The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Muzic Nipawan Thongjinda, 2022-08-03 08:30:13

นวัตกรรม

นวัตกรรม


๒. บทความท่ัวไป เป็นบทความที่ให้ความรคู้ วามคิด และความเพลิดเพลินแก่
ผู้อ่าน โดยเนน้ ความเพลดิ เพลินเปน็ สำคญั
หลกั การอา่ นและพิจารณาบทความ ควรพจิ ารณาในประเด็นต่อไปน้ี
๑. ข้อเท็จจริง ควรพจิ ารณารายละเอยี ดดงั นี้
- เป็นขอ้ มูลท่ถี ูกต้องทนั สมยั และนา่ เชอื่ ถือหรอื ไม่
- มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลให้ผู้อ่านสืบค้นต่อไปหรือไม่ และ แหล่งข้อมูลนั้น

น่าเชอื่ ถือหรอื ไม่
๒. ข้อคิดเหน็ ควรพจิ ารณารายละเอยี ดดังน้ี

- ข้อคิดเหน็ ของผเู้ ขยี นสอดคลอ้ งกับข้อเทจ็ จริงหรอื ไม่
- ผเู้ ขียนเสนอข้อคดิ เหน็ ท่ีมปี ระโยชน์ในเชงิ สรา้ งสรรคห์ รือไม่
- ข้อคดิ เห็นของผเู้ ขยี นมีความเปน็ ไปได้หรือไม่
- ข้อคิดเห็นของผูเ้ ขียนสามารถนำไปปฏบิ ตั ไิ ดห้ รือไม่

๓. กลวิธีนำเสนอ ควรพจิ ารณารายละเอียดดังนี้
- นำเสนอบทความได้น่าสนใจหรอื ไม่ โดยพิจารณาจากองค์ประกอบ ตา่ ง ๆ ของ
บทความ
- องค์ประกอบต่าง ๆ ของบทความมีความสอดคล้องและเชื่อมโยงต่อเน่ืองกัน
หรือไม่
- การนำเสนอของผเู้ ขียน ทำให้ผูอ้ า่ นเขา้ ใจได้งา่ ยหรือเกิดความสบั สน
- ผูเ้ ขยี นนำเสนอเรอ่ื งด้วยถ้อยคำสำนวนที่เขา้ ใจง่าย และชดั เจนหรือไม่

๔. ประโยชน์ท่ีได้รบั ควรพิจารณารายละเอยี ดตอ่ ไปน้ี



- ผอู้ า่ นได้รับประโยชน์จากการอา่ นบทความนี้มากน้อยเพยี งใด
- ข้อคิดหรือทรรศนะของผูเ้ ขยี นสามารถนำไปปฏิบตั ไิ ดห้ รือไม่
- บทความน้มี ปี ระโยชนก์ ับบุคคลเฉพาะกลมุ่ หรอื บคุ คลส่วนใหญ่ในสงั คม

ตัวอย่างการอ่านจบั ใจความจากบทความ
วัดอุโมงค์



โดย ท่านปญั ญานันทภิกขุ
เพราะความรอ้ นแห่งฤดูร้อนรุนแรงมาก ทว่ี ัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม อันเตียนโล่งไม่
มีร่มไม้ เป็นท่ีพักกายและสายตาให้เกิดความเย็นได้ จึงต้องย้ายจากวัดอุโมงค์ขึ้นไปหา
ความเย็นบนดอยสุเทพ โดยความเมตตากรุณาของบริษัทอนุสาร จึงได้พักที่บ้าน
นิมมานรดีเป็นที่อยู่ต่ำกว่าพระธาตุนิดเดียว ลมพัดโชยเย็นสบายมองไปทางไหนก็พบแต่
ใบไม้เขียวชอุ่ม ผิดกันกับอยู่แถวสวนพุทธธรรม ทำไมเมื่อขึ้นไปอยู่บนดอยหรือพูดอีก
อย่างว่าออกไปอยู่ในดินแดนของโลกทีเ่ สยี บเข้าไปในฟ้าอากาศจงึ เยน็ ขา้ พเจา้ มิได้ศกึ ษา
ในเร่ืองธรรมชาติวิทยา อันว่าด้วยอุตุ จึงสางปัญหาน้ีมิได้ แต่โดยสายตาของนักธรรม
ข้าพเจ้าคิดว่าความเย็นท่ีได้ รับบนดอยสูงเป็นความเย็นของอันเป็นฝ่ายรูปธรรม เม่ือ
กายเย็นสบายใจก็พลอยเพลินไปกับกายด้วย เพราะใจคิดว่ากายเป็น ของตน ถ้ากาย
สบายใจก็พลอยสบายไปด้วยในเวลาที่อยู่กับพ้ืนราบ ความรอ้ นรนุ แรงมาก จนร้สู ึกรอ้ น
ผ่าวตามผวิ กายใจก็พลอยเป็นทุกข์ไปด้วย เพราะกายกับใจเป็นสภาพอันเดียวกัน ทำให้
ไดค้ วามคิดต่อไปอีกว่าใจท่ียังคลุกคลีอยู่กับอารมณ์ของโลกร้อน แตใ่ จท่ใี ชส้ ติปญั ญาเป็น
ปีกโบยบินห่างไกล ยิ่งห่างออกไปเท่าใดความเย็นของใจก็มีมากเท่านั้น ถ้าเราเดินบน
ถนนใหญ่อันมียวดยานสัญจรไปมามาก ฝุ่นก็มาเข้าจมูกของเราทำให้ เกิดโรคได้ทันที
แต่ถา้ เราไปอยู่ ปา่ อนั เปน็ สภาพบริสุทธต์ิ ามธรรมชาติแล้วฝนุ่ ไม่มี อากาศกบ็ ริสุทธ์สิ ะอาด
หายใจโล่งสบายฉันใดใจท่ียังคลุกคลีกับอารมณ์โลกยังมัวเมาในรูป เสียง กลิ่น รส
สัมผัส ก็ยังมีโรคใจอยู่ ฉันนั้นโรคทางกายพอเป็นขึ้น ใคร ๆ ก็รีบหาหมอมารักษากัน
ทันที แต่โรคทางใจไม่มีใครค่อยรู้มักหลงมัวเมาในโรคนั้น ไม่พยายามหาหมอรักษา
เพราะเรามักหลงเมาในโรคโดยสำคัญเสียว่ามันจักไม่มีพิษ แต่ความจริงโรคทางใจหนัก
กวา่ โรคทางกายเปน็ ไหน ๆ ถงึ กระนั้นนอ้ ยคนนักจกั รถู้ งึ และรบี บำบดั เสยี

ทีม่ า : กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๓



วิธกี ารสรุปใจความสำคัญ

ใคร/อะไร ทา่ นปญั ญานนั ทภิกขุ
ทาํ อะไร ยา้ ยสถานท่ไี ปปฏบิ ตั ิธรรมบนดอยสุเทพ
เมอ่ื ไร เมื่อวดั อุโมงค์สวนพุทธธรรมมอี ากาศรอ้ นมากและขาดรม่ ไม้ทีใ่ ห้
ความรม่ รนื่
อยา่ งไร ย้ายจากวัดอุโมงค์ขึน้ ไปหาความเย็นบนดอยสเุ ทพ
ผลเป็นอย่างไร เมอื่ กายเยน็ สบาย ใจก็พลอยเพลนิ ไปกับกายดว้ ยเพราะใจคดิ วา่
กายเปน็ ของตน

สรุปใจความสำคัญ
ท่านปัญญานันทภิกขุย้ายสถานปฏิบัติธรรมบนดอยสุเทพ เพราะวัดอโุ มงค์สวน

พุทธธรรมมอี ากาศร้อนมากและขาดรม่ ไม้ที่ให้ความร่มรื่นจงึ ข้ึนไปหาความเย็นบนดอย
สเุ ทพ เม่ือกายเย็นสบายใจกพ็ ลอยเพลนิ ไปกับกายด้วย

๑๐

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๑ ทบทวนความรู้

คำชแ้ี จง ให้นักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปนี้ (ข้อละ ๒ คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๑. บทความ หมายถึงอะไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๒. บทความมสี ว่ นประกอบกส่ี ่วน อะไรบ้าง
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๓. บทความวชิ าการมีลักษณะอยา่ งไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๔. หลักการอ่านและพจิ ารณาบทความ ควรพิจารณาในประเด็นใดบา้ ง
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

๑๑

๕. จงบอกประโยชนข์ องการอ่านบทความมาอย่างนอ้ ย ๑ ขอ้
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

การวดั และประเมนิ ผล คะนนเตม็ ๑๐ คะแนน เกณฑ์การผา่ น ตอ้ งได้รบั ผลการประเมินไมต่ ำ่ กวา่ ระดับดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรับปรุง

ได้คะแนน.......................คะแนน สรุปผล ผา่ น ไมผ่ ่าน ผู้ประเมนิ ..............................

