The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลงานการเขียนสารคดี ของนักเรียน ม. 5 ปี 2565 สาธิต มมส (มัธยม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Satchaphong Yartniyom, 2022-10-12 12:04:02

สารคดีฝึกหัด Ep2

ผลงานการเขียนสารคดี ของนักเรียน ม. 5 ปี 2565 สาธิต มมส (มัธยม)

ยไปต่อ

ภูจอง น า ย อ

ใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ ใช้ชีวิตร่วมกับผู้คน
รพีพัฒน์ ศรีหินกอง เลขที่ 35 ม.5/3

เริ่มต้นการเดินทาง

first time

ณ เวลา 5 นาฬิกา 30 นาที
นัดรวมพลที่โรงเรียนเพื่อรอขึ้นรถ
หกล้อและเช็คชื่อก่อนออกเดิน
ทาง หลังจากนั้นเมื่อถึงเวลา 6
นาฬิกา รถออกเดินทางโดยจุด
เริ่มต้นที่จังหวัดมหาสารคาม ไป
ยังจุดหมายคืออุทยานแห่งชาติภู
จองนายอย จังหวัดอุบลราชธานี
ใช้เวลา 9 ชั่วโมงถึงจุดหมาย
ระยะทาง 295 กิโลเมตร
บรรยากาศบนรถนั้นตั้งแต่เริ่ม
ออกเดินเช้าตรู่สนุกสนาน เพื่อน
เล่นบอร์ดเกมส์บนรถ บางคน
นอน บางคนชมวิวข้างทาง เป็น
บรรยากาศผ่อนคลาย

พักเที่ยง รถได้จอดพักที่
อำเภอวารินชำราบ จังหวัด
อุบลราชธานี พักรถ 30 นาทีและ
รับประทานอาหารเที่ยง ทำธุระ
ส่วนตัว และเดินทางกันต่อยาวๆ
5 ชั่วโมงจนถึงที่หมาย

หลังจากที่ถึงจุดหมายแล้ว
ทุกคนแยกย้ายกันเก็บสัมภาระ
เพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมกิจกรรมของ
ค่ายที่จัดเตรียมไว้

กิจกรรมค่ายมีอะไรบ้าง ?

เมื่อถึง เวลา 4 โมง 30 นาที เจ้าหน้าอุทยานได้พาทุกคนเดินทางโดยรถ
หกล้อขึ้นไปชมวิวที่เนิน 500 ซึ่งห่างจากอุทยาน 20 กิโลเมตร ระหว่าง
ทางที่เราเดินทางขึ้นเนิน 500 ได้พบกับพี่ๆทหารที่โบกมือต้นรับพวกเรา
อย่างน่ารักกันทุกคน เมื่อถึงเนิน 500 พวกเราเดินเข้าไปผ่านป่า โดยสอง
ข้างทางมีต้นไม้หลากหลายชนิดที่พบเห็นได้ยาก โดยเจ้าหน้าที่อุทยาน
อธิบายถึงสรรพคุณของต้นนั้นๆและเรายังมีโอกาสได้เห็นกับระเบิดที่ยังคง
เหลือจากสงคราม เมื่อเราเดินถึงจุดชมวิวเนิน 500 เราสามารถมองเห็น
ประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ คือ ลาวและกัมพูชา เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม

และมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้เราศึกษาอีกด้วย

ทุ ก ค น ตื่ น แ ต่ เ ช้ า ทำ ธุ ร ะ ส่ ว น ตั ว แ ล ะ นั ด รั บ ป ร ะ ท า น อ า ห า ร ที่ โ ร ง อ า ห า ร
ของอุทยาน เพื่อเปิดค่ายอนุรักษ์ จากนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานชี้แจ้ง

กำหนดการของกิจกรรมในวันนี้ โดยกิจกรรมที่เราจะทำคือ การเดิน
ป่า เราเริ่มเดินจากจุดชมวิวน้ำตกห้วยหลวงถึงแก่งกะเลา พอถึงแก่ง
กะเลาทุกคนพักผ่อนตามอัธยาศัย รับประทานอาหารเที่ยง และทำ
กิจกรรมตามฐานที่ค่ายจัดเตรียมไว้ เช่น การทำธุงเพื่อเป็นที่ระลึก

