The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลงานการเขียนสารคดี ของนักเรียน ม. 5 ปี 2565 สาธิต มมส (มัธยม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Satchaphong Yartniyom, 2022-10-12 12:04:02

สารคดีฝึกหัด Ep2

ผลงานการเขียนสารคดี ของนักเรียน ม. 5 ปี 2565 สาธิต มมส (มัธยม)

ส า ร ค ดี ฝึ ก หั ด ฉ บั บ ที่ 2
โ ด ย นั ก เ รี ย น ม . 5 / 3 ร ร . ส า ธิ ต ม ม ส ( มั ธ ย ม )

บ ท บ ร ร ณ า ธิ ก า ร

... เพราะมีความคาดหวัง แม้จะผิดหวังบ้างเราอย่างน้อยเรา
ก็ได้บทเรียน....

ประเด็นท้าทายสำหรับการเขียนสารคดีฝึกหัดสำหรับนักเรียน
ปีการศึกษา 2565 นี้ คือ เมื่อโควิด-19 เริ่มบรรเทาเบาบางความ
รุนแรงลง เราก็ขยับออกจากพื้นที่เซฟโซนเพื่อสูดหายใจเอา
ประสบการณ์ใหม่ ๆ แปรรูปเป็นงานสารคดี สะท้อนทักษะการ
เขียนของผู้เรียนผ่านสายตาผู้อ่าน

ปัญหาของการกลับเข้ามาสู่การเรียนการสอนแบบออนไซด์
คือการปรับตัวใหม่ของผู้เรียนและผู้สอน ตอนนี้ก็ยังไม่เข้าที่เข้า
ทางดีนัก อาจารย์ยังใช้แนวทางเดิมคือการให้ตัวอย่างจาก"งาน
เขียน" ของอาจารย์เอง นักเรียนได้"อ่าน" ก่อนลงมือเขียนจริง
โดยเชื่อว่าเป็นวิธีการเรียนเขียนสารคดีที่ดีที่สุดแล้ว เพราะว่าถ้าไม่
เคยอ่าน จะไม่มีแรงบันดาลใจในการทำอะไรต่อไปเลย บทพิสูจน์นี้
ค่อนข้างจะชัดเจน โดยงานเขียนของนักเรียนจำนวน 41 คน ก็
สะท้อนความตั้งใจจริงของผู้เรียน การเค้นหาวัตถุดิบในการเขียน
โดยถามอย่างต่อเนื่อง หนูใช้ความทรงจำเดิม ๆ มาเขียนได้มั๊ยคะ
ยังไม่ได้เดินทางไปไหนเลยค่ะ ผมเขียนแบบนี้ได้มั๊ยครับ เอาล่ะ
เขียนได้ไม่จำกัดขอให้เป็นงานที่เขียนเอง ผู้สอนก็สบายใจได้แล้ว

คาดหวังว่าประสบการณ์จากงานเขียนของนักเรียนรุ่นนี้จะเป็น
ประโยชน์ต่อการเรียนหรือการใช้ชีวิตในภายภาคหน้าของทุกคน
หากเหนื่อยล้าก็กลับมาอ่านงานเขียนของตนได้ภายหลัง อาจจะ
เป็นบทเรียนที่ดีและอาจเรียกรอยยิ้มกลับมา พร้อมกับคำถามที่ว่า
"เขียนอะไรไปเนี่ย"ก็เป็นไปได่

สั จ จ พ ง ษ์ ญ า ติ นิ ย ม
กั น ย า ย น 2 5 6 5

TRAVEL MY
TRAVELLING

ส า ร ค ดี บั น ทึ ก ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ห ลั ง จ า ก ช่ ว ง โ ค วิ ด 1 9

อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย
พัทยาทริป

กรุงเทพทริป

น.ส. กัลยาณี ลาภกระจ่าง ม.5/3 เลขที่1

1

เมื่อได้เวลาเดินทาง …

นี้คือจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ของการเที่ยวหลังจากโควิดที่แสนจะยาวนานมากๆ เราจะพาทุกคนไปดู
การท่องเที่ยวที่แรกหลังจากโควิด นั้นก็คือการไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่
“ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย” จังหวัดอุบลราชธานี เป็นการไปเข้าค่ายของโรงเรียน
จำนวนวันก็คือ 4 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 14 มีนาคม - 17 มีนาคม รู้สึกไม่เหนื่อยกับค่ายเลยนะแต่
เหนื่อยกับการเดินทางมากๆ เดินทางด้วยรถหกล้อ 300กว่ากิโล ตั้งแต่7โมง
จนถึงบ่าย3 แล้วคือนั่งหลังสุด เหนื่อยจริงๆ แต่ก็สนุกเพราะได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆค่าย ในค่ายมี
กิจกรรมเยอะมากๆ วันแรกก็มีไปดูเนินเขา วันต่อมาก็ขึ้นเขา ทำอาหารกินเอง อร่อยนะ อร่อยเลย
แหละ วันที่3 มีไปเล่นน้ำตก แต่เราไม่ได้เล่นเลย ไม่สบาย ทำได้แค่ถ่ายรูป แต่อย่างน้อยก็มีรูปไง ถ้า
ใครไม่รู้จะไปเที่ยวไหนก็แนะนำเลย มีกิจกรรมให้ทำเยอะมากๆ ถ้ามากับเพื่อนๆก็จะสนุกมากๆ

2

และนี้คือพัทยาทริป…

เป็นการไปเที่ยวกับครอบครัวในรอบ 4 ปี เลย เพราะที่บ้านมีกิจการร้าน มีสอนพิเศษ และ
มีโควิดเป็นสิ่งกวนใจ ตอนนี้ทางบ้านก็เลยหาวันไปเที่ยวกัน ซึ่งการไปเที่ยวพัทยานั้นเกิดขึ้น
หลังจากไปเที่ยวอุบลกับเพื่อนแค่สัปดาห์เดียว ซึ่งนั้นก็คือวันที่ 21 มีนาคม - 23 มีนาคม ไป 3
วัน 2 คืน เป็นทริปที่คุณปู่อยากไปทะเล และคุณแม่อยากไปสวนนงนุช เราก็ไม่ได้ไรมาก อยาก
ไปไหนก็ตามใจครอบครัว เราไปได้หมดอยู่แล้ว ใช้เวลาเดือนกันกว่า 6 ชั่วโมงเลยกว่าจะถึง ถึง
พัทยาเราก็ไปที่พักกันก่อน ที่พักดีมากๆเป็นคล้ายๆคอนโด มีสองห้องนอน สองห้องน้ำ มีส่วน
กลาง
ถ้าเทียบกับราคาก็คือถูกมาก หลังจากนั้นก็เปลี่ยนชุดไปเล่นน้ำที่หาดจอมเทียน น้ำเย็นมาก
คนเยอะมากๆ แต่ที่เห็นจริงๆคือชาวต่างชาติ เยอะกว่าคนไทยอีก แต่เราก็เล่นแค่แปบเดียว
ด้วยความกลัวแดด กลัวคล่ำ ก็เลยเล่นแค่นั้น หลังจากเล่นน้ำเสร็จก็ไปตลาดซื้อของกิน แล้วก็
กลับที่พัก ถึงจะไปแค่นี้ก็ค่ำแล้ว วันต่อมา คุณพ่อคุณแม่ตื่นแต่เช้า ไปซื้ออาหารทะเลมานั่งกิน
ที่ห้องก่อนที่จะไปเที่ยวกัน กุ้งลายเสือเนื้อแน่นมาก อร่อยมาก เป็นมื้อที่หมดเนอะแต่อร่อย
มากๆ สายๆเราก็เริ่มเดินทางไปที่แรก ก็คือ “Monster aquarium“ตามชื่อเลยมีแต่สัตว์
แปลกๆ แต่น่ารักมาก แต่เราอยู่แค่แปบเดียวเพราะต้องไปที่อื่นอีก ที่ๆเราไปต่อก็คือสวน
นงนุช เราอยู่กับที่นี้นานมาก เพราะมันใหญ่มากๆ มีต้นไม้ และที่สำคัญคนเยอะมาก แต่ก็สนุก
นะคะ นั่งรถดูชิวๆ
หลังจากนั้นก็ไปซื้อของที่เซนทรัลเฟสติวัล แล้วก็กลับที่พัก วันต่อมาก็ตื่นแต่เช้าเพื่อเดินทาง
กลับ แต่เรายังไม่กลับซะทีเดียว เราไปหาไรกินที่ฉะเชิงเทราก่อน บ้านเก่าของคุณยาย แล้วค่อย
เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

3

และนี้คือทริปล่าสุด…
นี้เป็นทริปล่าสุดที่ได้ไปเที่ยวหลังจากโควิด แต่พิเศษหน่อยที่เป็นการไปเที่ยวคนเดียว ขึ้นเครื่องไป

ลงดอนเมือง และนั่งรถไฟสายสีแดงเข้าไปในกรุงเทพ เป็นการนั่งรถไฟครั้งแรก เปลี่ยนสายทำทุกอย่าง
เองหมด จริงๆไปกับคุณแม่ แต่คุณแม่ไปธุระกับคุณน้า แม่เลยลองยอมปล่อยให้เราเที่ยวคนเดียวใน

กรุงเทพดู มันใหญ่มาก วันแรกเราไปที่ไอคอนสยามก่อนเลย ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนานเพราะค่อนข้า
ไกล ใหญ่สวย ชอบมาก เป็นห้างที่ชอบๆ แต่วันนี้ได้ไปที่เดียวเพราะกว่าจะถึง ก็5โมงเย็นแล้ว แล้วก็นั่ง
รถไฟกลับ วันต่อมาเราตื่นเช้ามาก ออกจากโรงแรมตั้งแต่ 7 โมงไปเดินเล่นที่สวนร้อยปีจุฬา แล้วก็กิน
ที่นั้นเลย สายๆก็ไปสยามพารากอน สำหรับเราคือไม่มีไรเลย มันคงไม่ใช่แนว แล้วก็เดินเข้าห้างย่านสยา
ทุกห้างจนครบ เซนทรัลเวิลด์ก็เข้านะ ทั้งๆที่อยู่นอกเส้น คือชอบเดินมาก พวกเดินห้างเนี่ยจะชอบมากๆ
แต่ที่ชอบกว่าคือการเที่ยวคนเดียว เพราะว่าไม่ต้องให้ใครมารอ ไปไหนก็ได้ ตามใจตัวเอง แล้วที่สุดท้าย

ช่วงค่ำๆก็ไป เยาวราช ตัวแม่มากคนเยอะที่สุดในใจ เดินยากมาก มองไปทางไหนคนก็เต็ม แต่บะหมี่อร่อ

