The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Muzic Nipawan Thongjinda, 2022-08-03 08:30:13

นวัตกรรม

นวัตกรรม



๔. ควรศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้และคำแนะนำในการใช้แบบฝกึ ทักษะก่อนใช้
๕. เตรยี มอปุ กรณ์การฝกึ ลว่ งหน้ากอ่ นสอนทกุ ครงั้ เชน่ แบบฝึกทกั ษะ แบบทดสอบ
แบบบนั ทกึ คะแนน ใหพ้ รอ้ มเพ่อื สะดวกในการใช้
๖. อธบิ ายให้นักเรียนทราบถึงความสำคัญของการฝกึ แต่ละครัง้ เพือ่ ให้นักเรยี นเห็น
ประโยชนท์ ีจ่ ะได้รับจากการฝึก

คำแนะนำการใช้แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านจับใจความสำหรบั นักเรียน

๑. แบบฝึกทกั ษะการอา่ นจับใจความมี ๕ แบบฝกึ
๒. แบบฝึกทกั ษะเลม่ น้ีฝกึ ทกั ษะเรอ่ื ง การอ่านจบั ใจความจากนทิ าน
๓. ข้ันตอนการใช้แบบฝึก

๓.๑ ศกึ ษาทำความเขา้ ใจ กบั จุดประสงค์การเรียนรู้ของแบบฝึก
๓.๒ ทำแบบทดสอบก่อนเรียน
๓.๓ ทำแบบฝกึ ทักษะท่ี ๑ – ๕ อย่างรอบคอบและต้ังใจ
๓.๔ ทำแบบทดสอบหลังเรยี น
๓.๕ รว่ มตรวจคำตอบแบบฝึกทักษะโดยดจู ากเฉลยแบบฝกึ ทกั ษะในภาคผนวก
๓.๖ รว่ มตรวจคำตอบของแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี นเมื่อเรยี นในแตล่ ะ
เร่อื งเพอ่ื วดั ความรู้ท่พี ฒั นาขน้ึ ในเรือ่ งนั้น ๆ



มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคิดเพื่อนําไปใชต้ ัดสินใจ
แกป้ ญั หาในการดําเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ยั รักการอ่าน
ตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๖/๒ อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความท่ีเป็นโวหาร
ท ๑.๑ ป.๖/๓ อ่านเร่อื งส้ัน ๆ อย่างหลากหลาย โดยจับเวลาแล้วถามเก่ยี วกบั

เร่อื งทอ่ี ่าน
ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอ้ เท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องท่อี ่าน
ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธบิ ายการนำความรู้และความคิดจากเรื่องทอี่ า่ นไปตดั สนิ ใจ

แกป้ ัญหาในการดำเนนิ ชีวติ
สาระสำคัญ

การอา่ นจบั ใจความนิทาน คอื การอา่ นท่ีผู้อ่านต้องจับใจความสำคัญของเน้ือเรื่อง
ของนิทานทีอ่ ่าน ซงึ่ จะช่วยให้ผูอ้ า่ นสามารถเข้าใจในสงิ่ ที่ผู้เขียนตอ้ งการสอื่ ตลอดจน


จุดมุ่งหมายของ ผู้แตง่ ได้ดีขนึ้ นิทานเปน็ งานเขยี นประเภทหน่ึงท่ตี อ้ งอาศยั ทกั ษะ
การอา่ นจบั ใจความเพราะผู้เขยี นจะสอดแทรกแนวคิด ทศั นคติไว้ เม่อื ผอู้ า่ นมีทกั ษะใน
การอ่านจบั ใจความไดด้ กี จ็ ะสามารถเขา้ ใจเรอ่ื งและแนวคิดของผู้อ่านได้ดียิง่ ข้นึ

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑. นักเรยี นสามารถตอบคำถามจากนิทานทก่ี ำหนดใหอ้ ่านได้
๒. นักเรยี นสามารถแยกขอ้ เทจ็ จรงิ จากนทิ านที่กำหนดให้อา่ นได้
๓. นักเรยี นสามารถสรุปความรู้และข้อคิดจากนทิ านท่ีกำหนดให้อา่ นได้
๔. นกั เรียนมมี ารยาทในการอ่าน

สาระการเรยี นรู้
การอ่านจบั ใจความจากนทิ าน



แบบทดสอบกอ่ นเรียนแบบฝึกทกั ษะการอา่ นจับใจความ
เลม่ ที่ ๒ การอ่านจบั ใจความจากนิทาน

คำชีแ้ จง ให้นกั เรียนทำเคร่อื งหมาย X ลงในช่องคำตอบที่ถูกต้องในกระดาษคำตอบ

อ่านข้อความตอ่ ไปน้แี ลว้ ตอบคำถามข้อ ๑ - ๕

นากกับหมาจ้งิ จอก
นากสองตัวเป็นเพื่อนกัน เมื่อหาปลาได้ก็มาแบ่งกันกิน นากตัวหนึ่งชอบ
หาปลาในน้ำลึก อีกตัวหน่ึงชอบหากินตามชายฝ่ัง วันหน่ึงนากท้ังสองช่วยกันจับ
ปลาตะเพียนไดต้ ัวหน่ึงแต่ไม่สามารถแบ่งปลากันได้เพราะต่างก็เถียงจะเอาท่อนข้าง
หัวไม่ยอมเอาท่อนข้างหาง ขณะนั้นมีหมาจ้ิงจอกเดินผ่านมาพอดี นากท้ังสองจึง
ขอให้หมาจิ้งจอกช่วยตัดสิน หมาจิ้งจอกตัดสินว่าให้ท่านข้างหัวแก่นากน้ำลึก ท่อน
ขา้ งหางให้นากน้ำตน้ื ส่วนท่อนกลางตัวเป็นของผตู้ ัดสิน เม่อื จบคำพูด หมาจ้ิงจอกก็
คาบเอาปลาท่อนกลางเดินหลีกไป นากสองตัวได้แต่มองตามพลางนึกในใจว่ายอม
เสียเปรียบใหแ้ กก่ ันยังดกี วา่ หาผอู้ ื่นมาตัดสิน

ท่ีมา : นทิ านสุภาษติ ,สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส

๑. นากสองตัวแบ่งอะไรกนั ไมล่ งตวั
ก. ปลานิล
ข. ปลาสลดิ
ค. ปลาทบั ทิม
ง. ปลาตะเพยี น



๒. ใครเป็นผ้ชู ว่ ยตัดสนิ ความเรื่องนี้
ก. แพะ
ข. ชะนี
ค. ววั กระทงิ
ง. หมาจิ้งจอก

๓. นากน้ำลึกได้ปลาส่วนใด
ก. ส่วนหวั
ข. ส่วนหาง
ค. สว่ นครีบ
ง. ส่วนกลางลำตวั

๔. นทิ านเรอ่ื งนี้มีสัตว์ท้งั หมดกี่ชนดิ
ก. ๑ ชนิด
ข. ๒ ชนดิ
ค. ๓ ชนดิ
ง. ๔ ชนิด

๕. นทิ านเรอ่ื งนี้ตรงกบั สำนวนไทยวา่ อยา่ งไร
ก. น้ำพงึ่ เรือเสือพง่ึ ป่า
ข. ช้า ๆ ได้พรา้ เล่มงาม
ค. เขา้ ตามตรอก ออกตามประตู
ง. เสียนอ้ ยเสียยาก เสยี มากเสียง่าย



อา่ นขอ้ ความต่อไปนแ้ี ลว้ ตอบคำถามขอ้ ๖ – ๑๐

สนุ ัขจิง้ จอกตดิ เกาะ
ครั้งหนึ่งยังมีสุนัขจ้ิงจอกและเจ้าลิงน้อยที่กำลังหิวโซ มันเดินไปเร่ือย ๆ
จนกระท่ังมาถึงริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง มันมองเห็นเกาะกลางน้ำซ่ึงมีผลไม้สุกมากมาย
เจ้าลิงน้อยจึงเอ่ยขึ้นว่า “เราช่วยกันหาท่อนไม้มาทำสะพานกันเถอะ” เจา้ สุนัขจ้ิงจอก
เห็นดดี ้วย จงึ ช่วยกันแบกท่อนไม้มาทำเป็นสะพาน จากนั้นเจา้ สุนัขจิง้ จอกก็รีบวิ่งข้าม
ไปก่อน แล้วก็ผลักสะพานทิ้งเสีย เพ่ือท่ีจะไม่ให้ลิงข้ามมาได้และมันจะได้กินผลไม้นั้น
เพยี งผู้เดียว
เจ้าลิงน้อยโกรธมาก มันจงึ พูดข้ึนว่า “ถึงเจา้ จะได้กินผลไม้เหล่านั้น แต่เจ้าก็ไม่
สามารถจะกลับมายงั ฝง่ั นี้ได้อีกแล้ว” พูดจบเจา้ ลิงก็จากไป สุนัขจ้ิงจอกจงึ เก็บผลไม้กิน
จนอ่ิม แต่แล้วก็เริม่ สำนึกได้เมื่อน้ำเริม่ ขึ้นมาท่วมเกาะเล็ก ๆ นั้น “เฮ้อ! นี่ถ้าเราไม่เห็น
แก่ตัว ยอมให้เจ้าลิงน้อยข้ามมากินผลไม้ด้วยและไม่ผลักสะพานทิ้งไป ป่านน้ีฉันคง
กลับไปยังฝ่ังได้แล้ว ความเห็นแก่ตัวของฉันมันเป็นภัยแก่ตัวฉันเองแท้ ๆ” เจ้าสุนัข
จง้ิ จอกพมึ พำอย่างรสู้ ำนึกผดิ แต่มนั ก็สายเกนิ ไปเสียแลว้

ทีม่ า : ๑๐๐ นิทานอีสป, พ.ศรสี มิต

๖. ใครเป็นเพอื่ นกับสุนัขจง้ิ จอก
ก. ลา
ข. ลงิ
ค. ม้า
ง. กระตา่ ย



๗. เร่ืองนี้เกิดขึน้ ท่ไี หน
ก. แม่น้ำ
ข. บนเขา
ค. ในสวน
ง. ในบา้ น

๘. นทิ านเรื่องนี้ ในเกาะกลางน้ำมีอะไร
ก. ข้าว
ข. ขนม
ค. สะพาน
ง. ผลไม้สุก

๙. เม่ือสุนขั จ้ิงจอกวง่ิ ขา้ มสะพานไป แล้วผลักสะพานท้งิ แสดงวา่ สุนขั จิ้งจอกมีนสิ ัย
อย่างไร
ก. เห็นแกต่ วั
ข. เหน็ แก่เพื่อน
ค. เหน็ แก่ความสบาย
ง. เหน็ แก่ความทุกข์ยาก

