The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.1 เทอม 2/2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จิรพงศ์ ไมตรีจิตร, 2020-11-22 09:16:53

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.1 เทอม 2/2563

โครงสร้างและแผนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ ป.1 เทอม 2/2563

โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา สปั ดาหที่ …18…

แผนการจดั การเรียนรู

ภาคเรยี นท่ี 2/……….. ชอ่ื ผสู อน………………………………………….
กลมุ สาระ วทิ ยาศาสตร ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 1 จาํ นวน 4 คาบ
หนวยการเรียนรทู ี่ 4 หนิ และทอ งฟา เรอ่ื ง ทอ งฟาในเวลากลางคนื

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้วี ดั

มาตรฐานที่ ว 3.1 เขาใจองคประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ และระบบสุรยิ ะ รวมท้งั ปฏสิ ัมพนั ธภ ายในระบบสุรยิ ะที่สง ผลตอสง่ิ มชี วี ติ และการประยกุ ตใชเทคโนโลยอี วกาศ

มาตรฐานที่ ว 8.2 เขา ใจและใชแนวคดิ เชงิ คาํ นวณในการแกป ญหาท่ีพบในชีวติ จริงอยา งเปน ขั้นตอนและ
เปน ระบบใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู การทํางาน และการแกปญ หาไดอยา งมีประสทิ ธภิ าพ
รเู ทา ทัน และมจี ริยธรรม

ตวั ช้ีวัดท่ี ป.1/1 ระบุดาวท่ปี รากฏบนทองฟาในเวลากลางวนั และกลางคนื จากขอ มลู ท่ีรวบรวมได

2. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด

ในเวลากลางวันทองฟาไดรับแสงจากดวงอาทติ ย ทองฟาจึงมีความสวาง สวนในเวลากลางคืนทองฟา จะมืด
เนือ่ งจากไมไดรับแสงจากดวงอาทติ ย และในเวลากลางคืนเราสามารถมองเหน็ ดวงจนั ทรแ ละดาวไดเกือบทุกคนื

3. จุดประสงคการเรียนรู

1) สงั เกตและระบุดาวทป่ี รากฏบนทอ งฟา ในเวลากลางคืนได (K)
2) เปรียบเทียบทองฟาในเวลากลางวันและเวลากลางคืนได (K)
3) วาดภาพทองฟาในเวลากลางคนื ได (P)
4) เขียนแผนภาพหรือสรางชิ้นงานแบบจําลองทองฟา ในเวลากลางคืนได (P)
5) มีความสนใจใฝเรยี นรู (A)

4.สาระการเรียนรู

สาระการเรียนรแู กนกลาง สาระการเรยี นรูทองถนิ่
ดาวทปี่ รากฏบนทองฟาในเวลากลางคนื พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

5.กจิ กรรมการเรยี นรู คาบท่ี 1
ขน้ั นํา

ขั้นกระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูเขยี นเนอ้ื เพลง ดวงจนั ทร ไวบนกระดาน
เพลง ดวงจันทร
ดวงจันทรท อแสงนวลใย สุกใสอยใู นทอ งฟา
เราเหน็ ดวงจันทรา แสงพราวตาเวลาค่าํ คืน

ทมี่ า : เพลงอนบุ าลเด็กเลก็ -ชดุ ลูกสัตว
2. ครรู อ งเพลงดวงจนั ทร ใหน ักเรียนฟง 2-3 รอบ พรอ มใหน กั เรยี นชวยกนั ปรบมอื ใหจังหวะ
จากน้นั ครูถามนกั เรียนวา ในเนือ้ เพลงพดู ถึงดาวดวงใด (แนวตอบ : ดวงจนั ทร) แลวเราจะสามารถ
เหน็ ดวงจันทรไดในเวลาใด (แนวตอบ : เวลากลางคืน)

ขน้ั สอน

ขน้ั สํารวจคน หา (Explore)
1. ครูใชร ปู แบบการเรียนรูแบบรวมมอื เทคนคิ เพื่อนคูคิด โดยใหนักเรียนจับคูกัน แลวทํากจิ กรรม

