แผนการจดั การเรยี นรู้
วิชาคณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหัสวชิ า ค33101
กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นอุดรพฒั นาการ
นายปองภพ ปาปะโข
รหสั ประจำตวั นกั ศกึ ษา 61100140206
สาขาวิชาคณติ ศาสตร์
การฝกึ ปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศึกษา 1
รหัสวิชา ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอุดรธานี
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565
ก
คำนำ
แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
เล่ม 1 นี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และให้นักเรียน
บรรลุตามผลการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง 2560) ผู้จัดทำได้ศึกษาสาระการเรียนรู้ เทคนิค วิธีการสอน การวัดและประเมินผล
มาจดั ทำแผนการเรยี นรใู้ นคร้งั น้ี
แผนการจัดการเรียนรู้ในเล่ม 1 นี้ ประกอบไปด้วย ทำไมต้องเรียนคณิตศาสตร์ เรียนรู้อะไร
ในคณิตศาสตร์พื้นฐาน สาระคณิตศาสตร์พื้นฐาน คุณภาพผู้เรียน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์สำคัญของผู้เรียน ผลการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ พื้นฐาน คำอธิบาย
รายวิชา โครงสร้างรายวิชา แผนการประเมินผลการเรียนรู้ การวิเคราะห์ตัวชี้วัดเพื่อกำหนดน้ำหนัก
คะแนน โครงสร้างกำหนดการสอน แผนการจดั การเรียนรู้หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความหมายของ
สถติ ศิ าสตรแ์ ละขอ้ มลู เพือ่ ให้ผูเ้ รียนบรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรไู้ ดเ้ ต็มศกั ยภาพอย่างแทจ้ รงิ
จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการเรียนรู้ฉบับนี้ จะสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดการเรียนการ
สอนรายวชิ าคณติ ศาสตร์ นำไปสู่การพฒั นาอยา่ งถกู ต้องและเกดิ ผลแก่ผู้เรยี นเป็นอยา่ งดี
ปองภพ ปาปะโข
1 ตุลาคม 2565
สารบญั ข
เร่อื ง หน้า
คำนำ ก
สารบญั ข
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.2551 (ฉบับปรบั ปรงุ 2560)
กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ง
ง
ทำไมต้องเรยี นคณิตศาสตร์ ง
เรยี นรู้อะไรในคณิตศาสตร์พ้นื ฐาน จ
สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์พ้ืนฐาน จ
คณุ ภาพผ้เู รียน ฉ
สมรรถนะผูเ้ รยี น ช
คุณลักษณะอันพึงประสงค์สำคญั ของผเู้ รียน ช
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6
ซ
คำอธิบายรายวิชาคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ณ
ตารางวิเคราะหห์ ลกั สตู ร ญ
แผนการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ฎ
โครงสร้างรายวิชา ฐ
การวิเคราะหต์ วั ชี้วัดเพ่อื กำหนดนำ้ หนักคะแนน ฑ
โครงสรา้ งกำหนดการสอน
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ความหมายของสถติ ศิ าสตรแ์ ละข้อมูล 1
10
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 เรือ่ ง ปฐมนิเทศ 20
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 เรอ่ื ง ทดสอบก่อนเรยี น 33
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3 เร่ือง สถิติศาสตร์ 45
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรอ่ื ง คำสำคัญในสถิติศาสตร์ 59
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 เรื่อง ประเภทของข้อมูล 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 6 เรอ่ื ง ประเภทของข้อมลู 2
ค
สารบญั
เรื่อง หนา้
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 7 เรื่อง ประเภทของข้อมลู 3 70
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 8 เรอื่ ง ปัญหาในการใชข้ ้อมูล 82
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 9 เรอ่ื ง สถิตศิ าสตร์เชงิ พรรณา 94
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 เร่ือง สถติ ศิ าสตร์เชิงอนมุ าน 106
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11 เร่ือง วิธีการเก็บข้อมูล 1 118
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12 เรอื่ ง วธิ ีการเก็บข้อมูล 2 129
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 13 เรือ่ ง ทดสอบหลงั เรยี น.......................................................…141
ง
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พ.ศ.2551 (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560)
กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ทำไมต้องเรียนคณิตศาสตร์
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เนื่องจาก
คณิตศาสตร์ชว่ ยให้มนษุ ย์มีความคิดรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ คิดอยา่ งมเี หตุผล เป็นระบบ มแี บบแผน สามารถ
วิเคราะห์ปัญหา หรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ
แก้ปัญหาได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในชวี ิตจรงิ ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ นอกจากนี้
คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นๆ อันเป็น
รากฐานในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพ และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้
ทัดเทียมกับนานาชาติ การศึกษาคณิตศาสตร์จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง เพื่อให้ทันสมัย
และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหนา้
อย่างรวดเร็วในยุคโลกาภวิ ัตน์ (สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2556)
เรยี นรอู้ ะไรในคณิตศาสตร์
หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้กำหนดสาระพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน
ทุกคนไว้ 3 สาระ โดยผู้เรยี นจะได้เรยี นรู้สาระสำคัญดังนี้
จำนวนและพีชคณิต เรียนรู้เกี่ยวกับระบบจำนวนจริง สมบัติเกี่ยวกับจำนวนจรงิ อัตราส่วน
ร้อยละ การประมาณค่า การแก้ปัญหาเกี่ยวกับจำนวน การใช้จำนวนในชีวิตจริง แบบรูป
ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน เซต ตรรกศาสตร์นิพจน์ เอกนาม พหุนาม สมการ ระบบสมการ อสมการ
กราฟ ดอกเบยี้ และมูลคา่ ของเงิน ลำดับและอนกุ รม และการนํา ความรเู้ ก่ียวกับจำนวนและพีชคณิต
ไปใชใ้ นสถานการณต์ ่าง ๆ
การวดั และเรขาคณิต เรียนรเู้ กี่ยวกับ ความยาว ระยะทาง น้ำหนกั พนื้ ที่ ปรมิ าตรและความ
จุ เงินและเวลา หน่วยวดั ระบบตา่ งๆ การคาดคะเนเก่ียวกับการวัด อตั ราสว่ นตรีโกณมติ ิ รปู เรขาคณิต
และสมบัติของรูปเรขาคณิต การนึกภาพ แบบจำลองทางเรขาคณิต ทฤษฎีบททางเรขาคณิต
การแปลงทางเรขาคณิต ในเรื่องการเลื่อนขนาน การสะท้อน การหมุน และการนําความรู้เกี่ยวกับ
การวดั และเรขาคณติ ไปใช้ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
สถิติและความน่าจะเป็น เรียนรู้เกี่ยวกับ การตั้งคํา ถามทางสถิติ การเก็บรวบรวมข้อมูล
การคำนวณค่าสถิติ การนำเสนอและแปลผลสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ หลักการนับ
จ
เบื้องต้น ความน่าจะเป็น การใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นในการอธิบาย
เหตกุ ารณ์ต่าง ๆ และช่วยในการตดั สนิ ใจ
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถงึ ความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน
การดำเนนิ การของจำนวน ผลทเ่ี กดิ ข้นึ จากการดำเนินการ สมบตั ิของ
การดำเนินการ และนำไปใช้
มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจและวิเคราะหแ์ บบรปู ความสมั พันธ์ ฟงั กช์ ัน ลำดบั และอนุกรม
มาตรฐาน ค 1.3 และนำไปใช้
ใช้นิพจน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสัมพนั ธ์ หรอื ช่วยแก้ปัญหา
ทกี่ ำหนดให้
สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด
และนำไปใช้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์
ระหวา่ งรูปเรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้
สาระท่ี 3 สถิตแิ ละความน่าจะเปน็
มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรูท้ างสถิติในการแก้ปญั หา
มาตรฐาน ค 3.2 เขา้ ใจหลักการนับเบ้ืองต้น ความนา่ จะเป็น และนำไปใช้
คณุ ภาพผเู้ รยี น
ผู้เรียนระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลายเม่อื ผา่ นหลักสูตรจะมคี ุณภาพดังน้ี
1. เข้าใจและใช้ความรู้เกี่ยวกับเซตและตรรกศาสตร์เบื้องต้นในการสื่อสาร และส่ือ
ความหมาย ทางคณติ ศาสตร์
