The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สศ110001 - หนังสือเรียนรายวิชาสุขภาวะและศิลปะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 345ed00033, 2025-11-12 04:00:39

สศ110001 - หนังสือเรียนรายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ประถมศึกษา

สศ110001 - หนังสือเรียนรายวิชาสุขภาวะและศิลปะ

รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 142 กิจกรรมที่ 2แบบฝึกหัดเพื่อการเรียนรู้คำชี้แจง : ให้เลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว1. ยาเสพติดคืออะไรก. ยาที่ใช้ในการรักษาโรคข. สิ่งของที่สามารถทำให้รู้สึกดีขึ้นค. สารที่ทำให้คนเสพติดและมีผลเสียต่อร่างกายง. อาหารที่ทำให้เกิดพลังงงาน2. การใช้ยาเสพติดอาจส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพก. ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นข. ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้นค. ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพและอาจเสียชีวิตง. ช่วยให้มีพลังงานมากขึ้น3. วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงยาเสพติดคืออะไร?ก. หลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมกับคนที่ใช้ยาเสพติดข. ใช้ยาเสพติดในปริมาณน้อยค. รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการง. เล่นกีฬาเป็นประจำ4. การติดยาเสพติดอาจส่งผลกระทบอย่างไรต่อความสัมพันธ์กับครอบครัว?ก. ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นข. ทำให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งค. ทำให้เข้าใจกันมากขึ้นง. ทำให้ครอบครัวมีความสุข


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 143 เนื้อหาสาระ1. อาการ 1.1 คนที่ติดยาเสพติดมีลักษณะอาการที่สังเกตเห็นได้หลายชนิด ทั้งทางด้านร่างกายและพฤติกรรมแสดงออกดังนี้ 1.2 หน้าตาเฉยเมยแบบคนที่มีความทุกข์ 1.3 ผอมซีด สุขภาพทรุดโทรม 1.4 ความประพฤติเปลี่ยนไป ละเลยกิจวัตรประจำวัน ระเบียบวินัยลดหย่อน 1.5 กลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ หงุดหงิด ฉุนเฉียว ผิดปกติ โมโหง่าย 1.6 มีลับลมคมใน ชอบแยกตัวอยู่คนเดียวเงียบๆ 1.7 เบื่อหน่ายการงานและการเรียน ไม่มีแรง อ่อนเพลีย 1.8 มักมียา อุปกรณ์แปลกๆเก็บไว้ในห้องส่วนตัว 1.9 อาจมีอุปกรณ์เกี่ยวกับยาเสพติด เช่น กระดาษ ตะกั่ว หลอดกาแฟ ไม้ขีดหลอดฉีดยา เป็นต้น 1.10 ใช้เงินเปลืองผิดปกติ มีหนี้สิน บางครั้งขโมยทรัพย์สินผู้อื่น 1.11 สวมแว่นกันแดดตลอดเวลา เพื่อซ่อนแก้วตาที่วาว เบิกกว้างหรือริบหรี่ 1.12 ใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลา เพื่อปกปิดรอยเข็มที่ฉีดยา 1.13 มักชอบอยู่ในห้องเก็บของ ซ่อนตัวอยู่ในห้อง อยู่หลังส้วมเพื่อแอบสูบบุหรี่เสพยา 1.14 ถ้าอยู่ในห้องเรียน เด็กจะเกียจคร้าน ง่วงเหงาหาวนอน ตาหรี่ เพราะสู้แสงไม่ได้เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง2. สาเหตุของการติดยาเสพติด 2.1 ทางด้านร่างกาย 2.1.1 การจัดหาหรือซื้อสารเสพติดด้วยตนเองเนื่องจากมีอาการเจ็บปวดทางร่างกาย 2.1.2 พวกรักษาตนเอง เช่น ประสบอุบัติเหตุแพทย์ให้ยาระงับปวดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ภายหลังได้ใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยตนเอง เลยทำให้ติดยาโดยไม่ตั้งใจ2.2 ทางด้านจิตใจ 2.2.1 พวกบุคลิกภาพผิดปกติ เช่น ต่อต้านสังคม ก้าวร้าว ชอบพึ่งพาผู้อื่น แยกตัวเองหรือซึมเศร้า


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 144 2.2.2 พวกที่มีความกังวลใจ หวาดกลัว หรือป่วยเป็นโรคประสาทหรือโรคจิตมีอาการนอนไม่หลับ มักใช้ยาเสพติดระงับความรู้สึกจึงทำให้ติดได้ 2.2.3 สภาพครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ไม่เข้าใจกัน เด็กขาดความอบอุ่น หรืออบรมเลี้ยงดูลูก ไม่ถูกต้อง หรือมีคนในครอบครัวติดสารเสพติด2.3 ทางด้านสังคม 2.3.1 ถูกเพื่อนชวน อยากลอง 2.3.2 อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับพวกติดสารเสพติด 2.3.3 ความกดดันทางสังคม เช่น มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ไม่มีงานทำ3. โทษของการติดยาเสพติด 3.1 โทษต่อร่างกายและจิตใจ 3.1.1 ทำลายประสาทสมอง จิตใจเสื่อม ซึมเศร้า กังวล เลื่อนลอย และเป็นโรคจิตจากพิษยานั้น ๆ 3.1.2 เสียบุคลิกภาพ ขาดความสนใจตนเอง ขาดสติสัมปชัญญะร่างกายซูบซีด อ่อนเพลีย 3.1.3 พิษยาทำลายอวัยวะต่าง ๆ ให้เสื่อมลง มีโรคแทรกได้ง่าย 3.1.4 ประสบอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะการควบคุมทางกล้ามเนื้อและระบบประสาทบกพร่อง 3.2 โทษต่อครอบครัว 3.2.1 ขาดความรับผิดชอบต่อครอบครัวและญาติพี่น้อง 3.2.2 เสียทรัพย์ที่จะต้องซื้อยามาเสพ และรักษาตัว 3.2.3 ขาดหลักประกันของครอบครัว ทำงานไม่ได้ ไม่เป็นที่วางใจ ของคนทั่วไป นำภัยมาสู่บุตร ภรรยา ญาติพี่น้อง 3.3 โทษต่อสังคม 3.3.1 เป็นภัยต่อสังคม 3.3.2 มีโอกาสเป็นอาชญากรประเภทลักขโมยได้ง่ายเนื่องจากมีรายจ่ายสูง 3.4 โทษต่อส่วนรวมและประเทศชาติ 3.4.1 เป็นภัยอันตรายต่อผู้อื่น ชุมชนและประเทศชาติ เพิ่มงบประมาณ ของประเทศในการป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษา 3.4.2 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1454. สภาพของคนติดยา4.1 ด้านร่างกายผู้ติดสารเสพติดจะมีใบหน้าร่างกายที่ทรุดโทรม ดูอ่อนเพลีย แววตาโรย มีอาการกระวน กระวายตาพร่าไม่สู้แดด ส่วนใหญ่จะชอบใส่เสื้อแขนยาวและใส่แว่นตาดำ ผิวหนังคล้ำ หยาบกร้าน 4.2 ด้านอารมณ์และจิตใจ มีการเปลี่ยนแปลงของนิสัยและบุคลิกภาพอย่างเห็นได้ชัด กลายเป็นคนหงุดหงิด ไม่มีความรับผิดชอบในการดำเนินชีวิตประจำกัน พูดจาเพ้อเจ้อ ไม่อยู่กับร่องกับรอย ส่วนใหญ่จะเก็บตัว และมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย5. การป้องกันปัญหายาเสพติดการป้องกันปัญหาสิ่งเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ดังนี้5.1 การป้องกันตนเอง 5.1.1 ไม่ทดลองเสพสิ่งที่รู้ว่ามีภัย เพราะอาจจะทำให้ติดได้ง่าย 5.1.2 เลือกคบเพื่อนที่ดี พยายามหลีกเลี่ยงเพื่อนที่ชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย 5.1.3 รู้จักใช้วิจารณญาณในการแก้ปัญหา แต่หากว่าไม่สามารถแก้ไขเองได้ ก็ควรจะปรึกษากับพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ 5.1.4 การสร้างทักษะชีวิต โดยเฉพาะทักษะการปฏิเสธเมื่อถูกเพื่อนชักชวน ให้เสพสิ่งเสพติดต้องรู้จักปฏิเสธอย่างนุ่มนวล โดยการชี้แจงผลเสียของสิ่งเสพติดต่อการเรียน และอนาคต การรู้จักปฏิเสธอย่างจริงจังและจิตใจแน่วแน่จะทำให้เพื่อนเกรงใจไม่กล้าชวนอีก 5.1.5 ศึกษาหาความรู้ เพื่อให้รู้เท่าทันโทษพิษภัยของยาเสพติด 5.1.6 ไม่ทดลองใช้ยาเสพติดทุกชนิดและปฏิเสธเมื่อถูกชักชวน 5.1.7 ระมัดระวังเรื่องการใช้ยา เพราะยาบางชนิดอาจทำให้เสพติดได้ 5.2 การป้องกันในครอบครัว ผู้ที่ติดสิ่งเสพติดส่วนใหญ่จะเกิดจากครอบครัวที่แตกแยก มีปัญหา ขาดความรักความอบอุ่น เกิดความว้าเหว่ ขาดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ซึ่งเป็นเหตุให้เด็กและเยาวชนหันไปพึ่งยาเสพติดแทน ดังนั้นพ่อแม่จึงควรให้ความรักความอบอุ่น และพ่อแม่ก็ควรจะประพฤติตนรูปภาพที่ 7 สภาพผู้ติดยาเสพติดที่มา https://www.oncb.go.th


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 146เป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นที่ปรึกษาให้แก่ลูกได้ ทำให้ลูกไม่หันไปพึ่งพายาเสพติด ป้องกันครอบครัว ทำได้โดย 5.2.1 สร้างความรัก ความอบอุ่นและความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว 5.2.2 รู้และปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง 5.2.3 ดูแลสมาชิกในครอบครัว ไม่ให้ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด 5.2.4 ให้กำลังใจและหาทางแก้ไข หากพบว่าสมาชิกในครอบครัวติดยาเสพติด 5.3 การป้องกันในสถานศึกษา ครูอาจารย์ควรให้ความรู้เกี่ยวกับโทษและอันตรายของสิ่งเสพติดให้กับผู้เรียนจัดให้มีกิจกรรมนันทนาการในสถานศึกษาให้เพียงพอและสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ร่วมกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ และสอนให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์5.4 การป้องกันชุมชน การป้องกันชุมชนจากปัญหาสิ่งเสพติดทำได้หลายวิธี เช่น 5.4.1 การให้ความรู้ โดยการอบรมแก่ทุกคนในชุมชนให้เห็นโทษหรืออันตรายจากสิ่งเสพติด 5.4.2 เสริมกิจกรรมยามว่าง โดยการส่งเสริมอาชีพแก่ชุมชนยามว่าง เช่น การเย็บเสื้อผ้า การทำรองเท้า เป็นต้น 5.4.3 ตั้งศูนย์รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับสิ่งเสพติด เมื่อพบว่ามีการซื้อขายหรือเสพสิ่งเสพติดภายในชุมชน 5.4.4 เข้าร่วมโครงการชุมชนปลอดสิ่งเสพติดต่าง ๆ ทั้งที่ทางราชการจัดขึ้น และชุมชนคิดริเริ่มขึ้นมาเอง 5.5 การช่วยเหลือชุมชน ทำได้โดย 5.5.1 ช่วยชุมชนในการต่อต้านยาเสพติด 5.5.2 เมื่อทราบแหล่งเสพ แหล่งค้า หรือผลิตยาเสพติด ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทันทีที่สำนักงาน ป.ป.ส. โทร. 02-2459414 หรือ 02-2470901-19 ต่อ 258 โทรสาร 02-2468526ศูนย์รับแจ้งข่าวยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร. 1688 5.6 รัฐบาล 5.6.1 การให้การศึกษาแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง 5.6.2 แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างจริงจัง และจัดสรรงบประมาณในการป้องกันและปราบปรามสิ่งเสพติด


