นมชัยชนะท ี ทะจึโนะ ี่ คุจิเพราะ
20 เทพสวรรค์ทั้งหลายเข้าร่วมกองกำลังกับท่าน” (ธรรมนิพนธ์ หน้า 843) เช้าวันนั้น แสงอรุณเบิกฟ้าส่องสว่างทะจึโนะคุจิอย่างโชติช่วง เป็น รุ่งอรุณแห่งความจริงและความเที่ยงธรรมที่ตีทะลวงความมืดมนของแผนการลับ ที่ชั่วร้าย เป็นชัยชนะของความเมตตาที่มีต่อประชาชนเหนือพลังอำ นาจที่ถูก ครอบงำ ด้วยลักษณะมาร เป็นชัยชนะแห่งการรู้แจ้งขั้นพื้นฐานเหนืออวิชชาขั้น พื้นฐาน เป็นชัยชนะของโลกพุทธะซึ่งสร้างความหวาดกลัวแก่พญามารแห่งสวรรค์ ชั้นที่หกผู้ยึดครองโลก เป็นชัยชนะแห่งชีวิตที่น่ายินดีเหนือบริวารชั่วร้าย ที่ทำ ลายชีวิตซึ่งพยายามจะเอาชีวิตของผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร อุปสรรคนำ ไปสู่การรู้แจ้ง การบีฑาธรรมนำ ไปสู่การเผยแผ่ธรรม ไพศาล พระนิชิเร็นไดโชนินสอนเรื่องนี้แก่พวกเราด้วยชีวิตของท่าน ท่านบอกพวก เราว่า ไม่ว่าการคุกคามต่อชีวิตเราจะรุนแรงเพียงใด ตราบเท่าที่เตาหลอมความ ศรัทธาอันแรงกล้ายังลุกโชน พวกเราจะมีชัยชนะ จงอย่าพ่ายแพ้ต่อการกดขี่บีฑา ต่อศัตรู ต่อความเจ็บป่วย หรือ ต่อความอ่อนแอของตัวเอง การมีชัยชนะเท่านั้นที่ดวงตะวันแห่งความสุขจะ ปรากฏขึ้นมา การมีชัยชนะเท่านั้นที่ดวงตะวันแห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลจะ ปรากฏขึ้นมา * หลังจากนั้น พระนิชิเร็นไดโชนินได้ถูกนำ ตัวจากลานประหาร ที่ทะจึโนะคุจิ ไปยังจวนของท่านฮมมะ โระขุโร ซาเอมนแห่งเอจิ ผู้ติดตามท่าน โฮโจ โนบุโทขิ ผู้ตรวจการเกาะซาโดะ ณ ที่นั่น พระนิชิเร็นไดโชนินได้สั่งเหล้าสาเก ให้พวกทหารที่มาพร้อมกับท่าน เพื่อเป็นการขอบคุณการอารักขาของพวกเขา เมื่อ ถึงเวลาที่พวกเขาต้องจากไป ทหารบางคนก้มศีรษะ พนมมือด้วยความเคารพ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” และตั้งปณิธานต่อพระนิชิเร็นไดโชนินว่าจะละทิ้งเน็มบุตจึ (การปฏิบัติของนิกาย สุขาวดี) การกระทำ ที่มีมนุษยธรรมอย่างลึกซึ้งหลอมละลายหัวใจที่เย็นชา ที่สุดได้ ราวกับแสงอาทิตย์ ทำ ให้สายน้ำ แห่งความจริงและความเที่ยงธรรมอัน ทรงพลังเพิ่มพูนพลังขึ้นได้ ในเวลาต่อมา รัฐบาลทหารได้ประหารชีวิตราชทูตจากมองโกล ทั้ง 5 คนที่ทะจึโนะคุจิ พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวด้วยความเสียใจกับเรื่องนี้ว่า ช่าง น่าเวทนาเพียงใดที่ราชทูตจากมองโกลผู้บริสุทธิ์ถูกตัดศีรษะ (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 628) ท่านตั้งข้อสังเกตว่า หากรัฐบาลเพียงแค่ ใส่ใจกับคำ ตักเตือนของท่านก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ เมื่อครั้งที่ข้าพเจ้าได้พบกับท่านนัมบาร์น เองค์บายาร์ นายก รัฐมนตรีหนุ่มของประเทศมองโกเลีย (เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2001) ข้าพเจ้าได้เล่า ให้เขาฟังถึงความรู้สึกของพระนิชิเร็นไดโชนินต่อเหตุการณ์นี้ ปัจจุบัน ประเทศ มองโกเลียมีความเข้าใจเกี่ยวกับปรัชญามนุษยนิยมของเอสจีไอเพิ่มมากขึ้นและ ลึกซึ้งยิ่งขึ้น * รัฐบาลทหารคามาคูระถือเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐบาลทหารใน ประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง โครงสร้างและนโยบายของรัฐบาลทหารคามาคูระ (ค.ศ. 1192 - 1333) ที่นำ โดยจอมทัพหรือโชกุน ได้สืบทอดต่อมาโดยรัฐบาลทหาร มุโระมาจิ (ค.ศ. 1338 - 1573) และรัฐบาลทหารโทขุกาวะ (สมัยเอโดะ ค.ศ. 1603 - 1867) และแม้กระทั่งหลังการฟื้นฟูสมัยเมจิใน ค.ศ. 1868 ประเทศญี่ปุ่นก็ยังอยู่ ภายใต้การปกครองของทหารที่ทรงประสิทธิภาพ
22 จุดเริ่มต้นช่วง 700 ปีของการปกครองโดยทหาร พระนิชิเร็น ไดโชนินได้ก่อตั้งรากฐานเพื่อสันติภาพ นั่นคือธรรมมหัศจรรย์ ครั้นแล้วในช่วง สิ้นสุดของยุคสมัยอันยาวนานนั้น อาจารย์มาคิงุจิและอาจารย์โทดะได้สละชีวิต ของท่านในการต่อสู้กับรัฐบาลทหาร เป็นการเน้นย้ำ ถึงความถูกต้องของธรรม มหัศจรรย์ ทำ การเผยแผ่พุทธธรรมขณะที่ต่อสู้กับการกดขี่บีฑา นำ พาผู้อื่น ไปสู่ความสุขขณะที่สู้รบกับอุปสรรคต่าง ๆ นานา นี่คือสูตรพื้นฐานที่เทศนาอยู่ ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร และยังเป็นเส้นทางนิรันดร์ของเอสจีไอด้วย สมาชิกที่ พากเพียรในการเผยแผ่ธรรมไพศาลของเราซึ่งเป็นโพธิสัตว์จากพื้นโลก ปัจจุบัน อยู่ใน 163 ประเทศและเขตการปกครอง1 ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่านี่คือข้อพิสูจน์ว่า เอสจีไอได้สืบทอดมรดกชัยชนะแห่งความเที่ยงธรรมและความจริงของ ทะจึโนะคุจิ ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนักที่สมาคมโซคาก่อตั้งขึ้นหลังพระนิชิเร็น ไดโชนิน 700 ปี และขณะนี้ (ค.ศ. 2001) เป็นเวลา 70 ปี ที่พวกเราก้าวเข้าสู่ความ ก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ในการเคลื่อนไหวเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลทั่วโลก ! * พุทธธรรมแห่งดวงอาทิตย์ที่ปรากฏขึ้นจากห้วงแห่งความมืดมิด ในวันนั้นเมื่อ 7 ศตวรรษที่ผ่านมา บัดนี้ได้เริ่มต้นฉายแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม ส่องแสงสว่างไสวไปทั่วทั้งโลก มนุษยชาติต่างกระหายอยากได้แสงแห่งปรัชญา 1 ในการประชุมผู้นำ ระดับภาคของสมาคมโซคา ที่ระลึกวันที่ 3 พฤษภาคม จัดขึ้นในวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2001 มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 165 ประเทศและเขตการปกครองแล้ว
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” แห่งความหวังอันยิ่งใหญ่นี้ เป็นการเริ่มต้นของสหัสวรรษใหม่ เป็นโอกาสครั้งเดียว ในชีวิต ขณะนี้คือเวลาที่พวกเราจะทุ่มเทอย่างหมดหัวใจในการเผยแผ่ธรรม มหัศจรรย์ บ่อเกิดของพลังชีวิตอันไร้ขอบเขต และด้วยเหตุนี้ เราจึงประดับประดา ชีวิตของเราด้วยชัยชนะ มาร่วมส่งแสงสว่างอันยิ่งใหญ่นี้ไปสู่ผู้คนคนแล้วคนเล่า และเปลี่ยนชุมชนและสังคมของเราให้เป็นดินแดนแห่งทรัพย์สมบัติที่แผ่ซ่านไป ด้วยความกลมเกลียวของมนุษย์ พระนิชิเร็นไดโชนินบอกกล่าวลูกศิษย์ของท่านในคามาคูระว่า “แม้เหล่าศัตรูจะซ่มรอท่านอยู่ แต่ ุความศรัทธาอันแน่วแน่ต่อสัทธรรม ปุณฑริกสูตรจะสามารถหยดยั้งภยันตรายร้ายแรงได้ก่อนทุจะเกิดขึ้นเส ี่ ยอีกีเมื่อตระหนักรู้ในเรื่องน้แีล้ว จะต้องศรัทธาให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 953) ผู้ที่มีความศรัทธาแน่วแน่คือ ผู้ปฏิบัติศรัทธาที่แท้จริงในพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินและเป็นผู้บุกเบิกการ เผยแผ่ธรรมไพศาลที่แท้จริง พวกเขาคือผู้ชนะชั่วนิรันดร์ที่ไม่มีใครเทียบได้ สมาชิกที่กล้าหาญและน่ายกย่องของกิ่งจังหวัดโชนัน ซึ่งรวมถึง เขตคามาคูระซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์การศึกษาธรรมเอสจีไอ เช่นเดียวกับสมาชิก ทั้งหมดของจังหวัดคานางาวะ ต่างกำ ลังก้าวหน้าไปอย่างภาคภูมิและเข้มแข็งใน ภูมิภาคนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับชีวิตและชัยชนะของพระนิชิเร็นไดโชนิน ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่งที่จะไปเยือนศูนย์การศึกษาธรรม เอสจีไอ ที่มีความหมายสำ คัญแห่งนี้ ทว่าด้วยตารางงานที่แน่นมากของข้าพเจ้า จึงทำ ให้เรื่องนี้เป็นเรื่องยาก ข้าพเจ้าหวังที่จะบรรลุความปรารถนานี้โดยเร็วที่สุด (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ. 2001)