2. เข้าใจและใช้หลักการนับเบื้องต้น การเรียงสับเปลี่ยน และการจัดหมู่ในการแก้ปัญหา
และนำความรูเ้ ก่ียวกับความน่าจะเปน็ ไปใช้
3. นำความรู้เรื่องเกี่ยวกับเลขยกกำลัง ฟังก์ชัน ลำดับและอนุกรม ไปใช้ในการแก้ปัญหา
รวมทัง้ ปญั หาเกี่ยวกบั ดอกเบยี้ และมูลคา่ ของเงนิ
4. เข้าใจและใช้ความรูท้ างสถติ ิในการวิเคราะห์ขอ้ มูล นำเสนอขอ้ มลู และแปลความหมาย
ขอ้ มลู เพ่อื ประกอบการตดั สินใจ
ฉ
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน มงุ่ ให้ผู้เรยี นเกิดสมรรถนะสำคญั 5 ประการ ดังน้ี
1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสารมีวัฒนธรรม
ในการส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ
ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันจะ
เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด
ปญั หาความขดั แยง้ ตา่ งๆ การเลือกรับหรือไมร่ ับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความ
ถกู ต้อง ตลอดจนเลือกใชว้ ิธกี ารสือ่ สาร
2. ความสามารถการคิดเป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้าง
องค์ความรู้ หรอื สารสนเทศเพอื่ การตดั สินใจเกยี่ วกบั ตนเองและสังคมได้อยา่ งเหมาะสม
3. ความสามรถในการแก้ปัญหา เป็นความสามรถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ที่เผชิญ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผลคุณธรรม และข้อมูล
สารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม
แสวงหาความรู้ประยุกต์ความรู้มาใชใ้ นการป้องกันและแก้ไขปญั หา และมีการตัดสินใจท่ี
มีประสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตอ่ ตนเองสังคมและสง่ิ แวดลอ้ ม
4. ความสามรถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้
ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน
และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล
การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสมการปรับตัวให้ทันกับการ
เปลี่ยนแปลงของสังคม และสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงค์ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ่ืน
5. ความสามรถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยี
ด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม
ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงานการแกป้ ัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ งเหมาะสม
และมคี ุณธรรม
ช
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์สำคญั ของผ้เู รียน
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน มงุ่ พัฒนาผเู้ รียนให้มคี ณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เพื่อใหส้ ามารถอยู่ร่วมกบั ผู้อน่ื ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลเมอื งโลก
1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2) ซือ่ สตั ยส์ จุ รติ
3) มีวินัย
4) ใฝ่เรียนรู้
5) อยู่อย่างพอเพียง
6) มุง่ มน่ั ในการทำงาน
7) รักความเป็นไทย
8) มีจติ สาธารณะ
ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
สาระที่ 3 สถติ ิและความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิตใิ นการนำเสนอข้อมลู และแปลความหมายของ
ค่าสถติ ิเพ่ือประกอบการตดั สินใจ
ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1. เขา้ ใจและใชค้ วามรูท้ างสถิติในการนาเสนอ ความหมายของสถิติศาสตรแ์ ละข้อมูล
ขอ้ มลู และแปลความหมายของค่าสถิติเพ่อื การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลเชิง
ประกอบการตดั สินใจ คณุ ภาพ
ซ
คำอธิบายรายวิชาคณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน
รายวชิ าพนื้ ฐาน รหัสวิชา ค33101 กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
คำอธิบายรายวิชา
ศกึ ษาความหมายของสถิตศิ าสตร์และข้อมูล คำสำคัญในสถติ ิศาสตร์ ประเภทของขอ้ มูล
สถติ เิ ชงิ พรรณาและสถติ เิ ชิงอนมุ าน การวิเคราะห์และการนำเสนอข้อมลู เชงิ คุณภาพ ด้วยตาราง
ความถ่ี แผนภาพ การวเิ คราะห์และการนำเสนอขอ้ มูลเชิงปริมาณ ด้วยตารางความถี่ แผนภาพ ค่า
วัดทางสถิติ
การวเิ คราะห์และนำเสนอข้อมูลเชงิ ปรมิ าณ
โดยใช้ทกั ษะ/กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ การคดิ (Thngking) ทักษะการคิดคำนวณ
การแก้ปัญหา (Problem Solving) การให้เหตุผลและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ การ
ติดตอ่ สื่อสารระหว่างกัน (Communication) การมที ีมทำงาน (Teamwork)
เพอื่ ให้ผเู้ รยี นเกดิ ความรู้ ความคดิ เหน็ คณุ ค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณติ ศาสตร์ มคี ณุ ธรรม
จริยธรรม ทำงานอยา่ งเปน็ ระบบระเบียบ มีความรอบคอบในการทำงาน มคี วามรบั ผิดชอบ
รว่ มกนั รบั ผิดชอบตอ่ ประชาคมอาเซียน มคี วามซือ่ สตั ยส์ ุจริต มวี ิจารณญาณและมีความเช่ือมั่นใน
ตนเอง มีความคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ เช่อื มโยงความร้ตู ่างๆในคณิตศาสตร์และนำความรู้ หลักการ
กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับศาสตร์อน่ื ๆ ใชเ้ ทคโนโลยีในการแกป้ ัญหาในสถานการณ์
การณต์ ่างๆ ได้อย่างเหมาะสม สามารถดำรงชีวติ โดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและอยู่
ร่วมกับสังคมอาเซียนได้อยา่ งมคี วามสุข
ผลการเรยี นรู้
ค 3.1 ม.6/1 เขา้ ใจและใช้ความรูท้ างสถติ ิในการนำเสนอข้อมูลและแปลความหมายของ
ค่าสถิตเิ พ่ือประกอบการตดั สินใจ
รวมทั้งหมด 1 ผลการเรียนรู้
ฌ
ตารางวเิ คราะห์หลกั สตู ร
กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ปกี ารศึกษา 2565
รหสั วิชา ค31101 คณิตศาสตร์พ้นื ฐาน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1
เวลา 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ เวลา 40 ชว่ั โมง
สาระหลัก หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ลำดบั ชื่อหน่วยการเรียนรู้
ที่
สาระท่ี 3 สถิตแิ ละความ 1 ความหมายของ ค3.1ม.6/1
น่าจะเป็น สถิตศิ าสตรแ์ ละ
ขอ้ มูล
สาระท่ี 3 สถติ ิและความ 2 การวิเคราะห์และ ค3.1ม.6/1
นา่ จะเป็น นำเสนอข้อมูลเชงิ
คณุ ภาพ
ญ
แผนการประเมนิ ผลการเรียนรู้
อัตราส่วนการประเมิน ระหว่างภาคเรียน : กลางภาคเรียน : ปลายภาคเรียน
40 : 30 : 30
แผนการประเมินผลการเรยี นรแู้ ละการมอบหมายภาระงาน 10 คะแนน
1. กอ่ นสอบกลางภาค 20 คะแนน 5 คะแนน
1.1 ทดสอบเกบ็ คะแนนทา้ ยหนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 20 คะแนน
1.2 สมดุ และใบกจิ กรรมวิชาคณติ ศาสตร์
10 คะแนน
2. ประเมินจากการสอบกลางภาค 5 คะแนน
3. กอ่ นสอบปลายภาค 20 คะแนน 5 คะแนน
30 คะแนน
3.1 ทดสอบเก็บคะแนนทา้ ยหน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2
3.2 ทดสอบยอ่ ยหน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 1 คะแนน
3.2 สมดุ และใบกจิ กรรมวชิ าคณิตศาสตร์ 1 คะแนน
4. ประเมนิ จากการสอบปลายภาค 1 คะแนน
5. ประเมินจากคณุ ลักษณะและจติ พสิ ัย 5 คะแนน 1 คะแนน
5.1 ตรงตอ่ เวลา 1 คะแนน
5.2 ความรับผิดชอบ 100 คะแนน
5.3 ซอ่ื สัตย์
5.4 ความสนใจและความต้งั ใจในการเรียน
5.5 การมีสว่ นร่วมในการเรียนและการทำงาน
รวม
ฎ
โครงสรา้ งรายวชิ า
รายวิชา คณติ ศาสตรพ์ ืน้ ฐาน รหสั ค33101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ลำดบั ชอื่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสำคัญ คาบ/ นำ้ หนกั
คะแนน
ที่ เรียนรู้ การเรยี นร้/ู ช่ัวโมง
ตวั ช้ีวดั
1 ความหมาย ค3.1ม.6/1 สถิตเิ ป็นศาสตร์ท่วี ่าด้วยการรวบรวมข้อมลู การ 15
ของ
สถิติศาสตร์ จดั การข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การแปล 30
และข้อมลู ความหมายผลลพั ธ์ และการนาเสนอข้อมูล สถิติ
แบ่งเป็น
2 ประเภท คือ สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน
ขอ้ มูลเป็นขอ้ เทจ็ จริงเก่ียวกับเร่อื งใดเรื่องหนึ่ง
ซึ่งประเภทของข้อมูลสามารถจาแนกได้ 2 ประเภท
คือ จ าแนกข้อมูลตามวิธีเก็บรวบรวมข้อมูล
ประกอบด้วยข้อมูลปฐมภูมิและข้อมูลทุติยภูมิ และ
จาแนกข้อมูลตามลักษณะของข้อมูล ประกอบด้วย
ข้อมลู เชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพ ซง่ึ วิธีการเก็บ
รวบรวมข้อมูลแบ่งเป็นวิธีเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ
และวิธีเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ ซึ่งสถิติและข้อมูล
