บทบรรณาธิิการของ อาจารย์์ อิิเคดะ (ในวารสารไดเบีียะขุุเร็็งเงะ)
4 ‘ ’ ผู้้คนที่่ยึึดถืือและสืืบทอดคำำสอน คืือความหวัังของจัักรวาล ข้ อความสำ คัญใน “ธรรมนิพนธ์ เรื่องคำพยากรณ์ ของ พระพุทธะ”ซึ่งพระนิชิเร็นไดโชนิน ประกาศวิสัยทัศน์อย่างกล้าหาญเกี่ยวกับการ เผยแผ ่ธรรมไพศาลท ั ่วโลก ท ่านเน ้นถ ึงความส ำ คัญของผู้ที่ยึดถือและสืบทอด คำ สอน (อ้างอิง ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาไทย เล่ม 4 หน้า 25) อาจารย์โจเซอิ โทดะอาจารย์ผู้มีพระคุณชี้นำ สั่งสอนข้าพเจ้าอย่าง เข้มงวดว่า “หากไม่มีผู้ที่ยึดถือและสืบทอดคำ สอน สายเลือดของพุทธธรรมจะ ดับสูญ การสร้างอบรมผู้คนเหล่านี้อย่างต่อเนื่องมีความสำ คัญยิ่งต่อการเผยแผ่ ธรรมไพศาลและการสืบทอดธรรมะตราบนิรันดร์ จงอย่าลืมเรื่องนี้นะ” สมาชิกฝ่ายอนาคตของพวกเราก็คือผู้สืบทอดดังกล่าวนั่นเอง พวกเขาจะทำ ให้คำ พยากรณ์ของพระพุทธะเป็นจริงด้วยการยึดถือและสืบทอด คำ สอน ในจดหมายถึงท่านนันโจ โทขิมิจึ วัย 18 ปี1 พระนิชิเร็นไดโชนิน เขียนว่า 1 ตามวิธีนับแบบญี่ปุ่นโบราณ
5 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ “ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระพุทธะเองทรงประกาศว่า ‘พระผู้มี พระภาคเจ้า [ได้ทรงเทศนาคำ สอนของพระองค์มานานแล้ว และ] ในเวลานี้จะ ต้องเปิดเผยความจริง’ [สัทธรรมปุณฑริกสูตร ฉบับภาษาไทย บทที่ 2 หน้า 39] และยิ่งไปกว่านั้นยังมีการเทศนาพระสูตรนี้ ณ การประชุมที่พระประภูตรัตนพุทธะ และพระพุทธะ10 ทิศมาชุมนุมกันดุจดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวมากมาย นับไม่ถ้วนเรียงรายกัน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 654) ธรรมมหัศจรรย์หรือนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวเป็นความจริงสูงสุด ท ี ่เราจะไม ่ม ีว ันหวนเส ียใจท ี ่ได ้ศร ัทธา และเป ็นส ิ ่งท ี ่ช ่วยให ้ช ีว ิตเราหลอมรวม กับโลกพุทธะของจักรวาลอันเป็นบ่อเกิดแห่งความดีสูงสุด พวกเราสร้างพันธมิตร กับทุกคนและทุกสิ่งรอบตัวแม้กระทั่งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และหมู่ดาว เพื่อ สร้างการชุมนุมแห่งความสุขและสันติภาพจำ นวนมากที่ยอดเยี่ยมและสร้าง แรงบันดาลใจในโลกแห่งความเป็นจริง พระนิชิเร็นไดโชนินได้มอบเส้นทางอันงดงามแก่เหล่ายุวชนให้ ปฏิบัติตาม ท่านนันโจ โทขิมิจึคือแบบอย่างของผู้ที่ยึดถือและสืบทอดคำ สอน ตลอดจนเป็นผู้บุกเบิกของสมาชิกฝ่ายอนาคต แบบอย่างของท่านแสดงให้เห็นวิธี เอาชนะความทุกข์ต่าง ๆ ในช ีว ิตได ้ด ้วยการปฏ ิบ ัต ิพ ุทธธรรมของพระน ิช ิเร ็น ไดโชนิน รวมถึงการเสียชีวิตของบุคคลผู้เป็นที่รัก ความยากลำ บากทางเศรษฐกิจ และความเจ็บป่วย พร้อมทั้งตอบแทนบุญคุณบิดามารดาอย่างดีที่สุด ขณะที่นำ ความสามัคคีกลมเกลียวและความสุขมาสู่ครอบครัว พระนิชิเร็นไดโชนินยังรับรองด้วยว่า แม้ต้องพบความยากลำ บาก และอุปสรรคเนื่องมาจากการศรัทธาในคำ สอนที่ถูกต้อง เราก็พัฒนาสภาพชีวิตที่ ไม่พ่ายแพ้ของแชมเปี้ยนแห่งจิตใจได้อย่างแน่นอนผู้ประกาศว่า “แม้ว่าอาจเป็น ทุกข์ในช่วงหนึ่ง สุดท้ายก็มีความปีติยินดีรออยู่” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษา อังกฤษ เล่ม 2 หน้า 882)
6 สมาชิกฝ่ายอนาคตและผู้ที่เติบโตมาจากฝ่ายอนาคตคือ “ผู้ถือคบเพลิงแห่งความเทยง ี่ ธรรม”ของโซคาอันน่าภาคภูมิใจซึ่งยึดถือและสืบทอด พุทธธรรมแห่งดวงอาทิตย์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน พวกเขากำ ลังส่องแสงแก่ ครอบคร ัวมน ุษยชาต ิโลกอย ่างสว ่างไสวด ้วยการสร ้างเคร ือข ่ายท ี ่อ ุท ิศเพ ื ่อการ ส่งเสริมสันติภาพ วัฒนธรรม และการศึกษา ในจดหมายถึงท่านโทขิมิจึอีกฉบับหนึ่ง พระนิชิเร็นไดโชนินเขียน ว่า “การที่ท่านผ่านการมีชีวิตและการดำ รงชีวิตมาหลายชาติ ท่านจึงเป็น หนี้บุญคุณต่อปวงสรรพสัตว์ และเน ื ่องจากเป ็นเช ่นน ี ้ จึงควรช่วยให้พวกเขา ทั้งหมดบรรลุพุทธภาวะ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 2 หน้า 637) วลีนี้ บรรยายถึงครอบครัวโซคาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นโลกแห่งความเชื่อถือ ไว้วางใจและการส่งเสริมกำ ลังใจอันน่าอัศจรรย์ที่สมาชิกมีสายใยชีวิตระหว่างกัน อย่างลึกซึ้งที่สุดซึ่งยั่งยืนตลอดอดีต ปัจจุบัน และอนาคต จากผืนดินแห่งความเมตตากรุณาของโซคาที่หล่อเลี้ยงชีวิตและ ภายใต้การเฝ้ามองด้วยรอยยิ้มของพระนิชิเร็นไดโชนิน ขอให้พวกเราสร้างอบรม ทรัพย์สมบัติของจักรวาลผู้ยึดถือและสืบทอดคำ สอนคนแล้วคนเล่าอย่างอบอุ่น ใน “ประชมสนทนาุ ธรรมสำ หรับฝายอนา่ คต” ที่กำ ลังจะมีขึ้น2 (ซึ่งจะจัดขึ้นทั่วประเทศญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อนนี้) ขอให้พวกเราร่วมใจกันและเปล่ง ประกายด้วยแสงอันยิ่งใหญ่แห่งความหวังและการเติบโต 2 ประชุมสนทนาธรรมนี้ในประเทศญี่ปุ่นกำ หนดจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม หรือเดือนสิงหาคมโดยขึ้นอยู่กับพื้นที่ ภายใต้หัวข้อ “ประชุมสนทนาธรรมเพื่ออนาคต” จะมุ่งเน้นที่สมาชิกฝ่ายอนาคตและความก้าวหน้าของการเผยแผ่ธรรมไพศาลในอนาคต
7 จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ พวก เราเป็็นครอบครััว ที่่�ผููกพัันกัันด้้วยปณิิธานตั้้�งแต่่สมััยอนาทิิกาล เพื่่�อนำำความกลมเกลีียวอัันแสนสุุขใจมาสู่่โลก และมอบความกล้้าหาญแก่่อนุุชนในอนาคต (จากบทบรรณาธิการ วารสารไดเบียะขุเร็งเงะ ฉบับเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2023)
8 ธรรมนิิพนธ์์
พฤติกรรมต่าง ๆ ของ ผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร ความเป็นมา “พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนธรรมนิพนธ์ฉบับนี้เมื่อ ค.ศ. 1276 (ปีเคนจิที่ 2) ที่เขามิโนบุ ซึ่งเขียนถึงต้นสายปลายเหตุที่ท่านมีชัยชนะข้ามผ่าน “การบฑาีธรรมททะจึโนะ ี่ คุจิ” และ “การเนรเทศไปเกาะซาโดะ” จวบจนกลับไป ที่เมืองคามาคูระ ในช่วงเวลาที่เขียนธรรมนิพนธ์นี้ การกดขี่บีฑาลูกศิษย์ได้แย่ง ชิงกันเกิดขึ้น ท่านจึงสอน “ความศรัทธาทข้าม ี่ พ้นความยากลำบาก” ผ่านการ ต่อสู้ครั้งใหญ่ของตัวท่านเอง ข้อความที่ศึกษาครั้งนี้เป็นข้อความหนึ่งที่เขียนเกี่ยวกับการเนรเทศ ไปเกาะซาโดะ ก่อนหน้าข้อความนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวถึงเฮอิโนะซาเอมน โนะโจ (หนึ่งในผู้มีอำ นาจปกครองของรัฐบาลทหาร) ผู้อยู่เบื้องหลังการบีฑาธรรม ‘ ’ พระเทวทัตคือกัลยาณมิตรที่ดีที่สุดของพระ ศากยมุนีตถาคต ในยุคนี้ก็เช่นกัน ผู้ที่ช่วยให้เราก้าวหน้ามิใช่ พันธมติร แต่เป็นศัตรูที่เข้มแข็งต่างหาก (ธรรมนิพนธ์ หน้า 917)1 1 ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 770
10 ว่า “เฮอิโนะซาเอมนโนะโจก็คือพระเทวทัต” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 770) พระเทวทัตเป็นลูกศิษย์ของพระศากยมุนีพุทธะ แต่ถอยศรัทธา และทำ เรื่องชั่วร้ายต่างๆเช่น วางแผนปลงพระชนม์พระศากยมุนีพุทธะอย่างไร ก็ตาม พระนิชิเร็นไดโชนินสอนว่าพระเทวทัตเป็นกัลยาณมิตรของพระศากยมุนี พุทธะ และเฮอิโนะซาเอมนโนะโจก็เป็นกัลยาณมิตรของพระนิชิเร็นไดโชนิน “กัลยาณมิตร” เดิมทีหมายถึงผู้ที่นำ ไปสู่การบำ เพ็ญเพียร พุทธมรรค ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่ขัดขวาง (การบำ เพ็ญเพียรพุทธมรรค) ก็คือ เพื่อนชั่ว ถ้าเช่นนั้น เหตุใดพระเทวทัตและเฮอิโนะซาเอมนโนะโจจึงเป็น กัลยาณมิตร นั่นเพราะหากอุปสรรค 3 มาร 4 ไม่ชิงกันเกิดขึ้น ก็ไม่สามารถเรียก ได้ว่าเป็นผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร การกดขี่บีฑาจากเพื่อนชั่วเป็นข้อพิสูจน์ ความยิ่งใหญ่ของสภาพชีวิตพุทธะ พระนิชิเร็นไดโชนินสามารถเอาชนะข้ามพ้น การบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิและก่อตั้งสภาพชีวิตในฐานะพระพุทธะแท้แห่งสมัย ธรรมปลาย เสียงคำ รามของราชสีห์ที่ว่า “ลูกศิษย์เอ๋ย ! จงอย่ายอมแพ้ ! จง ต่อสู้อย่างสง่างามและมชัยชนะ ีพร้อมกับอาตมา” ได้ถูกบรรจุอยู่ในข้อความ ธรรมนิพนธ์นี้ อาจารย์อิเคดะชี้นำ ว่า “สิ่งที่เปลี่ยนเพื่อนชั่วเป็นกัลยาณมิตรก็คือพลังของธรรมมหัศจรรย์ สิ่งที่เปลี่ยนความทุกข์ระทมเป ็นความปีติยินด ีและเป ็นลมส่งท้ายก็คือพลังของ หนึ่งขณะจิตแห่งความศรัทธา” บนเส้นทางของการพากเพียรในความศรัทธาจะมีการทำ งานเพื่อ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 ธรรมนิพนธ์ ขัดขวางความก้าวหน้าชิงกันเกิดขึ้น ในเวลาเช่นนั้น หากสวดไดโมขุอย่างจริงจัง พร้อมกับลงมือกระทำ อย่างจริงใจจนถึงที่สุดแล้ว ทางออกของตนเองจะเปิดออก