มาก ตอนนั้นก็สองทุ่มแล้ว เลยรีบกลับเพราะใช้เวลาเดินทางนาน วันสุดท้ายคุณแม่ว่างแล้วเลยไปเที่ยว
แถวรังสิตกัน เพราะรอบเครื่องบินเราตอน 6 โมงนู่น ก็ไปเที่ยวกับคุณแม่แล้วก็กลับ คุณแม่เลยบอกเร

ว่าเดือนตุลามาอีก พาน้องมาด้วย จะให้เราพาเที่ยวเลย เพราะไว้ใจแล้ว ไปเองกลับเองได้ทั้งๆที่เป็นครั้ง
แรก คุณน้าบอกเราเก่งมากๆ เพร่ะลูกของน้ายังเดินทางเองไม่ได้เลย ต้องให้ไปส่งตลอด และนี้คือการ
เที่ยวของเราค่ะ จบลงที่ตรงนี้ แต่เดือนหน้าตามนั้นแหละค่ะ 6 วัน 5 คืน ที่กรุงเทพอีกครั้ง











3 DAYS 2 NIGHT
AT BANGSAN

นางสาวจิรัชญา แสงซ้าย ม.5/3 เลขที่3

ทริปเที่ยวในครั้งนี้ เกิดจากการที่ได้ไปสัมมนาเยี่ยมชม
โรงเรียนสาธิต มศว. ของกรรมการนักเรียน และ ได้ไปเที่ยว
บางแสนต่อกับเพื่อนๆ แม้ในการเที่ยวครั้งนี้เพื่อนจะไม่ครบแก๊ง
แต่ฉันก็ได้ลองเอาตัวรอดในการอยู่ต่างจังหวัดกับเพื่ อนๆโดย
ไม่มีผู้ปกครอง ซึ่ งถือเป็นสิ่ งที่ฉันอยากจะลองมานานแล้ว และ
ทริปนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นการได้ไปเที่ยวจังหวัดไกลๆได้ไปทะเล ใน
รอบหลายปีเลย เพราะที่ผ่านมามีทั้งสถานการณ์โควิด และฉัน

เรียนหนักมากๆ ก็ถือว่าเป็นการผ่อนคลายไปในตัวเลย

ชั่วโมงเร่งด่วน !

การเดินทางในครั้งนี้ ฉันไม่มีเวลาใน
การจัดกระเป๋ าเท่าไหร่เพราะในวัน

นั้นฉันเรียนเสร็จตอน21.00 และต้อง
ออกเดินทางตอนตีสาม พอกลับถึง

บ้านเลยรีบอาบน้ำและจัดกระเป๋ าแบบ
รนสุดๆ ฉันเดินทางโดยรถตู้ของ
โรงเรียน ฉันกับเพื่อนสามคนเดิน
กว่าจะถึงรถ จึงได้ที่นั่งข้างหลังสี่คน

ซึ่ งตอนแรกก็ยังนั่งสบาย แต่พอต้อง
นอนระหว่างเดินทางคือเบียดกันสุดๆ
แต่ก็ต้องฝื นนั่งต่อเพราะรถเต็มแล้ว

ที่แรกที่เราจะไปคือโรงเรียนสาธิต
มศว เราไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนตั้งแต่
เดินทาง จึงต้องแวะปั๊ มเมื่อถึงโคราช
เพื่อเปลี่ยนชุด ทานข้าว และล้างหน้ า
แปรงฟัน หลังจากนั้นก็เดินทางต่อ

DAY
1

พอถึงโรงเรียนสาธิตมศวก็ประมาณเที่ยง เราได้ทานข้าวถาด
ของที่นี้ ฉันรู้สึกประทับใจมากอร่อยทุกๆอย่างเลย โดย
เฉพาะไข่ต้มราดน้ำยำ หลังจากทานข้าวเสร็จก็ไปที่ห้อง

ประชุมที่เหมือนจะเป็นโรงละครของโรงเรียน และเข้าสู่การ
สัมมนา ใช้เวลาประมาณ2ชั่วโมง แต่นั่งฟังแล้วไม่น่ าเบื่อ

เลย ผู้อำนวยการมีทัศนคติที่สมัยใหม่มาก และได้แลก
เปลี่ยนความคิดกับกรรมการนักเรียนของโรงเรียนเค้าด้วย
หลังจากนั้ นกรรมการนักเรียนก็พาทัวร์ โรงเรียนว่าตรงไหน
มีอะไรบ้าง บอกเลยว่าสวยทั้งโรงเรียน และนักเรียนที่นั้น

น่ ารักและเป็นกันเองมากๆ พอ16.30ก็ถึงเวลากลับของ
พวกเรา เพราะยังต้องเดินไปบางแสนต่อ…

19.00 ในที่สุดก็ถึงบางแสนแล้ว สภาพของฉันคือเหนื่ อยมาก จาก
การนอนอย่างยาวนาน ฉันรีบขึ้นห้องและอาบน้ำสระผมเพื่อจะ

ออกไปกินข้าว และไปนั่งรับลมทะเล การเดินทางในรอบนี้ก็อย่าง
ที่บอกไปตอนแรกว่ามากับโรงเรียน จึงไม่มีรถส่วนตัว และต้อง
ใช้การเดินแทน เราเดินวนแถวนั้นนานมากจนได้ร้านหมูกระทะ
และทะเลเผา ราคาถูกมากและมีให้เลือกทานหลายอย่าง แม้ว่าฉัน

จะพึ่งสระผมแต่ฉันก็เลือกที่จะไม่ทานไม่ได้

ระหว่างทานฉันและเพื่อนเราแพลนว่าจะไปทานขนมต่อ แต่พอ
ทานเสร็จจริงๆทุกคนอิ่มมาก จึงเลือกที่จะไปนั่งรับลมทะเลและ

ถ่ายรูปเล่นกันแทน เราสนุกสนานกันมากๆ แม้ว่าเราจะมา
ไม่ทันแดด พวกเราก็เลยถ่ายรูปเปิ ดแฟลช และวิ่งหนีคลื่นกัน
สักพัก พอประมาณ4ทุ่ม เราเลยเดินกลับโรงแรมแยกย้ายกัน

อาบน้ำ เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปเที่ยวต่อ

วันที่2 ต้องออกเดินทาง9โมงเช้า ฉันตื่น DA
ตั้งแต่7โมงเพราะต้องแต่งหน้ าและสระผม!! Y
2
แม้ว่าฉันจะตื่นก่อน2ชั่วโมง แต่ฉันก็ทาน
อาหารเช้าโรงแรมไม่ทันอยู่ดี ฉันได้ทานแต่
น้ำส้ม และต้องพากันรีบวิ่งขึ้นรถกับเพื่อน ที่
แรกที่จะไปในวันนี้คือสวนสัตว์เปิ ดเขาเขียว

ฉันเคยมาแล้วและก็มาอีกแล้ว ครั้งนี้ฉันนั่ง
รถรางของทางสวนสัตว์ไปสองรอบเพราะ

ไม่รู้ว่าจะทำอะไรเลยนั่งรถเล่นตากลมไป
จนถึงเวลาที่กำหนดไว้ และเดินทางต่อไปที่
ตลาดน้ำสี่ภาคเพื่อทานอาหารกลางวัน พอถึง

เราก็ไม่เดินเลือกร้านอะไรมาก เราเดินเข้า
ร้านแรกแบบไม่ลังเลเพราะหิวกันมากๆ ทาน
ข้าวเสร็จเราเลยเดินเล่นหาขนมตบท้าย เรา
ทานโรตีกับชาชัก เรียกได้ว่าหวานตัดขาเลย
ทีเดียว เราอยู่ทีนี่ ได้ไม่นานก็ต้องเดินทางต่อ

เมื่อถึงที่J-park หรือ Japan park เราก็

หาของกินอีกเช่นเคย มีขนมน่ าทานหลาย
อย่างมาก พวกเราซื้ อครัวซองต์ไว้กลับไป
กินที่โรงแรม ไปร้านขายของเกาหลีฉัน
ซื้ อขนมหลายอยากกลับไปฝากน้ องๆ และ
ไปร้านไอศกรีมโยเกิร์ตกดเอง และเลือก
ตัก toppingเองได้ เราแข่งกันว่าใครกด
สวยกว่ากันและถ่ายรูปลงสตอรี่กัน ฉัน
ชอบไอศกรีมมากเพราะรู้สึกมันหวานอม
เปรี้ยวละมุนสุดๆ แต่เพื่อนฉันสองคนไม่

ชอบเพราะไม่ได้อ่านว่าเป็ นโยเกิร์ ตจึง
เลือกกดรสชาติที่ดูไม่เข้ากันเท่าไหร่ เรา
เดินออกจากร้านได้ไม่นานและกำลังจะ
เดินกลับไปที่รถฝนก็เริ่มตกปรอยๆ แต่ยัง
ดีที่เรารีบขึ้นรถเพราะไม่นานฝนก็เริ่มตก

แรงขึ้น หลังจากนั้นเราก็เดินทางกลับ

โรงแรม

หลังจากที่กลับถึงโรงแรมเวลาที่เหลือเป็นเวลาปล่อย free ฉัน
และเพื่ อนเราขึ้นไปเปลี่ยนชุดเพื่ อที่จะไปถ่ายรูปที่ทะเลก่อนแสง
หมด ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงแหนะ แต่ยังดีที่ทันแสงฉันสลับกับ

เพื่ อนๆถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆพอแสงเริ่มหมดเราก็เดินเลาะไป
เรื่อยๆจนถึงหาดและยืนรับลมทะเลกันสักพัก

พอเราเริ่มหิวข้าวตอนเดินมาเราเดินมาไกลกันมากๆตอนกลับเรา
จึงเลือกที่จะกด grab กันเพราะคิดว่าน่ าจะเดินไม่ไหวกันแล้ว เรา
คุยกับพี่ grab ให้แนะนำร้านอาหารพี่grabแนะนำดีมากๆแต่ร้านที่
แนะนำอาจจะต้องเก็บไว้มากับป๊ าและแม่ครั้งหน้ า เพราะค่าอาหาร
ถ้าฉันจ่ายเองเดือนนั้นฉันอาจจะจนไปเลยก็ได้ เราเลยเลือกที่จะไป

ร้านบุฟเฟ่ ต์อาหารเกาหลีแทน ซึ่ งคิดถูกมากๆ เพราะรสชาติ
อาหารอร่อยทุกอย่างเลย หลังจากเราทานจนอิ่มเราก็กด grabอีก
ครั้งเพื่อกลับโรงแรม วันนี้เราเหนื่ อยกันมากๆเราจึงแยกย้ายกัน

