The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลงานการเขียนสารคดี ของนักเรียน ม. 5 ปี 2565 สาธิต มมส (มัธยม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Satchaphong Yartniyom, 2022-10-12 12:04:02

สารคดีฝึกหัด Ep2

ผลงานการเขียนสารคดี ของนักเรียน ม. 5 ปี 2565 สาธิต มมส (มัธยม)

น่ำใจแล้วก็ได้เวลาปาร์ตี้ ทางวิลล่าได้เตรียม
ก ในปาร์ตี้วันนี้ ทุกคนก็ฟังเพลง เล่นน้ำ
รพักผ่อนจริงๆก่อนที่จะกลับไปทำหน้าที่

03/10

ถึงเว

วันพักผ่อ
ฝีมือยาย
เสร็จก็ถึ
ไหว้ลากัน
เราก็กลับ
เช้า แต่สำ
วันจันทร์
สารคาม
ถือว่าเป็น
ที่สุดเลย

PATTAYA CHONBURI

วลากลับบ้าน

อนได้สิ้นสุดลงแล้ว ตื่นเช้ามาได้กินข้าวต้ม
ยก่อนกลับ อร่อยมากๆค่ะ หลังจากกินข้าว
ถึงเวลาที่จะออกเดินทางกลับบ้าน ทุกคนได้
น พี่ๆน้ออาก็นั่งรถกลับกรุงเทพ ส่วนพวก
บเสลภูมิ เริ่มออกเดินทางตั้งแต่สิบโมง
สำหรับดิฉันยังไม่จบค่ะ เพราะวันรุ่งขึ้นคือ
ร์ ก็ต้องมาเรียน แม่เลยขับอ้อมมาส่งอยู่
มก่อนค่ะ กว่าแม่จะถึงบ้านก็สามทุ่มกว่าเลย
นทริปที่ยาวนานที่สุดและมีความทรงจำที่ดี
ยค่ะ

05/06/22

ขอบคุณที่ติดตาม
การเดินทางในครั้งนี้

PATTAYA
CHONBURI

นี้ค่ะ

ภูเรือเมืองแห่งทะเล ภูเขา ไอหมอก และ

ความหนาว

พิชญ์สิณี หรเพลิด ม.5/3 เลขที่24

มีตำนานเล่าขานกันมาว่า สมัยก่อนภูเรือ เป็นเมืองที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ภูทุ่ง" เจ้า
เมืองภูทุ่งนั้น มีเจ้าเมืองภูครั่งเป็นพระสหายที่สนิทกันมาก เจ้าเมืองภูทุ่ง มีโอรสในขณะที่เจ้า
เมืองภูครั่งมีธิดา ทั้งสองฝ่ายต่างก็อยากจะกลายเป็นทองแผ่นเดียวกัน แต่ธิดาเมืองภูครั่ง
นั้นมีคนรักอยู่แล้ว เมื่อโอรสเมืองภูทุ่งจัดขันหมาก มาสู่ขอนางจึงหลบหนีไป โอรสเจ้าเมืองภู
ทุ่งจึงได้ทำลายขันหมาก ทิ้งให้กลายเป็นหินเรียงรายอยู่ที่ "ทุ่งหินพานขันหมาก" และได้สร้าง
"หินศิวลึงค์" ไว้ ให้คนคอยเคารพบูชา พร้อมกับสร้าง "หินเต่า" เพื่อประชดตัวเอง สำหรับชื่อ
ภูเรือ มาจากลักษณะของภูเขาซึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาคล้าย เรือสำเภาขนาดใหญ่ โดยที่ราบ
บนภูเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือ อุทยานแห่งชาติภูเรือ ได้รับการประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 26
กรกฎาคม 2522

เช้าตรู่ของวันที่ 24 มกราคม 2011 ฉันตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะเตรียมตัวเก็บสัมภาระและออก
เดินทางไปยังดินแดนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่หนาวที่สุดในสยาม เมื่อข้าวของเครื่องใช้ที่
จำเป็นในการเดินทางพร้อมแล้ว ฉันกับครอบครัวก็ออกเดินทางจากจังหวัดร้อยเอ็ดมุ่งหน้า
สู่จังหวัดเลยการเดินทางครั้งนี้ฉันกับครอบครัวเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางใน
ครั้งนี้ทำให้ฉันได้ฝึกความอดทนเป็นอย่างมาก เพราะยังเป็นเด็กอยู่ ซึ่งยากมากที่จะต้อง
รถยนต์ติดต่อกันนานถึง4-5ชั่วโมง และพวกเราหอบข้าวของพะรุงพะรังอันประกอบไปด้วย
เต้นท์ เป้ใบใหญ่ และเสบียงอาหารที่ขนกันไปเผื่อขาดเผื่อเหลือ ซึ่งเมื่อรถแล่นมาถึงภูกระดึง
ฉันและครอบครัวได้หยุดพักรถและแวะรับประทานอาหาร อย่างไรก็ตามยังต้องเดินทางต่อ
ไปยังจุดหมายปลายทางที่เรามุ่งไป นั่งรถมาเกือบ 4 ชั่วโมงเราก็มาถึงที่พักแค่ก้าวขาลงจาก
รถฉันก็ได้สัมผัสกับลมเย็นที่พัดมาต้องผิวกายจนต้องดึงผ้าห่มมากอดเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น
ยิ่งขึ้น เรามาเดินมาในเข้ามาในที่พัก เก็บข้าวของ จากนั้นฉันก็ผลอยหลับไปทันที ซึ่งที่พักเป็น
รีสอร์ทเพื่อการพักผ่อนแบบครอบครัว อยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่สดชื่น

หลังจากเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแล้ว ฉันกับครอบครัวต้องขอเอนกายพัก
ผ่อนกับบรรยากาศสุดแสนจะสบายภายใต้หลังคาบ้านพัก เก็บแรงไว้เพื่อเตรียมตัวไปเที่ยว
ภูเรือกันในยามเช้าของวันใหม่

เช้าวันแรกของภูเรือ..

ย้อนไปดูภาพถ่ายช่วงที่ไม่มีโควิด-19นั้น
ฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวที่อุทยาน
แห่งชาติภูเรือ เช้าวันแรกของภูเรือภาพจำได้
ไม่ลืมนั้น คือภาพพระอาทิตย์กำลังขึ้น เป็นช่วง
เวลาที่มีความสุขมากเสมือนมีดอกไม้บาน
ภายในจิตใจ แต่ช่วงเวลาที่ต้องเดินทางขึ้นไปที่
ยอดภูเรือนั้น ลำบากเหลือล้น ทั้งความหนาว
เย็นของอากาศที่ติดลบ ความเหนื่อยหอบ
ความโหยหิว มันตีกันไปหมด แทบขาดใจ
อย่างไรก็ตามพอขึ้นไปถึงยอดภูเรือแล้วได้ชม
ภาพพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมทานโอวัลตินอุ่นๆก็
ทำให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เหมือนกับการ
ได้รับชีวิตใหม่เลยด้วยซ้ำ

ยอดภูเรือ เป็นจุดที่สูงที่สุดในเขตอุทยาน
แห่งชาติ อยู่สูงประมาณ 1,365 เมตรจากระดับ
น้ำทะเลปานกลาง เป็นหน้าผาสูงชัน พื้นที่โดย
รอบ ปกคลุมด้วยป่าสนเขา ทั้งสนสองใบและ
สนสามใบ สลับกับลานหินธรรมชาติ ต้องเดิน
ขึ้นเขาจาก ผาโหล่นน้อยมาประมาณ 700 เมตร
จากจุดนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม
ได้รอบด้าน กระทั่งเห็น แม่น้ำเหือง และแม่น้ำ
โขง ซึ่งกั้นพรมแดนไทย – ลาวบนยอดเรือ ยัง
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาวาบรรพต ซึ่ง
ชาวภูเรืออัญเชิญมาจากอยุธยาด้วย จากยอด
ภูเรือมีเส้นทางเดินป่าผ่านบริเวณ ที่มีดอกไม้
เล็กๆ เช่น กระดุมเงิน ดาวเรืองภู เปราะภู ซึ่ง
ออกดอกสวยงามในช่วงหน้าหนาว ที่ป่าสน
บริเวณทุ่งกวางตาย มีดอกกระเจียวบานใน
ช่วงต้นฤดูฝนราวเดือนพฤษภาคม นอกจากนั้น
ยังมี ลานหินพานขันหมาก เป็นลานหินแตกเป็น
รอยตื้นๆ ที่จะพบดอกไม้ ที่ชอบขึ้นตามลานหิน
เช่น เอื้องม้าวิ่ง อยู่ทั่วไป เส้นทางเดินป่าจะวก
กลับไปลานกางเต็นท์ในบริเวณที่ทำการ
อุทยานแห่งชาติ

ภูเรือมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลาย
แห่ง จุดแรกที่เราไปคือจุดชมวิวซึ่งอยู่ไม่ไกล
มากนักเพียงเราเดินชมนกชมไม้ไปได้สักพักก็จะ
ถึงน้ำตกห้วยไผ่ ซึ่งเป็นน้ำตกสูงชัน สูง
ประมาณ 30 เมตร สายน้ำพุ่งแรงใสสะอาด อยู่
ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 2
กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญในการใช้ทำน้ำ
ประปาในอำเภอภูเรือ เบื้องหน้าที่ฉันเห็นคือ
น้ำตกที่ใสสะอาดมองเห็นไปจนถึงก้นสระ ไม่มี
ขยะแม้แต่ชิ้นเดียว

เมื่อวิวสวยงามขนาดนี้ ฉันกับเพื่อนก็ไม่
รอช้ารีบออกลีลาเป็นนางแบบโพสท่าถ่ายภาพ
กันใหญ่ และก็ไม่ลืมที่จะถ่ายภาพมาเก็บไว้เป็นที่
ระลึกนึกถึง แต่เราคงจะพักดูได้ไม่นานเพราะจะ
ต้องไปยังสวนดอกไม้ทีเอส เอ กันต่อ

ลาก่อนทะเลหมอกแสนสุข

สวนดอกไม่ทีเอสเอตั้งอยู่บ้านกกโธ
ริมน้ำสานตำบลร่องอยู่ห่างจากที่ว่าการ
อำเภอภูเรือประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นบริษัท
ของเอกชน ผลิตไม้ดอกไม้ประดับพืชผัก
ต่างๆ เพื่อเพาะเมล็ดสำหรับจำหน่าย ภายใน
บริเวณจะมีไม้ดอกไม้ประดับ หลากหลายพันธุ์
โดยเฉพาะไม้เมืองหนาว เช่น เยอบีร่า
ทานตะวัน ไฮเดรนเยีย ภายในสวนจะมีแปลง
ไม้ดอกไม้ประดับ นานาพันธุ์ให้นักท่องเที่ยว
เข้าชมฟรี ย้ำเข้าชมฟรี!! หากนักท่องเที่ยว
ท่านใดที่อยากจะได้ไม้ดอกไม้ประดับกลับไป
ปลูกที่บ้านก็ลองแวะมาดูมาชมกันได้ แต่
สำหรับฉันขอเข้าชมอย่างเดียวก็คงพอ
เพราะนึกถึงเวลาที่ต้องหอบต้นไม้ดอกไม้ขึ้น
รถแล้วท่าจะลำบากน่าดู

สวนดอกไม้ทีเอสเอจะมีให้ชมเฉพาะ
หน้าหนาวเท่านั้นในวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยว
และผู้คนที่ผ่านไปมาเข้ามาแวะชมและถ่ายรูป
กัน เปิดให้ชมฟรีทุกวันตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้า
ถึง 5 โมงเย็น

เวลาขณะนี้ก็ 4 โมงเย็นกว่าๆ แล้ว
คงได้เวลาที่เราต้องกลับกันแล้ว น่าเสียดาย
ที่ไม่ได้นอนค้างไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้คงได้ตื่น
ก่อนไก่โห่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน...

Trip เที่ยวกรุงเทพ
แบบเร่งด่วน !
พิมพ์พิณฟ้า ภูสาริ ม.5/3 เลขที่ 26

โดยปกติแล้วเวลาที่คุณพ่อของฉันกลับบ้าน
จะได้ยินคำทักทายเช่น “ป๋ามาแล้ว” หรือไม่ก็
“มาแล้ว ไปกินข้าวกัน” แต่วันนี้แปลกไป ฉันได้ยิน
คำทักทายที่ฟังเหมือนจะเป็นคำเชิญชวนว่า
“ป๋าต้องไปดูงานที่กรุงเทพ จะไปด้วยไหม?”
ฉันลังเลอยู่ไม่นานก็ตอบตกลกลงและรีบดูตั๋วเครื่อง
บิน ที่ขึ้นจากท่าอากาศยานขอนแก่น ไปที่จุดหมาย
ปลายทางคือ อากาศยานบินดอนเมือง ฉันตื่นเต้น
ไม่น้อยเลย เพราะนี่เป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก
ตั้งแต่ฉันเกิดมา 17 ปี !

วันเดินทางของฉันคือวันที่ 19 มีนาคม 2565 เวลา และในที่สุดฉันก็ได้
17.30 น. โดยประมาณ แต่ก็เป็นการเดินทางด้วย
เครื่องบินครั้งแรกที่ไม่สมกับการรอคอยของฉันเท่าที่ ขึ้นมารอบนเครื่องแล้ว
ควร เนื่องจากไฟล์ทดีเลย์เกือบ 2 ชั่วโมง
และ 2 ชั่วโมงนั้น เป็นการรอที่ฉันเหนื่อยหน่าย ฉันได้ที่นั่งติดหน้าต่าง ทำให้ไม่ต้องคอยลุกให้คน
หิวข้าว และง่วงนอนมากที่สุด
ข้าง ๆ เก็บกระเป๋า ไม่นานนักแอร์โฮสเตสก็มาสอน

วิธีเอาตัวรอดหากเกิดเหตุฉุกเฉิบบนเครื่อง อธิบาย

วิธีการไม่นาน เครื่องก็เริ่มออกตัว

ถ่ายรูปเก็บไว้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงที่หมาย
ตอนที่เดินลงไปซื้อมาม่า แต่แสงไฟที่เปิดตอนกลางคืนบริเวณด้านล่างนั้น
ดึงดูดความสนใจของฉัน ฉันมองดูจากบนเครื่องบิน
เวลาผ่านไปเหมือนเพียงชั่วครู่ เสียงประกาศจาก
แอร์โฮสเตสก็ดังขึ้น ถึงที่หมายปลายทางแล้ว…

20 มีนาคม 2565

21.30 น. ถึงที่หมายเสียที กว่าจะหาประตู

ทางออกในอากาศยานดอนเมืองที่ใกล้บ้านของ

ฉัน ทั้งคุณพ่อและฉันก็หิวมากขึ้นไปอีก เมื่อ

สามารถหาทางออกมาได้แล้วจึงรีบมุ่งตรงไปที่

ร้านเกาเหลาที่ยังเปิดอยู่แถว ๆ นั้นทันที




หลังจากทานกันเสร็จ ก็เรียกแท็กซี่กลับบ้าน เวลา 12.30 น.
หมดค่าเสียหายไปทั้งหมดเกือบ 200 บาท เมื่อ

ถึงบ้านแล้ว ฉันก็อาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวจน ฉันเพิ่งตื่นตอนเกือบบ่าย เพราะบรรยากาศที่เป็นใจ มีฝนตกปรอย ๆ
ดึกดื่น และผล็อยหลับไป ตลอดทั้งเช้าทำให้อยากนอนต่อ ฉันไม่มีแพลนไปที่ไหนเลยหากไม่มี
คนในบ้านชวน พี่ชายของฉันจึงสั่งบอนชอนมาให้กิน ฉันขอพูดเลยว่า

จะเป็นครั้งแรก และครั้งเดียวที่ฉันจะกินสิ่งนี้

บ่ายนี้…ออกเดินทางไปที่จตุจักร

14.00 น. ฉันและคุณพ่อออกเดินทางไปยังตลาดนัดจตุจักร สายฝนก็ ร้านหนังสือมือสองที่จตุจักร น่าเข้ามาก
ตก ๆ หยุด ๆ อยู่เรื่อย ๆ ทำให้ทางเข้าและบริเวณโดยรอบของตลาดนัด แต่รองเท้าของฉันเปี ยกเลยทำได้เพียงยืนดูข้างนอกเพราะเกรงใจเจ้าของร้าน
เฉอะแฉะเสียจนไม่น่าเดิน แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่ ฉันคิดว่า
สเน่ห์ของจตุจักรคือมีร้านค้าหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร บาร์
เล็ก ๆ ร้านขายเสื้อผ้ามือหนึ่งและมือสอง ร้านขายของชำ ร้านขายจาน
ชาม กระเบื้อง เรียงรายขนาบทั้งสองฝั่งทางเดิน ราคาถูกบ้าง แพงบ้าง
คละ ๆ กันไป มีแม้กระทั่งโซนขายชินงานศิลปะ หากคุณผู้อ่านเป็นนักช็อป
คงได้ของติดไม้ติดมือไม่น้อยแน่ ฉันเดินซื้อของได้ไม่นาน ก็ตัดสินใจว่า
จะกลับบ้าน เนื่องจากจู่ ๆ ฝนก็เทลงมาอย่างหนักอีกครั้งหนึ่ง

21 มีนาคม 2565

ฉันตื่นเวลา 08.30 น. เพราะวันนี้พี่ตกลงกับฉันว่าจะเป็นไกด์ส่วนตัว
ให้ในการเดินชมคณะต่าง ๆ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะพี่อยาก
ให้ฉันมีกำลังใจเผื่ออยากเข้ามหาลัยนี้ และพาเดินบริเวณโดยรอบมหา
ลัย ไม่ว่าจะเป็นลิโด้ อุทยาน ๑๐๐ ปี จุฬาฯ หรือแม้กระทั่งร้านน้ำเต้าหู้

ชื่อดังในย่านนั้น นี่คือแพลนทั้งหมดของฉันในวันนี้ค่ะ

ที่แรกที่ไปถึง…ลิโด้

ฉันกับพี่นั่งรถหลายต่อ

กว่าจะถึงสถานที่แรกที่คิดไว้

ลิโด้…วันที่ไป คนไม่ค่อยเยอะมาก พอมีประปราย

ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะความมืดครึ้มของท้องฟ้า

ที่ไม่สามารถเดาได้ว่าฝนจะตกหรือไม่

พอเข้าไป ฉันก็มุ่งตรงไปที่ตู้ถ่ายรูป เนื่องจากมี

หลายแบบมาก ฉันจึงให้พี่เลือกตู้ที่ชอบที่สุด

ในเรื่องของราคา ไม่ต้องพูดถึงเลย แพงอยู่แล้ว

จนฉันเกิดความสงสัยว่า หากฉันเป็นเจ้าของ

⭐️ กิจการร้านตู้ถ่ายรูป เฉลี่ยแล้วในแต่ละเดือนจะได้
กำไรเยอะขนาดไหนกันนะ ?

