34
1) ทักษะการสำรวจค้นหา
2) ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้
3.ความสามารถในการแกป้ ัญหา
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1.มีวินัย
2.ใฝเ่ รยี นรู้
3.มุง่ มั่นในการทำงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำ
1.ครูกล่าวทกั ทายนกั เรียน แลว้ แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ
2.ครูทบทวนความรู้เกี่ยวกับความหมายของข้อมูล การเก็บรวบรวมขอ้ มูล การนำเสนอข้อมลู และ
การแปล ความหมายของข้อมูลที่นักเรียนได้ศึกษามาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ดังนี้
• ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ
สถานทีต่ ่าง ๆธรรมชาติทว่ั ไป
• การเก็บรวบรวมข้อมูล หมายถึง ขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการทางสถิติที่มี
ความสำคัญ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ตอบสนองวัตถุประสงค์ และสอดคล้องกับกรอบ
แนวความคิด สมมตฐิ าน เทคนคิ การวัด และการวิเคราะหข์ ้อมูล
• การนำเสนอข้อมูล หมายถึง การนำเสนอผลการจัดระเบียบข้อมูล เพื่อให้ผู้รับข้อมูล
สามารถพิจารณารายละเอียดท่ตี ้องการทราบไดง้ า่ ย และรวดเรว็
• การแปลความหมายของข้อมลู เป็นการหาข้อสรุปจากการนำเสนอขอ้ มลู
ข้ันสอน
3.ครูให้นกั เรียนอา่ นความหมายของประชากรและความหมายของกล่มุ ตัวอยา่ ง
ประชากร หมายถงึ กลุ่มของหนว่ ยทั้งหมดในเร่ืองที่สนใจศกึ ษา หนว่ ยในที่นีอ้ าจเป็น คนสตั ว์
35
ส่งิ ของ
ตวั อย่าง หมายถงึ กลุ่มยอ่ ยของประชากรท่ถี ูกเลือกมาเป็นตวั แทนของประชากร โดยทัว่ ไปมี
วตั ถปุ ระสงค์เพื่อชว่ ยให้ตวั อย่างในการสรปุ ผลเกย่ี วกับลกั ณะของประชากรทีส่ นใจ
4.ครูยกตวั อยา่ ง เรอ่ื งผ้ปู ว่ ยโรคเบาหวาน เพื่อให้นักเรยี นเขา้ ใจในความหมายของประชากรและ
กลมุ่ ตวั อยา่ ง
ถ้ากำหนดให้ประชากรคือผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทย พ.ศ.256 ประชากรคือผู้คอื ผ้ปู ่วย
โรคเบาหวานในประเทศไทย พ.ศ.2564ทัง้ หมด กลุ่มตวั อย่างคอื คอื ผปู้ ่วยโรคเบาหวานในประเทศไทย
พ.ศ.2564 ทีส่ ุ่มตวั อย่างมาจำนวน 10,000 คน หรอื กลุ่มตวั อยา่ งคือผู้ป่วยโรคเบาหวานในภาคเหนอื
ของประเทศไทย พ.ศ.2564
5.ครูบอกความหมายของตัวแปรและความหมายของข้อมูล
ตวั แปร หมายถึง ลักษณะบางประการของประชากรหรือตวั อย่างทส่ี นใจข้อมูล หมายถงึ
ขอ้ ความจรงิ เก่ยี วกบั เร่ืองใดเร่ืองหน่งึ ท่สี ามารถใชใ้ นการสรุปผลในเรอ่ื งทสี่ นใจศกึ ษา อาจเป็นไปได้
ทง้ั ตวั เลข หรอื ไม่ใช้ตัวเลข หรอื อาจจะหมายถึงคา่ ของตวั แปรทส่ี นใจศกึ ษา
6.ครูยกตวั อย่าง สถิติการมาโรงเรยี นของนักเรยี นชน้ั ม.6 วันท่ี 5 มกราคม พ.ศ. 2565
จำนวนนักเรียนทง้ั หมด (คน) จำนวนนักเรียนท่มี าเรียน (คน) รวมนกั เรียน
หอ้ ง ชาย หญงิ ชาย หญงิ ทมี่ าเรียน (คน)
ม.6/1 15 22 15 10 25
ม.6/2 20 18 20 18 38
ม.6/3 18 18 16 17 33
ม.6/4 19 17 19 17 36
จงระบุวา่ จำนวนประชากร ตัวอย่าง ตัวแปร และข้อมูลของการสำรวจนีค้ ืออะไร
วิธที ำ ประชากร คือนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท6่ี ทกุ คน
ตวั อย่าง คอื นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที6่ /1 จำนวน 27 คน
ตัวแปร คือ เพศ(ชาย-หญิง)
ข้อมูล คอื ค่าของตัวแปรทเ่ี ก็บรวบรวมได้
7.ครูบอกความหมายของพารามเิ ตอร์และยกตัวอย่างประกอบใหเ้ หน็ ถึงความหมายได้อย่างชัดเจน
36
พารามเิ ตอร์ หมายถึง ค่าวดั ท่ีแสดงลกั ษณะของประชากร ซึง่ คา่ คงตวั ที่คำนวณ หรือ
ประมวลจากข้อมลู ท้ังหมดของประชากร
ตวั อยา่ ง ถา้ กำหนดให้ประชากรคือผปู้ ว่ ยโรคโควิด-19 ในประเทศไทย พ.ศ.2565 พารามิเตอร์
อาจจะเปน็ ไดด้ ังน้ี 1.อายเุ ฉล่ียของผ้ปู ว่ ยโรคโควิด-19 ในประเทศไทย พ.ศ.2565
2.ฐานนิยมของอาชพี ของผูป้ ว่ ยโรคโควิด-19 ในประเทศไทย พ.ศ.2565
8.ครูบอกความหมายของค่าสถิตแิ ละยกตวั อย่างประกอบใหเ้ หน็ ถึงความหมายได้อยา่ งชดั เจน
คา่ สถิติ หมายถึง เปน็ ค่าคงตัวที่พิจารณาจากข้อมลู ของตวั อย่าง โดยมีวัตถุประสงคเ์ พื่ออธบิ าย
ลกั ษณะของตัวอย่างน้นั หรอื เพือ่ ประมาณคา่ ของพารามิเตอรแ์ ล้วนำไปใชใ้ นการอธิบายลกั ษณะของ
ประชากร
ตวั อยา่ ง ถ้ากำหนดให้ประชากรคือผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศไทย พ.ศ.2565 และเลอื ก
ตัวอยา่ งคือผู้ปว่ ยโรคโควดิ -19 ในประเทศไทย พ.ศ.2565 ที่สุ่มตวั อยา่ งมาจำนวน 10,000 คน คา่ สถติ ิ
อาจเป็นได้ ดังน้ี
1. อายเุ ฉลยี่ ของผปู้ ่วยโรคโควดิ -19 ในประเทศไทย พ.ศ.2565 ทสี่ ุ่มตัวอยา่ งมาจำนวน 10,000
คน
2.ฐานนิยมของอาชีพของผปู้ ่วยโรคโควดิ -19 ในประเทศไทย พ.ศ.2565 สุ่มตัวอยา่ งมาจำนวน
10,000 คน
ขั้นสรุป
7.ครูยกตวั อยา่ งสถานการณ์ปัญหา การสำรวจเกี่ยวกบั อาชีพในฝนั ของนักเรียนในยคุ ดิจิทลั แล้วให้
นักเรยี นระบุ ประชากร ตัวอย่าง ตัวแปร ข้อมูล และคา่ สถิติของการสำรวจน้คี อื อะไร
8.ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปคำตอบจากสถานการณืปญั หา
9.ครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝึกหัด 1.2
สือ่ การเรยี นร้แู ละแหลง่ การเรียนรู้
1. สอื่ การเรยี นรู้
1.1 หนงั สือเรยี นรายวชิ าคณิตศาสตร์พ้ืนฐาน ม.6 (สสวท.)
2. แหล่งการเรยี นรู้
2.1 ห้องสมุดกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ โรงเรียนอุดรพฒั นาการ
37
การวดั ผลและประเมนิ ผล
สิ่งที่ต้องการวัด วธิ /ี เครอ่ื งมอื การวัดผล เกณฑท์ ่ตี อ้ งการให้ผา่ น
ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 75 ขึ้นไป
1.นกั เรียนสามารถบอก แบบฝึกหัด 1.2 ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 75 ขน้ึ ไป
ความหมายของสถิตศิ าสตร์ได้ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึ้นไป
(K)
2.1 เขียนหรือระบุตวั อยา่ งของ แบบฝกึ หัด 1.2
กรณหี รือปัญหาทต่ี ้องใช้สถิตใิ น
การแก้ปัญหาได้ (P)
2.2 เขยี นข้ันตอนการแก้ปัญหา
โดยใช้ความรเู้ กี่ยวกบั สถติ ิได้ (P)
3. นักเรยี นสามารถแสดง แบบบนั ทกึ การสังเกตพฤติกรรม
พฤติกรรมมวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ และ นักเรยี น
รอบคอบ (A)
38
แบบประเมนิ ด้านความรู้ (K) และดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1/2565
ด้านความรู้ ด้านทักษะ ผลการ
กระบวนการ ประเมนิ
ที่ คะแนนเต็ม (…(อ..) คะแนนเต็ม (…10..)