เข้าห้องอาบน้ำนอนเพราะพรุ่งนี้ ก็ยังมีที่ที่ยังต้องไปอีก

บางแสนวันสุดท้าย
ฉันตื่น7โมงเช้าและทานข้าวเช้า
ไม่ทันเหมือนเดิมวันสุดท้ายนี้

ฉันต้องเดินทางกลับ
มหาสารคาม แต่ได้แวะ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำม.บูรพาก่อน
กลับ ฉันกับเพื่อนๆเราเดินเล่น
ในนั้นกับเกือบชั่วโมง ได้รูปกัน
มาเยอะแยะเลย พอถึงเวลาขึ้น
รถพวกเราก้รีบเดินไปที่รถและ
ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับ

จริงๆแล้ว.. กว่าจะถึง
มหาสารคามก็ราวสองทุ่ม

DA
Y
3

ฉันรีบกลับบ้านและนอนเป็ นอย่างแรกทั้งๆที่การเที่ยวครั้งนี้
ขึ้นรถตอนไหนไม่ว่านะใกล้หรือไกลฉันหลับตลอดจนเพื่ อน
อดขำไม่ได้ ทริปนี้ฉันสนุกมากๆแม้ว่าจะไปกับโรงเรียนแต่
ฉันก็ยังมีเวลาอิสระกับเพื่อนๆ ได้ทำอะไรสนุกๆ หลายๆอย่าง
ด้วยกัน ได้ลองเที่ยวต่างจังหวัดครั้งแรกกับเพื่อน ทริปเที่ยว

ครั้งนี้ ถือว่าเป็ นความทรงจำที่ประทับใจมากๆของฉันเลย

Travel and 5 NOVEMBER 2021 - 6 NOVEMBER 2021
Lifestyle Writing 2 JUNE 2022 - 4 JUNE 2022

ทริปการเที่ยว
หลังโควิด

หลังจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดเชื้อ
ไวรัส โควิด-19 ทำให้ในหลายๆสถานที่
ที่ปิดให้บริการชั่วคราวก็ได้กลับมาเปิด
ให้บริการอีกครั้ง ดิฉันและครอบครัว
จึงตัดสินใจไปเที่ยวภูเขาใกล้ๆในช่วง

หน้าหนาวและทะเลในช่วงหน้าร้อน
ทริปที่มีความสุขความสบายใจเพราะได้
ไปกับครอบครัว จะน่าสนใจขนาดไหน

ดิฉันจะเล่าให้ผู้อ่านได้ชมค่ะ

TRAVEL WRITER Jiratchaya Thabsukwiwatthanakul
5/3 no.4

ก่อนจะออกเดินทางวันที่ 5 พฤศจิกายน
2564 ดิฉันได้ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส
โควิด 19 เพื่อเตรียมตัวในพร้อมในการ
ท่องเที่ยวกับครอบครัวที่เขาใหญ่
จังหวัดนครราชสีมาในทริปนี้เดินทาง
โดยรถส่วนตัวเนื่องจากความสะดวก
สบายในระหว่างทางสามารถพักทาน
อาหารหรือชมวิวทิวทัศน์ได้เมื่อผ่าน
เขื่อนลำตะคอง
ดิชั้นก็ได้เก็บภาพระหว่างเดินทางมาฝาก
ท่านผู้ชมภาพวิวต้นไม้สีเขียวสวยป่า
อุดมสมบรูณ์เขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่ง
ได้เห็นแล้วรู้สึกสดชื่นสบายตาเมื่อชมวิว
เสร็จแล้วพวกเราก็ออกเดินทางต่อใช้
เวลาราวๆห้าชั่วโมงก็พาเรามาถึงที่พัก

ใช้เวลาค่อนข้างนานเนื่องจากรถติด
เมื่อถึงที่พักทางโรงแรมที่เราได้จองที่พัก
ไว้ก็นำรถกอล์ฟมารับเราไปยังห้องพัก
พวกเราได้ที่พักชั้นสามมองเห็นวิว
ธรรมชาติสวยงามมาก เมื่อจัดของ
เรียบร้อยเราได้ไปเดินซื้อของมาทำ
อาหารเย็นเนื่องจาก ห้องพักมีครัวและ
อุปกรณ์ครบครัน การทำอาหารเย็นครั้ง
นี้มีดิชั้นและพี่สาวช่วยกันทำมื้อเย็นให้
คุณพ่อคุณแม่ได้ทาน ไม่ว่าจะเป็น สเต็ก
เนื้อ ชาบู และอื่นๆอีกหลายเมนูเมื่อทาน
อาหารเย็นเสร็จแล้วเราก็พักผ่อนเพื่อ
เตรียมตัวเที่ยวในวันถัดมา

2

ในตอนเช้าวันต่อมาดิชั้นได้ตื่นมาทำอาหารเช้าให้ครอบได้ทานในระหว่างการทานก็ได้ชม
ธรรมชาติจากวิวที่ระเบียง เสียงนกตอนเช้าเจื้อยแจ้วบรรยากาศตอนเช้าอากาศที่ดี
แบบนี้หากไม่ตื่นเช้าคงไม่มีโอกาสได้ฟัง ชมนกชมเสร็จดิชั้นและคุณแม่ก็ลงมาส่วนกลาง
ของโรงแรมเพื่อว่ายน้ำออกกำลังกายในตอนเช้า ถึงแม้อากาศจะค่อนข้างเย็นแต่ก็ไม่ได้
ทำให้ความอยากว่ายน้ำของดิชั้นลดลง

หลังจากที่พวกเราเก็บของเตรียมตัวที่จะกลับ
รถกอล์ฟ ก็มารับเราไปส่งที่เช็คเอ้าท์ โรงแรมที่
นี่บริการได้ยอดเยี่ยมมากจนคุณพ่อและคุณ
แม่เอ่ยปากบอกว่าจะพามาพักที่นี่อีก ขากลับก็
มีวิวทิวทัศน์ตลอดทั้งทางธรรมชาติสวย ต้นไม้

แต่ละต้นอุดมสมบรูณ์ อาหารเที่ยงเรารับ
ประทานกันที่แถวเขื่อนลำตะคอง อาหารรสชาติ

ดี จัดจ้านอร่อย ทำให้คลายความง่วงจาก
การนั่งรถนานนานได้ดี หลังจากนั้นเราได้แวะ
จุดพักรถเพื่อซื้อของฝากกลับมาฝากญาติและ
เพื่อนๆของดิชั้น ขนมมากมาย ขนมแบบไทย
ไทย ผัดหมี่โคราช และอื่นๆ ก่อนจะถึงบ้านได้มี
โอกาสมีแวะทำบุญไหว้สักการะองค์พระธาตุ
นาดูนเพื่อความสบายใจ ต้องบอกเลยว่าทริปนี้
เป็นทริปที่สนุกและมีความสุขมากๆสำหรับ
ดิฉัน ทั้งได้เที่ยวชมป่าไม้ ได้ทำบุญ ได้ใช้เวลา
วันหยุดที่แสนสนุกกับครอบครัวที่ฉันรักช่าง

เป็นทริปที่สุดแสนจะวิเศษ

PATTAYA BEACH

ในช่วงหน้าร้อนหลังสถานการณ์โรคระบาด
ดีขึ้น ครอบครัวดิชั้นก็ได้พามาท่องเที่ยวอีก
ครั้งที่พัทยา จังหวัดชลบุรี การเดินทางครั้ง
นี้เดินทางโดยรถส่วนตัวและเนื่ องจากพวก
เราออกเดินทางช้าทำให้มาถึงที่นี่ค่อนข้าง
ดึก แต่บรรยากาศที่นี่ก็ยังครึกครื้นร้าน
อาหารข้างที่พักมีวงดนตรีสดให้ได้ฟัง
นักร้องที่ขึ้นมาร้อง เลือกเพลงได้ดีเหมาะ
กับบรรยากาศอาหารที่นี่อร่อย ลูกค้าคน
อื่ นๆในร้านก็กำลังฉลองวันเกิด ทำให้ถึงแม้
พวกเราจะมาถึงที่นี่ดึกแต่ก็ยังสนุกกับ
บรรยากาศ

เช้าวันถัดมาดิชั้นออกมาเก็บภาพและ
ซึมซับบรรยากาศไอทะเลตอนเช้า
อากาศที่นี่ดีเย็นสบายไม่ร้อนก่อน
พวกเราเดินทางไปที่หาดพัทยาอีกที่
พวกเราก็แวะทานอาหารเช้าที่ร้าน
อาหารแนวตะวันตกบรรยากาศใน
ร้านอบอุ่น สบายสบายเหมือนทานที่
บ้านเมื่ อทางเสร็จพวกเราก็เดินทาง
ต่อ

เมื่อถึงหาดพวกเราก็เก็บของและหาร้าน แ ต่ เ นื่ อ ง ด้ ว ย ข อ ง ส ด ท า ง ที่ พั ก ไ ม่
อาหารเพื่อทานอาหารเที่ยง เจอร้านมุม ไ ด้ มี อุ ป ก ร ณ์ พ ว ก เ ร า จึ ง นำ
อร่อย สายสามมหาชัยซีฟู๊ดจากรีวิวใน
อินเทอร์เน็ตก็ทำให้ดิฉันและครอบครัว ข อ ง ส ด ม า ใ ห้ ร้า น ที่ ห น้ า ต ล า ด รับ
อยากมาลองทาน อาหารที่อร่อยสดและ ป รุ ง อ า ห า ร ใ ห้ ร้า น ส า ม า ร ถ ป รุ ง
ร้านบรรยากาศร้านดีมากมาก มีโซน อ า ห า ร ไ ด้ ห ล า ก ห ล า ย มี น้ำ จิ้ ม ที่
สำหรับลูกค้าที่มาช่วงกลางคืนร้านจะ
ตกแต่งอีกแบบแต่พวกเราไปตอนบ่าย คุ ณ แ ม่ ข อ ง เ จ้ า ร้า น เ ป็ น ค น ทำ
แก่ๆทำให้ร้านยังจัดเตรียมไม่เสร็จแต่ร้าน ร ส ช า ติ ดี ไ ม่ ใ ส่ ส า ร กั น เ สี ย อี ก ด้ ว ย
ก็ตกแต่งได้สวยมาก
เมื่อทานอาหารเสร็จ พวกเราไปเดินตลาด เ มื่ อ เ ส ร็จ ก็ ขั บ ร ถ ก ลั บ ที่ พั ก
ลานโพธิ์นาเกลือเพื่อซื้ออาหารของสดมา ร ะ ห ว่ า ง ท า ง ก็ ช ม วิ ว ทิ ว ทั ศ น์ ท ะ เ ล
ทำอาหารเย็น ภายในตลาดมีของสด
มากมายไม่ว่าจะ กุ้งมังกร กุ้งแช่บ๊วย ปูไข่ ต ล อ ด ท า ง ค น ค่ อ น ข้ า ง
ปูดองหรือปลาหมึกยักษ์ พ ลุ ก พ ล่ า น เ นื่ อ ง ด้ ว ย ส ถ า น ก า ร ณ์
ที่ ดี ขึ้ น จึ ง มี ผู้ ค น แ ล ะ นั ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว
ช า ว ต่ า ง ช า ติ ม า ก ม า ย ช่ ว ง เ ว ล า
แ ด ด ร่ม ล ม ต ก ก็ ไ ด้ เ ล่ น น้ำ ท ะ เ ล ที่
ไ ม่ ไ ด้ ม า เ ที่ ย ว น า น เ นื่ อ ง จ า ก โ ร ค