24 โลกแห่่งธรรมนิิพนธ์์บทสนทนาเกี่่ยวกัับ ศาสนาแห่่งมนุุษยนิิยม
บทที่ 15) การเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ (ตอนที่ 2) การก่อตั้งธรรมะที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรม (ต่อ) การบฑาี ครั้งใหญค่ ือบททดสอบทแสนสาหัส ี่ เพื่อชำระบาปในอดตให้หมดสิ้น ี โมรินากะ : พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า เหล็กถูกเผาในเปลวไฟและตีจะกลายเป็นดาบดี. ปราชญ์และอริยบุคคลถูก ทดสอบด้วยการถูกกล่าวร้าย. โทษเนรเทศในขณะนี้มิใช่เพราะกระทำ ความผิดใด ทางโลก. ที่เป็นเช่นนี้ก็เพียงเพื่อชำ ระบาปหนักของอดีตชาติให้หมดสิ้นในชาตินี้ และชาติหน้าหลุดพ้นจากอบายภูมิ 3 ได้. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 303 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 229) อาจารย์อิเคดะ : “เหล็กถูกเผาในเปลวไฟและตีจะกลายเป็นดาบดี .” นี่เป็น ประเด็นหลักของหลักการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมในพุทธธรรมของพระนิชิเร็น ไดโชนิน เหล็กเมื่อถูกเผาและตีจะกลายเป็นดาบดี ในทำ นองเดียวกัน จุดประสงค์ ของความศรัทธาและศาสนาก็เพื่อที่จะ “หล่อหลอม” ชีวิตของเรา เราไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ชะตากรรมเพียงเพื่อจะชดใช้ “หน้กรรม ี ” ของเราและทำ ให้ “ยอดคงเหลือ” เป็นศูนย์เท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยน “ยอด ติดลบ” ของเราให้กลับเป็น “ยอดบวก” จำ นวนมาก ๆ นี่คือหลักการเปลี่ยนแปลง ชะตากรรมในพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน และธรรมชาติพุทธะที่ดำ รงอยู่ใน ชีวิตของประชาชนทุกคนนี่เองที่ทำ ให้หลักการนี้เป็นไปได้ การมุ่งความสนใจที่การ เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเราก็เนื่องมาจากความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ในธรรมชาติ
26 พุทธะของเราเอง และความยากลำ บากอันใหญ่หลวงทำ ให้เรามีโอกาสที่จะ หล่อหลอมและเผาชีวิตของเราให้ทนทานขึ้นด้วยความร้อนสูง เมื่อเผชิญสิ่ง ต่าง ๆ ที่ทำ ให้เจ็บปวดที่สุด นั่นคือเวลาที่สามารถทำ ให้ความเป็นมนุษย์ของเรา ลึกซึ้งที่สุด ในการสรุปท่าทีของพระนิชิเร็นไดโชนินต่อการถูกเนรเทศไปที่ เกาะซาโดะ การบีฑาธรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ท่านเผชิญ ท่านประกาศใน “ธรรม นิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” ว่า “อาตมาขอบอกดังน้ว่า. ให้เทวดาทอดทิ้ง. ีให้การบีฑาถาโถม. กระนั้น อาตมาก็จะมอบชีวิตเพื่อธรรมะ.” (ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 280 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 172) ท่าน ยืนยันว่า แม้ทุกสิ่งอาจจะถูกริบไปจากท่านจนหมดสิ้น และแม้ว่าสวรรค์จะ ทอดทิ้งท่าน ท่านก็จะยังเดินหน้าต่อไปอย่างสงบตามเส้นทางแห่งความเชื่อมั่น อันแรงกล้าของท่าน ไม่มีสิ่งใดทำ อันตรายคนที่ยืนหยัดอย่างแน่วแน่เช่นนี้ได้ ความ ศรัทธาทำ ให้เราสร้างชีวิตที่มีความแข็งแกร่งอดทนดังกล่าวได้ จากมุมมองนี้ ความยากลำ บากอันใหญ่หลวงแสดงถึงโอกาสที่ ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ในการชำ ระบาปหนักในอดีตของเราให้หมดสิ้นไปได้ และใน กระบวนการนี้ ความยากลำ บากจึงถือเป็นโอกาสที่พอจะทำ ให้เราสร้างสภาพชีวิต โลกพุทธะที่ยิ่งใหญ่ได้ ไซโต้ : ข้อความนี้ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” ยังให้ข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความปรารถนาอันยิ่งใหญ่หรือมหาปณิธานของ ผู้ปฏิบัติศรัทธากับชะตากรรมด้วย อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ พระนิชิเร็นไดโชนินผู้ยึดมั่นมหาปณิธานเพื่อช่วย
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ เหลือประชาชนทั้งหลาย กล่าวว่า “ความยากลำ บากอื่น ๆ ทั้งหมดล้วนเป็น เพียงผงธุลีในสายลม.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 280 / ฉบับ ภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 172) จากมุมมองที่ชัดเจนของชีวิตที่ยึดมั่นความปรารถนา อันยิ่งใหญ่หรือมหาปณิธานนี้ จะมีชะตากรรมหรือไม่มีไม่ใช่ประเด็น ทั้งนี้เพราะ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความทุกข์ยากหรือชะตากรรมใดก็ตาม บุคคลที่อุทิศชีวิต เพื่อความปรารถนาอันยิ่งใหญ่หรือมหาปณิธานก็รับได้ทั้งหมด โมรินากะ : โดยธรรมชาติแล้ว ไม่มีใครจินตนาการได้ว่า พระนิชิเร็นไดโชนิน ผู้เปิดเผยสภาพชีวิตอันสูงส่งสง่างามดังกล่าวไว้ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิด ดวงตา” แท้จริงแล้วมีความกังวลใจและใช้เวลาคิดพิจารณาถึงชะตากรรมของ ท่านเองเพียง 1 เดือนต่อมา อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวถึงชะตากรรมของท่านใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” เพียงเพื่อส่งเสริมกำ ลังใจลูกศิษย์ทั้งหลายที่กำ ลัง ทนทุกข์อันเป็นผลมาจากการถูกกดขี่บีฑา ท่านบอกกล่าวความจริงแก่พวกเขา ผ่านตัวอย่างของตัวท่านเองว่า “ขณะน้ ที ี่พวกท่านกำลังถูกกดขบ ี่ ฑา แท้จริง ีแล้วเป็นเวลาทจะ ี่ ลบล้างชะตากรรมชัวในอด ่ตของีพวกท่านให้หมดสิ้นไปและ สร้างสภาพชวิตโ ีลกพุทธะได้” นี่คือความเมตตากรุณาของพระพุทธะแท้ โมรินากะ : แม้พระนิชิเร็นไดโชนินคือพระพุทธะแห่งสมัยธรรมปลาย แต่ท่านก็ยัง เป็นมนุษย์ และเรื่องที่ว่าเป็นมนุษย์ที่ไม่ได้สร้างกรรมจากชาติก่อนนั้นไม่มีหรอก ผู้คนมักสงสัยว่า “ไม่ขัดแย้งกันหรือที่ท่านจะมีชะตากรรมทั้ง ๆ ที่ ท่านเป็นพระพุทธะแท้” แต่แนวคิดนั้นก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ผิด อาจารย์อิเคดะ : เป็นแนวคิดที่มาจากมุมมองที่ว่าพระพุทธะคือผู้วิเศษที่มี บางสิ่งบางอย่างเหนือกว่าผู้อื่น ตรงกันข้าม พระนิชิเร็นไดโชนินเป็นพระพุทธะที่