ได้ รอ้ ยละ ผา่ น ไม่ผา่ น
ได้ ร้อยละ
8 5อ /
1 8 80 /
2 8 8จ 8 ขอ
38 /
48 5- 5 8อ
58 ขอ 8 8• /
8 8• /
80 5 8อ
V
68 50 8 80
78 8อ V
88 8$ 8 8•
8 8จ /
98 80
10 8 ขอ 5 8อ ✓
11 8 8•
12 8 5 8อ ✓
13 8 80 /
50 8 ขอ /
8 80
14 8 50 /
8 5อ
15 8 8• ์
16 8 8 ขอ
17 8 ขอ 8 ro /
18 8 ✓
80 y 8จ
y 8อ ✓
8อ ir 80
✓
19 8 80 8ด
20 8 8° /
21 8 8° 5 80
22 8 8 8ว /
8° 8 8*
/
23 8 50 g g-
24 8 86 8 80 /
25 8 80
26 8 50 V 8ว /
_
/
์
ชุ
39
ท่ี ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ ผลการ
คะแนนเตม็ (…lo..) กระบวนการ ประเมนิ
คะแนนเต็ม (…lo..)
ได้ รอ้ ยละ ได้ ร้อยละ ผา่ น ไม่ผา่ น
27
28
29
30
เกณฑก์ ารประเมนิ
นักเรยี นได้คะแนนร้อยละ 75 ขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
สรปุ ผลการประเมิน
:ผา่ นเกณฑ์ จำนวน....................คน
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน....................คน
ู้รู๊ณู่ร
คำชีแ้ จง 40
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคลชนั้ ม.6
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ความหมายของสถติ ิศาสตร์และข้อมูล
ทำเครื่องหมาย ✔ ลงในช่องระดับคะแนนพฤตกิ รรมทน่ี ักเรียนปฏบิ ัติ ดังน้ี
ระดับ 3 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เหน็ มาก
ระดับ 2 หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ ห็นปานกลาง
ระดบั 1 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นน้อย
ลำดบั ความ มีระเบยี บวนิ ัย ความรับผดิ คะแนนรวม เกณฑ์การประเมิน หมายเหตุ
ที่ กระตอื ชอบ
รือรน้
321 3 2 1 321 ผา่ น ไม่ผ่าน
1d / / 9r
2/
/ / gr
3/ / / 9r
4/ / /
5/ g✓
6r / /
7/ 9/
8/ r r gr
9/
10 ✓ r / gr
11 / / /
12 / 9/
13 / / /
14 / / g/
15 d /
/ // g_
/ / gr
/
r / g/
/ / gr
/
9r
g/
16 r / / s/
17 / / / 9r
18 r
/ / 5r
19 r / / g/
20 / / / 5✓
21 / / g/
/
41
ลำดับ ความ มรี ะเบยี บวนิ ัย ความรบั ผดิ คะแนนรวม เกณฑ์การประเมนิ หมายเหตุ
ที่ กระตือ ชอบ
รือร้น
321 3 2 1 321 ผา่ น ไมผ่ า่ น
22 / / / 9/
23 / /
24 r / 9/
25 / r
26 / / r gr
9/
27 / / r
r g/
28 / /
/ / 5/
9/
/
29 / / / g/
9/
30 / ✓ /
ลงช่อื ..........ป.....อ....ม...า..น..................... ผปู้ ระเมิน
(นายปองภพ ปาปะโข)
………2…6………/………0……5………./……2…5…6…5…..
42
รายการ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
ประเมิน ต้งั ใจเรยี น และสนใจใน 2
1. ความ การทำกจิ กรรตลอดเวลา ไมต่ งั้ ใจเรยี น และไม่
กระตือรอื รน้ ตัง้ ใจเรยี น และสนใจใน สนใจในการทำ
สมุดงาน ชิ้นงาน สะอาด การทำกจิ กรรมบางเวลา กิจกรรม
2. การมี เรยี บรอ้ ย สมดุ งาน ช้ินงานไม่
ระเบยี บวินยั สมุดงาน ชิน้ งานส่วน คอ่ ยเรยี บร้อย
ในการทำงาน ใหญ่สะอาดเรียบร้อย
3. ความ
รับผดิ ชอบ ส่งงานก่อนหรือสง่ ตาม ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด สง่ งานชา้ กวา่ กำหนด
กำหนด เวลานดั หมาย แตม่ กี ารติดตอ่ ครผู ูส้ อน
มเี หตุผลทร่ี บั ฟังได้
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนรวม ระดบั คณุ ภาพ
8 - 9 ดีมาก
6 - 7 ดี (ผา่ นเกณฑ์)
4 - 5 พอใช้
ต่ำกว่า 4 ปรับปรงุ
43
บันทกึ หลงั การสอน
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
ใจ นศ.......ก....เ.....ย...น.........น.......ม.........6...|..2....-.....6....1..5............ค...ว...า..ม..........ค....ว...า...ม.....า.............ต....า..ม.........ด........................
ต.....น.....ค....ว..า...ม.................ค.......ไ................ห....น....ด....ไ......................... ................................................................
................................................................................................................................................................
1.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
....ก.....เ.....ย....น........น.......ม...........6...|..2...-......6...1..5........ส....า....ม......ม...า...........ต....า...ม........ด.....ป.....ะ...ส... .ง..............................
.....า....น.........ก.....ษ.....ะ...ถ......น......น.......ก....า...ร......ต....า...ม..........ค........ไ............ ..ห....น....ด....ไ........ไ......................................
............................................................................................................................... .................................
1.3 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์/เจตคติ (A)
น เ ยนใ....ก.....เ.....ย....น................ม.........เ.../..2......-....ม.........6.../.5............ต.......เ....ย.............ย.................... ................แ...ก....ม...ห....อ...ม..
ต....า....ม..........ณ......ส.....ก....อ.....ต...........น........ง.....ป.....ร...ะ....ส....ง........./...เ..จ...ต....ค.....................ไ............า...ห.....า.....ไ...............
............................................................................................................................... .................................
1.4 สมรรถนะสำคญั ผ้เู รยี น (C)
.....ก....เ......ย....น.....ม...........6..../.2......-....ม..........6...1...5.................ส....ม....ม......า.......พ.....ย......า....น.......ต. .....า....................น..........
.แ...ล....ะ......ก....า....ร...แ............ญ......ห....า......ต.....า....ม...........ฒ....ู...ไ............ ......ห....น....ด...ไ...................................................
............................................................................................................................. ...................................
ปญั หาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
-............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงช่ือ........ป....อ...อ..ก..ฟ.......................(ผู้สอน)
(นายปองภพ ปาปะโข)
วนั ท.ี่ ...2...6.../..0...5.../..6...5................................
