ระบบปัญญาประดิษฐ์เพ่อื ประเมินพฤติกรรมการดแู ล
สุขภาพของประชาชนในชว่ งโควดิ -19 AI Mask
ผู้วจิ ัย : ศ. ดร.ธนารักษ์ ธรี ะมั่นคง
หน่วยงานผวู้ จิ ยั : สถาบนั เทคโนโลยีนานาชาติสริ นิ ธร
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนับสนุนการวิจยั และนวัตกรรมโดย ส�านกั งานการวิจัยแหง่ ชาต ิ (วช.)
ทีม่ าและความสา� คญั ของโครงการ
จากการระบาดของโควิด-19 ท�าให้ประชาชน
ทั่วโลกมีชีวิตวิถีใหม่โดยค�านึงถึงสุขภาพและให้ความ
ส�าคัญกับการดูแลสุขภาพมากข้ึน ทั้งด้านการล้างมือ
การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม
จึงได้คิดวิธีการน�าปัญญาประดิษฐ์/เทคโนโลยีดิจิทัล
มาชว่ ยในการดแู ลสขุ ภาพประชาชนอนั ไดแ้ ก่การสง่ เสรมิ
การสวมใสห่ นา้ กากอนามยั (Maskwearing),การสง่ เสรมิ
การเว้นระยะห่าง (Social distancing) โดยเน้นการ
พฒั นาระบบตรวจจบั หนา้ กากอนามยั การพฒั นาระบบ
วดั การเวน้ ระยะหา่ ง และระบบหลงั บา้ นทใี่ ช้ในการบรหิ าร รูปแบบการประเมินท่ีน�าเสนอ ศปก.ศบค.
การเฝา้ ระวงั มรี ะบบประเมนิ และตดิ ตามการใสห่ นา้ กากอนามยั ระบบวดั การเวน้ ระยะหา่ ง ทช่ี ว่ ยทา� ใหม้ ขี อ้ มลู นา� เสนอ
ตอ่ ภาครัฐ รวมไปถงึ ภาคประชาชน โดยจะมกี ารนา� เสนอข้อมูลหรอื ดาตา้ วชิ วลไลเซชั่น (Data Visualization).
ผลส�าเร็จจากงานวิจยั
1. ระบบปญั ญาประดษิ ฐเ์ พอื่ ประเมนิ พฤตกิ รรมการดแู ลสขุ ภาพของประชาชนในชว่ ง
โควดิ -19 (DeepCare) สามารถประมวลผลภาพเคล่ือนไหวในรูปแบบคลิปวีดทิ ศั น์ที่ได้
จากกลอ้ งวงจรปดิ เพอ่ื ทา� การประเมนิ การใสห่ นา้ กากอนามยั ของประชาชนทสี่ ญั จรในท่ี
ตา่ ง ๆ ได้ โดยระบบสามารถทา� งานไดอ้ ย่างตอ่ เนอื่ งและนับจ�านวนและคา� นวณอตั ราการ
สวมหน้ากากอนามัยได้ โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ไปนับด้วยตนเองในพ้ืนที่ หรือผ่านกล้อง
วงจรปดิ และมตี น้ ทนุ ต่�า เนอ่ื งจากเปน็ ระบบอตั โนมัติ ท�างานได้ 24 ช่วั โมง โดยขอ้ มูลของ
ระบบนี้จะสามารถถูกน�าเสนอในช่องทางต่างๆ เช่น ทีวีและสื่อออนไลน์ที่ศูนย์บริหาร
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.
รายงานสถานการณก์ ารตดิ เชอ้ื โควดิ -19 ได้ ซง่ึ ทา� ใหเ้ ราแจง้ เตอื นประชาชนในแตล่ ะพน้ื ท่ี
เอกสารเผยแพรผ่ ลงาน ในแต่ละช่วงเวลา ให้ระมัดระวังหรือให้ความร่วมมือมากขึ้นได้ โดยกล้องวงจรปิด
ที่ใช้ในการประเมินพฤติกรรมจ�านวน 31 จุด ตามเขตต่างๆ ท่ัวกรุงเทพ และน�าข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิด
ช่วง 07:00-08:00 น. และ 17:00-18:00 น. เข้ามาประมวลผลการให้ความร่วมมือสวมหน้ากากแยกตามพื้นท่ีได้
และตามชว่ งเวลา
2. เว็บไซต์ aimask.aiat.or.th ที่แสดงข้อมูลที่มีประโยชน์ท่ีประกาศโดยกระทรวงสาธารณสุขและศูนย์บริหาร
สถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (ศบค.) โดยแสดงผลอตั ราการสวมใสห่ นา้ กากเพอื่ ประเมนิ
ความร่วมมอื ของประชาชนผู้สญั จรไปมา
มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสงั คม
ระบบประเมนิ และตดิ ตามการสวมหนา้ กากอนามัย และระบบวัดการเว้นระยะหา่ งจะสามารถประเมินพฤติกรรม
ของประชาชน และท�าให้มีข้อมูลน�าเสนอต่อภาครัฐ รวมไปถึงภาคประชาชนแบบเรียลไทม์ ท�าให้สามารถรู้ภาพรวม
ของสถานการณ์ และเข้าใจถึงจุดเส่ียงตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย และสามารถนา� ข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการ
บรหิ ารจดั การบา้ นเมอื งดา้ นตา่ งๆ ซง่ึ ชว่ ยในการควบคมุ การระบาดของโรคและลดความเสยี่ งของประชาชนลงไดอ้ ยา่ ง
239 มีประสิทธภิ าพ
การศึกษาผลกระทบและความเส่ียงตอ่ โรคโควิด-19
ในกล่มุ ปตร่อะชกาากรรปชอ้ างวกเนัขาแใลนะพคว้ืนบทคตี่ มุ ะเกขร็บณชาีเกยิดแดกนารแลระะบคาวดามพร้อม
ผู้วิจัย : ผศ.ดร.ธวัชชยั อภิเดชกลุ
หนว่ ยงานผู้วิจัย : สา� นกั วชิ าวทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ มหาวทิ ยาลยั แมฟ่ า้ หลวง
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนนุ การวจิ ัยและนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.)
ท่มี าและความส�าคญั ของโครงการ
โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ท่ีมีความรุนแรงในการด�าเนินโรคส่งผลให้มีจ�านวน
ผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจ�านวนมากในเวลาอันส้ัน นอกจากนั้นยังมีอัตราการแพร่กระจาย
สูงโดยผ่านกลไกการสัมผัสกันอย่างใกล้ชิดซึ่งเป็นพลวัตของสังคมมนุษย์ที่มีปฏิสัมพันธ์กัน
โดยธรรมชาติ ด้วยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เกิดการระบาดไปในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ดังน้ันใน
การศกึ ษาครงั้ นม้ี งุ่ ศกึ ษาเขา้ ใจระดบั ความรู้ความเขา้ ใจผลกระทบจากการระบาดของโรคโควดิ -19
ในกลุ่มประชากรชาวเขาท่ีอาศัยอยู่ในพ้ืนที่ตะเข็บชายแดนซ่ึงมีความเสี่ยงเน่ืองจากระดับความ
เศรษฐกิจและการศกึ ษาทตี่ �่า
ผลสา� เร็จจากงานวจิ ัย
หลงั จากการอบรมใหค้ วามรเู้ ชงิ ปฏบิ ตั กิ าร การตระหนกั พฤตกิ รรมการปอ้ งกนั แกเ่ จา้ หนา้ ที่
สาธารณสขุ ผชู้ ว่ ยเหลอื คนไข้และอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจา� หมบู่ า้ นตลอดจนแกนนา� ประชาชน
ชาวเขาที่อาศัยอยู่บริเวณตะเข็บชายแดน โดยเฉพาะในการอบรม
แตล่ ะครงั้ มกี ารสาธติ แลกเปลย่ี นความรเู้ กย่ี วกบั COVID–19ในพน้ื ที่
อกี ดว้ ย ดงั นน้ั ในการดา� เนนิ กจิ กรรมนน้ั ตอ้ งจดั ใหก้ ลมุ่ แกนนา� ตา่ ง ๆ
ตลอดทง้ั หนว่ ยงาน องคก์ รทเ่ี กย่ี วขอ้ งเชน่ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตา� บล
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพ นายอา� เภอเขา้ มามสี ว่ นรว่ มทกุ ขน้ั ตอน
จะทา� ใหช้ มุ ชนเกดิ ความตน่ื ตวั ประเมนิ ความเสย่ี งในพน้ื ทแ่ี ละสามารถ
ใหก้ ลมุ่ ประชาชนตะเขบ็ ชายแดนพรอ้ มในการปอ้ งกนั ตนเองตอ่ ไป
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสงั คม
ผลกระทบทางสงั คมมเี พมิ่ มากขน้ึ กวา่ เดมิ 10 เทา่ จากที่ไดร้ บั งบประมาณมาจดั ทา� งานวจิ ยั นี้
กบั ทางอา� เภอแม่ฟา้ หลวง ตลอดทั้งหนว่ ยงาน องค์กรที่เกย่ี วขอ้ งเช่น องคก์ ารบริหารส่วนต�าบล
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพ นายอา� เภอเขา้ มามสี ว่ นรว่ มทกุ ขน้ั ตอน จะทา� ใหช้ มุ ชนเกดิ ความตน่ื ตวั
การอบรมให้ความร้เู ชิงปฏบิ ตั กิ าร 240
แนวทางการปรบั ปรุงสงิ่ แวดลอ้ มด้วยทฤษฎีการออกแบบ
อย่างมีส่วนร่วมเพอื่ ส่งเสรมิ ระบบคัดกรองผู้ป่วย
และออกแบบหอ้ งปลอดเชือ้ ในโรงพยาบาลชมุ ชน
ผูว้ จิ ัย : รศ.ดร.ธานัท วรุณกลู
หน่วยงานผูว้ ิจัย : คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนุนการวิจยั และนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.)
ท่มี าและความส�าคญั ของโครงการ
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เป็นโรคที่เกิดจากการ ลักษณะการปรบั ปรุงบรเิ วณพนื้ ที่พักคอย
ติดเชื้อท่ีเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะ อาคารผูป้ ว่ ยนอก โรงพยาบาลชมุ ชน
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ปัจจุบันพบว่าอาคาร
ผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลชุมชนท่ีถูกก่อสร้างด้วยแบบ
มาตรฐาน กระทรวงสาธารณสุขเลขท่ี 3130 มีความ
ทรุดโทรม และมีการต่อเติมแก้ไขปรับปรุง ซึ่งการ
ปรับปรุงไม่ได้ค�านึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการวจิ ยั นจี้ งึ ไดส้ รา้ งแนวทางการออกแบบปรบั ปรงุ
อาคาร ด้วยทฤษฏีการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม เพ่ือ
ส่งเสริมระบบคัดกรองและลดการติดเชือ้ ทางเดนิ หายใจ
ผลสา� เร็จจากงานวิจยั
รปู แบบการปรบั ปรงุ อาคารผปู้ ว่ ยนอก โรงพยาบาลชมุ ชน ทา� ใหค้ ณุ ภาพสภาพแวดลอ้ มดขี น้ึ
ลดปญั หาทเี่ กดิ ขน้ึ จากการตดิ เชอ้ื โรคทางเดนิ หายใจระหวา่ งการใชง้ านอาคาร
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสังคม
ลดการติดเช้ือและป้องกันการติดเช้ือ ได้ 50% ขึ้นไป ท�าให้ประหยัดงบประมาณในการ
รักษาพยาบาล
ผังปรับปรงุ อาคารผู้ปว่ ยนอก OPD แบบมาตรฐาน เลขที่ 3130 ชั้นที่ 1
241
การศึกษาผลกระทบของการระบาดโรคโควิด-19
ตอ่ สแลภะาบวัณะชฑอ็ ิตกรใแหะลยมะะม่:สกมุ้นั ลมรยอะทุงยอธะกนท์ ลาาคางงเตลแทือลากะงใอนระากยชาะพีรยพสาว�าฒั หนราับอนากั ชศพี ึกษา
ผูว้ ิจยั : รศ.ดร.บุรทิน ขา� ภิรฐั
หนว่ ยงานผู้วจิ ัย : มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีสุรนารี
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนนุ การวิจยั และนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.)