แบบฝกึ ทักษะที่ ๒ อา่ นดถู ูกผดิ

คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นอ่านขอ้ ความต่อไปนี้แลว้ ใสเ่ คร่ืองหมาย  หนา้ ข้อความท่ีกลา่ ว
ถูกต้องและใสเ่ ครอื่ งหมาย X หนา้ ขอ้ ความทก่ี ล่าวไม่ถูกตอ้ ง
(ขอ้ ละ ๒ คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)

.............๑. บทความ คอื ความเรยี งประเภทหน่งึ ที่เขยี นเพือ่ ความรู้ ความคดิ มีรูปแบบ
คลา้ ยกับเรียงความ แต่บทความจะตอ้ งมีเร่ืองราวมาจากขอ้ เทจ็ จรงิ หรือข่าว
ประจำวันมีความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ อยู่ในความสนใจของผู้อ่านและ
ผู้เขียน และจะสอดแทรกข้อเสนอเชิงวิชาการ หรือความคิดเห็นเชิง
สร้างสรรคไ์ วด้ ว้ ย

.............๒. เน้อื หาของบทความท่ดี ไี มค่ วรจะแทรกความคิดเห็นใด ๆ ของผู้เขียนลงไป
ไม่วา่ จะเป็นความคิดเหน็ ทส่ี ร้างสรรค์ น่าเชือ่ ถอื หรือไมก่ ็ตาม

.............๓. การสรุปใจความบทความ ควรพจิ ารณาในประเดน็ ตอ่ ไปนี้ ข้อเทจ็ จริง

๑๒

ขอ้ คิดเห็น การนำเสนอและประโยชนท์ ี่ได้รับ

.............๔. บทความท่ัวไป เปน็ บทความทใ่ี ห้ความร้คู วามคดิ และความเพลดิ เพลินแก่
ผู้อา่ น โดยเนน้ สาระความรู้เป็นสำคัญ

............๕. การพจิ ารณาขอ้ เทจ็ จรงิ ของบทความ ควรพิจารณารายละเอยี ดว่าเป็น
ข้อมลู ทถี่ ูกตอ้ งทันสมยั และน่าเชื่อถือหรอื ไม่ มีการอา้ งอิงแหล่งข้อมลู ให้
ผู้อ่านสืบคน้ ต่อไปหรอื ไม่และ แหล่งข้อมลู นัน้ นา่ เช่ือถอื หรอื ไม่

การวดั และประเมนิ ผล คะนนเตม็ ๑๐ คะแนน เกณฑ์การผา่ น ตอ้ งไดร้ บั ผลการประเมินไมต่ ่ำกว่าระดบั ดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรับปรุง

ได้คะแนน.......................คะแนน สรปุ ผล ผ่าน ไมผ่ า่ น ผู้ประเมิน..............................

แบบฝึกทักษะที่ ๓ พินิจใจความสำคญั

คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนอา่ นจับใจความสำคัญจากบทความต่อไปนี้ แลว้ ตอบคำถาม
(คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)

นกบางชนิดบินได้สูงมาก นกที่บินได้สูงท่ีสุด คือ ห่าน ซึ่งบินได้สูงกว่า ๒๙,๐๐๐ ฟุต
แต่เคยปรากฏว่า นกคอนดอร์(condor) ในอเมริกาใต้ซ่ึงเป็นนกแร้งท่ีใหญ่ท่ีสุด ได้บิน
ชนกับเคร่ืองบินท่ีบินอยู่สูง ๒๐,๐๐๐ ฟุต นกทั่วไปบินไม่สูงเกินกว่า ๓,๐๐๐ ฟุต
ในขณะอพยพยา้ ยถ่นิ นกมักบินตำ่ กว่าเมฆที่ลอยอยูต่ ่ำสดุ ไม่บินสงู ขน้ึ ไปมากกว่านั้น

ที่มา : https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/

๑๓

ใคร/อะไร (๑ คะแนน)
.................................................................................................................................
ทำอะไร (๑ คะแนน)
.................................................................................................................................
เมอื่ ไร (๑ คะแนน)
.................................................................................................................................
อย่างไร (๑ คะแนน)
.................................................................................................................................
ผลเปน็ อย่างไร (๑ คะแนน)
.................................................................................................................................

สรปุ ใจความสำคญั (๕ คะแนน)
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

การวดั และประเมินผล คะนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑ์การผา่ น ต้องไดร้ บั ผลการประเมนิ ไมต่ ่ำกวา่ ระดับดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรับปรงุ

ไดค้ ะแนน.......................คะแนน สรุปผล ผา่ น ไม่ผา่ น ผปู้ ระเมนิ ..............................

๑๔

แบบฝึกทักษะท่ี ๔ สมั พันธ์สว่ นขยาย
คำชแี้ จง ใหน้ ักเรียนขดี เสน้ ใตข้ ้อความท่เี ป็นใจความสำคญั (ข้อละ ๒ คะแนน คะแนน

เต็ม ๑๐ คะแนน)

ตวั อย่าง

ปลาโลมาเปน็ สตั วเ์ ลยี้ งลูกด้วยนม อาศัยอยใู่ นทะเล เปน็ สัตวท์ ่ีฉลาด ว่องไวนำมาฝึก
แสดงท่าว่ายนำ้ กระโดดนำ้ ท่าตา่ ง ๆ ได้

๑๕

๑. คนไม่อา่ นหนังสือ คือ คนถอยหลังอยู่ในสังคม เพราะทุกวนั นี้โลกเจริญขึน้ อย่างไม่
หยุดหยอ่ น มเี หตุการณ์ใหม่ๆ ปรากฏสืบเนอ่ื งกันอย่างไม่ขาดสาย ทุกคนทีห่ วัง
ความก้าวหน้า จึงต้องตามเรื่องเหล่านี้ด้วยการอ่านอย่างมิหยุดน่ิง มิฉะน้ันเขา
จะไดน้ ามว่าเปน็ ผู้ถอยหลัง

๒. ชูชาติบอกว่าตัวหนังตะลุงน้ันเม่ือก่อนทำเพื่อใช้ในการแสดงหนังตะลุงอย่างเดียว
แต่เดี๋ยวน้ีทำเพื่อจำหน่ายเป็นของที่ระลึก ซึ่งส่วนใหญ่จะส่งไปจำหน่ายตามร้าน
ขายของที่ระลึกทั้งในจงั หวดั และต่างจังหวดั ตัวหนังตะลงุ มีราคาต่างกัน ขึ้นอยู่
กับความยากง่ายในการทำและขนาดของตัวหนงั แต่ละตัว

๓. เมื่อรสู้ ึกเครียด หลงั เลิกงานแล้วควรทำกิจกรรมอ่นื เพ่ือเป็นการพักผ่อน หย่อนใจ
เช่น เล่นกับสัตว์เลี้ยง ฟังเพลง ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสืออ่านเล่น ปลูกต้นไม้ ไป
ช้อปปิ้ง ไปดูภาพยนตร์หรือทำอะไรก็ได้ที่ใจชอบ ทำแล้วเพลิดเพลินมีความสุข
การทค่ี นเราพักผอ่ นหยอ่ นใจหลังการทำงาน

๔. ปลาดาวไม่ใช่ปลา แต่เป็นสัตว์ทะเลชนิดหน่ึงที่มีเปลือกหุ้มรอบตัว ไม่มีกระดูก
สันหลังเหมือนอย่างปลา ลำตัวเหมือนถุงกลม ๆ คว่ำปากลง จากลำตัวซึ่งเป็น
เสมือนศูนย์กลางมีแขนยาวยื่นออกไปโดยรอบรวมห้าแขน ทำให้มีรูปรา่ งเหมือน
ดาว

๕. ความพอเพียง มีความหมายว่า ไม่ฟุ่มเฟอื ย ประหยัด รู้จักคิด ร้จู ักใช้จ่ายอย่างมี
สติ ถ้าหากเราไมม่ ีความพอเพยี งอาจก่อเกิดผลเสียตามมาด้วย ตัวอย่างเช่น อยาก

๑๖

ไดม้ ือถือรุ่นใหม่ๆ ตามเพอ่ื นๆ แต่ตนเองน้ันทำงานเงินเดือนท้งั เดือนยังซ้อื ไม่ได้ ก็
เลยหันไปกูย้ ืมเงินมาซ้ือ สุดทา้ ยตัวเองเปน็ หน้ี

ท่มี า : นานาความรู้

การวัดและประเมินผล คะนนเตม็ ๑๐ คะแนน เกณฑก์ ารผ่าน ตอ้ งได้รบั ผลการประเมินไมต่ ่ำกว่าระดับดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรบั ปรงุ

ไดค้ ะแนน.......................คะแนน สรปุ ผล ผ่าน ไม่ผ่าน ผู้ประเมิน..............................