้วำก้ด่ีทัป้ก่ืต่ีทีรัน้ข้ถ้ดูน่ีทิต์คึพัอุคู้รีร่ฝันินีมีม้ัชีรัน้ด้วำก้ดูร่ีทัท้ด์คุจำท้ัชีรัน้วำก้ดูร่ีทู้รุจู้รีม้ัชีรัน
44
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 5 45
รายวิชา คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหัสวิชา ค33101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้
คณิตศาสตรห์ นว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรื่อง สถติ ศาสตรแ์ ละข้อมูล ภาคเรยี นที่ 1/2565
เร่ือง ประเภทของข้อมลู (1)
ผูส้ อน นายปองภพ ปาปะโข เวลา 1 ชั่วโมง
โรงเรนี อดุ รพัฒนาการ
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชว้ี ัด
ค 3.1 ม.6/1 เข้าใจและใช้ความรทู้ างสถติ ิในการนำเสนอข้อมลู และแปลความหมายของคา่ สถิติ
เพื่อประกอบการตัดสินใจ
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ขอ้ มลู (data) หมายถึง ข้อความจรงิ เกยี่ วกับเรื่องใดเรื่องหนงึ่ อาจเป็นได้ทง้ั ข้อความและ
ตวั เลขท่ปี ระมวลผลได้ และประเภทของข้อมลู สามารถจำแนกได้จากวธิ กี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล และ
จากลักษณะของขอ้ มลู ดงั น้ี
การจำแนกประเภทของขอ้ มูลตามวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
• ข้อมูลปฐมภูมิ (primary data) เป็นข้อมูลที่ได้จาก แหล่งกำเนิดของข้อมูลโดยตรง ซึ่ง
รวบรวมมาได้จากการสัมภาษณ์ วัด นับ หรือสังเกตจากแหลง่ ข้อมูลเบือ้ งตน้ โดยการทำสำ
มะโนหรือการสำรวจตวั อยา่ ง
• ข้อมูลทุติยภมู ิ (secondary data) เปน็ ขอ้ มูลทผ่ี ใู้ ชไ้ มต่ อ้ งเก็บรวบรวมเอง แต่มหี นว่ ยงาน
อน่ื ๆ ที่ทำการเกบ็ รวบรวมไวแ้ ลว้
สาระการเรียนรู้
ประเภทของข้อมูล จำแนกตามแหล่งท่ีมาของข้อมูล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เม่ือเรียนจบคาบนี้แล้วนักเรียนสามารถ
1. ดา้ นความรู้ (K)
1.1 บอกไดว้ ่าข้อมลู ที่กำหนดให้เป็นขอ้ มลู ปฐมภูมหิ รือข้อมูลทตุ ยิ ภมู ิ (K)
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ (P)
46
2.1 อธบิ ายได้ว่าสถติ ทิ กี่ ำหนดใหเ้ ป็นสถิตปิ ระเภทใด (P)
3. ด้านคุณลักษณะ (A)
3.1 มคี วามกระตือรอื รน้ สนใจ และเข้าร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้ (A)
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1.ความสามารถในการสื่อสาร
2.ความสามารถในการคดิ
- การให้เหตผุ ล การสรุปความรู้ การปฏบิ ตั ิ
3.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1.มวี นิ ยั
2.ใฝเ่ รยี นรู้
3.มุ่งมั่นในการทำงาน
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำ
1.ครูเกริ่นนำด้วยประเด็นข่าว เช่น การเลือกตั้งนายก ก.ท.ม คะแนนเสียงเลือกตั้งล่าสุด ให้
นักเรียนฟัง พร้อมทั้งบอกที่มาของข้อมูลดังกล่าวให้นักเรียนทราบ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงไปยังเนื้อหา
ความรูท้ ก่ี ำลังจะมีการเรยี นการสอนต่อไป
2.ครูถามคำถามนกั เรยี น ดังน้ี
• ข้อมูลหมายถึงอะไร
ขา่ วสาร ข้อเท็จจริง
• ข่าวทคี่ รูเลา่ เมื่อสักครู่ ถอื เปน็ ข้อมลู หรือไม่
เปน็ ขอ้ มลู
47
ขน้ั สอน
3.ครูอธิบายเก่ียวกับความหมายของข้อมลู ดังน้ี ข้อมูล (data) หมายถึง ข้อความจริงเกี่ยวกับ
เรื่องใดเรื่องหนึ่ง อาจเป็นได้ทั้งข้อความและตัวเลขที่ประมวลผลได้ ข้อมูลแบ่งได้หลายแบบ อาทิ
ข้อมูลปฐมภูมิ ขอ้ มูลทุตยิ ภูมิ ข้อมลู อนุกรมเวลา ขอ้ มลู มาตราวดั
4. ครใู หน้ กั เรียนพจิ ารณาประเภทของข้อมูลทีจ่ ำแนกตามแหลง่ ท่มี าของขอ้ มูล
ข้อมูลปฐมภมู ิ คือ ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงทไ่ี ดจ้ ากการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจากแหล่งข้อมูลโดยตรง ซ่งึ อาจทำได้ 2 วธิ ี คอื
1. การสำมะโน คือ การเก็บรวบรวมข้อมลู จากทกุ หนว่ ยของประชากรหรือส่ิงทตี่ ้องการจะศึกษา ซึง่ ทำการเก็บรวบรวม
ขอ้ มลู โดยการสัมภาษณ์ ทดลอง หรอื สงั เกตจากทุกหน่วยของประชากร ทำใหเ้ สยี เวลาและคา่ ใช้จา่ ยสงู
จงึ ไมค่ ่อยไดร้ บั ความนิยมมากนักในทางปฏิบตั ิ ยกเว้นประชากรมีขนาดเล็กหรือมีขอบเขตไม่กว้างนัก
2. การสำรวจจากกลมุ่ ตัวอย่าง คือ การเกบ็ รวบรวมข้อมูลทเี่ ลือกตัวอยา่ งหรือตัวแทนจากทุกลักษณะของประชากร
หรอื สง่ิ ทตี่ ้องการจะศึกษาเทา่ นน้ั
ขอ้ มูลทตุ ิยภมู ิ เป็นข้อมูลที่ไดจ้ ากแหล่งท่ีไมใ่ ช่เป็นแหล่งกำเนิดข้อมูลโดยตรง ซ่ึงผอู้ น่ื หรือหน่วยงานอ่ืนได้เก็บรวบรวมไว้แลว้
มาใชง้ านโดยไม่ตอ้ งลงมอื เก็บรวบรวมขอ้ มลู เอง เชน่ สถติ จิ ำนวนประชากรท่กี รมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยรวบรวม
ตพี มิ พ์เผยแพร่
แหล่งท่มี าของขอ้ มูลทุติยภมู ิที่สำคญั
1. รายงานตา่ ง ๆ ของหนว่ ยงานราชการและองค์กรของรฐั บาล
2. รายงานและบทความจากหนงั สอื หรือรายงานจากหน่วยงานเอกชน
5.ครูใช้คำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้
• หากเราตอ้ งการเกบ็ ข้อมลู ความสงู ของนกั เรยี นในห้องเรยี นของเรา เราสามารถเก็บ
รวบรวมข้อมูลดว้ ยวธิ ีใด
(โดยการสมั ภาษณ์)
• ข้อมูลที่ได้จัดเป็นข้อมลู ปฐมภมู ิใชห่ รอื ไม่
(ใช่)
• นกั เรียนคิดว่าหากเราไม่อยากสมั ภาษณเ์ พื่อนทุกคนในหอ้ ง แตเ่ ราไปขอขอ้ มลู ความสงู
ของเพ่อื นในหอ้ งของเราจากครูทีป่ รึกษาทไี่ ด้เกบ็ รวบรวมข้อมูลไว้แลว้ ข้อมูลท่นี ักเรยี นได้มาจะเป็น
48
ข้อมูลปฐมภมู ิหรือทุตยิ ภูมิ เพราะอะไร
(เปน็ ทุติยภมู ิ เพราะข้อมูลปฐมภมู ิ คอื ข้อมลู หรือข้อเท็จจริงที่ไดจ้ ากการเกบ็ รวบรวม
ข้อมลู
จากแหลง่ ข้อมลู โดยตรง แต่เราไปขอข้อมลู มาจากแหลง่ ขอ้ มลู ที่ไดม้ ีการเก็บรวบรวมขอ้ มูลไวแ้ ล้ว)
6.ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ยี วกบั แหลง่ ท่มี าของข้อมลู ปฐมภมู ิและข้อมลู ทุตยิ ภมู ิที่สำคญั ดังนี้
ขอ้ มูลปฐมภูมิ
1) ข้อมูลความพึงพอใจในสินค้าที่เจ้าของสินค้าเก็บรวบรวมจากผู้ใช้สินค้าหรือผู้บริโภคเป็น
ขอ้ มลู ปฐมภูมิของเจา้ ของสินค้า
2.) ข้อมูลการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลบันทึกไว้ในประวัติผู้ป่วย เป็นข้อมูลปฐมภูมิของ
โรงพยาบาล
ขอ้ มลู ทตุ ยิ ภมู ิ
1) รายงานต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐบาล โดยทั่ว ๆ ไป หน่วยงาน
ราชการ หรอื องค์กรของรฐั บาล มักจะมีรายงานแสดงข้อมูลพมิ พ์ออกมาเผยแพร่เปน็ ประจำ
ซึ่งอาจเป็นรายงานรายเดือน รายสามเดือน หรือรายปี ข้อมูลที่ได้จากรายงานต่าง ๆ ของ
หน่วยงานราชการและองค์กรของรัฐบาลนี้อาจถือได้วา่ เป็นที่มาของข้อมลู ทุติยภมู ทิ ีส่ ำคญั
ทีส่ ดุ
2) รายงานและบทความจากหนังสือหรอื รายงานจากหน่วยงานเอกชน หนว่ ยงานของเอกชน
บางแหง่ โดยเฉพาะหน่วยงานใหญ่ ๆ จะพมิ พร์ ายงานเกย่ี วกบั ผลการดำเนินงานของ
ตนออกเผยแพร่เช่นเดียวกบั หน่วยงานของราชการ เชน่ รายงานประจำเดือนของ
ธนาคารพาณิชย์ นอกจากน้ี หนังสือพมิ พ์รายวัน หรอื ส่ืออื่น ๆ มกั จะมีข้อมลู ทตุ ยิ ภูมิ
ประกอบบทความหรอื รายงานด้วย
49
ข้นั สรุป
7). ครแู สดงแผนภาพความคิดของวธิ ีการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
วิธีการเกบ็ รวบรวม วิธีการเกบ็ รวบรวมข้อมลู วิธีการเก็บรวบรวม
ข้อมูลปฐมภูมิ ขอ้ มูลทุติยภูมิ
การสัมภาษณ์ จากรายงาน
การสอบถามทางไปรษณยี ์ จากบทความ
การสอบถามทางโทรศัพท์
การสังเกต จากเอกสารตา่ ง ๆ ที่นา่ เชื่อถอื
การทดลอง
8) ครูบอกข้อดีของขอ้ มูลทตุ ิยภมู ิ
ข้อดีของข้อมูลทุตยิ ภูมิคือผใู้ ชไ้ ม่ตอ้ งเสียเวลาและค่าใชจ้ า่ ยในการเก็บรวบรวมข้อมูลเองสามารถ
นำขอ้ มลู ทม่ี ผี ้อู ่ืนเก็บรวบรวมไวแ้ ลว้ มาใชไ้ ดเ้ ลย แต่อยา่ งไรกต็ ามผูใ้ ช้จะต้องระมัดระวังในการนำ
ข้อมูลประเภทน้มี าใช้ เนื่องจากมีโอกาสผดิ พลาดไดง้ ่าย ดงั นัน้ การนำข้อมลู ทตุ ยิ ภมู ิมาใชจ้ ึงมสี ง่ิ
สำคญั ท่คี วรจะพิจารณาดังต่อไปนี้
1.บคุ คลหรอื หน่วยงานท่จี ดั ทำรายงาน บทความ หรือเอกสาร มคี วามรู้ความเชี่ยวชาญใน
เรอ่ื งนั้น
2.ควรเก็บรวบรวมข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง ถ้าสามารถทำได้ เพอ่ื ใชใ้ นการตรวจสอบข้อมลู
3.พิจารณาจากลักษณะของข้อมูล ถ้าเป็นข้อมูลทเ่ี ป็นข้อความจริง ข้อมูลที่ไดจ้ ากทะเบยี น
4.ข้อมูลทเ่ี ก็บรวบรวมได้มาจากการสำรวจตวั อยา่ ง ควรจะตอ้ งมีการตรวจสอบทเ่ี หมาะสม
9.ครใู ห้นกั เรยี นทำใบกิจกรรมท่ี 2 เรอ่ื ง ประเภทของข้อมลู ท่ีจำแนกตามแหล่งที่มาของข้อมลู
จากนั้นสลับผลงานกับเพื่อน เพื่อร่วมกันตรวจสอบและแก้ไขใหถ้ กู ตอ้ ง
50
สอื่ การเรยี นรู้และแหล่งการเรียนรู้
1. ส่ือการเรยี นรู้
1.1 หนงั สอื เรยี นรายวชิ าคณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน ม.6 (สสวท.)
