48 195
49 นกกระจาบเจ้าปัญญา ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีนายพรานผู้หนึ่งเลี้ยงชีวิตด้วยการจับนกกระจาบมาขาย เมื่อจับมาแล้วก็ นำมาใส่กรงเลี้ยงดูจนอ้วนพีเพียงไม่กี่วันเขาก็สามารถขายนกกระจาบได้จนหมดเกลี้ยง วันหนึ่งนายพรานก็ ออกวางตาข่ายจับนกกระจาบเหมือนเช่นเคย คราวนี้เขาจับนกได้เป็นจำนวนมาก นายพรานนำนกทั้งหมดกลับ บ้านด้วยความดีใจ เขานำนกที่จับมาได้ไปขังไว้ในกรง แล้วก็นำน้ำและอาหารมาวางไว้ให้นกทั้งหลายกิน พวก มันต่างรุมกันแย่งกินน้ำและอาหารด้วยความหิวโหย 2-3 วันผ่านไปเมื่อพวกนกดูสดชื่นแข็งแรงดีแล้ว นายพรานก็ป่าวประกาศแก่ชาวบ้านว่า ตอนนี้มีนก มากมายให้มาเลือกซื้อไปทำอาหาร เมื่อได้ยินดังนั้น คนที่ต้องการนกก็มาที่บ้านนายพราน และเลือกซื้อนกที่ แข็งแรงอ้วนพีไป ส่วนนกตัวอื่น ๆ ที่ยังไม่มีใครซื้อไปนั้น มันไม่ได้เฉลียวใจว่า วันหนึ่งมันก็จะต้องถูกซื้อไป เป็น อาหารเช่นกัน พวกมันจึงรุมกันแย่งกินอาหารทุกวันด้วยความสุข เพราะคิดว่าเป็นโชคดีที่ไม่ต้องหากินเอง และ ยิ่งจำนวนนกลดน้อยลง พวกมันก็คิดว่าดีแล้วที่ไม่มีใครมาแย่งกินแต่ยังมีนกกระจาบตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในกรง สังเกตเห็นว่า นกตัวที่กินน้ำและข้าวที่นายพรานนำมาให้จนอ้วนท้วนนั้น มักจะถูกเลือกซื้อไปก่อนเสมอ มันจึง คิดในใจว่า “ถ้าเรากินข้าวและน้ำจนมีเนื้อหนังสมบูรณ์ก็จะเป็นที่ต้องการของผู้มาซื้อเราไปฆ่าทำอาหาร แต่ถ้าเราไม่กิน ข้าวและน้ำ เราก็จะมีร่างกายที่ผ่ายผอม เมื่อคนที่มาซื้อเห็นเช่นนั้น ก็คงไม่ต้องการเราเป็นแน่ เราก็จะ ปลอดภัย” เมื่อคิดได้ดังนั้น เจ้านกกระจาบจึงทำอุบายเซื่องซึม เกาะอยู่ในกรงอย่างสงบนิ่ง ไม่ยอมกินข้าวกินน้ำที่ นายพรานจัดหามาให้จนกระทั่งร่างกายเริ่มซูบผอม เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก วันแล้ววันเล่า บรรดานกต่าง ๆ ที่ อยู่ในกรง ต่างก็ถูกซื้อไปวันละตัวสองตัว จนกระทั่งเหลือเจ้านกกระจาบผอมโซเพียงตัวเดียวเท่านั้น เพราะมัน แทบไม่เหลือเนื้อหนังให้คนเอาไปทำอาหารได้จึงไม่มีใครต้องการมันนายพรานจึงนำนกกระจาบผอมโซออกมา จากกรง วางไว้บนฝ่ามือ เพื่อจะดูว่า นกกระจาบ ตัวนี้เป็นอะไรทำไมจึงได้ผอมโซเช่นนี้ขณะที่นายพรานกำลัง สำรวจจรวจตราอยู่นั้น เจ้านกกระจาบสังเกตเห็นว่านายพรานกำลังเผลอ มันจึงรวบรวมกำลังทั้งหมดเท่าที่มี กางปีกออก แล้วกระพืออย่างแรง บินหนีเข้าป่าไป 196
50 มันบินไปจนกระทั่งได้พบกับพวกนกกระจาบอีกฝูงหนึ่งที่รู้จักกัน เมื่อพวก นกเหล่านั้นเห็นเพื่อนนก ซูบซีดผอมโซ จึงพากันถามว่า “ท่านเป็นอะไรไปหรือ ทำไมร่างกายจึงซูบซีดเช่นนี้แล้วนี่ท่านไปไหนมาล่ะ พวกเราไม่เห็นท่านหลายวันแล้วนะ” เมื่อนกกระจาบผอมโซบอกว่าตนถูกนายพรานจับไปแต่ก็รอดมาได้ทำให้ บรรดานกทั้งหลายต่างถามกันใหญ่ว่ารอดมาได้อย่างไรเจ้านกกระจาบจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง พร้อมกับ บอกว่า “เมื่อไม่คิดใคร่ครวญ ไม่ใช้ปัญญา ก็ย่อมไม่ได้ผลอันเลิศ เราพ้นจากการถูกฆ่าและจองจำ ก็ด้วยการใช้ ความคิด และใช้ปัญญาพิจารณาหาทางรอดนั่นเอง” พระพุทธองค์ตรัสว่า “ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจพิจารณา” ดังนั้น คนเราเมื่อประสบกับความทุกข์ หากไม่ใช้ปัญญาไตร่ตรองพินิจพิจารณาถึงเหตุและผลแห่งทุกข์ พร้อมทั้งหาทางพ้นทุกข์แล้ว ก็ย่อมไม่ สามารถพ้นไปจากทุกข์ได้ 197
51 198
v 52 199
53 200
54 201
55 202
56 3.3.3 เครื่องมือวัดผล 203
57 204
58 205
59 206
60 207
61 208
62 209
63 210
64 211
65 212
