รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 42 3. ช่วยทำให้เลือดเกิดการแข็งตัว ถ้าร่างกายขาดแคลเซียมทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน และทำให้เลือดไหลหยุดช้า เมื่อมีบาดแผล5.2 เหล็ก พบมากในตับ หัวใจ เนื้อ ถั่ว ผักสีเขียวบางชนิด เช่น กระถิน ผักโขม ผักบุ้ง มีประโยชน์ คือ1. เป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดโลหิตแดง2. ป้องกันโรคโลหิตจาง หญิงมีครรภ์ หรือมีประจำเดือน ควรได้รับธาตุเหล็กมาก เพื่อไปเสริมและสร้างโลหิตที่เสียไป5.3 ไอโอดีน พบมากในอาหารทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา มีประโยชน์ คือ ช่วยให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนขึ้นเพื่อให้ควบคุมการเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย เด็กที่ขาดไอโอดีนจะไม่เจริญเติบโตจะเป็นเด็กแคระแกรน ยาบางอย่าง และผักกะหล่ำปลีจะขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนไทรอกซิน5.4 โปแตสเซียม พบในเนื้อ นม ไข่ และผักสีเขียว มีประโยชน์คือ ควบคุมการทำงานกล้ามเนื้อ และระบบประสาท6. น้ำ เป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดสิ่งมีชีวิตจะขาดเสียมิได้ โดยร่างกายเรามีน้ำเป็นองค์ประกอบอยู่ประมาณ 70 % ของน้ำหนักตัว ประโยชน์ของน้ำ1. ช่วยทำให้ผิวพรรณสดชื่น2. ช่วยหล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ที่มีการเคลื่อนไหว3. ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย4. ช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย5. ช่วยย่อยอาหารและลำเลียงอาหารสัดส่วนของสารอาหารที่ร่างกายต้องการ1.ความต้องการพลังงานของร่างกายในแต่ละวันจะมากหรือน้อยในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับ• เพศ กล่าวคือ เพศชายส่วนมากต้องการมากกว่าเพศหญิง• วัย กล่าวคือ วัยรุ่นมีความต้องการพลังงานมากว่าวัยเด็กและวัยชรา• อาชีพ กล่าวคือ ผู้มีอาชีพไม่ต้องใช้แรงงานจะใช้พลังงานน้อยกว่าผู้ใช้แรงงาน• น้ำหนักตัว กล่าวคือ ผู้มีน้ำหนักตัวมากจะใช้พลังงานมากกว่าผู้มีน้ำหนักตัวน้อย
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 43• อุณหภูมิ กล่าวคือ ผู้ที่อยู่ในบริเวณภูมิอากาศหนาว จะใช้พลังงานมากกว่าผู้อาศัยในบริเวณภูมิอากาศร้อน โดยปกติในวัยเรียนพลังงานที่จะใช้ปริมาณ 44 แคลอรี่ ต่อกิโลกรัมต่อวัน2. บุคคลที่ต้องการลดความอ้วน แต่ไม่ต้องการอดอาหารจะทำได้โดยลดสารอาหารบางอย่างที่ให้พลังงานสูง และกินสารอาหารอื่นแทน นั้นคือควรลดคาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพราะอาหาร 2 อย่างนี้ให้พลังงานสูง3. การบริโภคอาหารตามหลักของโภชนาการ คือ จะต้องบริโภคอาหารให้ครบถ้วนตามร่างกายต้องการและในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเฉพาะสารอาหารให้พลังงาน เช่นคาร์โบไฮเดรต ควรได้รับ 2 - 3 กรัม/น.น. 1 กิโลกรัม/วันโปรตีน ควรได้รับ 1 กรัม/น.น. 1 กิโลกรัม/วัน สำหรับเด็กทารก และสตรีมีครรภ์ควรจะได้รับปริมาณโปรตีนสูงกว่าคือควรรับ 2-3 กรัม/น.น. 1 กิโลกรัม/วันไขมัน ควรได้รับ 2 กรัม/น.น. 1 กิโลกรัม/วัน สำหรับประเทศหนาวควรได้รับสารอาหารนี้ในปริมาณที่สูงขึ้นอีก เพื่อนำไปใช้ก่อให้เกิดพลังงาน4. โปรตีนที่มีคุณภาพสูง หมายถึง อาหารโปรตีนที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายทั้ง 8 ชนิด และอยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะที่ร่างกายจะนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่อาหารที่ให้โปรตีนที่มีกรดอะมิโนที่จำเป็น ครบ 8 ชนิด คือ อาหารโปรตีนจากสัตว์
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 44 อาหารที่เกิดประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเต็มที่ จะต้องเป็นอาหารที่มีโภชนาการสูง ซึ่งหมายถึงอาหารที่ให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการครบทุกชนิด และมีปริมาณพอเพียงกับความต้องการของร่างกาย ดังนั้น อาหารที่นำมารับประทานทุกมื้อ ควรประกอบไปด้วยอาหารจากอาหารหลักครบทั้ง 5 หมู่ ประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้การปฏิบัติตนในการเลือกบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการมีอะไรบ้างกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง หลักโภชนาการวัตถุประสงค์ 1. ผู้เรียนเข้าใจหลักโภชนาการที่ดี2. ผู้เรียนรู้วิธีการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพขั้นตอนกิจกรรม1. ครูอธิบายหลักโภชนาการที่ดีว่า “การกินอาหารที่หลากหลายและครบ 5 หมู่” จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เช่น ข้าว ผัก ผลไม้เนื้อสัตว์และนม2. กิจกรรมเลือกอาหาร ให้นักศึกษาเลือกอาหารจากภาพที่มี เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ และโปรตีนแล้วแบ่งกลุ่มอภิปรายว่าอาหารในแต่ละหมู่มีประโยชน์อย่างไร3. ครูสรุปการกินอาหารครบ 5 หมู่เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอและสมดุลผลที่คาดหวัง ผู้เรียนสามารถเข้าใจการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพและรู้จักการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่เรื่องที่ 2 หลักโภชนาการ
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 45 กิจกรรมคำชี้แจง ครูเล่าบทบาทสมมติเรื่อง การเลือกบริโภคอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการแล้ว ถามคำถาม ชวนคิด ชวนตอบ กับผู้เรียน เนื้อหาสาระการเลือกบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการอาหารที่เกิดประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเต็มที่จะต้องเป็นอาหารที่มีโภชนาการสูง ซึ่งหมายถึง สารอาหารที่ร่างกายต้องการครบทุกชนิด และมีปริมาณพอเพียงกับ ความต้องการของร่างกาย ดังนั้น อาหารที่นำมารับประทานทุกมื้อ ควรประกอบไปด้วยอาหาร จากอาหารหลักครบทั้ง 5 หมู่อาหาร ประโยชน์อาหารหมู่ที่ 1 โปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ถั่วชนิดต่าง ๆ อาหาร หมู่ที่ 1 มีความสำคัญมากเสริมสร้างบำรุงร่างกายให้เติบโต ซ่อมแซมอวัยวะส่วนที่สึกหรอให้เป็นปกติอาหารหมู่ที่ 2 คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าว อาหารจำพวกแป้งต่าง ๆทำให้ร่างกายมีกำลังที่จะทำงาน และทำให้ร่างกายอบอุ่นบทบาทสมมติ เรื่อง การเลือกบริโภคอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ นภัส เป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบเร่งรีบและไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องอาหารการกิน เขามักจะเลือกทานอาหารที่สะดวกและรวดเร็ว เช่น ขนมปังเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด และเครื่องดื่มหวาน เป็นต้น ในระหว่างวันเรียน และเมื่อกลับถึงบ้าน เขามักจะทานอาหารเย็นที่ประกอบด้วยอาหารที่มีไขมันสูง เช่น พิซซ่า และขนมหวาน 1. จากเหตุการณ์ข้างต้นส่งผลกระทบต่อร่างกายของนภัสอย่างไรบ้าง 2. ถ้าผู้เรียนเป็นนภัสควรมีหลักในการเลือกบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการอย่างไรบ้างชวนคิด ชวนตอบ
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 46อาหาร ประโยชน์อาหารหมู่ที่ 3 ไขมัน เช่น น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าวและน้ำมันพืชต่าง ๆ ทำให้ร่างกายอบอุ่น มีกำลังทำงานอาหารหมู่ที่ 4 เกลือแร่ ได้แก่ เกลือสินเธาว์ เกลือทะเล เกลือผสมไอโอดีน อาหารทะเลช่วยควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกาย และช่วยป้องกันโรคบางชนิด เช่น โรคเอ๋อ โรคคอพอกอาหารหมู่ที่ 5 วิตามิน ได้แก่ ผัก ผลไม้ต่าง ๆ ที่มีสีเขียวช่วยบำรุงผิวหนัง ตา เหงือก ฟัน มีอนุพันธ์ต้านมะเร็ง บำรุงกระดูก ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีน้ำดื่ม น้ำเป็นสิ่งจำเป็นแก่ร่างกาย ถ้าร่างกายขาดน้ำจะทำให้เสียชีวิตได้ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยนำสารอาหารไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และขับถ่ายของเสีย ที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากร่างกาย ช่วยทำให้อุณหภูมิในร่างกายมีความสมดุลหลักการเลือกบริโภคอาหาร1. รับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ (รับประทานอาหารหลัก 5 หมู่ให้ครบในแต่ละวัน)2. ต้องไม่รับประทานอาหารมากเกินไป หรือรับประทานอาหารน้อยเกินไป แต่ละคนต้องการอาหารในปริมาณที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุ ขนาดของร่างกาย การใช้แรงงาน และเพศ3. คนที่ช่างเลือกในการรับประทานอาหาร ต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะถ้ารับประทานแต่อาหารที่ตนชอบ อาจทำให้เป็นโรคขาดสารอาหารบางอย่างได้4. เลือกรับประทานอาหารที่สดสะอาด อย่าเลือกซื้ออาหารตามคำโฆษณา ควรคำนึงถึงคุณค่าที่ได้รับจากอาหารด้วยในการดูแลสุขภาพตนเองนั้น ควรสนใจเรื่องน้ำหนักของร่างกายของตนเองด้วย เพราะการมีน้ำหนักมากไปจะทำให้เป็นโรคอ้วน น้ำหนักน้อยไปจะทำให้ผอมการที่มีรูปร่างอ้วนหรือผอมผิดปกติ ย่อมมีผลต่อสุขภาพทำให้มีโอกาสเป็นโรคได้ง่าย คนอ้วนอาจเป็นโรคหัวใจ คนผอมอาจเป็นวัณโรคหรือมีพยาธิ นอกจากนี้ยังมีผลต่อสุขภาพจิตเพราะเกิดความกังวลไม่สบายใจที่เพื่อนล้ออาหารที่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง คือ อาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วไม่มีประโยชน์และอาจเกิดโทษแก่ร่างกาย คือ