ได้อย่างสง่างาม การทดสอบนี่เองคือโอกาสของการปฏิวัติสภาพชีวิตและแผ่ขยาย การเผยแผ่ธรรม แม้แต่ศัตรูก็เปลี่ยนเป็นมิตร ในครอบครัวของดิฉัน (อิซูมิ โชโนะ) พี่สาวเสียชีวิตในวัยเด็ก ส่วน ดิฉันก็ป่วยกระเสาะกระแสะ ครอบครัวจึงเข้าศรัทธาเมื่อดิฉันอายุ 6 ขวบ ทว่า คุณพ่อไม่คิดที่จะศรัทธา ทั้งยังติดการพนันงอมแงมโดยไม่เหลียวแลครอบครัว ดิฉันไม่ยอมรับคุณพ่อที่เป็นแบบนั้น ในเวลานั้น ดิฉันซึ่งอยู่ในฝ่ายยุวชนหญิงได้ท้าทายในการสนทนา พุทธธรรม ทันทีที่ดิฉันสามารถชักชวนแนะนำ ธรรมเพื่อนให้เข้าศรัทธาได้ ก็ได้พบ กับอาจารย์อิเคดะเป็นครั้งแรกในรายการประชุม คำ ชี้นำ ของอาจารย์ที่กล่าวว่า “ความศรัทธาคือข้อพิสูจน์ที่แท้จริง การจะได้รับความไว้วางใจในที่ทำ งาน จะ ตอบแทนบุญคุณคุณพ่อคุณแม่ได้ ท่าทีและพฤติกรรมเป็นสิ่งสำ คัญ” ดังก้องใน จิตใจ ดิฉันรู้สึกสำ น ึกผ ิดท ี่เอาแต ่อธ ิษฐานให ้ค ุณพ ่อเปล ี ่ยนแปลงต ัวเองโดยท ี ่ ไม่ได้ตอบแทนบุญคุณท่าน ดิฉันตัดสินใจว่า “เพราะมีคุณพ่อ ดิฉันจึงยึดมั่นในความศรัทธา ได้ ดิฉันจะเป็นลูกสาวที่สดใสร่าเริงที่สามารถขอบคุณคุณพ่อได้” เมื่ออธิษฐาน อย่างจริงจังเพื่อปฏิวัติสภาพชีวิตตนเอง ก็รู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนของคุณพ่อ
12 และที่น่าประหลาดใจก็คือ คุณพ่อเริ่มทำ กิจกรรมของสมาคม ตลอดจนสามารถ เลิกเล่นการพนันและได้รับความไว้วางใจในท้องถิ่น ส่วนดิฉันก็สามารถมีชัยชนะ ในเรื่องสุขภาพด้วย หลังจากที่ดิฉันแต่งงานก็ย้ายมาที่จังหวัดอิบารากิ มีเพื่อนบ้านที่ ปฏิบัติตัวอย่างเย็นชาและวิพากษ์วิจารณ์สมาคม ขณะที่อธิษฐานด้วยความ ทุกข์ใจ ดิฉันตัดสินใจว่า มิใช่ว่าจะให้คนคนนั้นเป็นเพื่อนที่ดีของตัวเองแต่ตัวเอง จะเป็นเพื่อนที่ดีของเขา หลังจากที่ปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องด้วยความจริงใจมาตลอด 20 ปี ปัจจุบันนี้ เขากลายเป็นผู้ที่เข้าใจสมาคมที่สุด ดิฉันมีความสุขกับเพื่อนที่ดี และตั้งแต่ปีนี้ก็จะเริ่มกิจกรรมของคณะกรรมการสวัสดิการสังคม ดิฉันร้องเพลง ของจังหวัด “ชวิตท ีฉ ี่ ลองชัยชนะ” ร่วมกับเพื่อนสมาชิกอิบารากิผู้เป็นที่รัก พร้อม กับกำ ลังท้าทายเพื่อแผ่ขยายการเผยแผ่ธรรมด้วยจิตใจที่รู้สึกขอบคุณและ ตอบแทนบุญคุณตลอดชั่วชีวิต ขอให้สร้างอนุสาวรีย์ทองคำ แห่งชัยชนะในท้องถิ่นของเราโดยการ สนทนาด้วยความจริงใจและความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนศัตรูเป็นมิตรกันเถิด (บรรยายโดย คุณอิซูมิ โชโนะ หัวหน้าแผนกศึกษาธรรมฝ่ายสตรี รวมจังหวัดอิบารากิ))
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 ธรรมนิพนธ์ ‘ ’ คำชี้นำของอาจารย์อิเคดะ เปลี่ยนทุกคนเป็นกัลยาณมิตร เพราะมีลม กังหันจึงหมุน เฉกเช่นเดียวกับเพราะมีการกดขี่ ก็จะเปลี่ยนกรรมชั่วและสามารถบรรลุพุทธภาวะในชั่วชีวิตนี้ ยิ่งความยากลำ บาก ชิงกันเกิดขึ้น หากทำ ให ้ความศร ัทธาที ่เข ้มแข ็งล ุกโชนขึ ้นมา แม้แต่เพ ื ่อนช ั ่วก ็ สามารถเปลี่ยนเป็นมิตรได้ทั้งหมด อันที่จริงแล้วนี่คือท่าทีความศรัทธาที่แท้จริง ในทางตรงกันข้าม แม้รุ่นพี่ของสมาคมชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดด้วย ความปรารถนาจะให้เติบโตก้าวหน้าแต่ก็มีคนผูกใจเจ็บและถอยศรัทธา ผลก็คือ คนแบบนี้ทำ ให้การทำ งานที่ควรเป็นกัลยาณมิตรกลายเป็นการทำ งานของ เพื่อนชั่ว ท้ายที่สุดแล้ว จะทำ ให ้เป ็นก ัลยาณม ิตรหร ือท ำ ให ้เป ็นเพ ื ่อนช ั ่ว ก็อยู่ที่ความศรัทธาของเจ้าตัว ดังนั้นการปราบปรามก็ดี การกดขี่ก็ดี สามารถ ใช้เป็นกระดานกระโดดแห่งความก้าวหน้าอันทรงพลังของความศรัทธา กล่าวคือ ไม่ว่าพบเจอกับสถานการณ์ที่ทุกข์ยากเพียงใด นั่นก็มิใช่มารเสมอไป จะกลาย เป็นมารหรือกลายเป็นพลังของการพัฒนาความศรัทธา ขึ้นอยู่กับหนึ่งขณะจิตที่ จะรับมืออย่างไร (จากบทประพันธ์ ปฏิวัติมนุษย์-ใหม่ เล่ม 27 “บทการต่อสู้ที่ดุเดือด”)
14 อธิบายเพิ่มเติม : ธรรมนิพนธ์เรื่องพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนถึงพฤติกรรมและสภาพชีวิตของท่าน ตั้งแต่ ค.ศ. 1268 - 1274 ไว้ในธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ เนื่องจากมองโกลส่งราชสารมาถึงประเทศญี่ปุ่น พระนิชิเร็น ไดโชนินจึงชี้ว่า คำ พยากรณ์ของท่านที่กล่าวใน “บทนิพนธ์เรื่องการก่อตั้ง คำสอนทถูกต้องเ ี่ พื่อให้ประเทศเกิดสันติ” เรื่อง “พิบัติจากการรกรานของุ ต่างชาติ” ได้ปรากฏเป็นจริงแล้ว พระนิชิเร็นไดโชนินได้ยืนหยัดขึ้นมาเพื่อตักเตือน ผู้ปกครองประเทศอีกครั้งหนึ่ง ทว่าเนื่องด้วยเหตุนี้ การปราบปรามจากผู้มีอำ นาจ จึงเป็นไปอย่างดุเดือด ท่านเขียนเกี่ยวกับ “การบีฑาธรรมท ี่ทะจึโนะคุจิ” โดย บรรยายสถานการณ์ตึงเครียดที่ถูกทหารหลายร้อยคนจับกุมไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีการต่อสู้ที่เกาะซาโดะที่ซึ่งท่านถูกเนรเทศไป การโต้วาทีธรรมที่ จึคาฮาระใน ค.ศ. 1272 ต้นสายปลายเหตุของการเขียน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิด ดวงตา” และการตักเตือนผู้ปกครองประเทศหลังจากที่ท่านกลับมาที่เมือง คามาคูระ จวบจนเข้าพำ นักที่เขามิโนบุ ในเวลาที่พบกับการบีฑาธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความยากลำ บาก อันใหญ่หลวงเหล่านี้ทำ ให้พระนิชิเร็นไดโชนิน “ละทิ้งสภาพชัว่คราวและปรากฏ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 ธรรมนิพนธ์ ตัวตนแท้จริง” ตลอดจนแสดงจุดยืนในฐานะพระพุทธะแท้แห่งสมัย ธรรมปลายได้ กล่าวคือ การแสดงถึงพฤติกรรมที่ช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลายใน สมัยธรรมปลาย คือเจตนาดั้งเดิมของธรรมนิพนธ์ฉบับนี้
16 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิิวััติิมนุุษย์์-ใหม่่” โดย โฮ โงะคูู บทความจากอาจารย์์ไดซาขุุ อิิเคดะ
บทที่ 80) รุ่งอรุณของทะจึโนะคุจิ (ตอนที่ 1) “ในที่สุด ผมก็อยู่ที่นี่ ณ สถานที่ที่ได้ศึกษาในธรรมนิพนธ์ สถานที่ที่พระนิชิเร็นไดโชนินได้ละทิ้งสภาพชั่วคราวและเปิดเผยตัวตนแท้จริงของ ท่าน ทำ ให้ผมนึกถึงภาพการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ของพระนิชิเร็นไดโชนินได้” นี่คือ ความคิดเห็นของสมาชิกเอสจีไอจากทวีปแอฟริกาคนหนึ่ง เมื่อมาเยี่ยมชมศูนย์ การศึกษาธรรมเอสจีไอที่ทะจึโนะคุจิ ในเมืองคามาคูระ (จังหวัดคานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น) เป็นครั้งแรก บรรดาสมาชิกจากทั่วโลกต่างกล่าวด้วยความรู้สึกประทับใจ เมื่อ มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ สมาชิกคนหนึ่งกล่าวว่า “พระนิชิเร็นไดโชนินได้อุทิศ ชีวิตของท่านในการต่อสู้เพื่อนำ พาประชาชนทุกคนไปสู่ความสุข ผมรู้สึกภูมิใจ มากที่สายเลือดแห่งความศรัทธาที่อุทิศทุ่มเทเพื่อการเผยแผ่ธรรมไพศาลยังคง ไหลเวียนอยู่ในเอสจีไอเท่านั้น” สมาชิกสมาคมโซคาในกิ่งจังหวัดโชนัน รวมถึงท้องถิ่นแถบ คามาคูระ ต่างทำ งานหนักเพื่อให้ศูนย์การศึกษาธรรมอยู่ในสภาพที่สวยงามและ ให้การต้อนรับสมาชิกต่างประเทศอย่างอบอุ่น * 10 กว่าปีแล้วที่ข้าพเจ้าได้เยือนพื้นที่นี้ก่อนศูนย์แห่งนี้เปิดทำ การ ตัวอาคารตั้งอยู่บนที่ราบสูง สวนด้านใต้ของอาคารมีทัศนียภาพยอดเยี่ยมที่มอง
18 เห็นน้ำ ทะเลส ีฟ ้าของอ ่าวซางาม ิทอดยาวไปสู ่มหาสม ุทรแปซ ิฟ ิกอ ันกว ้างใหญ ่ หาดทรายที่ทอดเป็นเส้นโค้งสวยงามไปยังเกาะเอะโนะชิมะอยู่เบื้องหน้าด้านขวา เลียบชายฝั่งไปด้านซ้ายมองเห็นหาดชิจิริและหาดยูอิ และไกลออกไปทางซ้าย ค่อนข้างเป็นที่ดอนคือเมืองคามาคูระวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1986วันที่ข้าพเจ้า ไปเยือน สวนกุหลาบกำ ลังบานสะพรั่ง * อาคารซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์การศึกษาธรรมเอสจีไอ เดิมเป็น บ้านพักตากอากาศของ ดร. โชคิจิ นากาโยะ(ค.ศ. 1866 - 1910)แพทย์ชาวญี่ปุ่น ผู ้บ ุกเบ ิกท ี ่ย ิ ่งใหญ ่ด ้านการแพทย ์ท ี ่เป ิดคล ิน ิกร ักษาโรคกระเพาะและล ำ ไส ้เป ็น แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น โซเซกิ นะจึเมะ (ค.ศ. 1867 - 1916) นักเขียนชื่อดัง ชาวญี่ปุ่น ก็เป็นคนหนึ่งที่รักษาที่คลินิกของท่าน ดร. นากาโยะยังเป็นเพื่อนกับ ดร. โรเบิร์ต คอช (ค.ศ. 1843 - 1910) นักแบคทีเรียวิทยาชาวเยอรมันที่ได้รับ รางวัลโนเบล ตอนที่ ดร. คอชมาที่ประเทศญี่ปุ่น ท่านได้มาเยี่ยมดร. นากาโยะ ที่บ้านพักตากอากาศแห่งนี้ด้วย อนึ่ง เมื่อพูดถึงวิทยาศาสตร์การแพทย์ ท่านชิโจคิงโงะที่ติดตาม พระนิชิเร็นไดโชนินระหว่างการบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิด้วยความมุ่งมั่นที่จะ ตายเคียงข้างท่าน ก็มีความเชี่ยวชาญการแพทย์มากเช่นกัน โยชิโระ นากาโยะ (ค.