The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สศ110001 - หนังสือเรียนรายวิชาสุขภาวะและศิลปะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 345ed00033, 2025-11-12 04:00:39

สศ110001 - หนังสือเรียนรายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ประถมศึกษา

สศ110001 - หนังสือเรียนรายวิชาสุขภาวะและศิลปะ


หนังสือเรียนรายวิชาสุขภาวะและศิลปะระดับประถมศึกษารหัสรายวิชา สศ110001หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567กรมส่งเสริมการเรียนรู้กระทรวงศึกษาธิการ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา กคำนำหนังสือเรียนรายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา (รหัสรายวิชา สศ110001) เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนรู้หนึ่งในการจัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ตามหลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567 ภายในสถานศึกษาสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้การจัดทำหนังสือเรียนเล่มนี้ คณะผู้จัดทำได้ศึกษาสมรรถนะเฉพาะ (มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ) และตัวชี้วัดหรือสมรรถนะย่อยของรายวิชา และระดับที่กำหนดไว้ในสาระการเรียนรู้หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567 สำหรับนำมาใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดกรอบเนื้อหาสาระภายในหนังสือเรียนเล่มนี้โดยมุ่งหวังให้ได้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน และเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ผู้จัดการเรียนรู้สามารถนำไปใช้หรือประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติและหรือคุณลักษณะตามที่กำหนดไว้ในสมรรถนะเฉพาะ (มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ) และตัวชี้วัดหรือสมรรถนะย่อยของรายวิชาได้หนังสือเรียนเล่มนี้ ประกอบด้วยเนื้อหา จำนวน 13 บท ได้แก่ บทที่ 1 ร่างกายของเรา บทที่ 2 การดูแลสุขภาพ บทที่ 3 ยาสามัญประจำบ้าน บทที่ 4 การมีสุขภาวะดี 4 มิติ บทที่ 5 สุขภาวะทางเพศ บทที่ 6 โรคติดต่อ บทที่ 7 สารเสพติด บทที่ 8 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน บทที่ 9กิจกรรมทางกายและกีฬา บทที่ 10 ทักษะชีวิตเพื่อพัฒนาความคิด บทที่ 11 ศิลปะพื้นบ้าน บทที่ 12 ดนตรีพื้นบ้าน และบทที่ 13 นาฎศิลป์พื้นบ้าน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิ ข้าราชการบำนาญ ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และนักวิชาการศึกษา ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำหนังสือเรียนเล่มนี้ทุกท่านกรมส่งเสริมการเรียนรู้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเรียนเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน และสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ครูหรือผู้ที่ทำหน้าที่จัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับในรายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา (รหัสรายวิชา สศ110001) ได้โดยการนำไปใช้หรือประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ ต่อไป (นายธนากร ดอนเหนือ)อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้กันยายน 2568


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา ขสารบัญหน้าคำนำ กสารบัญ ขคำแนะนำการใช้หนังสือเรียน จโครงสร้างรายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ฉแบบทดสอบก่อนเรียน 1บทที่ 1 ร่างกายของเรา 6เรื่องที่ 1 วัฏจักรของชีวิตมนุษย์ 7เรื่องที่ 2 โครงสร้าง หน้าที่ และการทำงานของอวัยวะสำคัญของร่างกาย 12เรื่องที่ 3 การดูแล รักษาป้องกันความผิดปกติของอวัยวะสำคัญของร่างกาย 22 แนวคำตอบกิจกรรม 32บทที่ 2 การดูแลสุขภาพ 34เรื่องที่ 1 สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย 35เรื่องที่ 2 หลักโภชนาการ 44เรื่องที่ 3 หลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้น 48เรื่องที่ 4 คุณค่าและประโยชน์ของการออกกำลังกาย 52เรื่องที่ 5 หลักและวิธีการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 55เรื่องที่ 6 กิจกรรมนันทนาการรูปแบบต่าง ๆ 58 แนวคำตอบกิจกรรม 64บทที่ 3 ยาสามัญประจำบ้าน 69เรื่องที่ 1 หลักและวิธีการใช้ยาสามัญประจำบ้าน 70เรื่องที่ 2 อันตรายจากการใช้ยา และความเชื่อที่ผิด 77 แนวคำตอบกิจกรรม 84บทที่ 4 การมีสุขภาวะดี 4 มิติ 85เรื่องที่ 1 ความหมาย ความสำคัญ และประโยชน์ของการมีสุขภาวะที่ดีใน 4 มิติ 86เรื่องที่ 2 การมีสุขภาวะที่ดีใน 4 มิติ 93 แนวคำตอบกิจกรรม 98


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา คสารบัญ (ต่อ) หน้าบทที่ 5 สุขภาวะทางเพศ 99เรื่องที่ 1 สุขภาวะทางเพศที่ดี ชีวีมีสุข 100เรื่องที่ 2 อนามัยการเจริญพันธุ์ 104 แนวคำตอบกิจกรรม 110บทที่ 6 โรคติดต่อ 112เรื่องที่ 1 โรคติดต่อ 113เรื่องที่ 2 การป้องกันและการรักษาโรคติดต่อ 117แนวคำตอบกิจกรรม 134บทที่ 7 สารเสพติด 136เรื่องที่ 1 ความหมาย ประเภทของสารเสพติด 137เรื่องที่ 2 อันตราย และการป้องกันสารเสพติด 141 แนวคำตอบกิจกรรม 148บทที่ 8 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 150 เรื่องที่ 1 อันตราย ที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน 151เรื่องที่ 2 อันตรายที่อาจเกิดขึ้นในบ้าน 156เรื่องที่ 3 อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง 160 เรื่องที่ 4 อันตรายจากภัยธรรมชาติ 167บทที่ 9 กิจกรรมทางกายและกีฬา 172เรื่องที่ 1 การเคลื่อนไหวและกิจกรรมทางกาย 173เรื่องที่ 2 กีฬาและกีฬาพื้นบ้าน 178 กิจกรรมท้ายบท 191 เฉลยกิจกรรมท้ายบท 193บทที่ 10 ทักษะชีวิตเพื่อพัฒนาความคิด 194เรื่องที่ 1 ความหมาย ความสำคัญของทักษะชีวิต 196เรื่องที่ 2 ทักษะชีวิตที่จำเป็น 4 ประการ 201


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา งสารบัญ (ต่อ) หน้าบทที่ 11 ศิลปะพื้นบ้าน 208เรื่องที่ 1 ความหมาย ความเป็นมา วิวัฒนาการ รูปแบบ ประเภทและ คุณค่าความสำคัญของศิลปะพื้นบ้าน 210เรื่องที่ 2 ทฤษฎีสี 217เรื่องที่ 3 รูปแบบความงามของศิลปะพื้นบ้าน 223บทที่ 12 ดนตรีพื้นบ้าน 227เรื่องที่ 1 ลักษณะ รูปร่าง และประเภทของเครื่องดนตรีพื้นบ้าน 228เรื่องที่ 2 ขั้นตอนการผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้านแบบง่าย ๆ 234เรื่องที่ 3 คุณค่าของเครื่องดนตรีพื้นบ้าน 238บทที่ 13 นาฎศิลป์พื้นบ้าน 241เรื่องที่ 1 วิธีเลือกชมการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้าน 242เรื่องที่ 2 ลักษณะ ประเภทของนาฎศิลป์พื้นบ้าน 248เรื่องที่ 3 ความคิดเห็นและความรู้สึกเกี่ยวกับการแสดงนาฎศิลป์พื้นบ้านประเภทต่าง ๆ 257 แนวคำตอบกิจกรรม 264แบบทดสอบหลังเรียน 267บรรณานุกรม 273ภาคผนวก 277คณะผู้จัดทำ 307


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา จคำแนะนำการใช้หนังสือเรียนหนังสือเรียนรายวิชาสุขภาวะและศิลปะ เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้หนึ่งในการจัดการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับตามหลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567ในที่นี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการใช้หนังสือเรียนเล่มนี้ จึงมีคำแนะนำการใช้หนังสือเรียนแก่ผู้เรียน และครูหรือผู้จัดการเรียนรู้ ดังนี้1. ผู้เรียน และครูหรือผู้จัดการเรียนรู้ ควรมีการศึกษาสาระสำคัญและสมรรถนะเฉพาะ (มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ) ที่กำหนดไว้ในโครงสร้างรายวิชาเพื่อให้ทราบถึงผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่ต้องการให้เกิดขึ้นแก่ตัวผู้เรียน2. ครูหรือผู้จัดการเรียนรู้ ควรมีการศึกษาเนื้อหาสาระ และรายละเอียดต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนเล่มนี้อย่างครบถ้วน เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการให้คำแนะนำ ปรึกษาแก่ผู้เรียนในการเรียนรู้ได้3. ผู้เรียนควรมีการทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อให้ทราบถึงพื้นความรู้ของตนเองที่มีอยู่ก่อนเข้าสู่การเรียนรู้ตามเนื้อหาสาระที่กำหนดไว้ในแต่ละบท ภายในหนังสือเรียนเล่มนี้ 4. ผู้เรียนควรมีการศึกษาและเรียนรู้เนื้อหาสาระ จากสถานการณ์ เหตุการณ์ กรณีศึกษา เนื้อหา ใบงาน กิจกรรมการเรียนรู้ แบบฝึกหัดและอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในแต่ละบท ภายในหนังสือเรียนเล่มนี้อย่างต่อเนื่อง ให้ครบถ้วน ตามลำดับตลอดทั้งเล่ม และถ้าหากพบว่าส่วนใดมีการเขียนคำชี้แจงไว้ให้ผู้เรียนอ่านและทำความเข้าใจคำชี้แจงนั้นก่อนทุกครั้ง5. ในระหว่างการศึกษาและเรียนรู้ หากผู้เรียนมีข้อสงสัยหรือปัญหาใดที่เกี่ยวข้องกับการใช้หนังสือเรียนเล่มนี้ หรือมีข้อสงสัยหรือปัญหาใดที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนขอคำแนะนำ หรือคำปรึกษาจากครูหรือผู้จัดการเรียนรู้6. ผู้เรียนควรมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองในการเรียนรู้ โดยไม่ดูแนวคำตอบ หรือดูเฉลยคำตอบก่อนการทำใบงาน กิจกรรมการเรียนรู้ และแบบฝึกหัดที่กำหนดไว้ในแต่ละบท ภายในหนังสือเรียนเล่มนี้7. ครูหรือผู้จัดการเรียนรู้ ควรมีการแนะนำแหล่งข้อมูล แหล่งเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้อื่นเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้เรียน เพื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย8. ผู้เรียนควรมีการศึกษา ค้นคว้าเพิ่มเติมจากสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ และสื่ออื่น ๆ ตามที่ตนเองสนใจและสะดวกในการเรียนรู้