ร ะ บ า ด ท้ อ ง ฟ้ า ที่ นี่ โ ป ร่ง โ ล่ ง
อ า ก า ศ ดี ไ ม่ วุ่ น ว า ย เ ห มื อ น ใ น ตั ว

เ มื อ ง

แดดร่มลมตกเป็นเวลาที่ดีในการเล่นน้ำ
ดิฉันเเละครอบครัวได้เล่นเรือโดนัท
เป็นช่วงเวลาที่ทำให้นึกถึงช่วงที่ยังไม่มี
โรคระบาดพวกเรามาเที่ยวที่นี่กันย่อย
มาก ได้กลับมาเที่ยวที่นี่อีกครั้งวันนี้เลย
เป็นวันที่สนุกสนานมากมาก

หลังจากกลับมาจากการเล่นน้ำพวกเรา
ก็มารับประทานอาหารเย็นร่วมกันช่วง
เวลานี้ดิฉันมีความสุขมากๆเป็นช่วงที่
พวกเราทุกคนได้ใช้เวลาด้วยกันพูดคุย
กันแลกเปลี่ยนความคิด ว่าในช่วงที่
แต่ละคนไปเรียนหรือทำงานเจออะไร
บ้างหรือเพื่อนร่วมชั้นเพื่อนที่ทำงานมี
ใครรู้สึกไม่สบายใจหรือเปล่า
หลังจากทานอาหารเสร็จพวกเราทุกคน
ก็แยกย้ายกันพักผ่อนและเตรียมตัวที่
จะกลับในวันต่อมา

เช้าวันต่อมาพวกเราเก็บของเตรียมตัวที่
จะกลับแวะทานอาหารเช้าร้านใกล้ใกล้กับ
ที่พักอาหารเช้าง่ายง่ายแต่รสชาติดี ก่อน
จะกลับพวกเราก็ไม่ลืมจะแวะที่ตลาดลาน
โพธิ์นาเกลืออีกครั้งเพื่อซื้อของฝาก
อาหารทะเลอบแห้ง ทุเรียนทอดเพื่อไป
ฝากญาติ และเพื่อนเพื่อน ที่สุดท้ายที่เรา
แวะคือวัดเพื่อทำบุญก่อนจะกลับ
และทริปนี้เป็นทริปที่ดีมีความสุขมากมาก
อีกทริปนึงเลยก็ว่าได้เพราะการมาพัก
ผ่อนกับครอบครัวทำให้ดิฉันรู้สึกผ่อน
คลายสบายใจเป็นอย่างมากดิฉันขอจบ
การเล่าสารคดีแต่เพียงเท่านี้หวังว่าผู้อ่าน
ทุกท่านจะมีความสุขตามสารคดีเรื่องนี้ค่ะ

เขาใหญ่ ฉันเล็ก

ในวันที่ฝนตกปรอย ๆ อยู่ ๆ พ่อและแม่ของฉันก็ได้เกิดไอเดียอยากไปพักผ่อน เพราะบ้านของเราไม่ได้
ไปเที่ยวมานานมากเนื่องจากสถานการณ์โควิดบ้าง ว่างไม่ตรงกันบ้าง เราคิดกันหนักมากว่าจะไปเที่ยว
ที่ไหนพ่อแม่และพี่ของฉันอยากไปเขาค้อ แต่แน่นอนฉันเห็นต่างเพราะฉันอยากไปเขาใหญ่ เขาใหญ่เป็นที่
บ้านเราไปบ่อยมาก แต่ฉันชอบบรรยายที่นั้นมากจึงชอบไป และแน่นอนทุกคนต้องตามใจฉัน ฮ่า ๆ นี่คือ
เสียงหัวเราะของผู้ชนะในครั้งนี้ หลังจากที่พวกเราได้ที่ที่จะไป เราก็เริ่มวางแพลนว่าจะไปวันไหน พักที่ใด
พ่อบอกให้ฉันกับพี่ไปหาที่พักมา ฉันและพี่ได้ทะเลาะกันเนื่องจากความเห็นไม่ตรงกัน สุดท้ายพ่อของฉัน
ก็ได้เป็นคนเลือกเอง และศึกแย่งชิงที่ก็เริ่มขึ้น เนื่องจากเราไปไหนช่วงวันหยุด คนเลยชุกชุมแน่นอน
ที่พักเต็มแต่จะมีที่หนึ่งที่พ่อฉันสะดุดตาเป็นอย่างคือที่ลิมอนวิลล่า พวกเราชอบที่นั้นเป็นอย่างมากแม้จะ
ไม่เคยไปแต่เพียงแค่เห็นผ่านจอมือถือเล็ก ๆ เราก็รู้สึกได้เลยว่าที่นั้นที่สุดยอดมากแน่ ๆ แล้วเราก็ได้
ตกลงกันว่าจะเดินทางวันที่13 มิถุนายน 2565 เวลา04:30 ต้องล้อหมุน ฉันกับพี่ตื่นเต้นมากเพราะเรา
ไม่ได้ไปเที่ยวกันพร้อมหน้าพร้อมกันนานมาก ฉันรีบหาซื้อสวยเพื่อถ่ายรูปไว้เป็นความทรงจำ ฉันคิดว่าค่า
ชุดหมดมากกว่าค่าที่พักซะอีกฮ่า ๆ ฉันอดใจไม่ไว้แล้วถึงจะเป็นที่ที่ฉันไปบ่อยแต่ก็ยังตื่นเต้นไม่หาย นับ
เวลารอวันนั้น

12 มิถุนายนเวลาพบค่ำ ฉันรีบเด้งตัวออกมา
จากเตียงเพราะฉันลืมเก็บกาะเป๋า ฉันลุกและวิ่ง
ตรงดิ่งไปตู้เสื้อผ้า ฉันนึกไม่ออกมาจะเอาอะไรไป
บ้างเสื้อผ้าฉันมันเยอะเกินกว่าจะเลือกฉันเลย
หยิบมาเผื่อไว้ แต่สงสัยจะเผื่อยังไปหน่อย ณ
นาทีนั้นมีอะไรก็หยิบมา หลังจากที่เตรียมของ
เสร็จฉันอาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอน จังหวะที่หัว
จะถึงหมอนโอ้พระเจ้าฉันนอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะ
ตื่นเต้นแต่เพราะฉันพึ่งตื่นจากนอนตอนเย็น ฉัน
พยายามข่มตานอนจนหลับ กิ๊ก!เสียงนาฬิกาปลุก
ฉันเด้งตัวออกจากเตียง ตี3:50 ฉันเหมือนยังไม่
ได้นอน ไม่เป็นไรค่อยต่อบนรถแล้วกัน ตี 4:20
ฉันเตรียมพออกเดินทางแล้ว!

ตี4:30ล้อหมุน ฉันกับเพลย์ลิสต์คู่ใจในตอนตีสี่ และแอร์ในรถพร้อมตุ๊กตา ฉัน
เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกที ก็ได้ยินเสียงแม่ปลุกใครไปกินข้าว ตอนนั้นฝน
ตกปรอย ๆ แต่เหนียวตัวมากฉันหงุดหงิดเลยไม่ได้กินข้าว หลังจากกินข้าวเสร็จ
พวกเราก็เดินต่อ เดินทางไปเรื่อยจนถึงโรงงานผลิตช็อคโกแลต เป็นที่ที่ฉันไป
ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้มันก็ยังเป็นที่โปรดของฉัน

ทางแตะลงบนพื้นหลังจากเดินทาง
มา5ชั่วโมง ฉันหิวและโมหาเพราะฉันปวด
ท้องต้องการถ่ายมากแต่ระหว่างทางไม่มี
ห้องเลย ฉันรีบวิ่งตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำ
พร้อมปลดปล่อย หลังจากนั้นก็ถึงเวลา
กิน! เมนูแรกที่สั่งคือแพนเค้กสตรอว์
เบอร์รี่ ราคาโหดสุด ๆ และน้ำราสเบอร์รี่
ปั่ น รสชาติเฉย ๆ พอกินได้ฉันนั่งข้าง
หน้าต่างเห็นตกปรอย ๆ พร้อมกินขนม
หวานมันเป็นความรู้ที่ไม่อยากให้เวลา
ผ่านไปเลย นั่งถ่ายรูปไปเรื่อยๆ และแล้ว
ก็ถึงเวลาช็อปปิ้ ง!