เรื่องสังเกตทองฟาเวลากลางคืน จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตรโดยปฏบิ ตั ิกิจกรรม ดังนี้
1) ใหน กั เรยี นแตล ะคนไปสังเกตทองฟา ในเวลากลางคนื จากช่วั โมงที่แลว
2) บันทกึ ขอมลู จากการสังเกตลงในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร พรอ มตกแตงใหสวยงาม ครูอาจใหเวลา

นกั เรียนในการบนั ทึกขอมูลใหสมบรู ณอกี 5-10 นาที
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม)

คาบท่ี 2

1.ใหน กั เรียนจบั คูกันแลวน้าํ ขอมลู ท่ีไดจ ากการสังเกตมารว มกนั อภิปรายและสรปุ ผลเกยี่ วกับการ
สงั เกตทอ งฟาในเวลากลางคืน
2.จากน้ันนําขอมลู มาเขียนเปน แผนภาพหรือสรางช้นิ งานเพ่ือจําลองลกั ษณะทองฟาในเวลากลางคืน
ลงในกระดาษแข็ง โดยครูกําหนดเวลาในการสรา งแบบจาํ ลองคูล ะ 30 นาที และเตรียมตัวเพื่อนําเสนอ
ชิน้ งานในชวั่ โมงถดั ไป
คาบที่ 3

ขน้ั สอน

ขนั้ อธบิ ายความรู (Expain)
1. ครใู หน ักเรียนจับคูกันเหมือนเดิมในชว่ั โมงที่แลว แลวเตรียมตัวเพื่อนาํ เสนอแบบจาํ ลองลกั ษณะ

ทอ งฟา ในชวงเวลากลางคนื
2. ครูสุมเรียกนักเรียน 4-5 คู ใหออกมานําเสนอแบบจาํ ลองลกั ษณะทองฟา ในเวลากลางคืน โดยใหแต

ละคูใชเวลาในการนําเสนอคูละ 4-5 นาที
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรยี นโดยการใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ )
3. ครแู ละนักเรยี นรว มกันอภิปรายและแสดงความคิดเหน็ ภายในชัน้ เรยี นเกยี่ วกบั ความ แตกตางของ
ทอ งฟา กลางวันกับทองฟาเวลากลางคืน
4. ครูใหนักเรียนทํากจิ กรรมหนูตอบได จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตรลงในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตรแ ลว ครู
จะทาํ การสุม เรยี กนกั เรยี นใหอ อกมาเฉลยคําตอบใหเ พ่ือน ๆ คนอื่นฟง
5. เม่ือนักเรียนทํากิจกรรมหนูตอบไดเสร็จแลว ครูสุมเรียกนักเรยี น2 คน ใหออกมาเฉลยคําตอบของ
ขอ 1. และขอ 2. โดยครูคอยเสริมหรือแกไ ขในสวนท่ีบกพรอง
6. ครสู ุมเรียกนักเรียนอกี 2 คนใหออกมาเฉลยขอ 3. โดยทงั้ 2 คนตอ งตอบไมเหมือนกนั หลงั จากทนี่ ักเรยี น
ทง้ั 2 คน โดยครคู อยเสริมหรอื แกไ ขในสวนทบ่ี กพรอง พรอ มกบั อธิบายเพ่ิมเติมในสวนของคําตอบขอ 3. เพือ่ ให
นกั เรยี นเกิดความเขา ใจมากยง่ิ ขึ้น

คาบท่ี 4
ข้ันสรุป
ขนั้ ขยายความเขาใจ (Elaborate)

1. ครูทบทวนเกี่ยวกับเร่อื งดาวที่ปรากฏบนทองฟา ในเวลากลางวนั ใหน กั เรียนเขาใจอกี รอบ
2. ครูใหน ักเรยี นแบง กลมุ กลุมละ 3-4 คน แลว ใหแ ตละกลมุ เปดหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตรเ พ่ือทาํ
กิจกรรมคําถามทาทายการคดิ ขั้นสูง