1.2 PowerPoint เร่อื ง ประเภทของข้อมลู (1)
2. แหล่งการเรยี นรู้
2.1 ห้องสมดุ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ โรงเรยี นอดุ รพัฒนาการ
การวดั ผลและประเมนิ ผล
สิง่ ทต่ี ้องการวัด วิธ/ี เครอ่ื งมือการวัดผล เกณฑ์ท่ีตอ้ งการใหผ้ ่าน
ใบกิจกรรมที่ 3 ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 75 ขน้ึ ไป
1.บอกได้วา่ ข้อมูลท่กี ำหนดให้
เปน็ ข้อมูลปฐมภมู ิหรือข้อมูล ใบกจิ กกรมท่ี 3 ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 75 ขึ้นไป
ทุตยิ ภูมิ (K) ผา่ นเกณฑร์ ะดับ 2 ข้ึนไป
แบบบนั ทกึ การสังเกตพฤติกรรม
2 อธบิ ายไดว้ า่ สถิติท่กี ำหนดให้ นกั เรียน
เปน็ สถติ ิประเภทใด (P)
3. มคี วามกระตือรือรน้ สนใจ
และเข้าร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
(A)
51
แบบประเมินดา้ นความรู้ (K) และด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 1/2565
ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะ ผลการ
กระบวนการ ประเมิน
ท่ี คะแนนเตม็ (…เอ..) คะแนนเต็ม (…เอ..)
ได้ รอ้ ยละ ได้ รอ้ ยละ ผ่าน ไม่ผ่าน
18 80 8 8• /
8 50 /
28 80
38 8 /8อ
8o
8 รอ /
48 8อ
58 5อ 8 80 /
68 8อ /8 น.
78 80
8 น° /
88 go 8 8• /
98 50
8 8• /
10 8 8เ 8 ขอ /
11 8 8• 8 80 /
12 8 8อ 8 80 /
13 8 ขอ 8 80 /
14 8 80 8 80 /
15 8 8อ 8 8อ /
8 80 /
16 8 8•
17 V 8. 8 8จ /
18 8 8. 8 8อ /
19 8 8ว 8 8° /
8 80 /
20 8 8ว
21 8 80 8 50 ร
22 8 80 8 5o _
23 8 80 8 50 /
8 8• -
24 8 8ว
25 8 80 8 5* r
26 8 80 8 อย
น้
52
ที่ ดา้ นความรู้ ดา้ นทกั ษะ ผลการ
คะแนนเตม็ (…เอ..) กระบวนการ ประเมิน
คะแนนเตม็ (…เอ..)
ได้ รอ้ ยละ ได้ ร้อยละ ผ่าน ไมผ่ ่าน
27 8 8อ 8 8ว ์
28 8 5อ 8 80 /
29 8 %8อ 8 80 ั
30 8 /
80 8
เกณฑก์ ารประเมนิ
นกั เรียนได้คะแนนร้อยละ 75 ขึน้ ไป ถือว่าผ่านเกณฑ์
สรุปผลการประเมิน
ผา่ นเกณฑ์ จำนวน.......ง...•..........คน
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน........0............คน
คำช้แี จง 53
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคลชัน้ ม.6
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ความหมายของสถติ ิศาสตรแ์ ละขอ้ มลู
ทำเคร่ืองหมาย ✔ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมทนี่ ักเรียนปฏิบัติ ดงั น้ี
ระดบั 3 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดับ 2 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นปานกลาง
ระดับ 1 หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ นอ้ ย
ลำดับ ความ มรี ะเบียบวินยั ความรับผดิ คะแนนรวม เกณฑ์การประเมิน หมายเหตุ
ท่ี กระตือ ชอบ
รอื ร้น
321 3 2 1 321 ผา่ น ไม่ผ่าน
1/ / / 9r
2/
3/ / / gr
4/
5/ / r 9/
6/ / 9/
7/ /
8/ / / 9/
9/ / 9/
10 / ✓ 9/
11 / / g/
12 / / g/
13 / / 9/
14 / /
15 / r g/
16 / r /
17 / / g/
18 / / 9/
19 / r
/ 9/
r
/ / gr
r / 9✓
9/
/ /
/ 9/
/
/ r 9/
/ /
/
/
20 / / / g/
21 / / / g/
54
ลำดับ ความ มีระเบียบวินยั ความรับผิด คะแนนรวม เกณฑก์ ารประเมิน หมายเหตุ
ที่ กระตอื ชอบ
รือรน้
321 3 2 1 321 ผ่าน ไมผ่ า่ น
22 r N ✓ 9/
23 / /
24 / / 9/
25 / / /
26 / 9/
27 / ✓ /
28 / / g/
/ / 9/
/ / 9/
/
9/
29 r r r gr
30 / 9/
/ /
ลงชอ่ื ............ป....อ...เ..ก....น.................... ผปู้ ระเมนิ
(นายปองภพ ปาปะโข)
………2…………/………0…6…………./……2…5……6…5..
55
รายการ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
ประเมิน ต้งั ใจเรยี น และสนใจใน 2
1. ความ การทำกจิ กรรตลอดเวลา ไมต่ งั้ ใจเรยี น และไม่
กระตือรอื รน้ ตัง้ ใจเรยี น และสนใจใน สนใจในการทำ
สมุดงาน ชิ้นงาน สะอาด การทำกจิ กรรมบางเวลา กิจกรรม
2. การมี เรยี บรอ้ ย สมดุ งาน ช้ินงานไม่
ระเบยี บวินยั สมุดงาน ชิน้ งานส่วน คอ่ ยเรยี บร้อย
ในการทำงาน ใหญ่สะอาดเรียบร้อย
3. ความ
รับผดิ ชอบ ส่งงานก่อนหรือสง่ ตาม ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด สง่ งานชา้ กวา่ กำหนด
กำหนด เวลานดั หมาย แตม่ กี ารติดตอ่ ครผู ูส้ อน
มเี หตุผลทร่ี บั ฟังได้
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนรวม ระดบั คณุ ภาพ
8 - 9 ดีมาก
6 - 7 ดี (ผา่ นเกณฑ์)
4 - 5 พอใช้
ต่ำกว่า 4 ปรับปรงุ
56
บนั ทึกหลงั การสอน
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
612,6/3,6/4,6/5 ใจ..........ก...........บ...น.........น.......ม.............................................................................ค....ต............ต.....า...ม.......เ.....า........
ดประสง......ต.....า...ม..........................................า...น......ค....ว...า...ม....................ค. ......ไ.................ห....น....ด....ไ.............................
................................................................................................................................................................
1.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
ปะสง.........ก....เ....ย...น......น....ม.........เ.../.2....,..6.....|...3....,..6...../..4....,..6...../..5.........ต.....ม...า..ล.......า......ไ.........ด...... ...............................
..........า..น........ก...ษ....ะ....ก...ร...ะ..บ....ว..น......ก..า..ร...ต....า...ม.........ค.......ไ.............ห...น...ด.ไ...........................................................
............................................................................................................................... .................................
1.3 คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์/เจตคติ (A)
.........ก....เ.....ย.....น.........น......ม........เ.../..2....,..6...../..3.....,..6...../..4.....,..6...../..5.................ค....ว...า....ม...... ..........ย.........................
เ ยน.....ใ.............................แ....ล...ะ...ร...อ..บ....ค...อ...บ........ต...า...ม........ณ........ก...ษ...ณ.....ะ........น........ง....ป....ะ...ส....ง.........../...เ.จ....ต....ค......