แบบฝกึ ทักษะที่ ๕ หลากหลายขอ้ เทจ็ จริง

๑๗

คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นพจิ ารณาข้อความต่อไปน้ี แล้วระบุวา่ เป็นข้อเทจ็ จรงิ หรือขอ้ คิดเหน็
(ข้อละ ๒ คะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน)

ตวั อย่าง ข้อเท็จจริง อทุ ยานแหง่ ชาติเขาสามรอ้ ยยอดมีสภาพภมู ปิ ระเทศ
โดยทัว่ ไปเป็นเขาหินปูน
ข้อคิดเห็น อุทยานแห่งชาติเขาสามรอ้ ยยอดเหมาะสำหรบั เดินขึน้ ไป
ชมพระอาทิตย์ขึน้

ขอ้ ท่ี ๑ ................................... บะหม่ีกึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารมีราคาถูก ท้ังยังกินง่าย
ประหยัดเวลา และเพราะรูปแบบการกินง่าย
...................................บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีส่วนผสมของแป้งสาลีในกรรมวิธี
การผลิตถึง ๖๐-๗๐% ส่วน ๑๕-๒๐% เป็นไขมันในซองเคร่ืองปรุงน้ำมัน
ทอดบะหมก่ี ง่ึ สำเรจ็ รปู

ขอ้ ที่ ๒ ...................................แอปเป้ิลเป็นผลไม้ที่น่าจะสามารถนำมาใช้เป็นยา
รักษาโรคได้
...................................เพราะมีน้ำตาลน้อยจึงมีผู้นำแอปเปิ้ลไปบรรจุไว้ใน
รายการอาหารลด ความอ้วนด้วย เพราะแอปเปิ้ลมีวิตามินเกลือแร่มาก
อีกทั้งยังช่วยเรยี กพลังกลับคืนมาให้ร่างกายได้ในยามอ่อนเพลียช่วยลดกรด
ยูริคในกระเพาะช่วยลดอาการรูมาติซึม หรือการปวดตามข้อ โรคที่
เกี่ยวกบั เสน้ โลหติ แดง โรคท่ีเกีย่ วกบั ปอด ลำไส้ และกระเพาะอาหาร

๑๘

ข้อที่ ๓ ...................................ลมร้อนท่ีพัดผ่านมาในฤดูร้อนมีช่ือเรียกว่า “ลม
ตะเภา” บางคนอาจเรียกว่า “ลมว่าว” เพราะเป็นช่วงเวลาท่ีคนนิยมเล่น
วา่ วกนั ที่ทอ้ งสนามหลวง
...................................ลมร้อนกับว่าวจึงเป็นของคูก่ ันไปโดยปรยิ าย ว่าวเป็น
กฬี าของไทยเรามาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทยั แล้ว โดยต้นกำเนิดจรงิ ๆ น้นั อย่ใู น
ประเทศจีนเม่ือ ๕๐๐ ปี ก่อนคริสต์ศักราชเห็นจะได้ ต่อมาก็ได้รับ
ความนิยมไปท่ัว ในสมัยรัชกาลที่ ๕ โปรดให้มีการจัดการแข่งขันว่าวจุฬา
กับวา่ วปักเป้าข้นึ ที่ทอ้ งสนามหลวงชิงถ้วยพระราชทานมาแล้ว

ขอ้ ที่ ๔ .................................แมน่ ำ้ มูลเป็นแมน่ ำ้ ทีย่ าวท่ีสดุ ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
ถอื กำเนดิ จากเทือกเขาพนมดงรกั จากโคราชสอู่ ีสานตอนใต้กอ่ นทอดสาย
กลายเป็นเสน้ เลือดสำคญั ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมคี วามยาวถึง ๑๒๐
กโิ ลเมตร ผ่านเขต ๕ อำเภอ อนั ได้แก่ อำเภอเมอื ง วารินชำราบ ตาลสุม
พบิ ูลมังสาหาร แล้วไหลลงสู่ลำนำ้ โขง ทต่ี ำบลบ้านด่าน อำเภอโขงเจยี ม
...................................แมน่ ำ้ มูลจงึ ควรจะเป็นแมน่ ำ้ ท่ีสำคัญทส่ี ุดในประเทศไทย

ขอ้ ท่ี ๕ ...................................เขอ่ื น หมายถึง สิ่งปลูกสรา้ งท่ีเราสร้างขึ้นขวางลำธาร
หรือแม่น้ำเพอื่ ควบคุมการไหลของน้ำในลำธารหรือแม่น้ำ ถ้าเราสร้างเขื่อน
ปิดลำน้ำจนหมดจากฝั่งหน่ึงถึงฝ่ังหนึ่ง น้ำท่ีไหลมาจากต้นน้ำ ก็จะไหลไป
ไม่ได้และจะเอ่อสูงข้ึนกว่าน้ำบรเิ วณท้ายน้ำ พอถึงหน้าแล้งก็สามารถปล่อย
นำ้ ทเี่ กบ็ กักไว้นไ้ี ปใชไ้ ด้ ทำให้ไมแ่ หง้ แล้ง
...................................เราจึงควรสร้างเขื่อนให้กระจายอย่างทั่วถึงทุกพ้ืนท่ี
ท่วั ประเทศไทย
ทีม่ า : นานาความรู้

การวดั และประเมนิ ผล คะนนเตม็ ๑๐ คะแนน เกณฑก์ ารผ่าน ตอ้ งไดร้ บั ผลการประเมินไม่ต่ำกว่าระดบั ดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรับปรุง

ไดค้ ะแนน.......................คะแนน สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ผปู้ ระเมิน..............................

๑๙

แบบทดสอบหลงั เรยี นแบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นจบั ใจความ
เล่มท่ี ๓ การอา่ นจบั ใจความจากบทความ

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นทำเครือ่ งหมาย  ทบั ตัวอกั ษรหน้าคำตอบทถ่ี กู ต้องทสี่ ุด

การรับประทานอาหารเพ่ือสขุ ภาพท่ีดีน้ันเป็นส่งิ ทสี่ ำคญั ต่อรา่ งกายของคนเรา
เป็นต้นว่า เนื้อ นม ไข่ ถั่ว (โปรตีน) เป็นหมู่ที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตจึงเหมาะสำหรับเด็ก
ถ้าเด็กขาดหมู่นี้มักจะตัวเลก็ และแคระแกรน ในกรณีเน้ือราคาแพงใช้ถ่ัวทดแทนได้หรือกรณี
กินเจหรือมังสวิรัติ ส่วนผู้ใหญ่ควรเน้นพวกแป้งและน้ำตาล (คาร์โบไฮเดรต)เนื่องจากอาหาร
หมูน่ ี้ใหพ้ ลังงาน ส่วนผักและผลไมซ้ ึ่งให้เกลือแรแ่ ละวิตามนิ นั้นจะชว่ ยใหร้ ะบบขับถ่ายได้ดีถ้า
ขาดหมนู่ ้ีจะทำใหท้ ้องผูกถา้ ทอ้ งผกู บอ่ ย ๆ เป็นระยะเวลานานกากอาหารทห่ี มักหมมในลำไส้
ใหญ่ จะสมุ่ เสีย่ งต่อการเปน็ มะเรง็ ในลำไสใ้ หญ่ไดใ้ นคนที่ชอบรับประทานเน้ือสตั วย์ กเว้นปลา
มักจะพบกับปัญหาน้ีเสมอ เพราะฉะนั้นผักและผลไม้จะช่วยได้ ส่วนไขมันซึ่งทำให้ร่างกาย
อบอุ่นควรรับประทานแต่น้อยถ้ารับประทานมากจะทำให้อ้วน (โรคอ้วน) ซ่ึงจะเป็นบ่อเกิด
ของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ในการรับประทานอาหาร
ป้ิง ย่าง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ควรหลีกเล่ียงเนื้อที่ไหม้ดำหรือรมควันเน่ืองจากจะเป็น
ตน้ เหตุของสารก่อมะเร็ง ควรงดเว้นอาหารรสจดั เนื่องจากจะสง่ ผลเสียต่ออวยั วะต่าง ๆ เป็น
ต้นว่าเค็มจะอันตรายต่อไตอยา่ งนี้ เป็นต้น

ทีม่ า : วิทยาศาสตร์ในชวี ติ ประจำวัน
อ่านข้อความต่อไปนแ้ี ล้วตอบคำถามขอ้ ๑-๕
๑. จากบทความ อาหารหมู่ใดท่ีเหมาะสำหรับเด็ก

ก. โปรตนี

๒๐

ข. คาร์โบไฮเดรต
ค. เกลือแร่
ง. ไขมนั

๒. บุคคลท่ีกินเจหรอื มงั สวิรตั ิควรกนิ อาหารชนิดใดเพอ่ื ทดแทนการกินเน้อื สตั วเ์ พ่ือ
ป้องกนั การขาดโปรตีน

ก. กลว้ ย
ข. เผือก
ค. ผกั ใบเขียว
ง. ถวั่

๓. จากบทความ อาหารชนดิ ใดช่วยดแู ลเรอ่ื งระบบขับถ่าย
ก. ผักบุ้ง คะนา้ กล้วย
ข. อกไก่ หมูสบั ไข่ไก่
ค. ขนมปงั คุกกี้ ขนมหวาน
ง. น้ำหวาน น้ำผลไม้ นำ้ มันรำขา้ ว

๔. หากปลอ่ ยให้ท้องผกู เปน็ ระยะเวลานานเส่ยี งต่อการเป็นโรคใด
ก. โรคอ้วน
ข. โรคความดนั
ค. โรคเบาหวาน
ง. โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

๕. กอ้ ยรบั ประทานอาหารรสเคม็ เปน็ ประจำจะสง่ ผลตอ่ อวัยวะใด
ก. ตบั
ข. ไต

๒๑

ค. หวั ใจ
ง. ปอด

๖. โครงสร้างของบทความประกอบดว้ ยก่ีสว่ น
ก. ๒ สว่ น
ข. ๓ สว่ น
ค. ๔ ส่วน
ง. ๕ ส่วน

๗. ขอ้ ใดสำคญั ทส่ี ดุ ในการอ่านบทความ
ก. อ่านผา่ น ๆ
ข. อา่ นทีละย่อหน้า
ค. จบั ใจความสำคัญให้ได้
ง. วิเคราะห์ความน่าเช่ือถอื ของเน้ือหา

๘. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะของบทความ
ก. มีการอา้ งองิ
ข. เปน็ ขอ้ เทจ็ จรงิ
ค. ข้อมลู เชอ่ื ถอื ได้
ง. สร้างจากจนิ ตนาการ

๙. สว่ นใดของบทความที่สำคัญท่สี ดุ เปน็ ส่วนทร่ี วบรวมสาระตา่ ง ๆ ของบทความ
ก. ชอื่ เร่ือง
ข. บทนำ
ค. เน้ือหา

๒๒

ง. บทสรุป

๑๐. ข้อใดไมใ่ ช่ประเภทของบทความ
ก. บทความทัว่ ไป
ข. บทความวชิ าการ
ค. บทความเชิงนิยาย
ง. บทความก่ึงวิชาการ

บรรณานุกรม

กระทรวงศึกษาธกิ าร. (๒๕๔๓). เสริมทักษะภาษาไทย. ระดับประถมศึกษา.
กรงุ เทพมหานคร : กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.