คุณผู้อ่านต้องคิดไม่ถึงแน่ว่าภาพนี้ราคา
เท่าไร ฮาฮ่า ทานข้าวได้สองมื้อเลยละ

อยู่ลิโด้ได้ประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ฉันกับพี่ก็ตัดสินใจกลับไปที่
มหาวิทยาลัยเพื่อเดินชมคณะต่าง ๆ แต่ฝนดันไม่เป็นใจ ตก
ปรอย ๆ ลงมาอีกแล้ว แต่ก็ไม่ได้หนักขนาดที่ว่าเดินดูอะไรไม่ได้

ไอศกรีมข้างคณะวิศวะฯ คณะแรกที่ฉันเดินไป คือคณะวิศวะกรรมศาสตร์
เป็นคณะที่ตึกเยอะมาก อาจเป็นเพราะจำนวนคนของ
คณะนี้ทำให้มีหลายอาคารเรียน
คณะวิศวะฯ มีร้านไอศกรีมเจ้าดังตั้งอยู่ติดกับโรงอาหาร
ตรงใกล้ ๆ ลานเกียร์ ฉันสั่งเป็นโยเกิร์ตผสมช็อกโกแลต
อร่อยมาก แถมราคาเป็นมิตรต่อนิสิตมากอีกด้วย

คณะนิติศาสตร์ & คณะอักษรศาสตร์

ไม่นานนัก ฉันกับพี่ก็เดินลัดเลาะไปที่คณะอักษรศาตร์ และคณะนิติศาสตร์เนื่องจากมัน
อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันมาก คณะอักษรศาตร์ อาคารเรียนสวยมาก ถ้าฉันเป็นนิสิตอยู่ที่นี่
คงมีกำลังใจในการเรียนไม่น้อยเลย ส่วนคณะนิติศาสตร์นั้น เป็นคณะของพี่ฉันเอง แต่
ปัจจุบันเรียนจบแล้วนะคะ หากคุณผู้อ่านอยากมาร่วมแสดงความยินดีในงานรับปริญญา

สามารถมาได้เลยค่ะ พี่ของฉันปลาบปลื้มและยินดีที่ได้เจอคุณผู้อ่านของฉันเสมอ

ร้านน้ำเต้าหู้ที่อร่อยที่สุดในย่านนี้

ร้านน้ำเต้าหู้เจ๊วรรณ อยู่ตรงข้ามกับอุทยาน
100 ปี จุฬาฯ ขนาดร้านไม่เล็กมาก เป็น

ร้านเก่าแก่เจ้าดัง เนื่องจากราคาถูก
และมีให้เลือกหลายเมนู

ฉันสั่งน้ำเต้าหู้ธรรมดาไปเพราะยังอิ่มจาก
ข้าวที่เพิ่งกินเสร็จไม่นาน

ส่วนพี่ฉันสั่งเฉาก๊วยเต้าหู้นมสด
ระหว่างที่นั่งกินนั้น ก็มีคนเข้ามาสั่งเรื่อย ๆ

สองถุงบ้าง สิบถุงบ้าง
คนในร้านบริการดี ถ้าคุณผู้อ่านได้ลองดื่ม

สักครั้งหนึ่ง ฉันคิดว่า
พวกคุณต้องมีความคิด
อยากไปซ้ำรอบสองเป็นแน่




16.00 น. ฉันกับพี่มานั่งเล่นที่อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ คงจะเป็นเวลาที่คน
เริ่มมาออกกำลังกายกันแล้ว บ้างก็มาวิ่ง บ้างก็มาตีแบด บ้างก็มาถ่ายรูป
แต่ฉันกับพี่ในตอนนี้ เหนื่อยและง่วงนอนเกินกว่าจะทำกิจกรรมที่กล่าวมาข้าง
ต้น แต่ก็นั่งอ้อยอิ่งชมบรรยากาศ เหมือนรอใครสักคนปริปากขึ้นมาก่อนว่า
“กลับบ้านกันเถอะ”

17.00 น. แวะซื้อชาสักแก้วกลับบ้านเพื่อไปฝากพ่อ จากนั้นก็นั่งรอ
รถไฟสายสีแดง นานเสียจนอยากหลับไประหว่างรอด้วยซ้ำ ไม่นานนัก
รถไฟก็วิ่งเข้าสู่ชานชาลา…ฉันจะได้กลับบ้านแล้ว …

22 มีนาคม 2565

ถึงเวลากลับกาฬสินธุ์แล้ว

ฉันตื่น 10.00 น.แต่ไฟล์ทเดินทางของฉันคือ 12.30 น.
เช้านี้เลยค่อนข้างรีบเร่ง

เพราะฉันมีเวลาไม่มากแล้ว
ก่อนออกไปได้กินโจ๊กให้พอรองท้อง
ตรวจดูสัมภาระอยู่หลายครั้งเพราะกลัวว่าจะลืมอะไร ฉันกับ
พ่อบอกลาพี่ไม่นานก็เดินไปขึ้นรถแท็กซี่ที่หน้าปากซอยเพื่อ
มุ่งสู่สนามบิน ใจหายนิดหน่อยเพราะว่าอีกนาน
เลยที่ฉันจะได้เจอพี่ แต่ความคิดก็อยู่ในหัวได้ไม่นาน

เมื่อเจอความวุ่นวายในสนามบิน



เช็กอินแล้ว นั่งรอประมาณ 30 นาที เล่นโทรศัพท์ได้ไม่
นาน แบตเตอรี่ของฉันก็หมดไป ไม่มีอะไรทำเลย ทำได้แค่

ภาวนาให้ได้ขึ้นเครื่องไว ๆ

ขณะรอขึ้นเครื่อง ฉันถ่ายภาพเก็บเอาไว้ กลับมาถึงบ้าน ฉันก็ย้อมสีผม
เพื่อส่งให้แม่รู้ว่ากำลังจะกลับ กลับให้เป็นสีเดิม ฉันกับพ่อนั่ง
สรุปเงินที่ใช้ไปทั้งหมดในทริปนี้
หลังจากได้ขึ้นเครื่อง ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง
สองชั่วโมงก็ถึงอากาศยานบินขอนแก่น ฉัน มันเป็นทริปที่ฉันมีความสุขมากเลยค่ะ
ได้ทั้งประสบการณ์ใหม่ และอื่น ๆ อีกมากมาย
กับพ่อก็ขึ้นรถตู้จากขอนแก่นมาลง ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางกับฉัน
กาฬสินธุ์ ถึงบ้านประมาณ 16.30 น. ไว้เจอกันใหม่นะคะ ขอให้เป็นวันที่ดีของทุกท่านค่ะ <3

พิมพ์พิณฟ้า









โอบกอดตัวเองในวันที่ทะเลสีน้ำเงิน
กับประจวบคีรีขันธ์ครั้งนี้

"สีน้ำเงิน" เป็นความหมายของ การสงบเย็น สุขุมเยือกเย็น หรือยัง
หมายถึง ความโศกเศร้าได้อีกด้วย ในหน้ าร้อนปี ๒๕๖๒ ฉันยังจำ
ความรู้สึกตอนนั้นได้ดี ความรู้สึกที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ แสงแดด
ที่ส่องจ้า น้ำทะเลน้ำเงินมรกต มันทำให้รู้สึกได้ปลดปล่อย ได้ทิ้งความ
เหนื่อยล้าและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในใจ ในตอนนั้นได้มีโอกาสได้
ไปเที่ยวกับคณะครูและอาจารย์ของโรงเรียนคุณแม่ นี่เป็นการเดินทาง
ไปต่างจังหวัดในรอบหลายปี ตอนนั้นหัวใจที่ห่อเหี่ยวรู้สึกตื่นเต้นอย่าง
บอกไม่ถูก ก่อนที่จะออกเดินทาง พวกเราก็ได้ทำการสวดมนต์และขอ