............ค.....ไ...............ห...น....ด..ไ...................................................................................... .................................
1.4 สมรรถนะสำคญั ผูเ้ รียน (C)
น....... ................น........ก..ก....า....ร..........บ..อ......น..ส........า........ร..............ม..ก......า.......ร..อ......../....2ด......,........แม......ล.......ะ......เแ....../..3......,......ญ....ม....ห.......า.......6.....ต../....4.า.......ม......,.......ม.......ค..........6......./.ไ..5.............................หม......น........ดา......ไ........น..........ะ....
............................................................................................................................. ...................................
ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะอื่นๆ
......-....................................................................................................................... ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชือ่ ..............ป...อ...น....า...น...............(ผู้สอน)
(นายปองภพ ปาปะโข)
วนั ท.่ี ............2....|..แ......|....6...5.......................
้วำก้ดูร่ีทัป้กิค่ืส้ตีม้ัชีนัน้วำก้ดูร่ีทิต์คึพัอัลุคู้รีร่ฝันิวีมีม้ัชีรัน้ขำก้ดูร่ีทัท้ด์คุจ้ด้ัชีรัน้วำก้ดูร่ีทู้ร้ด์คุจ่กู้นีม้ัชีมัน
57
58
ใบกิจกรรมท่ี 2 ประเภทของขอ้ มลู ทจี่ ำแนกตามแหลง่ ทมี่ าของขอ้ มลู
คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
1.ประเภทของข้อมลู สามารถจำแนกได้อย่างไร
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
2.การจำแนกประเภทของขอ้ มูลตามวธิ ีการเกบ็ รวบรวมข้อมลู มีข้อมูลอะไรบ้าง
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
3.ขอ้ มลู ปฐมภูมิเปน็ อย่างไร
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
4.การเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภมู ิทำได้อย่างไร
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
5.ขอ้ มูลทุตยิ ภูมิเปน็ อยา่ งไร
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ชือ่ -สกลุ ......................................................................................... เลขที่ .............. ช้ัน ...............
59
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 6
รายวชิ า คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน รหสั วชิ า ค33101 กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ความหมายของสถติ ิศาสตรแ์ ละขอ้ มลู ภาคเรียนที่ 1/2565
เร่อื ง ประเภทของขอ้ มลู (2) เวลา 1 ชั่วโมง
ผสู้ อน นายปองภพ ปาปะโข
โรงเรียนอุดรพัฒนาการ
มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ช้วี ดั
ค 3.1 ม.6/1 เขา้ ใจและใชค้ วามรู้ทางสถติ ิในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายของค่าสถติ ิเพ่ือ
ประกอบการตัดสินใจ
สาระสำคญั
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เมอื่ เรียนจบบทเรียนน้ีแล้ว นักเรียนสามารถ
1. ด้านความรู้ (K)
1.1 บอกได้ว่าสถติ ิทใ่ี ห้มาเปน็ สถิตปิ ระเภทใด (K)
2. ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
2.1 อธิบายไดว้ า่ สถติ ิที่กำหนดใหเ้ ปน็ สถิตปิ ระเภทใด (P)
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
3.1 มีความกระตือรือรน้ สนใจ และเข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ (A)
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
- การใหเ้ หตุผล การสรุปความรู้ การปฏบิ ัติ
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
60
สาระการเรียนรู้
ข้อมลู (data) หมายถงึ ข้อความจริงเกีย่ วกับเร่ืองใดเรอื่ งหนงึ่ อาจเป็นได้ทง้ั ข้อความและ
ตวั เลขที่ประมวลผลได้ และประเภทของข้อมลู สามารถจาแนกได้จากวิธกี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล และ
จากลกั ษณะของขอ้ มูล ดังน้ี
การจาแนกประเภทของข้อมลู ตามระยะเวลาทีจ่ ดั เก็บ
ขอ้ มลู อนุกรมเวลา (time series data) คอื ข้อมลู ทีเ่ กิดข้ึนและจัดเก็บตามลาดับเวลา
ต่อเน่ืองกนั ไปตลอดชว่ งๆหน่ึง
ข้อมูลตดั ขวาง (cross-sectional data) ขอ้ มูลท่บี อกสถานะหรอื สภาพของสิ่งทีส่ นใจ ณ จดุ
หนง่ึ ของเวลา
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำ
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั ทบทวนการจำแนกประเภทของข้อมลู
2. ครใู ห้นักเรยี นจับคู่สบื คน้ ข้อมูลแลว้ ยกตวั อย่างของข้อมูลที่มกี ารจำแนกประเภทของข้อมูลตาม
ลักษณะของข้อมูล ลงในสมุดจากนั้นครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอโดยครูตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ ง และอธิบายเพม่ิ เติม
ขน้ั สอน
3.ครอู ธบิ ายการแบง่ ประเภทของข้อมูลตามระยะเวลาทจ่ี ดั เกบ็ ใหน้ กั เรียน
4.ครใู หน้ ักเรียนอ่านความหมาย ของ ข้อมูลอนกุ รมเวลา
5.ครูยกตัวอย่างท่ีเกยี่ วกับอนุกรมเวลา ให้กับนกั เรียนเพื่อให้เขา้ ใจมากข้ึน
ตัวอยา่ ง ยอดขายสนิ ค้ารายเดือนตั้งแตเ่ ดือน มกราคม พ.ศ. 2564 ถงึ เดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2564
คอื ยอดขายสินคา้ ท่เี กิดข้นึ และมกี ารบนั ทกึ ในแต่ละเดือนวา่ เปน็ เท่าใดตลอดช่วงน้ัน ซ่งึ เมื่อนำข้อมลู
รายเดอื นมาเรยี งตอ่ กันตามลำดับเวลา จะแสดงการเคลื่อนไหวข้นึ ลงของยอดขายสนิ ค้ารายเดือน
ในชว่ งน้นั ว่าเปน็ อยา่ งไรเดือนใดมียอดขายสงู สุดและเดอื นใดมยี อดขายตำ่ สดุ ลักษณะการ
เปลยี่ นแปลงหรือเคลื่อนไหวเมอื่ เวลาเปล่ยี นแปลงอยา่ งไร
6.ครูบอกความของข้อมลู ตัดขวาง และยกตัวอย่างประกอบ
7.ครูใหน้ ักเรยี นทำใบกิจกรรมท่ี 3 เรอื่ ง ประเภทของข้อมลู ตามระยะเวลาทจ่ี ดั เกบ็
61
ขน้ั สรุป
8.ครูส่มุ นกั เรียน 3-4 คนให้นำเสนอใบกิจกรรม
9.ครอู ธิบายเพิ่มเติมกับคำตอบของนักเรียนจากใบกิจกรรม
10.ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปการแบ่งประเภทของข้อมูลตามระยะเวลาที่จดั เกบ็
สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1. สอื่ การเรยี นรู้
1.1 หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 บทที่ 1
ความหมายของสถติ ศิ าสตรแ์ ละข้อมูล ของ สสวท.
1.2 ใบกจิ กรรมที่ 3 เร่อื ง ประเภทของข้อมูลตามระยะเวลาท่จี ดั เก็บ
2. แหลง่ การเรียนรู้
2.1 ห้องสมุดกลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ของโรงเรยี นอุดรพฒั นาการ
การวัดผลและประเมินผล
สิ่งท่ตี ้องการวดั วิธี/เครอ่ื งมือการวดั ผล เกณฑ์ท่ีต้องการให้ผา่ น
ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 75 ขนึ้ ไป
1.นักเรยี นสามารถบอกได้วา่ สถติ ิ ใบกจิ กรรมท่ี 3 ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 75 ขน้ึ ไป
ทใี่ หม้ าเป็นสถิติประเภทใด (K)
ผ่านเกณฑ์ระดบั 2 ขึน้ ไป
2.นกั เรียนสามารถอธบิ ายไดว้ ่า ใบกจิ กรรมที่ 3
สถิติทก่ี ำหนดให้เป็นสถิติ
ประเภทใด (P)
3.1นักเรียนมีความกระตอื รือร้น แบบบนั ทึกการสงั เกตพฤตกิ รรม
สนใจ และเข้ารว่ มกจิ กรรมการ นกั เรียน
เรียนรู้ (A)
62
แบบประเมินดา้ นความรู้ (K) และดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 1/2565
ด้านความรู้ ด้านทักษะ ผลการ
กระบวนการ ประเมนิ
ที่ คะแนนเตม็ (…เ.อ.) คะแนนเตม็ (…เอ..)
ได้ รอ้ ยละ ผา่ น ไมผ่ า่ น
ได้ รอ้ ยละ
9 90 /
1 9 90 N
9 90 /
29 ฯอ V
39 90 9 9จ
/
49 90 9 9อ
d
59 9° 9 9อ 1
/
69 90 9 โอ
/
79 90 9 90
/
89 90 9 9°
/
99 90 9 50
/
10 9 9อ q g*.