เป็นเครื่องมือสาคัญที่ช่วยในการตัดสนิ ใจและวางแผน
รวมทัง้ การศึกษาตัวอย่างของกรณหี รือปัญหาที่ต้องใช้
สถิติ
2 การแจกแจงความถ่ีของข้อมูล เปน็ วิธีการทางสถติ ทิ ่ี
การวเิ คราะห์ 25 40
และนำเสนอ ค3.1ม.6/1 ใชใ้ นการเรียงลาดับข้อมูลตามความมากน้อย และจัด
ข้อมูลที่มีอยู่ใหเ้ ป็นพวกหรือหมวดหมู่ในรูปตาราง
ข้อมูลเชิง
หรอื แผนภาพ ประกอบดว้ ยการแจกแจงความถี่ของ
คุณภาพ ข้อมูลแบบไมจ่ ัดกลุ่ม การแจกแจงความถี่ของข้อมูล
แบบจัดกลุ่ม การแจกแจงความถสี่ ะสม การแจกแจง
ฏ
ความถสี่ ัมพัทธ์ การแจกแจงความถสี่ ะสมสัมพทั ธ์
และการแจกแจงความถ่ีโดยใช้กราฟ เชน่ ฮสิ โทแกรม
แผนภาพตน้ -ใบ ซ่ึงจะทาให้เห็นการกระจายของ
ข้อมูลได้ชัดเจน
คะแนนระหว่างเรียน 70
คะแนนทดสอบปลายปี 36 30
รวมทั้งส้นิ 40 100
ฐ
การวเิ คราะห์ตัวชวี้ ดั เพือ่ กำหนดน้ำหนกั คะแนน
รายวชิ าคณิตศาสตร์พ้ืนฐาน ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1
รหสั วชิ า ค33101 เวลา 40 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน 1 หนว่ ยกิต
คะแนนเก็บ
ลำ ัดบท่ี
ลำ ัดบ ่ัชวโมง ่ีทสอนตวั ช้วี ดั
จำนวน ่ัชวโมงท่ีสอน
คะแนน ัตว ี้ช ัวด
ด้านความรู้(K)
้ดานทักษะ(P)
คุณ ัลกษณะ
กลางภาค
ปลายภาค
1 ค 3.1 ม.6/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติ 1-13 13 20 9 9 2
ในการนำเสนอข้อมลู และแปลความหมาย
ของค่าสถติ เิ พ่ือประกอบการตัดสนิ ใจ
สอบกลางภาค 2 30
30
2 ค 1.1 ม.4/1 เข้าใจและใช้ความรเู้ ก่ยี วกับ 14-38 23 20 9 8 3
30 30
เซตและตรรกศาสตรเ์ บ้ืองตน้ ในการส่ือสาร
และสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
สอบปลายภาค 2
รวม 36 40 40 18 17 5
ฑ
โครงสรา้ งกำหนดการสอน ภาคเรียนที่ 1
รายวชิ าคณิตศาสตร์พ้นื ฐาน ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
รหัสวิชา ค33101 เวลา 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน จำนวน 1 หนว่ ยกติ
หน่วยการ ลำดบั แผน ชั่วโมง วันที่สอน หมาย
เรียนรู้ เหตุ
1. ความหมาย 1. ปฐมนเิ ทศการจัดการเรียนการสอน 1 9 พฤษภาคม 2565
ของสถิตศิ าสตร์ 2. ทดสอบก่อนเรยี น 1 11 พฤษภาคม 2565
และข้อมูล 3. สถิตศิ าสตร์
1 18 พฤษภาคม 2565
4. คำสำคญั ในสถิติศาสตร์ 1 25 พฤษภาคม 2565
5. ประเภทของข้อมลู 1 1 30 พฤษภาคม 2565
6. ประเภทของข้อมูล 2 1 1 มถิ ุนายน 2565
7. ประเภทของข้อมูล 3 1 6 มถิ ุนายน 2565
8. ปัญหาในการใชข้ ้อมลู 1 13 มถิ ุนายน 2565
9. สถิตศิ าสตร์เชงิ พรรณา 1 15 มิถุนายน 2565
10. สถิตศิ าสตร์เชงิ อนุมาน 1 20 มถิ นุ ายน 2565
11. วิธีการเก็บข้อมูล 1 1 27 มิถนุ ายน 2565
12. วธิ กี ารเก็บขอ้ มลู 2 1 29 มถิ ุนายน 2565
13. ทดสอบหลงั เรียน 1 4 กรกฎาคม 2565
รวม 13 ชั่วโมง
สอบกลางภาค
2. การ 14. ทดสอบก่อนเรียน 1 8 กรกฎาคม 2565
วเิ คราะห์และ
นำเสนอข้อมลู
เชงิ คณุ ภาพ
15. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เชงิ คุณภาพ 1 1 11 กรกฎาคม 2565
15 กรกฎาคม 2565
16. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู เชิงคุณภาพ 2 1 18 กรกฎาคม 2565
21 กรกฎาคม 2565
17. การวิเคราะห์ขอ้ มลู เชิงคุณภาพ 3 2
25 กรกฎาคม 2565
18. การสรา้ งตารางแจกแจงความถี่ทม่ี ี 1
ความกวา้ งเท่ากนั
19. การสรา้ งตารางแจกแจงความถี่ 1
สะสม 1
ฒ
หนว่ ยการ ลำดับแผน ช่วั โมง วนั ทส่ี อน หมาย
เรยี นรู้ 1 24 กรกฎาคม 2565 เหตุ
20. การสรา้ งตารางแจกแจงความถ่ี
สะสม 2 1 1 สิงหาคม 2565
21. การสร้างตารางแจกแจงความถ่ี
สมั พัทธ์ 1 1 8 สิงหาคม 2565
22. การสรา้ งตารางแจกแจงความถี่
สัมพทั ธ์ 2 1 11 สิงหาคม 2565
23. ตารางความถี่ทางเดียว 2 16 สงิ หาคม 2565
24. การสร้างตารางแจกแจงความถ่ี
สะสมสมั พัทธ์
25. ตารางความถส่ี อง 1 22 สงิ หาคม 2565
26 สิงหาคม 2565
26. การสรา้ งตารางคา่ ความจรงิ 2 30 สิงหาคม 2565
2 กันยายน 2565
27. แผนภูมริ ูปภาพ 1 7 กนั ยายน 2565
12 กันยายน 2565
28.แผนภูมริ ูปวงกลม 1 1 16 กันยายน 2565
19 กนั ยายน 2565
29. แผนภูมริ ูปวงกลม 2 1 23 กันยายน 2565
30.แผนภูมิแทง่ เชงิ เดี่ยว 1
31.แผนภมู ิแท่งพหคุ ูณ 1
32.แผนภูมิแท่งส่วนประกอบ 1
33.ทดสอบหลังเรยี น 1
รวม 23 ชว่ั โมง
สอบปลายภาค
1
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1
รายวิชา คณติ ศาสตร์พื้นฐาน รหสั วิชา ค33101 กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ความหมายของสถิตศิ าสตรแ์ ละขอ้ มูล ภาคเรยี นที่ 1/2565
เร่ือง ปฐมนเิ ทศ เวลา 1 ชั่วโมง
ผ้สู อน นายปองภพ ปาปะโข
โรงเรียนอดุ รพฒั นาการ
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชว้ี ัด
ค 3.1 ม.6/1 เขา้ ใจและใช้ความรูท้ างสถิติในการนำเสนอข้อมลู และแปลความหมายของคา่ สถิตเิ พื่อ
ประกอบการตัดสนิ ใจ
สาระสำคญั
การจัดการเรียนการสอน รายวิชา ค33101 คณิตศาสตร์พื้นฐาน เป็นการจัดการเรียน
การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การสร้างข้อตกลงเบื้องต้น กฎหรือกติกาเกี่ยวกับการจัดการเรียน
การสอน จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และการวัดผลประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เม่ือเรียนจบบทเรียนนแี้ ล้ว นกั เรียนสามารถ
1. ด้านความรู้ (K)
1.1 มีความรแู้ ละเข้าใจในการสร้างขอ้ ตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับการเรยี นการสอน (K)
2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
2.1 บอกเหตผุ ลในการเรียนคณติ ศาสตร์ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง (P)
3. ดา้ นเจตคติ (A)
3.1 ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบต่อหนา้ ทท่ี ่ไี ด้รบั มอบหมาย มคี วามรอบคอบ (A)
สาระการเรยี นรู้
1. ชแี้ จงขอ้ ตกลงเบื้องต้นเกย่ี วกบั การเรียนการสอน
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3. การวดั ผลประเมินผล
2
กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ ที่ 1 ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. สร้างความคุ้นเคยระหว่างนกั เรยี นและครู โดยครูแนะนำตนเองก่อนแลว้ ใหน้ ักเรียนแต่ละ
คนแนะนำตนเอง พร้อมทั้งสำรวจจำนวนนกั เรยี น
2. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นกั เรียนทราบ และเปดิ โอกาสให้ซักถาม
ขั้นที่ 2 ขัน้ สอน
3. ครูอธิบายลักษณะวิชาตามหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา ค33101
คณิตศาสตร์พื้นฐาน มีจำนวน 2 หน่วยกิต ใช้เวลา 80 ชั่วโมงต่อปี หรือ ภาคเรียนละ 40 ชั่วโมง
จำนวน 2 ภาคเรียน โดยเนื้อหาที่จะเรียนในภาคเรียนที่ 1 คือ ความหมายของสถิติศาสตร์และข้อมูล
การวเิ คราะหแ์ ละนำเสนอขอ้ มลู เชิงคุณภาพ
4. ครอู ธิบายเกณฑ์การวัดผลและประเมนิ ผล ในรายวชิ า ค33101 คณติ ศาสตร์พื้นฐาน ดังนี้
4.1 การวดั ผล
วัดผลระหว่างเรยี น 70%
กจิ กรรมระหว่างเรยี น 40%
• คะแนนกอ่ นกลางภาค 10%
• คะแนนหลงั กลางภาค 20%
• แบบฝกึ หัด 10%
ทดสอบกลางภาค 30%
วดั ผลปลายภาคเรียน 30%
รวมทงั้ หมด 100%
4.2 เกณฑ์การประเมนิ ผลแบบอิงเกณฑ์
ระดับคะแนน (คดิ เปน็ เปอร์เซน็ ต์) เกรด
คะแนน 80 – 100 4
คะแนน 75 – 79 3.5
คะแนน 70 – 74 3
คะแนน 65 – 69 2.5
คะแนน 60 – 64 2
คะแนน 55 – 59 1.5
คะแนน 50 – 54 1
คะแนน 0 – 49 0
5. ครูแจกใบกิจกรรม เรื่อง คณิตศาสตร์ในฝัน ให้นักเรียนทำให้เสร็จภายในคาบเรียน
ระหวา่ งนกั เรยี นทำใบกิจกรรม ครูเดินสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี น
3
ขั้นที่ 3 ขนั้ สรุป
6. นักเรียนรับทราบจุดประสงค์การเรียนรู้ และครูอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่นักเรียนยังไม่
เขา้ ใจ
7. นกั เรยี นรบั ทราบข้อตกลงเบือ้ งต้นเกีย่ วกบั การเรยี นการสอน
- เนื้อหาทจ่ี ะเรียน
- ลกั ษณะการใช้สมดุ
- ข้อปฏิบัติในชั้นเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (ไม่หยอกล้อกันในเวลาเรียน ห้ามพูดคำหยาบ
ห้ามเล่นโทรศัพท์ในขณะที่ครูสอน ไม่ส่งเสียงดังเวลาครูสอน ส่งงานให้ทันเวลาที่ครูกำหนด ตรงต่อ
เวลา หา้ มนำอาหารและเครอ่ื งดม่ื มารับประทานในหอ้ งเรียน เปน็ ตน้ )
8. นกั เรยี นรบั ทราบเกณฑก์ ารวดั ผลและประเมนิ ผล
สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1. สื่อการเรียนรู้
1.1 หนังสือเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐาน คณติ ศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ของ สสวท.