ศ. 1888 - 1961) น้องชายของดร. นากาโยะ เป็นนักเขียนและสมาชิกของโรงเรียนวรรณกรรมชิราคาบะ (ต้นเบิร์ชสีขาว) ใน วัยยุวชน ข้าพเจ้าชอบอ่านผลงานชิ้นเอกของเขาเรื่องทาเคซาวะเซ็นเซโต๊ะอิอุฮิโตะ (คุณครูที่ชื่อว่า นายทาเคซาวะ) ด้วยการคบหาสมาคมกับโยชิโระ นากาโยะ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” บรรดานักเขียนและศิลปินผู้ยิ่งใหญ่จำ นวนมากในช่วงนั้นจึงได้มาเยือนบ้าน พักตากอากาศแห่งนี้ รวมถึงซาเนะอะจึ มุชะโนะโคจิ นักเขียนชื่อดังของโรงเรียน ชิราคาบะ และริวเซอิ คิชิดะ จิตรกรผู้มีชื่อเสียงจากงาน ภาพเหมือนเรอิโกะ (Portrait of Reiko) นี่คือศูนย์กลางเพื่อการสนทนาเกี่ยวกับศิลปะ วรรณกรรม และ ปรัชญาที่มีชีวิตชีวา นอกจากนี้ ทาเครุ อินูไก (ค.ศ. 1896 - 1960) บุตรเขยของ ดร. นากาโยะ นักการเมืองที่เป็นบุตรชายของนายกรัฐมนตรีจึโยชิ อินูไก (ค.ศ. 1855 - 1932) ซึ่งต่อมาเป็นเพื่อนของอาจารย์จึเนะซาบุโร มาคิงุจิ ประธาน ผู้ก่อตั้งสมาคมโซคา ท่านนายกรัฐมนตรีอินูไกเป็นหนึ่งในบุคคลแรก ๆ ที่เข้าเป็น สมาชิกโซคา เคียวอิขุงะขุ ชิเอ็นไก (กลุ่มสนับสนุนการศึกษาสร้างคุณค่า) ซึ่ง ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนหลักการของการศึกษาสร้างคุณค่าที่อาจารย์มาคิงุจิ สร้างขึ้นมา ดังนั้นศูนย์กา รศึกษาธ ร รมเอสจีไอจึงส่องป ระกายด้วย ความส ัมพ ันธ์ท ี ่ทรงค ุณค ่าก ับบ ุคคลช ั้นน ำ มากมาย ม ีประเพณ ีอ ันสูงส ่ง และ วัฒนธรรมที่เปล่งรัศมีของความสุภาพสง่างาม ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ทศวรรษก่อน ระหว่างที่เกิดกรณีทรยศหักหลัง สมาคมอย่างเหลือเชื่อโดยคณะสงฆ์ ศูนย์วัฒนธรรมคานางาวะของเรา ประภาคาร ที่ส่องแสงแห่งความหวัง ได้สร้างเสร็จใน ค.ศ. 1979 และระหว ่างการโจมต ี ครั้งล่าสุดโดยนิกายนิกเค่น (จากต้นปี ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา) ศูนย์การศึกษาธรรม เอสจีไอที่มีความสำ คัญยิ่งแห่งนี้ก็ได้เปิดทำ การใน ค.ศ. 1999 ข้าพเจ้า อดไม ่ได ้ท ี ่จะค ิดว ่า สถานท ี ่ท ั ้งสองแห ่งน ี ้ค ือป ้อมปราการท ี ่ประด ับประดาด ้วย
20 อัญมณีแห่งหลักธรรมคำ สอนที่ถูกถ้วนแท้จริงซึ่งพระนิชิเร็นไดโชนินได้มอบไว้แก่ เอสจีไอ ข ้าพเจ ้าหว ังว ่าท ุกคนท ี ่ได ้มาเย ือนศูนย ์การศ ึกษาธรรมแห ่งน ี ้จะ หล่อหลอมชีวิตที่เจิดจรัสและไม่มีวันถูกทำ ลายได้ดั่งเพชร มีชัยชนะเหนืออุปสรรค ทั้งปวงและไม่มีวันพ่ายแพ้ตราบนิรันดร์ นี่คือคำ อธิษฐานและความเชื่อมั่นของ ข้าพเจ้า * วันที่ 12 เดือน 9 ปีบุนเอที่ 8 (ค.ศ. 1271) ฝูงชนที่เอะอะโวยวาย ได้ล้อมที่พำ นักของพระนิชิเร็นไดโชนินที่มะจึบางายะจึ ในเมืองคามาคูระ ท่านเฮอิ โนะ ซาเอมน ผู้มีอำ นาจสูงสุดในรัฐบาลทหาร ได ้บ ุกเข ้าไปจ ับก ุม พร้อมกับทหารติดตามหลายร้อยนาย พระนิชิเร็นไดโชนินตะโกนเสียงดังว่า “ช่างน่าขันดูสิ ท่านเฮอิ โนะ ซาเอมนเสียสติแล้ว พวกท่านเพิ่งจะล้มเสาหลัก ของประเทศญี่ปุ่น” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 766) พระเรียวคัน สงฆ์ที่ทะนงตัวอวดดีแห่งวัดโงะขุระขุจิ ในเมือง คามาคูระ คือผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำ ที่รุนแรงนี้ เพราะพระนิชิเร็นไดโชนินได้ หักล้างคำ สอนที่ผิดของพระเรียวคัน เปิดโปงความหน้าซื่อใจคดของเขา และ เอาชนะพระเรียวคันในการแข่งอธิษฐานขอฝน พระเรียวคันจึงไม่คู่ควรกับ พระนิชิเร็นไดโชนิน ไม่ว่าคำ สอนที่พระเรียวคันเทศนาอุปนิสัยใจคอของเขา หรือ ข้อพิสูจน์ที่เป็นจริงจากการปฏิบัติของเขา ฉะนั้น ทางเลือกเดียวของพระเรียวคัน ก็คือการใส่ร้ายป้ายสีพระนิชิเร็นไดโชนินว่าเป็นคนชั่วร้าย ดังนั้นเขาจึงวางอุบาย กล่าวร้ายป้ายสีพระนิชิเร็นไดโชนินต่อผู้ที่มีอำ นาจและภรรยาของพวกเขา ปล่อย
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” ข่าวเลวทรามที่ไม่น่าเชื่อถือและกุเรื่องเท็จเกี่ยวกับพระนิชิเร็นไดโชนิน รัฐบาล ทหารได้ตกอยู่ในความโกลาหลจากการรุกรานของมองโกลที่กระชั้นชิดเข้ามาใน ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นบาปโดยรวมที่พระนิชิเร็นไดโชนินได้ทำ นายว่าจะเกิดขึ้นกับ ประเทศหากรัฐบาลไม่ฟังคำ เตือนของท่าน ดังรายละเอียดที่กล่าวอยู่ใน “บทนิพนธ์เรื่องการก่อตั้งคำสอนทถูกต้องเ ี่ พื่อให้ประเทศเกิดสันติ” หากผู้นำ ที่แท้จริงเอาใจใส่ต่อชะตากรรมของประเทศ ก็จะรับฟัง ข้อโต้แย้งที่ถูกต้องเป็นจริงของปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างอ่อนน้อมถ่อมตนและจริงจัง ทว ่าผู ้ปกครองร ัฐบาลทหารในสม ัยของพระน ิช ิเร ็นไดโชน ินใส ่ใจความส ุขของ ประชาชนเพียงน้อยนิด พวกเขาแค่หาผลประโยชน์จากวิกฤตที่ประเทศเผชิญอยู่ เพ ื ่อเสร ิมสร ้างอ ำ นาจของตนเองเท ่าน ั ้น และวางแผนท ี ่จะท ำ ลายบ ุคคลที ่เป ็น สมบัติที่แท้จริงของชาติเพราะไปยืนขวางทางพวกเขา พวกสงฆ์ที่ฟั่นเฟือนด้วยความอิจฉาริษยาได้จับมือกับผู้มีอำ นาจ ที่ตามืดบอดด้วยความทะนงตัวอวดดี นี่คือรูปแบบของการกดขี่บีฑาต่างๆ นานา ต่อสมาคมโซคา องค์กรที่ดำ เนินตามพุทธเจตนาพุทธบัญชาที่เกิดขึ้นในช่วง ไม่กี่ปีมานี้ หลังจากถูกจับกุมโดยคนของท่านเฮอิ โนะ ซาเอมน พระนิชิเร็น ไดโชนินก็ถูกแห่ไปตามถนนในเมืองคามาคูระราวกับเป็นกบฏ จากนั้นก็ถูกนำ ตัว ไปยังจวนของท่านโฮโจโนบุโทขิซึ่งเป็นผู้ตรวจการของเกาะซาโดะสถานที่ที่ท่าน จะต้องถูกเนรเทศไป แต่คนของท่านเฮอิ โนะ ซาเอมน ได้มานำ ตัวท่านออกจาก สถานที่นี้ในกลางดึก พวกเขาวางแผนที่จะประหารชีวิตท่านที่ทะจึโนะคุจิ นี่ไม่ใช่ การตัดสินลงโทษถึงแก่ความตายที่ชอบด้วยกฎหมาย แต ่เป ็นการด ำ เน ินการ
22 ประหารอย่างลับ ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งวางแผนโดยท่านเฮอิ โนะ ซาเอมน กับพรรคพวก ทุกอย่างปรากฏออกมาภายใต้ความมืดมิด พวกเขาอิจฉาริษยา และเกรงกลัวดวงอาทิตย์แห่งสัจธรรม พลังเดือดดาลของธรรมชาติชั่วร้ายที่แอบ ซ่อนอยู ่ในความมืดมิด กำ ลังลับดาบอันอำ มหิต [กำ ลังเตรียมการสำ คัญและ ปกป้องตนเอง] * ที่ถนนวาคามิยะ ระหว่างทางไปลานประหารที่ทะจึโนะคุจิ พระ นิชิเร็นไดโชนินได้ลงจากหลังม้าหน้าศาลเจ้าฮะจิมัน และตักเตือนโพธิสัตว์ฮะจิมัน อย่างเข้มงวดว่า “ขณะนี้อาตมานิชิเร็น เป็นผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร อันดับ 1 ในทั่วประเทศญี่ปุ่น และไม่มีความผิดใดทั้งสิ้น ... ท่านจงรีบกระทำ การใดสักอย่างเดี๋ยวนี้” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 766 - 767) นี่คือเสียงคำ รามของราชสีห์ที่ตักเตือนการทำ งานของเทพธรรมบาลที่ให้ การปกป้องของสกลจักรวาล ที่ได้สัญญาว่าจะปกป้องผู้ปฏิบัติคำ สอนที่ถูกถ้วน แท้จริงในการชุมนุมที่เทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตร จากนั้น เมื่อไปถึงหาดยูอิ พระนิชิเร็นไดโชนินส่งเด็กชายชื่อ คุมาโอะไปแจ้งท่านชิโจคิงโงะถึงการประหารชีวิตที่กำ ลังจะเกิดขึ้น ท่านชิโจคิงโงะ รีบออกจากบ้านโดยไม่แม้แต่จะหยุดใส่รองเท้า รีบรุดมาอยู่ข้างกายพระนิชิเร็น ไดโชนิน พร้อมกับพี่น้องทั้ง 3 คน พระนิชิเร็นไดโชนินได้เรียกลูกศิษย์ที่ไว้ใจได้ มากที่สุดมาเป็นพยานในเหตุการณ์สำ คัญยิ่งนี้ แม้ทะจึโนะคุจิจะถูกเรียกว่า“ลานประหาร”แต่กลับไม่มีสิ่งอำ นวย ความสะดวกหรืออาคารพิเศษ มีแค่เสื่อผืนเดียวปูบนพื้นทรายอย่างง่าย ๆ เพื่อ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 ความคิดคำนึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” การตัดศีรษะ ทหารเงื้อดาบขึ้นพร้อมทำ การประหาร ท่านชิโจคิงโงะได้กล่าวว่า “นี่คือวาระสุดท้ายของท่านแล้ว” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 767)และเริ่มร้องไห้ ทว่าพระนิชิเร็นไดโชนินได้ดุท่าน โดยบอกว่าควรหัวเราะ ให้กับเหตุการณ์ที่น่ายินดีเช่นนี้ ครั้นแล้วสิ่งนั้นก็เกิดขึ้น ทันใดนั้น “วัตถุทรงกลมเรืองแสงสว่างโพลงดังดวงจันทร์” พลัน พุ่งผ่านท้องฟ้าจากทางทิศของเกาะเอะโนะชิมะ คืนที่มืดสนิทกลับสว่างไสวราวกับ คืนเดือนหงาย ความสว่างวาบของวัตถุนั้นทำ ให้ทหารที่ถือดาบตาพร่ามองไม่เห็น และล้มลงบนพื้น ส่วนทหารคนอื่น ๆ ต่างตื่นตระหนกด้วยความกลัว วิ่งหนีเตลิด ไปไกล * วัตถุส่องแสงสว่างวาบนี้คืออะไรจากการวิจัยพบว่าอาจเป็นสะเก็ด ของกระแสลูกอุกกาบาตในบริเวณกลุ่มดาวราศีเมษและกลุ่มดาวราศีพฤษภ นี่ คือทฤษฎีของ ดร. ฮิเดโอะ ฮิโรเสะ (ค.ศ. 1901 - 1981) นักดาราศาสตร์ผู้มีชื่อ เสียงชาวญี่ปุ่นที่ล่วงลับ อดีตผู้อำ นวยการหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์โตเกียว และศาสตราจารย ์เก ียรต ิค ุณแห ่งมหาว ิทยาล ัยโตเกียว เขาต ั ้งสมมต ิฐานเร ื ่อง การปรากฏของว ัตถ ุส ่องสว่างบนท ้องฟ ้าในค ืนว ันที ่ 12 เด ือน 9 ปีบุนเอที่ 8 (ค.ศ. 1271) เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ หลังจากดวงจันทร์ลับขอบฟ้าซึ่งเขาคำ นวน ไว้ว่าเป็นเวลา 03.44 น. (ของวันที่ 13) พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนไว้ว่าวัตถุทรงกลม เรืองแสงพลันพุ่งทะลุความมืด พาดผ่านท้องฟ้าจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ไป
