The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลงานการเขียนสารคดี ของนักเรียน ม. 5 ปี 2565 สาธิต มมส (มัธยม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Satchaphong Yartniyom, 2022-10-12 12:04:02

สารคดีฝึกหัด Ep2

ผลงานการเขียนสารคดี ของนักเรียน ม. 5 ปี 2565 สาธิต มมส (มัธยม)

เที่ยวญี่ปุ่น

WITH ME

น.ส. ณัฐนิชา สาฆ้อง เลขที่ 10 ม.5/3

นาโกย่า : ตั้งอยู่ในภูมิภาคชูบุ ซึ่งอยู่ตรงกลางของ
ประเทศญี่ปุ่น เอาง่ายๆ คืออยู่ตรงกลางระหว่าง
โตเกียวกับโอซาก้า นั่นเอง!!!
นาโกย่าถือว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับ3 ของญี่ปุ่นเชียวนะ
หลายคนมองนาโกย่า เป็นแค่ทางผ่าน แต่หลังจากนี้
ความคิดนี้จะหายไปแน่นอน..
เพราะจากนาโกย่า เราสามารถไปเที่ยวเมืองรอบๆได้
สะดวกมาก ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านมรดกโลกอย่าง
Shirakawako เมืองเก่าน่ารักๆอย่าง Takayama
รู้หรือยังว่าเมืองเหล่านี้ เดินทางจากนาโกย่าใกล้ที่สุด
นะ หรือเมืองยอดฮิตอย่าง Kyoto มาดูกันว่าถ้าไป
เที่ยวนาโกย่า จะไปเที่ยวไหนกันได้บ้าง..

ช้อปปิ้ งที “ย่าน Sakae” เป็นย่านช้อปปิ้ งที่
ใหญ่มาก มีห้างไม่รู้กี่ห้างเยอะมาก ทั้งร้าน
อาหาร ดองกี้ แบรนด์เนม ต่างๆ มากมาย
เรียกว่าใครอยากได้อะไร อยากซื้ออะไร ที่นี่มี
ทุกอย่าง
นอกจากช้อปปิ้ งแล้ว ยังมี “Nagoya TV
tower” เด่นเป็นสง่า ถือเป็นแลนด์มาร์ค
ของนาโกย่าเลยก็ว่าได้ สามารถขึ้นไปชมวิว
ได้ด้วย และติดๆกัน “Oasis 21” เห็นแล้ว
นึกถึงยานอวกาศ ด้านบนหลังคามีทางเดิน
ที่เป็นกระจก และสระน้ำ เดินเล่นถ่ายรูปเก๋
มากๆบนนี้ และ ยังมี พิพิธภัณฑ์
วิทยาศาสตร์เมืองนาโกย่า เป็นอีกหนึ่ง
สถานที่ ที่น่าไป จะไปถ่ายรูปก็สวย ไปนั่งเล่น
นั่งพักผ่อนก็ดี

และยังมีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า
ตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะชิราคาวะ ในใจกลาง
เมืองนาโกย่า และตึกที่มีรูปร่างโดดเด่น
มากกว่าตึกใด ๆ ก็คือ ท้องฟ้าจำลองของ
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งนี้นี่เอง
ท้องฟ้าจำลองของที่นี่ยังได้ถูกขึ้นบันทึก
ในกินเนสบุ๊คว่าเป็นท้องฟ้าจำลองที่ใหญ่
ที่สุดในโลก และในส่วนของพิพิธภัณฑ์
วิทยาศาสตร์ก็ไม่แพ้กัน เพราะที่นี่ถือเป็น
พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แบบสัมผัสได้ที่
ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยที่นี่สร้างขึ้นเพื่อให้
ผู้ที่มาเยี่ยมเยียนที่นี่ได้สนุกไปกับการ
ทดลองวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ

ต่อกันที่”วัด Osu Kannon”เป็นวัดชื่อ
ดังและสำคัญของนาโกย่า ตัววัดสีแดง
และมีโคมแดงใหญ่ มีคนมาสักการะ
มากมาย และติดกันกับวัดยังมี “Osu
Shopping Street” ถนนช้อปปิ้ งยาว
มากๆ รวมร้านค้าต่างๆ
มากกว่า400ร้านค้า ทั้งเสื้อผ้า ร้าน
อาหาร ของฝาก ทั้งมือหนึ่งมือสอง

เป็นถนนช้อปปิ้ งที่อยู่ใกล้กับ
ศาลเจ้า Osu หลังจากไหว้พระ
เสร็จก็ออกมาเดินเล่น ช้อปปิ้ ง
ได้เลยทีเดียว เป็นถนนที่มี
ความยาวพอสมควร มีร้าน
มากมายทั้งอาหาร ขนม เครื่อง
ดื่มและขายของ เป็นแหล่ง
ละลายเงินเยนได้ดี

นอกเหนือจากที่ไปมายังมีสถานที่อีกหลายที่
ที่สามารถเดินทางจากนาโกย่าได้เช่น
Japan Alps, Kamikochi, Toyama,
Kanazawa ใครกำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นตอน
กลาง ในโซนนี้ แนะนำไปลงนาโกย่าเลย
อยากให้ทุกคนลองเปิดใจเที่ยวสักครั้งแล้ว
จะอยากกลับไปอีกเหมือนกับเราสองคน ที่
โซนนี้เรียกได้เลยว่า เที่ยวได้ทุกฤดูเลยนะ
สวยมากๆ ปล. อาหารอร่อยถูกปากมากๆ
ด้วยน้า

DANISA
CHAIPOOL
NO.11 M.5/3

ENGLISH
VILLAGE

On the way to Korea

การเดินทางไปเยือนประเทศเกาหลีครั้ง
นี้ มาจากโอกาสไปศึ กษา

ดูงานกับโรงเรียนในโครงการ SEM ซึ่งถือเป็ น
หนึ่ งในความทรงจำที่ดีที่สุด

ของฉัน โดยเริ่มการเดินทางจากจังหวัด
มหาสารคามไปจังหวัดกรุ งเทพฯ
เป็ นเวลากว่าเกือบ ๘ ชั่วโมง

เพื่อไปยังท่าอากาศยานดอนเมืองและ
เดิน

ทางไปประเทศเกาหลีด้วยสายการบิน
Air Asia ซึ่งใช้เวลาในการเดินทาง
กว่า ๕ ชั่วโมง และแล้วก็ถึงประเทศ

เกาหลีที่ท่าอากาศยานอินชอน จากนั้ น
ฉันก็ได้เดินทางไปยัง English Village

English Village
I’m Here!