ใ ห้ แ ก่ อุ ท ย า น
พอถึงช่วงเย็น มีกิจกรรมรวมกลุ่มให้ทำอาหารกินเอง โดยมี
ของจัดเตรียมไว้ให้ โดยหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ ก่อไฟเอง เป็นกิจกรรมที่
สนุกมาก มีความสุขมาก และจากนั้นก็แยกย้ายกันเข้านอน

second day

Happy time :)

วันสุดท้ายในการทำกิจกรรม

ในช่วงเช้าทุกคนจับกลุ่มวาดรูปวิว
ธรรมชาติด้วยสีน้ำ มีกิจกรรมสร้าง
แผนที่ที่เราได้เดินป่า และทำผ้ามัดย้อย

โดยใช้สีของเปลือกไม้มาย้อม

ตกบ่าย เป็นกิจกรรมผ่อนคลาย ซึ่ง
ทุกคนต้องเดินทางขึ้นไปที่น้ำตก
ห้วยหลวง เพื่อไปเล่นน้ำตก ทาง
เดินของน้ำตกชันมาก เพื่อนๆ เล่น

น้ำตกกันอย่างมีความสุข
สนุกสนาน เพื่อนเกาะหลังกันเล่น
น้ำตกเป็นขบวนรถไฟ เป็นวันที่มี

ความสุขมากที่สุดของปีนี้
ค่ำคืนวันสุดท้ายของค่าย มี
กิจกรรมรอบกองไฟให้แต่ละกลุ่ม
ออกมาแสดงละคร ทำกิจกรรม
สันทนาการ จากนั้นกลับมาที่พัก
เล่นบอร์ดเกมส์จนถึงเที่ยงคืน ได้
กินมันปิ้ง ก๋วยจั๊บ เป็นอาหารประจำ
ค่ายที่อร่อยมาก เป็นคืนสุดท้ายที่
สนุกสนานและมีความสุข

วันสุดท้ายในการเข้าค่าย ตื่นเช้าไปออกกำกายโดยการเล่น
โยคะ บรรยากาศตอนเช้าของค่ายสงบ และอากาศดีมาก ทุกคน
เก็บสัมภาระขึ้นรถและลงไปรับประทานอาหาร จากนั้นเข้าร่วม
กิจกรรมปิดค่ายอนุรักษ์พันธ์พืช ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกัน จาก

นั้นขึ้นรถเดินทางกลับโรงเรียน
เป็น 4 วัน 3 คืน ที่มีความสุขที่สุดในปี 2022 เลย




ช่องทางการติดต่อสถานที่ติดต่อ : ที่ทำการอุทยานฯ หมู่ 3 ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี 34280
โทรศัพท์ : 0 4521 0706 (สอบถามข้อมูลทั่วไปและการเปิดแหล่งท่องเที่ยวได้ที่หมายเลขนี้)







สารคดีสัตว์ภูมิ

ช่วงโควิด

สวัสดีครับ ช่วงนี้โควิดเริ่มซาแล้วทุกคนเปนไงกันบ้างครับยังเหลือ
รอดกันอยู่หรือเปล่า สวัสดีครับ ผมชื่อ นายรัฐภูมิ ปุเลทะตัง ผู้ติดโค
วิดมาแล้ว 2 รอบถ้วน มาดูกันว่าช่วงก่อนและหลังโควิดซาลง ชีวิต
เป็นยังไงบ้าง ไปกันเล้ยย…

