The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ เรื่อง วช. 5G ใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรมให้บริการสังคมสู้ภัยโควิด-19

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by NRCT, 2022-08-05 03:09:44

วช. 5G ใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรมให้บริการสังคมสู้ภัยโควิด-19

หนังสือ เรื่อง วช. 5G ใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรมให้บริการสังคมสู้ภัยโควิด-19

Keywords: ebook,NRCT

การพฒั นาหอ้ งความดนั ลบท่สี ามารถเคลือ่ นยา้ ยได้
เพ่อื ใชเ้ ป็นหอ้ ง ICU ในโรงพยาบาล
หรือโรงพยาบาลสนาม

ผู้วิจัย : ผศ.ดร. ณัฐพล ฤกษ์เกษมสันติ์
หน่วยงานผวู้ ิจัย : สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกลา้ เจา้ คุณทหารลาดกระบัง
และสมาคมวิศวกรรมชวี การแพทย์ไทย
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2563 - 2565
สนับสนุนการวจิ ัยและนวัตกรรมโดย สา� นักงานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)

ทมี่ าและความสา� คญั ของโครงการ

เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโคโรนาไวรัส-19 ท่ีผ่านมา ท�าให้มีผู้ติดเชื้อจ�านวนไม่น้อย อีกทั้งเชื้อไวรัส
ดังกล่าวยังสามารถแพร่กระจายอยู่ในอากาศและติดต่อได้ผ่านระบบทางเดินหายใจ ด้วยเหตุนี้จึงท�าให้ผ ู้ติดเช้ือ
ต้องถกู รกั ษาและกักตัวอยู่ภายในหอ้ งความดันลบ อยา่ งไรกต็ าม จ�านวนหอ้ งดังกลา่ วทีโ่ รงพยาบาลตา่ งๆ เตรยี มไว้
ไมเ่ พยี งพอกบั จา� นวนผตู้ ดิ เชอ้ื ดงั นน้ั การวจิ ยั นจ้ี งึ วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื จดั สรา้ งหอ้ งความดนั ลบทสี่ ามารถเคลอ่ื นยา้ ยได้
เพือ่ นา� ไปใช้ในโรงพยาบาลท่คี ลาดแคลนทั้งโรงพยาบาลทวั่ ไปและโรงพยาบาลสนาม

ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ัย

ห้องความดันลบได้รับการออกแบบให้มีสองห้องติดกัน คือ ห้องเฉลียง (Anteroom) และห้องผู้ป่วย (Patient
room) อัตราการเปล่ียนถ่ายเทของอากาศภายในห้องได้ถูกออกแบบให้มีค่ามากกว่า 12 รอบ/ช่ัวโมง และสามารถ
ท�าความดันไดต้ ่�ากวา่ -10 Pa ในห้องผูป้ ว่ ย และ -7 Pa ในห้องเฉลียง ซงึ่ เป็นไปตามข้อกา� หนดของ CDC อีกทง้ั ยังมี
การตดิ ตง้ั ระบบตา่ งๆ เพอ่ื ใหส้ ามารถใชง้ านไดส้ ะดวกและมปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ เชน่ ระบบตรวจวดั และควบคมุ แรงดนั
ภายในหอ้ งอัตโนมตั ิ ระบบกรองอากาศที่มปี ระสิทธภิ าพสงู เปน็ ต้น

มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสงั คม

จากผลการส�ารวจแสดงให้เหน็ ว่า ห้องความดนั ลบท่ีสรา้ งขึน้ สามารถปฏิบัติงานไดค้ ่อนข้างดี ในการดูแลรกั ษา
ผู้ติดเชื้อให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ดังนั้นหากในอนาคตได้มีการผลิตห้องดังกล่าวให้กับโรงพยาบาลอ่ืนๆ เพิ่มขึ้น
จึงมั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีที่ได้ออกแบบข้ึนนั้นจะช่วยดูแลผู้ติดเช้ือทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อไวรัสโคโรนา
นอกจากน้ีการท่ีสามารถผลิตห้องความดันลบที่มีมาตรฐานได้ขึ้นเองภายในประเทศ ย่อมส่งผลดีต่อประเทศชาติ
เนอื่ งจากสามารถลดคา่ ใชจ้ า่ ยในการนา� เขา้ หอ้ งความดนั ลบและเทคโนโลยตี า่ งๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งจากตา่ งประเทศ ซงึ่ มรี าคา
ค่อนข้างสูง จากการส�ารวจห้องความดันลบเคลื่อนที่ที่มีจ�าหน่ายในต่างประเทศท�าให้ทราบว่ามีราคาสูงกว่า
3,000,000 บาทต่อห้อง อย่างไรก็ตาม ห้องความดันลบท่ีพัฒนาในงานวิจัยนี้สามารถผลิตได้ในราคาท่ีน้อยกว่า
ครง่ึ หนง่ึ ของราคาหอ้ งความดนั ลบเคลอื่ นทที่ จ่ี า� หนา่ ยในตา่ งประเทศ และในอนาคตหากหอ้ งความดนั ลบจากงานวจิ ยั น้ี
ไดร้ บั การพฒั นาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง จนมมี าตรฐานเทยี บเทา่ กบั หอ้ งความดนั ลบจากตา่ งประเทศ อาจจะทา� ใหเ้ กดิ การผลติ
ห้องความดันลบเพื่อเป็นสินค้าส่งออกและจ�าหน่ายให้กับประเทศอ่ืนๆ ทั่วโลก ซ่ึงจะเป็นผลดีอย่างมากกับเศรษฐกิจ
ของประเทศ

Patient room หอ้ งความดันลบทพ่ี ัฒนาข้ึน การใชง้ านและส่งมอบหอ้ งความดนั ลบ

189 Anteroom

Reduced Pressure: lower than -7 Pa for Anteroom
lower than -10 Pa for Patient room

Rate of Air Change per hour: >15 for Anteroom and Patient room
Air treatment: Prefilter + HEPA filter + UVC at exhausted air

OurNegativePressureRoomfollowedtheStandardofOSHPD, CDC, Cal/OSHA, ASHRAE and"AIA.
Systems:
- Automatic air flow adjustment to control
pressure in both rooms
- Ventilation detector & Alarm when the room
is not available
- Temperature controller
- Room operation status
- Filter efficiency detector
- Working time counting

คณุ สมบตั ิห้องความดันลบ
ที่ได้จดั ทา� ข้ึน

แนวทางปเพรบัื่อใเชป้พน็ โน้ื รทงีภ่พายยาใบนาอลาสคนาารมสาธารณะ

ผู้วิจยั : ผศ.อรรณพ พลชนะ
หนว่ ยงานผู้วจิ ยั : มหาวิทยาลยั เกษมบณั ฑิต
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2563
สนบั สนุนการวิจัยและนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.)

ทมี่ าและความสา� คญั ของโครงการ

การเปลยี่ นแปลงการใชง้ านอาคารควรไดร้ บั การ
ออกแบบเพ่ือให้เกิดความปลอดภัยส�าหรับผู้ใช้งาน
ตามวัตถุประสงค์ใหม่ที่เกิดขึ้น โรงพยาบาลสนาม
ส�าหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เลือกใช้อาคารที่มีอยู่
เดิมน�ามาปรับใช้ในลักษณะฉุกเฉินชั่วคราว ควรท่ีจะ
ไดร้ บั การศกึ ษาเพอื่ สรา้ งเปน็ องคค์ วามรเู้ พอื่ นา� ปรบั
ใชก้ บั อาคารประเภทตา่ งๆ ในภาวการณร์ ะบาดระลอก
ต่อๆ ไป ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ

ผลส�าเร็จจากงานวิจยั ผลการวจิ ัย ตวั อย่าง การปรับใช้อาคารส�านกั งานเปน็
ผลการวิจัยเป็นต้นแบบการปรับใช้อาคาร โรงพยาบาลสนาม
สรปุ ผลการวจิ ยั
สาธารณะเป็นโรงพยาบาล 8 ประเภท น�ามาศึกษาหา
ประสทิ ธผิ ลการการปรบั ใชอ้ าคารแตล่ ะประเภทพบวา่
1. ด้านอัตราพื้นท่ีต่อเตียงอันบ่งบอกความคุ้มค่า
การใช้พื้นที่ อาคารห้องสมุดใช้อัตราพื้นท่ีต่อเตียง
น้อยทส่ี ดุ (17.9 ตารางเมตร/เตียง) 2. ด้านระยะเวลา
ในการเตรียมพ้ืนทพี่ บว่า อาคารประเภทส�านักงาน /
อาคารคลังสินค้า / อาคารห้องสมุด ใช้ระยะเวลา
น้อยที่สุดประมาณ 1 สัปดาห์ 3. ด้านปริมาณงาน
ตอ่ เตมิ งานระบบมากทสี่ ดุ คอื อาคารศาลาศาสนสถาน
และอาคารหอประชมุ

มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม

กลมุ่ ตัวอยา่ ง โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ผลงานชว่ ยสรา้ งกรอบแนวทางในการเลอื กอาคาร
ท่ีมีอยู่ในท้องถ่ินน�ามาปรับใช้ ผลการวิจัยช่วยให้
หน่วยงานที่มีหน้าท่ีจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ทราบ
ทศิ ทางการปรบั ปรงุ อาคารทราบงบประมาณระยะเวลา
ตลอดจนความคุ้มค่าในการเลือกใช้อาคารได้อย่าง
เหมาะสม โดยในการกอ่ สรา้ งปรบั พนื้ ทแ่ี ตล่ ะโครงการใช้
งบประมาณอย่างน้อย 1.2-5.0 ล้านบาท ดงั นนั้ มลู คา่
ทางเศษฐกิจท่ีได้รับจากโครงการวิจัยนี้ งบโครงการ
จึงมมี ูลค่าเพม่ิ ข้นึ 5.5-23.0 เท่า

190

การพฒั นาผ้าชนดิ ไมถ่ กั ไม่ทอ
ท่ีสามารถยบั ย้งั ไวรสั โคโรนาส�าหรบั ชดุ ปอ้ งกัน

สว่ นบคุ คลทางการแพทย์

ผวู้ จิ ยั : ผศ.ดร.สิริลกั ษณ์ เจยี รากร
หนว่ ยงานผู้วจิ ัย : มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2563
สนับสนุนการวจิ ัยและนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวิจยั แหง่ ชาติ (วช.)

ทม่ี าและความสา� คัญของโครงการ

จากการแพร่ระบาดของเชื้อ SARS-CoV-2 ทา� ให้
ชุดป้องกันส่วนบุคคลทางการแพทย์มีการใช้งานอย่าง
แพร่หลาย โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย ผู้วิจัยได้น�า
นวตั กรรมตัวเรง่ ปฏกิ ริ ยิ าทางแสง AZT มาใสใ่ นข้ันตอน
การขึ้นรูปผ้าสปันบอน์ที่ใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัย
เพือ่ ให้มีสมบัตใิ นการยบั ยง้ั เช้อื SARS-CoV-2 ช่วยลด
โอกาสการแพร่เชื้อในขณะใช้งาน และหลังจากการท้ิง
และช่วยเพิ่มมูลค่าแก่หน้ากากอนามัยแบบเดิม ซึ่งผ้า
สปันบอนด์ดังกล่าวยังสามารถน�ามาประยุกต์ใช้กับ
ชดุ ปอ้ งกนั สว่ นบคุ คลทางการแพทยอ์ นื่ ๆ และแผน่ กรอง
อากาศได้

ผลสา� เร็จจากงานวจิ ยั

ผ้าสปันบอนด์ท่ีมีสมบัติในการยับยั้ง SARS-
CoV-2 โดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาทางแสงท่ีมีการปรับ
โครงสรา้ งทางเคมใี หส้ ามารถยบั ยง้ั เชอ้ื ไวรสั ได้ในทกุ สภาวะแสง สามารถขนึ้ รปู โดยการเตมิ อนภุ าค
ตัวเร่งปฏิกิริยาทางแสง AZT (สิทธิบัตรของมจธ.และสวทช.) ในเม็ดคอมปาวด์พอลิพรอพิลีน
กอ่ นไปขนึ้ รปู เปน็ ผ้าชนดิ ไม่ถกั ไมท่ อดว้ ยเทคนคิ spunbond ผา้ ทเ่ี ตรียมไดม้ ปี ระสทิ ธิภาพในการ
กา� จัด SARS-CoV-2 (COVID-19) ได้ถงึ รอ้ ยละ 99.92 ภายในระยะเวลา 30 นาที และผา่ นการ
ทดสอบความเป็นพิษและการระคายเคือง

มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม

คาดว่าสามารถมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์เดิมได้ เส้นใยและผ้าสปนั บอนดพ์ อลิพรอพลิ ีนทม่ี ี
ไมต่ า�่ กวา่ รอ้ ยละ 30 กรณหี นา้ กากอนามยั สามารถเพมิ่ สว่ นผสมของสาร AZT ยั้บยงั้ ไวรัสโควดิ -19
มูลค่าได้ช้ินละ 0.75-1 บาท หากใน 1 ปีมีการผลิต
หน้ากากอนามยั ท่ีมีความสามารถยบั ยง้ั ไวรสั โควดิ -19
จ�านวน 10 ล้านชิ้น จะสร้างมูลค่าเพ่ิมได้ 7,500,000
-10,000,000 ลา้ นบาท หรอื ประมาณ 10 เทา่ ของมลู คา่
โครงการวิจยั
191

การศกึ ษาการฟงุ้ กระจายของละอองฝอยขนาดเลก็ จากเครอ่ื ง
มือทางทันตกรรม และประสทิ ธิภาพในการลดการฟุ้งกระจาย
ของละอองฝอยขนาดเล็กโดยเคร่ืองดดู ละอองฝอยท่ีใชภ้ ายใน

และภายนอกช่องปากชนิดตา่ งๆ

ผู้วิจยั : ผศ.ทพญ.ดร.มยุรชั ฎ์ พิพัฒภาสกร
หนว่ ยงานผูว้ จิ ัย : คณะทนั ตแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2563
สนบั สนนุ การวิจยั และนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ัยแห่งชาติ (วช.)