28 “บรรลุพุทธภาวะในขณะทเ ี่ป็นปุถชนุ ” กล่าวคือปุถุชนที่แสดงปรากฏสภาพชีวิต ที่สูงส่งที่สุดตามสภาพที่ท่านเป็นอยู่ นอกจากนี้ ในแง่ของสภาพชีวิตโลกพุทธะที่เป็นแก่นสำ คัญที่สุด ของชีวิตท่าน พระนิชิเร็นไดโชนินจึงสมควรได้รับการพรรณนาว่าเป็น “พระพุทธะ แท้ผปู้รากฏขึ้นมาบนโลกน้ในฐานะ ี ปุถชนุ ” พระนิชิเร็นไดโชนินต้องเผชิญกับทุกข์ 4 แห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เช่นเดียวกับคนทั่วไป ท่านได้แสดงปรากฏสภาพชีวิตโลกพุทธะอันยิ่งใหญ่ในกาย ของมนุษย์ปุถุชน การเปิดเผยชีวิตโลกพุทธะของคนคนหนึ่งไม่ได้หมายความว่า คนคนนั้นจะเปลี่ยนรูปร่างหรือมีคุณลักษณะพิเศษ ในฐานะมนุษย์ และยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะคนที่ภูมิใจในชาติกำ เนิด ที่ต่ำ ต้อยของตน พระนิชิเร็นไดโชนินได้พิสูจน์ด้วยชีวิตของท่านเองว่า การเผชิญ ความยากลำ บากหรือการบีฑาครั้งใหญ่เนื่องจากธรรมะเป็นหนทางสู่การ เปลี่ยนแปลงชะตากรรม นี่คือความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง และเป็นข้อพิสูจน์ว่าท่านมี คุณธรรมแห่งเจ้านาย อาจารย์ และบิดามารดาแก่ประชาชนทั้งหลายในสมัยธรรม ปลาย “กฎแห่งเหตแุละผลทัวไ ่ป” กับ “กฎแห่งเหตแุละผลทยิี่ งให ่ญ่กว่าของการบรรลุพุทธภาวะ” ไซโต้ : จากจุดนี้เป็นต้นไป ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” พระนิชิเร็น ไดโชนินให้เหตุผลถึงกรรมของท่านที่ “ดูหมิ่นธรรมในอดีต” โดยกล่าวว่า
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ นิชิเร็นเองหมิ่นประมาทธรรมในอดีต…การหมิ่นประมาทธรรมที่นิชิเร็นกระทำ ไว้ ในอดีตชาติและชาตินี้ช่างเลวร้ายนัก. เนื่องจากท่านเกิดมาในประเทศที่ชั่วร้ายนี้ และมาเป็นลูกศิษย์ของบุคคลเช่นนี้ จึงไม่อาจบอกได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับท่าน. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 304 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 232) จากนั้น ท่านจึงเปิดเผยหลักธรรมเรื่องการเปลี่ยนแปลงชะตากรรม ในพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน โมรินากะ : ท่านอธิบายเรื่องนี้เป็น 2 ขั้นตอน อันดับแรก พระนิชิเร็นไดโชนินสรุป คร่าว ๆ ถึงแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมในมุมมองของคำ สอนก่อน สัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นอย่างไร จากนั้นท่านจึงเปิดเผยหลักธรรมเรื่องการ เปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่พบในสัทธรรมปุณฑริกสูตรและโดยเฉพาะที่พบใน คำ สอนของท่าน พระนิชิเร็นไดโชนินเริ่มต้นด้วยการอ้างข้อความจาก ปรินิรวาณสูตร1 เกี่ยวกับหลักธรรมเรื่องการผ่อนกรรมหนักให้ได้รับโดยเบา จากนั้นท่านก็ยกตัวอย่างของผลตอบสนองอันเจ็บปวดในชาตินี้ ดังต่อไปนี้ (1) บ้างถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม (2) มีรูปโฉมอัปลักษณ์ (3) ขาดแคลนเครื่องนุ่มห่ม (4) ขาดแคลนอาหาร (5) แสวงหาทรัพย์สมบัติแต่ล้มเหลว (6) เกิดในครอบครัว ยากจนข้นแค้นและต่ำ ต้อย (7) เกิดในครอบครัวมิจฉาทิฐิ และ (8) ถูกผู้ปกครอง ประเทศกดขี่บีฑา (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 304 / ฉบับ 1 ปรินิรวาณสูตร : ยังมีอีกชื่อว่า “มหาปรินิรวาณสูตร” นิรวาณสูตรของมหายานฉบับภาษาจีนจำ นวน 6 เล่ม แปลโดยพระฝ่าเสียนและ พระพุทธภัทระในสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก (ค.ศ. 420 - 479)
30 ภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 232) ไซโต้ : ลักษณะเด่นของจุดนี้คือแนวคิดเรื่อง “กรรมตอบสนอง” หรือความ สมดุลของเหตุและผล ความเข้าใจในพระสูตรเหล่านี้ ดังที่ปรากฏในข้อความ “คนท ี่ ดูถูกผู้อื่นจะถูกดูถูกตอบ.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 305 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 232) กล่าวคือ หากสร้างเหตุที่ดี จะได้ รับผลเชิงบวกที่ดีเช่นกัน และหากสร้างเหตุที่ไม่ดี ก็จะได้รับผลเชิงลบที่ไม่ดีเช่น กัน อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินยังอธิบายเรื่องนี้ในเชิงเปรียบเทียบอีกด้วย โดยกล่าวว่า “คนที่ปีนขึ้นภูเขาสูงในทส ี่ ดจะต้องุลงมา.” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 1 หน้า 305 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 232) นี่คือแนวคิดปกติ ธรรมดาของพุทธศาสนา ใน “ธรรมนิพนธ์ เรื่องเกาะซาโดะ” พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวถึงแนวคิดนี้ว่าคือ “กฎแห่งเหตแุละผลทัวไ ่ป” (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 305 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 233) ไซโต้ : ทัศนะของกฎแห่งเหตุและผลที่ระบุในที่นี้เป็นทัศนะสำ หรับทุกกรณีของ ผลตอบสนองหรือผลบุญที่ได้รับในชีวิตชาติปัจจุบัน ที่เข้าใจว่าเกิดจากเหตุเฉพาะ ในอดีตชาติ หลักการพื้นฐานถือว่าชัดเจนเพียงพอ ทว่ายากที่จะนำ ไปใช้ในความ เป็นจริง หากได้รับผลตอบสนองเฉพาะกรณีสำ หรับแต่ละกรรมชั่วที่ได้ กระทำ ไว้ในอดีต เช่นนั้นแล้ว เวลาที่ใช้ในการชำ ระล้างกรรมชั่วแต่ละกรณี เหล่านี้ก็จะนับไม่ถ้วน ตราบใดที่กฎแห่งเหตุและผลทั่วไปเป็นการปฏิบัติตาม สมมติฐานที่ว่า การจะเป็นพระพุทธะได้ก็ด้วยการบรรลุการบำ เพ็ญพุทธมรรคเป็น เวลายาวนานนับกัปไม่ถ้วนเท่านั้น
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “โดยปกติแล้ว ความทกข์เหุล่าน้ีจะปรากฏคราวละเรื่องต่อ ๆ ไปในอนาคตอันไม่สิ้นสุด” (ธรรมนิพนธ์ฉบับ ภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 305 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 233) ทว่านี่คือ ข้อจำ กัดของกฎแห่งเหตุและผลของคำ สอนชั่วคราวก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร แม้ จะพยายามเป็นระยะเวลายาวนานมากก็ตามเพื่อชำ ระล้างกรรมด้านลบของตน แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะสะสมกรรมด้านลบใหม่ในช่วงระหว่างนั้น ในการวิเคราะห์ขั้นสุดท้าย ตราบเท่าที่เรายอมรับกฎแห่งเหตุและ ผลทั่วไป หรือความสมดุลของเหตุและผล เราก็จะไม่มีวันบรรลุหลักธรรมเรื่องการ เปลี่ยนแปลงชะตากรรมไปตลอดกาล ยิ่งกว่านั้น พระนิชิเร็นไดโชนินยังระบุอย่าง ชัดเจนว่าคำ สอนของท่านไม่ได้มุ่งไปที่กฎแห่งเหตุและผลประเภทนี้ โมรินากะ : ใช่ครับ ท่านกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ความทุกข์ของอาตมาไม่ใช่เกิดจากกฎแห่งเหตุกับผลนี้. ในอดีต อาตมาดูถูกผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร. อาตมายังลบหลู่พระสูตรนี้โดย บางครั้งยกยอ บางครั้งดูถูกว่าพระสูตรนี้ล้ำ เลิศดั่งดวงจันทร์ 2 ดวงทอแสง เคียงข้างกัน ดั่งดวงดาว 2 ดวงอยู่คู่กัน ดั่งเขาหัวซาน2 ซ้อนทับกัน หรือดั่งมณี 2 เม็ดประดับคู่กัน. นี่คือสาเหตุที่อาตมาต้องประสบความทุกข์ 8 ประการ ดังกล่าวข้างต้น. [ที่ปรากฏอยู่ในปรินิรวาณสูตร] (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 305 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 233) ไซโต้ : ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่าการดูหมิ่น สัทธรรมปุณฑริกสูตรคือบาปที่เป็นพื้นฐานที่สุด 2 เขาหัวซาน : 1 ใน 5 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีน ตั้งอยู่ในเขตหัวอิน มณฑลส่านซี