ไม่ว่าจะมากี่ครั้งต่อกี่ช็อคโกแลตรู
ปรองเท้ากับกระเป๋าก็ยังเป็นสิ่งที่
สะดุดตาฉันมาตลอดแต่แม่ไม่ให้ซื้อ
ไม่เป็นไรยังมีของอร่อยให้เลือกซื้อ
อีกเยอะ ฉันหยิบตะกร้าพร้อมมอง
หาของโปรดแล้วหยิบมันมาแบบไม่
สนใจใคร ฉันสั่งช็อกโกแลตรส
บรั่นดีแปลกใหม่ดี แต่ตอนนั้นฉัน
ไม่รู้น่ะสิว่ามันคืออะไร

เดินทางมา5ชั่วโมงในที่ก็ถึงเวลาพัก
ผ่อน เมื่อถึงที่พักพวกเรารู้สึกว้าวกับที่
นี่มากที่นี่มีสระว่ายน้ำสองที่ ถึงจะน้ำ
จนเล่นไม่ได้แต่สวยสุด ๆ มองจากสระ
ตรงนี้สามารถมองเห็นวิวภูเขาได้หลาย
ลูก จรรโลงใจมากรู้สึกสมองได้ผ่อน
คลายจนอยากร้องไห้เพราะเครียดจาก
เรื่องเรียนมาเยอะอยากอยู่ที่นี่ไป
ตลอด หลังจากนอนพักไปได้2-
3ชั่วโมงท้องก็ร้อง ที่นี่มีร้านอาหาร
สไตล์ฝรั่ง พวกเราตัดสินใจจะกินข้าว
กันที่นี่

ใช้เวลาเดินไปถึงร้านไม่ถึง3นาที เมื่อถึงร้านพวกเราก็สั่งอาหารกันมาเยอะ
มาก โดยไม่ได้คาดหวังถึงรสชาติ รอไม่นานอาหารก็มาถึง มาเร็วจนน่าตกใจ
เมนูแรกที่ตักเข้าปากคือกะหล่ำผักน้ำปลา ฉันถึงกับต้องทำตาโตมันอร่อย
จนน่าเหลือเชื่อ ฉันชอบมาก เรากินกันไปเรื่อย ๆ ไม่รีบเพราะเพลงที่ร้าน
เพลงมาก อาหารอร่อย พนักงานน่ารักพูดเพราะ เป็นที่ที่ฉันประทับใจมาก

เดินกลับจากร้านอาหารก็หิวอีกซะแล้วฉันและ
พี่เลยอาบน้ำแล้วมานั่งกินช็อกโกแลตที่ซื้อ
เราหยิบชิ้นที่ไม่เคยชิมคือรสบรั่นดีตัวร้าย กัด
คำแรกถึงกับต้องมองหน้ากันพร้อมาบอกว่า
ซื้อมาทำไม เราเลยแกล้งไปให้พ่อชิมพ่อถึงกับ
คายถึงเราหัวเราะกันอยู่นานมาก กินไปไม่
เยอะเพราะเริ่มอิ่มกันแล้ว

จากนั้นเราก็นั่งคุยกันพ่อแม่ลูก เปิดเพลงคุย
กันไปเรื่อย ไม่ต้องนึกถึงเวลางานเรื่องเรียน
เป็นช่วงเวลาที่อยากเก็บไว้มาก ๆ อากาศเย็น
บรรยากาศที่ไม่มีเสียงพูดมีแต่เสียงดนตรีที่
บรรเลงอยู่ จรรโลงใจสุด ๆ จากนั้นก็ขอตัว
เข้าไปพักผ่อนคนเดียวเพราะพ่อแม่และพี่ยัง
นั่งคุยกันอยู่

อยู่ ๆ แม่ก็เรียกชื่อ “นัสหนูออกมาดูเขา
ปล่อยโคมกันเร็ว”ฉันรีบวิ่งออกมาดู
โคมกำลังลอยเต็มท้องฟ้าฉันไม่รู้ว่ามัน
คือเทศกาลอะไร แต่มันสวยมาก ๆ
เหมือนมาถูกวันจริง ๆ ทุกอย่างลงตัว
ฝนหยุดทำให้ไม่กระทบต่อการเที่ยว
สบายใจมาก ๆ ไม่อยากกลับเลย จาก
นั้นพวกเราก็เข้านอนกัน…

เช้าวันที่ต้องเดินกลับ ก่อนกลับก็
ขอทานอาหารเช้าก่อน ฉันสั่งออม
เลตชีสแฮมไส้กรอกรมควัน อร่อย
จนแสงออกปากมันอร่อยมาฉันไม่รู้
จะหาอาหารรสชาติแบบนี้ได้ที่ไหน ยิ่ง
ได้กินข้างสระน้ำที่สามารถมองเห็น
ภูเขาได้360องศา บวกกับอากาศ
เย็น ๆ แดดอ่อน ๆ ลมพัดกระทบ
หน้ารู้สึกเริ่มหนาวแล้วฮ่า ๆ และ
แน่นอนฉันตักกะหล่ำน้ำปลามากิน
อีก อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่างจริง ๆ

หลังจากทานเสร็จฉันและพี่
แต่งตัวแล้วออกไปถ่ายรูป
กันก่อนกับ พื้นที่ส่วนรวมเขา
สวยมาก ถ่ายมุมไหนก็สวย
ไปหมด และฉันยังเห็นต้นเล
ม่อนครั้งแรกในชีวิต ไม่
เหมือนที่คิดไว้แฮะ มองไปอีก
ที่ก็เห็นดอกกุหลาบสวยมาก
ๆ ทุกอย่างสวยไปหมดเลย มี
เจ้าตูบมาลาก่อนกลับน่ารัก
สุด ๆ เป็นที่ที่ฉันประทับใจ
ที่สุด เก็บทุกอย่างพร้อม
กลับไปชดใช้กรรมแล้ว…

“ ทริปท่องเที่ยวในความทรงจำ ณ ปราสาทหินพิมาย

และอุทยานไทรงาม ”

สารคดีบันทึกการท่องเที่ยว



หลังจากที่ทำงานหรือเรียนอย่าง

เหน็ดเหนื่อย คาดว่าทุกคนก็มักจะพักผ่อน

หรือหากิจกรรมคลายเครียด ครอบครัวของ
ฉันก็เช่นกัน เมื่อ 1 เดือนก่อนออกเดินทาง

พวกเราตกลงกันไว้ว่าหากมีโอกาสหรือเวลา

ที่ทุกคนว่างตรงกันก็อยากจะไปเยี่ยมคุณตา

คุณยายที่จังหวัดบุรีรัมย์และไปเที่ยวที่ต่าง

จังหวัดกันสักหน่อย จนในปลายเดือนเมษายน
พ.ศ.2565 มีวันหยุด 3-4 วัน เป็นโอกาสที่ดีที่
จะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว

อย่างที่พวกเราคุยกันไว้ ทุกคนไม่รีรอรีบเก็บ
กระเป๋าเตรียมออกเดินทางในวันพรุ่งนี้เช้า

ทันที

เริ่มต้นการเดินทาง…

เช้าวันออกเดินทางคุณแม่ของฉันมีธุระด่วนซะอย่างนั้น ทุกคนจึงออกเดินทางช้ากว่าที่
วางแผนไว้มาก จึงได้เริ่มออกเดินทางช่วงเที่ยงวัน ครอบครัวของฉันออกเดินทางจาก

บ้านที่อยู่จังหวัดกาฬสินธุ์ไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคุณตาคุณยาย
การเดินทางในวันนั้นใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงซึ่งในระหว่างทางไม่ได้จอดเยี่ยมชมสถาน
ที่ใดเลยนอกจากจอดเติมน้ำมันที่ปั้มน้ำมัน เพราะคุณพ่อคุณแม่อยากให้ไปถึงจุดหมายก่อน
พระอาทิตย์ตกดิน พวกเราไปถึงบ้านคุณตาคุณยายที่จังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงเย็น ทุกคนรีบ
เก็บสัมภาระให้เรียบร้อย อาบน้ำและพักผ่อนทันที

ปราสาทโบราณ อำเภอพิมาย…

เช้าวันถัดมาคุณแม่เสนอว่าจะพาพวกเราและคุณยายไปเที่ยวที่จังหวัดนครราชศรีมา
ซึ่งวางแผนจะไปเที่ยว 2 แห่ง ได้แก่ ปราสาทหินพิมายและอุทยานไทรงาม เป็นทริปสั้นๆ

ภายใน 1 วัน ฉันและน้องๆที่อยากไปเห็นสถานที่ใหม่ๆก็ตอบตกลงด้วยความตื่นเต้นทันที

พวกเราออกเดินทางประมาณ 10.00 น. เป็นช่วงสายของวัน ซึ่งสถานที่แรกที่คุณแม่จะพา
ไปคือ “ปราสาทหินพิมาย” ใช้เวลาเดินทางจากบ้านคุณตาคุณยายไม่นานมากนักก็ถึงจุดหมาย
อากาศวันนั้นค่อนข้างร้อนและมีแดดจัด หลังจากที่ลงจากรถทุกคนต้องเดินไปซื้อบัตรเข้าชม
ชาวไทยคนละ 10 บาท ชาวต่างชาติคนละ 40 บาท เมื่อซื้อบัตรเรียบร้อยแล้วพวกเราก็รีบเข้าไป
ทันที สิ่งแรกที่เห็นคือห้องๆหนึ่งทางขวามือของทางเดิน เมื่อเข้าไปแล้วก็พบตัวอักษรกับ

รูปภาพอยู่รอบๆเต็มไปหมด ฉันและน้องๆได้ลองอ่านและศึกษา มันคือแผนผังและประวัติ

ความเป็นมาอันยาวนานของเมืองพิมายรวมถึงปราสาทหินพิมายด้วย เมืองพิมายเป็นเมืองที่
สร้างตามแบบแผนของศิลปะเขมร มีลักษณะเป็นเวียงสี่เหลี่ยม คงเริ่มสร้างขึ้นสมัยพระเจ้าสุริ
ยวรมันที่ 1 ราวพุทธศตวรรษที่ 16

หลังจากที่ได้ทราบความเป็นมาของปราสาทหินพิมายคร่าวๆแล้ว พวกเราก็เดินออกมาจาก
ห้องนั้น แล้วพบกับตัวปราสาทที่เห็นจากระยะไกลฉันและน้องรีบเดินไปสำรวจทันที มีปราสาท

ด้านหน้าส่วนหนึ่งที่มีรูปปั้นคล้ายกับสัตว์น่าจะเกี่ยวกับความเชื่อของคนในสมัยนั้นหลายชิ้น

พวกเราเดินเข้าไปตามทางเดินเข้าไปด้านในปราสาท

เมื่อสุดทางเดินแล้วจะเห็นปราสาทส่วนที่สอง ฉันเห็นว่ามีโบราณวัตถุและการสลักหินที่น่า

สนใจมาก อย่างเช่น เสาต่างๆและพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณกลางทางเดิน

ตลอดทางเดินเชื่อมระหว่างปราสาทกับปราสาทด้านข้างจะมีรูปปั้นยาวตลอดแนวทางเดิน
เมื่อพวกเราเดินชมได้สักระยะหนึ่งแล้ว จึงพากันนั่งพักสูดอากาศสักนิดก่อนที่จะชมส่วนต่อไป

เพราะอากาศวันนั้นก็ไม่ได้ยังคงร้อนเหมือนเดิมแม้ว่าเวลาจะผ่านไประยะหนึ่งแล้วก็ตาม
ซึ่งรอบๆปราสาทนั้นจะมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบหลายต้น แต่ละต้นล้วนมีรากที่ยาวมากทั้งนั้น
ฉันอดคิดไม่ได้ว่าต้นไม้พวกนี้อาจมีอายุมากถึงร้อยปีหรือพันปีก็เป็นได้