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 471. อาหารที่ไม่สะอาด ได้แก่ อาหารที่มีแมลงวันตอม2. อาหารที่เป็นพิษ ได้แก่อาหารที่มีสารพิษเจือปน เช่น ผักที่มียาฆ่าแมลง ถั่วลิสงที่มีเชื้อรา3. อาหารปลอมปน ได้แก่ อาหารที่ผู้ขายใส่สารอื่นลงไป เพื่อลดต้นทุนในการผลิตหรือเพื่อปรุงแต่งสีและรสชาติให้น่ากินขึ้น เช่น น้ำส้มสายชูปลอม ขนมที่ผสมสีย้อมผ้า น้ำปลาที่เจือสีลูกชิ้นที่ใส่สารบอแรกซ์4. อาหารที่เสื่อมคุณภาพ ได้แก่ อาหารกระป๋องที่หมดอายุ หรืออาหารที่มีกลิ่นบูดเน่า5. อาหารที่ไม่มีประโยชน์ ได้แก่ ของหมักดอง น้ำอัดลมปริมาณและคุณค่าอาหารที่เหมาะสมกับวัยความต้องการปริมาณอาหารแต่ละชนิดของร่างกายขึ้นอยู่กับวัย อาชีพ และสภาพ ของร่างกาย เช่น เด็กต้องการอาหารประเภทโปรตีนมากกว่าผู้ใหญ่ ผู้ใช้แรงงานต้องการอาหารประเภท คาร์โบไฮเดรตมาก หรือพวกที่อยู่ในเขตหนาวต้องการอาหารประเภทไขมันมาก เป็นต้น อย่างไรก็ตามมีหลักง่าย ๆ คือ รับประทานอาหารที่เพียงพอและให้ครบทุกประเภทของสารอาหารข้อแนะนำเพิ่มเติม1. ควรรับประทานอาหารทะเล อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง2. ควรรับประทานไข่สุกเพราะย่อยง่าย3. ควรหุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำเพื่อรักษาวิตามิน4. ควรรับประทานน้ำมันพืชเพราะไม่ทำให้เกิดไขมันในเส้นเลือด5. ควรรับประทานผักสดมากกว่าผักที่สุกแล้ว แต่ควรล้างสะอาด ปราศจากสารพิษ
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 48 คนที่มีสุขภาพที่ดี จึงเป็นผู้ที่มีความสุข เพราะมีร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์หรือที่เรียกว่าสุขกาย สบายใจ ถ้าเราต้องการเป็นผู้มีสุขภาพดีก็จะต้องรู้จักวิธีการดูแลร่างกาย โดยการปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะอย่างสม่ำเสมอจนเป็นกิจนิสัย ประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้หลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้นมีอะไรบ้างกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง หลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้นวัตถุประสงค์ 1. ผู้เรียนเข้าใจหลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้น2. ผู้เรียนรู้วิธีการดูแลร่างกายให้แข็งแรงขั้นตอนกิจกรรม1. กิจกรรม “วงล้อสุขภาพ” ผู้เรียนแบ่งกลุ่มและเล่นเกม “วงล้อสุขภาพ” โดยให้แต่ละกลุ่มหมุนวงล้อที่มีคำถามเกี่ยวกับหลักการดูแลสุขภาพ เช่น “ทำไมการออกกำลังกายถึงสำคัญ” หรือ “การกินผักดีอย่างไร”ผู้เรียนตอบคำถามและอธิบายให้เพื่อนฟัง2. กิจกรรม “สร้างแผนสุขภาพ” ให้ผู้เรียนสร้างแผนการดูแลสุขภาพของตัวเองในหนึ่งสัปดาห์ โดยให้เขียนกิจกรรมที่ทำ เพื่อดูแลสุขภาพ เช่น กินอาหารดีๆ 3 มื้อ ออกกำลังกายวันละ 30 นาทีนอนให้เพียงพอ3. สรุป ครูสรุปการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน และกระตุ้นให้ผู้เรียนพยายามปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้ทุกวันวัสดุ - ภาพประกอบการดูแลสุขภาพ- กระดาษและปากกาผลที่คาดหวังผู้เรียนสามารถนำหลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้นไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นเรื่องที่ 3 หลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้น
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 49 กิจกรรม คำชี้แจง ครูแบ่งผู้เรียนออกเป็น 5 กลุ่ม เท่า ๆ กัน โดยมอบหมายกลุ่มละ 1 หัวข้อ พร้อมทั้งให้ผู้เรียนร่วมกันระดมความคิด อธิบายและยกตัวอย่างเกี่ยวกับหลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้นแล้วส่งตัวแทนนำเสนอหน้าชั้นเรียน ดังนี้ 1. การรับประทานอาหาร 2. การพักผ่อน 3. การออกกำลังกาย 4. การจัดการอารมณ์ 5. การขับถ่าย 6. การตรวจสุขภาพประจำปี เนื้อหาสาระคนที่มีสุขภาพที่ดี จึงเป็นผู้ที่มีความสุข เพราะมีร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์หรือที่เรียกว่าสุขกาย สบายใจ ถ้าเราต้องการเป็นผู้มีสุขภาพดีก็จะต้องรู้จักวิธีการดูแลร่างกาย โดยการปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะอย่างสม่ำเสมอจนเป็นกิจนิสัยหลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้น มี 6 วิธีคือ1.การรับประทานอาหาร2. การพักผ่อน3. การออกกำลังกาย4. การจัดการอารมณ์5. การขับถ่าย6. การตรวจสุขภาพประจำปี1. การรับประทานอาหาร การรับประทานอาหาร โดยยึดหลักโภชนาการให้ครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย เป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ได้มีการทดสอบ และคำนวณหาพลังงานที่ได้รับจากการบริโภคที่พอเหมาะ มีหลักการบริโภค เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย เรียกว่า โภชนบัญญัติ 9 ประการเพื่อแนะนำสัดส่วนใน 1 วัน มีดังนี้
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 50 1) ทานอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ต้องหลากหลาย และหมั่นดูแลน้ำหนักตัว 2) ทานข้าวเป็นอาหารหลักสลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ 3) ทานพืชผัก ผลไม้ให้มากและเป็นประจำ 4) ทานปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ 5) ดื่มนมให้พอดี และเหมาะสมตามวัย 6) ทานอาหารที่มีไขมันแต่พอสมควร 7) หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัด และเค็มจัด 8) ทานอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน 9) งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์2. การพักผ่อน การนอนหลับและพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง จะทำให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลายความตึงเครียด หัวใจและอวัยวะต่าง ๆ ทำงานลดลง เป็นการยืดอายุการทำงานของร่างกาย เมื่อคนเราได้พักผ่อนอย่างเพียงพอจะทำให้สดชื่น แจ่มใส ร่างกายแข็งแรงพร้อมที่จะเคลื่อนไหว ประกอบกิจการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ3. การออกกำลังกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพดี ในชีวิตประจำวัน เช่น ทำงานบ้าน การขึ้นลงบันได ถือเป็นการทำให้ร่างกายได้ใช้พลังงานทั้งสิ้น ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ วันละ 30 นาที อย่างน้อย 3 วัน ต่อสัปดาห์ จึงจะเพียงพอที่จะทำให้มีร่างกายแข็งแรง ผลดีของการออกกำลังกาย มีดังนี้1) ช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรค2) ทำให้หัวใจ กล้ามเนื้อ และกระดูกแข็งแรง3) ช่วยลดความดันโลหิต4) ช่วยลดคลอเลสเตอรอล ทำให้มีน้ำหนักตัวคงที่และเหมาะสม5) ช่วยลดความเครียด ทำให้นอนหลับ และส่งเสริมการหมุนเวียนของเลือด4. การจัดการอารมณ์และความเครียด การรู้จักระวังรักษาอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ เช่น พยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ให้เกิดความเศร้า กลัว วิตกกังวล และตกใจซึ่งจะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานอย่างเป็นปกติ ดังนั้น จึงควรยิ้มแย้มแจ่มใส มีอารมณ์ขันอยู่เสมอ ทำงานที่เป็นกิจวัตรประจำวันให้เพลิดเพลิน จะสามารถปรับตัวอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างเป็นสุข
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 515. การขับถ่าย การถ่ายอุจจาระเป็นเวลาทุกวัน ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ริดสีดวงทวาร โดยควรรับประทานอาหารพวกผัก ผลไม้ทุกวัน และดื่มน้ำสุก สะอาดอย่างน้อยวันละ 6 - 8 แก้ว ซึ่งการขับถ่ายเป็นประจำ จะช่วยให้มีสุขภาพกาย และจิตที่ดี6. การตรวจสุขภาพประจำปี โดยปกติบุคคลควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 - 2 ครั้ง ตรวจหาความผิดปกติ ของร่างกาย เมื่อพบสิ่งผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญในเรื่องนั้น ๆ และปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 52 การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เสมือนเป็นยาบำรุงที่สามารถเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายได้และสามารถป้องกันโรคได้ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น ทั้งนี้การออกกำลังกายจะต้องมีความถูกต้องและเหมาะสม และรู้จักวิธีในการออกกำลังกายจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับเพศ วัย สถานที่ และอุปกรณ์ ประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้ประโยชน์ของการออกกำลังกายมีอะไรบ้างกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง คุณค่าและประโยชน์ของการออกกำลังกาย1. ให้ผู้เรียนอธิบายคุณค่าและประโยชน์ของการออกกำลังกาย อย่างถูกต้อง 2. ให้ผู้เรียนคัดเลือกตัวแทน 3 คน ออกมาอธิบายหลักและวิธีการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ที่ถูกต้องและปลอดภัย 3. ให้ผู้เรียนบอกวิธีการปฏิบัติตนในการออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสม4. ให้ผู้เรียนจับกลุ่มระดมความคิด และส่งตัวแทนมาหน้าชั้นเรียนเพื่ออธิบายประเภท และรูปแบบของกิจกรรมนันทนาการเรื่องที่4 คุณค่าและประโยชน์ของการออกกำลังกาย
