The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.1 เทอม 2/2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-11-22 09:16:53

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.1 เทอม 2/2563

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.1 เทอม 2/2563

โครงสรางการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 1
ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศกึ ษา……………. เวลา 80 ช่ัวโมง
เวลา
หนว ยท่ี ชอ่ื หนวย มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั สาระสาํ คัญ (ชม.) น้ําหนัก
3 การเรียนร/ู เรื่อง /สปั ดาห คะแนน

3.1 วสั ดุและการเกดิ มาตรฐานท่ี ว 2.1 -ของเลนและของใชร อบตวั 2 3
เสยี ง เขาใจสมบัตขิ องสาร เราทําจากวัสดุตางๆตัวอยา ง ส.1
3.1.1 มารจู ักวสั ดุ องคประกอบของสสาร วสั ดุเชน ไม โลหะ พลาสติก
ความสมั พนั ธร ะหวา งสมบัติ ยาง แกว ผา กระดาษ เปน
ของสารกับโครงสรา งและ ตน
แรงยึดเหน่ียวระหวา ง
อนุภาคหลักและธรรมชาติ
ของการเปลีย่ นแปลงสถานะ
ของสาร การเกิดสารละลาย
และการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ตวั ชว้ี ัดที่ ป.1/1
อธิบายสมบัตทิ ส่ี ังเกตไดของ
วัสดทุ ใี่ ชทําวัตถุ ซ่ึงทําจาก
วัสดุชนิดเดยี วหรอื หลาย
ชนดิ ประกอบกนั โดยใช
หลักฐานเชงิ ประจักษ
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป. 1/2
ระบชุ นดิ ของวัสดแุ ละ
จัดกลมุ วสั ดตุ ามสมบตั ิ
ที่สังเกตได
ตัวช้วี ัดที่ ป.1/1-ป.1/2
มาตรฐานท่ี ว 8.2
เขาใจและใชแ นวคิดเชิง
คาํ นวณในการแกปญ หาที่
พบในชวี ิตจริงอยางเปน
ข้นั ตอนและเปน ระบบใช
เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอื่ สารในการเรยี นรู
การทํางานและแกป ญ หา
อยางมีประสิทธิภาพ
รเู ทาทัน และมีจริยธรรม

โครงสรางการสอน วิชาวิทยาศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 1 เวลา
ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา……………. เวลา 80 ช่ัวโมง (ชม.)
/สปั ดาห
หนว ยที่ ช่ือหนวย มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด สาระสาํ คัญ นํ้าหนกั
3 การเรยี นร/ู เรอื่ ง 2 คะแนน
ส.1
3.1 วัสดแุ ละการเกดิ มาตรฐานที่ ว 2.1 -ของเลนและของใชรอบตวั 5
เสียง เขา ใจสมบัติของสาร เราทาํ จากวสั ดตุ างๆ หลาย
3.1.2 วสั ดทุ ่ีนํามาทํา องคประกอบของสสาร ชนิดเชนผา กระดาษ ไม
ของเลนของใช ความสัมพันธระหวางสมบัติ โลหะ ยาง พลาสติก
ของสารกบั โครงสรา งและ เปนตน ซึง่ วัสดเุ หลานอ้ี าจมี
แรงยดึ เหนย่ี วระหวาง ลกั ษณะบางอยางเหมือนกนั
อนุภาคหลกั และธรรมชาติ และอาจมบี างอยางแตกตาง
ของการเปล่ียนแปลงสถานะ กนั
ของสารการเกิดสารละลาย
และการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
ตัวชีว้ ัดท่ี ป.1/1
อธิบายสมบตั ทิ ส่ี ังเกตไดของ
วัสดทุ ่ีใชทาํ วัตถุ ซึง่ ทาํ จาก
วัสดุชนิดเดยี วหรือหลาย
ชนิดประกอบกนั โดยใช
หลักฐานเชงิ ประจกั ษ
ตัวชว้ี ัดที่ ป. 1/2
ระบชุ นิดของวสั ดแุ ละ
จัดกลมุ วสั ดุตามสมบัติ
ที่สังเกตได
ตัวชีว้ ัดท่ี ป.1/1-ป.1/2
มาตรฐานที่ ว 8.2
เขาใจและใชแนวคิดเชิง
คาํ นวณในการแกปญ หาท่ี
พบในชวี ิตจริงอยา งเปน
ขั้นตอนและเปนระบบ ใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศและ
การสื่อสารในการเรียนรูก าร
ทํางานและการแกปญ หาได
มีประสทิ ธภิ าพ รูเ ทาทันและ
มจี ริยธรรม

โครงสรา งการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 1 เวลา
ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศึกษา……………. เวลา 80 ช่ัวโมง (ชม.)
/สัปดาห
หนวยท่ี ช่ือหนวย มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสําคัญ นาํ้ หนกั
3 การเรียนร/ู เรอื่ ง 4 คะแนน
ส.2
3.1 วัสดแุ ละการเกิด มาตรฐานท่ี ว 2.1 - ของเลน และของใชร อบตัว 10
เสยี ง เขา ใจสมบัติของสาร เราทําจากวัสดตุ า งๆ หลาย
3.1.3 สมบตั ิของวัสดุที่ องคประกอบของสสาร ชนดิ เชน ผา กระดาษไม
ใชท าํ ของเลนของใช ความสัมพนั ธร ะหวางสมบัติ โลหะ ยาง พลาสตกิ
ของสารกบั โครงสรางและ เปนตน ซง่ึ วสั ดุเหลานอ้ี าจมี
แรงยดึ เหน่ยี วระหวาง ลกั ษณะบางอยา งเหมือนกัน
อนุภาคหลกั และธรรมชาติ และอาจมีบางอยางแตกตา ง
ของการเปลี่ยนแปลงสถานะ กัน
ของสารการเกดิ สารละลาย
และการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
ตัวชวี้ ดั ที่ ป.1/1
อธิบายสมบัติที่สงั เกตไดของ
วัสดทุ ีใ่ ชท าํ วตั ถุ ซ่ึงทําจาก
วัสดุชนิดเดียวหรือหลาย
ชนิดประกอบกนั โดยใช
หลกั ฐานเชิงประจักษ
ตัวช้วี ดั ที่ ป. 1/2
ระบุชนดิ ของวสั ดแุ ละ
จัดกลมุ วัสดุตามสมบตั ิ
ทสี่ งั เกตได
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป.1/1-ป.1/2
มาตรฐานท่ี ว 8.2
เขาใจและใชแ นวคดิ เชงิ
คํานวณในการแกปญ หาที่
พบในชวี ติ จริงอยางเปน ขั้น
ตอนและเปนระบบ ใชเทค
โนโลยีสารสนเทศและการ
ส่อื สารในการเรยี นรู การ
ทํางานและการแกปญ หา
ไดอ ยางมปี ระสทิ ธภิ าพ
รูเทา ทันและมีจรยิ ธรรม

โครงสรางการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 1 เวลา
ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศึกษา…………… เวลา 80 ชัว่ โมง (ชม.)
/สัปดาห
หนว ยที่ ชื่อหนวย มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั สาระสาํ คัญ นํ้าหนกั
การเรียนร/ู เรอื่ ง 4 คะแนน
ส.3
3 3.1 วสั ดแุ ละการเกิด มาตรฐานท่ี ว 2.1 - ของเลน และของใชรอบตวั 5
เสียง เขาใจสมบัติของสาร
3.1.4 ลกั ษณะของวสั ดุ องคประกอบของสสาร เราทาํ จากวสั ดุตางๆหลาย
ความสมั พนั ธระหวา งสมบัติ ชนิดเชน ผา กระดาษ ไม
ของสารกบั โครงสรางและ โลหะ ยาง พลาสตกิ
แรงยดึ เหนยี่ วระหวาง เปน ตน ซึง่ วัสดุเหลาน้อี าจมี
อนภุ าคหลักและธรรมชาติ ลักษณะบางอยา งเหมือนกัน

ของการเปลี่ยนแปลงสถานะ และอาจมบี างอยา งแตกตา ง
ของสารการเกิดสารละลาย กัน
และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
ตัวชว้ี ัดท่ี ป.1/1
อธิบายสมบตั ทิ ส่ี ังเกตไดของ
วัสดทุ ใี่ ชทาํ วตั ถุ ซง่ึ ทําจาก
วสั ดชุ นิดเดยี วหรอื หลาย
ชนดิ ประกอบกนั โดยใช
หลักฐานเชงิ ประจักษ
ตัวชวี้ ดั ท่ี ป. 1/2
ระบุชนิดของวัสดแุ ละ
จดั กลมุ วสั ดุตามสมบัติ
ทสี่ ังเกตได
ตัวชวี้ ดั ท่ี ป.1/1-ป.1/2
มาตรฐานท่ี ว 8.2
เขาใจและใชแ นวคิดเชิง
คาํ นวณในการแกป ญหาท่ี
พบในชวี ติ จรงิ อยางเปน
ขัน้ ตอนและเปน ระบบ
ใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอื่ สารในการเรยี นรู
การทํางานและการ
แกป ญหาไดอยา งมี
ประสทิ ธภิ าพ รูเ ทาทนั และ
มจี ริยธรรม

โครงสรางการสอน วิชาวิทยาศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 1 เวลา
ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศกึ ษา………… เวลา 80 ชั่วโมง (ชม.)
/สปั ดาห
หนว ยท่ี ชื่อหนวย มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั สาระสําคญั นํ้าหนกั
3 การเรยี นร/ู เรื่อง 4 คะแนน
ส.4
3.1 วสั ดแุ ละการเกดิ มาตรฐานท่ี ว 2.1 -ของเลน และของใชรอบตัว 5
เสียง เขา ใจสมบัติของสาร เราทาํ จากวสั ดตุ างๆ ทม่ี ี
3.1.5 การจดั กลมุ วตั ถุ องคประกอบของสสาร ลกั ษณะเหมือนกนั หรือ
ตางๆ ความสัมพนั ธระหวางสมบัติ แตกตา งกนั เชน สี พื้นผวิ
ของสารกบั โครงสรางและ รปู ราง ขนาด ความแข็ง
แรงยึดเหน่ยี วระหวาง
อนภุ าคหลกั และธรรมชาติ
ของการเปลีย่ นแปลงสถานะ
ของสารการเกดิ สารละลาย
และการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
ตวั ชีว้ ัดท่ี ป.1/1
อธิบายสมบตั ิทส่ี งั เกตไดข อง
วัสดทุ ใี่ ชทาํ วัตถุ ซ่งึ ทําจาก
วสั ดุชนิดเดียวหรอื หลาย
ชนดิ ประกอบกันโดยใช
หลกั ฐานเชงิ ประจักษ
ตัวช้วี ดั ท่ี ป. 1/2
ระบุชนดิ ของวสั ดแุ ละ
จัดกลมุ วสั ดุตามสมบัติ
ที่สงั เกตได
ตวั ช้ีวดั ท่ี ป.1/1-ป.1/2
มาตรฐานที่ ว 8.2
เขาใจและใชแ นวคิดเชงิ
คํานวณในการแกปญหาท่ี
พบในชีวติ จรงิ อยางเปน
ขั้นตอนและเปน ระบบ
ใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและ
การสอื่ สารในการเรียนรู
การทํางานและการแก
ปญหาไดอยา งมี
ประสทิ ธภิ าพ รเู ทาทนั และ
มจี ริยธรรม

โครงสรา งการสอน วิชาวิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 1
ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศกึ ษา………. เวลา 80 ช่ัวโมง
เวลา
หนวยที่ ชอ่ื หนวย มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั สาระสาํ คัญ (ชม.) นาํ้ หนกั
การเรยี นร/ู เรื่อง /สปั ดาห คะแนน