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา ฉโครงสร้างรายวิชาสาระสำคัญความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการของร่างกายมนุษย์ ตลอดจนการดูแลรักษา การป้องกัน หลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้น การใช้ยาสามัญประจำบ้านอย่างปลอดภัย การปฏิบัติตนให้มีสุขภาวะทั้งทางกาย จิตใจ และสุขภาวะทางเพศที่ดี การป้องกัน ดูแลรักษา ป้องกันโรคติดต่อที่เกิดขึ้นในชุมชน สารเสพติด อันตรายและการป้องกันตนเองจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน การออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬาพื้นบ้าน การมีทักษะชีวิตที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความรู้เบื้องต้นที่ทำให้คนเรามีทักษะในดูแลสุขภาพให้แข็งแรงได้ด้วยตนเองและสามารถดำเนินชีวิตร่วมกับบุคคลในครอบครัวและชุมชนของตนเองได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้าน จะช่วยให้เกิดความรักและเห็นคุณค่าของชุมชนตนเองและสามารถนำความรู้ด้านศิลปะได้ประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสมสมรรถนะเฉพาะสุขภาวะ1. รู้ เข้าใจ และอธิบายเกี่ยวกับธรรมชาติการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ หลักการดูแลสุขภาพ การใช้ยา การมีสุขภาพดี 4 มิติ สุขภาวะทางเพศ โรคติดต่อ สารเสพติด ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน กิจกรรมทางกายและกีฬา ทักษะชีวิตเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีของตนเองและครอบครัว2. มีคุณธรรม จริยธรรม และมีเจตคติที่ดี ในการสร้างเสริมพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการมีสุขภาวะที่ดี มีจิตอาสาในการพัฒนาสุขภาวะในชุมชน3. ปฏิบัติตนจนเป็นกิจนิสัย ตลอดจนป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและชุมชน สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขศิลปะ1. รู้ เข้าใจ และอธิบายความหมาย ประวัติความเป็นมา วิวัฒนาการ ความสำคัญ รูปแบบ ทฤษฎีสีประเภทของศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์พื้นบ้าน และขั้นตอนการผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้าน2. ปฏิบัติงาน โดยนำความรู้เกี่ยวกับศิลปะไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม3. มีสุนทรียภาพด้านการ ชื่นชม เห็นคุณค่าความงาม ของศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์พื้นบ้าน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา ชขอบข่ายเนื้อหาบทที่ 1 ร่างกายของเราบทที่ 2 การดูแลสุขภาพบทที่ 3 ยาสามัญประจำบ้านบทที่ 4 การมีสุขภาวะดี 4 มิติบทที่ 5 สุขภาวะทางเพศบทที่ 6 โรคติดต่อบทที่ 7 สารเสพติดบทที่ 8 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินบทที่ 9 กิจกรรมทางกาย และกีฬาบทที่ 10 ทักษะชีวิตเพื่อพัฒนาความคิดบทที่ 11 ศิลปะพื้นบ้านบทที่ 12 ดนตรีพื้นบ้านบทที่ 13 นาฎศิลป์พื้นบ้าน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1แบบทดสอบก่อนเรียนคำชี้แจง ให้ผู้เรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว1. วัฏจักรชีวิตมนุษย์เริ่มต้นจากอะไร?ก. การเจริญเติบโต ข. การเกิดของทารกค. การเรียนรู้ของเด็ก ง. การแก่ชรา2. โครงสร้างของอวัยวะภายนอกที่ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมคืออะไร?ก. ตับ ข. ปอดค. ผิวหนัง ง. กระดูก3. วิธีการดูแลรักษาหัวใจให้แข็งแรงคืออะไร?ก. ดื่มชากาแฟทุกวัน ข. เลือกทานอาหารที่มีน้ำตาลค. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ง. เลือกอาหารที่มีไขมัน4. ข้อใดเป็นการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดก. การดื่มน้ำหวานทุกวัน ข. การนอนหลับไม่เพียงพอค. การทานอาหารที่มีไขมันสูง ง. การทานผักผลไม้ที่มีกากมาก5. สุขภาวะ มีความหมายตรงกับข้อใด ก. การปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อม ข. การควบคุมอารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ค. การรับรู้และดำรงสุขภาพร่างกายให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ง. การมีความสมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและสติปัญญา6. การปฏิบัติตนในข้อใดช่วยให้มีสุขภาวะทางกายดี ก. ปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ดี ข. อ่านหนังสือเรื่องสุขภาพน่ารู้ ค. รับประทานอาหารตามที่ชอบ ง. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 27. หากรับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไปจะทำให้เกิดผลเสียอย่างไรก. ทำให้ร่างกายมีพลังงานน้อยลง ข. ทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคหัวใจค. ทำให้ร่างกายเติบโตช้า ง. ทำให้กัดกร่อนกระดูก8. ข้อใดคือวิธีการเลือกอาหารที่ดีตามหลักโภชนาการก. เลือกอาหารที่มีไขมันมาก ข. ทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงค. เลือกอาหารที่มีรสชาติหลากหลาย ง. อาหารที่หลากหลายและมีสัดส่วน ที่เหมาะสม9. การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น อดทนต่อความคิดเห็นและความเชื่อที่แตกต่างออกไปของผู้อื่น จัดเป็นผู้ที่มีสุขภาวะที่ดีตามข้อใด ก. การมีสุขภาวะทางกายที่ดี ข. การมีสุขภาวะทางจิตใจที่ดี ค. การมีสุขภาวะทางสังคมที่ดี ง. การมีสุขภาวะทางสติปัญญาที่ดี10. เพราะเหตุใดจึงต้องมีการกำหนด 5 แผนแม่บทด้านการมีสุขภาวะที่ดีใน 4 มิติ ก. เพื่อใช้เป็นแผนรองรับด้านเศรษฐกิจและสังคม ข. เพื่อใช้เตรียมความพร้อมในการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ค. เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากำลังคนด้านสุขภาวะที่ดีใน 4 มิติ ง. เพื่อใช้เป็นแผนรองรับให้ประชาชนรู้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไป11. ข้อใดเป็นความหมายของยาสามัญประจำบ้าน ก. ยาที่มีราคาแพง ข. ยาที่สามารถใช้ได้ทุกโรค ค. ยาที่มีไว้สำหรับการรักษาโรคเฉพาะ ง. ยาที่สามารถใช้รักษาอาการเจ็บป่วยทั่วไปที่พบได้บ่อย12. การใช้ยาผิดประเภทหรือผิดวิธีอาจทำให้เกิดอะไร?ก. อาจทำให้โรคที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น ข. ทำให้ร่างกายแข็งแรงค. ไม่มีผลข้างเคียง ง. ช่วยให้หายเร็ว


