ขัน้ สรปุ
ขั้นขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครขู ออาสาสมคั รนักเรียน 2 คน ใหออกมาหนาช้ันเรยี น จากนั้นใหค นที่ 1 เดนิ ไปเคาะโตะ เรียน
จากนั้นใหคนท่ี 2 พดู คําวา สวสั ดี
2. ครตู งั้ คําถามถามนักเรยี นวา ไดย ินเสยี งหรอื ไม และเสียงนั้นมาจากแหลงกําเนิดเสียงใดบา ง
(แนวตอบ : ไดย นิ แหลงกําเนิดเสยี งตามธรรมชาติ คอื เสียงพูดคําวา สวัสดี และแหลง กําเนิดเสียงที่มนุษยสราง
ข้ึน คือเสียงเคาะโตะเรียน)
3. นักเรยี นทุกคนแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ เกีย่ วกบั แหลงกาํ เนิดเสยี งท่ีพบเหน็ ในชีวิตประจําวนั โดยมีครู
คอยแนะนาํ เพ่ิมเติมในสวนที่บกพรอง
4. นกั เรียนแตละคนทาํ ใบงาน เร่ือง แหลงกําเนดิ เสยี ง จากน้ันใหนักเรียนจับคูกบั เพ่ือน
5. นักเรยี นจับคกู ับเพื่อน แลวใหผลัดกันตรวจสอบคําตอบของใบงานเรอื่ ง แหลงกําเนดิ เสยี ง
6. ครสู มุ ตวั แทนของแตล ะคู 3-4 คู จากนั้นใหอ อกมาเฉลยคาํ ตอบหนาช้ันเรยี น โดยครคู อยตรวจสอบ
ความถกู ตอง
7. นักเรยี นแตล ะคนทาํ กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรูจากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร ใหนักเรียนทําในใบงาน
เรื่อง เสียงจากน้นั นํามาสง ในชว่ั โมงถดั ไป
ข้นั ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครใู หน กั เรียนสรปุ ความรูจากการเรยี นจนไดขอสรปุ รว มกันวา แหลงกาํ เนิดเสียงแบงได 2 ประเภท
คอื แหลงกําเนดิ เสียงตามธรรมชาติ เชน เสยี งคน เสียงสตั ว ฝนตก เปน ตน และแหลงกําเนดิ เสยี งทีม่ นษุ ยสรา ง
ข้นึ เชน เสยี งวทิ ยุ เสยี งตีกลอง เสียงเคร่อื งจักรในโรงงานอุตสาหกรรม เปน ตน
2. ครปู ระเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคาํ ถาม พฤติกรรมการทํางานรายบุคคล
พฤติกรรมการทํางานกลุม และจากการนําเสนอผลการทํากิจกรรมหนา ชั้นเรยี น
3. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมการจําแนกประเภทของแหลง กาํ เนิดเสียง
4. ครตู รวจสอบผลการทําใบงานเรอื่ ง แหลง กําเนิดเสียง และใบงาน เร่อื ง เสียง
6.การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑก าร
จุดประสงค ประเมนิ ผล
60% ขนึ้ ไป ถือวา
ความรคู วาม 1. ระบุชอื่ แหลงกาํ เนิดเสยี งได 1.คาํ ถามกระตนุ ผา นเกณฑการ
เขาใจ (K) ความคิด ประเมิน
60% ขึ้นไป ถอื วา
ทักษะ/ 1.จาํ แนกประเภทของแหลงกําเนิด 1. ใบงาน ผานเกณฑการ
กระบวนการ (P) เสียงได ประเมนิ
60% ขนึ้ ไป ถอื วา
คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1.รบั ผดิ ชอบตอหนา ที่ท่ไี ดรบั 1. แบบสงั เกต ผา นเกณฑการ
มอบหมาย พฤติกรรม ประเมิน
2.สังเกตความมีวินัย ใฝเ รยี นรู 2. แบบประเมิน
และมงุ มั่นในการทาํ งาน คณุ ลักษณะอันพงึ
ประสงค
7. สือ่ /แหลงการเรยี นรู
7.1 สอ่ื การเรยี นรู
1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร ป.1 หนวยการเรียนรูที่ 3 วสั ดแุ ละการเกิดเสียง
2) แบบฝกหัดวิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรียนรูท ่ี 3 วัสดุและการเกดิ เสียง
3) ใบงาน เร่ือง แหลง กําเนดิ เสียง
4) ใบงาน เรื่อง เสยี ง
5) บตั รภาพแหลง กําเนดิ เสยี ง
7.2 แหลงการเรยี นรู
1) หองสมุด
2) แหลงชุมชน
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
ลงช่อื ...............................................ผสู อน ลงชอื่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่อื ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
ใบงาน
เร่ือง แหลง กําเนิดเสยี ง
คาํ ชี้แจง : ใหนกั เรียนดูภาพ แลวตอบคําถาม
เปน แหลงกําเนิดเสยี งประเภทใด
แหลง กาํ เนิดเสยี งนคี้ อื อะไร
เสียงเกิดจาก
เปนแหลงกาํ เนดิ เสยี งประเภทใด
แหลงกําเนดิ เสยี งนคี้ อื อะไร
เสยี งเกดิ จาก
เปนแหลง กําเนดิ เสยี งประเภทใด
แหลงกําเนดิ เสยี งน้ีคืออะไร
เสยี งเกดิ จาก
ใบงาน
เรื่อง เสียง
คาํ ชแ้ี จง : ใหนักเรียนตอบคําถามตอ ไปน้ี
1) ยกตัวอยางเสยี งที่ไดย นิ ในบริเวณบานหรือชมุ ชนของตนเองมา 2 เสียง พรอมบอกความรูสึกท่ีไดฟง เสียงน้นั
………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………….
2) แหลงกําเนิดเสยี งแบงออกเปนกี่ประเภท อะไรบาง
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
3) สงั เกตภาพ แลว บันทึกขอมูล
เกดิ เสยี งหรือไม.......................... เกดิ เสยี งหรอื ไม............................ เกิดเสยี งหรือไม..........................
สงั เกตจาก.................................. สงั เกตจาก.................................. สังเกตจาก..................................
เกิดเสียงหรือไม. ......................... เกิดเสียงหรือไม.......................... เกิดเสยี งหรอื ไม. .........................
สงั เกตจาก.................................. สังเกตจาก.................................. สงั เกตจาก..................................
บตั รภาพแหลง กาํ เนิดเสยี ง
บตั รภาพแหลง กาํ เนิดเสยี ง
บตั รภาพแหลง กาํ เนิดเสยี ง
บตั รภาพแหลง กาํ เนิดเสยี ง
โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา สัปดาหท ่ี …12……
แผนการจดั การเรยี นรู
ภาคเรียนท่ี 2/…………….. ชอ่ื ผสู อน………………………………………….
กลุมสาระ วิทยาศาสตร ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี 1 จาํ นวน 4 คาบ
หนวยการเรยี นรทู ี่ 3 วสั ดุและการเกดิ เสียง เรื่อง การเคลื่อนท่ีของเสยี ง
1. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวช้ีวัด
มาตรฐานที่ ว 2.3 เขาใจความหมายของพลังงาน การเปล่ยี นแปลงและการถายโอนพลงั งาน ปฏิสมั พันธ
ระหวางสสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ิตประจําวัน ธรรมชาตขิ องคลื่น ปรากฏการณทเ่ี ก่ยี วขอ งกบั เสยี ง แสง และคลื่น
แมเ หลก็ ไฟฟา รวมท้งั นาํ ความรูไ ปใชประโยชน
มาตรฐานท่ี ว 8.2 เขา ใจและใชแนวคดิ เชงิ คาํ นวณในการแกปญ หาที่พบในชวี ติ จรงิ อยา งเปน ขน้ั ตอนและ
เปนระบบใชเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารในการเรียนรู การทาํ งานและการแกปญหาไดอยา งมปี ระสิทธภิ าพ รูเทา
ทนั และมจี รยิ ธรรม
ตัวชี้วดั ที่ ป.1/1 บรรยายการเกิดเสียงและทิศทางการเคล่ือนที่ของเสยี งจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ
2. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
เสยี งจะเคลื่อนที่ออกจากแหลง กาํ เนิดเสยี งและเคลอื่ นที่ไปในทกุ ทิศทาง โดยอาศัยตวั กลางของเสยี ง
3. จดุ ประสงคการเรียนรู
1. บรรยายทศิ ทางการเคล่อื นทข่ี องเสียงจากแหลงกําเนิดเสยี งได (K)
2. ทดลองเพ่ืออธิบายทิศทางการเคล่ือนทีข่ องเสียงจากแหลง กาํ เนิดเสยี งได (P)
3. มีความกระตือรือรนในการทาํ งาน (A)
4.สาระการเรียนรู สาระการเรียนรทู องถน่ิ
พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรูแกนกลาง
ทิศทางการเคลื่อนทข่ี องเสียง
5.กิจกรรมการเรียนรู
คาบที่ 1
ขัน้ นาํ
ขัน้ กระตุน ความสนใจ (Engage)
1. ครูทกั ทายนักเรยี น จากนน้ั สนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับเรอ่ื งแหลงกาํ เนิดเสยี งเพือ่ ทบทวนความรู
2. ครูแจงผลการเรียนรูท่ีจะเรยี นในวนั น้ใี หน ักเรียนทราบ
3. ครูเปดเพลงจากโทรศัพทมอื ถอื หรือสน่ั กระดิง่ หนาชนั้ เรยี นแลว สนทนากบั นกั เรยี นวา ใหนกั เรียนท่ีไมไ ดยนิ
เสียงเพลงทเี่ ปด หรือเสียงกระดงิ่ ทค่ี รูสน่ั ใหยกมือขึน้
4. ครเู ปลย่ี นตําแหนง ในการยืนเปด เพลงหรือสนั่ กระด่ิง และถือโทรศัพทม ือถือหรือกระด่ิงไวดา นหลัง พรอมกบั