๑๐. ผลสุดท้ายของเร่ืองเป็นอย่างไร
ก. ลิงนอ้ ยตาย
ข. สนุ ัขจ้ิงจอกตาย
ค. สุนัขจิ้งจอกและลิงน้อยตาย
ง. สุนขั จงิ้ จอกและลงิ น้อยไมต่ าย



ใบความรู้เรื่อง การอา่ นจบั ใจความจากนิทาน

 ความหมายของนิทาน

กุหลาบ มัลลิกะมาส (มัลลิกะมาส, ๒๕๑๘) กล่าวถึง “นิทาน” ไว้ในหนังสือ
คติชาวบ้านว่า นิทานเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะท่ีเล่าสืบต่อกันมาหลายช่ัวอายุคน เพื่อ
ความสนุกสนานเบิกบานใจ ผ่อนคลายความตึงเครียด เพ่ือเสริมศรัทธาในศาสนา
เทพเจ้า ส่ิงศักด์ิสิทธิ์ เป็นคติเตือนใจ ช่วยอบรมบ่มนิสัย ช่วยให้เข้าใจส่ิงแวดล้อมและ
ปรากฏการณธ์ รรมชาติ เนอ้ื เรอื่ งของนิทานเปน็ เรอื่ งนานาชนิด

กิ่งแกว้ อัตถากร (อตั ถากร, ๒๕๑๙) อธิบายว่า นิทาน หมายถึง เร่ืองเล่าสืบต่อ
กันมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ส่วนใหญ่ถ่ายทอดด้วยวิธีมุขปาฐะ แต่ก็มีอยู่ส่วนมากท่ี
บนั ทกึ เปน็ ลายลกั ษณ์อักษรไว้

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ (ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๔๒)
อธิบายความหมายไว้ว่า “นิทาน คือ เร่ืองท่ีเล่ากันมา เช่น นิทานชาดก และนิทาน
พนื้ บ้าน

สุมามาลย์ พงษ์ไพบูลย์ (พงษ์ไพบูลย์, ๒๕๔๒)กล่าวว่า นิทานเป็นคำศัพท์ภาษา
บาลี หมายถึง คำเล่าเรอื่ ง ไม่วา่ เป็นเรอื่ งประเภทใด แตอ่ ย่ทู ี่ลักษณะการเล่าที่เปน็ กันเอง
แม้จะเปน็ ข้อเขียนกม็ ลี ักษณะคล้ายกบั การเล่าที่เปน็ วาจา โดยใชภ้ าษาพูดหรอื ภาษาปาก
ในการเล่า

กล่าวโดยสรุป นิทาน คือ เรอ่ื งเล่าท่ีมนุษย์ผูกเร่ืองข้ึนด้วยภูมิปัญญา โดยส่วนใหญ่
จะถ่ายทอดด้วยวิธีมุขปาฐะ เนื้อเรื่องมีหลากหลายและใช้เล่าเพ่ือจุดประสงค์ต่างกัน
ตามโอกาสและสภาพแวดล้อมของแตล่ ะทอ้ งถ่ิน



 องคป์ ระกอบของนทิ าน

๑. แนวคิดหรือแกนของเร่ือง หรือสารัตถะของเรื่อง แนวคิดของเรื่องนิทานมัก
เป็นองค์ประกอบพื้นฐาน ง่ายไม่ลึกซ้ึงนัก เช่น แนวคิดเรื่องแม่เล้ียงข่มเหงลูกเล้ียง
การทำความดจี ะได้ผลดีตอบสนอง

๒. โครงเรื่องของนิทาน มักส้ัน กะทัดรัด เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นลักษณะเร่ือง
เล่าธรรมดา โดยดำเนนิ เรือ่ งไปตามลำดบั เหตุการณ์ก่อนหลัง

๓. ตัวละคร ไม่ควรมีหลายตัว เพราะเป็นเร่ืองส้ัน ๆ จะน่าอ่านกว่า เรื่องยาว ๆ
ตวั ละครอาจเป็นคน สัตว์ เทพเจ้า นางฟ้า มนุษย์ อมนษุ ย์ ฯลฯ

๔. ฉาก เปน็ ภาพจินตนาการที่ผเู้ ขียนสร้างข้ึน ใหส้ อดคล้องกบั เนื้อเร่ือง
๕. ถ้อยคำหรือบทสนทนา ท่ีตัวละครในเร่ืองพูดกัน ควรใช้ภาษาท่ีกะทัดรัด
เข้าใจงา่ ย สนกุ สนานชวนติดตาม
๖. คตชิ ีวิต นิทานทีด่ ตี ้องมีข้อคิดเกีย่ วกบั ชวี ิต สงั คมและวัฒนธรรม เพอื่ เปน็
การปลูกฝังคณุ ธรรมแกผ่ ้อู า่ น ในตอนท้ายของนทิ านมักสรปุ คตชิ ีวิต

 หลักการอ่านจับใจความจากนทิ าน

การอา่ นจับใจความนิทานมหี ลักการอา่ น ดงั น้ี
๑. ชื่อเร่ือง เป็นจุดชี้ใจความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่บางเร่ืองก็ยากต่อการ
จับใจความจึงพิจารณาสว่ นอืน่ ประกอบด้วย
๒. พิจารณาข้อขัดแย้งของเร่ือง แล้วติดตามผลข้อขัดแย้งเหล่านั้นว่าคล่ีคลาย
และสน้ิ สุดลงอย่างไร
๓. พิจารณาจุดสุดยอดของเรือ่ ง ซงึ่ มกั อยูต่ อนทา้ ย ๆ ใกลจ้ บเรอื่ ง
๔. สรุปใจความของเรื่อง โดยการตอบคำถามให้ได้ว่าใคร/อะไร ทำอะไร
ทไ่ี หน เม่ือไร อย่างไรและทำไม



ตัวอยา่ งการอา่ นจบั ใจความจากนิทาน

นกกระเรยี นกบั หา่ น
(ตอนที่ ๑)

นกกระเรียนตัวหน่ึงบินมาถึงสระแห่งหน่ึง เห็นห่านดำผดุ ดำวา่ ยอยู่ในสระ จงึ
ถามว่ากำลังทำอะไร ห่านจึงอธิบายให้ฟังว่า “นี่เป็นวิธีหาอาหารในน้ำของพวกเรา
และเมือ่ มีภัยอันตรายเรากส็ ามารถดำนำ้ หนีได้”

(ตอนท่ี ๒)
“ขอเพียงเจ้ามาเป็นเพ่ือนของเราเท่านั้น ต่อไปก็ไม่ต้องมัวดำผุดดำว่ายให้

เสียเวลา” นกกระเรยี นให้คำแนะนำ “ข้ึนมาหาอาหารบนบกสบายกว่า ภัยอนั ตราย
นนั้ ด้วยรา่ งกายทแ่ี ข็งแรงของเรา ขอรบั รองว่าจะคอยคุ้มครองให้เจา้ เอง”

(ตอนที่ ๓)
ห่านหลงเช่ือท่ีนกกระเรียนกล่าว จึงข้ึนมาหาอาหารบนบกกับนกกระเรียน

อยู่ต่อมาไม่นานเหย่ียวตัวหน่ึงออกหาเหย่ือเห็นห่านหากินอยู่บนบก จึงโฉบลงมาจับ
ตัวได้โดยง่าย ห่านตะโกนส่งเสียงร้องเรียกให้นกกระเรียนช่วย แต่ปรากฏว่า
นกกระเรยี นบินเตลิดหนีไปนานแลว้



วธิ กี ารสรุปใจความสำคัญ

ใคร/อะไร นกกระเรยี นกบั ห่าน
ทําอะไร นกกระเรยี นชวนหา่ นใหข้ ึน้ มาหาอาหารบนบก
เมอ่ื ไร เมื่อเหน็ ห่านดำผดุ ดำว่ายหาอาหารอยู่ในสระ
อยา่ งไร นกกระเรียนบอกว่าจะคุ้มครองห่านจากอันตราย
ผลเป็นอย่างไร เหยยี่ วบนิ มาจบั ตวั ห่านสว่ นนกกระเรียนกบ็ ินหนไี ป

สรปุ ใจความสำคัญ
ตอนท่ี ๑ คือ นกกระเรยี นเห็นหา่ นดำผุดดำวา่ ยอยู่ในสระ
ตอนที่ ๒ คือ นกกระเรยี นชวนห่านให้ข้ึนมาหาอาหารบนบก
ตอนที่ ๓ คือ หา่ นหลงเชือ่ ข้ึนมาหากินบนบก จึงถกู เหยย่ี วจบั กนิ ส่วน
นกกระเรยี นบนิ หนีไป

สรปุ ใจความสำคัญ
นกกระเรียนเห็นห่านดำผุดดำว่ายอยู่ในสระจึงชวนห่านให้ขึ้นมาหากิน

บนบก ห่านหลงเช่ือขึ้นมาหากินบนบก จึงถูกเหย่ียวจับกินส่วนนกกระเรียนบิน
หนีไป



แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๑ ทบทวนความรู้

คำชี้แจง ให้นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้ (ข้อละ ๒ คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๑. นทิ าน หมายถึงอะไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๒. การสรุปใจความสำคญั ของนิทาน ทำได้โดยการตอบคำถามอะไรบ้าง
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๓. ส่วนประกอบใดของนทิ านท่เี ปน็ จดุ แรกในการบอกใจความสำคัญของเรือ่ ง
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๔. การอา่ นนิทานน้นั จดุ สดุ ยอดของเร่ืองมักจะอยตู่ อนใดของเรอ่ื ง
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๕. จงบอกประโยชน์ของนทิ านมาอยา่ งน้อย ๒ ขอ้
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

การวัดและประเมนิ ผล คะนนเตม็ ๑๐ คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น ต้องได้รบั ผลการประเมนิ ไม่ตำ่ กว่าระดับดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรับปรุง

ได้คะแนน.......................คะแนน สรปุ ผล ผ่าน ไม่ผา่ น ผู้ประเมิน..............................