หลังจากที่พวกเรานั่งพักให้หายเหนื่อยก็ไปเยี่ยมชมส่วนที่สามซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายของ
ปราสาทต่อ ด้านหน้ามีหลุมสี่เหลี่ยมจัตุรัสคล้ายบ่อน้ำสี่บ่อ ส่วนที่สามนี้มีลักษณะยาวตลอด
ทั้งแนวหลังปราสาท ด้านในมีห้องห้องและมีทางเดินเชื่อมกัน น้องชายฉันตื่นตาตื่นใจมาวิ่ง
ทั่วทั้งปราสาท เวลาผ่านไปสักพักทุกคนเยี่ยมปราสาทจนพอใจแล้วคุณแม่จึงพาไปอุทยาน
ไทรงามซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่นานมากนัก เพราะอยู่ในอำเภอพิมายเช่นเดียวกัน

ไทรงาม ความสวยงามของธรรมชาติ…

นั่งรถซักพักหนึ่ง คุณแม่ก็เลี้ยวรถไปยังจุดหมายนั่นคือ “อุทยานไทรงาม” นั่นเอง วินาที
แรกที่ฉันเห็นที่สถานที่แห่งนี้ฉันรู้สึกอึ้งมาก เพราะที่นี่มีความสวยของธรรมชาติที่ไม่ธรรมดา

อยู่

ฉันและน้องๆตื่นเต้นมากรีบลงจากรถเพื่อเยี่ยมชมทันที แต่มีคนหนึ่งที่ดูตื่นเต้นว่าใครเขา

นั่นคือน้องชายของฉัน หลังจากก้าวลงจากรถแล้วก็รีบวิ่งเข้าซุ้มต้นไทรทันที ด้านในซุ้มเต็มไป
ด้วยความสวยงามของรากไทรที่พันซับซ้อนประสานกันเป็นไทรโครงขนาดยักษ์ ต่อกันเป็นใย
แมงมุม โดยมีรากไทรบางส่วนทิ้งตัวลงมาเป็นม่านบางๆ ให้อารมณ์เหมือนซุ้มประตูต้นไม้
ที่เกิดขึ้นเองจากธรรมชาติ ทางด้านขวามีหนองน้ำขนาดใหญ่ที่มีสะพานข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่ง

หนึ่ง รอบข้างมีร้านขายของชำและร้านอาหาร

ฉันสัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นสบายมีสายลมพัดแผ่วเบาอยู่ตลอดเวลา ฉันกับน้องชายนั่ง

พักที่ริมแม่น้ำสักพักก่อนที่จะไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารด้านข้างหนองน้ำกับคน
อื่นๆ เมื่อทุกคนรับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องบอกไทรงามและกลับไปใช้เวลาที่

เหลือในทริปนี้กับคุณตาคุณยายก่อนจะออกเดินทางกลับจังหวัดกาฬสินธุ์โดยสวัสดิภาพ
อยู่

“ทริปเล็กๆที่สร้างความทรงจำมากมาย…”

การเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวในเวลา

ไม่กี่วันนี้มันความทรงที่แสนมีค่าสำหรับฉันมาก
มีสิ่งที่ฉันประทับใจหลายอย่าง ทั้งได้อยู่กับคุณ
ตาคุณยาย ได้เที่ยวชมสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนใน
ชีวิตกับครอบครัวและคนอื่นๆ เป็นวันหยุดที่คุ้ม
ค่ามากสำหรับฉัน ฉันจะไม่มีวันลืมทริปเที่ยว

เล็กๆนี้อย่างแน่นอน…

ชลธิชา ยี่สารพัฒน์ เลขที่ 6 ม.5/3

“สาธิต มมส.-เริ่มต้นใหม่ใครว่าน่ากลัว…”

สารคดีบันทึกการท่องเที่ยวให้พอระลึกถึงว่าครั้งหนึ่งเคยเดินทางพร้อมกับการเริ่มต้นใหม่

ฐิดาพร พรหมลักษณ์ : กันยายน 65

เริ่มต้นใหม่ในที่ใหม่…

เพราะการ “เริ่มต้นใหม่” เป็นเรื่องที่น่ากลัว? คำธรรมดาคำหนึ่งที่มีผลกระทบต่อจิตใจ
หลายๆคน ฟังดูแล้ว…มันก็น่ากลัวจริงๆแหละ แต่หากย้อนกลับไป คุณได้ถามตัวเองหรือยังว่า
คุณกลัวอะไรกันแน่กลัว การเริ่มต้น หรือคุณกลัวที่จะต้อง “เปลี่ยนแปลง”



“เราคือคนหนึ่งนะที่กลัวการเริ่มต้นใหม่ เพราะการเริ่มต้นใหม่เราแทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะมี
อะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง” ย้อนกลับไปช่วงใกล้ปิดเทอมตอนม.4 เราอยากย้ายโรงเรียนมาก เราขอพ่อ
กับแม่ตั้งแต่ม.3 จนตอนนี้ใกล้ปิดเทอมตอน ม.4 ละ เหมือนทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง พี่เราขึ้นมหา
ลัย เราก็ขอพ่อกับแม่ไปอยู่กับพี่ซะเลยพ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง แต่เพราะตอนนั้นเราคงอยาก
ย้ายมากเกินไปจนไม่ได้คิดเลยว่า การเริ่มต้นใหม่มันจะน่ากลัวขนาดไหน…

วันที่ 20 พฤษภาคม 2565
ก่อนเปิดเทอม 3 วัน พ่อกับแม่ได้มาส่งเราที่หอแห่งหนึ่งใกล้ๆมหาวิทยาลัย สองเท้าก้าวลงที่พื้น
พร้อมกับสูดหายใจเข้าเพื่อรับออกซิเจนอย่างเต็มปอด หอพักที่สูงราวๆ 5 ชั้นอยู่ตรงหน้า
พร้อมกับบรรยากาศที่นี่ดูร่มรื่น ลมน้อยๆพัดผ่านอย่างแผ่วเบา บริเวณรอบๆอาจแปลกตาไปหน่อย
รถที่สัญจรก็มีไม่มาก แต่เราก็ไม่ได้แปลกใจเพราะรู้อยู่แล้วว่าช่วงนี้มหาวิทยาลัยยังไม่เปิดเทอม คง
ไม่น่าแปลกที่บริเวณรอบๆจะมีรถจอดเพียง 5-10คัน การมาครั้งนี้ของเราตื่นเต้นมากๆ มีทั้งพ่อทั้ง
แม่พี่สาวและญาติของเราที่มาส่ง มันเลยยิ่งทำให้เราตื่นเต้นเข้าไปใหญ่

นี่คือ “ครั้งแรก” ด้วยซ้ำที่เราห่างจากพ่อแม่ กอดลาครั้งสุดท้ายก่อนที่พ่อแม่จะกลับ โดยไม่รู้
ด้วยซ้ำว่าการกอดครั้งนี้เป็นการกอดที่อยากกอดอีกครั้งและไม่อยากให้หลุดไปเลย




1

โรงเรียนใหม่

2 วันกับการที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ชีวิตก็ดูปกติ แต่ใจก็เริ่มโหว่งเหวง

เหมือนขาดอะไรไปตลอดเวลา ก้าวเท้าสู่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสารคามครั้งแรก สูดหายใจ
เข้าลึกๆแล้วพร้อมที่ “เริ่มต้นใหม่” บรรยากาศในโรงเรียนใหม่แปลกตาไปจากโรงเรียนเก่าโดย
สิ้นเชิง ตัวอาคารถูกสร้างให้ให้เป็นเหมือนมีโดมไปในตัวสามารถทำกิจกรรมภายในอาคารได้ หน้า
อาคารมีสนามกีฬาต่างๆ ทั้งฟุตบอล วอลเลย์ บาส และเปตอง บริเวณหน้าอาคารเรียน

เราเดินมาถึงหน้าอาคาร หัวใจเริ่ม “ก้าวแรกที่โรงเรียนใหม่”
เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เราไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า เพื่อนใหม่คนแรก
เราต้องเข้าแถวที่ไหน ยืนอยู่หน้าอาคาร
สักพักเพื่อรวบรวมความกล้า เดินเข้าไป
ถามอาจารย์นิสิตฝึกสอนใกล้ๆประตูทาง
เข้า “นักเรียนชั้นม.5/3เข้าแถวชั้น3ฝั่ ง
ซ้ายมือนะคะ” ความถี่ของอัตราเร็วของ
หัวใจเริ่มมากขึ้น ความกลัวก็ไม่ต่างกัน
ก้าวเท้าพร้อมกับความกลัว พยายาม
ปลอบใจตัวเองในทุกๆก้าว จนเท้าก้าวมา
สู่ชั้น3 สายตากวาดไปรอบๆ ถามหับตัว
เองว่าห้อง3อยู่ตรงไหนกันนะ เดินตรง
ไปพร้อมกับความกลัว แล้วถามเพื่อนที่
อยู่ใกล้ๆว่า ห้องนี้ใช่ห้อง3ไหม เหมือน
โชคชะตาจะเป็นใจห้องนี้คือห้อง3 และ
เพื่อนคนนั้น คือ “นักเรียนที่ย้ายมา
ใหม่”เช่นกัน อาจเป็นเพราะความบังเอิญ
หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เราขอบคุณที่การ
เริ่มต้นครั้งนี้มันดีต่อเรามากๆ

2

เราพยายามทักทายกับเพื่อนที่ย้ายมาใหม่ เพื่อเป็นการทำความรู้จักให้มากขึ้น นี่ก็คง
เป็นการ “เริ่มต้น” ที่ “ไม่น่ากลัว” เลยใช่ไหมละ หลังจากเข้าแถวเสร็จทุกคนก็เดินเข้าห้องตาม
ปกติ เราเดินเข้าห้องพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ ภายในห้องมีทั้งกระดานไวท์ บอร์ด และ
โปรเจคเตอร์อำนวยความสะดวกต่อการเรียนการสอนแล้วยังมีแอร์ภายในห้องอีกด้วย นั่งลง
ใกล้ๆเพื่อนที่ย้ายมาใหม่ มองดูเพื่อนรอบๆ มองไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าใครสนิทกับใครบ้าง บางคน
ก็เงียบบางคนก็คุย การย้ายมาที่นี่แตกต่างกว่าทุกๆครั้งที่เคยย้ายเลยแหละ