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 53 กิจกรรมคำชี้แจง ให้ผู้เรียนเลือกเครื่องหมาย ✓หน้าข้อความที่ถูก และเลือกเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ผิด1. ............การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อ2. ............การออกกำลังกายสามารถทำให้เกิดความเครียดเพิ่มขึ้นและทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า3. ............การออกกำลังกายช่วยในการลดน้ำหนักและควบคุมความอ้วน4. ............การออกกำลังกายไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตหรืออารมณ์ 5. ...........การออกกำลังกายสามารถเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกและลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคกระดูกพรุน6. ............การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ7. ............การออกกำลังกายเป็นเพียงวิธีเดียวในการควบคุมระดับความดันโลหิต 8. ............การออกกำลังกายควรเริ่มจากการฝึกที่มีความหนักหน่วงสูงสุด 9. ............การออกกำลังกายที่มีน้ำหนักสามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อได้10. ..........การออกกำลังกายควรใช้ท่าทางที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ เนื้อหาสาระการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เสมือนเป็นยาบำรุง ที่สามารถเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายได้และสามารถป้องกันโรคได้ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น ทั้งนี้การออกกำลังกายจะต้องมีความถูกต้องและเหมาะสม และรู้จักวิธีในการออกกำลังกายจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับเพศ วัย สถานที่ และอุปกรณ์ ซึ่งปัจจุบันมักนิยมที่จะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้วยการเล่นกีฬา และออกกำลังกายที่มีจุดประสงค์ที่มุ่งเน้นต่อการพัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิต การดำรงรักษาสุขภาพที่ดีอยู่แล้วไม่ให้ลดถอยลง ปรับปรุงสุขภาพที่ทรุดโทรมให้ดีขึ้น ป้องกันโรคที่เกี่ยวเนื่องกับการขาดการออกกำลังกาย ตลอดจนช่วยแก้ไขหรือฟื้นฟูสภาพร่างกายจากโรคบางอย่าง การเคลื่อนไหว และการออกกำลังกายที่ถูกต้องตามวิธีและหลักการ มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย และที่สำคัญมีดังนี้1. มีประโยชน์ต่อระบบหายใจ ทำให้หัวใจ ปอด แข็งแรง ได้ออกกำลังกล้ามเนื้อหัวใจ ได้ทำงานเต็มที่ ถุงลมเล็ก ๆ ภายในปอดมีโอกาสสูดลมเต็ม และไล่อากาศออกให้หมด ทำให้ปอดมีพลังในการฟอกโลหิต
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 542. มีประโยชน์ต่อระบบไหลเวียนของโลหิตดี สืบเนื่องจากการทำงานของหัวใจและปอดดี มีพลังในการบีบตัวได้ดี สูบฉีดโลหิต และฟอกโลหิตได้ดีมีประสิทธิภาพ ไม่เป็นโรคหัวใจได้ง่าย3. มีประโยชน์ต่อระบบกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเส้นเอ็นต่าง ๆ ได้ออกกำลัง ยืดและหดตัวได้เต็มที่ ทำให้มีความแข็งแรงยืดหยุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถทำงานได้ทนไม่เหนื่อยง่าย เพราะกล้ามเนื้อมีพลังมาก 4. มีประโยชน์ต่อการเผาผลาญในร่างกาย เพราะการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายต้องใช้พลังงานระบบต่าง ๆ จะต้องทำงานเกิดการเผาผลาญ ทำให้อาหารที่รับประทานเข้าไปถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพไม่เหลือสะสมโดยเฉพาะไขมันที่ให้พลังงานมาก จะไม่ถูกสะสมในร่างกาย จนทำให้เกิดโรคอ้วน5. มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย การเคลื่อนไหว และภายหลังการออกกำลังกาย ทำให้ดื่มน้ำได้มาก กระเพาะ สำไส้ ได้เคลื่อนไหวในการออกกำลังกายด้วย ทำให้ระบบย่อยอาหารดี กระเพาะอาหาร สำไส้ บีบรัดตัวได้ดี7. มีประโยชน์ต่อสุขภาพจิต และอารมณ์ไม่เครียด
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 55 หลักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ คือ การออกกำลังกายชนิดที่เสริมสร้างความทนทานของปอด หัวใจ ระบบไหลเวียนเลือด รวมทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อความอ่อนตัวของข้อต่อ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ สง่างามและการมีสุขภาพจิตที่ดี ประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้หลักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมีอะไรบ้างกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ กิจกรรมคำชี้แจง ให้ผู้เรียนเลือกเครื่องหมายหน้าข้อความที่ถูก ✓และเลือกเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ผิด1. ........การอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ2. .........การยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายทำให้กล้ามเนื้อเกร็งและขาดความยืดหยุ่น3. ........การออกกำลังกายสามารถทำได้ทุกวันโดยไม่จำเป็นต้องพักผ่อน4. ........การออกกำลังกายที่มีความหนักระดับสูงเกินไปเหมาะสมสำหรับนักศึกษาประถม5. .........การผ่อนคลายหลังการออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น6. .........การออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวัน 3 - 5 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นจำนวนครั้งที่เหมาะสม7. .........การออกกำลังกายก่อนที่จะอบอุ่นร่างกายสามารถทำได้โดยไม่ทำให้เกิดอันตราย 8. .........การยืดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายมีประโยชน์ในการลดอาการเมื่อยล้า 9. .........การทำการอบอุ่นร่างกายและผ่อนคลายหลังการออกกำลังกายเป็นขั้นตอนที่ไม่จำเป็น10. .......การออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับเด็กประถมควรเป็นการออกกำลังกายที่ไม่หนัก จนเกินไปและมีความสนุกเรื่องที่5 หลักและวิธีการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 56 เนื้อหาสาระหลักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ คือ การออกกำลังกายชนิดที่เสริมสร้าง ความทนทานของปอด หัวใจ ระบบไหลเวียนเลือด รวมทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัวของข้อต่อ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ สง่างามและการมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งหลักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมีดังนี้1. การอบอุ่นร่างกายและผ่อนคลาย การออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ถูกวิธีทำได้โดยการฝึกหัดบ่อย ๆ ด้วยท่าทางที่ถูกต้อง ก่อนจะฝึกการเคลื่อนไหวร่างกายส่วนใดก็ตาม ต้องมีการเตรียมความพร้อมให้ร่างกายอบอุ่นทุกครั้งเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ในการอบอุ่นร่างกายและผ่อนคลาย มีวิธีการที่สามารถทำได้ คือ การวิ่งรอบสนาม การหมุนคอ หมุนแขน หมุนเอว พับขา หมุนข้อเท้า กระโดดตบมือ ก้มแตะสลับมือ วิ่งอยู่กับที่ นั่งยืน ฯลฯ 2. ระยะเวลาในการออกกำลังกาย ในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนานอย่างน้อย ในแต่ละครั้ง 20 - 30 นาทีต่อวัน3. จำนวนครั้งต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอทุกวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง และควรปฏิบัติในเวลาเดียวกัน จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการทำงานของระบบหัวใจและปอด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจและปอดแข็งแรง 4. ความหนักในการออกกำลังกายควรออกกำลังกายให้หนักถึงร้อยละ 70 ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจแต่ละคน หรือออกกำลังกายให้เหงื่อออก เหนื่อยพอประมาณที่จะสามารถพูดคุยขณะออกกำลังกายได้ ไม่ควรออกกำลังกายหักโหมเกินไป เพราะจะเกิดอันตรายได้การเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายมีหลักการทั่วไป ดังนี้1. เลือกกิจกรรมเคลื่อนไหว และการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และวัยของตน2. เลือกเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับกิจกรรม การเคลื่อนไหว และการออกกำลังกายแต่ละรูปแบบ3. การเคลื่อนไหว และการออกกำลังกาย ต้องเริ่มจากการอบอุ่นร่างกายก่อนจากนั้นเริ่มต้นจากเบาไปหาหนัก จากง่ายไปยาก4. ให้ทุกส่วนของร่างกายได้ออกแรงเคลื่อนไหว ไม่ควรเป็นเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง5. การออกกำลังกายต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน และควรปฏิบัติในเวลาเดียวกัน อย่างน้อยวันละ 20 – 30 นาที
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 576. ควรศึกษาวิธีเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ 7. การใช้อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว และออกกำลังกายควรศึกษาวิธีการใช้ที่ถูกต้อง
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 58 นันทนาการ หมายถึง การทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งในเวลาว่าง ด้วยความสมัครใจ เป็นกิจกรรมที่ไม่ใช่เป็นงานอาชีพ ไม่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรม ประเพณีอันดีงาม แต่เป็นประโยชน์และเป็นการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ ประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้ประเภทและรูปแบบของกิจกรรมนันทนาการที่ถูกต้องมีอะไรบ้างกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ กิจกรรมคำชี้แจง ให้ผู้เรียนเลือกเครื่องหมาย ✓ หน้าข้อความที่ถูก และเลือกเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ผิด1. ..........การเต้นเข้าจังหวะช่วยให้การเคลื่อนไหวร่างกายมีความสนุกและกระตุ้น การทำงานของหัวใจ2. .........กิจกรรมลีลาศสามารถช่วยเสริมสร้างความสมดุลและความยืดหยุ่น ของร่างกายได้ 3. ..........การอ่านหนังสือช่วยให้เพิ่มทักษะการอ่านและเสริมสร้างจินตนาการ4. ..........การปลูกต้นไม้ไม่ช่วยเพิ่มความรับผิดชอบหรือการดูแลสิ่งแวดล้อม5. ..........กิจกรรมการทัศนศึกษาช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากสถานที่จริง6. ..........กิจกรรมนันทนาการช่วยให้นักเรียนรู้สึกเครียดและไม่สนุก7. ..........การทัศนศึกษาในพิพิธภัณฑ์ช่วยเสริมสร้างความรู้ในด้านต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์8. ...........การอ่านหนังสือช่วยให้เด็กเรียนรู้แค่เรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษาหรือวิชาการเท่านั้น 9. ........กิจกรรมนันทนาการสามารถทำให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยเพิ่มความสุข 10. ........การปลูกต้นไม้ช่วยเสริมสร้างการตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมและการดูแลธรรมชาติเรื่องที่6 กิจกรรมนันทนาการรูปแบบต่าง ๆ
