ครบู าอาจารย์ต้องรบั ผิดร่วมกับผ้เู ยาว์ นายจ้างตอ้ งรับผดิ ร่วมกบั ผเู้ ยาว์
บุคคลอน่ื ซ่งึ รบั ดแู ลบคุ คลไรค้ วามสามารถจะตอ้ งรับผิดร่วมกบั ผู้ไร้ความสามารถ
เจ้าของสัตว์หรอื บุคคลผรู้ ับเล้ยี งรับรกั ษาไวแ้ ทนเจา้ ของสตั ว์จะต้องใช้คา่ สนิ ไหม
ทดแทนใหแ้ กฝ่ า่ ยท่ตี ้องเสยี หาย
กฎหมายเกยี่ วกับ
ครอบครวั
การหมนั้
คอื การทช่ี ายหญิงทาสญั ญาวา่ จะทาการสมรสกันและอยู่กนิ ดว้ ยกนั ฉนั สามภี รรยา
เม่อื มกี ารหม้ันเกดิ ขึ้นจะตอ้ งมีของหมั้นและ
สนิ สอดจงึ จะทาใหก้ ารหมัน้ มีความสมบรู ณ์
ถกู ตอ้ งตามประเพณี
1. อายขุ องคูห่ มนั้
การหมน้ั จะทาได้เม่อื ชายและหญงิ มีอายุ 17 ปีบริบรู ณ์ หากฝา่ ยใดอายไุ มค่ รบ 17 ปบี รบิ รู ณ์
จะถือวา่ การหมั้นนัน้ เปน็ โมฆะ
2. ความยนิ ยอมของบดิ ามารดาหรอื ผู้ปกครอง
ถา้ ชายและหญิงอายไุ ม่ถึง 20 ปบี รบิ รู ณ์หรอื ผูเ้ ยาวจ์ ะทาการหม้ันจะต้องได้รบั ความยนิ ยอมจากบดิ ามารดาหรือ
ผ้ปู กครองก่อน ไมส่ ามารถทาการหม้ันได้ดว้ ยตนเองแม้จะมีอายุครบ 17 ปบี ริบูรณ์แลว้ กต็ าม หากการหม้นั
ปราศจากความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง จะถือวา่ การหมน้ั น้นั เปน็ โมฆียะ
หากผ้เู ยาวบ์ รรลนุ ิตภิ าวะแลว้ อาจใหส้ ัตยาบนั
ในสญั ญาหมัน้ กใ็ หถ้ อื วา่ สัญญาหมั้นน้นั มีความสมบรู ณ์
การหมัน้ จะมคี วามสมบรู ณ์ถกู ต้องตามประเพณีได้จะตอ้ งมสี ิง่ ประกอบ 2 ประการ ได้แก่
ของหมนั้ สนิ สอด
ทรัพยส์ ินท่ฝี ่ายชายไดม้ อบหรอื โอน ทรัพย์สนิ ทฝ่ี ่ายชายใหแ้ กบ่ ดิ ามารดา
ให้แกฝ่ ่ายหญงิ เพ่ือเป็นหลกั ฐานว่า หรือผู้ปกครองของฝ่ายหญิงเพ่อื ตอบแทนที่
หญงิ ยอมสมรสดว้ ย แตห่ ากฝา่ ยหญิง
จะสมรสกบั หญิงนนั้ ไมอ่ าจสมรสได้ ฝา่ ยชายสามารถเรยี กสินสอดคืนได้
3. การผดิ สญั ญาหมั้น
คา่ ทดแทนในการผดิ สญั ญาหมนั้ อาจเรียกได้ ดังนี้
1) ทดแทนคา่ เสยี หายตอ่ กายหรือช่อื เสียงของชายหรอื หญงิ นน้ั
2) ทดแทนความเสยี หายเนอ่ื งจากการทีค่ หู่ มั้น บิดา มารดา ได้ใชจ้ ่ายเพื่อเตรียมการสมรสโดยสจุ ริต
3) ทดแทนความเสยี หายเนื่องจากการที่ค่หู ม้ันได้จดั การทรัพย์สินหรอื กระทาอ่นื อนั เก่ียวข้องกับอาชพี หรอื
ทางทามาหาไดข้ องตนไปโดยสมควร
ขอ้ ยกเวน้