ท่ีมาและความสา� คัญของโครงการ
คนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 15-24 ปี ทั่วโลกได้รับผลกระทบรุนแรง รปู แบบการวัดสภาวะช็อกทางอาชพี
จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายอย่าง เชน่ การหยดุ ชะงกั ฉบบั เตม็ รูป (CShock-Full) จา� นวน 39 ข้อ
หรือชะลอในการศึกษาและการฝึกอบรม การถูกก�าหนดให้เรียน
หรอื ทา� งานจากทบี่ า้ น โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ผลกระทบตอ่ การจา้ งงาน ทีผ่ า่ นการตรวจสอบคณุ ภาพทางสถิติ
มีการสูญเสียรายได้และความยากล�าบากในการหางาน ที่อาจ
ส่งผลไปตลอดชีวิตการท�างานที่จะเผชิญกับการแข่งขันท่ีมากข้ึน
และมีงานให้ท�าน้อยลงกว่าช่วงท่ีผ่านมา ดังน้ันการพัฒนาตัวบ่งชี้
และการส�ารวจสภาวะช็อกทางอาชีพ เน่ืองจากผลกระทบของการ
ระบาดของโควดิ -19ตลอดทงั้ กลยทุ ธท์ างเลอื กในการพฒั นาอาชพี
ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จึงมคี วามส�าคญั
ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ยั
เคร่ืองมือประเมินสภาวะช็อกทางอาชีพ เป็นเคร่ืองมืออยู่ใน
รปู แบบสอบถามแบบประมาณคา่ 5 ระดบั พฒั นามาจากการศกึ ษา
เอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งแลว้ สมั ภาษณน์ กั ศกึ ษาและผทู้ า� งาน
แลว้ ทเี่ พง่ิ สา� เรจ็ การศกึ ษาใหม่มกี ารสอบถามและตรวจสอบโดยผทู้ รง
คณุ วฒุ ิ จากนน้ั ทา� การเกบ็ ขอ้ มลู จรงิ จากนกั ศกึ ษา 432 คน เพอ่ื
ทา� การตรวจสอบคณุ ภาพของเครอ่ื งมอื ดา้ นความเทยี่ งและความตรง
องคป์ ระกอบการวดั สภาวะช็อก
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสงั คม ทางอาชพี ฉบบั เตม็ รูป (CShock-Full) จา� นวน 39 ขอ้
รปู แบบการวดั สภาวะชอ็ กทางอาชพี ผลกระทบทางสังคมในระดับ Medium ประมาณ 30% 242
ฉบบั ส้นั (CShock-SV) จา� นวน 17 ขอ้ ไดแ้ ก่ (1) เครอื่ งมอื ในการวดั และองคค์ วามรรู้ ปู แบบท่ีไดจ้ ากการ
ที่ผา่ นการตรวจสอบคณุ ภาพทางสถติ ิ วจิ ยั ก่อให้เกิดการเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรม มกี ารรบั มือทด่ี แี ละ
เหมาะสมขึ้นเมื่อเกิดปัญหาท่ีไม่สามารถควบคุมได้ เช่น กรณี
ของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (2) ได้รูปแบบ แนวทาง
และมาตรการ การส่งเสริมการจัดการและพัฒนาตนเองของ
นักศึกษาและผู้ท่ีเพิ่งเริ่มต้นประกอบอาชีพ การแก้ปัญหาบน
พ้ืนฐานความคิดและพฤติกรรมที่เกิดจากการแพร่ระบาดของ
โรคโควิด-19 (3) การยกระดับความสามารถของทรัพยากร
มนุษย์ให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ในมิติด้าน
การจัดการตนเองและมุมมองทางพฤติกรรมอาชีพอันเป็นผล
มาจากเหตกุ ารณท์ ่ีไม่คาดฝัน
ในสกถาารน“สชกรีวา้าิตงรคณววิถก์ าีใหามรมรร”ู่้ ทะบแศั ลานะดคคขตณุ อิ งแภโลราะพคกตชาดิวีรติปเชรใอื้ ับนไตวกรลัวสัตุม่ โาคคมนโรแไทนนยาวท2า0ง19:
การสา� รวจภาคตดั ขวางแบบออนไลน์
ผู้วจิ ยั : ดร.วริ ยิ ะ มหกิ ุล
หนว่ ยงานผู้วิจัย : ราชวทิ ยาลัยจฬุ าภรณ์
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวจิ ยั และนวัตกรรมโดย ส�านกั งานการวิจยั แห่งชาติ (วช.)
ท่มี าและความสา� คญั ของโครงการ
การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ต้ังแต่
ปลายปี 2019 จนถึงปัจจุบันท�าให้
ประเทศไทยได้ออกมาตรการในการ
ปอ้ งกนั และควบคมุ โรคอยา่ งเครง่ ครดั
โดยมาตรการเหลา่ นอ้ี าจสง่ ผลกระทบ
ต่อการชะลอตัวของสภาพเศรษฐกิจ
ในประเทศไทย ซง่ึ สง่ ผลตอ่ ระบบสงั คม
คุณภาพชีวิต และการด�าเนินชีวิต
ของประชาชนคนไทยเป็นอย่างมาก
ตง้ั แตพ่ บการระบาดในระยะแรก และยงั
คงส่งผลกระทบอยา่ งตอ่ เนอ่ื งตอ่ การ
ด�ารงชีวิตประจ�าวันของประชาชนไป
สู่การใช้ชีวิตหรือการปฏิบัติแบบใหม่
หรือท่ีเรียกว่า “ชีวิตวิถีใหม่ (New
normal)”
ผลสา� เรจ็ จากงานวิจยั
ประชาชนและหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง
ควรท�าความเข้าใจ ปรับทัศนคติ และ
พฤตกิ รรมในการใชแ้ อปพลเิ คชนั ตา่ งๆ
เพอ่ื การปอ้ งกนั และควบคมุ โรคโควดิ -19
รวมถึงการเพ่ิมระดับคุณภาพชีวิต
มีความส�าคัญต่อทัศนคติและการ สื่อประชาสมั พันธค์ วามรู้ ทศั นคติ และการปรับตวั
ปรบั ตวั ทด่ี ี ตามแนวทางชวี ติ วถิ ใี หม่ ตามแนวทาง “ชีวติ วิถีใหม”่ และคณุ ภาพชวี ิต ในกลุ่มคนไทย
ในสถานการณก์ ารระบาดของโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสังคม
สามารถปอ้ งกนั การระบาดของโรคโควิด-19 ในอนาคตได้มากกว่าร้อยละ 50 หากทราบว่า
มีปจั จัยอะไรทม่ี คี วามสมั พนั ธ์กบั ความรู้ ทศั นคติ และการปรับตวั ตามแนวทาง “ชีวิตวิถใี หม่”
243
ความคดิ เหน็ ความพรอ้ มและแนวโนม้ ท่เี ปน็ ไปได้
ในการสง่ เสรมิ อาชพี ด้านการเกษตรใหเ้ ป็นทางเลอื ก
แก้ปญั หาภาวะตกงานเน่อื งจากสถานการณ์โควดิ -19
กรณีศึกษา อา� เภอหนองมะโมง จงั หวดั ชยั นาท
ผวู้ จิ ัย : ดร.จุฑามณี แสงสวา่ ง
หน่วยงานผู้วจิ ยั : มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวจิ ยั และนวัตกรรมโดย สา� นักงานการวิจยั แห่งชาติ (วช.)
ท่ีมาและความส�าคญั ของโครงการ
สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เป็นภัยพิบัติท่ีท�าให้ระบบเศรษฐกิจของโลกตกต�่าลง
อย่างมาก ภาคธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบ ท�าให้เกิดการตกงานของประชาชนเป็นจ�านวนมาก
เกษตรกรรมเป็นภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจที่มีผลผลิตเป็นอาหารและสินค้ากลุ่มปัจจัย4 ที่จัด
เป็นกลมุ่ สินค้าจ�าเป็นตอ่ การดา� รงชวี ติ จงึ เปน็ ภาคสว่ นทีข่ าดเสียไม่ได้ของระบบเศรษฐกิจ สินค้า
เกษตรเป็นที่ต้องการของประชากรทั่วโลก ดังน้ันอาชีพเกษตรกรจึงเป็นอาชีพท่ีน่าสนใจที่จะ
สนับสนนุ ใหเ้ ปน็ ทางเลอื กสา� หรับแก้ปญั หาการตกงานของประเทศ
ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ยั
ไดฐ้ านขอ้ มลู องคค์ วามร-ู้ ทกั ษะ-ความสามารถ/ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ /ผลติ ภณั ฑภ์ มู ปิ ญั ญาเกษตร
ทอ้ งถน่ิ ซง่ึ ประกอบดว้ ยชดุ ขอ้ มลู ความคดิ เหน็ ตอ่ การประกอบอาชพี ทางดา้ นเกษตรกรรมของกลมุ่
ผสู้ งู อายุวยั แรงงานและกลมุ่ เยาวชนชดุ ขอ้ มลู ความพรอ้ มของทรพั ยากรทเ่ี ออ้ื ตอ่ การทา� การเกษตร
ของพน้ื ทศ่ี กึ ษา และชดุ ขอ้ มลู แนวโนม้ และโอกาสทจ่ี ะสง่ เสรมิ ใหอ้ าชพี ดา้ นการเกษตรใหเ้ ปน็ ทางเลอื ก
แก้ปัญหาภาวะตกงานเน่ืองจากสถานการณ์โควิด-19 ซ่ึงจะน�าไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชน
การสร้างความตระหนักในการช่วยเหลือซ่ึงกันและกันในชุมชน การส่งเสริมให้แรงงานคืนถิ่น
รว่ มพฒั นาบา้ นเกดิ
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม
การเผยแพร่วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงของสังคมเกษตรกรรมและสร้างความตระหนัก
ในคุณค่าของอาชีพเกษตรกรรมน้ัน ย่อมช่วยสนับสนุนให้มีการสานต่ออาชีพทางการเกษตร
ใหส้ ง่ ตอ่ ไปยงั รนุ่ ลกู รนุ่ หลาน ทา� ใหภ้ าคการเกษตรของไทยพฒั นาไปอยา่ งยง่ั ยนื จะสง่ ผลเปน็ มลู คา่
ทางเศรษฐกิจในรูปแบบของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรภายในประเทศ (domestic economic
value) และหากสินค้าเกษตรน้ันได้มีการไปถึงตลาดส่งออก ก็ย่อมเกิดมูลค่าการส่งออกซ่ึงมี
มูลค่าสูง และนอกจากนี้การคืนถ่ินของประชากร จะเกิดมูลค่าเพิ่มท่ีได้จากการลดต้นทุนการ
ครองชีพไดอ้ กี ทางหนงึ่
การสง่ เสรมิ อาชีพด้านการเกษตร 244
การเตรียมความพร้อมและแนวทางการปรับตัว
ในผกลาขกรอรดงะโา�ทรเบคนทินตาธดิ งุรเเชกศอื้ ิจรไษขวอฐรงกสั วโิจคิสตโาร่อหนสกาถจิ า2ขน0นก1า9าดรยใณนอ่ ภก์มาา(ครSตแEพะ)วรเนัพ่รตะื่อบกแากด้ไข
ผู้วจิ ยั : ผศ.มาลินี ค�าเครอื
หนว่ ยงานผวู้ จิ ัย : คณะวทิ ยาการจดั การ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั กาญจนบุรี
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ัยแห่งชาต ิ (วช.)
ทมี่ าและความส�าคัญของโครงการ
การเตรียมความพร้อมและการปรับตัวของผู้ประกอบ องค์ความรทู้ ี่ไดจ้ ากการวจิ ยั
การตอ่ สถานการณก์ ารระบาดของโรคตดิ ตอ่ เปน็ สง่ิ ทสี่ า� คญั
ถงึ แมป้ จั จบุ นั สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั
โคโรนา 2019 ในประเทศไทยจะบรรเทาลงก็ตาม แต่ประเทศ
ต้องเร่งฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจให้กลับมาโดยเร็วที่สุดโดย
วิสาหกิจขนาดย่อมเป็นกลุ่มท่ีได้รับผลกระทบมากที่สุด
นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มที่เข้าถึงการช่วยเหลือจากโครงการ
กระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐน้อยที่สุด โดยเฉพาะวิสาหกิจ
ขนาดย่อมในภาคการบรกิ าร การเกษตร และการผลิต
ผลส�าเร็จจากงานวิจัย
ขอ้ มลู การเตรยี มความพรอ้ ม แนวทางการปรบั ตวั ในการ การเผยแพร่องคค์ วามร้จู ากการวจิ ยั
ดา� เนนิ ธรุ กจิ และขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบายการชว่ ยเหลอื วสิ าหกจิ
ขนาดย่อม (SE) ในการแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา
2019 และผลงานทางวชิ าการ การตพี มิ พ์ จา� นวน 1 เรอื่ ง
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสงั คม
ผลกระทบทางดา้ นเศรษฐกจิ ซงึ่ จะชว่ ยในการบรรเทา ฟน้ื ฟสู งั คมและเศรษฐกจิ ในระดบั ชมุ ชน
ไปจนถึงเศรษฐกิจระดับประเทศได้ เน่ืองจากการถ่ายทอดข้อมูลผลงานวิจัยจะสร้างความเข้าใจ
และรองรับหรือแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจและสามารถคาดการณ์สิ่งท่ีจะเกิดขึ้นได้ หากมี
สถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทีอ่ าจจะมีการแพรร่ ะบาดอีกคร้ัง
หรอื โรคระบาดอ่นื ๆ ที่อาจจะเกดิ ขน้ึ ได้ในอนาคต
ถา่ ยทอดองคค์ วามร้กู บั หนว่ ยงานที่เก่ียวขอ้ ง ไดแ้ ก่ ส�านกั งานส่งเสริมวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
245 สา� นักงานพฒั นาชุมชนจังหวัด ธนาคารวสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม
การบริหารความเส่ยี งและการพัฒนากลยุทธค์ วามเปน็ สากล
ของมหาวิทยาลัยไทยในสถานการณ์ COVID 19: กรณศี กึ ษา
คณะพาณชิ ยศาสตรแ์ ละการบัญชี มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ผวู้ ิจัย : รศ.ดร.ปเี ตอร์ รกั ธรรม
หนว่ ยงานผู้วิจยั : คณะพาณิชยศาสตร์และการบญั ชี
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนุนการวจิ ัยและนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวิจัยแห่งชาต ิ (วช.)