32 อาจารย์อิเคดะ : เนื้อหาสาระของการดูหมิ่นธรรมะคือความไม่เชื่อ ซึ่งไม่เชื่อใน การมีอยู่ของธรรมชาติพุทธะในตนเองและผู้อื่น ความไม่เชื่อนี้โดยพื้นฐานคือ สิ่งที่ขัดขวางการปรากฏขึ้นมาของโลกพุทธะ และยังเป็นสาเหตุของกรรมด้านลบ ประเภทต่าง ๆ อีกด้วย การขจัดความไม่เชื่อนี้และทำ ให้โลกพุทธะปรากฏออก มาแสดงถึงกฎแห่งเหตุและผลที่เป็นพื้นฐานกว่าที่ทำ ให้เราสามารถเปลี่ยนแปลง ชะตากรรมของเราได้ ไซโต้ : ในแง่ของแนวคิดเรื่องสิบโลก สิ่งนี้แสดงถึงสภาพของโลกพุทธะ ขณะที่ใน แง่ของหลักคำ สอนเรื่อง 9 วิญญาณ ก็แสดงถึงวิญญาณที่ 9 อาจารย์อิเคดะ : กรรมด้านลบถูกรวมเข้าไว้ในโลกพุทธะและทำ ให้บริสุทธิ์ ด้วยพลังของโลกพุทธะ ด้วยการใช้อุปมาอุปไมย การปรากฏขึ้นมาของโลกพุทธะ ก็เหมือนการโผล่ขึ้นมาของดวงอาทิตย์ เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มปรากฏขึ้นทางทิศ ตะวันออก ดวงดาวที่ส่องแสงสุกสกาวบนท้องฟ้ายามค่ำ คืนก็จางหายไปทันที ราวกับไม่มีอยู่จริง โมรินากะ : ดวงดาวบนท้องฟ้าล่องหนหายไปกลายเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ซึ่งมิใช่ว่า ดวงดาวเหล่านี้ไม่ดำ รงอยู่อีกต่อไปแล้ว อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ หากดวงดาวหายไปก็จะขัดกับหลักของกฏแห่งเหตุ และผล ทว่าเพียงแค่แสงของดวงดาวและดวงจันทร์ที่ดูเหมือนจะหายไปเมื่อ ดวงอาทิตย์ขึ้น เมื่อทำ ให้สภาพชีวิตโลกพุทธะปรากฏออกมาในชีวิตของเรา เรา ก็จะหยุดความทุกข์ที่เป็นผลกระทบด้านลบทั้งหลายสำ หรับบาปในอดีตแต่ละ อย่างที่ได้กระทำ ลงไป กล่าวคือ การทำ ให้โลกพุทธะปรากฏออกมาก็มิได้ปฏิเสธหรือ ขัดแย้งกับกฎแห่งเหตุและผลทั่วไป กฎแห่งเหตุและผลทั่วไปยังคงเป็นแนวคิด
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ พื้นฐานของพุทธศาสนา ทว่าสิ่งนี้ถูกรวมเข้าไว้ใน “กฎแห่งเหตแุละผลทยิี่ งให ่ญ่กว่า” กฎแห่งเหตุและผลที่ยิ่งใหญ่กว่านี้คือกฎแห่งเหตุและผลของการบรรลุ พุทธภาวะ เป็นกฎแห่งเหตุและผลของสัทธรรมปุณฑริกสูตรและธรรมมหัศจรรย์ อาจารย์โทดะบรรยายถึงมนุษย์ปุถุชนที่ดำ เนินชีวิตตามกฎแห่งเหตุ และผลที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ว่าเป็น “ปุถชนทุ รู้แจ้งตั้งแต่อนาทิกา ี่ ล” ไซโต้ : ท่านกล่าวว่า หากเราเทียบเคียงพุทธธรรมกับคำ สอนที่ด้อยพัฒนาเรื่องกฎแห่งเหตุและผลที่ อธิบายอยู่ในคำ สอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร เช่นนั้นชะตากรรมของเราอาจ ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกกำ หนดตายตัว และเราจะตกอยู่ในวิถีชีวิตที่ไม่ดิ้นรนอยู่เฉย ๆ โดยมุ่งเน้นเพียงแค่ไม่กระทำ สิ่งใดผิด ทัศนะเรื่องกฎแห่งเหตุและผลนี้สอนว่า ผล ของเหตุที่เรากระทำ ไว้ในอดีตชาติจะแสดงปรากฏออกมาทีละอย่าง ๆ ในแต่ละ ชาติต่อมายืดยาวไปสู่อนาคตอันไม่มีที่สิ้นสุด และส่งผลต่อชีวิตเรานับกัปไม่ถ้วน และแล้วสักวันหนึ่งในอนาคตอันไกลโพ้น เมื่อเหตุในอดีตทั้งหมดของเราได้รับการ ชำ ระให้บริสุทธิ์แล้ว เราก็อาจใช้ชีวิตที่ไร้กังวล เต็มไปด้วยความกล้าหาญและ ความหวังอันยิ่งใหญ่ได้... คำ สอนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับพวกเราที่อยู่ในสมัย ธรรมปลาย ในยุคที่เรามีชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้ เราต้องการคำ สอนที่จะช่วยให้พวก เรามนุษย์ปุถุชนก้าวข้ามหลักธรรมของกฎแห่งเหตุและผลของคำ สอนก่อน สัทธรรมปุณฑริกสูตร เปิดเผยและเข้าถึงธรรมชาติพุทธะที่อยู่ในชีวิตของเรา พระ นิชิเร็นไดโชนินคือผู้ตอบสนองต่อความต้องการนี้ โดยก่อตั้งคำ สอนซึ่งทำ ให้ สามารถก้าวข้ามชะตากรรมที่ก่อไว้ในอดีตชาติของเรา และสร้างโชคชะตา ด้านบวกที่สดใสสำ หรับตนเองในการดำ เนินชีวิตที่เป็นจริงของเรา พระนิชิเร็น
34 ไดโชนินคือผู้ก่อตั้งธรรมะตามเค้าโครงที่ระบุไว้ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่เทศนา โดยพระศากยมุนีพุทธะ ในแนวทางเดียวกับที่วิศวกรสร้างเครื่องบินจากพิมพ์เขียว ด้วยเหตุนี้จึงทำ ให้ปุถุชนที่ใช้ชีวิตประจำ วันสามารถก้าวข้ามเหตุและผลในอดีต ของตนและกลับสู่อดีตอันไกลโพ้นแห่งอนาทิกาล กล่าวอีกนัยหนึ่ง การอุทิศชีวิตของเราต่อธรรมมหัศจรรย์และ การสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวเป็นวิธีที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเราให้ดีขึ้น ด้วยวิธีนี้ เหตุและผลที่เกิดขึ้นในเวลาต่างกันทั้งหมดจะหายไป และตัวตนแท้จริง ของเราที่เป็นปุถุชนที่รู้แจ้งตั้งแต่อนาทิกาลก็ปรากฏขึ้นมา พระนิชิเร็นไดโชนิน กล่าวว่า “นมิใช่สภา ี่ พพระพุทธะประเภททถูกตกแต่งด้วย 32 มหาบ ี่ รุษุลักษณะ และ 80 อนุพยัญชนะ หรือต้องการทจะทำ ี่ ให้เป็นเช่นนั้น เพราะนี่คือพระพุทธะ ถาวรชั่วนิรันดร์ตามสภาพท ี่ เป็นอยู่ดั้งเดิม พระองค์ดำรงตามสภาพท ี่ มีอยู่เสมอ” (บันทึกคำ สอนปากเปล่า ฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 141) “พระพุทธะ แห่งอนาทิกาล” ฟังดูเหมือนเป็นแนวคิดที่ยากมาก ทว่า “อนาทิกาล” นั้น หมายถึงสภาพดั้งเดิมของคน ๆ หนึ่ง ไม่มีความพิเศษใด ๆ ปราศจากการเสแสร้ง ใด ๆ เนื่องจากพระพุทธะคือชีวิต เมื่อเราตื่นรู้ถึงชีวิตของเราในสภาพดั้งเดิม เหตุ และผลที่เกิดขึ้นในเวลาต่างกันทั้งหมดจะหายไป และพระพุทธะแห่งเมียวโฮ เร็งเง3 เหตุและผลเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ก็แสดงปรากฏออกมา4 3 พระพุทธะแห่งเมียวโฮเร็งเง เหตุและผลเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน หมายถึง พระพุทธะที่มีพร้อมสิบโลกที่มีอยู่ในสรรพชีวิต พระพุทธะแห่งสามกายที่ไม่มีการตกแต่งแต่ดั้งเดิม เหตุและผลเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน หมายความว่า เก้าโลก (ขั้นของเหตุ) และโลกพุทธะ (ขั้นของผล) ทั้งสองขั้นมีอยู่พร้อมกันในชีวิตของเรา 4 แปลจากภาษาญี่ปุ่น โจเซอิ โทดะ, โจเซอิ โทดะ เซ็นชู (รวมงานเขียนของอาจารย์โจเซอิ โทดะ) (โตเกียว : สำ นักพิมพ์เซเคียว, ค.ศ. 1983),เล่ม 3 หน้า 393 - 394