ค่หู มน้ั ฝา่ ยหนง่ึ ตายก่อนสมรส
มีเหตุสาคญั เกิดแกห่ ญิงค่หู มั้นทาให้ชายไมส่ มควรสมรสกบั หญงิ นัน้
ชายมสี ทิ ธิบอกเลิกสญั ญาหมั้นได้ และใหห้ ญิงคนื ของหมั้นแก่ชาย
มีเหตสุ าคัญเกิดแกช่ ายคู่หมน้ั ทาใหห้ ญงิ ไม่สมควรสมรสกับชายนน้ั
หญงิ มสี ทิ ธิบอกเลกิ สัญญาหมน้ั โดยไม่ต้องคนื ของหมั้นแก่ชาย
มีเหตอุ นั ทาให้คูห่ มนั้ บอกเลกิ สญั ญาหมน้ั เพราะการกระทาชัว่ อย่างร้ายแรงของ
คหู่ มั้นอกี ฝา่ ยหนง่ึ ซงึ่ ทาภายหลงั การหม้ัน
การสมรส
การสมรส คอื การท่ชี ายหญิงสมคั รใจเข้ามาอยู่กนิ ฉันสามภี ริยาโดยถูกตอ้ งตามกฎหมาย
1. เง่อื นไขการสมรส
1) เง่อื นไขการสมรส มี 3 ประการ ได้แก่
(1) การสมรสจะทาไดต้ ่อเมื่อชายและหญิง
ตอ้ งมอี ายุ 17 ปีบรบิ ูรณ์
(2) ชายและหญงิ ทมี่ อี ายุยงั ไม่ครบ 20 ปบี ริบรู ณ์
จะสมรสไดต้ อ่ เม่ือได้รับความยนิ ยอมของบิดามารดาหรอื
ผูป้ กครอง
(3) การสมรสจะทาตอ่ เมอ่ื ชายและหญิง
แสดงความยินยอมเป็นสามภี ริยากันและจดทะเบียนสมรส
ตอ่ หน้านายทะเบียน
2) เง่อื นไขท่เี ป็นขอ้ หา้ ม มี 5 ประการ ไดแ้ ก่
(1) ชายหรอื หญิงท่ีเปน็ บคุ คลวกิ ลจรติ (2) ชายหรือหญงิ ท่เี ปน็ ญาติสบื สายโลหิต
หรอื ศาลสั่งใหเ้ ปน็ คนไรค้ วามสามารถ จะสมรสกนั ไมไ่ ด้ เช่น พ่อหรือแม่กับลูก
พน่ี อ้ งรว่ มบดิ ามารดากัน หรอื เป็นพี่น้อง
รว่ มบิดาหรือมารดาเดียวกัน
(4) ชายหรือหญิงจะทาการสมรส
ในขณะทต่ี นมีคูส่ มรสอยู่แล้วไม่ได้
(3) ผู้รับบุตรบุญธรรมและ (5) หญงิ ทเ่ี คยสมรสแล้วแตส่ ามีตาย
บตุ รบญุ ธรรมจะสมรสกนั ไมไ่ ด้ หรอื ส้นิ สุดลงโดยสาเหตอุ ื่น จะสมรสใหม่
ไดต้ ่อเมื่อผ่านไปแล้ว ไมน่ ้อยกว่า 310 วนั
2. ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสามภี รยิ า
เมอ่ื ชายและหญงิ จดทะเบียนสมรสเปน็ สามีภริยาถูกตอ้ งตามกฎหมายแลว้ จะเกดิ ความสัมพันธ์
ระหว่างกนั ทั้งในด้านส่วนตวั และทรพั ยส์ นิ
การอยูร่ ่วมกนั ฉันสามีภรยิ าจะตอ้ งชว่ ยอุปการะเลี้ยงดู
ซึ่งกันและกันตามความสามารถและฐานะของตน
3. ทรพั ยส์ นิ ระหวา่ งสามภี รยิ า
(1) สินสว่ นตวั คือ ทรัพย์สนิ ท่เี ปน็ กรรมสทิ ธข์ิ อง
คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงโดยเฉพาะคู่สมรสอีกฝา่ ยหนง่ึ