โดยสิ่ งที่ฉันประทับใจมากๆอีกหนึ่ งอย่างก็คือคุณป้ าผู้
ดูแลหอพัก ท่านเป็ นผู้มีความใจดีมาก ในทุกเช้าตอน
๗ โมงเช้า ท่านจะมาเคาะห้องเพื่อปลุกให้เราทุกคน
ตื่นไปทำกิจกรรมการเรียนร่วมกับเด็กๆที่มาเข้าเรียน
ด้วยโดยทุกๆคนมาจากหลายเชื้อชาติ โดยกิจกรรม
ส่วนใหญ่จะถูกใช้ภาษาอังกฤษเป็ นหลักเพื่อให้เกิด

การฝึ กฝนภาษาและฝึ กการเข้าสังคม
และแล้วฉั นก็ได้ มาถึงที่ พักและที่ เรียนแลกเปลี่ยน
ที่มีชื่อว่า English Village ที่นี่ สวยมากและให้ความรู้สึก
สงบ มีสถาปั ตยกรรมคล้ายในทวีปแทบยุโรป โดยใน
ช่วงเวลาขณะนั้ นเป็ นช่วงที่อากาศหนาวในต้นเดือน
พฤศจิกายน โดยหอพักที่ฉันพักมีชื่อว่า Cherokee ซึ่ง
เป็ นชื่อหมู่บ้านในประเทศอังกฤษ โดยภายในหอพัก
เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย เตียง
เป็ นเตียงสองชั้น พักอยู่ในห้องด้วยกันทั้งหมด ๖ คน

ความสงบของสถานที่แห่งนี้ เหมาะเป็ นอย่างมาก ใน
การเรียนรู้และเริ่มที่จะลงมือทำสิ่ งใหม่ๆ รวมถึงการพักผ่อน

หย่อนใจด้วยเช่นกัน มีทั้งพื้นที่บริเวณที่เป็ นลานกว้าง
สำหรับทำกิจกรรม และเป็ นโดมสำหรับในวันที่แดดจ้า มี
ทั้งกิจกรรมในห้องเรียน และนอกห้องเรียนเพื่อส่งเสริมให้

มีความกล้าที่จะลงมือทำสิ่ งที่ไม่เคยทำมาก่อน

ในช่วงเช้าของวันแรกเป็ นห้องเรียนสำหรับทำความ
รู้จัก ไม่มีการเรียนการสอนที่ชวนให้หนั กสมอง เน้ น
เป็ นเกมละลายพฤติกรรมให้รู้จักกันมากขึ้น ฉันได้
มีโอกาสเล่นเกมที่จับกลุ่มทายคำจากรู ปวาด และเกมเขียนคำศั พท์

และบริเวณกลางแจ้งมีกิจกรรมวิ่งไล่หาธง
โดยแบ่งกันออกเป็ นกลุ่มสีแดงและสีน้ำเงิน โดยทั้ง
สองทีมต้องหาทางซ่อนธงตัวเองไม่ให้ถูกจับได้จากอีกฝั่ ง

Cafateria

โรงมอื้าอหอาารหราวรมแตซ่ึ่ลงะใมนื้อโจระงถอูากหรับารปจระะมีทถาานดอหยลุ่ามงขเปน็ นาดเวกลราะที่

ทัดรัดสำหรับตักอาหารใส่ โดยแต่ละมื้ออาหารนั้ นจะ
เป็ นอาหารประจำชาติประเทศเกาหลี เช่น

ควกิามมจคิ รซึุกปคสรื้านหรโ่าต๊ยะเเปป็็นนโต้ต๊นะยบารวรนั่ยงาเกรียาศงกใันนโหรงลัองาจหากาทรี่มรีับ
ประทานเสถรา็จดจเะพืต่้ออจงะตน่อำแไถปวล้เาพืง่อในนำภถาายดหไลปังบริเวณราง

และนี่ คือตัวอย่างอาหารแต่ละ
มื้อที่ ฉั นได้ รับประทานตลอดระยะ
เวลา ๗ วันที่พักอาศั ย มื้อาหารเเส

นอร่อยเเละมีสารอาหารครบถ้วน
ทั้งโปรตีนเเละคาร์โบไฮเดต อีก
หนึ่ งสิ่ ท่เป็ นที่น่ าสังเกตของ
วัฒนธรรมการกินที่นี่ คือ ในหนึ่ งมื้อ

อาหารมักจะมีซุปมาดวิวเสมอ เช่น

ซุปสาหร่าย ซุปหอย

ในทุกๆวันการเรียนร่วมกับเพื่อนใหม่เป็ นเรื่องที่น่ าสนใจเป็ นอย่าง
มาก ฉันได้เรียนรู้วัฒนธรรมและเกร็ดความรู้ที่น่ าสนใจจากการพูดคุย
ทั้งกับอาจารย์และเพื่อน รวมถึงได้รู้จักคำศั พท์ใหม่ๆ ที่นี่ เป็ นสถานที่
แนะนำที่หากมีโอกาสควรไปเยือนสักครั้ง ฉันมีความสุขมากๆ และยก
ให้นี่ เป็ นความทรงจำที่ไม่เคยเป็ นเพียงอดีต หากฉันมีโอกาสอีกครั้ง
ฉันหวังว่าจะได้ไปเยี่ยมเยือนที่นี่ พร้อมเพื่อนๆอย่างพร้อมหน้ าพร้อม

ตาอีกครั้ง

Schoology kkc

สารคดีบันทึกการท่องเที่ยวหลังจากช่วงโควิด19
ค่ายติวSchoology khonkaen

น.ส.ธนพร ปะวะภูทะ ม.5/3 เลขที่ 12

หลักจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ทำให้ได้มีการปิ ด
สถานบริการ สถานที่ท่องเที่ยวและหยุดกิจกรรมต่างๆชั่วคราวและ

ในเวลานี้ก็ได้กลับมาเปิ ดตามปกติอีกครั้ง ดิฉันจึงได้ตัดสิ นใจลง
สมัครค่ายแนะแนวการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในช่วงปิ ดเทอม จะน่า