66 3.4 สถิติที่ใช้ในการวิจัย สำหรับค่าสถิติที่ใช้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติดังต่อไปนี้ 1. การวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพของแบบฝึกทักษะ ในการวิเคราะห์คุณภาพของแบบฝึกทักษะโดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R เพื่อส่งเสริม ทักษะการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 มีการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบการวิจัย ดังนี้ 1.1. E1/E2 ใช้ในการหาคุณภาพของแบบฝึกทักษะ E1 แทน คะแนนเฉลี่ยร้อยละที่ได้จากการทำกิจกรรมระหว่างเรียน E2 แทน คะแนนเฉลี่ยร้อยละที่ได้จากการทำแบบทดสอบ 1.2 หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะตามเกณฑ์ 80/80 ดังนี้ 80 ตัวแรก ได้จากการหาร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการทำกิจกรรมระหว่างเรียน 80 ตัวหลัง ได้จากการหาร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการทำแบบทดสอบกิจกรรม 2. การวิเคราะห์แบบฝึกทักษะและข้อสอบก่อนเรียนกับหลังเรียน ใช้ค่าเฉลี่ย( ̅ )ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D) 213
67 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิเคราะหขอมูล ผูวิจัยนําเสนอผลการวิเคราะหตามลําดับขั้นตอนและกระบวนการวิจัยในการ นําแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความไปใชในการแกปญหา โดยมีรายละเอียดดังตอไป ผลการนําแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญโดยวิธีการสอนแบบ SQ4R ไปใชแกปญหาการอ่าน จับใจความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 โรงเรียนเมืองใหม่ (ชลอราษฎร์รังสฤษฏ์) สรุปผลไดดังตาราง ตารางที่ 1 แสดงการบันทึกผลการประเมินคะแนน คนที่ ผลการประเมิน จำนวนครั้งที่ ผ่านเกณฑ์ แบบทดสอบก่อนเรียน จับใจความนิทานชาดก จับใจความจากบทความ แบบทดสอบหลังเรียน (10) เกณฑ์ (10) เกณฑ์ (10) เกณฑ์ (10) เกณฑ์ 1 5 8 ✓ 8 ✓ 9 ✓ 3 2 4 7 ✓ 7 ✓ 8 ✓ 3 3 5 5 7 ✓ 8 ✓ 2 4 8 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 4 5 6 ✓ 9 ✓ 9 ✓ 10 ✓ 4 6 5 8 ✓ 8 ✓ 10 ✓ 3 7 5 8 ✓ 9 ✓ 10 ✓ 3 8 7 ✓ 8 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 4 9 5 9 ✓ 9 ✓ 9 ✓ 3 10 8 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 4 11 8 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 4 12 4 8 ✓ 9 ✓ 9 ✓ 3 13 9 ✓ 7 ✓ 8 ✓ 10 ✓ 4 14 5 7 ✓ 9 ✓ 10 ✓ 3 15 5 5 7 ✓ 9 ✓ 2 16 4 8 ✓ 9 ✓ 10 ✓ 3 17 5 5 8 ✓ 9 ✓ 2 18 6 ✓ 8 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 4 19 8 ✓ 9 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 4 20 5 7 ✓ 8 ✓ 9 ✓ 3 21 7 ✓ 9 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 4 22 5 5 8 ✓ 8 ✓ 2 23 4 7 ✓ 9 ✓ 9 ✓ 3 24 4 5 8 ✓ 9 ✓ 2 25 8 ✓ 9 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 4 26 7 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 4 27 7 ✓ 9 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 4 214
68 28 4 5 8 ✓ 10 ✓ 2 29 10 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 10 ✓ 4 30 5 5 8 ✓ 9 ✓ 2 นักเรียนที่ผ่าน เกณฑ์ 12 23 30 30 27 หมายเหตุ เครื่องหมาย ✓หมายถึง ผ่านเกณฑการประเมิน เครื่องหมาย หมายถึง ไม่ผ่านเกณฑการประเมิน ผลการนําแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญโดยวิธีการสอนแบบ SQ4R ไปใชแกปญหาการอาน จับใจความ พบวาเมื่อนําแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญโดยวิธีการสอนไปใชครั้งที่ 1 ในใบกิจกรรม “จับใจความจากนิทานชาดก” มีนักเรียนผานเกณฑการประเมิน จํานวน 23 คน จากจํานวนนักเรียนทั้งหมด 30 คน เมื่อนํานวัตกรรมวิธีการสอนไปใชครั้งที่ 2 ในใบกิจกรรม “จับใจความจากบทความ” มีนักเรียนผ่าน เกณฑการประเมิน 30 คน