พรให้เดินทางอย่างปลอดภัยและขอให้ทุกอย่างเรียบร้อย

””



ขณะล้อรถคันใหญ่กำลังหมุน มองออกไปที่

นอกหน้ าต่าง แสงไฟสีส้มที่กระทบกับกระจกรถ

ทำให้พลันนึกถึงอดีตที่ผ่านมาว่า "ครั้งล่าสุดที่ไปทะเล

นานเท่าไหร่กันนะ" ยิ่งหวนกลับไปยิ่งคิดถึง นั่นก็น่า

จะผ่านมาสามสี่ปีได้แล้ว หลังจากนั่งหวนคืนอดีตได้

ไม่นาน หนังตาที่หนักอึ้งก็ได้ปิดลงช้าๆ

เช้าสายๆวันต่อมา "ตื่นได้แล้วลูก พวกเราถึงกัน

แล้ว" นั่นเป็นเสียงของคุณแม่ ฉันสะดุ้งตื่นอย่าง

รวดเร็วทันที แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันไปสะกิดเพื่อนที่นอน

อยู่ข้างกัน ฉันรีบเดินลงมาจากรถที่รีบเช็คอินเข้าที่พัก

ทันที ห้องพักมีลักษณะเป็ นบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ

ตกแต่งแบบเรียบง่าย มีห้องน้ำในตัว ด้านหน้ ามีฝักบัว

สำหรับล้างตัว ทุกอย่างมันดูธรรมดามาก แต่ไม่ได้

ทำให้ความตื่นเต้นลดน้ อยลงเลย โชคดีบ้านพักหลังนี้

เป็นหลังต้นๆที่ติดกับชายหาด บรรยากาศที่นี่ดีมาก

ต้นไม้สีเขียวที่ถูกตัดแต่งไว้อย่างสวยงาม มีจักรยาน

ให้เช่าเพื่อจะได้ปั่นชมบรรยากาศบริเวณนั้น การ

บริการของพนักงานทุกคนเป็นที่น่าชื่นชม ฉันค่อน

ข้างจะประทับใจ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ได้เก็บของไว้

ที่พัก ก็ได้เตรียมออกเดินทางไปยังสถานที่ต่อไป

ตอนนี้ถึงท่าเรือแล้ว ผู้ใหญ่ได้ทำการจองเรือไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ตัวคนเท่านั้นที่จะต้อง
ไปถึง ทุกคนได้รับเสื้อชูชีพคนละตัว และค่อยๆข้ามสะพานเพื่อขึ้นเรือ เรือลำนี้เป็นเรือไม้
สองชั้นที่สภาพแข็งแรงมาก ตัวเรือถูกทาด้วยสีฟ้ าครามอ่อนๆหลังคาปกคลุมด้วยผ้ายางหนา
สีเหลือง และก็ฉันไม่ลืมที่จะพกกล้องตัวโปรดไปด้วย ฉันได้เก็บภาพตั้งแต่เรือยังไม่ได้ออก
จากท่า บรรยากาศแถวนั้นเรียกได้ว่าค่อนข้างครึกครื้น เพราะเป็นบริเวณที่มีชาวบ้านอาศัย
อยู่ด้วย แถมยังมีนักท่องเที่ยวมากมายหลายตาอีกด้วย ทั้งต่างชาติหรือคนไทยด้วยกันเอง
ไม่นานหลังจากทุกอย่างเรียบร้อย เสียงของเครื่องยนต์ก็ดังขึ้น ความรู้สึกที่ตัวเรือที่กำลัง
โคลงเคลงเล็กน้ อย น้ำทะเลที่สั่นไหว นั่นเป็นสัญญาณว่าเรือได้ออกจากท่าแล้ว ฉันไม่รอช้า
ยกโทรศัพท์ขึ้นมาและถ่ายวิดีโอเก็บไว้ เรือค่อยๆห่างออกไปจากท่าเรือหลายกิโลเมตรจน
มองไม่เห็น ภาพที่เห็นคือท้องฟ้ ากับทะเลเท่านั้น

ขณะที่เรือเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ เสียงของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือผู้นำทางของวัน
นี้ เขามาพร้อมกับคนงานวัยรุ่นอีกหนึ่งคน ซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆของเขาเอง คุณลุงพูดจาได้
ฉะฉานและคล่องแคล่ว เนื่องจากเขาเป็นคนในพื้นที่ และเป็นคนของหมู่บ้านแถวนั้นอีกด้วย
คุณลุงพูดถึงประวัติของเกาะต่างๆ และเรื่องเล่าตำนานของที่นี่อีกมากมาย ทุกคนนั่งฟัง
อย่างตั้งใจ มีเสียงหัวเราะออกมาเป็นระยะ ตอนนั้นเองฉันก็ได้สังเกตุ พื้นที่ระหว่างเกาะสอง
เกาะ ใต้ผิวน้ำสีเขียวตรงนั้นมันเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังไหวสั่น



"ลูกหว้า! โลมา! เห็นมั้ย!" ฉันร้องเสียงดัง เพื่อนของฉันตื่นเต้นเมื่อได้ยิน เราสอง
คนนั่งอยู่บนชั้นสอง รีบลงไปด้านล่างทันที ภาพที่เห็นมันมหัศจรรย์มาก นั่นคือโลมาสีชมพู
สามตัว กำลังกระโดดอยู่เหนือผิวน้ำ เวลานั้นรีบยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป แต่น่าเสียดายที่
พลาดภาพสวยๆ เพราะจู่ๆเมฆก้อนใหญ่ลอยที่อยู่บนท้องฟ้ า ได้ปล่อยหยดน้ำระยิบระยับลง
มา ฝูงโลมาสามตัวได้หายไปในใต้ทะเลแล้ว ตอนนั้นทุกคนมีสีหน้ าที่กังวลและไม่สบอารมณ์
ฉันเข้าใจสถานการณ์นั้นดี มันค่อยข้างที่จะแย่ที่ฝนตกในวันที่เดินเรือมากลางทะเล แต่พายุ
เล็กๆนี้ไม่ได้อันตรายมาก น้ำฝนที่หยดลงมาเป็นแค่ละอองเล็กๆเท่านั้น คิดในแง่ดีฉันว่ามัน
มีเสน่ห์ด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ไม่ค่อยมีใครเข้าใจคำพูดของฉันเท่าไหร่ เพราะบรรยากาศตอนนี้มัน
ดูน่ากลัวซะมากกว่า ท้องฟ้ ามืดครึ้ม เรือที่โคลงเคลงกำลังค่อยๆแล่นไปกลางทะเลมากขึ้น
น้ำบริเวณนั้นลึกประมาณ ๔๐๐ เมตร แต่ดูเหมือนฟ้ าฝนจะเป็นใจ ฝนตกนานอยู่ประมาณ
เกือบชั่วโมง ท้องฟ้ าก็โปร่งและเริ่มโล่ง อากาศเย็นสบาย ไม่นานก็ถึงเป้ าหมาย



เรือที่เข้าใกล้เกาะมากขึ้น เป็นสัญญาณให้หัวใจภายในเต้นรัวๆ นี่สินะ “เกาะทะลุ”
ลักษณะเกาะเป็นเกาะที่แปลกตา และมีเสน่ห์มากๆ ขนาดของเกาะไม่ใหญ่มากประมาณ
๕๐๐ เมตร เกาะมีลักษณะยาว และมีรูขนาดใหญ่ที่มองเห็นทะลุอีกด้าน บรรยากาศรอบๆดี
มาก มีเรือนักท่องเที่ยวไม่มากทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบและเข้าใกล้ธรรมชาติได้
มากขึ้น ฝูงปะการังใต้ทะเลเรียงรายมากมายอย่างสวยงาม ฉันสวมแว่นกันน้ำและนั่งลง
บริเวณท้ายเรือ ย่อนขาลงน้ำ น้ำทะเลเย็นสะบาย น้ำใสสีน้ำเงินเขียวมรกต มองเห็นปลา
หลายชนิด ได้ยินคุณลุงเอ่ยปากชวนลงไปดำน้ำดูปะการัง ไม่รอช้า รีบหยิบอุปกรณ์สำหรับดำ
น้ำสวมใส่ทันที ไม่ทันไรตอนนี้ ร่างกายทั้งหมดลงมาอยู่ใต้น้ำแล้ว ตรงหน้ ามีแผ่นโฟมแผ่น
ใหญ่หนึ่งแผ่น เพื่อที่จะใช่เกาะระหว่างดำน้ำ เพราะแนวปะการังแถวนี้ไม่สามารถ นำเท้า
แตะพื้นทะเลได้ อีกอย่างน้ำค่อนข้างจะลึก และเป็นแนวปะการังที่อนุรักษ์ด้วย เพื่อนและฉัน
ได้ดำน้ำอยู่บริเวณรอบๆเกาะ ใต้ท้องทะเลวิเศษกว่าที่มองจากบนผิวน้ำซะอีก วินาทีทั้งหมด
ที่อยู่ที่แห่งนั้นเหมือนทุกอย่างต้องมนต์สะกด ฉันจำทุกวินาทีที่อยู่ตรงนั้นได้ทั้งหมด ฉันรู้สึก
ประทับใจ และตั้งใจว่าจะกลับมาเกาะนี้ยังอีกแน่นอน