สนใจและสนุ กขนาดไหนดิ ฉั นจะนำเสนอให้ ผู้ อ่ านได้ อ่ านค่ ะ

โปสเตอร์แผ่นนี้คือค่ายที่ดิฉันได้ลงไปเป็ น
ค่ ายติ วแนะแนวการเรี ยนต่ อมหาลั ยที่
ขอนแก่ นเวลา7วั น7คื นและนอนพั กที่ หอ

ของทางค่ ายได้ จั ดเตรี ยมไว้ โดยการติ วจะมี
การติ วรวมที่ ห้ องประชุ มของตึ กเพี ยรวิ จิ ตร
มข.และแยกติ วตามกลุ่ มคณะที่ ตนสนใจและ

กลุ่ มคณะที่ ดิ ฉั นเลื อกก็ คื อคณะ
วิ ศวกรรมศาสตร์ นั่ นเอง

3 พฤษภาคม 2565
วันแรกของการเดินทางไปที่ขอนแก่นเพื่อไปเข้าค่ายติว
เปิดวาร์ป โดยในวันแรกจะเป็นการไปลงทะเบียนที่ตึก

เพียรวิจิตร มข.เพื่อรับป้ายชื่อ,เสื้อค่ายและตาราง
กิจกรรมตลอดเวลาที่อยู่ค่ายท่านผู้อ่านจะเห็นว่าเวลาใน
การติวนั้นเยอะมากๆแต่ก็ยังพอมีกิจกรรมคั่นให้ได้ผ่อน
คลาย หลังจากนั้นครอบครัวก็ได้เดินทางไปส่งดิฉันที่

หอพักและเดินทางกลับ

หลั งจากที่ ครอบครั วได้ เดิ นทางกลั บ
ดิ ฉั นก็ พบกั บเพื่ อนๆทุ กคนแยกย้ าย
กั นไปเก็ บของตามห้ องพั กและกลั บ
มารวมกั นในตอนเย็ นเพื่ อออกไปรั บ
ประทานอาหารในตอนเย็น ร้านที่ดิฉัน
และเพื่อนๆเลือกเป็ นมื้อแรกที่ค่ายคือ
ย่างเนย เป็ นร้านบุฟเฟ่ ต์ที่มีการย่าง
เนื้อสั ตว์ในกระทะที่ใส่ เนยเป็ นเมนูที่
กิ นทุ กวั นก็ ไม่ มี เบื่ อเพราะสามารถ
เลือกได้หลากหลาย พอกินเสร็จก็ได้
แยกย้ ายกั นกลั บเข้ าห้ องพั กของตน
พั กผ่ อนและเตรี ยมพร้ อมสำหรั บการ
เข้าค่ายอย่างเป็ นทางการในวันพรุ่งนี้

4 พฤษภาคม 2565 วันที่1
ในวันนี้เป็นวันแรกที่ดิฉันได้เข้ามาที่ค่ายเราเดินทางกันโดยรถสองแถวที่ทางค่ายได้จัดเตรียมไว้ให้
ดิฉันได้เพื่อนใหม่เพิ่มมา 2 คนในช่วงเช้าจะมีกิจกรรมรับน้องและสันทนาการเป็นการทำความรู้จัก
เพื่อนๆและพี่ๆในค่าย สนุกและตื่นเต้นมากๆพี่ๆสตาฟทั้งตลกและมีพลังงานเยอะทำให้ทุกคนไม่
เกร็งรู้สึกสนุกตามทุกเวลา จนถึงเวลาเที่ยงก็ได้ปล่อยให้พวกเรารับประทานอาหารโดยในครั้งนี้
พวกเราได้เดินไปกินที่ตึกคอมเพล็กซ์ของมข. อาหารถูกและรสชาติดีอยู่ไม่ห่างจากคณะสามารถ
เดินไปได้สะดวกพอถึงคาบบ่ายจึงมีการติววิชาคณิตศาสตร์จนถึงเวลา 2 ทุ่มพวกเราก็ได้ไปกินข้าว

ที่ตลาด62บล็อคฝั่ งกังสดาลโดยรถยนต์ของเพื่อน

5 พฤษภาคม 2565 วันที่2
วันนี้ในช่วงเช้าเป็ นการติวชีววิทยาและต่อ

ด้ วยช่ วง16.00-20.00คื อวิ ทย์ ทั่ วไป
ติ วเตอร์ นั้ นสอนได้ เข้ าใจง่ ายและตลกมาก
ทำให้ ไม่ ค่ อยง่ วงตลอดการติ วเนื้ อหาที่ เอา
มาจะเป็ นเนื้อหาม.ปลายและข้อสอบเล็กๆ
น้ อยๆมี การพาทำและทดสอบในระหว่ างที่
เรียน พอเลิกเรียนดิฉันและเพื่อนๆได้ไปรับ
ประทานอาหารแถวที่ พั กซึ่ งก็ คื อแกงกะหรี่
ที่หน้าเคี้ยง เป็ นร้านแกงกะหรี่ที่อร่อยที่สุ ด

ที่ เคยกิ นมาในชี วิ ตเลยค่ ะท่ านผู้ อ่ าน

6 พฤษภาคม 2565 วันที่3
วันนี้การติวในช่วงเช้าของดิฉันจะเป็ นวิชาฟิ สิ กส์ ถึง16.00หลังจากนั้นจะเป็ นการที่พี่ๆ
มาให้ความรู้เรื่องเทคนิคการทำportfolioกับการสั มภาษณ์เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ใน
วันนี้เป็ นวันที่ดิฉันมีติวถึง5ทุ่มเพราะเป็ นวันของการติววิชาความถนัดทางวิศวกรรมพอ
เลิ กเรี ยน2ทุ่ มแล้ วพี่ ๆสตาฟก็ ได้ พาพวกเราทุ กคนที่ เลื อกในกลุ่ มคณะวิ ศวกรรมศาสตร์
เดินทางมายังสถานที่แห่งหนึ่ งไม่ไกลจากในม.เหมือนจะเป็ นสถาบันติวของติวเตอร์ท่าน
หนึ่ ง ดิฉันคิดว่าตนเองจะง่วงและหนักสมองจากการติวมาทั้งวันตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้
กลายเป็ นว่าดิฉันนั้นสามารถจดตามติวเตอร์ในทุกคำพู ดและทุกตัวอักษรเป็ นการติวที่