เชนเดียวกับครั้งที่ 3 “การสอบหลังเรียน” นักเรียนผานเกณฑการประเมินจํานวน 30 คน หากพิจารณาคะแนนของนักเรียนแลว พบวานักเรียนสวนใหญมีคะแนนที่สูงขึ้นตามลําดับในแตละ กิจกรรม นักเรียนสวนใหญมีผลการประเมินผานเกณฑที่กําหนดให เมื่อประเมินการใชนวัตกรรมวิธีการสอน แบบ SQ4R ทั้ง 3 ครั้ง พบนักเรียนที่มีผลการประเมินไมผานเกณฑ์ 1 ใน 3 ครั้ง ตามเกณฑที่กําหนด 7 คน คือ คนที่ 3 15 17 22 24 28 และคนที่ 30 ซึ่งไมผานการประเมินเมื่อนําแบบฝึกทักษะไปใชในครั้งที่ 1 และ 2 ได แก แบบที่ 1 การอานจับใจความนิทานชาดก แบบที่ 2 การอานจับใจความจากบทความ นักเรียนสามรถทำ แบบทดสอบได้ดีมากขึ้น 215
69 บทที่ 5 สรุปผล การอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ อภิปรายผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัยนำเสนอผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ดังนี้ผลการวิเคราะห์ ข้อมูลการวิจัยการพัฒนาแบบฝึกทักษะโดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R เพื่อ ส่งเสริมทักษะการอ่านจับ ใจความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิจัยตามลำดับดังนี้ ตอนที่ 1 การวิเคราะห์การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์80/80 ตอนที่ 2 การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลัง ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการอ่าน แบบ SQ4R ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 1.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างเรียน (1) จากคะแนนการทำกิจกรรมระหว่างเรียนโดย ใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความด้วยเทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ร้อยละ 80 มีผลคะแนนผ่านเกณฑ์ประสิทธิภาพของกระบวนการซึ่งเสนอ ผลการวิเคราะห์ในรูปแบบตารางดังต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างเรียน (1) จากการทำกิจกรรมในแบบฝึกทักษะการ อ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ชุดที่ 1-2 ชุดที่ คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย ̅ ค่าประสิทธิภาพ 1 10 7.67 76.67 2 10 8.87 88.67 รวมคะแนนเฉลี่ยค่าประสิทธิภาพ 8.27 82.67 จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นประสิทธิภาพของกระบวนการ (1) ของแบบฝึกทักษะทั้ง 2 ชุด มีค่า ประสิทธิภาพเฉลี่ยร้อยละ 82.67 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ตารางที่ 2 แสดงคะแนนหลังเรียน (2) แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน (คน) คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย ̅ ค่าประสิทธิภาพ 30 10 9.50 95.00 216
70 จากตารางที่ 2 แสดงคะแนนหลังเรียน (2) แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการ อ่านแบบ SQ4R ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเมืองใหม่ (ชลอราษฎร์รังสฤษฏ์) มีค่าเฉลี่ย 9.50 คิดเป็นร้อยละ 95.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังการใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ตารางที่ 3 แสดงผลการวิเคราะห์คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของแบบฝึกทักษะการอ่านจับ การทดสอบ N คะแนนเต็ม ̅ S.D. t p-value ก่อนเรียน 30 10 5.93 1.70 13.65 .0000 หลังเรียน 30 10 9.50 0.68 จากตารางที่ 3 พบว่า การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มี คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 5.93 คะแนน และ 9.50 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อน และหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปผล 1. การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ 82.67 /95.