24 ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หลังวิเคราะห์จากข้อมูลทั้งหมดแล้ว ดร. ฮิโรเสะ ได้สรุปว่าวัตถุที่ปรากฏขึ้นเวลาประมาณ 04.00 น. เป็นอุกกาบาตขนาดใหญ่ เคลื่อนตัวในระดับความสูงที่ 34 องศา และมุมราบที่ 79 องศาจากทิศใต้ไปทาง ท ิศตะว ันตก ตามเวลาท ี ่เก ิดเหต ุการณ ์ นักดาราศาสตร์ระบุว่าวัตถุส่องสว่าง ดังกล่าวน่าจะเป็นอุกาบาตจากกระแสของกลุ่มฝนดาวตกทอริดส์-แอริเอทิด ที่มี ต้นกำ เนิดมาจากดาวหางเองเคอ * แสงสว่างวาบขนาดใหญ่สว่างไสวในความมืดในขณะที่พระนิชิเร็น ไดโชนินกำ ลังจะถูกตัดศีรษะ ท่านได้ร้องบอกพวกทหารที่หลบหนีว่า หากจะตัด ศีรษะของท่านก็ให้รีบลงมือโดยเร็ว ก่อนฟ้าสาง แต่ไม่มีใครทำ ตาม พวกเขาต่าง กลัวไม่กล้าเข้าใกล้ ในที่สุด ไกลออกไปเหนือแนวคลื่น จากจุดสีแดงเข้มเริ่มส่องแสง จางๆแผ่ออกไปทางซ้ายและขวาและขยายขึ้นไปจนมองเห็นเส้นขอบฟ้ารุ่งอรุณ มาถึงแล้ว แสงอาทิตย์แรงขึ้นและสว่างอย่างรวดเร็ว ทำ ให้น้ำ ทะเลเป็นประกาย และท้องฟ้าสว่างไสว เมฆถูกย้อมด้วยสีต่าง ๆ ของสายรุ้ง ดวงตะวันส่องแสงสีทองโผล่ขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย นี่คือช่วงเวลาที่พุทธธรรมแห่งดวงอาทิตย์ตีแตกผ่านความมืดมิด แห่งอวิชชาขั้นพื้นฐาน เพื่อส่องแสงให้โลกสว่างไสว (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2001)
โลกแห่่งธรรมนิิพนธ์์บทสนทนาเกี่่ยวกัับ ศาสนาแห่่งมนุุษยนิิยม
26 บทที่ 15) การเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ (ตอนที่ 2) การก่อตั้งธรรมะที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรม (ต่อ) อาจารย์อิเคดะ : หลังจากการบีฑาธรรมที่ทะจึโนะคุจิ ขณะที่พระนิชิเร็น ไดโชน ินถูกควบค ุมต ัวอยู ่ท ี ่เอจ ิและระหว ่างถูกเนรเทศไปท ี ่เกาะซาโดะในเวลา ต่อมา ท่านได้เน้นย้ำ เป็นพิเศษถึงอุปสรรคที่พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ต้องเผชิญ ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องจดหมายจากเทระโดมาริ” ซึ่งท่านเขียนระหว่างพำ นัก อยู่ที่หมู่บ้านท่าเรือเทระโดมาริ เรือจากท่าเรือแห่งนี้จะพาท่านไปยังเกาะซาโดะ พระนิชิเร็นไดโชนินเน้นว่า ส ัทธรรมป ุณฑร ิกสูตรสอดคล ้องก ับรูปแบบการเทศนาของพระพ ุทธะท ั ้งหลาย แห่ง 3 ชาติ. เหตุการณ์ในอดีตที่พรรณนาอยู่ใน “บทพระสทาปริภูตฯ” อาตมา กำ ลังประสบอยู่ตามที่พยากรณ์ไว้ใน “บทการชักชวนและยึดถือ” ดังนั้น สิ่งที่ เกิดขึ้นในปัจจุบันที่มีพยากรณ์อยู่ใน “บทการชักชวนและยึดถือ” มีลักษณะ เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตของ “บทพระสทาปริภูตฯ”. “บทการชักชวนและ ยึดถือ” ในปัจจุบันจะเป็น “บทพระสทาปริภูตฯ” ในอนาคต และในเวลานั้น อาตมาน ิช ิเร ็นจะเป ็นพระสทาปร ิภูตโพธ ิส ัตว ์ (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 209 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 11 - 12) นี่เป็นข้อความที่สำ คัญมาก สัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าวว่า การ เผยแผ่พุทธธรรมเกิดขึ้นตลอด 3ชาติแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต และเป็นการ เปิดเผยหลักการสากลว่า ผู้ที่เผยแผ่พุทธธรรมจะต้องพบกับการกดขี่บีฑาอย่าง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ใหญ่หลวงแน่นอน นี่คือวิธีที่เราสามารถอ่านข้อความที่ผมเพิ่งอ้างถึง พระนิชิเร็นไดโชนินยังกล่าวอีกว่า เมื่อแบบแผนพิธีของสัทธรรม ปุณฑริกสูตรในอดีตถูกเปลี่ยนผ่านมาสู่ปัจจุบัน ตัวเอกที่มีบทบาทสำ คัญของ แบบแผนพิธีนี้จึงมิใช่ใครอื่นนอกจากตัวของพระนิชิเร็นไดโชนินเอง ไซโต้ : “เหตุการณ์ในอดีตที่พรรณนาอยู่ใน ‘บทพระสทาปริภูตฯ’” หมายถึง การบำ เพ็ญเพียรของพระศากยมุนีพุทธะในชาติก่อนในฐานะพระสทาปริภูต โพธิสัตว์ ขณะที่ “‘บทการชักชวนและยึดถือ’ ในปัจจุบัน” บ่งชี้ถึงการต่อสู้ของ พระนิชิเร็นไดโชนินกับศัตรูที่เข้มแข็ง 3 ชนิด1 ในปัจจุบันของสมัยธรรมปลาย ถ้อยคำ เหล่านี้สื่อถึงจิตวิญญาณอันสง่างามของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ท่านกำ ลังสื่อถึงความจริงว่า “อาตมาคือผู้เรียกศัตรูที่เข้มแข็ง 3 ชนิด ออกมาดังที่พรรณนาอยู่ในคาถาประพันธ์ 20 บรรทัดของ “บทการชักชวนและ ยึดถือ” การกระทำ ดังกล่าวก็เหมือนกับการกระทำ ของอาตมาในปัจจุบันที่ พยายามต ่อสู ้ในการเคารพผู ้คนท ั ้งหลาย เฉกเช ่นท ี ่พระสทาปร ิภูตโพธ ิส ัตว ์ได ้ กระทำ ในอดีต ประชาชนในยุคสมัยอนาคตจะตระหนักได้ว่าอาตมาเทียบเทียม กับพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” 1 ศัตรูที่เข้มแข็ง 3 ชนิด : “คาถาประพันธ์ 20 บรรทัด” ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 13 “บทการชักชวนและยึดถือ” พรรณนาถึงบุคคล 3 ประเภทที่ทะนงตัวอวดดี หรือศัตรู ที่จะกดขี่บีฑาผู้เผยแผ่สัทธรรมปุณฑริกสูตรในยุคชั่วร้ายภายหลังการดับขันธปรินิพพาน ของพระพุทธะ ได้แก่ (1) ฆราวาสที่ทะนงตัวอวดดีที่ประณามผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร และโจมตีพวกเขาด้วยดาบหรือกระบอง (2) นักบวชที่ทะนงตัวอวดดีที่ใส่ร้ายผู้ปฏิบัติสัทธรรม ปุณฑริกสูตร และ (3) ผู้สูงยศผู้ลุแก่อำ นาจที่ทะนงตัวอวดดี ที่เกรงจะสูญเสียชื่อเสียงหรือ ผลประโยชน์ จึงยุยงผู้มีอำ นาจทางโลกให้กดขี่บีฑาผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร
28 อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินถือว่าการปฏิบัติของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ที่พรรณนาอยู่ในพระสูตรไม่แยกออกจากการปฏิบัติของตัวท่านเอง ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงสอนลูกศิษย์ของท่านว่า ด้วยการเผชิญกับการกดขี่บีฑาครั้งใหญ่ พวกเขา จึงสามารถชำ ระบาปกรรมจากอดีตชาติให้หมดสิ้น เนื่องจากพระนิชิเร็นไดโชนินอ่านสัทธรรมปุณฑริกสูตรทั้ง 28 บท ด้วยชีวิต ท่านจึงกล่าวถึงโอกาสในการบรรลุพุทธภาวะของท่านว่า“อาตมามันใจ่ในเรื่องน้มากขึ้นอ ีกี” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 200 / ฉบับ ภาษาไทย เล่ม 2 หน้า 314) ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้ที่เผชิญกับการกดขี่บีฑา อันใหญ่หลวงตรงตามที่พรรณนาอยู่ในพระสูตรจะบรรลุพุทธภาวะ ถ้อยคำ ที่ว่า “อาตมามั่นใจในเรื่องน้มากขึ้นอ ี ีก” เป็นคำ พูดที่พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวแก่ ลูกศ ิษย ์ท ี ่ต ิดตามท ่านและถูกกดข ี ่บ ีฑาเช ่นก ัน พระน ิช ิเร ็นไดโชน ินได ้ส ่งเสร ิม กำ ลังใจลูกศิษย์อย่างมากมายว่าพวกเขาบรรลุพุทธภาวะได้แน่นอน ด้วยตัวอย่าง การต่อสู้ของท่านขณะที่ต้องทุกข์ทรมานท่ามกลางการบีฑาครั้งใหญ่ โมรินากะ : เม ื ่อเผช ิญการกดข ี ่บ ีฑาท ี ่ไม ่หย ุดหย ่อน ก็อาจคาดหวังที่จะมีใคร สักคนพูดปลอบใจเพื่อน ๆ ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำ บากบ้าง ทว่าช่าง น่าประทับใจจริงๆ ที่พระนิชิเร็นไดโชนินกลับพูดอย่างกล้าหาญว่า“อาตมามันใจ่ในเรื่องน้มากขึ้นอ ีกี” อาจารย์อิเคดะ : มุมมองของสัทธรรมปุณฑริกสูตรเรื่อง“การชำระบาปกรรม” โดยพื้นฐานแตกต่างจากคำ สอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร เราได้ยืนยันกันก่อนหน้านี้ว่าการตระหนักถึงบทบาทของ ความตั้งใจในการกระทำ ท ี ่ม ีอ ิสรเสร ีเป ็นล ักษณะเฉพาะของแนวค ิดเร ื ่องกรรม ของพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในช่วงเวลาการพัฒนา ของพุทธศาสนาในหลายศตวรรษภายหลังการดับขันธปรินิพพานของ