12:00น. ถึงเวลาพักกลางวัน
เราพึ่งรู้ว่าเพื่อนในห้องต่างแยกย้ายไป
กินข้าวกับกลุ่มตัวเองที่อยู่ต่างห้อง เรา
เกิดความสงสัยว่าทำไมเพื่อนๆไม่กิน
ข้าวกับเพื่อนในห้องตัวเองกัน เราจึง
ถามเพื่อนที่นั่งข้างหลังเรา ได้ความว่า
เพราะที่นี่มีการเปลี่ยนห้องทุกปี ทำให้
เพื่อนอาจจะยังไม่สนิทกัน แล้วทุกคนก็
คงมีกลุ่มเพื่อนที่เคยอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว
เลยต่างแยกฝ่ายต่างแยกกันไปกินข้าว
กับกลุ่มของตัวเอง และที่สำคัญคือปีที่
แล้วแทบจะไม่ได้เปิดโรงเรียนแบบon
siteเลย ทำให้เพื่อนยิ่งไม่ค่อยสนิทกัน…
เราจึงเดินไปกินข้าวกับเพื่อนใหม่แค่ 2
คน อาหารที่นี่ดูน่าอร่อยมาก แถมยังมี
ของหวานให้อีกด้วย เรารู้สึกประทับใจ
อาหารกลางวันมากๆ

3

…แค่การเริ่มต้น… 4

16:20 น. กลับมาห้องพร้อมกับความเงียบ ความรู้สึกที่กลับมาจากโรงเรียนแล้ว

ได้เจอพ่อกับแม่ไม่มีอีกแล้ว ไม่ขนมแสนอร่อยที่พ่อพาไปซื้อ ไม่มีกับข้าวแสนอร่อยที่แม่ทำไว้ให้
ไม่มีเสียงหัวเราะตอนกินข้าวแบบนั้นอีกแล้ว… “การเริ่มต้นเรื่องนี้ มันแทบบีบให้น้ำใสๆของเราล้น
ออกมาจากตาเลยแหละ” เย็นวันนี้พี่สาวเราพาขับรถอ้อมมหาลัย มหาลัยดูร่มรื่นมากๆ เหมือน
สถานที่มหาลัยจะสร้างให้เป็นวงกลมเราสามารถขับอ้อมแล้วมาเจอที่เดิมได้ง่ายๆเลย ในมหาลัย
มีตึกคณะต่างๆมากมาย แถมยังมีสนามกีฬาที่ใครก็สามารถมาเล่นได้อีกด้วย วันนี้คนน้อยมาก
แต่เราก็ไม่ได้แปลกใจเพราะว่ามหาลัยยังไม่เปิดเทอม ทำให้เราสามารถเล่นแบตกับพี่ได้สนุกสุดๆ
เลยแหละ ถึงแม้การเดินทางของเราในครั้งนี้อาจจะดูเศร้าๆบ้างแต่มันก็ “แค่ช่วงเริ่มต้น”เท่านั้น
แหละ…

20.08.65 เดินทางเที่ยวครั้งแรกที่
จ.มหารคาม “ท่าพระจันทร์” ขับรถต้านลมใน
ยามเย็น ลมเย็นๆพัดผ่านหน้าปล่อยใจไปกับ
ลมพร้อมกับยิ้มให้กับตัวเองว่าตอนนี้เราจะ
เที่ยวให้สุด มีความสุขกับทุกสิ่งที่จะเกิด ขับ
รถมาถึงหน้าคาเฟ่ สถานที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก
ด้านหน้าถูกตกแต่งด้วยรถเมล์สีส้มคันเก่า
พร้อมสำหรับถ่ายรูป เดินเข้ามาก็จะมีค่าเฟ่
และที่นั่งชิลสองฝั่ งซ้ายขวา ทางด้านหน้ามี
ทุ่งนาสีเขียวพร้อมกับแสงแดดยามเย็นสาด
ส่องระยิบระยับ บรรยากาศที่นี่ดีมากๆ แต่ที่
เราประทับใจที่สุดคือ น้องหมาที่นี่น่ารักมาก
แบบก.ล้านตัว น้องเดินมาหาเราจนเรายิ้ม
แทบไม่หุบเลย น้องเป็นหมาพันธุ์เชาเชาขน
ปุยๆ อ้วนสุดๆ ใครเห็นคงอดเอ็นดูไม่ได้
แน่นอน ได้ออกมานั่งชิลๆแบบนี้มันอะไรที่ดี
มากๆ รู้สึกสบายใจ เหมือนกับว่าได้มาปลด
ปล่อยอะไรบางอย่างที่อยู่ในใจทิ้งไปเลย…

28.08.65 วันที่รอคอยในที่สุดพ่อ 5.

กับแม่ก็มาหาเราแล้ว ข้างในใจรู้สึกดีใจอย่าง
บอกไม่ถูก วันนี้พวกเราจะออกเดินทางเที่ยว
กันอีกครั้งที่ “วัดป่าวังน้ำเย็น” 9:00น. รถคัน
โปรดที่คุ้นเคยถูกขับเคลื่อนไปตาม google
map เพราะว่าไม่มีใครรู้ทางไปที่วัดเลยสักคน
ครอบครัวเราไม่ได้อยู่ที่นี่ ที่นี่ก็ถือเป็นสถานที่
เที่ยวของพวกเราอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน
ระหว่างทางขับรถก็เจอร้านอาหารมากมาย
และที่สำคัญคือตั้งแต่เรามาอยู่ที่มหาสารคาม
เรายังไม่เคยเจอร้านอาหารร้านไหนไม่อร่อยเลย
สักที่ สายตาจับจ้องไปร้านต่างๆตั้งเป้าหมาย
หลังจากเที่ยวเสร็จพวกเราคงจะได้มาลิ้มรส
กับอาหารแถวนี้บ้างสักร้าน

ทางมาวัดป่าวังน้ำเย็นค่อนข้างที่จะเล็ก และอยู่ลึกแต่ก็ไม่มากนักพอที่จะขับมาได้เรื่อยๆ รถ
คันโปรดขับมาเรื่อยๆตามเส้นทาง สายตาเริ่มรุกวาวเมื่อเจอกับกำแพงใหญ่สีน้ำตาล เหมือนกับ
กำแพงสมัยก่อนเลยก็ว่าได้ วันนี้คนมาเยอะมากแทบไม่มีที่จอดเลย ขับวนหาที่จอดอยู่สักพัก แต่
สายตาทุกคนต่างก็จับจ้องบริเวณรอบๆไม่ละสายตา วัดที่นี่ใหญ่มาก เสาแต่ละต้นที่ใช้สร้าง
ขนาดใหญ่กว่า1คนโอบแน่ๆ มองดูรวมๆแล้วเสาภายในวัดมากกว่า100ต้นเลยก็ว่าได้ พวกเรา
จอดรถอยู่ฝั่ งเจดีย์ศรีมหาสารคาม ระหว่างทางเดินจะมีพญานาคขนาดใหญ่ที่สร้างอยู่ทางซ้าย
ขวา

เจดีย์ศรีมหาสารคามองค์ใหญ่สี
ทอง ถูกตั้งโดดเด่น คล้ายกับเจดีย์ใน
ประเทศพม่า บริเวณรอบเจดีย์มีระฆัง
ขนาดใหญ่ให้เคาะเพื่อสร้างความ
ศิริมงคลอีกด้วย พวกเราจึงเดินเคาะกัน
ไปเรื่อยๆ วันนี้แดดไม่แรงมากนักจึงเป็น
บรรยากาศที่ดีมากๆ บริเวณวัดมีที่ให้
เดินกราบไหว้พระมากมาย แถมยังมี
น้องช้าง2เชือก ที่ยืนโชว์ส่ายหัวแสนน่า
รักอยู่ด้านหน้าเจดีย์อีกด้วย ใครอยาก
ป้อนกล้วย หรืออ้อยที่วัดก็มีขาย

ในส่วนของฝั่ งตรงข้ามจะเป็นวิหารไม้ขนาดใหญ่ ภายในมีประดิษฐานของพระพุทธรูปแกะสลักที่
งดงามมากมาย นอกจากการได้มากราบไหว้ขอพรแล้วยังถือเป็นการชมพุทธศิลป์ที่งดงามของที่นี่
อีกด้วย

ใครว่า “การเริ่มต้นเป็นเรื่องที่น่ากลัว” การเริ่มต้นต่างหากเป็นการที่ทำให้เราเติบโต การเริ่ม
ต้นต่างหากเป็นการที่ทำให้เราได้เจอกับอะไรใหม่ๆ และบางครั้ง “การเริ่มอาจดีกว่าการที่เราอยู่ที่
เดิมซ้ำๆ” โดยไม่ได้ลองทำสิ่งใหม่ๆก็ได้…

7:00น. เช้าวันจันทร์อันสดใส เราต้องเดินทางไปโรงเรียน และพ่อกับแม่คงต้องกลับวันนี้ใน
ใจไม่อยากกลับเลยด้วยซ้ำ แต่คงเป็นเพราะว่าเราได้เติบโตกับการเริ่มต้นของเราไปแล้ว เราเลย
รู้สึกไม่ยากที่ยอมทำใจให้พ่อกับแม่ของเรากลับ กอดอบอุ่นครั้งสุดท้ายที่ความรู้สึกไม่เหมือนวัน
แรกมันเป็นแบบนี้นี่เอง นี่สินะ “การเริ่มต้นที่ดี”

6

เที่ยวน่าน 3 วัน 2 คืน

จุดหมายปลายทาง

NAN , THAILAND

นางสาวณัฐชนน เพ็งคาสุคันโธ เลขที่ 8

1

จุดหมายปลายทาง

NAN , THAILAND

เริ่มต้นการเดินทาง

Phon Thong, Roi Et

เริ่มต้นการเดินทางจากที่บ้านของฉัน ณ
อ.โพนทอง .ร้อยเอ็ด ในเวลา 10 โมงเช้า
แพ็คกระเป๋าเพื่อไปเที่ยวจำนวน 4 ใบสำหรับ
3 คน เดินทางด้วยรถกระบะและขนของไว้
ด้านหลัง จุดหมายของการเดินทางในครั้งนี้
คือ การไปหาพี่สาวสุดที่รักของฉัน

น้ำตกภูสอยดาว

Nam Pat, Uttaradit

หลังจากเริ่มเดินทางผ่านไป 6 ชั่วโมงก็เริ่มมี
ความเหนื่อยล้า อยากแวะพักเที่ยวชมนกชม
ไม้ก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง ก็ได้แวะ
เที่ยว น้ำตกภูสอยดาว อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่เพราะ
ไม่เคยเที่ยวน้ำตกในช่วงเวลา 5-6 โมงเย็น
ถึงแม้จะมีทั้งอากาศหนาว เย็น และมียุงกัด
ก็ไม่แพ้ความบรรยากาศดีของอุทยาน