(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรยี นโดยการใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม )
3. โดยใหแ ตล ะกลมุ สบื คนขอมูลจากแหลง ขอมูลตาง ๆ เชน อินเทอรเน็ตหนังสือเรียน เปนตน เพ่ือ
ตอบคําถามวา หากดวงจนั ทรไมไดร บั แสงสวา งจากดวงอาทิตยจะสง ผลตอโลกของเราอยา งไร แลวบนั ทกึ
ขอ มูลโดยใหแตล ะกลมุ ใชเวลาในการสบื คนกลมุ ละ 20 นาที
4. จากนั้นใหแตล ะกลุมรวมกนั อภิปรายและสรุปขอมูลทไี่ ดจากการสบื คน เพ่ือเตรยี มตัว นาํ เสนอ
ขอมลู หนา ชั้นเรียน
5. ครูสุม เรยี กนกั เรยี นมา 2-3 กลมุ ใหออกมานาํ เสนอหนาช้นั เรียน
6. จากน้นั ครูอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ใหน ักเรยี นเขาใจวา การเรยี นรเู กี่ยวกบั ดวงอาทติ ย ดวงจนั ทร และดาว
มีความจาํ เปนเน่ืองจากดวงดาวเหลา น้ี มคี วามสัมพนั ธก ับการเกิดปรากฏการณต า งๆ บนโลก เราจึงควร
เรยี นรแู ละควรทําความเขา ใจเพอ่ื ใหส ามารถนําไปใชป ระโยชนใ นการดําเนินชีวติ ได
7. นักเรยี นทาํ กจิ กรรมคําถามทาทายการคิดขัน้ สูงในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตรแ ลว นาํ มาสงในชว่ั โมงถัดไป

ขนั้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นกั เรียนรว มกันสรปุ เร่อื งการสังเกตทองฟาในเวลากลางคืน
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล พฤติกรรมการทาํ งานกลมุ

และการออกมานําเสนอผลการทํากิจกรรมหนาช้ันเรียน
3. ครูตรวจสอบผลการทํากจิ กรรมเรื่องสังเกตทองฟา เวลากลางคนื ในสมดุ ประจาํ ตวั นักเรยี นหรอื

แบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร
4. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดจ ากสมุดประจาํ ตัวนกั เรยี นหรือแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร

6. การวัดและประเมินผล วิธีการวดั ผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑการ
ประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล 60% ข้ึนไป ถือวา
จุดประสงค ผา นเกณฑการ
ประเมิน
ความรูความ 1. สังเกตและระบุดาวทป่ี รากฏบน 1.คาํ ถามกระตนุ 60% ขึ้นไป ถอื วา
เขาใจ (K) ทองฟาในเวลากลางคืนได ความคดิ ผา นเกณฑการ
ทกั ษะ/ 2.เปรียบเทยี บทองฟา ในเวลา ประเมนิ
กระบวนการ (P) กลางวันและเวลากลางคืนได
1.วาดภาพทอ งฟาในเวลากลางคืน 1. ใบงาน 60% ข้นึ ไป ถอื วา
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) ได ผานเกณฑการ
2. เขยี นแผนภาพหรือสรางชิ้นงาน ประเมิน
แบบจาํ ลองทองฟา ในเวลากลางคนื
ได
1.รับผิดชอบตอ หนา ที่ท่ีไดรบั 1. แบบสังเกต
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สังเกตความมวี นิ ัย ใฝเรยี นรู 2. แบบประเมิน
และมงุ มน่ั ในการทํางาน คณุ ลักษณะอันพึง
ประสงค

7. ส่ือ/แหลงการเรียนรู

7.1 สื่อการเรยี นรู
1) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4 หินและทองฟา
2) แบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร ป.1 หนวยการเรียนรูท่ี 4 หินและทอ งฟา
3) วสั ด-ุ อปุ กรณก ารทดลองในกิจกรรม เชน กระดาษแขง็ สีไม เปน ตน

7.2 แหลงการเรียนรู
1) หองสมุด
2) หองเรียน
3) อินเทอรเน็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...