/
11 9 ย° 9 9อ
/
12 9 90 9 90 /
9 9°
13 9 9° /
9 9⑥
14 9 9อ /
9 รอ
15 9 9° /
9 90 /
16 9 9อ
9 ฯจ /
17 9 9°
9 9อ /
18 9 90
9 9° /
19 9 90
9 90 /
20 9 90
9 1จ /
21 9 9อ 9 9อ
r
22 9 90 9 90
/
23 9 90 g%
24 9 go 9 90
25 9 90 9 9ว
26 9 90
63
ด้านความรู้ ดา้ นทักษะ ผลการ
ท่ี คะแนนเตม็ (…10..) กระบวนการ ประเมนิ
ได้ ร้อยละ คะแนนเต็ม (…10..) ผ่าน ไมผ่ า่ น
27
28 ได้ ร้อยละ
29
30
เกณฑก์ ารประเมิน
นกั เรยี นได้คะแนนร้อยละ 75 ข้ึนไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์
สรปุ ผลการประเมิน
ผ่านเกณฑ์ จำนวน.....3....0...........คน
ไมผ่ ่านเกณฑ์ จำนวน........o............คน
ง๊ืฐู๋
คำชแี้ จง 64
แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คลช้ัน ม.6
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ความหมายของสถิตศิ าสตรแ์ ละขอ้ มูล
ทำเครื่องหมาย ✔ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมทีน่ ักเรียนปฏิบตั ิ ดังนี้
ระดบั 3 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดับ 2 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมให้เหน็ ปานกลาง
ระดบั 1 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ นอ้ ย
ลำดบั ความ มีระเบยี บวินัย ความรับผิด คะแนนรวม เกณฑ์การประเมนิ หมายเหตุ
ที่ กระตอื ชอบ
รอื ร้น
321 3 2 1 321 ผ่าน ไม่ผ่าน
1r r/ 8/
2/ // 8/
3/ // 8/
4/ //
8/
5/ // 8/
6/ // 8/
7/ // 8/
8r // 8/
9/ // 8/
10 / // 8/
11 / 8/
//
12 / // 8/
13 / // 8/
// 8/
14 /
15 / 8/
//
16 / // 8/
17 / // 8/
18 /
19 / // 8/
20 / 8/
21 / // 8/
8/
ไป
65
ลำดับ ความ มรี ะเบยี บวนิ ยั ความรบั ผิด คะแนนรวม เกณฑ์การประเมิน หมายเหตุ
ท่ี กระตือ ชอบ
รือรน้
321 3 2 1 321 ผ่าน ไมผ่ า่ น
22 / // 8/
23 ✓ //
24 r 8/
25 / rr
26 / gr
27 / // 8/
28 / //
29 / // 8/
8/
/r
g/
// 8/
30 / // 8/
ลงช่ือ ..........ป...อ..ง..ค....น........................ ผปู้ ระเมนิ
(นายปองภพ ปาปะโข)
………g…………/………อ…6…………./………6…5……..
66
รายการ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
ประเมิน ต้งั ใจเรยี น และสนใจใน 2
1. ความ การทำกจิ กรรตลอดเวลา ไมต่ งั้ ใจเรยี น และไม่
กระตือรอื รน้ ตัง้ ใจเรยี น และสนใจใน สนใจในการทำ
สมุดงาน ชิ้นงาน สะอาด การทำกจิ กรรมบางเวลา กิจกรรม
2. การมี เรยี บรอ้ ย สมดุ งาน ช้ินงานไม่
ระเบยี บวินยั สมุดงาน ชิน้ งานส่วน คอ่ ยเรยี บร้อย
ในการทำงาน ใหญ่สะอาดเรียบร้อย
3. ความ
รับผดิ ชอบ ส่งงานก่อนหรือสง่ ตาม ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด สง่ งานชา้ กวา่ กำหนด
กำหนด เวลานดั หมาย แตม่ กี ารติดตอ่ ครผู ูส้ อน
มเี หตุผลทร่ี บั ฟังได้
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนรวม ระดบั คณุ ภาพ
8 - 9 ดีมาก
6 - 7 ดี (ผา่ นเกณฑ์)
4 - 5 พอใช้
ต่ำกว่า 4 ปรับปรงุ
67
บนั ทึกหลงั การสอน
1. ผลการจดั การเรยี นรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
ใจ นศ........ก....เ....ย....น.........น.......ม.........6...|..2...-......6...1...5............ค...ว..า...ม.........ค....ว...า....ม....า..............ต...า...ม.........ด.......................
ต......น.....ค...ว...า...ม................ค........ไ................ห....น...ด....ไ......................... ................................................................
................................................................................................................................................................
1.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
.....ก.....เ.....ย....น........น.......ม..........6...|...2...-.....6...1..5........ส.....า....ม.....ม...า............ต....า...ม........ด.....ป.....ะ. .ส.....ง.............................
......า...น..........ก.....ษ....ะ....ถ.....น......น........ก...า...ร.......ต...า....ม.........ค.........ไ..............ห....น....ด....ไ........ไ.....................................
............................................................................................................................... .................................
1.3 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์/เจตคติ (A)
น เ ยนใ....ก.....เ......ย....น...............ม..........เ.../..2.....-.....ม........6.../..5............ต......เ.....ย.............ย................... ................แ....ก...ม....ห...อ....ม.
ต.....า....ม..........ณ.....ส.....ก.....อ.....ต..........น.........ง.....ป.....ร...ะ...ส.....ง........./...เ..จ...ต....ค.....................ไ...........า....ห.....า.....ไ..............
............................................................................................................................... .................................
1.4 สมรรถนะสำคญั ผูเ้ รียน (C)
.....ก.....เ.....ย....น......ม...........6..../.2......-....ม..........6...1..5..................ส....ม....ม......า.......พ.....ย.....า.....น......ต... ........ค...............น..........
.แ....ล....ะ......ก....า...ร....แ............ญ......ห....า......ต.....า....ม...........ฒ...ู....ไ.................ห.....น....ด..ไ...................................................
............................................................................................................................. ...................................
ปญั หาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะอื่นๆ
.-............................................................................................................................ ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชือ่ ...........จ....า...น........................(ผู้สอน)
(นายปองภพ ปาปะโข)
วนั ที.่ .......g.....|...0..6...1...6...5............................
ีม้วำก้ด่ีทัป้ก่ืลิต่ีทีรัน้ข้ถ้ดูน่ีทิต์คึพัอุคู้รีร่ฝันินีมีม้ัชีรัน้ด้วำก้ดูร่ีทัท้ด์คุจำท้ัชีรัน้วำก้ดูร่ีทู้รุจู้รีม้ัชีรัน
68
69
ใบกจิ กรรมท่ี 3 เรอ่ื ง ประเภทของขอ้ มูลตามระยะเวลาที่จดั เก็บ
คำช้ีแจง้ ให้นกั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ใี ห้ถูกต้อง
1.ให้นกั เรยี นยกตัวอย่างสถานการณป์ ญั หา ทีเ่ กย่ี วกับ ข้อมูลอนกุ รมเวลา มา 1 สถานการณ์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ใหน้ ักเรยี นยกตัวอย่างสถานการณ์ปัญหา ทีเ่ กยี่ วกบั ข้อมูลตัดขวาง มา 1 สถานการณ์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.นกั เรยี นคิดวา่ ข้อมลู อนุกรมเวลากบั ข้อมูลตัดขวาง แตกต่างกนั อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ช่ือ-นามสกุล........................................................................... ช้ัน .......... เลขท่ี ...........