๑๐

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๒ อา่ นดถู ูกผดิ

คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นอ่านข้อความต่อไปนแี้ ลว้ ใสเ่ ครือ่ งหมาย  หนา้ ข้อความที่กลา่ ว
ถกู ต้องและใส่เคร่อื งหมาย X หนา้ ข้อความทก่ี ลา่ วไม่ถกู ตอ้ ง
(ขอ้ ละ ๒ คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)

............๑. นิทาน คอื เร่อื งเลา่ ทมี่ นษุ ยผ์ ูกเรอื่ งข้ึนด้วยภมู ปิ ัญญา โดยสว่ นใหญ่จะ
ถ่ายทอดด้วยวิธีมุขปาฐะ เน้ือเรื่องมีหลากหลายและใช้เล่าเพื่อจุดประสงค์
ต่าง ๆ กนั ตามโอกาสและสภาพแวดลอ้ มของแตล่ ะท้องถ่ิน

............๒. ตัวละครในนิทานควรมีหลายตวั เพราะเปน็ เร่ืองสนั้ ๆ จะนา่ อา่ นกวา่ เรือ่ ง
ยาว ๆ ตวั ละครอาจเป็นคน สตั ว์ เทพเจา้ นางฟา้ มนุษย์ อมนุษย์ ฯลฯ

............๓. การสรปุ ใจความของเร่อื ง ทำได้โดยการตอบคำถามให้ไดว้ ่าใคร ทำอะไร
ท่ไี หน เมอ่ื ไร อยา่ งไร และทำไม

............๔. นทิ านประเภทเล่าอธิบายเหตุ เปน็ เรอ่ื งอธบิ ายกำเนดิ ความเป็นมาของสิ่งท่ี
เกิดขึ้นในธรรมชาติ กำเนิดของสัตว์ว่าเหตุใดจึงมีรูปร่างลักษณะ ต่าง ๆ
กำเนิดของพืช มนษุ ย์ ดวงดาวตา่ ง ๆ

............๕. คติชีวิตในนทิ านที่ดตี อ้ งมีข้อคิดเกี่ยวกบั ชวี ิต สังคมและวฒั นธรรม เพ่ือเปน็
การปลูกฝังคุณธรรมแกผ่ ู้อา่ น มักพบในตอนต้นหรอื ตอนกลาง ๆ ของนิทาน
ซ่งึ มักสรปุ คตชิ ีวติ ไว้

การวัดและประเมินผล คะนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น ตอ้ งได้รบั ผลการประเมนิ ไม่ต่ำกวา่ ระดบั ดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรบั ปรงุ

ไดค้ ะแนน.......................คะแนน สรุปผล ผา่ น ไมผ่ า่ น ผ้ปู ระเมนิ ..............................

๑๑

แบบฝึกทักษะท่ี ๓ พนิ ิจใจความสำคัญ

คำช้แี จง ให้นักเรยี นอ่านจับใจความสำคัญจากนิทานต่อไปน้ี แล้วตอบคำถาม
(คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน)

ราชสหี ก์ บั หมาจ้ิงจอก
ราชสีห์กับลาและหมาจิ้งจอกได้ร่วมกนั ออกล่าเหย่ือโดยมีข้อตกลงว่าจะแบ่งเหย่ือ
กันอย่างยุติธรรม ครั้นล่ากวางได้ตัวหน่ึง ราชสีห์มอบหน้าท่ีให้ลาเป็นผู้แบ่ง ลาแบ่ง
เหย่ือออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน แล้วเชิญให้ราชสีห์เป็นผู้เลือกก่อนในฐานะที่เป็นเจ้า
ป่าและหัวหน้าทีม แต่ราชสีห์รู้สึกไม่พอใจวิธีการของลาจึงตะปบด้วยอุ้งเท้าเต็มแรง
ลาถึงแกค่ วามตายทันที “เจา้ คงจะรูจ้ ักความยุตธิ รรมดีกว่าเจ้าลาโง่ตัวนี้กระมัง” ราชสีห์
กล่าวกับหมาจิ้งจอก หมาจ้ิงจอกผงกหัวรับคำ มันจัดแจงแบ่งเหย่ือออกเป็นสองส่วน
เหยอ่ื ช้นิ ใหญ่สำหรับราชสีห์ และเหย่อื ช้นิ เล็ก ๆ สำหรับตวั มันเอง
“โอ...สหายของข้า” ราชสีห์กล่าวอย่างอารมณ์ดี “ใครเป็นผู้สอนให้เจ้ามีความ
ยุตธิ รรมถึงเพียงนี้”
“ไม่มีใครสอนข้าหรอกท่านเจ้าป่า” หมาจ้ิงจอกตอบเสียงแผ่วเบา “แต่ชะตา
กรรมของเจ้าลาโง่ตัวนี้ ทำให้ข้ารู้วิธีแบ่งเหย่ือท่ีถูกต้อง เคราะห์กรรมของผู้อื่นย่อมเป็น
ตวั อยา่ งทีด่ ีสำหรับตัวเรา”

ที่มา :รวมชดุ ๑๐๐ นิทานอีสป,อานนท์ อาทติ ย์อุทยั

๑๒

ใคร/อะไร (๑ คะแนน)
..........................................................................................................................................
ทำอะไร (๑ คะแนน)
..........................................................................................................................................
อย่างไร (๑ คะแนน)
..........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ผลเป็นอยา่ งไร (๑ คะแนน)
..........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
สรุปใจความสำคญั (๕ คะแนน)
..........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ข้อคิดทไ่ี ดจ้ ากนิทาน (๑ คะแนน)
..........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

การวดั และประเมนิ ผล คะนนเตม็ ๑๐ คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น ตอ้ งได้รบั ผลการประเมินไม่ต่ำกว่าระดับดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรบั ปรงุ

ไดค้ ะแนน.......................คะแนน สรุปผล ผา่ น ไม่ผา่ น ผ้ปู ระเมนิ ..............................

๑๓

แบบฝึกทักษะที่ ๔ สัมพันธส์ ่วนขยาย

คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นขดี เสน้ ใตข้ ้อความทีเ่ ป็นใจความสำคญั (ขอ้ ละ ๒ คะแนน
คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน)

ตวั อยา่ ง

ครงั้ หนงึ่ นานมาแล้ว มีนกขม้นิ ตวั หน่ึงอาศัยอยูใ่ นป่าทำรงั อยู่บนตน้ ไม้ต้นหน่ึง โดยเลอื ก
เอาตรงง่ามไม้สูงๆ คุม้ แดดคุ้มฝนและค่อนขา้ งปลอดภยั จากอนั ตรายที่จะมาจากสตั วร์ า้ ย
และคนร้าย (ท่มี า : นกขมนิ้ น้อยผูอ้ าร)ี

ชายขี้เหนยี ว
๑. ชายคนหนึ่งเปน็ คนขี้เหนยี ว เขามกั จะเอาสมบัติฝงั ดนิ ไว้ รอบ ๆ บ้าน เช่น ใต้โคน

ต้นไม้ใหญ่ ใต้เล้าไก่ ใต้โรงจอดเกวียน เป็นต้น เขาไม่ยอมนำมาใช้จ่ายให้เกิด
ประโยชน์อันใดทัง้ ตอ่ ตนเองและสว่ นรวมเลย
๒. ต่อมาเขากลัวว่าจะไม่ปลอดภัยถ้าฝังเงินทองไว้หลายเเห่ง เขาจึงขายสมบัติ
ท้ังหมดเเล้วซ้อื ทองคำมาหนง่ึ เเท่ง
๓. เขานำทองคำเเท่งที่ได้จากการขายสมบัติท้ังหมดฝังไว้ที่หลังบ้าน เเล้วหมั่นไปดู
ทุกวัน เขาเฝ้าดูแลทองคำแท่งเป็นอย่างดีทั้งเช้าและเย็นหรือแม้กระทั่งก่อนเข้า
นอน

๑๔

๔. คนใช้ผู้หน่ึงสงสัยจึงเเอบตามไปดูท่ีหลังบ้าน เเล้วก็ขุดเอาทองเเท่งไปเสีย
ชายขี้เหนียวมาพบหลุมท่ีว่างเปล่าในวันต่อมาก็เสยี ใจ ร้องห่มรอ้ งไห้เหมือนคนบ้า
ไมเ่ ปน็ อนั กนิ อนั นอน

๕. ชายขี้เหนียวรอ้ งห่มร้องไห้ไปบอกเพ่อื นบ้านคนหน่ึง เพื่อนบ้านจึงเเนะนำประชด
ประชันว่า “ท่านก็เอาก้อนอิฐใส่ในหลุมเเล้วคิดว่าเป็นทองคำสิ เพราะถึงอย่างไร
ทา่ นกไ็ มเ่ อาออกมาใชอ้ ยู่เเลว้ ”
ท่มี า : (ชายขเ้ี หนียว - http://www.jamsai.com)

การวดั และประเมินผล คะนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑก์ ารผา่ น ตอ้ งได้รบั ผลการประเมนิ ไม่ตำ่ กว่าระดับดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรบั ปรงุ

ไดค้ ะแนน.......................คะแนน สรุปผล ผ่าน ไมผ่ ่าน ผปู้ ระเมนิ ..............................