ถามคําถามดังน้ี
• นักเรียนคนใด ไมไดยินเสียงเพลงท่ีเปดหรือเสยี งกระดง่ิ ท่ีครสู ั่นบาง
(แนวตอบ : ขึน้ อยูก ับการไดย ินเสยี งของนักเรยี น)
• นักเรยี นคิดวา เสยี งเพลงทีเ่ ปดหรือเสยี งจากกระด่ิงที่ครสู น่ั มกี ารเคล่ือนท่ีออกจากแหลงกําเนิดเสยี งไปใน
ทิศทางใดบาง
(แนวตอบ : เสยี งเพลงหรอื เสียงจากกระด่งิ จะเคลื่อนที่ออกจากแหลงกําเนิดเสียงและเคล่ือนที่ไปในทุกทิศทาง )
(หมายเหตุ : ครปู ระเมินนักเรยี น โดยใชแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล)
5. ครูอธิบายเช่ือมโยงใหนักเรยี นเขา ใจวา จากบทเรยี นทผ่ี า นมานกั เรยี นทราบแลววาเสียงเกดิ ข้ึนไดอ ยางไร และ
เมอื่ ครสู ัน่ กระดงิ่ ไมว า จะอยูต ําแหนง ใดก็ตาม นกั เรยี นทกุ คนยงั คงไดยนิ เสียงกระดงิ่ ดังนั้น ในวันนี้เราจะศึกษาทิศ
ทางการเคลือ่ นท่ีของเสยี ง
ข้นั สอน คาบท่ี 2
ข้นั สํารวจคน หา (Explore)
1. นกั เรียนแบง กลุม กลุมละ 6 คน โดยให 1 คน ยนื ตรงกลาง และใหอีก 5 คน ยนื ลอมเปน วงกลมโดยครูทาํ
สญั ลักษณกําหนดจุดยืนตําแหนงท่ี 1-5 ตามกจิ กรรมเรื่อง การเคล่ือนที่ของเสยี งจากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร ป.1
2. นักเรยี นชวยกันคาดคะเนวาหากนักเรยี นทีอ่ ยูกลางวงปรบมือ 1 ครง้ั นักเรยี นทอี่ ยตู ําแหนงใดบางจะไดย นิ เสียง
ปรบมือ
3. นกั เรียนท่อี ยูกลางวงปรบมอื ไปเร่ือยๆ สวนนักเรียนอีก 5 คน ฟง เสยี งปรบมอื และสลบั ทข่ี องตนเองวนไปยัง
ตําแหนงตางๆ จนครบ 5 ตาํ แหนง บนั ทึกผลการสังเกต พรอมวาดภาพแสดงทิศทางการเคลอ่ื นทีข่ องเสียงลงในแบบฝกหดั
วิทยาศาสตร ป.1
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม)
ขั้นสอน คาบที่ 3
ขัน้ อธิบายความรู (Expain)
1. นกั เรียนแตละกลุมรวมกนั อภปิ รายและสรปุ ผลการทํากิจกรรม เรอื่ ง การเคล่ือนทขี่ องเสียง จากนัน้ เลือกตัวแทน
เพื่อใหออกมานําเสนอผลการทาํ กิจกรรมหนา ชน้ั เรยี น
2. นกั เรยี นตวั แทนของแตละกลุมออกมานําเสนอผลการทาํ กิจกรรมหนาชนั้ เรียนจากนั้นรวมกันแลกเปล่ยี นความ
คดิ เห็นโดยมีครูคอยแนะนาํ เพิ่มเตมิ
3. นกั เรยี นแตละกลุม รวมกันสรุปผลการทาํ กจิ กรรม เรอ่ื ง การเคลือ่ นที่ของเสียง จนไดข อสรุปวา เมอื่ นกั เรยี นที่
อยกู ลางวงปรบมอื นกั เรยี นท่ีอยูตําแหนง ตางๆ จะไดย นิ เสียงกนั แสดงวา เสียงมีการเคลื่อนท่ีออกจากแหลงกําเนดิ เสียง
ในทุกทิศทาง
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมินนักเรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม)
ขัน้ สอน คาบที่ 4
ข้นั ขยายความเขา ใจ (Elaborate)
1. นักเรียนทุกคนรวมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็น โดยครูถามคาํ ถามวา จากการทดลองนกั เรยี นจะอธิบายทศิ
ทางการเคล่อื นที่ของเสียงไดอยางไร
(แนวตอบ : เสียงเคลอื่ นที่ไปในทกุ ทิศทาง)
2. นักเรยี นแตล ะคนทาํ กิจกรรมหนตู อบไดในหนังสือเรียนวิทยาศาสตรล งในสมุดประจําตัวนักเรียนหรอื ใหท ําใน
แบบฝกหัดวิทยาศาสตร
ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูสุมนกั เรยี น 4-5 คน จากนนั้ ใหส รปุ ความรทู ี่ไดจากการทํากิจกรรมจนไดขอสรุปวา เสยี งจะเคล่ือนทีอ่ อกจาก
แหลงกําเนิดเสียงและเคลื่อนทไี่ ปในทกุ ทิศทาง
2. ครูประเมินผลนกั เรยี น โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคําถาม พฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล พฤติกรรมการ
ทาํ งานกลมุ และจากการนําเสนอผลการทาํ กจิ กรรมหนาช้ันเรยี น
3. ครตู รวจผลการทํากจิ กรรม เรือ่ งการเคล่ือนท่ีของเสียงในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร
4. ครตู รวจสอบผลการทํากจิ กรรมหนตู อบไดในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร
6. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมือวดั D
การวัดและประเมินผล เกณฑการ
จดุ ประสงค ประเมนิ ผล
60% ขน้ึ ไป ถือวา
ความรคู วาม 1. บรรยายทศิ ทางการเคล่ือนท่ี 1.คําถามกระตนุ ผานเกณฑการ
เขา ใจ (K) ของเสยี งจากแหลงกาํ เนิดเสียงได ความคดิ ประเมนิ
60% ขึน้ ไป ถือวา
ทักษะ/ 1.ทดลองเพือ่ อธิบายทิศทางการ 1. ใบงาน ผานเกณฑการ
กระบวนการ (P) เคล่อื นท่ีของเสียงจากแหลง กําเนิด ประเมนิ
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) เสียงได 60% ขน้ึ ไป ถอื วา
ผานเกณฑการ
1.รับผิดชอบตอ หนาที่ท่ไี ดร บั 1. แบบสังเกต ประเมนิ
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝเ รยี นรู 2. แบบประเมิน
และมงุ มัน่ ในการทาํ งาน คุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค
7. สือ่ /แหลงการเรยี นรู
7.1 สื่อการเรียนรู
1) หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรียนรูท่ี 3 วัสดแุ ละการเกดิ เสยี ง
2) แบบฝกหัดวิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรียนรทู ่ี 3 วัสดแุ ละการเกดิ เสียง
3) วัสด-ุ อุปกรณการทดลองในกจิ กรรม เชน วิทยหุ รอื โทรศัพทมือถือ กระด่ิง เปนตน
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หองสมุด
2) หองเรียน
3) อินเทอรเน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
ลงช่อื ...............................................ผสู อน ลงชอื่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่อื ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา สัปดาหท ่ี …13……
แผนการจดั การเรยี นรู
ภาคเรียนที่ 2/………… ช่อื ผูสอน………………………………………….
กลุมสาระ วิทยาศาสตร ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 1 จํานวน 4 คาบ
หนวยการเรียนรูที่ 3 วัสดุและการเกดิ เสยี ง เรื่อง ทศิ ทางการเคลอื่ นที่ของเสียง
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้ีวดั
มาตรฐานท่ี ว 2.3 เขาใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถายโอนพลงั งาน ปฏิสัมพนั ธ
ระหวา งสสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ติ ประจาํ วนั ธรรมชาติของคล่นื ปรากฏการณที่เกย่ี วขอ งกับเสยี ง แสง และคล่ืน
แมเหล็กไฟฟา รวมทง้ั นําความรไู ปใชประโยชน
มาตรฐานที่ ว 8.2 เขาใจและใชแนวคิดเชิงคาํ นวณในการแกป ญหาท่ีพบในชวี ิตจริงอยา งเปนขน้ั ตอนและเปน
ระบบใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรยี นรู การทํางาน และการแกปญหาไดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ รูเทา
ทัน และมีจรยิ ธรรม
ตัวชี้วัดที่ ป.1/1 บรรยายการเกดิ เสยี งและทิศทางการเคล่ือนที่ของเสยี งจากหลักฐานเชงิ ประจักษ
2.สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
เสียงจะเคล่ือนท่ีออกจากแหลง กําเนดิ เสยี งและเคล่อื นที่ไปในทุกทิศทาง โดยอาศัยตวั กลางของเสยี ง
3. จดุ ประสงคการเรียนรู
1. บรรยายทศิ ทางการเคลอ่ื นท่ขี องเสยี งได (K)
2. สบื คน ขอมูลเพื่ออธิบายทศิ ทางการเคลอื่ นที่ของเสียงได (P)
3. มคี วามสนใจใฝเรยี นรู (A)
4.สาระการเรยี นรู
สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรยี นรูท อ งถ่ิน
ทิศทางการเคล่ือนทขี่ องเสียง พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
5.กิจกรรมการเรียนรู คาบที่ 1
ข้ันนํา
ข้ันกระตุนความสนใจ (Engage)
1.ครทู ักทายนกั เรียน จากนัน้ ครูแจงผลการเรียนรูของการเรียนในวนั นี้ใหนักเรยี นทราบ
2. ครูทํากิจกรรมเพื่อกระตนุ ความสนใจของนกั เรียนโดยนาํ บตั รภาพวตั ถตุ า งๆ มาใหนักเรยี นสงั เกต จากนน้ั
ถามนักเรียนวา วตั ถชุ ิน้ นี้สามารถเกดิ เสยี งไดห รอื ไม และเกิดไดอ ยางไร โดยนับ 1-3 แลวใหนกั เรียนยกมือแยงกัน