เชน่ ทรัพย์สนิ ท่แี ต่ละฝา่ ยมีกอ่ นวันจดทะเบียนสมรส
รวมทั้งทรัพยส์ ินที่ไดม้ าจากการได้รบั มรดกหรือ
การให้โดยเสน่หา
(2) สินสมรส คือ ทรัพย์สินท่คี ู่สมรสไดม้ า
ระหวา่ งสมรส เป็นกรรมสทิ ธิร์ ว่ มกันของคู่สมรสเชน่
เงนิ เดือน เงนิ โบนสั เงินถูกลอตเตอรี่
ดอกผลของสินส่วนตวั
บิดามารดากบั บุตร
(1) สิทธิหน้าท่ีของบดิ ามารดาและบตุ ร
- บตุ รมสี ิทธใิ ชช้ ือ่ สกุล ในกรณีท่ีบดิ าไม่ปรากฏให้บุตรมีสิทธิชื่อสกุลของมารดา
- บุตรจะฟอ้ งบพุ การขี องตนเปน็ คดีแพง่ หรือคดีอาญามไิ ด้
- บตุ รตอ้ งอปุ การะเลีย้ งดูบิดามารดา
- บิดามารดาตอ้ งอุปการะเลย้ี งดูและใหก้ ารศึกษาแกบ่ ุตรตามสมควรในระหวา่ งท่เี ปน็ ผู้เยาว์
- บิดามารดาต้องอุปการะเลย้ี งดูบตุ รผูท้ พุ พลภาพและหาเลีย้ งตนเองไม่ได้
(2) อานาจปกครองของบิดามารดา บุตรซงึ่ ยังไม่บรรลนุ ิตภิ าวะตอ้ งอยู่ใตอ้ านาจปกครองของบิดาหรอื มารดา
ในกรณี
กฎหมายเกี่ยวกบั มรดก
มรดก คอื ทรพั ยส์ ินทุกชนิดของผูต้ ายทีม่ อี ยู่กอ่ นถงึ แกค่ วามตาย รวมทัง้ สิทธิหน้าทแ่ี ละความรับผิดตา่ ง ๆ
เช่น กรรมสิทธใิ์ นทดี่ ิน รถยนต์ ห้องชุด สิทธิการเช่าซอื้ ทรัพย์สินต่าง ๆ เงินฝากในธนาคาร เปน็ ต้น
การแบง่ ทรัพยม์ รดกระหวา่ งทายาทโดยธรรม
พนิ ัยกรรม
1. หลักทว่ั ไปของการทาพินยั กรรม
- ผู้ท่จี ะทาพินยั กรรมได้ต้องมีอายคุ รบ 15 ปบี รบิ รู ณ์
- บุคคลผ้อู ยใู่ นความปกครองจะทาพินัยกรรมยกทรพั ย์มรดกของตน ให้แกผ่ ูป้ กครองหรอื ค่สู มรส
- ผ้เู ขียนหรอื พยานในพินยั กรรมจะเป็นผูร้ ับทรพั ย์ตามพินัยกรรมน้นั ไม่ได้
- บุคคลตอ่ ไปนจี้ ะเป็นพยานในการทาพนิ ัยกรรมไม่ได้ (ผู้ซง่ึ ไมบ่ รรลนุ ติ ิภาวะ บุคคลวิกลจริต)
2. แบบของพนิ ยั กรรม
- พินยั กรรมทีเ่ ขยี นเองทง้ั ฉบับ
- พนิ ัยกรรมทท่ี าตามแบบ
- พินยั กรรมแบบเอกสารฝ่ายเมอื ง
- พินัยกรรมแบบเอกสารลบั
กฎหมายอาญา
ลกั ษณะของกฎหมายอาญา
1. เปน็ กฎหมายทบี่ ญั ญัตไิ ว้เปน็ ลายลักษณ์อกั ษร
2. เปน็ กฎหมายทใ่ี ชบ้ ังคับเฉพาะการกระทาในอาณาเขตของรัฐ
3. เปน็ กฎหมายที่ไมม่ ผี ลยอ้ นหลงั
โครงสรา้ งของประมวลกฎหมายอาญา
ภาค 1 ภาค 2 ภาค 3
ว่าดว้ ยบทบัญญัติท่ัวไป วา่ ดว้ ยความผดิ วา่ ด้วยความผิดลหโุ ทษ