1.2 ใบกจิ กรรม เร่ือง คณติ ศาสตร์ในฝัน
2. แหลง่ การเรยี นรู้
2.1 ห้องสมดุ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรยี นอุดรพัฒนาการ
การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือ วธิ กี าร เกณฑ์การ
การตอบคำถามใน สังเกตการตอบคำถาม ประเมนิ
จดุ ประสงค์
หอ้ งเรยี น ในหอ้ งเรียน ผ่านเกณฑ์
1. ดา้ นความรู้ (K) การตอบคำถามใน สงั เกตการตอบคำถาม ร้อยละ 75
1.1 มคี วามรู้และเขา้ ใจในการ
ห้องเรยี น ในหอ้ งเรียน ขน้ึ ไป
สร้างขอ้ ตกลงเบ้ืองตน้ เกย่ี วกับการ แบบสงั เกตพฤติกรรม สงั เกตพฤติกรรม
เรยี นการสอน ผา่ นเกณฑ์
2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) รอ้ ยละ 75
2.1 บอกเหตผุ ลในการเรยี น ขึ้นไป
คณิตศาสตร์ได้อยา่ งถูกต้อง ผา่ นเกณฑ์
ระดบั ดี
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
6.3 ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบตอ่ หน้าท่ที ี่ ขน้ึ ไป
ไดร้ ับมอบหมาย มีความรอบคอบ
4
บันทึกหลงั การสอน
1. ผลการจดั การเรียนรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
น.........ก..เ...ย...น......น...ม......6...k...-...ม.....เ..1.5......ค..ว.า..ม....ค..ว..า.ม...เ.ท...ใ..จ..ใ...น.....อ...ต...ก...ล...ง........ไ.......ล.....ง....... ...................................
.......ต...า..ม......ด...ป....ะ..ส...ง.........า..น...ค..ว..า..ม..........ค...ไ............ห..น...ด................ ................................................................
................................................................................................................................................................
1.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
........ก...เ.....ย...น........น......ม.........6../..2.....-.....6..../.5.........ต.....า......ร...ก......อ....ก.....เ..ห.........ผ....ล....ใ...น...ก...า..ร.เ....ย...น....ค......ง....ท......น....
ไ.....เ.ไ....ป........ต...า..ม......ด...ป...ร..ะ..ส...ง........า..น......ก...ห....น.....อ....น....ใ.น..ก..า..ร................ ........ห....น...ด.............................................
............................................................................................................................... .................................
1.3 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์/เจตคติ (A)
ประสง........ก....เ.....ย...น.........น......ม....... ..6....k.....-...เ..../5...............ณ......ก...ษ...ณ....ะ........น........ง.........................แ...ล...ะ....เ..จ...ต...ค...........
.....ต....า...ม...........ค......ไ................ห....น....ด...........................................................................................................
............................................................................................................................... .................................
1.4 สมรรถนะสำคญั ผูเ้ รียน (C)
เ ยน ไ.........ก....เ....ย....น.........น.....ม........6...|..2...-......เ.../..5.............น.......ก.......น....ะ............ญ..................... ....ต...า...ม...........ค..............
...........ห....น.....า....ไ........................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.ป..ญั....หเ..า.อ..อ..ุงป...ส.จ.ร.า.ร.ก.ค..เ./..ข..้อ.น.เ..ส..คน...อ.น.แ...น..แ.ะ..อร..น่ื.ก..ๆ......ไ........า.......ค...ว...า...ม...........ก..........บ.........ก.....เ....ย..น......อ..า...จ....ะ.............น....เ... น
......ล....ง.....แ............ต......า....ร...ก.....ห..น..ไ.า.................................... ..........................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชอื่ ..............น...อ..น...ก...พ.................(ผู้สอน)
(นายปองภพ ปาปะโข)
วันที่...........เ.อ..1..0...5...1.6...5..............................
้ด็ก่ต้ต่ืตีมีรันักัจู้ร้ด่ีท็ป้ว็ก้ดูร่ีทีรู้ผัคิตีม้ัชีรัน้ขำก้ดูร่ีทิต์คึพัอัลุคีม้ัชีรัน้ขำก้ด่ีทัด้ด์คุจ้ดีรุต้ัชีรัน้ขำก้ดูร่ีทู้ร้ด์คุจ้ึข้ด่ีท้ขู้รีม้ัชีรัน
5
6
คำช้แี จง แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คลช้นั ม.6
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ความหมายของสถิตศิ าสตรแ์ ละข้อมูล
ทำเครื่องหมาย ✔ ลงในช่องระดับคะแนนพฤตกิ รรมทน่ี ักเรยี นปฏิบตั ิ ดังนี้
ระดบั 3 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดับ 2 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ ห็นปานกลาง
ระดับ 1 หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ ห็นน้อย
ลำดับ ความ มีระเบยี บวนิ ัย ความรบั ผิด คะแนนรวม เกณฑก์ ารประเมนิ หมายเหตุ
ท่ี กระตอื ชอบ
รอื รน้
321 3 2 1 321 ผา่ น ไมผ่ ่าน
1/ ✓ / gr
2/ g/
3r / / g/
4/
5/ ✓ r g/
/ r 9/
/ /
6/ / / 9/
7r
8/ / / g/
9/ g/
10 / / /
11 / / 9/
12 / /
13 / / g/
14 r /
15 / / / g/
16 /
17 / / r g/
/ / g/
/ / g/
/ / g/
/ r g/
/
/ 9r
18 / / / 9/
19 / / / 9/
20 / / r
9/
7
ลำดับ ความ มรี ะเบียบวินยั ความรบั ผดิ คะแนนรวม เกณฑ์การประเมิน หมายเหตุ
ที่ กระตอื ชอบ
รือร้น
321 3 2 1 321 ผ่าน ไมผ่ า่ น
21 r / / g/
22 / g/
/ r
23 / i / gd
24 / / /
25 / 9/
/ /
9/
26 ✓ r r g/
27 / r / g/
28 / / / g/
29 / / / gr
30 /
ร / g/
ลงชอื่ ........ม.....อ....ง...ก.....น.................... ผู้ประเมิน
(นายปองภพ ปาปะโข)
………1…0………/………0…5…………./………25…เ…5…..
8
รายการ 3 เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1
ประเมนิ ตัง้ ใจเรยี น และสนใจใน 2
1. ความ การทำกจิ กรรตลอดเวลา ไมต่ ้ังใจเรยี น และไม่
กระตือรอื ร้น ต้ังใจเรยี น และสนใจใน สนใจในการทำ
สมดุ งาน ช้นิ งาน สะอาด การทำกิจกรรมบางเวลา กิจกรรม
2. การมี เรียบรอ้ ย สมดุ งาน ช้นิ งานไม่
ระเบียบวินยั สมุดงาน ช้นิ งานสว่ น คอ่ ยเรยี บร้อย
ในการทำงาน ใหญส่ ะอาดเรยี บร้อย
3. ความ
รบั ผดิ ชอบ สง่ งานกอ่ นหรือสง่ ตาม สง่ งานช้ากวา่ กำหนด ส่งงานช้ากว่ากำหนด
กำหนด เวลานดั หมาย แตม่ กี ารติดต่อครผู ู้สอน
มเี หตุผลที่รบั ฟงั ได้
เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนนรวม ระดบั คณุ ภาพ
8 - 9 ดมี าก
6 - 7 ดี (ผ่านเกณฑ์)
4 - 5 พอใช้
ต่ำกว่า 4 ปรบั ปรงุ
9
ใบกจิ กรรม คณิตศาสตรใ์ นฝนั
ช่ือ-สกุล………………………………………………ช่อื เลน่ …………………..ชน้ั …….…..เลขท…่ี …..