12.00 น. หลังจากดำน้ำเสร็จแล้ว ร่างกายได้ใช้พลังงานไปค่อนข้างมาก ได้เหนื่อย
และหมดแรงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท้องที่ร้องประท้วงเหมือนต้องการอาหารจำนวนมากก็ได้
ดังขึ้น ทุกคนได้พักกินข้าวบนเรือที่ห่างจากเกาะทะลุมาไม่ถึงร้อยเมตร กับข้าววันั้นอร่อย
มาก ฉันจำได้ไม่มากว่ามีอะไรบ้าง แต่ที่ฉันชื่นชอบก็คือผัดกะเพราและส้มตำ รสชาติชวน
คิดถึงภาคอีสานทันทีที่ตักอาหารเข้าปาก ตบท้ายของหวานด้วยแตงโมแช่เย็นฉันและเพื่อน
ถือถาดแตงโม ขอแยกออกมากินที่ท้ายเรือ แตงโมหวานเย็นฉ่ำกับการเล่นน้ำมาเหนื่อยๆนี่
มันเหมือนการอยู่บนสวรรค์ไม่ผิด เวลานั้นฉันก็ใช้เวลากับเพื่อน คุยเรื่องต่างๆนาๆจน
แตงโมในถาดเหลือแค่เปลือก พวกเรากลับไปนั่งที่นั่งบนเรือที่เดิม และเตรียมตัวมุ่งหน้ าไป
สถานที่ต่อไป



บ่ายโมงครึ่ง สถานที่ที่สองคือ “เกาะนมแมว”
น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้ลงไปเที่ยวชมกับผู้ใหญ่ เพราะ
เลือกที่จะอยู่บนเรือ ฉันเก็บภาพไว้มากมาย เพราะ
ลักษณะของเกาะสวยงามมาก เกาะนมแมว เป็น
เกาะขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ แต่
ลักษณะเด่นคือ เวลาน้ำลด บริเวณฝั่งหน้ าเกาะทาง
ทิศตะวันออกจะมีเนินทรายสีขาวนวลโผล่ขึ้นมา
นั่นทำให้เกาะมีลักษณะแปลกตามาก ทรายสีขาว
นวลสะท้อนกับแดดจ้า ทำให้ส่องประกายระยิบ
ระยับ เป็นภาพที่วิเศษจริงๆ ขณะที่ผู้คนกำลังเยี่ยม
ชมเกาะ ตอนนั้นฉันได้รู้แล้วว่าที่ประจำฉันคือ ท้าย
เรือ ฉันนั่งคุยกับพี่คนงานซึ่งเป็นหลานชายของคุณ
ลุง พี่ชายคนนั้นค่อนข้างมีอารมณ์ขัน เล่าเรื่องต่างๆ
ให้เราฟัง และชวนคุยมากมาย พวกเรานั่งหัวเราะ
และได้ทำความรุ้จักกันอยู่นาน จนทุกคนเริ่มทยอย
กลับขึ้นเรือ

หลังจากเยี่ยมชมเกาะนมแมวเสร็จ ก็ได้เวลา

กลับที่พัก จากนั้นก็นั่งเรือกลับมาถึงท่าเรือด้วย

ความเหน็ดเหนื่อย จัดการตัวเองให้เสร็จก็เตรียมขึ้น

รถกลับที่พัก รถสี่ล้อจอดลงหน้ าที่พัก เพื่อนและฉัน

วิ่งลงทะเลอย่างสนุกสนานอีกครั้ง แม่ของฉัน

ตะโกนเรียก และบอกให้รีบอาบน้ำเพราะวันนี้เราอยุ่

กับน้ำมามากพอแล้ว ฉันใช้เวลากับเพื่อนสักพักเราก็

กลับฝั่งขึ้นไปอาบน้ำและเตรียมตัวในช่วงเย็น

ช่วงเย็นพวกเราได้จองพื้นที่สำหรับจัดปาร์ตี้ไว้บริเวณริมชายหาด อาหารทุกอย่าง

หน้ าตารับประทานมาก แต่ความเหนื่อยล้าของฉันมันตะโกนออกมาว่ายอมแพ้ ฉันเลยพลาด

อาหารมื้อเย็นไป แต่เวลาตรงนั้นใช่ว่าทุกคนกำลังสนุกและฉันกำลังเสียเปล่า แต่ไม่เลย ฉัน

ใช้เวลามื้อค่ำเย็นวันนั้นฉันนั่งชมพระจันทร์ยามกลางคืน บริเวณไม่ไกลจากโต๊ะรับประทาน

อาหารลมทะเลในตอนกลางคืนพัดกระทบหน้ าฉัน ความรู้สึกตอนนั้นทำให้ฉันน้ำตาไหล

เพราะหวนคิดเรื่องที่เจ็บปวดในใจ ก่อนหน้ าร้อนนี้แันมีเรื่องค่อนข้างกระทบจิตใจฉันอย่าง

มาก ในตอนนั้นเหมือนทุกอย่างได้ปลดล็อก ฉันเหมือนได้อยู่ในที่ที่เป็นเหมือนโลกของตัว

เอง ฉันนั่งทบทวนตัวเองอยู่นาน สักพักเพื่อนฉันก็เดินมานั่งลงข้างๆฉัน พวกเราไม่เอ่ยปอ

ลากพูดอะไร พูดเราได้แค่นั่งมองพระจันทร์และรับลมทะเลในยามกลางคืนแค่นั้น



ฉันเดินเล่นบริเวณชายหาด พวกเราวิ่งไล่จับปูลมกัน คืนนั่นสนุกมาก พวกเราหัวเราะ
และแข่งกันจับปู ไม่นานก็เริ่มดึกมากแล้ว ฉันและเพื่อนแยกกันกลับห้องพักและนอนพัก
ผ่อน

ผ่านคืนนั้นไป ในตอนเช้าพวกเราก็รับประทานเช้าเช้าที่ห้องอาหารที่ทางที่พักได้จัดไว้
ให้ อาหารมีมากมายหลายอย่าง หลายชาติให้เลือกทาน ไม่พอแค่นั้นของซื้อขาย ของฝาก
ต่างๆก็มีให้เลือกมากมายเช่นกัน ใช้เวลาในช่วงเช้าไม่นานพวกเราก็เก็บของขึ้นรถและเดิน
ทางกลับ

ฉันนึกถึงเวลาในช่วงนั้นตลอด ซึ่งเป็นความทรงจะที่แสนวิเศษของฉันมาก ทุกอย่าง
ที่ฉันพยายามเก็บเกี่ยวและจดจำมันไว้ ฉันก็จะจดจำให้ได้มากที่สุดและตลอดไป



JULY 16, 2022

ทริปการเที่ยว
กับครอบครัว

หลังจากที่ไม่ได้ไปไหนมานานก็ถึงช่วงปิดเทอมทำให้ดิฉันและ
ครอบครัวได้ตัดสินใจไปเที่ยวหลายๆที่เพื่อใช้เวลาร่วมกันและพัก
ผ่อนในช่วงหน้าร้อน ทริปที่มีความสุขเพราะได้ไปกับครอบครัวจะ

น่าสนใจขนาดไหนดิฉันจะเล่าให้ผู้อ่านได้ชมค่ะ

Travel Writer Phattaraphon Teree

Summary
Hotel

ก่อนจะออกเดินทางวันที่ 15 กรกฎาคม 2565 ในทริปครั้งนี้ครอบครัวของดิฉันตั้งใจว่าจะมา
ดิฉันและครอบครัวได้จัดเตรียมกระเป๋าเพื่อ นอนพักผ่อนที่โรงแรมสบายๆ พวกเรามาถึง
เตรียมตัวให้พร้อมในการท่องเที่ยวกับ และเข้าเช็คอินช่วง12:30น. คนค่อนข้างเยอะ
ครอบครัวในจังหวัดบุรีรัมย์ ในทริปนี้เดินทาง เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้คนนิยมมาพักผ่อนกัน ไม่
โดยรถยนต์ส่วนตัวเนื่องจากความสะดวกสะ นานเราก็ได้คีย์การ์ดเข้าห้อง แม่ของฉันจอง
บายนี้จึงสามารถพักทานอาหารหรือชมวิว ห้องไว้สองห้อง ครอบครัวของเราตกลงกัน
ทิวทัศน์ระหว่างทางได้ ว่าจะให้ฉันนอนกับน้องชายและแม่กับพ่อนอน
ด้วยกัน ผ่านไปไม่นานพวกเราก็เก็บสัมภาระ
ในทริปนี้ดิฉันและครอบครัวตั้งใจว่าจะให้เป็น เข้าห้องและพักผ่อน
ทริปที่ได้พักผ่อนจริงๆเนื่องจากปกติพวกเรา
ไม่ค่อยได้ไปเที่ยว การเดินทางในครั้งนี้จึง ดิฉันนอนได้ประมาณ1ชั่วโมงคุณแม่ก็มาปลุก
เป็นการเดินทางสบายๆแวะนั่นนี่ระหว่างทาง ท่านอยากออกไปหาอะไรทานที่คาเฟ่เนื่องจาก
ไม่มีแพลนล่วงหน้าเพราะแบบนี้เสน่ห์ของการ พวกเรายังไม่ได้ทานอะไร เมื่อขับรถไปได้สัก
เดินทางจึงคือความตื่นเต้น แปลกใหม่ และ พักพวกเราก็เห็นคาเฟ่ที่อยู่ริมทางแห่งหนึ่ง
ความน่าตื่นตาตื่นใจ ดิฉันและครอบครัวใช้เวลา ธีมสีขาวสะดุดตา คุณแม่เสนอให้แวะที่นั่นและ
เดินทางราวๆประมาณ3ชั่วโมงเราก็มาถึงที่ ทุกคนก็เห็นด้วย
พักหรือก็คือโรงแรมที่เราจองไว้