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 313. ข้อใดหมายถึงสุขภาวะทางเพศที่ดีก. การมีความสัมพันธ์ทางเพศที่ปลอดภัยและรับผิดชอบข. การมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศค. การมีสุขภาพร่างกายที่ดีเท่านั้นง. การทำกิจกรรมทางเพศกับคนรัก14. ข้อใดเป็นสาเหตุการเกิดโรคเอดส์ ก. การฉีดยาเสพติดร่วมกัน ข. การสัมผัสกับคนเป็นเอดส์ ค. ยุงเป็นพาหะของโรคเอดส์ ง. การใช้ห้องน้ำร่วมกับคนเป็นเอดส์15. ข้อใดไม่ใช่โรคติดต่อทั้งหมด ก. โรคหัวใจ/ โรคอ้วน/ โรคซิฟิลิส ข. โรคเบาหวาน/ โรคฝีมะม่วง/ โรคโควิด-19 ค. โรคเบาหวาน/ โรคความดันโลหิตสูง/ โรคหัวใจ ง. โรคมือ เท้า ปาก/ โรควัณโรค/ โรคไข้เลือดออก16. ข้อใดเป็นวิธีการป้องกันโรคติดเชื้อจากการสัมผัสกับสิ่งของที่ไม่สะอาดก. การทาแป้งทุกวัน ข. การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ค. การดื่มน้ำเย็น ง. การใส่รองเท้าส้นสูง17. ข้อใดไม่ใช่อาการของโรคไข้เลือดออก ก. ไข้สูง ข. เกล็ดเลือดต่ำ ค. มีจุดเลือดออกตามลำตัว ง. ท้องเสีย อุจจาระเหลว 18. การใช้ยาเสพติดอาจส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ ก. ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ข. ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ค. ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพและอาจเสียชีวิต ง. ช่วยให้มีพลังงานมากขึ้น19. การใช้ยาเสพติดส่งผลต่อจิตใจในข้อใดก. ทำให้มีความสุขและมีสมาธิ ข. ทำให้เกิดพฤติกรรมผิดปกติค. ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ ง. ทำให้มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 420. ข้อใดเป็นวิธีการหลีกเลี่ยงการเสพยาเสพติดที่ดีที่สุดก. การทดลองใช้ยาบางประเภทเพื่อศึกษาผลกระทบข. การตั้งเป้าหมายในชีวิตและเลือกเพื่อนที่ดีค. การไม่สนใจคำเตือนจากผู้ใหญ่ง. การหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม21. ข้อใด ไม่ใช่การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก. การห้ามเลือด ข. มุงดูเมื่อมีคนเป็นลม ค. การจับชีพจรเป็นระยะ ง. ถ้ากระดูกหักอย่าเคลื่อนย้าย22. ข้อใดเป็นวิธีการป้องกันอันตรายจากการข้ามถนน ก. ใช้โทรศัพท์มือถือขณะเดินข้ามถนน ข. ข้ามทางม้าลาย ค. พูดคุยกับเพื่อนขณะข้ามถนน ง. รีบเดินข้ามถนน23. เมื่อเพื่อนกำลังนั่งรับประทานอาหารแล้วเกิดสำลักอาหารติดคอ ผู้เรียนจะช่วยเหลืออย่างไร ก. เอานิ้วล้วงเข้าไปในปาก ข. เอาฝ่ามือทุบที่หลังของเพื่อน ค. โทรศัพท์เรียกคนในบ้านให้มาช่วยกัน ง. เรียกชื่อเพื่อน และเอากำปั้นวางตำแหน่งใต้กระบังลม แล้วกระเทกใต้กระบังลม24. ข้อใด ไม่ใช่ความหมายของทักษะชีวิต ก. ความสามารถของทุกคนในการประกอบอาชีพ ข. ความสามารถพื้นฐานของบุคคลในการปรับตัว ค. การอาศัยการถ่ายทอดประสบการณ์การด้วยการฝึกอบรม ง. การเลือกทางเดินชีวิตที่เหมาะสมเพื่อที่จะสามารถเผชิญปัญหาต่าง ๆ25. การรับมือกับอารมณ์และความเครียดในชีวิตประจำวันจำเป็นต้องใช้ทักษะใดเป็นหลัก? ก. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ข. ทักษะการจัดการกับอารมณ์ ค. ทักษะการวางแผนและการจัดการเวลา ง. ทักษะการสื่อสารอย่างมี ประสิทธิภาพ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 526. การฟังอย่างมีประสิทธิภาพเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญเพราะอะไร? ก. ช่วยให้เราสามารถเข้าใจความคิดเห็นและความรู้สึกของผู้อื่น ข. ทำให้เรามีเวลาคิดถึงเรื่องอื่น ๆ ระหว่างการสนทนา ค. ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการพูด ง. ทำให้เราไม่ต้องสนใจความเห็นของคนอื่น 27. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ เครื่องดนตรีพื้นบ้านของภาคเหนือ ก. ซึง ข. พิณ ค. กีตาร์ ง. ซอด้วง28. ข้อใดคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำเครื่องดนตรี ก. ความสวยงาม ข. ความแข็งแรง ค. ความปลอดภัย ง. ความคิดสร้างสรรค์29. การแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้านที่มีความเหมาะสมควรมีลักษณะอย่างไร ก. การใช้การแต่งกายที่มีความทันสมัย ข. การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการแสดง ค. การสื่อสารผ่านท่ารำและเพลงที่สะท้อนถึงวัฒนธรรม ง. การแสดงที่เน้นความบันเทิงโดยไม่มีความหมายลึกซึ้ง30. ข้อใดคือเครื่องมือที่ใช้ในการผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้านประเภทกลองยาว ก. เลื่อย และ ขวานโยน ข. เชือก ค. หนังวัว ง. ต้นขนุน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 6บทที่ 1ร่างกายของเรา ตัวชี้วัด/สรรถนะย่อย1. อธิบายวัฏจักรของชีวิตมนุษย์ได้อย่างถูกต้อง2. อธิบายโครงสร้าง หน้าที่ และการทำงานของอวัยวะภายนอก และภายในที่สำคัญของร่างกายได้อย่างถูกต้อง3. อธิบายวิธีการดูแลรักษา ป้องกันความผิดปกติของอวัยวะที่สำคัญของร่างกายได้อย่างถูกต้อง ขอบข่ายเนื้อหาเรื่องที่ 1 วัฏจักรของชีวิตมนุษย์เรื่องที่ 2 โครงสร้าง หน้าที่ และการทำงานของอวัยวะสำคัญของร่างกายเรื่องที่ 3 การดูแล รักษา ป้องกันความผิดปกติของอวัยวะสำคัญของร่างกาย ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งทำหน้าที่ตามความสำคัญของโครงสร้างร่างกายมนุษย์ รวมถึงการดูแล รักษา ป้องกันไม่ให้เกิดอาการผิดปกติ เพื่อให้ร่างกายมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตามวัฏจักรชีวิตของมนุษย์ และมีสุขภาพกายที่สมบูรณ์ตามวัยสาระสำคัญ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 7 วัฏจักรชีวิตของมนุษย์ หมายถึง การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ที่แบ่งออกเป็น 5 ช่วงวัย ได้แก่ วัยทารก วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา ซึ่งแต่ละช่วงวัยมีลักษณะและพัฒนาการเฉพาะที่สำคัญ มนุษย์ทุกคนควรเรียนรู้และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาว ชีวิตมนุษย์เริ่มต้นจากการเกิดโดยมีการพัฒนาและเติบโตตามช่วงวัยจนถึงวัยชรา ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพ แต่บุคคลในวัยนี้ยังคงมีคุณค่าจากประสบการณ์และความรู้ การเจ็บป่วยมักเกิดจากการขาดการดูแลสุขภาพ ดังนั้น การรักษาสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยที่รุนแรง ความตายเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทุกคนต้องเผชิญกับความตายในที่สุด ประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้1. วัฏจักรชีวิตของมนุษย์มีอะไรบ้าง2. ให้ผู้เรียนอธิบายว่าตนเองอยู่ในการเจริญเติบโตและพัฒนาการวัยใดเรื่องที่ 1 วัฏจักรชีวิตของมนุษย์


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 8กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ กิจกรรมที่ 1 สถานการณ์จำลอง เรื่องวัฏจักรมนุษย์คำชี้แจง : ให้ผู้เรียนอ่านสถานการณ์จำลอง เรื่อง วัฏจักรชีวิตของมนุษย์แล้วตอบคำถามจากสถานการณ์จำลองให้ผู้เรียนตอบคำถามดังต่อไปนี้คำชี้แจง: จับคู่ตัวละครในข้อที่ 1-3 กับช่วงวัยของมนุษย์ในข้อที่ 4-6 ที่เหมาะสมที่สุด กิจกรรมที่ 2 จากสถานการณ์ในกิจกรรมที่ 1 ตอบคำถามต่อไปนี้คำขี้แจง : ให้ผู้เรียนโยงตัวละคะและช่วงวัยของมนุษย์ให้ถูกต้อง ตัวละคร ช่วงวัยของมนุษย์ดารา วัยผู้ใหญ่สมชาย วัยชราคุณยายละไม วัยรุ่นสถานการณ์จำลอง เรื่อง วัฏจักรชีวิตของมนุษย์ตัวละครหลัก1. ดารา : อายุ 18 ปี2. สมชาย : อายุ 35 ปี3. คุณยายละไม : อายุ 75 ปีเหตุการณ์ ดารา กำลังเตรียมตัวเข้าสอบมหาวิทยาลัย เธอได้พูดคุยกับสมชายซึ่งเป็นพี่ชาย ได้เล่าถึงความท้าทายในวัยผู้ใหญ่ ทั้งเรื่องงานและความรับผิดชอบในครอบครัว จากนั้นเธอไปหาคุณยายละไมที่บ้าน คุณยายเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงในวัยชรา เช่น ความเสื่อมถอยของร่างกายและการพึ่งพาลูกหลานคำถาม จากสถานการณ์ดังกล่าว ดาราได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฏจักรมนุษย์อย่างไร


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 9 เนื้อหาสาระ1. ธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ ธรรมชาติของมนุษย์ ประกอบด้วย การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งเป็นธรรมดาของชีวิต ที่ทุกคนหลีกไม่พ้น ดังนั้น จึงควรเรียนรู้และปฏิบัติตนด้วยความไม่ประมาทในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาว รายละเอียดดังนี้ 1.1 การเกิด ทุกคนเกิดมาจากพ่อซึ่งเป็นเพศชาย และแม่ซึ่งเป็นเพศหญิง ลูกที่เกิดมาเป็นทารกจะเจริญเติบโตพัฒนาการเป็นวัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา ตามลำดับ ร่างกายของคนเราจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามวัย 1.2 การแก่ ร่างกายของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงตามวัย ร่างกายจะเสื่อมสภาพลง เช่น ผิวหนังเหี่ยวย่น การเคลื่อนไหวช้าลง เป็นต้น คนส่วนใหญ่ เรียกว่า “คนแก่” แต่บุคคลเหล่านี้ถือเป็นปูชนียบุคคลของสังคมที่มีคุณค่ายิ่ง เนื่องจากผ่านประสบการณ์มามากเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ อนุรักษ์และสืบทอดประเพณีวิถีชีวิตดั้งเดิมของท้องถิ่น1.3 การเจ็บ การเจ็บป่วยของคนส่วนใหญ่ เกิดจากการขาดการดูแลรักษาสุขภาพที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ ทุกคนต้องเคยเจ็บป่วย บางคนเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ บางคนเจ็บป่วยมากจนต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ ถ้าไม่ดูแลรักษาสุขภาพตนเอง ร่างกายย่อมอ่อนแอและมีโอกาสจะรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่าบุคคลที่รักษาสุขภาพสม่ำเสมอ1.4 การตาย ความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนหนีไม่พ้น เมื่อเกิดมาแล้วต้องตาย แต่การตายนั้นควรต้องถึงวัยอันควรหรือวัยที่ร่างกายเสื่อมสภาพไปตามธรรมชาติ การเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัยการเจริญเติบโต หมายถึง การเปลี่ยนแปลงทางด้านขนาด รูปร่าง สัดส่วน ตลอดจนกระดูก กล้ามเนื้อ และอวัยวะทุกส่วนของร่างกายตามลำดับขั้น


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 10พัฒนาการ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ทุกส่วนที่ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต ซึ่งแบ่งได้เป็น 5 ช่วงวัยโดยแต่ละวัยจะมีลักษณะและพัฒนาการเฉพาะของวัย ดังนี้1. วัยทารก ตั้งแต่แรกเกิด - 2 ปี เด็กในวัยนี้มีพัฒนาการทางด้านร่างกายที่รวดเร็วมากในขวบปีแรกเป็นสองเท่าจากแรกเกิด ปีต่อมาพัฒนาการจะเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 30 วัยทารกสามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ในระดับเบื้องต้น เช่น รู้จักสำรวจ ค้นหา ทำความเข้าใจ และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัว รู้จักใช้อวัยวะสัมผัสสิ่งต่าง ๆ เป็นต้น วัยทารกต้องอาศัยการเลี้ยงดูเอาใจใส่มากที่สุด2. วัยเด็ก ตั้งแต่ 3 - 12 ปี การเจริญเติบโตในวัยนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของกระดูก กล้ามเนื้อ และการประสานกับระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ความแตกต่างระหว่างบุคคลและเพศตรงกันข้ามจะปรากฏชัดเจนโดยวัยเด็กแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้ 2.1 วัยเด็กตอนต้น (3 - 5 ปี) รู้จักใช้ภาษา หัดพูด กินข้าว ล้างมือ รู้จักสังเกต อยากรู้อยากลอง และเล่น 2.2 วัยเด็กตอนกลาง (6 - 9 ปี) เริ่มไปโรงเรียนต้องปรับตัวเข้ากับคนแปลกหน้าและทำความเข้าใจกับระเบียบของโรงเรียน รู้จักเลือกตัดสินใจ รับผิดชอบการทำงานของตนเองได้ 2.3 วัยเด็กตอนปลาย (10 - 12 ปี) เพศชาย - หญิง จะแสดงความแตกต่างชัดเจนในด้านพฤติกรรมและความสนใจ เด็กหญิงจะโตกว่าเด็กชาย มีทักษะการใช้ภาษาที่ดีขึ้น เรียนรู้บทบาทที่เหมาะสมกับเพศของตน และจะเล่นเฉพาะกลุ่มที่เป็นเพศเดียวกันรูปภาพ 1 แสดงลักษณะการเจริญเติบโต