๑๕

แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๕ หลากหลายข้อเทจ็ จรงิ

คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาขา่ วต่อไปนี้ว่าเปน็ ประโยคทแี่ สดงขอ้ เท็จจริงหรือข้อคิดเห็น
โดยทำเครอ่ื ง ✓ ลงในช่อง (ข้อละ ๒ คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)

นิทานเรือ่ ง ความโลภและความอจิ ฉารษิ ยา
กาลคร้ังหน่ึงนานมาแล้ว ยังมีชายสองคนซ่ึงเป็นเพ่ือนบ้านกัน อยู่มาวัน
หนึ่งทั้งสองได้ชวนกันไปเฝ้าเทพซีอุส ผู้เป็นราชาแห่งเทพเจ้าทั้งปวง เทพซีอุส
เป็นผู้รอบรู้ ท่านสามารถอ่านใจคนได้ ทำให้รู้ว่าชายคนแรกน้ันเป็นคนที่มีแต่
ความโลภ ส่วนชายอีกคนหน่ึงในใจของเขามีแต่ความอจิ ฉาริษยา ดังน้ันเพ่ือเป็น
การส่ังสอนและลงโทษ เทพซีอุส จึงอนุญาตให้ท้ังชายสองนึกขอพรในใจได้ตาม
ปรารถนา แต่มีข้อแม้ว่าท่านจะบันดาลให้อีกคนหนึ่งได้รับพรเป็นสองเท่าของ
ผู้ที่ขอ ชายผู้มีความโลภไม่รอช้า รีบนึกขอพรเป็นคนแรก “ข้าต้องการเพชรนิล
จนิ ดา และทองคำเต็มห้อง ” แต่แล้วเขาก็ต้องรู้สึกไม่ดี เพราะเพ่ิงนึกได้ว่าเพ่ือน
ของตนจะต้องได้เพชรนิลจนิ ดาถึงสองหอ้ ง แม้จะสมปรารถนาชายผู้มคี วามโลภก็
เป็นกังวลอยู่ภายในใจ ต่อมาชายอีกคนหนึ่งที่รอขอพร ไม่รู้ว่าบัดนี้ตนเอง
กลายเป็นมหาเศรษฐีไปแล้วเพราะความโลภของเพ่ือนบ้านเขาคิดแต่ว่าไม่อยาก
ให้เพื่อนของตนเสวยสุขกับพรท่ีได้รับจากเทพเจ้า จึงขอพรให้ตัวเองตาบอดข้าง
หนึง่ เพอื่ ให้ชาย ผมู้ คี วามโลภตาบอดสองขา้ ง

ท่มี า : http://www.nitan108.com/นิทานอสี ป-เรอื่ งความโลภ

๑๖

ขอ้ ที่ ๑ กาลคร้ังหน่งึ นานมาแลว้ ยงั มชี ายสองคนซง่ึ เป็นเพ่อื นบ้านกัน อยมู่ าวนั
หน่งึ ทงั้ สองไดช้ วนกันไปเฝา้ เทพซีอสุ ผเู้ ปน็ ราชาแหง่ เทพเจ้าท้งั ปวง

 ข้อเท็จจรงิ
 ขอ้ คิดเห็น
ข้อท่ี ๒ เทพซีอสุ เป็นผู้รอบรู้ ทา่ นสามารถอ่านใจคนได้ ทำให้รวู้ ่าชายคนแรกนัน้
เป็นคนท่มี แี ต่ความโลภ สว่ นชายอีกคนหนึ่งในใจของเขามีแตค่ วามอิจฉาริษยา
 ขอ้ เทจ็ จรงิ
 ข้อคดิ เห็น
ขอ้ ท่ี ๓ เทพซีอสุ จงึ อนญุ าตให้ทงั้ ชายสองนกึ ขอพรในใจได้ตามปรารถนา แตม่ ขี อ้
แม้ว่าทา่ นจะบนั ดาลให้อีกคนหน่ึงได้รับพรเป็นสองเทา่ ของผูท้ ขี่ อ
 ขอ้ เท็จจรงิ
 ขอ้ คิดเห็น
ขอ้ ท่ี ๔ ชายผ้มู ีความโลภไม่รอช้า รบี นึกขอพรเป็นคนแรก “ขา้ ตอ้ งการเพชรนลิ
จินดา และทองคำเตม็ ห้อง ” แต่แล้วเขากต็ อ้ งรู้สึกไมด่ ี เพราะเพ่งิ นึกไดว้ ่าเพือ่ นของตน
จะตอ้ งได้เพชรนลิ จนิ ดาถึงสองห้อง
 ขอ้ เท็จจริง
 ขอ้ คดิ เหน็

๑๗

ขอ้ ที่ ๕ เขาคดิ แตว่ ่าไมอ่ ยากใหเ้ พ่อื นของตนเสวยสขุ กบั พรท่ไี ด้รับจากเทพเจ้า จงึ
ขอพรใหต้ ัวเองตาบอดข้างหนึง่ เพอ่ื ให้ชาย ผมู้ คี วามโลภตาบอดสองข้าง

 ขอ้ เทจ็ จริง
 ขอ้ คิดเห็น

การวัดและประเมินผล คะนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑ์การผ่าน ต้องไดร้ บั ผลการประเมินไม่ตำ่ กว่าระดับดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรับปรุง

ไดค้ ะแนน.......................คะแนน สรุปผล ผ่าน ไม่ผา่ น ผู้ประเมิน..............................

แบบทดสอบหลงั เรยี นแบบฝกึ ทกั ษะการอ่านจบั ใจความ
เลม่ ที่ ๒ การอ่านจบั ใจความจากนทิ าน

คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นทำเครื่องหมาย X ลงในชอ่ งคำตอบที่ถูกตอ้ งในกระดาษคำตอบ

อา่ นขอ้ ความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๑ – ๕

สุนัขจงิ้ จอกตดิ เกาะ

ครั้งหน่ึงยังมีสุนัขจ้ิงจอกและเจ้าลิงน้อยที่กำลังหิวโซ มันเดินไปเร่ือยๆ
จนกระท่ังมาถึงริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง มันมองเห็นเกาะกลางน้ำซ่ึงมีผลไม้สุก
มากมาย เจ้าลิงน้อยจึงเอ่ยขึ้นว่า “ เราช่วยกันหาท่อนไม้มาทำสะพานกัน
เถอะ” เจ้าสุนัขจิ้งจอกเห็นดีด้วย จึงช่วยกันแบกท่อนไม้มาทำเป็นสะพาน
จากนั้นเจา้ สุนัขจ้ิงจอกก็รีบว่ิงข้ามไปก่อน แล้วก็ผลักสะพานท้ิงเสีย เพ่ือท่ีจะ
ไม่ให้ลงิ ขา้ มมาไดแ้ ละมนั จะได้กินผลไมน้ ้นั เพียงผู้เดียว

เจ้าลิงน้อยโกรธมาก มันจึงพูดข้ึนว่า “ถึงเจ้าจะได้กินผลไม้เหล่านั้น
แต่เจ้าก็ไม่สามารถจะกลับมายังฝั่งน้ีได้อีกแล้ว” พูดจบเจ้าลิงก็จากไป สุนัข
จ้ิงจอกจึงเก็บผลไม้กินจนอิ่ม แต่แล้วก็เริ่มสำนึกได้เมื่อน้ำเร่ิมขึ้นมาท่วมเกาะ
เลก็ ๆ นน้ั “เฮอ้ ! น่ีถ้าเราไม่เห็นแกต่ ัว ยอมใหเ้ จา้ ลิงน้อยข้ามมากนิ ผลไม้ดว้ ย
และไมผ่ ลักสะพานท้งิ ไป ปา่ นน้ีฉันคงกลบั ไปยงั ฝ่งั ได้แลว้ ความเหน็ แก่ตัวของ

๑๘

๑. ใครเป็นเพ่ือนกับสนุ ขั จ้งิ จอก
ก. ลา
ข. ลิง
ค. มา้
ง. กระต่าย

๒. เรื่องน้ีเกดิ ข้ึนทไ่ี หน
ก. แม่น้ำ
ข. บนเขา
ค. ในสวน
ง. ในบา้ น

๓. นิทานเรอ่ื งนี้ ในเกาะกลางนำ้ มีอะไร
ก. ขา้ ว
ข. ขนม
ค. สะพาน
ง. ผลไมส้ ุก

๔. เมื่อสนุ ขั จ้งิ จอกวิ่งขา้ มสะพานไป แลว้ ผลักสะพานทิ้ง แสดงว่าสุนขั จ้ิงจอกมีนสิ ัย
อย่างไร

ก. เห็นแก่ตวั
ข. เห็นแกเ่ พอื่ น
ค. เหน็ แก่ความสบาย

๑๙

ง. เหน็ แก่ความทุกข์ยาก

๕. ผลสุดท้ายของเรื่องเป็นอยา่ งไร
ก. ลิงนอ้ ยตาย
ข. สนุ ขั จ้งิ จอกตาย
ค. สุนัขจ้งิ จอกและลิงนอ้ ยตาย
ง. สุนขั จงิ้ จอกและลงิ นอ้ ยไมต่ าย

อา่ นขอ้ ความตอ่ ไปนแ้ี ล้วตอบคำถามข้อ ๖ – ๑๐

นากกับหมาจงิ้ จอก
นากสองตัวเป็นเพื่อนกัน เมื่อหาปลาได้ก็มาแบ่งกันกิน นากตัวหน่ึงชอบหา
ปลาในนำ้ ลึก อีกตวั หนง่ึ ชอบหากินตามชายฝง่ั วันหนึ่งนากทั้งสองช่วยกันจบั ปลา
ตะเพียนไดต้ ัวหนงึ่ แตไ่ ม่สามารถแบ่งปลากันได้เพราะต่างก็เถยี งจะเอาทอ่ นขา้ งหัว
ไม่ยอมเอาท่อนข้างหาง ขณะนั้นมีหมาจิ้งจอกเดินผ่านมาพอดี นากทั้งสองจึง
ขอให้หมาจ้ิงจอกช่วยตัดสิน หมาจ้ิงจอกตัดสินว่าให้ท่านข้างหัวแก่นากน้ำลึก
ท่อนข้างหางให้นากน้ำตื้น ส่วนท่อนกลางตัวเป็นของผู้ตัดสิน เมื่อจบคำพูด หมา
จ้ิงจอกก็คาบเอาปลาท่อนกลางเดินหลีกไป นากสองตัวได้แต่มองตามพลางนึกใน
ใจว่ายอมเสียเปรียบใหแ้ กก่ นั ยังดกี ว่าหาผอู้ ่ืนมาตดั สิน
ทมี่ า : นทิ านสภุ าษิต สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชริ ญาณวโรรส
๖. นากสองตวั แบง่ อะไรกนั ไมล่ งตวั
ก. ปลานลิ
ข. ปลาสลิด
ค. ปลาทบั ทิม

๒๐

ง. ปลาตะเพยี น

๗. ใครเปน็ ผชู้ ่วยตัดสนิ ความเรอื่ งนี้
ก. แพะ
ข. ชะนี
ค. วัวกระทิง
ง. หมาจ้งิ จอก

๘. นากนำ้ ลกึ ได้ปลาส่วนใด
ก. สว่ นหวั
ข. ส่วนหาง
ค. ส่วนครีบ
ง. สว่ นกลางลำตวั

๙. นทิ านเรอ่ื งนม้ี สี ัตวท์ งั้ หมดกช่ี นิด
ก. ๑ ชนดิ
ข. ๒ ชนิด
ค. ๓ ชนิด
ง. ๔ ชนดิ

๑๐. นทิ านเร่ืองนตี้ รงกับสำนวนไทยว่าอยา่ งไร
ก. นำ้ พง่ึ เรือเสือพึง่ ปา่
ข. ชา้ ๆ ได้พรา้ เล่มงาม
ค. เขา้ ตามตรอก ออกตามประตู
ง. เสียนอ้ ยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