ทม่ี าและความส�าคญั ของโครงการ
การรกั ษาทางทนั ตกรรมกอ่ ใหเ้ กดิ ละอองฝอยขนาดเลก็ ของนา้� ทมี่ กี ารปนเปอ้ื นไปดว้ ยนา�้ ลาย

เลือด หรือเช้ือจุลินทรีย์ต่างๆ ในสภาวะการณ์ท่ีมีการระบาดของเช้ือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
2019 (COVID-19) จึงมีความจ�าเป็นต้องมีเคร่ืองมือในการควบคุมการฟุ้งกระจายของละออง
ฝอยนอกเหนือจากเคร่ืองมือและอุปกรณ์ที่ใช้เป็นประจ�าในภาวะการณ์ปกติ ยังไม่มีงานวิจัยใด
ท่ีบ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการควบคุมการฟุ้งกระจายของละอองฝอยขนาดเล็กของเคร่ืองมือ
และอุปกรณ์ ว่าสามารถควบคมุ การฟุ้งกระจายของละอองฝอยขนาดเลก็ ได้มากน้อยเพยี งใด
ผลสา� เรจ็ จากงานวิจยั

1. องค์ความรเู้ กีย่ วกบั ระยะการแพรก่ ระจายของละอองฝอยที่เกดิ จากการทา� หตั ถการทาง
ทันตกรรมและรปู แบบการปนเปื้อนของละอองฝอยทเ่ี กดิ ข้ึน

2. องคค์ วามรเู้ กยี่ วกบั ประสทิ ธภิ าพของอปุ กรณต์ า่ งๆ ในการควบคมุ และลดการฟงุ้ กระจาย
ของละอองฝอย
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม

บุคลากรทางทันตกรรมเกิดความปลอดภัยจากการท�างานมากขึ้น และผู้ป่วยรู้สึกพึงพอใจ
และมีความเช่ือมั่นในความปลอดภัย ในแง่เศรษฐกิจลดการซื้ออุปกรณ์ควบคุมการแพร่กระจาย
ของละอองฝอยอันเกนิ ความจ�าเป็นและมลู ค่าสูง

แสดงผลสรุปผลจากการวิจัยถึงการปนเปื้อนของละอองฝอย แสดงรูปแบบและทิศทางการกระจายตัวของละอองฝอย
ที่เกิดขณะท�าหัตถการ ในต�าแหน่งต่างๆบนชุดป้องกัน ท่ีเกิดจากเคร่ืองมือทันตกรรมท้ังหกชนิด โดยวางเครื่องมือ
ส่วนบุคคล (PPE) และรอบบริเวณพื้นท่ีท่ีท�าหัตถการ ให้มีการพ่นละอองฝอยในแนวขนานกับแนวระนาบ เป็นเวลา
ประสิทธิภาพในการลดการฟุ้งกระจายของละอองฝอย 30 วนิ าที
ขนาดเล็กโดยเครื่องดูดละอองฝอยที่ใช้ภายใน และภายนอก
ช่องปากชนดิ ตา่ งๆ 192

การพฒั นาหนา้ กากอนามยั ชนดิ KN95

ผู้วจิ ัย : ดร.ศริ ศักดิ์ เทพาคา�
หน่วยงานผวู้ จิ ัย : ศนู ยค์ วามเปน็ เลศิ ดา้ นชวี วทิ ยาศาสตร์ (องคก์ ารมหาชน)
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2563
สนบั สนนุ การวจิ ยั และนวัตกรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.)

ทีม่ าและความสา� คัญของโครงการ
สบื เน่ืองจากวิกฤตการเกดิ โรคระบาดจากเช้อื ไวรสั โคโรนาสายพนั ธ์ุใหม่ (COVID-19) ส่งผลใหว้ ัสดุ

เวชภัณฑ์และอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้ากากอนามัยหลายชนิดเกิดการขาดแคลน
ศนู ยค์ วามเปน็ เลศิ ดา้ นชวี วทิ ยาศาสตร์ (องคก์ ารมหาชน) (ศลช.) ไดเ้ ลง็ เหน็ ความสา� คญั ดงั กลา่ ว จงึ ไดเ้ กดิ
แนวคดิ ในการพฒั นาหน้ากากอนามยั ชนิด N95 ที่มีคณุ สมบตั ปิ อ้ งกันเชือ้ โรคต่างๆ และฝนุ่ ละอองได้

ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ัย
หนา้ กากอนามยั KN95 ผลติ โดยใชเ้ ครอ่ื งจกั ร เทคโนโลยีและวัสดุภายในประเทศ โดยมีการออกแบบ

โมลด์ส�าหรับผลิตตัวหน้ากากอนามัย KN95 โดยเฉพาะ เพ่ือเน้นความแนบกระชับ ตัวหน้ากาก
(โครงหน้ากาก) วัตถุประสงค์เพื่อน�ามาใช้ทางการแพทย์ โดยให้มีประสิทธิภาพในด้านการกรองอนุภาค
ไดม้ ากกวา่ หรอื เทา่ กบั 95% ความตา้ นของเหลวซมึ ผา่ น ทนตอ่ ไฟ และมปี ระสทิ ธภิ าพในการกรองเชอ้ื โรค
ได้ 99% และประเด็นความแตกต่างจากหน้ากากชนิด KN95 ในท้องตลาดคือ การออกแบบได้พัฒนา
รปู แบบหนา้ กากใหม้ ีความกระชับเขา้ กบั ใบหนา้ โดยผา่ นการทดสอบ fit Test จากหนว่ ยวิจยั สนามไฟฟ้า
ประยกุ ต์ในงานวศิ วกรรม (RUEE) หน้ากากอยูใ่ นระดับการป้องกนั ระดบั 2

มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสังคม
1. ประเทศไทยมีเทคโนโลยีสามารถผลิตหน้ากากอนามัยคุณภาพสูงที่ใช้ในประเทศ เพ่ือการ

พง่ึ พาตนเอง

2. ประชาชนมหี น้ากากอนามยั คุณภาพสูงสวมใส่และราคาถูกลง

3. เกิดการจับคู่บริษัทท่ีสนใจเป็นตัวแทนจ�าหน่ายหน้ากากอนามัยกับผู้ผลิต เพ่ือการขยายตลาด
คาดการเพ่ิมรายได้ให้กบั ผผู้ ลิตได้รอ้ ยละ 10

4. คาดการมลู คา่ เพม่ิ จากงบประมาณที่ไดร้ บั รอ้ ยละ 5

ภาพฉลากบรรจภุ ณั ฑ์ สินค้าหน้ากากอนามยั ท่ีได้รับอนุญาต
ผลิตและจ�าหน่ายเชิงพาณิชย์ โดย บริษัท เซฟแมสก์ จ�ากัด
ท่ีได้รับได้รับอนุญาตสถานท่ีผลิตจาก อย. เลขท่ี กท.
สผ. 9/2565 และผลิตได้รับอนุญาตผลิตภัณฑ์จาก อย.
193 ภาพการมอบหน้ากากอนามัยชนดิ KN95 เลขท่ี อย 65-1-3-2-0000433

Poชwพดุ eรหre้อนdม้ากชAดุา(irPกกPAปรuPอ้อrงงRiอกfsyานั iCnกเชgOา้ือศVRโปรIeDครs-ะแpส1บiิทr9บaธ)คtภิoลrามุ พSศyสรี sูงษteะm

ผ้วู จิ ยั : นพ.เข็มชาติ หวังทวที รัพย์
หนว่ ยงานผ้วู ิจยั : สมาคมส่งเสริมการรบั ชว่ งการผลติ ไทย
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2563 - 2564
สนบั สนุนการวิจัยและนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.)

ทม่ี าและความสา� คัญของโครงการ

การระบาดของไวรัสโคโรนา-19 ท�าให้เกิดการขาดแคลน กระบวนการการพัฒนาชุด PAPR
หน้ากาก N95 และชุดหน้ากากป้องกันเช้ือโรคแบบคลุมศีรษะ
พร้อมชุดกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (PAPR) ส�าหรับ
บคุ ลากรทางการแพทย์ อปุ กรณท์ ง้ั สองเปน็ อปุ กรณท์ ต่ี อ้ งนา� เขา้
จากต่างประเทศ คณะแพทย์จากหลายโรงพยาบาลจึงได้
พยายามหาแนวทางต่างๆ ที่จะทดแทนการขาดแคลนของ
อปุ กรณเ์ หลา่ น้ี โดยไดแ้ สวงหาความรว่ มมอื จากพนั ธมติ รภาค
เอกชนและไดต้ ดิ ตอ่ มายงั สมาคมสง่ เสรมิ การรบั ชว่ งการผลติ ไทย
ซ่งึ ในขณะน้นั ไดร้ ว่ มกับบริษทั แมน่ า�้ เมคคานกิ า จ�ากดั และกลมุ่
ThaiMic ก่อตั้งโครงการต่างๆ เพ่ือช่วยเหลือท้ังผู้ป่วยและ
บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนประชาชนทั่วไปต่อสู้กับ
การระบาดของไวรสั โคโรนา่ 2019 (COVID-19) ในประเทศไทย
เพ่ือร่วมมือกันผลิตชุด PAPRs ทดแทนการน�าเข้า ซ่ึงชุด
PAPRs มีประสิทธิภาพในการกรองไวรัสได้สูงกว่าหน้ากาก
N95 และลดความเสยี่ งในการตดิ เชือ้ ได้ดกี ว่า
ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ยั ชดุ หนา้ กากปอ้ งกนั เชื้อโรคแบบคลุมศีรษะ
พร้อมชุดกรองอากาศประสทิ ธภิ าพสูง

ออกแบบชุด PAPRs ผลิตต้นแบบ ทดสอบประสทิ ธภิ าพความปลอดภัยในการใช้งานและสง่ มอบชุด
PAPRs ให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานที่ขาดแคลน โดยมีการ ส�ารวจและติดตามผ ลการใช้งาน
ในสถานการณแ์ ละสงิ่ แวดลอ้ มทแี่ ตกตา่ งกนั รวมถงึ การบา� รงุ รกั ษา โดย PAPRs เปน็ อปุ กรณป์ ระกอบดว้ ย
ชดุ พดั ลมและหนา้ กากครอบศรี ษะเพอ่ื กรองอนภุ าคและไวรสั โคโรนา2019(COVID-19)ขนาด0.3ไมครอน
(MICRON) ด้วยไส้กรองอากาศคุณภาพสูง หรือ เฮปป้า (HEPA FILTER) โดยดูดลมผ่านไส้กรอง
ด้วยพัดลมขนาดเลก็ ใช้พลงั งานจากแบตเตอรี่ ใช้งานรว่ มกับหน้ากากครอบศีรษะ

มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสังคม

ผลลัพธ์ ตวั ชว้ี ัด

เชิงปรมิ าณ ตน้ ทนุ

ลดการใชห้ นา้ กาก N95 ทดแทนการนา� เขา้ หนา้ กาก N95 จา� นวน *หน้ากาก N95 ชน้ิ ละ 50 บาท
3,450 ชดุ x 180 วัน = 621,000 วนั มูลคา่ 31,050,000 บ.
** 1 ชดุ ใช้ได้ 6 เดอื น ** *หน้ากาก N95 ชน้ิ ละ 100 บาท
มลู คา่ 62,100,000 บ.

194

การต่อยอด “ตน้ แบบผลงานวจิ ัยเต็นท์แรงดนั ลบ”
ให้ไดม้ าตรฐานสากลสา� หรบั น�าไปใชก้ บั ผปู้ ่วย
ตดิ เชื้อ COVID-19 ทีร่ กั ษาในโรงพยาบาล

ผู้วจิ ัย : ดร.ชูศักดิ์ ธนวัฒโน
หน่วยงานผูว้ ิจยั : ศนู ยว์ ิจยั เทคโนโลยีส่ิงอา� นวยความสะดวก
และเคร่ืองมือแพทย์ สา� นกั งานพฒั นาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีแหง่ ชาติ (สวทช.)
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนนุ การวิจัยและนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวิจยั แหง่ ชาติ (วช.)