บญุ เกดิ รตั นแสง. (๒๕๕๐). นานาความรู้. กรงุ เทพมหานคร : พัฒนาศึกษา.
สนิท สัตโยภาส. (๒๕๔๗). ภาษาไทยเพอ่ื การสอื่ สารและสบื ค้น (พิมพค์ รงั้ ท่ี ๒).

กรุงเทพมหานคร : ธารอักษร.
มลู นิธโิ ครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน.(ออนไลน์). เข้าถงึ ข้อมูลไดจ้ าก :

https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/.(วนั ที่คน้ ข้อมลู ๒๕
ธนั วาคม ๒๕๖๓)
อำนาจ เจรญิ ศิลป์. (๒๕๔๘). วิทยาศาสตรใ์ นชวี ิตประจำวัน.กรงุ เทพมหานคร :
รุง่ แสงการพิมพ์.

๒๓

ภาคผนวก

๒๔

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นและหลงั เรียน
แบบฝกึ ทักษะการอา่ นจบั ใจความ เลม่ ที่ ๓ การอา่ นจบั ใจความจากบทความ

ก่อนเรยี น หลงั เรียน
ขอ้ เฉลย ขอ้ เฉลย
๑ค ๑ก
๒ค ๒ง
๓ง ๓ก

๒๕

๔ค ๔ ง
๕ค ๕ ข
๖ก ๖ ค
๗ง ๗ ค
๘ก ๘ ง
๙ง ๙ ค
๑๐ ข ๑๐ ค

๒๖

แบบฝกึ ทักษะท่ี ๑ ทบทวนความรู้
คำช้ีแจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ (ขอ้ ละ ๒ คะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน)
๑. บทความ หมายถึง

บทความ หมายถึง ความเรียงประเภทหนึ่งที่เขียนเพ่ือความรู้ ความคิด มี
รูปแบบคล้ายกับเรียงความ แต่บทความจะต้องมีเร่ืองราวมาจากข้อเท็จจริงหรือข่าว
ประจำวัน มีความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ อยู่ในความสนใจของผู้อา่ นและผู้เขียน และ
จะสอดแทรกขอ้ เสนอเชงิ วชิ าการ หรือความคิดเหน็ เชงิ สร้างสรรค์ไว้ด้วย

๒. บทความมีสว่ นประกอบก่สี ่วน อะไรบ้าง
บทความมีส่วนประกอบ ๔ สว่ น ได้แก่ ช่ือเรื่อง บทนำ เนื้อหา และบทสรุป

๓. บทความวิชาการมลี กั ษณะอย่างไร
บทความวิชาการ เป็นบทความที่เขียนเพื่อเผยแพร่ความรู้โดยตรง เนื้อหามี

หลักฐานอา้ งองิ ที่เชอ่ื ถือได้ และจะตอ้ งมบี รรณานุกรม และเอกสารอา้ งอิงทา้ ยเรือ่ งเสมอ
๔. หลกั การอ่านและพิจารณาบทความ ควรพิจารณาในประเด็นใดบา้ ง

ข้อเท็จจรงิ ข้อคดิ เห็น กลวธิ ีนำเสนอ และประโยชนท์ ่ีไดร้ ับ

๕. จงบอกประโยชนข์ องการอ่านบทความมาอย่างน้อย ๑ ขอ้
ทำใหผ้ อู้ า่ นได้ความรแู้ ละความเพลิดเพลนิ

๒๗

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ข้อละ ๒ คะแนน
- อธบิ ายถูกต้องชดั เจน ได้ ๒ คะแนน
- อธิบายถูกตอ้ งชดั เจนบางสว่ น ได้ ๑ คะแนน

แบบฝึกทกั ษะที่ ๒ อา่ นดูถูกผดิ

คำชี้แจง อ่านข้อความต่อไปน้ีแล้วใส่เครือ่ งหมาย  หน้าข้อความท่ีกล่าวถูกต้องและใส่
เคร่ืองหมาย X หน้าข้อความท่ีกล่าวไม่ถูกต้อง (ข้อละ ๒ คะแนน คะแนนเต็ม
๑๐ คะแนน)

.....✓..........๑. บทความ คือ ความเรียงประเภทหนึ่งที่เขียนเพ่ือความรู้ ความคิด มี

รูปแบบคล้ายกับเรยี งความ แต่บทความจะต้องมีเรื่องราวมาจากข้อเท็จจริงหรอื
ข่าวประจำวัน มี ความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ อยู่ในความสนใจของผู้อ่าน
และผู้เขียน และจะสอดแทรกข้อเสนอเชิงวิชาการ หรือความคิดเห็นเชิง
สร้างสรรคไ์ วด้ ้วย

.....X..........๒. เนื้อหาของบทความท่ีดีไม่ควรจะแทรกความคิดเห็นใดๆของผู้เขียนลงไป

ไมว่ า่ จะเปน็ ความคดิ เหน็ ทีส่ รา้ งสรรค์ น่าเช่ือถือหรือไมก่ ต็ าม

......✓.........๓. การสรุปใจความบทความ ควรพิจารณาในประเด็นต่อไปน้ี ข้อเท็จจริง

ข้อคดิ เหน็ การนำเสนอและประโยชน์ท่ไี ดร้ บั

.....X..........๔. บทความทั่วไป เป็นบทความท่ีให้ความรู้ความคิดและความเพลิดเพลินแก่

ผู้อ่าน โดยเนน้ สาระความรเู้ ป็นสำคัญ

๒๘

......✓.........๕. การพิจารณาข้อเท็จจริงของบทความ ควรพิจารณารายละเอียดว่าเป็น

ข้อมูลที่ถูกต้องทันสมัยและน่าเช่ือถือหรือไม่ มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลให้ผู้อ่าน
สืบค้นตอ่ ไปหรอื ไม่ และ แหล่งข้อมลู นน้ั นา่ เชื่อถือหรอื ไม่

เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ข้อละ ๒ คะแนน
- ตอบถกู ได้ ๒ คะแนน
- ตอบผดิ ได้ ๐ คะแนน

แบบฝึกทักษะท่ี ๓ พนิ จิ ใจความสำคญั

คำช้ีแจง ให้นักเรยี นอ่านจบั ใจความสำคัญจากบทความตอ่ ไปน้ี (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)

นกบางชนิดบินได้สูงมาก นกท่ีบินได้สูงที่สุด คือ ห่าน ซ่ึงบินได้สูงกว่า ๒๙,๐๐๐ ฟุต
แต่เคยปรากฏว่า นกคอนดอร(์ condor) ในอเมริกาใต้ซ่ึงเป็นนกแร้งที่ใหญ่ที่สุด ได้บิน
ชนกับเครื่องบินท่ีบินอยู่สูง ๒๐,๐๐๐ ฟุต นกท่ัวไปบินไม่สูงเกินกว่า ๓,๐๐๐ ฟุต
ในขณะอพยพย้ายถ่ินนกมกั บินตำ่ กวา่ เมฆทลี่ อยอยู่ต่ำสดุ ไมบ่ ินสงู ขึน้ ไปมากกวา่ นน้ั

ท่มี า : http://kanchanapisek.or.th

ใคร/อะไร นกคอนดอร์
ทำอะไร บนิ
เมอื่ ไร ในขณะอพยพยา้ ยถ่ิน
อยา่ งไร ในขณะอพยพย้ายถ่ินนกมกั บินตำ่ กวา่ เมฆทลี่ อยอยูต่ ่ำสุด ไมบ่ ิน
สูงขน้ึ ไปมากกว่านน้ั แต่นกคอนดอร์บนิ สงู มาก

๒๙

ผลเปน็ อย่างไร นกคอนดอร์บนิ ชนกบั เคร่ืองบนิ ท่บี นิ อยู่สูง ๒๐,๐๐๐ ฟุต

สรปุ ใจความสำคญั
ในขณะอพยพย้ายถ่ินนกมักบนิ ต่ำกว่าเมฆทลี่ อยอยตู่ ่ำสุด ไม่บินสูงข้ึนไปมากกว่า

นัน้ แตน่ กคอนดอร์บนิ สงู มากจึงบนิ ชนกับเครอ่ื งบินท่ีบินอยูส่ งู ๒๐,๐๐๐ ฟุต

เกณฑ์การประเมนิ

เกณฑการใหคะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
- ตอบคำถามในประเด็น ใคร/อะไร ทำอะไร เม่อื ไร อยา่ งไร
ผลเปน็ อยา่ งไรได้ถูกตอ้ ง ขอ้ ละ ๑ คะแนน
- สรุปใจความสำคัญ ๕ คะแนน
- บอกเนื้อหาสาระถูกต้องไดใ้ จความต่อเนือ่ ง ๕ คะแนน
- บอกเนอื้ หาสาระถูกต้องแตว่ กวน ๓ คะแนน
- บอกเน้อื หาสาระได้บ้าง ๑ คะแนน

๓๐

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๔ สมั พันธส์ ่วนขยาย
คำช้ีแจง ให้นกั เรียนขดี เส้นใตข้ ้อความท่ีเป็นใจความสำคัญ (ข้อละ ๒ คะแนน

คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน)
๑. คนไมอ่ ่านหนังสือ คือ คนถอยหลงั อยู่ในสังคม เพราะทกุ วันนีโ้ ลกเจรญิ ข้ึนอยา่ งไม่

หยุดหยอ่ น มีเหตุการณ์ใหม่ๆ ปรากฏสืบเน่อื งกันอย่างไม่ขาดสาย ทุกคนทห่ี วัง
ความก้าวหน้า จึงต้องตามเรื่องเหล่าน้ีด้วยการอ่านอย่างมิหยุดนิ่ง มิฉะน้ันเขา
จะไดน้ ามวา่ เป็นผู้ถอยหลงั
๒. ชูชาติบอกว่าตัวหนังตะลุงนั้นเม่ือก่อนทำเพ่ือใช้ในการแสดงหนังตะลุงอย่างเดียว
แต่เด๋ียวนี้ทำเพื่อจำหน่ายเป็นของท่ีระลึก ซึ่งส่วนใหญ่จะส่งไปจำหน่ายตามร้าน

๓๑
ขายของที่ระลึกทั้งในจังหวดั และต่างจงั หวัด ตัวหนังตะลุงมีราคาต่างกนั ข้นึ อยู่
กบั ความยากงา่ ยในการทำและขนาดของตัวหนงั แต่ละตวั
๓. เม่อื รูส้ กึ เครียด หลังเลกิ งานแล้วควรทำกิจกรรมอ่นื เพื่อเป็นการพักผ่อน หยอ่ นใจ
เช่น เล่นกับสัตว์เล้ียง ฟังเพลง ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสืออ่านเล่น ปลูกต้นไม้ ไป
ช็อปป้ิง ไปดูภาพยนตร์หรือทำอะไรก็ได้ที่ใจชอบ ทำแล้วเพลิดเพลินมีความสุข
การทีค่ นเราพักผอ่ นหยอ่ นใจหลังการทำงาน
๔. ปลาดาวไม่ใช่ปลา แต่เป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งท่ีมีเปลือกหุ้มรอบตัว ไม่มีกระดูก
สันหลังเหมือนอย่างปลา ลำตัวเหมือนถุงกลม ๆ คว่ำปากลง จากลำตัวซึ่งเป็น
เสมอื นศนู ย์กลางมแี ขนยาวยื่นออกไปโดยรอบรวมห้าแขน ทำให้มีรปู ร่างเหมอื นดาว
๕. ความพอเพียง มีความหมายว่า ไม่ฟุ่มเฟือย ประหยัด รจู้ ักคิด รจู้ ักใช้จา่ ยอย่างมี
สติ ถ้าหากเราไม่มีความพอเพยี งอาจก่อเกดิ ผลเสียตามมาดว้ ย ตัวอย่างเชน่ อยาก
ไดม้ ือถือรนุ่ ใหมๆ่ ตามเพือ่ นๆ แต่ตนเองน้นั ทำงานเงินเดือนท้ังเดือนยังซอื้ ไม่ได้ ก็
เลยหนั ไปก้ยู มื เงนิ มาซอื้ สุดท้ายตวั เองเปน็ หน้ี

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน ข้อละ ๒ คะแนน
- ตอบถูกครบถ้วน ได้ ๒ คะแนน
- ตอบถูกบางส่วน ได้ ๑ คะแนน

แบบฝึกทักษะที่ ๕ หลากหลายขอ้ เทจ็ จรงิ

คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นพจิ ารณาข้อความต่อไปนี้ แล้วระบุว่าเป็นข้อเทจ็ จริงหรือข้อคิดเหน็
(ขอ้ ละ ๒ คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)

ข้อที่ ๑ ข้อคิดเห็น บะหม่ีกึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารมีราคาถูก ทั้งยังกินง่าย
ประหยดั เวลา และเพราะรปู แบบการกนิ ง่าย

๓๒
ข้อเท็จจริง บะหมี่ก่ึงสำเร็จรูปมีส่วนผสมของแป้งสาลีในกรรมวิธี
การผลิตถึง ๖๐-๗๐% ส่วน ๑๕-๒๐% เป็นไขมันในซองเคร่ืองปรุงน้ำมัน
ทอดบะหมกี่ ่ึงสำเร็จรูป
ขอ้ ท่ี ๒ ข้อคิดเห็น แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ท่ีน่าจะสามารถนำมาใช้เป็นยารกั ษา
โรคได้
ข้อเท็จจริง เพราะมีน้ำตาลน้อยจึงมีผู้นำแอปเป้ิลไปบรรจุไว้ใน
รายการอาหารลด ความอ้วนด้วย เพราะแอปเป้ิลมีวิตามินเกลือแร่มาก
อีกท้ังยังช่วยเรยี กพลังกลับคืนมาให้รา่ งกายได้ในยามอ่อนเพลียช่วยลดกรด
ยูริคในกระเพาะช่วยลดอาการรูมาติซ่ึม หรือการปวดตามข้อ โรคที่
เกี่ยวกบั เสน้ โลหติ แดง โรคทเ่ี ก่ียวกับปอด ลำไส้ และกระเพาะอาหาร

ขอ้ ที่ ๓ ข้อเท็จจริง ลมร้อนที่พัดผ่านมาในฤดูร้อนมีช่ือเรียกว่า “ลม
ตะเภา” บางคนอาจเรียกว่า “ลมว่าว” เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนนิยมเล่น
วา่ วกนั ทีท่ ้องสนามหลวง
ข้อคิดเห็น ลมร้อนกับว่าวจึงเป็นของคู่กันไปโดยปริยาย ว่าวเป็น
กีฬาของไทยเรามาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยแล้ว โดยต้นกำเนิดจริง ๆ น้ันอยู่

๓๓

ในประเทศจีนเมื่อ ๕๐๐ ปี ก่อนคริสต์ศักราชเห็นจะได้ ต่อมาก็ได้รับ
ความนิยมไปทั่ว ในสมัยรัชกาลที่ ๕ โปรดให้มีการจัดการแข่งขันว่าวจุฬา
กบั วา่ วปกั เป้าข้ึนท่ีท้องสนามหลวงชิงถ้วยพระราชทานมาแลว้

ขอ้ ท่ี ๔ ขอ้ เท็จจรงิ แมน่ ำ้ มูลเปน็ แม่น้ำที่ยาวทส่ี ดุ ในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
ถือกำเนดิ จากเทอื กเขาพนมดงรกั จากโคราชสอู่ ีสานตอนใต้ก่อนทอดสาย
กลายเป็นเส้นเลือดสำคัญของจังหวดั อุบลราชธานี ซ่ึงมีความยาวถงึ ๑๒๐
กิโลเมตร ผ่านเขต ๕ อำเภอ อันได้แก่ อำเภอเมือง วารินชำราบ ตาลสุม
พิบลู มงั สาหาร แล้วไหลลงสลู่ ำนำ้ โขง ท่ตี ำบลบา้ นด่าน อำเภอโขงเจียม
ขอ้ คดิ เห็น แม่น้ำมลู จงึ ควรจะเป็นแม่นำ้ ทีส่ ำคญั ทส่ี ดุ ในประเทศไทย

ขอ้ ท่ี ๕ ข้อเท็จจริง เขื่อน หมายถึง สิ่งปลูกสร้างที่เราสร้างขึ้นขวางลำธาร
หรือแม่น้ำเพื่อควบคุมการไหลของน้ำในลำธารหรือแม่น้ำ ถ้าเราสร้างเข่ือน
ปิดลำน้ำจนหมดจากฝั่งหน่ึงถึงฝั่งหน่ึง น้ำที่ไหลมาจากต้นน้ำ ก็จะไหลไป
ไม่ไดแ้ ละจะเอ่อสูงขน้ึ กว่านำ้ บริเวณท้ายน้ำ พอถึงหน้าแลง้ ก็สามารถปล่อย
น้ำทเ่ี กบ็ กักไวน้ ี้ไปใชไ้ ด้ ทำให้ไมแ่ หง้ แลง้
ข้อคิดเห็น เราจึงควรสรา้ งเข่ือนให้กระจายอย่างท่ัวถึงทุกพ้ืนท่ีท่ัว
ประเทศไทย
ทมี่ า : นานาความรู้. ๒๕๕๐

เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเตม็ ๑๐ คะแนน ขอ้ ละ ๒ คะแนน
- ตอบถูกทงั้ ๒ สว่ น ได้ ๒ คะแนน
- ตอบถูกสว่ นใดสว่ นหนึ่ง ได้ ๑ คะแนน

แบบบนั ทกึ คะแนนการทดสอบก่อนเรยี น/หลังเรยี น/แบบฝกึ ทักษะ

๓๔
ช่ือ – สกลุ ........................................................................ เลขที่................... ชั้น ป.๖

แบบทดสอบ/แบบฝึกทกั ษะ คะแนน ผลการประเมนิ
คะแนน คะแนนท่ี ผ /มผ
เต็ม ได้

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๑ ทบทวนความรู้ ๑๐ ................ ...........................

แบบฝึกทักษะที่ ๒ อ่านดูถูกผดิ ๑๐ ................ ...........................

แบบฝึกทักษะท่ี ๓ พนิ ิจใจความสำคญั ๑๐ ................ ...........................

แบบฝกึ ทักษะที่ ๔ สมั พนั ธ์สว่ นขยาย ๑๐ ................ ...........................

แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๕ หลากหลายขอ้ เท็จจรงิ ๑๐ ................ ...........................