ที่มาและความส�าคัญของโครงการ
สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดโรค COVID-19 ส่งผลต่อการหยุดชะงกั ในระยะยาวทัง้ ดา้ นมิติ
การแลกเปลยี่ นนกั ศกึ ษา อาจารย์ นกั วจิ ยั รวมไปถงึ การเกดิ การชะลอกระบวนการตา่ งๆ ของการ
ประกันคุณภาพในระดับนานาชาติ ดังน้ัน
การศึกษานี้จึงเพื่อเสนอรูปแบบใหม่ (New
Protocols) ในการด�าเนินงานกิจกรรม
วเิ ทศสัมพนั ธ์ จากการระบคุ วามเส่ียง พัฒนา
กลยุทธ์จัดการและป้องกันความเส่ียง รวมถึง
เสนอรปู แบบการพฒั นาการกลยทุ ธค์ วามเปน็
สากลของมหาวิทยาลัยไทยในสถานการณ์
COVID-19 ให้มีความเหมาะสมเพื่อท่ีจะ
รูปแบบกลยุทธก์ ารส่งเสรมิ ความเปน็ สากล ยกระดับการศกึ ษาในมหาลัยไทยต่อไป
ท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั กจิ กรรมวิเทศสมั พนั ธ์
ผลสา� เร็จจากงานวิจยั
รปู แบบการสง่ เสรมิ กจิ กรรมทางวเิ ทศสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ
ในรปู แบบทมี่ หาวทิ ยาลยั ไทยตอ้ งปรบั ตวั เพอ่ื ใหเ้ ขา้ กบั สถานการณ์
COVID-19 ประกอบดว้ ยการพฒั นาแผนกลยทุ ธท์ ยี่ ง่ั ยนื ในการ
พฒั นาความเปน็ สากล และแนวทางในการสง่ เสรมิ ความเปน็ สากล
ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท้ังในระดับมหาวิทยาลัย คณาจารย์
นกั วจิ ยั นกั ศกึ ษาและเจา้ หนา้ ทท่ี เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กจิ กรรมวเิ ทศสมั พนั ธ์
ในมหาวทิ ยาลยั ในประเทศไทย
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม
ผลผลิตของโครงการจะถูกน�าไปใช้ประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียทั้งในระดับมหาวิทยาลัย คณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา
และเจา้ หนา้ ทที่ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั กจิ กรรมวเิ ทศสมั พนั ธ์ในมหาวทิ ยาลยั
ในประเทศไทย ซงึ่ จะนา� ไปสกู่ ารลดความเสยี่ งภายใตส้ ถานการณ์
ฉุกเฉินแม้ว่าจะเหตุการณเกิดขึ้นซ�้าอีกในอนาคต และสามารถ การประชมุ เพอื่ รว่ มหาแนวทางการปรบั ตวั
พฒั นาตอ่ ยอดใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ การดา� เนนิ งานทงั้ ระดบั ปจั เจก ทางธรุ กจิ สภู้ ยั โควดิ -19 กบั ผเู้ ชย่ี วชาญ
คือผู้เกี่ยวข้องโดยตรง และประโยชน์ต่อสถาบันการศึกษาในการ ทางวชิ าการของมหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ 246
ดา� เนนิ กจิ กรรมทางวชิ าการงานวิเทศสมั พันธ์ ผ่าน Zoom ตัวอย่างข้ันตอนเก็บข้อมูล
การสัมภาษณ์
กาขรกอพางรฒัโรฆคนา่ โตาคนวั ววตดิ ัตา-ยก1ใร9นรชขมว่อเพงงกปอ่ื ารแระกเรท้ไะขศบปไาทญั ดยหา
ผวู้ จิ ัย : นพ.ณัฐกร จ�าปาทอง
หนว่ ยงานผูว้ จิ ยั : กรมสขุ ภาพจิต
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนุนการวจิ ยั และนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวจิ ัยแห่งชาติ (วช.)
ทีม่ าและความส�าคัญของโครงการ
ประเทศไทยมโี ครงการเฝา้ ระวงั และชว่ ยเหลอื ผทู้ ี่
มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายต้ังแต่ปี พ.ศ.2544
โดยสร้างระบบการดูแลช่วยเหลือผู้ท่ีเสี่ยงต่อการ
ฆา่ ตวั ตายพฒั นาแบบคดั กรองภาวะซมึ เศรา้ และเสยี่ ง
ตอ่ การฆา่ ตวั ตาย สง่ ผลชว่ ยลดอตั ราการฆา่ ตวั ตาย
ลง แต่ในปี 2562-2563 อตั ราการฆา่ ตัวตายเพม่ิ ข้ึน
แสดงว่ายังคงมีช่องว่างในระบบการดูแล ช่วยเหลือ
ร่วมกับการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ภาพระบบการเฝา้ ระวังเมื่อเกิดการฆา่ ตวั ตาย
2019 สง่ ผลกระทบตอ่ ระบบสงั คมและเศรษฐกจิ อยา่ ง หรอื กระทา� รนุ แรงต่อตนเองในชุมชน
รุนแรง คาดวา่ อัตราการฆ่าตัวตายส�าเรจ็ จะมากกว่า 8 คนตอ่ แสนประชากร ดงั นน้ั การพัฒนานวตั กรรม
เพอื่ แก้ไขปญั หาการฆา่ ตวั ตายในชว่ งการระบาดของโรคโควดิ -19 ของประเทศไทย จงึ มคี วามจา� เปน็ อยา่ งยงิ่
ผลส�าเรจ็ จากงานวิจัย
นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นการดา� เนินการในรูปแบบความร่วมมือขององค์กร
เครอื ขา่ ยทกุ ภาคสว่ น มรี ปู แบบการปอ้ งกนั การฆา่ ตวั ตายสา� หรบั กลมุ่ เปราะบางทม่ี ปี ญั หาพฤตกิ รรมการ
ฆ่าตัวตาย มีการเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชนเพ่ือป้องกันการฆ่าตัวตาย มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส�าหรับ
คดั กรองและประเมนิ ความเสยี่ งตอ่ การฆา่ ตวั ตาย รวมถงึ ผลการประเมนิ โครงการการฆา่ ตวั ตายระดบั ชาติ
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสังคม
1. ร้อยละ 80 ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ได้
เข้าถงึ บรกิ าร
2. อตั ราการฆ่าตัวตายส�าเร็จลดลง 10% (ใน 4 จังหวดั ลดได้ 30 คน
25 จงั หวัดลดลง 100คน)
3. เมื่อมีการฆ่าตวั ตายเกดิ ขึ้น 1 คน จะส่งผลกระทบต่อบคุ คลใกลช้ ดิ
อย่างน้อย 6 คน ( WHO,2005) ในแต่ละปี ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการ
ฆ่าตัวตายจะกลายเป็นประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต
เพ่ิมขนึ้ อย่างน้อย ปลี ะ 31,000 คน และเมื่อไดค้ า� นวณค่ากลางการท�างาน
พัฒนา/ปรบั ปรุง/สร้าง ในกรณีท่ผี ้ทู ่ฆี า่ ตวั ตายสา� เร็จยงั คงมชี ีวิตอยู่ จะมีรายได้เฉลี่ย 48,000 บาท
โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยี ต่อคนต่อปี การท่คี นๆ หนงึ่ เสยี ชีวิตจากการฆา่ ตวั ตาย ท�าใหป้ ระเทศตอ้ ง
แนวปฏิบัติ ฐานขอ้ มูล สญู เสยี โอกาสในการสรา้ งรายได้ไปปลี ะ 5,078 ลา้ นบาท ดงั นน้ั การปอ้ งกนั
การฆ่าตัวตายซ้า� ทา� ใหป้ ระเทศลดค่าใช้จ่ายและความสญู เสยี ทางเศรษฐกจิ ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
4. หากมกี ารนา� นวตั กรรมเพอื่ แก้ไขปญั หาการฆา่ ตวั ตายไปใชอ้ ยา่ งทวั่ ถงึ กจ็ ะสามารถปอ้ งกนั ปญั หา
สขุ ภาพจติ และลดปญั หาการฆา่ ตวั ตายในประชากรทว่ั ไปและกลมุ่ เสย่ี ง ซง่ึ จะชว่ ยลดภาระโรคและคา่ ใชจ้ า่ ย
247 ในการรักษา ซงึ่ คาดว่าจะเปน็ ประโยชน์กว่า 10 เทา่ ของงบประมาณท่ีได้รบั
การศึกษาระบาดวิทยาของโรคโควิด-19
ในกลมุ่ แรงงานตา่ งด้าว
ผู้วจิ ัย : น.ส.จณศิ รา ฤดีอเนกสนิ
หน่วยงานผู้วิจัย : สถาบันวิจยั วิทยาศาสตร์สาธารณสขุ
กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวจิ ัยและนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ัยแห่งชาติ (วช.)
ทีม่ าและความสา� คญั ของโครงการ
โรคโควดิ -19 เปน็ โรคตดิ ตอ่ อบุ ตั ใิ หมท่ ม่ี กี ารแพรร่ ะบาดทวั่ โลก
และเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ส�าคัญ อ�าเภอแม่สอด จังหวัดตาก
มีชายแดนติดประเทศเมียนมาร์ที่มีช่องทางให้ต่างด้าวอพยพ
หลบหนีหรือผ่านด่านเข้ามาจ�านวนมาก ดังนั้นควรมีการบริการ
สุขภาพครอบคลุมถึงการจัดระบบประกันและตรวจสุขภาพในกลุ่ม
ต่างด้าว โดยท�าการศึกษาระบาดวิทยาของโรคโควิด-19 ในกลุ่ม
แรงงานต่างด้าว โดยวิเคราะห์ข้อมูลประชากรท่ีได้รับการตรวจหา
โรคโควดิ -19 ดว้ ยวธิ ีมาตรฐาน RT-PCR และประเมนิ การตรวจหา
สารพนั ธกุ รรมอยา่ งงา่ ยดว้ ยวธิ ี RT-LAMP ทถ่ี กู พฒั นาขนึ้ สา� หรบั ชุดทดสอบน�า้ ยา RT-LAMP ทีพ่ ัฒนาขึ้นทง้ั แบบอา่ นผล
ตรวจวนิ จิ ฉยั ผตู้ ดิ เชอ้ื ซง่ึ ใหผ้ ลตรวจรวดเรว็ และแมน่ ยา� แตร่ าคาถกู ด้วยสีและใช้เครื่อง PCR และผลประเมิน รวมถึงข้อมูล
นอกจากน้ยี งั ส�ารวจ sero-prevalence ซงึ่ จะทา� ใหท้ ราบขนาดของ ระบาดของโรคโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR และชุดตรวจ
ทางนา้� เหลืองวิทยา
ปัญหาการติดเชื้อหรือการสัมผัสเช้ือในกลุ่มแรงงานต่างด้าว
เพอื่ การวเิ คราะหท์ างระบาดวทิ ยาในและตดิ ตามสถานการณข์ องโรค
ผลสา� เร็จจากงานวจิ ัย
ผลสา� เรจ็ ไดช้ ดุ ทดสอบ RT-LAMP* สา� หรบั ตรวจโรคโควดิ -19
ทัง้ แบบอา่ นผลด้วยสแี ละแบบ real-time RT-LAMP ซง่ึ ใช้งานงา่ ย
ใหผ้ ลตรวจเรว็ ตน้ ทนุ ตา่� พรอ้ มผลประเมนิ ในภาคสนามซง่ึ ใช้ไดจ้ รงิ
มีความไวและความจ�าเพาะสูง ได้ชุดข้อมูลระบาดของโรคโควิด-19
จากการตรวจด้วยวิธี RT-PCR มากกว่า 30,000 รายแรงงาน
ต่างด้าวกลุ่มเสี่ยงติดเช้ือสูง และจากการตรวจด้วยชุดตรวจทาง ชดุ ตรวจสารพันธกุ รรมเชื้อ SARS-CoV-2 ดว้ ยเทคนิค
ภูมิคุ้มกัน กลุ่มเสี่ยงต�่าติดเช้ือร้อยละ 3 ผลงานเผยแพร่ 4 เร่ือง RT-LAMP โดยได้ย่ืนขอจดอนุสิทธิบัตรแล้ว เทคนิค
ชุดทดสอบจดอนุสิทธิบัตรแล้ว 1 เร่ือง และจะด�าเนินการเร่ือง RT-LAMP เป็น real-time RT-LAMP ซึ่งก�าลังเตรยี ม
การยื่นจดอนุสิทธิบัตรภายในปี 2566 ข้อมูลระบาดของ
real-time RT-LAMP (* RT-LAMP= reverse transcription โรคโควดิ -19 โดยวธิ ี RT-PCR และชดุ ตรวจทางนา้� เหลอื ง
-loop-mediated isothermal amplification เป็นวิธีการตรวจ วิทยาในกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่อ�าเภอแม่สอด รวมถึง
บทความทางวชิ าการจากงานวิจยั
สารพนั ธุกกรมอยา่ งง่ายท่อี ณุ หภมู คิ งท่)ี
มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสังคม
ด้านเศรษฐกิจ ลดค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ ค่าบ�ารุงรักษาเครื่องมือ ค่าเสื่อมสภาพ ลดการ 248
นา� เข้าชุดทดสอบจากต่างประเทศ ประหยัดงบประมาณ การผลิตเชิงพาณิชย์ ช่วยสร้างรายได้ ได้ตอ่ ไป
ดา้ นสงั คม เพม่ิ การเขา้ ถงึ การตรวจใหก้ บั ประชาชน ทา� การตรวจคน้ หาโรคใหก้ บั ประชาชนไดม้ ากขนึ้
ครอบคลุม ทั่วถึง เพ่ิมประสิทธิภาพในการตรวจวิเคราะห์เม่ือใช้ร่วมหรือทดแทนวิธีการตรวจท่ียุ่งยาก
ซบั ซ้อน มีราคาแพง ตามความเหมาะสม สนบั สนนุ การควบคุมโรค
มลู คา่ ผลกระทบ หากนา� ไปใชค้ าดวา่ จะมผี ลกระทบประมาณอยา่ งนอ้ ย 2-10 เทา่ ของงบประมาณวจิ ยั
ร้านในอสากหงัาคารขรมศอสเึกงป�ากษลหาาีย่รรพับนเสฤอแรปตอิมลกิกสงแรรบร(า้NมบงeกแสลwาุขระอพNปนฒัoราบัrมmนตัยาaวั ทตlข)่ีด้นอเีใแพงหบผ่อื้รบู้เา้สขรนร้าา้ อา้รนงับาอมหบาาารหตริการารฐรวาิถนีใหม่
ผวู้ ิจัย : นายศรัณยู สวา่ งเมฆ
หนว่ ยงานผู้วิจัย : คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์และการออกแบบ
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนับสนุนการวจิ ยั และนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวจิ ยั แหง่ ชาต ิ (วช.)