ใชแ้ ก่ความผดิ ทว่ั ๆไป ใช้ในภาค 2 กาหนดความผิดในแต่ละลักษณะ ความผดิ เล็กๆน้อยๆ ที่จัดแบ่ง
ภาค 3 และความผิดตามกฎหมาย โดยกาหนดวา่ การกระทาและงดเวน้ ออกเปน็ ภาคตา่ งๆ เปน็ ความผดิ ซง่ึ
อาญาอ่ืน ๆ ดว้ ย เชน่ กระทาใดเป็นความผดิ บ้าง มโี ทษเบากว่าความผิดอืน่ คอื ตอ้ ง
เจตนาประมาท ตวั การ ผสู้ นบั สนนุ ระวางโทษจาคุกไมเ่ กิน 1 เดอื นหรอื
การเพม่ิ โทษ การลดโทษ ปรับไม่เกนิ 1000 บาท หรอื ทงั้ จา
การรบิ ทรัพย์ เวน้ แตก่ ฎหมายอน่ื ๆ ทงั้ ปรับ
จะมบี ทบญั ญตั ไิ วเ้ ปน็ อย่างอนื่
ลักษณะความผดิ และความรบั ผดิ ทางอาญา
ลกั ษณะความผิดทางอาญา
การกระทาทมี่ ผี ลกระทบกระเทือนตอ่ สังคม
หรือคนสว่ นใหญ่ของประเทศ กลา่ วคือ เมื่อบคุ คลใด
กระทาความผดิ ทางอาญา จะต้องได้รับโทษตาม
กฎหมายมากน้อยเพยี งใดข้ึนอย่กู บั ความรา้ ยแรงของ
การกระทาความผิด การลงโทษผู้กระทาความผดิ
ข้นึ อยูก่ บั การกระทาและสงั คมมีความรสู้ กึ ตอ่
การกระทาน้นั ๆ
1) ความผดิ ตอ่ แผน่ ดิน
ความผิดในทางอาญาท่ีนอกจากจะมผี ลต่อผู้รับผลรา้ ยแลว้ ยงั มผี ลกระทบท่เี สียหาย
ตอ่ สังคมอกี ด้วย และรฐั จาเป็นต้องป้องกนั สังคมเอาไว้ด้วยการยน่ื มอื เข้ามาเปน็ ผู้เสยี หายเอง
ดงั นั้นถึงผ้รู บั ผลร้ายจะไม่ติดใจเอาความแต่รัฐยงั ต้องเขา้ ไปดาเนนิ คดฟี ้องร้องเอาตวั ผู้กระทาผดิ
มาลงโทษให้ได้
การทารา้ ยรา่ งกาย การขบั รถโดยประมาทชนผูอ้ ืน่
จนถงึ ความตาย
2) ความผิดอนั ยอมความกนั ได้
ความผดิ ในทางอาญาซ่งึ ไม่ได้มผี ลรา้ ยกระทบต่อสงั คมโดยตรง หากตวั ผู้รับผลรา้ ยไม่
ตดิ ใจเอาความแล้ว รฐั ก็ไม่อาจยื่นมอื เข้าไปดาเนินคดกี ับผกู้ ระทาความผดิ ได้ และถึงแม้
ดาเนนิ คดไี ปแลว้ เมอื่ ตัวผูเ้ สียหายพอใจยตุ คิ ดีเพียงใดกย็ ่อมทาไดด้ ว้ ยการถอนคาร้องทกุ ข์
การหมน่ิ ประมาท การหน่วงเหนีย่ วให้ปราศจากเสรภี าพ
เช่น การนาเรอ่ื งของคนอน่ื ไปแฉ เช่น นากญุ แจไปลา่ มโซ่ประตูบ้านผูอ้ ่ืน
ความรับผดิ ทางอาญา
1) การกระทาโดยเจตนา
- มกี ารกระทาโดยร้สู านกึ ในการท่กี ระทา และ
- ในขณะเดยี วกันผู้กระทาประสงคต์ ่อผล หรือ
- ย่อมเล็งเห็นผลของการกระทานัน้
เช่น นาย ก. มีเร่ืองโกรธเคอื งกบั นาย ข.
นาย ก. ตอ้ งการฆา่ นาย ข. จึงใชป้ ืนดกั ซมุ่ ยิงนาย ข.