๒๑

บรรณานกุ รม

กง่ิ แก้ว อตั ถากร. (๒๕๑๙). คตชิ นวิทยา. เอกสารนิเทศการศกึ ษา ฉบับที่ ๑๘๔.
กรงุ เทพมหานคร: หน่วยศึกษานเิ ทศก์ กรมการฝกึ หัดคร.ู

กหุ ลาบ มัลลกิ ะมาส. (๒๕๑๘). คตชิ าวบ้าน. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
นทิ านสอนลูกรักเรอื่ งชายขเี้ หนียว. (ออนไลน์). เขา้ ถงึ ข้อมลู ไดจ้ าก:http://www.

jamsai. com/event/jamsaiplus/story/showstory. (วันท่ีคน้ ขอ้ มลู ๒๒
พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒).
นทิ านอสี ปเร่อื งความโลภและความรษิ ยา.(ออนไลน)์ . เข้าถึงขอ้ มลู ได้จาก:
http://www.nitan108.com/นิทานอสี ป-เร่ืองความโลภ. (วนั ท่ีค้นข้อมลู ๒๒
พฤศจิกายน ๒๕๖๒).
พ.ศรสี มติ . ๑๐๐ นทิ านอสี ป. เขา้ ถงึ ข้อมูลไดจ้ าก:http://www.jamsai.com/event
/jamsaiplus/story/showstory. (วนั ทค่ี ้นขอ้ มลู ๒๒ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒).
ราชบัณฑิตยสถาน. (๒๕๔๒). พจนานกุ รม ฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน. กรงุ เทพมหานคร:
นานมบี คุ๊ ส์พบั ลเิ คชน่ั ส.์
สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. (๒๕๒๘). นิทานสภุ าษติ .
กรงุ เทพมหานคร: สวุ ีร์สาส์น.

๒๒
สุมามาลย์ พงษไ์ พบูลย์. (๒๕๔๒). คติชนวทิ ยา. กรงุ เทพมหานคร: ภาควิชาภาษาไทย

คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สถาบันราชภฏั พระนคร.
อานนท์ อาทิตยอ์ ุทัย. (๒๕๕๔). รวมชดุ ๑๐๐ นิทานอสี ป. กรุงเทพมหานคร: แสงดาว.

ภาคผนวก

๒๓

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นและหลงั เรยี น
แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ เลม่ ท่ี ๒ การอา่ นจับใจความจากนทิ าน

ก่อนเรยี น หลังเรยี น
ขอ้ เฉลย ขอ้ เฉลย
๑ง ๑ข
๒ง ๒ก
๓ก ๓ง
๔ค ๔ก
๕ง ๕ข
๖ข ๖ง
๗ก ๗ง
๘ง ๘ก
๙ก ๙ค
๑๐ ข ๑๐ ง

๒๔

แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๑ ทบทวนความรู้
คำชแ้ี จง จงตอบคำถามต่อไปน้ี (ข้อละ ๒ คะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน)
๑. นิทาน หมายถึง

เรื่องเลา่ ท่ีมนุษย์ผูกเร่ืองขึ้นดว้ ยภมู ปิ ญั ญา โดยส่วนใหญ่จะถา่ ยทอดดว้ ยวิธี
มุขปาฐะ เนอื้ เรอ่ื งมีหลากหลายและใช้เลา่ เพอื่ จุดประสงค์ต่างๆกัน ตามโอกาสและ
สภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถ่ิน
๒. การสรปุ ใจความสำคัญของนิทาน ทำไดโ้ ดยการตอบคำถามอะไรบ้าง

ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร และผลเปน็ อยา่ งไร
๓. ส่วนประกอบใดของนทิ านท่ีเปน็ จดุ แรกในการบอกใจความสำคัญของเรือ่ ง

ช่ือเรื่อง
๔. การอา่ นนิทานน้ัน จดุ สดุ ยอดของเรือ่ งมกั จะอยตู่ อนใดของเร่ือง

๒๕

ตอนท้ายๆ ใกลจ้ บเรื่อง
๕. จงบอกประโยชน์ของนทิ านมาอยา่ งน้อย ๒ ขอ้

๑) เพ่อื ความสนุกสนานเบกิ บานใจ
๒) ผ่อนคลายความตึงเครยี ด
๓) เปน็ คติเตือนใจ ช่วยอบรมบม่ นสิ ัย
๔) ชว่ ยใหเ้ ข้าใจสิ่งแวดลอ้ มและปรากฏการณ์ธรรมชาติ

เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ข้อละ ๒ คะแนน
- อธบิ ายถกู ตอ้ งชดั เจน ได้ ๒ คะแนน
- อธบิ ายถกู ตอ้ งชดั เจนบางส่วน ได้ ๑ คะแนน

แบบฝึกทักษะที่ ๒ อา่ นดถู ูกผิด

คำชี้แจง อา่ นข้อความต่อไปนแี้ ลว้ ใส่เคร่ืองหมาย  หน้าขอ้ ความท่ีกล่าวถูกต้องและใส่

เครอ่ื งหมาย  หนา้ ข้อความทก่ี ลา่ วไมถ่ ูกต้อง

(ข้อละ ๒ คะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน)

...✓............๑. นิทาน คือ เรื่องเล่าท่ีมนุษย์ผูกเร่ืองข้ึนด้วยภูมิปัญญา โดยส่วนใหญ่จะ

ถ่ายทอดด้วยวิธีมุขปาฐะ เน้ือเรื่องมีหลากหลายและใช้เล่าเพ่ือจุดประสงค์

...X............ต๒่า.งๆตกัวนั ละตคามรใโอนกนาิทสาแนละสคภวารพมแีหวลดาลย้อตมัวขเพองรแาตะ่ลเปะ็ทน้อเรง่ือถงิน่ ส้ัน ๆ จะน่าอ่านกว่า

...✓...........เ.ร๓ื่อ.งยกาาวรๆสรตุปัวใลจะคควราอมาขจอเปงเ็นร่ืคอนง สตั ว์ เทพเจ้า นางฟ้า มนุษย์ อมนุษย์ ฯลฯ
ทำได้โดยการตอบคำถามให้ได้ว่าใคร ทำอะไร

ทีไ่ หน เม่ือไร อยา่ งไร และทำไม

....✓...........๔. นิทานประเภทเล่าอธบิ ายเหตุ เป็นเรอื่ งอธิบายกำเนิด ความเป็นมาของส่ิง

ทเี่ กิดขน้ึ ในธรรมชาติ กำเนิดของสัตว์ว่าเหตใุ ดจงึ มีรูปร่างลักษณะ ต่าง ๆ กำเนิด

ของพชื มนุษย์ ดวงดาวต่าง ๆ เป็น ต้น เช่น ทำไมจระเข้จึงไม่มีลิ้น กำเนิด ดาว

ลกู ไก่ กำเนดิ จันทรคราส เป็นตน้

X

๒๖

...............๕. คติชีวิตในนิทานที่ดีต้องมีข้อคิดเกี่ยวกับชีวิต สังคม และวัฒนธรรม เพ่ือ
เป็นการปลกู ฝังคุณธรรมแก่ผู้อา่ น มักพบในตอนต้น หรือตอนกลางๆ ของนิทาน
ซ่ึงมกั สรุปคติชวี ิตไว้

เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ข้อละ ๒ คะแนน
- ตอบถกู ได้ ๒ คะแนน
- ตอบผิด ได้ ๐ คะแนน

แบบฝึกทักษะที่ ๓ พนิ ิจใจความสำคญั

คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านจบั ใจความสำคัญจากนิทานต่อไปนี้ แลว้ ตอบคำถาม
(คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน)
ราชสีหก์ ับหมาจิง้ จอก

ราชสีห์กับลาและหมาจ้ิงจอกได้ร่วมกนั ออกล่าเหยื่อโดยมขี ้อตกลงว่าจะแบ่งเหยื่อ
กันอย่างยุติธรรม คร้ันล่ากวางได้ตัวหนึ่ง ราชสีห์มอบหน้าที่ให้ลาเป็นผู้แบ่ง ลาแบ่ง
เหยื่อออกเป็นสามส่วนเท่าๆ กัน แล้วเชิญให้ราชสีห์เป็นผู้เลือกก่อนในฐานะที่เป็นเจ้า
ป่า และหัวหน้าทีม แต่ราชสีห์รู้สึกไม่พอใจวิธีการของลาจึงตะปบด้วยอุ้งเท้าเต็มแรง
ลาถงึ แก่ความตายทันที “เจ้าคงจะร้จู ักความยุติธรรมดีกว่าเจ้าลาโง่ตวั น้กี ระมัง” ราชสหี ์
กล่าวกับหมาจ้ิงจอก หมาจ้ิงจอกผงกหัวรับคำ มันจัดแจงแบ่งเหย่ือออกเป็นสองส่วน
เหยอื่ ชน้ิ ใหญส่ ำหรับราชสีห์ และเหยื่อช้ินเล็ก ๆ สำหรับตัวมันเอง

“โอ...สหายของข้า” ราชสีห์กล่าวอย่างอารมณ์ดี “ใครเป็นผู้สอนให้เจ้ามีความ
ยตุ ิธรรมถึงเพยี งน้ี”

๒๗
“ไม่มีใครสอนข้าหรอกท่านเจ้าป่า” หมาจ้ิงจอกตอบเสียงแผ่วเบา “แต่ชะตา
กรรมของเจ้าลาโง่ตวั น้ี ทำให้ข้ารู้วิธีแบ่งเหยื่อที่ถูกตอ้ ง เคราะห์กรรมของผู้อ่ืนยอ่ ม เป็น
ตัวอย่างทดี่ ีสำหรบั ตวั เรา”

ทมี่ า : รวมชุด ๑๐๐ นทิ านอีสป, ๒๕๕๔.