ตอบ หากนักเรยี นตอบถกู จะไดร ับของรางวัลทค่ี รูเตรยี มไว
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล)
ขนั้ สอน
ข้นั สาํ รวจคน หา (Explore)
1. นกั เรียนแบง กลมุ ออกเปนกลุมละ 3-4 คน จากนัน้ ทุกกลุมชวยกันศึกษาขอมูลเก่ียวกับเร่อื งทิศทางการ
เคลือ่ นที่ของเสียงจากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.1
2. นักเรยี นจบั คูกับเพ่ือนแลว ชว ยกนั เรยี นรขู อมูลเกีย่ วกับทิศทางการเคลื่อนที่ของเสยี งเพิม่ เติมจากสื่อดจิ ิทัลใน
หนังสือเรียนวิทยาศาสตร โดยใชโ ทรศพั ทม ือถอื สแกน QR Code เรอื่ งทศิ ทางการเคลอ่ื นทขี่ องเสยี ง
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใชแ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ )
คาบท่ี 2
ขน้ั อธิบายความรู (Expain)
1.ครูสุมเลือกนักเรียนแตละคนใหออกมาสรุปความรูทไี่ ดจ ากการศึกษาขอมลู จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร
และความรจู ากการสแกน QR Code เร่อื ง ทิศทางการเคล่ือนทีข่ องเสยี งหนา ชน้ั เรยี น
2. ครูคอยอธิบายเพมิ่ เติมในสว นทีบ่ กพรอง
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ )
คาบท่ี 3
ขน้ั สรปุ
ข้ันขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. นักเรียนแตละคนทําสรุปความรลู งในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร ป.1
2. นกั เรียนแตล ะคนทํากจิ กรรมฝก ฝนทักษะจากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตรล งในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร
3. นกั เรียนแตละคนทาํ กิจกรรมทาทายการคิดข้นั สูงลงในแบบฝก หดั วิทยาศาสตร
4. นักเรยี นแบงกลุม ออกเปนกลุม ละ 3-5 คน จากน้ันชวยกนั ทาํ กิจกรรมสรางสรรคผลงานจากหนังสอื เรียน
วิทยาศาสตรห รอื จากแบบฝก หดั วิทยาศาสตร แลวใหนาํ เสนอผลงานแบบจําลองโทรศัพทห นาช้นั เรียน
5. นักเรียนแตละคนอา นสรปุ สาระสาํ คัญจากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตรแลว ครขู ออาสาสมคั ร 1-2 คน ออกมา
สรปุ ความรูทีไ่ ดใหเ พ่ือนฟงหนาชั้นเรยี น
6. นักเรยี นแตล ะคนทาํ ทบทวนทา ยหนว ยลงในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร
7. นักเรยี นแตละคนทําแบบทดสอบหลังเรียนหนวยการเรยี นรทู ี่ 3 เรอื่ ง วสั ดุและการเกดิ เสยี ง
คาบท่ี 4
ขนั้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ใหนักเรยี นดตู ารางตรวจสอบตนเอง จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตรจ ากนน้ั ครถู ามนักเรียนเปน รายบุคคล
ตามรายการขอ 1-5 จากตาราง เพือ่ เปนการตรวจสอบความรูความเขา ใจของนกั เรยี นหลังจากการเรยี น หาก
นกั เรียนคนใดตรวจสอบตนเองโดยใหอยใู นเกณฑท่คี วรปรบั ปรุงใหค รทู บทวนบทเรียนหรือหากจิ กรรมอนื่ ซอมเสริม
เพ่ือใหน กั เรยี นมีความรคู วามใจในบทเรียนมากขน้ึ
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคาํ ถาม พฤติกรรมการทาํ งานรายบคุ คล
พฤติกรรมการทาํ งานกลมุ และจากการนําเสนอผลการทาํ กิจกรรมหนาชั้นเรียน
3. ครูตรวจสอบผลการทําสรปุ ความรูใ นแบบฝกหดั วิทยาศาสตร
4. ครตู รวจสอบผลการทาํ กิจกรรมฝกฝนทักษะในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร
5. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมทา ทายการคิดขั้นสูงในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร
6. ครตู รวจชิ้นงานแบบจาํ ลองโทรศัพท และการนําเสนอชนิ้ งาน/ผลงานหนาช้ันเรยี น
7. ครูตรวจสอบผลการทาํ ทบทวนทา ยหนว ยการเรยี นรทู ่ี 3 เร่ือง วัสดุและการเกิดเสียงในแบบฝกหดั
วิทยาศาสตร
8. ครตู รวจสอบผลการทาํ แบบทดสอบหลงั เรียนหนวยการเรียนรูที่ 3 เรอื่ ง วัสดแุ ละการเกิดเสียง
6. การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมือวดั เกณฑการ
1.คาํ ถามกระตุน ประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล ความคดิ 60% ข้ึนไป ถือวา
จดุ ประสงค 1. ใบงาน ผา นเกณฑการ
ประเมนิ
ความรูความ 1. บรรยายทศิ ทางการเคลื่อนท่ี 60% ขนึ้ ไป ถือวา
เขา ใจ (K) ของเสยี งได ผานเกณฑการ
ประเมิน
ทักษะ/ 1.สบื คน ขอ มลู เพ่ืออธิบายทิศ 60% ข้นึ ไป ถอื วา
กระบวนการ (P) ทางการเคลอ่ื นที่ของเสยี งได ผา นเกณฑการ
ประเมิน
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) 1.รบั ผดิ ชอบตอหนา ที่ท่ไี ดร บั 1. แบบสังเกต
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สังเกตความมีวนิ ยั ใฝเรียนรู 2. แบบประเมิน
และมงุ มน่ั ในการทํางาน คุณลักษณะอันพึง
ประสงค
7. สือ่ /แหลง การเรียนรู
7.1 สอื่ การเรียนรู
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรยี นรูท ี่ 3 วสั ดุและการเกดิ เสียง
2) แบบฝก หดั วิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรียนรทู ี่ 3 วสั ดแุ ละการเกิดเสยี ง
3) บัตรภาพวัตถตุ า งๆ
7.2 แหลงการเรยี นรู
1) หองสมุด
2) หองเรียน
3) อินเทอรเน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
ลงชอ่ื ...............................................ผูสอน ลงชอ่ื ....................................ฝายวิชาการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่ือ....................................................ผูบริหาร
(………………………………………)
บตั รภาพวตั ถุ
บตั รภาพวตั ถุ
บตั รภาพวตั ถุ
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา สัปดาหท่ี …14…
แผนการจดั การเรยี นรู
ภาคเรียนที่ 2/………… ชอ่ื ผูสอน………………………………………….
กลมุ สาระ วทิ ยาศาสตร ช้ันประถมศึกษาปท ี่ 1 จาํ นวน 4 คาบ
หนวยการเรียนรทู ี่ 4 หินและทองฟา เรอ่ื ง รูจกั หิน
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานท่ี ว 3.2 เขาใจองคประกอบและความสัมพนั ธข องระบบโลก กระบวนการเปลยี่ นแปลงภายในโลก
และบนผวิ โลก ธรณีพิบตั ภิ ยั กระบวนการเปลีย่ นแปลงลม ฟา อากาศ และภมู อิ ากาศโลก รวมท้งั ผลตอ สง่ิ มีชวี ิตและ
สิง่ แวดลอ ม
มาตรฐานท่ี ว 8.2 เขา ใจและใชแนวคดิ เชิงคํานวณในการแกป ญ หาทพ่ี บในชีวิตจรงิ อยา งเปนขน้ั ตอนและเปน
ระบบใชเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู การทํางานและการแกปญหาไดอ ยางมปี ระสิทธิภาพ รูเ ทาทัน
และมีจรยิ ธรรม
ตวั ช้วี ดั ที่ ป.1/1 อธบิ ายลกั ษณะภายนอกของหินจากลกั ษณะเฉพาะตวั ที่สงั เกตได
2.สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
หนิ จัดเปน ทรพั ยากรธรรมชาติอยา งหนึ่ง ซึง่ สามารถพบไดบริเวณทม่ี ภี เู ขาและตามแหลงธรรมชาตอิ นื่ ๆ ซึง่ หนิ
แตล ะกอนอาจมีลกั ษณะภายนอกเหมือนกนั หรือแตกตา งกันออกไป
3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. สังเกตและบรรยายลักษณะภายนอกของหินได (K)
2. สบื คนขอมูลเก่ยี วกับหนิ และลักษณะภายนอกของหินได (K)
3. วาดภาพลกั ษณะภายนอกของหนิ ได (P)
4. มคี วามสนใจใฝเ รยี นรู (A)
4.สาระการเรียนรู
สาระการเรียนรแู กนกลาง สาระการเรยี นรูทอ งถ่นิ
หินและลกั ษณะภายนอกของหนิ พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรียนรู
คาบที่ 1
ขัน้ นํา
ขั้นกระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูแจงจดุ ประสงคการเรยี นรูใหน กั เรยี นทราบ
2. ครูใหนักเรียนทุกคนทําแบบทดสอบกอนเรียนหนวยการเรียนรูท่ี 4 หินและทองฟา เพื่อตรวจสอบความรู
เบือ้ งตนกอ นเขาสเู นอ้ื หาทีจ่ ะเรยี นตอไป
3. ครสู นทนากบั นักเรยี นเกีย่ วกับภาพในหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.1 โดยครตู ั้งคาํ ถาม ดงั น้ี