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 113. วัยรุ่น อายุระหว่าง 13 - 20 ปี วัยนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง ทางร่างกาย จิตใจ มีการปรับตัวให้เข้ากับสังคมและสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เริ่มให้ความสนใจกับเพศตรงข้าม เริ่มมองอนาคต คิดถึงการมีอาชีพของตน คิดถึงครอบครัว อยากรู้อยากเห็น อยากแสดงความสามารถ ซึ่งในบางครั้งการแสดงออกในทางที่ไม่ถูกต้อง จึงทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้น พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรให้คำแนะนำที่เหมาะสม4. วัยผู้ใหญ่ อายุระหว่าง 21 - 60 ปี วัยนี้ร่างกายมีการเจริญเติบโตเต็มที่ มีรูปร่างสมส่วน เป็นวัยที่มีความเจริญด้านต่าง ๆ ทั้งด้านความสนใจ ทัศนคติ และค่านิยม โดยเฉพาะเรื่องการเลือกอาชีพ การเลือกคู่ครอง และการมีชีวิตครอบครัว เป็นวัยที่มีพละกำลัง มีความสามารถในการทำงานมากที่สุด เพราะเป็นวัยที่ต้องรับผิดชอบในหน้าที่ เพื่อครอบครัว สังคมและประเทศชาติ5. วัยชรา อายุ 60 ปีขึ้นไป วัยนี้เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ รวมทั้ง สมองที่เลื่อมลง ความเสื่อมสภาพจากการทำงานของอวัยวะและระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำให้ไม่สามารถรักษาสภาวะสมดุลของร่างกายได้ จึงประสบปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะ ด้านร่างกายและจิตใจมีอาการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว มีอาการหลงลืม เสียคุณค่าในตนเอง มีอารมณ์ค่อนข้างเครียด โกรธ และน้อยใจได้ง่าย แต่อย่างไรก็ดีวัยนี้เหมาะที่จะเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำแก่ผู้อื่น เพราะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 12 ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยอวัยวะภายนอกและภายใน ที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติ อวัยวะภายนอก เช่น ผิวหนัง หู ตา คอ จมูก และฟัน อวัยวะภายในเช่น หัวใจ กระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับ และไต ระบบเหล่านี้ทำงานประสานกันเพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์และมีสุขภาพดี ประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้1. อวัยวะภายนอกและอวัยวะภายในประกอบด้วยอะไรบ้าง2. ให้ผู้เรียนยกตัวอย่างอวัยวะภายนอกและอวัยวะภายในมาคนละ 1 ตัวอย่าง กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ กิจกรรม1. อวัยวะใดทำหน้าที่กรองฝุ่นละออง2. อวัยวะใดทำหน้าที่ย่อยอาหาร3. อวัยวะใดทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากการบาดเจ็บและการติดเชื้อ4. อวัยวะใดทำหน้าที่ปั๊มเลือดไปทั่วร่างกาย5. อวัยวะใดทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจนและนำของเสียออกจากเลือดเรื่องที่ 2โครงสร้าง หน้าที่ และการทำงานของอวัยวะสำคัญของร่างกาย


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 13 เนื้อหาสาระอวัยวะและระบบต่าง ๆ ในร่างกายร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วย อวัยวะภายนอก และอวัยวะภายใน1.อวัยวะภายนอก เป็นอวัยวะที่มองเห็นได้ เช่น ผิวหนัง หู ตา คอ จมูก ฟัน ผม และเล็บ เป็นต้น อวัยวะเหล่านี้มีหน้าที่การทำงานต่างกัน อวัยวะภายนอกที่สำคัญ มีดังนี้1.1 ผิวหนังผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ทำหน้าที่ห่อหุ้มและป้องกันอวัยวะภายในจากเชื้อโรคและการบาดเจ็บ รวมถึงการรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ผิวหนัง แบ่งออกเป็นสองชั้น คือ ชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ ส่วนประกอบของผิวหนัง แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ดังนี้1. ชั้นหนังกำพร้า เป็นเยื่อคลุมชั้นนอกสุดของร่างกาย เซลล์ผิวหนังชั้นนอกหรือชั้นหนังกำพร้าที่ลอกหลุดออกตามกาลเวลาเมื่อเซลล์ผิวหนังตายแล้ว เรียกว่า ขี้ไคล และจะมีการสร้างขึ้นมาทดแทนเซลล์ที่ลอกหลุดไป และเป็นผิวหนังชั้นที่บ่งบอกความแตกต่างของสีผิวในแต่ละคน2. ชั้นหนังแท้เป็นผิวหนังที่หนากว่าชั้นหนังกำพร้า ซึ่งอยู่ถัดจากหนังกำพร้า เข้าไป เป็นแหล่งรวมของต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน และเซลล์ประสาทรับความรู้สึกต่าง ๆรูปภาพที่ 2 โครงสร้างของผิวหนัง


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 14หน้าที่ของผิวหนังผิวหนังทำหน้าที่หลายประการเพื่อปกป้องและรักษาสุขภาพของร่างกาย ผิวหนังจะปกปิดอวัยวะภายใน ป้องกันเชื้อโรคจากการเข้ารุกราน และช่วยขับของเสียผ่านเหงื่อ ผิวหนังยังรักษาอุณหภูมิของร่างกาย รับความรู้สึกสัมผัสต่าง ๆ สร้างวิตามินดี ขับไขมันเพื่อหล่อเลี้ยงเส้นผมและขน สะสมไขมันและน้ำ รวมถึงดูดซึมสารบางชนิดที่ใช้ทาบนผิวหนัง1.2 หูเป็นอวัยวะรับสัมผัสที่ทำให้ได้ยินเสียงต่าง ๆ เช่น เสียงเพลง เสียงพูดคุย เสียงฟ้าร้อง เป็นต้น การได้ยินเสียงทำให้เกิดความเข้าใจและสื่อสารระหว่างกันส่วนประกอบของหูแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้1. หูชั้นนอก ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้1.1 ใบหู ทำหน้าที่ รับเสียงสะท้อนเข้าสู่รูหู 1.2 รูหู ทำหน้าที่ เป็นทางผ่านของเสียง ให้เข้าไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของรูหูภายในรูหูจะมีต่อมน้ำมัน ทำหน้าที่ผลิตไขมันทำให้หูชุ่มชื้น และดักจับฝุ่นละออง และสิ่งแปลกปลอม ที่เข้ามาภายในรูหู และเกิดเป็นขี้หู นอกจากนั้นภายในรูหูยังมีเยื่อแก้วหู ซึ่งเป็นเยื่อแผ่นกลมบาง ๆ กั้นอยู่ระหว่างหูชั้นนอกกับหูชั้นกลาง ทำหน้าที่ถ่ายทอดเสียงผ่านหูชั้นกลาง2. หูชั้นกลาง มีลักษณะเป็นโพรง ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ได้แก่ กระดูกรูปค้อน กระดูกรูปทั่ง และกระดูกรูปโกลน เป็นกระดูก 3 ชิ้นที่เชื่อมต่อเยื่อแก้วหูกับหูชั้นใน กระดูกทั้ง 3 ชิ้น ดังกล่าว ทำหน้าที่รับคลื่นเสียงต่อจากเยื่อแก้วหูรูปภาพที่ 3 โครงสร้างของหู


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 153. หูชั้นใน มีลักษณะเป็นรูปหอยโข่ง เป็นส่วนที่อยู่ด้านในสุด ทำหน้าที่ขับคลื่นเสียงโดยผ่านประสาทรับเสียงส่งต่อไปยังสมอง และสมองก็แปลผลทำให้รู้ว่าเสียงที่ได้ยินคือเสียงอะไรหน้าที่ของหู หู ทำหน้าที่ฟังเสียงต่าง ๆ ภายในหูสามารถแยกความแตกต่างของคลื่นเสียงได้และช่วยในการทรงตัว รักษาสมดุลของร่างกาย1.3 ตา เป็นอวัยวะที่ทำให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ และช่วยให้เกิดการเรียนรู้ เพราะถ้าไม่มีดวงตา สมองจะไม่สามารถรับรู้และจดจำสิ่งที่อยู่รอบตัว นอกจากนั้นตายังแสดงออกถึงอารมณ์ ความรู้สึกต่าง ๆ เช่น ดีใจ เสียใจ ตกใจ เป็นต้นส่วนประกอบของตา ที่สำคัญมี ดังนี้1. คิ้ว เป็นส่วนประกอบที่อยู่เหนือหนังตาบน ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายไม่ให้ เกิดกับดวงตา โดยป้องกันสิ่งสกปรก เหงื่อ น้ำ และสิ่งแปลกปลอมที่อาจไหลหรือตกมาจากหน้าผาก หรือศีรษะ เข้าสู่ดวงตาได้2. หนังตา และเปลือกตา ทำหน้าที่เปิดปิดตาเพื่อรับแสง และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแก่ตา และกระจกตาโดยอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งอันตรายเข้ามาใกล้ตา3. ขนตา เป็นส่วนประกอบที่อยู่หนังตาบน หนังตาล่าง ทำหน้าที่ป้องกันอันตราย เช่น ฝุ่นละออง ไม่ให้ทำอันตรายแก่ตา เป็นต้น4. ต่อมน้ำตา เป็นส่วนประกอบของตาที่อยู่ในเบ้าตา ทางด้านหางคิ้วบริเวณ หนังตาบน ทำหน้าที่ซับน้ำตา ช่วยให้ตาชุ่มชื้น และขับสิ่งสกปรกออกมากับน้ำตา รูปภาพที่ 4 โครงสร้างของตา