3 3.1 วัสดุและการเกิด มาตรฐานท่ี ว 2.1 -ของเลน และของใชร อบตัวเรา 4 3
เสยี ง เขา ใจสมบตั ิของสาร ทําจากวสั ดุตา งๆ หลายชนดิ ส.5
3.1.6 เกณฑท่ใี ชจ ัด องคประกอบของสสาร เชน ผา กระดาษ ไม โลหะ
กลุม วสั ดุ ความสมั พนั ธระหวา งสมบตั ิ พลาสติก เปน ตน ซง่ึ วัสดุ
(การจําแนกรปู รา งเปน ของสารกบั โครงสรา งและ เหลา นอ้ี าจมีลักษณะบางอยา ง
เกณฑ) แรงยดึ เหนยี่ วระหวาง เหมือนกันและอาจมบี างอยาง
อนภุ าคหลักและธรรมชาติ แตกตา งกัน

ของการเปลี่ยนแปลงสถานะ
ของสารการเกดิ สารละลาย
และการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
ตวั ช้ีวดั ที่ ป.1/1
อธบิ ายสมบัตทิ ่ีสงั เกตไดของ
วสั ดทุ ่ีใชท าํ วตั ถุ ซงึ่ ทําจาก
วัสดชุ นดิ เดยี วหรือหลาย
ชนดิ ประกอบกันโดยใช
หลกั ฐานเชิงประจกั ษ
ตัวชี้วัดที่ ป. 1/2
ระบุชนิดของวัสดแุ ละ
จัดกลมุ วสั ดตุ ามสมบัติ
ทส่ี งั เกตได
ตัวชว้ี ดั ที่ ป.1/1-ป.1/2
มาตรฐานที่ ว 8.2
เขาใจและใชแนวคดิ เชงิ
คํานวณในการแกปญ หาที่
พบในชวี ิตจรงิ อยางเปน ขัน้
ตอนและเปน ระบบ ใชเ ทค
โนโลยสี ารสนเทศและการ
ส่อื สารในการเรยี นรู การ
ทาํ งานและการแกปญ หา
อยางมปี ระสิทธภิ าพ รูเ ทา
ทัน และมีจริยธรรม

โครงสรางการสอน วิชาวิทยาศาสตร ช้ันประถมศึกษาปท่ี 1
ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา………. เวลา 80 ชั่วโมง
เวลา
หนว ยท่ี ชอ่ื หนวย มาตรฐาน/ตัวชี้วดั สาระสําคญั (ชม.) น้ําหนัก
3 การเรียนร/ู เรอื่ ง /สปั ดาห คะแนน

3.1 วสั ดแุ ละการเกิด มาตรฐานท่ี ว 2.1 - ของเลน และของใชรอบตวั เรา 4 3
เสยี ง เขา ใจสมบตั ิของสาร ทําจากวสั ดตุ า งๆ หลายชนิด ส.6
3.1.7 เกณฑท่ีใชจ ัด องคประกอบของสสาร เชน ผา กระดาษ ไม โลหะ
กลุมวสั ดุ (การจาํ แนกสี ความสมั พันธร ะหวา งสมบตั ิ พลาสติก เปน ตน ซง่ึ วสั ดุ
เปนเกณฑ) ของสารกบั โครงสรา งและ เหลา นีอ้ าจมีลักษณะบางอยา ง
แรงยดึ เหนีย่ วระหวา ง เหมือนกนั และอาจมบี างอยาง
อนุภาคหลกั และธรรมชาติ แตกตา งกนั

ของการเปลย่ี นแปลงสถานะ
ของสารการเกิดสารละลาย
และการเกิดปฏิกิริยาเคมี
ตัวชวี้ ดั ท่ี ป.1/1
อธิบายสมบัติทสี่ ังเกตไดข อง
วัสดุทใ่ี ชทาํ วตั ถุ ซ่งึ ทาํ จาก
วัสดุชนดิ เดียวหรอื หลาย
ชนิดประกอบกันโดยใช
หลกั ฐานเชงิ ประจักษ
ตวั ชีว้ ัดที่ ป. 1/2
ระบชุ นิดของวัสดแุ ละ
จัดกลุมวัสดตุ ามสมบตั ิ
ท่สี งั เกตได
ตัวชี้วดั ท่ี ป.1/1-ป.1/2
มาตรฐานท่ี ว 8.2
เขา ใจและใชแนวคดิ เชิง
คาํ นวณในการแกปญ หาที่
พบในชีวติ จริงอยางเปน
ขัน้ ตอนและเปนระบบ
ใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอ่ื สารในการเรยี นรู
การทํางานและการ
แกป ญหาไดอ ยางมี
ประสิทธภิ าพ รูเทา ทัน และ
มจี รยิ ธรรม

โครงสรางการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี 1
ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา………. เวลา 80 ช่ัวโมง
เวลา
หนวยท่ี ชอ่ื หนวย มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระสําคญั (ชม.) นํา้ หนัก
3 การเรยี นร/ู เรือ่ ง /สัปดาห คะแนน

3.1 วสั ดุและการเกดิ มาตรฐานท่ี ว 2.1 - ของเลนและของใชรอบตวั เรา 4 3
เสียง เขา ใจสมบตั ิของสาร ทาํ จากวสั ดุตา งๆ หลายชนดิ ส.7
3.1.8 เกณฑทีใ่ ชจ ดั องคป ระกอบของสสาร เชนผา กระดาษ ไม โลหะ
กลุม วัสดุ (การจําแนก ความสัมพันธร ะหวา งสมบัติ พลาสตกิ เปน ตน ซง่ึ วสั ดุ
ขนาดเปนเกณฑ) ของสารกบั โครงสรา งและ เหลาน้ีอาจมีลักษณะบางอยา ง
แรงยึดเหนีย่ วระหวา ง เหมือนกันและอาจมบี างอยาง
อนุภาคหลักและธรรมชาติ แตกตางกัน

ของการเปล่ยี นแปลงสถานะ
ของสารการเกดิ สารละลาย
และการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
ตัวช้วี ดั ท่ี ป.1/1
อธิบายสมบตั ิท่สี งั เกตไดของ
วัสดุทใ่ี ชท าํ วัตถุ ซ่งึ ทาํ จาก
วสั ดุชนดิ เดียวหรอื หลาย
ชนดิ ประกอบกนั โดยใช
หลักฐานเชงิ ประจกั ษ
ตัวชี้วัดที่ ป. 1/2
ระบุชนดิ ของวัสดุและ
จดั กลุมวัสดุตามสมบตั ิ
ที่สังเกตได
ตัวชว้ี ัดท่ี ป.1/1-ป.1/2
มาตรฐานท่ี ว 8.2
เขา ใจและใชแนวคิดเชิง
คาํ นวณในการแกป ญหาที่
พบในชวี ติ จริงอยางเปน ข้นั
ตอนและเปนระบบ ใชเ ทค
โนโลยีสารสนเทศและการ
สอื่ สารในการเรยี นรู การ
ทาํ งานและการแกปญ หา
ไดอยางมปี ระสิทธภิ าพ
รเู ทา ทัน และมจี รยิ ธรรม

โครงสรางการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 1
ภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา………. เวลา 80 ชัว่ โมง
เวลา
หนวยท่ี ชือ่ หนวย มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั สาระสาํ คัญ (ชม.) นา้ํ หนัก
3 การเรียนร/ู เร่ือง /สปั ดาห คะแนน

3.1 วสั ดุและการเกดิ มาตรฐานที่ ว 2.1 - ของเลนและของใชร อบตัวเรา 4 3
เสยี ง เขา ใจสมบตั ิของสาร ทาํ จากวสั ดุตา งๆ หลายชนิด ส.8
3.1.9 เกณฑท่ีใชจ ดั องคป ระกอบของสสาร เชน ผา กระดาษ ไม โลหะ
กลุม วัสดุ (การจําแนก ความสัมพนั ธร ะหวา งสมบตั ิ พลาสตกิ เปน ตน ซง่ึ วัสดุ
พน้ื ผิวเปนเกณฑ) ของสารกับโครงสรา งและ เหลา นอ้ี าจมีลักษณะบางอยา ง
แรงยดึ เหน่ียวระหวา ง เหมอื นกันและอาจมีบางอยา ง
อนุภาคหลกั และธรรมชาติ แตกตางกนั

ของการเปลยี่ นแปลงสถานะ
ของสารการเกิดสารละลาย
และการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
ตัวช้ีวัดที่ ป.1/1
อธบิ ายสมบัติทสี่ ังเกตไดของ
วสั ดทุ ี่ใชทาํ วตั ถุ ซึ่งทําจาก
วสั ดุชนิดเดียวหรอื หลาย
ชนิดประกอบกนั โดยใช
หลกั ฐานเชิงประจกั ษ
ตวั ชี้วัดที่ ป. 1/2
ระบชุ นิดของวสั ดแุ ละ
จดั กลมุ วสั ดุตามสมบัติ
ที่สังเกตได
ตวั ช้วี ดั ที่ ป.1/1-ป.1/2
มาตรฐานท่ี ว 8.2
เขาใจและใชแ นวคิดเชงิ
คาํ นวณในการแกปญหาที่
พบในชีวติ จริงอยา งเปน ข้ัน
ตอนและเปนระบบ ใชเ ทค
โนโลยสี ารสนเทศและการ
ส่ือสารในการเรียนรู การ
ทาํ งาน และการแกป ญ หาได
อยา งมปี ระสทิ ธิภาพ รูเทา
ทัน และมีจริยธรรม

โครงสรา งการสอน วิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 1
ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา………. เวลา 80 ชั่วโมง
เวลา
หนวยที่ ชื่อหนวย มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั สาระสําคญั (ชม.) นํ้าหนัก
การเรยี นร/ู เรื่อง /สัปดาห คะแนน

3 3.1 วัสดุและการเกดิ มาตรฐานที่ ว 2.1 - ของเลนและของใชร อบตวั เรา 4 3
เสียง เขา ใจสมบตั ิของสาร ทําจากวสั ดุตางๆ หลายชนดิ ส.9
3.1.10 เกณฑทใ่ี ชจ ดั องคป ระกอบของสสาร เชนผา กระดาษ ไม โลหะ
กลุมวสั ดุ ความสมั พันธระหวา งสมบตั ิ พลาสติก เปน ตน ซงึ่ วสั ดุ
(การจําแนกความแข็ง ของสารกับโครงสรา งและ เหลา น้อี าจมลี กั ษณะบางอยา ง
เปนเกณฑ) แรงยดึ เหนีย่ วระหวา ง เหมือนกนั และอาจมบี างอยาง
อนภุ าคหลักและธรรมชาติ แตกตางกนั

ของการเปลี่ยนแปลงสถานะ
ของสารการเกดิ สารละลาย
และการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป.1/1
อธบิ ายสมบตั ิที่สงั เกตไดข อง
วสั ดทุ ่ีใชทาํ วัตถุ ซ่งึ ทาํ จาก
วัสดุชนดิ เดยี วหรอื หลาย
ชนดิ ประกอบกนั โดยใช
หลกั ฐานเชิงประจกั ษ
ตวั ชว้ี ัดที่ ป. 1/2
ระบุชนดิ ของวัสดุและ
จัดกลมุ วัสดุตามสมบตั ิ
ทีส่ ังเกตได
ตวั ชวี้ ัดที่ ป.1/1-ป.1/2
มาตรฐานที่ ว 8.2
เขาใจและใชแ นวคดิ เชิง
คํานวณในการแกปญ หาที่
พบในชวี ิตจริงอยา งเปนขน้ั
ตอนและเปน ระบบใชเทคโน
โลยีสารสนเทศและการ
สอ่ื สารในการเรียนรู การทํา
งานและการแกปญหาได
อยา งมีประสทิ ธภิ าพ รเู ทา
ทนั และมีจรยิ ธรรม
สอบกลางภาคเรยี นท่ี 2 (ส.10) 15 คะแนน

โครงสรางการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี 1 เวลา
ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา………. เวลา 80 ช่ัวโมง (ชม.)
/สปั ดาห
หนว ยท่ี ช่ือหนวย มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระสําคญั นํ้าหนกั
3 การเรียนร/ู เรอ่ื ง 2 คะแนน
ส.11
3.1 วสั ดแุ ละการเกดิ มาตรฐานที่ ว 2.3 - เสยี งเปน พลงั งานรปู หนงึ่ 3
เสยี ง เขา ใจความหมายของ ที่เราสามารถรบั รูได โดย
3.1.12 การเกดิ เสยี ง พลังงาน การเปลีย่ นแปลง การฟง ผานทางหู เสียงเกดิ
และการถา ยโอนพลงั งาน จากการสน่ั สะเทอื น
ปฏสิ มั พันธร ะหวา งสสาร ของวตั ถุ
และพลงั งาน พลังงานใน
ชวี ิตประจําวนั ธรรมชาติ
ของคล่นื ปรากฏการณท่ี
เก่ียวขอ งกบั เสยี ง แสง และ
คลื่นแมเหล็กไฟฟา รวมท้ัง
นาํ ความรูไปใชป ระโยชน
ตัวชี้วดั ท่ี ป.1/1
บรรยายการเกิดเสียงและ
ทศิ ทางการเคลื่อนท่ีของ
เสียงจากหลักฐานเชิง
ประจักษ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป.1/1
มาตรฐานท่ี ว 8.2
เขาใจและใชแ นวคดิ เชิง
คาํ นวณในการแกป ญหาที่
พบในชีวิตจรงิ อยา งเปน
ข้ันตอนและเปนระบบ
ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การส่อื สารในการเรยี นรู
การทาํ งานและการแก
ปญ หาไดอยา งมีประสิทธิ
ภาพ รเู ทาทนั และมี
จริยธรรม

โครงสรางการสอน วชิ าวิทยาศาสตร ช้ันประถมศึกษาปท่ี 1 เวลา
ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา………….. เวลา 80 ชั่วโมง (ชม.)
/สปั ดาห
หนวยท่ี ชื่อหนวย มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระสําคัญ น้าํ หนัก
3 การเรียนร/ู เร่อื ง 2 คะแนน
ส.11
3.1 วสั ดุและการเกิด มาตรฐานที่ ว 2.3 - แหลงกาํ เนดิ เสยี ง คือ สิ่ง 10
เสียง เขา ใจความหมายของ ทท่ี าํ ใหเ กิดเสยี งเม่ือสิง่ นั้นมี
3.1.13 แหลง กาํ เนดิ พลงั งาน การเปลยี่ นแปลง การสน่ั สะเทือน การทําให
เสยี ง และการถายโอนพลังงาน สง่ิ ตางๆ เกดิ เสยี งไดมี
ปฏสิ ัมพนั ธร ะหวางสสาร หลายวธิ ีดวยกนั เชน ดดี สี
และพลังงาน พลงั งานใน ตี เปา เปนตน ซึง่
ชวี ิตประจําวนั ธรรมชาติ แหลงกําเนิดเสียงแบงได 2
ของคล่ืน ปรากฏการณท่ี ประเภท ไดแก แหลง กําเนดิ
เกีย่ วของกับเสยี ง แสง และ เสียงตามธรรมชาติ และ
คลืน่ แมเ หลก็ ไฟฟา รวมทั้ง แหลงกาํ เนดิ เสียงท่ีมนษุ ย
นาํ ความรูไปใชป ระโยชน สรา งขึน้
ตวั ช้วี ดั ที่ ป.1/1
บรรยายการเกดิ เสียงและ
ทศิ ทางการเคล่ือนท่ีของ
เสียงจากหลกั ฐานเชงิ
ประจักษ
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป.1/1
มาตรฐานที่ ว 8.2
เขา ใจและใชแนวคิดเชงิ
คํานวณในการแกป ญ หาท่ี
พบในชวี ิตจริงอยางเปน
ขน้ั ตอนและเปนระบบ
ใชเทคโนโลยสี ารสนเทศและ
การสื่อสารในการเรียนรู
การทํางานและการ
แกป ญหาไดอยา งมี
ประสิทธภิ าพ รเู ทา ทนั และ

มจี ริยธรรม

โครงสรา งการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 1 เวลา
ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา……….. เวลา 80 ช่ัวโมง (ชม.)
/สัปดาห
หนว ยที่ ชือ่ หนวย มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระสาํ คัญ นํา้ หนกั
การเรียนร/ู เรอ่ื ง 4 คะแนน
ส.12
3 3.1 วสั ดแุ ละการเกดิ มาตรฐานท่ี ว 2.3 - เสียงจะเคล่ือนทอ่ี อกจาก 5
เสียง เขา ใจความหมายของ แหลง กําเนดิ เสียงและ
3.1.14 การเคล่ือนที่ พลงั งาน การเปล่ียนแปลง เคลอ่ื นที่ไปในทุกทิศทางโดย
ของเสยี ง และการถา ยโอนพลงั งาน อาศัยตวั กลางของเสยี ง
ปฏสิ มั พนั ธร ะหวางสสาร
และพลังงาน พลังงานใน
ชวี ิตประจําวัน ธรรมชาติ
ของคลืน่ ปรากฏการณที่
เกยี่ วของกบั เสียง แสง และ
คลื่นแมเ หล็กไฟฟา รวมทัง้
นําความรูไปใชป ระโยชน
ตัวชีว้ ัดท่ี ป.1/1
บรรยายการเกดิ เสยี งและ
ทศิ ทางการเคล่ือนท่ีของ
เสียงจากหลกั ฐานเชิง
ประจกั ษ
ตวั ช้วี ัดที่ ป.1/1
มาตรฐานท่ี ว 8.2
เขา ใจและใชแ นวคดิ เชิง
คํานวณในการแกป ญ หาที่
พบในชวี ติ จรงิ อยา งเปน
ข้นั ตอนและเปน ระบบ ใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศและ
การสือ่ สารในการเรียนรู
การทาํ งานและการแก
ปญหาไดอยา งมี
ประสิทธิภาพ รเู ทาทนั และ
มีจริยธรรม

โครงสรา งการสอน วชิ าวทิ ยาศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 1 เวลา
ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา………… เวลา 80 ชั่วโมง (ชม.)
/สัปดาห
หนว ยท่ี ช่ือหนวย มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั สาระสําคญั นา้ํ หนัก
การเรยี นร/ู เรื่อง 4 คะแนน
ส.13
3 3.1 วสั ดุและการเกิด มาตรฐานที่ ว 2.3 - เสียงจะเคลอื่ นท่อี อกจาก 5
เสยี ง เขา ใจความหมายของ
3.1.15 ทศิ ทางการ พลังงาน การเปลี่ยนแปลง แหลง กําเนิดเสยี งและ
เคลอ่ื นท่ีของเสียง และการถายโอนพลังงาน
ปฏิสมั พันธร ะหวางสสาร เคลอ่ื นที่ไปในทุกทิศทาง
โดยอาศัยตวั กลางของเสียง

และพลงั งาน พลังงานใน
ชีวติ ประจาํ วนั ธรรมชาติ
ของคลื่น ปรากฏการณท่ี
เก่ียวของกบั เสียง แสง และ
คล่นื แมเหลก็ ไฟฟา รวมท้ัง
นาํ ความรไู ปใชป ระโยชน
ตวั ชวี้ ดั ที่ ป.1/1
บรรยายการเกิดเสียงและ
ทิศทางการเคลื่อนที่ของ
เสียงจากหลกั ฐานเชิง
ประจักษ
ตัวชว้ี ัดที่ ป.1/1
มาตรฐานที่ ว 8.2
เขา ใจและใชแนวคดิ เชงิ
คํานวณในการแกปญหาท่ี
พบในชีวติ จรงิ อยา งเปน
ขั้นตอนและเปนระบบ ใช
เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสือ่ สารในการเรียนรู
การทาํ งานและการแก
ปญ หาไดอยางมี
ประสิทธิภาพ รูเทา ทัน และ
มจี รยิ ธรรม

โครงสรา งการสอน วิชาวิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 1 เวลา
ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศกึ ษา………… เวลา 80 ช่ัวโมง (ชม.)
/สัปดาห
หนวยท่ี ชือ่ หนวย มาตรฐาน/ตัวชี้วดั สาระสาํ คญั นํ้าหนกั
4 การเรียนร/ู เรอ่ื ง 4 คะแนน
ส.14
4.1 หินและทองฟา มาตรฐานที่ ว 3.2 -หินจดั เปนทรัพยากร 3
4.1.1 รจู ักหนิ เขาใจองคประกอบและ ธรรมชาติอยางหนึ่ง ซึง่
ความสัมพนั ธข องระบบโลก
กระบวนการเปลย่ี น สามารถพบไดบริเวณที่มี
แปลงภายในโลกและบนผิว ภูเขาและตามแหลง
โลก ธรณพี ิบัติภัย กระบวน ธรรมชาตอิ นื่ ๆ ซ่งึ หนิ แตล ะ
การเปลย่ี นแปลงลม ฟา
อากาศ และภูมิอากาศโลก กอนอาจมีลกั ษณะภายนอก
รวมท้ังผลตอ ส่ิงมีชีวติ และ เหมอื นกนั หรือแตกตา งกัน
สิง่ แวดลอ ม ออกไป
ตวั ช้วี ดั ที่ ป.1/1
อธบิ ายลักษณะภายนอก
ของหินจากลักษณะ
เฉพาะตัวท่ีสงั เกตได
ตัวช้วี ดั ที่ ป.1/1
มาตรฐานที่ ว 8.2
เขาใจและใชแนวคดิ เชิง
คํานวณในการแกป ญ หาท่ี
พบในชวี ติ จรงิ อยา งเปน
ขนั้ ตอนและเปนระบบใช
เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารในการเรียนรู
การทาํ งานและการแก
ปญหาไดอยางมปี ระสิทธิ
ภาพ รูเทาทันและมี
จรยิ ธรรม

โครงสรางการสอน วิชาวทิ ยาศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 1
ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศกึ ษา……….. เวลา 80 ช่ัวโมง
เวลา
หนว ยท่ี ช่อื หนวย มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั สาระสําคัญ (ชม.) นํา้ หนกั
การเรียนร/ู เร่ือง /สัปดาห คะแนน

4 4.1 หินและทอ งฟา มาตรฐานท่ี ว 3.2 - หนิ ที่อยูใ นธรรมชาติมี 4 5
4.1.2 ลกั ษณะ เขา ใจองคประกอบและ ลกั ษณะภายนอกเฉพาะตัวท่ี ส.15
ภายนอกของหิน ความสมั พนั ธข องระบบโลก สังเกตได เชน สี ลวดลาย
กระบวนการเปลยี่ น นาํ้ หนัก ความแข็ง เน้อื หนิ
แปลงภายในโลกและบนผวิ เปนตน
โลก ธรณพี ิบัติภัย กระบวน
การเปลี่ยนแปลงลม ฟา
อากาศ และภมู ิอากาศโลก
รวมทง้ั ผลตอสิ่งมีชวี ิตและ
สิ่งแวดลอม
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป.1/1
อธิบายลักษณะภายนอก
ของหินจากลักษณะ
เฉพาะตัวทส่ี ังเกตได
ตวั ชว้ี ัดที่ ป.1/1
มาตรฐานท่ี ว 8.2
เขาใจและใชแ นวคดิ เชิง
คาํ นวณในการแกปญหาที่
พบในชวี ติ จรงิ อยางเปน ขัน้
ตอนและเปน ระบบใช
เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอ่ื สารในการเรยี นรูการ
ทํางานและการแกปญ -
หาไดอยางมีประสิทธิภาพ
รูเทาทันและมีจรยิ ธรรม