• นกั เรยี นเหน็ ภาพอะไรในหนา นีบ้ าง
(แนวตอบ : ภาพกอนหิน และพระอาทิตยบ นทองฟา )
•นักเรียนคิดวา หนิ ในภาพนี้แตกตา งจากหนิ ชนิดอน่ื ๆ ที่อยูใ นธรรมชาติหรอื ไม อยา งไร
(แนวตอบ : แตกตาง เพราะหินในธรรมชาตมิ หี ลายชนดิ มีหลายสี หลายขนาด)
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)
แลวใหนกั เรยี นชว ยกันแสดงความคิดเหน็ เพ่ือตอบคําถามท่ีครูต้งั ไว
4. นักเรียนอานสาระสําคัญในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร จากนั้นครูอธิบายเพ่ิมเติมวา ในบทนี้ นักเรียนจะได
เรียนรูเก่ยี วกับเร่ืองลักษณะภายนอกของหิน
5. ครูใหนักเรียนเรียนรูแ ละอานคาํ ศัพททางวิทยาศาสตรที่เก่ียวของในเรื่องหินในธรรมชาติจากหนังสอื เรียน
วทิ ยาศาสตรดังนี้
rock (รอ็ ค) หิน
rocktexture (รอ็ ค `เท็คซเชอ) เนอ้ื หนิ
tracery (เทร'เซอรี) ลวดลาย
colour ('คลั เลอ) สี
weight (เวท) น้าํ หนัก
hardness ('ฮาดนสิ ) ความแขง็
6. ครตู งั้ คําถามวา หนิ ทพี่ บในธรรมชาตมิ ลี กั ษณะอยางไรบา ง แลวใหน กั เรยี นชว ยกันแสดงความคิดเห็น
(แนวตอบ : หินในธรรมชาตมิ ีลักษณะแตกตางกัน เชน สีตา งกัน ขนาดตา งกนั ลวดลายตางกนั เปน ตน )
7. ครูนําบัตรภาพหินจากสถานที่ตางๆ มาใหนักเรียนดูจากน้ันใหนักเรียนเขียนตอบลงในใบงาน นักเรียนวา
หนิ ในแตละภาพมลี กั ษณะอยา งไร หรือใหนกั เรียนทาํ กจิ กรรมนําสกู ารเรยี นในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร ป.1
คาบที่ 2
ข้ันสอน
ขนั้ สาํ รวจคนหา (Explore)
1. ครูใหนักเรียนดูวิดีโอท่ีเกี่ยวกับการเกิดหินหรือหินในสถานที่ตางๆ จากสื่อตาง ๆ เชน จาก Twig:
www.twig-aksorn.com/film/rock-types-7967/ หรือจาก YouTube เปนตนแลวใหนักเรียนรวมกันอภิปราย
ความรทู ่ีไดจากการดวู ดิ ีโอนี้
2. นักเรียนเปด หนังสือเรียนวิทยาศาสตรแ ลว ศกึ ษาขอมูลในหนาน้ี จากนั้นครูอธิบายความรจู ากเนื้อหาในกรอบ
เกร็ดวิทยนารูเ พิ่มเติมเพ่ือใหน ักเรียนเกดิ องคค วามรูใหม
3. ครูตั้งคําถามวาหินในบริเวณบานหรือชุมชนของนักเรียนมีลักษณะเหมือนกับหินที่อยูในหนังสือเรียน
วทิ ยาศาสตรห นา น้ีหรอื ไม อยางไรใหน ักเรียนชว ยกันแสดงความคิดเหน็
(แนวตอบ : ข้ึนอยูกับคําตอบของนกั เรียน)
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล)
4. ครูตั้งคําถามอีกวา หากตองการจําแนกหินตาง ๆ จะใชสิ่งใดเปนเกณฑไดบางใหนักเรียนรวมกันแสดงความ
คดิ เหน็
(แนวตอบ : เกณฑท่ีใชจ ําแนกหนิ ไดแ ก สี ขนาด ลวดลาย เนอื้ หนิ ความแข็ง และนาํ้ หนกั )
คาบท่ี 3
ขนั้ สอน
ขัน้ อธิบายความรู (Expain)
1. ครูทบทวนเกยี่ วกับคําศัพทเ ร่ืองหินท่นี กั เรยี นไดเรยี นไปเมื่อชวั่ โมงทีแ่ ลว
2. ครใู ชรูปแบบการเรยี นรแู บบรว มมือเทคนิค GI โดยใหนักเรียนแบง กลมุ กลุม ละ 3-4 คน คละความสามารถ
กนั (เกง -กลาง-ออน)
3. ครูแจกใบงาน เรื่อง ลกั ษณะภายนอกของหนิ โดยใหส มาชิกทุกคนในกลุมสังเกตภาพกอนหินในใบงาน
แลวใหแ ตล ะคนเลือกหัวขอในการสบื คนขอมูล มาคนละ 1 หัวขอ โดยใหนกั เรยี นท่ีมีผลการเรียนออ นทส่ี ุดในกลุม
เปนผูเลอื กหัวขอกอน ดงั น้ี
3.1 ความแขง็ ของหนิ 3.2 ลวดลายของหนิ
3.3 นํา้ หนักของหิน 3.4 สีของหนิ
3.5 เน้ือของหนิ
4. เมื่อนักเรยี นแตละคนสืบคนขอมูลเสรจ็ แลว ใหนําขอมูลทไ่ี ดมาเขยี นอธิบายลักษณะภายนอกของหินในภาพ
ทอ่ี ยูตรงกบั หัวขอ ที่นกั เรยี นไดส ืบคนมา
5. จากน้ันใหสมาชกิ ทกุ คนภายในกลมุ นําขอมลู ท่ีไดจากการสืบคน มาสรปุ รวมกนั
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนักเรียนโดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ และแบบประเมินการนาํ เสนอ
หนาชน้ั เรยี น)
คาบที่ 4
ขัน้ สรุป
ขนั้ ขยายความเขา ใจ (Elaborate)
1. ใหแ ตล ะกลมุ นาํ ขอมลู ที่ไดจ ากการสรปุ มาวาดภาพและเขียนบรรยายลกั ษณะภายนอกของหินที่สาํ รวจพบ
ลงในกระดาษแขง็ แผนใหญท่ีครูเตรียมไวให พรอ มตกแตงใหส วยงามแลวนําเสนอผลงานหนา ช้นั เรียน
2. นักเรียนท่ีเปนตัวแทนของแตละกลุมออกมานําเสนอผลการทํากิจกรรมหนาชั้นเรียน เพ่ือแลกเปล่ียน
ความรแู ละแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ลักษณะภายนอกของหิน
ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นักเรยี นรว มกันสรุปความรเู ก่ยี วกับหนิ ในธรรมชาติและลักษณะของหินทไี่ ดจากการของสืบคน
2. ครตู รวจสอบผลการทาํ แบบทดสอบกอนเรียน หนว ยการเรยี นรูท่ี 4 เร่ืองหนิ และทองฟา
3. ครปู ระเมนิ ผลนักเรยี นโดยการสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลมุ และ
การออกมานําเสนอผลการทํากจิ กรรมหนาช้นั เรียน
4. ครูตรวจสอบผลการทํากจิ กรรมนาํ สูการเรียนในสมุดประจาํ ตัวนักเรียนหรือแบบฝกหดั วิทยาศาสตร
5. ครูตรวจสอบผลการทําใบงาน เร่ืองลักษณะภายนอกของหนิ
6. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวัดผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑก าร
ประเมนิ ผล
การวัดและประเมินผล 60% ขนึ้ ไป ถือวา
จุดประสงค ผานเกณฑการ
ประเมิน
ความรูความ 1. สงั เกตและบรรยายลักษณะ 1.คําถามกระตนุ 60% ข้นึ ไป ถอื วา
เขา ใจ (K) ภายนอกของหินได ความคิด ผานเกณฑการ
ประเมิน
ทกั ษะ/ 1.วาดภาพลักษณะภายนอกของ 1. ใบงาน 60% ขน้ึ ไป ถอื วา
กระบวนการ (P) หนิ ได ผานเกณฑการ
ประเมิน
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A) 1.รบั ผิดชอบตอหนาท่ีท่ีไดรับ 1. แบบสงั เกต
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สังเกตความมีวินัย ใฝเรียนรู 2. แบบประเมิน
และมงุ ม่ันในการทาํ งาน คณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค
7. สื่อ/แหลงการเรยี นรู
7.1 สอ่ื การเรยี นรู
1) หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตรว ิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรียนรทู ่ี 4 หินและทองฟา
2) แบบฝก หัดวิทยาศาสตรว ทิ ยาศาสตร ป.1 หนวยการเรียนรูที่ 4 หนิ และทองฟา
3) ใบงานเรื่อง ลักษณะภายนอกของหนิ
4) ตัวอยางหิน 4-5 กอน
5) กระดาษแข็งแผน ใหญ
6) บัตรภาพหินจากสถานท่ีตาง ๆ
7) VDO เก่ียวกับการเกิดหนิ หรอื หินในสถานท่ีตาง ๆ
7.2 แหลงการเรยี นรู
1) หอ งเรียน
2) หอ งสมุด
3) อินเทอรเน็ต
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
ลงช่อื ...............................................ผสู อน ลงชอื่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่อื ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
บตั รภาพหนิ
ใบงาน
เรอ่ื ง ลกั ษณะภายนอกของหิน
คาํ ช้แี จง : ใหนกั เรียนสังเกตภาพกอนหิน แลวสบื คน ขอ มูลเกี่ยวกับลักษณะภายนอกของหิน ตามหัวขอท่ีกาํ หนดให
ภาพหนิ ลกั ษณะภายนอกของหนิ
1. ลวดลายของหนิ
หินแต่ละชนิดอาจมีลวดลายไมเ่ หมือนกนั หินบางกาจมีลวดลาย
เป็นช้นั สีหลายสี หินบางกอ้ นอาจมีลวดลายสีผสมกนั . .
2. ความแข็งของหิน
หินแตล่ ะชนิดอาจมีลวดลายไมเ่ หมือนกนั หินบางกาจมีลวดลาย
เป็นช้นั สีหลายสี หินบางกอ้ นอาจมีล
3. นํา้ หนักของหนิ
หินแต่ละชนิดอาจมีลวดลายไมเ่ หมือนกนั หินบางกาจมีลวดลาย
เป็นช้นั สีหลายสี หินบางกอ้ นอาจมีลวดลายสีผสมกนั .
4. สขี องหิน
หินแต่ละชนิดอาจมีลวดลายไม่เหมือนกนั หินบางกาจมีลวดลาย
เป็นช้นั สีหลายสี หินบางกอ้ นอาจมีลวดลายสีผสมกนั .
5. เนอื้ ของหนิ
หินแต่ละชนิดอาจมีลวดลายไมเ่ หมือนกนั หินบางกาจมี
หินแต่ละชนิดอาจมีลวดลายไม่เหมือนกนั หินบางกาจมี
โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา สปั ดาหท ่ี …15…
แผนการจดั การเรยี นรู
ภาคเรียนท่ี 2/…………. ช่ือผูส อน………………………………………….