1.ใหน้ ักเรยี นบอกสิ่งท่ีอยากไดก้ บั การเรียนวิชาคณติ ศาสตร์
2.อยากให้การเรียนวิชาคณิตศาสตรใ์ นคาบนเี้ ปน็ อยา่ งไร
10
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2
รายวชิ า คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน รหสั วิชา ค33101 กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ความหมายของสถติ ิศาสตร์และข้อมลู ภาคเรียนที่ 1/2565
เรอ่ื ง ทดสอบก่อนเรยี น เวลา 1 ชั่วโมง
ผู้สอน นายปองภพ ปาปะโข
โรงเรยี นอดุ รพัฒนาการ
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้ีวัด
ค 3.1 ม.6/1 เข้าใจและใช้ความร้ทู างสถติ ิในการนำเสนอขอ้ มลู และแปลความหมายของค่าสถิตเิ พื่อ
ประกอบการตัดสินใจ
สาระสำคญั
ทดสอบก่อนเรยี น เรือ่ ง ความหมายของสถิติศาสตร์และข้อมูล แบบปรนยั เลือกตอบ จำนวน
20 ข้อ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เมือ่ เรียนจบบทเรียนนี้แลว้ นักเรียนสามารถ
1. ดา้ นความรู้ (K)
1.1 สำรวจความรู้พืน้ ฐานของผู้เรียน เร่อื ง ความหมายของสถติ ศิ าสตร์และขอ้ มลู
2. ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
2.1 แสดงพฤติกรรมมีความซ่ือสตั ยส์ ุจริต
สาระการเรียนรู้
ความหมายของสถิตศิ าสตร์และข้อมูล
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
1. ครูชี้แจงการทดสอบก่อนเรียน ให้นักเรียนทำแบบทดสอบเต็มความสามารถ มีความ
ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น ไม่ดูเพื่อนและไม่ให้เพื่อนดู มีความเชื่อมั่นในตนเอง ถ้าทำไม่ได้ให้ข้ามไป
ทำข้ออื่นก่อน
ข้นั สอน
2. ใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน เรอ่ื ง ความหมายของสถิติศาสตรแ์ ละข้อมลู
แบบปรนัยตัวเลอื ก จำนวน 20 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที
11
ขั้นสรุป
3. ครูบอกให้นักเรียนทราบว่า ผลการสอบครั้งนี้จะนำไปเปรียบเทียบกับการทดสอบหลัง
เรียน และดูว่านักเรียนมีความรู้มากน้อยเพียงใด วินิจฉัยหาจุดบกพร่อง และปรับปรุงคุณภาพการ
เรียนการสอน และพัฒนาผู้เรียน
ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
1. สอื่ การเรียนรู้
1.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 บทที่ 1
ความหมายของสถิติศาสตรแ์ ละข้อมลู ของ สสวท.
1.2 ทดสอบหลังเรยี น เร่ือง ความหมายของสถติ ิศาสตร์และข้อมลู
2. แหล่งการเรียนรู้
2.1 ห้องสมุดกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ของโรงเรียนอุดรพฒั นาการ
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เครอ่ื งมือ วิธีการประเมนิ เกณฑ์การ
สง่ิ ทต่ี ้องประเมิน ประเมิน
1. ด้านความรู้ ตรวจแบบทดสอบ ถกู ต้องรอ้ ยละ
1.1 สำรวจความรู้พน้ื ฐานของ แบบทดสอบก่อนเรยี น กอ่ นเรียน เรื่อง 75ข้นึ ไป
ผู้เรยี น เรื่อง ความหมายของ เรือ่ ง ความหมายของ ความหมายของ
สถติ ศิ าสตรแ์ ละข้อมลู สถติ ศิ าสตร์และข้อมลู สถิติศาสตร์และ ผ่านเกณฑ์ใน
ระดับดีขึ้นไป
ข้อมูล
2. ดา้ นคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ สังเกตพฤตกิ รรม
2.2 แสดงพฤติกรรมมคี วาม แบบสังเกตพฤติกรรม ระหวา่ งเรียน
ซอื่ สตั ย์สุจรติ
12
แบบประเมนิ ผลการสอบก่อนเรียน
แบบทดสอบ เรื่อง ความหมายของสถิตศิ าสตรแ์ ละข้อมูล ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
เลขท่ี ผลการสอบ
คะแนน ร้อยละ
16 ง0
27 35
37 35
48 40
5g
6 10 45
50
75
87 25.
35
98 40
10 9 45
11 t
35
12 6 ง0
13 7 55
14 8
40
15 7 ๖5
16 8
40
17 g 45
18 Lo 50
19 11 55
20 12 60
21 12 60
22 10 50
23 g 45
24 8 40
25 7 ว5
26 6 30
27 5 25
28 7 35
29 8 40
30 9 45
13
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ความหมายของสถติ ศิ าสตรแ์ ละข้อมูล
คำช้แี จง ทำเครือ่ งหมาย ✔ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมท่นี ักเรยี นปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
ระดับ 3 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เหน็ มาก
ระดบั 2 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ ห็นปานกลาง
ระดบั 1 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เหน็ นอ้ ย
ปฏิบตั ติ ามคำช้แี จง ทำแบบทดสอบ ทำแบบทดสอบ คะแนน เกณฑ์การ หมาย
ลำดับ ของแบบทดสอบ ดว้ ยความสจุ รติ เสรจ็ ทันเวลา รวม ประเมนิ เหตุ
ท่ี 321 321 g ผ่าน ไม่
ผ่าน
321 ✓ g
1/ - r g
2/
3✓ / r 9
4/ r
5✓ r g
6✓ r
7- / r g
8✓ r g
9✓ ✓
10 ✓ - g
11 r /
12 ✓ r g
13 ✓ _
14 ✓ / ✓ g
15 - g
16 - - r g
17 ✓ g
18 r ✓ r
19 ✓ ✓ g
20 ✓ ✓
21 - - ¥
22 ✓ - g
23 / ✓ g
/ g
-
✓ g
/
/ g
✓ r
✓ g
_ g
_
✓
_
_
-
r
-
- /
/
หู
14
ปฏิบัตติ ามคำช้ีแจง ทำแบบทดสอบ ทำแบบทดสอบ คะแนน เกณฑก์ าร หมาย
ลำดับ ของแบบทดสอบ ดว้ ยความสจุ ริต เสร็จทันเวลา รวม ประเมนิ เหตุ
ที่ 321 321 ผา่ น ไม่
ผ่าน
321
24
25
26
27
28
ลงชอื่ ..........ป....อ...ง....า...น..................... ผ้ปู ระเมนิ
(นายปองภพ ปาปะโข)
……1…7…………/………0…5…………./……2…5…65……..
ุ๊ฏู๋รู้รู้ร
15
รายการประเมิน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
1. ปฏิบตั ิตามคำชแ้ี จง 32 1
ของแบบทดสอบ
ปฏบิ ัตติ ามคำช้ีแจงของ ปฏบิ ัตติ ามคำชี้แจง ไมป่ ฏิบัตติ ามคำ
ชีแ้ จงของ
แบบทดสอบไดถ้ ูกต้อง ของแบบทดสอบได้ แบบทดสอบ
สมบรู ณ์ บางสว่ น
2. ทำแบบทดสอบ ทำแบบทดสอบด้วย ทำแบบทดสอบดว้ ย ทำแบบทดสอบด้วย
ดว้ ยความสจุ ริต ตนเองตลอดเวลา
ความสุจรติ ไดบ้ าง ความสจุ ริตไม่ได้
3. ทำแบบทดสอบ ทำแบบทดสอบเสรจ็
เสร็จทนั เวลา ทนั เวลา เวลา
ทำแบบทดสอบเสรจ็ ทำแบบทดสอบเสรจ็
หลังเวลาท่ีกำหนดไม่ หลงั เวลาทกี่ ำหนด
เกนิ 3 นาที เกนิ 3 นาที
เกณฑ์การประเมิน
คะแนนรวม ระดบั คุณภาพ
8 - 9 ดมี าก
6 - 7 ดี (ผ่านเกณฑ์)
4 - 5 พอใช้
ตำ่ กว่า 4 ปรบั ปรุง
16
บันทกึ หลงั การสอน
1. ผลการจัดการเรยี นรู้
นฐาน1.1 ด้านความรู้ (K)
.....ก.........บ...น........น...ม........แ.....ห.....ม.........เ../...5..........ค...ว...า..ม.................................เ......ก.......อ...ย...................................
................................................................................................ ................................................................
................................................................................................................................................................
1.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
.......→...................................................................................................................... ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... .................................
1.3 คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์/เจตคติ (A)
อ ต จ ต.......ก.....เ....ย....น......ม..........เ..../..2....-......ม...........6...|.5...............ค....ว..า...ม.................................... .....ใ.....น......ก....า...รา............
......อ....ส....อ....บ............น....ไ...ป........ต...า..........น...........ก...ษ...ณ....ะ......น........ง... ..ป.....ะ...ส.....ง.........แ...ล....ะ....เ..จ...ต....ค....................
............................................................................................................................... .................................
1.4 สมรรถนะสำคญั ผู้เรียน (C)
ไ........ก......เ.....ย....น.........น........ม.........เ...|...2....-....6..../...5............ส.....ม....ร....ร....ถ....น.....ะ...ต.....า...ม......... .ค................................
.................................................................................................. ..............................................................
............................................................................................................................. ...................................
ปญั หาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
..-........................................................................................................................... ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชือ่ .........ป...อ...น...า...น.....................(ผู้สอน)
(นายปองภพ ปาปะโข)
วนั ท่ี......1..7...1...อ...5....1...6..5.............................