ท่ีมาและความส�าคัญของโครงการ
เน่ืองด้วยการแพร่ระบาดของไวรัส
โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของ
ผคู้ นในทกุ ดา้ น และทา� ใหเ้ กดิ ภาวะปกตแิ บบ
ใหม่หรือนิวนอร์มอล (New Normal)
ร้านอาหารก็เป็นอีกธุรกิจส�าคัญท่ีได้รับ
ผลกระทบโดยตรงจากการแพรร่ ะบาดของ
ไวรัสโควิด-19 หลังวิกฤต งานวิจัยนี้
เป็นการศึกษาพฤติกรรมการปรับตัวของ ภาพแสดงการน�าผลงานการออกแบบไปใช้ปรบั ปรงุ ร้านอาหารเพ่ือสร้างความมัน่ ใจ
ใหก้ บั ผเู้ ข้ารบั บริการมอบใหก้ บั รา้ นขา้ วแกงพชั รี ตา� บลทา่ อิฐ อา� เภอปากเกรด็ จังหวัดนนทบรุ ี
ผเู้ ขา้ รบั บรกิ ารรา้ นอาหารเพอ่ื ใชเ้ ปน็ แนวทางสา� หรบั ออกแบบและพฒั นาตน้ แบบรา้ นอาหารวถิ ใี หมใ่ นสงั คม
เปล่ยี นแปลง (New Normal) เพ่ือสรา้ งมาตรฐานของการเสริมสร้างสขุ อนามัยท่ีดใี หร้ า้ นอาหาร
ผลส�าเร็จจากงานวจิ ยั
ตน้ แบบรา้ นอาหารสา� หรบั วถิ ใี หมใ่ นสงั คมเปลย่ี นแปลง (New Normal) จา� นวน 5 ประเภท คอื
1.ตน้ แบบรา้ นขา้ วแกง2.ตน้ แบบรา้ นอาหารอสี าน3.ตน้ แบบรา้ นอาหารรมิ บาทวถิ ี4.ตน้ แบบรา้ นกาแฟ
และ 5. ตน้ แบบรา้ นบฟุ เฟช่ าบู โดยแตล่ ะประเภทประกอบดว้ ย ผงั การจดั การพนื้ ทใ่ี ชส้ อยภายในรา้ นอาหาร,
รปู แบบการสญั จรภายในรา้ นอาหาร, ผงั การจดั โซน (Zoning) ภายในรา้ นอาหารใหเ้ หมาะสม, ระบบการ
หมนุ เวยี นและถา่ ยเทอากาศภายในรา้ นอาหารระบบปดิ และระบบเปดิ เพอื่ สรา้ งมาตรฐานของการเสรมิ สรา้ งสขุ
อนามยั ทด่ี ี และรปู แบบอปุ กรณเ์ สรมิ สรา้ งสขุ อนามยั ภายในรา้ นอาหาร
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม
จากแนวทางการปรับปรุงจากงานวิจัยจะมีจ�านวนประชาชนเข้ารับบริการร้านอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ
50 - 100 ขึ้นไป หลังจากได้เห็นการเปล่ียนแปลงปรับปรุงร้านที่มีภาพลักษณ์ใส่ใจต่อสุขภาพผู้บริโภค
และมจี า� นวนผปู้ ระกอบธรุ กจิ รา้ นอาหารทค่ี วามสนในการพฒั นาและปรบั ปรงุ ผงั ภายในรา้ นอาหารสา� หรบั
วิถีใหม่ในสังคมเปลี่ยนแปลง (New Normal)
จากเกณฑ์การออกแบบของงานวิจัยอย่างน้อย
100 ร้าน สุดท้ายรูปแบบพฤติกรรมของผู้เข้ารับ
บริการร้านอาหารในสังคมจะมีความเปล่ียนแปลง
ไปหลงั จากนา� รปู แบบการปรบั ปรงุ รา้ นจากงานวจิ ยั
มาปรบั ใชซ้ งึ่ จะเปน็ ตวั กา� หนดพฤตกิ รรมการใชส้ อย
ในการบริโภคอาหารแบบใหม่ท่ีมีความรับผิดชอบ
ตอ่ สงั คมมากขนึ้ และสง่ ผลตอ่ การแพรเ่ ชอ้ื โรคลดลง
249 ภาพรวมภาพการนา� เสนอแนวทางปฏบิ ตั ิและปอ้ งกัน โควิด-19 ร้อยละ 50 ขึน้ ไป
และแนวทางหลักการออกแบบร้านอาหาร
แลภะแานกยวาใรทตวา้สเิงถคการานาระกปหาร์ครบั วณตาก์มวั าขนรอ่ารงจะวะบเิสปาา็นดหขขกออิจงงชกโรุมาคชรโนอคยภว่รู ดิาอค-ด1เห9นอื
ผูว้ จิ ัย : ผศ.ดร. ภารวี มณีจักร
หน่วยงานผู้วจิ ัย : คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนนุ การวิจยั และนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวิจัยแหง่ ชาติ (วช.)
ท่มี าและความส�าคญั ของโครงการ
สถานการณ์แพร่กระจายของ Covid-19 ได้สร้างผลกระทบต่อท้ังเศรษฐกิจและสังคมเป็น
อยา่ งมากรวมไปถงึ วสิ าหกจิ ชมุ ชน มวี สิ าหกจิ ชมุ ชนจา� นวนมากทต่ี อ้ งหยดุ กจิ การไป แตก่ ย็ งั พบวา่
มบี างวสิ าหกจิ ชมุ ชนทส่ี ามารถปรบั ตวั และอยรู่ อดได้ ดงั นน้ั ผวู้ จิ ยั
จึงศึกษาปัจจัยท่ีส่งผลต่อความอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชน
ภาคเหนือ พร้อมท้ังถอดบทเรียนผู้ที่ส�าเร็จและล้มเหลวเพ่ือ
เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหกิจชุมชนอย่างย่ังยืนต่อไป
นอกจากน้ีผลการวิเคราะห์สามารถเป็นนโยบายที่น�าเสนอ
ต่อรัฐบาลและองค์กรท่ีเก่ียวข้องเพื่อสามารถเข้ามาสนับสนุน
การเสรมิ สร้างวคั ซนี ใหก้ ับวิสาหกิจชมุ ชน ภาพสรุปผลการศึกษา
ผลส�าเร็จจากงานวิจยั
ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสอยู่รอดของวิสาหกิจชุมชนท่ีมีนัยส�าคัญ ได้แก่
การจดั การดา้ นการเงนิ ปจั จยั ทางการตลาด (กา� หนดกลมุ่ ลกู คา้ เปา้ หมาย) การปรบั รปู แบบธรุ กจิ
ในชว่ งการระบาด การปรบั เปลย่ี นรปู แบบการจา� หนา่ ย ปจั จยั สนบั สนนุ ภาครฐั (มาตรการเยยี วยา
จากภาครัฐ) และตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ ในทางตรงกันข้ามปัจจัยท่ีลดโอกาสในการอยู่รอด
ของวสิ าหกจิ ชมุ ชนไดแ้ ก่การจดั การทรพั ยากรมนษุ ย์การจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศการจดั การ
โลจสิ ติกส์ และมาตรการชว่ ยเหลือทางดา้ นการเงนิ จากธนาคารเฉพาะกจิ
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม
การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ
จะพจิ ารณาจากสมมตฐิ านทว่ี า่ โครงการนี้
จะมีส่วนช่วยให้วิสาหกิจชุมชนท่ีพบว่ามี
การปิดกิจการไป สามารถกลับมาเปิด
กิจการและกลับไปมีรายได้เฉล่ียต่อเดือน
ภาพสรุปผลการศกึ ษาภาพบางส่วนจากกจิ กรรมถอดบทเรยี น เทา่ กบั ชว่ งกอ่ นเกดิ สถานการณแ์ พรร่ ะบาด
วสิ าหกจิ ชมุ ชนภาคเหนอื และหนว่ ยงานภาครฐั ทเี่ กย่ี วข้อง โควิด-19 หรือเป็นการลดความสูญเสีย
ทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาด นอกจากนี้สัดส่วนการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ของโครงการท่ีได้รับเงินสนับสนุนจาก วช. เพ่ือช่วยให้วิสาหกิจชุมชนกลับมาเปิดกิจการดังเดิม
แบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่ 100% 75% และ 50% ผลการศึกษาพบว่ามูลค่าผลกระทบทาง
เศรษฐกิจที่สัดส่วน 100% มีมูลค่าเท่ากับ 9.16 เท่า ที่ระดับ 75% มีมูลค่าเท่ากับ 6.87 เท่า
และที่ระดับ 50% มมี ูลคา่ เท่ากบั 4.58 เท่า
250
การสรา้ งความยัง่ ยืนทางเศรษฐกจิ ต่อแรงงาน
ที่เคล่ือนย้ายกลับสู่ท้องถ่นิ ในภาคธุรกิจท่องเที่ยว
และบริการภายใตแ้ นวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
ผวู้ ิจยั : รศ.ดร. เจรญิ ชยั เอกมาไพศาล
หนว่ ยงานผูว้ จิ ยั : สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวิจัยแห่งชาต ิ (วช.)
ที่มาและความส�าคัญของโครงการ
การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบให้เกิดการหยุดชะงักของเศรษฐกิจ รวมถึงธุรกิจ
การท่องเที่ยวและบริการ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารได้รับผลกระทบจากวิกฤต
เปน็ อยา่ งมาก ท�าให้ธุรกิจต้องมกี ารปิดกจิ การ และตอ้ งยกเลกิ การจา้ งงานของแรงงาน ท�าใหเ้ กดิ
การย้ายคืนถิ่นของแรงงานออกจากเมืองกลับไปสู่ภูมิล�าเนา ภายใต้ความไม่แน่นอนและผันผวน
ของสถานการณ์การระบาดของโรค การน�าแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาเพิ่มพูนทักษะเพ่ือให้
พร้อมตอ่ การรองรบั การเปลย่ี นแปลงของความผันผวนของวิกฤตโควิดทเี่ กดิ ขน้ึ อยา่ งรวดเรว็
ผลส�าเร็จจากงานวิจยั
ผลงานวจิ ยั ไดเ้ ผยแพรใ่ นคอลมั น์ “แจงสเี่ บยี้ ”ของธนาคารแหง่ ประเทศไทย ลงในหนงั สอื พมิ พ์
กรงุ เทพธรุ กจิ ในวนั ท่ี 26 ตลุ าคม 2564 เกย่ี วกบั การปรบั ตวั ของธรุ กจิ โรงแรมและรา้ นอาหารภายใต้
วิกฤตการณ์โควิด รวมถึงได้รบั การตพี มิ พล์ งในวารสารบริหารธุรกิจ ธรรมศาสตร์ (ฉบบั ท่ี 174
ปี 2565) เกี่ยวกับการปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร และวารสาร
ธรรมศาสตร์ (ฉบับที่ 3 ปี 2565) เก่ียวกับการปรับตัวของแรงงานท่ีเคล่ือนย้ายกลับสู่ท้องถ่ิน
จากภาคธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารภายใต้วกิ ฤตการณ์โควิด
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจ ประมาณ 10 เทา่
น�าเสนองาน NIDA การนา� เสนองานในรูปแบบภาพ และคมู่ อื การมีภูมิคมุ้ กนั ที่ดี
Academic Forum
251
การพฒั นารปู แบบการจัดการเรยี นร้สู า� หรับครูระดับการศกึ ษา
ขน้ั พนื้ ฐาน เพ่ือผเู้ รียนที่ไดร้ บั ผลกระทบจากสถานการณ์
การแพร่ระบาดโรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019
ผู้วจิ ัย : ผศ.ดร.รงุ่ ทิวา กองสอน
หน่วยงานผ้วู จิ ัย : มหาวิทยาลยั พะเยา
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนบั สนุนการวิจยั และนวัตกรรมโดย สา� นักงานการวจิ ัยแห่งชาติ (วช.)