ท่มี าและความสา� คัญของโครงการ

จากสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ทีม่ ีการกระจายโรคผ่านการตดิ ต่อทางเดินหายใจโดยง่าย
และอันตรายรุนแรงในผู้ติดเช้ือบางรายโดยในหลายกรณีเกิดการติดเชื้อจากผู้ป่วยไปยังเจ้าหน้าท่ีแพทย์
และพยาบาลไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อระหว่างการย้ายผู้ป่วย ระหว่างการรักษาและในระหว่างการตรวจเช้ือ
ซ่ึงที่กล่าวมานั้นเป็นการลดความสามารถและประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลในองค์รวมอีกด้วย
การจดั ใหม้ อี ปุ กรณด์ ดู อากาศในบรเิ วณทผ่ี ปู้ ว่ ยอยู่ มใิ หอ้ อกมาในทศิ ทางทแี่ พทยห์ รอื เจา้ หนา้ ทอี่ ยู่ จะชว่ ย
ป้องกันการติดเช้ือได้ซ่ึงจะเป็นการลดภาระเจ้าหน้าท่ีในระดับปฏิบัติการ ตลอดถึงเป็นการประหยัด
งบประมาณในระดบั บรหิ ารและระดบั ประเทศดว้ ย โดยเบอ้ื งตน้ นกั วจิ ยั ศนู ยเ์ ทคโนโลยสี ง่ิ อา� นวยความสะดวก
และเคร่ืองมือแพทย์ (A-MED) ส�านักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้พัฒนา
ตน้ แบบเตน็ ทแ์ รงดนั ลบท่ีไดร้ บั การทดสอบใชง้ านเบอ้ื งตน้ แลว้ โดยเนน้ ทเี่ ครอื่ งดดู อากาศสรา้ งแรงดนั อากาศ
ลบมิให้เช้ือกระจายออกไปยังบริเวณอื่น อย่างไรก็ดีในการพัฒนาต้นแบบให้ได้เป็นผลิตภัณฑ์จะต้องได้รับ
การทดสอบตามมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหมาะกับความต้องการ ในการน้ีจึงได้น�าเสนอการต่อยอดต้นแบบงานวิจัยพัฒนาเรื่องชุดสร้างแรงดัน
อากาศลบสผู่ ลติ ภณั ฑท์ ส่ี มบรู ณแ์ บบและไดร้ บั การทดสอบตามมาตรฐานความปลอดภยั พรอ้ มทงั้ ผลผลติ
ท่ีได้จากการพัฒนาจะสามารถน�าไปแจกจ่ายใช้งานในโรงพยาบาลต่างๆ เพ่ือเป็นการลดโอกาสในการ
ตดิ เช้ืออย่างเรง่ ดว่ นต่อไป

ผลสา� เร็จจากงานวจิ ัย

เต็นทแ์ รงดนั ลบ
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม

น�าไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาท่ีเข้ารักษาในโรงพยาบาล เพ่ือช่วยลดความเส่ียงให้กับ
บุคลากรทางการแพทยแ์ ละผู้เกย่ี วข้อง จากการได้รับเชอ้ื ขณะท�าการดูแลรักษาผปู้ ่วย

195 ภาพเต้นทแ์ รงดนั ลบ การใชง้ านดแู ลผปู้ ่วยที่ รพ.สิรนิ ธร เครื่องวัดแรงดนั ภายในเตน้ ท์

การพฒั นาและขยายผลงานวิจัยนวัตกรรม ‘MagikTuch’
สา� หรับแปลงระบบลิฟตท์ ่ัวไปใหเ้ ปน็ ระบบลิฟต์แบบไร้สัมผสั

เพอื่ บรรเทาปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควดิ -19 และเช้อื โรคระบาดต่างๆ
จากการใชล้ ิฟต์ในทสี่ าธารณะทม่ี ีประชาชนใชง้ านจ�านวนมาก

ผูว้ ิจัย : ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม
หน่วยงานผวู้ ิจยั : ศูนยเ์ ทคโนโลยีเพ่อื ความมน่ั คงของประเทศ
และการประยุกตเ์ ชิงพาณิชย์ สา� นกั งานพฒั นา
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนนุ การวิจัยและนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวิจัยแหง่ ชาติ (วช.)

ทีม่ าและความส�าคัญของโครงการ

โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 มกี ารแพรร่ ะบาดอยา่ ง ภาพต้นแบบปุม่ กดลฟิ ต์ไร้สมั ผสั
รวดเรว็ เนอื่ งจากเชอื้ โรคสามารถแพรก่ ระจายผา่ นละออง ที่วจิ ยั และพฒั นาข้ึน
ลอยในอากาศ และเกิดการสะสมของเช้ือโรคผ่านการ
สัมผัสบนพ้ืนผิวที่มีการใช้งานร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู
กอ๊ กน้�า แผงควบคมุ ลิฟต์โดยสาร ดงั น้นั นวัตกรรมระบบ
ลฟิ ต์ไรส้ ัมผสั MagikTuch ซง่ึ เป็นนวัตกรรมแรกของโลก
ท่ีสามารถน�ามาติดต้ังใช้งานกับระบบลิฟต์เดิมได้ โดย
ไมต่ อ้ งทา� การดดั แปลงแก้ไขระบบลฟิ ตเ์ ดมิ ซงึ่ จะมปี ระโยชน์
ไม่เพียงแต่เฉพาะการใช้งานเพ่ือป้องกันการแพร่กระจาย
เชอ้ื โควดิ -19 ในปจั จบุ นั แตย่ งั มปี ระโยชนส์ า� หรบั การใชง้ าน
ในยุคชวี ิตวถิ ีใหม่ New Normal ตอ่ ไปจากนี้ ซึง่ ประชาชน
ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสส่ิงของต่างๆ ในท่ีสาธารณะ
ให้มากท่ีสุด เพื่อป้องกันติดเชื้อโรคต่างๆ ทั่วไป รวมถึง
เช้ือโรคระบาดร้ายแรงสายพันธุ์ใหม่ๆ ท่ีมีการอุบัติข้ึนอยู่
เปน็ ระยะๆ ในอนาคต

ผลส�าเร็จจากงานวจิ ยั

นวัตกรรมระบบลิฟต์ไร้สมั ผัส MagikTuch

มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม

มกี ารนา� นวตั กรรมระบบลฟิ ต์ไรส้ มั ผสั MagikTuch
ไปติดตั้งทดสอบการใช้งานจริง ซ่ึงด�าเนินการเป็นท่ี
เรียบร้อยและมีการใช้งานอย่างต่อเน่ืองเป็นท่ีพอใจของ
เจ้าของสถานที่ และผู้ใช้งานมีความม่ันใจในการใช้งาน
ยืนยันได้ถึงความสามารถของนวัตกรรมระบบลิฟต์
ไร้สัมผัส MagikTuch ท่ีสามารถดัดแปลงลิฟต์โดยสาร
ได้ทุกรนุ่ ทุกยหี่ ้อ ใหเ้ ป็นระบบลฟิ ต์แบบไร้สมั ผัสได้ โดยไมม่ ผี ลกระทบใดๆ ต่อระบบประกนั ของบริษัทลฟิ ต์
ซงึ่ นอกจากจะเปน็ การชว่ ยลดความเสยี่ งการแพรร่ ะบาดของโรค COVID-19 แลว้ ยงั จะชว่ ยลดการนา� เขา้
และพึ่งพาผลิตภัณฑ์/เทคโนโลยีจากต่างประเทศ สร้างความเข้มแข็งและความก้าวหน้าด้านนวัตกรรม
ของไทยอย่างต่อเนื่อง

196

การคดั เลอื กแอนตเิ จนของเชอื้ ไวรัสโคโรนา
สายพันธุ์ใหม่ 2019 และการผลติ ชดุ ตรวจภูมคิ มุ้ กนั
ชนิดแอนตบิ อดีโดยการศกึ ษาการตอบสนองทางซีโรโลยี

ของบุคคลทหี่ ายจากโรคโควคิ -19

ผวู้ ิจัย : ผศ.ดร.จีระพงษ์ ทะนงศักดิ์ศรกี ลุ
หนว่ ยงานผ้วู ิจัย : คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนับสนนุ การวจิ ัยและนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)

ทมี่ าและความส�าคัญของโครงการ
การตรวจวินิจฉัยการติดเช้ือไวรัส SARS-CoV-2 ซ่ึงก่อโรคโควิด-19 สามารถท�าได้

โดยการตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสชนิดแอนติบอดีในเลือด ซึ่งใช้เป็นข้อบ่งช้ีการติดเชื้อทั้งจาก
ในอดีตและการติดเช้ือขณะปัจจุบัน การตรวจพบแอนติบอดีต่อโปรตีนของไวรัสที่พบเฉพาะ
ในรา่ งกายโฮสตข์ ณะมกี ารตดิ เชอื้ เทา่ นน้ั เชน่ โปรตนี Orf8 สามารถทจี่ ะนา� ไปสกู่ ารพฒั นาชดุ ตรวจ
แอนติบอดีต่อไวรัส SARS-CoV-2 ท่ีมีความแม่นย�าใช้แยกแยะภูมิคุ้มกันจากการติดเช้ือกับการ
ได้รบั วัคซีนได้ต่อไปในอนาคต
ผลส�าเร็จจากงานวิจัย

ตน้ แบบชดุ ตรวจแอนตบิ อดตี อ่ โปรตนี Orf8 ของไวรสั กอ่ โรคโควดิ -19 (TU COVID-19 Orf8
IgG Detection kit) เปน็ ชุดตรวจคัดกรองหาแอนติบอดชี นดิ IgG ทีต่ อบสนองตอ่ ไวรสั SARS-
CoV-2 ในเลือดผู้ป่วยท่ีจับกับโปรตีน Orf8 ซึ่งเป็นโปรตีนที่ไม่พบบนอนุภาคของไวรัส SARS-
CoV-2 แต่จะพบในร่างกายขณะมีการติดเชื้อเท่าน้ัน ด้วยหลักการอิมมิวโนโครมาโตกราฟี
(immunochromatography) รู้ผลภายใน 15-30 นาที
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม

1. ต้นแบบชดุ ตรวจแอนติบอดตี อ่ โปรตนี Orf8 ของไวรัสกอ่ โรคโควิด-19 (TU COVID Orf8
IgM/IgG) มีศักยภาพใช้วินิจฉัยโรคโควิด-19 ร่วมกับวิธีมาตรฐาน หรือเพื่อการเฝ้าระวัง
และติดตามการเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มเส่ียงเช่นบุคลากรทางการแพทย์เพื่อ
การจัดการป้องกันการระบาดของโรคในระดับประชากรรวม ส�าหรับรับมือกับโรคโควิด-19
ท่อี าจจะเกิดข้นึ ในอนาคตซง่ึ มแี นวโน้มจะเปน็ โรคประจ�าถ่ินท่ีพบไดท้ กุ ประเทศทว่ั โลก

2. ชุดตรวจตน้ ทุนต่�ากว่า 100 บาท

ภาพแสดงตน้ แบบชุดตรวจแอนติบอดีตอ่ โปรตีน Orf8 ภาพแสดงผลการตรวจซีรั่มจากเลือดผู้ป่วยโควิด-19
ของไวรัสก่อโรคโควดิ -19 (TU COVID-19 Orf8 IgG Detection kit) ด้วยชดุ ตรวจ TU COVID-19 Orf8 IgG Detection kit

197 ประกอบด้วยตลับชดุ ตรวจและสารละลายบฟั เฟอร์ (Buffer)

การพฒั นาชดุ ตรวจวัดและตรวจหา
แอนตบิ อดียบั ย้งั เชอ้ื SARS-CoV-2

ผวู้ จิ ยั : ศ.ดร.ศิริรตั น์ เร่งพิพัฒน์
หนว่ ยงานผ้วู ิจัย : จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนับสนนุ การวิจยั และนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวิจยั แห่งชาติ (วช.)

ทมี่ าและความสา� คัญของโครงการ

การตรวจวัดแอนติบอดีชนิดยับย้ังเช้ือ SARS-
CoV-2 มีความส�าคญั ต่อการบ่งบอกประสทิ ธภิ าพของ
วัคซีน เนื่องจากการได้รับวัคซีนที่ผลิตอย่างถูกต้อง
และมปี ระสทิ ธภิ าพจะสามารถกระตนุ้ การสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั
ใหม้ ี Neutralizing antibody (NAb) ได้ ซง่ึ ในปจั จบุ นั การ
ตรวจวัดด้วยวิธี Neutralization assay ในเชิงปฏิบัติ
มวี ธิ มี าตรฐานในการตรวจภมู ติ อบสนองตอ่ การตดิ เชอ้ื
SARS-CoV-2 ชนดิ NAb ด้วย Neutralization assay
แต่จ�าเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีความเช่ียวชาญเฉพาะ ดังน้ัน
การพฒั นาวธิ กี ารตรวจวดั แอนตบิ อดชี นดิ NAb ดว้ ยวธิ ี
อ่ืน ๆ เป็นสิ่งส�าคัญและเพ่ือลดการน�าเข้าชุดตรวจ
จากต่างประเทศอกี ด้วย

ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ัย

ชุดตรวจวัดและตรวจหา NAb ต่อ SARS-CoV-2 ท้ังสามแบบกล่าวคือ ELISA, Flow
cytometry และ แถบทดสอบอมิ มแู อสเสยแ์ บบการไหลในแบบระนาบหรอื สตรปิ เทส เพอ่ื ใชป้ ระโยชน์
ในการตดิ ตามประสทิ ธภิ าพของวคั ซีน การตรวจพลาสมาที่จะนา� มารักษาคนไข้ ประเมนิ สขุ ภาพ
ประชากร รวมทั้งอาจน�ามาเป็นชุดทดสอบตรวจหายาชนิดใหม่ ๆ ที่ยับย้ังการจับเซลล์ของ
โคโรนาไวรัส รวมท้ังทดแทนชุดตรวจและน้�ายาทน่ี �าเขา้ จากตา่ งประเทศ

มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสงั คม

โครงการวิจัยนี้พัฒนาชุดตรวจวัดและตรวจหา
NAb ต่อ SARS-CoV-2 และผลิตสารชีวโมเลกุลท่ีใช้
ส�าหรับการผลิตเป็นตรวจวัดท�าให้สามารถลดต้นทุน
การผลิตชุดตรวจได้มากกว่า 5 เท่า ด้ังน้ันโครงการนี้
สามารถเพม่ิ มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ เพิม่ ขึน้ ประมาณ 5 เทา่
ของเงินทุนสนับสนนุ
แถบทดสอบอมิ มูแอสเสย์แบบการไหลส�าหรับ
การตรวจวดั แอนติบอดยี ับยง้ั เชอ้ื SARS-CoV-2

198

นวตั กรรมหน้ากากอนามยั
แบบใช้แลว้ ท้ิงที่สามารถยอ่ ยสลายได้

ผลิตจากเซลลูโลสธรรมชาติ

ผู้วิจัย : ผศ.ดร.ทพิ รดา พลู สวัสดิ์
หน่วยงานผู้วิจยั : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนบั สนุนการวิจยั และนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวิจัยแหง่ ชาติ (วช.)