ทาใหน้ าย ข. ถงึ ความตาย
2) การกระทาโดยไมเ่ จตนา
การกระทาที่ผกู้ ระทาต้องการผลอย่างใดอย่างหน่ึง
แต่ผลของการกระทานนั้ เกดิ ข้นึ นอกเหนือจาก
การกระทาของตน
เชน่ นางสาวไข่มกุ หยอกล้อกบั นางสาวดวงดาว
แลว้ นางสาวไข่มุกผลักนางสาวดวงดาวลม้ ลง
ศีรษะฟาดขอบถนนถงึ แกค่ วามตาย
3) การกระทาโดยประมาท
การกระทาความผิดมใิ ชโ่ ดยเจตนา แตก่ ระทาโดย
ปราศจากความระมัดระวัง
- เป็นการกระทาโดยรสู้ านกึ
- ไมไ่ ด้ประสงค์ตอ่ ผล หรือไม่มกี ารเลง็ เหน็ ผล
- ขาดความระมดั ระวงั
- มีกฎหมายบญั ญตั ิว่าเปน็ ความผิด
เชน่ การขับรถแข่งกนั บนทางหลวงจนเกดิ เหตุ
เฉี่ยวชนรถคนั อน่ื ทาใหม้ ีผไู้ ด้รบั บาดเจ็บหรือเสยี ชวี ิต
ลักษณะและประเภทของโทษทางอาญา
ลกั ษณะของโทษทางอาญาสว่ นใหญ่จะมีการจากดั หรือตดั เสรภี าพของบุคคล ท้งั ทางรา่ งกาย
และทรัพย์สนิ ดังน้ี
- ตอ้ งใช้บงั คับด้วยความเสมอภาค จะมีเพอื่ ลงโทษบคุ คลใดโดยเฉพาะไมไ่ ด้
- ต้องใช้บงั คับโดยรัฐ และมกี ระบวนการตามท่ีกฎหมายกาหนดไว้
- ตอ้ งเปน็ ผลร้ายตอ่ ผูก้ ระทาความผิด
ประเภทของโทษทางกฎหมายอาญา
บคุ คลที่เก่ยี วขอ้ งในการกระทาความผดิ
1) ตวั การ บคุ คลตง้ั แต่ 2 คนขึ้นไป รว่ มกนั กระทาความผิดดว้ ยกัน และมีเจตนาที่จะกระทาความผดิ
รว่ มกัน ผเู้ ป็นตวั การยอ่ มมคี วามผดิ เทา่ เทียมกนั
2) ผูส้ นบั สนุน บคุ คลผ้กู ระทาความผิดใดๆ อันเปน็ การช่วยเหลอื หรือให้ความสะดวกในการท่ีผอู้ นื่
กระทาความผิด ไมว่ า่ จะเปน็ หรือขณะกระทาความผิด แมผ้ กู้ ระทาความผดิ จะมไิ ด้รถู้ งึ การช่วยเหลอื
นั้นก็ตาม ระวางโทษสองในสามส่วนของโทษทก่ี าหนดไว้
3) ผู้ใช้ใหก้ ระทาความผดิ บุคคลที่ก่อใหผ้ ูอ้ ่นื กระทาความผิดไม่ว่าด้วยการใชก้ าลังบงั คับ ขู่เข็ญ
จา้ งวาน หรอื ยุยงส่งเสริม ดว้ ยวิธีอ่นื ใดโดยเจตนา ผ้ใู ชต้ ้องระวางโทษหน่ึงในสามของโทษท่ีกาหนดไว้
สาหรับความผดิ นั้น และถา้ ผถู้ กู ใช้ไดก้ ระทาความผดิ นนั้ ผใู้ ชก้ ย็ ่อมไดร้ บั โทษเช่นเดยี วกับผถู้ กู ใช้
เหตยุ กเว้นโทษทางอาญา
1. การกระทาความผดิ ด้วยความจาเปน็ 2. การกระทาความผิดที่เกิดจากความมนึ เมา
เพราะเหตถุ ูกบังคบั จากการเสพสุราหรือสิ่งเมาอยา่ งอ่นื
โดยไมร่ ู้วา่ สิ่งนั้นทาให้เมาหรือถกู ขืนใจให้เสพ
3. การกระทาความผดิ เพ่อื ป้องกันสิทธติ นเอง 4. การกระทาตามคาสงั่ ของเจา้ พนักงาน