รวมคะแนน ๕๐ ................

ทดสอบก่อนเรยี น ๑๐ ................ ...........................
ทดสอบหลงั เรียน ๑๐ ................ ...........................

แบบฝึกทักษะการอ่านจบั ใจความ

กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

เลม่ ที่ ๔ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
เลม่ ท่ี ๔ การอา่ นจบั ใจความจากบทร้อยกรอง

โรงเรยี นบ้านนาทวี
สานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาสงขลา เขต ๓
ชือ่ -สกุล.......................................... เลขที่............ชน้ั ป.๖



คำนำ

ภาษาไทยในระดับประถมศึกษาเป็นกลุ่มสาระท่ีเป็นพ้ืนฐานในการเรียนทุกกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะทักษะการอ่าน จึงจำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นประจำ
เพราะทักษะการอ่านสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เม่ือนักเรียนได้เรียนรู้และมี
ความเข้าใจวิธกี ารอ่านท่ถี ูกตอ้ ง

แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการเสรมิ ทักษะการเรยี นรู้
เรือ่ งการอา่ นจบั ใจความจากบทร้อยกรอง ซ่ึงผ่านการบูรณาการความร้นู ำไปสู่การเรียนรู้
ด้วยตนเอง กระตุ้นให้เกิดความสนใจ ได้ฝึกการวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อเสริมทักษะ
ด้านการอา่ นจับใจความ แลว้ สามารถจบั ประเด็นสำคัญของเร่อื งที่อา่ นได้อย่างเหมาะสม
ทำให้นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะทางภาษาในการอ่านจับใจความที่เหมาะสมกับวัย
และได้ศักยภาพสูงสุด

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างย่ิงว่า แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความเล่มน้ีจะเป็น
ประโยชนย์ งิ่ ต่อการพัฒนาการเรยี นรขู้ องนักเรยี นด้านการอ่านจับใจความไดเ้ ป็นอย่างดี

กนกขวัญ โรจนศวิญญา



สารบญั

หน้า

คำนำ ก

สารบญั ข

คำชีแ้ จง ค

คำแนะนำในการใชแ้ บบฝกึ สำหรบั ครู ง

คำแนะนำในการใช้แบบฝึกสำหรับนกั เรยี น จ

มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชีว้ ัด/สาระสำคัญ ฉ

จุดประสงค์การเรียนรู้/สาระสำคัญ ช

แบบทดสอบกอ่ นเรียน………………………………………….………………………………………. ๑

ใบความรเู้ รื่อง การอ่านจบั ใจความจากบทร้อยกรอง..................................... ๕

แบบฝึกทักษะท่ี ๑ ทบทวนความร…ู้ ………………….…………………………………. ๗

แบบฝึกทักษะท่ี ๒ อา่ นดูถูกผิด…………………….………………….….………………. ๘

แบบฝกึ ทักษะท่ี ๓ พินจิ ใจความสำคัญ…………………….………..…………………. ๙

แบบฝึกทกั ษะท่ี ๔ สมั พนั ธ์สว่ นขยาย…………………….………….……..….………. ๑๑

แบบฝกึ ทักษะท่ี ๕ หลากหลายขอ้ เท็จจรงิ ……………………….……………………. ๑๒

แบบทดสอบหลงั เรยี น…………………….…………………….……………………..……….………. ๑๔

บรรณานกุ รม…………………….…………………….…………………….……………….……………. ๑๘

ภาคผนวก.…………………….…………………….…………………….………………….…….………. ๑๙


เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน.…………………….………………………. ๒๐
เฉลยแบบฝึกทกั ษะท่ี ๑ – ๕…………………….……………………….…………………. ๒๑
แบบบันทึกคะแนนการทดสอบกอ่ นเรียน/หลงั เรียน/แบบฝกึ ทักษะ………….….……. ๒๘

คำชีแ้ จง
แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดบั ชัน้
ประถมศึกษาปีท่ี ๖ มีทง้ั หมด ๖ เลม่ ดังนี้
แบบฝกึ ทกั ษะเลม่ ท่ี ๑ หลกั และกลวิธีการอ่านจับใจความ
แบบฝกึ ทกั ษะเลม่ ที่ ๒ การอา่ นจบั ใจความจากนทิ าน
แบบฝึกทกั ษะเลม่ ที่ ๓ การอา่ นจับใจความจากบทความ
แบบฝึกทกั ษะเล่มที่ ๔ การอ่านจบั ใจความจากบทร้อยกรอง
แบบฝึกทกั ษะเลม่ ที่ ๕ การอา่ นจับใจความจากเพลง
แบบฝึกทักษะเล่มที่ ๖ การอ่านจับใจความจากขา่ ว
แบบฝกึ ทกั ษะการอา่ นจับใจความแต่ละเลม่ มี ๕ แบบฝึก แบบฝกึ ทกั ษะเลม่ นีเ้ ป็นเลม่ ที่ ๔
การอ่านจบั ใจความจากบทร้อยกรอง ครผู สู้ อนควรศกึ ษาส่วนประกอบของคมู่ ือและแบบ
ฝกึ ทักษะในเล่มให้เขา้ ใจ บันทึกผลการใช้ พร้อมทั้งปรบั ปรุงแก้ไขขอ้ บกพรอ่ งเพือ่ จะได้
นำมาพัฒนาต่อไป



คำแนะนำการใชแ้ บบฝกึ การอ่านจบั ใจความสำหรับครู
๑. แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านจับใจความมี ๕ แบบฝึก
๒. แบบฝกึ ทักษะเลม่ น้ีฝึกทักษะเรอ่ื ง การอา่ นจับใจความจากบทร้อยกรอง
๓. สว่ นประกอบของแบบฝกึ เลม่ น้ีประกอบดว้ ย

๓.๑ ช่อื แบบฝกึ ทกั ษะ
๓.๒ คำนำ
๓.๓ คำช้แี จง
๓.๔ คำแนะนำการใชแ้ บบฝึก
๓.๕ สารบัญ
๓.๖ แบบทดสอบก่อนเรียน


๓.๗ ใบความรเู้ รอ่ื ง การอ่านจบั ใจความจากบทร้อยกรอง
๓.๘ แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๑ – ๕
๓.๙ แบบทดสอบหลังเรยี น
๓.๑๐ เฉลยขอ้ สอบก่อนเรียน
๓.๑๑ เฉลยแบบฝกึ ทักษะที่ ๑ - ๕
๓.๑๒ เฉลยข้อสอบหลังเรยี น
๓.๑๓ แบบบนั ทึกคะแนนการทดสอบกอ่ นเรียน/หลงั เรียน/แบบฝึกทักษะ
๔. ควรศกึ ษาแผนการจดั การเรียนรแู้ ละคำแนะนำในการใชแ้ บบฝึกทกั ษะกอ่ นใช้
๕. เตรียมอุปกรณ์การฝกึ ล่วงหนา้ ก่อนสอนทุกคร้ัง เชน่ แบบฝึกทกั ษะ แบบทดสอบ
แบบบันทกึ คะแนน ให้พรอ้ มเพอื่ สะดวกในการใช้
๖. อธิบายใหน้ กั เรียนทราบถึงความสำคญั ของการฝึกแตล่ ะครั้งเพอื่ ใหน้ ักเรยี นเหน็
ประโยชน์ทีจ่ ะไดร้ บั จากการฝกึ

คำแนะนำการใช้แบบฝึกทกั ษะการอ่านจบั ใจความสำหรบั นกั เรยี น
๑. แบบฝกึ ทักษะการอา่ นจับใจความมี ๕ แบบฝกึ
๒. แบบฝึกทักษะเลม่ นี้ฝึกทกั ษะเรอื่ ง การอา่ นจับใจความจากบทรอ้ ยกรอง
๓. ขน้ั ตอนการใชแ้ บบฝึก

๓.๑ ศกึ ษาทำความเข้าใจจดุ ประสงค์การเรียนรู้ของแบบฝึก
๓.๒ ทำแบบทดสอบก่อนเรียน
๓.๓ ทำแบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๑ – ๕ อยา่ งรอบคอบและต้ังใจ


๓.๔ ทำแบบทดสอบหลงั เรียน
๓.๕ รว่ มตรวจคำตอบแบบฝกึ ทักษะโดยดจู ากเฉลยแบบฝกึ ทักษะในภาคผนวก
๓.๖ รว่ มตรวจคำตอบของแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรยี นเม่ือเรยี นในแต่ละ
เรื่องเพอ่ื วัดความรู้ทีพ่ ฒั นาขึน้ ในเรอื่ งนน้ั ๆ

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้



ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพื่อนําไปใชต้ ดั สินใจ
แกป้ ญั หาในการดาํ เนินชีวติ และมนี สิ ัยรกั การอ่าน

ตวั ช้วี ัด
ท ๑.๑ ป.๖/๒ อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความที่เปน็ โวหาร
ท ๑.๑ ป.๖/๓ อา่ นเรอ่ื งสน้ั ๆ อยา่ งหลากหลาย โดยจับเวลาแล้วถามเก่ียวกับ

เรื่องทอ่ี า่ น
ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกข้อเท็จจริงและขอ้ คดิ เห็นจากเรอ่ื งทอี่ ่าน
ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธบิ ายการนำความร้แู ละความคดิ จากเรื่องท่ีอา่ นไปตัดสนิ ใจ

แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชีวิต

สาระสำคัญ

บทร้อยกรอง คือ งานเขียนที่นำถ้อยคำมาประกอบกันโดยมีลักษณะบังคับ
จำกัดคำละวรรคตอนให้รับสัมผัสกันไพเราะตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ในฉันทลักษณ์ คำว่า
ร้อยกรองนี้ เรียกกันได้หลายชือ่ เช่น กวีนิพนธ์ กาพย์กลอน กาพย์ กลอน ฉันท์ คำกานท์
คำประพันธ์ คำประดับ และ กวีวัจนะ ซึ่งคำต่าง ๆ นี้ในสมัยก่อนมีความหมายกว้าง
หมายถงึ คำประพันธ์ทกุ ชนดิ



จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑.สามารถบอกความหมายและประเภทของบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
๒.สามารถอ่านจับใจความของบทรอ้ ยกรองได้ถกู ต้อง
๓.สามารถวิเคราะห์เนื้อหาของบทร้อยกรองที่อ่านได้ถกู ต้อง
๔.สามารถบอกขอ้ คดิ และคณุ คา่ ของบทรอ้ ยกรองที่อ่านไดถ้ กู ต้อง

สาระการเรียนรู้
การอ่านจบั ใจความจากบทรอ้ ยกรอง



แบบทดสอบก่อนเรียนแบบฝกึ ทักษะการอา่ นจับใจความ
เลม่ ท่ี ๔ การอา่ นจับใจความจากบทร้อยกรอง

คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นทำเครื่องหมาย X ลงในช่องคำตอบท่ีถกู ต้องในกระดาษคำตอบ

๑. ขอ้ ใดกลา่ วถึงบทร้อยกรองไดถ้ กู ต้อง
ก. บทรอ้ ยกรองมคี วามซับซ้อน คำศพั ท์ยากพอ ๆ กับรอ้ ยแกว้
ข. การถอดความจากบทร้อยกรองเป็นการสรุปสาระสำคญั ทัง้ เรื่อง
ค. การเทศน์มหาชาตไิ มใ่ ช่บทรอ้ ยกรองเป็นเพยี งคำสอนธรรมะของพระสงฆ์
ง. บทร้อยกรองมีลักษณะบังคับฉนั ทลักษณป์ ระเภทจำนวนวรรค
จำนวนคำชดั เจน

อ่านขอ้ ความต่อไปนแี้ ลว้ ตอบคำถามขอ้ ๒-๓

ไมเ่ คยหวงั พลังใดจากใครด้วย ยอมมอดม้วยมใิ หใ้ ครคมุ้ หัว
ไม่ยอมให้ใครประมาทว่าหวาดกลวั วานคนชวั่ ช่วยใดไมเ่ คยคดิ

ท่ีมา : เรือนไทย.วิชาการ.คอม

๒. คำว่า “คุ้มหัว” หมายความวา่ อยา่ งไร
ก. ปกปอ้ ง
ข. หวังผลประโยชน์
ค. กดข่ขี ม่ เหง
ง. เอาปรยี บ

๓. บุคคลตามบทร้อยกรองขา้ งต้นมีลกั ษณะอย่างไร



ก. เช่อื มน่ั ในตนเองสูง
ข. เขม้ แข็ง ไมย่ อมแพ้
ค. หยิง่ ทะนงในศักดิศ์ รี
ง. มีความสตั ยซ์ ื่อถือคณุ ธรรม

อา่ นขอ้ ความตอ่ ไปน้แี ลว้ ตอบคำถามข้อ ๔-๕

ไมก้ วาดเก่ามือกร้านกรำงานกวาด ยืนหยุดปาดเหง่ือบ้างกลางถนน

ทำหน้าที่ทที่ ำอย่างจำทน เพราะความจนต้อยตำ่ กรรมกร

ก้มหนา้ งดุ ขดุ เงินจากงานงา่ ย เก็บความกระดากอายเอาไวก้ อ่ น

ภาระมากปากท้องต้องอาทร ไม่อาจเลยี้ งเกย่ี งงอนเลอื กงานงาม

ที่มา : ครอบครวั ดวงตะวัน,ศิวกานท์ ปทมุ สตู ิ

๔. บคุ คลในบทร้อยกรองน้ีประกอบอาชพี อะไร
ก. คนเก็บขยะ
ข. คนกวาดถนน
ค. คนขอทาน
ง. กรรมกรกอ่ สร้าง

๕. บุคคลในบทรอ้ ยกรองนมี้ ีฐานะอย่างไร
ก. ยากจน
ข. รวยมาก
ค. ปานกลาง
ง. คอ่ นข้างมีฐานะ

อ่านข้อความตอ่ ไปนีแ้ ลว้ ตอบคำถามข้อ ๖ – ๗

“อันความคดิ วิทยาเหมือนอาวุธ ประเสริฐสดุ ซ่อนใส่เสียในฝกั

สงวนคมสมนกึ ใครฮกึ ฮกั จึงคอ่ ยชักเชอื ดฟันให้บรรลัย

จบั ใหม้ นั่ คั้นหมายให้วายวอด ชว่ ยให้รอดรกั ให้ชดิ พสิ มัย



ห้องสมุดดจิ ิทลั วชั รญาณ

๖. จากบทร้อยกรอง เปรยี บเทยี บความรกู้ บั สง่ิ ใด
ก. ขวาน
ข. ธนู
ค. ดาบ
ง. ปืน

๗. บทร้อยกรองนี้ตรงกับสำนวนไทยวา่ อยา่ งไร
ก. คมในฝัก
ข. ดาบสองคม
ค. กลา้ นักมกั บ่ิน
ง. หอกข้างแคร่

อา่ นข้อความต่อไปนแี้ ลว้ ตอบคำถามข้อ ๘

“เพ่ือนกินสน้ิ ทรัพย์แล้ว แหนงหนี
หาง่ายหลายหมน่ื มี มากได้
เพื่อนตายถา่ ยแทนชี- วาอาตม์

หายากฝากผไี ข้ ๔

ยากแทจ้ กั หา”
ทมี่ า:ประชุมโคลงโลกนิติ,กรมวิชาการ

๘. ใจความสำคัญของคำประพนั ธน์ ้ีต้องการบอกถึงสิง่ ใด
ก. การคบเพอื่ น
ข. การมเี พอ่ื นมาก
ค. การรักษาตวั รอด
ง. การใช้จ่ายเงนิ ทอง

อา่ นข้อความตอ่ ไปน้ีแลว้ ตอบคำถามขอ้ ๙-๑๐

หนง่ึ กนิ อาหารดี คณุ ค่ามอี ย่าเผลอไผล

สองนกึ ฝกึ ฝนใจ ให้สดใสและรื่นรมย์

สามเว้นส่งิ เสพติด ทกุ ชนิดไมส่ งั่ สม

สีน่ ั้นพงึ นิยม พักผอ่ นกายให้พอดี

หา้ ออกกำลังกาย หมูโ่ รครา้ ยจะไม่มี

ตวั ยาห้าสิ่งน้ี คอื ยาดวี ิเศษเอย

ที่มา : http://www.thaigoodview.com/node/98744

๙. ผู้แต่งบทร้อยกรองนีต้ อ้ งการให้ดูแลสง่ิ ใดมากท่ีสุด
ก. ชวี ิต
ข. ร่างกาย
ค. สตปิ ัญญา
ง. สุขภาพอนามยั



๑๐. สิ่งท่ีกลา่ วถงึ ในบทร้อยกรองนี้มีลักษณะอย่างไร
ก. ใหส้ ูตรยา
ข. ให้ตวั อยา่ ง
ค. ใหค้ ำแนะนำ
ง. ให้เหตผุ ล

ใบความรเู้ ร่ือง การอ่านจับใจความจากบทร้อยกรอง

ความหมายของบทรอ้ ยกรอง
บทร้อยกรอง คือ งานเขยี นทนี่ ำถอ้ ยคำมาประกอบกันโดยมีลกั ษณะบังคับ จำกดั

คำละวรรคตอน ให้รับสัมผัสกันไพเราะตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ในฉันทลักษณ์ คำว่า
ร้อยกรองนี้ เรียกกันได้หลายช่ือ เช่น กวีนิพนธ์ กาพย์กลอน กาพย์ กลอน ฉันท์
คำกานท์ คำประพันธ์ คำประดับ และกวีวจั นะ ซึ่งคำต่าง ๆ น้ีในสมัยก่อนมีความหมาย
กวา้ ง หมายถึง คำประพันธ์ทุกชนิด

รปู แบบของบทรอ้ ยกรอง
รูปแบบของบทรอ้ ยกรองหรือคำประพันธ์จำแนกออกเปน็ รปู แบบใหญ่ ๆ ได้ ๕

ประเภท ได้แก่
- โคลง



- ฉนั ท์
- กาพย์
- กลอน
- ร่าย
บางคร้งั ผู้ประพันธ์อาจนำร้อยกรองแต่ละประเภทมาแต่งรวมกันไป เช่น นำโคลง
และร่ายมาแต่งรวมกัน เรยี กว่า ลิลิต นำฉันท์และกาพย์มาแต่งรวมกัน เรียกว่า คำฉันท์
นำโคลงและกาพย์มาแต่งรวมกัน เรียกว่า กาพย์ห่อโคลง และรวมไปถึงกลอนเปล่า
นา่ จะไดร้ ับอทิ ธิพลมาจากกวตี ะวนั ตกกค็ วรจะนบั เป็นรูปแบบร้อยกรองดว้ ย

วิธกี ารอา่ นจับใจความสำคญั จากบทรอ้ ยกรอง
การอา่ นจบั ใจความสำคญั จากบทร้อยกรองโดยทั่วไปมี ๒ วิธี คอื อ่านในใจและ