ทม่ี าและความส�าคัญของโครงการ
ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการระบาด

ของโควิด-19 ท�าให้มีการใช้หน้ากาก
อนามัยมากข้ึน หน้ากากอนามัยแบบ
ใช้แล้วท้ิงสามารถย่อยสลายได้ไมโคร
พลาสติก ท่ีก่อให้เกิดปัญหามลพิษ
ส่ิงแวดล้อมได้ในอนาคต การพัฒนา
หน้ากากอนามัยย่อยสลายได้ตาม
ธรรมชาติ ผลิตจากเส้นใยพืชท่ีมีองค์
ประกอบหลักเป็นเซลลูโลส มีระดับการ
ป้องกันตามมาตรฐานหน้ากากทางการ
แพทย์ สามารถใช้เป็นแผ่นกรองเสริม
ประสทิ ธภิ าพของหนา้ กากผ้า จะชว่ ยลด
ปญั หามลพษิ สง่ิ แวดลอ้ ม และปอ้ งกนั ฝนุ่
และเชอ้ื กอ่ โรคทางเดนิ หายใจใหก้ บั ผู้ใช้ได้
ผลสา� เรจ็ จากงานวจิ ัย

หน้ากากอนามัยย่อยสลายได้ที่มี
ระดบั การป้องกันทางการแพทย์ มคี วาม
สามารถในการป้องกันฝอยละอองน้�าท่ี
ผวิ ดา้ นนอกของหนา้ กาก และสามารถใช้
เป็นแผ่นกรองเพ่ิมประสิทธิภาพการก
รองให้กับหน้ากากผ้าให้มีระดับการ
ปอ้ งกันเพม่ิ มากข้นึ โดยใช้เป็นแผน่ กรอง
ชนั้ กลางของหนา้ กากผา้ การใชท้ งั้ 2 แบบ
สามารถน�ากลับมาใช้ซ�้าได้เมื่อมีการ
ฆา่ เชอ้ื ดว้ ย UVC
มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสังคม

เสริมประสิทธิภาพหน้ากากผ้า คาดว่ามูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจเพ่ิมข้ึน
199 จากงบประมาณท่ีได้รบั เปน็ 10 เทา่

ท่สี าเมตาียรงถเควลัดผอ่ื แ่านลนยะรสา้ ะง่ยบคผบา่ ปู้คส่วลัญยาญควดวาา์ณมดชพีันลผบู้ป่วย

ผวู้ จิ ัย : ผศ.ดร.ณฐั พล ฤกษเ์ กษมสนั ติ์
หนว่ ยงานผ้วู จิ ัย : สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ เจ้าคุณทหารลาดกระบงั
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนนุ การวิจยั และนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวิจยั แห่งชาติ (วช.)

ทีม่ าและความสา� คัญของโครงการ

เนอ่ื งจากเชื้อไวรสั โควิด-19 สามารถแพร่ระบาดผา่ นระบบทางเดินหายใจได้
ดังน้ันหากมีการเคล่ือนย้ายผู้ติดเชื้อ จึงจะต้องเคล่ือนย้ายด้วยเตียงความดันลบ
อย่างไรก็ตาม มีผู้ติดเชื้อเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเนื่อง ท�าให้เตียงดังกล่าวขาดแคลน
ในหลายๆ โรงพยาบาล ดงั นน้ั งานวจิ ยั ครงั้ นจี้ งึ มงุ่ เนน้ ทจ่ี ะพฒั นาเตยี งเคลอ่ื นยา้ ย
ผู้ป่วยความดันลบให้กับโรงพยาบาลต่างๆ นอกจากน้ียังได้มีการติดต้ังระบบวัด
และส่งค่าสัญญาณชีพผู้ป่วยผ่านระบบคลาวด์ เพื่อให้แพทย์สามารถวิเคราะห์
อาการผู้ป่วยจากสัญญาณชีพผ่านอุปกรณ์ส่ือสารและหาทางรับมือกับอาการ
ของผ้ปู ่วยกอ่ นท่ีจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล

ผลส�าเร็จจากงานวิจัย

เตียงความดันลบที่ได้พัฒนาขึ้นในการวิจัยครั้งน้ีสามารถท�าความดันลบ คุณสมบตั ิเตยี งความดันลบที่ไดจ้ ดั ท�าขนึ้
ไดต้ า่� กวา่ -25 Pa ซงึ่ สามารถทา� ความดนั ลบไดด้ กี วา่ เตยี งความดนั ลบทมี่ จี า� หนา่ ย การใชง้ านและส่งมอบเตยี งความดนั ลบ
ในตา่ งประเทศ และมอี ตั ราการเปลย่ี นถา่ ยของอากาศภายในเตยี งประมาณ 10 - 15 ณ โรงพยาบาลเจรญิ กรงุ ประชารกั ษ์
รอบ/ชว่ั โมง ซง่ึ เปน็ ไปตามคา� แนะนา� จากหลายๆ หนว่ ยงานทวั่ โลก อกี ทง้ั ยงั สามารถ
ประกอบเข้ากับเตียงฉุกเฉินประจ�ารถพยาบาล (Stretcher) ท�าให้สามารถเคลื่อน
ย้ายไปช่วยเหลือผู้ติดเชื้อในพ้ืนท่ีต่างๆ ด้วยรถตู้ฉุกเฉินประจ�าโรงพยาบาลได้
นอกจากนี้ยังมีการติดต้ังระบบวัดและส่งค่าสัญญาณชีพผู้ป่วยผ่านระบบคลาวด์
เพอื่ ใหแ้ พทยส์ ามารถวเิ คราะหอ์ าการผปู้ ว่ ยจากสญั ญาณชพี ผา่ นอปุ กรณส์ อื่ สาร
และหาทางรบั มือก่อนทผ่ี ู้ป่วยจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล

มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม

เตียงเคล่ือนย้ายผู้ป่วยความดันลบต้นแบบที่สร้างข้ึนสามารถปฏิบัติงานได้ค่อนข้างดี ในการเคล่ือนย้ายผู้ติด
เชื้อให้กับโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ดังน้ันหากในอนาคตได้มีการผลิตเตียงดังกล่าวให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ
เพิ่มข้ึน จึงมั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีท่ีได้ออกแบบขึ้นนั้นจะช่วยดูแลผู้ติดเช้ือทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ติดเช้ือ
ไวรัสโคโรนา นอกจากนีก้ ารทีส่ ามารถผลติ เตยี งเคลื่อนยา้ ยผปู้ ่วยความดันลบท่ีมีมาตรฐานได้ขน้ึ เองภายในประเทศ
ยอ่ มสง่ ผลดตี อ่ ประเทศชาติเนอื่ งจากสามารถลดคา่ ใชจ้ า่ ยในการนา� เขา้ และเทคโนโลยตี า่ งๆทเี่ กยี่ วขอ้ งจากตา่ งประเทศ
ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง จากการส�ารวจเตียงความดันลบท่ีมีจ�าหน่ายใน
ตา่ งประเทศท�าให้ทราบวา่ มรี าคาสูงกว่า 1,000,000 บาทต่อเตยี ง อย่างไร
ก็ตาม เตียงความดันลบท่ีพัฒนาในงานวิจัยนี้สามารถผลิตได้ในราคาที่
น้อยกว่าคร่ึงหน่ึงของราคาเตียงความดันลบที่จ�าหน่ายในต่างประเทศ
และในอนาคตหากเตียงเคล่ือนย้ายผู้ป่วยความดันลบจากงานวิจัยน้ีได้รับ
การพฒั นาอยา่ งต่อเนอ่ื ง จนมมี าตรฐานเทยี บเทา่ กบั ตา่ งชาติ อาจจะทา� ให้
เกิดการผลิตเพ่ือเป็นสินค้าส่งออกและจ�าหน่ายให้กับประเทศอ่ืนๆ ท่ัวโลก
เตยี งความดันลบท่ีพัฒนาข้ึน ซ่งึ จะเป็นผลดีอยา่ งมากกบั เศรษฐกจิ ของประเทศ

200

การพฒั นาการให้บรกิ าร
สาธารณสขุ ด้วยหุ่นยนตเ์ คลอื่ นท่ี

บังคบั ระยะไกล

ผู้วิจยั : ดร.ปาษาณ กุลวานิช
หนว่ ยงานผู้วจิ ัย : กรมวิทยาศาสตรบ์ ริการ
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนุนการวจิ ัยและนวัตกรรมโดย ส�านกั งานการวิจยั แห่งชาติ (วช.)

ทม่ี าและความสา� คญั ของโครงการ
เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 กรมวิทยาศาสตร์บริการ ได้เล็งเห็นถึง

ปัญหาที่เกิดข้ึนจึงมีโครงการจัดท�าหุ่นยนต์บังคับขนาดเล็กส�าหรับใช้ในการส่งอาหารและเวชภัณฑ์ ให้แก่
โรงพยาบาลท่ัวประเทศ เพ่ือช่วยลดการสัมผัสเชื้อไวรัสและลดการใช้ชุด PPE ส�าหรับบุคลากรทางการ
แพทย์ทต่ี อ้ งปฏบิ ตั งิ านใกล้ชดิ กบั ผปู้ ว่ ย

ผลสา� เร็จจากงานวิจยั
กรมวิทยาศาสตร์บริการได้พัฒนาหุ่นยนต์ปิ่นโตสอง เป็นหุ่นยนต์บังคับมือขนาดเล็กควบคุมได้ผ่าน

รีโมทคอนโทรล และสามารถดทู ศิ ทางการบงั คบั ไดจ้ ากกลอ้ งไร้สาย โดยมรี ัศมีการบังคับอยู่ที่ 100 เมตร
สว่ นประกอบทางเคร่อื งกลและไฟฟา้ ของหุน่ ยนต์ปิ่นโตสอง มคี วามแข็งแรงทนทาน และไดร้ บั การออกแบบ
มาใหส้ ามารถฉดี ยาฆา่ เชอื้ และทา� ความสะอาดไดโ้ ดยงา่ ยหนุ่ ยนตป์ น่ิ โตสองสามารถเพม่ิ ระบบtelepresence
ส�าหรบั ใช้ในการสือ่ สารดว้ ยวีดโี อระหว่างบคุ ลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยไดอ้ ีกดว้ ย

มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม
ผลกระทบทางเศรษฐกจิ : สามารถลดคา่ ใชจ้ า่ ยจากการประหยดั การใชง้ านชดุ PPE หรอื อปุ กรณเ์ สรมิ

ป้องกนั บุคลากรทางการแพทย์อ่นื ๆไดเ้ ป็นจ�านวนมาก ชว่ ยลดภาระการท�างานใหบ้ ุคลากรทางการแพทย์
โดยเฉพาะอย่างย่ิงในกรณีที่ต้องแจกจ่ายอาหาร ยา หรือเวชภัณฑ์อื่นๆไปให้ผู้ติดเชื้อ ประเมินมูลค่าแล้ว
หากสามารถนา� ไปตอ่ ยอดเชงิ ธรุ กจิ คาดวา่ จะสามารถทา� ใหม้ ธี รุ กจิ เปน็ มลู คา่ กวา่ 10 เทา่ ของงบประมาณ
ที่ได้รบั โดยประเมนิ จากจา� นวนความตอ้ งการใช้งานของห่นุ ยนต์ท่ีส�ารวจไว้ โดยคณะผู้วิจยั

ผลกระทบทางสงั คม: หนุ่ ยนตข์ นสง่ อาหาร ยา และเวชภณั ฑ์ สามารถ
ลดการสัมผัสเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้
บุคลากรฯสามารถท�างานทางด้านสาธารณสุขได้อย่างมั่นใจและ
เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน มีก�าลังที่จะรองรับจ�านวนผู้ป่วยจาก
สถานการณ์โรคติดต่อร้ายแรง COVID-19 หรือสถานการณ์อ่ืนใดที่
อาจจะเกิดขึน้ ในอนาคต

201 พธิ ีส่งมอบหุน่ ยนต์ปน่ิ โตสองให้กบั โรงพยาบาลตา่ งๆ ภาพหนุ่ ยนต์ปน่ิ โตสอง

การขยายผลการใช้งานตน้ แบบเปล
เคลอื่ นยา้ ยผู้ปว่ ยความดันลบเพือ่ ปอ้ งกนั
การแพร่กระจายเช้ือทางเดนิ หายใจในสถานการณ์

โรคระบาดโควิด-19

ผ้วู ิจยั : ดร. ศราวุธ เลศิ พลังสนั ติ
หน่วยงานผวู้ ิจยั : ศนู ยเ์ ทคโนโลยีโลหะและวัสดแุ ห่งชาติ
สา� นักงานพฒั นาวทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวจิ ัยและนวัตกรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ัยแห่งชาติ (วช.)