สนุ กมากจริ งๆค่ ะ

7 พฤษภาคม 2565 วันที่4
วันที่4ในช่วงเช้ามีการสอบสั มภาษณ์ในกลุ่มคณะที่ได้เลือกทางค่ายจึงให้ใส่ ชุดนักเรียนของตนเอง
ไปเพราะจะได้มีความสมจริงที่สุ ด โดยคนที่มาสั มภาษณ์ก็คืออาจารย์ในกลุ่มคณะนั้นๆนั่นเอง ตอน

แรกดิฉันกังวลมากๆกลัว่าจะทำออกมาได้ไม่ดีแต่อาจารย์ที่ให้สั มภาษณ์นั้นสามารถทำให้
บรรยากาศไม่ตึงเครียดและเป็ นไปโดยธรรมชาติในการสั มภาษณ์ครั้งนี้เหมือนเป็ นการแนะแนว
และให้ความรู้ แนวทางในการค้นหาตนเองมากกว่าเพราะอาจารย์ได้ให้คำแนะนำมาเยอะมากๆที่

จะช่วยในการตัดสิ นใจเรียนต่อ 13.00-20.00จะเป็ นการติววิชาเคมี สถานที่ๆพวกเราไปรับ
ประทานอาหารเย็ นกั นคื อตลาดต้ นตาลและดิ ฉั นก็ ได้ ไปต่ อเล็ บมาด้ วยค่ ะ

8 พฤษภาคม 2565 วันที่5
ช่วงเช้าถึง16.00จะเป็ นการติวภาษาไทยและความคิดเชื่อม

โยงในเวลา17.00-20.00หลั งจากนั้ นถึ ง23.00จะมี การ
แนะแนวจากพี่ๆในแต่ละคณะ วันนี้เป็ นวันที่บัดดี้ของดิฉันซื้อ
ขนมมาเทคน่ ารั กมากๆเลยค่ ะโดยเราจะไม่ สามารถรู้ ได้ ว่ าใคร
เป็ นคนเทคเราแต่จะมีการใบ้โดยเขียนโพสอิทแปะกับของเทค

ที่ ได้ ในแต่ ละครั้ ง

9 พฤษภาคม 2565 วันที่6
ในช่วงเช้าจะเป็ นการติวภาษาอังกฤษจนถึง17.00จะเป็ นกีฬาสี ของทางค่ายโดย
เราจะเดินทางไปยังสนามฟุ ตบอลในแถวนั้นเพื่อจัดกิจกรรม ดิฉันได้อยู่สี ฟ้ าโดย

กีฬาที่เล่นจะมีทั้งหนีเลเซอร์และปาบอลกระดาษเป็ นวันที่สนุกมากๆและใช้
พลังงานเยอะสุ ดๆได้รู้จักกับเพื่อนใหม่มากมาย

10 พฤษภาคม 2565 วันที่7
วันสุ ดท้ายของการเป็ นเด็กค่ายในช่วงเช้าถึงบ่ายจะเป็ นการติวภาษาไทยและหลังจากนั้นคือ
กิจกรรมปิ ดค่ายและพิธีเทียน ในวันแรกที่ได้มาที่ค่ายแห่งนี้ดิฉันรู้สึ กเหนื่อยและอยากกลับบ้า
นมากๆแต่มันก็คงเป็ นได้แค่วันแรกหลังจากนั้นในทุกวันดิฉันไม่รู้สึ กอยากให้ค่ายจบเลย ทุกคน
นั้ นน่ ารั กและสนุ กกั นมากๆจนลื มความเหนื่ อยในแต่ ละวั นการอยู่ กั บเพื่ อนและทำความรู้ จั กคน
ใหม่ๆเป็ นสิ่ งที่ดิฉันชื่นชอบมาตลอดการมาค่ายครั้งนี้ทำให้ดิฉันได้ค้นพบว่าตัวเองชอบอะไร ไม่
ชอบอะไรสามารถนำไปเป็ นแนวทางในการเลือกเรียนต่อในมหาลัยได้และสิ่ งที่สำคัญที่สุ ดคือ
การได้ รั บมิ ตรภาพที่ ดี จากแม้ ค่ ายจะจบได้ แล้ วดิ ฉั นกั บเพื่ อนๆก็ ยั งคงติ ดต่ อกั นจนถึ งทุ กวั นนี้
ดิฉันขอจบการเล่าสารคดีเพียงเท่านี้หวังว่าผู้อ่านจะมีความสุ ขเหมือนกับที่ดิฉันมีความสุ ขกับ

สารคดีนี้ ขอบคุณค่ะ











2 weeks in Khonkaen

ทริป เรียน กิน เที่ยว

นันท์นภัส ฐานวิเศษ 5/3 เลขที่14

• Nothing last forever but at least we got these
memories.
ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไปแต่อย่างน้อยเราก็มีความทรงจำเหล่านี้
เก็บไว้

เมื่อมองย้อนกลับไปดูภาพถ่ายในช่วงเวลาต่างๆในอดีตที่ผ่านมา
ทำให้ฉันได้นึกถึงประสบการณ์การไปเรียนที่ต่างจังหวัด

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา มีการระบาดของไวรัสโควิด19
ทำให้เราต้องพลาดโอกาสต่างๆมากมาย ไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระ
เช่นเคย แต่เมื่อต้นปี2565 ในช่วงเดือนเมษายน ฉันได้ตัดสินใจที่จะไป
เรียนซัมเมอร์ที่ขอนแก่นเป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อที่จะไปเรียนปูพื้นฐาน
สำหรับเนื้อหาของการเรียนชั้นม.5 ทำให้ฉันได้มีโอกาสออกไปใช้ชีวิตข้าง
นอกบ้านเสียที

โรงชาย มข เป็นสถานที่ที่นักเรียน นักศึกษา บุคลากรหรือ
แม้แต่บุคคลทั่วไปมักมาใช้นั่งเรียน นั่งทำงานกัน ซึ่งฉันและ


เพื่อนๆก็เป็นหนึ่งในคนที่มาใช้สถานที่แห่งนี้ในการเรียน เพราะ

บรรยากาศของโรงชายนั้นเงียบสงบ มีร้านกาแฟร้านเครื่องเขียน
ร้านอาหารของกินเล่นครบครัน