ลงช่อื ...............................................ผสู อน ลงชอื่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)

ลงช่อื ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา สปั ดาหท่ี …19…

แผนการจดั การเรยี นรู

ภาคเรยี นท่ี 2/………… ชื่อผสู อน………………………………………….
กลมุ สาระ วิทยาศาสตร ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 1 จาํ นวน 4 คาบ
หนวยการเรียนรูท ี่ 4 หินและทอ งฟา เร่ือง ดาวบนทอ งฟา

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวช้ีวัด

มาตรฐานท่ี ว 3.1 เขาใจองคประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี
ดาวฤกษและระบบสุริยะ รวมท้งั ปฏิสัมพนั ธภ ายในระบบสรุ ิยะทส่ี งผลตอ สง่ิ มีชีวติ และการประยกุ ตใ ชเ ทคโนโลยอี วกาศ

มาตรฐานที่ ว 8.2 เขา ใจและใชแนวคิดเชิงคํานวณในการแกปญ หาท่ีพบในชีวิตจริงอยา งเปน ขน้ั ตอนและ
เปน ระบบใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู การทาํ งานและการแกป ญหาไดอยา งมีประสิทธิภาพ รูเทา
ทนั และมจี ริยธรรม

ตัวชว้ี ัดที่ ป.1/1 ระบุดาวที่ปรากฏบนทองฟาในเวลากลางวนั และกลางคนื จากขอ มูลท่ีรวบรวมได
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป. 1/2 อธิบายสาเหตุทมี่ องไมเห็นดาวสว นใหญในเวลากลางวันจากหลักฐานเชิงประจกั ษ

2.สาระสําคัญ /ความคดิ รวบยอด

ในเวลากลางวันเราไมส ามารถมองเหน็ ดาวไดเ น่ืองจากแสงของดวงอาทติ ยส วางกวาจงึ กลบแสงของดาว สวน
ในเวลากลางคืนจะมองเห็นดาวและมองเห็นดวงจนั ทรเ กือบทุกคืน

3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1. สงั เกตดาวบนทองฟาได (K)
2. อธิบายการมองเหน็ ดาวบนทองฟา ได (K)
3. อธบิ ายสาเหตุทมี่ องไมเ ห็นดาวสว นใหญใ นเวลากลางวันได (K)
4. สังเกตและอธบิ ายลักษณะทอ งฟา ในเวลากลางวนั และกลางคนื ได (K)
5. มีความสนใจใฝเรยี นรู (A)

4.สาระการเรยี นรู

สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรยี นรทู อ งถิ่น
1) ดาวทป่ี รากฏบนทองฟาในเวลากลางวนั พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
2) ดาวท่ปี รากฏบนทองฟา ในเวลากลางคนื
3) การมองเหน็ ดาวในชวงเวลากลางวันและเวลา
กลางคืน

5.กิจกรรมการเรียนรู

คาบท่ี 1

ข้ันนาํ

ข้ันกระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูนํานทิ านภาพ ชดุ พลังคิด นักวทิ ยน อย เร่ืองดวงดาวซอนหา มาอา นใหน กั เรียนฟง
2. ครูสุม นักเรียน 2-3 คน ออกมาอธิบายลกั ษณะทองฟา จากเนื้อเรอ่ื งใหเ พื่อนๆ ฟง เพื่อใหเกิดความเขาใจมากขึ้น

(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยการใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)
2. ครูใหนักเรียนรวมกันสรุปลักษณะทองฟาในเวลากลางวันและกลางคืน เพ่ือเปนการทบทวนเนื้อหาที่ได