กลุม สาระ วิทยาศาสตร ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 1 จาํ นวน 4 คาบ
หนวยการเรยี นรูท่ี 4 หนิ และทองฟา เร่ือง ลกั ษณะภายนอกของหนิ
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้วี ดั
มาตรฐานท่ี ว 3.2 เขา ใจองคป ระกอบและความสัมพันธข องระบบโลก กระบวนการเปล่ยี นแปลงภายในโลก
และบนผวิ โลก ธรณพี บิ ัติภยั กระบวนการเปลี่ยนแปลงลม ฟา อากาศ และภูมิอากาศโลก รวมทง้ั ผลตอสิ่งมชี ีวติ และ
สงิ่ แวดลอ ม
มาตรฐานที่ ว 8.2 เขาใจและใชแนวคิดเชงิ คํานวณในการแกป ญหาทีพ่ บในชีวติ จริงอยา งเปนขน้ั ตอนและเปน
ระบบใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู การทํางานและการแกปญหาไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ รูเ ทา
ทัน และมจี ริยธรรม
ตัวชี้วัดท่ี ป.1/1 อธบิ ายลกั ษณะภายนอกของหนิ จากลกั ษณะเฉพาะตวั ทส่ี ังเกตได
2. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด
หนิ ที่อยใู นธรรมชาติมีลักษณะภายนอกเฉพาะตัวที่สังเกตได เชน สี ลวดลาย นํ้าหนกั ความแข็ง เน้ือหิน เปน
ตน
3. จุดประสงคการเรียนรู
1. อธบิ ายลักษณะภายนอกของหนิ ได (K)
2. สงั เกตและเปรียบเทียบลกั ษณะภายนอกของหินได (K)
3. สาํ รวจและเก็บตัวอยางกอนหนิ ทีม่ ีลักษณะแตกตางกันได (P)
4. วาดลักษณะภายนอกของหินจากลักษณะเฉพาะตวั ได (P)
5. ทํางานรวมกับผอู น่ื ไดอยา งสรา งสรรค (A)
4.สาระการเรียนรู
สาระการเรยี นรูแกนกลาง สาระการเรียนรูทอ งถนิ่
ลักษณะภายนอกของหนิ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
5. กจิ กรรมการเรยี นรู คาบท่ี 1
ขั้นนาํ
ขน้ั กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูแจง จดุ ประสงคการเรยี นรูใหนกั เรยี นทราบ จากน้ันครูสนทนากบั นักเรียนเก่ยี วกบั เรื่องท่เี รียนผา นมา
2. ครนู ําตวั อยา งหินมาใหนักเรยี นดู 2-4 ตัวอยา ง จากนน้ั ใหนักเรียนชว ยกันตอบวา ลักษณะหนิ ท่ีนกั เรยี น
สงั เกตมลี ักษณะภายนอกเหมือนกันหรือตางกันอยา งไร โดยครูยงั ไมเ ฉลยคําตอบ (แนวตอบ : ขึ้นอยูกับหินท่คี รู
เตรียมมาเปนตัวอยาง)
ขนั้ สอน
ขั้นสาํ รวจคน หา (Explore)
1.ครใู ชเกมผ้งึ แตกรงั ในการแบงกลมุ นักเรียน กลมุ ละ 4-5 คน จากนนั้ ใหนกั เรยี นแตล ะกลุมศึกษาการทํา
กิจกรรมเรื่อง ลักษณะภายนอกของหนิ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หรือในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตรโดยปฏิบตั ิ
กิจกรรม ดังน้ี
1) นกั เรยี นรวมกนั แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับบริเวณท่ีสามารถพบหินภายในโรงเรียนได
2) ตวั แทนนกั เรียนแตละกลุม ออกมาแบงพ้ืนท่ีสาํ รวจกอนหนิ จากนัน้ ใหแตละกลมุ ออกไปเก็บตวั อยางกอน
หนิ ทีม่ ีลกั ษณะแตกตางกนั ภายในบริเวณโรงเรียน มากลุม ละ 5 กอ น
3) ใหแตล ะกลมุ ใชแ วนขยายในการสังเกตลกั ษณะภายนอกของหินไดแก สี ลวดลาย และเน้ือหินของหินทุก
กอ น จากนั้นสงั เกตลกั ษณะภายนอกอน่ื ๆ เพมิ่ เติม เชน น้าํ หนกั ความแข็ง เปนตนแลวบันทึกขอ มูลลงในแบบฝกหัด
วทิ ยาศาสตร
4) ใหแตล ะกลมุ รว มกนั อภปิ รายและสรปุ ผลเก่ียวกับลักษณะภายนอกของหินท่สี ํารวจพบในบริเวณโรงเรียน
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมินนักเรียน โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุม)
ขน้ั สอน คาบท่ี 2
ขั้นอธบิ ายความรู (Expain)
1. ครูใหน กั เรียนจับกลุมเดิมในช่ัวโมงท่แี ลว จากนนั้ ใหแตล ะกลมุ นาํ ขอมลู ท่ีไดจากการทาํ กิจกรรมมาจดั
กระทาํ ในรูปแบบตา งๆ เชน วาดภาพ แผนผงั เปนตน ลงในกระดาษแข็งแผน ใหญท ่ีครแู จกใหห รือในแบบฝกหัด
วิทยาศาสตรแ ลว ตกแตงใหส วยงาม เพื่อนําเสนอขอมูลหนา ช้นั เรยี นโดยครูกาํ หนดเวลาในการจัดกระทาํ ขอมลู กลุม
ละ 30 นาที
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม)
2. ครสู มุ เลอื กตวั แทนของแตล ะกลมุ ใหออกมานาํ เสนอผลการทาํ กจิ กรรมหนา ชนั้ เรียน
3. ใหตวั แทนของแตละกลุมออกมานาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรมเพอ่ื แลกเปลยี่ นขอมูลเกยี่ วกบั ลกั ษณะ
ภายนอกของหินแตล ะชนดิ ท่ีสงั เกตไดใหก บั กลมุ อนื่ ฟง โดยใชเ วลาในการนําเสนอกลมุ ละ 5-10 นาที
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรยี นโดยใชแ บบประเมนิ การนําเสนอหนา ช้นั เรยี น)
4. ครแู ละนกั เรียนรว มกันสรุปขอ มลู เกี่ยวกบั ลกั ษณะภายนอกของหินท่ีไดจากการทาํ กิจกรรม
คาบที่ 3
ขนั้ สรุป
ข้นั ขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครสู นทนากบั นกั เรียนเก่ียวกับลกั ษณะภายนอกของหนิ ท่ีไดเรียนจากชั่วโมงท่ีแลว
2. นักเรียนศกึ ษาขอมูลเกี่ยวกับลกั ษณะภายนอกของหินจากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร หรือครูอาจเปด
PowerPoint เร่ือง ลักษณะภายนอกของหนิ ประกอบในการสอนดวย
3. จากน้นั ใหแตล ะคนสรุปความรูเร่ืองลักษณะภายนอกของหินจากขอมลู ทศี่ ึกษาเปนแผนผังความคิดลงในใบงาน เร่ือง
หนิ ในธรรมชาติแลวตกแตง ใหสวยงาม หรือในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนกั เรยี น โดยใชแ บบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล)
ข้นั สรุป คาบท่ี 4
1. จากคาบที่ผานมาเมื่อทุกคนทําใบงานหรือในแบบฝกหัดวิทยาศาสตรเสร็จแลวครูสุมเลือกนักเรียน 2-4 คน
ใหออกมานําเสนอหนา ชน้ั เรียน โดยใชเวลาในการนาํ เสนอคนละ 3-5 นาที
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรยี นโดยใชแ บบประเมินการนาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น)
2.ครูสรปุ เกีย่ วกบั ลักษณะภายนอกของหนิ ท่ีนักเรียนออกมานาํ เสนอ ใหน ักเรยี นทกุ คนฟงอกี ครงั้ เพ่ือใหเ กิด
ความเขา ใจมากย่ิงขน้ึ
3.นกั เรียนทาํ กจิ กรรมหนูตอบไดในหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร
ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นกั เรยี นรว มกันสรุปความรเู กี่ยวกบั ลักษณะภายนอกของหินทสี่ ังเกตได
2. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียนโดยการสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล พฤติกรรมการทาํ งานกลุม และการ
ออกมานาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรมหนา ช้นั เรยี น
3. ครูตรวจสอบผลการทาํ กิจกรรมเร่ืองลกั ษณะภายนอกของหินในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร
4. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดใ นแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร
5. ครูตรวจสอบผลการทําใบงานเรอ่ื งหนิ ในธรรมชาติ
6. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัดผล เครื่องมอื วดั เกณฑก าร
ประเมินผล
การวดั และประเมินผล 60% ขน้ึ ไป ถือวา
จุดประสงค ผานเกณฑการ
ประเมิน
ความรูความ 1. อธบิ ายลักษณะภายนอกของหิน 1.คาํ ถามกระตนุ 60% ขึ้นไป ถอื วา
เขาใจ (K) ได ความคิด ผา นเกณฑการ
ทกั ษะ/ 2.สังเกตและเปรียบเทียบลกั ษณะ ประเมิน
กระบวนการ (P) ภายนอกของหินได 60% ข้ึนไป ถือวา
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) 1.สํารวจและเก็บตัวอยา งกอนหนิ 1. ใบงาน ผานเกณฑการ
ทีม่ ลี กั ษณะแตกตางกนั ได ประเมนิ
2.วาดลกั ษณะภายนอกของหิน
จากลักษณะเฉพาะตวั ได
1.รบั ผิดชอบตอ หนาท่ีทีไ่ ดรับ 1. แบบสังเกต
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเ รยี นรู 2. แบบประเมนิ
และมงุ ม่นั ในการทาํ งาน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค
7. สือ่ /แหลงการเรียนรู
7.1 ส่ือการเรียนรู
1) หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.1 หนวยการเรียนรูท่ี 4 หินและทอ งฟา
2) แบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรียนรูท ่ี 4 หินและทอ งฟา
3) วัสดุ-อุปกรณก ารทดลองในกจิ กรรม เชน แวนขยาย สีไม้ เป็นตน้
4) PowerPoint เร่ืองลกั ษณะภายนอกของหิน
5) ใบงาน เรอ่ื ง หินในธรรมชาติ
6) กระดาษแข็งแผนใหญ
7) ตวั อยางหนิ 2-4 กอน
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หองสมดุ
2) หองเรียน
3) อินเทอรเ น็ต
8. กิจกรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
ลงช่อื ...............................................ผสู อน ลงชอื่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่อื ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
ใบงาน
เรื่อง หนิ ในธรรมชาติ
คาํ ชี้แจง :ใหน กั เรียนสรุปความรเู กี่ยวกบั ลักษณะภายนอกของหินที่สังเกตได เปนแผนผงั ความคดิ พรอมตกแตง ใหส วยงาม
ใบงาน เฉลย
เรอื่ ง หนิ ในธรรมชาติ
คําช้ีแจง : ใหนักเรียนสรุปความรูเก่ียวกับลักษณะภายนอกของหินท่ีสังเกตได เปนแผนผังความคิดพรอมตกแตงใหสวยงาม
(ตวั อยา ง)
หนิ สี เราสามารถทดสอบความ หนิ เนื้อหยาบ
แดง แข็งของหนิ ไดจากการนําหินมา
หนิ สี ขูดกัน ถาหินกอ นใดเกิดรอยบน หนิ เนอ้ื ละเอยี ด
ขาว เน้ือหนิ แสดงวาหนิ กอนนา้ํ มี เนื้อของหิน
ความแข็งนอยกวาหินอกี กอน
สีของหิน
ความแขง็
ของหนิ
ลักษณะภายนอกของหนิ
ลวดลาย นา้ํ หนกั
ของหิน ของหิน
หินมีลวดลายเหมือนสี
หนิ มลี วดลายเปนจุดสี หนิ ที่มีขนาดใหญจะมีน้ําหนัก
มากกวาหินทมี่ ขี นาดเลก็
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา สปั ดาหที่ …16…
แผนการจดั การเรียนรู
ภาคเรียนที่ 2/………… ชือ่ ผูสอน………………………………………….