ถึงจุดหมายปลายทาง… 2

NAN , THAILAND เช้าวันถัดมา

หลังจากผ่านไปประมาณ 12 ชั่วโมง สำหรับ เริ่มจากยามเช้าไปซื้อของจาก
การเดินทาง พอมาถึง ตลาดโต้รุ่ง ณ อ.เมือง ตลาดใกล้ อำเภอสันติสุข
จ.น่าน ฉันและครอบครัวก็ได้พบกับพี่สาวที่ เพื่อนำมาประกอบอาหารเช้า
ไม่ได้เจอกันนานร่วมปี พวกเราทั้งหมดได้ไป เมนูในวันนี้จะมี ส้มตำ ไส้อั่ว
รับประทานอาหารกันที่ร้านมีตังค์ข้าวต้มกุ๊ย ปลาทอด แจ่ว และแกงเห็ด
และได้สั่งอาหารมารับประทานมากมาย เป็นอาหารพื้นบ้าน ทั้งภาค
มื้อนี้เป็นมีที่มีความสุขมากทั้ง อาหารอร่อย เหนือ และภาคอีสาน
และ ได้รับประทานอาหารกันแบบพร้อมหน้า
พร้อมตา

3

สกาดคอฟฟี่ Pua, Nan

เริ่มเดินทางในเวลาประมาณ11โมงเช้า
ได้เดินทางมาที่ ตำบลสกาด อำเภอปัว
ที่นี่มีดีมากมาย ทั้งอาหารที่อร่อย
บรรยากาศที่ดี เริ่มแรกแวะที่ร้าน
“สกาดคอฟฟี่ ” เราได้สั่งอาหารมามาก
ส่วนที่เด็ดมาก ๆ เลยคือ ผัดไทยกุ้ง
ถึงภูมิภาคจะไม่ติดทะเล แต่สามารถทำ
อาหารทะเลออกมาได้สด และอร่อยมาก
เลยทีเดียว

ที่ร้านมีโซนถ่ายภาพสวย ๆ หลายมุม

4

น้ำตกศิลาเพชร Pua, Nan

พอช่วงใกล้เย็น ก็ได้เดินทางต่อมาที่
น้ำตกศิลาเพชร น้ำตกมีความเย็น
สงบ และคนน้อยที่อาจจะเป็นเพราะ
ช่วงโควิด แต่การไปน้ำตกคราวนี้ไม่
ได้ลงเล่นน้ำ เพราะอากาศหนาว และ
น้ำเย็นมาก ไม่สามารถลงเล่นได้

5

Day2
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
หลังจากเมื่อวานเราได้ไปเที่ยวสกาด
วันนี้เรากำลังเดินทางไปดอยภูคา
ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติ แถมยังมีร้าน
กาแฟเล็ก ๆ ตั้งอยู่ อาหารรสชาติดี

6

Day3

ถนนหมายเลข 3

ใกล้สิ้นสุดการเที่ยวพักผ่อน
เราได้เดินทางกลับอ.โพนทอง
และสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยถ้ามา
ที่นี่นั่นก็คือ “ถนนหมายเลข 3”
ถือเป็นแลนด์มาร์คในการถ่าย
รูปที่สำคัญ และพลาดไม่ได้
ใครที่มาก็ต่างพากันมาถ่ายรูป
ที่นี่ และเช่นกันเราก็พลาดไม่ได้

สิ้นสุดการเดินทาง …

สารคดีการ

ท่องเที่ยว

Pattaya

มหกรรม ห ลั ง จ า ก ที่ โ ค วิ ด ห า ย แ ล ะ ช่ ว ง ปิ ด

ท่องเที่ยว เ ท อ ม ที่ ท ะ เ ล พัท ย า กั บ ค ร อ บ ค รั ว
ทะเลไทย เ ป็ น เ ว ล า ส า ม วั น ส อ ง คื น

น.ส.ณัฐนันท์ อินทเกตุ เลขที่9 ม.5/3

Pattaya beach

ได้เวลาเดินทางออกท่องเที่ยว หลังจากที่โรคโควิดเริ่มระบาดน้ อยลงฉันได้ไปท่อง
เที่ยวที่พัทยากับครอบครัวเป็นเวลาสามวันสองคืน การท่องเที่ยวฉันออกเดินทางจากบ้าน

ตั้งแต่เช้า ไปถึงที่หมายประมาณเย็นๆ ระหว่างทางได้นั่งดูวิวรอบข้าง ผ่านทั้งเขาใหญ่ได้เห็น

ธรรมชาติสวยๆตามริมทาง พอไปถึงทะเลได้ถ่ายรูปกับวิวทะเลไปกินข้าวกับครอบครัว การไป
ท่องเที่ยวครั้งนี้รู้สึกผ่อนคลายมาก เหมือนได้ไปพักผ่อนหลังจากที่เรียนออนไลน์มาทั้งเทอม

ได้ไปทำกิจกรรมหลายๆอย่างกับครอบได้ไปดูหนัง ไปโยนโบว์ลิ่ง ว่ายน้ำ ได้พักที่ดีๆได้ใช้เวลา
กับครอบครัว มีวิวสวยๆของทะเลทั้งในตอนกลางวันและกลางคืน ได้เห็นผู้คนที่ริมทะเล พวก
เขาดูเอนจอยกับชีวิตหลังโควิดมากๆได้เริ่มเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวประเทศไทย
มากขึ้น หลังจากที่ประเทศไทยปิดประเทศเป็นปีๆ บรรยากาศรอบข้างดูครึกครืนมากขึ้น เริ่ม
มีผู้คนออกมาเที่ยวออกมาใช้ชีวิตหลังจากโควิดครั้งนี้ จากการไปท่องเที่ยวที่ทะเลครั้งนี้

บรรยากาศของวิวทะเลสวยมาก น้ำใส ค่อนข้างเงียบไม่ค่อยมีคนมากเหมือนพัทยาก่อนโควิด
ฉันได้ใช้เวลาสามวันสองคืนที่ทะเล และเวลานั้นก็ผ่านไปเร็วมากๆ พอเมื่อถึงวันที่ต้องกลับ

บ้าน พี่ๆของฉันดูเหนื่อยมากเพราะพวกเราพากันไปเล่นน้ำที่ทะเล ไปทำกิจกรรมต่างๆของ

แต่ละวันที่ทะเล ออกเที่ยวออกเดินตามตลาดที่พัทยาจนเหนื่อย ฉันรู้สึกว่าการเที่ยวทริปที่

ทะเลครั้งนี้คุ้มมาก เราใช้เวลากับครอบครัวได้มีเวลาดีๆร่วมกัน ทุกคนต่างเหนื่อยแต่ทุกคนมี

ความสุขมาก จบทริปทะเลพัทยา…

ส า ร ค ดี ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว ที่ ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ

SWEDEN

3 JUNE 2022 ( 2WEEK)

เมื่อได้เวลาเดินทาง…. ความประทับใจ

ในวันที่2 มิถุนายน 2565 ฉันได้เริ่มเก็บของเตรียมกระเป๋าเดินทางและเดินทางไป ตอนที่ฉันได้ไปท่องเที่ยวที่
สนามบิน เพื่อที่จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศที่สวีเดนเป็นครั้งแรกในชีวิต ตอนนั้นตื่น สวีเดนประมานสองอาทิตย์
เต้นมากที่ได้ไปเพราะมีความฝันว่าอยากจะไปเที่ยวต่างประเทศซักครั้งในชีวิต เริ่มขึ้น ครอบครัวของฉันพาฉันไป
เครื่องประมาณตีหนึ่งประเทศไทยถึงประเทศสวีเดนในตอนเช้าของวันที่3 มิถุนายน ทางอาหารที่ฉันชอบมากๆ พา
สิ่งที่ประทับใจมากคือ ตม.ที่นั้นใจดีมากพู ดคุยเป็นกันเองสุดๆ สภาพอากาศที่นั้นก็เย็น ฉันเดินไปในเมืองซื้อของฝาก
สบายช่วงนั้นเป็นช่วงก่อนเข้าหน้าร้อนประเทศสวีเดน ทำให้ไม่หนาวมากมีแดดอุ่นๆ กลับมาให้เพื่ อนๆและ
กำลังพอดี สถานที่บ้านเมืองของเขาน่าอยู่มากคล้ายๆกับเมืองเก่าสมัยกรีก ผู้คนที่ส้น ครอบครัวที่ไทย พ่อและแม่
น่ารักยิ้มแย้มแจ่มใส และครอบครัวของฉันที่อาศัยอยู่ที่สวีเดนก็ต้อนรับการมาของฉัน พาฉันไปเดินไปเที่ยวในเมือง
เป็นอย่างดี ทุกวัน บางวันก็ไปช่วยคุณ
พ่ อทำงานเกี่ยวกับนิตยสารที่
วีค1 วีค2 ออฟฟิศคุณพ่อ พาไปดูบ้าน
ใหม่ที่กำลังจะซื้อใหม่อีกเมือง
สิ่งที่ชอบที่สุดคือวันก่อนกลับ
คุณพ่ อของฉันพาฉันขับรถ
ทัวร์เมืองอีกรอบ พาไปเกาะ
อีกฝั่ งของเมือง พาไปที่ยอด
เขาสูงๆ เพื่อดูความสวยงาม
ของเมืองในเวลาพลบค่ำ ได้
นั่งดูวิว ได้พู กคุยสิ่งต่างๆ
ก่อนฉันจะกลับมาเมืองไทย
คนเดียวเพื่ อเรียนหนังสือ

ในอาทิตแรกที่ฉันได้ไปครอบครัวของ
ครอบครัวของฉันพาไปรู้จักกับญาติที่


ฉันพาฉันเดินไปดูเมืองดูวิวรอบๆของ
อยู่ในสวีเดน พาไปรู้จัก พาไปพู ดคุยกับ

เมืองสตอกโฮม ที่นั่นเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่

มาก เป็นคล้ายเกาะที่เชื่อมกันแบ่งออก
คุณตาของฉัน และพาออกเดินทางไป

นอกเมืองเพื่ อดูวิว และตั้งแคมป์ พาไป

เป็นสองฝั่ งสภาพบ้านเมืองยังคงความ
เล่นสวนน้ำ สวนสนุก พาไปนั่งเรือไป

เป็นกรีกแบบสมัยก่อนที่มีความประบ
กลับประมานเกือบชั่วโมงเพื่ อพาฉันดู

ปรุงให้มีความทันสมัยมากขึ้น บ้าน
วิวรอบๆของเมือง แต่่มีสิ่งที่น่าแปลก

เมืองเขาสวยงามมาก ตอนนั้นที่แม่ฉัน ใจเพราะสวีเดนไม่มีตอนกลางคืนเวลา

พาเดินทัวร์ดูบ้านเมืองเขาทั้งวันไม่น่า
หนึ่งทุ่มยังเหมือนห้าโมงบ้านเราเลย
เบื่อเลย


Click to View FlipBook Version