PAGE 02

Summary
details

ป้ายหน้าร้านเขียนชื่อร้านเอาไว้’’มานา คาเฟ่’ สิ่งที่น้องชายของฉันชอบที่สุดเห็นคงจะเป็นรูป
สิ่งที่น่าประทับใจและน่าตื่นตาตื่นใจก็มีมากมาย ปั้นกระบือแม่ลูกสองตัวยืนอยู่ข้างกัน เขาขอให้
คาเฟ่แห่งนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาหญ้าสี แม่ถ่ายรูปใ้ไม่หยุดเพราะอยากเอาไปอวด
เขียวขจีและกลิ่นดินทำให้บรรยากาศสดชื่น เพื่อนๆที่โรงเรียน ในการมาคาเฟ่ครั้งนี้คนที่
ภายในร้านมีอาหารหลากหลายชนิด ตั้งแต่ สนุกที่สุดคงจะเป็นพ่อกับน้องชาย พวกเขาดู
ของหวานจนไปถึงของคาว มีการจัดตกแต่ง ตื่นเต้นมาก ที่นี่ยังมีบันไดลอยฟ้าให้ขึ้นไปถ่าย
ภายในอย่างสวยงามเหมาะแก่การพักผ่อน รูปได้อีกด้วย ตอนขึ้นไปก็น่าสนุกดีแต่ตอนลงนี่
อากาศเย็นสบายเนื่องจากเครื่องปรับอากาศ สิ เสียวสันหลังวาบ น้องชายบอกว่าจะไม่ขึ้นไป
ดิฉันและครอบครัวเลือกทานอะไรง่ายๆอย่าง อีกพร้อมบ่นอุบอิบตลอดทาง
ข้าวต้ม รสอาหารกลมกล่อมถูกปากรสชาติ
กำลังดีทำให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้นเป็นเท่า หลังจากที่ทุกคนเดินถ่ายรูปจนเต็มอิ่มก็ชวนกัน
ตัว หลังจากทานเสร็จพวกเราก็เดินสำรวจ กลับ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงไม่นานนักเรา
สถานที่และถ่ายรูป มีสะพานให้เดินไปมาและ ก็ถึงโรงแรม พวกเรากลับเข้าห้องใครห้องมัน
กระท่อมเล็กๆหลายจุดให้ลูกค้าเข้าไปนั่ง ทั้ง ฉันไปล้างขาและขึ้นไปนอนบนเตียง เอาจริงๆ
สะพานและกระท่อมถูกตกแต่งอย่างสวยงาม การได้ออกไปที่ต่างๆก็สนุกดีถ้าไม่นับอากา
ภายในทุ่งนายังมีรูปปั้นต่างๆตั้งเรียงรายอยู่ ศร้อนๆของประเทศไทยและอาการปวดขา
หลายจุดให้ผู้มาเยือนสามารถลงไปถ่ายรูปได้ เนื่องจากการเดินมากเกินไป ท้ายที่สุดแล้วการ
มาเที่ยวของฉันคือการพักผ่อนที่แท้จริง นอน

PAGE 03

SuNmi gmh tary

เนื่องจากฉันไม่อยากออกไปไหนคุณแม่จึงมัก น้องชายของดิฉันดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ ใช้เวลาไม่
จะบ่นอยู่บ่อยๆ อย่าง ออกไปไหนทั้งทีทำไม นานนักพวกเราก็ไปสะดุดตาร้านอาหารตาม
เอาแต่นอน สิ่งนี้ทำให้ดิฉันคิดว่านิยามคำว่าพัก สั่งเล็กๆแห่งหนึ่ง แม่ค้าดูกระฉับกระเฉงใช้
ผ่อนของดิฉันกับคุณแม่คงไม่เหมือนกัน ของ เวลาไม่นานก็ได้อาหาร ของดิฉันเป็นข้าวผัด
คุณแม่คงเป็นการพักผ่อนโดยการไปที่ใหม่ๆ สีสันน่ารับประทาน เนื่องด้วยไม่หิวมากดิฉันอิ่ม
ทำให้จิตใจสงบสุขใช้เวลากับครอบครัว การ อย่างรวดเร็ว ขอคุณพ่อคุณแม่ไปเดินดูตลาด
พักผ่อนของดิฉันคงเป็นการนอนเงียบๆอยู่ใน คนเดียว
ห้องอยู่กับตัวเองในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ทริปนี้
พวกเราจึงเจอกันครึ่งทาง ดิฉันได้เปลี่ยน เดินไปเดินมาดิฉันก็ได้ยินเสียงของคุณยายดึง
บรรยากาศไปนอนโรงแรมส่วนครอบครัวได้ ความสนใจ คุณยายเปิดตู้กระจกที่มีน้ำส้มใส่
แวะเที่ยวระหว่างทาง มันก็สนุกไปอีกแบบ ขวดพลาสติกอยู่ข้างในพร้อมบรรยายว่า
น้ำส้มนี้มันสดขนาดไหน ดิฉันเห็นว่าน่าสนใจจึง
หลังจากกลับมานอนพักได้ราวๆ2-3ชั่วโมง ซื้อมาถึง4ขวด กว่าจะกลับถึงโรงแรมก็
คุณพ่อก็ชวนออกไปหาอะไรทาน พวกเรา ช่วง1ทุ่มเข้าไปแล้ว ดิฉันกลับมานอนแช่ในอ่าง
ตัดสินใจนั่งรถไปตลาดไนท์บาร์ซา ไม่นานก็ อาบน้ำอุ่นๆพร้อมฟังเพลงของLana del
ถึงที่หมายช่วงราวๆ6โมงเย็น ผู้คน rayนักร้องคนโปรดพร้อมจิบน้ำส้มไปด้วย วัน
พลุกพล่านเดินขวักไขว่ ทางเดินค่อนข้าง แคบ นั้นเป็นวันที่สุขสบายจริงๆ สุดท้ายแล้วก็ขอ
ทำให้อึดอัดนิดหน่อย เสียงพ่อค้าแม่ขายส่ง ขอบคุณท่านผู้ชมทุกคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้
เสียงเรียกลูกค้าอยู่สองข้างทาง ภายในตลาด หวังว่าสารคดีเรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมได้มีรอยยิ้ม
มีอาหารและเสื้อผ้าเรียงรายเต็มไปหมด มีร้าน ตาม ขอบคุณค่ะ
ค้าน่าสนใจหลายร้าน

PAGE 04

"เมืองหลวงที่แสนวุ่นวาย…"

นายภาคิน เหลี่ยมไธสง ม.5/3 เลขที่ 30

ผมนั้น ได้โอกาสเข้าไป

อาศัยในเมืองหลวงของ
ประเทศไทย

นั่นก็คือ 'กรุงเทพมหานคร'
นั่นเอง ก่อนอื่นเลยทำไมผมถึงได้ไปที่
เมืองกรุงเทพมหานคร นั้นเพราะว่า
น้องสาวแท้ๆของผมสอบติดโรงเรียน
เตรียอุดมศึกษา ในกรุงเทพ น้องสาว
ของผมเลยได้เช่าคอนโดอยู่กับพี่ที่
เป็นญาติที่อาศัยอยู่กรุงเทพมหานคร
เช่นกัน ช่วงแรกๆพ่อกับแม่และผมจะ
ต้องไปอยู่พักหนึ่งกับน้องสาว เพื่อที่
จะให้น้องสาวผมได้ปรับตัวกับสถาน
ที่ใหม่