กลมุ สาระ วิทยาศาสตร ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 1 จํานวน 4 คาบ
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 4 หนิ และทองฟา เรือ่ ง การจาํ แนกหิน
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้ีวัด
มาตรฐานที่ ว 3.2 เขาใจองคป ระกอบและความสมั พนั ธข องระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลงภายใน
โลกและบนผวิ โลก ธรณีพบิ ัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลม ฟา อากาศ และภมู ิอากาศโลก รวมทงั้ ผลตอ สง่ิ มีชวี ิต
และสง่ิ แวดลอ ม
มาตรฐานท่ี ว 8.2 เขา ใจและใชแนวคดิ เชิงคํานวณในการแกป ญ หาท่พี บในชวี ิตจริงอยางเปน ข้นั ตอน
และเปนระบบใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรยี นรู การทํางานและการแกป ญ หาไดอยา งมี
ประสทิ ธภิ าพ รูเทาทัน และมจี ริยธรรม
ตวั ชี้วัดที่ ป.1/1 อธิบายลักษณะภายนอกของหินจากลักษณะเฉพาะตัวทสี่ งั เกตได
2.สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
หนิ ที่อยใู นธรรมชาติมลี กั ษณะภายนอกเฉพาะตัวท่ีสงั เกตได ไดแ ก สี ลวดลาย น้ําหนัก ความแข็ง และเนื้อหิน ซึ่งเรา
สามารถจาํ แนกหนิ โดยใชล กั ษณะภายนอกที่สังเกตไดเ ปน เกณฑ
3. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1. สังเกตและอธิบายลักษณะภายนอกของหินได (K)
2. เปรยี บเทยี บและจําแนกลักษณะภายนอกของหินได (K)
3. กาํ หนดเกณฑท ี่ใชในการจําแนกหินได (K)
4. บอกเกณฑท่ใี ชใ นการจาํ แนกหนิ ได (P)
5. ทาํ งานรวมกบั ผอู ่นื อยางสรางสรรค (A)
1. สาระการเรยี นรู
สาระการเรียนรูแกนกลาง สาระการเรยี นรทู อ งถิ่น
1) ลักษณะภายนอกของหนิ พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
2) การจาํ แนกหินโดยใชล กั ษณะภายนอกของหนิ
5.กจิ กรรมการเรียนรู คาบท่ี 1
ขนั้ นํา
ขั้นกระตุนความสนใจ (Engage)
1. ครูแจง จุดประสงคก ารเรียนรูใหน กั เรียนทราบ จากนัน้ ครูสนทนากับนักเรียนเกย่ี วกบั เร่ืองท่เี รยี นผา น
มา
2. ครนู าํ ตวั อยา งหนิ ที่มลี กั ษณะตางๆ มาใหน ักเรยี นดู 5-10 กอน จากนนั้ ใหนักเรียนชว ยกันแสดงความ
คดิ เหน็ วา เราจะสามารถจําแนกหนิ เหลา นี้โดยใชเกณฑอะไรไดบ าง
3. นกั เรียนชว ยกนั แสดงความคิดเห็นอยางอสิ ระ โดยครูคอยสังเกตนักเรยี นอยางใกลช ดิ พรอมคอย
อธบิ ายเสรมิ เพ่ือเปน การชนี้ าํ สูประเด็นในการแสดงความคิดเห็นในหัวขอ ตอ ๆ ไป
ขั้นสอน
ขน้ั สํารวจคน หา (Explore)
1. ครใู หนกั เรียนแบงกลุม กลุม ละ 3-4 คน จากนั้นใหแตละกลุมทําใบงาน เร่ือง การจาํ แนกหนิ
2. ใหแตละกลุมชว ยกันจําแนกหนิ ที่ครเู ตรยี มไวหนาชน้ั เรยี น โดยกําหนดเกณฑท่ใี ชในการจําแนกหนิ กลุม
ละ 1 เกณฑ
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม )
3. ใหแตล ะกลุมชว ยกนั จําแนกหินโดยใชเ กณฑที่กลุม ตั้งขนึ้ โดยครคู อยใหคําแนะนาํ อยา งใกลช ิด
4. เมือ่ แตละกลุมทาํ ใบงานเสร็จแลว ใหรว มกนั สรปุ ผลจากการทําใบงาน และเตรยี มตวั นาํ เสนอหนา ชนั้
เรยี นในชว่ั โมงถัดไป
ขน้ั สอน คาบท่ี 2
ขัน้ อธบิ ายความรู (Expain)
1. ครใู หนักเรยี นเขากลุมเดิมจากช่ัวโมงทีแ่ ลว แลว ใหแตละกลุม เตรยี มตัวเพื่อนาํ เสนอผลจากการทาํ
กจิ กรรมใบงาน
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมินนักเรียนโดยใชแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ และแบบประเมินการ
นาํ เสนอหนาช้ันเรียน)
2. ครสู ุมเลอื กตัวแทนของแตละกลมุ ใหอ อกมานาํ เสนอผลการทาํ กจิ กรรมหนาชั้นเรียน
3. ตัวแทนของทกุ กลมุ ออกมานาํ เสนอผลการทาํ กจิ กรรม เพื่อแลกเปลยี่ นความคดิ เห็นเก่ียวกับการจําแนก
หนิ โดยใชเกณฑท่ีแตละกลมุ กําหนดได
4. ครูสรุปเกณฑท่แี ตล ะกลมุ ใชใ นการจําแนกหนิ ใหนกั เรียนไดเขาใจอีกครัง้
5. เปดหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตรจ ากนน้ั ใหแตล ะคนทาํ กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรู โดยสงั เกตลกั ษณะ
ภายนอกนกั เรยี นของหิน แลวกําหนดเกณฑม า 1 เกณฑ เพื่อจัดกลุมหินออกเปน 2 กลุม ลงในสมุดประจาํ ตวั
นักเรียน
(แนวตอบ : เกณฑท่ใี ชในการจาํ แนกหิน เชน เนือ้ ของหิน สีของหิน ลวดลายของหนิ เปนตน)
5. เมื่อนกั เรยี นจดั กลมุ หินเสรจ็ แลว ครสู ุมเรยี กนักเรยี น 2-3 คน ใหออกมานําเสนอการจดั กลุมหนิ เพอื่
เปน การแลกเปลี่ยนขอมูลและรว มกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั การจดั กลมุ หนิ
6. ใหนักเรียนทาํ กิจกรรมทาทายการคิดขนั้ สูงในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตรแลว นํามาสงในชวั่ โมงถดั ไป
ข้ันสรปุ คาบที่ 3
ขนั้ ขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. ครูและนักเรยี นชว ยกนั สรุปเกีย่ วกับเกณฑท ่ีใชใ นการจําแนกหนิ ทไี่ ดทําในชัว่ โมงท่ีแลว
2. ใหน ักเรียนจับคูกบั เพื่อน แลวทาํ กิจกรรมสรางสรรคผลงานจากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตรหรอื
แบบฝกหดั วิทยาศาสตรโดยปฏบิ ัติกจิ กรรม ดังน้ี
1) ใหแตละคูช วยกันสบื คน ขอมลู เกย่ี วกบั หนิ ท่ีมีสหี รอื รูปรางตาง ๆ
2) วาดภาพหนิ ทสี่ นใจลงในกระดาษแข็ง พรอมเขยี นบรรยายลกั ษณะของหิน แลว ตกแตงใหส วยงาม
โดยครกู ําหนดเวลาในการสรา งผลงาน 20 นาที และคอยสงั เกตการทาํ กจิ กรรมอยางใกลชดิ
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นักเรยี นโดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ )
3. ครูสมุ นักเรียน 2 คู ใหอ อกมานาํ เสนอขอมลู หนาชัน้ เรียนเพ่ือรวมกันแสดงความคิดเห็น โดยครคู อย
สังเกตการแสดงความคดิ เหน็ อยางใกลช ดิ
(หมายเหตุ : ครปู ระเมินนักเรียนโดยใชแ บบประเมนิ การนําเสนอหนาชัน้ เรยี น)
4. ใหนักเรียนแตล ะคนู าํ ผลงานไปติดแสดงท่ปี า ยนเิ ทศของหองเรียน เพอื่ เปนแหลงศึกษาขอมูลเพ่ิมเตมิ
คาบท่ี 4
ขนั้ สรปุ
1.ใหแ ตละคชู วยกนั สืบคน ขอ มูลเพิม่ เติมจากแหลงขอ มูลตางๆ เก่ียวกับการนาํ หินไปใชป ระโยชนในดา น
ตา งๆ แลว บนั ทกึ ขอ มูล
2. ครูสุมเรียกนักเรยี น 5 คู แลวใหตอบวา หนิ มีประโยชนในดานใดบา ง โดยใหแ ตล ะคูตอบมา 1 คําตอบ และ
คําตอบหา มซํา้ กัน
3. ครูและนักเรยี นรวมกนั สรปุ เก่ียวกับการนาํ หนิ ไปใชป ระโยชนใ นดานตางๆ
4. นักเรยี นแตละคนทํากจิ กรรมฝกทักษะจากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร
ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นักเรยี นรว มกันสรปุ ความรเู กี่ยวกบั การจาํ แนกหนิ โดยใชลกั ษณะภายนอกของหนิ ทีส่ ังเกตไดเ ปนเกณฑ
2. ครปู ระเมนิ ผลนักเรยี นโดยการสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ และการออกมานําเสนอผลการทํา
กจิ กรรมหนา ชนั้ เรียน
3. ครตู รวจสอบผลการทาํ ใบงานเรื่อง การจาํ แนกหนิ
4. ครูตรวจสอบผลการทํากจิ กรรมพฒั นาการเรียนรจู ากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร
5. ครตู รวจสอบผลการทํากจิ กรรมคาํ ถามทาทายการคิดขนั้ สูงในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร
6. ครูตรวจสอบผลการทํากจิ กรรมสรา งสรรคผลงานจากหนังสือเรียนหรือในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร
7. ครตู รวจสอบผลการทํากจิ กรรมฝก ทักษะในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร
6. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการวัดผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑการ
ประเมินผล
การวดั และประเมินผล 60% ข้ึนไป ถือวา
จุดประสงค ผานเกณฑการ
ประเมนิ
ความรูความ 1. สังเกตและอธิบายลักษณะ 1.คาํ ถามกระตุน
เขา ใจ (K) ภายนอกของหนิ ได ความคดิ 60% ขน้ึ ไป ถือวา
ทักษะ/ 2.เปรียบเทียบและจาํ แนกลกั ษณะ ผา นเกณฑการ
กระบวนการ (P) ภายนอกของหินได ประเมนิ
3.กาํ หนดเกณฑท ี่ใชใ นการจาํ แนก 60% ขนึ้ ไป ถอื วา
หนิ ได ผานเกณฑการ
1.บอกเกณฑทใี่ ชใ นการจําแนกหิน 1. ใบงาน ประเมนิ
ได
คุณลักษณะนสิ ยั (A) 1.รบั ผดิ ชอบตอหนา ท่ีทไ่ี ดรับ 1. แบบสังเกต
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สังเกตความมีวนิ ัย ใฝเรียนรู 2. แบบประเมิน
และมุง มั่นในการทํางาน คุณลักษณะอันพงึ
ประสงค
7. สื่อ/อุปกรณ /แหลงการเรยี นรู
7.1 สอื่ การเรียนรู
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรยี นรูท ี่ 4 หินและทอ งฟา
2) แบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร ป.1 หนวยการเรยี นรูท่ี 4 หินและทองฟา
3) ใบงานเร่อื ง การจําแนกหิน
4) ตัวอยางหิน 5-10 กอ น
5) วสั ดุ-อปุ กรณท ใ่ี ชในกิจกรรมสรางสรรคผ ลงาน เชน กระดาษแข็ง สไี ม เปนตน
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หอ งสมุด
2) หองเรียน
3) ปา ยนเิ ทศ
4) อินเทอรเ นต็
8. กิจกรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
ลงช่อื ...............................................ผสู อน ลงชอื่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่อื ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
ใบงาน
เรอื่ ง การจําแนกหิน
คาํ ชแ้ี จง : ใหนักเรยี นกาํ หนดเกณฑก ารจาํ แนกหิน แลวเขยี นแผนผงั เพ่อื อธบิ ายการจาํ แนกหินตามเกณฑน ้นั
เกณฑทใ่ี ชจาํ แนกหินคือ “ ”
ใบงาน เฉลย
เรื่อง การจําแนกหนิ
คาํ ช้แี จง : ใหน กั เรียนกําหนดเกณฑการจําแนกหนิ แลว เขียนแผนผังเพ่อื อธบิ ายการจาํ แนกหินตามเกณฑนนั้
เกณฑที่ใชจําแนกหินคอื สีของหิน (ตวั อยาง)
หนิ สแี ดง หนิ สดี ํา
สขี องหิน
หินสนี า้ํ ตาล หนิ สีขาว
โรงเรยี นขจรเกียรติพัฒนา สัปดาหที่ …17…
แผนการจดั การเรียนรู
ภาคเรียนท่ี 2/……….. ช่ือผูสอน………………………………………….
กลมุ สาระ วทิ ยาศาสตร ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 1 จํานวน 4 คาบ
หนวยการเรยี นรูท ่ี 4 หนิ และทอ งฟา เร่อื ง ทอ งฟา ในเวลากลางวนั
1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานที่ ว 3.1 เขา ใจองคป ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และวิวฒั นาการของเอกภพ กาแลก็ ซี
ดาวฤกษ และระบบสรุ ิยะ รวมทง้ั ปฏสิ ัมพนั ธภ ายในระบบสุริยะที่สงผลตอ สงิ่ มชี ีวิตและการประยุกตใชเ ทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐานที่ ว 8.2 เขาใจและใชแนวคิดเชงิ คํานวณในการแกปญ หาท่ีพบในชีวิตจริงอยางเปน ขนั้ ตอนและ
เปน ระบบใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทาํ งานและการแกปญหาไดอยา ง มปี ระสทิ ธภิ าพ
รเู ทา ทัน และมีจรยิ ธรรม
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป.1/1 ระบุดาวทปี่ รากฏบนทองฟาในเวลากลางวันและกลางคืนจากขอ มลู ท่รี วบรวมได
ตัวชีว้ ดั ท่ี ป. 1/2 อธบิ ายสาเหตทุ ่มี องไมเ ห็นดาวสวนใหญในเวลากลางวนั จากหลักฐานเชงิ ประจักษ
2.สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
ในเวลากลางวนั ทองฟา ไดรับแสงจากดวงอาทติ ย ทองฟาจงึ มีความสวาง สว นในเวลากลางคืนทองฟาจะมืด
เนอื่ งจากไมไดรับแสงจากดวงอาทติ ย และในเวลากลางคืนเราสามารถมองเหน็ ดวงจนั ทรและดาวไดเกอื บทกุ คนื
3. จุดประสงคการเรียนรู
1. สังเกตและระบุดาวท่ีปรากฏบนทอ งฟา ในเวลากลางวนั ได (K)
2. วาดภาพทองฟา ในเวลากลางวนั ได (P)
3. เขยี นแผนภาพหรือสรางช้ินงานแบบจาํ ลองทองฟา ในเวลากลางวนั ได (P)
4. มคี วามสนใจใฝเรียนรู (A)
4. สาระการเรยี นรู
สาระการเรียนรแู กนกลาง สาระการเรียนรูทองถ่นิ
ดาวที่ปรากฏบนทองฟาในเวลากลางวัน พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
5. กิจกรรมการเรียนรู คาบที่ 1
ขนั้ นํา
ขนั้ กระตุนความสนใจ (Engage)
1. ครูแจง จุดประสงคก ารเรียนรใู หน ักเรียนทราบ
2. ครสู นทนากบั นักเรยี นเก่ียวกับเรือ่ งท่ีจะเรียนในช่ัวโมงนว้ี า นักเรียนเคยสงั เกตหรอื ไมวา บนทองฟามอี ะไรบาง
โดยใหนกั เรยี นชว ยกันแสดงความคดิ เหน็
(แนวตอบ : บนทองฟามี ดวงอาทติ ย ดวงจนั ทร ดาว)
3. ครูฝก ใหนกั เรยี นเรียนรูและอานคาํ ศัพทวิทยาศาสตร ในหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร ดงั นี้
sky (สไก) ทองฟา
star (สตา) ดาว
sun (ซัน) ดวงอาทติ ย
moon (มูน) ดวงจนั ทร
4. ครใู หนักเรียนดภู าพในหนงั สือเรียนวิทยาศาสตรจากนนั้ ครตู ั้งคาํ ถามวา ภาพทนี่ กั เรยี นเหน็ คอื ชวงเวลาใด
แลว มีความเหมือนกันหรือแตกตางกนั อยา งไร ใหนกั เรียนตอบและแสดงความคดิ เห็นตามความสมคั รใจ
(แนวตอบ : ในภาพเปน ทองฟาชวงเวลากลางวนั และเวลากลางคนื ภาพมีความแตกตา งกัน เพราะชวงเวลา
กลางวนั เราจะเหน็ ดวงอาทิตย สวนเวลากลางคนื เราจะเห็นดวงจนั ทรแ ละดาวในบางวนั )
5. นักเรียนศึกษาขอมูลในหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตรเพ่อื ทาํ ความเขา ใจเกยี่ วกบั เรื่องทจี่ ะเรยี นมากยิ่งขน้ึ
6. จากนัน้ ครูนาํ ภาพทศั นยี ภาพในชวงเวลากลางวนั และกลางคืนมาใหนักเรียนดูแลวใหรว มกันบอกความ
แตกตางจากภาพหรือใหน กั เรยี นทาํ กจิ กรรมนาํ สกู ารเรยี นในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร
ขนั้ สอน
ข้ันสาํ รวจคนหา (Explore)
1. ครใู ชร ูปแบบการเรยี นรูแบบรวมมอื เทคนิคเพ่ือนคูคดิ โดยใหนักเรยี นจบั คูกับเพื่อนแลว ทาํ กิจกรรมเรื่อง
สงั เกตทองฟาเวลากลางวัน จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตรโ ดยปฏิบัติกจิ กรรมดงั น้ี
1) ใหแตล ะคนออกไปสังเกตทองฟาในชวงเวลากลางวนั ตองระมัดระวงั ไมมองไปที่ดวงอาทิตยโดยตรง เพราะ
อาจทําใหต าบอดจากแสงของดวงอาทติ ยที่สอ งลงมาได
2) นําขอ มลู ท่ไี ดจากการสังเกตมาวาดภาพลงในแบบฝกหดั วิทยาศาสตรพรอมระบายสใี หส วยงาม
3) ใหน กั เรียนกลบั มาจบั คูกันเหมือนเดิม แลวรว มกนั อภิปรายและสรปุ ผลจากการสังเกตทอ งฟา ในเวลากลางวัน