ท่ีมาและความสา� คัญของโครงการ
กระทรวงศึกษาธิการก�าหนดรูปแบบการสอน 5 รูปบบ แผนผังแสดงกระบวนการพฒั นารูปแบบการ
ได้แก่ Onsite, Online, On hand, On Demand และ On Air จดั การเรยี นรูส้ ถานการณ์การแพร่ระบาด
ใหแ้ ก่โรงเรียนท่วั ประเทศ แตส่ ภาพบรบิ ทของโรงเรยี นในสังกดั
สา� นกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพะเยาเขต 1 จงั หวดั ไวรัสโคโรนา 2019
พะเยา ไม่สามารถด�าเนินการจัดการเรียนการสอนตามที่
กา� หนดได้ทุกรูปแบบ จึงมีการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียน
รแู้ บบผสมผสานทคี่ า� นงึ ถงึ สภาพบรบิ ทจรงิ ของผเู้ รยี นทกุ ดา้ น
ซึ่งอาจเป็นรูปแบบ Onsite ร่วมกับ Online หรือ Onsite
ร่วมกับ On hand เป็นต้น รูปแบบการจัดการเรียนรู้นี้อาจจะ
ช่วยให้ครูด�าเนินการจัดการเรียนรู้กับผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง
เหมาะสมกับผเู้ รยี นมากทสี่ ดุ
ผลสา� เรจ็ จากงานวิจัย
รูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานฐานบริบทเพ่ือผู้เรียน
ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเช้ือ
ไวรัสโคโรนา 2019 เป็นกระบวนการหรือวิธีการฝึกอบรมครู
ระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานด้านความความสามารถจัดการ
เรียนรู้ตามสาขาวิชาของตนเองให้กับผู้เรียน ประกอบด้วย
ขนั้ ตอนการฝกึ อบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร (1) การสรา้ งความรคู้ วาม
เขา้ ใจการออกแบบการจดั การเรยี นรู้ (2) การปฏบิ ัตกิ ารเขยี น
แผนการจดั การเรียนรู้ (3) การน�าแผนการเรยี นรู้ไปใช้จริง และ
(4) การประเมินผลการใช้รูปแบบ เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาผล
การเรียนรู้ และมีสุขภาวะท่ดี ี
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสังคม
ทางเศรษฐกิจท�าให้ลดค่าใช้จ่ายการของโรงเรียนและ การจัดการฝกึ อบรมเชิงปฏิบตั กิ ารพัฒนา
ผู้ปกครอง ด้านอุปกรณ์การเรียน ส่ือการเรียน รวมถึงลด ความสามารถครู การปฏบิ ัติการออกแบบ
จา� นวนผู้ติดเชอื้ ของโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ร้อยละ 10
การจัดการเรียนร้สู �าหรบั ครู
เพราะมีความรู้ ความเขา้ ใจ การปฏิบัตริ ักษาดแู ลทง้ั ตนเองและสงั คม ท้งั ครู นักเรียน ผูป้ กครอง
ทางสงั คมสรา้ งตระหนกั ตอ่ สขุ ภาพ ดา้ นการปอ้ งกนั ดแู ล รกั ษา สขุ ภาวะของตนเองและสงั คม ทงั้ ดา้ น
รา่ งกาย จติ ใจ รอ้ ยละ 30 รวมถงึ มนี วตั กรรมทางการศกึ ษา ทงั้ รปู แบบการจดั การเรยี นรู้ หรอื การพฒั นา
เป็นหลักสูตรของทั้งในระดับโรงเรียน ส�านักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มหาวิทยาลัย ในการพัฒนาผู้เรียน
และบณั ฑติ ครู สง่ ใหก้ ารศกึ ษามคี ณุ ภาพและมคี วามหมายตอ่ ผเู้ รยี น รอ้ ยละ 25
252
การส�ารวจผลกระทบด้านสขุ ภาพและระดบั
ของประสิทธภิ าพบุคคลในระหว่างมกี ารระบาด
ของโคโรนาไวรัส - โครงการรว่ มมอื ระดบั นานาชาติ
ผ้วู จิ ัย : พญ.ฐติ พิ ร ศภุ สทิ ธธิ์ า� รง
หนว่ ยงานผู้วิจัย : คณะแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวจิ ยั และนวัตกรรมโดย สา� นักงานการวจิ ัยแห่งชาต ิ (วช.)
ทีม่ าและความสา� คัญของโครงการ
เนอื่ งจากโรคโควดิ -19เปน็ โรคอบุ ตั ใิ หม่ทา� ใหห้ ลกั ฐานความรแู้ ละงานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วกบั สขุ ภาพจติ
และผลกระทบนนั้ มนี อ้ ยมาก การศกึ ษาวจิ ยั ผลกระทบตอ่ ปญั หาสขุ ภาพจติ และ ประสทิ ธภิ าพของ
บคุ คลในระหวา่ งทมี่ กี ารระบาดของโรคโดยการรว่ มมอื กบั นานาชาติ ทวั่ โลกนน้ั จะทา� ใหเ้ กดิ ความรู้
ความเข้าใจ และแนวทางการดูแลผลกระทบทางจิตใจ
โดยครอบคลุมทั่วประเทศไทย และจะเป็นมาตรฐานเดียวกับ
นานาชาติซง่ึ จะเปน็ ประโยชนส์ า� หรบั ประชากรไทยทง้ั ในระยะสนั้
และระยะยาว
ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ัย
ไดท้ า� การสา� รวจผลกระทบทางจติ ใจและระดบั ประสทิ ธภิ าพ
ของบุคคลในการระบาดทง้ั 3 ระยะ โดยครอบคลมุ ประชากร
อายุต้ังแต่ 6 ปีข้ึนไป โดยร่วมมือกับ 150 ประเทศท่ัวโลก
และตพี มิ พผ์ ลงานวจิ ยั รว่ มกบั นานาชาติ เพอื่ พฒั นาแนวทาง ภาพรวมของงานวิจัยเก่ียวข้องกับปัจจัยที่
ในการรับมือผลกระทบที่เกิดข้ึนจากโรคติดเช้ือโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อจิตใจ และประสิทธิภาพของ
รวมถึงพฒั นาการศึกษาเพ่อื ส�ารวจผลกระทบฯ ในอนาคต บุคคลในระหว่างท่ีมีการระบาดของโรค
โควิด-19 โดยแบ่งเป็นส่ีมุมมองด้านปัจจัย
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม ทแ่ี ก้ไขไดย้ ากกบั ปจั จยั ทแี่ ก้ไขได้ และผลกระทบ
ข้อมูลที่ได้รับจากการศึกษานี้จะช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพ และการปอ้ งกนั และวิธีจัดการ
ในการบริหารทรัพยากรในการดูแลประชากรที่ไดร้ บั ผลกระทบจากโรคตดิ เชอื้ โควดิ -19 ในระดบั
ประเทศถึง 20 เท่า โดยข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างท่ีได้รับการส�ารวจ จะสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น
ในประเทศไทย
กลมุ่ ตัวอยา่ งผู้ใหส้ ัมภาษณ์เร่อื งผลกระทบจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาด โคโรนา 2019
253
การพลกิ ฟ้ืนเศรษฐกจิ ไทย:
สกู่ ารกา้ วผา่ นปัญหาโควดิ -19 อยา่ งยั่งยนื
ผู้วิจยั : ดร.กรรณิการ์ ธรรมพาณิชวงค์
หน่วยงานผู้วจิ ัย : สถาบนั วิจยั เพอื่ การพัฒนาประเทศไทย
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนบั สนุนการวิจัยและนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวิจัยแหง่ ชาติ (วช.)
ทม่ี าและความส�าคัญของโครงการ
งานวจิ ยั มงุ่ เนน้ ในการตดิ ตามการปรบั ตวั ของเศรษฐกจิ
สังคมและการศึกษา ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
ในปัจจุบัน ไปจนถึงช่วงที่เริ่มเข้าสู่สถานการณ์การฟื้นฟู
เศรษฐกิจและสังคม และท�าการติดตามและประเมินผล
มาตรการฟ้นื ฟเู ศรษฐกิจและสงั คมของภาครัฐ ท้งั ในแง่ของ
ความพอเพียงของงบประมาณ กลุ่มเป้าหมายที่ช่วยเหลือ
รูปแบบการช่วยเหลอื และผลกระทบท่ีเกิดขึน้ ตลอดจนการ
วเิ คราะหเ์ พอื่ ใหข้ อ้ เสนอแนะเชงิ นโยบายทท่ี นั ตอ่ สถานการณ์
ผลสา� เรจ็ จากงานวิจัย
คณะผวู้ จิ ยั ไดม้ ขี อ้ เสนอแนะเพอ่ื สนบั สนนุ การฟน้ื ฟทู าง
ดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คมในประเดน็ ต่างๆ เช่น มาตรการทาง
ด้านการเงิน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจไม่ควรจะเป็นการ
สนับสนุนแบบให้เปล่า แต่อาจจะใช้การพัฒนากลไกการ
ปล่อยกู้แบบใหม่ โดยประยุกต์ใช้ National ID Card เป็น
เคร่ืองมือส�าคัญในการปล่อยกู้ การจัดการการเรียนการ
สอนส�าหรับนักเรียนรุ่น “โควิด” เพ่ือช่วยแก้ไขปัญหาด้าน
การศึกษาของไทย การปรับปรุงกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิด
ผลกระทบตอ่ สงั คม การแก้ไขปัญหาหลมุ รายได้ของเศรษฐกิจไทย เปน็ ตน้
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม
เกิดนโยบายภาครัฐมีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน โดย
มาตรการถกู ใชต้ รงกบั สถานการณข์ องแตล่ ะกลมุ่ เปา้ หมาย
และเพยี งพอต่อการเยยี วยาและการฟ้นื ฟจู ากวิกฤต อกี ทง้ั
ยังช่วยสนับสนุนให้ท้ังสองกลุ่มเป้าหมายทั้งภาคเศรษฐกิจ
สงั คมและการศกึ ษา สามารถทจี่ ะปรบั ตวั และผา่ นชว่ งวกิ ฤต
ไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื รวมถงึ รฐั บาลมขี อ้ สรปุ บทเรยี นในการรบั มอื
กับปัญหาอื่นๆท่ีคล้ายคลึงกันในอนาคต ท�าให้ประเทศ
มีความม่ันคงต่อภัยในลักษณะคล้ายคลึงกันมากยิ่งข้ึน
และเกิดการสั่งสมความรู้และเครือข่ายวิชาการในสังคมไทย
เพอื่ รบั มอื เหตกุ ารณ์ในลักษณะเดยี วกนั ในอนาคต
254
ของกากรจาแารพกพรภฒั ่กัยรพนะาจบิ ตาตั ย้นิในเแชบโอื้รบงโคเงพาวอ่ืนดิ กข-นา1รา9เดฝแใล้าหระญกะวาด่ ังร้วเเพกยิดอื่ระลสบดถบาผเนฝลก้ากราระระวณทงั บฉ์ กุ เฉิน
จากเทคโนโลยีภมู สิ ารสนเทศ
ผวู้ ิจัย : นางธญั วรตั ม์ อนนั ต์
หนว่ ยงานผวู้ จิ ยั : สา� นกั งานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ
และภมู ิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนนุ การวจิ ัยและนวัตกรรมโดย สา� นักงานการวจิ ยั แห่งชาต ิ (วช.)
ทม่ี าและความสา� คัญของโครงการ
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด และภัยพิบัติอ่ืน ๆ กลุ่มแรงงานในโรงงาน
อุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อการด�าเนินธุรกินและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมถึง
การด�าเนินชีวิตของชุมในพื้นท่ี นวัตกรรมของเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ได้ถูกนา� มาประยุกต์ใช้
พฒั นาระบบตน้ แบบเพอ่ื การเฝา้ ระวงั ภยั และเปน็ ขอ้ มลู ในการกา� หนดมาตรการทเ่ี หมาะสมในการ
ปอ้ งกนั และเฝา้ ระวงั โดยกา� หนดพน้ื ทศ่ี กึ ษาเพอื่ การพฒั นาตน้ แบบ 9 จงั หวดั ใน 3 สถานการณภ์ ยั
ประกอบดว้ ย อุบัติภัยจากสารเคมี อุทกภยั และโรคโควิด-19
ผลสา� เรจ็ จากงานวจิ ยั
ระบบตน้ แบบฯ ทีช่ ว่ ยในการประเมินความเสีย่ งจากภยั ทีอ่ าจจะเกดิ ขึน้ ในอนาคต รวมถึงหาก
เกิดภัยข้ึนผู้บริหารสามารถประเมินสถานการณ์เชิงพ้ืนท่ี เพ่ือก�าหนดแนวทางได้อย่างทันท่วงที
แบบจา� ลองทนี่ า� มาใช้ไดร้ ว่ มหารอื กบั หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง เพอื่ ใหค้ ลอบคลมุ มติ ทิ สี่ า� คญั ในโรงงาน
อุตสาหกรรม นอกจากน้ีแบบจ�าลองที่พัฒนายังออกแบบให้สามารถปรับเปล่ียนค่าน้�าหนักของ
ปัจจัยให้สอดคล้องตามมาตรการหรือสถานการณ์ที่อาจจะมีการปรับเพ่ิมหรือลดในอนาคตได้
ทั้งน้ี ระบบฯ สามารถนา� ไปขยายผลในพื้นท่อี ืน่ ๆ ได้
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสงั คม
ประเมนิ จาก 1. กรณีโควดิ -19 ต้นทนุ รักษาพยาบาลแบบ Home Isolation ตอ่ คนในโรงงาน
จ�านวนประมาณ 1.43 ล้านคน เปน็ เงนิ 19 ลา้ นบาท 2. กรณีสารเคมรี ั่วไหลในพ้นื ที่ EEC พบสถติ ิ
การเกิด 4 ปี 19 ครง้ั มลู คา่ ความเสยี หายประมาณ 3,000 ลา้ นบาทตอ่ ครั้ง คิดเป็นมูลค่า 14,250
ล้านบาท และ 3. กรณีอุทกภัย จังหวัดนครราชสีมาในปี 2553 มีรายงานความเสียหาย 1,000
ล้านบาท และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2560 มีรายงานความเสียหาย 25 ล้านบาท มูลค่ารวม
ทุกภัย 15,294 ล้านบาท น�ามาคิดสัดส่วนการน�าเทคโนโลยีไปใช้เพื่อลดผลกระทบที่ระดับ 0.1
คดิ เป็นมูลค่า 1,529 ล้านบาท เมอื่ คดิ สัดสว่ นงบประมาณกบั ผลกระทบทจ่ี ะเกิด เทา่ กบั 203 เทา่
255 ระบบต้นแบบฯ จะชว่ ยในการประเมินความเสยี่ งจากภยั กจิ กรรมภายในโครงการวิจัย
ทอี่ าจจะเกิดขึ้นในอนาคต
Big Data กับพฤติกรรมผู้บรโิ ภคในชว่ งวิกฤต
COVID-19 - กรณศี ึกษาโครงการคนละคร่งึ
ผวู้ จิ ัย : นายนวพล ภญิ โญอนันตพงษ์
หนว่ ยงานผู้วจิ ยั : สา� นักงานเศรษฐกิจการคลัง
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนับสนนุ การวิจัยและนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวจิ ัยแหง่ ชาต ิ (วช.)