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 16หน้าที่ของตาตา ทำหน้าที่ในการมองดูสิ่งต่าง ๆ แล้วส่งผ่านเข้าสู่เส้นประสาทตาไปยังสมองเพื่อแปลข้อมูลสิ่งที่มองเห็น และเป็นอวัยวะที่ใช้ในการสังกตสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว 1.4 คอ เป็นอวัยวะที่เชื่อมระหว่างตัวและหัว ในทางกายวิภาคศาสตร์ ช่องคอ เป็นส่วนหน้าของคอ ด้านหน้าต่อกระดูกสันหลัง ประกอบด้วย คอหอย และกล่องเสียง โครงสร้างที่สำคัญของช่องคอ คือ ฝาปิดกล่องเสียง ซึ่งเป็นแผ่นที่แยกหลอดอาหาร และท่อลม และป้องกันไม่ให้อาหารหรือเครื่องดื่มตกลงไปในท่อลมหน้าที่ของคอ คอ ทำหน้าที่ รับน้ำหนักของศีรษะ ช่วยลำเลียงอาหาร น้ำ ไปยังอวัยวะภายในร่างกายและช่วยในการเคลื่อนไหวของศีรษะ1.5 จมูก เป็นอวัยวะภายนอกที่อยู่บนใบหน้า ช่วยเสริมให้ใบหน้าสวยงาม เป็นอวัยวะรับสัมผัสที่มีความสำคัญต่อระบบหายใจ และการรับรู้กลิ่นต่าง ๆ ของคนรูปภาพที่ 6 โครงสร้างของจมูกรูปภาพที่ 5 โครงสร้างของคอกล่องเสียงหลอดลมท่อลมต่อมไทรอยด์ไซนัสที่หน้าผากช่องจมูกส่วนหน้าสันจมูก ไซนัสใต้สมองเยื้อบุที่ทำหน้าที่รับกลิ่น


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 17ส่วนประกอบของจมูก แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้1. สันจมูก เป็นส่วนที่มองเห็นจากภายนอก เป็นกระดูกอ่อน ทำหน้าที่ป้องกันอันตรายให้กับอวัยวะภายในจมูก2. รูจมูก รูจมูกมี 2 ข้าง ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของอากาศ ที่หายใจเข้าออก ภายในรูจมูกมีขนจมูกและเยื่อบุจมูก ทำหน้าที่กรองฝุ่นและเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่หลอดลมและปอด3. ไซนัส เป็นโพรงอากาศครอบจมูกในกะโหลกศีรษะ จำนวน 4 คู่ ทำหน้าที่พัดอากาศเข้าสู่ปอด และปรับลมหายใจให้มีอุณหภูมิและความชื้นพอเหมาะหน้าที่ของจมูกจมูก เป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่หายใจเอาอากาศเข้าและออกจากร่างกายมีหน้าที่รับกลิ่นต่าง ๆ ช่วยป้องกันสิ่งสกปรก หรือฝุ่นละอองที่ลงไปในปอด และยังมีส่วนสำคัญในการออกเสียง โดยทำหน้าที่สะท้อนเสียงที่เปล่งออกมาจากกล่องเสียง1.6 ฟัน เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในระบบย่อยอาหาร ทั้งยังจัดเป็นอวัยวะที่แข็งที่สุด ในร่างกายคน โดยปกติแล้วคนเราจะมีฟัน 2 ชุด ได้แก่ ฟันน้ำนมและฟันแท้ส่วนประกอบของฟัน แบ่งตามรูปร่างภายนอกได้ 2 ส่วน ดังนี้1. ตัวฟัน คือ ส่วนที่โผล่จากกระดูกขากรรไกร ประกอบด้วย 1.1 ชั้นเคลือบฟัน เป็นชั้นที่อยู่นอกสุดและเป็นอวัยวะที่แข็งที่สุดของร่างกาย แข็งกว่ากระดูก ทำหน้าที่ปกป้องเนื้อฟันไม่ให้ได้รับอันตราย 1.2 ชั้นเนื้อฟัน อยู่ใต้ชั้นเคลือบฟัน ทำหน้าที่สร้างเนื้อฟัน ดังนั้น ถ้าฟันผุถึงชั้นนี้จะทำให้เกิดอาการเสียวฟันรูปภาพที่ 7 โครงสร้างของฟัน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 18หน้าที่ของฟัน1. ใช้บดเคี้ยวอาหาร ให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้น้ำย่อยต่าง ๆ ย่อยได้ง่ายถ้าไม่มีฟัน ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวจะน้อยลง ทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กต้องทำงานหนัก ทำให้เกิดเป็นโรคกระเพาะอาหารได้2. รักษารูปใบหน้า ถ้าฟันถูกถอน ทำให้ปากเหี่ยวย่น ทำให้แก่เกินวัย3. ช่วยในการออกเสียง พยัญชนะบางตัวต้องอาศัยลมผ่านไรฟัน ถ้าไม่มีฟันจะออกเสียงไม่ชัดเจน เช่น ส ฟ ฝ ช เป็นต้น 2. อวัยวะภายใน เป็นอวัยวะที่อยู่ในร่างกายที่มีความสำคัญมาก มีการทำงานที่สัมพันธ์กันหากส่วนใดส่วนหนึ่งบกพร่อง หรือได้รับอันตรายก็อาจมีผลกระทบต่อส่วนอื่นได้ประกอบไปด้วย 2.1 หัวใจ เป็นอวัยวะที่ประกอบขึ้นด้วยกล้ามเนื้อพิเศษ รูปร่างเหมือนดอกบัวตูม หัวใจตั้งอยู่ระหว่างปอดทั้งสองข้าง แต่ค่อนไปทางซ้ายและอยู่หลังกระดูกซี่โครงกับกระดูกอกหัวใจแบ่งออกเป็น 4 ห้อง บน 2 ห้อง ล่าง 2 ห้อง ห้องบนขวาและห้องล่างขวามีเลือดดำผ่าน เพื่อส่งต่อไปยังปอด ห้องบนซ้ายและล่างซ้ายจะมีเลือดแดงจากปอดผ่านเข้ามาเพื่อส่งต่อ ไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายรูปภาพที่ 8 โครงสร้างของหัวใจที่มา : Web site กรมอนามัย


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 19หน้าที่สำคัญของหัวใจหัวใจ เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สูบฉีดเลือดแดงไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และส่ง เลือดดำไปฟอกที่ปอด โดยอาศัยโครงสร้างของกล้ามเนื้อหัวใจ และระบบนำไฟฟ้า ภายในหัวใจ ซึ่งสร้างและควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ 2.2 กระเพาะอาหาร มีรูปร่างเหมือนน้ำเต้า คล้ายกระเพาะหมู มีความจุประมาณ 1 ลิตร เป็นถุงกล้ามเนื้อตั้งอยู่ในช่วงท้อง ส่วนบนปีกซ้ายใต้กระบังลมด้านบนต่อจากหลอดอาหาร และด้านล่างต่อกับลำไส้เล็ก ปลายบนและล่างจะมีกล้ามเนื้อหูรูดกั้นไว้ เพื่อควบคุมการทำงานของกระเพาะอาหาร หน้าที่สำคัญของกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหาร มีหน้าที่ในการย่อยอาหารที่มีขนาดใหญ่ให้เล็กลง โดยอาศัยการทำงานของกรดเกลือและละลายให้เป็นสารอาหาร แล้วส่งอาหารที่ย่อยแล้วไปยังลำไส้เล็ก แล้วลำไส้เล็กจะดูดซึมไปใช้ประโยชน์แก่ร่างกายต่อไป 2.3 ลำไส้อยู่ภายในช่องท้องต่อจากกระเพาะอาหาร ประกอบด้วยลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ 1. ลำไส้เล็ก มีลักษณะเป็นท่อกลวงยาวประมาณ 6 เมตร ขดอยู่ในช่องท้องตอนบนปลายบนเชื่อมกับกระเพาะอาหาร ส่วนปลายล่างต่อกับลำไส้ใหญ่หน้าที่สำคัญของลำไส้เล็กหน้าที่สำคัญของลำไส้เล็ก คือ ย่อยอาหารต่อจากกระเพาะอาหาร จนอาหารมีขนาดเล็กพอที่จะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อนำไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย2. ลำไส้ใหญ่ เป็นอวัยวะที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร เป็นส่วนที่ต่อจากลำไส้เล็กมีลักษณะเป็นท่อกลวงขนาดใหญ่ ลำไส้ใหญ่ของคนมีความยาวประมาณ 1.5 เมตรเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 เซนติเมตร ส่วนปลายเป็นกล้ามเนื้อรูด เรียกว่า ทวารหนัก รูปภาพที่ 9 โครงสร้างของกระเพาะอาหารหลอดอาหารลำไส้เล็กกล้ามเนื้อหูรูด