2. ครใู หน กั เรยี นจบั คกู นั เหมือนเดิมที่ทํากจิ กรรมในชวั่ โมงที่แลว
3. จากนน้ั ใหแตละคูน ําขอมูลท่ีไดจ ากการสงั เกตทองฟา มาออกแบบเขียนแผนภาพหรือสรางช้นิ งาน เพื่อ
จําลองลักษณะทองฟา ในชว งเวลากลางวันพรอมตกแตงใหสวยงาม
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรียนโดยการใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ )
4. ครูใหเวลาแตละคูในการทําแผนภาพหรือสรางช้ินงานลงในกระดาษแข็งตามที่ไดวางแผนไวเปน
เวลา 30 นาที
5. เม่ือแตละคสู รางช้ินงานเสร็จแลว ใหน กั เรยี นแตล ะคูเตรยี มตวั นําเสนอผลงาน เพ่อื เปรียบเทยี บและรว มกนั
แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ลกั ษณะทองฟาในชวงเวลากลางวนั กบั เพื่อนคูอื่นๆ
6. ครสู ุม เรยี กเลขที่ แลวใหแ ตละคูออกมานําเสนอผลงาน โดยใชเวลาในการนําเสนอคูละ 5 นาที
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นกั เรยี นโดยการใชแ บบประเมินผลการนาํ เสนอ)
7. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั แสดงความคดิ เห็นและเสนอแนะขอบกพรองของเพ่ือนท่อี อกมานําเสนอ และปรบมือ
เม่อื เพ่ือนาํ เสนอเสร็จ เพ่ือเปนการเสริมแรง
ขน้ั สอน คาบที่ 2
ข้ันอธิบายความรู (Expain)
1. ครูเขยี นเนื้อเพลงพระอาทติ ยย มิ้ แฉง ไวบ นกระดาน
เพลงพระอาทิตยยิ้มแฉง
โผลมาจาก ขอบฟา ...เขามาในยามเชา สองแสงให...เรา อบอุน สบาย
เขาลอยขามเราไป จมหายไปในยามเย็น พรุงนีเ้ ราก็จะเห็น เขาโผลอ ีกที...ทเี่ ดมิ
พระอาทิตย ย้ิมแฉง แกมแดง...แดง แตงตวั ทาแปง โผลมา ยามเชา ตรู ฮู ฮู
พระอาทิตย ยิ้มแฉง แกม แดง...แดง แตงตัว ทาแปง โผลม า สง ย้ิมใหคณุ หนู...ย้ิมนอ ยยิม้ ใหญ
ที่มา : เพลงสอนเด็ก
2. ครูรองเพลงใหน ักเรียนฟง แลว ใหน กั เรียนชว ยกันแสดงความคิดเห็นวา เนอ้ื เพลงกลา วถงึ สิง่ ใดบนทอ งฟา
(แนวตอบ : พระอาทิตย) แลว ครูตัง้ คําถามอีกวา สิ่งท่ีกลาวในเพลงเราจะเหน็ ในชวงเวลาใด (แนวตอบ : ตอนเชา)
3. นักเรียนเปด หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตรแลว ศึกษาเนอื้ หาในหนา น้ี โดยครตู ง้ั คาํ ถาม ดงั นี้
• นกั เรียนกาํ ลงั ศึกษาขอมลู เกยี่ วกบั สิง่ ใด (แนวตอบ : ดวงอาทิตย)
• เราสามารถเห็นดวงอาทติ ยไดใ นเวลาใด (แนวตอบ : ในชวงเวลากลางวัน)
• ดวงอาทิตยมีลักษณะอยางไร (แนวตอบ : เปนดาวรูปรางทรงกลม มีขนาดใหญ มีแสงสวางในตัวเอง ให
พลังงานแสงและพลังงานความรอนแกโ ลกของเรา)
4. ครใู ชวิธกี ารสอนโดยใชก ารแสดงบทบาทสมมติ โดยใหนักเรียนแบง กลุม กลุมละ 3-4 คน จากน้นั ให
นักเรียนชว ยกันสืบคนเก่ียวกับกจิ กรรมตาง ๆ ในชวี ติ ประจําวันที่เกดิ ขึ้นในชวงเวลากลางวัน
(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นักเรียนโดยการใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม )
5. ใหน ักเรยี นแตละกลุมชว ยกนั อภิปรายและสรุปกิจกรรมทเี่ กิดขึ้นในชว งเวลากลางวนั แลวเลือกกจิ กรรม
มา 1 กิจกรรม
6. ใหแ ตล ะกลุมวางแผนและซอ มการแสดงบทบาทสมมุติกิจกรรมทแ่ี ตละกลุมไดเลือกไว เพ่ือทําการแสดง
บทบาทสมมติในชัว่ โมงถดั ไป
ขน้ั สรปุ
ขั้นขยายความเขา ใจ (Elaborate)
1. ครใู หน ักเรยี นจบั กลมุ เดิมในชั่วโมงที่แลว แลวเตรยี มตัวเพ่ือแสดงบทบาทสมมติเก่ียวกบั กจิ กรรมที่
เกดิ ขึ้นในชวงเวลากลางวัน
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมินนักเรยี นโดยการใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ )
2. ครูใหแ ตล ะกลมุ ออกมาแสดงบทบาทสมมติ โดยใชเวลาในการแสดงบทบาทสมมติกลมุ ละ 5-10 นาที
เมือ่ กลุมน้ันแสดงบทบาทสมมตเิ สร็จแลว ใหเพอื่ นกลุมอนื่ ๆ ยกมือขน้ึ เพ่ือทายวา เปน กิจกรรมท่มี ชี ่ือวา อะไรแลว
เกิดข้นึ ในชว งเวลาใด (ชวงเชา ชวงเที่ยง ชว งเย็น) ถคากาลบมุ ทใดี่ 3ตอบถูกครูจะใหค ะแนน ซ่งึ กลมุ ท่ีไดคะแนนมาก
ทีส่ ุดจะไดร บั ของรางวัลจากครู
3. เมือ่ ทกุ กลุมแสดงบทบาทสมมตเิ สรจ็ แลว ครูสรปุ กจิ กรรมท่ีเกิดขึน้ ในชวงเวลากลางวันทแ่ี ตละกลมุ ได
แสดงไป เพ่ือใหน ักเรียนเกดิ ความเขาใจมากยิง่ ขนึ้
คาบที่ 4
ขนั้ สรปุ
1.จากชว่ั โมงท่ีแลวใหน ักเรยี นแตล ะคนทํากจิ กรรมหนูตอบไดจากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร
2.เม่ือนกั เรียนทาํ กจิ กรรมหนตู อบไดเสร็จเรียบรอยใหนาํ แบบฝกหดั วิทยาศาสตร มาสง ครูหนา ชน้ั เรยี น
ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครสู ุม นกั เรยี น1 คน ใหอ อกมาสรุปเกีย่ วกบั ทองฟาเวลากลางวนั ใหเ พอ่ื นๆ ฟง แลว ชว ยกันแสดงความ
คดิ เหน็ และปรบมอื ใหเพื่อน เพือ่ เปนการเสริมแรง
2. ครูประเมินผลนักเรียนโดยการสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม และการออกมานําเสนอผลการทํา
กิจกรรมหนาช้ันเรยี น
3. ครูตรวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมนําสูก ารเรียนในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร
4. ครูตรวจสอบผลการทํากจิ กรรมสังเกตทองฟา เวลากลางวันในแบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร
5. ครตู รวจสอบผลการทํากิจกรรมหนูตอบไดในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร
6. การวัดและประเมนิ ผล
การวดั และประเมินผล วิธีการวัดผล เครอ่ื งมือวดั เกณฑก าร
จดุ ประสงค ประเมนิ ผล
60% ข้นึ ไป ถอื วา
ความรคู วาม 1. สงั เกตและระบดุ าวทปี่ รากฏบน 1.คําถามกระตนุ ผานเกณฑการ
เขาใจ (K) ทอ งฟา ในเวลากลางวันได ความคิด ประเมิน
60% ข้ึนไป ถอื วา
ทกั ษะ/ 1.วาดภาพทอ งฟาในเวลากลางวัน 1. ใบงาน ผานเกณฑการ
กระบวนการ (P) ได ประเมนิ
คุณลักษณะนสิ ยั (A) 2.เขียนแผนภาพหรือสรางชน้ิ งาน
แบบจําลองทองฟา ในเวลากลางวนั 60% ขึ้นไป ถอื วา
ได ผานเกณฑการ
1.รับผดิ ชอบตอ หนา ท่ีทีไ่ ดร บั 1. แบบสังเกต ประเมนิ
มอบหมาย พฤติกรรม
2.สังเกตความมวี ินัย ใฝเรยี นรู 2. แบบประเมนิ
และมุง มนั่ ในการทาํ งาน คุณลกั ษณะอันพงึ
ประสงค
7. สื่อ/อปุ กรณ /แหลง การเรยี นรู
7.1 สอื่ การเรยี นรู
1) หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรยี นรูท่ี 4 หินและทอ งฟา
2) แบบฝกหัด วิทยาศาสตร ป.1 หนว ยการเรียนรทู ี่ 4 หินและทองฟา
3) วัสดุ - อปุ กรณทใี่ ชใ นการทํากิจกรรม เชน กระดาษแข็ง สไี ม เปนตน
4) บตั รภาพทัศนียภาพในเวลากลางวันและกลางคืน
5) เพลงพระอาทิตยย ิ้มแฉง
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หองเรียน
2) อินเทอรเนต็
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………...
ลงช่อื ...............................................ผสู อน ลงชอื่ ....................................ฝา ยวชิ าการ
(………………………………………) (………………………………………)
ลงช่อื ....................................................ผบู ริหาร
(………………………………………)
บตั รภาพ
ดวงอาทิตย
ดวงอาทิตย
บตั รภาพ
ดวงจันทร
ดวงจนั ทร