หรือของผ้อู ่ืนใหพ้ น้ พยันตรายท่สี มควรแกเ่ หตุ ตามหนา้ ทห่ี รอื เช่อื โดยสุจรติ วา่ มหี นา้ ท่ี
ต้องปฏิบัติตาม
5. การกระทาท่ีสามีกระทาผิดตอ่ ภรรยาหรอื 6. เดก็ อายไุ มเ่ กนิ สบิ ปี และเดก็ อายุเกนิ กวา่
ภรรยากระทาผิดตอ่ สามีในเร่อื งความผดิ สบิ ปีแต่ไม่เกนิ สบิ หา้ ปี ได้กระทาความผดิ
ตามกฎหมาย ศาลอาจว่ากลา่ วตักเตอื นหรอื
ที่เกีย่ วกับทรัพย์ เช่น ลักทรัพย์ ว่งิ ราวทรพั ย์
คุมความประพฤติ
ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาท่คี วรรู้
ความผดิ เกี่ยวกบั ทรพั ย์
หมายถงึ การเอาทรัพย์ของผอู้ น่ื ไปโดยเจตนา
ทจ่ี ะเอาไปเป็นของตน โดยเจ้าของทรัพยไ์ ม่ยินยอมให้
เอาไป หรอื เอาไปโดยทุจริต และตอ้ งการแสวงหา
ประโยชน์จากทรพั ยส์ ินนนั้
หมายถงึ ลักทรพั ย์ของผ้อู ื่นไปซ่งึ หนา้
(ตอ่ หนา้ ตอ่ ตา เจา้ ของอยูใ่ นที่เกดิ เหตุ) หากเป็น
การทบ่ี คุ คลส่งมอบทรพั ย์ใหเ้ องแล้วพาทรพั ย์หนไี ป
แบบนเี้ ปน็ ความผิดฐานลกั ทรัพย์
หมายถงึ ลกั ทรัพยข์ องผอู้ นื่ โดยใชก้ าลัง
ประทษุ รา้ ยหรือทารา้ ยเจา้ ของทรัพยส์ ิน หรอื ขูว่ ่าจะใช้
กาลงั ประทษุ ร้ายเพอ่ื ให้ความสะดวกแกก่ ารพาทรพั ย์
นัน้ ไป/เพ่ือใหย้ น่ื ซึ่งทรพั ยน์ ั้น/เพื่อยึดถือทรพั ยน์ นั้ ไว้/
เพอ่ื ปกปิดการกระทานน้ั /ใหพ้ ้นจากการจับกุม
หมายถึง การชิงทรพั ยผ์ ูอ้ ่ืนโดยร่วมกัน
กระทาความผดิ ด้วยกันตั้งแตส่ ามคนขึน้ ไป แมว้ า่
ผูก้ ระทาผดิ คนใดคนหนึ่งมีอาวธุ ทกุ คนกต็ ้องรับผิด
เช่นเดยี วกันหมด
หมายถงึ การกระทาต่อร่างกายหรอื จิตใจ
ของบุคคล โดยใชแ้ รง หรอื วธิ ีอนื่ และเปน็ เหตใุ ห้อยูใ่ น
ภาวะทีข่ ัดขนื ไม่ได้ ไม่ไดส้ มัครใจจะผิดฐานกรรโชก
ผเู้ สยี หายต้อง “เกิดความกลัว” แล้วยอมให้และรับปาก
ว่าจะยอมให้ เปน็ ความผดิ ไดต้ ้องเกิดความกลัว
แลว้ ยอมให้หรือรับปากวา่ จะยอมให้ แมย้ ังไมไ่ ด้
สง่ มอบทรพั ยส์ นิ ให้ก็เป็นความผิดแล้ว
หมายถึง การขเู่ ข็ญ "ว่าจะเปดิ เผย
ความลบั " และเม่อื เปิดเผยแลว้ ก็ไม่คานงึ วา่ จะ
เสยี หายต่ออะไร
หมายถึง การกระทาผดิ โดยวธิ กี าร
หลอกลวงผอู้ ่ืนด้วยการแสดงข้อความอนั เปน็ เทจ็
หรอื ปกปดิ ข้อความจริงซ่งึ ควรบอกให้แจ้งและ
โดยการหลอกลวง ทาใหไ้ ด้ไปซึง่ ทรพั ยส์ ิน/การทาลาย
เอกสารสทิ ธจิ ากผ้ทู ี่ถูกหลอกลวงหรอื บคุ คลทส่ี าม