ที่มาและความส�าคัญของโครงการ

จากปญั หาการขาดแคลนอปุ กรณก์ ารแพทยส์ า� หรบั ภารกจิ
เคล่อื นยา้ ยผปู้ ่วยในสถานการณ์โควดิ -19 ระบาด คณะผู้วจิ ัยได้
พัฒนาพีท (PETE) เปลปกป้อง เปลเคลือ่ นยา้ ยผูป้ ่วยแบบความ
ดนั ลบ ใหส้ ามารถตอบโจทยค์ วามตอ้ งการของบคุ ลากรทางการ
แพทย์ แกป้ ญั หาดา้ นมาตรฐานผลติ ภณั ฑท์ ส่ี า� คญั และสอดคลอ้ ง
กับบริบทการใช้งานของผู้ใช้อย่างแท้จริง รวมถึงได้ร่วมมือกับ
ผู้ผลิตภายในประเทศด้วยเพ่ือรองรับการต่อยอดขยายผลไปสู่
การผลติ ในเชงิ พาณชิ ยแ์ ละสามารถจา� หนา่ ยใชง้ านไดจ้ รงิ ภายใน

ประเทศไดท้ นั เหตกุ ารณ์ ภาพการสง่ มอบนวตั กรรม

ผลส�าเร็จจากงานวจิ ัย

1. ต้นแบบเปลเคล่ือนย้ายผู้ป่วยความดันลบ 16 ชุดถูกส่งมอบพร้อมกับการอบรมการใช้งานเบื้องต้นให้แก่
16 หน่วยงาน รวมถงึ การตดิ ตามข้อมูลการใช้งานเพื่อพฒั นาใหเ้ หมาะสมกบั บรบิ ทการใชง้ านต่อไป

2. คณะผู้วิจัยร่วมกับบริษัทผู้ผลิตท่ีรับการอนุญาตให้ใช้สิทธิเทคโนโลยีในการผลิตและจ�าหน่าย ได้ย่ืนขอ
ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทยแล้ว ปัจจุบันผ่านการพิจารณาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเคร่ืองมือแพทย์ และอยู่ระหว่าง

การพจิ ารณาจากส�านกั งบประมาณ คาดวา่ จะเสร็จส้ินภายในปงี บประมาณ 2565

มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม

ภาพการใช้งานจรงิ ช่วยลดต้นทุนของหน่วยงาน ด้านงบประมาณในการจัดหา/น�าเข้า อุปกรณ์ 202
ของเปลเคลื่อนยา้ ยผปู้ ว่ ยความดันลบ การแพทยร์ าคาแพงและมคี วามจา� เปน็ ในสถานการณโ์ ควดิ โดยเทยี บเคยี งราคาเปล
เคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบที่มีมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งาน
ภาพประกอบต้นแบบ และคุณลักษณะที่ใกล้เคียงกับเปลความดันลบท่ีผลิตข้ึน ลดการส่ังซื้อวัตถุดิบ
เปลเคลอ่ื นยา้ ยผปู้ ่วยความดันลบ ในการผลติ เปลเคลอ่ื นยา้ ยผปู้ ว่ ยความดนั ลบจากตา่ งประเทศ โดยคดิ สดั สว่ นการใช้
วตั ถดุ บิ ภายในประเทศ 80% เทยี บเคยี งจากแหลง่ วตั ถดุ บิ ทง้ั หมดของเปลความดนั ลบ
ที่ผลิตขึ้น และด้านค่าใช้จ่ายในการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันของเจ้าหน้าท่ีและการ
จดั การพนื้ ทที่ ใ่ี หบ้ รกิ ารผปู้ ว่ ยโควดิ ในกรณที ม่ี ี “เปลเคลอ่ื นยา้ ยผปู้ ว่ ยความดนั ลบ”
ลดลง เน่อื งจากเปลฯ จะชว่ ยจ�ากัดพื้นทกี่ ารแพร่เชอ้ื เพิ่มประสทิ ธภิ าพในการรบั
ผปู้ ว่ ยโดยเฉพาะกรณหี น่วยงานสถาบนั การแพทยฉ์ กุ เฉนิ (สพฉ.) ทมี่ เี ครอื ขา่ ยรถ
พยาบาลจากทีมอาสากู้ภัย ที่รอรับส่งผู้ป่วยโควิดจากบ้านไปส่งโรงพยาบาล
เพม่ิ ความมนั่ ใจและความรสู้ กึ ปลอดภยั อนุ่ แกบ่ คุ ลากรทางการแพทย์ในการปฏบิ ตั ิ
ภารกิจ อกี ท้ังยงั ลดโอกาสในการเกดิ อุบตั เิ หตุและการบาดเจบ็ ของผูป้ ว่ ยจากการ
เคลือ่ นย้าย โดยเฉพาะกรณผี ู้ป่วยอาการรนุ แรงที่มอี ปุ กรณ์ชว่ ยชีวติ อื่นร่วมดว้ ย
เทยี บเคยี งกรณใี ชเ้ ปลความดนั ลบ โดยเฉพาะรนุ่ ที่ไมส่ ามารเขา้ เครอ่ื ง CTscan ได้
ตอ้ งเคลือ่ นยา้ ยผปู้ ว่ ยเข้า-ออกจากเปลความดันลบหลายครงั้

เครือ่ งเอกซเรยด์ จิ ทิ ัลสา� หรับ
ถ่ายปอดผปู้ ่วยโควิด-19

ผวู้ จิ ยั : ดร.ณัฐวฒุ ิ สินสบื ผล
หน่วยงานผูว้ จิ ัย : ศูนยว์ ิจยั เทคโนโลยสี ิ่งอา� นวยความสะดวก
และเครอ่ื งมอื แพทย์ ส�านกั งานพฒั นาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยแี ห่งชาติ (สวทช.)
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวิจยั และนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.)

ที่มาและความส�าคัญของโครงการ

การตรวจคัดกรองและติดตามผลการรักษาผู้ติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 ต้องอาศัยภาพเอกซเรย์ปอดเป็นส�าคัญ ดังนั้น
โรงพยาบาลตา่ ง ๆ จึงจ�าเปน็ ตอ้ งจดั หาเครอ่ื งเอกซเรยด์ จิ ทิ ัลอยา่ ง
เรง่ ดว่ น แตเ่ ครอ่ื งเอกซเรยด์ จิ ทิ ลั สว่ นมากถกู นา� เขา้ ดว้ ยงบประมาณ
จ�านวนมหาศาล ดังน้ันการน�าเคร่ืองเอกซเรย์ดิจิทัลที่ทางทีมวิจัย
ได้พัฒนาข้ึนจนเป็นที่ยอมรับแล้วในโรงพยาบาลหลายแห่งออกไป
ขยายผลใช้งาน ย่อมจะท�าให้โรงพยาบาลอ่ืน ๆ ได้ใช้งานเครื่อง
เอกซเรย์ดิจิทัลท่ีเป็นนวัตกรรมของคนไทย และภาครัฐได้มีโอกาส
สนับสนุนให้เกิดการยอมรับและสร้างทัศนคติท่ีดีต่อนวัตกรรม
เครื่องมอื แพทย์ไทยในอนาคต
ภาพผลงานวิจัยประกอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ดิจิทัล
ผลสา� เร็จจากงานวิจัย สา� หรบั ถา่ ยชอ่ งทรวงอก (BodiiRay S) ชดุ แปลงเอกซเรย์
เป็นดิจิทัล (BodiiRay R) โดยมีโปรแกรม BodiiRay
ส�าหรับใช้งานกับเคร่ืองเอกซเรย์ท้ังสองรุ่น และภาพ
1. เครอ่ื งเอกซเรยด์ ิจิทลั ส�าหรบั ถา่ ยทรวงอก (BodiiRay S) ตวั อย่างท่ีไดจ้ ากเครอื่ งเอกซเรย์
สามารถใช้รีโมทคอนโทรลจัดท่าผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและไม่ต้อง
เขา้ ใกลผ้ ปู้ ว่ ย ตวั เครอ่ื งมขี นาดกะทดั รดั และตดิ ตง้ั ไดง้ า่ ย

2. ชดุ แปลงเอกซเรย์เป็นดิจทิ ลั (BodiiRay R) สามารถน�าไป
ปรบั ใช้ในจดุ ต่าง ๆ ของโรงพยาบาลได้ง่าย เชน่ จดุ ตรวจผ้ปู ่วยติด
เชือ้ โคโรนา 2019, ห้องเอกซเรย์, หอผปู้ ่วย และห้องฉุกเฉิน เปน็ ตน้

เครอ่ื งเอกซเรยท์ งั้ สองแบบสามารถใหภ้ าพเอกซเรยท์ ่ีไดม้ คี วาม ภาพการติดตง้ั และอบรมการใชง้ าน
คมชดั สูง จดั เกบ็ ในรูปแบบไฟล์มาตรฐาน DICOM และเชื่อมต่อกบั
ระบบฐานขอ้ มลู ของโรงพยาบาลได้ เครอื่ งดงั กลา่ วไดผ้ า่ นการตรวจ
สอบความปลอดภัยทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านการตรวจ
สอบความปลอดภยั ทางรงั สี ผ่านการทดสอบทางคลินกิ ได้รับการ
รับรองระบบการบริหารจัดการคุณภาพอุตสาหกรรมเครื่องมือ
แพทย์ (ISO 13485) และได้รบั การข้ึนทะเบยี นผลติ ภณั ฑ์เครื่องมอื
แพทย์จากส�านักงานคณะกรรมการอาหารและยา

มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม ภาพการสง่ มอบผลงานวจิ ัย
เคร่ืองเอกซเรย์ดิจิทัลได้รับการติดต้ังและใช้งานที่โรงพยาบาล
203 และโรงพยาบาลสนาม เพอ่ื ใชง้ านกบั ผ้ปู ว่ ยตดิ เชือ้ โคโรนา 2019 และผูป้ ว่ ยทั่วไปของโรงพยาบาล

การพัฒนาตอ่ ยอดระบบ software smart bed ควบคมุ เตยี ง
พลกิ ตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N

Medigel เพอ่ื ให้ได้มาตรฐานเคร่อื งมือแพทย์ระดบั สากล
ส�าหรับใช้งานในหอผ้ปู ว่ ยวิกฤตโควดิ -19

ผู้วิจัย : รศ.ดร.ศกั ดิร์ ะวี ระวีกุล
หนว่ ยงานผูว้ จิ ยั : มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี านวทิ ยาเขตขอนแกน่
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนุนการวจิ ยั และนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)

ทีม่ าและความส�าคัญของโครงการ

ปจั จบุ นั นปี้ ระเทศไทยเรากา� ลงั ประสบปญั หาการระบาดของโรคอบุ ตั ใิ หม่
Covid-19 ซึ่งในจ�านวนท่ีเกิดการระบาดน้ีจะมีผู้ป่วยปอดอักเสบที่ต้องใช้
เคร่ืองช่วยหายใจและการช่วยหายใจในท่าคว�่าจึงจะช่วยให้สามารถคงค่า
ออกซิเจนในเลอื ดของผูป้ ่วยได้ ซง่ึ การจะพลกิ คว่า� เปล่ยี นท่าผู้ป่วยเหลา่ นี้
จะต้องใช้พยาบาลหลายคนในการเปล่ียนท่าผู้ป่วย แต่หากใช้เตียงพลิก
ตะแคงและ software นจ้ี ะชว่ ยผอ่ นแรงพยาบาลได้ และสามารถควบคมุ การ
เปล่ยี นท่าจาก software central control ได้ ทา� ใหพ้ ยาบาลไมต่ ้องเข้าไป
เสีย่ งใกลช้ ดิ ผู้ปว่ ยทต่ี ดิ เชอ้ื มากเกินไป

ผลส�าเร็จจากงานวิจยั

นวัตกรรมท่ีเกิดข้ึนจากการวิจัยในโครงการน้ีเป็นความก้าวหน้าของ
การพฒั นาระบบควบคมุ การทา� งานของเตยี งพลกิ ตวั ผปู้ ว่ ยทช่ี ว่ ยเหลอื ตวั
เองไม่ได้แบบอัตโนมัติ สามารถปรับให้ตะแคงซ้าย ตะแคงขวา นอนหงาย ภาพกระบวนการการพฒั นา
สลับกนั ไปตามความเหมาะสม อกี ทง้ั ยงั สามารถลุกนัง่ ยกขา หรอื งอเขา่ ได้ เตียงพลกิ ตะแคง

มีระบบรับส่งข้อมูลผ่านโมบายแอปพลิเคชันบูรณาการหลายศาสตร์เข้าด้วยกันเพ่ือการดูแลผู้ป่วยวิกฤต
และลดภาระงานของบคุ ลากรทางการแพทยซ์ ง่ึ มคี วามขาดแคลนสงู ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี และ ลดการสมั ผสั ผปู้ ว่ ย
ตามสถานการณแ์ พรร่ ะบาด COVID-19

มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม

โรงพยาบาลทั่วประเทศ บ้านพกั ผู้สงู วยั ผูป้ ว่ ยติดเตยี ง เช่น โรงพยาบาลศิรริ าช โรงพยาบาลสงขลา
บ้านพักคนชราบางแค บ้านราชาวดี ท่ีได้น�าไปใช้ประโยชน์ ลดการน�าเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์
จากต่างประเทศ และสามารถลดภาระของบคุ ลากรทางการแพทยได้

ควบคุมผ่านระบบควบคมุ กลาง ภาพการสง่ มอบเตยี งพลกิ ตะแคง 204
และแอปพลิเคชนั เพื่อน�าไปใชป้ ระโยชน์ในโรงพยาบาล

กาดรว้ พคยดััฒลกมนรหาอาองยุปCใกจOรชVณนIดิ D์กพา-ร1กต9พราวจ

ผูว้ จิ ัย : น.ส.รัตนา วรปัสสุ
หน่วยงานผวู้ ิจัย : ศนู ยค์ วามเปน็ เลศิ ดา้ นชวี วทิ ยาศาสตร์ (องคก์ ารมหาชน)
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนบั สนุนการวจิ ยั และนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวิจัยแหง่ ชาติ (วช.)