ทมี่ าและความสา� คญั ของโครงการ
การกา� หนดเงอื่ นไขการใชเ้ งนิ ผา่ นแพลตฟอรม์ มอื ถอื ถอื
เปน็ จดุ เดน่ หนงึ่ ของการดา� เนนิ มาตรการทางการคลงั ในชว่ ง
สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ท�าให้
ประเทศไทยมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อน�ามา
ประเมินและวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ของการด�าเนินแผ นงาน
หรอื โครงการ ซง่ึ ถอื เป็นประเด็นทีม่ ีความส�าคัญเชงิ นโยบาย
ในการแสดงถึงความคุ้มค่าของงบประมาณที่ใช้ไป และเป็น
ประโยชน์ต่อการพิจารณาออกแบบนโยบายทางการคลัง
ของภาครัฐใหม้ ีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขน้ึ ในอนาคต
ผลส�าเร็จจากงานวิจยั
ผลการศึกษาเชิงประจกั ษ์เกี่ยวกับการประเมนิ ผลสมั ฤทธข์ิ องโครงการคนละครงึ่ ซ่งึ จะน�าไป
สู่หน่วยงานภาครัฐท่ีเก่ียวข้องสามารถน�าผลการศึกษาไปใช้อ้างอิงประกอบการจัดท�านโยบาย
การคลงั แบบมุ่งเปา้ ได้ในอนาคต
มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสังคม
ผลการศึกษาจะมีส่วนสนับสนุนให้รัฐบาลสามารถจัดท�านโยบายการคลังแบบมุ่งเป้าเพื่อ
กระตุ้นเศรษฐกิจ หรือลดความเหลื่อมล�้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น โดยประชากรกลุ่ม
รายได้น้อยถึงรายได้ปานกลางของประเทศจะได้รับผลประโยชน์จากผลการศึกษาของโครงการ
วิจัย ซ่ึงคิดเป็นมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมมากกว่า 1,000 เท่า เมื่อเทียบกับ
งบประมาณทีโ่ ครงการวิจัยไดร้ ับ
การวเิ คราะหข์ ้อมลู กรณีศึกษาโครงการคนละคร่งึ 256
การพฒั นาระบบบริการดูแลแบบแยกกกั ตวั ทีบ่ า้ น
ของผ้ปู ว่ ยโควิด-19 จังหวัดสงขลาอยา่ งมีส่วนร่วม :
การออกแบบการด�าเนนิ การ และการประเมินผล
ผูว้ ิจยั : ดร.นพ.ชนนท์ กองกมล
หนว่ ยงานผวู้ ิจยั : คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนับสนนุ การวิจัยและนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ัยแห่งชาต ิ (วช.)
ทม่ี าและความส�าคัญของโครงการ
การระบาดของโรคโควิด-19 ภายในประเทศ ในปี 2565
จ�านวนตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่และเป็นซ�้ามีจ�านวนมากในแต่ละวัน
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ก�าหนดให้ผู้ป่วย
สามารถดูแลตัวเองโดยใช้หลักการ OPSI และ Home isolation
จงึ ตอ้ งมกี ารออกแบบระบบเพอ่ื ทา� ใหผ้ ปู้ ว่ ยสามารถเขา้ ถงึ การรกั ษา
ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย คณะผู้วิจัยร่วมกับภาคีเครือข่าย
ทีเ่ กย่ี วข้องจงึ รว่ มคดิ วเิ คราะห์ ถอดบทเรียน เพอ่ื พัฒนา Platform
การดแู ลผปู้ ว่ ยแบบแยกกกั ตวั ทบ่ี า้ นและ OPSI สา� หรบั COVID-19 ขนึ้
ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ยั
Platform และ Application สา� หรบั ใช้ในการดแู ลผปู้ ว่ ย Home
Isolation ส�าหรับสถานพยาบาลและตัวผู้ป่วยเองซ่ึงเข้าถึงได้โดย
Link: https://home.songkhla.care/ โดยชว่ ยในการลดระยะเวลา
ในการซักประวัติและตรวจร่างกายเน่ืองจากเม่ือเปรียบเทียบกับ
Application อ่ืน ในท้องตลาด แล้ว ระบบให้ผู้ป่วยรายงานอาการ
และสญั ญาณชพี รวมทง้ั ประวตั เิ จบ็ ปว่ ยเบอื้ งตน้ ไดด้ ว้ ยตนเองทา� ให้
สามารถลดจา� นวนและเวลาของเจา้ หนา้ ทใี่ นการดแู ลรกั ษาพยาบาล
และลดการแพรก่ ระจายเชื้อโรค เน่ืองจากผปู้ ่วยสามารถลงทะเบียน Application ส�าหรับใช้ในการดูแล
ไดด้ ว้ ยตนเอง โดยไมต่ ้องเดินทาง และแพทยพ์ ยาบาลสามารถดูแล ผู้ปว่ ย Home Isolation
และสง่ ตอ่ ผู้ปว่ ยไดโ้ ดยลดการสมั ผัสให้มเี วลาน้อยท่ีสดุ
สา� หรบั สถานพยาบาลและตัวผู้ปว่ ย
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม
ลดจ�านวนแพทย์ท่ีต้องใช้ในการดูแลผู้ป่วยอย่างน้อย 75
เปอร์เซน็ ต์ โดยแพทย์ 1 ทา่ น และพยาบาล 8 คน สามารถดแู ลผู้ปว่ ย
จา� นวน 1,000-1,500 คน ในหน่งึ วนั ได้โดยผา่ นการใช้ application
หนา้ สา� หรบั แสดงขอ้ มลู ผปู้ ว่ ยที่Dischargeซงึ่ แสดงขอ้ มลู ของผปู้ ว่ ยวนั ท่ีDischargeสาเหตุ
ของการ Discharge และหนว่ ยบรกิ ารท่ีดแู ลรวมทัง้ สามารถส่ังพิมพ์ใบยมื วสั ดไุ ด้ (ส�าหรบั
รพ.มอ.) สามารถส่ังพิมพ์แบบบันทึกการดูแลรักษาคนไข้โควิด-19 ได้ สามารถส่ังพิมพ์
หนังสือแสดงความยินยอมการรักษาได้ และสามารถส่ังพิมพ์ใบรับรองได้ ส่วนการน�าไปใช้
ประโยชน์ การส่งมอบให้ผู้ใช้ประโยชน์น้ันคือโรงพยาบาล วันที่ใช้คือวันที่ผู้ป่วยหายจาก
257 โควิด-19 และ Discharge ออกจากโรงพยาบาล
การพัฒนาศกั ยภาพชมุ ชน
และองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน ในการแก้ไขปัญหา
การแพรร่ ะบาดโรคโควดิ -19 : กรณีศึกษาจงั หวัดเชียงราย
ผวู้ ิจยั : ผศ.ดร.เสถียร ฉนั ทะ
หนว่ ยงานผู้วจิ ัย : มหาวิทยาลยั ราชภัฏเชยี งราย
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนับสนนุ การวิจยั และนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวิจยั แห่งชาติ (วช.)
ทม่ี าและความสา� คัญของโครงการ
วิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 ท�าให้เกิดผ ลกระทบ
ในด้านต่างๆ ในชุมชนท้องถ่ิน การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
และองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในการแก้ไขปญั หาการระบาดของ
โรคจงึ เป็นเรอ่ื งเรง่ ด่วนและส�าคัญยิ่ง รวมถึงการพฒั นาแนวทาง
ในการสร้างระบบหรือกลไกในการรับมือกับการระบาดของ
โรคโควิด-19 และเตรียมความพร้อมของชุมชนในการรับมือ
กับโรคอุบตั ใิ หม่ทจี่ ะเกดิ ขึน้ ในอนาคต
ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ยั
เกิดการพัฒนาข้อเสนอโครงการร่วมกับหน่วยงานในพ้ืนท่ี
และเตรียมความพร้อมในการด�าเนินโครงการ รวมถึงเกิดการ
เชอื่ มโยงหรอื ความรว่ มมอื กบั ผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี และผ้ใู ชป้ ระโยชน์
จากงานวจิ ยั คอื องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตา� บลแมจ่ นั เทศบาลตา� บลทา่ ขา้ มและเทศบาลนครเชยี งราย
รว่ มกับชมุ ชนในพ้ืนที่ นอกจากน้ียงั เกิดเครอื ข่ายความร่วมมอื กบั หน่วยงานสาธารณสุขในพืน้ ท่ี
ไดแ้ ก่ ส�านักงานสาธารณสุขจงั หวดั เชยี งราย ส�านักงานสาธารณสขุ อ�าเภอเวียงแก่น อ�าเภอเมือง
และโรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตา� บล
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสงั คม
องคค์ วามรจู้ ากงานวจิ ยั จะนา� ไปสอู่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ในพนื้ ทน่ี า� เอาแนวคดิ ไปปรบั ใช้
ในการสนับสนุนกิจกรรมการป้องกันควบคุมโรคในชุมชน เพ่ือพัฒนาศักยภาพชุมชนให้มีความ
เขม้ แขง็ มากขนึ้ และสามารถพงึ่ พาตนเองไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
กิจกรรมท่ีเกิดขนึ้ ในระหวา่ งเผยแพรผ่ ลงานวิจยั ในพนื้ ที่ 258
การพฒั นาโปรแกรมการฝึกอบรมครแู บบดจิ ิทัลเพื่อสง่ เสริมคุณภาพ
การสอนของครแู ละการมสี ว่ นร่วมของพ่อแมผ่ ูป้ กครองในการจัดการ
ศกึ ษาในช่วงการแพรร่ ะบาดของโรคโควิด-19
ผวู้ ิจัย : ผศ.ดร.พกิ ุล เอกวรางกูร
หน่วยงานผู้วิจัย : มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนบั สนนุ การวจิ ัยและนวัตกรรมโดย สา� นักงานการวิจัยแหง่ ชาต ิ (วช.)
