หมายถึง การทบี่ ุคคลใดบุคคลหน่งึ ได้
ทรัพยข์ องผูอ้ ่นื มาไว้ในความครอบครอง แลว้ เบยี ดบงั
เอาทรพั ย์นัน้ ไวเ้ ป็นของตนหรือบุคคลอื่นโดยทุจริต
หมายถงึ การกระทาทแ่ี สดงวา่ ชว่ ยซอ่ นเรน้
ชว่ ยจาหนา่ ย ช่วยพาเอาไปเสียซง่ึ ทรพั ย์ ซอ้ื รบั จานา
ทรพั ยซ์ งึ่ ได้มาจากการกระทาผิด
หมายถงึ การกระทาทที่ าใหต้ วั ทรัพย์
เสียหายทาให้เส่อื มราคา หรอื ทาใหท้ รพั ยน์ ั้นไร้
ประโยชน์ ซงึ่ เปน็ ทรพั ยข์ องผูอ้ ่ืนหรือท่ีผู้อื่นเปน็ เจ้าของ
รวมอยดู่ ้วย
หมายถึง ผใู้ ดเขา้ ไปในอสังหารมิ ทรัพย์ของผอู้ ืน่
เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นน้ั ทงั้ หมด
หรอื แต่บางสว่ น หรอื เขา้ ไปกระทาการใด ๆ อันเปน็ การ
รบกวนการครอบครองอสังหาริมทรพั ยข์ องเขาโดยปกตสิ ขุ
ความผดิ เกี่ยวกบั ชีวติ และร่างกาย
หมายถึง การฆา่ คนดว้ ยวิธใี ดกต็ าม
ไมว่ ่าจะกระทาโดยตง้ั ใจหรอื ไมต่ งั้ ใจย่อมมคี วามผิด
ซง่ึ จะได้รบั โทษมากนอ้ ยขนึ้ อยู่กบั การกระทาของบุคคลนน้ั
- มีการกระทา คอื ฆา่
- ผู้ถูกกระทา คือ ผู้ถกู ฆา่ เป็นผอู้ ่ืน
- มีเจตนาฆ่า
- มกี ารทารา้ ยผอู้ ืน่
- จนเป็นเหตุให้ผ้อู นื่ ถงึ แก่ความตาย
- มีเจตนาทารา้ ยแต่ไม่มเี จตนาฆา่
- มกี ารกระทา
- จนเปน็ เหตุใหเ้ กิดอันตรายแกก่ ายหรือจิตใจของ
ผู้ถกู ทารา้ ย
- กระทาโดยเจตนา คอื เจตนาทาร้าย
- ผู้ใดไม่ยอมบอกหรือแกลง้ บอกช่ือหรอื
ทอ่ี ยอู่ นั เปน็ เท็จแก่เจา้ พนักงาน
- สง่ เสียง หรือทาให้เกิดเสียงอ้อื องึ
โดยไม่มเี หตสุ มควร
- ผใู้ ดพาอาวุธเข้าไปในท่ีสาธารณะ - ผทู้ ส่ี ามารถช่วยเหลอื บคุ คล
โดยเปดิ เผยหรือโดยไมม่ เี หตสุ มควร ผูป้ ระสบอนั ตรายได้แตไ่ ม่เขา้ ช่วยเหลือ
- ผใู้ ดทาการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกานลั - ดหู มิ่นผู้อ่นื ซงึ่ หนา้
โดยเปลอื ยหรอื เปดิ เผยรา่ งกาย
- ผู้ใดเมาสุราหรอื ของเมาอย่างอน่ื - ผู้ใดปลอ่ ยขา่ วลอื ให้ประชาชนต่ืนตกใจ
ในทส่ี าธารณะจนควบคุมตนเองไมไ่ ด้
- เจ้าพนกั งานเรยี กใหช้ ่วยระงบั เพลิงไหม้ - ผ้ใู ดกระทาโดยประมาทจนเปน็ เหตุให้
หรือสาธารณภัยแล้วไมช่ ว่ ย ผอู้ น่ื ได้รบั อนั ตรายแกก่ ายหรือจิตใจ
เหตยุ กเวน้ โทษความผดิ ลหุโทษ
- การพยายามทาความผิดลหโุ ทษ
- ผู้สนบั สนุนไม่ตอ้ งรบั โทษ
ส่วนกรณผี ใู้ ช้ให้กระทาความผดิ ลหโุ ทษ
ถ้าผูถ้ ูกใชไ้ มย่ อมกระทา ผ้ใู ชก้ ไ็ ม่ตอ้ งรบั โทษ 1 ใน 3
ของความผดิ ลหุโทษ