ท่ีมาและความสา� คัญของโครงการ

การตรวจ COVID-19 แบบ RT-PCR มีความจ�าเพาะสูง แต่ก็มีความซับซ้อน มีต้นทุนให้บริการ
ค่อนข้างมาก และเป็นชนิดรุกล้�าเข้าไปในร่างกาย (Invasive) ส่วนการตรวจ ATK นั้น เข้าถึงได้ง่ายกว่า
และผู้ตรวจสามารถท�าได้ด้วยตัวเอง แต่มักทราบผลช้าหลังเริ่มมีอาการแล้ว และมีความแม่นย�าต่�ากว่า
RT-PCR การพัฒนาแนวทางการคัดกรองรูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากพอ มีความรวดเร็ว ต้นทุน
การคัดกรองท่ีลดลง จึงเป็นตัวเลือกที่จะเข้ามาช่วยตรวจคัดกรองโรคเชิงรุกได้ หนึ่งในแนวทางที่ก�าลังมี
การพฒั นาคอื การตรวจคดั กรอง COVID-19 ดว้ ยลมหายใจของผปู้ ว่ ย ทมี่ คี วามแมน่ ยา� งา่ ยตอ่ การใชง้ าน
ราคาตน้ ทนุ การคดั กรองตา่� และไมล่ ุกลา้� เข้าไปในรา่ งกาย

ผลส�าเรจ็ จากงานวิจยั

อุปกรณก์ ารตรวจคัดกรอง COVID-19 ด้วยลมหายใจ ชนิดพกพา ท่ีมปี ระสิทธภิ าพ

มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม

ปัจจุบันค่าตรวจคัดกรอง
ด้วยวิธี RT-PCR มีต้นทุนอยู่
ระหว่าง 1,200 – 2,000 บาท
ตอ่ ครงั้ ตอ่ หนง่ึ ตวั อยา่ ง ใชเ้ วลา
ในการตรวจวเิ คราะห์ 12 – 24
ชั่วโมง และบริการตรวจ RT-
PCR ส�าหรับบุคคลท่ัวไป
ประมาณ 2,000 – 5,000 บาท/
ครัง้ ตัง้ แต่เกิดการระบาดจนถึง
วันท่ี 12 พฤษภาคม 2564
มีการตรวจคัดกรองผู้เดินทาง
สะสมแล้วจ�านวนประมาณ
8,900,000 คน และมีผู้ป่วย ภาพเครื่องตน้ แบบอุปกรณก์ ารตรวจคดั กรอง COVID-19
เ ข ้ า เ ก ณ ฑ ์ เ ฝ ้ า ร ะ วั ง ส ะ ส ม ด้วยลมหายใจ ชนิดพกพาที่ไดร้ ับการพฒั นา

ประมาณ 1,700,000 คน รวมมลู คา่ การให้บรกิ ารตรวจยนื ยันการตดิ เช้อื เฉพาะท่ีทราบจา� นวนประมาณ
37,000 ลา้ นบาท ในช่วงระยะเวลาประมาณ 1 ปี ต้นทนุ ของการตรวจคัดกรองโรค COVID-19 คดิ เปน็
ไม่เกิน 150 บาท (US$5.0) ต่อการตรวจหนง่ึ ครั้ง หากสามารถทดแทนตลาด RT-PCR ไดป้ ระมาณ 5%
จะชว่ ยประหยัดค่าใชจ้ ่ายได้คิดเป็นมลู ค่าประมาณ 170 ล้านบาท ใน 1 ปี หรอื กว่า 60 เท่าของงบประมาณ
วิจัยท่ีได้รับในปี 2564 ท้ังน้ี ยังไม่นับรวมมูลค่าการทดแทนตลาด ATK นอกจากนี้ ยังสามารถสร้าง
ผลกระทบต่อสังคม ในรูปแบบของการตรวจคัดกรองก่อนเข้าพ้ืนท่ีต่างๆ ในชุมชน ที่ปัจจุบันใช้เคร่ืองวัด
อณุ หภมู ิ ซง่ึ เป็นวิธที ี่ง่าย เร็ว และมตี น้ ทนุ ตา่� แต่กเ็ ป็นทสี่ ังเกตไดว้ า่ มีความแมน่ ย�าและประสทิ ธิภาพในการ
คัดกรองค่อนข้างต�่าเช่นกัน ทางเลือกอุปกรณ์ท่ีสามารถตรวจคัดกรองได้แม่นย�ากว่า มีระบบแจ้งเตือน
205 ชัดเจน และมคี วามสะดวกรวดเรว็ ในการใช้งาน จึงมศี กั ยภาพชว่ ยแก้ปญั หาดงั กลา่ วได้

อแลกนะาาปรมรเยัพะชโ่มิยนคชิดนณุ ์KในสNมม9ิตบ5ตัิตเิแา่พลงอื่ๆะปบดรคุ ว้ะลสยาทิวกธตั ริภถทาดุาพงิบกหในานปร้าแรกพะาเททกศย์

ผวู้ ิจัย : น.ส.รัตนา วรปัสสุ
หน่วยงานผวู้ ิจัย : ศนู ยค์ วามเปน็ เลศิ ดา้ นชวี วทิ ยาศาสตร์ (องคก์ ารมหาชน)
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนนุ การวจิ ัยและนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวจิ ัยแห่งชาติ (วช.)

ที่มาและความส�าคญั ของโครงการ
ศนู ยค์ วามเปน็ เลศิ ดา้ นชวี วทิ ยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ไดเ้ ลง็ เห็นความสา� คัญดงั กล่าว ในปี
2563 จึงไดท้ า� โครงการพฒั นาหน้ากากอนามัยชนดิ N95 ท่มี ีคุณสมบัตปิ อ้ งกนั เช้อื โรคต่างๆ และ
ฝุ่นละอองได้ จนส�าเร็จตามวัตถุประสงค์ แต่ในขณะเดียวกันการระบาดและฝุ่นละอองไม่ได้ลดลง
จึงมีความสนใจในการปรบั ปรงุ หนา้ กากอนามัยชนิด KN95 Thailand ใหม้ ีคณุ สมบัตเิ พม่ิ เตมิ ทงั้
ในส่วนของการป้องกันฝุ่นละอองจากไอ ควันจากรถยนต์ เพิ่มความกระชับและสามารถปรับ
หนา้ กากในแนน่ และแนบชิดใบหน้าเพม่ิ มากข้ึน โดยน�าหนา้ กากรุ่น KN95 Thailand มาพัฒนาทงั้
ในสว่ นของแบบ และวัสดุ โดยความร่วมมือกับภาคเอกชน
ผลสา� เรจ็ จากงานวิจยั

หนา้ กากอนามยั ชนดิ KN95 เพอ่ื บุคลากรทางการแพทย์
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม

1. ประเทศไทยมเี ทคโนโลยสี ามารถผลติ หนา้ กากอนามยั คณุ ภาพสงู ทใ่ี ช้ในประเทศ เพอื่ การ
พ่ึงพาตนเอง และสามารถสง่ ออกไปยังทุกภมู ภิ าค

2. วัสดุทใี่ ช้ในการผลิตมีมูลค่าเพม่ิ ขึ้นรอ้ ยละ 5

3. ยกระดับผปู้ ระกอบการ SME จากอุตสาหกรรมหนา้ กากสู่อตุ สาหกรรมการแพทย์

ภาพต้นแบบ หน้ากากอนามยั N95 206

เคร่อื งผลิตออกซิเจนอตั รา
การไหลสงู ท่ีสามารถเคลอ่ื นยา้ ยได้

ผวู้ ิจยั : ผศ.ดร.ณัฐพล ฤกษเ์ กษมสันติ์
หนว่ ยงานผ้วู จิ ัย : สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ เจา้ คุณทหารลาดกระบัง
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนับสนนุ การวิจัยและนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวจิ ัยแห่งชาติ (วช.)

ที่มาและความสา� คญั ของโครงการ

เนอื่ งจากมผี ปู้ ว่ ยโรคโควดิ -19 เพม่ิ ขนึ้ อยา่ งมาก ทา� ใหอ้ อกซเิ จน
ขาดแคลนในหลายๆ โรงพยาบาล ซ่ึงโดยปกติแล้ว สถานพยาบาล
จะจดั ต้ังสถานรี องรับออกซิเจนเหลว ซึ่งวธิ ีการดังกล่าวไม่เหมาะกับ
โรงพยาบาลสนาม เน่ืองจากการจดั ต้ังสถานีรองรับออกซเิ จนเหลว
มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานานในการจัดสร้าง ด้วยเหตุนี้ท�าให้
โรงพยาบาลหันมาเลือกใช้ถังออกซิเจนแทน อย่างไรก็ตาม
ถังออกซิเจนหน่ึงถังจะสามารถให้ออกซิเจนกับผู้ป่วยได้ประมาณ
1 - 2 ช่ัวโมง เท่าน้ัน ท�าให้ต้องมีการเปลี่ยนถังออกซิเจนใหม่ให้กับ
ผปู้ ว่ ยอยตู่ ลอดและไมส่ ามารถใชง้ านไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ดว้ ยเหตนุ ก้ี าร ภาพการทดสอบเครอ่ื งผลิตออกซิเจนอัตราการไหลสงู
วิจัยครั้งนี้จึงได้มุ่งเน้นที่จะพัฒนาเคร่ืองผลิตออกซิเจนจากอากาศ กับเครอ่ื งช่วยหายใจแบบ High flow Nasal Oxygen
ท่ีสามารถให้อัตราการไหลได้อย่างต่อเน่ืองและเพียงพอกับเคร่ือง
High-flow Nasal Oxygen เพื่อน�าไปใช้ในการดแู ลผปู้ ่วยโรคโควิด-19 ขน้ั วิกฤตในโรงพยาบาลต่างๆ

ผลส�าเร็จจากงานวิจยั

เครอื่ งผลติ ออกซเิ จนที่ไดพ้ ฒั นาขนึ้ ในครง้ั น้ีไดอ้ อกแบบใหส้ ามารถใชง้ านงา่ ยและสามารถเคลอื่ นยา้ ยได้
ซงึ่ ทา� งานโดยอาศยั หลกั การการดดู ซบั สลบั ความดนั เพอ่ื แยกออกซเิ จนออกจากอากาศดว้ ยระบบทพ่ี ฒั นา
ขนึ้ ทา� ใหส้ ามารถผลติ ออกซเิ จนไดท้ ค่ี วามบรสิ ทุ ธม์ิ ากกวา่ รอ้ ยละ85โดยปรมิ าตรทอี่ ตั ราการไหลประมาณ
40 ลิตรต่อนาที ท่ีแรงดัน 3.7 บรรยากาศ (แรงดันสัมบูรณ์) ซ่ึงเพียงพอต่อการใช้งานร่วมกับเคร่ือง
High-flow Nasal Oxygen และใชก้ �าลงั ไฟประมาณ 7 กโิ ลวตั ต์

มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสงั คม

ภาพการทดสอบเคร่อื งผลติ ออกซิเจน เครอื่ งผลติ ออกซเิ จนทพี่ ฒั นาขนึ้ ในการวจิ ยั ครง้ั นส้ี ามารถใหอ้ ตั ราการ
อตั ราการไหลสงู กับเครอื่ งชว่ ยหายใจ ไหลได้อย่างต่อเนื่อง เพียงพอกับเครื่องช่วยหายใจที่ใช้ในโรงพยาบาล
และเพียงพอกับการดูแลผู้ป่วยข้ันวิกฤต ท�าให้โรงพยาบาลไม่จ�าเป็นต้อง
แบบ Ventilator ตดิ ตง้ั สถานเี กบ็ ออกซเิ จนเหลวทมี่ ขี นาดใหญแ่ ละราคาสงู หรอื ใชถ้ งั ออกซเิ จน
ท่ีให้ออกซิเจนได้เพียง 3 - 5 ชั่วโมง เท่านั้น ท�าให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการ
ขนส่งออกซิเจนลงได้ นอกจากนี้ เครื่องผลิตออกซิเจนอัตราการไหลสูง
ท่ีพัฒนาข้ึนในการวิจัยครั้งน้ียังไม่มีการพัฒนาข้ึนเพ่ือจ�าหน่ายทั้งในและ
ตา่ งประเทศ ท�าใหห้ ากในอนาคต งานวจิ ยั นี้ไดร้ บั ทนุ สนับสนนุ พัฒนาอย่าง
ตอ่ เนอื่ ง จงึ มโี อกาสสงู ทจ่ี ะนา� ไปใช้ได้ในเชงิ พาณชิ ยเ์ พอ่ื จา� หนา่ ยใหก้ บั ทวั่ โลก
และกลายเป็นผู้น�าในด้านเทคโนโลยีเคร่ืองผลิตออกซิเจนอัตราการไหลสูง
ท่สี ามารถเคล่ือนย้ายได้ ซงึ่ จะส่งผลดีอยา่ งมากกบั เศรษฐกิจของประเทศ

207

เคสรอสื่อบ�างสหเพัญรมิ่ับญคกาาวณราแมชยเีพขกม้ รผขะู้ปยน้ ่วะอไยกอCลกอซOเิจั VจฉนIDรแิย-ล1ะะบ9รนะทบคบ่ีบล้าตานวรวดจ์

ผวู้ ิจัย : ดร.วิบลู ย์ ปยิ วัฒนเมธา
หนว่ ยงานผวู้ ิจัย : สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจา้ คณุ ทหารลาดกระบงั
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวิจยั แห่งชาติ (วช.)

ที่มาและความส�าคญั ของโครงการ

การแพรร่ ะบาดของไวรสั โควดิ -19 ไดเ้ รมิ่ มกี ารระบาด Vital signs monitoring
อยา่ งรนุ แรงในประเทศไทย ทา� ใหเ้ รอ่ื งของการขาดแคลน
อุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นปัญหาส�าคัญ และราคา
เคร่ืองก็สูงขึ้นจากการกักตุน ดังนั้นจึงมีแนวคิดในการ
สร้างและพัฒนาเครื่องเพ่ิมความเข้มข้นของออกซิเจน
กับสร้างและพัฒนาเครื่องตรวจสอบสัญญาณชีพที่มี
อยู่แล้วในท้องตลาดให้มีประสิทธิภาพข้ึนโดยการ
พัฒนาการประมวลผลบนคลาวด์ให้สามารถดูข้อมูล
สัญญาณชีพจากที่ไหนก็ได้ ซ่ึงเป็นสิ่งที่มีจ�าเป็นต่อ
ผู้ปว่ ยและต่อบุคลากรทางการแพทย์

ผลสา� เรจ็ จากงานวิจัย

Fabricated a portable oxygen generator and vital signs monitoring system

มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม

สามารถลดการแพร่เชื้อและความแออัดในโรงพยาบาล แพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยได้จาก
ระยะไกลรวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วย และผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ในกรณีฉกุ เฉิน

Oxygen generator display 208

COVรIะDบ-บ1จก9าากโรดขตย้อรอมวาลูจศจขัยอบั เงอทนาคากโฬนารโกิ ลแายรอกกี จั เาฉรร่ิมรเรยิขียอะนงเรช้เู ้ือชงิ ลึก

ผวู้ จิ ัย : ดร.วิบูลย์ ปยิ วัฒนเมธา
หน่วยงานผ้วู ิจยั : สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจา้ คุณทหารลาดกระบงั
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนบั สนุนการวจิ ัยและนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.)