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 147 5.6.3 จัดบุคลากรและหน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามสิ่งเสพติดให้เพียงพอ และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง 5.6.4 การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง บางครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนที่ดูแลด้านสิ่งเสพติดก็ปล่อยปละละเลย หรือทำการค้าสิ่งเสพติดเสียเอง ทำให้การปราบปรามไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้นรัฐบาลจึงควรเข้มงวดกับผู้กระทำผิดและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 148แนวคำตอบกิจกรรมบทที่ 7 สารเพสติดเรื่องที่ 1 ความหมาย ประเภทของสารเสพติด กิจกรรม1. ให้ผู้เรียนบอกความหมาย ของสารเสพติดหรือยาเสพติด ตามความเข้าใจยาเสพติด หมายถึง สารใดก็ตามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือสารที่สังเคราะห์ขึ้นเมื่อนำเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะโดยวิธีรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใด ๆ แล้ว ทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจนอกจากนี้ยังจะทำให้เกิดการเสพติดได้หากใช้สารนั้นเป็นประจำทุกวัน หรือวันละหลาย ๆ ครั้ง ยาเสพติด หมายถึง สารหรือยาที่อาจเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหรือจากการสังเคราะห์ซึ่งเมื่อบุคคลใดเสพหรือได้รับเข้าไปในร่างกายซ้ำ ๆ กันแล้วไม่ว่า ด้วยวิธีใด ๆ เป็นช่วงระยะ ๆ หรือนานติดต่อกันยาเสพติดให้โทษ หมายความว่า สารเคมี หรือวัตถุชนิดใด ๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทานดม สูบฉีด หรือด้วยประการใด ๆ แล้ว ทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจในลักษณะสำคัญ เช่น ต้องเพิ่มขนาดการเสพเรื่อย ๆ มีอาการถอนยาเมื่อขาดยา มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตอย่างรุนแรงอยู่ตลอดเวลา และสุขภาพโดยทั่วไปจะทรุดโทรมลงรวมถึงพืชที่เป็นผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ หรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษและสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษดังกล่าวด้วย2. จงยกตัวอย่างของประเภทของยาเสพติด1. แบ่งตามแหล่งที่เกิด แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ยาเสพติดธรรมชาติยาเสพติดสังเคราะห์2. แบ่งตามการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่กดระบบประสาท กระตุ้นระบบประสาท หลอนระบบประสาท ออกฤทธิ์ผสมผสาน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 149เรื่องที่ 2 อันตราย และการป้องกันสารเสพติด กิจกรรมที่ 1แบบฝึกหัดเพื่อการเรียนรู้1. ให้ผู้เรียนบอกโทษและอันตรายจากสารเสพติด มีกี่ด้าน อะไรบ้างแนวตอบ 4 ด้าน ได้แก่1. โทษต่อร่างกายและจิตใจ2. โทษต่อครอบครัว3. โทษต่อสังคม 4. โทษต่อส่วนรวมและประเทศชาติ2. ให้ผู้เรียนบอกวิธีป้องกันตนเองจากสารเสพติดมาอย่างน้อยคนละ 5 ข้อแนวตอบ1. ไม่ทดลองเสพสิ่งที่รู้ว่ามีภัย เพราะอาจจะทำให้ติดได้ง่าย2. เลือกคบเพื่อนที่ดี พยายามหลีกเลี่ยงเพื่อนที่ชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย3. รู้จักใช้วิจารณญาณในการแก้ปัญหา แต่หากว่าไม่สามารถแก้ไขเองได้ ก็ควรจะปรึกษากับพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้4. การสร้างทักษะชีวิต โดยเฉพาะทักษะการปฏิเสธเมื่อถูกเพื่อนชักชวนให้เสพสิ่งเสพติดต้องรู้จักปฏิเสธอย่างนุ่มนวล โดยการชี้แจงผลเสียของสิ่งเสพติดต่อการเรียนและอนาคต การรู้จักปฏิเสธอย่างจริงจังและจิตใจแน่วแน่จะทำให้เพื่อนเกรงใจไม่กล้าชวนอีก5. ศึกษาหาความรู้ เพื่อให้รู้เท่าทันโทษพิษภัยของยาเสพติด6. ไม่ทดลองใช้ยาเสพติดทุกชนิดและปฏิเสธเมื่อถูกชักชวน7. ระมัดระวังเรื่องการใช้ยา เพราะยาบางชนิดอาจทำให้เสพติดได้ กิจกรรมที่ 2เฉลยแบบฝึกหัดแบบปรนัยข้อที่ 1 เฉลย: ค สารที่ทำให้คนเสพติดและมีผลเสียต่อร่างกายข้อที่ 2 เฉลย: ค ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพและอาจเสียชีวิตข้อที่ 3 เฉลย: ก หลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมกับคนที่ใช้ยาเสพติดข้อที่ 4 เฉลย: ข ทำให้เกิดปัญหาและความขัดแย้ง


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 150ตัวชี้วัด/สรรถนะย่อยขอบข่ายเนื้อหาบทที่ 8เรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 1. บอกอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและแนวทางป้องกัน แก้ไขกกกกก2. ตระหนักและตี่นตัวอยู่เสมอต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นในที่อยู่อาศัย อันตรายจากการเดินทางและภัยธรรมชาติกกกกก3. ดูแลใส่ใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่นเรื่องที่ 1 อันตราย ที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเรื่องที่ 2 อันตรายที่อาจเกิดขึ้นในบ้านเรื่องที่ 3 อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางเรื่องที่ 4 อันตรายจากภัยธรรมชาติความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ อันตรายอาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุภายในบ้าน อุบัติเหตุบนท้องถนน หรือภัยธรรมชาติการเตรียมพร้อมและป้องกันอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงและความสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพสาระสำคัญ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 151ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุหรืออันตรายที่ไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนน ภายในบ้าน หรือในสถานที่สาธารณะ หลายครั้งอันตรายเหล่านี้เกิดจากความประมาท หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย การตระหนักรู้ถึงปัจจัยเสี่ยงและมีแนวทางรับมือที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสในการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี การเรียนรู้จากสถานการณ์จำลองและปรากฏการณ์จริงจะช่วยให้เราสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ1. อันตรายที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันมีอะไรบ้าง2. อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายจากการใช้ชีวิตประจำวัน3. วิธีการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันกิจกรรมการเรียนรู้คำชี้แจง แบ่งผู้เรียนออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อร่วมกันวิเคราะห์และหาแนวทางในการป้องกันแก้ไขอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น สถานการณ์จำลอง ⚫ เด็กชายต้นเดินข้ามถนนโดยไม่มองซ้าย - ขวา ทำให้เกือบถูกรถชน ผู้เรียนจะต้องช่วยกันวิเคราะห์ว่าควรมีวิธีป้องกันอย่างไร⚫ น้องมินทำน้ำร้อนหกใส่มือ ขณะชงกาแฟที่บ้าน ควรปฐมพยาบาลอย่างไรให้ถูกต้อง⚫ ผู้สูงอายุหกล้มในห้องน้ำ เนื่องจากพื้นลื่น ควรปรับปรุงพื้นที่ให้ปลอดภัยอย่างไรประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้เรื่องที่ 1 อันตราย ที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1521. การข้ามถนน การข้ามถนนโดยไม่ปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่อุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีวินัยจราจรเพียงพอ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการข้ามถนนโดยไม่มองซ้าย - ขวา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอันตรายร้ายแรง จากสถิติพบว่า อุบัติเหตุทางถนนเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของเด็กและวัยรุ่น ดังนั้น การเรียนรู้หลักปฏิบัติที่ถูกต้องในการข้ามถนน รวมถึงการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรได้รับการส่งเสริม แนวทางป้องกัน⚫ สอนให้เด็ก ๆ ข้ามถนนตรงทางม้าลาย และปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร⚫ ฝึกให้เด็กมองซ้าย - ขวา ก่อนข้ามถนนทุกครั้ง⚫ ส่งเสริมให้เด็กใช้สะพานลอยหรือทางข้ามที่ปลอดภัย⚫ หากเป็นเด็กเล็ก ควรมีผู้ปกครองจูงมือขณะข้ามถนน⚫ ใช้สื่อการสอน เช่น วิดีโอจำลองหรือแบบฝึกหัดเสริมทักษะการข้ามถนนอย่างปลอดภัย2. การถูกน้ำร้อนลวก อุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในบ้านก็เป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อสุขภาพและความปลอดภัยของสมาชิกในครอบครัวเช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีของการถูกน้ำร้อนลวก ซึ่งสามารถนำไปสู่การบาดเจ็บของผิวหนัง ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงระดับรุนแรงที่อาจต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน ความจำเป็นในการเรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้อง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากแผลน้ำร้อนลวก วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องขั้นตอนที่ 1: นำน้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง (ไม่ใช่น้ำเย็นจัด) ไหลผ่านบริเวณที่ถูกลวกเป็นเวลา 10 - 15 นาทีเพื่อลดอุณหภูมิของผิวหนังและลดการทำลายเนื้อเยื่อขั้นตอนที่ 2: หลีกเลี่ยงการทายาสีฟันหรือสารอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ เนื้อหาสาระ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 153ขั้นตอนที่ 3: หากมีแผลพุพอง อย่าเจาะแผล เพราะอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อขั้นตอนที่ 4: ใช้ผ้าสะอาดหรือแผ่นปิดแผลที่ปลอดเชื้อคลุมแผลขั้นตอนที่ 5: หากเป็นแผลรุนแรง ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว แนวทางป้องกัน⚫ สอนให้เด็กและสมาชิกในครอบครัว ใช้ภาชนะที่ปลอดภัย ขณะชงเครื่องดื่มร้อน⚫ ไม่วางกาน้ำร้อนหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง ในจุดที่เด็กเข้าถึงได้ง่าย⚫ หลีกเลี่ยงการถือของร้อนในขณะที่เดินเพื่อป้องกันการสะดุดหรือหกใส่ร่างกาย3. ภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ ในปัจจุบันแต่ละครอบครัวมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ เป็นหนึ่งในปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มีพื้นลื่น เช่น ห้องน้ำ จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า การหกล้มเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บและกระดูกหักในผู้สูงอายุ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ในกรณีของที่หกล้มภายในห้องน้ำ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งราวจับ การใช้แผ่นกันลื่น หรือการปรับแสงสว่างให้เพียงพอ การลดความเสี่ยงของการหกล้มจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุ แนวทางป้องกัน⚫ ติดตั้งราวจับ บริเวณอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และจุดที่จำเป็นเพื่อช่วยในการทรงตัว⚫ ใช้พรมกันลื่น หรือแผ่นกันลื่นบริเวณพื้นห้องน้ำและจุดที่เสี่ยง⚫ เลือกใช้รองเท้าพื้นกันลื่น สำหรับผู้สูงอายุภายในบ้าน⚫ ปรับปรุงระบบแสงสว่าง ให้เพียงพอในห้องน้ำเพื่อลดความเสี่ยงในการมองไม่เห็นสิ่งกีดขวาง⚫ หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือน้ำมันที่อาจทำให้พื้นลื่น และเช็ดทำความสะอาดพื้นหลังอาบน้ำทุกครั้งในชีวิตประจำวันของคนเราอาจเกิดอันตรายขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน โรงเรียน บนท้องถนน หรือสถานที่ทำงาน หลายครั้งเราอาจไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้ จนกว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น อันตรายที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่อุบัติเหตุทางถนน การพลัดตกหกล้ม การเกิดอัคคีภัย ไปจนถึงอันตรายจากเทคโนโลยีและมลพิษทางอากาศ คำถามสำคัญที่เราควรตั้งไว้คือ เราจะลดความเสี่ยงและป้องกัน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 154ตนเองจากอันตรายเหล่านี้ได้อย่างไร และหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น เราควรมีแนวทางปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพอันตรายที่พบบ่อยในชีวิตประจำวันอันตรายในชีวิตประจำวันมีหลายประเภท แต่สิ่งที่พบได้บ่อย ได้แก่ อุบัติเหตุทางถนน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในหลายประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ สาเหตุหลักมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ขาดความระมัดระวัง หรือใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่อุบัติเหตุในบ้าน ก็เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น การหกล้มในห้องน้ำ การถูกไฟฟ้าดูด หรือการถูกของมีคมบาด นอกจากนี้อัคคีภัยก็เป็นภัยร้ายแรงที่มักเกิดจากความประมาท เช่น การใช้ปลั๊กไฟเกินพิกัด หรือการวางวัตถุไวไฟใกล้แหล่งความร้อนแนวทางลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายเราจะสามารถลดความเสี่ยงจากอันตรายเหล่านี้ได้อย่างไร คำตอบไม่ได้อยู่ที่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด แต่อยู่ที่การตระหนักรู้และเตรียมพร้อมรับมือ เช่น การปฏิบัติตามกฎจราจร สามารถช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างมีนัยสำคัญ การขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสม ใช้เข็มขัดนิรภัย และไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถเป็นแนวทางป้องกันที่มีประสิทธิภาพ สำหรับอันตรายในบ้าน การจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย เช่น ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ หลีกเลี่ยงการใช้สายไฟที่ชำรุด และเก็บของมีคมให้พ้นมือเด็ก ล้วนเป็นมาตรการที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ การฝึกอบรมเกี่ยวกับ วิธีการดับเพลิงเบื้องต้น ก็สามารถช่วยลดโอกาสที่อัคคีภัยจะลุกลามและสร้างความเสียหายร้ายแรงการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างไรก็ตาม แม้เราจะมีมาตรการป้องกันที่ดี อุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ฉุกเฉินก็ยังคงเกิดขึ้นได้เสมอ คำถามสำคัญคือ หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้หรืออุบัติเหตุ เราควรทำอย่างไร กรณีที่เกิดไฟไหม้สิ่งแรกที่ต้องทำคือสงบสติอารมณ์และประเมินสถานการณ์ หากไฟยังไม่ลุกลาม ควรใช้ถังดับเพลิงประเภทที่เหมาะสม แต่หากไฟเริ่มลุกลาม ควรรีบออกจากอาคารโดยไม่หันกลับไปหยิบของส่วนตัว และแจ้งหน่วยดับเพลิงทันที สำหรับอุบัติเหตุทางถนน การมีความรู้เกี่ยวกับ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น สามารถช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บได้ เช่น ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพด้วยวิธีปั๊มหัวใจหรือซีพีอาร์ (CPR) ในกรณีที่ผู้ประสบเหตุหยุดหายใจ หรือการใช้แรงกดห้ามเลือดหากมีบาดแผลฉกรรจ์