เรยี นผานมาแลว

3.ข้นั สอน

ขนั้ สาํ รวจคนหา (Explore)
1. ครูเตรยี มอุปกรณทใ่ี ชทํากิจกรรมเร่ืองสังเกตดาว มาวางไวหนา ชนั้ เรียนดงั นี้
1) ไฟฉาย 1 กระบอก
2) ตวั เรอื งแสงชุดดวงจนั ทรแ ละดวงดาว 1 ชุด
2. ครใู หนักเรยี นรวมกนั ทํากิจกรรมสังเกตดาวจากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร โดยปฏบิ ตั ิกิจกรรม ดงั น้ี
1) ครูจาํ ลองหองเรยี นเปน ทองฟาโดยติดตัวเรืองแสงรปู ดวงจนั ทรและดาวไวท ่ผี นงั หองหรือกระดานดาํ
2) ใหน ักเรยี นชว ยกันปดประตหู นา ตา งและหลอดไฟทุกดวงในหองเรยี นเพ่ือทําใหหองเรียนมดื
3) ใหท ุกคนสงั เกตส่ิงทีม่ องเห็น แลว บนั ทึกลงในสมุดประจําตัวนกั เรียนหรือแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร
4) ครใู ชไฟฉายแทนแสงสวา งของดวงอาทติ ยโดยเปดไฟฉายและสองไฟฉายไปทรี่ ปู ดวงจันทรแ ละดาวท่ีตดิ

ไวท่ฝี าผนงั หรือกระดานดําแลวใหทกุ คนสังเกตส่ิงที่มองเหน็ แลวบันทึกผล
5) เมอ่ื ทํากิจกรรมเสรจ็ แลว ครูใหน กั เรยี นชว ยกันเปดประตู หนา ตา ง และหลอดไฟ แลวชวยกนั สรปุ ผลการ

จากกิจกรรมทํากจิ กรรม
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นักเรยี น โดยการใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล)

3. ครูสุมนักเรียน 4-5 คน ออกมานําเสนอผลการทํากิจกรรมและสรุปผลการทํากิจกรรมโดยครูคอย
เสนอแนะในสวนที่บกพรอง

4. ครูและนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ผลการทํากิจกรรมเร่ืองการสงั เกตดาวอีกคร้งั เพื่อใหเ กิดความเขาใจมากยง่ิ ข้ึน

ขน้ั สอน คาบท่ี 2

ขน้ั อธิบายความรู (Expain)
1. ครูเปดเพลงดาวดวงนอย จาก www.growinggood.org/2010/08/7778/โดยมีเนือ้ รอง ดังนี้
เพลงดาวดวงนอย
แวววาว วิบวับ ดาวนอยระยบิ ตา เธอคือใครกัน ไหนบอกมา
สงู ๆ ขน้ึ ไป ไกลเหลอื คณา เธอเหมือนดังเพชรบนฝากฟา (ซาํ้ )

ใหน ักเรียนฟง และทาํ ทา ทางประกอบเพลง เพือ่ เปน การกระตนุ ความสนใจใหนักเรยี น
2. ครตู ัง้ คาํ ถามวา ในเวลากลางคนื นอกจากดวงจนั ทรแ ลว เราสามารถมองเห็นส่งิ ใดบนทอ งฟา อีกบา ง (แนวตอบ

: ดวงดาว)

3. ครตู ง้ั คําถามอกี วา เราสามารถมองเห็นดาวในเวลากลางคนื ไดอยางไร แลว ในเวลากลางวันเราสามารถ
มองเห็นดาวไดห รือไม โดยครูสามารถใหน ักเรยี นตอบคําถามไดอยา งอิสระ (แนวตอบ : เราสามารถมองเหน็ ดาวใน
กลางคืนได เพราะชว งเวลากลางคนื ไมมแี สงจากดวงอาทิตย ทาํ ใหท องฟามืด เราจงึ มองเห็นแสงของดาวได แต
ในชว งเวลากลางวนั เราไมส ามารถมองเหน็ ดาวได )