้ดูร่ีทีม้ัชีรันีด่ีทิต์คึพัอัลุทัห้ขิรุส์ยัส่ืซีมีรัน้น็ล้ืพู้รีม้ัช่ีณัน
17
18
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 “ความหมายสถิติศาสตรแ์ ละขอ้ มลู ”
คาชแี้ จง : ให้นกั เรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว
1. ขอ้ มูลสถติ ใิ นขอ้ ใดที่เก็บรวบรวมด้วยการทดลอง 6. ข้อใดเปน็ การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ทไ่ี ดม้ าจากแหล่ง
ก. จำนวนอบุ ัตเิ หตบุ นถนนสายหนึ่งเปน็ ราย ท่ีเกบ็ รวบรวมไว้แลว้
เดอื น ในระยะเวลา 3 ปี ท่ผี ่านมา
ข. นำ้ หนักของพืชเมื่อเก็บเกี่ยว โดยใชป้ ุ๋ยสตู ร ก.การเกบ็ รวมรวบขอ้ มลู ทตุ ิยภมู ิ
ข.การเกบ็ รวมรวบข้อมลู ปฐมภมู ิ
ต่าง ๆ ในการเพาะปลกู ค.การเกบ็ รวมรวบขอ้ มลู สำมะโน
ค. จำนวนสมาชกิ ในหอ้ งเรยี นท่ที ดลองทาง ง.การเกบ็ รวมรวบขอ้ มลู สำรวจตวั อย่าง
7. ขอ้ ใดเปน็ ขอ้ มลู ปฐมภมู ิ
วิทยาศาสตร์
ง. จำนวนคนไข้ที่มารับบริการที่สถานอี นามัย ก.ข้อมลู จำนวนผวู้ ่างงานจากสำนกั งานสถิติ
แห่งหน่งึ เปน็ รายวันเป็นเวลา 1 ปี แหง่ ชาติ
2. ข้อใดเปน็ ความหมายของสถติ ิ
ข.ผลสอบ O-NET ของนกั เรียน จากสถาบนั การ
ก. สถิติ หมายถึง จำนวนหรือค่าที่ไดจ้ ากการ ทดสอบการศึกษาแห่งชาติ
เกบ็ รวมข้อมลู
ข. สถติ ิ หมายถึง ศาสตรท์ ีว่ า่ ด้วยระเบยี บ ค.การทดสอบสมรรถภาพของนักเรียน
วธิ ีการทางสถิติ ซงึ่ ประกอบดว้ ย การเก็บ ง.ถกู ทกุ ข้อ
รวบรวมข้อมลู การนำเสนอขอ้ มลู การรวิ 8. ข้อใดเหมาะสำหรับการเก็บรวบรวมขอ้ มลู เกีย่ วกบั
เคราะห์และแปลความหมายข้อมลู
ค. สถติ ิ หมายถึง ศาสตรห์ รอื หลกั การทนี่ ำมา จำนวนนักเรยี นท่เี ข้าห้องสมุดในชว่ งเวลา
กระทำกบั หลกั ฐานท่ีเป็นข้อมลู อาจจะเป็น หน่งึ
ขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณหรือเชงิ คณุ ภาพ ก.การสัมภาษณ์ ข.การนับและการวัด
ง. ถกู ทกุ ข้อ ค.การสงั เกต ง.การทดลอง
3. ข้อความใดไมใ่ ช่ขอ้ มูลแสดงปรมิ าณ 9. ประโยชน์ของสถติ ิข้อใดต่อไปนถี้ ูกต้องทส่ี ุด
ก.ระดบั ความพึงพอใจของนกั เรยี น ก.ใชใ้ นการแกป้ ัญหาเก่ยี วกับการวจิ ยั และพฒั นา
ข.นำ้ หนักของนกั เรียน ในดา้ นต่างๆ
ค.ระยะทางจากบา้ นมาโรงเรยี น ข.ใช้ในการวางแผนและตดั สินใจในเรื่องใดๆ
ง.จำนวนลูกมะพร้าว ค.ใช้ในการคน้ คว้าศกึ ษาวิจยั ธรุ กิจต่างๆ
4. ข้อใดไมใ่ ช่ข้อมลู เชงิ คณุ ภาพ ง.ใชใ้ นการตดั สนิ ใจเลือกอาชีพ
ก.เพศของสมาชกิ ในครอบครัว 10. “การทดสอบสมรรถภาพของนักเรยี นใน
ข.สถานภาพสมรสของครใู นโรงเรยี น ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6” ประชากรหมายถึงข้อ
ค.จำนวนคนในครัวเรอื น ใด
ง.บา้ นเลขท่ขี องนักเรียน ก.นักเรียนทกุ คนในโรงเรียน
5. ข้อใดเป็นข้ันตอนแรกในการดำเนินการทางสถติ ิ ข.นกั เรยี นในระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6ทุกคน
ค.นกั เรยี นในระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาทุกคน
ง.ถูกทกุ ข้อ
ก.การตีความหมายขอ้ มลู ข.การวเิ คราะหข์ ้อมลู 11. จากข้อท่ี 10 กล่มุ ตวั อยา่ งหมายถงึ ข้อใด
ค.การนำเสนอขอ้ มลู ง.การเก็บรวบรวมข้อมลู ก.นักเรียนในโรงเรียนบางคน
ข.นักเรียนในระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนต้นบาง 19
คน
17. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู ในขอ้ ใดทน่ี ยิ มใช้ในการทำ
ค.นักเรียนในระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6บางคน สำมะโนหรือสำรวจตัวอยา่ ง
ง.นกั เรยี นในระดับชั้นมัธยมศกึ ษาบางคน ก.การสมั ภาษณ์ ข.การสงั เกต
12. ขอ้ ใดเปน็ แหลง่ ขอ้ มูลปฐมภูมิ ค.การทดลอง ง.แบบสอบถามทางไปรษณยี ์
ก.ขอ้ มลู จากงานวิจัย/รายงาน 18. การเกบ็ ขอ้ มูลทม่ี ีปรมิ าณคำถามไมม่ าก ไม่
ข.ขอ้ มูลจากการทดสอบวทิ ยาศาสตร์ ซบั ซอ้ น และไดข้ ้อมูลรวดเรว็ เปน็ การเก็บข้อมูล
ค.ข้อมูลจากหนงั สือพิมพ์ แบบใด
ง.ขอ้ มูลจากหน่วยงานเอกชนทีไ่ ด้เก็บรวบรวม ก.การสงั เกต ข.การสอบถามทางโทรศพั ท์
13. ขอ้ ใดเป็นแหล่งขอ้ มูลทุตยิ ภมู ิ ค.การสัมภาษณ์ ง.แบบสอบถามทางไปรษณีย์
ก.การสืบคน้ ข้อมูลจากภาครฐั 19. ข้อใดไม่ใชก่ ระบวนการทางสถิติเชงิ พรรณา
ข.การสำมะโน ก.เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจากกล่มุ ประชากรที่
ค.การสำรวจตัวอย่าง ตอ้ งการศกึ ษา
ง.การสอบถาม ข.ขอ้ สรปุ ที่ไดไ้ ปอา้ งอิงถงึ ลักษณะของประชากร
14. ขอ้ ใดเป็นข้อมูลเชงิ ปรมิ าณ กลุม่ ท่ีทำการศึกษาเทา่ น้นั
ก.สถานะทางศาสนา ง.รายได้ ค.ขอ้ สรุปที่ไดไ้ ปอ้างอิงถงึ ลักษณะของประชากร
ค.สญั ชาติ ข.ระดบั ความพึงพอใจ กลุม่ อ่นื
15.ข้อใดเปน็ ขอ้ มูลเชงิ คณุ ภาพ ง.ถูกทกุ ข้อ
ก.สถานภาพสมรถ ข.คา่ ใช้จ่ายตอ่ เดอื น 20. ข้อใดต่อไปนีค้ ือ อนุกรมตัดขวาง
ค.ความสูงของนักเรยี น ง.อายุ ก. ข้อมูลที่บอกสถานะของสง่ิ ท่สี นใจ ณ จดุ ใดจดุ
หนึง่ ของเวลา
16. ข้อใดไมใ่ ช่ปัญหาในการใช้ข้อมลู ปฐมภมู ิ ข. ขอ้ มูลที่เกดิ ข้ึนและจดั เกบ็ ตามลำดับเวลา เปน็
ก.การวางแผนการทดลองที่เหมาะสม ช่วง ๆ
ข.การเลอื กตัวอยา่ งทเ่ี หมาะสม ค.ขอ้ มลู ท่ไี ดจ้ ากการวดั หรอื การนบั ค่า
ค.ข้อมลู มีความทนั สมยั ง.ขอ้ มูลที่แสดงลักษณะ ประเภท สมบัติ ในเชิง
ง.ถูกทุกข้อ คุณภาพ
20
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3
รายวชิ า คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน รหัสวชิ า ค33101 กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 ความหมายของสถิตศิ าสตรแ์ ละขอ้ มูล ภาคเรยี นที่ 1/2565
เร่อื ง สถติ ศาสตร์ เวลา 1 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นายปองภพ ปาปะโข
โรงเรียนอดุ รพัฒนาการ
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ดั
ค 3.1 ม.6/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถติ ใิ นการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายของคา่ สถิติเพ่ือ
ประกอบการตัดสนิ ใจ
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
สถติ แิ ละข้อมลู เปน็ การรวบรวมขอ้ มูลสถติ เิ ก่ียวกบั จานวนและลกั ษณะของประชากร เป็น
การวิเคราะห์ขอ้ มูลออกมาเป็นข่าวสารหรอื สารสนเทศ และกระบวนการทางสถติ ิท่ีชว่ ยในการสรปุ ผล
ดงั น้ันสถติ จิ ึงเป็นเคร่ืองมือท่ีสาคญั ซง่ึ ชว่ ยให้มนษุ ย์ใช้เหตผุ ลในการตัดสนิ ใจและยังมปี ระโยชนอ์ ย่าง
กวา้ งขวางในหลากหลายสาขาวิชา เช่น ดา้ นการศึกษา ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ ดา้ นการแพทย์ ด้านธุรกิจ