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ อาจารย์อิเคดะ : “ปุถุชนท ี่รู้แจ้งตั้งแต่อนาทิกาล” หมายถึงมนุษย์ปุถุชนที่ ตื่นรู้ถึงแก่นแท้รากฐานของชีวิตของเขาหรือเธอที่มีมาตั้งแต่อนาทิกาล อาจารย์ โทดะบรรยายลักษณะของโลกแห่ง “อนาทิกาล” ว่ารู้สึก “ปีติยินดี บริสุทธ์ิสดใส และกลมเกลียวกัน” ดังที่ปรากฏในคำ ศัพท์เฉพาะของอาจารย์โทดะ กฎแห่งเหตุ และผลของคำ สอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรหรือกฎแห่งเหตุและผลทั่วไป หมายถึง “เหตแุละผลทเกิดขึ้นในเว ี่ ลาต่างกัน” มนุษย์ปุถุชนเองก็ก้าวข้ามเหตุ และผลที่เกิดขึ้นในเวลาต่างกันของอดีตชาติได้ และขณะที่ยังเป็นมนุษย์ปุถุชน พวกเขาแสดงปรากฏเหตุและผลดั้งเดิม [แห่งอนาทิกาล] และพระพุทธะแห่ง เมียวโฮเร็งเง เหตุและผลเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันภายในชีวิตของเขาได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง เราเปลี่ยนจากมนุษย์ปุถุชนที่ถูกพันธนาการ ด้วยกรรม เป็นมนุษย์ปุถุชนที่มีพร้อมโลกพุทธะโดยธรรมชาติ และเป็นตัวตนของ สิบโลกมีพร้อมซึ่งกันและกัน มนุษย์ปุถุชนที่อยู่ภายใต้โชคชะตาของพวกเขาได้ เปลี่ยนเป็น “มนษย์ุ ปุถชนแห่งภาระหน้าทุ ” ผู้ยืนหยัดด้วยความตั้งใจและความ ี่ มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมนุษยชาติ โมรินากะ : ณ จุดนี้ ผมอยากจะกลับไปที่คำ ถามเดิม ที่กล่าวว่า เหตุและผลที่ เกิดขึ้นในเวลาต่างกันหายไป ไม่ได้หมายความว่าเหตุและผลที่สร้างไว้ในอดีต หมดสิ้นไม่มีอยู่อีกต่อไปใช่ไหมครับ อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ ในการเปรียบเทียบก่อนหน้านี้ ดวงดาวบนท้องฟ้า หายไปจากสายตา แต่เราไม่สามารถพูดได้ว่าดวงดาวเหล่านั้นไม่มีอยู่อีกต่อไป โมรินากะ : จากมุมมองที่ต่างออกไป นี่ไม่ได้หมายความว่าคำ ถามที่ว่าพรหมลิขิต
36 หรือกรรมไม่ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ก็ไม่ใช่ประเด็นสำ คัญสำ หรับ “ปุถุชนท ี่รู้แจ้ง ตั้งแต่อนาทิกาล” อาจารย์อิเคดะ : นั่นคือข้อสรุปที่เรามาถึงในท้ายที่สุด ความเพียรพยายามที่จะ ลบล้างชะตากรรม เช่น แนวคิดตามคำ สอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร สามารถ อธิบายได้ว่าเป็นกุศโลบาย ทว่าในความเป็นจริงชีวิตของผู้คนต้องแบกรับโชค ชะตาหรือกรรมที่หนักหนามาก พวกเราที่ปฏิบัติศรัทธาในพุทธธรรมของพระ นิชิเร็นไดโชนินรู้ว่าเราเปิดเผยโลกพุทธะของเราได้ด้วยการสวดไดโมขุและทำ ให้ ชีวิตของเราเชื่อมตรงต่อโงะฮนซน ทว่ามีความแตกต่างมากมายระหว่างการรับรู้ ทางทฤษฎีกับการสัมผัสพลังพุทธะด้วยชีวิตของเราเอง เช่นเดียวกับการขับขี่รถยนต์ การได้รับใบอนุญาตขับขี่ทำ ให้ สามารถขับขี่ได้ แต่การขับรถจริงเท่านั้นที่ทำ ให้คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีทักษะใน การขับรถได้อย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับการขับเครื่องบิน คุณต้องสะสมเวลาใน การบินเพื่อเป็นนักบินผู้เชี่ยวชาญ ในแง่ของการปฏิบัติของเรา การเผชิญกับชะตากรรมอย่างแท้จริง ทำ ให้เรามีพลังที่จะเอาชนะชะตากรรมได้แน่นอน เนื่องจากเราต้องเผชิญกับ ชะตากรรม เราจึงสามารถพัฒนาความสามารถที่ยอดเยี่ยมหาที่ใดเปรียบเพื่อ รับมือกับทุกความยากลำ บากหรือปัญหา ไซโต้ : พุทธธรรมคือเรื่องเหตุและผล คำ สอนที่ยอมรับเรื่องเวทมนตร์หรือคาถา ลึกลับจึงวิ่งสวนทางกับแก่นแท้ของพุทธธรรมอย่างสิ้นเชิง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 09-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ “การอธิษฐานกรรม” อาจารย์อิเคดะ : หัวใจของทัศนะทางพุทธธรรมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชะตา กรรมอยู่ที่แนวคิดของ “การอธิษฐานกรรม” โมรินากะ : ใช่ครับ สัทธรรมปุณฑริกสูตร “บทธรรมาจารย์” (บทที่ 10) แสดง ให้เห็นภาพของมหาโพธิสัตว์ผู้สั่งสมบุญวาสนาและบุญกุศลมากมายมหาศาล ปรากฏตัวอยู่ในโลกที่ชั่วร้ายและทำ การเผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์อันเนื่องมาจาก ปณิธานของพวกเขาที่จะช่วยผู้คนทั้งหลายให้หลุดพ้นจากสภาพที่กำ ลัง ทุกข์ทรมาน5 ไซโต้ : พระมหาธรรมาจารย์เมียวลักแห่งประเทศจีนกล่าวถึง “การอธิษฐาน กรรม” นี้ว่า โดยพื้นฐานแล้วแม้มหาโพธิสัตว์เหล่านี้ไม่มีกรรมที่จะไปเกิดในโลก ที่ชั่วร้าย ถึงกระนั้นก็ตามมหาโพธิสัตว์เหล่านี้ก็ยังมาเกิดในโลกดังกล่าวและต้อง ผ่านบททดสอบและความยากลำ บากในยุคสมัยที่ชั่วร้ายอันเนื่องมาจากปณิธาน ของพวกเขาที่จะช่วยประชาชนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ อาจารย์อิเคดะ : เรื่องนี้อธิบายถึงสภาพชีวิตของพระนิชิเร็นไดโชนิน ใน “ธรรม นิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” ท่านกล่าวว่า การเผชิญกับการกดขี่บีฑาโดยศัตรูที่ เข้มแข็ง 3 ชนิด อันเป็นผลจากความเพียรพยายามของท่านที่จะเผยแผ่ธรรม มหัศจรรย์อย่างกว้างขวาง เข้ากับคำ บรรยายของสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่กล่าวถึง 5 “บทธรรมาจารย์” กล่าวไว้ว่า “คนเหล่านี้ตั้งใจสละผลตอบแทนที่เกิดจากการกระทำ อันบริสุทธิ์ของตน และในสมัยหลังจากเราเสด็จเข้าสู่ความดับแล้ว เพราะพวกเขามี ความสงสารต่อสรรพสัตว์ พวกเขาจึงได้ไปเกิดในโลกอันชั่วร้าย เพื่อว่าพวกเขาจะได้ แสดงพระสูตรนี้อย่างกว้างขวาง” (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย หน้า 269)
38 ผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรในสมัยธรรมปลาย และท่านประกาศว่า ท่านยังคง รู้สึกปีติยินดีอย่างยิ่งที่ถูกตัดสินเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ ไซโต้ : ผมคิดว่าประโยคปิดท้ายของ “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” ช่างน่า สะเทือนใจอย่างเหลือเชื่อ พระนิชิเร็นไดโชนินประกาศว่า สิ่งที่ทำ ไปทำ ให้อาตมาต้องโทษเนรเทศ แต่นั่นเป็นความทุกข์เล็กน้อยที่รับในชาติ นี้และไม่ควรค่าต่อการคร่ำ ครวญ. ชาติหน้าอาตมาจะมีความสุขเหลือคณา ความ คิดนี้ทำ ให้อาตมาปีติยินดีอย่างยิ่ง. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 287 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 187-188) อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การบีฑาครั้งใหญ่ที่ ท่านกำ ลังประสบคือความยากลำ บากที่ท่านได้ตั้งปณิธานอันเนื่องมาจากความ ปรารถนาที่จะบรรลุภาระหน้าที่ของท่าน ท่านประสบกับความยากลำ บากเหล่านี้ ก็เพื่อที่จะนำ พาประชาชนทุกคนไปสู่การรู้แจ้ง ท่านจึงประกาศว่าพวกเขาคือ บ่อเกิดของความปีติยินดีอย่างยิ่ง ท่านเพียงช่วยเหลือประชาชนที่ทนทุกข์ได้ด้วยการร่วมบททดสอบ และความเจ็บปวดกับพวกเขาอย่างแท้จริง แล้วแสดงให้พวกเขาเห็นในฐานะเพื่อน มนุษย์ถึงวิธีเอาชนะความทุกข์ยากเหล่านั้น เนื่องจากพระนิชิเร็นไดโชนินต่อสู้ อย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้ เราจึงถือว่าท่านคือพระพุทธะแห่งสมัยธรรมปลาย เรื่องนี้ยังทำ ให้เราพบความหมายสำ คัญของสายสัมพันธ์แห่ง อาจารย์กับศิษย์ในพุทธธรรม อาจารย์ผู้มีพระคุณในพุทธธรรมคือผู้ที่ปฏิบัติตน เป็นแบบอย่างเสมอ และเป็นผู้ดำ เนินชีวิตแห่งภาระหน้าที่อันใหญ่หลวง บรรดา ลูกศิษย์เรียนรู้และมานะบากบั่นอย่างจริงจังเพื่อเลียนแบบวิถีชีวิตของผู้เป็น อาจารย์ ซึ่งกระทำ โดย “การปฏิบัติตามคำสอนพระพุทธะ” จึงทำ ให้เราเข้าใจ