ทม่ี าและความส�าคญั ของโครงการ
ระบบการตรวจจับอาการแรกเร่ิมของเชื้อ COVID-19 โดยอาศัยเทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึก
จากข้อมูลของนาฬิกาอัจฉริยะ มีจุดประสงค์ในการพัฒนาระบบสาธารณสุขเพื่อลดภาระงาน
ของบุคลากรทางการแพทย์ในการติดตามข้อมลู สญั ญาณชพี ของผปู้ ่วยไดอ้ ย่างรวดเร็ว และลด
อัตราการใกล้ชิดระหว่างผู้ป่วย COVID-19 และบุคลากรทางการแพทย์ โดยการพัฒนา
แอพพลิเคชั่นในการแสดงค่าสัญญาณชีพท่ีส่งมาจากนาฬิกาอัจฉริยะ(smart watch)
ระบบเซริ ฟ์ เวอร์ ฐานขอ้ มลู และการประมวลผลของระบบการเรยี นรเู้ ชงิ ลกึ หรอื ปญั ญาประดษิ ฐ(์ AI)
ผลส�าเรจ็ จากงานวิจัย

Wearable COVID-19 detection system
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม

ช่วยลดภาระงานของบุคคลากรทางการแพทย์ในการติดตามข้อมูลสัญญาณชีพของ
ผู้ป่วย โดยการรวบรวมข้อมูลของผู้ป่วยแต่ละบุคคลเข้ามาไว้ที่ส่วนกลาง เพื่อลดระยะเวลา
ในการรักษาผู้ป่วยและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และลดอัตราเสี่ยงของ
ผู้ป่วยโดยการใช้ระบบการเรียนรู้เชิงลึกวิเคราะห์สัญญาณชีพ และสามารถคาดคะเนความเสี่ยง
ทีจ่ ะเกิดขนึ้ กับผ้ปู ว่ ยได้

209 Wearable watch

การพัฒนาฟิลม์ เคลือบนาโน
ส�าหรับยับยงั้ เช้อื โควิด-19

ผวู้ ิจยั : ดร.พศิ ษิ ฐ์ ค�าหนอ่ แก้ว
หน่วยงานผวู้ จิ ัย : ศูนยน์ าโนเทคโนโลยีแหง่ ชาติ ส�านกั งานพฒั นา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแี หง่ ชาติ (สวทช.)
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนบั สนนุ การวิจัยและนวตั กรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)

ทมี่ าและความสา� คัญของโครงการ

นักวิจัยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติได้พัฒนา
สารเคลือบฟิล์มพลาสติกส�าหรับใช้เป็นพ้ืนผ ิวสัมผ ัส
ในบริเวณสาธารณะ โดยใช้สารออกฤทธิ์คอปเปอร์ออกไซด์
ในโครงสร้างรูพรุนซีโอไลท์ทีมีขนาดเล็กระดับนาโนเมตร
ฟิล์มดังกล่าวมีจุดเด่นคือมีความโปร่งใสสูงกว่า(>80%)
ผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดท่ัวไป รวมถึงมีฤทธ์ิยับย้ังเชื้อ
จุลินทรีย์ท้ังแบคทีเรียแกรมบวก แกรมลบ รวมถึงไวรัส
โควิด-19 มากกว่า 99.9% ในระยะเวลาเพียง 5 นาที
ซึ่งมีความรวดเร็วกว่าผลิตภัณฑ์น�าเข้าจากต่างประเทศ
สารออกฤทธ์ิดังกล่าวผ่านการทดสอบมีความปลอดภัย
ในมนุษย์และสิง่ แวดล้อม

ผลสา� เรจ็ จากงานวจิ ยั กระบวนการการท�างานของแผน่ ฟลิ ์ม
ฟิล์มยับยังเช้ือแบคทีเรียและไวรัสส�าหรับพื้นผิวสัมผัส ฆา่ แบคทเี รียและไวรัส

บนสงิ่ ของเครอื่ งใชส้ าธารณะ เชน่ มอื จับประตู, ปุม่ กดลฟิ ท์ สา� หรบั ศนู ยป์ ระชุม และโรงพยาบาล

1. ยบั ยงั้ แบคทเี รียและไวรัสโควิด-19 มากว่า 99.9% ในระยะเวลา

2. ปลอดภัยไม่ระคายเคืองตอ่ ผวิ หนงั ผู้ใช้งานและเป็นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม มีความโปร่งใสสงู

3. สามารถตอ่ ยอดปรบั ใช้สารเคลอื บกับฟิลม์ พลาสตกิ ชนิดต่างๆ ตามการใชง้ าน

มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม

ลดการน�าเข้าของฟิล์มยับย้ังเช้ือโควิด-19 ท่ีมีราคาค่อนข้างสูง จากต่างประเทศ, เพิ่มการ
ส่งออกของนวัตกรรมฟิล์มเคลือบนาโนส�าหรับยับยั้งเช้ือโควิด-19 และยังสร้างความเช่ือม่ัน
ดา้ นสาธารณสุขใหก้ บั คนในประเทศและชาวต่างชาติ

นวัตกรรมฟิล์มเคลือบนาโนส�าหรับยับยั้งเช้ือโควิด-19 ที่ผลิตได้สามารถน�าไปใช้งานได้จริง
เพื่อรองรับวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 โดยฟิล์มดังกล่าวนี้มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
และส่งิ แวดล้อม

210

ต้นแบบเคร่อื งตรวจคัดกรองผู้ปว่ ยตดิ เชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) แบบไมเ่ จบ็ ตัว
โดยการวเิ คราะห์โปรไฟลจ์ ากลมหายใจ

ผู้วจิ ยั : นายพิศิษฐ์ มิตรเก้ือกลู
หน่วยงานผ้วู ิจยั : สมาคมกฬี าเครอื่ งบินจา� ลองและวิทยุบงั คับ
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนับสนุนการวิจยั และนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวิจยั แหง่ ชาติ (วช.)

ที่มาและความสา� คญั ของโครงการ

จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในปัจจุบัน
ที่ติดต่อกันได้ง่าย ท�าให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหาก
ต้องการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคให้ทันท่วงที ดังนั้นจึงต้องหา
วิธีการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยผู้ป่วยติดเช้ือ COVID-19 ที่ท�าได้อย่างรวดเร็ว
และแม่นย�า เพ่ือให้สามารถท�าการคัดแยกผู้มีความเสี่ยงติดเช้ือให้ออกมาได้อย่าง
รวดเร็ว เพื่อลดโอกาสในการระบาดของเช้ือในวงกว้าง และเพื่อน�าผู้ป่วยเข้าสู่
กระบวนการรักษาได้อย่างทันท่วงที ซ่ึงวิธีมาตรฐานในการตรวจคัดกรองที่ใช้อยู่ เครอ่ื ง COVID-19 Breath Analyzer V.1

ในปัจจุบันมี 2 วิธี คือ วิธีท่ี 1 การตรวจหาภูมิคุ้มกัน IgG และ IgM Covid-19
และ วิธีท่ี 2 การตรวจด้วยวิธี Real-time RT PCR แต่ทั้งสองวิธียังมีข้อจา� กัด
ในเร่ืองของระยะเวลาการยืนยันผล อุปกรณ์ที่ใช้มีราคาสูง อีกทั้งต้องใช้บุคลากร
ท่ีมีความเชี่ยวชาญในการเก็บตัวอย่างวิเคราะห์ผล และก่อให้เกิดขยะติดเช้ือ
ในปรมิ าณทสี่ งู อกี ทง้ั ยงั ไมส่ ามารถเปน็ ระบบเคลอ่ื นทใ่ี นการเขา้ ตรวจเชงิ รกุ ในพนื้ ที่
ระบาดได้ จึงมีการพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือตรวจคัดกรองผู้ป่วยติดเช้ือไวรัส ข้นั ตอนการพฒั นาเซนเซอร์
โคโรนา 2019 (COVID-19) ดว้ ยวิธกี ารเป่าจากลมหายใจ แบบไมเ่ จบ็ ตัว ที่มคี วามจ�าเพาะต่อกา๊ ซอะซิโตน

ผลส�าเร็จจากงานวจิ ยั

นวัตกรรมเคร่ืองมือตรวจคัดกรองผู้ป่วยติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
(COVID-19) ด้วยวิธีการเป่าจากลมหายใจ แบบไม่เจ็บตัว เป็นเคร่ืองมือส�าหรับ
คดั กรองผปู้ ว่ ยตดิ เชอื้ ไวรสั COVID-19 ดว้ ยการตรวจสารเอกลกั ษณ์ในลมหายใจ
โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีองค์ความรู้การพัฒนาก๊าซเซนเซอร์ ท�าให้สามารถ
คัดแยกกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ออกจากกลุ่มผู้ป่วยไม่ติดเชื้อได้อย่าง
รวดเร็วและแม่นย�า ซึ่งจากการทดสอบพบว่าเคร่ืองสามารถคัดแยกกลุ่มผู้ป่วย
ติดเชื้อ COVID-19 ออกจากกลุ่มผู้ป่วยไม่ติดเชื้อได้อย่างรวดเร็วแม่นย�า
และเสียค่าใช้จ่ายน้อย โดยประสิทธิภาพของเครื่องน้ันมีความไวในการตรวจวัด
(sensitivity) เทา่ กบั 97.7-100%

มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม

การวเิ คราะหข์ อ้ มูลดว้ ย Principle Component นวตั กรรมเครอ่ื งมอื ตรวจคดั กรอง ตูแ้ รงดนั บวกตรวจคัดกรองเชอ้ื
Analysis (PCA) แบบ 2 มติ ิ (ภาพซ้าย) ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
และ 3 มติ ิ (ภาพขวา) (COVID-19) ด้วยวิธีการเป่าจากลมหายใจช่วยลดความซับซ้อนของ
การท�างาน ลดจ�านวนของบุคลากรทางการแพทย์ และยังสามารถเพ่ิม
ประสิทธิภาพในการตรวจหาผู้ป่วยติดเช้ือ COVID-19 ได้มากข้ึน และยัง
สามารถลดความเหลอื่ มลา�้ ในการเขา้ ถงึ การแพทยข์ องประชาชนทมี่ รี ายได้
น้อยถึงปานกลาง โดยใช้ระยะเวลาในการยืนยันผลไม่เกิน 15 นาที/คน
มีค่าใช้จ่ายในการตรวจไม่เกิน 50 บาท/คน และยังช่วยลดมลพิษทาง
สิง่ แวดลอ้ มของการกา� จัดและท�าลายขยะติดเชอ้ื ของผู้ปว่ ยอกี ดว้ ย

211

การวจิ ัยและพฒั นา
และการบริหารจัดการวคั ซนี โควดิ -19

• การพัฒนาวัคซนี ป้องกนั โรคโควดิ -19 (COVID-19) ของประเทศ 213
• การบริหารจดั การวจิ ัยวคั ซนี และประเมนิ ประสิทธผิ ลเพ่อื จดั ท�าข้อเสนอเชงิ นโยบาย 214
• การจัดต้ังเครือข่ายวิจัยโควิดเพื่อสนับสนุนการก�าหนดนโยบายของประเทศในเอเชียและการศึกษาเพื่อ 215
216
พัฒนาขอ้ เสนอเชิงนโยบายเรื่องโควิดวคั ซีนพาสปอรต์
• การศกึ ษาแบบยอ้ นหลงั ของอาการและอาการแสดงของภาวะแทรกซอ้ นทางระบบประสาททม่ี อี าการคลา้ ย 217
218
โรคหลอดเลือดสมองที่เข้าได้กับภาวะการตอบสนองต่อภาวะเครียดจากกระบวนการฉีดวัคซีนหลังการ 219
ไดร้ บั วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 220
• การศึกษาความปลอดภัยและผลกระตุ้นภูมิต้านทานของวัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตาย (inactivated
vaccine)และไวรสั เวกเตอร์(virusvector)ในประชากรผใู้ หญ่ไทย:การศกึ ษาวจิ ยั ทางคลนิ กิ และภาคสนาม 221
• การยอมรับวคั ซนี โควิด-19 ของกลุ่มเส่ยี งในจงั หวัดภาคใตข้ องประเทศไทย 222
• การตอบสนองทางภมู คิ มุ้ กนั ทจี่ า� เพาะตอ่ ไวรสั SARS-CoV-2 หลงั การฉดี วคั ซนี โควดิ -19 ในผปู้ ว่ ยมะเรง็ 223
• การศกึ ษาความปลอดภยั และผลการกระตนุ้ ภมู ติ า้ นทานของวคั ซนี โรคตดิ เชอ้ื โคโรนา 2019 ชนดิ เชอ้ื ตาย 224
(Inactivated vaccine) และไวรัสเป็นพาหะ (Adenoviral vector vaccine) ในกล่มุ ผทู้ ี่เคยติดเช้ือไวรสั 225
โคโรนา 2019 มากอ่ น: การศึกษาทางคลนิ ิก 226
• การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีนโควิด-19 เพ่ือควบคุมอุณหภูมิและติดตามสอบย้อนกลับในการขนส่ง 227
และเก็บรักษา 228
• การศึกษาความปลอดภยั และการตอบสนองทางภูมคิ มุ้ กนั หลังได้รับวัคซีนโควดิ -19 ในสตรีตั้งครรภ์ 229
• การศกึ ษาระดับภมู คิ ้มุ กนั จากวัคซีนโควิดเข็มที่ 3 ในบคุ ลากรทางการแพทย์ 230
• การศกึ ษาการตอบสนองทางภมู คิ มุ้ กนั และความปลอดภยั หลงั จากการฉดี วคั ซนี โควดิ -19 กระตนุ้ เขม็ ท่ี 3 231
• การศึกษาความปลอดภัยและการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันหลังการได้รับวัคซีนโควิด-19 ต่างชนิดกัน 232
ในชดุ แรก 233
• การพัฒนาต้นแบบ เครื่องดึงวัคซีนอัตโนมัติท่ีใช้งานกับวัคซีนแอสตราเซเนกา เพ่ือการประยุกต์ใช้
ในกระบวนการฉดี วัคซีนป้องกันโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา-2019 ของประเทศไทย
• การพฒั นาระบบประเมนิ ตวั ชี้วัดผลกระทบจากวคั ซีนโควิด-19 และการตดิ เช้อื โควดิ -19
• การพัฒนาระบบสงั เคราะห์อนภุ าคนาโนไขมันสา� หรบั น�าส่งอาร์เอน็ เอเพอื่ การพฒั นาวคั ซีนโควดิ -19
• การพฒั นาวคั ซนี แบบใช้เปปไทดเ์ ป็นพื้นฐานเพื่อปอ้ งกันการตดิ เชอ้ื ไวรสั SARS-CoV-2
• การศกึ ษาผลกระทบของ SARS-CoV-2 กลายพนั ธต์ุ อ่ ภมู คิ มุ้ กนั ของผตู้ ดิ เชอื้ และผตู้ ดิ เชอื้ ภายหลงั ไดร้ บั
วคั ซีน ในประเทศไทย
• การศกึ ษาประสทิ ธผิ ลการควบคมุ โรคโควิด-19 ดว้ ยการฉีดวคั ซีนเข็มกระตุ้นในบคุ ลากรการแพทย์
• การพัฒนาซูเปอร์เอนไซม์อาร์เอ็นเอโพลีเมอเรสเพื่อการผลิตวัคซีนชนิด mRNA ที่มีประสิทธิภาพสูง
และต้นทนุ ต�า่
• การพฒั นาและประเมนิ ความสามารถของ recombinant lactobacilli ทม่ี กี ารแสดงออกของโปรตนี spike
บนผวิ เซลล์ในการกระตนุ้ ภมู คิ ุ้มกันต่อไวรสั SARS-CoV2