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 20หน้าที่ของลำไส้ใหญ่1. ช่วยย่อยอาหารเพียงเล็กน้อย2. ถ่ายระบายกากอาหาร ออกจากร่างกาย3. ดูดซึมน้ำและสารอิเล็กโทรไลต์ เช่น โซเดียม เป็นต้น และเกลือแร่อื่น ๆจากอาหารที่ถูกย่อยแล้ว ที่เหลืออยู่ในกากอาหาร รวมทั้งวิตามินบางอย่างที่สร้างจากแบคทีเรียซึ่งอาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ ได้แก่ วิตามินบีรวม วิตามินเค ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นช่องทางสำหรับให้น้ำ อาหารและยาแก่ผู้ป่วยทางทวารหนักได้4. ทำหน้าที่เก็บอุจจาระไว้จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควรที่จะถ่ายออกนอกร่างกาย2.4 ตับ เป็นต่อมที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย อยู่บริเวณใต้กระบังลมด้านขวาและด้านหน้าของผนังหน้าท้อง หนักประมาณ 1.2 - 1.6 กิโลกรัม ที่ผิวล่างตับมีบริเวณที่เรียกว่า ขั้วตับมีโครงสร้างที่สำคัญที่ผ่านเข้าและออกจากตับ ได้แก่ หลอดเลือดแดงที่นำออกซิเจนเข้าตับ หลอดเลือดที่มีสารอาหารที่ถูกดูดซึมจากลำไส้เข้าสู่ตับ และท่อน้ำดี ผิวนอกของตับมีลักษณะเรียบยืดหยุ่น หน้าที่ของตับ มีหน้าที่หลายอย่าง 1. การสร้างน้ำดี ช่วยย่อยอาหารประเภทไขมัน2. เก็บสำรองอาหาร โดยการเก็บกลูโคสไปสะสมไว้ในเซลล์ตับ ในรูปของไกลโคเจนและเมื่อร่างกายต้องการใช้ ก็จะทำการเปลี่ยนไกลโคเจน มาเป็นกลูโคส 3.กำจัดสารพิษที่ลำไส้ดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด มีสารพิษผ่านตับ ตับก็จะทำลาย 4. สร้างวิตามินเอ จากสารแคโรทีน (สารสีส้มอยู่ในแครอท และมะละกอ) สร้างธาตุเหล็ก ทองแดง เก็บไว้ในตับ5. สร้างสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด 6. เป็นแหล่งให้พลังงานความร้อนแก่ร่างกาย2.5 ไต เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในระบบขับถ่ายจะขับถ่ายของเสียจากร่างกายออกมาเป็นน้ำปัสสาวะ ไตของคนเรามี 2 ข้าง มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วแดง มีสีน้ำตาลแกมแดง ยาวประมาณ12 เซนติเมตร อยู่ติดผนังช่องท้องด้านหลังต่ำกว่ากระดูกซี่โครงเล็กน้อย


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 21 หน้าที่สำคัญของไต ไต ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดแดง แล้วขับของเสียออกนอกร่างกายในรูปของปัสสาวะรูปภาพที่ 10 แผนภาพอวัยวะภายในที่มา : https://www.aksorn.com/storage/upload/files/worksheet/The-Human-Body-Internal-Organs-Poster.pdf


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 22การดูแลและป้องกันอวัยวะสำคัญของร่างกาย จำเป็นเพื่อให้ทำงานได้อย่างปกติ เช่น การดูแลดวงตาโดยหลีกเลี่ยงแสงจ้าและฝุ่น การป้องกันหูจากเสียงดังและหลีกเลี่ยงการแคะหู การรักษาความสะอาดของปากและฟัน การดูแลหัวใจด้วยการออกกำลังกายและหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง การรักษาลำไส้และกระเพาะอาหารด้วยการรับประทานอาหารและดื่มน้ำอย่างเหมาะสม และการดูแลไตด้วยการหลีกเลี่ยงยาที่อาจทำลายไตและตรวจสุขภาพเป็นประจำ การดูแลเหล่านี้ช่วยให้อวัยวะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงต่อโรคการดูแลรักษาร่างกายทั้งอวัยวะภายนอกและอวัยวะภายในมีความสำคัญอย่างไร และเมื่อเกิดความผิดปกติของอวัยวะสำคัญของร่างกายควรทำอย่างไรเรื่องที่ 3การดูแล รักษาป้องกันความผิดปกติของอวัยวะสำคัญของร่างกายประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 23กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้คำชี้แจง : ให้ผู้เรียนอ่านบทสนาทั้ง 5 เรื่อง แล้วตอบคำถาม กิจกรรม


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 24


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 25


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 26


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 27


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 28คำชี้แจง : ให้ผู้เรียนกากบาท ✓หน้าข้อความที่กล่าวถูกต้อง และให้ผู้เรียนกากบาท  หน้าข้อความที่กล่าวผิด1. …………. ถ้ามีฝุ่นเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือใช้น้ำยาล้างตา 2. …………. หากมีแมลงเข้าหูควรใช้น้ำมันรำข้าวหยอดหูแล้วเอียงหูให้แมลงไหลออกมา3. …………. ควรหลีกเลี่ยงฝุ่นละออง และควรแคะจมูกด้วยวัสดุแข็ง เพื่อให้สิ่งสกปรกหลุด4. …………. ต้องแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ถ้ามีปัญหาฟัน ควรไปพบทันตแพทย์5. …………. อาหารที่มีไขมันและน้ำตาล มีส่วนทำให้ร่างกายสดชื่นอวัยวะภายนอกและภายในของร่างกายมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงมีความจำเป็นต้องมีการดูแลรักษาป้องกันความผิดปกติของอวัยวะให้สามารถทำงานได้ตามปกติ เพราะถ้าอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดความบกพร่องหรือเกิดความผิดปกติ ระบบการทำงานนั้นจะเกิดความบกพร่องหรือผิดปกติ โดยมีวิธีการดูแล รักษา ป้องกันอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ดังนี้1. การดูแลรักษาตา มีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้ 1.1 หลีกเลี่ยงการมองบริเวณที่แสงจ้า หรือหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย 1.2 ขณะอ่านหรือเขียนหนังสือ ควรให้แสงสว่างอย่างเพียงพอ และควรวางหนังสือให้ห่างจากตาประมาณ 1 ฟุต1.3 ดูโทรทัศน์ให้ห่างจากจอภาพไม่น้อยกว่า 3 เท่า ของขนาดจอภาพ 1.4 อย่าใช้ยาล้างตาเมื่อไม่มีความจำเป็น เพราะตามธรรมชาติน้ำในเปลือกตาทำหน้าที่ล้างตาดีที่สุด1.5 เมื่อมีฝุ่นละอองเข้าตาไม่ควรขยี้ตา ควรใช้วิธีลืมตาในน้ำสะอาดหรือล้างด้วยน้ำยาล้างตา1.6 บริหารเปลือกตาบนและเปลือกตาทุกวันด้วยการใช้นิ้วชี้รูดกดไปบนเปลือกตาจากคิ้วไปทางหางตา1.7 ไม่ควรอ่านหนังสือขณะอยู่บนยานพาหนะ เช่น รถ หรือรถไฟที่กำลังแล่น 1.8 ไม่ควรใช้สายตาจ้องหรือเพ่งสิ่งต่าง ๆ มากเกินไป ควรพักสายตาโดยการหลับตา หรือมองออกไปยังที่กว้าง ๆ หรือพื้นที่สีเขียว1.9 ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจติดโรคตาแดงจากผู้อื่นได้เนื้อหาสาระ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 292. การดูแลรักษาหูมีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้2.1 หลีกเลี่ยงแหล่งที่มีเสียงดังอึกทึก ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรป้องกันตนเองโดยหาอุปกรณ์มาอุดหูหรือครอบหู เพื่อป้องกันไม่ให้แก้วหูฉีกขาด2.2 เมื่อเป็นหวัดไม่ควรสั่งน้ำมูกแรง ๆ เพราะเชื้อโรคอาจผ่านเข้าไปในรูหู เกิดอักเสบ ติดเชื้อกลายเป็นหูน้ำหนวก และเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับหู ควรปรึกษาแพทย์2.3 เมื่อมีแมลงเข้าหู ให้ใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันพาราฟินหรือน้ำมันมะพร้าวหยอดหู ทิ้งไว้สักครู่แมลงจะตาย แล้วจึงเอียงหูให้แมลงไหลออกมา2.4 ขณะว่ายน้ำหรืออาบน้ำอย่าให้น้ำเข้าหู ถ้ามีน้ำเข้าหูให้เอียงหูให้น้ำออกมาเอง 2.5 ไม่ควรแคะหูด้วยวัสดุใด ๆ เพราะอาจทำให้หูอักเสบเกิดการติดเชื้อ3. การดูแลรักษาจมูก มีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้ 3.1 หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย3.2 ไม่ควรแคะจมูกด้วยวัสดุแข็ง เพราะอาจทำให้จมูกอักเสบ3.3 ไม่ควรสั่งน้ำมูกแรง ๆ ถ้าเป็นหวัดเรื้อรัง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรปรึกษาแพทย์3.4 ถ้ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับจมูก ควรปรึกษาแพทย์4. การดูแลรักษาปากและฟัน มีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้4.1 ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง4.2 งดอาหารเปรี้ยวจัดหรือเครื่องดื่มรสเปรี้ยวที่มีกรดมาก 4.3 ไม่ควรรับประทานอาหารพวกลูกอมและอาหารที่มีรสหวานจัดเพราะอาจทำให้ฟันผุ4.4 ไม่ควรกัดหรือฉีกของแข็งด้วยฟัน อาจทำให้ฟันหักได้4.5 ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันทุก 6 เดือน5. การดูแลรักษาผิวหนัง5.1 อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง 5.2 หลังจากอาบน้ำทุกครั้ง ควรเช็ดตัวให้แห้ง5.3 สวมเสื้อผ้าที่สะอาด ไม่เปียกชื้น และไม่รัดรูปจนเกินไป5.4 รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และควรดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว 5.5 หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า และระมัดระวังในการใช้เครื่องสำอาง5.6 เมื่อผิวหนังผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 306. การดูแลรักษาหัวใจ มีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้ 6.1 ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และวัย ไม่หักโหมเกินไปเพราะจะทำให้หัวใจทำงานหนักอาจเป็นอันตราย6.2 ไม่ดื่มชา กาแฟ สูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้น เพราะทำให้หัวใจทำงานหนักจนอาจเป็นอันตรายแก่กล้ามเนื้อหัวใจ6.3 ไม่รับประทานยา ที่จะกระตุ้นในการทำงานของหัวใจโดยไม่ปรึกษาแพทย์6.4 ไม่ควรนอนคว่ำเป็นเวลานาน ๆ จะส่งผลทำให้หัวใจถูกกดทับทำงานไม่สะดวก6.5 ไม่ควรนอนในสถานที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก หรือสวมเสื้อผ้าที่รัดรูปจนเกินไป จะทำให้ระบบการทำงานของหัวใจไม่สะดวก 6.6 ระมัดระวังไม่ให้หน้าอกได้รับความกระทบกระเทือน เพราะอาจเป็นอันตรายกับหัวใจ 6.7 ไม่ควรวิตกกังวล กลัว ตกใจ หรือเสียใจมากเกินไป เพราะจะส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ 6.8 ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีไขมัน และน้ำตาลมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดไขมันเกาะภายในเส้นเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นจะเป็นอันตรายได้ 6.9 เมื่อเกิดอาการผิดปกติของหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์7. การดูแลรักษาลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ มีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้7.1 ถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลาสม่ำเสมอ โดยเฉพาะควรถ่ายอุจจาระทุกเช้า7.2 หลีกเลี่ยงการใช้ยาถ่ายหรือยาระบายท้อง7.3 ดื่มน้ำให้มาก ๆ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้ว7.4 รับประทานผักหรือผลไม้ที่มีกากมาก7.5 หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดจัด7.6 ไม่ควรนั่งหรือยืนนานเกินไป ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง8. การดูแลรักษากระเพาะอาหาร มีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้8.1 ควรรับประทานอาหารให้เป็นเวลา8.2 หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เป็นต้น8.3 หากจำเป็นต้องรับประทานยาแก้ปวด ควรรับประทานหลังอาหาร และดื่มน้ำตามมากๆ 8.4 หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส 8.5 เมื่อมีอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหาร อาจรับประทานยาลดกรดหรือ ดื่มนมสดได้