ในการเดินทางจากหอพักที่กังสดาลเข้าไปเรียนในมหาลัยฯ
จะมีรถชัทเทิลบัสฟรีของมข. เป็นหนึ่งในความประทับใจของ
ฉันที่มีต่อมข.เลยล่ะ ฉันคิดว่าถ้าประเทศไทยมีรถสาธารณะ
เป็นรถแบบนี้ก็คงจะดี มันทั้งมีระบบประตูเปิดปิดอัติโนมัติ มี
เครื่องปรับอากาศ มีอินเตอร์เน็ตฟรี และที่นั่งใหม่เอี่ยม
แต่ละสายก็จะมีเส้นทางที่แตกต่างกันไป

แต่ก็มีข้อเสียคือมีเวลามาถึงป้ายในเวลาที่ไม่แน่นอน ช้าบ้าง
เร็วบ้าง แต่โชคไม่ดีที่วันแรกของการไปเรียนของฉัน รถบัสดันมา
ช้ามากเสียได้ ฉันนั่งรอรถนานสองนาน นั่งมองผู้คนและรถผ่าน
ไปผ่านมา จนเกือบครึ่งชั่วโมง รถบัสสายสีแดงก็เพิ่งจะมาถึง
เนื่องจากเป็นช่วงการระบาดของไวรัสโควิด19 จึงมีการลด
จำนวนคันรถลง ทำให้รอบรถช้ากว่าปีก่อนๆ ทำเอาฉันไปเรียน
สายตั้งแต่วันเเรกเลยล่ะ

• กังสดาลเป็นโซนหอพักที่มีแหล่งของกิน
ที่หลากหลายให้เลือกซื้อ หนึ่งในนั้นก็คือ จี่

• ปัง ร้านขนมปังไส้ต่างๆ ฉันและเพื่อนๆได้
มีโอกาสแวะทานบ่อยครั้งขนมปังหอม
ละมุน กรอบนอกนุ่มใน ไส้ฝอยทองกับ
ครีมสดหวานๆทำเอาละมุนลิ้นสุดๆ



• หลังจากนั้นพวกเราก็ไปเดินเล่นกันที่บึงสี
ฐาน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์ก
ของมข.เชียวล่ะ บรรยากาศช่วงพลบค่ำที่บึง

• ชวนให้มานั่งผ่อนคลาย บ้างก็วิ่งออกกำลัง
กายกัน บ้างก็พาสุนัขมาเดินเล่น เด็กๆวิ่ง
เล่นกันเจี๊ยวจ๊าว ฉันเเละเพื่อนๆก็เล่นสเก็ตบ
อร์ดกัน ผ่อนคลายความเครียดจากการเรียน
มาทั้งวัน



• ในวันหยุดสุดสัปดาห์แรก พวกเราเลือกที่จะไป
เดินช็อปปิ้ งกันที่เซนทรัลพลาซ่าขอนแก่น ห้าง

• สรรพสินค้ารูปทรงกระติบข้าวเหนียวอันเป็น
เอกลักษณ์ ภายในมีสินค้าและบริการแทบทุกรูป
แบบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
บริการ ทั้งยังกว้างขวาง ฉันและเพื่อนเดินทอด
น่องเดินดูร้านต่างๆไปทีละขั้นทีละชั้น กว่าจะเรา

• จะเดืนกันครบ 5ชั้น่นเอาปวดขาไปหมด แต่พวก
เราก็สนุกมากๆที่ได้มาใช้เวลาร่วมกัน

หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เรียน
กินข้าวกลับหอ วนไปเรื่อยๆจนใกล้สุดสัปดาห์ ที่
ตลาดต้นตาล มีการจัดดนตรีริมน้ำโดย
วงsafeplanet ฉันจึงเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อไปดู
เราไปต่อคิวซื้อตั๋วเข้างานกันตั้งแต่สี่โมงเย็นทั้งที่เริ่ม
ขายตอนหกโมงเย็น มีจำนวนจำกัดผู้เข้าชมเพียง
แค่100คนเท่านั้น ทั้งที่ไปก่อนเวลาสองชั่วโมงแต่เรา
ก็ได้คิวท้ายๆเลยล่ะ ตามกำหนดการแล้ว
วงsafeplanetต้องขึ้นร้องตอนสามทุ่ม แต่ทุกอย่าง
ไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อสภาพอากาศไม่เป็นใจ ฝน
ตกลงมาห่าใหญ่ ฟ้าร้องโครมคราม สนั่นหวั่นไหวไป
หมด เพื่อนที่มากับฉันแทบจะเป็นลมท่ามกลางผู้คนที่
เบียดเสียดกันเข้ามาหลบฝนในร่ม แต่ก็ตัดสินใจที่จะ
อยู่ต่อ ในที่สุด 1ชั่วโมงต่อมาฝนก็เริ่มซา ทุกคนเริ่ม
ทยอยกันออกไปนั่งกลางแจ้ง วงดนตรีก็กลับมาขึ้น
ร้อง แนวเพลงอินดี้ สไตล์safeplanetทำให้ทุกคน
เอนจอยไปกับบทเพลงทุกบทเพลง จนถึงเที่ยงคืนตี
หนึ่ง งานก็จบลง ฉันได้เพื่อนใหม่มาหนึ่งคน เธอสวย
และน่ารักมาก เรายืนหลบฝนด้วยกันและเธอช่วยหา
ยาดมให้เพื่อนฉันที่เกือบจะเป็นลม เราได้แลกอินส
ตราแกรมกัน และพูดคุยกันอีกเล็กน้อย จากนั้นพวก
เราก็แยกย้ายกัน

สองวันก่อนกลับ ช่วงบ่ายหลังเรียน
เสร็จ เราคิดว่า อยากลองเดินเล่นกินลม
ชมวิวกัน จึงพากันลุกจากที่นอน ออกไป
เดินทอดน่องกัน ลัดเลาะไปตามถนนเส้น
น้อยใหญ่ ระหว่างทางได้เจอกับร้านค้าริม
ทางมากมาย ฉันแวะซื้อผลไม้ไปด้วย
เพราะช่วงนั้นอากาศค่อนข้างร้อน เดิน
กันไปเรื่อยๆจนใกล้สุดทาง มองเห็นบึงน้ำ
ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ จึงได้เดินเข้าไปหาที่
นั่งพักกัน ที่นั่นมีศาลาริมน้ำและมีสวน
หย่อมอยู่ข้างหลัง ที่เปิดให้เข้าไปใช้
บริการได้จนถึงสี่ทุ่ม ข้างในนั้นร่มรื่นมาก
เมื่อได้นั่งพักเเล้วเดินเล่นกันต่ออีกสักครู่ก็
เดินกลับหอกัน

คืนสุดท้ายก่อนจากกัน...