โครงสรา งการสอน วิชาวิทยาศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 1 เวลา
ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศกึ ษา………… เวลา 80 ชั่วโมง (ชม.)
/สปั ดาห
หนว ยท่ี ชอ่ื หนวย มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั สาระสาํ คัญ น้าํ หนัก
4 การเรียนร/ู เรอื่ ง 4 คะแนน
ส.16
4.1 หนิ และทองฟา มาตรฐานท่ี ว 3.2 - หนิ ที่อยใู นธรรมชาติมี 5
4.1.3 การจาํ แนกหิน เขาใจองคป ระกอบและ ลักษณะภายนอกเฉพาะตวั ที่
ความสัมพนั ธข องระบบโลก สังเกตได ไดแ ก สี ลวดลาย
กระบวนการเปลยี่ น นาํ้ หนัก ความแข็ง และเนือ้
แปลงภายในโลกและบนผิว หิน ซ่ึงเราสามารถจาํ แนกหิน
โลก ธรณีพิบตั ภิ ัย กระบวน โดยใชลกั ษณะภายนอกท่ี
การเปล่ยี นแปลงลม ฟา สงั เกตไดเ ปน เกณฑ
อากาศ และภมู ิอากาศโลก
รวมทงั้ ผลตอสง่ิ มชี วี ิตและ
สิง่ แวดลอ ม
ตวั ชวี้ ัดท่ี ป.1/1
อธบิ ายลักษณะภายนอก
ของหนิ จากลกั ษณะ
เฉพาะตวั ทีส่ งั เกตได
ตวั ชีว้ ัดที่ ป.1/1
มาตรฐานท่ี ว 8.2
เขาใจและใชแนวคิดเชิง
คํานวณในการแกปญ หาท่ี
พบในชวี ติ จรงิ อยางเปน ขัน้
ตอนและเปน ระบบใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศและ
การสื่อสารในการเรียนรกู าร
ทาํ งานและการแกปญ -
หาไดอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
รูเทา ทันและมจี ริยธรรม

โครงสรางการสอน วิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศึกษาปที่ 1 เวลา
ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศกึ ษา…………… เวลา 80 ชัว่ โมง (ชม.)
/สปั ดาห
หนว ยที่ ชอ่ื หนวย มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระสาํ คัญ นาํ้ หนกั
4 การเรียนร/ู เร่อื ง 4 คะแนน
- ในเวลากลางวนั ทอ งฟา ส.17
4.1 หนิ และทอ งฟา มาตรฐานท่ี ว 3.1 6
4.1.4 ทอ งฟาในเวลา เขาใจองคป ระกอบ ไดร บั แสงจากดวงอาทิตย
กลางวัน ทอ งฟาจงึ มีความสวาง
ลักษณะ กระบวนการเกดิ สว นในเวลากลางคืน
และวิวฒั นาการของเอกภพ ทองฟา จะมดื เนอ่ื งจาก
กาแล็กซี ดาวฤกษ และระบบ ไมไ ดร บั แสงจากดวง
สรุ ิยะ รวมท้งั ปฏสิ มั พนั ธ อาทติ ย และในเวลา
ภายในระบบสุริยะทสี่ ง ผลตอ กลางคนื เราสามารถ
สิ่งมีชวี ิตและการประยกุ ตใช มองเห็นดวงจันทรและดาว
เทคโนโลยอี วกาศ ไดเ กือบทุกคนื
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป.1/1
ระบดุ าวท่ปี รากฏบนทอ งฟา
ในเวลากลางวนั และกลางคนื
จากขอมูลท่รี วบรวมได
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป. 1/2
อธบิ ายสาเหตุทม่ี องไมเหน็
ดาวสว นใหญใ นเวลากลางวนั
จากหลกั ฐานเชิงประจักษ
ตัวช้วี ดั ท่ี ป.1/1-ป. 1/2
มาตรฐานที่ ว 8.2
เขาใจและใชแ นวคิดเชงิ
คํานวณในการแกปญหาท่พี บ
ในชวี ิตจรงิ อยา งเปน ขนั้
ตอนและเปน ระบบใช
เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสารในการเรยี นรูการ
ทาํ งานและการแกป ญหา
ไดอยางมปี ระสิทธิภาพ
รูเ ทาทนั และมีจรยิ ธรรม

โครงสรางการสอน วิชาวิทยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 1 เวลา
ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา………….. เวลา 80 ชัว่ โมง (ชม.)
/สปั ดาห
หนวยท่ี ชือ่ หนวย มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระสาํ คญั นาํ้ หนกั
การเรยี นร/ู เรื่อง 4 คะแนน
ส.18
4 4.1 หนิ และทองฟา มาตรฐานที่ ว 3.1 - ในเวลากลางวันทองฟา 5
4.1.5 ทองฟา ในเวลา เขา ใจองคป ระกอบ ไดรบั แสงจากดวงอาทติ ย
กลางคนื ลักษณะ กระบวนการเกดิ ทอ งฟา จงึ มีความสวาง
และวิวัฒนาการของเอกภพ สวนในเวลากลางคืน
กาแลก็ ซี ดาวฤกษ และระบบ ทองฟาจะมืด เนื่องจาก
สุรยิ ะ รวมท้ังปฏสิ มั พันธ ไมไ ดร บั แสงจากดวง
ภายในระบบสุรยิ ะทส่ี งผลตอ อาทติ ย และในเวลา
สิ่งมีชวี ิตและการประยกุ ตใช กลางคืนเราสามารถ
เทคโนโลยอี วกาศ มองเห็นดวงจนั ทรและดาว
ตวั ชี้วดั ท่ี ป.1/1
ระบดุ าวทปี่ รากฏบนทอ งฟา ไดเ กือบทุกคนื

ในเวลากลางวันและกลางคนื
จากขอมลู ที่รวบรวมได
ตัวช้วี ดั ที่ ป.1/1
มาตรฐานท่ี ว 8.2
เขา ใจและใชแ นวคิดเชิง
คํานวณในการแกป ญหาท่ีพบ
ในชีวิตจรงิ อยางเปนขนั้ ตอน
และเปน ระบบ ใชเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอื่ สารใน
การเรียนรู การทํางานและ
การแกปญหาไดอยา งมี
ประสิทธภิ าพ รูเ ทา ทนั และมี
จรยิ ธรรม

โครงสรา งการสอน วิชาวิทยาศาสตร ช้ันประถมศึกษาปท ี่ 1 เวลา
ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา………….. เวลา 80 ช่ัวโมง (ชม.)
/สปั ดาห
หนวยท่ี ช่ือหนวย มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั สาระสําคัญ นาํ้ หนัก
4 การเรยี นร/ู เรื่อง 4 คะแนน
ส.19
4.1 หินและทอ งฟา มาตรฐานท่ี ว 3.1 - ในเวลากลางวันเราไม 5
4.1.6 ดาวบนทอ งฟา เขาใจองคประกอบ ลกั ษณะ สามารถมองเหน็ ดาวได
กระบวนการเกิด และววิ ัฒนา เน่อื งจากแสงของดวง
การของเอกภพ กาแล็กซี ดาว อาทิตยสวางกวาจึงกลบ
ฤกษ และระบบสรุ ิยะ รวมท้ัง แสงของดาว สว นในเวลา
ปฏสิ ัมพนั ธภ ายในระบบสุรยิ ะ กลางคนื จะมองเหน็ ดาว
ทส่ี งผลตอ สงิ่ มชี ีวติ และการ และมองเหน็ ดวงจันทร
ประยกุ ตใ ชเทคโนโลยีอวกาศ เกอื บทุกคนื
ตัวชว้ี ัดที่ ป.1/1
ระบุดาวทีป่ รากฏบนทองฟา
ในเวลากลางวันและกลางคนื
จากขอมลู ท่รี วบรวมได
ตวั ชว้ี ัดท่ี ป. 1/2
อธิบายสาเหตทุ ม่ี องไมเ ห็น
ดาวสว นใหญใ นเวลากลางวัน
จากหลกั ฐานเชิงประจักษ
ตัวชี้วัดท่ี ป.1/1-ป.1/2
มาตรฐานที่ ว 8.2
เขาใจและใชแนวคิดเชิง
คาํ นวณในการแกปญ หาทพี่ บ
ในชีวิตจริงอยา งเปน ขั้นตอน
และเปนระบบ ใชเ ทคโนโลยี
สารสนเทศและการสือ่ สารใน
การเรยี นรู การทํางานและ
การแกป ญหาไดอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ รูเ ทา ทนั และมี
จริยธรรม
สอบปลายภาคเรียนท่ี 2 (ส.19)

รวมภาคเรียนที่ 2 80 100

โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา สปั ดาหท่ี …1……

แผนการจดั การเรยี นรู

ภาคเรยี นที่ 2/………… ช่ือผสู อน………………………………………….
กลมุ สาระ วทิ ยาศาสตร ช้ัน ประถมศึกษาปท ่ี 1 จาํ นวน 2 คาบ
หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 วัสดุและการเกดิ เสียง เรอ่ื ง มารูจกั วัสดุ

1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชว้ี ดั

มาตรฐานท่ี ว 2.1 เขา ใจสมบัติของสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธระหวางสมบตั ขิ องสารกบั
โครงสรางและแรงยดึ เหนี่ยวระหวา งอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปล่ยี นแปลงสถานะของสาร การเกิด
สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี

มาตรฐานที่ ว 8.2 เขา ใจและใชแ นวคิดเชิงคาํ นวณในการแกปญ หาท่ีพบในชีวิตจรงิ อยางเปนขั้นตอนและ
เปนระบบ ใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทาํ งาน และการแกปญหาไดอยา งมี
ประสทิ ธิภาพ รูเทาทนั และมีจริยธรรม

ตัวชี้วัดท่ี ป.1/1 อธิบายสมบตั ิทีส่ งั เกตไดของวัสดุท่ีใชท ําวตั ถุ ซึ่งทําจากวสั ดชุ นดิ เดียวหรือหลายชนดิ
ประกอบกนั โดยใชห ลักฐานเชิงประจกั ษ

ตัวชี้วดั ท่ี ป. 1/2 ระบชุ นิดของวัสดุและจัดกลุมวสั ดตุ ามสมบัตทิ ส่ี งั เกตได

2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

ของเลน และของใชร อบตัวเราทาํ จากวัสดุตางๆ ตัวอยางวสั ดุ เชน ไม โลหะ พลาสติก ยาง แกว ผา กระดาษ

เปน ตน

3. จุดประสงคก ารเรียนรู

1. สงั เกตและระบชุ นดิ ของวสั ดุท่ีใชทําของเลน ของใชไ ด (K)

2. จําแนกของเลน ของใชได (P)

3. มคี วามสนใจใฝเรียนรู (A)

4.สาระการเรียนรู

สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทอ งถิ่น

วัสดุท่ีใชทําของเลนของใชมีหลายชนิด เชน ไม โลหะ พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา

พลาสติก ยาง แกว เปน ตน

5.กจิ กรรมการเรยี นรู

คาบท่ี 1

ข้ันนาํ

ขนั้ กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. 1. นักเรียนแตละคนดูภาพวัสดุและลักษณะของวัสดุ จากหนังหนังสือจากน้ันครูถามคําถามสําคัญ

ประจําบทวา ของเลนและของใชแตกตางกันอยางไร แลวใหนกั เรียนชวยกนั ตอบคาํ ถามอยา งอสิ ระ
2. (แนวตอบ : ของเลน คือ ส่ิงท่ีเรานํามาเลนใหเกิดความสนุกสนาน เชนตุกตาลูกแกว ลูกบอล วาว ลูกโปง

หนงั สติ๊ก เปนตน สว นของใชค อื ส่งิ ทเ่ี รานํามาใชงาน เชนเสือ้ ผา กระเปา โตะ รองเทา หมวก เกาอ้ี แกวนํ้า
ดินสอ ยางลบ เปน ตน)

2.นกั เรียนเรยี นรูค าํ ศัพททเ่ี กย่ี วของกบั การเรียนโดยครูเปนผูอานนําและนักเรียนอานตามดังน้ี

Object (ออฟเจค) วตั ถุ
Things (ธิง) ของใช
Toys (ทอยส) ของเลน
Material (แมทธิเรยี ล) วัสดุ

3. นักเรยี นวาดภาพหรอื ติดภาพของเลน และของใชท ่ีนักเรยี นรูจกั มา 3-5 ภาพ พรอ มระบชุ ่ือภาพหรือให
นักเรยี นทาํ กิจกรรมนําสูการเรียนในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร ป.1
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นักเรียนโดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)

ข้ันสอน

ขัน้ สาํ รวจคน หา (Explore)
1.นักเรียนดภู าพและอานขอ มูลจากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตรจ ากนน้ั ครูถามคําถามนักเรียนจากหนังสือ