ใคร/อะไร ราชสหี ์ ลา และหมาจ้งิ จอก
ทำอะไร แบ่งเหย่อื กนั
อยา่ งไร ราชสหี ม์ อบหนา้ ท่ีให้ลาเป็นผแู้ บ่ง ลาแบ่งเหยือ่ ออกเปน็ สามสว่ นเทา่ ๆ กัน
แล้วเชิญให้ราชสีห์เป็นผู้เลือกก่อนในฐานะท่ีเป็นเจ้าป่า และหัวหน้าทีม แต่ราชสีห์รู้สึก
ไม่พอใจวิธกี ารของลาจงึ ตะปบด้วยอุ้งเทา้ เต็มแรง ลาถงึ แก่ความตายทันที
ผลเป็นอยา่ งไร หมาจ้ิงจอกทำหน้าที่แบ่งเหยื่อแทนลา มันแบ่งเหย่ือออกเป็นสองส่วน
แล้วให้เหย่ือชิ้นใหญ่แก่ราชสีห์ และเหย่ือชิ้นเล็กๆสำหรับตัวมันเอง เพราะกลัวจะถูก
ราชสีหฆ์ า่ เหมือนกับท่ฆี า่ ลา
สรุปใจความสำคญั

ราชสีห์ ลา และหมาจ้ิงจอกแบ่งเหย่ือกัน โดยลาแบ่งเหยื่อออกเป็นสามส่วน
เทา่ ๆ กัน แล้วเชิญให้ราชสีห์เป็นผ้เู ลอื กก่อน แต่ราชสีหร์ สู้ ึกไมพ่ อใจวธิ กี ารของลาจงึ ฆ่า
ลาตาย เมื่อหมาจิ้งจอกทำหน้าท่ีแบ่งเหย่ือแทนลา มันแบ่งเหยื่อออกเป็นสองส่วน แล้ว

๒๘
ให้เหยื่อชิ้นใหญ่แก่ราชสีห์ และเหยื่อชิ้นเล็กๆสำหรับตัวมันเอง เพราะกลัวจะถูก
ราชสีหฆ์ ่า
ข้อคดิ ท่ีได้จากนทิ าน

เคราะห์กรรมของผอู้ ืน่ ยอ่ ม เป็นตัวอย่างทดี่ สี ำหรับตวั เรา

เกณฑก์ ารประเมิน

เกณฑการใหคะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน
- ตอบคำถามในประเด็น ใคร/อะไร ทำอะไร อยา่ งไร
ผลเปน็ อยา่ งไรและขอ้ คิด ได้ถกู ตอ้ ง ขอ้ ละ ๑ คะแนน
- สรุปใจความสำคญั ๕ คะแนน
- บอกเนอื้ หาสาระถูกต้องไดใ้ จความต่อเนอ่ื ง ๕ คะแนน
- บอกเนอ้ื หาสาระถกู ต้องแตว่ กวน ๓ คะแนน
- บอกเน้อื หาสาระไดบ้ า้ ง ๑ คะแนน

๒๙

แบบฝึกทักษะที่ ๔ สมั พนั ธ์สว่ นขยาย
คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนขดี เส้นใต้ขอ้ ความทีเ่ ป็นใจความสำคญั (ขอ้ ละ ๒ คะแนน คะแนน

เต็ม ๑๐ คะแนน)
ชายขเ้ี หนยี ว

๑. ชายคนหนึ่งเป็นคนข้ีเหนยี ว เขามักจะเอาสมบัตฝิ งั ดนิ ไว้ รอบ ๆ บ้าน เช่น ใต้โคน
ต้นไม้ใหญ่ ใต้เล้าไก่ ใต้โรงจอดเกวียน เป็นต้น เขาไม่ยอมนำมาใช้จ่ายให้เกิด
ประโยชน์อนั ใดท้ังต่อตนเองและส่วนรวมเลย

๒. ต่อมาเขากลัวว่าจะไม่ปลอดภัยถ้าฝังเงินทองไว้หลายเเห่ง เขาจึงขายสมบัติ
ท้งั หมดเเลว้ ซือ้ ทองคำมาหนง่ึ เเท่ง

๓. เขานำทองคำเเท่งที่ได้จากการขายสมบัตทิ ้ังหมดฝังไว้ที่หลงั บ้าน เเล้วหมัน่ ไปดูทุก
วนั เขาเฝ้าดแู ลทองคำแท่งเปน็ อยา่ งดีทงั้ เช้าและเย็นหรอื แมก้ ระทง่ั กอ่ นเขา้ นอน

๓๐

๔. คนใช้ผู้หนึ่งสงสัยจึงเเอบตามไปดูที่หลังบ้าน เเล้วก็ขุดเอาทองเเท่งไปเสีย
ชายขี้เหนียวมาพบหลุมท่ีวา่ งเปลา่ ในวันต่อมาก็เสียใจ รอ้ งห่มรอ้ งไห้เหมือนคนบ้า
ไม่เป็นอนั กนิ อนั นอน

๕. ชายข้ีเหนียวร้องห่มร้องไห้ไปบอกเพือ่ นบ้านคนหน่ึง เพื่อนบ้านจงึ เเนะนำประชด
ประชันว่า “ท่านก็เอาก้อนอิฐใส่ในหลุมเเล้วคิดว่าเป็นทองคำสิ เพราะถึงอย่างไร
ทา่ นกไ็ มเ่ อาออกมาใชอ้ ยเู่ เล้ว”
ที่มา : ชายขี้เหนียว - http://www.jamsai.com

เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ขอ้ ละ ๒ คะแนน
- ตอบถูกครบถว้ น ได้ ๒ คะแนน
- ตอบถกู บางสว่ น ได้ ๑ คะแนน

แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๕ หลากหลายข้อเทจ็ จริง

คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนพิจารณาข่าวต่อไปนี้ว่าเปน็ ประโยคทแ่ี สดงข้อเทจ็ จรงิ หรือขอ้ คดิ เห็น
โดยทำเครื่อง ✓ ลงในช่อง (ขอ้ ละ ๒ คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)

นิทานเร่อื ง ความโลภและความอจิ ฉารษิ ยา
กาลคร้ังหน่ึงนานมาแล้ว ยังมีชายสองคนซ่ึงเป็นเพื่อนบ้านกัน อยู่มาวัน
หนึ่งท้ังสองได้ชวนกันไปเฝ้าเทพซีอุส ผู้เป็นราชาแห่งเทพเจ้าท้ังปวง เทพซีอุส
เป็นผู้รอบรู้ ท่านสามารถอ่านใจคนได้ ทำให้รู้ว่าชายคนแรกน้ันเป็นคนที่มีแต่
ความโลภ ส่วนชายอีกคนหน่ึงในใจของเขามีแต่ความอจิ ฉาริษยา ดังนั้นเพ่ือเป็น
การส่ังสอนและลงโทษ เทพซีอุส จึงอนุญาตให้ทั้งชายสองนึกขอพรในใจได้ตาม
ปรารถนา แต่มีข้อแม้ว่าท่านจะบันดาลให้อีกคนหนึ่งได้รับพรเป็นสองเท่าของ
ผู้ที่ขอ ชายผู้มีความโลภไม่รอช้า รีบนึกขอพรเป็นคนแรก “ข้าต้องการเพชรนิล
จินดา และทองคำเต็มห้อง ” แต่แล้วเขาก็ต้องรู้สึกไม่ดี เพราะเพ่ิงนึกได้ว่าเพ่อื น

๓๑
ของตนจะต้องได้เพชรนิลจินดาถึงสองห้อง แมจ้ ะสมปรารถนาชายผมู้ ีความโลภก็
เป็นกังวลอยู่ภายในใจ ต่อมาชายอีกคนหน่ึงท่ีรอขอพร ไม่รู้ว่าบัดนี้ตนเอง
กลายเป็นมหาเศรษฐีไปแล้วเพราะความโลภของเพ่ือนบ้านเขาคิดแต่ว่าไม่อยาก
ให้เพ่ือนของตนเสวยสุขกับพรที่ได้รับจากเทพเจ้า จึงขอพรให้ตัวเองตาบอดข้าง
หนงึ่ เพือ่ ให้ชาย ผมู้ ีความโลภตาบอดสองขา้ ง

ที่มา : http://www.nitan108.com/นิทานอสี ป-เรื่องความโลภ

ข้อที่ ๑ กาลครั้งหน่ึงนานมาแล้ว ยังมีชายสองคนซ่ึงเป็นเพื่อนบ้านกัน อยู่มาวัน
หนงึ่ ทั้งสองไดช้ วนกนั ไปเฝา้ เทพซีอสุ ผู้เป็นราชาแห่งเทพเจ้าทงั้ ปวง

✓ ขอ้ เทจ็ จรงิ

 ขอ้ คิดเห็น
ขอ้ ท่ี ๒ เทพซีอุสเป็นผู้รอบรู้ ท่านสามารถอ่านใจคนได้ ทำให้รู้ว่าชายคนแรกน้ัน

เป็นคนที่มีแตค่ วาม✓โลภขสอ้ ว่ เนทช็จาจยรอิงกี คนหนงึ่ ในใจของเขามแี ตค่ วามอิจฉาริษยา

 ข้อคดิ เหน็
ข้อท่ี ๓ เทพซีอสุ จึงอนุญาตให้ทั้งชายสองนึกขอพรในใจได้ตามปรารถนา แต่มีข้อ

แม้ว่าทา่ นจะบันดา✓ลใหอ้ขกี้อคเทนจ็ หจนรึ่งิงได้รับพรเปน็ สองเทา่ ของผู้ทขี่ อ

 ข้อคิดเหน็

๓๒
ขอ้ ที่ ๔ ชายผู้มีความโลภไม่รอช้า รีบนึกขอพรเป็นคนแรก “ข้าต้องการเพชรนิล
จินดา และทองคำเต็มห้อง ” แต่แล้วเขาก็ต้องรสู้ ึกไม่ดี เพราะเพ่ิงนึกได้ว่าเพื่อนของตน
จะต้องไดเ้ พชรนิลจนิ ดาถึงสองหอ้ ง

 ข้อเท็จจริง

✓ ข้อคดิ เหน็

ขอ้ ท่ี ๕ เขาคิดแต่ว่าไม่อยากให้เพ่ือนของตนเสวยสุขกับพรที่ได้รบั จากเทพเจ้า จึง
ขอพรให้ตัวเองตาบอดขา้ งหนึง่ เพ่อื ให้ชาย ผมู้ คี วามโลภตาบอดสองข้าง

 ขอ้ เท็จจรงิ

✓ ข้อคดิ เหน็

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ขอ้ ละ ๒ คะแนน
- ตอบถูก ได้ ๒ คะแนน
- ตอบผิด ได้ ๐ คะแนน

แบบบันทึกคะแนนการทดสอบก่อนเรยี น/หลงั เรยี น/แบบฝึกทักษะ

ชื่อ – สกลุ ........................................................................... เลขท่ี................ ชัน้ ป.๖

แบบทดสอบ/แบบฝึกทักษะ คะแนน ผลการประเมนิ
คะแนน คะแนนท่ี ผ /มผ
เตม็ ได้

๓๓

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๑ ทบทวนความรู้ ๑๐ ................ ...........................