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 59 เนื้อหาสาระความหมาย ความสำคัญของกิจกรรมนันทนาการนันทนาการ หมายถึง การทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งในเวลาว่างด้วยความสมัครใจเป็นกิจกรรมที่ไม่ใช่เป็นงานอาชีพ ไม่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรม ประเพณีอันดีงาม แต่เป็นประโยชน์และเป็นการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจในการดำรงชีวิตประจำวันของคนเรานั้น เราอาจแบ่งเวลาได้เป็น 4 ส่วน1. เวลาที่ใช้ในการประกอบอาชีพของคนเรานั้น ประมาณวันละ 8 ชั่วโมง2. เวลาที่ใช้ในการประกอบภารกิจส่วนตัววันละ 4 - 6 ชั่วโมง เช่น การอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน การปรุงอาหาร การรับประทานอาหาร 3. เวลาที่ใช้ในการพักผ่อนหลับนอน วันละ 8 ชั่วโมง4. เวลาว่างที่สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ประมาณ 2 - 4 ชั่วโมง ช่วงที่เหลือ 2 - 4 ชั่วโมงนี้ ถ้าเรานำมาใช้ประกอบกิจกรรมที่เกิดประโยชน์เรียกว่า กิจกรรมนันทนาการ จะช่วยทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายความตึงเครียด เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างยิ่งประโยชน์ของกิจกรรมนันทนาการกิจกรรมนันทนาการต่อการดำเนินชีวิต ถ้าเราเลือกกิจกรรมนันทนาการได้อย่างเหมาะสมจะก่อประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมได้หลายประการ ดังนี้1. ประโยชน์ต่อสุขภาพกาย ความเจริญทางด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เราไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายภายในการปฏิบัติงานมากนัก เพราะมีการใช้เครื่องมือ เครื่องจักรเข้ามาช่วย ทำให้การออกกำลังกายของเราน้อยเกินไป จำเป็นต้องมีกิจกรรมนันทนาการประเภทกีฬา หรือกิจกรรมการออกกำลังกายเข้ามาช่วย เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์2. ประโยชน์ต่อสุขภาพจิต ช่วยให้คนได้พักผ่อนหย่อนใจ ผ่อนคลายความตึงเครียดทางจิตการประกอบกิจกรรมนันทนาการหลายประเภทเป็นกิจกรรมที่พักผ่อนหย่อนใจ เช่น การชมและฟังดนตรี การชมภาพยนตร์ เป็นต้น3. ประโยชน์ต่อครอบครัว ช่วยให้สมาชิกครอบครัวรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว เช่นการทำสวนครัว สวนดอกไม้ ทำให้เกิดผลพลอยได้ คือมีพืช ผัก ผลไม้ ดอกไม้ ไว้ใช้สอยเป็นประโยชน์
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 604. ประโยชน์ต่อสังคม กิจกรรมนันทนาการหลายชนิดเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยตรง เช่น กิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์ กิจกรรมอาสาสมัคร กิจกรรมบางชนิดช่วยลดปัญหาสังคมได้ประเภทและรูปแบบของกิจกรรมนันทนาการกิจกรรมนันทนาการมีมากมายหลายชนิด หลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันไป สามารถแบ่งกิจกรรมนันทนาการได้ดังนี้1. งานอดิเรก เป็นเพียงกิจกรรมนันทนาการประเภทหนึ่งเท่านั้น มิได้หมายความว่ากิจกรรมนันทนาการทุกชนิดรวมกันเป็นงานอดิเรก เช่น การเก็บสะสมแสตมป์ที่ใช้แล้ว การเก็บสะสมรูปภาพ การทำสวนดอกไม้ เป็นต้น2.การเล่นกีฬา การเล่นกีฬาทั้งกีฬาในร่ม เช่น การเล่นหมากรุก และกีฬากลางแจ้ง เช่น การเล่นฟุตบอล วอลเลย์บอล หรือเล่นกีฬาอย่างอื่น เช่นว่ายน้ำ โบว์ลิ่ง ฯลฯ อย่างไรก็ตามการเล่นกีฬาเหล่านี้ ถ้าเป็นกีฬาอาชีพไม่ถือว่าเป็นกิจกรรมนันทนาการ3. การเล่นดนตรีการเล่นดนตรีทุกชนิด ถือว่าเป็นกิจกรรมนันทนาการทั้งสิ้น4. การเล่นกิจกรรมเข้าจังหวะ เช่น การรำวง การเต้นรำ การฟ้อนรำ การเต้นลีลาศฯลฯ ถือเป็นกิจกรรมนันทนาการทั้งสิ้น5. การเล่นละคร ภาพยนตร์ และการแสดงต่าง ๆ ที่เป็นการสมัครเล่น ถือว่าเป็นกิจกรรมนันทนาการ6. งานศิลปหัตถกรรม ได้แก่ งานฝีมือ เช่น งานเย็บปักถักร้อย การสานพัด การประดิษฐ์ดอกไม้การวาดภาพ เป็นต้น7. กิจกรรมสื่อความหมาย ได้แก่การอ่านหนังสือนวนิยาย การเขียนหนังสือ8. กิจกรรมทัศนศึกษา ได้แก่ การท่องเที่ยวทัศนาจร เป็นต้น9. กิจกรรมชมรม เช่น ชมรมคนรักแสตมป์ ชมรมดนตรี ฯลฯ การเลือกกิจกรรมนันทนาการที่เหมาะสมกับความชอบและวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล นอกจากจะช่วยให้บุคคลนั้นได้ผ่อนคลายทั้งทางร่างกายและจิตใจแล้ว ยังอาจเกิดผลพลอยได้อื่น ๆ เช่น ได้เพื่อนใหม่ หรือมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นต้น
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 61แบบทดสอบ เรื่องการดูแลสุขภาพจงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. สารอาหารที่ช่วยในการสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายคือสารใด ก. โปรตีน ข. คาร์โบไฮเดรต ค. ไขมัน ง. วิตามิน2. การขาดวิตามิน C อาจทำให้เกิดโรคอะไร ก. โรคตับ ข. โรคเบาหวาน ค. โรคกระดูกพรุน ง. โรคเลือดออกตามไรฟัน3. หลักโภชนาการที่เน้นการรับประทานอาหารให้หลากหลายและครบทั้ง 5 หมู่ คือหลักโภชนาการใด ก. หลักโภชนาการสมดุล ข. หลักโภชนาการตามความต้องการ ค. หลักโภชนาการตามกลุ่มอาหาร ง. หลักโภชนาการเพื่อสุขภาพ4. อัตราส่วนของอาหารในจานอาหารหลักตาม หลักโภชนาการสมดุล ควรแบ่งเป็นอย่างไร ก. คาร์โบไฮเดรต 50% โปรตีน 30% ไขมัน 20% ข. คาร์โบไฮเดรต 40% โปรตีน 30% ไขมัน 30% ค. คาร์โบไฮเดรต 60% โปรตีน 20% ไขมัน 20% ง. คาร์โบไฮเดรต 50% โปรตีน 25% ไขมัน 25%
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 625. หลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้นที่เน้นการป้องกันโรคด้วยการเลือกวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีคือหลักการใด ก. การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ข. การดูแลสุขภาพเชิงรักษา ค. การดูแลสุขภาพเชิงฟื้นฟู ง. การดูแลสุขภาพเชิงวินิจฉัย6. อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อรักษาสุขภาพที่ดีคืออาหารประเภทใด ก. อาหารที่มีโปรตีนสูง ข. อาหารที่มีไขมันสูง ค. อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ง. อาหารที่มีเส้นใยสูง7. การตรวจสุขภาพประจำปีมีประโยชน์อย่างไร ก. ช่วยให้ทราบสถานะสุขภาพโดยรวม ข. ช่วยให้ทราบการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก ค. ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรัง ง. ถูกทุกข้อ8. หลัก 5 อ. หมายถึงอะไรในบริบทของการดูแลสุขภาพ ก. อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ อากาศ อุณหภูมิ ข. อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ อากาศ อวัยวะ ค. อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ อุจจาระ อวัยวะ ง. อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ อุปกรณ์ อัตราการเต้นของหัวใจ 9. การออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูกเรียกว่าอะไร ก. การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ข. การออกกำลังกายแบบแอโรบิก ค. การออกกำลังกายแบบความต้านทาน ง. การออกกำลังกายแบบยืดหยุ่น
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 6310. กิจกรรมนันทนาการมีลักษณะพิเศษอย่างไร ก. เป็นกิจกรรมที่มีการกำหนดผลลัพธ์ที่ชัดเจน ข. เป็นกิจกรรมที่เน้นการสร้างความสนุกสนานและการพักผ่อน ค. เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ต้นทุนสูง ง. เป็นกิจกรรมที่ต้องมีการฝึกฝนอย่างหนัก
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 64แนวคำตอบกิจกรรมบทที่ 2 การดูแลสุขภาพเรื่องที่ 1 สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย กิจกรรม ให้พลังงานแก่ร่างกายช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีเป็นสารซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกายเป็นสารอาหารที่ไม่ได้ให้พลังงานแก่ร่างกายช่วยทำให้ผิวพรรณสดชื่น
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 65เรื่องที่ 2 หลักโภชนาการ กิจกรรม1. ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง เขายังคงมีพลังงานในการเรียน และเล่นกีฬา แต่เขาเริ่มรู้สึกว่าการทำงานหนักในโรงเรียนทำให้รู้สึกเหนื่อยและต้องการพักผ่อนมากขึ้น2. รับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ ไม่รับประทานอาหาร มากเกินไปเลือกรับประทานอาหารที่สดสะอาด เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การทำความเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินสามารถมีผลกระทบที่ดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเรื่องที่ 3 หลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้น กิจกรรม1. การรับประทานอาหารหลักการ : การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบ 5 หมู่ เช่น ข้าว ผักผลไม้เนื้อสัตว์และนม ตัวอย่าง - กินข้าวพร้อมกับผักสดทุกมื้อ - ทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์หรือไข่ - หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาลมากเกินไป ประโยชน์ : ช่วยเสริมสร้างพลังงานและระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรงและเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม2. การพักผ่อน หลักการ : การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ (ประมาณ 7 - 8 ชั่วโมงต่อวัน) ตัวอย่าง - ตั้งเวลานอนให้เป็นระเบียบทุกวัน - หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 66- ทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การอ่านหนังสือ หรือฟังเพลงเบา ๆ ประโยชน์: การนอนพักผ่อนเพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูพลังงาน และทำให้ระบบต่าง ๆในร่างกายทำงานได้ดี3. การออกกำลังกาย หลักการ :การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือเล่นกีฬา ตัวอย่าง- วิ่งหรือเดินประมาณ 30 นาทีทุกวัน - เล่นกีฬาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง - ทำท่าบริหารร่างกาย เช่น โยคะ หรือการยืดกล้ามเนื้อ ประโยชน์: ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ลดความเครียด และทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น4. การจัดการอารมณ์หลักการ : การควบคุมและจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม เช่น การคลายเครียด หรือการพักผ่อนจากความเครียด ตัวอย่าง - ฝึกสมาธิหรือทำกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด เช่น การทำสมาธิ การหายใจลึก ๆ - พูดคุยหรือปรึกษากับคนที่ไว้ใจ - ทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น การวาดภาพ หรือการเล่นดนตรี ประโยชน์: ช่วยให้รู้จักการควบคุมอารมณ์ ลดความเครียด และทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น5. การขับถ่าย หลักการ : การขับถ่ายเป็นประจำและมีสุขภาพที่ดี ตัวอย่าง - ดื่มน้ำให้เพียงพอประมาณ 6 - 8 แก้วต่อวัน - รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ เช่น ผักและผลไม้ - หลีกเลี่ยงการกลั้นการขับถ่าย ประโยชน์: ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างปกติและลดปัญหาท้องผูก6. การตรวจสุขภาพประจำปีหลักการ : การตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจหาปัญหาสุขภาพในระยะเริ่มต้น