ธรรมะด้วยชีวิตของเราเอง ดังนั้นสายสัมพันธ์แห่งอาจารย์กับศิษย์จึงเป็นหัวใจ สำ คัญของพุทธธรรม ท่ามกลางการบีฑาครั้งใหญ่ของการเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ พระ นิชิเร็นไดโชนินได้ส่งเสริมกำ ลังใจด้วยการประพฤติปฏิบัติของตัวท่านเป็นแบบ อย่างของการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมแก่เหล่าลูกศิษย์และประชาชนในยุคต่อมา ถือเป็นความสำ เร็จทางจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ที่กวักมือเรียกให้พวกเรากระทำ เช่นเดียวกัน โดยผ่านการต่อสู้ของท่านในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนพวกเรา ซึ่งเป็นมนุษย์ปุถุชนในยุคที่ชั่วร้ายนี้ ถึงเส้นทางสำ หรับการ เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเรา ท่านเปิดเผยว่า จากมุมมองนี้ แม้ผู้ที่ดูเหมือนติด อยู่ในห่วงโซ่แห่งโชคชะตาอย่างไม่อาจหลุดพ้นได้ แท้จริงแล้วพวกเขากำ ลังใช้ชีวิต ที่พวกเขามี “การอธิษฐานกรรม” นั่นเอง ไซโต้ : นี่คือวิถีชีวิตของการ “เปลี่ยนชะตากรรมเป็นภาระหน้าที่” ที่อาจารย์ อธิบายอยู่บ่อย ๆ นะครับ อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ เราทุกคนล้วนมีชะตากรรมหรือพรหมลิขิตของ ตนเอง ทว่าเมื่อเรามองชะตากรรมอย่างตรงไปตรงมาและเข้าใจความหมายที่ แท้จริงแล้ว ความยากลำ บากใด ๆ ก็สามารถช่วยเราให้มีชีวิตที่อุดมสมบูรณ์และ ลึกซึ้งยิ่งขึ้นได้ และการกระทำ ในการต่อสู้กับชะตากรรมของเราจะกลายเป็นแบบ อย่างและแรงบันดาลใจสำ หรับคนอื่น ๆ นับไม่ถ้วน กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อเราเปลี่ยนชะตากรรมเป็นภาระหน้าที่ นั่นคือ เราเปลี่ยนชะตากรรมจากบทบาทที่แสดงด้านลบให้กลายเป็นด้านบวก ผู้ใดก็ตาม ที่เปลี่ยนชะตากรรมของตนเป็นภาระหน้าที่ คือผู้ที่มี “การอธิษฐานกรรม” ดังนั้นผู้ที่ก้าวไปข้างหน้าขณะที่ถือว่าทุกสิ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของภาระหน้าที่ของ
40 พวกเขา จึงเป็นการกระทำ ที่มุ่งไปสู่เป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของ พวกเขา โมรินากะ : การพยายามขจัด หลีกเลี่ยง หรือหลีกหนีจากกรรมหรือชะตากรรม ของตัวเอง ในที่สุดจะทำ ให้กระบวนการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมทั้งหมดล่าช้าออก ไปเท่านั้นเอง อาจารย์อิเคดะ : ความท้าทายของเราในขณะนี้เป็นการดูว่าเราจะทำ ให้เกิดผล การเปลี่ยนแปลงในกรรมหรือชะตากรรมของมนุษยชาติได้หรือไม่ ไซโต้ : ในเรื่องนั้น ผมทราบว่า ครั้งหนึ่ง ดร. อาร์โนลด์ เจ. ทอยน์บี6 นัก ประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษเคยถามอาจารย์เกี่ยวกับคำ สอนเรื่องกรรมใน พุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านต้องการทราบว่าคนเราสามารถเปลี่ยนกรรม ที่สะสมมาจากอดีตชาติได้หรือไม่ อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ ผมจำ ได้ชัดเจน ท่านมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนของคนที่ เคยผ่านทั้งความรุ่งโรจน์และความยากลำ บากในชีวิต และดวงตาของท่านก็ฉาย แสงแห่งสติปัญญา นั่นเป็นคำ ถามที่หลักแหลมครับ ผมตอบท่านอย่างชัดเจนว่า “พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินซึ่ง ตั้งอยู่บนหลักธรรมของเหตุและผลเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน สอนว่าเราเปลี่ยนแปลง 6 อาร์โนลด์ เจ. ทอยน์บี (ค.ศ. 1889 - 1975) : สอนที่มหาวิทยาลัยลอนดอนและทำ หน้าที่เป็นนักวิจัยที่ราชบัณฑิตยสถานวิเทศสัมพันธ์ ผลงาน การศึกษาประวัติศาสตร์ 12 เล่มของเขา มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเป็น นักการศึกษาทุกสาขา
ชะตากรรมของเราได้ และยิ่งไปกว่านั้น การกระทำ เช่นนั้น เราสามารถ เปลี่ยนแปลงสังคมได้ด้วย” ผมยังแสดงวิสัยทัศน์ว่านี่จะเป็นหัวใจสำ คัญในการ เปลี่ยนแปลงโลกและมนุษยชาติให้ดีขึ้นในศตวรรษที่ 21 เมื่อฟังคำ พูดของผม ท่านก็พยักหน้าเห็นด้วย และตามที่ผมสัญญากับ ดร. ทอยน์บี เมื่อหลายปีก่อน ผมได้ทำ อย่างสุดหัวใจเพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมนุษยชาติ ผมไม่เสียใจเลยแม้สัก นิด และผมมั่นใจเต็มที่ว่าคนหนุ่มสาวจำ นวนมากจะเจริญรอยตามสิ่งที่ผมทำ ผมไว้วางใจยุวชนเอสจีไอในประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลกว่า ชีวิตของ พวกเขาลุกโชนด้วยจิตวิญญาณแห่งความท้าทายอันยิ่งใหญ่ จะลุกขึ้นมาทำ ภาระ หน้าที่เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมนุษยชาติและนำ แสงสว่างมาสู่ที่ที่ความมืด มิดยังคงปกคลุมอยู่ { โปรดติดตามตอนต่อไป }
42 ขึ้้นสู่่ยอดเขาใหม่่แห่่งการเผยแผ่่ธรรมไพศาล ร่่วมกััน
ก้้าวหน้้าไปพร้้อมกัับเพื่่อนสมาชิิก ผู้้เป็็นแรงบัันดาลใจของเรา สมบัติล้ำ ค่าของข้าพเจ้าคือเพื่อนสมาชิกที่สร้างแรงบันดาลใจ ผู้อุทิศตนด้วยความศรัทธาอันแน่วแน่เพื่อทำ ให้การเผยแผ่ธรรมไพศาล และเจตนารมณ์แห่ง “การก่อตั้งคำสอนท ี่ถูกต้องเพื่อให้ประเทศเกิดสันติ” สำ เร็จเป็นจริง พระนิชิเร็นไดโชนิน พระพุทธะแห่งสมัยธรรมปลาย ยกย่อง ลูกศิษย์ผู้อุทิศตนมายาวนานและมุมานะมากยิ่งขึ้นในช่วงเวลาแห่งความ ทุกข์ยาก [กล่าวคือ การบีฑาธรรมที่อะจึฮาระ] โดยกล่าวว่า “[ท่าน] ยังได้แสดง ความม่งมัุ่นอันยอดเยี่ยมระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ น้ ีผู้คน มากมายก็โจษจันถึงเรื่องน้ดี้ วย” (ธรรมนิพนธ์ ฉบับภาษาอังกฤษเล่ ม 1 หน้า 618) อีกทั้งยังได้กล่าวถึงการที่ท่านรายงานความเพียรพยายามของลูกศิษย์ ต่อเหล่าเทพธรรมบาลทั้งหลาย และพลังปกป้องแห่งสกลจักรวาล (อ้างอิง ธรรม นิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษเล่ม 1 หน้า 618) ข้าพเจ้าอดไม่ได้ที่จะอ่านวลีนี้ว่าเป็น คำ ยกย่องสรรเสริญจากพระนิชิเร็นไดโชนินต่อบุรุษและสตรีโซคาผู้สูงส่ง ที่กำ ลัง สร้างคลื่นแห่งความกล้าหาญด้วยการลงมือริเริ่มและการเป็นแบบอย่าง * ‘ ’