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์80/80 ที่ตั้งไว้ 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการอ่าน แบบ SQ4R หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อภิปรายผล ทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ก่อนเรียนและหลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 ที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาการอ่านจับใจ ความด้วยเทคนิคการการอ่านแบบ SQ4R มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้ง ไว้ แสดงว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการอ่านจับใจความด้วยเทคนิคการสอนแบบ SQ4R ทำให้นักเรียน มีความรู้ความเข้าใจในการอ่านและสามารถจับใจความเรื่องที่อ่านได้ดีขึ้น ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีความก้าวหน้าในการเรียนทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการเรียนรู้แบบ SQ4R เป็นการ จัดการเรียนรู้ที่มีเทคนิคการการอ่านจับใจความอย่างเป็นขั้นตอน ดังที่ มันทนา อุดทอง ได้ศึกษาการจัดการ เรียนรู้โดยประยุกต์ใช้เทคนิคการสอนอ่านแบบ SQ4R เพื่อความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษ สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านเนินมะหาด จังหวัดจันทบุรี ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความเข้าใจ ในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านเนินมะหาด จังหวัดจันทบุรี ด้วยการ 217
71 จัดการเรียนรู้โดยประยุกต์ใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 (มันทนา อุดทอง , 2560, หน้า 51) 2. ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเมืองใหม่ (ชลอราษฎร์รังสฤษฏ์) มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.67 /95.00 เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ 80/80 ทั้งนี้เนื่องจาก ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสาร คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทยและศึกษาขั้นตอนของการอ่านแบบ SQ4R ซึ่งผู้เรียนได้เรียนรู้ไปทีละขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจาก 1) Survey (S) ขั้นการอ่านคร่าว ๆ เพื่อเป็นการมองภาพรวมของเรื่องที่อ่าน 2) Question (Q) ขั้นตั้งคำถาม เป็นขั้นตอนที่ให้นักเรียนมีความอยากรู้อยากเห็น ดังนั้น จึงเพิ่มความเข้าใจในการอ่านมากยิ่งขึ้น คำถามจะช่วยให้ผู้อ่านระลึกถึงความรู้เดิมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อ่านคำถามจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องได้เร็ว 3) Read (R)ขั้นการอ่านอย่างละเอียดของบทอ่าน เพื่อทำความเข้าใจค้นหาคำตอบ สำหรับคำถามที่ได้ตั้งไว้ในขั้น นี้จะเป็นการอ่านเพื่อจับใจความและจับประเด็นสำคัญ ๆ โดยแท้จริง 4) Record (R) ขั้นการจดจำ จดบันทึก ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้อ่านจากขั้นตอนที่ 3 โดยมุ่งจดบันทึกในส่วนที่สำคัญและสิ่งที่จำเป็นโดยใช้ข้อความอย่าง รัดกุมหรือย่อ ๆ ตามความเข้าใจของผู้เรียน 5) Recite (R) ขั้นเขียนสรุปใจความ และ 6) Reflect (R) เป็น ขั้นตอนสุตท้ายให้ผู้เรียนวิเคราะห์ วิจารณ์ บทอ่านที่ผู้เรียนได้อ่านแล้วแสดงความคิดเห็นโดยการเชื่อมโยง ความคิดจากบทอ่านกับความรู้เดิมโดยใช้ภาษาอย่างถูกต้องเป็นการทบทวนเนื้อเรื่องที่อ่านทั้งหมดด้วยขั้นตอน การสอนแบบ SQ4R ทั้ง 6 ขั้นตอนดังกล่าวส่งเสริมให้นักเรียนมีพัฒนาการในการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพราะขั้นตอนในการอ่านไม่ซับซ้อน ทำให้ผู้อ่านอ่านอย่างมีทิศทาง