เรยี นวิทยาศาสตรวา ของเลนและของใชข องเพ่อื นๆ ทํามาจากวสั ดุชนิดใดบาง (แนวตอบ : เชน ไม ยาง โลหะ
พลาสตกิ แกว หนิ กระดาษ ผา เปนตน )

2. ครแู จกบัตรภาพของเลนหรือของใชใหนักเรียนคนละ 1 ภาพคละกันไป จากนั้นใหนักเรยี นนําภาพมาเขา
กลมุ กับเพอ่ื นใหไ ด 4 คน โดยมขี อจํากัดวาตองมีทั้งของเลนและของใชอ ยางละ 2 ชนดิ เพ่ือใหนักเรยี นไดกลมุ
กลุม ละ 4 คน

3. นักเรยี นแตล ะกลุมศึกษาจากภาพทีไ่ ดร ับโดยหาขอมูลวา สิ่งของเหลา นน้ั ทํามาจากวสั ดชุ นดิ ใด จากน้ัน
รวบรวมขอมลู สาํ หรับนาํ มาอธิบายใหเ พ่อื นๆ ฟงเพ่ือแลกเปลย่ี นความรู

4. ครสู มุ เรียกตัวแทนแตล ะกลมุ ใหอ ธิบายขอ มูลจากภาพตัวอยางกลมุ ละ 1 ภาพ จนครบทุกกลมุ
5. ใหแตละกลุมเตรียมวัตถุตา งๆ มาวางไวห นา ชัน้ เรียนดังนี้ ลกู โปง สมดุ ขวดนาํ้
พลาสติก เกา อีไ้ ม ลกู แกว ลูกกญุ แจ ตกุ ตาผา เพือ่ ปฏบิ ตั ิกิจกรรมเรื่อง รจู กั วสั ดุ
6. นักเรียนแตล ะกลุมชวยกนั สังเกตวตั ถุแตล ะชิน้ วาทาํ จากวสั ดุอะไร แลว บันทกึ ผลลงในแบบฝกหัด

วทิ ยาศาสตร
7.นกั เรยี นแตล ะกลุม ชว ยกันแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับชนิดของวสั ดุท่ีใชท ําวตั ถเุ หลา น้ีจากน้ันรว มกนั สรุป

ขอมลู
8. นกั เรยี นแตล ะกลุมรวมกนั จัดกลมุ วตั ถุโดยใชเ กณฑของเลนและของใชจากนัน้ บนั ทึกขอมูลในแบบฝกหดั

วทิ ยาศาสตร
9. นาํ ขอ มูลการจัดกลมุ วตั ถุ มาจดั ทาํ เปน แผนผังหรือแผนภาพลงในกระดาษ
10. นักเรยี นแตล ะกลมุ ชวยกนั ตรวจสอบความถูกตองเพื่อเตรียมนําเสนอในช่วั โมงตอ ไป
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนักเรียน โดยใชแ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม)

คาบท่ี 2

ขน้ั สอน

ขนั้ อธบิ ายความรู (Explain)
1. นักเรียนแตล ะกลุมรว มกันอภิปรายผลการทาํ กจิ กรรมภายในกลมุ จากนนั้ นักเรียนชวยกันตรวจสอบ

ความถูกตอ งเพื่อเตรียมความพรอ มในการนาํ เสนอหนาชน้ั เรยี น
2. ครจู บั ฉลากชอื่ กลุม ใหแตล ะกลมุ นาํ ผลการทํากจิ กรรมออกมานําเสนอหนาชั้นเรียนทลี ะกลมุ จนครบ

ทกุ กลุม โดยครูและเพ่อื นกลุม อน่ื ชวยกนั ตรวจสอบความถกู ตองของกลมุ ท่ีออกมานําเสนอ
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม)
3. ครตู ั้งคําถามถามนักเรียนหลังทาํ กิจกรรมดงั น้ี
●วัสดุหมายความวาอยา งไร
(แนวตอบ : วสั ดุ คอื ส่ิงทีน่ ํามาทําสง่ิ ของตา งๆ เชนไม ยาง พลาสติก เปนตน)
●วสั ดุทีใ่ ชท ําสิง่ ของมีอะไรบา ง
(แนวตอบ : ตัวอยางเชน ไม แผนยาง พลาสติก ผา โลหะ)
●นักเรียนคิดวา ยางลบทาํ มาจากอะไร
(แนวตอบ : ยางจากตน ยางพารา)
4. นกั เรียนบันทึกความรู
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)

ข้นั สรปุ

ขั้นขยายความเขาใจ (Elaborate)

1. ครสู นทนาซักถามนกั เรยี นเก่ียวกับวัสดุชนิดตางๆ ที่นักเรียนรจู กั เพ่ือเปน การทบทวน
- วัสดทุ นี่ ักเรียนรจู ักมีอะไรบางใหนกั เรยี นยกมือตอบ

(แนวตอบ : ไม พลาสติก ผา โลหะ เปนตน)
- สง่ิ ของใดบา งที่ทําจากไม

(แนวตอบ : เกาอี้ โตะ ดินสอ)
- ยกตวั อยางของใชข องนักเรยี นวา ทําจากวัสดุชนิดใด

(แนวตอบ : เส้ือ ทําจากผา ดินสอ ทําจากไม เปน ตน)

2. นักเรยี นจับคกู นั ครแู จกใบงานเรอ่ื ง รูจักวสั ดุ ใหคลู ะ 1 แผน
3. นักเรียนชว ยกนั สํารวจสงิ่ ของเครือ่ งใชท่ีทําจากวสั ดุตามทคี่ รกู าํ หนดให

- ทําจากกระดาษ (เชน กังหนั จรวดของเลน วาว กลองลัง เปนตน )
- ผา (เชน รองเทา ถงุ เทา กางเกง กระโปรง หมวก เปนตน)
- โลหะ (เชน ช้นั วางของ รถ ตู กรรไกร มีด เปน ตน)
- ไม (เชน โตะ ตู เตยี ง ชัน้ หนงั สอื เกาอ้ี เปนตน )
- พลาสตกิ (เชน ถงุ พลาสตกิ ขวดนํา้ พลาสตกิ กลองใสข อง เปน ตน )
4. นักเรยี นสาํ รวจส่งิ ของของนักเรียนวา อะไรบางท่ีเปน ของเลน และของใชจากน้นั วาดภาพลงในใบงาน
รูจกั วสั ดุ พรอมทัง้ สังเกตลักษณะภายนอกวา ทาํ จากวสั ดุชนดิ ใดบา ง
อยางละ 1 ชนดิ บนั ทกึ ขอมลู ลงในใบงานรูจักวัสดุ
5. นกั เรียนนาํ ผลงานของตนเองมาแลกเปลีย่ นกนั ดูกับเพื่อน 3-4 คน
6. ครูสุมเลขทนี่ ักเรยี น 2-3 คนใหน าํ ผลงานของตนเองมาอานใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรยี น
7. นกั เรยี นทํากจิ กรรมหนูตอบไดลงในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร
8. นกั เรยี นสบื คนขอมลู จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตรจากนั้นรวมกนั สรุปความรูทไ่ี ด
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล)

ขน้ั ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูยกตัวอยา งวตั ถุ 1 ชิ้น แลว ใหนักเรยี นรวมกนั สรุปวา ทํามาจากวัสดุชนดิ ใดบาง และจัดเปน ของ

เลนหรอื ของใช
2. ครูประเมินผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคําถาม พฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล

พฤติกรรมการทํางานกลุม และจากการนําเสนอผลการทาํ กิจกรรมหนา ชน้ั เรียน
3. ครูตรวจสอบแผนผงั หรือแผนภาพการจดั กลุมวัตถุ
4. ครูตรวจสอบใบงานเร่ือง รจู ักวสั ดุ
5. ครูตรวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมเรื่อง รูจ ักวัสดุในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร
6. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบไดในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร

6. การวัดและประเมินผล

การวัดและประเมินผล วิธีการวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑก าร
จดุ ประสงค ประเมนิ ผล
60% ข้ึนไป ถือวา
ความรูความ 1. สงั เกตและระบชุ นิดของวัสดุท่ี 1.คาํ ถามกระตนุ ผา นเกณฑการ
เขา ใจ (K) ใชทาํ ของเลนของใชไ ด ความคิด ประเมิน
ทักษะ/ 2.บอกความหมายของของเลนและ 60% ข้ึนไป ถือวา
กระบวนการ (P) ของใชได ผานเกณฑการ
1.จาํ แนกของเลนของใชได 1. ใบงาน ประเมนิ
60% ข้ึนไป ถือวา
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1.รับผดิ ชอบตอ หนาท่ีที่ไดรับ 1. แบบสังเกต ผา นเกณฑการ
มอบหมาย พฤติกรรม ประเมนิ
2.สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเรียนรู 2. แบบประเมิน
และมุง ม่ันในการทาํ งาน คณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค

7. ส่อื /แหลงการเรยี นรู
7.1 ส่อื การเรยี นรู
1) หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 วสั ดุและการเกดิ เสียง

2) แบบฝกหัดวิทยาศาสตร ป.1 หนวยการเรยี นรูท ่ี 3 วัสดุและการเกดิ เสยี ง
3) วัสดุ-อุปกรณก ารทดลองในกจิ กรรม เชน สมุด ลูกแกว ลกู โปง ตกุ ตาผา เกาอไ้ี ม ลูกกุญแจ ขวดนา้ํ พลาสติก
เปนตน
4) ใบงาน เร่อื ง รจู ักวสั ดุ
5) บตั รภาพของเลน และของใช
6) สมุดประจําตัวนกั เรยี น
7.2 แหลง การเรียนรู
1) หอ งสมดุ
2) หอ งเรยี น
3) อนิ เทอรเ น็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ...........................................ผูสอน ลงช่อื ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)

ลงชอื่ ....................................................ผูบริหาร
(………………………………………)

ใบงาน ของใช
เรื่อง รจู กั วัสดุ

คําช้แี จง : ใหนกั เรยี นสาํ รวจสิง่ ของของนักเรียน
1. วาดภาพของเลนและของใชข องนกั เรยี น
2. ระบวุ สั ดุทน่ี ํามาทาํ ของเลนและของใช

ของเลน

ทาํ มาจากวัสดุ ทาํ มาจากวสั ดุ
1. ........................................................... 1. ............................................................
2. ........................................................... 2. ............................................................
3. ........................................................... 3. ............................................................
4. ........................................................... 4. ............................................................