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 31 9. การดูแลรักษาไต มีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้ 9.1 ควรรับประทานอาหาร น้ำ เกลือแร่ ให้เหมาะสมตามสภาวะของร่างกาย 9.2ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือรับประทานยาที่มีผลเสียต่อไต เช่น ยาซัลฟา ยาแก้ปวดและแก้อักเสบ เป็นต้น ต่อเนื่องเป็นเวลานาน 9.3 ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเอาไว้นาน ๆ หรือสวนปัสสาวะ9.4 เมื่อเกิดอาการผิดปกติที่สงสัยว่าจะเป็นโรคไต เช่น เท้าบวม ตัวบวม หรือหน้าบวมหรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติ เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์9.5 ควรตรวจสุขภาพ ตรวจปัสสาวะ ประจำปีอย่างน้อย 1 - 2 ครั้ง


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 32แนวคำตอบกิจกรรมบทที่ 1 ร่างกายของเราเรื่องที่ 1 วัฏจักรของชีวิตมนุษย์ กิจกรรมที่ 1บทสรุป ดารา เรียนรู้ว่าชีวิตมนุษย์มีวัฏจักรตั้งแต่การเกิด การเติบโต การเสื่อมสภาพ และการตายไป สิ่งสำคัญ คือ การใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและดูแลสุขภาพเพื่อให้มีชีวิตที่มีความสุขและยืนยาว กิจกรรมที่ 2ดารา วัยผู้ใหญ่สมชาย วัยชราคุณยายละไม วัยรุ่นเรื่องที่ 2 โครงสร้าง หน้าที่ และการทำงานของอวัยวะสำคัญของร่างกาย กิจกรรม1. จมูกและปาก2. กระเพาะอาหาร3. ผิวหนัง4. หัวใจ5. ปอด


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 33เรื่องที่3 การดูแล รักษา ป้องกันความผิดปกติของอวัยวะสำคัญของร่างกายเฉลย1. ……✓……. ถ้ามีฝุ่นเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือใช้น้ำยาล้างตา 2. …………. หากมีแมลงเข้าหูควรใช้น้ำมันรำข้าวหยอดหูแล้วเอียงหูให้แมลงไหลออกมา3. …………. ควรหลีกเลี่ยงฝุ่นละออง และควรแคะจมูกด้วยวัสดุแข็ง เพื่อให้สิ่งสกปรกหลุด4. ……✓……. ต้องแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2ครั้ง ถ้ามีปัญหาเรื่องฟัน ควรไปพบทันตแพทย์5. …………. อาหารที่มีไขมันและน้ำตาล มีส่วนทำให้ร่างกายสดชื่นกิจกรรม


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 34ขอบข่ายเนื้อหาบทที่ 2เรื่อง การดูแลสุขภาพ ตัวชี้วัด/สรรถนะย่อย1. วิเคราะห์และอธิบายเกี่ยวกับสารอาหาร2. ปฏิบัติตนในการเลือกบริโภคอาหาร ตามหลักโภชนาการ3. อธิบายหลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้นได้4. อธิบายคุณค่าและประโยชน์ของการออกกำลังกายได้อย่างถูกต้อง5. อธิบายหลักและวิธีการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ถูกต้องและปลอดภัย6. ปฏิบัติตนในการออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม และเป็นประจำสม่ำเสมอ7. อธิบายประเภทและรูปแบบของกิจกรรมนันทนาการได้อย่างถูกต้องเรื่องที่ 1 สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเรื่องที่ 2 หลักโภชนาการเรื่องที่ 3 หลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้นเรื่องที่ 4 คุณค่าและประโยชน์ของการออกกำลังกายเรื่องที่ 5 หลักและวิธีการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเรื่องที่ 6 กิจกรรมนันทนาการรูปแบบต่าง ๆ มีความรู้ในเรื่องคุณค่าของอาหารตามหลักโภชนาการ รู้จักวิธีการถนอมอาหารเพื่อคงคุณค่าสำหรับการบริโภค ตลอดจนวางแผนการดูแลสุขภาพตามหลักการและวิธีการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ รูปแบบต่าง ๆ ของกิจกรรมนันทนาการ เพื่อให้เกิดผลดีกับร่างกายสาระสำคัญ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 35 อาหาร หมายถึง สิ่งที่มนุษย์ และสัตว์กินดื่มเข้าไปแล้วบำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต และดำรงชีวิต รวมทั้งสิ่งที่ต้นไม้ดูดเข้าไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ให้เจริญเติบโตและดำรงอยู่ ประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้สารอาหารที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมีอะไรบ้างกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายวัตถุประสงค์1. ผู้เรียนสามารถระบุสารอาหารหลัก 5 ชนิด ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุ2. เข้าใจหน้าที่ของสารอาหารในร่างกายขั้นตอนกิจกรรม1. ถามผู้เรียนว่า “สารอาหารคืออะไร และอธิบายสารอาหารหลัก 5 ชนิด”2. กิจกรรมจับคู่ นักศึกษาจับกลุ่มแล้วเลือกอาหารที่มีสารอาหารต่าง ๆ เช่น ข้าว (คาร์โบไฮเดรต) ไข่ (โปรตีน) ผัก (วิตามิน)3. นำเสนอ กลุ่มนำเสนออาหารที่เลือก พร้อมอธิบายประโยชน์ของสารอาหารในนั้น4. สร้างเมนูอาหารสุขภาพ ให้ผู้เรียนออกแบบเมนูอาหารที่มีสารอาหารครบ 5 ชนิด5. สรุป : ครูถามผู้เรียนเกี่ยวกับการเลือกกินอาหารที่ดีต่อร่างกายวัสดุภาพหรือการ์ดของอาหาร กระดาษและปากกาผลที่คาดหวัง ผู้เรียนสามารถเลือกอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและช่วยเสริมสุขภาพได้เรื่องที่ 1 สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 36 กิจกรรม คำชี้แจง ให้ผู้เรียนลากเส้นจากรูปภาพจับคู่กับเนื้อที่ตรงกันและถูกต้องที่สุด ให้พลังงานแก่ร่างกายช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีเป็นสารซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกายเป็นสารอาหารที่ไม่ได้ให้พลังงานแก่ร่างกายช่วยทำให้ผิวพรรณสดชื่น