โดยเริ่มจากขั้นตอนที่ง่าย ๆ ผู้เรียน ต้องค่อย ๆ เรียนรู้ไปที่ละขั้น ๆ ในที่สุดก็ไปถึงเป้าหมายการสอนแบบ SQ4R มีความน่าสนใจสามารถส่งเสริม ให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีเพราะมีคำถามกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้อยากเห็น ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องได้เร็ว ขึ้น และจดจำเรื่องได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผู้เรียนไม่ตึงเครียดไม่เบื่อหน่ายในการเรียนด้วย ข้อเสนอแนะ 1. ควรนำรูปแบบจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการ SQ4R ไปทดลองใช้กับนักเรียนในระดับชั้นอื่น ๆ เพื่อเป็นการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านและคิดอย่างมีวิจารณญาณ อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ใน ระดับที่สูงขึ้น 2. บทอ่านควรมีความหลากหลาย เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้และมีประสบการณ์ที่กว้างไกลขึ้น เนื้อหาไม่ควรเป็นเรื่องที่ยากเกินวัยของผู้เรียน ควรมีความทันสมัยและมีการเลือกใช้ภาษาที่เหมาะสมกับวัย ของผู้เรียน 3. ควรเปรียบเทียบเทคนิคการการจัดการเรียนรู้เรื่องการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการอ่านแบบ SQ4R กับเทคนิคการการสอนแบบปกติหรือเทคนิคการการสอนแบบอื่น ๆ อาทิKWL Plus 4. ควรพัฒนาแบบฝึกหัดอื่นหรือบทเรียนคอมพิวเตอร์หรือบทเรียนสำเร็จรูปมาใช้ประกอบเทคนิคการ การจัดการเรียนรู้เรื่องการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการการอ่านแบบ SQ4R เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ เรียนการสอน 218
72 เอกสารอ้างอิง ไกรษร ประดับเพชร. (2561).การพัฒนาแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการอ่านแบบ SQ4R เพื่อ ส่งเสริมทักษะการอ่านจับใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 โรงเรียนไตรคาม ประชาสรรค์. สืบค้นเมื่อวันที่ 3 เดือนพฤศจิกายน ปี 2564 จากเว็บไซต์ http://www.ska2.go.th/reis/data/research/25611231_105007_4812.pdf กรมวิชาการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. กานต์ธิดา แก้วกาม. (2557). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่จัดการเรียนรู้โดยวิธีสอนแบบ SQ4R กับ วิธีสอนแบบปกติ. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 เดือนพฤศจิกายน ปี 2564 จากเว็บไซต์ http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id ขจีพรรณ จันทระ. (2543). การสร้างชุดการสอนวิชาภาษาไทยสำหรับฝึกทักษะการอ่านจับใจความ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา เอกชน อำเภอสงขลา จังหวัดสงขลา. สืบค้นเมื่อวันที่ 3 เดือนธันวาคม ปี 2564 จากเว็บไซต์ http://uc.thailis.or.th/Catalog/results.aspx?Ntk กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). การจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ของกองวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิชย์. จรรยา ศรีบัวหลวงง (2558). การศึกษาความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่2จากการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4Rร่วมกับแผนผังความคิด. สืบค้น เมื่อวันที่ 10 เดือนธันวาคม ปี 2564 จากเว็บไซต์ https://www.kroobannok.com/board_view.php?b_id=135517&bcat ฉวีลักษณ์ บุญยะกาญจน์. (2547). จิตวิทยาการอ่าน. กรุงเทพฯ: ธารอักษร. สิรินาฏ วงศ์สว่างศิร. (2542). การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 เดือนธันวาคม ปี 2564 จากเว็บไซต์ https://hs.pbru.ac.th/phocadownloadpap ชลธิดา หงษ์เหม. (2560). การพัฒนาความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่2 โดยใช้วิธีสอนแบบ SQ4R ร่วมกับแผนที่ความคิด.สืบค้นเมื่อวันที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 จากเว็บไซต์http://ithesisir.su.ac.th.pdf กรรณิการ์ เครือมาศ. (2554). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 เดือน ธันวาคม ปี 2564 จากเว็บไซต์ http://ithesisir.su.ac.th/dspace/bitstream.pdf 219