ของเลน และของใช

โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา สปั ดาหท่ี …1……

แผนการจดั การเรียนรู

ภาคเรยี นท่ี 2/………… ชอื่ ผูสอน………………………………………….
กลมุ สาระ วทิ ยาศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี 1 จํานวน 2 คาบ
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 วสั ดุและการเกดิ เสียง เรื่อง วสั ดทุ นี่ าํ มาทาํ ของเลน ของใช

1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานที่ ว 2.1 เขา ใจสมบัตขิ องสาร องคประกอบของสสาร ความสมั พนั ธร ะหวางสมบัติของสารกับ
โครงสรา งและแรงยดึ เหนี่ยวระหวา งอนุภาคหลักและธรรมชาตขิ องการเปล่ยี นแปลงสถานะของสารการเกดิ สารละลาย
และการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี

มาตรฐานที่ ว 8.2 เขา ใจและใชแ นวคิดเชิงคํานวณในการแกปญหาที่พบในชวี ติ จริงอยา งเปน ขน้ั ตอนและเปน
ระบบใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรยี นรูการทาํ งานและการแกปญหาไดอ ยา งมีประสทิ ธิภาพ รูเทาทนั
และมจี รยิ ธรรม

ตวั ช้ีวัดท่ี ป.1/1 อธิบายสมบัติทส่ี งั เกตไดของวสั ดทุ ี่ใชทําวัตถุ ซึ่งทําจากวสั ดุชนดิ เดยี วหรอื หลายชนิดประกอบกนั
โดยใชห ลกั ฐานเชิงประจกั ษ

ตัวช้ีวดั ที่ ป.1/2 ระบุชนดิ ของวสั ดุและจดั กลุมวสั ดุตามสมบัตทิ สี่ งั เกตได

2.สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

ของเลน และของใชรอบตวั เราทาํ จากวสั ดุตางๆ หลายชนดิ เชนผา กระดาษ ไม โลหะ ยาง พลาสติก
เปน ตน ซึง่ วัสดุเหลานอี้ าจมลี ักษณะบางอยา งเหมือนกันและอาจมบี างอยางแตกตางกัน

3. จุดประสงคการเรียนรู

1. อธิบายลกั ษณะของวสั ดทุ ที่ าํ ของเลน และของใชได (K)
2. เขียนแผนผังลกั ษณะวสั ดทุ ี่นาํ มาทาํ ของเลน และของใชไ ด (P)
3. มีความสนใจใฝเ รียนรู (A)

4. สาระการเรยี นรู สาระการเรียนรูท องถ่นิ
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นรูแกนกลาง
ลกั ษณะของวัสดุท่ใี ชทาํ ของเลน และของใช

5. กิจกรรมการเรยี นรู คาบท่ี 1
ขัน้ นาํ

ขนั้ กระตุนความสนใจ (Engage)
1. ครูนาํ กลองที่ปดทึบมาวางไวห นาชัน้ เรียน 2 กลอง โดยในกลองครูใสสง่ิ ของเชน แกวนาํ้ ปอกหมอน กระดาษ

ทชิ ชู ลกู บอลพลาสติก ลกู โปง เปนตน ไวขางใน จากนัน้ แบงนักเรียนออกเปน สองฝายตามความเหมาะสม
2. นักเรียนเลน เกมทายสง่ิ ของในกลองโดยครูอธิบายกติกาใหฟ งดังน้ี
1) ทัง้ สองฝา ยเลือกตวั แทนออกมาหนา ชนั้ เรยี นฝง ละ 1 คน
2) ใหต วั แทนทัง้ สองฝายสลบั กันเอามือลวงลงไปในกลองเพ่ือสัมผัสกับส่ิงของท่ีอยูในกลอ งทลี ะใบ
2) ตัวแทนอธิบายลักษณะของสง่ิ ของที่สมั ผสั ไดใหมากทส่ี ุดแลวใหสมาชกิ ของตนเองทายวาส่ิงของน้ันทําจาก
วสั ดอุ ะไร และของสง่ิ นัน้ คืออะไร
3) ฝง ไหนทายถกู จะไดคําตอบละ 1 คะแนน ฝายไหนไดเลือกกอนจะไดทายกอนโดยสลบั กัน
4) เมอื่ ทายกลองที่ 1 เสร็จ ตรวจสอบความถูกตองดว ยการเปดกลองเฉลยคําตอบ
5) จากนน้ั ทายตอในกลองท่ี 2 ฝง ไหนทายถกู และทาํ คะแนนไดมากกวาเปนฝายชนะ

4. นักเรียนทุกคนชวยกนั สรุปความรูท่ีไดจ ากการเลนเกม

ข้ันสอน

ขน้ั สํารวจคนหา (Explore)
1. ครูใหนกั เรียนหยิบสิง่ ของทน่ี ักเรียนใชในชวี ิตประจําวนั ทพี่ อจะหาไดจากในหอ งเรยี นมาวางไวบ นโตะตวั เอง เชน

ยางลบ ไมบรรทัด ดินสอ ผา กระเปา กลองดนิ สอ ตกุ ตาจากผา เหรียญ ลูกบอล หนังสอื เปนตน แลว สมุ นักเรียน
ออกมาทลี ะคนแลวใหหยิบวัตถตุ ัวอยาง คนละ 1 ชนดิ และบอกลักษณะของวัตถชุ ้ินนน้ั ใหเ พอ่ื นๆ ในชนั้ เรยี นฟง

2. ครูและเพอ่ื นๆในชัน้ เรียนชว ยกันตรวจสอบความถูกตองเพื่อเปน การทบทวน
3. ครตู ้ังคําถามถามนักเรยี นวาวัสดุแตละชนิดมลี ักษณะเหมือนกนั หรือแตกตา งกนั

(แนวตอบ : วสั ดมุ ีท้งั ทีม่ ีลักษณะเหมือนกันและแตกตา งกนั )
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบุคคล)

4. นักเรียนแบง กลุมกลุมละ 3-4 คนจากนน้ั ใหชวยกนั ทาํ กจิ กรรม เร่อื ง ลักษณะของวสั ดุ จากหนังสือเรยี น
วิทยาศาสตร ป.1 โดยปฏิบัติกจิ กรรม ดงั นี้

1) สังเกตบัตรภาพวัตถุ 2 ใบ ทค่ี รูแจกให จากนน้ั วาดภาพวัตถทุ ่สี งั เกตลงในสมุดประจาํ ตวั นักเรียน แลว ลากเสน
ชี้บอกชอื่ ของวสั ดทุ ่ีใชท าํ วัตถุในภาพ หรอื บนั ทึกลงในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร ป.1

2) รวมกนั อภปิ รายและสรุปวา วตั ถุในแตล ะภาพทํามาจากวัสดชุ นิดใดบา ง
5. นักเรยี นแตละกลุมนําขอมูลท่ีไดมาสรุปเปนแผนผังเกี่ยวกับลักษณะของวัสดุที่นํามาทําเปนของเลนและของใช
ตามความคิดเห็นของกลุมตนเองลงในกระดาษที่ครแู จกใหพรอมตกแตงใหสวยงามภายในเวลา 30 นาที แลวเตรยี ม

ความพรอมในการนาํ เสนอผลงานในครัง้ ตอไป
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม)

คาบที่ 2

ขั้นสอน

ขัน้ อธิบายความรู (Explain)
1.นกั เรยี นแตล ะกลุม รวมกันอภิปรายผลการทํากจิ กรรมภายในกลุมและชวยกนั ตรวจสอบความถูกตองเพือ่ เตรียม

ความพรอมในการนําเสนอผลงานหนาชน้ั เรียน
2. นักเรียนแตล ะกลมุ สงตวั แทนออกมานําเสนอผลการทํากิจกรรมหนา ช้ันเรยี นตามลําดับตามความสมัครใจ ครู

และเพื่อนชวยกนั ตรวจสอบความถกู ตองของแตละกลุม
3. ครูตรวจสอบขอ มลู ความถูกตองและเสนอแนะเพม่ิ เติมในสวนทีบ่ กพรอ ง
4. ตวั แทนนกั เรยี นแตละกลมุ นําแผนผังไปติดไวท่บี อรดเพื่อแลกเปล่ียนกันชนื่ ชม
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ )

ขัน้ สรปุ

ขน้ั ขยายความเขาใจ (Elaborate)
1.นกั เรียนรว มกนั สรุปเก่ียวกับลักษณะของวัสดแุ ตล ะชนดิ ทีน่ ํามาทําเปน สงิ่ ของตางๆ
2.ครูสมุ ใหน ักเรียนออกมาเขยี นขอ ความเกี่ยวกับลักษณะของวัสดุชนดิ ตางๆ บนกระดานตามความรทู ี่ไดเรียนผาน

มาแลว และใหคนท่ีออกมาคนแรกเรียกเพ่ือนคนตอไปออกมาเขียนตอตามความพอใจของนักเรยี น

ตัวอยางขอความ
- เนอื้ ออ นนุมผิวเรียบ ไมย ืดหยุน - เนือ้ แข็ง ผวิ เรียบ แตกได
- เน้อื แข็ง ทนทาน ไมยืดหยุน ไมเปนสนิม - เน้ือแขง็ ทนทาน ผิวเรยี บ
หนัก
- เน้ือไมแข็ง ผิวเรยี บ ยืดหยนไดดี- เนือ้ แขง็ นํ้าหนกั เบา
3. ครูนําบัตรคําเกย่ี วกบั วัสดชุ นิดตา งๆ เชน ผา ไม ยางแกว โลหะ พลาสติก วางควํ่าไวห นา ช้ันเรียน
4. ครสู มุ เลขทีน่ ักเรยี นที่ยังไมไดออกมา จากนัน้ ใหอ อกมาจบั บัตรคําท่ีมชี อ่ื วัสดตุ า งๆ แลวนาํ ไปตดิ หลังขอความที่
เขยี นไวบ นกระดานใหถูกตอง
5. นักเรียนทํากจิ กรรมหนูตอบไดลงในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร จากนั้นครูและนักเรยี นชว ยกนั ตรวจสอบความถูก
ตอ ง
6. นกั เรยี นแตละคนอา นขอ มูลในหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร
7. นกั เรยี นจับคกู บั เพอ่ื น จากน้ันรว มกนั เรียนรูขอมลู เก่ียวกับประเภทของวสั ดเุ พ่ิมเติมจากสือ่ ดิจิทลั ในหนงั สอื
เรียนวทิ ยาศาสตรโ ดยใชโ ทรศัพทม ือถือสแกน QR Code เร่อื งลกั ษณะของวัสดทุ ใ่ี ชท าํ วตั ถุและในหนงั สือเรียน
วิทยาศาสตร โดยใชโ ทรศัพทมอื ถือสแกน QR Code เรือ่ งวัสดทุ ใ่ี ชป ระกอบเปนวัตถุ
8. ครสู ุมนกั เรยี น3-4 คน แลว ใหอ อกมาสรปุ ความรทู ่ีไดจากการศึกษาขอมลู จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตรแ ละ
ความรจู ากการสแกน QR Code เรอ่ื ง ลกั ษณะของวสั ดุท่ีใชท ําวัตถุและเร่ือง วัสดุท่ีใชป ระกอบเปนวตั ถหุ นา ชั้นเรียน
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบุคคล)

ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครใู หน ักเรยี นรวมกันสรปุ เกย่ี วกับลกั ษณะของวัสดทุ ี่ใชทําของเลนและของใช
2. ครปู ระเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคําถาม พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรม

การทํางานกลมุ และจากการนาํ เสนอผลการทาํ กจิ กรรมหนา ชนั้ เรยี น
3. ครูตรวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร
4. ครูตรวจสอบผลการทําแผนผังความคดิ เกี่ยวกบั ลักษณะของวัสดุที่ใชท าํ ของเลนและของใช
5. ครตู รวจสอบผลการทํากจิ กรรมหนูตอบไดในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวดั ผล เครอ่ื งมือวัด เกณฑการ
จดุ ประสงค ประเมินผล
60% ขึ้นไป ถอื วา
ความรคู วาม 1. อธิบายลกั ษณะของวสั ดทุ ่ีทํา 1.คาํ ถามกระตนุ ผานเกณฑการ
เขา ใจ (K) ของเลน และของใชไ ด ความคิด ประเมนิ
60% ขน้ึ ไป ถอื วา
ทักษะ/ 1.เขยี นแผนผงั ลกั ษณะวสั ดุที่นํามา 1. ใบงาน ผานเกณฑการ
กระบวนการ (P) ทาํ ของเลน และของใชได ประเมนิ
60% ขึ้นไป ถอื วา
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) 1.รับผดิ ชอบตอหนา ที่ที่ไดร บั 1. แบบสงั เกต ผา นเกณฑการ
มอบหมาย พฤติกรรม ประเมนิ
2.สงั เกตความมีวินยั ใฝเรียนรู 2. แบบประเมิน
และมุงมั่นในการทาํ งาน คณุ ลกั ษณะอันพงึ
ประสงค

7. สื่อ /แหลง การเรียนรู
7.1 สอ่ื การเรยี นรู

1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร ป.1 หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 วสั ดุและการเกดิ เสยี ง
2) แบบฝก หดั วิทยาศาสตร ป.1 หนวยการเรยี นรูท ี่ 3 วัสดุและการเกิดเสยี ง
3) กลองปด ทึบ 2 กลอง และส่ิงของภายในเชน แกวนา้ํ ปอกหมอน กระดาษทิชชู ลูกบอล ลูกโปง พลาสติก
เปนตน
4) บตั รภาพวตั ถุ 2 ใบ
5) สมุดประจําตวั นกั เรียน
7.2 แหลง การเรียนรู
1) หอ งสมดุ
2) หอ งเรยี น
3) อนิ เทอรเน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ...........................................ผูสอน ลงช่อื ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)