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ พระศากยมุนีพุทธะ ทำ ให้พื้นฐานความตั้งใจดั้งเดิมนี้ถูกลืมเลือนไป และทัศนะ เรื่องกรรมที่มีอิทธิพลควบคุมความรู้สึกต่อชีวิตของประชาชนได้กลายเป็นสิ่งที่มี บทบาทสำ คัญ กล่าวคือ ประชาชนได้รับการบอกกล่าวว่า พวกเขาได้สั่งสม กรรมชั่วไว้มากมายนับไม่ถ้วนจากอดีตชาติจวบจนถึงปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่ทำ ให้พวกเขาเกิดความรู้สึกไร้พลังว่าพวกเขาไม่มีความหวัง ไม่มีวันที่จะลบล้าง ชะตากรรมที่หนักหนาดังกล่าวได้ ไซโต้ : ข้อสันนิษฐานเรื่องนี้คือ เป็นไปไม่ได้ที่จะชดใช้และลบล้างกรรมหรือการ กระทำ ด้านลบทั้งหมดที่เราสั่งสมมาเป็นเวลานานนับกัปไม่ถ้วนให้หมดสิ้นไปใน หนึ่งชั่วชีวิต และส ิ ่งท ี ่เราหวังมากท ี ่ส ุดท ี่จะท ำ ได ้ก ็ค ือให ้ความสมดุลเช ิงลบใน ส่วนลึกของชีวิตของเราลดลงแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ เราก็ยังคงสะสมกรรมด้านลบใหม่ๆ ต่อไป ตราบใดที่เรายังติดอยู่ในวัฏจักรนี้ เรา ก็จะถูกก่อกวนและจบลงด้วยความรู้สึกที่ไร้พลังเท่านั้น อาจารย์อิเคดะ : ทัศนะที่ว่า กรรมของผู้ใดก็เป็นความรับผิดชอบของผู้นั้น คือแก่นแท้ของพุทธธรรม เป็น “มรรคภายใน” ทว่าคำ สอนชั่วคราวก่อนสัทธรรม ปุณฑริกสูตรกลับเอาไปใช้ในทางที่ผิด โมรินากะ : ผมสงสัยว่าคงมีบางส่วนเกิดจากการแทรกแซงของนักบวชที่เข้าใจผิด หร ือไม ่ พวกเขาใช้อำ นาจทางศาสนาเป ็นเคร ื ่องม ือในการข ่มขู ่ โดยยืนยันว่า ประชาชนเป็นจำ เลยของชะตากรรมของตัวเอง และมีเพียงนักบวชเท่านั้นที่ สามารถไถ่บาปกรรมชั่วในอดีตได้ นักบวชเหล่านี้ต้องเน้นย้ำ แน่นอนว่าประชาชน ก็คือสรรพสัตว์ที่มีบาปหนักอย่างยิ่ง ทว่าในความเป็นจริงแล้วนักบวชเหล่านั้น นั่นเองที่กระทำ อนันตริยกรรมอันเป็นกรรมที่หนักที่สุด
30 อาจารย์อิเคดะ : พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินได้หักล้างแนวโน้มของ พุทธธรรมคำ สอนที่ผิดดังกล่าว เหตุผลหนึ่งก็คือ พุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน สอนว่าเราสามารถเปลี่ยนชะตากรรมของเราได้อย่างแน่นอน นี่คือเหตุผลที่ชัดเจน ว่าเหตุใดพระนิชิเร็นไดโชนินจึงให้ความสำ คัญกับเรื่องกรรม ไซโต้ : ถูกต้องครับ การเน้นเรื่องชะตากรรมโดยไม่เปิดเผยว่าสามารถชำ ระล้าง ให้หมดสิ้นได้จะเป็นการปล่อยให้ประชาชนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยืนนิ่งเงียบ และช่วยอะไรไม่ได้เมื่อเผชิญกับชะตากรรมของตนที่ลึกจนมิอาจหยั่งวัดได้ เปิดดวงตาของท่านต่อความยิงให ่ญ่ของตัวตน อาจารย์อิเคดะ : เป ็นการเป ิดเผยท ี ่ช ัดเจนถ ึงหล ักธรรมของการเปล ี ่ยนแปลง ชะตากรรมท ี ่ปลดปล ่อยประชาชนจากกรรมหร ือโชคชะตา พุทธธรรมอธิบาย เรื่องกรรมเพื่อแสดงให้เห็นว่าจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้อย่างไรอีกประการหนึ่ง การเอาหลักคำ สอนเรื่องกรรมมาครอบงำ ประชาชนโดยไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนถึง วิธีที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมก็คือการตีความพุทธธรรมอย่างผิด ๆ คำ สอน ดังกล่าวก็เพียงทำ ให้ประชาชนยังคงถูกพ ันธนาการด้วยโซ่ตรวนแห่งโชคชะตา ต่อไป ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งของพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน เกี่ยวกับกรรมก็คือการมุ่งเน้นไปที่ตัวตนอย่างเข้มงวดและจริงจัง ซึ่งสอนว่าเรา ต ้องค ิดใคร ่ครวญอย ่างต ั ้งใจเก ี ่ยวก ับกรรมของเราและบากบ ั ่นพากเพ ียรท ี ่จะ เปลี่ยนแปลงชะตากรรมนั้นโดยใช้พลังของธรรมะที่มีพร้อมอยู่ในชีวิตของเรา โมรินากะ : ดังนั้นเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเราเราจึงต้องมุ่งเน้นความ ตั้งใจไปที่ชีวิตของเราเองอย่างแน่วแน่
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ ด้วยการเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมากับ ชะตากรรมของเราดังเช่นที่เป็นอยู่ ด้วยการเผชิญกันซึ่งหน้ากับชะตากรรม เราจึง ทำ ให้สภาพชีวิตโลกพุทธะปรากฏออกมาได้ ด้วยการหยั่งวัดความลึกของชีวิตเรา อย่างทั่วถึง เราจึงสร้าง “ปราสาทแห่งวิญญาณท 9ี่ 2 เจ้าแห่งจิตใจอันเป็น ความจริงแท้ที่ไม่เปลี่ยนแปร” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 832) ด้วยวิธีนี้เท่านั้นเราจึงสามารถชำ ระล้างอายตนะทั้ง 6 ให้สะอาดบริสุทธิ์ และ ทำ การปฏิวัติชีวิตมนุษย์ของเราได้สำ เร็จ กล่าวคือทำ ให้ความเป็นมนุษย์ของเรา ลึกซึ้งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เราไม่จำ กัดความสนใจมุ่งเน้นที่ชะตากรรมของ ตัวเราเท่านั้น ทันทีที่เราหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งกรรม เราจำ เป็นต้องทำ การ ปลดปล่อยผู้คนทั้งหลายที่ต้องทนทุกข์เพราะชะตากรรมเช่นกัน และท้ายที่สุดเรา ต้องมุ่งความสนใจไปที่ภารกิจการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมวลมนุษยชาติ นี่ คือมรรคแห่งการบรรลุพุทธภาวะทั้งเพื่อตนเองและผู้อื่น ขณะที่พยายามเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเราเอง เราก็ทุ่มเท ที่จะช่วยเพื่อน ๆ เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกเขาด้วย นี่คือนิยามกิจกรรม ของเอสจีไอ ซึ่งเป็นมรรคสูงสุดของการบำ เพ็ญเพียรพุทธธรรมที่ถูกต้อง ไซโต้ : เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่พระนิชิเร็นไดโชนินมักคิดใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง ถึงชะตากรรมของตัวท่านเองอยู่เสมอ โมรินากะ : ช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการเสแสร้งแกล้งพินิจพิเคราะห์ 2 วิญญาณที่ 9 หรืออมลวิญญาณ คือธรรมชาติพุทธะหรือพลังที่สะอาดบริสุทธิ์ในระดับรากฐาน ที่ปราศจากอุปสรรคกรรมทั้งปวง
32 ตัวเองที่ผู้มีปัญญาจอมปลอมมากมายที่มีแนวโน้มจะใช้วางท่าเพื่อสร้าง ความประทับใจว่าพวกเขาเป็นบุคคลที่มีความคิดล้ำ ลึก อาจารย์อิเคดะ : แน่นอนว่าเมื่อเรามีปัญหา สิ่งสำ คัญคือต้องต่อสู้กับปัญหา อย่างจริงจังและพินิจพิเคราะห์ตัวเองอย่างถี่ถ้วน ในขั้นตอนการปฏิบัตินี้ หากเรา ปิดกั้นตัวเองจากผู้อื่นหรือเพียงแค่ท้าทายปัญหาที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ กระตือรือร้น เช่นนั้นแล้วความพยายามในการคิดพิจารณาตนเองของเราก็จะจบ ลงแค่การฝึกฝนปัญญาที่เปล่าประโยชน์ พระนิชิเร็นไดโชนินยึดมั่นในความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วย ประชาชนทุกคน ด้วยเหตุนี้ท่านจึงสามารถพินิจพิจารณาชีวิตของท่านได้อย่าง ละเอียดถี่ถ้วน และแสดงปรากฏสภาพชีวิตที่สูงส่งที่สุดที่อยู่ภายในตัวท่านออก มา ท่านพยายามสอนบรรดาลูกศิษย์ของท่าน ไม่ใช่สิ มนุษยชาติทั้งปวง ถึงวิธี ที่เปลี่ยนชะตากรรมของพวกเขาได้แน่นอน โมรินากะ : พระนิชิเร็นไดโชนินพินิจพิจารณากรรมของท่านได้มากน้อย เพียงใด ท่านได้เขียนบันทึกการต่อสู้ทางจิตวิญญาณนั้นไว้ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่อง เกาะซาโดะ” 3 ซึ่งเขียนหลังจากที่เขียน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” ประมาณ 1 เดือน ไซโต้ : ทว่า “ธรรมนิพนธ์เรื่องเปิดดวงตา” ถือเป็นการเรียกร้องให้ตระหนัก ถึงจิตวิญญาณและสภาพชีวิตอันยิ่งใหญ่ของพระนิชิเร็นไดโชนิน ส่วนในแง่ของ 3 “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 301 – 306) : เขียนที่เกาะซาโดะเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1272 เป็นจดหมายส่งเสริมกำ ลังใจ และคำ ชี้นำ ที่ส่งถึงลูกศิษย์ทุกคนของพระนิชิเร็นไดโชนิน ที่กำ ลังทุกข์ทรมานกับการกดขี่บีฑา
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” กระต ุ ้นเหล ่าลูกศ ิษย ์ให ้เป ิดดวงตาต ่อความ ยิ่งใหญ่ของชีวิตตนเอง โมรินากะ : ใน “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” พระนิชิเร็นไดโชนินพินิจพิจารณา ชีวิตของตนเองอย่างจริงจัง เจาะล ึกว ่าเหต ุใดท ่านจ ึงต ้องพบก ับการบ ีฑาและ ความทุกข์ทรมาน และสรุปว่าเป็นเพราะชะตากรรมของท่านเอง อาจารย์อิเคดะ : ทั้งหมดที่ท่านกระทำ ก็เพื่อลูกศิษย์ของท่านซึ่งกำ ลังประสบความ ทุกข์ยากแสนสาหัสท่ามกลางการกดขี่บีฑา ท่านต้องการเสริมสร้างประชาชนเพื่อ พัฒนาให้เป็นคนที่มีบุคคลิกลักษณะที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง ยุคปัจจุบันเป็นยุคที่ผู้คนมีจิตวิญญาณที่ตื้นเขินและไร้ราก ความ ตื้นเขินของจิตวิญญาณดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของสมัยธรรมปลาย ตามความ เห็นของผู้สังเกตการณ์หลายคนคิดว่าปัจจุบันที่ประเทศญี่ปุ่น แนวโน้มนี้มีความ รุนแรงเป็นพิเศษ ถ้อยคำ ของพระนิชิเร็นไดโชนินสื่อถึงการนำ เอาความยากลำ บาก หรือการกดขี่บีฑามาเป็นโอกาสในการเติบโตและพัฒนาให้เป็นบุคคลที่มีความ คิดลึกซึ้งยิ่งขึ้น ยิ่งพบกับความยากลำ บากมากเพียงใด เราก็ยิ่งพัฒนาตัวเองใน ฐานะมนุษย์ให้สมบูรณ์แบบได้มากขึ้นเพียงนั้น นี่คือวิถีชีวิตของผู้ปฏิบัติพุทธธรรม ของพระนิชิเร็นไดโชนิน ไซโต้ : นี่คือความจริง ไม่เพียงความยากลำ บากและการกดขี่บีฑาที่พบเจอเพื่อ พุทธธรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความยากลำ บากใด ๆ ที่เราพบเจอในชีวิตด้วย ผม คิดว่าเราอาจกล่าวได้ว่า แนวทางหลักที่จะจัดการกับความยากลำ บากของชีวิต มี 2แนวทาง กล่าวคือเมื่อเผชิญกับความยากลำ บากจะมีคนที่รู้สึกไม่พอใจโกรธ เคืองต่อโลกรอบตัวเขา ในทางตรงกันข้าม ก็จะมีคนที่ใช้สถานการณ์นั้นมาทำ ให้