ทีม่ าและความสา� คญั ของโครงการ
การสอื่ สารระหวา่ งครแู ละพอ่ แมผ่ ปู้ กครองทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ รวมถงึ ความสมั พนั ธท์ างบวกระหวา่ งครู
และพ่อแม่ผู้ปกครอง สามารถช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมของพ่อแม่และผู้ปกครองในการจัดการศึกษา
และช่วยใหผ้ ลลัพธท์ างการศึกษาของนักเรียนสงู ข้ึน งานวจิ ัยน้ีมงุ่ นา� เทคโนโลยมี าใชพ้ ฒั นาครูใหเ้ ป็นผ้ทู ม่ี ี
ความรคู้ วามสามารถในการจดั การศกึ ษา รถู้ งึ รปู แบบการสอนทเ่ี ออ้ื ตอ่ การสง่ เสรมิ ความตอ้ งการพนื้ ฐาน
ของนักเรียนอันเป็นตัวแปรส�าคัญท่ีท�าให้เเเกิดผลลัพธ์ทางบวกทางการศึกษา และสามารถน�าความรู้
และทกั ษะนี้ไปใช้ในฝกึ พอ่ แมผ่ ปู้ กครองใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจในทางเดยี วกนั ผา่ นการสอ่ื สารทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ
ผลสา� เร็จจากงานวจิ ัย
ผลผลติ ท่ีไดค้ อื โปรแกรมการฝกึ อบรมครแู บบดิจิทัลเพื่อสง่ เสรมิ คุณภาพการสอนของครูและการมี
สว่ นรว่ มของพอ่ แม่ผปู้ กครองในการจัดการศกึ ษาในชว่ งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ท่นี �าเทคโนโลยี
ได้แก่ Social media, Google Classroom และ Zoom เข้ามาช่วยพัฒนาการส่ือสารระหว่างครูและ
พ่อแม่ผู้ปกครองให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์ทางบวกระหว่างครูและพ่อแม่ผู้ปกครอง
ซ่ึงจะช่วยให้พ่อแม่และผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษามากข้ึนส่งผลให้นักเรียนมีผลลัพธ์
ทางการศึกษาสูงขึน้
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม
งานวจิ ยั นส้ี รา้ งมลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ และสงั คม
เพิ่มข้นึ จากงบประมาณที่ไดร้ ับเปน็ 30 เท่า เนื่องจากผลที่เกดิ ข้นึ
จากงานวิจัย ก่อให้ผลกระทบดังนี้
1. ช่วยลดความเหลื่อมล�้าทางการศึกษา โดยพ่อแม่
ผปู้ กครองทกุ เศรษฐานะสามารถเขา้ ใจวธิ กี ารสอื่ สารและดแู ลลกู
รวมถงึ มเี ทคโนโลยชี ว่ ยใหพ้ อ่ แมผ่ ปู้ กครองและครสู ามารถสอ่ื สาร
กนั ได้อย่างทว่ั ถงึ
2. ภายใตเ้ ศรษฐกจิ ในปจั จบุ นั พอ่ แมผ่ ปู้ กครองมเี วลาจา� กดั
เน่ืองจากต้องท�างานหารายได้ มีเวลาเพียงเล็กน้อยที่จะดูแลลูก
หากพ่อแม่ผู้ปกครองมีวิธีการสื่อสารท่ีมีคุณภาพ แม้เวลาน้อย
กถ็ ือวา่ มคี ุณค่า (Quality of Time) และพอ่ แมผ่ ปู้ กครองสามารถ
ดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นไดโ้ ดยไมต่ อ้ งเสยี คา่ เรยี นพเิ ศษใหล้ กู
3. ช่วยเพ่ิมความสัมพันธ์เชิงบวกในครอบครัวผ่านการ
สือ่ สารท่มี คี ณุ ภาพ ทา� ให้ครอบครัวเกิดความอบอ่นุ และเขม้ แขง็
4. ลดความเครียดจากการท�างานของครู และลดภาวะ ภาพในคลิปการสื่อสารระหวา่ งนักเรียนกับครู
บีบคั้นทางจิตใจในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันระหว่างครูกับ เปน็ เคร่อื งมือทีใ่ ช้ประกอบการฝึกอบรมครู
พ่อแมผ่ ้ปู กครองซึง่ เปน็ ปญั หาส�าคญั ในปัจจบุ ัน
พอ่ แมผ่ ู้ปกครอง
5. ลดบาดแผลทางจิตใจท่ีเกิดข้ึนของนักเรียนจากภาวะกดดันในกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครู
259 และความคาดหวังของพอ่ แม่ผปู้ กครอง ท�าให้ลดโอกาสการทา� รา้ ยตวั เองหรือฆา่ ตัวตายของนักเรยี น
การพัฒนาโปรแกรมสง่ เสรมิ สขุ ภาพจิต
แบบบรู ณาการเพื่อการปรบั ตัวส่วู ถิ ีใหม่ในบุคลากร
ทางการแพทยแ์ ละผ้ตู ิดเชื้อโควิด-19
ผู้วจิ ัย : รศ.พญ.นจิ วรรณ เกดิ เจรญิ
หนว่ ยงานผูว้ จิ ยั : มหาวิทยาลัยนวมินทราธริ าช
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนบั สนุนการวิจยั และนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ยั แห่งชาต ิ (วช.)
ที่มาและความส�าคญั ของโครงการ
เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของโรค COVID-19 เป็น
อบุ ตั กิ ารณ์ใหม่ เปน็ สาเหตใุ หร้ ะบบสาธารณสขุ ตอ้ งมกี ารปรบั
รูปแบบใหม่ในการให้บริการหลายประการ โดยเฉพาะปัจจัยที่
เก่ียวข้องกับปัญหาสุขภาพจิต ซ่ึงบูรณาการส่งเสริมป้องกัน
สขุ ภาพจิตเชิงรุก ควบคุมปัจจัยทกี่ ่อให้เกิดปญั หาสุขภาพจติ
พฒั นารปู แบบการคน้ หาคดั กรองปญั หาสขุ ภาพจติ เชงิ รกุ ดว้ ย
แนวทางใหม่ (Active Screening) พัฒนานวัตกรรม/
เทคโนโลย/ี องคค์ วามรดู้ า้ นสขุ ภาพจติ นา� ไปสกู่ ารปอ้ งกนั ดแู ล กรอบแนวคิดของชดุ โครงการวจิ ยั
รักษาเพื่อการปรับตัวสู่วิถีชีวิตใหม่ในบุคลากรทางการแพทย์และผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตลอดจนประชาชน
กลมุ่ เปราะบางและประชาชนท่วั ไป
ผลสา� เร็จจากงานวิจัย
ไดอ้ งคค์ วามรู้ในการปอ้ งกนั หรอื รบั มอื จากการถกู ตตี ราทางสงั คม / การลดภาวะหมดไฟในบคุ ลากร
ทางการแพทย์ จากการระบาดโควิด-19 หรือโรคระบาดอื่นๆ รวมถึงสื่อความรู้และบทเรียนออนไลน์ที่ใช้
เวลาเขา้ รว่ มนอ้ ย และทา� ได้ไมย่ าก และแนวทางในการนา� ไปใช้ในหนว่ ยงาน องคก์ ร หรอื ชมุ ชนตา่ งๆ ในประเทศ
เพื่อเฝ้าระวังและดูแลจิตใจ ป้องกันปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นได้ในสถานการณ์วิกฤตหรือโรคระบาด
อ่ืนๆ ข้อมูลเชิงระบบเพื่อน�าเสนอระดับผู้บริหารในการก�าหนดอัตราค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับบุคลากร
หนา้ ด่านท่ีปฏบิ ตั ิงานในชว่ งการระบาดของโควดิ -19 หรอื โรคระบาดอืน่ ๆ
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสังคม
ด้านสังคม ลดผลกระทบด้านสุขภาพจิต Stress
Anxiety Depression Insomnia Burnout Suicide
ในบุคลากรทางการแพทย์และผู้ติดเช้ือโควิด-19 คิดเป็น
75 % (High) และเพม่ิ ความเขม้ แขง็ ทางดา้ นจติ ใจ สามารถ
รับมือและปรับตัวสู่วิถีชีวิตใหม่ในบุคลากรทางการแพทย์
และผู้ติดเชอ้ื โควิด-19 ได้ คิดเป็น 75 % (High)
การพฒั นาโปรแกรม ดา้ นนโยบาย เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพในการบรหิ ารและดแู ล
ส่งเสรมิ สุขภาพจติ แบบออนไลน์
บุคลากรด้านสาธารณสุขที่เหมาะสมในช่วงการระบาด
ของโควิด-19 เช่น การก�าหนดอัตราค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับบุคลากรหน้าด่านท่ีปฏิบัติงาน คิดเป็น
70 % (High) และเพมิ่ ศักยภาพในการคัดกรองและดแู ลรกั ษาผ้ทู ่ีไดร้ ับผลกระทบดา้ นจิตใจในสถานการณ์
วิกฤตโควดิ -19 / โรคระบาดอื่นๆ ทน่ี �าไปใช้ไดง้ า่ ยและมีประสทิ ธภิ าพ คิดเป็น 75 % (High)
260
การวจิ ัยและพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศ
ส�าหรับจัดการ COVID - 19 และรองรับ
โรคอุบัตกิ ารณ์ใหม่ในอดุ มคติ
ผู้วิจยั : นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ
หนว่ ยงานผวู้ จิ ัย : สมาคมวิศวกรรมชวี การแพทย์ไทย
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนบั สนนุ การวจิ ยั และนวัตกรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ยั แหง่ ชาต ิ (วช.)
ท่ีมาและความส�าคญั ของโครงการ
ระบบรายงานโรคที่ต้องเฝ้าระวัง ระบบรายงานอ่ืน (Report based) และโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ
บนอุปกรณ์มือถือ เพื่อจดั การการแพร่ระบาดของโรคโควิด ไม่ได้เช่อื มตอ่ ใหท้ า� งานร่วมกันท�าใหภ้ าระงาน
เพ่ิมขึ้น ขณะที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่า การใช้ระบบสารสนเทศบูรณาการมีส่วนช่วย
อย่างมากในการบริหารจัดการวิกฤตการระบาดของโรคในประเทศต่าง ๆ จึงต้องมีการบูรณาการระบบ
ฐานขอ้ มลู และสารสนเทศส�าหรับจัดการ COVID – 19 และรองรบั โรคอบุ ัตกิ ารณ์ใหมใ่ นอดุ มคติ
ผลส�าเรจ็ จากงานวิจยั
ต้นแบบระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศส�าหรับจัดการ COVID – 19 และรองรับโรคอุบัติการณ์ใหม่
ในอุดมคติ ประกอบด้วย ฐานข้อมูลรูปแบบใหม่ทีย่ ดึ คนเป็นศูนยก์ ลางซึ่งเชือ่ มโยงจาก HIS 21 รพ.ต้นแบบ
เป็น Real time, API เชื่อมต่อกับระบบอ่ืน ๆ, Dashboard แสดงข้อมูลส�าหรับบริหารจัดการโควิด
และบุคคล, ระบบป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัย, ระบบ Inform-consent ตามกฎหมาย
และ GDPR, แนวทางและบคุ ลากรที่สามารถเชือ่ มโยงข้อมูลบรู ณาการเพือ่ น�าไปขยายผล
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสงั คม
การลดลงของผู้ติดเชื้อโควิดสามารถลดการสูญเสียภาระโรคได้ 1,029 € ต่อราย ขณะท่ีความ
สูญเสียต่อการเสียชีวิตลดลง 84,836 € ต่อราย เมื่อค�านวณ Year life lost จากงานวิจัยของ EU
หากการใช้ระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศส�าหรับจัดการ COVID - 19 และรองรับโรคอุบัติการณ์ใหม่
ในอุดมคติ ในพื้นท่ี 7 จงั หวัดเฉพาะทโ่ี รงพยาบาล 21 แห่งรบั ผดิ ชอบ พืน้ ที่ 7 จังหวดั ป่วยสะสมมากกวา่
50,000 ราย เสียชวี ติ มากกวา่ 350 ราย หากลดการตดิ เชอื้ และเสยี ชวี ิตได้ 20% ผลกระทบคิดเป็นมูลคา่
เกิน 100 เทา่ ของทุนวจิ ัย
261
การประยกุ ต์ใชก้ ารชี้เปา้ ผปู้ ว่ ยโควดิ -19 คงค้างระดับพ้นื ท่ี
ดว้ ยการตรวจซากเช้ือ SARS-CoV-2 ในนา�้ เสียโสโครกรว่ มกบั
การดา� เนนิ มาตรการเชงิ รุกของทอ้ งถ่ินเพอื่ ลดการระบาด
ของโควดิ -19 ในชุมชนเทศบาลนครยะลา
ผวู้ ิจัย : ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรตั น์
หน่วยงานผวู้ ิจยั : มหาวทิ ยาลัยนเรศวร
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนับสนนุ การวิจัยและนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.)
ที่มาและความส�าคัญของโครงการ
สถานการณ์โควิด-19 ของเทศบาลนครยะลาถูกจัดอยู่ในพ้ืนที่
สีแดงเข้มในปี 2564 นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลาได้เล็งเห็นถึง
ศักยภาพของการตรวจซากเช้ือ SARS-CoV-2 ในนา้� เสยี เพ่ือจัดท�า
แผนที่ความเส่ียงชี้เป้าบริเวณท่ีมีผู้ติดเช้ือคงค้างในพ้ืนที่เพื่อให้
คณะท�างานของเทศบาลสามารถด�าเนินมาตรการเชิงรุกได้อย่างมี
ประสิทธิภาพและตรงพื้นท่ี จึงได้ท�าหนังสือถึงผู้อ�านวยการ ศบค.