และอตุ สาหกรรม ด้านการเมืองและการปกครอง
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เมอ่ื เรียนจบคาบนี้แล้วนักเรยี นสามารถ
1. ดา้ นความรู้ (K)
1.1 นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของสถติ ิศาสตรไ์ ด้ (K)
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
2.1 เขยี นหรือระบตุ วั อยา่ งของกรณีหรอื ปัญหาที่ต้องใชส้ ถติ ใิ นการแกป้ ญั หาได้ (P)
3. ดา้ นคุณลักษณะ (A)
3.1 แสดงพฤติกรรมมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ และรอบคอบ (A)
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1.ความสามารถในการสื่อสาร
2.ความสามารถในการคดิ
21
3.ความสามารถในการแก้ปญั หา
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1.มีวินยั
2.ใฝ่เรยี นรู้
3.มุง่ ม่นั ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำ
1.ครกู ล่าวทกั ทายนกั เรยี น แลว้ แจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นรใู้ ห้นกั เรียนทราบ
2.ครูทบทวนความรเู้ กยี่ วกับความหมายของสถติ ิศาสตร์
3.ครใู ห้นักเรยี นยกตัวอย่างเกยี่ วกบั ประโยชนข์ องสถิตศาสตรด์ า้ นตา่ งๆ
ขน้ั สอน
4.ครอู ธิบายตัวอย่างการนำไปใชป้ ระโยชนข์ องสถติ ศาสตรด์ า้ นตา่ งๆ
4.1ดา้ นการศึกษา
รัฐบาล ตอ้ งมีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลในหลายๆส่วน เช่น จำนวนนกั เรียน บุคคลกร
ทางการศึกษา การผลิตหรอื แนวทางในพฒั นาครู จำนวนสถานศกึ ษา ค่าใชจ้ า่ ยในการเรียนการสอน
ตอ้ งมีขอ้ มูลทางสถติ ิศาสตรใ์ นการวิเคราะห์ข้อมูล
4.2ด้านการเกษตร
รัฐบาลสามารถนำข้อมูลเกย่ี วกับ ครัวเรือน พน้ื ที่ ผลิตผล ราคา เครื่องมือ แหล่งนำ้
ความต้องการของผบู้ รโิ ภค นำมาวเิ คราะหเ์ พื่อใหค้ ำแนะนำในการวางแผนการเพาะปลูกในฤดูกาล
ต่อไป
22
4.3 ด้านการผลติ
การวางแผนผลิตสินคา้ ออกจำหน่ายควรมกี ารเกบ็ ขอ้ มูลและวเิ คราะห์สินค้าวา่ เปน็
ที่ต้องการของตลาดหรือไม่ ผ้ผู ลิตมีกำลงั ผลิตเทา่ ใด ควรจำหนา่ ยและทำอยา่ งไร ผลผลิตจะมอี ย่าง
ตอ่ เนอื่ งและไดค้ ุณภาพ
4.4ดา้ นการควบคมุ คุณภาพสินค้า
การควบคมุ คุณภาพสนิ คา้ ท่ผี ลิตให้มมี าตรฐานทก่ี ำหนด ควรมกี ารเก็บข้อมลู ท่ี
เหมาะสม การเลอื กตวั อย่างโดยการสุ่มตัวอย่างสนิ ค้าจำนวนหนง่ึ จากการผลิตสนิ ค้าท้งั หมด เพื่อ
นำมาวเิ คราะห์ขอ้ มูล จะไดร้ วู้ ่าสนิ คา้ นั่นได้มาตรฐานตามท่ีกำหนด
4.5ดา้ นผูบ้ ริโภค
การตดั สินใจเลอื กซื้อสินคา้ สามารถนำสถติ ิศาสตร์มาใช้ โดยเกบ็ ข้อมูลสนิ คา้ ท่ี
ต้องการ และนำข้อมลู มาวิเคราะหข์ ้อมลู จากรา้ นค้าต่าง ๆ ท่ีสำรวจเพือ่ นำมาตัดสินใจวา่ จะซท้อสนิ ค้า
หรือไม่
4.6ดา้ นการพยากร
การพยากรอาศยั ข้อมูลท้ังในอดีตและปัจจบุ ันนำมาวิเคราะหท์ างสถติ ิศาสตรเ์ ขา้ มา
ช่วย ทำใหส้ ามารถคาดเดาสถานการณ์ล่วงหน้าได้
4.7ด้านชีวติ ประจำวนั
มีการจดบนั ทกึ รายรับรายจ่ายในแต่ละเดอื นเพ่ือใช้ในการวเิ คราะห์การใชจ้ า่ ยและ
ควบคุมคา่ ใชจ้ ่ายได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
5.ครูยกตัวอยา่ งการนำเสนอข้อมูลที่กอ่ ให้เกดิ ความเข้าใจคลาดเคล่ือน
ผลสำรวจความคดิ เห็นของนักเรยี นทม่ี ตี ่อการไปโรงเรยี น
ความคดิ เห็น รอ้ ยละ
ร้สู ึกดี 62.7
รสู้ ึกเฉยๆ 29.8
รูส้ กึ ไม่ดี 3.5
นกั เรยี นคิดวา่ ข้อมูลชดุ นม้ี ีความน่าเช่อื ถือมากน้อยเพียงใด
23
ขอ้ มูลชุดนี้ไมบ่ อกรายละเอียดการสำรวจ จำนวนท่สี ำรวจ ผลรวมรอ้ ยละไมเ่ ทา่ กบั 100
6.ครยู กตัวอยา่ งการนำเสนอข้อมลู ที่กอ่ ใหเ้ กิดความเขา้ ใจคลาดเคลือ่ น
บรษิ ทั A รายงานวา่ พนักงานของบริษทั มเี งนิ เดือนเฉลี่ย 40,000 บาท จากข้อมลู เงินเดอื น
ดงั น้ี
เงินเดอื น (บาท) จำนวนพนกั งาน (คน)
15,000 5
20,000 4
22,000 4
25,000 3
40,000 1
91,000 2
120,000 1
180,000 1
พนักงาน 16 คนมีเงนิ เดอื นน้อยกวา่ 40,000 บาท พนักงานเพยี ง 1 คน มีเงนิ เทา่ กบั 40,000บาท
พนักงานเพยี ง 4 คน ทีม่ เี งนิ เดอื นมากกวา่ 40,000 บาท
7. ครูแจกใบกจิ กรรมท่ี 1 เรื่อง สถิติศาสตร์ ให้นักเรยี นทำ
8. ครูสมุ่ นักเรยี น 2-3 คนให้นำเสนอคำตอบจากใบกจิ กรรม
ขนั้ สรุป
9.ครูสรุปประโยชน์ของสถิติศาสตรว์ า่ มีความสำคัญอย่างไร
สถิติเป็นเครื่องมือที่สำคัญซึ่งช่วยให้มนุษย์ใช้เหตุผลในการตัดสินใจและยังมีประโยชน์อย่าง
กว้างขวางในหลากหลายสาขาวิชา เช่น ด้านการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านการแพทย์ ด้านธุรกิจ
และอุตสาหกรรม ด้านการเมืองและการปกครอง ซึ่งตัวอย่างของกรณีหรือปัญหาที่ต้องใช้สถิติ ได้แก่
การสำรวจความคิดเห็นหรือโพล การจัดการความเสี่ยง ประสิทธิผลของยารักษาโรค การพยากรณ์
อากาศ หรือ การสอบถามความคดิ เหน็ ในเรอื่ งต่าง ๆ
24
สือ่ การเรียนรแู้ ละแหลง่ การเรยี นรู้
1. ส่ือการเรยี นรู้
1.1 หนังสอื เรยี นรายวิชาคณิตศาสตร์พน้ื ฐาน ม.6 (สสวท.)
2. แหล่งการเรยี นรู้
2.1 ห้องสมุดกล่มุ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ โรงเรียนอดุ รพฒั นาการ
การวดั ผลและประเมนิ ผล
สง่ิ ทตี่ ้องการวัด วิธี/เครอ่ื งมือการวัดผล เกณฑ์ทต่ี ้องการใหผ้ า่ น
ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 75 ขึ้นไป
1.นกั เรยี นสามารถบอกความหมาย ใบกิจกรรมที่ 1 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ขน้ึ ไป
ของสถิตศิ าสตร์ได้ (K) ผ่านเกณฑร์ ะดบั 2 ข้นึ ไป
2.1 เขียนหรอื ระบุตัวอยา่ งของ ใบกจิ กรรมที่ 1
กรณหี รือปัญหาทตี่ ้องใช้สถติ ิใน
การแกป้ ัญหาได้ (P)
3. นักเรียนสามารถแสดง แบบบนั ทึกการสังเกต
พฤติกรรมมวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และ พฤติกรรมนักเรยี น
รอบคอบ (A)
25
แบบประเมินด้านความรู้ (K) และดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1/2565
ด้านความรู้ ด้านทักษะ ผลการ
กระบวนการ ประเมนิ
ที่ คะแนนเตม็ (…เอ..) คะแนนเตม็ (…เอ..)
ได้ รอ้ ยละ ได้ ร้อยละ ผ่าน ไม่ผา่ น
19 46 9 90 /
29 qo 9 9. /
39
9อ 9 90 /
49 9อ 9 90 ป
59 9อ 9 qo /
69 90 9 9อ /
79 90 9 9อ /
89 qo 9 9° V
99 9อ 9 90 1
10 9 90 9 0µ /
9 9o N
11 9 ฯอ 9 9° /
12 4 90
13 9 9 ° 9 %/
14 9 10 9 ฯอ ร
15 9 9อ
9 9o ป
16 g µ 9 90 /
17 9 90 5 9อ /
18 9 g 0 9 อ/
19 7 90 9 9อ ✓
20 9 9อ 1 ฯ.. -
21 9 9อ 9 9อ ป
22 9 50 \ 9⑧ /
23 9 50 9 9° ✓
24 9 y0 4 9อ ✓
25 9 go 9 า/
9 ๑0 /
26 ฯ 50
ฑุ
26
ท่ี ด้านความรู้ ด้านทักษะ ผลการ
คะแนนเต็ม (…10..) กระบวนการ ประเมนิ
คะแนนเตม็ (…แ..)