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 37 เนื้อหาสาระความหมายของอาหารอาหาร หมายถึง สิ่งที่มนุษย์ และสัตว์กินดื่มเข้าไปแล้วบำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต และดำรงชีวิต รวมทั้งสิ่งที่ต้นไม้ดูดเข้าไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ให้เจริญเติบโตและดำรงอยู่ร่างกายของคนเราต้องการอาหาร เพราะอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย คือ เพื่อบำบัดความหิว และเพื่อนำสารอาหารไปสร้างสุขภาพอนามัย รวมถึงการพัฒนาการทางสมอง สำหรับทางด้านจิตใจนั้น คนเรารับประทานอาหารเพื่อสนองความอยาก สร้างสุขภาพจิตที่ดี อาหารคือ สิ่งที่รับประทานเข้าไปแล้วก่อให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกายในด้านต่าง ๆ เช่น ให้กำลังและความอบอุ่น เสริมสร้างความเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ตลอดจนทำให้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายทำงานอย่างเป็นปกติ โภชนาการ คือ วิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งเกี่ยวกับการจัดอาหาร เพื่อให้ได้ประโยชน์แก่ร่างกายมากที่สุด โดยคำนึงถึงคุณค่าของอาหาร วัย และสภาพร่างกายของผู้ที่ได้รับอาหารนั้น ๆ ด้วยประโยชน์และคุณค่าของอาหาร อาหาร เป็นสารวัตถุดิบที่ร่างกายนำมาผลิตเป็นพลังงาน ร่างกายนำพลังงานที่ได้จากอาหารไปใช้ในการรักษาสภาวะทางเคมี และนำไปใช้เกี่ยวกับการทำงานของระบบต่าง ๆ เช่นการไหลเวียนโลหิต การเคลื่อนที่ของอากาศเข้าและออกจากปอด การเคลื่อนไหวของร่างกาย การออกกำลังกาย และการทำกิจกรรมต่าง ๆ ประเภทและประโยชน์ของสารอาหาร ในทางโภชนาการได้แบ่งอาหารตามสารอาหารออกเป็น 6 ประเภทใหญ่ ดังนี้ 1. คาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ซึ่งส่วนใหญ่ได้จากการสังเคราะห์แสงของพืช ได้แก่ แป้ง และน้ำตาล คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน แก่ร่างกายโดยคาร์โบไฮเดรต 1 กรัม จะสลายให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี (K.cal) ประโยชน์ คาร์โบไฮเดรต 1. ให้พลังงานและความร้อนแก่ร่างกาย 2. ช่วยในการเผาผลาญอาหารจำพวกไขมันเพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ 3. กำจัดสารพิษที่เข้าสู่ร่างกาย 4. ทำให้การขับถ่ายเป็นไปตามปกติ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 38ความต้องการคาร์โบไฮเดรต ในวันหนึ่ง ๆ คนเราต้องการใช้พลังงานไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับขนาดของร่างกาย อายุ และกิจกรรม2. โปรตีน เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของสิ่งที่มีชีวิต ซึ่งประกอบด้วยธาตุสำคัญ ๆ คือ คาร์บอน โฮโดรเจน ออกซิเจน และไนโตรเจน นอกจากนี้ยังมีธาตุอื่นอีกด้วย ประโยชน์โปรตีน1. ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย2. ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย โดยโปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่เด็กทารกถ้าได้รับโปรตีนน้อยจะมีผลทำให้สมองไม่พัฒนา ทำให้ร่างกายแคระแกรน สติปัญญาต่ำ3. ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่อ่อนเพลีย4. ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคสูง5. เป็นสารที่จำเป็นในการสร้างฮอร์โมนและเอนไซม์และเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเม็ดเลือดแดง ผลเสียที่เกิดจากการที่ร่างกายขาดโปรตีน1. ทำให้ตัวเล็ก ซูบผอม2. การเจริญเติบโตชะงัก3. กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก ถ้าร่างกายขาดโปรตีนอย่างมาก จะทำให้เกิดโรคอวาฮิออกกอร์ (Kwashiorkor)ตับบวม ผมสีอ่อน เฉยเมยไม่มีชีวิตชีวา แหล่งอาหารของโปรตีนที่ร่างกายได้รับจากเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ไข่ นม ถั่ว และผลิตภัณฑ์จากถั่ว โปรตีนที่ร่างกายต้องการได้รับ เมื่อถูกย่อยด้วยเอนไซม์จะได้กรดอะมิโน3. ไขมัน เป็นสารอาหารที่มีธาตุที่องค์ประกอบที่สำคัญ คือ คาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจนคล้ายกับคาร์โบไฮเดรต แต่สัดส่วนที่ต่างกัน ไขมันประกอบด้วยกรดไขมันและกลีเซอรอล1. กรดไขมัน แบ่งออกตามจุดหลอมเหลวได้ 2 ประเภท คือ กรดไขมันชนิดอิ่มตัว เป็นกรดไขมันที่มีจุดหลอมเหลวสูงมีจำนวนธาตุคาร์บอน และธาตุไฮโดรเจนในโมเลกุลค่อนข้างสูง ได้แก่ กรดลอริก กรดโมรีสติก กรดปาล์มติก กรดสเตียริก กรดไขมันชนิดอิ่มตัวส่วนมากจะได้จากสัตว์และมะพร้าว กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เป็นกรดไขมันที่มีจุดหลอมเหลวต่ำ ในหนึ่งโมเลกุลประกอบด้วยธาตุคาร์บอน และธาตุไฮโดรเจนในปริมาณต่ำ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 39 กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ส่วนมากได้จากไขมันของสัตว์เลือดเย็น น้ำมันตับปลา และไขมันจากพืช กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวมีกลิ่นเกิดขึ้นได้ง่าย เนื่องมาจากการรวมตัวกับออกซิเจนในอากาศได้ง่าย วิธีแก้ทำได้โดยให้ทำปฏิกิริยากับไฮโดรเจน ซึ่งเป็นหลักของการทำเนยเทียม กรดไขมันที่ร่างกายต้องการ เป็นกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ จึงต้องรับจากภายนอก ซึ่งได้รับมาจากพืช เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เช่น กรดโอเลอิก ได้จากน้ำมันมะพร้าว ถั่วลิสง กรดไลโนเลอิก ได้ถั่วลิสง น้ำมันรำ น้ำมันดอกคำฝอย ประโยชน์ของกรดไขมันชนิดอิ่มตัวต่อร่างกาย คือ1. ช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพดี2. ช่วยสร้างความเจริญเติบโตในเด็ก3. ช่วยทำให้ผิวพรรณงดงาม4. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ในเส้นเลือด แต่ถ้าร่างกายขาดไขมันจะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ไม่เท่าที่ควร และมีผิวหนังอักเสบ ไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูงโดยไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่ และนอกจากนี้ ยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค ไปใช้ในร่างกายได้ด้วย ถ้าร่างกายขาดไขมันจะทำให้ร่างกายขาดวิตามิน เอ ดี อี และ เค2. คอเลสเตอรอล เป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่พบมากในไข่แดง มันสมองสัตว์ มีความสามารถในการละลายไม่ดี ฉะนั้นเมื่อบริโภคเข้าไปในปริมาณมาก จะทำให้เกิดการอุดตันในเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดตีบตัน และเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหลอดโลหิตแข็งตัว โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น เพื่อลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ควรเลือกบริโภคอาหาร ที่มีไขมันต่ำ และควรงดเว้นการบริโภคไข่แดง ไขมันจากสัตว์ โดยเฉพาะมันสมองสัตว์3. ไตรกลีเซอไรด์หมายถึง ไขมันที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาเคมีระหว่างไขมันกับกลีเซอรอลเป็นไขมันชนิดหนึ่งที่พบได้ในเลือดและเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย มนุษย์เราได้รับไตรกลีเซอไรด์จากอาหารที่รับประทานและร่างกายยังสามารถสร้างขึ้นเองได้จากพลังงานส่วนเกินที่ได้รับจากอาหารโดยเฉพาะการรับประทานคาร์โบไฮเดรตไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันที่สำคัญต่อร่างกายแต่ถ้าร่างกายมีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดแดงแข็งและโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้นเราจึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพ โดยการลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง แป้งและน้ำตาลสูงรวมทั้งแอลกอฮอล์ และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 40เพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินและลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด แต่ถ้าหากร่างกายมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงมากควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจต้องใช้ยาร่วมด้วยในการรักษา4. วิตามิน เป็นสารซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกาย เพราะสามารถทำให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ฉะนั้นวิตามินได้จากอาหาร เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์ขึ้นได้ วิตามิน แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ1. วิตามินที่ละลายได้ในน้ำมันหรือไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ, ดี, อี, เค วิตามินเหล่านี้ต้องการไขมันในการดูดซึมและขนส่งในร่างกาย หากได้รับมากเกินไปอาจมีการสะสมในร่างกายและอาจเป็นอันตรายได้ 2. วิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ได้แก่ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินพวกนี้สลายตัวได้ง่าย เมื่อถูกแสง ความร้อน ฉะนั้น จึงไม่มีการสะสมในร่างกาย ถ้าร่างกายมีมากเกินไปจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะหรือทางเหงื่อ1. วิตามินเอ พบในอาหารประเภทเนื้อ นม ไข่แดง เนย น้ำมันตับปลา พืชผัก และผลไม้ตลอดจนผลไม้ที่มีสีเหลือง เช่น มะละกอ ฟักทอง มีประโยชน์ คือ• ช่วยรักษาสุขภาพทางตาให้ปกติ• ช่วยสร้างเคลือบฟัน• ช่วยทำให้ผิวหนังสดชื่นไม่ตกสะเก็ดผลเสีย ของการรับประทานวิตามินเอ มากเกินไปจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ผมร่วง และคันตามผิวหนัง2. วิตามินดีได้จากสารอาหารจำพวกน้ำมันตับปลา ไข่แดง เนย และจากแสงแดดซึ่งร่างกายสังเคราะห์ขึ้น ประโยชน์ คือ• ควบคุมปริมาณของแคลเซียมในโลหิต• ช่วยป้องกันโรคกระดูกอ่อน• ช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรงผลเสีย เมื่อรับประทานวิตามินดีมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ น้ำหนักตัวลดลง ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก ทำให้แคลเซียมในเลือดสูง3.วิตามินอี พบในน้ำมันพืชต่าง ๆ เช่น เมล็ดข้าว ผักใบเขียวจัด ถั่ว นม มีประโยชน์คือ• ป้องกันการเป็นหมันและการแท้งลูก• ป้องกันกล้ามเนื้อเหี่ยวลีบไม่มีแรง


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 41• ช่วยทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงไม่ถูกทำลายได้ง่าย4. วิตามินเค ได้จากการสังเคราะห์จากแบคทีเรียในลำไส้ ได้จากอาหารสีเขียวสีเหลือง เช่น ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี ถั่วเหลือง มะเขือเทศ มีประโยชน์ คือ วิตามินเคช่วยสร้างโปรทรอมบิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ตับสร้างขึ้นและทำให้เลือดแข็งตัว ถ้าร่างกายเกิดการขาดแคลนวิตามินเคจะทำให้เสียเลือดมาก เพราะเลือดแข็งตัวได้ช้าเกิดภาวะเลือดออกได้ง่าย ทารกที่เกิดใหม่ไม่มีแบคทีเรียในลำไส้ที่ผลิตวิตามินเค ถ้ามีบาดแผลจะทำให้เสียเลือดมากถึงตายได้5. วิตามินบี 1 พบมากในข้าวซ้อมมือ เนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง เห็ดฟาง เมล็ดงา รำข้าว ยีสต์ ผักใบเขียว ถ้าขาดวิตามินบี 1 จะทำให้เกิดโรคเหน็บชา เบื่ออาหาร หงุดหงิด6. วิตามินบี 2 มีมากในตับ ไต หัวใจ ไข่ปลา ไข่ขาว น้ำมัน ถั่ว ผักยอดอ่อน ถ้าขาดวิตามินบี 2 จะทำให้เกิดโรคปากนกกระจอก ผิวหนังเป็นผื่นแดง ปวดศีรษะ หน้าที่ของวิตามินบี 2 คือ• ช่วยสร้างเม็ดโลหิตแดง• ช่วยเผาผลาญอาหารพวกโปรตีน คาร์โบไฮเดรต• ช่วยบำรุงผิวหนัง7. วิตามินบี 12 พบมากในเนื้อสัตว์ หมู ไก่ ปลา นมจากสัตว์ไข่ตับ ฯลฯ มีประโยชน์คือ ช่วยรักษาระบบประสาท และป้องกันโรคโลหิตจาง8. วิตามินซี พบในพืชผักสด และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว และพืชกำลังงอก เช่น ถั่วงอก ยอดตำลึง มีประโยชน์คือ• ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน• ช่วยทำให้ผนังของเส้นโลหิตแข็งแรง• ช่วยในการดูดซึมอาหารอื่น• ช่วยให้ร่างกายสดชื่นไม่อ่อนเพลีย• ช่วยในการต่อกระดูกและรักษาแผล5. เกลือแร่ เป็นสารอาหารที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและช่วยควบคุมการทำงานของส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย โดยจะช่วยควบคุมการทำงานของฮอร์โมน และช่วยรักษาสมดุลของกระบวนการออสโมซิส 5.1 แคลเซียม ซึ่งพบในพืชผัก กุ้งแห้ง กุ้งฝอย กบ มีประโยชน์ คือ1. เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกระดูกและฟัน 2. ช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจและระบบประสาท


Click to View FlipBook Version