34 จิตวิญญาณของตนลึกซึ้งยิ่งขึ้น อาจารย์อิเคดะ : ด้วยเหตุนี้ การปฏิบัติจริงตามแนวคิดของการปฏิวัติชีวิตมนุษย์ หรือการเปลี่ยนแปลงภายในจึงมีความสำ คัญอย่างยิ่ง หากเราละเลยที่จะทำ ให้ ความเป็นมนุษย์ของเราลึกซึ้งขึ้นแล้ว เมื่อเผชิญกับอุปสรรคที่ใหญ่โตมาก เราก็ มักจะรู้สึกสงสารตัวเอง โกรธและไม่พอใจต่อคนรอบข้าง อาจเป็นธรรมชาติของ มนุษย์ที่จะตอบสนองด้วยวิธีนี้ อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้น เรา จำ เป็นต้องคิดพิจารณาตัวเองอย่างลึกซึ้ง และพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อการ เติบโตพัฒนาของเราต่อไป แล้วพระนิชิเร็นไดโชนินคิดทบทวนใคร่ครวญตนเองอย่างไร เรามา พิจารณาข้อความอื่นจาก “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” กันเถิด โมรินากะ : พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า: การบีฑาที่นิชิเร็นเผชิญเป็นผลกรรมที่สร้างไว้ในอดีตชาติ. “บท พระสทาปริภูตฯ” กล่าวว่า “เมื่อบาปของเขาถูกชำระไปหมดแล้ว” เป็นการชี้ ให ้เห ็นว ่าพระสทาปริภูตโพธ ิส ัตว ์ถูกสบประมาทและถูกต ีโดยผู ้หม ิ ่นประมาท คำ สอนที่ถูกต้องจำ นวนนับไม่ถ้วนเพราะอดีตกรรมของเขา. นับประสาอะไรกับ นิชิเร็นผู้เกิดมายากจนและต่ำ ต้อยในครอบครัวจัณฑาล4 ในชาตินี้. ในใจของ อาตมายึดถือศรัทธาสัทธรรมปุณฑริกสูตรอยู่บ้าง ทว่า ร่างกายของอาตมาแม้ 4 จัณฑาล (ภาษาสันสกฤต) : วรรณะจัณฑาล ต่ ำ กว่าวรรณะต่ ำ สุดของ 4 วรรณะในระบบวรรณะของอินเดียโบราณ คนในวรรณะนี้จัดการกับศพ ฆ่าสัตว์ และทำ งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความตายหรือ การฆ่าสิ่งมีชีวิต พระนิชิเร็นไดโชนินประกาศตนว่าเป็นพวกจัณฑาล เพราะท่านเกิดในครอบครัวชาวประมง
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ภายนอกเป็นมนุษย์แต่โดยพื้นฐานแล้วเป็นร่างกายของเดรัจฉาน.ซึ่งปฏิสนธิจาก ของเหลวขาวกับแดง 2 อย่างของบิดากับมารดาผู้ประทังชีวิตด้วยปลาและนก. จิตวิญญาณที่อาศัยอยู่ในร่างกายนี้ดุจดวงจันทร์ที่สะท้อนอยู่ในน้ำ โคลน หรือดุจ ทองคำ ที่ถูกห่ออยู่ในถุงสิ่งปฏิกูล. เนื่องจากจิตใจเชื่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรจึงไม่ กลัวแม้กระทั่งพระพรหมหรือพระอินทร์5 แต่ร่างกายยังคงเป็นร่างกายของ เดรัจฉาน. ด้วยเหตุที่กายกับใจไม่เหมาะสมกันเช่นนี้จึงไม่แปลกที่คนโง่เขลาดูถูก อาตมา. ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อเทียบกับร่างกายแล้ว จิตใจของอาตมา ส่องประกายเหมือนดวงจันทร์หรือเหมือนทองคำ . (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 303 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 228 - 229) ไซโต้ : ข้อความธรรมนิพนธ์นี้ พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า เป็นเพราะกรรมใน อดีตของท่านเองที่ท่านต้องเผชิญกับการกดขี่บีฑาที่รุนแรงเช่นนี้และอ้างถึงวลีที่ เราคุยกันก่อนหน้านี้จาก “บทพระสทาปริภูตโพธิสัตว์” “เมื่อบาปของเขาถูก ชำ ระไปหมดแล้ว” พระนิชิเร็นไดโชนินยังกล่าวไปถึงชาติกำ เนิดและสถานะของ ท่านด้วย อาจารย์อิเคดะ : ท่านเจาะลึกโดยไม่ด้อยค่าชีวิตของท่าน แม้ท่านจะกล่าวว่า “ในใจของอาตมายึดถือศรัทธาสัทธรรม ปุณฑริกสูตรอยู่บ้าง” พระน ิช ิเร ็นไดโชน ินอ ่านพระสูตรด ้วยช ีว ิตของท ่าน ทั้ง ร่างกายและจิตใจโดยธรรมชาติ ท่านอ่านพระสูตรทั้ง 28 บท ด้วยชีวิตจิตใจ ทั้งหมดของท่าน กระนั้นท่านยอมรับว่าแค่ “ยึดถือศรัทธาอยู่บ้าง” เท่านั้น 5 พระพรหมและพระอินทร์ : 2 เทพในตำ นานอินเดียโบราณ ในพุทธศาสนากล่าวกันว่า เทพทั้งสองมีบทบาทในการปกป้องและดูแลโลก ในฐานะผู้นำ ของเหล่าเทพสวรรค์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นพลังปกป้องของสกลจักรวาล
36 ในตอนท้าย พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า “เมื่อเทียบกับร่างกาย แล้ว จิตใจของอาตมาส่องประกายเหมือนดวงจันทร์หรือเหมือนทองคำ .” ท่าน เปรียบเทียบชัดเจนว่าเพราะร่างกายของท่านซึ่ง “โดยพื้นฐานแล้วเป็นร่างกาย ของเดร ัจฉาน.” ตรงก ันข ้ามอย ่างส ิ ้นเช ิงก ับห ัวใจหร ือจ ิตใจของท ่านซ ึ ่ง “ส่อง ประกายเหมือนดวงจันทร์หรือเหมือนทองคำ .” ถึงกระนั้นก็ตาม ท่านรับรู้ได้ถึงความเปราะบางและความเรรวน ของจิตใจมนุษย์ ซึ่งทำ ให้ผู้คนมัวเมาด้วยความหลงและยอมจำ นนต่อการ หลอกล่อของธรรมชาติมาร เส้นทางของการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมคือเส้นทาง ของการเอาชนะความอ่อนแอที่อยู่ภายใน จ ิตใจม ีท ั ้งด ้านท ี ่อ ่อนแอและด ้านที ่ เข้มแข็ง ความศรัทธาทำ ให ้เราสามารถพ ัฒนาจ ิตใจท ี ่เข ้มแข ็งท ี ่เป ็นหน ึ ่ง เดียวกับธรรมมหัศจรรย์ และไขเอาพลังไร้ขีดจำ กัดของโลกพุทธะที่มีพร้อมอยู่ใน ชีวิตของเราออกมา ด้วยเหตุนี้พระนิชิเร็นไดโชนินจึงกล่าวว่า “เนื่องจากจิตใจเชื่อ สัทธรรมปุณฑริกสูตรจึงไม่กลัวแม้กระทั่งพระพรหมหรือพระอินทร์” ต่อเนื่องจากกระบวนการที่พินิจพิเคราะห์ตนเองนี้ ท่านก็ได้กล่าว ต่อไปถึงชีวิตในอดีตชาติของท่าน ในที่สุดเราก็มาถึงเรื่องของชะตากรรม โมรินากะ : พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า อาตมาอาจหมิ่นประมาทธรรมอะไรไว้ในอดีตชาติก็ได้ ใครจะรู้. อาตมาอาจมี วิญญาณของภิกษุอกรามติ6 หรือจิตใจของพระมหาเทพ7 . บางทีอาจสืบเชื้อสาย มาจากพวกท ี ่บ ีฑาพระสทาปร ิภูตโพธ ิส ัตว ์อย ่างดูถูกเหย ียดหยาม หรืออยู่ใน บรรดาผู้ที่ลืมเมล็ดแห่งการรู้แจ้งที่ได้รับการหว่านลงในชีวิตแล้ว8 . อาตมาอาจ กระทั่งเคยเกี่ยวข้องกับผู้ทะนงตัวอวดดี 5,000 คน9 หรืออยู่ในกลุ่มที่ 3 [ผู้ไม่
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ ศรัทธาสัทธรรมปุณฑริกสูตร] ในสมัยพระมหาภิชญาชญานาภิภูพุทธะ10. อดีต กรรมเป็นสิ่งที่มิอาจจะหยั่งได้. (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 303 / ฉบับภาษาไทย เล่ม 3 หน้า 228 - 229) ไซโต้ : เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ท่านวางตัวเองไว้ในหมู่ผู้ที่ในอดีตเคยดูหมิ่นผู้ปฏิบัติ สัทธรรมปุณฑริกสูตร สิ่งนี้ชี้ถึงความจริงที่ว่าพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินไม่ ถือว่าความดีและความชั่วเป็นสองที่แยกกันอยู่เดี่ยว ๆ ความดีและความชั่วไม่ 6 ภิกษุอกรามติ : ภิกษุผู้มีชีวิตอยู่ในสมัยธรรมปลายของพระสิงหนาทราชาพุทธะ ตามที่กล่าวอยู่ใน สรวธรรมอนิตยสูตร เขาดูหมิ่นภิกษุประสันเนนทรีย์ผู้สอนปรัชญาธรรมที่ถูกต้องจึง ทำ ให้ตกนรก 7 พระมหาเทพ : ภิกษุที่มีชีวิตอยู่ราว 100 ปีภายหลังพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพาน และยุยงให้เกิดสังฆเภทครั้งแรก ก่อนจะเข้าร่วมคณะสงฆ์ เขาฆ่าบิดา ฆ่ามารดา และฆ่าอรหันต์ ต่อมาเขาพัฒนาความคิดเกี่ยวกับ พุทธธรรมตามอำ เภอใจของตนเอง และโต้เถียงกับพวกสงฆ์โดยยุให้เกิดความแตกแยกในหมู่สงฆ์ 8 “ผู้ที่ลืมเมล็ดแห่งการรู้แจ้ง” คือบุคคลที่จำ ไม่ได้ว่าพวกเขาได้รับเมล็ดพุทธะจากพระศากยมุนีพุทธะเมื่อสมัย 500 ธุลีกัป เพราะการหมิ่นประมาทธรรมที่พวกเขาได้กระทำ ไว้ 9 ตามที่มีกล่าวอยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร (บทที่ 2) “บทกุศโลบาย” 5,000 คนได้แก่ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา ซึ่งเดินออกจากที่ประชุมเมื่อพระศากยมุนีพุทธะทรงเริ่มเทศนา เกี่ยวกับ “การแทนที่ตรียานด้วยเอกยาน” เพราะทึกทักเอาเองว่าพวกเขาบรรลุแล้วในสิ่งที่พวกเขา ไม่ได้บรรลุ. 10 เรื่องนี้มีอธิบายอยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร (บทที่ 7) “บทการเปรียบเทียบเรื่องปราสาทเนรมิต” เมื่อสมัย 3,000 ธุลีกัป พระมหาภิชญาชญานาภิภูพุทธะทรงเทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตรให้แก่ พระราชโอรส 16 องค์. จากนั้นพระราชโอรสเหล่านี้ได้ทรงเทศนาพระสูตรนี้แก่ประชาชนทั้งหลาย ซึ่งในบรรดาคนเหล่านั้นมีผู้ที่ศรัทธาและบรรลุพุทธภาวะ. กลุ่มที่ 3 คือผู้ที่ได้ฟังสัทธรรมปุณฑริกสูตร ในเวลานั้นแต่ไม่ศรัทธา. และแม้จะเกิดใหม่ในสมัยพุทธกาลก็ยังไม่สามารถเชื่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร.
