The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียนวิชากฎหมาย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by papawarin180, 2022-11-05 12:14:25

เอกสารประกอบการเรียนวิชากฎหมาย ม.4

เอกสารประกอบการเรียนวิชากฎหมาย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

เอกสารประกอบการเรียน

กฎหมายที่
ประชาชนควรรู้

ม.4

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
Kru Papawarin Kadkasem

ความสาคญั และลักษณะของกฎหมาย

ความหมาย

ความสาคญั ของกฎหมาย

ลกั ษณะของกฎหมาย

















ระบบกฎหมาย



ประเภทและศกั ด์ขิ องกฎหมาย

ประเภทของกฎหมาย

1. แบ่งตามความสมั พนั ธ์ของผ้ทู ต่ี อ้ งเกย่ี วขอ้ งหรอื ถูกใชบ้ งั คบั

1.1 กฎหมายเอกชน
กฎหมายท่กี าหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนดว้ ยกนั

- กฎหมายแพ่ง คือ กฎหมายวา่ ดว้ ยสิทธิและหนา้ ท่ขี องบุคคล
เชน่ เรอื่ งสภาพบคุ คล ทรพั ย์ หนี้ นิติกรรม ครอบครัว และมรดก
การเยียวยาของกฎหมายแพ่ง คอื คา่ สินไหมทดแทน

- กฎหมายพาณิชย์ คือ กฎหมายว่าด้วยสิทธิและหน้าท่ีของบคุ คล
อนั เปน็ กฎหมายทเ่ี กี่ยวกับการเศรษฐกิจและการค้า
โดยวางระเบียบเกย่ี วพันทางการค้าหรือธุรกิจระหว่างบุคคล
เชน่ การตัง้ หุ้นสว่ นบรษิ ทั การประกอบการรับขน และเรื่องเก่ียวกบั ต๋วั เงนิ
(เช่น เช็ค) กฎหมายวา่ ดว้ ยการซอ้ื ขาย การเช่าทรพั ย์ การจานอง
การจานา

ในปจั จุบันกฎหมายแพง่ และกฎหมายพาณชิ ย์ของประเทศไทย ได้บญั ญตั ริ วมเป็นกฎหมายฉบับเดยี วกัน เรียกชือ่ ว่า
“ประมวลกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์” แบง่ ออกเป็น 6 บรรพ คือ

บรรพ 2 วา่ ดว้ ยหน้ี
บอ่ เกิดแห่งหน้ีทงั้ ปวง

บรรพ 1 วา่ ดว้ ยหลกั ท่วั ไป เชน่ บรรพ 3 วา่ ด้วยเอกเทศสญั ญา
บุคคล สภาพบคุ คล สัญญาเปน็ การเฉพาะเรื่อง

ทรัพย์ นิติกรรม อายคุ วาม ทเ่ี กยี่ วข้องกับการทาธรุ กิจประเภทตา่ ง ๆ

บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว
การหมัน้ การสมรส
การสนิ้ สดุ การสมรส

บรรพ 4 วา่ ดว้ ยทรพั ย์สนิ บรรพ 6 ว่าด้วยมรดก
ลักษณะของทรพั ย์ ทรพั ย์สนิ ของผตู้ าย
และทรัพย์สิน จัดลาดับทายาทผมู้ สี ิทธิรับมรดก

1.2 กฎหมายมหาชน
กฎหมายทว่ี ่าด้วยความสัมพันธร์ ะหวา่ งรัฐกับประชาชนของรัฐ

กฎหมายรฐั ธรรมนูญ คือ กฎหมายปกครอง คอื
กฎหมายหรือระเบยี บสงู สดุ ของรัฐ กฎหมายที่กาหนดกฎเกณฑ์
ท่วี างรากฐานการปกครองประเทศ การบริหารราชการแผน่ ดนิ