คืนนั้นเราปาร์ตี้ฉลองเรียนเสร็จกันและ
ถือเป็นปาร์ตี้อำลาทริปนี้ไปด้วย กินเล่น
กัน ดูหนังด้วยกัน ตั้งแต่ดึกดื่น จนฟ้าเริ่ม
สาง เราอยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์
ยามเช้ากันที่บึงสีฐานเลยพากันออกไปขับ
รถเล่น เส้นทางไปมีต้นไม้เขียวขจีตามริม
ถนน ทอดยาวต่อกันไปสุดลูกหูลูกตา
ทำให้อากาศยามเช้านั้นสดชื่นมาก

ในวันสุดท้ายของการมาเรียนที่ขอนแก่น
หลังจากเรียนเสร็จ คุณแม่ของฉันก็มารับ
กลับบ้าน แต่ก่อนกลับฉันได้พาแม่ไปนั่งทาน
อาหารที่ร้านไก่รสทิพย์ที่กังสดาล ที่นี่เป็น
ร้านอาหารของชาวอิสลาม จึงทำให้ไม่มี
อาหารที่เป็นหมู แต่ทุกอย่างก็อร่อยมากๆ
โดยเฉพาะเมนูไก่ ฉันได้ลองทานไก่อบราดน้ำ
เกรวี่ของที่นี่ มันอร่อยมากๆ ไก่นุ่มละมุนลิ้น
น้ำซอสเกรวี่ที่กลมกล่อม ครั้งหน้าที่มา
ขอนแก่น ฉันจะมาทานอาหารที่นี่อีกครั้ง
แน่ๆ

เวลาสองสัปดาห์ผ่านไปเร็วเหมือนโกหก ถึงวันที่
ฉันต้องเดินทางกลับบ้าน การมาเรียนในครั้งนี้
ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรๆต่างๆมากขึ้น ได้เรียนรู้ว่า
การใช้ชีวิตด้วยตนเองนั้นเป็นอย่างไร ทำให้ฉัน
เติบโตขึ้นอีกก้าวหนึ่ง

ส า ร ค ดี ท่ อ ง เ ที่ ย ว ค่

บดินทร์ ภูแต้มนิ

ผมได้มีโอกาสไปค่ายอนุรักษ์พันธุ์พืช ของโรงเรียนสาธิตมห
มหาสารคาม(ฝ่ายมัธยม) ในวันที่ 14 มีนาคมถึงวันที่ 17 มีนาค
สถานที่จัดค่ายอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จังหวัดอุบล

วันที่ 14/03/65

ผมได้เดินทางจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม(ฝ่
มัธยม)ไปที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย เมื่อไปถึงผมกับเพื่อน
สักพักหลังจากเดินทางมานาน และได้นั่งฟังรายการที่จะทำกัน
วัน เมื่อฟังรายการเสร็จก็ได้แยกย้ายเข้าที่พักที่เขาจัดเตรียมไว้
ตอนกลางคืนก็มีกิจกรรมเล่าเรื่องสนุกๆให้ฟัง หลังจากนั้นมก็อ
นอน

ค่ า ย อ นุ รัก ษ์ พั น ธุ์ พื ช

นิล ม.5/3 เลขที่ 15

หาวิทยาลัย
คม พ.ศ.2565
ลราชธานี

ฝ่ าย
นก็นั่งพัก
นในแต่ละ
ว้ให้ ใน
อาบน้ำเข้า

วันที่ 15/03/65

วันนี้ตื่นเช้าในช่วงเวลา 5.30 น. เพราะว่าวันนี้มีกิจกรรมออ
6.00 น. หลังจากออกกำลังกายเสร็จผมก็ไปอาบน้ำแปรงฟัน รับ
เรียบร้อยเพื่ อที่จะไปทำพิธีเปิ ดค่ายและฟั งคำชี้แจงต่างๆ

หลังจากฟั งคำชี้แจงต่างๆแล้วผมและเพื่ อนๆได้ทำกิจกรรมสนุ
สัมพันธุ์กับเพื่อนใหม่ๆ หลังจากนั้นในช่วงเย็นก็มีกิจกรรมทำอา
แบ่งเป็นกลุ่ม หลังจากทานอาหารเสร็จก็ทำการอาบน้ำ และเข้าน

อกกำลังกายช่วงเช้าเวลา
บประทานอาหารให้

นุกๆเฮฮาเพื่อสร้างความ
าหารทานกันเองโดยจะ
นอน

วันที่ 16/03/65

วันนี้ตื่นเช้ามาออกกำลังกายเช่นเดิม หลังจากรับประทาน
มาเข้าร่วมกิจกรรมศิลปะ วาดรูปทิวทัศน์ทางธรรมชาติ กิจ
ความสูงต้นไม้ด้วยไม้บรรทัดรูปสามเหลี่ยม และกิจกรรมย้

หลังจากนั้นก็ไปรับประทานอาหารกลางวันที่โรงอาหารแล้
ดูแลอุทยาน

นอาหารเสร็จ ผมก็ได้
จกรรมคณิตศาสตร์ วัด
ย้อมผ้า

ล้วฟั งคำชี้แจงของผู้

ในช่วงบ่ายผมและเพื่อนๆได้มาเที่ยวบนเขา และได้ถ่ายรู
รูปเพื่ อเก็บเป็ นความจำ

หลังจากนั้นก็กลับมาค่ายเพื่อรับประทานอาหาร และในต
มนต์ หลังจากนั้นก็อาบน้ำและเข้านอน

รูปทิวทัศน์สวยๆไว้หลาย
ตอนเย็นมีกิจกรรมสวด

วันที่ 17/03/65

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ค่าย และในตอนเช้าหลังจากอ
ประทานอาหารเสร็จ จะมีพิธีปิดค่าย หลังจากนั้นผมและเพื่อ
และได้ทำการเก็บตัวอย่างพันธุ์ไม้เพื่อนำมาศึกษาเรียนรู้ หลั
ได้ไปเล่นน้ำตกกันหลังจากกลับมาจากเที่ยวน้ำตกก็ได้ทำก
ขึ้นรถให้เรียบร้อย และกลับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมห
ช่วงบ่าย เมื่อกลับมาถึงโรงเรียนแล้วผมแลกเปลี่ยนรูปถ่าย
และพักผ่อน