ครับผมชีวิตช่วงโควิดแรกๆชีวิต
เรื่อยเปื่ อยสุดๆ หยุดเรียน งด
พบปะผู้คน ไม่ได้ออกไปไหนเลย
อยู่แต่บ้าน วันๆเรียนอนไลน์
ทำงาน กิน นอน เล่นเกม ฯลฯ วน
ลูปจนมาช่วงแรกโควิดคลายตัว
ทางโรงเรียนก็มีนโยบายสลับ
เรียนตอนนั้นดีใจมากจะได้ไป
โรงเรียนจะได้เจอเพื่อนแล้ว
คิดถึงเพื่อนคิดถึงโรงเรียนสุดๆ
แต่พออไปใช้ชีวิตข้างนอกก็ต้อง
ระวังตัวมากๆช่วงนั้น ทำตาม
มาตรการปลอดภัยที่สุดแต่ก็ยังมี
เล็ดลอดมาอยู่ แล้วก็กลับไปเรียน
ออนไลน์อีกครั้ง กักตัววนไปชีวิต
เปื่ อยๆ

ช่วงหลังโควิดซา

มาครับช่วงหลังโควิดซาชีวิตก็เริ่มมีอีเว้นท์ไปนูั้นนั้นมาดูกันว่าปีนี้ผม
ไปไหนมาบ้างเลสโก้…

จังหวัด พิจิตร

ทริปแรกหลังจาที่กักตัวโควิดของ
ผมคือไปพิจตรครับ ไปงานแต่ที่
ชายที่เป็นญาติ จะบอกว่า มันไก
ลมากๆ นั่งรถตู้ตัวเองไปเดินทาง
ประมาณ10ชม.ได้แต่พอไปถึงพอ
พึ่งรู้ว่าพิจิตรเป็นเมืองที่เงียบ
มาก เงียบแบบสงบเลยที่ทุ่มใน
เมืองคือไม่มีรถแล้ว ต่างจากสาร
คามมากๆเลย (ไม่มีไรเลยก็ว่าได้
เหมือนเมืองโบราณ) แต่ก็มีไปไหว้
พระต่อที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุว
รมหาวหาร วัดใหญ่ ที่จ.พิษณุโลก

ทริปแรกรู้สึไม่มีอะไรต่อจากนีก็ปิดเทอมแล้ว แต่มีไป
ค่ายติวที่ขอนแก่นต่อนะ

ค่ายSchoology

มาครับชีวิตช่วก่อนเปิดเทอม ผมมีนัดไป
ค่ายกับเพื่อนช่วงเดือนพฤษภาคมไปตั้ง
7 วันแหนะ ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง วันที่ 10 เลย
ครับค่ายนี่เป็นค่ายติวสันจรที่จัดขึ้นที่ม.ขอน
แกก่น เป็นค่ายติวแนวข้อสอบเตรียมความ
พร้อมสำหรับการเข้าเรียนมหาลัยแถมยังมี
กิจกรรมให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทัวร์
ม.ขอนแก่น สอบสัมภาษณ์กับอาจารย์มหา
ลัยจริง แข่งกีฬาสี
ไหว้เจ้าพ่อม.ดินแดง ฯลฯตลอด 7 วันที่ผ่าน
ไปได้อะไรเยอะแยะมากเลยครับได้ทั้งเพื่อน
ใหม่ รู้จักรุ่นพี่ที่มข. ได้ความรู้มากมาย เป็น
ค่ายแรกและยาวนานที่สุดของผมรวมๆแล้ว
สนุกมากๆครับ (แต่ก็แอบหมดตังหลายบาท
อยู่นะ)

ช่วงเปิดเทอม

ต่อจากนี้จะตัดมาช่วงเปิดเทอมแล้วนะครับ พึ่งหายจากโควิดรอบที่ 2
ช่วงนี้มีอะไรให้ทำมากมายเลยเดือนนึงได้ไปโรงเรียนอยู่ไม่ถึง 10 วัน

เป็นช่วงที่วุ่นวายที่สุดในช่วงชีวิตนีเลยก็ว่าได้ ทั้งไปดูงานสัมนาที่มศว.
ทั้งไปฝึกรด.บังคับบัญชา ทั้งยังไปฝึกรด.ภาคที่ตั้งอีกตามงานแทบไม่
ไหวกันเลยทีเดียว แต่ก็ผ่านมาจนไดครับ อะไปดูกันเลยว่าช่วงที่เปิด

เทอมและโควิดซาแบบนี้รัฐภูมิไดพบปะกับอะไรมาบ้าง ไปกันเล้ย

การไปสัมนาที่มศว.