การระงบั ความผดิ และโทษ
อายคุ วาม
กฎหมายสาคัญของประเทศ
รฐั ธรรมนญู
รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
– เปน็ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 20
– จัดรา่ งโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนญู ในระหว่าง พ.ศ. 2557–2560 ภายหลังการรฐั ประหาร
ในประเทศโดยคณะรกั ษาความสงบแห่งชาติ เมอ่ื วันท่ี 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
– โดยรัฐธรรมนญู ฉบบั น้ี สมเด็จพระเจา้ อย่หู วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู
ทรงลงพระปรมาภไิ ธย เมอ่ื วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560
ณ พระที่น่ังอนันตสมาคม พระราชวงั ดสุ ิต กรงุ เทพมหานคร
– พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรัฐมนตรี
เป็นผรู้ ับสนองพระราชโองการ
– มี 16 หมวด 279 มาตรา
หมวด 1 บททว่ั ไป มี 5 มาตรา
มาตรา 1 ประเทศไทยเปน็ ราชอาณาจกั รอันหนงึ่ อันเดียว จะแบง่ แยกมไิ ด้
มาตรา 2 ประเทศไทยมกี ารปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
มาตรา 3 อาํ นาจอธปิ ไตยเปน็ ของปวงชนชาวไทย พระมหากษตั ริย์ผู้ทรงเปน็ ประมุขทรงใช้อาํ นาจนั้น
ทางรฐั สภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบญั ญตั ิแห่งรัฐธรรมนูญ
มาตรา 4 ศักด์ิศรีความเปน็ มนุษย์ สทิ ธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลยอ่ มไดร้ บั ความคุ้มครอง
ปวงชนชาวไทยยอ่ มได้รบความคมุ้ ครองตามรัฐธรรมนญู เสมอกนั
มาตรา 5 รฐั ธรรมนญู เปน็ กฎหมายสงู สดุ ของประเทศ บทบญั ญตั ิใดของกฎหมาย กฎ หรอื ขอ้ บังคบั หรอื
การกระทาํ ใด ขัดหรือแย้งตอ่ รฐั ธรรมนูญ บทบญั ญตั หิ รอื การกระทําน้ันเปน็ อนั ใช้บังคับมิได้
สทิ ธิ เสรีภาพ และหนา้ ท่ขี องปวงชนชาวไทย
สทิ ธใิ นความเท่าเทียมกัน สทิ ธแิ ละเสรีภาพในชวี ติ และร่างกาย
สทิ ธใิ นความเป็นอย่สู ว่ นตวั สทิ ธไิ ดร้ บั บรกิ ารสาธารณสุขของรฐั
เสรภี าพในการนบั ถอื ศาสนา เสรภี าพในการแสดงความคิดเหน็
เสรภี าพในการประกอบอาชพี หน้าท่ขี องรฐั ในการจดั การศกึ ษา
หนา้ ที่ของปวงชนชาวไทย
รฐั สภา
คณะรฐั มนตรี
พระมหากษตั รยิ ท์ รงแต่งตงั้ นายกรฐั มนตรแี ละรฐั มนตรอี ่ืนอีกไมเ่ กินสามสบิ หา้ คนประกอบกนั เป็นคณะรฐั มนตรี
- กําหนดนโยบายในการบรหิ ารราชการแผ่นดิน
- รักษากฎหมายและความสงบเรยี บร้อย