44 ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1953 ในวาระครบ 700 ปีที่พระนิชิเร็น ไดโชนินประกาศก่อตั้งคำ สอนเป็นครั้งแรก1 ข้าพเจ้าในฐานะรักษาการหัวหน้าเขต บุงเคียวได้เรียกร้องต่อสมาชิกว่า “จงแสดงให้เห็นถึงบุคลิกที่ยอดเยี่ยมและ ลุกโชนด้วยจิตวิญญาณแห่งความก้าวหน้าที่แน่วแน่ ! หากเราต่อสู้อย่างสุดกำ ลัง อุปสรรคมารก็จะกระเจิงหายไป ขอให้รวมกันด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะชนะอย่าง เด็ดขาด มาขยายการเคลื่อนไหวของเราอย่างสนุกสนานและร่าเริงกันเถิด !” ซึ่ง พวกเขาได้ตอบสนองด้วยความเชื่อมั่นครั้งใหม่ ส่งเสริมผู้มีความสามารถและ พัฒนาเขตบุงเคียวอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นหนึ่งในเขตอันดับต้น ๆ ของสมาคม โซคา และชีวิตของพวกเขาเปล่งประกายด้วยบุญกุศล ด้วยความรู้สึกขอบคุณสมาชิกที่ร่วมต่อสู้เคียงข้างกัน ข้าพเจ้าได้ เขียนในบันทึกประจำ วันว่า “ใบหน้าเหล่านั้น บุคคลเหล่านั้น และความสำ เร็จ ของพวกเขาจะส่องสว่างตลอดไปด้วยแสงแห่งธรรมมหัศจรรย์”2 นับแต่นั้นมาเป็นเวลา 7 ทศวรรษ สมาชิกแห่งป้อมปราการหลัก ของเราในกรุงโตเกียวเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมของการเปลี่ยนแปลง ไม่เพียงแค่ ชีวิตของพวกเขาเองด้วยการปฏิวัติมนุษย์ แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพ แวดล้อมภายนอกและชุมชนของตนในเชิงบวกด้วย ชัยชนะของพวกเขา 1 วันที่ 28 เมษายน ค.ศ. 1253 ณ วัดเซโชจิ พระนิชิเร็นไดโชนินได้ประกาศเป็นครั้งแรกว่า นัมเมียวโฮเร็งเงเคียวเป็นธรรมะที่ถูกถ้วนแท้จริงเพียงหนึ่งเดียวที่นำ พาประชาชนใน สมัยธรรมปลายไปสู่การรู้แจ้งได้ เดือนเมษายน ค.ศ. 2023 ถือเป็นวาระครบ 770 ปี ของเหตุการณ์นั้น 2 ไดซาขุ อิเคดะ, บันทึกวัยยุวชน - การเดินทางของบุรุษหนึ่ง จากจุดเริ่มต้นของความศรัทธาสู่การเป็นผู้นำ สันติภาพระดับโลก (ซานตาโมนิกา, แคลิฟอร์เนีย : สำ นักพิมพ์เวิลด์ทรีบูน, ค.ศ. 2000) หน้า 148
ขึ้นสู่ยอดเขาใหม่ จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลร่วมกัน 09-2566 เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้นในฐานะบ่อเกิดแห่งความหวังสำ หรับประเทศญี่ปุ่นและ ทั่วโลก * 3 ปีหลังจากชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ของเขตบุงเคียวและทันทีหลัง จากชัยชนะของการต่อสู้ที่ยากลำ บากในการรณรงค์ที่โอซาก้า3 อาจารย์โทดะได้ แต่งกลอนที่แลเห็นถึงความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ดังนี้ ขณะที่่�คุุณเริ่่�มปีีนขึ้้น ภููเขาที่่�สููงชััน ยิ่่�งขึ้้น จงรุุดหน้้าต่่อไปในการเดิินทางเพื่่�อการเผยแผ่่ธรรมไพศาล ด้้วยความตั้้งใจมุ่่งมั่่�นอัันแน่่วแน่่ ข้าพเจ้าได้ยืนยันกับอาจารย์โทดะว่า “ท่านไม่ต้องกังวล ผมอยู่ ที่นี่ ! ผมจะสู้ !” 3 การรณรงค์ที่โอซาก้า : ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1956 สมาชิกคันไซผนึกกำ ลังร่วมกับอาจารย์ไดซาขุ อิเคดะในวัยหนุ่ม ซึ่งถูกอาจารย์โจเซอิ โทดะ ประธานสมาคมโซคาท่านที่ 2 ส่งไปเป็นแนวหน้า จนชักชวนแนะนำ พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินได้จำ นวน 11,111 ครอบครัว
46 ท่านยิ้มพลางตอบว่า “ใช่ ถูกต้อง ผมสบายใจได้เพราะมีคุณอยู่ ไดซาขุ ขอบคุณนะ !” ปัจจุบัน ข้าพเจ้ามีลูกศิษย์ที่รักซึ่งมีปณิธานร่วมกับข้าพเจ้า พวกเขากำ ลังสานต่อภาระหน้าที่ของการเผยแผ่ธรรมไพศาลด้วยจิตใจเดียวกับ ข้าพเจ้าโดยไม่หวั่นเกรงต่อภูเขาที่สูงชัน ทุกวันข้าพเจ้าเฝ้ามองผู้สืบทอดวัยเยาว์ ของเราเติบโตเป็น “วรบีรุษของโุลก” 4 ที่มีชัยชนะตลอดกาล ท่ามกลางความ เพียรพยายามที่ไม่ลดละในการนำ พุทธศาสนามาใช้ในสังคมและมีชัยชนะโดยมี พุทธธรรมเป็นรากฐาน ไม่มีสิ่งใดที่ทำ ให้ข้าพเจ้ารู้สึกวางใจมากไปกว่านี้อีกแล้ว * พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวถึงความวุ่นวายของสังคมญี่ปุ่นในยุคสมัย ของท่านและความทุกข์ยากมากมายที่เกิดขึ้นกับสตรีและเด็กด้วยความโทมนัส (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 1034) สังคมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของสตรี แม่ และเด็กที่อยู่อย่างมี ความสุขและสันติคือวิสัยทัศน์ที่เป็นหัวใจของเจตนารมณ์แห่ง “การก่อตั้ง คำสอนทถูกต้องเ ี่ พื่อให้ประเทศเกิดสันติ” ขอให้เรารุดไปข้างหน้าอย่างกระฉับกระเฉง มุ่งสู่วันที่ 3 พฤษภาคม วันแห่งสมาคมโซคา ซึ่งปีนี้ยังเป็นวาระครบ 35 ปีการก่อตั้งวันแม่ของสมาคม 4 วีีรบุุรุุษของโลก : เป็็นอีีกชื่่อหนึ่่งของพระพุุทธเจ้้า พระองค์์ถููกเรีียกขานเช่่นนี้้เนื่่องจากพระองค์์เผชิิญความทุุกข์์อย่่างกล้้าหาญ และนำำพาผู้้คนไปสู่่การรู้้แจ้้ง
ขึ้นสู่ยอดเขาใหม่ จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 69 แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลร่วมกัน 09-2566 โซคา เคียงข้างเพื่อนสมาชิกผู้เป็นแรงบันดาลใจของเรา โดยเปี่ยมล้นด้วยพลัง ชีวิตที่ไร้ขอบเขตแห่งอนาทิกาล ด้วยกัน ! (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2023)
ไดโมขุุแห่่งเสีียงคำำรามของราชสีีห์์การปฏิิบััติิที่่มุ่่งสู่่ความสุุขและมีีชััยชนะขั้้นรากฐาน การอ่านข้อความพระสูตรและสวดไดโมขุ (นัมเมียวโฮเร็งเง เคียว) โดยไม่เข้าใจความหมายจะมีคุณค่าหรือไม่ แน่นอนว่า การเข้าใจ ความหมายย่อมดีกว่า เพราะจะทำ ให้เรามีความศรัทธาที่เข้มแข็งต่อธรรม มหัศจรรย์ ทว่าหากมีความเข้าใจแต่ไม่ปฏิบัติก็ไม่มีประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้น ท่าน ไม่สามารถเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งของธรรมะได้ด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว... ภาษาของการทำ วัตรและไดโมขุเป็นภาษาของพระพุทธะและ โพธิสัตว์ ด้วยเหตุนี้ เสียงสวดท่องพระสูตรและไดโมขุต่อหน้าโงะฮนซนของเราจึง สื่อไปถึงพระพุทธะ โพธิสัตว์ และเทพธรรมบาลได้ไม่ว่าเราจะเข้าใจสิ่งที่พูดหรือ ไม่ก็ตาม... เมื่อเราสวดมนต์ต่อหน้าโงะฮนซน ประตูสู่จักรวาลเล็กในตัวเราจะ เปิดออกสู่จักรวาลใหญ่ เราจะสัมผัสได้ถึงความสงบและความสุขอันไร้ขอบเขต ราวกับกำ ลังกวาดตามองออกไปทั่วเอกภพ เราจะรู้สึกถึงความสมปรารถนาและ ปีติยินดีอีกทั้งมีความมั่นใจสูงสุดและการเป็นเจ้านายตนเอง ราวกับกุมทุกสิ่งไว้ ในมือ จักรวาลเล็กที่ถูกห่อหุ้มด้วยจักรวาลใหญ่ก็จะยื่นออกไปโอบกอดจักรวาล ใหญ่เอาไว้ด้วยเช่นกัน (จากหนังสือชุด ปัญญาเพื่อสรรค์สร้างความสุขและสันติภาพ ตอนที่ 1 “ความสุข” หน้า 118 - 121) ‘ ’