73 กัณหา คำหอมกุล. (2548). การพัฒนาความสามารถในการเขียนสรุปความของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบแผนผังความคิด. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 เดือนธันวาคม ปี 2564 จากเว็บไซต์ https://dric.nrct.go.th/index.php?/Search/SearchDetail/172889 กานต์ชนก ด้วงตะกั่ว. (2557). การศึกษาความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ หน่วยการเรียนรู้ วรรณคดีและวรรณกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการใช้วิธีสอนแบบ SQ4R ร่วมกับแผนผังความคิด. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 เดือนมกราคม ปี 2565 จาก เว็บไซต์ http://journal.nmc.ac.th/th/admin/Journal/2559Vol4No1_45.pdf จำเนียร เล็กสุมา. (2552). การพัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความจากนิทานส่งเสริมคุณธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสร้าง แผนที่ความคิด. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 เดือนมกราคม ปี 2565 จากเว็บไซต์ http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. (2542). เทคนิคการอ่าน. กรุงเทพมหานคร: ศิลปาบรรณาการ. ณันท์ขจร กันชาติ. (2550). “ผลของการสอนอ่านแบบ SQ3R ที่มีต่อความสามารถในการอ่านอย่างมี วิจารณญาณ และความสนใจในการอ่านภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 เดือนมกราคม ปี 2565 จากเว็บไซต์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/245462 ธิดา บู่สามสาย. (2559). การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความด้วยเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R โดยใช้ข้อมูลท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรีของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 เดือนมกราคม ปี 2565 จากเว็บไซต์ https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/ บุหลัน คำยิ่ง. (2556). การพัฒนาความสามารถในการอ่านภาษาไทยอย่างมีวิจารณญาณชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ SQ4R. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 เดือน กุมภาพันธ์ ปี 2565 จากเว็บไซต์ http://uc.thailis.or.th/Catalog/BibItem.aspx?BibID=b00706311 พิชยา เสนามนตรี.(2556). ผลการอ่านเชิงวิเคราะห์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 โดยการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R. สืบค้นเมื่อวันที่ 11 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 จากเว็บไซต์ http://www.northbkk.ac.th/conference/wpcontent/uploads.pdf พิบูลย์ ตัญญบุตร. (2557). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R ร่วมกับข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดสุพรรณบุรี. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 จากเว็บไซต์ 220