- ควบคุมข้าราชการประจําใหน้ ํานโยบายไปปฏิบตั ิให้บงั เกิดผล
- ประสานงานกบั กระทรวงตา่ ง ๆ ให้มีความสอดคล้องไปในทางเดียวกัน
- ออกมติต่าง ๆ เพอื่ ให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ถือปฏบิ ัติ
ศาล
องคก์ รอสิ ระตามรฐั ธรรมนญู
การเลอื กต้งั ตามรฐั ธรรมนญู 2560
กฎหมายปกครอง
กฎหมายสาขาหนึ่งของกฎหมายมหาชน ท่มี ีการจัดระเบยี บการปกครองของรัฐ
และการดําเนินกจิ กรรมของฝา่ ยปกครองในการจดั ทาํ บรกิ ารสาธารณะ รวมท้งั
วางหลกั ความเกีย่ วพนั ในทางปกครองระหว่างฝา่ ยปกครองกบั เอกชน
อํานาจหนา้ ทฝ่ี า่ ยปกครอง
1. จัดทําบริการสาธารณะเพ่ือสนองความตอ้ งการของประชาชน
2. รกั ษาความสงบเรียบร้อยของคนในประเทศ
3. จดั ทาํ การสงั คมสงเคราะห์ และสาธารณูปโภค
กฎหมายภาษีอากร
1. ภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา
1.1 ผมู้ หี น้าท่ตี ้องเสียภาษเี งินได้บุคคลธรรมดา
ผู้ถงึ แกค่ วามตายระหวา่ งปภี าษี หา้ งหุ้นสว่ นสามญั หรอื
ซึง่ ไดร้ ับเงนิ ไดถ้ งึ เกณฑ์ คณะบคุ คลทมี่ ิใชน่ ติ บิ คุ คล
ตามที่ประมวลรัษฏากรกําหนดไว้
บคุ คลธรรมดา กองมรดกทย่ี งั มิไดแ้ บง่
ผู้มเี งินได้ตอ้ งย่นื แบบ ภ.ง.ด. 90
พรอ้ มทั้งชาํ ระภาษี (ถา้ มี) ของปีภาษี
ตั้งแต่วนั ที่ 1 มกราคม – 31 มนี าคม ของทุกปี
ในวันและเวลาราชการ
2. ภาษีเงนิ ไดน้ ติ ิบคุ คล
3. ภาษมี ูลคา่ เพ่มิ
4. อากรแสตมป์
ภาษีประเภทหนง่ึ ตาม ประมวลรษั ฎากร ซึ่งจดั เก็บในรปู ของดวงแสตมป์
ทใี่ ช้สําหรบั ปิดบนเอกสารราชการและหนังสือสัญญาตา่ งๆ เชน่
ตราสารเช่าท่กี ับโรงเรือน เช่าซ้ือทรัพย์สนิ จา้ งทาํ ของ กยู้ มื เงิน
กฎหมายแรงงาน
ความร้เู ก่ยี วกบั กระบวนการยตุ ธิ รรม
ความหมายของกระบวนการยตุ ิธรรม
วธิ ีการตามกฎหมายทม่ี ไี ว้ดาเนินการกบั ผทู้ ่กี ระทาการฝ่าฝนื กฎหมาย เพ่อื ใหเ้ กดิ ความยุตธิ รรมขึ้นในสงั คม
กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง
บุคคลทเ่ี กีย่ วข้อง
(1) ค่คู วาม ผ้ยู ่ืนฟอ้ ง (โจทก์) หรือผู้ถกู ฟ้อง (จำเลย)
(2) ศาลยุตธิ รรม ศำลเปน็ ผพู้ ิพำกษำคดแี พง่ ที่คู่ควำมฟ้องร้อง
(3) เจา้ พนกั งานบงั คับคดี พนกั งานบังคับคดี คอื เจำ้ พนกั งำนของศำลหรือพนกั งำนอื่นผมู้ ี
อำนำจตำมหำบัญญตั ิแห่งกฎหมำย เพ่อื คุม้ ครองสทิ ธิของคคู่ วำมในระหว่ำงพจิ ำรณำ หรอื เพือ่
บงั คับตำมคำพิพำกษำหรือคำส่งั
กระบวนการยตุ ิธรรมทางอาญา