อา่ นออกเสียง

ในการอ่านตามวัตถุประสงค์ในท่ีน้ีขอกล่าวเพียงการอ่านในใจเพื่อจับใจความ
สำคัญเท่าน้ัน เนื่องจากร้อยกรองมีลกั ษณะเฉพาะท่แี ตกตา่ งจากร้อยแก้ว การจบั ใจความ
สำคัญจงึ ยุ่งยากซับซ้อนมากกว่า ซ่ึงผู้อ่านจำเป็นต้องรู้วิธีถอดความและวิธีสรุปความจาก
การอ่านเสียก่อน จึงจะสามารถจับใจความได้ถูกต้อง การถอดความกระทำได้โดยการ
เปลี่ยนแปลงถ้อยคำจากภาษาร้อยกรองเป็นร้อยแก้วที่ได้ความชัดเจนตรงเน้ือความเดิม
มากทส่ี ุด การถอดความมีแนวปฏบิ ัติ ดังนี้

๑. อ่านคำประพันธ์แล้วจับประเด็นสำคัญโดยส่วนรวมให้ได้ หากมีคำศัพท์ยาก
ต้องพิจารณาความหมายให้สอดคล้องกับบริบทหรอื คำแวดลอ้ มด้วย

๒. ถอดความในแต่ละวรรค โดยพจิ ารณารายละเอียด ดงั น้ี



๒.๑ หากเน้ือความตอนใดไม่สมบูรณ์ เน่ืองจากผู้เขียนละคำบางคำไว้ เช่น
ประธาน คำเช่ือม ควรเติมเข้าไปให้เหมาะสม

๒.๒ ต้องรักษาเนื้อความเดิมให้มากที่สุด ไม่ควรแทรกความคิดเห็นส่วนตัว
ถา้ จำเป็นตอ้ งทำให้ใช้วงเลบ็ ไว้

๒.๓ ต้องใชบ้ ุรุษสรรพนามตามเดิม ถา้ เป็นราชาศพั ทค์ วรเลอื กใช้ให้ถูกตอ้ ง
๒.๔ พยายามคงความไพเราะจากสำนวนโวหารและความรู้สึกที่กวีได้
สอดแทรกไวใ้ หค้ งเดมิ หรอื ใกล้เคยี งความเดมิ มากท่ีสดุ

ตัวอย่าง การถอดความ อย่าให้ขาดสง่ิ ของต้องประสงค์
มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน
ทม่ี า : สุภาษติ สอนหญิง,วรรณคดลี ำนำ
จงมกั นอ้ ยกนิ น้อยค่อยบรรจง

สามารถถอดความได้ว่า ให้รจู้ ักเก็บเงิน รู้จักประหยัดอดออม มีเงินสลึงก็ให้เก็บให้เต็ม
บาท แต่อะไรท่ีจำเป็นต้องกินต้องใช้ก็อย่าให้ขาดแคลน รู้จักใช้เงินอย่างประหยัดถ้าใช้
จา่ ยแบบไมป่ ระหยดั กจ็ ะทำใหล้ ำบากในภายหนา้

แบบฝึกทักษะที่ ๑ ทบทวนความรู้

คำชี้แจง ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี (ขอ้ ละ ๒ คะแนน คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๑. บทรอ้ ยกรอง หมายถงึ อะไร



...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๒. รูปแบบของบทรอ้ ยกรองมีกปี่ ระเภท อะไรบา้ ง
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๓. การถอดความจากบทร้อยกรองกระทำได้อย่างไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๔. หากพบเนือ้ ความตอนใดไม่สมบูรณ์ เน่อื งจากผู้เขียนละคำบางคำไว้ ผูถ้ อดความควร
ทำอย่างไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
๕. ถ้าจำเป็นตอ้ งแทรกความคิดเหน็ ลงไปในการถอดความควรปฏบิ ัติอยา่ งไร
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

การวดั และประเมนิ ผล คะนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑก์ ารผ่าน ตอ้ งได้รบั ผลการประเมินไม่ตำ่ กว่าระดับดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรับปรงุ

ไดค้ ะแนน.......................คะแนน สรุปผล ผ่าน ไม่ผ่าน ผ้ปู ระเมิน..............................

แบบฝกึ ทักษะท่ี ๒ อา่ นดูถูกผิด



คำช้แี จง ให้นักเรยี นอา่ นข้อความต่อไปนีแ้ ลว้ ใส่เคร่ืองหมาย  หนา้ ขอ้ ความท่ีกล่าว
ถูกต้องและใส่เครื่องหมาย X หน้าขอ้ ความที่กล่าวไม่ถูกต้อง (ข้อละ ๒ คะแนน
คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)

พ่อแม่ไม่มที องจะกองให้ จงตั้งใจพากเพยี รเรียนหนังสือ
หาวิชาความร้เู ปน็ คมู่ อื ได้ยึดถือเอาไวใ้ ช้เล้ยี งกาย
พอ่ กบั แมม่ แี ต่จะแก่เฒา่ จะเล้ียงเจา้ เร่ือยไปนัน้ อย่าหมาย
ใชว้ ชิ าชว่ ยตนไปจนตาย ลูกสบายแม่พ่อก็พอใจ
ท่มี า : พทุ ธทาสภิกขุ,ธรรมะสำหรบั เยาวชน

...............๑. ผแู้ ตง่ คำประพันธข์ ้างต้นกล่าวดว้ ยความรูส้ ึกเปน็ หว่ งลกู ซ่ึงเป็นความร้สู ึก
ของผทู้ เี่ ปน็ พอ่ แม่

...............๒. จากเน้อื หาของบทร้อยกรองพ่อแมห่ วังใหล้ ูกสามารถเลย้ี งพอ่ แมไ่ ดใ้ นยาม
ทพ่ี ่อแมแ่ กเ่ ฒา่ แลว้

...............๓. พอ่ แม่หวงั ใหล้ ูกใช้เงินทองไว้เล้ียงตนเอง ไมใ่ ช่วชิ าความรู้หรอื สิ่งอื่นใด
...............๔. จากบทร้อยกรองนี้ต้องการสอนให้เราขวนขวายหาเงินทองให้มากที่สดุ เพ่อื

ไว้ใช้ยามแก่เฒา่ จะได้ไมล่ ำบาก
...............๕. วรรคทว่ี ่า “ใชว้ ชิ าช่วยตนไปจนตาย” จากบทรอ้ ยกรอง หมายถึง

สามารถใช้วชิ าความรใู้ นการเล้ยี งชพี ไดต้ ลอดชวี ิต

การวดั และประเมินผล คะนนเต็ม ๑๐ คะแนน เกณฑ์การผา่ น ตอ้ งได้รบั ผลการประเมินไมต่ ่ำกว่าระดบั ดี

๘ – ๑๐ = ดี ๕ -๗ = พอใช้ ๐ – ๔ = ปรบั ปรงุ

ไดค้ ะแนน.......................คะแนน สรุปผล ผา่ น ไมผ่ ่าน ผู้ประเมิน..............................

๑๐

แบบฝกึ ทักษะที่ ๓ พินจิ ใจความสำคญั

คำช้ีแจง ให้นกั เรยี นอ่านจบั ใจความสำคัญจากบทร้อยกรองตอ่ ไปน้ี แล้วตอบคำถาม
(คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)

ยงั มวี ัวสองตัวเป็นววั ต่าง ตวั ละอยา่ งแบกสนิ คา้ มาชา้ หลาย

วัวตัวแรกแบกน้ำตาลงานไม่วาย อกี หนง่ึ นายแบกสำลีมแี ตง่ าน

มาวนั หนึ่งววั นำ้ ตาลผู้งานกล้า เดนิ พลาดทา่ ตกลงไปในละหาน

ต้องแหวกว่ายไปมาอย่ชู ้านาน จนนำ้ ตาลสญู สนิ้ ซึ่งอนิ ทรยี ์

พอข้นึ ฝั่งตา่ งเปลา่ ก็เบาหววิ เดนิ ตัวปลิวแปลกใจไฉนน่ี

ของบรรทกุ เคยหนักไม่ยักมี น้ำนดี้ ชี ว่ ยเราให้เบากาย

วัวสำลตี ื่นเตน้ เม่อื เหน็ เพ่ือน ลงไปเยือนละหานน้ำตาลหาย

เหลือกระสอบเปล่าเปล่าเบาสบาย สะดวกกายขึ้นลงในดงดอย

พอคดิ แล้วแกลง้ เพลินเดนิ ถลำ โดดลงน้ำเฉยเฉยเลยคอหอย

สำลีชมุ่ อมุ้ นำ้ ไม่ซ้ำรอย วัวกง็ ่อยผิดคาดแลว้ ขาดใจ

ทมี่ า : ทักษะการอา่ นจับใจความ,สมศกั ด์ิ อัมพรวสิ ทิ ธ์ิโสภา

๑๑

ใคร/อะไร (๑ คะแนน)
...........................................................................................................................................
ทำอะไร (๑ คะแนน)
...........................................................................................................................................
เมื่อไร (๑ คะแนน)
...........................................................................................................................................
อย่างไร (๑ คะแนน)
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ผลเป็นอย่างไร (๑ คะแนน)
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
สรปุ ใจความสำคญั (๕ คะแนน)
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

การวัดและประเมินผล คะนนเตม็ ๑๐ คะแนน เกณฑ์การผา่ น ต้องได้รบั ผลการประเมินไม่ตำ่ กวา่ ระดบั ดี


Click to View FlipBook Version