74 พิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์และพเยาว์ ยินดีสุข. (2557). การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 จากเว็บไซต์ https://www.tci-thaijo.org/index.php/GraduatePSRU/article/download มนธิรา ภูมลี. (2557). “การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ เจตคติต่อการเรียน วิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคการตั้งคำถามและแผนผังความคิด. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 เดือน กุมภาพันธ์ ปี 2565 จากเว็บไซต์ http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/bitstream/123456789/1470.pdf มยุรี นางาม. (2555).“ผลการเรียนรู้แบบเอส คิว โฟร์ อาร์ เสริมด้วยแผนผังความคิดต่อความสามารถ ในการอ่านภาษาไทยเพื่อความเข้าใจและการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 จากเว็บไซต์ https://gsbooks.gs.kku.ac.th/56/grc14/files/hmo18.pdf วิลาวัณย์ ธรรมชัย. (2550). “ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้แผนผังความคิดและ แบบฝึกทักษะด้านการอ่านและการคิดวิเคราะห์เรื่องกระต่ายไม่ตื่นตูมชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 จากเว็บไซต์ so02.tci-thaijo.org/index.php/banditvijai/article/view/240074 ศิริพร ลิมตระการ. (2543). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่าน. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมา ธิราช.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2559). สืบค้นเมื่อวันที่ 26 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 จากเว็บไซต์ file:///C:/Users/Admin/Downloads/boonsri1.pdf สนธญา พลีดี. (2548).“ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนวิทยาศาสตร์ด้วยวิธี เอส คิว โฟร์ อาร์. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 เดือนมีนาคม ปี 2565 จากเว็บไซต์ http://cmuir.cmu.ac.th/handle/6653943832/25458 221
75 ภาคผนวก 222
76 ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญ/กลุ่มตัวอย่าง 223
77 1. รายนามผู้เชี่ยวชาญ 1. นางกานดา พูลอำไภย์ ครูชำนาญการพิเศษกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (สายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1) 2. นางธนนันท์ ขยันกิจ ครูชำนาญการพิเศษกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (สายชั้นประถมมศึกษาปีที่ 6) 3. นางเสาวลักษณ์ ยอดเเตง ครูชำนาญการกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (สายชั้นประถมมศึกษาปีที่ 5) 2. รายนามกลุ่มตัวอย่าง (นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/3 โรงเรียนเมืองใหม่ชลอราษฎร์รังสฤษฏ์) 1. เด็กชายกิตติศักดิ์ โนนสิลชัย 2. เด็กชายนพกร แกล้วกล้า 3. เด็กชายนิธิกร ปานขวัญ 4. เด็กชายวสุพล รสจันทร์ 5. เด็กชายจีรวิศิษฐ์ ผ่องศรี 6. เด็กชายปรัญชัย เสาศิริ 7. เด็กชายภูมิพัฒน์ พึ่งเป้า 8. เด็กชายเนรมิต พังพิศ 9. เด็กชายภาณุศิษฏ์ ภู่สีทอง 10. เด็กชายกิตติภูมิ มีทองคำ 11. เด็กชายพงศพัศ ยิ่งยงค์ 12. เด็กชายกานต์กวิน หอมหวล 13. เด็กชายภัทรพล ทองทะวิง 14. เด็กชายวรายุทธ สายเทียน 15. เด็กชายนราธิพัฒน์ กรรดิสกุล 16. เด็กชายเดชาธร โตยิ่ง 17. เด็กชายธีรภัทร กลิ่นหอม 18. เด็กหญิงพชรมน หวลศรีไทย 19. เด็กหญิงสุพิชฌาย์ คำชื่น 20. เด็กหญิงกัลยารัตน์ ทับทิม 21. เด็กหญิงวิชญาดา ไชยสงค์ 22. เด็กหญิงจีรวรรณ กังสี 23. เด็กหญิงรุจิรา แสงผึ้ง 24. เด็กหญิงพัชราภา มานะดี 25. เด็กหญิงสุทามาส เจริญพงษ์ 26. เด็กหญิงฉัตรสุดา คงมี 27. เด็กหญิงเกษร ผันอากาศ 28. เด็กหญิงสุธัญญา เล็กวงษ์ 29. เด็กหญิงสุพิชญา สนธิ 30. เด็กหญิงวิภาดา เวินขุนทด 224
78 ภาคผนวก ข เครื่องมือวิจัย 225
79 226
80 227
81 228
82 229
83 230
84 231
85 232
86 233
87 234
88 235
89 236
90 237
91 238
92 239
93 240
94 241
95 242
96 243
97 244