ได้ ร้อยละ ได้ ร้อยละ ผ่าน ไมผ่ ่าน
3027
ะ28
29
เกณฑ์การประเมิน
นักเรยี นได้คะแนนร้อยละ 75 ข้นึ ไป ถือว่าผ่านเกณฑ์
สรุปผลการประเมิน
ผ่านเกณฑ์ จำนวน....................คน
ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน....................คน
ฺนู้รุ๋รู๋รุ๋ร
คำชี้แจง 27
แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคลชนั้ ม.6
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ความหมายของสถติ ศิ าสตร์และข้อมลู
ทำเคร่อื งหมาย ✔ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่นักเรยี นปฏิบตั ิ ดังนี้
ระดบั 3 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมให้เหน็ มาก
ระดับ 2 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมให้เหน็ ปานกลาง
ระดบั 1 หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ น้อย
ลำดบั ความ มรี ะเบยี บวินัย ความรบั ผดิ คะแนนรวม เกณฑ์การประเมนิ หมายเหตุ
ที่ กระตือ ชอบ
รือรน้
321 3 2 1 321 ผ่าน ไม่ผ่าน
1/ / ✓ 9/
2/
3/ / / 9/
4/ 9/
5/ / / 9✓
6✓ / /
7/ / g/
8ร / 9/
9/ / /
10 / / 9/
11 / /
12 ✓ / / 9/
13 / 9/
14 / / / 9/
15 / 9/
16 / / /
9/
17 / / /
gr
18 / / /
19 / 9/
20 / / /
21 / 9/
/ / 9/
/
r / 9/
/ / g/
/ gr
/ / g/
g/
✓ /
/
/
/
/
28
ลำดับ ความ มรี ะเบียบวินยั ความรบั ผิด คะแนนรวม เกณฑ์การประเมิน หมายเหตุ
ท่ี กระตือ ชอบ
รือรน้
321 3 2 1 321 ผ่าน ไมผ่ า่ น
22 / / / ¥/
23 r
24 / r r g/
25 /
26 / / / g/
g/
/ r g/
/
/
27 / / / g/
28 r
/ / g-
29 / / / g/
30 r / / g/
ลงชือ่ ............ป...อ....ง...ก....บ................... ผปู้ ระเมิน
(นายปองภพ ปาปะโข)
……น…อ…………/………0…5…………./……2…5…6…5…..
29
รายการ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
ประเมิน ต้งั ใจเรยี น และสนใจใน 2
1. ความ การทำกจิ กรรตลอดเวลา ไมต่ งั้ ใจเรยี น และไม่
กระตือรอื รน้ ตัง้ ใจเรยี น และสนใจใน สนใจในการทำ
สมุดงาน ชิ้นงาน สะอาด การทำกจิ กรรมบางเวลา กิจกรรม
2. การมี เรยี บรอ้ ย สมดุ งาน ช้ินงานไม่
ระเบยี บวินยั สมุดงาน ชิน้ งานส่วน คอ่ ยเรยี บร้อย
ในการทำงาน ใหญ่สะอาดเรียบร้อย
3. ความ
รับผดิ ชอบ ส่งงานก่อนหรือสง่ ตาม ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด สง่ งานชา้ กวา่ กำหนด
กำหนด เวลานดั หมาย แตม่ กี ารติดตอ่ ครผู ูส้ อน
มเี หตุผลทร่ี บั ฟังได้
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนรวม ระดบั คณุ ภาพ
8 - 9 ดีมาก
6 - 7 ดี (ผา่ นเกณฑ์)
4 - 5 พอใช้
ต่ำกว่า 4 ปรับปรงุ
30
บันทึกหลงั การสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
1.1 ดา้ นความรู้ (K)
612,6/3,6/4,6/5 ใจ........ก..........บ...น.........น.......ม.............................................................................ค....ต.............ต....า....ม.......เ.....า..........
ดประสง....ต....า....ม.........................................า....น.....ค....ว....า...ม....................ค... ....ไ................ห....น....ด....ไ................................
................................................................................................................................................................
1.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
ปะสง.......ก.....เ...ย...น......น....ม.........เ.../..2....,.6......|...3....,..6..../..4.....,.6...../..5.........ต......ม..า...ล.......า.....ไ.........ด........ ...............................
........า...น........ก...ษ...ะ....ก...ร...ะ..บ....ว...น.....ก..า...ร...ต....า...ม.........ค......ไ.............ห...น...ด..ไ............................................................
............................................................................................................................... .................................
1.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์/เจตคติ (A)
.......ก....เ......ย....น.........น......ม.........เ../..2.....,..6...../..3.....,.6...../...4.....,.6...../...5................ค....ว....า...ม........ .........ย..........................
เ ยน...ใ..............................แ...ล....ะ...ร..อ...บ...ค...อ...บ.........ต...า..ม.........ณ.......ก...ษ....ณ....ะ........น........ง....ป.....ะ...ส....ง........../...เ..จ...ต....ค........
..........ค.....ไ...............ห....น...ด..ไ........................................................................................ .................................
1.4 สมรรถนะสำคัญผูเ้ รียน (C)
น...................น........ก..ก......า....ร........บ..อ......น..ส........า........ร..............ม..ก........า.....ร..อ......../....2ด........,......แ..ม....ล.........ะ....เแ....../....3......,....ญ......ม....ห.......า......6....ต.../...4..า.......ม......,.......ม.......ค..........6......./.ไ...5...........................หม........น......ด..า....ไ..........น........ะ........
............................................................................................................................. ...................................
ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
....-......................................................................................................................... ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชอ่ื ...............ง.....า....น..................(ผู้สอน)
(นายปองภพ ปาปะโข)
วนั ที.่ .......2...0.../..0...5.../..6...5............................
ีม้วำก้ดูร่ีทัป้กิค่ืส้ตีม้ัชีนัน้วำก้ดูร่ีทิต์คึพัอัลุคู้รีร่ฝันิวีมีม้ัชีรัน้ขำก้ดูร่ีทัท้ด์คุจ้ด้ัชีรัน้วำก้ดูร่ีทู้ร้ด์คุจ่กู้นีม้ัชีมัน
31
32
ใบกจิ กรรมท่ี 1 สถิตศิ าสตร์
คำชีแ้ จง ให้นกั เรียนตอบคำถามทคี่ รูกำหนดให้ดังตอ่ ไปน้ี
1.สถิติศาสตร์ หมายความว่าอะไรตามความเขา้ ใจของนักเรยี น
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
....................................................
2.ใหน้ กั เรียนยกตัวอย่าง ปญั หาทีต่ ้องใช้สถติ ิศาสตร์ในการแก้ปญั หามาอยา่ งน้อย 2 ปัญหา
เชน่ การสำรวจความคิดเห็นหรือโพล
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
....................................................
3.ให้นกั เรยี นอธิบาย ประโยชน์ด้านต่างๆ ของสถติ ศิ าสตร์ มา 1 ดา้ น
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
....................................................
ชอ่ื -สกุล ................................................................................... ช้นั ............... เลขท่ี .........
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 4 33
รายวิชา คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหัสวชิ า ค33101 กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรื่อง สถิตศาสตร์และข้อมลู ภาคเรยี นที่ 1/2565
เรือ่ ง คำสำคญั ในสถิตศิ าสตร์
ผ้สู อน นายปองภพ ปาปะโข เวลา 1 ช่ัวโมง
โรงเรยี นอุดรพัฒนาการ
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชวี้ ัด
ค 3.1 ม.6/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถติ ิในการนำเสนอข้อมลู และแปลความหมายของค่าสถติ ิ
เพื่อประกอบการตัดสินใจ
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
สถติ ิและข้อมลู เปน็ การรวบรวมขอ้ มลู สถติ ิเก่ยี วกับจานวนและลกั ษณะของประชากร เป็น
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ออกมาเป็นข่าวสารหรือสารสนเทศ และกระบวนการทางสถิตทิ ีช่ ว่ ยในการสรุปผล
ดังนน้ั สถติ จิ งึ เป็นเครื่องมอื ทส่ี าคัญซึง่ ช่วยใหม้ นษุ ย์ใชเ้ หตผุ ลในการตัดสินใจและยงั มีประโยชน์อย่าง
กว้างขวางในหลากหลายสาขาวชิ า เช่น ด้านการศกึ ษา ด้านวทิ ยาศาสตร์ ด้านการแพทย์ ด้านธรุ กิจ
และอตุ สาหกรรม ด้านการเมืองและการปกครอง
จุดประสงค์การเรยี นรู้ เม่ือเรียนจบคาบน้แี ล้วนักเรียนสามารถ
1. ด้านความรู้ (K)
1.1 นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของสถิตศิ าสตรไ์ ด้ (K)
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
2.1 เขียนหรอื ระบุตวั อยา่ งของกรณีหรือปญั หาทีต่ ้องใช้สถติ ิในการแก้ปญั หาได้ (P)
2.2 เขียนขนั้ ตอนการแก้ปญั หา โดยใชค้ วามร้เู ก่ยี วกบั สถติ ิได้ (P)
3. ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
3.1 แสดงพฤติกรรมมีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ และรอบคอบ (A)
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียนและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1.ความสามารถในการสื่อสาร
2.ความสามารถในการคดิ