38 แยกจากกัน อวิชชาขั้นพื้นฐานเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติขั้นพื้นฐานแห่งการรู้แจ้ง ผมคิดว่านั่นเป็นเหตุผลที่เป็นไปได้ที่ท่านจะกล่าวเช่นนี้ อาจารย์อิเคดะ : พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า“อดตกรรมเี ป็นสิงท่มิอาจจะหยั ี่ ง่ได้.” นี่แสดงให้เห็นถึงความสนใจอันแน่วแน่ของท่านที่มุ่งไปที่โลกภายในของชีวิต มน ุษย ์เพ ื ่อจ ุดประสงค ์ในการน ำ พาประชาชนทุกคนไปสู่การรู้แจ้ง ไม่มีความ เมตตากรุณาที่ยิ่งใหญ่ต่อชีวิตมนุษย์เกินกว่านี้อีกแล้ว ผมเชื่อว่าความศรัทธาที่ ลึกซึ้งของพระนิชิเร็นไดโชนินต่อศักยภาพภายในของประชาชน และความเห็นอก เห็นใจของท่านต่อความอ่อนแอของมนุษย์ คือสาเหตุของการพิจารณาธรรมชาติ ชีวิตของท่าน ทั้งชีวิตจิตใจของท่านไหลเวียนด้วยความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ ที่จะช่วยลูกศิษย์ของท่านที่เมืองคามาคูระซึ่งกำ ลังต่อสู้อย่างกล้าหาญท่ามกลาง การกดขี่บีฑาจนถึงที่สุด เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่หากพระนิชิเร็นไดโชนินมอบแค่ คำ ปลอบใจอย่างไม่กระตือรือร้นแก่ลูกศิษย์ในขณะที่พวกเขาพบกับการบีฑาอย่าง รุนแรง ก็จะไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขายืนหยัดขึ้นมาและต่อสู้ด้วย จิตวิญญาณที่จะพลิกสถานการณ์ได้เลย บางครั้งระหว่างการปฏิบัติพุทธธรรมของเรา เป็นธรรมดาที่อาจ เกิดความสงสัยขึ้นมา เจตนารมณ์ของพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินคือการ ตั้งคำ ถามอย่างจริงจังและแสวงหาสาระสำ คัญที่แท้จริงของปรากฏการณ์และ เหตุการณ์ต่าง ๆ ผู้ที่มีความศรัทธาอย่างแท้จริงคือผู้ที่แม้หลังจากถอดเครื่อง ประดับยศและเครื่องประดับตกแต่งภายนอกออกไปแล้ว ก็ยังคงมีแก่นแท้ภายใน ของความเชื่อมั่นที่ไม่อาจทำ ลายได้ ไซโต้ :ธรรมชาติมารทำ งานในทุกรูปแบบเพื่อโน้มน้าวใจผู้คน ตัวอย่างเช่น ความ สำ เร็จเพียงผิวเผินอาจนำ ไปสู่ความทะนงตัวอวดดี
จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 08-2566 โลกแห่งธรรมนิพนธ์ อาจารย์อิเคดะ : ถูกต้องครับ ความทะนงตัวอวดดีดังกล่าวจะเปิดช่องให้การ ทำ งานของมารเข้ามาในชีวิต บ่อยครั้งที่ผู้เอาชนะความยากลำ บากอันใหญ่หลวง มักจะพูดโดยไม่ไตร่ตรองว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีคือผู้ที่เปราะบางที่สุด บางทีพวก เขาอาจมีจิตใจอ่อนแอมากสุด ๆ บ่อยครั้งกลับกลายเป็นว่าคนที่อ่อนน้อม ถ่อมตนมีความเข้มแข็งและไม่หวั่นไหว ไม่ว่ากรณีใด หากเรารู้สึกว่าพระนิชิเร็นไดโชนินช่างมีความแน่วแน่ เพียงใดในการพินิจพิเคราะห์ชีวิตของท่าน เราก็อดไม่ได้ที่จะคิดไตร่ตรองตัวเอง อย่างเข้มงวดเช่นกัน การทำ งานของมารไม่สามารถเข้ามาในชีวิตของผู้ที่มีจิตใจ เข้มแข็งและมุ่งมั่นที่จะเติบโตวันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า โมรินากะ : พระนิชิเร็นไดโชนินช่างตรงกันข้ามกับผู้นำ ศาสนาอื่นที่เทศนาสั่งสอน ผู้คนราวกับตนเป็นมนุษย์ที่พิเศษยอดเยี่ยม อาจารย์อิเคดะ : การแบ ่งป ันความท ุกข ์ของผู ้อ ื ่นในฐานะเพ ื ่อนมน ุษย ์เป ็นส ิ ่ง สำ คัญ เช่นเดียวกับพระนิชิเร็นไดโชนิน เราควรตระหนักว่า ในอดีตชาติเราอาจ เคยอยู่ในหมู่ผู้คนที่กดขี่บีฑาผู้ปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร เช่นนั้นแล้วโดย พื้นฐานเราจึงเริ่มทำ การเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมวลมนุษยชาติได้ ไซโต้ : หากใครบางคนกล่าวว่า “ที่คุณเป็นทุกข์ก็เพราะชะตากรรม เนื่องจากฉัน ไม่มีกรรม ฉันจะช่วยคุณเอง” ผู้คนคงจะไม่พอใจ อาจารย์อิเคดะ : ความย ิ ่งใหญ ่ของสมาคมโซคาอยู ่ท ี ่ความจร ิงท ี ่ว ่า สมาชิก สมาคมร่วมแบ่งปันความทุกข์ของผู้อื่น คนที่ต่อสู้กับปัญหาของตัวเองและ พยายามอย่างจริงจังในการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเองก็จะพยายามอย่าง เต็มที่เพื่อช่วยผู้อื่นเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกเขาด้วยเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ทำ ให้ การกระทำ ของพวกเขาช่างสูงส่งยิ่งนัก
40 นี่คือกรณีที่คนธรรมดาช่วยคนธรรมดา คนที่นำ พาผู้คนไปสู่ การรู้แจ้ง ด้วยเหตุผลนี้ จึงไม่มีสิ่งใดทำ ลายสายสัมพันธ์ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวของ สมาชิกสมาคมโซคาได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ กลับมาที่ “ธรรมนิพนธ์เรื่องเกาะซาโดะ” กัน เหตุใดพระ นิชิเร็นไดโชนินจึงพินิจพิจารณากรรมของตัวท่านเองถึงขนาดนั้น ท่านจะชี้แจง ต่อไปถึงเจตนาในการกระทำ เช่นนั้น { โปรดติดตามตอนต่อไป }
ขึ้้นสู่่ยอดเขาใหม่่แห่่งการเผยแผ่่ธรรมไพศาล ร่่วมกััน
42 ก้้าวหน้้าไปด้้วยกัันในการเดิินทางแห่่งชััยชนะ ของสัันติิภาพและความหวััง การแข่งขันวิ่งผลัดมาราธอนชาย “ฮาโกเนะ เอกิเด็น” 1 ในช่วง ปีใหม่ (2 - 3 มกราคม) สร ้างแรงบ ันดาลใจและความต ื ่นเต ้นแก ่ประชาชน ท ั ่วประเทศญ ี ่ป ุ ่น ข ้าพเจ ้าขอปรบม ืออย ่างส ุดห ัวใจให ้ก ับความพยายามอย ่าง เต ็มท ี ่ และความสามัคคีของสมาชิกทีมมหาวิทยาลัยโซคา (ซึ่งได้อันดับที่ 8 จาก 21 ทีม) รวมถึงยุวชนทุกคนที่เข้าร่วม ขอบคุณที่เป็นแรงบันดาลใจที่เยี่ยม ยอด * ‘ ’ 1 ฮาโกเนะ เอกิเด็น เป็นการวิ่งแข่งระยะเวลา 2 วันสำ หรับทีมชายของมหาวิทยาลัยในภูมิภาคคันโต ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 2 - 3 มกราคม ของทุกปี เส้นทางจากกรุงโตเกียวไปยังทะเลสาบอาชิในฮาโกเนะ จังหวัดคานางาวะ แบ่งเป็น 2 ช่วง โดยวันแรกนักวิ่งจะวิ่งไปยังฮาโกเนะ และวันที่ 2 วิ่งกลับมายังกรุงโตเกียว ระยะทาง 217 กิโลเมตร (135 ไมล์) ซึ่งแบ่งเป็น 10 ฐาน ช่วงที่ลำ บากที่สุดคือช่วงเส้นทางขึ้นเขาฮาโกเนะ ไปยังทะเลสาบอาชิ ในการแข่งขันในปีนี้ ทีมของมหาวิทยาลัยโซคา เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 8 จึงมีสิทธิ์ลงแข่งโดยอัตโนมัติในปีหน้า ซึ่งเป็นครั้งที่ 100 ของฮาโกเนะ เอกิเด็น
ขึ้นสู่ยอดเขาใหม่ จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลร่วมกัน 08-2566 สรรพสัตว์ทั้งปวงบนโลกใบนี้ได้เริ่มต้นออกเดินทางรอบดวงอาทิตย์ เป็นเวลา 1 ปีอีกครั้ง ในวันขึ้นปีใหม่ ค.ศ.1955อาจารย์ผู้มีพระคุณของข้าพเจ้าอาจารย์ โจเซอิ โทดะ ได้แต่งกลอนดังนี้ การเดินทางเพื่อเผยแผ่ ธรรมมหัศจรรย์ ยาวไกล มาส่งเสิรมกำ ลังใจแก่กัน และก้าวหน้าไปด้วยกัน กลอนบทนี้ได้สลักไว้บนอนุสาวรีย์ที่ลานของวิหารมหาปณิธานเพื่อ การเผยแผ่ธรรมไพศาล ซึ่งปีนี้ฉลองวาระครบ 10 ปี แผ่นจารึกเป็นลายพู่กันของ ข้าพเจ้าที่คัดลอกบทกลอนนี้ในฐานะศิษย์ที่ซื่อสัตย์ของอาจารย์โทดะ ในบรรดาการเด ินทางน ับคร ั ้งไม ่ถ ้วนของช ีว ิต การเด ินทางเพ ื ่อ เผยแผ่ธรรมมหัศจรรย์ที่เป็นปณิธานและเส้นทางที่เลือกไว้ของอาจารย์กับศิษย์ แห่งโซคานั้นเป็นนิรันดร์และกว้างใหญ่ไพศาลเท่าสกลจักรวาล การมุมานะปีแล้วปีเล่าเพื่อบรรลุเป้าหมายใหม่ในการขึ้นสู่ยอดเขา แห่งชัยชนะในการเผยแผ่ธรรมไพศาล เราสะสมทรัพย์สมบัติของจิตใจมากมาย นับไม่ถ้วนเพื่อตนเองและชุมชนของเรา ในขณะเดียวกันก็เปิดเส้นทางอันยิ่งใหญ่ สู่ความสุขเพื่อมวลมนุษยชาติต่อไปในอนาคตอย่างต่อเนื่องมั่นคง ‘ ’