70
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 7
รายวิชา คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน รหสั วชิ า ค33101 กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ความหมายของสถิติศาสตรแ์ ละขอ้ มลู ภาคเรยี นท่ี 1/2565
เร่ือง ประเภทของข้อมูล 3 เวลา 1 ช่ัวโมง
ผ้สู อน นายปองภพ ปาปะโข
โรงเรียนอดุ รพฒั นาการ
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วัด
ค 3.1 ม.6/1 เข้าใจและใช้ความรทู้ างสถติ ิในการนำเสนอข้อมูล และแปลความหมายของค่าสถิตเิ พื่อ
ประกอบการตัดสนิ ใจ
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ประเภทของข้อมลู ทีจ่ ำแนกตามลักษณะของขอ้ มลู แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1.ข้อมลู เชงิ ปริมาณ เปน็ ข้อมูลที่วัดคา่ ออกมาเป็นตัวเลข
2.ข้อมูลเชิงคุณภาพ เปน็ ข้อมูลทีไ่ ม่สามารถระบุค่าได้ว่ามากหรือน้อย ไม่สามารถบวก ลบ คณู และ
หารได้ อาจแทนด้วยตวั เลขก็ได้ โดยตวั เลขดงั กลา่ วไมม่ ีความหมายในเชงิ ปรมิ าณ
สาระการเรยี นรู้
ประเภทของขอ้ มูล ท่ีจำแนกตามลักษณะของขอ้ มลู
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เม่อื เรียนจบคาบน้ีแลว้ นกั เรียนสามารถ
1. ด้านความรู้ (K)
1.1 นกั เรียนสามารถบอกไดว้ ่าข้อมูลท่ีกำหนดให้เป็นขอ้ มูลเชงิ ปริมาณหรอื ข้อมูลเชิง
คุณภาพ (K)
2. ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (P)
2.1 อธิบายได้วา่ สถติ ทิ กี่ ำหนดให้เปน็ สถิติประเภทใด (P)
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
3.1 ความกระตือรือร้น สนใจ และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ (A)
71
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี นและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
- การใหเ้ หตผุ ล การสรปุ ความรู้ การปฏิบตั ิ
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1.มีวนิ ยั
2.ใฝเ่ รยี นรู้
3.ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำ
1. นกั เรียนรว่ มกันทบทวนความรูเ้ ดมิ เกยี่ วกับประเภทของขอ้ มูล ท่นี ักเรียนได้ศึกษาจากชัว่ โมงท่ผี ่านมา
โดยใชค้ ำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้
- ประเภทของข้อมูลจำแนกตามลักษณะของอะไรได้บ้าง
ข้ันสอน
2.ครแู ละนักเรยี นร่วมกันพิจารณาประเภทของข้อมลู จำแนกตามลักษณะของข้อมลู ดงั ข้อมลู
ต่อไปน้ี
ข้อมูลเชงิ ปริมาณ เปน็ ข้อมูลที่วดั คา่ ออกมาเปน็ ตวั เลข ที่สามารถเปรยี บเทียบกนั ได้ในลกั ษณะ
มากกวา่
หรือนอ้ ยกว่าเปน็ จำนวนเทา่ ไร แบง่ เปน็ 2 ชนิด คอื
1. ข้อมลู แบบไม่ต่อเนื่อง หมายถึง ข้อมลู ทม่ี ีคา่ เป็นจำนวนเตม็ หรอื จำนวนนับ
2. ขอ้ มูลแบบต่อเนื่อง หมายถึง ขอ้ มลู ท่ีมีค่าต่อเนื่องกันในชว่ งทกี่ ำหนด
72
ข้อมูลเชงิ คณุ ภาพ เปน็ ขอ้ มูลท่ีไมส่ ามารถระบุค่าไดว้ ่ามากหรอื น้อย (ไม่สามารถ
เปรียบเทียบเชงิ ปรมิ าณได)้ ไม่สามารถบวก ลบ คูณ และหารกนั ได้ อาจแทนดว้ ยตัวเลขได้ โดย
ตวั เลขดงั กล่าวไม่มคี วามหมายในเชงิ ปริมาณ
3. ครูให้นกั เรยี นนักเรยี นตอบคำถามแถบขอ้ ความ แล้วบอกวา่ เป็นข้อมลู ประเภทใด ดงั น้ี
พรชยั อายุ 18 ปี (ข้อมลู เชงิ ปริมาณ) ทิพย์ทำอาชพี ค้าขาย (ข้อมลู เชงิ คุณภาพ)
แพรวเปน็ ผู้หญิง (ขอ้ มูลเชิงคุณภาพ) ปวณี านบั ถอื ศาสนาพุทธ (ข้อมูลเชิงคุณภาพ)
พอ่ มีเงนิ เดือน 30,000 บาท (ขอ้ มูลเชิงปริมาณ) มีนาสูง 160 เซนติเมตร (ขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ)
ขน้ั สรุป
4.นักเรียนทำใบงานที่ 1 เร่ือง ประเภทของข้อมูลท่ีจำแนกตามลกั ษณะของขอ้ มูล
จากน้นั สลับผลงานกับเพ่ือน เพอื่ รว่ มกนั ตรวจสอบและแก้ไขใหถ้ กู ตอ้ ง
5.นกั เรียนรว่ มกันสรุปสงิ่ ทเ่ี ข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดงั นี้
ประเภทของข้อมลู ทจี่ ำแนกตามลกั ษณะของขอ้ มูล แบง่ เป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. ขอ้ มลู เชงิ ปริมาณ เปน็ ข้อมูลท่ีวัดค่าออกมาเปน็ ตัวเลข
2. ข้อมลู เชงิ คุณภาพ เป็นขอ้ มลู ที่ไม่สามารถระบคุ ่าได้ว่ามากหรือนอ้ ย ไมส่ ามารถบวก
ลบ คณู และหารได้ อาจแทนด้วยตวั เลขก็ได้ โดยตัวเลขดังกลา่ วไม่มีความหมายในเชงิ ปรมิ าณ
สอ่ื การเรียนรแู้ ละแหลง่ การเรยี นรู้
1. สื่อการเรยี นรู้
1.1 หนงั สอื เรยี นรายวชิ าคณิตศาสตร์พืน้ ฐาน ม.6 (สสวท.)
1.2 แถบข้อความ
1.3 PowerPoint เรอ่ื ง ประเภทของข้อมูล 3
73
2. แหล่งการเรียนรู้
2.1 หอ้ งสมดุ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ โรงเรียนอดุ รพฒั นาการ
การวัดผลและประเมินผล
สิ่งทตี่ ้องการวดั วธิ /ี เครอ่ื งมอื การวดั ผล เกณฑท์ ่ีต้องการให้ผา่ น
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ขึ้นไป
1.นักเรียนสามารถบอกได้ว่าข้อมูล ใบกจิ กรรมท่ี 4
ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 75 ขน้ึ ไป
ทีก่ ำหนดใหเ้ ป็นขอ้ มูลเชงิ ปริมาณ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั 2 ขึน้ ไป
หรอื ข้อมูลเชงิ คุณภาพ
2 อธิบายไดว้ า่ สถติ ิทก่ี ำหนดให้เป็น ใบกจิ กรรมท่ี 4
สถิติประเภทใด (P)
3. มีความกระตือรือร้น สนใจ แบบบนั ทึกการสงั เกต
และเข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ (A) พฤติกรรมนกั เรียน
74
แบบประเมนิ ดา้ นความรู้ (K) และด้านทักษะกระบวนการ (P)
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6/… ภาคเรียนที่ 1/2565
ด้านความรู้ ด้านทักษะ ผลการ
กระบวนการ ประเมนิ
ท่ี คะแนนเต็ม (…เอ..) คะแนนเต็ม (…lo..)
ได้ รอ้ ยละ ผา่ น ไม่ผา่ น
ได้ รอ้ ยละ
9 10 1
19 90
9 9° /
29 90
9 9อ V
39 qo
49 g 9° /
59 qo /
69 9 อาจ
qo 9 go /
90 /
9 90
79 qo d
9 90
89 90 g yo /
9 90 /
99 go
9 90 /
10 9 90
9 90 /
11 9 9จ 9 qo
9 90 /
12 9 bo
9 90 /
13 9 อาจ
9 90 /
14 9 gจ 9 9อ
9 9อ /
15 9 ฯ* 9 qo
/
16 9 9อ 9 90
/
17 9 90 5 90
/
18 9 90 9 90 /
19 9 9อ 9 9อ /
20 9 90 5 40 /
21 9 qo 9 9จ /
22 9 90 g 50 /
23 9 40 ✓
24 9 9° u
25 9 5อ
26 9 ฯ0
75
ด้านความรู้ ด้านทักษะ ผลการ
กระบวนการ ประเมิน
ที่ คะแนนเต็ม (…10..) คะแนนเต็ม (…..)
ได้ รอ้ ยละ ผ่าน ไมผ่ า่ น
ได้ รอ้ ยละ
9 9อ ✓
27 9 90
9 9- /
28 9 90 /
9 go
29 h 90 /
30 9 90 9 go
เกณฑ์การประเมนิ
นักเรยี นได้คะแนนร้อยละ 75 ขึน้ ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์
สรุปผลการประเมิน
ผ่านเกณฑ์ จำนวน......ว....0..........คน
ไม่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน.......6.............คน
คำช้ีแจง 76
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคลชนั้ ม.6
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 ความหมายของสถิตศิ าสตร์และขอ้ มลู
ทำเครือ่ งหมาย ✔ ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมทน่ี ักเรยี นปฏบิ ตั ิ ดังนี้
ระดบั 3 หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นมาก
ระดับ 2 หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ ห็นปานกลาง
ระดับ 1 หมายถงึ แสดงพฤติกรรมให้เหน็ นอ้ ย
ลำดับ ความ มรี ะเบยี บวินัย ความรบั ผดิ คะแนนรวม เกณฑก์ ารประเมนิ หมายเหตุ
ที่ กระตอื ชอบ
รือรน้
321 3 2 1 321 ผา่ น ไม่ผา่ น
1/ / / 9L
2/
3/ / / 9/
4/ g/
5/ r r g/
6/
7/ / / gr
8/
9/ / / 9/
10 /
11 / / / 9/
/ gย
/
/ r 9✓
/ g_
/
/ 9✓
/ r
/
12 / / / 9r
13 /
14 r / r gr
15 / v r g✓
16 / / gr
17 / / /
/ 9/
/
g/
r
18 / / r gr
19 / /
/ 9/
20 / / / g/
21 / r g/
✓
77
ลำดบั ความ มรี ะเบียบวนิ ยั ความรบั ผดิ คะแนนรวม เกณฑ์การประเมิน หมายเหตุ
ท่ี กระตอื ชอบ
รอื รน้
321 3 2 1 321 ผา่ น ไมผ่ า่ น
22 r r r g
23 r r ✓ g
24 / / / 9
25 / / / g
26 / / / g
27 r
ร ✓ g
28 r r ✓ g
29 / / ✓ g
30 ✓ / ✓ g
ลงช่ือ .........ป...อ...ง..ค....น........................ ผปู้ ระเมนิ
(นายปองภพ ปาปะโข)
……1…8…………/……⑥…6……………./……2…56…I……..