การสัมนาคือะไร การสัมมนาเป็นการ
ประชุมรูปแบบหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์
เพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ ความคิด
และหาข้อสรุป หรือข้อเสนอแนะใน
เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ผลสรุปที่ได้ถือว่า
เป็นเพียงข้อเสนอแนะ ส่วนผู้ที่
เกี่ยวข้องจะนาไปปฏิบัติ ตามหรือไม่
ก็ได้ แล้วถามว่าทำไมผมถึงไดไปน่ะ
หรอ? ใช่แล้วครับผมเป็นคณะ
กรรมการนักเรียนปี2564 ของ
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย
มหาสารคาม(ฝ่ายมัธยม)มาดูกันเลย
ว่าการไปดูงานครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง

ไปต่อยังไม่จบ

ไปงานสัมนาเป็นไงบ้าง?

การไปสัมนาครั้งนี้ทางโรงเรียนเราได้จัหางบ และวางแผนตารางไปกลับ3
วัน คือ
วันที่ 1 เข้าไปดูงานที่โรงเรียนสาธิตมศว.และช่วงเย็นกลับที่พักที่บางแสน
วันที่ 2 จะเริ่มออกเที่ยว ช่วงเช้าเราไปเที่ยวสวนสัตว์เปิดเขาเขียวส่วนช่วง
บ่ายเราไป เจปาร์ค ชลบุรี
วันที่ 3 วันกลับ ช่วงเช้าเราไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน แล้วช่วงบ่ายเราก็
กลับกัน 3วันนี้เปไงบ้างไปลงรายละเอียดกันเลย

วันที่1

ช่วงเช้าการไปดูงานที่มศวเป็นอะไรที่
น่าตื่นตาตื่นใจมาก ตื่นเต้นสุดเป็น
โรงเรียนที่สุจะหรูหรามาก ทุกมุมของ
โรงเรียนก็ดูดีไปหมด เพื่อนๆพี่ๆ
อาจารย์ และผอ.ทางมศว.ก็เฟรนลี่
มากๆรวมๆแล้วคือดีเลย

วันที่2

ช่วงเช้า เราไปเดินชมสัตว์ที่สวนสัตว์
เปิดเขียว ที่นั่นมีสัตว์เยอะมากมีรถ
รางให้นั่งด้วย แต่ด้วยเวลาที่จำกัดเรา
เลยยังเดินไม่ถั่วเลยด้วยซ้ำน่าเสีย
ดายจริงๆ ส่วนช่วงบ่ายไม่มีอะไรมาก
ไปกันที่เจ ปาร์คเป็นแหล่งซื้อของฝาก
ที่วิวดีเหมาะแก่การถ่ายรูปสุดๆ

วันที่3

วันี้ไปมีอะไรมากช่วงเช้าแค่ไปเดินชม
ปลาถ่ายรูปเฉยๆ ส่วนช่วงบ่ายเราก็เิด
นทางกลับมหาสารคามกันแล้ว

ครับสำหรับทั้งหมดทั้งมวลที่เล่ามาก็เป็นเพียงส่วนเล็กส่วนน้อยเท่านั้น
แต่ยังมีเรื่องราวต่างๆให้ติดตามอีกมากมาย

โปรดติดตามตอนต่อไป แล้วเจอกันครับสำหรับวันนี้ สวัสดีครับ
นาย รัฐภูมิ ปุเลทะตัง ม5/3เลขที่37























‘’…คำชะโนด-หินสามวาฬ-ตลาดท่าเรือ-วัดเกษรศีลคุณ’’

การเดินทางของสองครอบครัว

ศุทธาอร มานะศรีสุริยัน : กันยายน 65

ย้อนไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 65 ฉันได้มีโอกาส
ไปเที่ยวคำชะโนดที่ตัวฉันเองก็อยากไปมานานแล้ว
เนื่องด้วยปิดเทอมและครอบครัวของแฟนได้ชวน
จึงมีโอกาสไปคำชะโนดและที่อื่นๆ กับครอบครัว
ตนเองและครอบครัวของแฟน ซึ่งเป็นการเริ่มต้น
เดินทางระหว่าง2ครอบครัว