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 155บทบาทของเทคโนโลยีในการป้องกันอุบัติเหตุปัจจุบันเราสามารถใช้เทคโนโลยีหรือมาตรการมาใช้ในการป้องกันอุบัติเหตุ เนื่องจากเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดอุบัติเหตุและอันตรายในชีวิตประจำวันได้ อาทิเช่น ระบบเบรกอัตโนมัติในรถยนต์สามารถช่วยลดอุบัติเหตุจากการชนท้ายได้ หรือ แอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัยพิบัติสามารถช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนี้ เทคโนโลยีสมาร์ทโฮม เช่น เครื่องตรวจจับควันและแก๊สรั่ว ยังช่วยป้องกันอัคคีภัยภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้กระทั่ง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) และ อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง(IoT) ที่ใช้ในกล้องวงจรปิดและระบบรักษาความปลอดภัยก็ช่วยลดอัตราการเกิดอาชญากรรมและการโจรกรรมในที่พักอาศัยบทสรุป: ความปลอดภัยคือความรับผิดชอบของทุกคนสุดท้ายนี้อันตรายในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือได้การเรียนรู้เกี่ยวกับอันตรายรอบตัวและแนวทางป้องกันเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และสังคมโดยรวม หากเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีความปลอดภัยมากขึ้น และนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ความเสี่ยงที่เคยเป็นภัยใกล้ตัวก็สามารถลดลงได้


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 156 แม้บ้านจะเป็นสถานที่ที่เรารู้สึกปลอดภัยที่สุด แต่อันตรายภายในบ้านสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากไฟฟ้าดูด ไฟไหม้ การลื่นล้ม หรือการได้รับสารพิษจากสารเคมีหากขาดความระมัดระวังและไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม อุบัติเหตุเหล่านี้อาจนำไปสู่การบาดเจ็บหรืออันตรายที่ร้ายแรงได้ การเรียนรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และการหาทางป้องกันล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้บ้านเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว1. อันตรายที่อาจเกิดขึ้นในบ้านมีอะไรบ้าง 2. อันตรายที่อาจเกิดขึ้นในบ้านมีสาเหตุมาจากอะไร 3. อันตรายที่อาจเกิดขึ้นในบ้านมีแนวทางป้องกัน และแก้ไขอย่างไรกิจกรรมการเรียนรู้ สถานการณ์จำลอง ⚫ นายเดชาเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยมือเปียก ทำให้ถูกไฟดูด ควรมีแนวทางป้องกันและแก้ไขอย่างไร⚫ คุณป้าสมศรีเผลอลืมปิดเตาแก๊สหลังจากทำอาหาร ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ในครัว ควรมีแนวทางป้องกันและแก้ไขอย่างไร⚫ น้องพีร์เล่นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เก็บในบ้านจึงได้รับพิษจากสารเคมี ควรมีแนวทางป้องกันและแก้ไขอย่างไรประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้เรื่องที่ 2 อันตรายที่อาจเกิดขึ้นในบ้าน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 157ข้อมูลจากหลายแหล่งชี้ให้เห็นว่า อุบัติเหตุในบ้านเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บและการเสียชีวิตในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย สาเหตุของอุบัติเหตุมักเกิดจากความประมาทเลินเล่อ หรือการขาดความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น พื้นห้องน้ำที่เปียกลื่นอาจทำให้ผู้สูงอายุหกล้ม การใช้ปลั๊กไฟเกินกำลังอาจนำไปสู่ไฟไหม้ หรือการเก็บสารเคมีอันตรายในบริเวณที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ อาจนำไปสู่การได้รับพิษโดยไม่ได้ตั้งใจดังนั้น การสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย และการปลูกฝังนิสัยการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนในครอบครัวควรให้ความสำคัญ การป้องกันอันตรายไม่ใช่เรื่องยาก หากเราตระหนักถึงความเสี่ยงรอบตัว และดำเนินมาตรการที่เหมาะสม บ้านจะกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง1. การถูกไฟดูด ในชีวิตประจำวันการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากใช้งานโดยขาดความระมัดระวัง อาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงได้ การเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าขณะมือเปียก ทำให้ถูกไฟดูด เหตุการณ์เช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องครัวหรือห้องน้ำ การตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า และการรู้วิธีป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้าดูดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรเรียนรู้เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต แนวทางป้องกัน⚫ หลีกเลี่ยงการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าและปลั๊กไฟขณะมือเปียก⚫ ติดตั้งเต้ารับและสวิตช์ที่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟให้อยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยขาดหรือชำรุด⚫ ติดตั้งปลั๊กไฟกันน้ำหรือใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย⚫ มีป้ายเตือนใกล้บริเวณที่เสี่ยง เช่น อ่างล้างมือ หรือจุดที่มีน้ำ แนวทางแก้ไข⚫ รีบปิดสวิตช์ไฟหลักหรือดึงปลั๊กออกทันทีโดยใช้วัสดุที่ไม่นำไฟฟ้า เช่น ไม้แห้ง⚫ ห้ามสัมผัสผู้ที่ถูกไฟดูดโดยตรง ให้ใช้วัตถุที่ไม่เป็นสื่อนำไฟฟ้าในการช่วยเหลือเนื้อหาสาระ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 158⚫ ตรวจสอบสัญญาณชีพของผู้ประสบเหตุ ถ้าไม่รู้สึกตัวหรือไม่หายใจ ให้ช่วยฟื้นคืนชีพด้วยวิธีปั๊มหัวใจหรือซีพีอาร์ (CPR) และรีบเรียกหน่วยกู้ชีพ⚫ หากมีอาการบาดเจ็บ ให้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น ใช้ผ้าห่มคลุมร่างกายเพื่อป้องกันภาวะช็อก2. ไฟไหม้ในครัว อุบัติเหตุจากไฟไหม้ในครัวเป็นหนึ่งในอันตรายที่พบได้บ่อยในบ้าน โดยเฉพาะจากการใช้เตาแก๊สโดยขาดความระมัดระวัง หากเราเผลอเรอลืมปิดเตาแก๊สหลังจากทำอาหาร จนทำให้เกิดไฟลุกไหม้ในครัว เหตุการณ์เช่นนี้สามารถสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพย์สิน และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ที่อยู่ในบ้าน การเรียนรู้เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและแนวทางรับมือเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ในครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถลดความเสี่ยงและจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แนวทางป้องกัน⚫ ใช้เตาแก๊สที่มีระบบตัดแก๊สอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งาน⚫ ติดตั้งเครื่องตรวจจับแก๊สรั่วในห้องครัวเพื่อแจ้งเตือนเมื่อมีแก๊สรั่ว⚫ ปิดวาล์วแก๊สทุกครั้งหลังทำอาหาร และตรวจสอบสายแก๊สให้อยู่ในสภาพดี⚫ หลีกเลี่ยงการวางวัตถุไวไฟใกล้เตาแก๊ส เช่น ผ้า กระดาษ หรือขวดพลาสติก⚫ ฝึกฝนการใช้ถังดับเพลิงประเภท ABC ซึ่งเหมาะกับการดับไฟจากน้ำมันและแก๊ส แนวทางแก้ไข⚫ หากพบว่าแก๊สยังรั่ว ให้ปิดวาล์วแก๊สทันที และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท⚫ ห้ามเปิด - ปิดสวิตช์ไฟ หรือใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในขณะที่แก๊สรั่ว เพราะอาจทำให้เกิดประกายไฟ⚫ ถ้าไฟลุกไหม้ ให้ใช้ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง (Dry Chemical Fire Extinguisher)หรือใช้ผ้าหนา ๆ ชุบน้ำคลุมเพลิง⚫ หากไฟลุกลาม ให้รีบออกจากพื้นที่และโทรแจ้งหน่วยดับเพลิงที่หมายเลขฉุกเฉิน3. อันตรายของสารเคมีในครัวเรือน สารเคมีในครัวเรือน เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด น้ำยาล้างจาน หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดูแลบ้านให้สะอาดและถูกสุขอนามัย อย่างไรก็ตาม หากมีการเก็บรักษาไม่เหมาะสม หรือปล่อยให้เด็กเข้าถึงได้อาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงได้ เพราะเด็กอาจเผลอไป


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 159เล่นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจนได้รับพิษจากสารเคมี เหตุการณ์เช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าใจถึงอันตรายของสารเคมี การตระหนักถึงวิธีป้องกันและแนวทางแก้ไขเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว แนวทางป้องกัน⚫ เก็บสารเคมีและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดไว้ในที่สูงหรือในตู้ที่มีตัวล็อก เพื่อป้องกันเด็กเข้าถึง⚫ ใช้ภาชนะที่มีฝาปิดแน่นหนา และมีฉลากแจ้งรายละเอียดชัดเจน⚫ หลีกเลี่ยงการถ่ายสารเคมีไปไว้ในขวดน้ำดื่มหรือภาชนะอื่นที่อาจทำให้เข้าใจผิด⚫ ให้เด็กเรียนรู้และเข้าใจว่าสารเคมีบางชนิดเป็นอันตรายและไม่ควรนำมาเล่น⚫ ติดตั้งป้ายคำเตือนบนภาชนะที่เก็บสารเคมีให้เห็นได้ชัด แนวทางแก้ไข⚫ ถ้าเด็กเผลอกลืนสารเคมี ห้ามทำให้อาเจียน ควรรีบให้ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ และนำส่งโรงพยาบาลทันที⚫ หากสัมผัสสารเคมี ให้ล้างบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก และหากเกิดอาการแพ้ ให้รีบพบแพทย์⚫ ถ้าเข้าตา ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านอย่างน้อย 15 นาที และรีบไปพบแพทย์⚫ ในกรณีสูดดมสารพิษ ให้พาผู้ประสบเหตุออกไปยังบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกสรุป อันตรายในบ้านสามารถป้องกันได้ด้วยความระมัดระวังและการวางมาตรการป้องกันที่เหมาะสม การมีความรู้เกี่ยวกับแนวทางป้องกันและแก้ไขเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้ ทุกคนในครอบครัวควรได้รับการฝึกฝนเกี่ยวกับความปลอดภัยในบ้าน และเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น“บ้านจะปลอดภัยขึ้น หากเรารู้จักป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น”