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 67ตัวอย่าง -การตรวจร่างกาย เช่น การวัดความดันโลหิต การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด - การตรวจสุขภาพช่องปาก และตา - การตรวจมะเร็งต่าง ๆ ตามวัยที่เหมาะสม ประโยชน์: การตรวจสุขภาพช่วยให้พบปัญหาสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและรักษาได้ทันท่วงทีสรุป กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจหลักการดูแลสุขภาพเบื้องต้นที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอย่างมีสุขภาพดี และนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวันเรื่องที่ 4 คุณค่าและประโยชน์ของการออกกำลังกาย กิจกรรม1. ✓ 2. 3. ✓ 4. 5. ✓ 6. ✓7. 8. 9. 10. ✓เรื่องที่ 5 หลักและวิธีการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กิจกรรม1. ✓ 2. 3. 4. 5. ✓ 6. ✓7. 8. ✓9. 10.✓
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 68เรื่องที่ 6 กิจกรรมนันทนาการรูปแบบต่าง ๆ กิจกรรมที่ 11. ✓ 2. ✓3. ✓ 4. 5. ✓ 6. 7. ✓ 8. 9. ✓ 10.✓ กิจกรรมที่ 2เฉลยแบบทดสอบ1. ก 2. ง 3. ก 4. ค 5. ก 6. ข 7. ง 8. ข 9. ค 10. ข
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 69บทที่ 3เรื่อง ยาสามัญประจำบ้าน ตัวชี้วัด/สรรถนะย่อย1. อธิบายถึงหลักและวิธีการใช้ยาสามัญประจำบ้านได้อย่างถูกต้อง2. บอกถึงอันตรายจากการใช้ยาและความเชื่อที่ผิดจากการใช้ยา3. เห็นความสำคัญของอันตรายจากการใช้ยาและแนะนำข้อมูลที่ถูกต้องให้กับบุคคลในครอบครัว ขอบข่ายเนื้อหาเรื่องที่ 1 หลักและวิธีการใช้ยาสามัญประจำบ้านเรื่องที่ 2 อันตรายจากการใช้ยา และความเชื่อที่ผิด ยาสามัญประจำบ้าน เป็นยาที่มีความสำคัญต่อการรักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นที่ทุกบ้าน ควรมีไว้ในครอบครัว เพื่อใช้สำหรับบรรเทาอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือใช้สำหรับปฐมพยาบาลของสมาชิกในครอบครัว กรณีเกิดอาการเจ็บป่วย การใช้ยาสามัญประจำบ้านมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้ยาจะต้องเรียนรู้วิธีการใช้ยาที่ถูกต้องและหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่อันตราย เพื่อให้สามารถใช้ยาได้อย่างปลอดภัยสาระสำคัญนักศึกษารู้จักยาอะไรบ้างและยาดังกล่าว ใช้รักษาอาการอะไร
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 70 หลักการใช้ยาสามัญประจำบ้าน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เราควรคำนึงหลักการใช้ยาดังนี้ การใช้ยาให้ถูกวิธีการใช้ถูกขนาดการใช้ยาถูกเวลาการใช้ยาให้ถูกมาตรฐาน การใช้ยาถูกกับคน การใช้ยาถูกกับโรค ยาที่ใช้ภายใน ยาที่ใช้ภายนอก และใช้ยาตามคำแนะนำในฉลาก วิธีการใช้ยา ยาสามัญประจำบ้าน แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ยาใช้ภายในหรือยารับประทาน เช่น ยาพาราเซตามอลบรรเทาอาการไข้ตัวร้อนและอาการปวด ยาแก้ไอ ยาธาตุบรรเทาอาการปวดท้อง ยาระบาย เมื่อมีอาการท้องผูก ยาแก้แพ้ผงเกลือแร่ใช้บรรเทาอาการอุจจาระร่วง และยาที่ใช้ภายนอก เช่น ยาทาแก้ผดผื่นคัน ยาฆ่าเชื้อ ยาหม่อง ประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้หลักการและวิธีการใช้ยาสามัญประจำบ้านได้ถูกต้อง กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ กิจกรรมสถานการณ์จำลอง : การใช้ยาสามัญประจำบ้านเมื่อปวดศีรษะถ้าคุณรู้สึกปวดศีรษะตุบ ๆ เบาๆ อาจเกิดจากความเครียด การนอนน้อย หรือปัจจัยอื่น ๆที่ไม่รุนแรง คุณจะมีหลักและวิธีการใช้ยาอย่างไรเรื่องที่ 1 หลักการและวิธีการใช้ยาสามัญประจำบ้าน
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 71 เนื้อหาสาระการใช้ยาสามัญประจำบ้านอย่างถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องและปลอดภัย1. หลักการใช้ยาสามัญประจำบ้าน ยารักษาโรค มีทั้งคุณและโทษ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เราควรคำนึงหลักการใช้ยา ดังนี้1.1 ใช้ยาตามคำสั่งแพทย์ อย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้ใช้ยาถูกต้องตรงกับโรคไม่ควรใช้ยาตามคำโฆษณา เพราะการโฆษณานั้นอาจแจ้งสรรพคุณยาเกินความจริง1.2 ใช้ยาให้ถูกวิธี เนื่องจากการจะนำยาเข้าสู่ร่างกายมีหลายวิธี เช่น การกิน การฉีดการทา การหยอด การเหน็บ เป็นต้น ซึ่งการจะใช้วิธีใดก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตัวยานั้น ๆ ดังนั้น ก่อนใช้ยาจึงจำเป็นต้องอ่านฉลาก ศึกษาวิธีการใช้ยาให้ละเอียดก่อนใช้ทุกครั้ง1.3 ใช้ยาให้ถูกขนาด การใช้ยารักษาโรคจะต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ถูกขนาดตามที่แพทย์สั่งจึงจะให้ผลดีในการรักษา เช่น ให้กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ก็ไม่ควรกิน 2 เม็ด หรือเพิ่มเป็นวันละ 4 - 5 ครั้ง เป็นต้น และการใช้ยาในแต่ละคนก็แตกต่างกันโดยเฉพาะเด็กจะมีวิธีการใช้ที่แตกต่างจากผู้ใหญ่1.4 ใช้ยาให้ถูกเวลา ยาแต่ละชนิดให้ผลการรักษาในสภาวะที่แตกต่างกันจึงควรใช้ยาให้ถูกเวลาตามที่ระบุบนฉลากยาหรือตามแพทย์สั่ง เพื่อให้ได้ผลในการออกฤทธิ์ที่ดีที่สุด ซึ่งการใช้ยาให้ถูกเวลาควรปฏิบัติ ดังนี้ 1) ยาก่อนอาหาร ควรกินก่อนอาหารอย่างน้อย 30 - 60 นาที เพื่อให้ยา ถูกดูดซึมได้ดีถ้าลืมกินยาในช่วงใดก็ให้กินหลังอาหารมื้อนั้นผ่านไปแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง 2) ยาหลังอาหาร ให้กินหลังอาหาร โดยทั่วไปจะให้กินหลังอาหารทันที หรือหลังจากกินอาหารแล้วอย่างน้อย 15 นาที เพื่อให้ยาถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดร่วมกับอาหารในลำไส้เล็ก3) ยาก่อนนอน ให้กินก่อนนอน 15 - 30 นาที หรือกินหลังจากกินอาหารมื้อเย็นเสร็จแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 72 1.5 ใช้ยาให้ถูกมาตรฐาน ใช้ยาที่มีตัวยาครบทั้งชนิดและปริมาณ ไม่ใช้ยาเสื่อมคุณภาพหรือหมดอายุ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากชื่อยา สรรพคุณ วิธีการใช้ วัน เดือน ปี ที่ผลิตและหมดอายุ 1.6 ใช้ยาให้ถูกกับคน ควรศึกษาให้ละเอียดก่อนใช้ ยาชนิดใดใช้กับใคร อายุเท่าใดและเพศใด เพราะอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เช่น เด็กมีอวัยวะในร่างกายที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ เมื่อได้รับยาจะมีการตอบสนองที่เร็วกว่าผู้ใหญ่ สตรีมีครรภ์ควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะยาสามารถผ่านจากแม่ไปสู่ลูกได้ เป็นต้น 1.7 ใช้ยาให้ถูกโรค ใช้ยาให้ตรงกับโรคที่เป็น การเลือกใช้ยาชนิดใดในการรักษา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ควรซื้อยาหรือใช้ยาตามคำบอกเล่าของผู้อื่น ไม่หลงเชื่อ คำโฆษณา เพราะอาจได้รับอันตรายหรือเกิดโรคแทรกซ้อนได้ 1.8 ยาที่ใช้ภายนอก ได้แก่ ขี้ผึ้ง ครีม ยาผง ยาเหน็บ ยาหยอด มีวิธีการใช้ ดังนี้ 1) ยาใช้ทา ใช้ทาเพียงบาง ๆ เฉพาะบริเวณที่เป็นโรค หรือบริเวณที่มีอาการ 2) ยาใช้ถูนวด ให้ทาและถูบริเวณที่มีอาการ 3) ยาใช้โรย ก่อนใช้ยาควรทำความสะอาดแผลและเช็ดแผลให้แห้ง ไม่ควรโรยยาที่แผลสดหรือแผลที่มีน้ำเหลือง เพราะผงยาจะปิดแผลอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ 4) ยาใช้หยอด เช่น หยอดตา หยอดหู หรือพ่นจมูก เป็นต้น ยาหยอดตา ให้หยอดบริเวณกลางหรือหางตา ระวังอย่าให้ปลายหลอดสัมผัสถูกตา ขนตา หรือเปลือกตา ใช้หยอดตามจำนวนที่กำหนดไว้ในฉลาก ยาหยอดเมื่อเปิดใช้แล้วไม่ควรเก็บไว้ใช้นานเกิน 1 เดือน และไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น 1.9 ยาใช้ภายใน ได้แก่ ยาเม็ด ยาผง ยาน้ำ มีวิธีการใช้ ดังนี้ 1) ยาเม็ด ได้แก่ ยาลดกรดชนิดเม็ด ซึ่งให้เคี้ยวก่อนรับประทาน ส่วนยาที่ห้ามเคี้ยวให้กลืนลงไปเลย ได้แก่ ยาชนิดที่เคลือบน้ำตาลและชนิดที่เคลือบฟิล์มบาง ๆ 2) ยาแคปซูล เป็นยาที่ห้ามเคี้ยวให้กลืนลงไปเลย ยาแคปซูล มีทั้งชนิดอ่อนและชนิดแข็ง โดยชนิดแข็งจะประกอบด้วยปลอก 2 ข้างสวมกัน 3) ยาผง มีหลายชนิดและใช้แตกต่างกัน เช่น ชนิดที่ตวงใส่ช้อนรับประทานแล้วดื่มน้ำตาม หรือชนิดตวงมาละลายน้ำก่อน และยาผงที่ต้องละลายน้ำในขวดให้ได้ปริมาตรที่กำหนดก่อนที่จะใช้รับประทาน เป็นต้น น้ำที่นำมาใช้ต้องเป็นน้ำดื่มที่ต้มสุกทิ้งให้เย็นแล้ว และควรใช้ยาให้หมดภายใน 7 วันหลังจากผสมน้ำแล้ว