กฎหมายอาญา คอื กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คือ
เปน็ กฎหมายทร่ี ฐั บญั ญตั ขิ น้ึ กฎหมายทบี่ ัญญัตขิ นึ้ เพอื่ กาหนด
เพื่อกาหนดลักษณะของการกระทา
ท่ีถอื ว่าเป็นความผดิ และกาหนดบทลงโทษ วิธกี ารดาเนนิ คดีทางอาญาต่อผู้ต้องหา
ทางอาญาสาหรับความผิดน้ัน ตั้งแตก่ ารถูกจับกุม สอบสวน

การพิจารณาคดีชนั้ ศาล และการสัง่ ลงโทษ

กฎหมายวธิ ีพิจารณาความแพ่ง คอื พระธรรมนญู ศาลยุติธรรม คือ
กฎหมายทวี่ า่ ดว้ ยวธิ ีการดาเนินคดีในทางแพง่ กฎหมายเกย่ี วกบั การจัดการองค์กรของศาล
ในการพพิ ากษาคดที ัง้ ทางอาญาและทางแพง่

1.3 กฎหมายระหวา่ งประเทศ กฎหมายท่ีประกอบดว้ ยหลกั การและกฎเกณฑค์ วามประพฤติทร่ี ัฐต่าง ๆ
รู้สกึ ว่าผกู พันให้ต้องปฏิบัติตามในความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งกนั

กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายระหวา่ งประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ
แผนกคดเี มอื ง แผนกบุคคล แผนกคดอี าญา

- เขตแดนของรฐั - การไดส้ ญั ชาติและ - ความผิดตามกฎหมาย
การถอนสัญชาติ ระหวา่ งประเทศ
- การส่งผ้รู ้ายขา้ มแดน

2. แบง่ ตามหลักของการใชก้ ฎหมาย

กฎหมายสารบญั ญตั ิ กฎหมายวธิ สี บญั ญตั ิ
กาหนดหลกั การทวั่ ไปและ นากฎหมายสารบัญญตั ิ
บทบัญญัตถิ งึ สทิ ธแิ ละหน้าท่ี ไปปฏบิ ัติปรับใชใ้ หเ้ ปน็ ไป
ของบคุ คลทั้งในทางอาญาและแพง่ ตามกระบวนการของกฎหมาย



กระบวนการตรากฎหมาย

พระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนญู

กฎหมายทีเ่ ก่ยี วกบั กฎเกณฑก์ ารปกครองประเทศ ชว่ ยขยายบทบญั ญตั ใิ นรฐั ธรรมนญู

คณะรฐั มนตรี เสนอรา่ ง รฐั สภาประชุมรว่ มกันเพ่อื
โดยข้อเสนอแนะของศาลฎกี า ตอ่ รฐั สภา พจิ ารณาภายในเวลา 180 วัน

ศาลรฐั ธรรมนูญ หรือ วาระ 1 ข้ันรบั หลกั การ ให้ถือเอาเสียงขา้ งมาก
องคก์ รอสิ ระทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง วาระ 2 ขัน้ พจิ ารณาเรียงลาดับมาตรา
ให้ถือเอาเสยี งขา้ งมาก
หรือ วาระ 3 ตอ้ งมคี ะแนนเสยี งเหน็ ชอบดว้ ยมากกวา่ กึ่งหนง่ึ
ของจานวนสมาชิกท้ังหมดเทา่ ทีม่ อี ยขู่ องรัฐสภา
ส.ส. จานวนไมน่ ้อยกว่าหน่งึ ในสบิ
ของจานวนสมาชกิ ท้งั หมดเทา่ ทม่ี ีอยู่
ของสภาผแู้ ทนราษฎร (50 จาก 500)

ภายใน 15 วัน นับแตว่ ันที่รัฐสภาพิจารณา
ให้ส่งร่างพระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู
นั้นไปยังศาลฎีกา ศาลรฐั ธรรมนญู หรือองคก์ รอสิ ระ
ทเี่ กี่ยวขอ้ ง