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 160 การเดินทางเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ ซึ่งแต่ละรูปแบบต่างก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ หากขาดการเตรียมพร้อมและไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย การเดินทางทางบกอาจนำไปสู่อุบัติเหตุจากความประมาทของผู้ขับขี่ การจราจรหนาแน่น หรือสภาพถนนที่ไม่ปลอดภัย ขณะที่การเดินทางทางน้ำมีความเสี่ยงจากกระแสน้ำแรง อุบัติเหตุทางเรือ หรือการขาดอุปกรณ์ช่วยชีวิต ส่วนการเดินทางทางอากาศ แม้จะมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากสภาพอากาศหรือความผิดพลาดทางเทคนิค ดังนั้น การตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและปฏิบัติตามแนวทางป้องกันที่เหมาะสมจะช่วยให้ทุกการเดินทางปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด1. อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางมีอะไรบ้าง2. อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางมีสาเหตุมาจากอะไร3. อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางมีแนวทางป้องกัน และแก้ไขอย่างไรกิจกรรมการเรียนรู้ สถานการณ์จำลอง (Situation-Based Learning)⚫ มาริโอ้กำลังขับรถไปทำงานแต่ฝนตกหนัก ทำให้ถนนลื่นและเกิดอุบัติเหตุ ผู้เรียนต้องช่วยกันวิเคราะห์ว่ามาริโอควรมีมาตรการป้องกันอย่างไร⚫ ส้มโอ โดยสารเรือสปีดโบ้ทโดยไม่สวมเสื้อชูชีพและเรือเกิดเสียสมดุลจากคลื่นสูง ควรมีแนวทางป้องกันและรับมืออย่างไร⚫ น้องเจเจ ขึ้นเครื่องบินไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยก่อนเครื่องขึ้นบิน อาจเกิดผลกระทบอะไรได้บ้างประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้เรื่องที่ 3 อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1611. การเดินทางทางบกในช่วงฤดูฝน การขับขี่ยานพาหนะบนถนนที่เปียกลื่นเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ขับขี่ไม่มีมาตรการป้องกันที่ดีพอ การขับรถไปทำงานขณะฝนตกหนัก ส่งผลให้ถนนลื่นและเกิดอุบัติเหตุ การตระหนักถึงวิธีการขับขี่อย่างปลอดภัยในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้แนวทางป้องกัน ลดความเร็วและเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้าเพื่อป้องกันการลื่นไถล ใช้ไฟหน้าหรือไฟตัดหมอกเมื่อทัศนวิสัยต่ำ หมั่นตรวจสอบสภาพยางรถยนต์และระบบเบรกให้พร้อมใช้งาน หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกกะทันหัน เพื่อป้องกันล้อรถล็อกและเสียการควบคุมแนวทางแก้ไขเมื่อเกิดเหตุ หากรถเสียหลัก ให้จับพวงมาลัยให้มั่นและค่อย ๆ ลดความเร็ว หากเกิดอุบัติเหตุ ให้เปิดไฟฉุกเฉิน แจ้งขอความช่วยเหลือ และเคลื่อนย้ายตัวเองไปยังที่ปลอดภัย ตรวจสอบความเสียหายของรถยนต์ก่อนตัดสินใจขับต่อไป2. การเดินทางทางน้ำการเดินทางทางน้ำเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว แต่หากไม่มีมาตรการป้องกันที่ดี อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ การโดยสารทางเรือโดยไม่สวมเสื้อชูชีพ เมื่อเรือเจอคลื่นสูงจนเสียสมดุล ความเสี่ยงที่จะตกน้ำและเกิดอันตรายร้ายแรงจึงเพิ่มขึ้น การปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยจึงเ ป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันแนวทางป้องกัน สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งก่อนขึ้นเรือ ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางทางน้ำ เนื้อหาสาระ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 162 หลีกเลี่ยงการเคลื่อนที่ภายในเรือโดยไม่จำเป็น เพื่อรักษาสมดุลของเรือ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เรืออย่างเคร่งครัดแนวทางแก้ไขเมื่อเกิดเหตุ หากเรือเสียสมดุลและกำลังจะล่ม ควรจับที่ยึดให้แน่นและรักษาความสงบ หากตกน้ำ ให้พยายามลอยตัวและใช้เสื้อชูชีพเพื่อประคองตัว หากไม่มีเสื้อชูชีพ ให้พยายามเกาะวัตถุลอยน้ำ เช่น ถังพลาสติกหรือชิ้นส่วนของเรือ ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือโดยการโบกมือหรือใช้เสียง3. การเดินทางทางอากาศการเดินทางทางอากาศเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อเทียบกับการเดินทางรูปแบบอื่น แต่ก็ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ น้องเจเจขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศ แต่กลับละเลยคำแนะนำเกี่ยวกับความปลอดภัยก่อนเครื่องขึ้นบิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเขาและผู้โดยสารคนอื่น ๆ การปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามแนวทางป้องกัน ฟังคำแนะนำจากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัย คาดเข็มขัดนิรภัยขณะนั่งที่นั่งเพื่อลดความเสี่ยงหากเกิดการสั่นสะเทือน ศึกษาวิธีการใช้หน้ากากออกซิเจนและอุปกรณ์ชูชีพ หลีกเลี่ยงการเคลื่อนที่ภายในห้องโดยสารเมื่อสัญญาณรัดเข็มขัดยังเปิดอยู่แนวทางแก้ไขเมื่อเกิดเหตุ หากเกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น เครื่องบินสั่นสะเทือนรุนแรง ให้จับที่วางแขนให้มั่นและรักษาท่าทางการนั่งให้ปลอดภัย หากความดันอากาศลดลง ควรสวมหน้ากากออกซิเจนทันที ก่อนช่วยเหลือผู้อื่น ในกรณีต้องอพยพออกจากเครื่อง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของลูกเรืออย่างเคร่งครัด และอย่านำสัมภาระติดตัว หากเกิดไฟไหม้บนเครื่องบิน ให้ปิดปากและจมูกด้วยผ้าชุบน้ำ และเคลื่อนที่ไปยังทางออกอย่างมีสติ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 163อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง1. อุบัติเหตุจากการเดินทางทางบก สาเหตุของอุบัติเหตุในการจราจรทางบก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในการจราจรทางบกนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน จากสถิติของกรมทางหลวง พบว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางหลวงมากที่สุด คือการขับรถเร็ว รองลงมาคือการขับรถในระยะกระชั้นชิด อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในการจราจรทางบกนั้น มักเกิดขึ้นจากสาเหตุที่สำคัญจากตัวบุคคล จากสภาพแวดล้อม และจากการปฏิบัติตามกฎหมายจราจร การป้องกันอุบัติเหตุในการจราจรทางบก 1. การป้องกันอุบัติเหตุในการจราจรทางบกนั้น ควรพิจารณาในเรื่องสุขภาพ การศึกษา สภาพแวดล้อม การปฏิบัติตามกฎหมายจราจรและความปลอดภัยในการขับขี่ การโดยสาร และการเดินเท้า 2. เรื่องสุขภาพของผู้ขับขี่รถ ผู้โดยสารและผู้เดินเท้า ควรมีสภาพร่างกาย และจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ และเป็นปกติอยู่เสมอ ทั้งในช่วงก่อนเดินทาง ขณะเดินทาง และหลังการเดินทาง สำหรับผู้ขับขี่รถ จะต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ในการขับรถ หากมีอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอน หรือมีความวิตกกังวลใจ ตื่นเต้น กระวนกระวายใจ มีอารมณ์เสียเกิดขึ้นบ่อย ๆ มีความเครียด มีโรคทางจิต ทางประสาท ก็ไม่ควรขับรถ เพราะจะขาดสมาธิในการขับรถ และอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่าย สำหรับผู้โดยสารยานพาหนะ และผู้เดินเท้า ก็ควรรักษาสุขภาพให้ดีทั้งทางกาย และจิตใจ เพราะหากมีความผิดปกติของร่างกาย และจิตใจ ก็จะทำให้ประสบอุบัติเหตุได้ง่าย เช่นเดียวกัน4. อุบัติเหตุจาการเดินทางทางน้ำ สาเหตุของอุบัติเหตุจากการเดินทางทางน้ำ1. สภาพอากาศแปรปรวน – คลื่นสูง ลมแรง พายุฝน หรือหมอกหนาทำให้เรือควบคุมยากและเสี่ยงต่อการล่ม2. เรือบรรทุกเกินพิกัด – น้ำหนักเกินขีดจำกัดของเรือทำให้สมดุลเสียและเพิ่มโอกาสที่เรือจะจม3. อุปกรณ์ความปลอดภัยไม่เพียงพอ – ขาดเสื้อชูชีพ ห่วงชูชีพ หรือไม่มีอุปกรณ์แจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1644. ความประมาทของผู้ขับเรือ –ขาดประสบการณ์หรือฝ่าฝืนกฎการเดินเรือ เช่น ขับเรือเร็วเกินไป ไม่ระวังทิศทาง5. สภาพเรือไม่ได้มาตรฐาน – เรือเก่า ไม่มีการบำรุงรักษา ทำให้เกิดปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องหรือรั่วซึม6. ผู้โดยสารไม่ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย – ไม่สวมเสื้อชูชีพ เคลื่อนย้ายไปมาในเรือ ทำให้สมดุลเรือเสีย7. อุบัติเหตุจากสิ่งกีดขวางในน้ำ – การชนกับหินโสโครก ซากเรือ หรือสิ่งของลอยน้ำทำให้เรือเสียหายและอับปาง8. ขาดระบบแจ้งเตือนและกู้ภัยที่มีประสิทธิภาพ – เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่ได้รับการช่วยเหลือทันเวลา การป้องกันอุบัติเหตุจากการเดินทางทางน้ำ1. ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง⚫ หลีกเลี่ยงการเดินทางทางน้ำหากมีคลื่นลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง⚫ ใช้แอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศหรือฟังประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง2. จำกัดน้ำหนักบรรทุกและจำนวนผู้โดยสาร⚫ ปฏิบัติตามข้อกำหนดของเรือ ไม่บรรทุกน้ำหนักเกิน⚫ ให้ผู้โดยสารนั่งประจำที่ ไม่เคลื่อนที่ไปมาบนเรือ3. สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อขึ้นเรือ⚫ ผู้โดยสารทุกคนควรได้รับเสื้อชูชีพที่เหมาะสมและสวมใส่อย่างถูกต้อง⚫ ตรวจสอบว่าเรือมีอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียงพอก่อนออกเดินทาง4. ควบคุมเรือด้วยความระมัดระวัง⚫ ผู้ขับเรือต้องได้รับใบอนุญาตและผ่านการอบรมด้านการเดินเรือ⚫ ขับเรือด้วยความเร็วที่ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรือดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับเรือ5. ตรวจสอบสภาพเรือก่อนใช้งาน⚫ ตรวจสอบเครื่องยนต์ โครงสร้างเรือ และระบบไฟส่องสว่างก่อนออกเดินทาง⚫ ซ่อมแซมและบำรุงรักษาเรืออย่างสม่ำเสมอ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1656. ปฏิบัติตามกฎการเดินเรือและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่⚫ ไม่ละเมิดข้อบังคับด้านความปลอดภัย เช่น การบรรทุกเกินพิกัดหรือเดินเรือในพื้นที่อันตราย⚫ ฟังคำแนะนำจากกัปตันเรือและปฏิบัติตามในกรณีฉุกเฉิน7. เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉิน⚫ จัดเตรียมอุปกรณ์กู้ภัย เช่น ห่วงชูชีพ วิทยุสื่อสาร และไฟฉุกเฉิน⚫ ฝึกซ้อมวิธีเอาตัวรอดเมื่อตกน้ำหรือเรือล่ม เช่น การลอยตัวและการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ8. ปรับปรุงระบบแจ้งเตือนและกู้ภัยทางน้ำ⚫ มีระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินที่สามารถส่งสัญญาณ SOS ไปยังหน่วยกู้ภัยได้⚫ ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางน้ำเตรียมพร้อมตลอดเวลาเพื่อให้การช่วยเหลือรวดเร็วการเดินทางทางน้ำมีความเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้หากมีมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม การปฏิบัติตามข้อกำหนดและการเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ“ความระมัดระวังคือกุญแจสำคัญในการเดินทางทางน้ำอย่างปลอดภัย” 3. อุบัติเหตุจากการเดินทางอากาศการเดินทางโดยเครื่องบิน ให้ความสะดวกรวดเร็วมาก จึงได้รับความนิยมจากประชาชนมากขึ้น อุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นได้มากเช่นเดียวกัน ซึ่งอันตรายที่เกิดขึ้น จะรุนแรงกว่าการเดินทางโดยทางบก หรือทางน้ำ ทั้งนี้เพราะการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง จะทำให้เกิดความสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสาเหตุ และข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย ในการโดยสารเครื่องบินจึงมีความจำเป็น การป้องกันอุบัติเหตุในการจราจรทางอากาศ อาจกระทำได้ดังนี้ 1. นักบินหรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการบิน ควรดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง ให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ หากมีความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ ควรงดการขับเครื่องบิน หรือปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการเดินอากาศ และไม่ขับเครื่องบิน หลังจากดื่มสุรามาใหม่ ๆ ด้วย