สว่ นหน้า และ ศบค. ให้ท�าการประสานขอความอนเุ คราะห์สา� นกั งาน
การวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้คณะวิจัยใช้เทคนิคตรวจซากเช้ือในน้�าเสีย
ท่ัวท้ังเทศบาลนครยะลาและตรวจรายโรงเรียนเทศบาลเพื่อการ
เปิดเรียนอย่างปลอดภัย
ผลสา� เร็จจากงานวจิ ัย
โครงการวิจัยนี้พัฒนาระบบการใช้ RT-qPCR ตรวจสาร การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ
พนั ธกุ รรมไวรสั ในนา้� เสยี ชมุ ชนเพอ่ื ชเี้ ปา้ ผปู้ ว่ ยโควดิ -19 คงคา้ งระดบั
พนื้ ทโี่ ดยแบง่ เทศบาลนครยะลาออกเปน็ 33 สว่ น งานวจิ ยั จะชเี้ ปา้ สว่ น
ย่อยของชุมชนท่ีมผี ูต้ ดิ เช้อื คงคา้ งสงู เพอื่ ใหท้ มี ตรวจ ATK เชงิ รุกของ
เทศบาลนครยะลาลงพื้นท่ีตรวจเชิงรุกเพื่อคัดแยกผู้ติดเช้ือออกมา
รกั ษาลดการแพรร่ ะบาดในระดบั ชมุ ชนไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ทงั้ นนี้ วตั กรรม
การตรวจเศษซาก RNA ของไวรัสในน้�าเสียเพ่ือการเตือนภัยการ
ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนสามารถเตือนภัยล่วงหน้าได้ 22 วัน
สา� หรบั สายพนั ธเ์ ดลตา้ และ 8 วนั สา� หรบั สายพนั ธโ์ อมคิ รอนเมอ่ื เทยี บ
กับการตรวจ ATK หรือ RT-qPCR รายบุคคล ท�าให้เทศบาลนคร
ยะลาค้นพบผู้ตดิ เช้อื ไดร้ วดเรว็ กว่าในอดตี มาก
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสงั คมทเ่ี กดิ ข้นึ แล้วจรงิ ในเทศบาลนครยะลาถือเปน็ ระดบั High (>30 เทา่ ) 262
แมจ้ ะยังไม่ไดป้ ระเมนิ มูลคา่ ของผลกระทบออกมาเปน็ ตัวเงนิ แตก่ ็สามารถเหน็ ผลกระทบตอ่ สงั คมท่เี ป็นรูป
ธรรมได้คือท�าให้สามารถจัดงานเทศกาลส�าคัญ เช่นเทศกาลปีใหม่ปี 2565, เทศกาลสงกรานต์ปี 2565,
และเทศกาลฮารีรายอปี 2565 ทีม่ ีประชาชนรวมตัวกนั หนาแน่นและกระต้นุ เศรษฐกจิ อยา่ งมากโดยไมต่ ้อง
กังวลการระบาดของโควิด-19 ที่จะเพ่ิมข้ึนหลังเทศกาล โดยใช้ผลการเก็บตัวอย่าง RNA ของไวรัส
ในน้า� เสียเปน็ ข้อมลู ส�าคญั ประกอบการตัดสนิ ใจโดยนายกเทศมนตรี
กศานูรยพป์ ัฒฎนบิ าตัศแิกูนลายะรเ์บพดรม่ิ้าิหนศานักรสวยตัถภกาานพรกรรมาะรบกณบารเ์โทแคคพวโทดินย-โล1์ กย9าสี (รศาวรบิจสคยั น.แ)เลทะศพสฒั �าหนราบั
ผู้วิจยั : น.ส.อัจฉรา ดอกกหุ ลาบ
หนว่ ยงานผู้วิจัย : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
และศูนยก์ ารจดั การโลจสิ ตกิ ส์และโซ่อปุ ทาน
สุขภาพ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนบั สนุนการวิจัยและนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.)
ทมี่ าและความสา� คัญของโครงการ
จากสถานการณ์วิกฤตของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
(โควิด-19) ข้อมูลเป็นสิ่งส�าคัญส�าหรับทุกฝ่ายท้ังภาครัฐและเอกชนตลอดจน
ประชาชนและนักวิจัยต่างๆ ในการสนับสนุนให้ทราบสถานการณ์ปัจจุบัน
เพอื่ เตรยี มรบั มอื แก้ไข ตลอดจนปอ้ งกนั ความสญู เสยี ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ จากสถานการณ์
วิกฤต ทว่าข้อมูลท่ีมีอยู่ภายในประเทศไทยน้ันมีความหลากหลายและมาจาก
หลายแหล่งข้อมูลอาจส่งผลให้เกิดความสับสนต่อผู้รับสาร เป็นความเสี่ยง
ท่ีจะเกิดความผิดพลาดทางการรับรู้และเตรียมรับมือกับสถานการณ์ และ
คณะกรรมการบรหิ ารสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา2019 เวบ็ ไซต์ระบบบูรณาการข้อมูลสถานการณ์การระบาด
ของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
(โควดิ -19) ไดม้ อบหมายใหศ้ นู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารดา้ นนวตั กรรมการแพทย์ และการวจิ ยั
และพัฒนา รวบรวมข้อมูล และจัดรูปแบบข้อมูลในด้านต่าง ๆ ท้ังมิติในด้านการ
คัดกรอง มิติด้านการรักษา มิติด้านการป้องกัน เพ่ือเป็นข้อมูลกลาง ให้แก่
ศนู ย์บรหิ ารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รวมทั้งเสนอแก่ประชาชนในบางสว่ นที่
สามารถกระทา� ได้ ดงั นน้ั จงึ ไดพ้ ฒั นาและบา� รงุ รกั ษาระบบการบรู ณาการรูปแบบ
การรายงานผล (Dashboard) โดยรวบรวมขอ้ มลู ในมติ ดิ า้ นการคดั กรอง มติ ดิ า้ น ขอบเขตการด�าเนนิ งาน
การรักษา และมิติด้านการป้องกัน เช่ือมต่อข้อมูลกับหน่วยงานและระบบตา่ งๆ
ไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที (Real time) มกี ารเผยแพรใ่ หก้ บั ภาคประชาชนไดเ้ ขา้ ถงึ ข้อมูล
ผา่ นเวบ็ ไซตข์ องศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารดา้ นนวตั กรรมการแพทยแ์ ละการวจิ ยั และพฒั นา
ซง่ึ อยภู่ ายใตก้ ารดแู ลของสา� นกั งานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.) เพอ่ื ใชป้ ระโยชน์ในการ
บรหิ ารสถานการณ์และเพ่มิ ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาโควิด-19
ผลสา� เร็จจากงานวิจัย รายงานการเขา้ ถึงเว็บไซต์
1. ระบบตดิ ตามและสอบย้อนกลับขอ้ มลู ทางด้านวัคซีนโควดิ -19 ทีเ่ ปน็ ปจั จบุ ัน
2. ระบบการรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส�าหรับประเทศไทย
ทีเ่ ปน็ ปจั จุบัน (Dashboard)
3. เว็บไซตข์ องศนู ย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทยแ์ ละการวิจยั และพัฒนาที่เปน็ ปัจจบุ นั
4. ระบบการวเิ คราะห์ขอ้ มูลการใชง้ านเว็ปไซต์
5. แนวทางการพฒั นาระบบและปรบั ปรงุ เวบ็ ไซตข์ องศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารดา้ นนวตั กรรมการแพทยแ์ ละการวจิ ยั และพฒั นา
มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม
การทราบขอ้ มลู แนวปฏบิ ตั แิ ละนวตั กรรมตา่ งๆ อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสมในสถานการณว์ กิ ฤตของการระบาด
ของโรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (โควิด-19) สง่ ผลใหป้ ระชาชนเกิดการตระหนกั รู้ถึงความรนุ แรงของสถานการณ์
เพื่อเตรียมรับมือและป้องกันภัยที่จะเกิดข้ึนกับตนเอง ครอบครัว และสังคม การรับมือและป้องกันภัยอย่างถูกต้อง
และเหมาะสมนั้นจะส่งผลให้มีปริมาณผู้ติดเชื้อลดลง และหากติดเช้ือก็จะไม่รุนแรงมาก การสูญเสียแรงงาน
และทรัพยากรมนุษย์ลดลง ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการรักษาผู้ติดเชื้อรุนแรงลดลง เป็นการป้องกันความเสียหาย
ทางเศรษฐกิจและสงั คมในวงกวา้ งซง่ึ มมี ลู คา่ มากกวา่ งบประมาณท่ีไดร้ บั อย่างน้อย 20 เทา่
263
การขับเคลอ่ื นด้วยปัญญาประดิษฐ์ในศูนยแ์ ยกโรคชุมชน
หรือบ้าน โดยใชข้ อ้ มูลเวชระเบยี นอเิ ลก็ ทรอนิกส์
ในช่วงโรคระบาดใหญจ่ ากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ผวู้ ิจัย : นายธีรวทิ ย์ วไิ ลประสทิ ธิ์พร
หนว่ ยงานผ้วู ิจัย : สถาบันวทิ ยสริ ิเมธี
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนบั สนุนการวจิ ัยและนวตั กรรมโดย สา� นกั งานการวิจยั แห่งชาต ิ (วช.)
ที่มาและความสา� คญั ของโครงการ
เนื่องด้วยประเทศไทยประสบปัญหาการดูแล
ผปู้ ว่ ยได้ไมท่ ว่ั ถงึ ในชว่ งวกิ ฤตจิ ากการแพรร่ ะบาด
ของโควดิ -19 ทางทมี วิจยั จึงพัฒนาระบบ CHIV-
ID เพื่อแก้ไขดังกลา่ ว โดยมจี ุดเด่นท่ีช่องทางการ
ติดต่อและส่งข้อมูลสะดวก(ทางแอปพลิเคชันไลน์)
และฟังค์ชันอ�านวยความสะดวกด้วยปัญญา
ประดษิ ฐส์ า� หรบั อา่ นขอ้ มลู จากเครอื่ งวดั ออกซเิ จน
จากภาพถ่าย มากไปกว่าน้ันทางทีมวิจัยสนใจ แผนผงั แสดงวธิ ีการส่อื สารระหว่างผู้ป่วยและบคุ ลากร
น�าข้อมูลที่ได้จากระบบมาต่อยอดองค์ความรู้ ทางการแพทยผ์ า่ นระบบ CHIVID
เปน็ ระบบปญั ญาประดษิ ฐ์อน่ื ๆเพ่ืออา� นวยความสะดวกตอ่ ไปในอนาคต
ผลสา� เร็จจากงานวจิ ยั
ตน้ แบบเทคโนโลยรี ะดบั ภาคสนาม 1 ตน้ เเบบ ไดแ้ ก่ Weight Model ปัญญาประดิษฐ์ 3 ชนิด
ประกอบดว้ ย PACMAN, CARE and PREDICT โดย Third Party ซ่ึงสามารถน�าไปยอดในส่วน
ทเ่ี กย่ี วขอ้ งต่อไป
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม
สามารถชว่ ยลดภาระงานของเจา้ หนา้ ทแ่ี ละบคุ ลากรทางการแพทยข์ ณะเกดิ โรคระบาดลง10%
และสามารถลดปญั หาการรอคอยและความแออดั ภายในโรงพยาบาลขณะมโี รคระบาดมากกวา่ 20%
นอกจากนยี้ งั สามารถลดคา่ ใชจ้ า่ ยโดยรวมในการดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยลง(จา� นวนบคุ ลากรและคา่ บรกิ าร
โรงพยาบาลตา่ งๆ) มากกวา่ 20% ตอ่ โรงพยาบาล
ตัวอย่างหนา้ ตา่ งบน web application การน�าใช้งานจรงิ โดยบคุ คลากรทางการแพทย์ 264
ส�าหรบั บคุ ลากรทางการแพทย์
คณะทำ�งานจัดทำ�หนังสือ วช.5G ใช้ประโยชน์งานวิจัย
และนวัตกรรมให้บริการสังคมสู้โควิด-19
ท่ปี รึกษาและผู้ก�ำ หนดกรอบการด�ำ เนนิ งาน
ดร. วภิ ารตั น์ ดอี อ่ ง ผู้อ�ำ นวยการส�ำ นกั งานการวจิ ยั แห่งชาติ
ทีมประมวลวิเคราะหข์ อ้ มูลและสนับสนนุ การวิจัย
ดร. มารยาท สมทุ รสาคร ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ และผู้เช่ียวชาญดา้ นยทุ ธศาสตร์
น.ส.วราภรณ์ สชุ ัยชิต หปัรวะหเทนศ้าดภ้าานรกกาิจรกแาพรทวยิจ์แัยลแะสลาะธนาวรัณตกสรุขรมของ
นางเพยี งจิตร เกษวงศ์ ผูอ้ �ำ นวยการกล่มุ ช่วยอ�ำ นวยการ
น.ส.อาทิตย์ กริมทุม
น.ส.วรรณฐินี แกว้ ไทรย้อย นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผน ชำ�นาญการ
นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผน ชำ�นาญการ
น.ส.มัลลกิ า บญุ ฤทธิ์ นักวเิ คราะห์นโยบายและแผน ชำ�นาญการ
น.ส.จริ าภรณ์ พทุ ธ์มีผล นักวิเคราะหน์ โยบายและแผน ปฏบิ ัตกิ าร
น.ส.ปิ่นปัก พชิ ัยรัตน์ นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผน ปฏบิ ัติการ
น.ส.สทุ ธิษา ปัญญา นกั วิเคราะห์นโยบายและแผน
น.ส.พัทธมนัส ด�ำ นุ้ย นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
น.ส.นติ ยา ทรัพย์มา นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน
น.ส.กัญญพร สวัสดิวงศ์ นักวิเคราะหน์ โยบายและแผน
น.ส.มณั ฑนา ใจงาม นักวิเคราะหน์ โยบายและแผน
นายเกรกิ วริ ัตนิ ันท์
น.ส.ภัทรติ า หวายนำ� นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
น.ส.รุ่งธิดา จติ หาร นักวิเคราะหน์ โยบายและแผน
น.ส.ภิญญดา พิบลู ย ์ นักวิเคราะหน์ โยบายและแผน
น.ส.ชลันดา อยูใ่ จ นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผน
นายพิรณุ รกั ษ์ อาจหาญ นกั วิเคราะห์นโยบายและแผน
นายณฐั กิตติ์ จารณุ นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผน
น.ส.สุดารตั น์ บัวผล ิ นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผน
265