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 73 1.10 ใช้ยาตามคำแนะนำในฉลาก ปกติยาทุกชนิดจะมีฉลากยาเพื่อบอกถึงชื่อยา วิธีการใช้ วันผลิต วันหมดอายุ และรายละเอียดอื่น ๆ ซึ่งเราจำเป็นต้องอ่านให้เข้าใจโดยละเอียดเสียก่อน และปฏิบัติให้ถูกต้องตามรายละเอียดที่ระบุบนฉลากยา เพื่อให้ใช้ยาได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพการจำแนกประเภทของยาตามพระราชบัญญัติยา ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2522 ได้ให้ความหมายว่า ยา หมายถึง สารที่ใช้ในการวิเคราะห์ บำบัดรักษา ป้องกันโรคหรือความเจ็บป่วยของมนุษย์และสัตว์ รวมทั้งใช้ในการบำรุงและเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจด้วย สามารถจำแนกได้เป็น 6 ประเภท ดังนี้1. ยาแผนปัจจุบัน หมายถึง ยาที่ใช้รักษาโรคแผนปัจจุบันทั้งในคนและสัตว์ เช่น ยาลดไข้ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ เป็นต้น2. ยาแผนโบราณ หมายถึง ยาที่ใช้รักษาโรคแผนโบราณทั้งในคนและสัตว์ ยาชนิดนี้จะต้องขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยาแผนโบราณอย่างถูกต้อง เช่น ยามหานิลแท่งทอง ยาธาตุบรรจบ ยาเทพมงคล ยาเขียวหอม เป็นต้น3. ยาอันตราย หมายถึง ยาที่ต้องควบคุมการใช้เป็นพิเศษ เพราะหากใช้ยาประเภทนี้ไม่ถูกต้องอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น ยาปฏิชีวนะชนิดต่าง ๆ ยาจำพวกแก้คลื่นเหียนอาเจียน เป็นต้น4. ยาสามัญประจำบ้าน หมายถึง ยาทั้งที่เป็นแผนปัจจุบันและแผนโบราณ ซึ่งกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติยาว่าเป็นยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาธาตุน้ำแดง ยาขับลม ยาเม็ดซัลฟากัวนิดีนยาระบายแมกนีเซีย ดีเกลือ ยาเม็ดพาราเซตามอล เป็นต้น5. ยาสมุนไพร หมายถึง ยาที่ได้จากพืช สัตว์ หรือแร่ ซึ่งยังไม่ได้นำมาผสมหรือ เปลี่ยนสภาพ เช่น ว่านหางจระเข้ กระเทียม มะขาม มะเกลือ นอแรด เขี้ยวเสือ ดีงูเหลือม ดีเกลือ สารส้ม จุนสี เป็นต้น6. ยาควบคุมพิเศษ ได้แก่ ยาแผนปัจจุบัน หรือยาแผนโบราณที่รัฐมนตรีประกาศเป็นยาควบคุมพิเศษ เช่น ยาระงับประสาทต่าง ๆ เป็นต้น2. วิธีการใช้ยาสามัญประจำบ้าน ยาสามัญประจำบ้าน แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ยาใช้ภายในหรือยารับประทาน และยาใช้ภายนอก นอกจากเราต้องรู้หลักการใช้ยาที่ถูกต้องแล้ว จำเป็นต้องทราบเกี่ยวกับวิธีการใช้ยา
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 74ที่ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบันที่คนนิยมใช้กันมาก มีดังนี้1. ยาสามัญประจำบ้านใช้ภายในหรือยารับประทาน1.1 ยาที่ใช้บรรเทาอาการไข้ตัวร้อนและอาการปวดชื่อยา สรรพคุณ วิธีการใช้และคำเตือนยาพาราเซตามอล(ขนาด 500 มิลลิกรัม)ลดไข้ บรรเทาปวด - ผู้ใหญ่กินครั้งละ 1 เม็ด ห่างกัน ทุก 6 ชั่วโมง- ห้ามใช้ยาเกิน 8 เม็ด ต่อวัน 1.2 ยาที่ใช้บรรเทาอาการไอชื่อยา สรรพคุณ วิธีการใช้และคำเตือนยาแก้ไอน้ำดำ บรรเทาอาการไอ และช่วยขับเสมหะ- เขย่าขวดก่อนใช้ ผู้ใหญ่ กินครั้งละ 1 - 2 ช้อนชา เด็กอายุ 6 - 12 ปี กินครั้ง ละ 1 /2 - 1 ช้อนชา วันละ 3 - 4 ครั้ง - ห้ามใช้ยานี้กับเด็กอายุ ต่ำกว่า 6 ปี คนชราและหญิงมีครรภ์ 1.3 ยาที่ใช้บรรเทาอาการปวดท้องชื่อยา สรรพคุณ วิธีการใช้และคำเตือนยาธาตุน้ำแดง บรรเทาอาการ ปวดท้อง จุกเสียด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ- เขย่าขวดก่อนใช้ ผู้ใหญ่ กินครั้งละ1 - 2 ช้อนโต๊ะ เด็กอายุ6 - 12 ปี กินครั้งละ 1/2 - 1 ช้อนโต๊ะ กินก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง - ห้ามใช้กับผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือโรคไต1.4 ยาที่ใช้เป็นยาระบาย
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 75ชื่อยา สรรพคุณ วิธีการใช้และคำเตือนยาระบายมะขามแขก ยาระบาย - กินก่อนนอนหรือตื่นนอน ตอนเช้า ผู้ใหญ่กินครั้งละ 3 - 4 เม็ด เด็กอายุ 6 - 12 ปี กินครั้งละ 1- 2 เม็ด- ห้ามใช้เมื่อมีอาการปวดท้อง หรือมี อาการคลื่นไส้อาเจียน1.5 ยาที่ใช้บรรเทาอาการแพ้ชื่อยา สรรพคุณ วิธีการใช้และคำเตือนยาเม็ดแก้แพ้คลอร์เฟนิรามีนบรรเทาอาการแพ้ เช่น น้ำมูกไหล ลมพิษ เป็นต้น- ผู้ใหญ่กินครั้งละ 1 เม็ด เด็กอายุ 6 - 12 ปี กินครั้งละ 1/2 เม็ด ทุก 4 หรือ 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ - ไม่ควรใช้ยาติดต่อกันนาน เกิน 7 วัน1.6 ยาที่ใช้บรรเทาอาการอุจจาระร่วงชื่อยา สรรพคุณ วิธีการใช้และคำเตือน ผงน้ำตาลเกลือแร่ ทดแทนการเสียน้ำ เนื่องจากท้องร่วง ท้องเสีย หรืออาเจียน- เด็กอายุ7 ปีขึ้นไปจนถึง ผู้ใหญ่ ให้ดื่มน้ำ วันละ 2 - 3 ซอง - ถ้าผู้ป่วยอาเจียนและเหงื่อออกมาก ตัวเย็นหรือหมดสติให้รีบนำส่ง โรงพยาบาล โดยด่วน
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 762. ยาสามัญประจำบ้านใช้ภายนอกชื่อยา สรรพคุณ วิธีการใช้และคำเตือนยาทาแก้ผดผื่นคัน บรรเทาอาการคัน เนื่องจากผดผื่นคัน ลมพิษ- เขย่าขวดก่อนใช้ ใช้ทาบริเวณผิวหนัง ที่คัน วันละ 3 - 4 ครั้ง - ใช้สำหรับทาบริเวณ ผิวหนังเท่านั้นยาโพวิโดน - ไอโอดีน รักษาแผลสด - ใช้สำลีชุบยาทาที่แผล - หากมีอาการระคายเคือง หรือมีผื่น แดงเกิดขึ้นให้ หยุดใช้ยาและ หลีกเลี่ยง อย่าให้ยาเข้าตาขี้ผึ้งแก้ปวดบวม บรรเทาอาการปวดบวม อักเสบเนื่องจาก แมลงสัตว์กัดต่อย หรือปวดเมื่อย- ทาและนวดบริเวณที่มีอาการ - ห้ามรับประทาน วิธีการเก็บรักษายาสามัญประจำบ้านเมื่อเรารู้ถึงหลักและวิธีการใช้ยาสามัญประจำบ้านที่ถูกต้องแล้ว ก็ควรรู้ถึงวิธีการเก็บรักษายาสามัญประจำบ้านที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้ยามีคุณภาพ ช่วยให้หยิบใช้ได้ถูกต้อง รวมไปถึงสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของยาเหล่านั้นได้ โดยมีวิธีการเก็บรักษายา ดังนี้1. ตู้ยาควรตั้งอยู่ในที่แสงแดดส่องไม่ถึง 2. ปิดฝาให้สนิทเมื่อไม่ใช้ยา และเก็บให้พ้นมือเด็ก3. เก็บยาในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น ไม่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง เช่น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์ เป็นต้น4. ควรแยกยารับประทานและยาใช้ภายนอกออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนหรือการหยิบใช้ยาผิดประเภท5. ไม่ควรเก็บยาต่างชนิดกันในบรรจุภัณฑ์เดียวกัน 6. ตรวจสอบวันหมดอายุของยาที่เก็บไว้เป็นระยะ ๆ เพื่อป้องกันยาเสื่อมคุณภาพ
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 77 ยาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ถ้าใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ขณะเดียวกันถ้าใช้ยาไม่ถูกต้องอาจไม่หายจากการเจ็บป่วยและทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ อันตรายที่เกิดจากการใช้ยา เช่น การใช้ยาเกินขนาด การใช้ยาเสื่อมคุณภาพ การใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน การใช้ยาจนเกิดการดื้อยา การใช้ยาโดยไม่ทราบถึงผลข้างเคียง การแพ้ยา และความเชื่อเกี่ยวกับการใช้ยามักมีต้นเหตุมาจากความเชื่อถือดั้งเดิมที่เชื่อตาม ๆ กันมา หรืออาจเป็นความเชื่อที่มีเหตุผล แต่เหตุผลดังกล่าวนั้นผิด และปราศจากพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ ความเชื่อหรือความเข้าใจผิดโดยเฉพาะเรื่องการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลเสียและอันตรายแก่ชีวิต ประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้1. อันตรายจากการใช้ยาและความเชื่อที่ผิดจากการใช้ยา ส่งผลเสียอย่างไรต่อชีวิต2. ควรแนะนำข้อมูลการใช้ยาที่ถูกต้องให้กับบุคคลในครอบครัวอย่างไรกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ กิจกรรม สถานการณ์จำลอง: ยาปริศนาตัวละคร:เรื่องที่ 2 อันตรายจากการใช้ยา และความเชื่อที่ผิด
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 78สถานการณ์:วันหนึ่ง หนูตั้มรู้สึกปวดหัวมาก คุณยายเห็นดังนั้นจึงนำยาชุด ที่คุณยายเคยใช้ให้หนูตั้มกิน พร้อมบอกว่า “ยานี้ แก้ได้สารพัดโรค แม้แต่ปวดหัวก็หาย” หนูตั้มกินยาตามที่คุณยายให้ แต่พอตกเย็นอาการปวดหัวของหนูตั้มก็ยังไม่ดีขึ้น เริ่มมีผื่นขึ้นและคันตามตัว บทสนทนา:
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 79 เนื้อหาสาระความเชื่อเกี่ยวกับการใช้ยามักเกิดจากความเชื่อดั้งเดิมเชื่อตามกันมาในครอบครัวหรือชุมชน ผลเสียของความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับยา อาจอันตรายต่อสุขภาพ อาจทำให้เกิดอาการแพ้ ผลข้างเคียงร้ายแรง หรือทำให้โรคเรื้อรังเสียโอกาสในการรักษา การใช้ยาที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้โรคไม่หาย หรือหายช้าลง สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย การมีข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับยาเป็นสิ่งสำคัญ ในการดูแลสุขภาพ การปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใด ๆ จะช่วยให้เราใช้ยา ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ1.อันตรายจากการใช้ยา ยาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ถ้าใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ขณะเดียวกันถ้าใช้ยาไม่ถูกต้องอาจไม่หายจากการเจ็บป่วยและทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ อันตรายที่เกิดจากการใช้ยา มีดังนี้1) การใช้ยาเกินขนาด เกิดจากการรับประทานยาชนิดเดียวกันในปริมาณมากกว่าที่แพทย์กำหนด ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้2) การใช้ยาเสื่อมคุณภาพ เกิดจากการรับประทานยาหมดอายุ นอกจากอาการเจ็บป่วยไม่หาย แล้วยังอาจทำให้อาการทรุดหนักเป็นอันตรายได้3) การใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน ยาบางชนิดเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจสะสมทำให้เป็นพิษต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย นอกจากนี้การใช้ยาติดต่อกันนาน ๆ อาจทำให้เกิดการติดยา เช่น ยาแก้ปวดบางชนิด เป็นต้น4) การใช้ยาจนเกิดการดื้อยา เกิดจากการรับประทานยาไม่ครบจำนวนตามแพทย์สั่ง หรือยังไม่หายจากโรคก็เลิกใช้ยาดังกล่าว ส่งผลให้เชื้อโรคต่อต้านฤทธิ์ยาทำให้ยารักษา ไม่ได้ผล5) การใช้ยาโดยไม่ทราบถึงผลข้างเคียง ยาบางชนิดมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย เช่นยาแก้หวัด ช่วยลดน้ำมูกและลดอาการแพ้ต่าง ๆ แต่มีผลข้างเคียงทำให้ผู้ใช้รู้สึกง่วงนอน ซึมเศร้า ถ้าผู้ใช้ไม่ทราบถึงผลข้างเคียงและไปทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือขับขี่ยานพาหนะจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ 6) การแพ้ยา เป็นปฏิกิริยาการต่อต้านของภูมิคุ้มกันในร่างกาย เมื่อได้รับการใช้ยา โดยปรากฎอาการ เช่น เป็นผื่นคัน ลมพิษ ผิวหนังไหม้ ปากไหม้ บวม หอบ เป็นต้น ซึ่งบางคนอาจหยุดหายใจจนถึงตายในที่สุด เมื่อมีอาการแพ้ยาให้รีบนำส่งโรงพยาบาล