44 ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดปรากฏขึ้นต่อหน้าเรา เรามีสายใยอันล้ำ ค่า ที่สุดของการสนับสนุนและการส่งเสริมกำ ลังใจซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนสมาชิก ของเรา เส ้นทางข ้างหน ้าย ิ ่งสูงช ันเพ ียงใด เราก ็ย ิ ่งส ่งเสร ิมก ำ ลังใจกันมากขึ้น เพียงนั้น ดึงพลังชีวิตที่ไม่อาจถูกทำ ลายได้ของเราออกมาและเปลี่ยนพิษทั้งปวง ให ้เป ็นยา น ั ่นค ือความเป ็นน้ำ หนึ ่งใจเด ียวก ันท ี ่น ่าอ ัศจรรย ์แห ่งการเคล ื ่อนไหว ของโซคา เนื่องจากยุคสมัยนี้เต็มไปด้วยความแตกแยกและความแปลกแยก ที่ทวีความรุนแรงขึ้น พยายามให้มากยิ่งขึ้นในการใช้เสียงของเราเพื่อมอบ “ความแข็งแกร่งที่ไร้ขอบเขต” 2 โดยส่งเสริมกำ ลังใจผู้อื่นอย่างอบอุ่นทั้งภายใน และภายนอกองค์กรของเรา นี่คือวิธีรวมความดีของแต่ละคนเข้าด้วยกันและฟื้นฟู สังคมของเรา โลกปัจจุบันกำ ลังโหยหาความอบอุ่นและแสงสว่างจากการสนทนา ของเราซึ่งยึดหลักมนุษยนิยมของพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนินเป็นรากฐาน เพื่อสร้างโลกที่สงบสุขยิ่งขึ้น อาจารย์โทดะให้ความสำ คัญอย่างยิ่งกับคำ ว่า“ก้าวหน้า” (ภาษา ญี่ปุ่น ยุคะนามุ) ที่ใช้ในบทกลอนข้างต้น ยูคะนามุยังมีความหมายโดยนัยว่า การ ก้าวออกไปหรือรับมือกับความท้าทายอย่างกล้าหาญ ค.ศ. 1955 ที่อาจารย์โทดะแต่งกลอนบทนี้ เป ็นป ีแห ่งช ัยชนะ ของเราในการโต้วาทีที่โอตารุ3 นอกจากนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามอย่าง เต ็มท ี ่ของเราในการส ่งขบวนแถวของผู ้ม ีความสามารถท ี ่อ ุท ิศตนเพ ื ่อการสร ้าง คุณค่าสู่สังคม ช่วยเหลือชุมชนของพวกเขา และทำ งานเพื่อสวัสดิการของ ประชาชน ซึ่งปัจจุบันได้เติบโตเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพ วัฒนธรรม และ การศึกษา
ขึ้นสู่ยอดเขาใหม่ จุลสารรายเดือน ฉบับที่ 68 แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลร่วมกัน 08-2566 68 ปีได้ล่วงเลยนับแต่นั้นมาและยุวโพธิสัตว์จากพื้นโลกที่มีจำ นวน มากข ึ ้นอย ่างต ่อเน ื ่อง ผู ้เป ็นน ักเด ินทางท ี ่จะส ืบสานการเด ินทางบนเส ้นทางท ี ่ ยาวไกลของเราเพ ื ่อท ำ ให ้การเผยแผ ่ธรรมไพศาลและอ ุดมการณ ์การ “ก่อตั้ง คำสอนท ี่ถูกต้องเพื่อให้ประเทศเกิดสันติ” ของพระนิชิเร็นไดโชนินสำ เร็จเป็น จริง กำ ลังปรากฏออกมาด้วยความปีติยินดีทั่วประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก * ช่วงปีใหม่ปีนี้ ข้าพเจ้าได้รับรายงานว่า มีสมาชิกใหม่จำ นวนมาก เข้าร่วมการเคลื่อนไหวของเราในประเทศต่างๆ ทั่วทวีปแอฟริกา ข้าพเจ้ากับภรรยาสวดอธิษฐานอย่างจริงจังทุกวันเพื่อสุขภาพที่ดี มีความปลอดภัย และความผาสุกตลอดจนบุญวาสนาและบุญกุศลของสมาชิก ผู้ล้ำ ค่าของเราทั่วโลก ภรรยาของข้าพเจ้าบอกว่า ดอกไม้ประจำ วันเกิด วันที่ 4 มกราคม ในประเทศญี่ปุ่นคือดอกเดซี่ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมในทวีปยุโรปและเป็น สัญลักษณ์ของสันติภาพและความหวัง 2 คำ ว่า กำ ลังใจ ในภาษาญี่ปุ่นคือ ฮาเงมาชิ ซึ่งเขียนด้วยอักษรจีน 2 ส่วนซึ่งเมื่อประกอบกันมีความหมายว่า “ความแข็งแกร่งที่ไร้ขอบเขต” 3 การโต้วาทีที่โอตารุ การโต้วาทีสาธารณะระหว่างตัวแทนสมาคมโซคาและสงฆ์ของนิกายนิชิเร็นชู (นิกายมิโนบุที่ยึดถือพุทธธรรมของพระนิชิเร็นไดโชนิน) ซึ่งจัดขึ้นที่ศาลาประชาคมโอตารุในเมืองโอตารุ ฮอกไกโด เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1955 โดยสมาคมโซคาชนะการโต้วาที และอาจารย์อิเคดะในวัยหนุ่มเป็นพิธีกร
46 ด้วยคำ อธ ิษฐานของเราจากอนาท ิกาลด ำ รงอยู ่ในห ัวใจของเรา ตลอดไปขอให้มีชัยชนะในวันนี้และสร้างเหตุที่ดีเพื่อวันพรุ่งนี้ มาร่วมกันส่งเสริม กำ ลังใจแก่กันและก้าวหน้าไปด้วยกันในการเดินทางแห่งชัยชนะของเราเพื่อทำ ให้ ดอกไม้แห่งสันติภาพและความหวังเบ่งบานไปทั่วโลก (จากหนังสือพิมพ์เซเคียว ฉบับวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 2023)
ไดโมขุุแห่่งเสีียงคำำรามของราชสีีห์์การปฏิิบััติิที่่มุ่่งสู่่ความสุุขและมีีชััยชนะขั้้นรากฐาน ตราบใดที่เรามีความศรัทธาต่อโงะฮนซน เราจะไม่ได้รับ ผลบาปจากการขาดทำ วัตร ดังนั้นขอให้สบายใจได้ พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวว่า การสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวแม้เพียงคำ เดียว คือบ่อเกิดของบุญกุศลอันไร้ขีด จำ กัด ถ้าเช่นนั้น หากจินตนาการดู ท่านจะสะสมบุญกุศลได้มากเพียงใด หาก ตั้งใจทำ วัตรและสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวทั้งเช้าเย็นทุกวัน นี่คือสิ่งที่เราทำ เพื่อ ตนเอง เป็นสิทธิ ไม่ใช่ข้อผูกมัด โงะฮนซนไม่เคยเรียกร้องให้เราต้องสวดมนต์ การมีความรู้สึก ขอบคุณที่สามารถสวดมนต์ต่อโงะฮนซน คือหัวใจของความศรัทธา ยิ่งพากเพียร ในความศรัทธา ในการทำ วัตรและสวดไดโมขุมากเท่าใด ท่านยิ่งได้รับประโยชน์ มากเท่านั้น ...ความมานะพากเพียรในการทำ วัตรทุกวันเป็น “การฝึกฝน จิตใจ” ที่ทำ ให้ชีวิตของเราบริสุทธิ์ ทำ ให้ “เครื่องยนต์” ชีวิตทำ งานอยู่บน เส้นทางที่ถูกต้อง ทำ ให้ร่างกายและจิตใจของเรามีจังหวะที่ดีในแต่ละวัน สิ่งสำ คัญคือการมีจิตใจที่ท้าทายตนเองอยู่เสมอในการอธิษฐาน และสวดไดโมข ุแม ้เพ ียงเล ็กน ้อยต ่อหน ้าโงะฮนซนท ุกว ัน น ี ่เป ็นส ิ ่งท ี ่น ่าช ื ่นชม อย่างยิ่ง (จากหนังสือชุด ปัญญาเพื่อสรรค์สร้างความสุขและสันติภาพ ตอนที่ 1 “ความสุข” หน้า 114 - 116) ‘ ’
สารบัญ บทบรรณาธิการของอาจารย์อิเคดะ ความยากลำบากรังสรรค์บทเพลงของหัวใจ 3 ที่สร้างแรงบันดาลใจ ธรรมนิพนธ์ เรื่องเปิดดวงตา 9 ความคิดคำ นึงเกี่ยวกับ “ปฎิวัติมนุษย์-ใหม่” บทที่ 81) รุ่งอรุณของทะจึโนะคุจิ 17 (ตอนที่ 2) โลกแห่งธรรมนิพนธ์ บทสนทนาเกี่ยวกับศาสนาแห่งมนุษยนิยม บทที่ 15) การเนรเทศไปที่เกาะซาโดะ (ตอนที่ 2) 25 การก่อตั้งธรรมะที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรม (ต่อ) ขึ้นสู่ยอดเขาใหม่ แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลร่วมกัน ก้าวหน้าไปพร้อมกับเพื่อนสมาชิก 43 ผู้เป็นแรงบันดาลใจของเรา 1 2 3 4 5
2 สมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย email: [email protected] www.sgt.or.th บรรณาธิิการ นวรััตน์์ ชิิโนมีี กองบรรณาธิิการ เรืืองระวีี ไชยพููนพััฒน์์ พััชรีี โพธิิพััฒน์์ธนากร ณััฐพร งามสิิ ริิ กุุล ภาษาญี่่�ปุ่่�น เพีียงตา หลิิมไชยกุุล อนงค์์นาถ มโนจุุ รีีหกุุล อาคิิโกะ โฮโซดะ โยโกะ โอดะ สมพร เจนจารุุ พัันธุ์์กุุล ภาษาอัังกฤษ หทััยรััตน์์ แซ่่ จึึง ศศมน โพธิิ พััฒน์์ธนากร ทิิพย์์ สุุดา บุุนฑารัักษ์์ ออกแบบสร้้างสรรค์์ กุุลลดา อััศวฉััตรโรจน์์ พิิสููจน์์ อัักษร วรรณีี สถาพรพิิชญ์์ผู้้จััดการณริินทร์์ ลััทธยาพร สงวนลิิขสิิทธิ์์�โดยสมาคมสร้้างคุุณค่่าในประเทศไทย ISSN 2586-8675
บทบรรณาธิิการของ อาจารย์์ อิิเคดะ (ในวารสารไดเบีียะขุุเร็็งเงะ)
4 ‘ ’ ความยากลำำบาก รัังสรรค์์บทเพลงของหััวใจ ที่่�สร้้างแรงบัันดาลใจ การเดินทางของชีวิตเราทุกคน บางครั้งต้องพบเรื่องท้าทาย อันเจ็บปวดที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ราวกับติดอยู่ในอุโมงค์ที่ยาวและมืดมิด เมื่อนั้น ความศรัทธาในธรรมมหัศจรรย์จะส่องแสงแก่เส้นทางข้างหน้าให้สว่างไสว ยิ่งขึ้นด้วยแสงแห่งความหวังและการฟื้นฟูใหม่ หลังจากปรนนิบัติแม่สามีผู้สูงวัยที่เจ็บป่วย อุบาสิกาโทขิก็ต้อง ต่อสู้กับความเจ็บป่วยของตัวเอง พระนิชิเร็นไดโชนินยกย่องจิตใจที่อุทิศแก่ผู้อื่น อย่างจริงใจของเธอ พร้อมกับกำ ชับให้มีความมุ่งมั่นในการรักษาตัว ด้วยความอดทนและมีความเชื่อมั่นที่หนักแน่นว่า “ท่านควรรับการรักษาต่อไป อก 3 ี ปีอย่างสม่ ำ เสมอเหมือนกับทเริ ี่ มทำ่มาแต่ต้น ซึงมั่ นใจว่าท่านจะหาย ่ป่วยได้” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 656) ท่านรับรองกับเธอว่า “ท่านก็เป็นผปู้ ฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร ... จงเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งว่าท่านจะต้องหายป่วยและมีชีวิตที่ยืนยาวอย่าง แน่นอน” (ธรรมนิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษ เล่ม 1 หน้า 656) ทั้งยังส่งเสริมกำ ลังใจ ให้ดูแลตัวเองและอย่ากังวลโดยใช่เหตุ เมื่ออ่านธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเร็นไดโชนินจะพบว่าในหมู่ผู้ปฏิบัติ สัทธรรมปุณฑริกสูตรซึ่งปฏิบัติตามคำ ชี้นำ สั่งสอนของพระนิชิเร็นไดโชนิน พร้อม