ไม่มขี ้อทกั ท้วงภายใน 10 วัน ในกรณที มี่ คี วามเหน็ ว่ามีข้อความใด
นบั แตว่ นั ท่ไี ดร้ ับรา่ ง ขัดหรือแยง้ ตอ่ รัฐธรรมนญู
เสนอความเหน็ ไปยงั รฐั สภา
ใหร้ ฐั สภาดาเนินการต่อไป
ภายใน 10 วัน เพอ่ื ให้แก้ไขเพมิ่ เติม

ข้นั ตอนก่อนทีน่ ายกรัฐมนตรจี ะนารา่ งพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนญู ขึ้นทลู เกลา้ ทลู กระหม่อมถวายเพ่ือ

พระมหากษัตริยท์ รงลงพระปรมาภิไธย

กรณีทไี่ ม่มกี ารส่งความเหน็ ไปยงั กรณีทม่ี ีการสง่ ความเห็นไปยงั
ศาลรัฐธรรมนญู เพอ่ื วนิ จิ ฉัย ศาลรัฐธรรมนญู เพื่อวนิ จิ ฉยั
กระทากอ่ นทน่ี ายกรฐั มนตรจี ะนารา่ ง
ให้นาขน้ึ ทูลเกลา้ ทูลกระหม่อมถวายเพ่ือ พระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู
พระมหากษัตรยิ ์ทรงลงพระปรมาภิไธย ขน้ึ ทลู เกล้าทลู กระหมอ่ มถวายเพอ่ื
พระมหากษตั รยิ ์ทรงลงพระปรมาภไิ ธย
ภายใน 20 วัน เม่อื ประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ใหใ้ ช้บังคับเปน็ กฎหมาย

การพิจารณาวินิจฉยั ของศาลรฐั ธรรมนญู

ถา้ ร่างมีขอ้ ความขัดหรือแยง้ ต่อรัฐธรรมนูญและ ถ้ารา่ งมขี ้อความขดั หรือแย้งต่อรฐั ธรรมนญู
ข้อความดงั กลา่ วเป็นสาระสาคัญ หรอื ตราขึ้น และขอ้ ความดังกลา่ วไมเ่ ปน็ สาระสาคญั
โดยไม่ถกู ต้องตามบทบญั ญัตแิ ห่งรัฐธรรมนูญ ให้ขอ้ ความทข่ี ัดหรอื แย้งน้ันเปน็ อนั ตกไป
ใหร้ า่ งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญน้ันเปน็ อันตกไป และใหน้ ายกรัฐมนตรีนาร่าง
พ.ร.บ.ประกอบรฐั ธรรมนญู นน้ั
ข้ึนทูลเกล้าทลู กระหม่อมถวายเพื่อ

พระมหากษตั ริย์ทรงลงพระปรมาภไิ ธยต่อไป

การนารา่ งพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู
ขน้ึ ทูลเกล้าฯ ถวายเพ่อื พระมหากษัตรยิ ์ทรงลงพระปรมาภิไธย

นายกรัฐมนตรนี าขน้ึ ทลู เกลา้ ฯ ถวายเพือ่
พระมหากษัตรยิ ์ทรงลงพระปรมาภไิ ธย ภายใน 20 วนั

พระมหากษตั รยิ ์เห็นชอบดว้ ย พระมหากษัตรยิ ์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและ
ลงพระปรมาภไิ ธย พระราชทานคืนมายงั รัฐสภา

หรอื เมอ่ื พน้ 90 วันแลว้ มไิ ดพ้ ระราชทานคนื มา

ประกาศใน รฐั สภาต้องปรกึ ษารา่ งใหม่
ราชกิจจานุเบกษา ถ้ายนื ยนั ตามเดิมดว้ ยคะแนนเสียง
ไม่นอ้ ยกวา่ 2 ใน 3 ขน้ึ ทูลเกลา้ ฯ