78
รายการ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
ประเมิน ต้งั ใจเรยี น และสนใจใน 2
1. ความ การทำกจิ กรรตลอดเวลา ไมต่ งั้ ใจเรยี น และไม่
กระตือรอื รน้ ตัง้ ใจเรยี น และสนใจใน สนใจในการทำ
สมุดงาน ชิ้นงาน สะอาด การทำกจิ กรรมบางเวลา กิจกรรม
2. การมี เรยี บรอ้ ย สมดุ งาน ช้ินงานไม่
ระเบยี บวินยั สมุดงาน ชิน้ งานส่วน คอ่ ยเรยี บร้อย
ในการทำงาน ใหญ่สะอาดเรียบร้อย
3. ความ
รับผดิ ชอบ ส่งงานก่อนหรือสง่ ตาม ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด สง่ งานชา้ กวา่ กำหนด
กำหนด เวลานดั หมาย แตม่ กี ารติดตอ่ ครผู ูส้ อน
มเี หตุผลทร่ี บั ฟังได้
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนรวม ระดบั คณุ ภาพ
8 - 9 ดีมาก
6 - 7 ดี (ผา่ นเกณฑ์)
4 - 5 พอใช้
ต่ำกว่า 4 ปรับปรงุ
79
บนั ทึกหลงั การสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
612,6/3,6/4,6/5 ใจ......ก..........บ....น.........น.......ม.............................................................................ค....ต............ต.....า...ม.......เ.....า............
ดประสง..ต.....า...ม..........................................า...น......ค....ว...า...ม....................ค..... ..ไ.................ห....น....ด....ไ.................................
................................................................................................................................................................
1.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P)
ปะสง......ก....เ....ย...น......น....ม.........เ.../.2....,..6.....|...3....,..6...../..4....,..6..../...5.........ต.....ม..า...ล.......า......ไ.........ด......... ...............................
.......า..น........ก...ษ....ะ....ก...ร...ะ..บ....ว..น.....ก...า..ร...ต....า...ม.........ค.......ไ.............ห...น..ด..ไ.. ............................................................
............................................................................................................................... .................................
1.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์/เจตคติ (A)
......ก....เ.....ย....น..........น......ม........เ../...2....,..6...../..3.....,..6...../..4.....,..6...../..5.................ค....ว...า...ม.......... .......ย............................
เ ยน..ใ.............................แ....ล...ะ...ร..อ...บ...ค....อ...บ........ต...า...ม........ณ........ก...ษ...ณ.....ะ.......น.........ง....ป....ะ...ส....ง.........../..เ..จ....ต....ค.........
.........ค.....ไ..............ห....น....ด..ไ......................................................................................... .................................
1.4 สมรรถนะสำคัญผ้เู รยี น (C)
น. ..............น..........ก..ก....า....ร..........บ..อ....น....ส........า......ร................ม..ก......า.......ร..อ......../..2..ด......,........แม......ล.......ะ......เแ....../..3......,......ญ....ม....ห.......า......6.....ต.../...4..า......ม.......,.......ม.......ค..........6......./.ไ..5............................ห.ม......น......ด..า....ไ..........น..........ะ..........
............................................................................................................................. ...................................
ปญั หาอุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ
....-......................................................................................................................... ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชื่อ..........ม...อ....ง..ค....น...................(ผู้สอน)
(นายปองภพ ปาปะโข)
วันท่.ี .....1..8.....1..0...6...1...6...5............................
้วำก้ดูร่ีทัป้กิค่ืส้ตีม้ัชีนัน้วำก้ดูร่ีทิต์คึพัอัลุคู้รีร่ฝันิวีมีม้ัชีรัน้ขำก้ดูร่ีทัท้ด์คุจ้ด้ัชีรัน้วำก้ดูร่ีทู้ร้ด์คุจ่กู้นีม้ัชีมัน
80
81
ใบกจิ กรรมท่ี 4 เรอื่ ง ขอ้ มลู เชิงปริมาณและข้อมลู เชิงคุณภาพ
คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นนกั เรียนตอบคำถามแถบข้อความ แล้วบอกวา่ เป็นข้อมูลประเภทใด
สมชายเปน็ ผู้ชาย สมคิดนับถือศาสนาผี
เตรียมใจมีท่ีนา 50 ไร่
= สมใจรกั กันกบั สมปอง
พอ่ กบั แมม่ ีเงินเดือนรวมกนั 30,000 บาท สมหมายสงู 145 เซนตเิ มตร
ยอดชาย มีเมยี 4 คน
บญุ ชัยไปวนั ทุกวันจนั ทร์
แพรวเปน็ คุณครู ปวณี ามอี าชีพเปน็ ตำรวจ
พอ่ มรี ายไดว้ นั ละ 450 บาท ธนั วามเี งนิ เกบ็ ในธนาคาร 50,000 บาท
นำ้ ใสทำงานเกยี่ วกบั สายสขุ ภาพ เรืองชัยตื่น 06.30 น ทุกวัน
82
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 8
รายวชิ า คณติ ศาสตร์พื้นฐาน รหสั วชิ า ค33101 กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 ความหมายของสถิติศาสตร์และข้อมูล ภาคเรียนที่ 1/2565
เรอ่ื ง สถติ ศาสตร์เชิงพรรณนา เวลา 1 ชว่ั โมง
ผสู้ อน นายปองภพ ปาปะโข
โรงเรียนอุดรพัฒนาการ
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้วี ัด
ค 3.1 ม.6/1 เขา้ ใจและใชค้ วามรู้ทางสถิติในการนำเสนอข้อมลู และแปลความหมายของค่าสถติ ิเพื่อ
ประกอบการตัดสินใจ
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
สถิติเชิงพรรณนา หรือเรยี กอีกอย่างหน่ึงว่า “สถิติบรรยาย” เป็นสถิตทิ ม่ี ุ่งศึกษาเพอ่ื อธิบาย
เรือ่ งราวต่าง ๆ ของประชากรกลุ่มใดกลุ่มหนงึ่ โดยเฉพาะ อาจเป็นกลุม่ ใหญ่หรือกลมุ่ เล็กกไ็ ด้ โดยทำ
การเกบ็ รวบรวมข้อมลู จากสมาชิกทกุ หนว่ ยในกลุ่มประชากรนน้ั ผลการศกึ ษาใชอ้ ธบิ ายหรอื สรุป
เกีย่ วกบั เรอ่ื งราวของกลมุ่ ที่ศึกษาเท่านั้น ไมส่ ามารถนำผลการศกึ ษาไปสรปุ อา้ งอิงถงึ กลุ่มอื่น ๆ ที่
ไม่ไดศ้ กึ ษา
สาระการเรียนรู้
ประเภทของสถิติ
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เม่ือเรียนจบคาบนแ้ี ล้วนกั เรียนสามารถ
1. ด้านความรู้ (K)
1.1 นักเรียนสามารถบอกบอกได้ว่าสถิติท่ใี หม้ าเป็นสถิตปิ ระเภทใด (K)
2. ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
2.1 อธบิ ายไดว้ า่ สถติ ิทก่ี ำหนดให้เป็นสถติ ปิ ระเภทใด (P)
3. ด้านคุณลักษณะ (A)
3.1 แสดงพฤติกรรมมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ และรอบคอบ (A)
83
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี นและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1.ความสามารถในการสื่อสาร
2.ความสามารถในการคิด
1)ทกั ษะการสำรวจค้นหา
2)ทักษะการประยกุ ต์ใช้ความรู้
3.ความสามารถในการแก้ปัญหา
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1.มีวินัย
2.ใฝเ่ รียนรู้
3.ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำ
1.ทบทวนความรเู้ ดมิ เกยี่ วกับสถติ ทิ น่ี ักเรยี นได้ศกึ ษามากอ่ นหน้าน้ี โดยใช้คำถามกระตุ้นความคดิ
ดงั นี้
1.1 นักเรียนเคยเรยี นสถติ ิมาบา้ งแล้วเมอื่ ตอนชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ดังนน้ั เมื่อพูดถึง
สถติ ิ
เราจะนึกถึงอะไรบา้ ง
(คำตอบ ตวั เลข ร้อยละ เปอร์เซ็นต์ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต พิสยั มธั ยฐาน ฐานนิยม
คา่ เฉล่ยี เรขาคณติ ค่าเฉล่ยี ฮารโ์ มนคิ )
1.2 กระบวนการแกป้ ัญหาทางสถิติประกอบดว้ ยอะไรบ้าง
ขน้ั สอน
2.นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 3-4 คน รว่ มกนั ศกึ ษา ประเภทของสถิติ และอภิปรายหาข้อสรุปรว่ มกนั
ในกลุม่ ยอ่ ย โดยแบ่งเปน็ หัวข้อ ดงั น้ี (นกั เรยี นสามารถสืบค้นขอ้ มลู จากหนังสอื เรียนหรืออินเทอร์เนต็
โดยครูควรแนะนำแหลง่ ข้อมูลท่ีมคี วามนา่ เชื่อถือใหก้ ับนักเรียน)