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 166 2. นักบินหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเดินอากาศ ควรศึกษาหาความรู้ หรือฝึกฝนเกี่ยวกับเรื่องการบิน และตั๋วเครื่องบิน เพื่อให้เกิดประสบการณ์หรือความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ด้านการเดินอากาศอยู่เสมอ 3. นักบินหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเดินอากาศ ควรมีความรับผิดชอบสูง และระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ รวมทั้งปฏิบัติตามกฎการเดินอากาศด้วย 4. ผู้โดยสารเครื่องบิน ควรปฏิบัติตามกฎ หรือข้อพึงปฏิบัติ ของการโดยสารเครื่องบินอย่างเคร่งครัด เช่น คาดเข็มขัด ห้ามสูบบุหรี่ 5. ก่อนทำการขับเครื่องบินทุกครั้ง นักบิน หรือเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบสภาพเครื่องบิน เครื่องยนต์ และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อย 6. ควรมีการดูแล และตรวจตราสภาพเครื่องบิน อย่างละเอียดลอออยู่เสมอ หากมีการชำรุด หรือเสื่อมคุณภาพจะได้แก้ไขหรือซ่อมแซมให้ดี ก่อนการนำไปใช้ 7. ควรจัดเครื่องอำนวยความสะดวกในการบิน เช่น จัดสภาพทางวิ่ง ทางขับให้ดี ไม่มีเครื่องกีดขวาง ในบริเวณสนามบิน 8. หากสภาพอากาศ หรือทัศนวิสัยไม่ดี ควรงดการบิน หรือการเดินทางโดยทางอากาศ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 167 ภัยธรรมชาติเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไฟป่า หรือสึนามิ ภัยเหล่านี้สามารถสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล บางครั้งอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้การเตรียมพร้อมและการรับมืออย่างถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากภูมิอากาศและสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ภัยธรรมชาติอาจมีรูปแบบและความรุนแรงที่แตกต่างกัน การศึกษาสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางป้องกันภัยธรรมชาติ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน การตระหนักรู้และการวางแผนรับมือที่ดีจะช่วยให้เราปลอดภัยและสามารถฟื้นตัวจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ1. ภัยทางธรรมชาติมีอะไรบ้าง ส่งผลกระทบอย่างไร2. สาเหตุของภัยทางธรรมชาติเกิดจากอะไร3. แนวทางในการป้องกัน และการแก้ไขเมื่อเกิดภัยทางธรรมชาติกิจกรรมการเรียนรู้ สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดเชียงรายประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้เรื่องที่ 4 อันตรายจากภัยธรรมชาติ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 168เหตุการณ์น้ำท่วมจังหวัดเชียงรายนับเป็นสถานการณ์ที่รุนแรง มีผู้คนจมน้ำสังเวยชีวิต ดินสไลด์ทับตาย ถูกน้ำพัดสูญหาย เป็นจำนวนมาก ส่วนผู้รักษาชีวิตรอดจากภัยพิบัติครั้งนี้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก บ้านเรือนถูกน้ำเข้าท่วมมิด ทรัพย์สินเสียหายแบบเรียกคืนมาไม่ได้ ขณะที่อีกหลายพื้นที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กระแสน้ำไหลเชี่ยวรุนแรง อดข้าวอดน้ำ ผู้ประสบภัยต่างรอคอยความช่วยเหลือ และการอพยพกลุ่มเสี่ยงคนสูงอายุ คนพิการ คนป่วย เด็ก ที่ติดค้างให้ปลอดภัยยังดำเนินต่อไปจากสถานการณ์ข้างต้น ให้ผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าการเกิดอุทกภัยหรือน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดเชียงรายมีสาเหตุมาจากอะไร และหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีกจะมีวิธีรับมือหรือป้องกันอย่างไรภัยธรรมชาติเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและสามารถสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ภัยเหล่านี้มักเกิดขึ้นโดยไม่สามารถควบคุมได้ และบางครั้งอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้ผู้คนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ภัยธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ วาตภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว สึนามิ และไฟป่า แต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะตัวและมีผลกระทบที่แตกต่างกัน การตระหนักถึงสาเหตุและแนวทางรับมือที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน1. วาตภัย วาตภัย หรือก็คือ ภัยพิบัติที่เกิดจากลม หรือที่เราเรียกว่าการเกิดพายุนั่นเอง ซึ่งพายุแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ พายุฤดูร้อน และพายุหมุนเขตร้อน เจอพายุควรทำอย่างไร ⚫ คอยฟังเสียงประกาศ หรือสัญญาณแจ้งเตือนเพื่ออพยพ ⚫ นำของที่มีความจำเป็นเท่านั้นติดตัวไปด้วย เช่น ยา น้ำ อาหาร⚫ หากอพยพไม่ทัน ให้อยู่ในตัวอาคารที่แข็งแรง เลี่ยงตำแหน่งใกล้ประตู และหน้าต่าง หากหลบภัยอยู่ ห้ามออกจากที่หลบภัย จนกว่าจะมีประกาศ เพราะพายุอาจยังไม่พ้นผ่านไป เนื้อหาสาระ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1692. อุทกภัย เป็นภัยอันตรายที่เกิดจาก “น้ำ”ซึ่งเกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลัก คือ ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเกิดน้ำท่วมเฉียบพลันสร้างความเสียหายได้หลายรูปแบบทั้งที่พักอาศัยที่ถูกทำลาย ผู้คนเสียชีวิตจากการไหลของน้ำปา หรือปริมาณน้ำที่ท่วมสูงขึ้น จนทำให้ต้องอพยพหนีขึ้นที่สูงเกิดน้ำท่วม ควรทำอย่างไร ⚫ เตรียมความพร้อมอพยพ และของที่จำเป็น เช่น ไฟฉาย และอาหาร เมื่อมีข่าวน้ำท่วมบริเวณใกล้เคียง⚫ หากไม่สามารถอพยพได้ทัน ควรขึ้นที่สูง เพื่อรอการช่วยเหลือระหว่างรอห้ามลงไปว่ายน้ำเล่นอย่างเด็ดขาด⚫ ระมัดระวังตัวอยู่เสมอ คอยสังเกตพื้นที่ของตนเอง เพราะอาจมีสัตว์พิษหนีน้ำมา3. แผ่นดินไหว การเกิดแผ่นดินไหวสามารถพบได้ในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะจุดที่เปลือกโลกยังไม่อยู่ตัว มาจากการเกิดการเคลื่อนไหวของแผ่นโลก หรือการสั่นสะเทือนจากการระเบิดของภูเขาไฟ นอกจากนี้ยังเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ได้ด้วย เช่น การระเบิดจากการทำเหมือง หรือการทำงานของเครื่องจักรขนาดใหญ่บางประเภท เป็นต้น โดยมากแล้วประเทศไทยมักรับแรงสั่นสะเทือนมาจากประเทศใกล้เคียง ส่วนพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดการเคลื่อนไหวตัวของเปลือกโลก คือ ภาคเหนือ และพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศเมื่อเกิดแผ่นดินไหวควรทำอย่างไร


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 170 ⚫ หลบใต้วัตถุที่มีความแข็งแรง สามารถบดบังร่างกายได้เต็มที่ จนกว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติ ⚫ ห้ามอยู่ใกล้กับวัตถุใด ๆ ที่สามารถเคลื่อนไหว หรือตกลงมาใส่เราได้ ⚫ หากเกิดแผ่นดินไหวระหว่างอยู่ในลิฟต์ หรือใช้บันไดเลื่อน ควรรีบออกจากจุดนั้นให้เร็วที่สุด ⚫ กรณีใกล้กับชายหาด หรือทะเล ต้องอพยพตามคำสั่งโดยด่วน เพราะอาจเกิด สึนามิตามมาได้ ⚫ ไม่ควรออกมาดูข้างนอก โดยเฉพาะหากอยู่ในพื้นที่อาคารสูง ควรให้ความสำคัญกับที่หลบภัยของตนเอง4. สึนามิ คลื่นสึนามิ เป็นคลื่นยักษ์ขนาดใหญ่กินระยะทางพื้นที่หลายกิโลเมตร เกิดได้จากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกใต้ท้องทะเล เป็นที่มาว่าทำไมจึงต้องอพยพหนีออกจากชายหาด หรือพื้นที่ติดทะเลนั่นเอง คลื่นจะกระจายไปทุกทิศทางของจุดศูนย์กลาง และมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ หากใกล้เข้าฝั่ง มีเหตุการณ์เกิดสึนามิที่มีความรุนแรงหลายครั้ง และยังมีโอกาสเกิดขึ้นอีก ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสนใจเกี่ยวกับระบบเตือนภัย และการอพยพให้ทันก่อนเกิดขึ้นจริงมีสัญญาณของสึนามิต้องทำอย่างไร ⚫ เมื่อมีสัญญาณเตือนให้อพยพขึ้นที่สูงกับบุคคลอื่นที่ไว้ใจได้ ไม่ควรรอเวลาเด็ดขาด ⚫ สิ่งของจำเป็นยังสำคัญอยู่ แต่ไม่ควรใช้เวลานาน ให้ความสำคัญกับการออกพื้นที่ให้เร็วที่สุด หากหนีไม่ทันให้หาสิ่งของ หรือพื้นที่แข็งแรงในการยึดเหนี่ยวตนเองไว้ ⚫ ถึงแม้จะไม่ปรากฏสึนามิก็ไม่ควรชะล่าใจ ให้รอในที่สูงจนกว่าจะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1715. ไฟป่า เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เราอาจเห็นกันบ่อย เนื่องจากมักเป็นผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ เช่น การเผาป่าทำไร่เลื่อนลอย หรือการสุมไฟเล็ก ๆ เท่านั้น แต่ด้วยสภาพอากาศที่แห้ง จึงทำให้ไฟลุกลาม การเกิดไฟป่าตามธรรมชาติพบเจอได้น้อย เพราะต้องเกิดจากการเสียดสีกันของต้นไม้แห้ง ด้วยเหตุนี้ไฟป้าจึงเกิดขึ้นได้ทุกเวลา และไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนที่สังเกตได้ชัดเจน ทำให้สามารถเกิดอันตรายต่อพื้นที่ และสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้นอย่างไม่ทันตั้งตัวจะทำอย่างไรดี เมื่อต้องเผชิญกับไฟป่า ⚫ หากอยู่ในช่วงที่แห้งแล้งควรเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เช่น เตรียมของที่จำเป็นแยกไว้เสมอ ⚫ ลดโอกาสเกิดไฟไหม้ลุกลามด้วยการช่วยกันทำความสะอาดบริเวณบ้าน ไม่ให้มีวัตถุติดไฟง่าย ⚫ เมื่อมีการแจ้งว่าเกิดไฟป่าให้นำสิ่งของจำเป็นหนีออกมาให้เร็วที่สุด จำไว้เสมอว่ายิ่งหนีเร็วก็มีโอกาสพ้นจากรัศมีไฟป้ามากขึ้นด้วย


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 172บทที่ 9กิจกรรมทางกายและกีฬา ตัวชี้วัด/สรรถนะย่อย1. อธิบายประเภทกิจกรรมทางกายและกีฬาได้2. ปฏิบัติตน ตามกฎกติกา ระเบียบและข้อตกลงในการเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีฬาที่เล่น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น3. อธิบายวิธีการเล่นกีฬาการป้องกัน และนำไปใช้ในการเล่นกีฬาและกิจกรรมทางกายได้4. เล่นกีฬาด้วยความสามัคคีและมีน้ำใจนักกีฬา ขอบข่ายเนื้อหา1. การเคลื่อนไหวและกิจกรรมทางกาย2. กีฬาและกีฬาพื้นบ้าน กิจกรรมทางกายและกีฬามีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพและพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย กิจกรรมทางกายครอบคลุมทุกการเคลื่อนไหวที่ใช้พลังงาน ตั้งแต่กิจวัตรประจำวันไปจนถึงการออกกำลังกาย ส่วนกีฬาคือกิจกรรมที่มีกฎกติกาชัดเจน มุ่งเน้นการแข่งขันหรือพัฒนาทักษะ การเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและหัวใจ ควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง และส่งเสริมสุขภาพจิต ลดความเครียด อีกทั้งกีฬายังช่วยพัฒนาทักษะทางสังคม เช่น วินัย การทำงานเป็นทีม และน้ำใจนักกีฬา ดังนั้น การส่งเสริมกิจกรรมทางกายและกีฬาที่เหมาะสมช่วยให้ร่างกายแข็งแรง จิตใจแจ่มใส และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในระดับบุคคลและสังคมสาระสำคัญ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 173 การเคลื่อนไหวและกิจกรรมทางกายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินชีวิตที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจ กิจกรรมทางกายหมายถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ใช้พลังงานในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่กิจกรรมประจำวัน เช่น การเดิน ขี่จักรยาน ทำงานบ้าน ไปจนถึงการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา การมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอและเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน รวมถึงช่วยพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนโลหิต1. การเคลื่อนไหวและกิจกรรมทางกายมีอะไรบ้าง2. หลักการของกิจกรรมทางกายต้องคำนึงถึงอะไร3. แนวทางปฏิบัติสำหรับกิจกรรมทางกายเป็นอย่างไรกิจกรรมการเรียนรู้ สถานการณ์จำลอง (Situation-Based Learning)⚫ ชาลีเริ่มออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ แต่พบว่าเหนื่อยง่ายและไม่มีแรงหลังจากออกกำลังกายเพียงไม่กี่วัน ผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าชาลีควรปรับเปลี่ยนการออกกำลังกายอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ⚫ คุณแม่ของอัยวาอยากเริ่มออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก แต่ไม่แน่ใจว่าควรเลือกกิจกรรมใด ผู้เรียนต้องช่วยกันวางแผนกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม⚫ แบงค์เล่นกีฬาฟุตบอลทุกวันแต่รู้สึกปวดกล้ามเนื้อบ่อยครั้ง ควรมีแนวทางการป้องกันและแก้ไขอย่างไรประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้เรื่องที่ 1 การเคลื่อนไหวและกิจกรรมทางกาย