4. ครูแบงกลุม ใหนกั เรียนกลมุ ละ 3-4 คน จากนั้นใหแตล ะกลุมสบื คนขอมูลเก่ยี วกับการมองเห็นดาวใน
เวลากลางคืนและการมองไมเห็นดาวในกลางวันจากแหลงขอมูลตางๆ เชน หนงั สอื เรียน หอ งสมดุ อนิ เทอรเน็ต
เปนตน โดยครูใหเ วลาในการสืบคน ขอมลู กลุมละ 30 นาที

(หมายเหต:ุ ครูเริ่มประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม )

คาบท่ี 3
ขน้ั สอน

1.จากชั่วโมงท่แี ลวใหแ ตละกลมุ นําขอมูลท่ีไดจากสืบคนบนั ทึกและรว มกนั อภิปรายและสรุปผลเก่ียวกับการ
มองเห็นดาวในเวลากลางคืนและเวลากลางคืน แลว เตรียมตัวเพือ่ นาํ เสนอขอมูล

2.ครูใหแตล ะกลุม สง ตัวแทนออกมานําเสนอผลท่ีไดจ ากการสบื คนใหเ พอ่ื นๆ กลมุ อืน่ ฟง หนาช้นั เรยี น
3. ครสู รปุ เรื่องการมองเหน็ ดาวตามที่แตละกลมุ ไดสบื คน มา เพื่อใหน ักเรยี นเขาใจมากข้นึ
4. นักเรยี นเปดหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตรค รูอธิบายเนอ้ื หาใหน กั เรยี นฟง หรือครูอาจใหนกั เรียนสแกน QR
Code เรือ่ งดาวบนทอ งฟา จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร ประกอบในการเรยี นการสอน
5. นักเรยี นทํากิจกรรมหนตู อบไดจากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตรแลวนาํ มาสง ในชว่ั โมงถดั ไป
6. นักเรยี นทํากจิ กรรมสรปุ ความรูประจําบทลงในใบงาน เรื่องสํารวจทองฟา หรือในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร
แลวนาํ มาสงในชว่ั โมงถดั ไป

คาบที่ 4
ขั้นสรปุ

ขั้นขยายความเขาใจ (Elaborate)

1. ครทู บทวนเกีย่ วกบั เรอ่ื งการมองไมเหน็ ดาวในเวลากลางวนั ใหนักเรียนเขาใจอกี รอบ
2. ครใู หนกั เรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คนเพ่ือทาํ กจิ กรรมสรา งสรรคผลงาน จากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร
(หมายเหตุ: ครเู ร่ิมประเมินนักเรียน โดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม)
3. ใหแ ตล ะกลมุ เตรียมความพรอมของอุปกรณเ พื่อใชในการปฏิบตั กิ จิ กรรมท่ีวางแผนและออกแบบในการ
จัดทําสมุดภาพเร่ืองทองฟาแสนสวย
4. ใหแ ตล ะกลุมลงมือปฏบิ ัติกจิ กรรมโดยครูกําหนดเวลาในการทาํ กิจกรรม 30 นาที
5. เมื่อแตละกลุมทํางานเสรจ็ พรอมแลวครจู ับฉลากใหแตละกลุม นําผลงานออกมานําเสนอหนา ชั้นทลี ะกลมุ
จนครบทุกกลมุ โดยใชเ วลาในการนําเสนอกลมุ ละ 5 นาที
(หมายเหตุ: ครเู ริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแบบประเมินการนําเสนอหนาชัน้ เรยี น)
6. ครแู ละนกั เรียนรวมกันสรุปขอมูลและความรูท ี่ไดจ ากการทํากิจกรรม
7. ครูใหนกั เรยี นทําทบทวนทา ยหนว ย หนวยที่ 4 เรื่องหนิ และทอ งฟา ในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร
8. ครใู หน กั เรียนทาํ กิจกรรมฝกทกั ษะจากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตรแลวนํามาสงในชัว่ โมงถดั ไป

ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูใหน ักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียนหนวยการเรียนรูท่ี 4 เรอ่ื งหินและทองฟา
2. ครูตรวจใบงาน เร่ือง สาํ รวจทองฟา
3. ครูตรวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดใ นแบบฝกหดั วิทยาศาสตร
4. ครูตรวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมฝก ทักษะในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร
5. ครูตรวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมสรางสรรคผลงานจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร
6. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรยี นหนวยการเรยี นรทู ่ี 4 เร่อื งหินและทองฟา
7. ครตู รวจทบทวนทา ยหนว ยหนวยการเรยี นรูท่ี 4 เรือ่ งหินและทอ งฟา
8. ครูประเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล พฤติกรรมการทํางานกลมุ และการ

ออกมานําเสนอผลการทํากจิ กรรมหนา ช้นั เรียน

6. การวัดและประเมินผล วธิ ีการวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑก าร
ประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล 60% ขึ้นไป ถอื วา
จดุ ประสงค ผานเกณฑการ
ประเมิน
ความรคู วาม 1. สังเกตดาวบนทอ งฟาได 1.คําถามกระตนุ
เขาใจ (K) 2. อธบิ ายการมองเห็นดาวบน ความคิด 60% ขึ้นไป ถือวา
ทกั ษะ/ ทองฟาได ผานเกณฑการ
กระบวนการ (P) 3. อธิบายสาเหตทุ ่มี องไมเห็นดาว ประเมิน
สวนใหญใ นเวลากลางวันได 60% ขึ้นไป ถอื วา
4. สังเกตและอธิบายลักษณะ ผา นเกณฑการ
ทอ งฟาในเวลากลางวันและ ประเมนิ
กลางคนื ได
1.อธบิ ายลักษณะดาวบนทองฟา ได 1. ใบงาน

คุณลกั ษณะนิสยั (A) 1.รับผดิ ชอบตอ หนา ท่ีท่ไี ดรบั 1. แบบสังเกต
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สังเกตความมีวินยั ใฝเ รยี นรู 2. แบบประเมิน
และมงุ มัน่ ในการทํางาน คณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค

7. สื่อ/แหลง การเรยี นรู

7.1 สอ่ื การเรียนรู
1) หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน วทิ ยาศาสตร ป.1 หนวยการเรยี นรทู ่ี 4 หนิ และทอ งฟา
2) แบบฝก หัด รายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตร ป.1
3) ใบงานเรื่อง สํารวจทอ งฟา
4) วัสด-ุ อปุ กรณท่ีใชในกจิ กรรมไดแก ไฟฉาย และตัวเรืองแสงรปู ดวงจนั ทรและดาว

5) วัสด-ุ อปุ กรณท ใ่ี ชใ นกจิ กรรมสรางสรรคผลงาน เชน สมุด สีไม เปนตน
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หองเรยี น
2) หอ งสมุด

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...

ลงช่อื ...............................................ผูสอน ลงช่อื ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)

ลงชอื่ ....................................................ผูบรหิ าร
(………………………………………)

ใบงาน
เรอ่ื ง สาํ รวจทองฟา
คาํ ชี้แจง : ใหน กั เรียนสรุปความรูเก่ยี วกับดวงจันทรแ ละดาวท่ีสังเกตได เปนแผนผงั ความคดิ พรอมตกแตง ใหส วยงาม

ใบงาน เฉลย
เรื่อง สํารวจทองฟา

คาํ ชแ้ี จง : ใหนักเรยี นสรุปความรูเกีย่ วกบั ดวงจนั ทรแ ละดาวทส่ี ังเกตได เปน แผนผังความคิด พรอ มตกแตงใหส วยงาม

สํารวจ(ทตอัวองยฟา าง)

ทองฟา เวลากลางวัน ทอ งฟาเวลากลางคนื

เราจะมองเห็น เราจะมองเห็น

ทกุ วนั และ
และจะมองเห็น
เกือบทกุ คนื
บางวัน แตเราจะมองไมเหน็
แตเราไมสามารถมองเห็น

เนอื่ งจากแสงของดวงอาทิตย
กลบแสงของดาว จึงทําใหเรา

มองไมเหน็ ดาวได




Click to View FlipBook Version