แบบฝึกทกั ษะท่ี ๒ อ่านดถู ูกผิด ๑๐ ................ ...........................

แบบฝกึ ทักษะท่ี ๓ พินจิ ใจความสำคัญ ๑๐ ................ ...........................

แบบฝึกทกั ษะท่ี ๔ สมั พันธ์ส่วนขยาย ๑๐ ................ ...........................

แบบฝึกทกั ษะท่ี ๕ หลากหลายขอ้ เทจ็ จรงิ ๑๐ ................ ...........................

รวมคะแนน ๕๐ ................

ทดสอบก่อนเรียน ๑๐ ................ ...........................
ทดสอบหลงั เรียน ๑๐ ................ ...........................

แบบฝึกทักษะการอ่านจบั ใจความ

กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

เลม่ ที่ ๓ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖

ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖
เลม่ ที่ ๓ การอา่ นจับใจความจากบทความ

โรงเรียนบา้ นนาทวี
สานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต ๓
ชอ่ื -สกุล.......................................... เลขที่............ชัน้ ป.๖



คำนำ

ภาษาไทยในระดับประถมศึกษาเป็นกลุ่มสาระที่เป็นพ้ืนฐานในการเรียนทุกกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะทักษะการอ่าน จึงจำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นประจำ
เพราะทักษะการอ่านสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้และมี
ความเขา้ ใจวิธีการอา่ นท่ถี กู ต้อง

แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการเสรมิ ทักษะการเรยี นรู้
เรือ่ งการอา่ นจบั ใจความจากบทความ ซึง่ ผา่ นการบรู ณาการความรู้นำไปสู่การเรียนรดู้ ้วย
ตนเอง กระตุ้นให้เกิดความสนใจ ได้ฝึกการวิเคราะห์เน้ือหาเพอื่ เสรมิ ทักษะด้านการอ่าน
จับใจความ แล้วสามารถจับประเด็นสำคัญของเร่ืองที่อ่านได้อย่างเหมาะสม ทำให้
นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะทางภาษาในการอ่านจับใจความที่เหมาะสมกับวัยและได้
ศกั ยภาพสงู สุด

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างย่ิงว่า แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความเล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์ยิง่ ต่อการพัฒนาการเรยี นรขู้ องนักเรยี นด้านการอา่ นจับใจความได้เป็นอย่างดี

กนกขวญั โรจนศวิญญา



สารบญั

หน้า

คำนำ ก

สารบัญ ข

คำช้ีแจง ค

คำแนะนำในการใช้แบบฝึกสำหรบั ครู ง

คำแนะนำในการใช้แบบฝกึ สำหรบั นกั เรียน จ

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ัด/สาระสำคัญ ฉ

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้/สาระสำคัญ ช

แบบทดสอบกอ่ นเรียน………………………………………….………………………………………. ๑

ใบความรู้เรื่อง การอา่ นจับใจความจากบทความ…..….………..……………...…… ๔

แบบฝกึ ทักษะที่ ๑ ทบทวนความร…ู้ ………………….………….……..………………. ๙

แบบฝึกทกั ษะที่ ๒ อา่ นดูถูกผิด…………………….……………………….….…………. ๑๐

แบบฝึกทักษะท่ี ๓ พนิ จิ ใจความสำคญั …………………….………..…………………. ๑๑

แบบฝึกทกั ษะท่ี ๔ สัมพันธส์ ว่ นขยาย…………………….………….……..….………. ๑๓

แบบฝึกทกั ษะที่ ๕ หลากหลายขอ้ เทจ็ จรงิ ……………………….……………………. ๑๕

แบบทดสอบหลังเรยี น…………………….…………………….……………………..……….………. ๑๗

บรรณานุกรม…………………….…………………….…………………….……………….……………. ๒๐

ภาคผนวก.…………………….…………………….…………………….………………….…….………. ๒๑

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน.…………………….………………..……. ๒๒

เฉลยแบบฝึกทกั ษะที่ ๑ – ๕…………………….……………………….………..………. ๒๓


แบบบันทกึ คะแนนการทดสอบกอ่ นเรียน/หลงั เรียน/แบบฝึกทกั ษะ………….………. ๓๐

คำช้ีแจง
แบบฝึกทกั ษะการอ่านจับใจความ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ระดบั ชนั้
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ มีทัง้ หมด ๖ เล่ม ดังนี้
แบบฝึกทักษะเลม่ ท่ี ๑ หลกั และกลวธิ ีการอา่ นจับใจความ
แบบฝึกทักษะเล่มที่ ๒ การอ่านจับใจความจากนทิ าน
แบบฝกึ ทกั ษะเลม่ ที่ ๓ การอ่านจับใจความจากบทความ
แบบฝกึ ทกั ษะเลม่ ที่ ๔ การอ่านจบั ใจความจากบทรอ้ ยกรอง
แบบฝึกทกั ษะเลม่ ท่ี ๕ การอ่านจบั ใจความจากเพลง
แบบฝึกทกั ษะเล่มที่ ๖ การอา่ นจับใจความจากข่าว
แบบฝกึ ทักษะการอ่านจบั ใจความแต่ละเล่มมี ๕ แบบฝึก แบบฝกึ ทักษะเลม่ น้ีเปน็ เล่มที่ ๓
การอา่ นจบั ใจความจากบทความ ครผู สู้ อนควรศกึ ษาสว่ นประกอบของค่มู อื และ แบบฝกึ
ทักษะในเล่มใหเ้ ขา้ ใจ บันทึกผลการใช้ พร้อมทงั้ ปรบั ปรงุ แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งเพอ่ื จะไดน้ ำมา
พฒั นาต่อไป



คำแนะนำการใช้แบบฝึกการอ่านจับใจความสำหรบั ครู
๑. แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นจบั ใจความมี ๕ แบบฝึก
๒. แบบฝึกทักษะเลม่ น้ีฝึกทกั ษะเร่ือง การอา่ นจับใจความจากบทความ
๓. ส่วนประกอบของแบบฝกึ เลม่ นี้ประกอบดว้ ย

๓.๑ ชอื่ แบบฝึกทกั ษะ
๓.๒ คำนำ
๓.๓ คำชีแ้ จง
๓.๔ คำแนะนำการใชแ้ บบฝึก
๓.๕ สารบัญ
๓.๖ แบบทดสอบก่อนเรยี น
๓.๗ ใบความรเู้ รอ่ื ง การอ่านจับใจความจากบทความ
๓.๘ แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๑ – ๕
๓.๙ แบบทดสอบหลงั เรียน
๓.๑๐ เฉลยขอ้ สอบกอ่ นเรยี น
๓.๑๑ เฉลยแบบฝกึ ทักษะที่ ๑ - ๕
๓.๑๒ เฉลยข้อสอบหลงั เรยี น
๓.๑๓ แบบบนั ทกึ คะแนนการทดสอบกอ่ นเรยี น/หลงั เรียน/แบบฝึกทกั ษะ
๔. ควรศกึ ษาแผนการจัดการเรียนรแู้ ละคำแนะนำในการใชแ้ บบฝึกทักษะก่อนใช้



๕. เตรียมอุปกรณ์การฝกึ ลว่ งหนา้ ก่อนสอนทุกคร้งั เช่น แบบฝึกทกั ษะ แบบทดสอบ
แบบบนั ทกึ คะแนน ให้พรอ้ มเพื่อสะดวกในการใช้
๖. อธิบายใหน้ กั เรียนทราบถงึ ความสำคญั ของการฝึกแตล่ ะครั้งเพอื่ ใหน้ ักเรียนเห็น
ประโยชน์ท่ีจะได้รับจากการฝึก

คำแนะนำการใช้แบบฝกึ ทักษะการอ่านจบั ใจความสำหรบั นกั เรียน

๑. แบบฝึกทกั ษะการอ่านจบั ใจความมี ๕ แบบฝกึ
๒. แบบฝกึ ทกั ษะเล่มน้ฝี ึกทกั ษะเรอ่ื ง การอ่านจบั ใจความจากบทความ
๓. ขั้นตอนการใชแ้ บบฝกึ

๓.๑ ศกึ ษาทำความเขา้ ใจจดุ ประสงค์การเรียนรขู้ องแบบฝึก
๓.๒ ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
๓.๓ ทำแบบฝึกทกั ษะท่ี ๑ – ๕ อย่างรอบคอบและตั้งใจ
๓.๔ ทำแบบทดสอบหลังเรยี น
๓.๕ รว่ มตรวจคำตอบแบบฝึกทักษะโดยดจู ากเฉลยแบบฝึกทักษะในภาคผนวก
๓.๖ ร่วมตรวจคำตอบของแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรยี นเมือ่ เรียนในแตล่ ะ
เรอื่ งเพอื่ วัดความรู้ท่ีพัฒนาขึ้นในเรื่องนั้น ๆ



มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชว้ี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคิดเพ่อื นําไปใช้ตัดสนิ ใจ
แก้ปัญหาในการดําเนนิ ชวี ติ และมีนิสยั รกั การอ่าน
ตัวชว้ี ัด
ท ๑.๑ ป.๖/๒ อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความทีเ่ ป็นโวหาร
ท ๑.๑ ป.๖/๓ อา่ นเรือ่ งส้นั ๆ อย่างหลากหลาย โดยจบั เวลาแลว้ ถามเกย่ี วกับ

เรือ่ งท่ีอ่าน
ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรือ่ งท่ีอ่าน
ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธิบายการนำความรู้และความคิดจากเร่ืองที่อ่านไปตัดสินใจ

แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชีวิต

สาระสำคัญ
บทความเป็นงานเขียนประเภทหน่ึงที่มุ่งให้ผู้อ่านได้รับทราบข้อมูลท่ีเป็นสาระ
ความรู้ ประสบการณ์ ข้อเท็จจริงที่เกิดข้ึน และความคิดของผู้เขียนท่ีมีต่อเรื่องใดเรื่อง
หน่ึงทำให้ผู้อ่านได้ขยายแนวความคิด อันจะเป็นทางเสริมสร้างให้มีทัศนะต่าง ๆ ท่ี


กว้างไกลและมีความคิดเห็นท่ีทันสมัยด้วยโครงสรา้ งของบทความ ประกอบด้วย ๓ ส่วน
คือ ความนำ เนอ้ื หาสาระ และเนื้อความลงท้ายหรอื สรปุ

จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑. นกั เรียนสามารถตอบคำถามจากบทความที่กำหนดให้อา่ นได้
๒. นักเรียนสามารถแยกขอ้ เท็จจรงิ จากบทความทก่ี ำหนดให้อ่านได้
๓. นักเรยี นสามารถสรปุ ความรูแ้ ละข้อคดิ จากบทความทกี่ ำหนดใหอ้ ่านได้
๔. นกั เรยี นมมี ารยาทในการอา่ น

สาระการเรียนรู้
การอา่ นจบั ใจความจากบทความ



แบบทดสอบก่อนเรียนแบบฝกึ ทักษะการอ่านจบั ใจความ
เลม่ ท่ี ๓ การอ่านจับใจความจากบทความ

คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นทำเครอื่ งหมาย X ลงในช่องคำตอบที่ถกู ต้องในกระดาษคำตอบ

๑. โครงสร้างของบทความประกอบดว้ ยกี่สว่ น
ก. ๒ ส่วน
ข. ๓ สว่ น
ค. ๔ ส่วน
ง. ๕ ส่วน

๒. ข้อใดสำคัญทส่ี ุดในการอา่ นบทความ
ก. อ่านผ่าน ๆ
ข. อ่านทลี ะย่อหน้า
ค. จับใจความสำคัญใหไ้ ด้
ง. วเิ คราะห์ความน่าเชอ่ื ถือของเนือ้ หา

๓. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลักษณะของบทความ
ก. มีการอา้ งอิง
ข. เปน็ ขอ้ เทจ็ จริง
ค. ข้อมูลเช่อื ถอื ได้
ง. สรา้ งจากจนิ ตนาการ

๔. สว่ นใดของบทความทีส่ ำคัญที่สุด เปน็ สว่ นที่รวบรวมสาระต่าง ๆ ของบทความ
ก. ชือ่ เร่ือง
ข. บทนำ
ค. เน้อื หา



ง. บทสรปุ

๕. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประเภทของบทความ
ก. บทความท่ัวไป
ข. บทความวชิ าการ
ค. บทความเชิงนิยาย
ง. บทความก่งึ วชิ าการ

อ่านขอ้ ความตอ่ ไปน้แี ลว้ ตอบคำถามข้อ ๖-๑๐

การรับประทานอาหารเพ่ือสุขภาพท่ีดีนั้นเป็นสิ่งท่ีสำคัญต่อร่างกายของคนเรา เป็นต้นว่า
เน้ือ นม ไข่ ถ่ัว (โปรตีน) เป็นหมู่ที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตจึงเหมาะสำหรับเด็ก ถ้าเด็กขาด
หมู่นี้มักจะตัวเล็กและแคระแกรน ในกรณีเน้ือราคาแพงใช้ถ่ัวทดแทนได้หรือกรณีกินเจหรือ
มังสวิรัติ ส่วนผู้ใหญ่ควรเน้นพวกแป้งและน้ำตาล (คาร์โบไฮเดรต) เน่ืองจากอาหารหมู่นี้ให้
พลังงาน สว่ นผกั และผลไม้ซึ่งให้เกลอื แรแ่ ละวติ ามินนั้นจะช่วยให้ระบบขบั ถ่ายได้ดถี ้าขาดหมูน่ ี้
จะทำให้ท้องผูกถ้าท้องผูกบ่อย ๆ เป็นระยะเวลานานกากอาหารท่ีหมักหมมในลำไส้ใหญ่ จะ
สมุ่ เส่ียงต่อการเป็นมะเร็งในลำไสใ้ หญไ่ ด้ในคนทช่ี อบรับประทานเน้ือสัตว์ยกเวน้ ปลา มกั จะพบ
กับปัญหานี้เสมอ เพราะฉะนั้นผักและผลไม้จะช่วยได้ ส่วนไขมันซึ่งทำให้ร่างกายอบอุ่นควร
รับประทานแต่น้อยถ้ารับประทานมากจะทำให้อ้วน (โรคอ้วน) ซ่ึงจะเป็นบ่อเกิดของโรคภัย
ไข้เจ็บต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ในการรับประทานอาหาร ป้ิง ย่าง
โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ควรหลีกเลี่ยงเนื้อที่ไหม้ดำหรือรมควันเนื่องจากจะเป็นต้นเหตุของ
สารก่อมะเร็ง ควรงดเว้นอาหารรสจัดเน่ืองจากจะส่งผลเสียต่ออวัยวะต่าง ๆ เป็นต้นว่าเค็มจะ
อันตรายต่อไตอย่างนี้ เป็นต้น

ทมี่ า : วิทยาศาสตรใ์ นชวี ิตประจำวนั



๖. จากบทความ อาหารหมู่ใดที่เหมาะสำหรบั เดก็
ก. โปรตีน
ข. คาร์โบไฮเดรต
ค. เกลอื แร่
ง. ไขมัน

๗. บคุ คลท่ีกนิ เจหรือมังสวิรตั ิควรกินอาหารชนิดใดเพอ่ื ทดแทนการกนิ เนื้อสตั ว์เพ่อื
ปอ้ งกนั การขาดโปรตนี

ก. กลว้ ย
ข. เผอื ก
ค. ผักใบเขยี ว
ง. ถั่ว

๘. จากบทความ อาหารชนิดใดช่วยดแู ลเรือ่ งระบบขับถ่าย
ก. ผกั บุ้ง คะน้า กล้วย
ข. อกไก่ หมูสับ ไข่ไก่
ค. ขนมปงั คกุ ก้ี ขนมหวาน
ง. นำ้ หวาน น้ำผลไม้ นำ้ มนั รำขา้ ว

๙. หากปล่อยให้ท้องผกู เป็นระยะเวลานานเสย่ี งต่อการเปน็ โรคใด
ก. โรคอว้ น
ข. โรคความดัน
ค. โรคเบาหวาน
ง. โรคมะเรง็ ลำไส้ใหญ่

๑๐. กอ้ ยรบั ประทานอาหารรสเคม็ เปน็ ประจำจะสง่ ผลต่ออวัยวะใด
ก. ตบั



ข. ไต
ค. หัวใจ
ง. ปอด

ใบความรเู้ รอื่ ง การอ่านจบั ใจความจากบทความ

บทความคอื อะไร
บทความ คือ ความเรียงประเภทหนึ่งที่เขียนเพื่อความรู้ ความคิดมีรูปแบบคล้าย

กับเรียงความ แต่บทความจะต้องมีเรื่องราวมาจากข้อเท็จจริงหรือข่าวประจำวัน มีความ
ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ อยู่ในความสนใจของผู้อ่านและผู้เขียน และจะสอดแทรก
ข้อเสนอเชงิ วิชาการหรอื ความคดิ เห็นเชิงสร้างสรรคไ์ วด้ ว้ ย

บทความมลี กั ษณะดงั ต่อไปนี้
๑. เรื่องที่เขียนต้องเป็นเรื่องที่มีสาระ เป็นเร่ืองจริง มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ เมื่อ

อา่ นแลว้ จะได้ความรู้หรือความคดิ เพ่มิ ขึน้
๒. ต้องเสนอเรื่องท่ีผู้อ่านส่วนมากกำลังสนใจอยู่ในขณะน้ัน ทันต่อเหตุการณ์

หรือเรื่องทเ่ี ป็นปัญหา และมีความสำคัญเปน็ พิเศษ
๓. ต้องมีส่วนเป็นทัศนะหรือความคิดเห็นของผู้เขียน โดยนำเสนอแนวคิดที่

นา่ สนใจชวนใหผ้ อู้ า่ นคดิ ตามหรือคดิ ต่อ
๔. ควรใชภ้ าษาให้นา่ อา่ น และสรา้ งความสนใจ
๕. ความยาวของบทความควรสั้น กะทัดรดั เพอื่ ใหผ้ ู้อา่ นสามารถอา่ นได้ในเวลา

จำกดั



องคป์ ระกอบของบทความ
๑. ช่ือเร่ือง เป็นส่วนแรกของบทความที่สร้างความสนใจแก่ผู้อ่าน บทความใน

หนังสอื พิมพ์ หรือนติ ยสาร อาจตพี มิ พ์ช่อื เรื่องด้วยตวั อกั ษรขนาดใหญเ่ พอื่ สรา้ งความสนใจ
๒. บทนำ คือ ส่วนท่ีอยู่ย่อหน้าแรกของบทความ มีลักษณะเป็นการกล่าวนำนำ

เร่ือง โดยให้ความร้เู บื้องต้น บอกเจตนาและผู้เขียนหรอื ต้ังคำถาม ซึ่งผู้เขียนจะใช้กลวิธี
ต่าง ๆ ในการเขยี นให้ผอู้ า่ นสนใจเน้อื เรื่อง

๓. เน้ือหา เป็นส่วนสำคัญท่ีสุดของบทความ เพราะเป็นส่วนที่รวบรวมความรู้
สาระต่าง ๆ และความคดิ เห็นของผ้เู ขยี น

๔. บทสรปุ คือ ส่วนสดุ ทา้ ยของบทความที่ผู้เขียนใชส้ รุปเนอ้ื หา และสรา้ ง ความ
ประทับใจแก่ผู้อ่านโดยใช้กลวิธีหลายประการ เช่น การชักจูงใจให้ดำเนินการอย่างใด
อย่างหนงึ่ การใหข้ อ้ คดิ การหาแนวร่วม
ประเภทของบทความ

๑. บทความวิชาการ หรอื กึ่งวิชาการ หรือเชิงวิชาการ
บทความวิชาการ เป็นบทความท่ีเขียนเพื่อเผยแพร่ความรู้โดยตรง เนื้อหามี
หลกั ฐานอา้ งอิงที่เชื่อถอื ได้ และจะต้องมีบรรณานุกรม และเอกสารอ้างองิ ท้ายเร่ืองเสมอ
ส่วนบทความก่ึงวิชาการหรือเชิงวิชาการมีลักษณะคล้ายบทความวิชาการ คือ เขียนข้ึน
เพื่อเผยแพร่ความรู้เป็นสำคัญ แต่มีความแตกต่างกันในเร่ืองการใช้ภาษา กล่าวคือ
บทความวิชาการมีลักษณะการใช้ภาษาที่เป็นทางการ และเป็นภาษาที่ถูกต้องตามหลัก
ภาษา


Click to View FlipBook Version