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 174 การเริ่มต้นออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ แต่หากไม่มีการวางแผนที่เหมาะสม อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าเกินไป หากพบว่าตนเองไม่มีแรงและเหนื่อยง่ายหลังจากออกกำลังกายเพียงไม่กี่วัน การเข้าใจหลักการออกกำลังกายที่เหมาะสมจะช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนกิจกรรมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดแนวทางป้องกันและแก้ไข เริ่มต้นด้วยระดับที่เหมาะสม – ไม่ควรออกกำลังกายหนักเกินไปในช่วงแรก ควรเริ่มจากระดับเบาถึงปานกลาง และเพิ่มความเข้มข้นทีละน้อย เพิ่มเวลาให้ร่างกายปรับตัว – ให้ร่างกายมีเวลาปรับตัวโดยเพิ่มระยะเวลาและความหนักของกิจกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป พักผ่อนให้เพียงพอ – การพักผ่อนที่เหมาะสมช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว ลดความเหนื่อยล้า โภชนาการที่เหมาะสม – ควรรับประทานอาหารที่มีพลังงานเพียงพอก่อนและหลังออกกำลังกาย เช่น คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและโปรตีน ให้ความสำคัญกับการอบอุ่นร่างกายและยืดเหยียด – เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บและช่วยให้ร่างกายพร้อมสำหรับการออกกำลังกายในปัจจุบันปัญหาน้ำหนักเกินในผู้คนนับเป็นอีกสถานการณ์ที่ต้องเร่งแก้ไข การออกกำลังกายเป็นวิธีหนึ่งในการควบคุมน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและไลฟ์สไตล์เป็นสิ่งสำคัญ การวางแผนกิจกรรมที่เหมาะสมจะช่วยให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพและปลอดภัยแนวทางป้องกันและแก้ไข เลือกกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่ำ – เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน เพื่อป้องกันแรงกระแทกที่อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ ออกกำลังกายแบบแอโรบิก – เช่น เต้นแอโรบิก วิ่งเหยาะ ๆ หรือเต้นซุมบ้า ช่วยเผาผลาญพลังงานและลดน้ำหนักได้ดี เสริมสร้างกล้ามเนื้อ – ควรฝึกเวทเทรนนิ่งแบบเบา ๆ เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและช่วยเผาผลาญไขมันได้มากขึ้นเนื้อหาสาระ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 175 ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ – ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือวันละ 30 นาที คุมอาหารควบคู่กับการออกกำลังกาย – ควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และโปรตีนจากธรรมชาติการเล่นกีฬาทุกวันอาจช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกาย แต่หากไม่มีการดูแลร่างกายที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อได้ในบางครั้ง การเล่นฟุตบอลทุกวันแล้วรู้สึกปวดกล้ามเนื้อหลังอาจเกิดจากการไม่เข้าใจถึงวิธีการเล่นที่ถูกต้อง ดังนั้น การสร้างความรู้เกี่ยวหลักการป้องกันและดูแลกล้ามเนื้อจะช่วยให้สามารถเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้นแนวทางป้องกันและแก้ไข อบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬา – การอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ทำคูลดาวน์หลังเล่นกีฬา – การยืดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายช่วยลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อและลดอาการปวด เพิ่มวันพักฟื้นกล้ามเนื้อ – ควรมีวันพักเพื่อให้กล้ามเนื้อมีเวลาฟื้นตัว และลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บจากการใช้งานหนักเกินไป ฝึกเวทเทรนนิ่งเสริมสร้างกล้ามเนื้อ – การฝึกเวทเบา ๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นและลดอาการบาดเจ็บ ดื่มน้ำให้เพียงพอ– การดื่มน้ำช่วยลดอาการตะคริวและทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดีขึ้น รับประทานอาหารที่ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ– เช่น โปรตีนจากเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ และถั่วเพื่อช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานหนักหลักการสำหรับกิจกรรมทางกายการมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพต้องอาศัยหลักการที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ โดยสามารถยึดหลัก FITT Principle ซึ่งประกอบด้วย ความถี่ (Frequency) ความหนัก (Intensity) ระยะเวลา (Time) และ ประเภทของกิจกรรม (Type) รวมถึงหลักการอื่น ๆ ที่ช่วยให้การเคลื่อนไหวปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 176 F - Frequency (ความถี่) : ความถี่ของการออกกำลังกาย ควรทำอย่างน้อย 3 - 5 วันต่อสัปดาห์ I - Intensity (ความหนัก) : ระดับความหนักของการออกกำลังกาย แบ่งเป็นเบา ปานกลาง และหนัก T - Time (ระยะเวลา) : ระยะเวลาที่ใช้ในการออกกำลังกายต่อครั้ง เช่น 20 - 60 นาที T - Type (ประเภทของกิจกรรม) : ประเภทของการออกกำลังกาย เช่น คาร์ดิโอ ฝึกกล้ามเนื้อ หรือการยืดเหยียดความสำคัญของกิจกรรมทางกายกิจกรรมทางกายมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสร้างเสริมสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายแบบเบา ๆ อย่างการเดินเล่น หรือการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง เช่น การวิ่งหรือการเล่นกีฬาทุก ๆ การเคลื่อนไหวล้วนมีส่วนช่วยในการพัฒนาสุขภาพกายและจิตใจของเรา1. สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการทำงานของหัวใจและระบบหลอดเลือด ทำให้หัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง2. การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายช่วยเผาผลาญแคลอรี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วน3. สุขภาพจิต การออกกำลังกายช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล นอกจากนี้ยังช่วยในการเพิ่มความรู้สึกดีๆ และความมั่นใจในตัวเอง4. การเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก การออกกำลังกายที่มีการใช้กล้ามเนื้อและกระดูกจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกพรุนในอนาคต5. การเพิ่มพลังงาน การออกกำลังกายช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันและทำให้มีพลังงานมากขึ้น6. การปรับปรุงการนอนหลับ การออกกำลังกายช่วยให้เรานอนหลับได้ดีขึ้นและมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 177ประเภทของกิจกรรมทางกาย1. กิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐาน เช่น การเดิน การวิ่ง การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวและเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด2. กิจกรรมการออกกำลังกาย เช่น การโยคะ การออกกำลังกายในฟิตเนส การเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล เทนนิส กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความยืดหยุ่นของร่างกาย3. กิจกรรมการทำงานบ้าน เช่น การทำความสะอาดบ้านการทำสวน การล้างรถ กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวและใช้พลังงานในการทำงาน4. กิจกรรมการเดินทาง เช่น การเดินหรือปั่นจักรยานไปทำงานหรือโรงเรียน การใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์ กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างสุขภาพในชีวิตประจำวัน5. กิจกรรมการพักผ่อนและสันทนาการ เช่น การเต้นรำการเล่นเกมที่ต้องใช้การเคลื่อนไหว การเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวและผ่อนคลายความเครียด การทำกิจกรรมทางกายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเราในทุกๆ วัน ดังนั้นควรพยายามเลือกทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับตัวเองและสนุกไปกับมัน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 178 กีฬา เป็นกิจกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย พัฒนาสมรรถภาพทางกาย และส่งเสริมคุณค่าทางสังคม นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว กีฬา ยังส่งเสริมทักษะทางสังคม เช่น ความมีวินัย การทำงานเป็นทีม และน้ำใจนักกีฬา ซึ่งมีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน กีฬาแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น กีฬาเพื่อสุขภาพ กีฬาเพื่อการแข่งขัน และกีฬาสันทนาการกีฬาพื้นบ้านเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของกีฬา ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น กีฬาประเภทนี้มักมีจุดมุ่งหมายเพื่อความสนุกสนานและการสร้างความสามัคคีในชุมชน เช่น ตะกร้อลอดห่วง มวยไทย วิ่งกระสอบ และชักเย่อ ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมสุขภาพแล้ว ยังเป็นสื่อกลางในการอนุรักษ์และถ่ายทอดวัฒนธรรมสู่คนรุ่นใหม่ดังนั้น การเรียนรู้เกี่ยวกับกีฬาและกีฬาพื้นบ้าน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เข้าใจถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย แต่ยังช่วยให้ตระหนักถึงบทบาทของกีฬาต่อการพัฒนาสังคมและการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป1. กีฬาและกีฬาพื้นบ้านที่ผู้เรียนรู้จักมีอะไรบ้าง2. ประโยชน์ของการเล่นกีฬาและกีฬาพื้นบ้านประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้เรื่องที่ 2 กีฬาและกีฬาพื้นบ้าน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 179กิจกรรมการเรียนรู้ สถานการณ์จำลอง กิจกรรมที่ 1 การอภิปรายกลุ่มวัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเกี่ยวกับหลักสำคัญในการเล่นกีฬาและกีฬาพื้นบ้านขั้นตอน:1. แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อย (5-6 คนต่อกลุ่ม)2. ให้แต่ละกลุ่มเลือกกีฬาหนึ่งชนิด และกีฬาพื้นบ้านหนึ่งชนิดที่พวกเขาสนใจ3. ให้แต่ละกลุ่มอภิปรายและจดบันทึกหลักสำคัญของการเล่นกีฬาทั้งสองประเภท4. ให้ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการอภิปรายหน้าชั้นเรียนกิจกรรมที่ 1กิจกรรมที่ 2กิจกรรมที่ 2 การอภิปรายกลุ่มวัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักวิธีการป้องกันอันตรายจากการเล่นกีฬาขั้นตอน:1. ครูอธิบายถึงความสำคัญของการป้องกันอันตรายจากการเล่นกีฬา และแสดงภาพหรือวิดีโอ2. แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ (4 - 5 คน) 3. แต่ละกลุ่มจะทำการศึกษาข้อมูล และนำเสนอแผนการของตนเองให้กับเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน4. หลังจากการนำเสนอ ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงวิธีการป้องกันอันตรายที่ถูกต้อง


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 180กิจกรรมที่ 3กิจกรรมที่ 3 แบบฝึกหัดเพื่อการเรียนรู้การเรียนรู้พื้นฐานแบดมินตันวัตถุประสงค์:1. เพื่อให้ผู้เรียนรู้พื้นฐานของการเล่นแบดมินตัน2. เพื่อพัฒนาทักษะการเสิร์ฟและรับลูก3. เพื่อสร้างความเข้าใจในกฎกติกาของแบดมินตันอุปกรณ์ที่ต้องใช้ : ไม้แบดมินตัน ลูกขนไก่ คอร์ทแบดมินตันขั้นตอนการทำกิจกรรม:1. การอบรมพื้นฐาน - ครูอธิบายพื้นฐานของแบดมินตัน รวมถึงการจับไม้ การยืน และการเคลื่อนไหว2. การเสิร์ฟลูก - ครูสาธิตวิธีการเสิร์ฟลูกในแบดมินตัน ทั้งการเสิร์ฟสั้นและการเสิร์ฟยาว - ผู้เรียนฝึกการเสิร์ฟลูกตามที่ครูสอน โดยเริ่มจากการเสิร์ฟสั้นและต่อด้วยการเสิร์ฟยาว3. การรับลูก - ครูสาธิตวิธีการรับลูก ทั้งการรับลูกเสิร์ฟและการรับลูกที่คู่แข่งตีมา - ผู้เรียนฝึกการรับลูก โดยจับคู่กับเพื่อนและผลัดกันเสิร์ฟ4. การเล่นเกมสั้น ๆ - จัดผู้เรียนเป็นคู่เพื่อนเล่นแบดมินตันสั้น ๆ เพื่อทดสอบทักษะที่ได้เรียนรู้


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 181 กิจกรรมที่ 4กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมการเรียนรู้: ตะกร้อลอดห่วง1. การเล่นตะกร้อลอดห่วงมีประโยชน์อย่างไร2. อุปกรณ์ในการเล่นตะกร้อลอดห่วงมีอะไรบ้าง3. ทำไมการทำงานเป็นทีมถึงสำคัญในการเล่นตะกร้อลอดห่วงกิจกรรมที่ 5กิจกรรมที่ 5 กิจกรรมการเรียนรู้: การแข่งเรือยาววัตถุประสงค์:1. เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจกีฬาพื้นบ้านการแข่งเรือยาว2. เพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและความสามัคคี3. เพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยขั้นตอนการจัดกิจกรรม:1. การบรรยายประวัติและความสำคัญของการแข่งเรือยาว - ผู้สอนอธิบายประวัติความเป็นมาของการแข่งเรือยาว - อธิบายถึงวิธีการสร้างเรือยาวและการฝึกซ้อม2. การชมวิดีโอการแข่งขันเรือยาว: - นำวิดีโอการแข่งขันเรือยาวที่มีความสนุกสนานและน่าสนใจมาให้ผู้เรียนชม - หลังจากชมวิดีโอ ให้ผู้เรียนแบ่งปันความรู้สึกและสิ่งที่ได้เรียนรู้จากวิดีโอแนวคำถาม1. ประวัติของการแข่งเรือยาวมาจากอะไร?2. เทคนิคการพายเรือยาวที่ถูกต้องคืออะไร?3. ประโยชน์ของการแข่งเรือยาวคืออะไร?