การเดินทางครั้งนี้เป็นการท่องเที่ยวที่มีระยะ
เวลาค่อนข้างนานหลังจากที่ฉันไม่ค่อยได้ไปเที่ยว
การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะ
ความเหนื่อยล้า และเรื่องราวมากมาย
เป็นการเดินทางที่น่าจดจำไว้ในใจ

เริ่มด้วยการไปคำชะโนด ฉันรู้สึกว่าที่นี่เป็นที่ๆ
มีความร่มเย็น สบายใจและความขลังผสมอยู่รวม
กัน ทำให้มีความศรัทธามากขึ้นกว่าเดิม ในช่วงแรก
ต้องต่อแถวรอเพื่อที่จะเข้าไปสักการะบูชาองค์
พญานาคหรือพ่อปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมา คน
ที่มาร่วมสักการะมีเยอะและเดินทางมาจากหลาก
หลายที่ มีคนเข้ามาสักการะตลอดไม่ขาดสาย ทั้งมา
บน แก้บนและกราบไหว้บูชา

หลังจากสักการะเรียบร้อยแล้ว ได้เดินไปตามทางที่ทางคำชะโนดจัดสรรไว้
และต่อด้วยการมาตั้งเหรียญอธิษฐานจิต ทำให้จริงใจสงบ
และได้ออกมาจากที่สักการะ แต่ยังอยู่ในพื้นที่ของคำชะโนดอยู่ เมื่อทำบุญแล้ว
ก็ต้องทำให้เต็มที่ เพราะฉะนั้นฉันจึงไปปล่อยปูกับครอบครัว แล้วจึงเดินทางไปที่
บึงกาฬต่อ เพื่อที่วันต่อไปจะได้ไปหินสามวาฬ

การเดินทางไปดูหินสามวาฬค่อน
ข้างลำบาก เนื่องจากทางรถขึ้นยังทำ
ไม่เสร็จ จึงต้องใช้การเดินเท้าเพื่อขึ้นไป
ชม แต่เนื่องด้วยไม่ได้เตรียมตัวมาจึง
ต้องเดินทางขึ้นโดยใส่รองเท้าแตะ
แต่ใจเราสู้ มาแล้วก็ต้องไปให้ถึง เมื่อถึง
แล้วทำให้รู้ว่าสิ่งที่เราพยายามมามันคุ้ม
ค่ากับสิ่งที่เราได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ
เดินทางหรือเรื่องอื่นๆก็สามารถนำความ
คิดนี้ไปใช้ได้เช่นกัน

เมื่อถึงจุดชมวิวหินสามวาฬแล้ว
ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ได้เห็นมันสวยและคุ้มค่า
มากๆ อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัส
บรรยากาศของที่นี่ จะรับรู้ว่าหายเหนื่อย
จากการเดินทางขึ้นมาอย่างแน่นอน

เย็นวันเดียวกันนั้น จึงไปต่อที่
หนองคาย ไปพระธาตุหล้าหนอง
และต่อด้วยเดินเล่นริมโขงมาเรื่อยๆ
เป็นระยะทางที่ค่อนข้างไกล เดินจน
เหนื่อยล้ากันเลย แต่ก็มีรูปปั้ น
มีที่ถ่ายรูปให้ดูระหว่างทาง จนเมื่อถึงที่
ตลาดท่าเรือ มีผู้คนหลากหลายมาก
มีทั้งชาวไทย ชาวลาวและชาวต่างชาติ
ที่มาที่ตลาดนี้ ของกินของที่นี่ก็มีเยอะ
มีทั้งของกินเล่น กับข้าวต่างๆ เมื่อ
เดินดูของกินอยู่สักพักก็ซื้อข้าว ซื้อ
ของกินมากินด้วยกัน เมื่อกินกันเสร็จ
และนั่งคุยกันสักพัก ก็เดินเล่นกลับมา
ที่รถเพื่อจะกลับไปนอนที่พักกัน