ถวายอีกครง้ั หน่ึง

พระราชบัญญตั ิ

กฎหมายทพ่ี ระมหากษัตริยท์ รงตราขนึ้ โดยคาแนะนาและยนิ ยอมของรัฐสภา
1. การเสนอรา่ งพระราชบญั ญัติ

ส.ส. 20 คน ข้นึ ไป ผมู้ ีสทิ ธิเลือกตัง้
ไม่นอ้ ยกวา่ 10,000 คน

คณะรฐั มนตรี ศาลหรอื องค์กรอิสระ
ตามรัฐธรรมนญู

2. การพจิ ารณารา่ งพระราชบญั ญตั ิ ไม่เหน็ ชอบ กม. ตกไป

ส.ส. วาระ 1

รบั หลักการ

วาระ 2
ตั้งกรรมาธกิ าร

วาระ 3
ลงมตเิ ห็นชอบ

เหน็ ชอบ

ส.ว. วาระ 1
รับหลักการ
สง่ คนื ส.ส.
ยบั ย้งั ไว้ 180 วัน วาระ 2
ตัง้ กรรมาธกิ าร
ไม่เหน็ ชอบ เห็นชอบ
วาระ 3
กม. ตกไป ลงมตเิ ห็นชอบ ตงั้ กรรมาธกิ ารรว่ ม แกไ้ ข
ส.ส. + ส.ว. ร่างกฎหมาย
เห็นชอบ
ไม่เห็นชอบ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ

ศาลรัฐธรรมนูญ ศาล รธน.
ไมข่ ัด รธน.
กม. ตกไป ขัดท้งั ฉบับ ขดั บางขอ้ ความ แกไ้ ข

กษตั รยิ ์ กษตั รยิ ์
ไมเ่ หน็ ชอบ หรอื พน้ 90 วัน

ประชมุ รัฐสภาลงมติ 2/3 500 เสียง

ลงพระปรมาภิไธย

ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาใช้บงั คบั เป็นกฎหมาย

พระราชกาหนด

กฎหมายทพี่ ระมหากษัตรยิ ท์ รงตราตามคาแนะนาของคณะรฐั มนตรี

ประเภทของพระราชกาหนด

พระราชกาหนดท่วั ไป พระราชกาหนดเกี่ยวดว้ ย
ภาษีอากรหรือเงินตรา

หลักเกณฑก์ ารตราพระราชกาหนด

การตราพระราชกาหนดทว่ั ไป การตราพระราชกาหนดเกี่ยวดว้ ย
ภาษอี ากรหรอื เงนิ ตรา

1) ในกรณฉี กุ เฉิน จะตราพระราชกาหนดขึ้นเพ่อื 1) พระราชกาหนดจะตราได้ต้องอยูใ่ นระหวา่ ง
ประโยชนใ์ นการรักษาความปลอดภัยของประเทศ สมัยประชุม
ความปลอดภยั สาธารณะ ความมั่นคงในทาง
เศรษฐกจิ ของประเทศ หรอื ป้องปดั ภยั พิบตั สิ าธารณะ

2) ในกรณีทจี่ ะเรียกประชุมรัฐสภาให้ 2) พระราชกาหนดจะตราไดเ้ มอื่ มคี วามจาเปน็ ต้องมี
ทนั ท่วงทมี ไิ ด้ พระราชกาหนดจะตราได้ กฎหมายเก่ียวดว้ ยภาษีอากรหรือเงินตรา ซึ่งจะต้อง
ในกรณีทไ่ี ม่สามารถเรยี กประชมุ ให้ทันท่วงที ไดร้ ับการพิจารณาโดยดว่ นและลับเพอ่ื รักษาประโยชน์
ของแผ่นดนิ

ข้นั ตอนการตราพระราชกาหนด

1 การเสนอรา่ งพระราชกาหนดโดยรฐั มนตรผี จู้ ะรักษาการตามพระราชกาหนดน้นั
2 การพจิ ารณาพระราชกาหนด โดยคณะรฐั มนตรี
3 การตราพระราชกาหนด โดยพระมหากษตั รยิ ์
4 การใช้บงั คับเป็นกฎหมาย เม่ือประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้