สารบัญ บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ เปล่งประกายแสงในฐานะโพธิสัตว์จากพื้นโลก 3 เพื่อความสุขของปวงชน ธรรมนิพนธ์ จดหมายตอบอุบาสิกาเซ็นนิชิ (กลองที่ประตูสายฟ้า) 9 ความคิดคำ นึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” บทที่ 82) ขอให้จิตใจ เซเคียว 15 ลุกโชนสว่างไสว โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บทสนทนาเกี่ยวกับศาสนาแห่งมนุษยนิยม บทที่ 16) “3 กรณีที่ทำ ให้พระนิชิเร็นไดโชนิน 23 ได้รับชื่อเสียงเลื่องลือ” และคำ พยากรณ์ที่ปรากฏเป็นจริง ก่อร่างสร้างยุคใหม่ ปีแห่งสุขภาพที่ดี บุญกุศล และชัยชนะ 43 1 2 3 4 5
2 สมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย email: [email protected] www.sgt.or.th บรรณาธิิการ นวรััตน์์ ชิิโนมีี กองบรรณาธิิการ เรืืองระวีี ไชยพููนพััฒน์์ พััชรีี โพธิิพััฒน์์ธนากร ณััฐพร งามสิิ ริิ กุุล ภาษาญี่่�ปุ่่�น เพีียงตา หลิิมไชยกุุล อนงค์์นาถ มโนจุุ รีีหกุุล อาคิิโกะ โฮโซดะ โยโกะ โอดะ สมพร เจนจารุุ พัันธุ์์กุุล ภาษาอัังกฤษ หทััยรััตน์์ แซ่่ จึึง ศศมน โพธิิ พััฒน์์ธนากร ทิิพย์์ สุุดา บุุนฑารัักษ์์ ออกแบบสร้้างสรรค์์ กุุลลดา อััศวฉััตรโรจน์์ พิิสููจน์์ อัักษร วรรณีี สถาพรพิิชญ์์ผู้้จััดการณริินทร์์ ลััทธยาพร สงวนลิิขสิิทธิ์์�โดยสมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย ISSN 2586-8675
บทบรรณาธิิการของ อาจารย์์ อิิเคดะ (ในวารสารไดเบีียะขุุเร็็งเงะ)
4 ‘ ’ เปล่่งประกายแสงในฐานะโพธิิสััตว์์จากพื้้�นโลก เพื่่อความสุุขของปวงชน “จงเพียรพยายามในสองวิถีแห่งการปฏิบัติและการศึกษา” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 414) นี่คือหนึ่งในเข็มชี้ชั่วนิรันดร์ของ สมาคมโซคา พระนิชิเร็นไดโชนินพระพุทธะแห่งสมัยธรรมปลายจะสรรเสริญ อย่างสูงในความพากเพียรอันสูงส่งของทุกท่านมิตรสหายของข้าพเจ้าที่อยู่ทั่วโลก ซึ่งกำ ลังเตรียมตัวสอบธรรมะ1 หรือเข้าร่วมหลักสูตรศึกษาธรรมด้วยจิตใจใฝ่หา ธรรมอย่างกระตือรือร้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านกำ ลังเรียนรู้ขณะศึกษาพุทธธรรมของพระ นิชิเร็นไดโชนินร่วมกับเพื่อนสมาชิก โดยแต่ละคนสละเวลาจากตารางงานที่แน่น ขณะที่รับมือกับสารพัดความท้าทายส่วนตัว ทั้งหมดนี้จะสลักไว้ในชีวิตอย่าง ลึกซึ้ง และกลายเป็นบ่อเกิดแห่งความปีติยินดี บุญวาสนา และบุญกุศลอัน ยิ่งใหญ่ กันยายน ค.ศ. 1950 ตอนที่ทำ งานอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อ เปลี่ยนแปลงวิกฤตการณ์ทางธุรกิจของอาจารย์โจเซอิ โทดะ อาจารย์ผู้มีพระคุณ 1 ที่ประเทศญี่ปุ่น การสอบธรรมะขั้นพื้นฐานจัดโดยฝ่ายศึกษาธรรม จะมีขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม
5 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 70 10-2566 บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ ข้าพเจ้าได้คัดลอกข้อความสัทธรรมปุณฑริกสูตรจาก “บทพระไภษัชยราชฯ” (บทที่ 23) ลงในบันทึกประจำ วันว่า “พระสูตรน้ทำ ี ให้ปวงสรรพสัตว์หลุดพ้น จากความทุกข์และความเจ็บปวดได้ พระสูตรน้นำ ีบุญกุศลอันยิ่งใหญ่สู่ ปวงสรรพสัตว์และทำ ให้สมปรารถนา” (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 23 หน้า 471) ข้อความนี้เป็นคำ ประกาศว่าธรรมมหัศจรรย์เป็นคำ สอนสูงสุด หาใดเปรียบเพื่อปลดเปลื้องความทุกข์ของปวงสรรพสัตว์ ข้าพเจ้ารู้สึกราวกับได้ยินเสียงพูดดังก้องออกมาจากการชุมนุม อันประเสริฐของสัทธรรมปุณฑริกสูตรว่า “เธอต้องเผยแผ่ [สัทธรรมปุณฑริกสูตร] ออกไปให้กว้างไกลทั่วชมพูทวีป [ทั่วทั้งโลก] และอย่ายอมให้หยุดชะงักได้” (สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 23 หน้า 474) การถอยไม่ใช่ทางเลือก ข้าพเจ้าตัดสินใจแน่วแน่ที่จะสนับสนุน อาจารย์ผู้มีพระคุณผู้ซึ่งกำ ลังนำ การเผยแผ่ธรรมะอันยิ่งใหญ่ และทำ ทุกอย่างที่ ทำ ได้เพื่อฝ่าฟันอุปสรรคตรงหน้าที่ขวางทางของพวกเราเป็นอันดับแรก ในฐานะสมาชิกสมาคมโซคา พวกเราอ่านธรรมนิพนธ์ของ พระนิชิเร็นไดโชนิน อ่านสัทธรรมปุณฑริกสูตร และสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว เพื่อความสุขของตนเองและผู้อื่น พวกเรายึดถือสัจธรรมสูงสุดของจักรวาล เป็นรากฐานของชีวิต เมื่อมองปัญหาจากมุมมองที่กว้างใหญ่ไพศาลของชีวิตที่ รวมอดีต ปัจจุบัน อนาคต และโลก 10 ทิศแล้ว ความกล้าหาญ ปัญญา และ พลังชีวิตอันทรงพลังอย่างเหลือเชื่อจะหลั่งไหลออกมาจากในชีวิตของเรา เพื่อรับมือและเอาชนะปัญหาไปได้ พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องตัวตนของธรรม มหัศจรรย์” ซึ่งเขียนเมื่อ 750 ปีที่แล้ว [ค.ศ. 1273] ขณะถูกเนรเทศอยู่ที่เกาะ
6 ซาโดะ ว่า เมียวโฮเร็งเงเป็น “หนึง่ธรรมะอันมหัศจรรย์ [เมียวโฮ] ทม ี่ ทั้งเหต ีุและผลเกิดขึ้นในเวลาเดยวกัน ี [เร็งเง]” และ “ใครก็ตามที่ปฏิบัติธรรมะน้จะ ีได้รับทั้งเหตุและผลของโลกพุทธะในเวลาเดียวกัน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา ไทย เล่ม 4 หน้า 72) “เหตแุละผลของโลกพุทธะ” ที่ได้รับจากการเพียรพยายาม อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยในสองวิถีแห่ง “การปฏิบัติและการศึกษา” โดย มิหวั่นเกรงความยากลำ บากทั้งหมดช่างลึกซึ้งนัก ช่วงฤดูหนาวอันโหดร้ายเมื่อ ค.ศ. 1979 ข้าพเจ้าบอกกับมิตรสหาย ผู้ล้ำ ค่าในภูมิภาคโทโฮขุว่ายุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลง หรือถ้าจะพูดให้ถูกแล้ว พวกเราเปลี่ยนแปลงยุคสมัยได้ ข้าพเจ้าปลุกเร้าให้สมาชิกสร้างวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เกี่ยวกับวิธีเปิดหนทางเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาล ตั้งเป้าหมายที่มั่นคง และ มุมานะทำ ให้สำ เร็จ ข้าพเจ้ากล่าวว่า ยิ่งเราอธิษฐานด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท ตัวเองในการลงมือทำ ก็จะยิ่งขยายเครือข่ายแห่งมิตรภาพ ความสามัคคีเป็น น้ำ หนึ่งใจเดียว และการเผยแผ่ธรรมไพศาลได้ สมาชิกของครอบครัวโซคานำ โดยพื้นที่โทโฮขุ จงมี “ชีพจรของ แชมเปี้ยน” และเป็น “ผู้ชูธงแห่งอุดมการณ์อันสูงส่งของโพธิสัตว์จาก พื้นโลก” 2 ในฐานะโพธิสัตว์จากพื้นโลกผู้ส่องสว่างดุจดวงอาทิตย์ ขอให้เพียร พยายามมากยิ่งขึ้นเพื่อนำ แสงชัยชนะแห่งความสุขสู่ผู้คนทั้งหลาย 2 คำ ร้องจาก “คำ มั่นสัญญาอาโอบะ” เพลงสมาคมโซคาที่โทโฮขุ ปีนี้ครบ 45 ปีที่เปิดตัวเพลงนี้