อาบน้ำแปรงฟั นรับ
อนๆได้ไปเที่ยวน้ำตก
ลังจากนั้นผมและเพื่อนๆ
การเก็บข้าวของที่ห้องพัก
หาสารคาม(ฝ่ ายมัธยม)ใน
ยลงกลุ่มแล้วก็กลับบ้าน













นาย ป ส ชล

มอ 5/3 เลข

61 10 3 49

่ีท์นัรูชัภ



16

วัยเยาว์ปีที่สิบเอ็ด
ณ เมืองฉือเจี่ยจวง

ประภาภัทร ภูปรางค์ : กันยายน 65

SHI JIA ZHUANG

“ ประถมศึกษา “ ฉันคิดว่าฉันใช้ชีวิตวัยประถมได้ดี เรื่อยๆ สบายๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง โรงเรียนได้จัดโครงการ
แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยจีนในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากฉันสนใจในภาษาจีนที่เพิ่งเพิ่มหลักสูตรเข้ามาตอนประถมห้า

จึงเป็นเหตุผลหลักที่ตัดสินใจเข้าชิงเป็นหนึ่งในสองคนจากนักเรียนทั้งหมด

ณ วันแข่งขัน

ณ วันเข้าแข่งขัน ฉันรู้สึกตื่นเต้นเพราะเป็นการแข่งขันที่กดดันที่สุดในชีวิต เมื่อก้าวขาเข้าห้องสอบ
พวกเขาเกริ่นสักพักและชูกระดาษขึ้นมา ในใบนั้นมีตัวอักษรพินอินให้อ่าน ผ่านไปประมาณสามคำ
ฉันเริ่มท้อเนื่องจากคำศัพท์นั้นยากเกินไป และตอบกรรมการว่า “ ไม่รู้ ไม่รู้ค่ะ คำนี้ก็ไม่รู้ค่ะ “
กรรมการยิ้มให้ฉันและพูดว่า “ หนูลองอ่านก่อนนะ เผื่อถูก “ ฉันถอนหายใจและลองพยายามอีก
ครั้ง และแล้วคำศัพท์ก็หมดจากมือของกรรมการ ฉันโล่งใจเพราะคิดว่าคงได้ออกจากห้องที่เย็น
เฉียบแล้ว ทันใดนั้น กรรมการก็ถามคำถามต่อประมาณว่า “ ถ้าไปอยู่ที่นั่นแล้วป่วยขึ้นมา แล้ว
ตอนนั้นไม่มีคนไทยอยู่ด้วยเลย หนูจะทำยังไง “ ฉันมองย้อนกลับไปเมื่อหกปีก่อนแล้วอยากถาม
ตัวเองว่า ไอ้ตัวเล็กนี่ตอบอะไรลงไปกันนะ ไม่มีทักษะชีวิตเอาซะเลย ชักไม่แน่ใจที่กรรมการยิ้ม
เพราะเอ็นดูหรืองงกับคำตอบของฉันกันแน่ และแล้วสิบกว่าคำถามก็จบลง ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่า
ไม่เอาแล้ว ไม่ไปแล้วก็ได้ ให้คนที่เก่งและมีไหวพริบกว่าฉันไปจะดีกว่า แต่วันต่อมากลับมีเสียงเรียก
เข้าโทรศัพท์ของครูประจำชั้นเจ้าระเบียบของฉัน ปลายสายบอกว่า ยินดีด้วย เด็กหญิงประภาภัทร
ป.5/1 ได้รับทุนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศจีนค่ะ ครูยิ้มและเดินเข้ามาเพื่อบอกให้ฉัน
โทรศัพท์แจ้งผู้ปกครอง ความรู้สึกตอนนั้นปะปนกันไปหมด จะดีใจหรืองงสับสนหรืออะไรก่อนดี
แต่ก็รีบโทรศัพท์หาพ่อทันที ฉันต้องบอกก่อนว่าทั้งสอบอ่าน สอบทักษะชีวิตเพื่อชิงทุนแลก
เปลี่ยนนี้ ฉันไม่ได้บอกผู้ปกครองก่อนเลย ฮ่า ๆ ก็กะลองสนามเล่น ๆ นี่เนอะ ใครจะรู้ว่าฉันในวัย
สิบเอ็ดจะได้เหยียบแผ่นดินใหญ่โดยไม่มีพ่อกับแม่กันล่ะ หลังจากแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ พวกเขา
ภูมิใจในตัวฉันมาก และได้จัดเตรียมทุกอย่างสำหรับทุนครั้งนี้

และแล้ววันนั้นก็มาถึง เมื่อเท้าแตะสนามบินสุวรรณภูมิ ฉันได้พบกับเหล่าซือผู้ดูแลทริปนี้เป็นครั้งแรก
สารภาพเลยว่า หดหู่ใจและอยากกลับบ้านมาก ผู้ดูแลทริปเป็นผู้ชายทั้งสามคน ฉันคิดว่าคงไม่มีทาง
สนิทกับพวกเขาได้แน่ ภาพในหัวของฉันคือมีเหล่าซือผู้หญิงที่พร้อมให้ฉันเกาะติดตลอดเวลา นี่อะไร
แล้วฉันจะใช้ชีวิตอย่างไร เกิดคำถามในหัวมากมาย ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ พวกเขาเรียกฉันไปรวมตัวกับ
เด็ก ๆ โรงเรียนอื่น เอาละ เริ่มเลย อย่างน้อยก็ขอสนิทกับใครสักคนในวงสนทนานี้หน่อยเถอะ เมื่อฉัน
เข้าร่วมวง ทุกคนโบกมือทักทายต้อนรับเป็นอย่างดีจึงเริ่มอุ่นใจ ฉันวิ่งไปกอดคนในครอบครัวอีกครั้ง
พร้อมบอกลาเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีก

การขึ้นเครื่องบิน
ปราศจากพ่อแม่

การขึ้นเครื่องบินโดยไม่มีพ่อกับแม่ครั้งแรก ตื่นเต้นสุด ๆ ฉันคิดตลอดทริปเลยว่า ไม่มีพ่อกับแม่ฉัน
จะอยู่ได้จริง ๆ เหรอ แต่ความคิดก็ถูกเพื่อน ๆ ลบไปทุกที เขาชวนฉันคุยตลอดทาง และเราก็สนิทกัน
มากขึ้น…ได้เวลาเปลี่ยนเครื่อง ฉันและเพื่อน ๆ แวะที่อินโดนีเซียก่อน พวกเราเดินตรงไปที่ร้านอาหาร
ฉันสั่งข้าวแกงกะหรี่ไป อร่อยกว่าที่ไทยมาก ๆ และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น กระเป๋าลากของ
ฉันอยู่ไหน ทำไมตอนโหลดกระเป๋าถึงไม่มีของฉันกันละ ตกใจมาก หรือนี่เป็นแผนการที่จะทิ้งฉันไว้ที่
อินโดนีเซียกันนะ ฉันแทบร้องไห้ เหล่าซือทั้งสามเดินไปคุยกับผู้จัดการ เพื่อน ๆ กำลังเอนจอยกับขนม
ตรงหน้า ไม่มีใครอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฉันฟังสักคน ผ่านไปสักพักจึงได้รู้ว่า กระเป๋าของฉันไม่โหลด
จากใต้เครื่อง และเมื่อขึ้นเครื่องอีกครั้ง ผ่านไปไม่นานมากนักก็ถึงจุดหมาย พวกเราเดินทางเข้าที่พัก
เพื่อเก็บของและเตรียมตัวไปเที่ยว อากาศที่นี่ดีมากค่อนไปทางหนาว แต่ไม่ถึงกับหนาวจนอยากนอน
ซุกผ้าห่มอยู่เฉย ๆ ฉันคิดว่าต้องเก็บเกี่ยวช่วงเวลาครึ่งเดือนนี้ให้คุ้มค่าที่สุด ฉันเดินตลาดที่นี่คล้าย ๆ
กับถนนคนเดินที่ไทย ผู้คนที่นี่บ้างก็ชุลมุน บ้างก็เฉื่อย ๆ ปะปนกันไป อาหารรับประทานระหว่างทาง
อร่อยมาก ๆ จนลืมคิดถึงบ้านไปชั่วขณะ

โรงเรียนใน

ฉือเจี่ยจวง

ณ โรงเรียน Shi Jia Zhuang Shi Wei
Tong Xiao Xue โรงเรียนขนาดใหญ่
เต็มไปด้วยนักเรียนที่วิ่งกรูเข้ามาหาพวก
ฉันอย่างตื่นตาตื่นใจ ประหนึ่งไอดอลคน
ดังมาเยี่ยม นักเรียนบางส่วนพยายามที่
จะสนทนากับฉัน บ้างก็พูดทักทายเป็น
ภาษาไทย บ้างก็ยื่นกระดาษที่เขียน ก-ฮ
ให้ฉันดู เป็นที่น่าประทับใจมาก ๆ ที่ได้รู้ว่า
ผู้คนสนใจและให้การต้อนรับที่ล้นหลาม
ขนาดนี้ วันแรกที่เข้าห้องเรียน นักเรียน
ในห้องตกลงกันเสร็จสรรพก่อนหน้านี้ว่า
ใครจะรับตำแหน่งโฮสต์ผู้ดูแลฉัน และได้
รับเอกฉันท์ว่า ครอบครัวของ “ ลิซ่า “ จะ
เป็นผู้ดูแล จากนั้นลิซ่าและหัวหน้าห้องก็
พาฉันเที่ยวชมโรงเรียน ตามมาด้วย
นักเรียนบางส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วม ตก
เย็นพ่อกับแม่ของลิซ่าก็มารับกลับบ้าน
ครอบครัวนี้ต้อนรับฉันอย่างอบอุ่น

“ ข้างในกระเป๋าเธอมีอะไร ดูหนักมากเลย “ ลิซ่า
ถามฉัน ซึ่งในนั้นมีเครื่องประดับไทยต่าง ๆ ที่จะ
แสดงวัฒนธรรมไทยในวันพรุ่งนี้ นั่นคือ ชุดไทย
นั่นเอง ฉันจึงเปิดชุดให้เขาดู เขาตกใจมากและขอ
ลองใส่ ภาพที่ออกมาน่ารักมาก ๆ จนอดใจที่จะยก
โทรศัพท์มาถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ไหว
วันต่อมาที่เริ่มทำการแสดง การแสดงของฉันคือ รำ
ไทย ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี แม้จะลืมท่าที่ซ้อมมา
เกือบสองเดือนไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ชะงักจนผิดสังเกต

ฉันเรียนสลับกับเที่ยวเล่นไปบ้าง จนครบสิบห้าวัน ที่นี่บรรยากาศดีจนอยากใช้ชีวิตอยู่เมืองนี้นาน ๆ
และแล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่ต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติ สภาพอากาศร้อนอบอ้าว ถนนขรุขระเป็น
หลุมบ่อ การจราจรติดขัด ในประเทศบ้านเกิด ถ้าไม่ติดว่าคิดถึงคนที่บ้านฉันคงทำเรื่องอยู่ที่นี่ต่อ

ทริปสิ้นสุดลงแล้ว เท้าของฉันแตะสนามบิน
สุวรรณภูมิอีกครั้ง รีบเข้าโผลกอดพ่อกับแม่เหมือน
ภาพสิบห้าวันก่อน ช่างเป็นการผจญภัยที่น่าจดจำ
เหลือเกิน แม้เวลาจะผ่านไปนานเจ็ดปี ฉันก็สามารถ
หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเล่าได้ทุกครั้งผ่านกลิ่นอายและความ
รู้สึกที่แม้จะเลือนลางและจางหายไปบ้าง แต่ก็มีรูป
ถ่ายที่เปิดดูครั้งใดก็สามารถบรรยายได้ตลอด ฉันใน
วัย
สิบเอ็ดดูเข้ากับคนง่าย ยิ้มเก่ง และตาไวต่อกล้อง
มาก ฉันสนิทกับเหล่าซือทั้งสามและเพื่อน ๆ ในทริป
แล้ว แม้ปัจจุบันจะขาดการติดต่อกันไป แต่พวกเขาจะ
ยังอยู่ในความทรงจำของฉันเสมอ วัยเยาว์ของฉัน..


Click to View FlipBook Version