การอนุมัติพระราชกาหนด เมือ่ ประกาศใช้พระราชกาหนดแล้ว จะตอ้ งนา

5 พระราชกาหนดนั้นเสนอต่อรฐั สภาเพื่อตราเปน็ พระราชบญั ญัตติ อ่ ไป

พระราชกาหนดทว่ั ไป พระราชกาหนดเกี่ยวด้วยภาษอี ากรหรอื เงนิ ตรา
ตอ้ งนาเสนอรัฐสภาในการประชุมรัฐสภา ต้องนาเสนอต่อรฐั สภาภายใน 3 วัน

คราวตอ่ ไปโดยไมช่ กั ช้า นับแต่วันถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

กรณที ่ีรฐั สภาอนมุ ัติ กรณที รี่ ฐั สภาไมอ่ นุมตั ิ
พระราชกาหนดนั้นให้มีผล พระราชกาหนดน้นั เป็นอนั ตกไป
เป็นพระราชบญั ญัตติ ่อไป

การเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวนิ จิ ฉัยพระราชกาหนด กอ่ นทีร่ ัฐสภาจะอนมุ ตั พิ ระราชกาหนด

6 ใหส้ ง่ ความเห็นของสมาชกิ รฐั สภาว่าพระราชกาหนดน้ันเปน็ ไปตามหลกั เกณฑท์ ่รี ฐั ธรรมนญู
กาหนดหรือไม่ ไปยงั ศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนญู

เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ไมเ่ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ ไม่มีผลบังคับ
มาต้งั แตต่ ้น

แจ้งคาวนิ ิจฉยั
ไปยังรฐั สภา

พระราชกฤษฎกี า

กฎหมายท่ตี ราขนึ้ โดยพระมหากษตั รยิ โ์ ดยคาแนะนาของคณะรัฐมนตรี
หลกั เกณฑก์ ารตราพระราชกฤษฎกี า

1 การตราพระราชกฤษฎกี าเกีย่ วกับฝ่ายบรหิ ารและฝ่ายนิตบิ ญั ญตั ิ ทาในกรณที ่เี ปน็ กจิ การสาคัญ
อันเก่ยี วกับฝ่ายบริหารและฝา่ ยนิตบิ ัญญตั ิ เช่น พระราชกฤษฎกี ายุบสภาผแู้ ทนราษฎร

2 การตราพระราชกฤษฎีกาโดยอาศยั อานาจตามรฐั ธรรมนญู เป็นการตราพระราชกฤษฎกี าเพอื่ ใช้
กับฝา่ ยบริหาร ไม่ใชบ้ ังคบั แก่ประชาชนทั่วไป

3 การตราพระราชกฤษฎีกาโดยอาศยั อานาจตามกฎหมายแม่บท ที่ใชอ้ านาจตรา
พระราชกฤษฎกี าได้

ข้นั ตอนการตราพระราชกฤษฎีกา

การเสนอร่างพระราชกฤษฎีกา ผูเ้ สนอต้องเปน็ ผูท้ เ่ี กี่ยวข้องหรอื ไดร้ ักษาการตามกฎหมายแมบ่ ทที่

1 บญั ญตั ใิ ห้ออกพระราชกฤษฎกี าน้ัน

2 การพจิ ารณารา่ งพระราชกฤษฎีกา ผมู้ อี านาจพจิ ารณา ไดแ้ ก่ คณะรัฐมนตรี

3 การตราพระราชกฤษฎกี า ผ้มู อี านาจตรา ไดแ้ ก่ พระมหากษัตรยิ ์

การใช้บังคบั เปน็ กฎหมาย พระราชกฤษฎีกาจะใช้บงั คบั เป็นกฎหมายได้

4 เมื่อประกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลว้

การมสี ว่ นรว่ มในการตรากฎหมายของประชาชน

รัฐธรรมนญู กาหนดให้ประชาชนผมู้ ีสทิ ธเิ ลอื กตัง้ ไม่นอ้ ยกว่า 10,000 คน
มีสทิ ธเิ ขา้ ชอ่ื เสนอร่างพระราชบัญญัตไิ ด้ โดยมหี ลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการ

1. ผูม้ สี ทิ ธเิ ข้าช่อื เสนอร่างพระราชบญั ญตั ิ

จะตอ้ งเป็นผูม้ สี ทิ ธิเลอื กตงั้ อยู่ในวันท่ีเข้าชอื่ เสนอร่างพระราชบัญญตั ิ

2. รูปแบบการจดั ทารา่ งพระราชบญั ญตั ิ

รูปแบบการจดั ทาร่างพระราชบัญญตั ิ บนั ทึกหลกั การและเหตุผลประกอบใน
การเสนอกฎหมาย
จะตอ้ งมีหลักการเกย่ี วกับสิทธิและ
เสรีภาพของปวงชนชาวไทย หรอื

แนวนโยบายพืน้ ฐานแหง่ รฐั

มหี ลกั เกณฑ์และวธิ ีการในการปฏิบตั ิ มีบทบัญญัตแิ บ่งเปน็ มาตราทช่ี ัดเจน
ทเ่ี ปน็ ไปตามกฎหมาย



กฎหมายเก่ยี วกับบคุ คลและทรพั ย์

กฎหมายเกีย่ วกบั บคุ คล

บคุ คล หมายถึง สง่ิ ทก่ี ฎหมายกาหนดใหม้ สี ิทธิหน้าทีไ่ ด้ตามกฎหมาย โดยสภาพบคุ คลเร่ิมตน้ ตง้ั แต่แรก
คลอดเปน็ ทารกและสิ้นสุดสภาพบคุ คลเมอ่ื ตายหรือสาบสูญตามคาสง่ั ของศาล มี 2 ประเภท

1. บคุ คลธรรมดา หมายถึง มนุษย์ซ่ึงมสี ภาพบุคคล และสิ้นสภาพบคุ คลโดย

การตายตามธรรมชาติ กรณีไม่ปกติ 2 ปี คอื
หรือตายโดยการสาบสูญ (กรณปี กติ 5 ปี) หายจากภาวะทเี่ ปน็ อนั ตรายตอ่ ชวี ิต เชน่
เรืออบั ปาง ภยั พิบตั ิทางธรรมชาติ 2 ปี

สว่ นประกอบของสภาพบคุ คล

สญั ชาติ ไดม้ าโดยการเกดิ สถานะ คอื ฐานะของบคุ คลตามกฎหมาย
การสมรส การแปลงชาติ ซึ่งทาให้เกดิ สทิ ธิ เชน่ โสด สมรส หยา่

ชอ่ื ตัว – ชอ่ื สกุล ภมู ิลาเนา คือถนิ่ ที่อยปู่ ระจา
และแน่นอนของบุคคล

2. นิติบคุ คล หมายถงึ หมคู่ นหรอื สง่ิ ทีก่ ฎหมายรบั รองสภาพอย่างบคุ คลธรรมดา และมีสิทธิ หน้าที่
ความรบั ผิดชอบในนามของกิจการ แบ่งเป็น 2 ประเภท

1) นิตบิ คุ คลตามกฎหมายเอกชน คอื นติ ิบุคคล 2) นิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน คอื นิตบิ ุคคล
ทบ่ี ญั ญัติไว้ในกฎหมายมหาชนอื่นๆ เช่น โรงเรยี น
ที่บญั ญตั ิไวใ้ นประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ วัด จังหวัด กระทรวง ทบวง กรม องค์การมหาชน

มีด้วยกัน 5ประเภท ได้แก่

(ก) บริษทั จากัด (ข) หา้ งหนุ้ สว่ นจากัด

(ค) ห้างหุ้นส่วนสามญั จดทะเบยี น

(ง) สมาคม (จ) มลู นิธิ


Click to View FlipBook Version