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 802. ความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับการใช้ยา ความเชื่อเกี่ยวกับการใช้ยามักมีต้นเหตุมาจากความเชื่อถือดั้งเดิมที่เชื่อตาม ๆ กันมาหรืออาจเป็นความเชื่อที่มีเหตุผลแต่เหตุผลดังกล่าวนั้นผิด และปราศจากพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ความเชื่อหรือความเข้าใจผิดโดยเฉพาะเรื่องการใช้ยาที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดผลเสียและอันตรายแก่ชีวิตซึ่งความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับการใช้ยาที่พบบ่อย มีดังนี้1) ความเชื่อ : ฉีดยาดีกว่ากินยา โดยหลักการแล้ว ยารับประทานเป็นยาที่แพทย์จะเลือกใช้เป็นลำดับแรก เพราะสามารถรักษาโรคหรือบำบัดอาการได้เกือบทั้งหมดใช้ง่ายและสามารถติดตัวเพื่อรับประทานต่อเนื่องสำหรับยาฉีดนั้นเหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานยา หรือในผู้ป่วยหนัก หรือต้องการผลให้ระดับยาสูงขึ้นทันที หลังจากนั้นเมื่อคุมอาการได้ แพทย์ก็จะพิจารณาให้รับประทานยาต่อ ข้อควรรู้คือ อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากยาฉีดนั้นจะแก้ไขได้ยาก หรือรุนแรงมากกว่ายารับประทาน และมีบ้างที่อาจแก้ไขไม่ทัน2) ความเชื่อ : ยาแพงดีกว่ายาถูกความเชื่อนี้ไม่จริงเสมอไป โดยเฉพาะยาปัจจุบันที่มีอยู่ในท้องตลาดเป็นส่วนใหญ่ยาที่แพงอาจเนื่องจากมีการบวกคำโฆษณา การค้นคว้าในอดีตและการบวกกำไรลงไปในราคายามากเป็นหลายเท่าตัวข้อควรปฏิบัติ คือ ควรสอบถามผู้ขาย หรือแพทย์ว่ายาดังกล่าวสามารถเชื่อถือคุณภาพได้มากน้อยเพียงใด ใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาว่ายามีคุณภาพ3) ความเชื่อ : ยาตัวใหม่ดีกว่ายาตัวเก่าความเชื่อนี้มีส่วนจริงบ้างแต่ไม่เสมอไป ยาที่ออกใหม่หลายตัวก็มีผลการรักษาที่ไม่แตกต่างจากยาเดิมแต่ก็มียาใหม่ที่คิดค้นขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่ยาเก่าใช้ไม่ได้ผล อันเป็นปัญหาซับซ้อนสะสมมานาน ทั้งจากด้านผู้ใช้ยาที่ใช้ไม่ถูกต้อง และผู้สั่งไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน หรือแนวทางที่ถูกต้องในการรักษา นอกจากนี้ยาใหม่อาจมีการพัฒนา เพื่อให้ใช้ได้ง่ายขึ้นลดอาการข้างเคียงบางอย่างลงหรือทันต่อโรคใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของยาใหม่ มีข้อมูลการใช้ไม่มากพอผู้ใช้จึงเป็นเสมือนหนูทดลองยาบ่อยครั้งที่ต้องมีการถอนยาตัวนั้นออกจากตลาด หลังจากใช้ไปได้ระยะหนึ่ง เพราะมีผลเป็นพิษรุนแรง บางชนิดทำให้พิการ บางชนิดทำให้เสียชีวิต
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 81 สิ่งที่ควรรู้คือ การรักษาจะได้ผลหรือไม่ ขึ้นกับการวิเคราะห์อาการได้ถูกต้องการเลือกใช้ยาที่เหมาะสม ความร่วมมือในการรักษา ความสามารถในการใช้ยาที่มีวิธีการใช้แบบพิเศษ เช่น ยาพ่น เป็นต้น และการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ4) ความเชื่อ : ยาชุดดีกว่ายาเดี่ยว ยาชุดเป็นการจัดยาหลายขนานเข้าด้วยกันที่นับว่าเป็นเสมือนสิ่งที่ปฏิบัติต่อเนื่องกันมาของสังคมไทย เพื่อความสะดวกในการรับประทาน และง่ายต่อการจัดของผู้ป่วย สำหรับยาเดี่ยวนั้นจะบรรจุยาแต่ละชนิดแยกจากกัน ข้อดีของยาเดี่ยว คือ ไม่ปนเปื้อน ยาบางขนานอาจใช้ในเวลาที่แตกต่างกัน แต่สำหรับชาวบ้านทั่วไปจะยากในการใช้ให้ถูกต้อง ยาชุดหรือยาเดี่ยวจึงไม่แตกต่างกัน ถ้าเป็นยาที่รับประทานเวลาเดียวกันและตรงกับอาการ ที่เป็นจริง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย คือ ยาชุดที่มีการจัดมักมีการใส่ยาที่เป็นอันตรายมาก เช่น สเตรียรอยด์ ลงไปในยาชุด เป็นต้นโดยหวังให้กดหรือบังอาการชั่วคราว และจะเป็นอันตรายร้ายแรงเมื่อใช้เป็นเวลาต่อเนื่อง ข้อควรปฏิบัติ หากหลีกเลี่ยงได้ให้เลี่ยงยาชุด โดยเฉพาะยาชุดที่มีการจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าและให้บอกว่าไม่ต้องการยาสเตรียรอยด์3. พฤติกรรมการใช้ยาแบบผิดปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการใช้ยาที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมของตัวผู้ป่วย ว่าอาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความเข้าใจไม่ถูกต้อง หรือความเชื่อแบบผิด ๆ ของผู้ใช้ยา โดยพฤติกรรมที่พบบ่อย มีดังนี้ 1) การปรับขนาดยาด้วยตนเอง จากความเชื่อที่ว่าการรับประทานยามากเกินไปทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายเมื่อโรคของผู้ป่วยไม่แสดงอาการหรืออาการมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เช่น ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เมื่อสามารถควบคุมความดันโลหิต หรือไม่มีอาการแสดงของโรค ผู้ป่วยจึงหยุดรับประทานยาด้วยตนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในช่วงเป้าหมายได้หรือในผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ เมื่ออาการดีขึ้นหลังจากใช้ยาไประยะหนึ่งจึงหยุดยา เป็นผลให้เชื้อโรคในร่างกายไม่สามารถถูกกำจัดได้อย่างสมบูรณ์ และนำมาซึ่งปัญหาการดื้อยาได้
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 822) การนำยาของผู้อื่นมาใช้ จากความเชื่อที่ว่า ผู้ป่วยที่มีอาการใกล้เคียงกันจำเป็นต้องได้รับยาชนิดและขนาดเดียวกัน ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การแบ่งปันยาสู่ผู้อื่น ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้ยานั้น เช่น การเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา การแพ้ยา เป็นต้น 3) ผู้ป่วยไม่พร้อมรับฟังคำอธิบายจากเภสัชกร พฤติกรรมนี้พบได้บ่อยกับผู้ป่วยที่มารับยาในสถานพยาบาลที่ผู้ป่วยมักจะมีความเร่งรีบในการเดินทางกลับ โดยปราศจากความสนใจในการอธิบายวิธีการใช้ยาจากเภสัชกร เนื่องจากผู้ป่วยมีความคิดว่าสามารถเข้าใจวิธีใช้ตามฉลากยาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งหากผู้ป่วยมีความสงสัยในการใช้ยาดังกล่าวอาจทำให้ใช้ยาผิดวิธีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากแพทย์มีการปรับเปลี่ยนชนิดหรือวิธีการใช้ยา อาจทำให้ผู้ป่วยยังรับประทานยาในรูปแบบเดิม ซึ่งส่งผลต่อความไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาของยานั้น นอกจากนี้เภสัชกรอาจมีการบอกกล่าวเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์สำหรับการใช้ยานั้น เพื่อทำให้ผู้ป่วยคอยติดตามและสังเกตอาการดังกล่าว หากผู้ป่วยไม่มีความสนใจในการรับฟังข้อมูลจากเภสัชกรอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดจากการใช้ยาได้อย่างถูกต้อง4) การจัดเก็บยาในสภาวะที่ไม่เหมาะสม เมื่อผู้ป่วยได้รับยาจากสถานพยาบาลแล้วนำมาจัดเก็บในสภาวะที่ไม่เหมาะสม เช่น การจัดเก็บยาในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้กลางแสงแดดซึ่งมีอุณหภูมิที่มากกว่าปกติ การวางยาในบริเวณที่มีแสงแดดจ้า การจัดเก็บยาในตู้เย็นช่องแช่แข็ง เป็นต้น การกระทำดังกล่าวอาจนำมาซึ่งความเสื่อมสลายของยาและทำให้ยานั้นไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคของผู้ป่วย5) การไม่ตรวจสอบวันหมดอายุของยา เมื่อผู้ป่วยได้รับยาจากสถานพยาบาล ควรตรวจสอบวันหมดอายุการใช้งาน ของยานั้น ซึ่งมักอยู่บริเวณแผงยา ขวดยา หรือหลอดบรรจุยา โดยยาที่ผู้ป่วยได้รับควรมีวันหมดอายุอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี หลังจากได้รับยา เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าการใช้ยานั้นจะยังมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคของผู้ป่วย6) การลืมรับประทานยา การรับประทานยาให้ตรงเวลาตามฉลากยาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาเพื่อรักษาโรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานโรคไขมันในเลือดสูง โรคไตวายเรื้อรัง เป็นต้น ผู้ป่วยในกลุ่มโรคเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ยาในการรักษาโรคติดต่อกันทุกวัน ทำให้อาจเกิดการลืมรับประทานยาได้บ่อยมากขึ้น เช่น ยามื้อ
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 83กลางวัน ยามื้อก่อนอาหาร ดังนั้น ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อทำให้การควบคุมโรคของผู้ป่วยเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด7) การใช้ยาไม่ถูกต้อง ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาเทคนิคพิเศษ เช่น ยาสูดพ่นทางปาก ยาฉีดอินชูลิน ยาแผ่นแปะ เป็นต้น ซึ่งควรมีความเข้าใจในวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้องเพื่อทำให้ได้รับยาอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากที่สุด8) การไม่นำยาที่ใช้เป็นประจำมา เพื่อตรวจสอบในระหว่างเข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาล ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาโรคประจำตัวติดต่อกันทุกวัน เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น จำเป็นต้องนำยาดังกล่าวมาระหว่างรักษาตัวในสถานพยาบาล เพื่อให้เภสัชกรตรวจสอบ และแพทย์สั่งใช้ยาเพื่อรักษาโรคของผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่องในระหว่างเข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาล
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 84แนวคำตอบกิจกรรมบทที่ 3 ยาสามัญประจำบ้านเรื่องที่ 1 หลักการและวิธีการใช้ยาสามัญประจำบ้าน กิจกรรมหลักการใช้ยา1. ประเมินอาการ : ตรวจสอบว่าอาการปวดศีรษะของคุณเป็นแบบใด ปวดมากน้อยแค่ไหนมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง หากอาการรุนแรงหรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์2. เลือกยา : ยาสามัญประจำบ้านที่นิยมใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดศีรษะ ได้แก่พาราเซตามอล (Paracetamol) ซึ่งมีชื่อทางการค้าหลายยี่ห้อ เช่น ไทลีนอล พาราเซตามอล สามารถช่วยลดไข้และบรรเทาอาการปวดได้เรื่องที่ 2 อันตรายจากการใช้ยา และความเชื่อที่ผิด กิจกรรมท่านได้ข้อคิดอะไรจากสถาณการณ์นี้ และควรแนะนำให้หนูตั้มรับประทานยาอะไรแนวตอบข้อคิด1. ยาแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน2. การใช้ยาชุดเป็นยาที่เป็นอันตรายมาก เพราะอาจมีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้3. ก่อนใช้ยาใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร4. ไม่ควรใช้ยาตามความเชื่อหรือคำบอกเล่า5. การใช้ยาที่ไม่ถูกต้องอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ แนะนำ ให้หนูตั้มรับประทานยาแก้ปวด เช่นพาราเซตามอล และนอนพักผ่อน หยุดอ่านหนังสือการ์ตูน
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 85บทที่ 4เรื่อง การมีสุขภาวะดี 4 มิติ ตัวชี้วัด/สรรถนะย่อย1. บอกความหมาย ความสำคัญและประโยชน์ของสุขภาวะที่ดีได้2. เห็นความสำคัญของการมีสุขภาวะที่ดีและความสมดุลของร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา ขอบข่ายเนื้อหาเรื่องที่ 1 ความหมาย ความสำคัญ และประโยชน์ของการมีสุขภาวะที่ดีใน 4 มิติเรื่องที่ 2 การมีสุขภาวะที่ดีใน 4 มิติ การมีสุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิตใจ สุขภาวะทางสังคม และสุขภาวะทางสติปัญญาที่ดี จะทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเจ็บป่วย สามารถควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขสาระสำคัญ
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 86 สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นยิ่งต่อพัฒนาการทุก ๆ ด้าน ในตัวบุคคล สุขภาพถือเป็นรากฐานที่สำคัญของชีวิต การที่จะมีสุขภาพที่ดีได้นั้น จะต้องมีสุขภาวะทั้ง 4 มิติ ได้แก่ สุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิตใจ สุขภาวะทางสังคมและสุขภาวะทางสติปัญญา ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน การที่บุคคลจะมีสุขภาพดีได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเพียงอย่างเดียวแต่เป็นผลรวมจากองค์ประกอบหลาย ๆ ด้านรวมกัน ประเด็นอภิปรายเพื่อการเรียนรู้1. ให้ผู้เรียนร่วมอภิปราย สุขภาวะหมายถึงอะไรบ้าง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีสุขภาวะที่ดี2. ให้ผู้เรียนร่วมอภิปราย ทำไมการดูแลสุขภาพทั้ง 4 มิติ ประกอบด้วย มิติด้านร่างกาย มิติด้านจิตใจ มิติด้านสังคมและและมิติด้านสติปัญญาจึงมีความสำคัญ แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อให้แต่ละด้านมีความสมดุล3. ให้ผู้เรียนร่วมอภิปราย การมีสุขภาวะที่ดีจะส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไร และคิดว่าอะไรคือประโยชน์ที่สำคัญที่สุดเรื่องที่ 1ความหมาย ความสำคัญและประโยชน์ของการมีสุขภาวะที่ดีใน 4 มิติ
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 87กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ กิจกรรมแบบทดสอบ เรื่องการดูแลสุขภาพจงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว1. ข้อใดคือสุขภาวะที่ดีในมิติแรกก. สุขภาพร่างกายข. ความสุขทางจิตใจค. ความสัมพันธ์ที่ดีง. การมีรายได้สูง2. การมีสุขภาวะทางจิตใจหมายถึงอะไรก. การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงข. การไม่ป่วยทางกายค. การมีความสุขภายในใจ ไม่เครียดและไม่วิตกกังวลง. การทำงานหนักเพื่อให้ประสบความสำเร็จ3. การที่เรามีสุขภาวะทางสังคมที่ดีหมายถึงอะไรก. การอยู่ร่วมกับสังคมอย่างมีความสุข มีความสัมพันธ์ที่ดีข. การทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ค. การมีสังคมออนไลน์ที่ดีง. การศึกษาต่อในสาขาที่เราชอบ4. การมีสุขภาวะทางเศรษฐกิจที่ดีคืออะไรก. การมีการงานที่มั่นคงและรายได้ดีข. การไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจค. การลงทุนในตลาดหุ้นง. การอยู่ในสังคมที่ยากจน
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 885. ข้อใดคือประโยชน์ของการมีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติก. ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและทำให้มีความสุขข. ทำให้มีงานทำเพิ่มขึ้นค. ช่วยลดภาษีง. ช่วยให้สังคมมีการพัฒนา6. การมีสุขภาวะที่ดีในมิติร่างกายช่วยส่งเสริมด้านใดก. ทำให้มีเวลาเดินทางไปต่างประเทศข. เพิ่มความสามารถในการทำงานค. เพิ่มปัญหาสุขภาพง. ลดการใช้เวลาในการพักผ่อน7. การรักษาสุขภาวะทางจิตใจให้ดีมีผลอย่างไรก. ลดความเครียดและความวิตกกังวลข. เพิ่มงานในชีวิตประจำวันค. เพิ่มรายได้จากการทำงานง. ลดการใช้เวลาส่วนตัว8. ข้อใดคือวิธีการส่งเสริมสุขภาวะทางสังคมก. การหลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์ข. การสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในสังคมค. การใช้ชีวิตคนเดียวง. การทำงานหนักโดยไม่สนใจการพักผ่อน
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 899. การมีสุขภาวะทางเศรษฐกิจที่ดีจะทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างไรก. ช่วยให้สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้ดีข. ทำให้คนในสังคมไม่ทำงานค. ช่วยลดปัญหาภาษีในประเทศง. เพิ่มการขาดแคลนทรัพยากร10. การมีสุขภาวะที่ดีในทั้ง 4 มิติสามารถช่วยให้เรามีชีวิตที่เป็นอย่างไรก. มีความสุขและพร้อมรับมือกับความท้าทายในชีวิตข. สามารถหลีกเลี่ยงทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตค. สามารถมีชีวิตยืนยาวโดยไม่มีโรคภัยง. สามารถเกษียณเร็ว
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 90 เนื้อหาสาระความหมาย ความสำคัญ และประโยชน์ของการมีสุขภาวะที่ดีใน 4 มิติสุขภาวะ หมายถึง ภาวะที่มีความสมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญาที่เชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุลสุขภาวะในมิติของการสร้างเสริมสุขภาพในบริบทของสังคมไทย ประกอบด้วยสุขภาวะ 4 มิติหลัก ได้แก่ สุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิตใจ สุขภาวะทางสังคม และสุขภาวะทางสติปัญญา สุขภาวะทางกาย หมายถึง ความมีพละกำลังของระบบอวัยวะต่าง ๆ เช่น ระบบการหายใจและการสูบฉีดโลหิต การมีภาวะโภชนาการและน้ำหนักตัวที่เหมาะสม มีความแข็งแรงสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติ มีความสัมพันธ์กับทุกส่วนเป็นอย่างดี และมีประสิทธิภาพที่ดีในการทำงาน สุขภาวะทางจิตใจ หมายถึง ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุข ควบคุมอารมณ์กับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้และสามารถแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม มีจิตอันเป็นกุศล คิดเชิงบวกและมีจิตสาธารณะสุขภาวะทางสังคม หมายถึง ความสามารถในการมีปฏิสัมพันธ์อย่างเหมาะสมกับบุคคลอื่น ๆและสิ่งแวดล้อมรอบตัว อยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ไม่ทำให้ผู้อื่นหรือสังคมเดือดร้อน สามารถปรับตัวให้อยู่ในสังคมได้เป็นอย่างดีและมีความสุข อดทนต่อความคิดเห็นและความเชื่อที่แตกต่างออกไปของผู้อื่น สามารถช่วยเหลือผู้อื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ ของสังคมได้อย่างเหมาะสมรูปภาพที่ 1 4 องค์ประกอบ สุขภาวะที่ดี
รายวิชาสุขภาวะและศิลปะ ระดับประถมศึกษา 91สุขภาวะทางสติปัญญา หมายถึง ความเพียรอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาตนเอง มีความเต็มใจที่จะเรียนรู้และใช้ข้อมูลตลอดจนองค์ความรู้ที่มีอยู่และความรู้ใหม่ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และอาชีพการงานอย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน สามารถวิเคราะห์เหตุผลแห่งความดีความชั่ว ประโยชน์และโทษ ซึ่งนำไปสู่ความมีจิตใจอันดีงามและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ความสำคัญของการมีสุขภาวะที่ดีการมีสุขภาวะที่ดีทั้งทางกาย ทางจิตใจ ทางสังคมและทางสติปัญญา จะทำให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเจ็บป่วย สามารถควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพ มีความสุข อยู่ในสังคมโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขประโยชน์ของการมีสุขภาวะที่ดี 4 มิติ 1. การมีสุขภาวะทางกายดีการมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง คล่องแคล่ว มีกำลังปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ไม่พิการ จะทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติ และมีประสิทธิภาพ ที่ดีในการทำงาน สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข2. การมีสุขภาวะทางจิตใจดีจิตใจที่มีความสุข รื่นเริง คล่องแคล่วไม่ติดขัด สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ ควบคุมอารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ และแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม จะทำให้มีจิตใจที่ผ่องใส มีความสุข ปราศจากความเครียด3. การมีสุขภาวะทางสังคมดี การมีปฏิสัมพันธ์อย่างเหมาะสมกับบุคคลอื่น ๆ และสิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่างเหมาะสม รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน รูปภาพที่ 2 ออกกำลังกาย