ลงชอื่ ....................................................ผูบริหาร
(………………………………………)

บตั รภาพ ลูกกุญแจ
บัตรภาพตุกตา

โรงเรียนขจรเกยี รติพฒั นา สัปดาหท ่ี …2……

แผนการจดั การเรยี นรู

ภาคเรยี นที่ 2/………… ช่ือผสู อน………………………………………….
กลมุ สาระ วทิ ยาศาสตร ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 1 จาํ นวน 4 คาบ
หนวยการเรียนรูท ่ี 3 วสั ดแุ ละการเกดิ เสยี ง เรื่อง สมบตั ิของวสั ดทุ ี่ใชทําของเลนของใช

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวช้ีวัด

มาตรฐานท่ี ว 2.1 เขาใจสมบัติของสาร องคประกอบของสสาร ความสมั พันธระหวางสมบตั ิของสารกับ
โครงสรา งและแรงยดึ เหน่ยี วระหวา งอนภุ าคหลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสารการเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี

มาตรฐานที่ ว 8.2 เขา ใจและใชแนวคิดเชงิ คาํ นวณในการแกปญหาทพี่ บในชีวิตจริงอยางเปนข้นั ตอนและเปน
ระบบใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรยี นรู การทาํ งานและการแกปญหาไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ รูเ ทาทนั
และมจี รยิ ธรรม

ตวั ชีว้ ดั ท่ี ป.1/1 อธิบายสมบตั ิทีส่ ังเกตไดของวัสดุท่ีใชท าํ วัตถุ ซงึ่ ทําจากวัสดชุ นดิ เดียวหรือหลายชนดิ ประกอบ
กนั โดยใชห ลักฐานเชิงประจักษ

ตัวช้วี ดั ที่ ป.1/2 ระบุชนดิ ของวสั ดุและจัดกลมุ วัสดุตามสมบัติทสี่ งั เกตได

2. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด

ของเลน และของใชรอบตัวเราทําจากวสั ดุตา งๆ หลายชนิดเชนผา กระดาษ ไม โลหะ ยาง พลาสตกิ
เปน ตน ซ่ึงวัสดุเหลา นี้อาจมีลักษณะบางอยา งเหมอื นกันและอาจมบี างอยางแตกตางกนั

3. จดุ ประสงคการเรยี นรู

1. อธิบายสมบัติของวัสดทุ ่ีใชทาํ ของเลน ของใชได (K)
2. เขยี นแผนผงั สมบตั ขิ องวสั ดุทีน่ าํ มาทําของเลนและของใชไ ด (P)
3. รบั ผิดชอบตอหนาท่ีที่ไดร ับมอบหมาย (A)

4.สาระการเรยี นรู

สาระการเรยี นรูแกนกลาง สาระการเรยี นรูทอ งถน่ิ
สมบตั ิของวัสดุทใ่ี ชท ําของเลนและของใช พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

5.กิจกรรมการเรียนรู คาบที่ 1
ข-้ันv นาํ

ข้นั กระตุนความสนใจ (Engage)
1. ครแู จงจุดประสงคการเรียนรูใหนกั เรียนทราบ
2. ครอู ธิบายใหนักเรยี นฟง วา เมอ่ื มีเวลาวาง เราเลนกับเพื่อนๆ เรามีของเลนหลายอยา ง เชน ตุกตา ลูก

บอล หุน ยนต เปนตน สง่ิ ของทเ่ี ราใชเ ลนเพื่อความสนุกสนานเพลดิ เพลิน เรียกวา ของเลน
3. ครนู าํ สิง่ ของตาง ๆ เชน แกวน้าํ ผา เชด็ หนา โตะ กระเปา เส้ือผา ถงุ เทา มาใหนกั เรยี นสังเกตและรวมกน

เปรียบเทยี บส่งิ ของเหลา น้นั วา นกั เรยี นนาํ มาอะไรไดบา งและรวมกันสนทนาแลกเปล่ยี นความคิดเห็น

ขน้ั ทสําอน

ข้นั สํารวจคนหา (Explore)
1.นกั เรียนแตล ะคนสํารวจของเลนของใชข องตนเองวา มีอะไรบาง แลว บนั ทึกผลการสาํ รวจลงในใบงานเรอ่ื ง

ของเลน ของฉัน จากน้ันนําเสนอผลงานหนา ช้ันเรียน ครูสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน
2.นักเรียนตอบคําถามกระตุน ความคิด

คําถามกระตนุ ความคดิ
ของเลน แตกตา งจากของใชอยางไร

(พิจารณาตามคําตอบของนักเรยี น โดยใหอยใู นดลุ ยพนิ ิจของครูผูสอน)

คาบท่ี 2
ขนั้ สอน

ขน้ั อธิบายความรู (Explain)
1.ครใู หน กั เรียนสงั เกตของเลน และของใชต าง ๆ ที่อยูรอบตวั จะพบวา ของเลน และของใชบ างอยา งทําจาก

วัสดุชนิดเดยี ว แตบางอยา งทําจากวัสดุหลายชนดิ ประกอบกนั จากนนั้ ทํากิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรใ นหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตรป .1 หนา 105 โดยแบงเปน กลุม กลุมละ 2 คนคูแ ละบันทกึ ผลลงในใบ
งาน

2. นักเรียนแตล ะกลมุ ทาํ ใบงานเสรจ็ แลวใหนาํ คําตอบในใบงานมาเปรียบเทยี บกับกลมุ อ่นื และชว ยกนั
ตรวจสอบความถูกตอง

3. ครสู มุ นกั เรยี น 5-6 คน ออกมานําเสนอใบงานหนาชน้ั เรยี น โดยครูเปนผูตรวจสอบความถกู ตอ งและ
เสนอแนะเพมิ่ เติมในสวนทบ่ี กพรอง

คาบที่ 3

ข้ันสรปุ

ขนั้ ขยายความเขา ใจ (Elaborate)

1.ครูนําบัตรภาพของเลน ของใชต า ง ๆ ท่ีทําจากวัสดชุ นดิ เดียวและวัสดหุ ลายชนดิ มาติดบนกระดานดํา
จากนั้นใหนักเรียนจาํ แนกของเลนของใชโ ดยนําบัตรภาพมาติดใหต รงกบั ขอ ความท่ีกําหนดใหวาทําจากวัสดุชนดิ
เดยี วหรอื วัสดหุ ลายชนดิ และใหน ักเรียนวาดภาพในใบงาน ครูสังเกตนักเรยี นในการทํากิจกรรม

2. ครขู ออาสาสมัครนักเรยี น 5-6 คน ออกมานําเสนอใบงานหนา ชั้นเรยี นและบอกเหตผุ ลในการจาํ แนก ครู
และเพื่อนคนอ่นื ชวยแสดงความคิดเหน็ เพ่มิ เติมในสว นทีแ่ ตกตา ง

คาบที่ 4

ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1.ครูและนักเรยี นรวมกันทบทวนและสรุปความรเู ก่ียวกบั สมบัติของวัสดทุ ใี่ ชทําของเลน ของใช จาํ แนก

เปรียบเทียบวสั ดุแตล ะชนดิ มีสมบตั ิเฉพาะบางอยา งที่เหมือนกัน และมีบางอยา งที่แตกตา งกนั
2.ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานรายบคุ คล พฤติกรรมการทํางานกลุม และจาก

การนําเสนอผลการทาํ กิจกรรมหนาชัน้ เรยี น
3.นักเรียนทาํ แบบทดสอบเพื่อตรวจสอบความรูความเขา ใจ

6. การวัดและประเมินผล

การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑก าร
จดุ ประสงค ประเมนิ ผล
60% ขึน้ ไป ถือวา
ความรูความ 1. อธิบายสมบตั ขิ องวสั ดุทีใ่ ชทํา 1.คาํ ถามกระตุน ผา นเกณฑการ
เขา ใจ (K) ของเลน ของใชไ ด ความคดิ ประเมิน
60% ขนึ้ ไป ถือวา
ทกั ษะ/ 1.เขียนแผนผังสมบัติของวัสดุที่ 1. ใบงาน ผานเกณฑการ
กระบวนการ (P) นาํ มาทาํ ของเลน และของใชได ประเมนิ
60% ขึน้ ไป ถือวา
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1.รบั ผิดชอบตอ หนาท่ีท่ไี ดรับ 1. แบบสงั เกต ผานเกณฑการ
มอบหมาย พฤติกรรม ประเมนิ
2.สงั เกตความมวี ินัย ใฝเ รยี นรู 2. แบบประเมนิ
และมงุ มน่ั ในการทํางาน คณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค

7. สื่อ /แหลงการเรยี นรู
7.1 ส่ือการเรียนรู

1) หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร ป.1 หนวยการเรียนรูท่ี 3 วัสดแุ ละการเกดิ เสียง
2) แบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร ป.1 หนวยการเรียนรทู ่ี 3 วัสดแุ ละการเกิดเสียง
3) ใบงาน เรอ่ื ง ของเลน ของฉัน
4) บตั รภาพ
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หองสมดุ
2) หอ งเรยี น
3) อินเทอรเน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ...........................................ผูสอน ลงชอื่ ....................................ฝา ยวิชาการ
(………………………………………) (………………………………………)

ลงช่อื ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)

บตั รภาพ



ภาพลกู ตะกรอ ภาพลกู บอล
ภาพตกุ ตาหมี ภาพนาฬิกา
ภาพผา ขนหนู ภาพวา ว

ใบงานเร่ืองของเลนของฉนั
คาํ ชแี้ จง ใหนกั เรยี นวาดภาพของเลน ท่ีตนเองชอบและบันทึกขอมูล พรอมกบั เสนอผลงานหนาช้นั เรียน

(วาดภาพ) (วาดภาพ)

ของเลน ชิน้ นี้ คือ ของเลน ชิ้นนี้ คือ
ลักษณะการใชง าน ลักษณะการใชงาน

(วาดภาพ) (วาดภาพ)

ของเลนชนิ้ นี้ คือ ของเลนช้ินน้ี คอื
ลักษณะการใชง าน ลกั ษณะการใชงาน

โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา สปั ดาหที่ …3……

แผนการจดั การเรียนรู

ภาคเรยี นท่ี 2/………… ชื่อผูสอน………………………………………….
กลุมสาระ วทิ ยาศาสตร ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 1 จํานวน 4 คาบ
หนวยการเรยี นรูท่ี 3 วสั ดุและการเกดิ เสียง เรื่อง ลักษณะของวสั ดุ

1.มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชีว้ ัด

มาตรฐานที่ ว 2.1 เขาใจสมบตั ิของสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพนั ธระหวางสมบัติของสารกับ
โครงสรา งและแรงยดึ เหนีย่ วระหวา งอนุภาคหลักและธรรมชาตขิ องการเปลี่ยนแปลงสถานะของสารการเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี

มาตรฐานที่ ว 8.2 เขา ใจและใชแ นวคดิ เชิงคํานวณในการแกปญหาทพี่ บในชีวิตจรงิ อยา งเปนขัน้ ตอนและเปน
ระบบใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรยี นรู การทํางานและการแกปญหาไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ รเู ทาทนั
และมจี รยิ ธรรม

ตวั ช้ีวัดที่ ป.1/1 อธบิ ายสมบตั ิที่สงั เกตไดของวัสดุที่ใชทาํ วตั ถุซ่งึ ทาํ จากวัสดชุ นิดเดยี วหรอื หลายชนิด
ประกอบกันโดยใชหลักฐานเชิงประจกั ษ

ตัวช้ีวดั ที่ ป.1/2 ระบชุ นิดของวสั ดุและจดั กลุมวสั ดุตามสมบตั ิทส่ี งั เกตได

2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

ของเลนและของใชรอบตัวเราทําจากวัสดุตางๆหลายชนิดเชนผา กระดาษ ไม โลหะ ยาง พลาสติก
เปนตนซ่งึ วัสดเุ หลา น้อี าจมลี กั ษณะบางอยางเหมือนกนั และอาจมีบางอยา งแตกตางกัน