หน้า 1

ใ ช่ แ ล้ ว ค รั บ ใ จ จ ริ ง ผ ม ก็ เ ป็ น ห่ ว ง น้ อ ง
ส า ว แ ล ะ อ ย า ก ศึ ก ษ า เ ล่ า เ รี ย น ที่
กรุงเทพด้วย แต่ผมต้องรอสอบเข้า
มหาลัยทีเดียวเลย และด้วยสถานะ
การโควิด-19 ผมก็ไม่ค่อยได้ออกไป
ไหนเท่าไหร่อยู่แต่คอนโด ส่วนมากก็
ไปรับไปส่งน้อง และมีครั้งนึงที่ผม
ไ ด้ ล อ ง ไ ป นั่ ง ร ถ ไ ฟ ฟ้ า ใ ต้ ดิ น m r t เ อ ง
เพื่อไปรออยู่ที่ห้างแถวๆนั้น ช่วง
แรกๆผมก็กลัวว่าจะไปผิดสาย แถม
ผู้คนยังเยอะมากด้วย ยังเกร็งๆอยู่
เ ล ย แ ต่ ก็ ต้ อ ง บ อ ก กั บ ตั ว เ อ ง ว่ า ฝึ ก ไ ว้
เดี๋ยวก็ชิน

ถ้า อ ย า ก ม า อ ยู่ ที่ นี่ ต้ อ ง ทำ ไ ด้ อ ยู่ แ ล้ ว
ห ลั ง จ า ก นั้ น ผ ม ก็ เ ดิ น เ ข้ า ไ ป ด้ ว ย
ความมั่นใจและแน่วแน่ ใน
ร ถ ไ ฟ ฟ้ า m r t ค น แ อ อั ด กั น ม า ก ค รั บ
ผ ม ก็ นั่ ง ร อ แ ล้ ว ร อ เ ล่ า ร อ ล ง ส า ม
ย่านมิตรทาว น์ อืมมม…. ถูกต้อง
แล้วครับ มันเลยมาสองสถานีแล้ว
ครับ ณ ตอนนั้นผมไม่มีสมาธิเลย
ไม่รู้จะทำยังไงดี แต่ก็โชคดีครับที่
ผ ม ไ ป เ จ อ ร ป ภ . แ ล้ ว ไ ด้ ถ า ม ท า ง ขึ้ น
กลับไปลงที่สามย่าน ซึ่งมันก็ไม่ได้
ไกลมากเท่าไหร่ครับ แล้วผมก็เดิน
ท า ง อ ย่ า ง ป ล อ ด ภั ย อั น ต ร า ย

หน้า 2

ใ น แ ถ บ โ ร ง เ รี ย น ข อ ง น้ อ ง ผ ม นั้ น มี

ผู้คนแออัดและรถเยอะมากๆเลย
ครับเพราะว่ามีผู้ปกครองไปรับ
เด็กเยอะและ มันติดกับมหาลัย
จุ ฬ า ล ง ก ร ณ์ ทำ ใ ห้ ต อ น ห ลั ง เ ลิ ก
เรียน คนในห้างสรรพสินค้ามีแต่
เ ด็ ก ที่ ใ ส่ ชุ ด แ ล ะ เ ค รื่ อ ง แ บ บ นั ก เ รี ย น
เต็มไปหมด แถบนั้นไม่มีมีแค่ห้าง
อ ย่ า ง เ ดี ย ว แ ต่ มี ทั้ ง ร้ า น อ า ห า ร กั บ ที่
เรียนพิเศษ แถมรถเยอะมากๆยิ่ง
ช่วงเวลา 16.00 น. คนจะเยอะเป็น
พิเศษเลยครับ ส่วนภายในห้างนี่มี
ของขายเยอะมากเดินมา 2 ชั่วโมง
ก็ยังไม่หมด ผมก็ได้เดินไปซื้อ
ของใช้พวกแปรงสีฟัน ยาสีฟัน
โต๊ะนั่ง และหมอนกับผ้าห่มเพิ่ม
เติม หลังจากซื้อของเสร็จพ่อกับ
แ ม่ ผ ม ก็ พ า น้ อ ง ม า ถึง ที่ ห้ า ง ที่ ผ ม
ไ ด้ ร อ อ ยู่ แ ล้ ว ค ร อ บ ค รั ว ผ ม แ ล ะ ผ ม
ก็ ไ ด้ ไ ป ท า น ข้ า ว กั น อ ย่ า ง มี ค ว า ม
สุ ข

หน้า 3

ห ลั ง จ า ก ก า ร เ ดิ น ซื้ อ ข อ ง แ ล ะ ท า น
ข้ า ว กั น เ ส ร็ จ ก็ นั่ ง ร ถ ข อ ง น้ า ช ม เ มื อ ง
กรุงเทพมหานครในยามค่ำคืน ที่รถ
ติดและผู้คนที่เดินไปเดินมาช่างแสน
จะวุ่นวาย บอกตรงๆว่าผมไม่ชอบ
ควันรถเอาซะเลยแต่เพราะรถติด
มากเลยต้องรอนานกว่าจะถึงคอน
โดผมก็ผรอยหลับไป พอถึงคอนโด
ผ ม ก็ ข อ ขึ้ น ไ ป บ น ด า ด ฟ้ า ที่ อ ยู่ สู ง
มากถึง 20 ชั้น พร้อมกับมองลงไป
ข้ า ง ล่ า ง บ ร ร ย า ก า ศ นั้ น อ า จ จ ะ ไ ม่
ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ต้นไม้ที่อยู่บน
ด า ด ฟ้ า ค อ น โ ด ก็ ทำ ใ ห้ นึ ก ถึง
ธรรมชาติได้อยู่บ้าง มีกลิ่นเขียว
ชะอมเล็กน้อย มองไปรอบๆก็มีตึก
มากมายและแสงไฟในเมืองที่สละ
สลวยอยู่เต็มไปหมด ใจลึกๆก็รู้สึก
ผ่อนคลายมาก ไม่ต้องไปคิดมาก
อะไร ปล่อยใจแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น
เอง ผ่านไปสัก 30 นาที ผมก็ต้อง
ก ลั บ ไ ป ที่ ห้ อ ง แ ล ะ อ า บ นำ้ เ ต รี ย ม เ ข้ า
นอน เพื่อตื่นขึ้นมาจะได้มีวันที่สดใส

หน้า 4

โ ด ย ส่ ว น ม า ก แ ล้ ว ตั ว ก ร ะ ผ ม ก็ ไ ม่ ค่ อ ย ไ ด้
อ อ ก ไ ป ไ ห น เ ล ย ห ลั ง จ า ก นี้ เ พ ร า ะ ด้ ว ย ส ถ า น ะ
การณ์โควิดที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนแพร่หลาย เลย
ทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในคอนโด และไม่ได้ไป
เที่ยวไกลมาก แต่แค่ได้อยู่กับครอบครัวแบบ
พ ร้ อ ม ห น้ า พ ร้ อ ม ต า กั น แ ค่ นี้ ก็ ทำ ใ ห้ ผ ม มี ค ว า ม
สุ ข เ ห ลื อ ล้ น ม า ก ค รั บ . . . .

หน้า 5

TRAVEL IN KOREA

การเดินทางในต่างประเทศครั้งแรก
และความศิวิไลซ์ของเกาหลีใต้

2019

เริ่มเดินทางสู่กรุง
โซลประเทศเกาหลี

สวัสดีครับ นี่คือเรื่องราวการ

เดินทางครั้งแรกในต่าง

ประเทศของผม ณ ประเทศ

เกาหลี ผมนั้นได้มีโอกาศไป

เกาหลีเนื่องจากโครงการ ผมนั่งรถรับ-ส่งของโรงเรียน
พิเศษ SEM ของโรงเรียน
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็น มาถึงสนามบินดอนเมืองเมื่อ
เวลา 5 วัน ผมนั้นรูสึกตื่นเต้น เวลาประมาณตี 5 เศษๆ และ
ในระหว่างเดินทางผมก็ได้แต่
เป็นอย่างมากที่จะได้ไปเกาหลี คิดอยู่แต่ในใจว่า "อยากที่จะไป
นอกจากนั้นมันยังเป็นการไป ถึงเกาหลีเร็วๆจังเลย" การ
ต่างประเทศและขึ้นเครื่องบิน
ครั้งแรกของผมอีกด้วย แต่ เดินทางไปเกาหลี ต้องใช้เวลา
เนื่องด้วยการไปเกาหลีครั้งนี้ นาน แต่เมื่อผมไปถึงสิ่งแรกที่
เกิดขึ้นเมื่อหลายปีมาแล้ว ดัง ผมสัมผัสหลังจากผมก้าวเท้า
นั้นผมจะมาเขียนประสบการณ์ ออกจากสนามบินในเกาหลีนั่น
ในครั้งนั้นเท่าที่ผมจะทำได้ให้ คือ ความหนาวเย็น และความ
ศิวิไลซ์ของที่นี่
อ่านครับ