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 182 หลักการเล่นกีฬา การเล่นกีฬาและกีฬาพื้นบ้านมีหลักสำคัญที่ควรคำนึงถึงหลายประการ เพื่อให้การเล่นเป็นไปอย่างปลอดภัย สนุกสนาน และมีประโยชน์ต่อผู้เล่น ดังนี้1. ความปลอดภัย การเล่นกีฬาทุกชนิดควรมีการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และสภาพร่างกายของผู้เล่น เช่น การสวมหมวกกันน็อกในกีฬาขี่จักรยาน หรือการสวมรองเท้ากีฬาที่เหมาะสม2. การอบอุ่นร่างกาย ก่อนการเล่นกีฬาควรมีการอบอุ่นร่างกายเพื่อเตรียมกล้ามเนื้อและลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ เช่น การยืดเส้นสาย การวิ่งหรือเดินเบา ๆ3. กฎกติกา การศึกษากฎระเบียบ กติกาเป็นสิ่งสำคัญในการเล่นกีฬา เพื่อให้การเล่นเป็นไปอย่างยุติธรรมและเป็นระเบียบเรียบร้อย4. การทำงานเป็นทีม สำหรับกีฬาที่เล่นเป็นทีม การสื่อสารและการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดความสามัคคีและการเล่นที่มีประสิทธิภาพ5. สุขภาพจิตและร่างกาย การเล่นกีฬาควรทำให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง ดังนั้นควรเล่นกีฬาด้วยความสนุกสนาน ไม่เครียด และไม่ควรหักโหมจนเกินไป6. การเคารพผู้อื่น การมีน้ำใจนักกีฬาและการเคารพคู่แข่งเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ ควรมีการแสดงความเคารพต่อกันเสมอ7. การฟื้นฟูร่างกาย หลังจากการเล่นกีฬา ควรมีการฟื้นฟูร่างกาย เช่น การยืดกล้ามเนื้ออีกครั้ง การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการพักผ่อนอย่างเหมาะสม8. การอนุรักษ์วัฒนธรรม สำหรับกีฬาพื้นบ้าน การรักษาและส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ ควรเรียนรู้ประวัติความเป็นมาและวิธีการเล่นที่ถูกต้องการเล่นกีฬากับการสร้างเสริมสุขภาพ การเล่นกีฬาเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญมากในการสร้างเสริมสุขภาพของผู้เรียน ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย แต่ยังเป็นการพัฒนาทักษะทางสังคมและเสริมสร้างคุณลักษณะต่าง ๆ ที่สำคัญต่อการเติบโตอย่างสมบูรณ์1. ส่งเสริมสุขภาพร่างกาย การออกกำลังกายผ่านการเล่นกีฬาช่วยให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง เพิ่มความสามารถในการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงช่วยพัฒนากล้ามเนื้อและกระดูกให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนและโรคเรื้อรังต่าง ๆเนื้อหาสาระ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1832. พัฒนาทักษะทางสังคม การเล่นกีฬาเป็นทีมช่วยให้เด็กเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น การแบ่งปัน การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการเล่น ทำให้เด็กมีทักษะที่จำเป็นในการสื่อสารและการทำงานร่วมกับคนอื่นในอนาคต3. เสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง การเล่นกีฬาและการได้เห็นความก้าวหน้าของตนเองช่วยให้เด็กมีความมั่นใจในความสามารถของตนเอง การได้รับการยอมรับและกำลังใจจากเพื่อนร่วมทีมและครูฝึกก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจนี้4. พัฒนาทักษะการจัดการเวลา การเล่นกีฬาเป็นประจำทำให้เด็กต้องเรียนรู้ที่จะจัดการเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การเล่น และการพักผ่อน การมีวินัยและการวางแผนที่ดีทำให้เด็กสามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ5. เสริมสร้างวินัยและความรับผิดชอบ การเข้าร่วมทีมกีฬาและการต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของเกมทำให้เด็กมีการฝึกฝนวินัยและความรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อทีมการป้องกันอันตรายจากการเล่นกีฬาการป้องกันอันตรายจากการเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพื่อให้ผู้เล่นสามารถเพลิดเพลินกับการออกกำลังกายและการแข่งขันโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการบาดเจ็บ ดังนี้1. อบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬา การอบอุ่นร่างกายก่อนเล่นกีฬาช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและเตรียมกล้ามเนื้อสำหรับการทำงานหนัก การยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนเล่นกีฬายังช่วยลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บอีกด้วย2. สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน การใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เช่น หมวกกันน็อก สนับเข่า สนับศอก และรองเท้ากีฬาที่เหมาะสมสามารถช่วยลดการบาดเจ็บได้3. เรียนรู้เทคนิคที่ถูกต้อง การเรียนรู้และฝึกฝนเทคนิคการเล่นที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ4. รักษาความฟิตของร่างกาย การรักษาความฟิตของร่างกายโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ5. ไม่เล่นกีฬาเมื่อมีอาการบาดเจ็บ หากมีอาการบาดเจ็บควรหยุดเล่นกีฬาและพักผ่อนให้เพียงพอ การฝืนเล่นกีฬาในขณะที่ร่างกายยังไม่พร้อมอาจทำให้บาดเจ็บรุนแรงขึ้น6. ดื่มน้ำเพียงพอ การดื่มน้ำให้เพียงพอก่อน ระหว่างและหลังการเล่นกีฬาช่วยป้องกันการขาดน้ำ และช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1847. ฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ การฟังคำแนะนำและปฏิบัติตามคำแนะนำจากโค้ชหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการบาดเจ็บการป้องกันอันตรายจากการเล่นกีฬาไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัย แต่ยังช่วยให้คุณสามารถพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนกีฬาแบดมินตัน กติกาแบดมินตันพื้นฐานที่ควรรู้มีดังนี้1. สนามแข่งขัน สนามแบดมินตันมีความยาว 13.4 เมตร และกว้าง 6.1 เมตร สำหรับการแข่งขันประเภทคู่ และ กว้าง 5.18 เมตร สำหรับประเภทเดี่ยว2. อุปกรณ์ ใช้ไม้แบดมินตันและลูกขนไก่ ลูกขนไก่ทำจากขนเป็ดหรือขนห่าน และมีหัวทำจากไม้ก๊อกหรือวัสดุสังเคราะห์3. การเสิร์ฟ ผู้เล่นต้องเสิร์ฟจากตำแหน่งเสิร์ฟด้านขวาเมื่อคะแนนรวมของตนเป็นเลขคู่ และจากตำแหน่งเสิร์ฟด้านซ้ายเมื่อคะแนนรวมเป็นเลขคี่ ลูกเสิร์ฟต้องตีจากต่ำกว่าเอวและต้องข้ามตาข่ายไปในเขตรับเสิร์ฟของคู่ต่อสู้4. การนับคะแนน แต่ละเกมจะมี 21 คะแนน ผู้เล่นหรือทีมใดที่ทำคะแนนได้ 21 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะเกมนั้น ผู้เล่นต้องชนะ 2 ใน 3 เกมเพื่อชนะการแข่งขัน5. การเล่นและการส่งลูก แต่ละฝ่ายต้องพยายามตีลูกขนไก่ให้ข้ามตาข่ายไปตกในเขตของฝ่ายตรงข้าม และไม่ให้ลูกตกลงในเขตของตนเองหรือตีออกนอกเส้นสนาม6. การเปลี่ยนฝั่ง ผู้เล่นจะต้องเปลี่ยนฝั่งสนามเมื่อจบเกมที่ 1 และเกมที่ 2 และเมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำคะแนนได้ 11 คะแนนในเกมที่ 37. การผิดกติกา การผิดกติกาเช่น การสัมผัสตาข่าย การตีลูกสองครั้ง การตีลูกออกนอกเส้นสนาม หรือการขัดขวางฝ่ายตรงข้าม จะทำให้ฝ่ายนั้นเสียคะแนนให้กับคู่ต่อสู้การจับไม้แบดมินตันเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญมากสำหรับผู้เล่นทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ หรือมืออาชีพ การจับไม้ให้ถูกวิธีจะช่วยให้คุณควบคุมลูกแบดมินตันได้ดีขึ้นและลดโอกาสบาดเจ็บ มีสองวิธีหลักในการจับไม้แบดมินตัน คือ1. การจับไม้แบบ Forehand (แบบจับเปิดหน้า2. การจับไม้แบบ Backhand (แบบจับปิดหน้า)ที่มาภาพ https://3badmintonkk.wordpress.com


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 185ขั้นตอนการเสิร์ฟ1. ยืนในตำแหน่งเสิร์ฟ โดยเท้าหน้าควรอยู่ใกล้เส้นเสิร์ฟมากที่สุด2. จับลูกแบดมินตันด้วยมือซ้าย (หรือมือขวาถ้าคุณเป็นคนถนัดซ้าย)3. ถือไม้แบดมินตันด้วยมือขวา (หรือมือซ้ายถ้าคุณถนัดซ้าย)4. ตีลูกด้วยการเหวี่ยงไม้แบดมินตันจากด้านหลังมาด้านหน้า โดยลูกต้องไม่ตกลงต่ำกว่าระดับเอวขณะที่ตีการตีลูกตบในกีฬาแบดมินตัน (Smash) เป็นการตีลูกที่มีพลังและความเร็วสูง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ลูกแบดมินตันตกลงพื้นของฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วและยากที่จะรับได้ การตีลูกตบมักจะใช้เมื่อผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งที่ตีและมีเวลาพอที่จะตั้งท่าตีอย่างเต็มที่


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 186การรับลูกแบดมินตัน(Badminton Serve Return) คือการตอบโต้ลูกเสิร์ฟที่ถูกส่งข้ามตาข่ายมาโดยคู่แข่ง การรับลูกเสิร์ฟเป็นทักษะสำคัญที่ต้องใช้ในเกมแบดมินตันเพื่อเริ่มต้นการเล่นหรือการแลกเปลี่ยนลูก การรับลูกเสิร์ฟที่ดีจะช่วยให้เราได้เปรียบในการเล่นและสามารถควบคุมเกมได้ดีขึ้นกีฬาพื้นบ้าน (ตะกร้อลอดห่วง)กีฬาตะกร้อลอดห่วงเป็นกีฬาพื้นบ้านของประเทศไทยที่มีประวัติยาวนานและมีความเป็นมาอย่างน่าสนใจ ตะกร้อลอดห่วงเริ่มต้นจากการเล่นเพื่อความบันเทิงและการออกกำลังกายของชาวบ้านในสมัยโบราณ ซึ่งมักเล่นกันในเทศกาลหรืองานประเพณีต่าง ๆ ตะกร้อลอดห่วงเป็นการผสมผสานระหว่างการเล่นตะกร้อและการยิงประตู ซึ่งผู้เล่นต้องใช้ทักษะในการเตะลูกตะกร้อให้ลอดห่วงที่แขวนอยู่สูงเหนือพื้น การเล่นนี้ต้องอาศัยความคล่องแคล่วและความแม่นยำสูงเนื่องจากต้องควบคุมลูกตะกร้อให้ไปในทิศทางที่ต้องการ กติกาของกีฬาตะกร้อลอดห่วงมีการพัฒนาและปรับปรุงมาเป็นระยะ ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการเล่นในยุคปัจจุบัน ปัจจุบันตะกร้อลอดห่วงยังคงเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในชุมชนต่าง ๆ และยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ในการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ กีฬาตะกร้อลอดห่วงไม่เพียงแต่เป็นการออกกำลังกายและความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นที่มีคุณค่าให้คงอยู่ต่อไปในอนาคตกติกา กีฬาตะกร้อลอดห่วงเป็นกีฬาที่ผสมผสานระหว่างตะกร้อและบาสเกตบอล ซึ่งมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว กติกาหลักของกีฬานี้มีดังนี้1. สนามและอุปกรณ์ - สนามมีขนาด 13.4 x 6.1 เมตร - ตะกร้า (ห่วง) สูงจากพื้น 4.5 เมตร - ลูกตะกร้อมีขนาดและน้ำหนักมาตรฐาน2. ผู้เล่น - แต่ละทีมมีผู้เล่น 5 คนในสนาม และสำรองไม่เกิน 3 คน - อนุญาตให้เปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ตลอดเวลา