3. จุดประสงคการเรยี นรู

1. สังเกตและอธิบายลักษณะของวัสดุทีใ่ ชทาํ ของเลน และของใชได (K)
2. ระบลุ กั ษณะของวัสดทุ ีใ่ ชทําของเลน และของใชได (K)
3. เปรียบเทียบลักษณะและวสั ดทุ ใ่ี ชท ําของเลน และของใชได (P)
4. มีความสนใจใฝเ รียนรู (A)

4.สาระการเรยี นรู

สาระการเรียนรแู กนกลาง สาระการเรียนรูท องถ่นิ
ลักษณะของวสั ดุทใี่ ชท าํ ของเลน และของใช พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา

5. กจิ กรรมการเรยี นรู คาบที่ 1
ขั้นนาํ

ข้ันกระตุนความสนใจ (Engage)
1. ครนู าํ ตัวอยา งสงิ่ ของตางๆ มาชใู หน ักเรยี นดูแลว ครตู ั้งคําถามวา ส่ิงของตางๆ ทําจากวสั ดุชนิดใด

ตัวอยา งส่ิงของ
แกวน้ําพลาสติก ดนิ สอ กลองกระดาษ กรรไกร กระเปา

2. ครูเตรยี มบัตรภาพสง่ิ ของที่เปน ของเลน และของใชคละกันจดั ไวเ ปน ชุด ๆ ประมาณ 5 ชุด
3. ครูใหนักเรียนเลนเกมจบั กลุมภาพ โดยครอู ธบิ ายกตกิ าการเลนใหนกั เรียนฟง ดงั นี้

1) นักเรยี นจบั กลมุ 5 กลมุ เทาๆ กัน แลวน่ังลอมเปนวงกลม
2) ครแู จกชุดบตั รคาํ หรือบตั รภาพกลุมละ 1 ชุด
3) แตละกลุมชวยกันจัดกลุมบัตรภาพหรือบัตรคําออกเปน กลุม ตามที่ครสู ่งั ภายในเวลาที่กาํ หนดโดยครจู ะให
ญญาณดว ยการเปา นกหวดี

ตัวอยา งคาํ สั่ง
- จัดกลุมเปนของเลน ของเลน ของใช
- จัดกลมุ ตามวสั ดุทท่ี ํา
- จัดกลุมเปนบัตรคํากบั บัตรภาพ

4) กลมุ ไหนเสรจ็ กอ นและทันเวลาและถูกตองตามคําสัง่ จะไดคร้งั ละ 2 คะแนน
5) ครูสรุปคะแนนเม่ือนักเรียนเลนเกมจบกลุมใดที่มีคะแนนมากทส่ี ดุ เปน กลุมชนะ

(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม

คาบที่ 2

ข้ันสอน

ขัน้ สํารวจคนหา (Explore)
1. นักเรียนแตละคนดภู าพและอานหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร ป.1 จากนัน้ ครถู ามคาํ ถามนักเรยี นวา ลักษณะของ

วัสดุชนิดตางๆ ทีเ่ ราสังเกตเห็นได มีอะไรบาง
(แนวตอบเชน สี ขนาด รูปรา ง พนื้ ผิว เปนตน)

2. ครูนําอุปกรณท จี่ ดั เตรยี มไวม าวางหนา ชัน้ เรียน
ตวั อยา งสิ่งของ
สมุด ตกุ ตา ผา แกว พลาสติก ลกู โปง ใบเหรียญบาท

3. นกั เรียนจับกลมุ ตามเดมิ จากนั้นครูแจกสิง่ ของตางๆ ทเี่ ตรียมมาใหกลุมละ 1 อยา ง
4. นักเรียนแตละกลุมทํากิจกรรมเรื่องลักษณะของวัสดุ หนังสือเรียนวิทยาศาสตร โดยครูกําหนดภาระงานให
นกั เรียนแตล ะกลุมดังนี้

1) สังเกตสีและรูปรา งแลวแสดงความคิดวาทําจากวัสดุชนิดใด จากน้ันบันทึกผลลงในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร
ป.1

2) ใชม อื สมั ผัสพน้ื ผวิ ของส่ิงของจากนัน้ บันทกึ ผลลงในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร
3) ใชมอื กดลงบนเนื้อของสงิ่ ของจากน้นั บันทกึ ผลลงในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร
4) ใชมือท้ังสองขางออกแรงดึงส่ิงของใหยืดออกแลวคอย ๆ ปลอยมือแลวบันทึกผลลงในแบบฝกหัด
วทิ ยาศาสตร
5. นกั เรียนแตล ะกลุมผลดั กันสงตอ สิ่งของใหเพ่ือนกลมุ อ่ืนไปจนครบท้ัง 5 ชนดิ
6. นักเรยี นแตละกลมุ เปรียบเทียบลกั ษณะของสงิ่ ของทั้ง 5 ชนดิ แลว รวมกันสรุปผลการทํากิจกรรม
7. ตวั แทนของแตล ะกลุม ยืนข้นึ แลวอานผลการบันทึกกจิ กรรมใหเ พ่ือนๆ ฟง
8. ครสู ่ังการบานใหน กั เรียนนาํ เศษวสั ดเุ หลอื ใชมาประดษิ ฐเปน ของเลนหรือของใชง ายๆ คนละ 1 ชนดิ เพื่อนํามาสง
ในคร้ังตอไป

คาบที่ 3

ข้ันสอน

ข้ันอธิบายความรู (Expain)
1. นกั เรยี นทุกคนนาํ ของเลน หรอื ของใชท ี่นักเรยี นประดิษฐเปน การบา นจากท่คี รูสั่งไวชัว่ โมงกอนมาวางไวห นาช้ัน

เรยี นใหเพ่อื นๆ ดู
2. ครเู ลือกสิ่งประดิษฐของนักเรยี นประมาณ 6 ช้ินทท่ี ําจากวัสดุที่แตกตางกันแลว ใหคนทเ่ี ปนเจาของออกมานําเสนอ

ขอ มูลของสง่ิ ประดิษฐน ้นั โดยกําหนดขอมลู ตางๆ เกยี่ วกับสิ่งประดิษฐด งั นี้
●ส่งิ ประดิษฐน้เี รียกวาอะไร
(แนวตอบ : ขน้ึ อยกู ับส่ิงประดิษฐของนักเรยี น)
●สง่ิ ประดิษฐทําจากวสั ดชุ นดิ ใด
(แนวตอบ : ขนึ้ อยูกับสิง่ ประดิษฐของนกั เรยี น)
●วสั ดุที่นาํ มาทํามลี ักษณะอยางไร
(แนวตอบ : ขึ้นอยูกับสง่ิ ประดิษฐของนักเรียน)

3. นกั เรยี นนําผลงานมาจัดวางไวตามจดุ ทค่ี รูกาํ หนดเพื่อแลกเปลย่ี นความรกู บั เพ่ือน
4. นักเรยี นแตล ะคนสังเกตของเลนและของใชของตนเองอยา งละ 1 ช้นิ แลว เขียน บรรยายลกั ษณะที่สังเกตไดพรอม
วาดภาพประกอบลงในใบงานเรือ่ ง ลกั ษณะของวัสดุ ท่ีครูแจกใหเ ปน การบาน แลวนํามาอภิปรายในครง้ั ตอไป

(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรียน โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล)

ขัน้ สรปุ คาบที่ 4

ข้ันขยายความเขา ใจ (Elaborate)

1. นกั เรยี นนาํ ใบงานเร่ือง ลักษณะของวสั ดุ กลบั ไปทาํ เปน การบานแลกเปลยี่ นกนั ดกู ับเพ่ือน 3-4 คน
2. ครูใหนักเรียนอาสาสมัครนาํ ใบงานเร่ืองลกั ษณะของวัสดุของตนเองออกมานําเสนอใหเ พ่ือนๆ ฟง 5-6 คน
3. นกั เรยี นรว มกนั สรุปเกีย่ วกับลกั ษณะของวัสดแุ ตละชนิดทีน่ าํ มาทําเปน สงิ่ ของ
4. ครูเตรียมฉลากบตั รขอความเกยี่ วกับลักษณะของวสั ดชุ นิดตางๆ ใสไ วในกลอง จากนน้ั ครูสมุ เลขท่ีนักเรยี นให
ออกมาจบั ฉลากทลี ะคนแลว อานขอความใหเพื่อนฟงพรอมบอกวา เปนลักษณะของวัสดุชนดิ ใด

ตัวอยา งบตั รขอความ
- เนอ้ื ออ นนุมผิวเรยี บ ไมย ืดหยุน
- เนือ้ แข็ง ผวิ เรยี บ ไมย ืดหยุนไมเปนสนิม
- เนือ้ ไมแขง็ ผิวเรียบ ยืดหยุนไดด ี
- เน้อื แขง็ ผิวเรยี บ แตกได
- แขง็ แรง ทนทาน ผวิ เรยี บ หนัก
- เน้ือแข็ง นํ้าหนักเบา

(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล)

ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูใหน ักเรียนรวมกันสรุปเกยี่ วกบั ลกั ษณะของวัสดทุ ใ่ี ชท ําของเลน และของใช
2. ครูประเมนิ ผลนกั เรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคําถาม พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรม

การทาํ งานกลุม และจากการนาํ เสนอผลการทํากิจกรรมหนาช้นั เรียน
3. ครูตรวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมในสมดุ ประจําตวั นกั เรยี น หรือตรวจในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร
4. ครตู รวจสอบผลงานการทําใบงานเรอ่ื ง ลกั ษณะของวัสดุ
5. ครูตรวจช้ินงานสิ่งประดษิ ฐจ ากวสั ดเุ หลือใช และการนาํ เสนอชนิ้ งานหนาชนั้ เรยี น

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑการ
จุดประสงค ประเมินผล
60% ขน้ึ ไป ถือวา
ความรคู วาม 1.สงั เกตและอธบิ ายลกั ษณะของ 1.คําถามกระตนุ ผา นเกณฑการ
เขาใจ (K) วสั ดทุ ่ใี ชทาํ ของเลน และของใชได ความคดิ ประเมนิ
ทักษะ/ 2.ระบุลกั ษณะของวัสดุท่ีใชท ําของ
กระบวนการ (P) เลนและของใชไ ด 60% ขึน้ ไป ถอื วา
1.เปรียบเทยี บลักษณะและวัสดุที่ 1. ใบงาน ผา นเกณฑการ
ใชท ําของเลน และของใชได ประเมิน
60% ข้ึนไป ถอื วา
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1.รับผดิ ชอบตอ หนาท่ีท่ีไดร ับ 1. แบบสังเกต ผานเกณฑการ
มอบหมาย พฤติกรรม ประเมนิ
2.สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเรยี นรู 2. แบบประเมิน
และมุงม่ันในการทาํ งาน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค

7. สื่อ /แหลง การเรียนรู
7.1 ส่อื การเรยี นรู

1) หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3 วัสดุและการเกดิ เสยี ง
2) แบบฝก หัดวิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรียนรทู ี่ 3 วสั ดุและการเกิดเสยี ง
3) วสั ดุ-อุปกรณก ารทดลองในกิจกรรม เชน สมดุ ลูกโปง แกว พลาสตกิ ตกุ ตาผา เหรยี ญบาท เปน ตน
4) ใบงานเร่อื ง ลักษณะของวัสดุ
5) บัตรภาพสง่ิ ของที่เปน ของเลน หรอื ของใช
6) บตั รขอ ความ
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หองสมุด
2) หองเรียน
3) อินเทอรเน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ...............................................ผสู อน ลงชอ่ื ....................................ฝายวิชาการ
(………………………………………) (………………………………………)

ลงชอ่ื ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)

บตั รภาพ แกวน้ําพลาสตกิ
บัตรภาพ ดนิ สอ

บัตรภาพ กลองกระดาษ
บัตรภาพ กรรไกร

บตั รภาพ กระเปา


Click to View FlipBook Version