เช้าวันต่อมาเป็นวันเดินทางกลับ กลับตามทางกันไปสักพัก ก็ได้ไปแวะ
ที่วัดเกษรศีลคุณหรือวัดป่าบ้านตาด เป็นวัดของหลวงตามหาบัว ซึ่งเป็นวัดที่
เหมือนสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า ไม่ว่าคนจะเยอะแค่ไหน แต่ความสะอาด
ของที่นี่ไม่ลดลงไปเลย การดูแลรักษาความสะอาดของวัดนี้ถือว่าดีมากๆ
และเป็นวัดที่มีพื้นที่กว้างมาก ได้เดินเข้าไปชมสถานที่ต่างๆก็สวยงานและทันสมัย
แม้แต่ห้องน้ำของที่นี่ก็สะอาดไม่แพ้กัน ได้เดินไปชมอัฐิของหลวงตามหาบัว
และกราบไว้พระที่อยู่ที่วัดนี้ คนก็เข้ามาชมไม่ขาดสาย มีทั้งคณะที่เดินสายทำบุญ
และบุคคลธรรมดาทั่วไปที่เข้ามาชม วันที่ไปคนก็ยังเยอะมากๆ
สุดท้ายก็เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย























ท่าแขกลูป
ท่ า แ ข ก - ย ม ร า ด - น า ก า ย - คู น คำ - น า หิ น กองลอ

สั จ จ พ ง ษ์ ญ า ติ นิ ย ม : สิ ง ห า ค ม 6 5

..ไม่ออกเดินทาง ก็ไม่รู้จักเพื่อน ..

ถ้าจะกล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางธรรมชาติ

ของประเทศเพื่ อนบ้านอย่างประเทศลาวหลาย ๆ คนคง

นึกถึงน้ำตกตาดกวางสี หลวงพระบาง หรือถ้าจะใกล้

เข้ามาหน่อยคงเป็นภูเขาสลับซับซ้อนในแถบวังเวียง ไม่

ว่าจะเป็น ผาเงิน หรือบลูลากูน แต่หากคุณมีเวลา

จำกัด และอยู่ในแถบภาคอีสาน การแวะไปลาวแถวคำ

ม่วนก็เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น และประทับใจไม่น้อยไปกว่า

กัน วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปเยี่ยมชมท่าแขก

แขวงคำม่วน สปป.ลาว ไปชมภูผา น้ำทรัพย์เย็นฉ่ำใจ

หรือแม้กระทั่งเขื่อนน้อยใหญ่ที่พาคุณแอบวิ่งไปกับ

ธรรมชาติได้ไม่แพ้ ทางลาวเหนือเลย

เมืองท่าแขก เป็นเมือง
ศูนย์กลางของแขวงคำ

ม่วน เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ลาวมา
ศต

วร
ยาวนาน ในอดีตราวคริสต์ พนม) รษที่ 5 เคยเป็นส่วน
หนึ่งของอาณาจักรฟู นัน ( และ อาณาจักรเจนละ

โดยมีเมืองหลวงชื่อว่า ศรีโคตรบูร หรือ ศรีโคตรบอง

ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองบริเวณปากห้วยศรีมังค์

ปัจจุบันคือวัดพระธาตุสีโคดตะบูน และปรากฏหลักฐาน

ทางโบราณคดีตั้งแต่สมัยโบราณนามของท่าแขกมาจาก

ในอดีตเมืองแห่งนี้เคยเมืองท่าสำคัญของอาณาจักรล้าน

ช้าง เป็นสถานที่ค้าขายของชาวต่างชาติ หลายชาติ

หลายภาษาปะปนกันทั้งลาว ไทย จีน ญวณ แขก ฝรั่ง

จึงเรียกนามว่า เมืองท่าแขก โดยมีชื่อเต็มว่า เมืองท่า

ของแขกคน หมายถึงเมืองท่าน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำ

ของ (แม่น้ำโขง) ซึ่งมีผู้คนเดินทางไปมาขวักไขว่

(วิกีพิ เดีย)


Click to View FlipBook Version