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1873. เวลาในการแข่งขัน - การแข่งขันแบ่งเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 20 นาที - มีเวลาพักระหว่างครึ่งละ 10 นาที4. การเริ่มเกม - เริ่มเกมด้วยการโยนลูกตะกร้อจากกลางสนาม - ผู้เล่นต้องใช้เท้า ศีรษะ หัวเข่า หรือลำตัวในการเล่นลูก5. การทำคะแนน - การทำคะแนนเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นสามารถยิงลูกตะกร้อเข้าห่วง - การยิงจากนอกเส้น 3 คะแนนได้ 3 คะแนน - การยิงจากในเส้น 3 คะแนนได้ 2 คะแนน6. กติกาการเล่น - ห้ามใช้มือในการควบคุมหรือจับลูกตะกร้อ - ห้ามทำฟาวล์ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เช่น กระแทก ดึง หรือขัดขวาง7. การตัดสิน - มีผู้ตัดสิน 2 คน คอยควบคุมการแข่งขันและตัดสินการทำฟาวล์ - การทำฟาวล์บ่อยครั้งจนนำไปสู่การถูกตัดสิทธิ์8. การชนะ - ทีมที่มีคะแนนสูงสุดเมื่อหมดเวลาการแข่งขันจะเป็นผู้ชนะ กีฬาตะกร้อลอดห่วงเป็นกีฬาที่ต้องการความคล่องแคล่วและทักษะในการควบคุมลูกตะกร้อ รวมทั้งการทำงานเป็นทีมที่ดี หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและสนุกกับการเล่นหรือชมกีฬานี้มากขึ้นกีฬาพื้นบ้าน (แข่งเรือยาว)กีฬาแข่งเรือยาว เป็นกีฬาพื้นบ้านที่มีประวัติความเป็นมายาวนานในประเทศไทย โดยมีการบันทึกว่ามีการแข่งเรือยาวมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยยังคงใช้เรือเป็นพาหนะสำคัญในการเดินทางและขนส่ง ในอดีต การแข่งเรือยาวเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยมักจะจัดขึ้นในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เช่น งานออกพรรษา เพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงความสามัคคีของชุมชนและการฝึกฝนทักษะทางกายภาพ เรือยาวที่ใช้ในการแข่งขันนั้นมีลักษณะพิเศษ โดยจะทำจากไม้ทั้งลำและมีความยาวมาก บางครั้งอาจยาวถึง 30 - 40 เมตร และสามารถจุผู้พายได้หลายสิบคน รูปแบบและลวดลายของเรือจะมีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 188ปัจจุบัน การแข่งขันเรือยาวยังคงเป็นที่นิยมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีแม่น้ำใหญ่ เช่น พิษณุโลก นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี รวมถึงยังมีการจัดแข่งขันระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีนี้ให้คงอยู่ต่อไปประโยชน์1. ทำให้ประชาชนมีสุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรงจากการเล่นและแข่งขันเรือยาว2. ทำให้เกิดความสามัคคีของคนในชุมชน3. ทำให้มีพื้นที่สร้างสรรค์ทางสังคม ในการพบปะ พูดคุย และทำกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชน4. ทำให้ประชาชนมีความรู้ด้านทักษะและประเพณีการแข่งเรือยาว5. ทำให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินระยะเวลาที่ใช้การแข่งขันเรือยาวเพื่อสุขภาพนั้นไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน เนื่องจากการแข่งขันเรือยาวนั้นการตัดสินต้องอาศัยการเข้าเส้นชัยเป็นสำคัญกลุ่มของผู้แข่งเรือยาวกีฬาพื้นบ้านเรือยาวนั้น ถ้าหากเล่นเพื่อสุขภาพและนันทนาการ ประชาชนทั่วไปที่สนใจสามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัยจำนวนผู้เข้าแข่งเรือโดยปกติผู้เข้าแข่งขันเรือยาว จะมีการแข่งขันกันเป็นทีม ซึ่งแต่ละทีมจะมีจำนวนฝีพายทีมละเท่า ๆ กัน การแข่งขันเรือยาวจะมีหลายประเภทด้วยกันขึ้นอยู่กับประเภทที่จัดการแข่งขัน อาทิ ประเภท 5 ฝีพาย ประเภท 7 ฝีพาย ประเภท 28 ฝีพาย ประเภท 40 ฝีพาย ประเภท 55 ฝีพายกติกาการลงเรือ1. เมื่อได้รับอนุญาตให้ลงเรือเพื่อการแข่งขันนักกีฬาต้องนำอุปกรณ์ตามจำนวนที่ได้รับลงเรือและพายไปยังจุดเริ่มต้นการแข่งขัน โดยไม่ชักช้าปราศจากการรบกวนทีมอื่นที่จะแข่งขัน หรือกำลังแข่งขัน และถึงจุดปล่อยก่อนเวลาเริ่มการแข่งขัน (ประมาณ 10 นาที)2. นักกีฬาจะไม่นำพายสำรองที่ได้รับลงเรือก็ได้ แต่คณะกรรมการจะไม่รับผิดชอบต่อการชำรุดเสียหาย หรือพายหลุดมือซึ่งจะไม่มีพายสำรองทั้งก่อนการแข่งขันและระหว่างการแข่งขัน3. ผู้เข้าแข่งขันคนใดไม่ลงแข่งขันหรือไม่พร้อมที่จะแข่งขันตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือไม่ลงทำการแข่งขันตามคำสั่งคณะกรรมการจัดการแข่งขัน


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 189หรือคำสั่งกรรมการผู้ตัดสินให้ปรับเป็นแพ้ ในกรณีดังกล่าวให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันรายงานคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาลงโทษ4. นำเรือเข้าประจำลู่ปล่อยเรือทันที เมื่อได้รับการประกาศของผู้ปล่อยเรือ เพื่อเริ่มการแข่งขันการปล่อยเรือ1. เมื่อหัวเรือเสมอกัน และผู้ปล่อยเรือเห็นว่าเรือทุกลำพร้อมไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน ผู้ปล่อยเรือจะออกคำสั่งปล่อยเรือ “เรือพร้อม - ระวัง” 2. นักกีฬาทุกคนจะต้องประคองเรือให้ตรงและนิ่ง3. เมื่อผู้ปล่อยเรือ เห็นเรือทุกลำเรียบร้อย ผู้ปล่อยเรือจะให้สัญญาณการแข่งขันทันที4. การระงับการปล่อยเรือ ที่เห็นว่าจะได้เปรียบเสียเปรียบกัน เป็นอำนาจของผู้ปล่อยเรือเท่านั้น5. การบอก “ไม่พร้อม” ของเรือลำใด จะอยู่ในดุลยพินิจของผู้ปล่อยเรือด้วย ซึ่งอาจจะเตือนเมื่อเห็นว่า เป็นการเอาเปรียบเสียบเปรียบและอาจจะปรับเป็นฟาวล์ ครั้งที่ 1 ได้ ยังกระทำอีก6. การฟาวล์คือ การออกเรือก่อนสัญญาณปล่อยเรือจะเริ่มขึ้น ผู้ปล่อยเรือจะยิงปืน “2 นัด” ติดต่อกันเพื่อหยุดการแข่งขันและเริ่มใหม่7. การทำฟาวล์สองครั้ง จะถูกปรับให้เป็นแพ้ในเที่ยวนั้น และต้องออกจากการแข่งขันทันที8. การ “เริ่มใหม่” ทุกครั้งเรือทุกลำต้องรีบกลับเข้าสู่พายของตนทันที โดยไม่ชักช้า และหากเรียกเตือนแล้วยังกระทำโดยไม่มีเหตุผล อาจถูกปรับเป็นฟาวล์ครั้งที่ 1 ก็ได้การพายในระหว่างการแข่งขัน1. เรือทุกลำต้องพายอยู่ในลู่ของตนเท่านั้น2. หากเรือลำใดพายข้ามลู่เป็นเหตุให้เกิดการกีดขวางหรือมีเจตนาชน เบียด เรือที่ก่อเหตุจะถูกปรับให้เป็นแพ้ฟาวล์3. การตั้งใจให้เกิดการกีดขวาง เพื่อให้เรือพวกเดียวกันได้อันดับที่ดี เพื่อเข้ารอบหรือเป็นผู้ชนะ คณะกรรมการอาจจะเปลี่ยนแปลงคำตัดสินนั้น ๆ หรือให้แข่งใหม่ทันที4. นายท้ายจะใช้พายคัดท้ายช่วยพายได้การตัดสินการเข้าเส้นชัยเรือยาว1. เรือลำใดเข้าเส้นชัยก่อน - หลัง กรรมการเส้นชัยจะเป็นผู้ตัดสิน2. การตัดสินแพ้ - ชนะ จะตัดสินโดยส่วนปลายสุดของเรือตามสภาพสัมผัสเส้นสมมติของกล้องวีดิโอ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 1903. เรือที่จะชนะเมื่อท้ายเรือผ่านเส้นชัยไปแล้ว และฝีพายต้องอยู่ครบตามจำนวนของประเภทนั้น ๆ ตั้งแต่เริ่มการแข่งขันจนสิ้นสุดการแข่งขัน4. ผู้เข้าร่วมการแข่งขันต้องยอมรับคำตัดสินและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กรรมการผู้ตัดสิน และเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันอย่างเคร่งครัด5. ตลอดเวลาการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันต้องประพฤติตนให้สมกับความเป็นนักกีฬาที่ดี และปฏิบัติตามระเบียบและกติกาการแข่งขันอย่างเคร่งครัดการแข่งเรือยาวในเบื้องต้นการลงเรือ ฝีพายต้องนั่งตรงกลางของลำเรือเพื่อรักษาสมดุลของเรือ การจับไม้พาย หากฝีพายต้องพายเรือทางด้านซ้าย มือซ้ายจับช่วงล่างของไม้พาย มือขวาจับช่วงบนของไม้พาย หากฝีพายต้องพายเรือทางด้านขวา มือขวาจับช่วงล่างของไม้พาย มือซ้ายจับช่วงบนของไม้พาย และฝีพายต้องพายไปพร้อม ๆ กันเมื่อได้รับการประกาศของผู้ปล่อยเรือเพื่อเริ่มการแข่งขัน ฝีพายนำเรือเข้าประจำลู่ปล่อยเรือพร้อมทำการแข่งขัน เมื่อหัวเรือทุกลำเสมอกัน ผู้ปล่อยเรือจะออกคำสั่งปล่อยเรือ “เรือพร้อม -ระวัง” นักกีฬาทุกคนจะต้องประคองเรือให้ตรงและนิ่ง ผู้ปล่อยเรือจะยิงปืน “1 นัด” เพื่อเริ่มการแข่งขันลำเรือต้องพายอยู่ในลู่ของตนเท่านั้น โดยนายท้ายจะใช้พายคัดท้ายช่วยพายได้ หากเรือลำใดเข้าเส้นชัยก่อนโดยส่วนปลายสุดของเรือตามสภาพสัมผัสเส้นสมมติของกล้องวีดิโอถือว่าเป็นผู้ชนะ


รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 191กิจกรรมท้ายบท1. การวิ่งเหยาะ ๆ (Jogging) เป็นการออกกำลังกายประเภทใด ก. การฝึกกล้ามเนื้อ ข. การทำสมาธิ ค. การฝึกความยืดหยุ่น ง. การฝึกความแข็งแรงของหัวใจและปอด2. การโยคะมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านใดมากที่สุด ก. เพิ่มความยืดหยุ่น ข. เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ค. เพิ่มความเร็วในการวิ่ง ง. เพิ่มความสามารถในการยกของหนัก3. การยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนการออกกำลังกายมีประโยชน์อย่างไร ก. ลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ ข. เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ค. เตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับกิจกรรม ง. ถูกทุกข้อ4. ส่วนใดของร่างกายที่ควรยืดเหยียดก่อนการออกกำลังกาย ก. แขน ข. ขา ค. หลัง ง. ทุกส่วนของร่างกาย5. การออกกำลังกายที่ดีควรมีระยะเวลานานเท่าใดต่อครั้ง ก. 15 นาที ข. 30 นาที ค. 45 นาที ง. 60 นาที6. ในการแข่งขันแบดมินตันประเภทเดี่ยวผู้เรียนต้องทำคะแนนกี่แต้มจึงจะชนะในเซตนั้น ก. 15 แต้ม ข. 21 แต้ม ค. 25 แต้ม ง. 30 แต้ม7. การแข่งขันแบดมินตันในโอลิมปิกครั้งแรกจัดขึ้นในปีใด ก. 1988 ข. 1992 ค. 1996 ง. 2000


Click to View FlipBook Version