ENGLISH
VILLAGE

ที่ ENGLISH VILLAGE นั้น
ยังมีสถานที่ถ่ายรูปสวยๆหลายที่
ที่จะได้เห็นต่อไปนี้

หลังจากมาถึงเกาหลีผมก็ได้เข้า
พักที่บ้านพักใน ENGLISH
VILLAGE มันเป็นสถานที่ที่
สวยงามมาก แถมยังตกแต่งใน
ธีมเหมือนยุโรป ผมได้ลองอาหาร
เกาหลีหลายอย่างและผมก็ชอบ
มันมากๆ การที่ได้ตื่นมาตอนเช้า
จิบกาแฟอุ่นๆ ในอากาศหนาวๆ
มันเป็นความรู้สึกที่ผมไม่สามารถ
พูดออกมาได้จริงๆ มันชวนให้ผม
นึกถึงเหตุการณ์ทั้งดีและไม่ดี
ต่างๆที่เคยเกิดขึ้นและผมจะไม่มี
วันลืมมัน

NEW FRIENDS IN KOREA

ผมนั้นได้เข้าเรียนในห้องเรียนพร้อมกับนักศึษาเกาหลีอีก
หลายคน เป็นเวลา 3 วัน พวกเขาเป็นมิตรกับผมมากๆ ใน
ตอนแรกผมคิดว่าอาจจะต้องเป็นคนเข้าไปทักก่อนซะอีกแต่
เปล่าเลยพวกเขาต่างหากที่ทักผมก่อน เราได้ทำความรู้จักและ
คุยกัน แล้วผมยังแลก FACEBOOK เพื่อที่จะสามารถ
ติดต่อเขาได้ในภายหลังอีกด้วย ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องกำแพง
ของภาษา แต่ผมก็พยายามพูดภาษาอังกฤฆษเพื่อให้พวกเขา
เข้าใจ

NAMI ISLAND

เมื่อพูดถึงเกาะนามิหลายคนที่เคยไปเกาหลีมาแล้วอาจจะเคย
ไปเนื่องจากมันเป็นสถานที่ที่โด่งดังมากเนื่องจากเกาะนามิเคย
ถูกใช้ถ่ายทำซีรีย์เกาหลี การเดินทางไปเกาะนามินั้นจะต้องใช้
เรือในการไปถึง ซึ่งใช้ระยะเวลาไม่นาน เมื่อไปถึงสิ่งที่ผมเห็น
คือธรรมชาติที่ถูกจัดเรียงและดูแลอย่างสวยงามมากๆ ทำให้
ผมคิดส่าผมคิดว่านี่คือหนึ่งในสถานที่ที่สวยมากๆเท่าที่ผมเคย
เห็นมาเลย

อันที่จริงยังมีอีกหลายเรื่องราว
หลายอย่างและหลายสถานที่ที่
ผมไม่ได้เขียนลงไปเนื่องจากผม
จำไม่ได้แล้วและในช่วงที่ผมไป
เที่ยวนั้นไม่ได้มีหิมะตกซึ่งก็เป็น
หนึ่งสิ่งที่ผมคาดหวังว่าจะได้เห็น
แต่ว่าแค่นี้ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี
มากแล้ว ถ้ามีโอกาสผมจะกลับไป

เที่ยวเกาหลีอีกแน่นอน











SOUTH
KOREA

ประคสรบั้งกแาแรรณก์ใขนอเกงฉาัหนลีใต้

มัณฑณา ทองหล่อ เลขที่ 33 ม. 5/3

documentary

การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่ตื่นเต้นเป็นอย่าง
มาก เพราะนี่เป็นการมาเยือนประเทศเกาหลีใต้เป็น

คอไราัว้งจรแัมสีรปโักคญขวิหอดาง-1เ9ฉรืั่จนอะงซรึม่งะบาพตาวดรกกในเารปรากปนั้ารนระโเเชทข้คาศปดเีกรมะาาเหกทลศีที่มบไิดเา้ชมง่นอานกยั่่้นอางน
ใแหล้มะแาศลึ้กวกษ็มาดาูถงึางน… ททั้ทงาำงหใโมหร้ดไงม่เ5ไรีดวย้ัมนนาไโทดดี้่นทยี่ำในกา3รวจันัดแโรปกรแจกะรไมด้
เรเีกยนาหรู้ลแีทีล่ Eกnเgปlลiีs่ยhนVภillาaษgาeแแลละะวอัีฒกน2ธวัรนรกัมบกโัปบรนัแกกเรรียมน

เที่ยวสถานที่โด่งดังต่างๆ ในเกาหลี

documentary

เกEาnหgลlีiใsตh้ ซVึ่งillอaยgู่eติหดรกืัอบEเVกาตัห้งลอีเยหู่นทีื่อPaมีjuเพเีหยนงืภอูสเุขดาขลูอกงนึง
กิจกรกัร้นมอทียู่ไ่ดจ้ึทงำทใำนใหE้Vมีททั้งหสารามมวาัปนรนัะ้นจฉำักนาแรลอะยเู่พดื่้อวยนๆ พูด
เป็นเสียงเดียวกันว่าสนุกมาก กิจกรรมช่วยส่งเสริมทั้ง
ด้านภาษาและวัฒนธรรม โดยเราจะต้องเข้าคลาสทำ
กิจกรรมกับเพื่อนๆ ชาวเกาหลี ทุกคนน่ารักมาก เรา
สื่อสารกันเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ได้ฝึกฝนทักษะการ
สื่อสารไปดท้วำยใหฉ้แันทชบอจบะไทีม่่EไVด้มแีตกิะจโกทรรรศัมพใหท้์ทเลำยตลอดทั้งวัน
สิ่งที่ฉันประทับใจอีกหนึ่งอย่างคือเราเดินทางไปช่วงฤดู
ใ1บ5 ไอม้งร่ศวางในอตากอานศกในลเากงาวัหนลีแกตำ่ตลังกเดรึิ่กมมหานอาาวกอายศู่ทหี่ปนราะวมมาาณก
บรรยากาศต้องกลางคืนใน EV สวยและอบอุ่นมากให้

ความรู้สึกเหมือนเทศกาลวันคริสต์มาส

documentary

ตลอดทั้งสามวันฉันและเพื่อนๆ ทำกิจกรรมอยู่ใน EV
ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหน ออกไปเพียงซุปเปอร์มาเก็
ตก่อนถึง EV ไกด์พาพวกเราแวะซื้อของกินต่างๆที่
ซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งทำให้ฉันได้พบกับคัลเจอร์ช็อค
ของเกาหลี แต่ก็ไม่เชิงเป็นคัลเจอร์ช็อค คือ ฉันและ

เพื่อนๆ ซื้อไอศกรีมมากิน และกินกันหมดแล้ว จึงเดิน
ไปถามคุณลุงคนขับรถที่เป็นชาวเกาหลีว่าถังขยะอยู่
ทีไ่ดไ้หเลนยแรต่ถคุขณยละุจงะตมอาเบก็เบราเอว่างสฉัานมแาลรถะเทพิื้่งอขนยๆะไตว้กข้ใาจงแทลาะง

ประทับใจมากในการจัดการของรัฐบาล

documentary

อีกสองวันที่เหลือในเกาหลี ทางโรงเรียนได้จัดโปรแกรมให้
ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทั้งพระราชวังศ์เก่าแก่ของเกาหลี
ไปช็อปปิ้ งที่เมียงดง ฮงแด และเกาะนามิ ซึ่งเป็นสถานที่ที่
ฉันจำได้ไม่ลืม การจะเข้าไปชมเกาะนามิจะต้องขึ้นเรือข้าม
สแวกไปยลงโเดลามอยมรขี่าาแไกลปะเแรรูตปา่กใปั็น้ขนึข้นตา่ไกาปงลปัๆบกนบตั้ิรนแรฉลัยนะาไเกดก้ิาเดขศ้ทาภ้ไอปางยเเยใีส่นียยเมกทชาำะมในหม้าีไมทปัิ้นงขัึ้้นน
เรือไม่ทันตามรอบของเพื่อนๆ ฉันและเพื่อนอีกสองคน
กังวลมาก กลัวว่ารถบัสจะออกไปก่อน แต่เมื่อขึ้นเรือรอบ
ต่อไป กลับไปถึไงด้ฝกั่ งลัอบาทีจ่พาัรกยอ์แย่ลาะงเปพื่ลออนดๆภักย็กำลังรออยู่ เรา

documentary
วันสุดท้ายมาถึงแล้ว ในขณะที่ฉันเดินทางกลับ
บริเวณข้างทางได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมกำลังทำการประท้วง
ซึ่งไกด์ของเราได้พูดว่า เป็นเรื่องปกติในเกาหลีที่มี
การประท้วง แทบจะมีการจัดม็อบในทุกวัน เพราะ
รัฐเปบ็นาลสิ่เงกทีา่ฉหันลีไตม้่อไดง้กปิาดรกัใ้หน้เสกิิทดธิข์ึแ้นลกัะบเสปียรงะเขทอศงไปทรยะเชป็านชน

อย่างมาก ฉันคิดอะไรไปเพลินๆระหว่างทาง
ถแึงรสกนจนามถึบงินวันแลนี้้วไดเ้หใชร้คอนวี่า…มช่ทวรงงเวจลำดาีทๆี่อร่ยวู่มที่กนีั่บตั้เงพืแ่อต่นวัๆน

นับเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีที่ฉันไม่มีวันลืม


Click to View FlipBook Version