การพัฒนาวคั ซนี ป้องกนั
โรคโควดิ -19 (COVID-19) ของประเทศ

ผูว้ จิ ัย : ผศ.ดร.ภก.วิสฐิ ตัง้ เคียงศิริสิน
หน่วยงานผวู้ จิ ยั : สถาบนั วคั ซีนแหง่ ชาติ
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2563
สนบั สนุนการวจิ ัยและนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ที่มาและความส�าคัญของโครงการ
ด้วยประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส
สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ซงึ่ ส่งผลกระทบต่อสขุ อนามัย การดา� รงชีพ
และคุณภาพชีวิตของประชากรไทยอย่างมาก ตลอดจนส่งผลกระทบต่อ
เศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างรุนแรงในรอบหลายทศวรรษ การวิจัย
พัฒนาวัคซีน เป็นท้ังมาตรการรองรับภาวะฉุกเฉินของประเทศและเป็นการ
ยกระดบั การพฒั นาศกั ยภาพเครอื ขา่ ยการวจิ ยั พฒั นาวคั ซนี ของประเทศอยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ แม้จะมีขอ้ จา� กดั เรอ่ื งเวลา และงบประมาณ
ผลส�าเร็จจากงานวิจัย
จากการด�าเนินงานในระยะที่ 1 เกิดผลส�าเร็จในการพัฒนาวัคซีนด้วย
3 เทคโนโลยี พบวา่ การพฒั นาวคั ซนี ดว้ ย mRNA technology กา� ลงั เขา้ สกู่ าร
วิจยั ทางคลนิ กิ ระยะที่ 1, Subunit protein technology อยใู่ นระยะ pre-clinic วคั ซีน HXP–GPOVac
และ inactivated technology อยู่ในระยะห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้ มีการ
พฒั นาวธิ ตี รวจสอบระดบั ภมู คิ มุ้ กนั และระดบั ภมู คิ มุ้ กนั ลา้ งฤทธใิ์ นสตั วท์ ดลอง
ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ด้วย และผลส�าเร็จของแผนกิจกรรม ฯ
ในระยะที่ 2 ได้แก่ mRNA vaccine ท่ีสร้างขึ้นสามารถกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกัน
และปอ้ งกนั การตดิ เชอ้ื ในสตั วท์ ดลองได้ ผลติ ไดจ้ า� นวน 10,000 โดส๊ โดยโรงงาน
ทไ่ี ดม้ าตรฐานGMPและไดร้ บั การตรวจสอบคณุ ภาพจากตา่ งประเทศโดยขนาดยา
สงู สดุ ส�าหรับใช้ฉดี ในมุนษย์ไมพ่ บความเปน็ พษิ ในสัตวท์ ดลอง และเมอื่ ทดสอบ
ในมนุษย์ระยะที่ 1 ไม่พบทั้ง Serious Adverse Event และ Adverse Event
ซง่ึ มี adverse Event ในระดบั ตา�่ มาก (grade 1) เชน่ ไข้ เมอื่ ยลา้ ปวดหวั นอกจากนี้
การวิจยั ในมนุษยร์ ะยะที่ 1 และ 2 ของวัคซนี ชนิด NDV-HXP-S พบวา่ วัคซีน
ทกุ ขนาดทท่ี ดสอบมคี วามปลอดภยั โดยสว่ นมากพบอาการขา้ งเคยี งในระดบั ตา่�
เช่น ปวดบรเิ วณท่ฉี ดี และอาการตงึ บริเวณกล้ามเน้อื แต่ไม่พบเหตกุ ารณ์ไม่พึง
ความสามารถในการกระตุ้นภมู คิ ้มุ กัน ประสงคช์ นดิ รา้ ยแรงทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั วคั ซนี โดยวคั ซนี ทค่ี วามเขม้ ขน้ สงู สดุ สามารถ
ในหนู (Immunogenicity in mice)
และในลงิ (Immunogenicity in กระตุ้นให้มีระดับภูมิคุ้มกันที่สูงสุด รองลงมาคือ ความเข้มข้นระดับกลางที่มี
macaques) adjuvant ร่วมดว้ ย

มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม
1. Vaccine candidates: หากประเทศไทยสามารถผลิตวัคซีนข้ึนได้เองในประเทศ ไม่ว่าจะด้วย
เทคโนโลยีการผลิตชนิดใดจากที่ได้รับการสนับสนุน จะเป็นการช่วยลดมูลค่าการน�าเข้าวัคซีนจาก
ต่างประเทศ นอกจากน้ี ปัจจุบันมีการพัฒนาทั้งการวิจัยและการผลิตวัคซีนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
เช่น mRNA ซ่ึงมีข้อได้เปรียบ คือ ลดระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยพัฒนาตลอดจนการผลิตลงได้ ดังน้ัน
ในอนาคตหากมีการระบาดของโรคอุบัติใหม่ก็จะสามารถน�าองค์ความรู้ท่ีมีน้ันมาผลิตวัคซีนเพ่ือน�ามาใช้
โต้ตอบต่อโรคได้อยา่ งทันท่วงที ชว่ ยใหป้ ระชาชนมสี ุขภาวะทีด่ ี และลดคา่ ใช้จ่ายในการรักษาได้
2. การทดสอบระดับภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลองที่ได้รับวัคซีนต้นแบบ: สามารถลดค่าใช้จ่ายในการส่ง
ตัวอยา่ งไปทดสอบในต่างประเทศ และใช้เป็น standardize method
213

เกพา่อื รแจบลัดระปทหิ รา�าะขรเอ้มจเัดินสปกนราอะรเสชวทิิงิจนธยั โผิวยคัลบซานี ย

ผู้วิจัย : นพ.สมศักดิ์ อรรฆศลิ ป์
หนว่ ยงานผวู้ ิจัย : กรมการแพทย์
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนับสนุนการวจิ ัยและนวัตกรรมโดย สา� นักงานการวจิ ัยแหง่ ชาต ิ (วช.)

ทีม่ าและความสา� คญั ของโครงการ

การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิผลและอาการข้างเคียงของวัคซีน COVID-19 ยังมีไม่มาก
เพียงพอ การศึกษาวิจัยในประเด็นที่เก่ียวข้องกับการใช้วัคซีนจึงมีความจ�าเป็นที่ต้องด�าเนินการ
อยา่ งเรง่ ดว่ นควบคกู่ บั ระยะเวลาทม่ี กี ารใหว้ คั ซนี รวมถงึ การตดิ ตามผลลพั ธแ์ ละประเมนิ ผลกระทบ
ไปขา้ งหนา้ โดยมปี ระเด็นการศึกษาวจิ ยั ทีส่ า� คัญ 6 ประเด็นหลกั ได้แก่ 1. ดา้ นนโยบายและระบบ
สขุ ภาพ 2. ดา้ นประสิทธผิ ลและภูมคิ ุ้มกนั 3. ดา้ นการบรหิ ารแผนงาน 4. ด้านการประกัน ควบคมุ
คณุ ภาพ และความปลอดภยั 5. ด้านการส่อื สาร และ 6. ดา้ นการกลายพันธุข์ องไวรสั

ผลส�าเร็จจากงานวิจยั

ข้อเสนอเชิงนโยบาย ครอบคลุมประเด็น
ที่ส�าคัญ ดังน้ี 1. ด้านความปลอดภัยและระดับ
ภูมิคุ้มกันของการฉีดวัคซีน เข็มท่ี 1,2 และเข็ม
กระตนุ้ 2. ดา้ นประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลของ
วคั ซนี มกี ารศกึ ษาหลากหลายกลมุ่ ไมว่ า่ จะเปน็
ในกลุ่มประชาชนทั่วไป บุคลากรทางการแพทย์, ภาพรวมประเด็นการศึกษาตามล�าดบั เหตุการณ์
ผู้ป่วยโรคไต, ผู้ป่วยมะเร็ง และสตรีตั้งครรภ์ การแพร่ระบาดของโรค COVID-19

3. ดา้ นการบรหิ ารจดั การวคั ซนี มกี ารจดั ทา� ขอ้ สรปุ รวมถงึ การถอดบทเรยี นเพอ่ื วางแผนการบรหิ าร
จดั การวคั ซนี ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ 4. ความรพู้ นื้ ฐาน เชน่ สายพนั ธ์ุ COVID-19, การตรวจหา
ภมู คิ มุ้ กนั เพอื่ สอ่ื สารสรา้ งความเขา้ ใจแกป่ ระชาชนทวั่ ไปโดยมกี ารเผยแพรง่ านวจิ ยั ภายใตแ้ ผนงาน
รวมถงึ งานวจิ ยั อน่ื ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั วคั ซนี โควดิ -19 ทง้ั ในและตา่ งประเทศ ทางเวบ็ ไซต์ www.covidvacth
.com สา� หรบั ข้อเสนอเชิงนโยบายอยใู่ นระหวา่ งดา� เนินการ จะท�าการเผยแพร่ผลงานต่อไป

มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม

ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับความปลอดภัย ประสิทธิผลของการฉีดวัคซีน
COVID-19 แนวโน้มจ�านวนผู้ได้รับวัคซีนสูงข้ึน ส่งผลให้อัตราการติดเชื้อหรือเจ็บป่วยรุนแรง
การเสยี ชวี ติ การเขา้ รบั การรกั ษาในโรงพยาบาลนอ้ ยลง ทา� ใหต้ น้ ทนุ สา� หรบั การกกั ตวั การรกั ษา
ผปู้ ว่ ยอาการรนุ แรงลดลง อกี ทง้ั ยงั สง่ ผลในเชงิ เศรษฐกจิ ภาพใหญข่ องประเทศรฐั สามารถผอ่ นปรน
มาตรการต่างๆ ได้ท�าให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว นอกจากน้ีผลการศึกษายังเป็นแหล่งข้อมูล
วิชาการท่ีชว่ ยสนับสนุนการท�างานของนกั วิจยั ผูก้ �าหนดนโยบาย เพื่อถอดบทเรียนและวางแผน
แนวทางการรับมือกับโรคระบาดในอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน ซ่ึงจากการศึกษาสามารถ
ลดตน้ ทนุ ทางตรงและทางออ้ มทเี่ กยี่ วกบั COVID-19 ได้ ตงั้ แตร่ ะดบั บคุ คลจนถงึ เชงิ ระบบ จงึ คาดวา่
สามารถเพมิ่ มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คมจากงบประมาณที่ไดร้ บั กวา่ 50 เทา่ 214

แลกกะาการารจรกัดศ�าตเกึหรง้ั ่ือษนเคงาดโรเนคพือโวอ่ืยขดิ า่พบวยาฒั คั วยซจินขีนัยอาพโขงคปอ้ าวเรสสิดะปนเเทพออศรอ่ืเชใ์ตสนิงนเนอับโเยชสบยีนาุนย

ผ้วู จิ ัย : ดร. นพ.ยศ ตีระวฒั นานนท์
หน่วยงานผู้วจิ ยั : มลู นธิ เิ พอ่ื การประเมนิ เทคโนโลยแี ละนโยบายดา้ นสขุ ภาพ
(HITAP)
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวจิ ยั และนวตั กรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.)

ท่มี าและความสา� คัญของโครงการ
เม่ือปี 2564 หลายประเทศท่ัวโลกได้มีการให้วัคซีนแก่ประชากรในประเทศ ซ่ึงการฟื้นฟู

กจิ กรรมทางสงั คมและเศรษฐกจิ อกี ครงั้ เปน็ สงิ่ ทห่ี ลายประเทศคาดหวงั ประเทศในเอเชยี ตะวนั ออก
เฉียงใต้ต่างก็มีนโยบายการให้วัคซีนท่ีแตกต่างกันไป โดยเฉพาะอย่างย่ิงในเร่ืองใบรับรองการ
ฉีดวัคซีนโควิดส�าหรับการเดินทางระหว่างประเทศ โดยงานวิจัยนี้ได้รับการมอบหมายจาก
นายกรัฐมนตรีให้กระทรวงสาธารณสุขท�าการศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
เชิงนโยบาย เมื่อเดอื น มนี าคม 2564
ผลสา� เรจ็ จากงานวิจยั

โครงการ CORESIA ได้เผยแพร่แบบส�ารวจเก่ียวกับ
ความต้องการของประชาชนและหน่วยงานที่เก่ียวข้องใน
เอเชยี 9 ประเทศ ตอ่ ใบรบั รองการฉดี วคั ซนี และยงั ไดท้ า� การ
ประเมนิ ตน้ ทนุ และผลกระทบดา้ นระบาดวทิ ยาและเศรษฐกจิ เวบ็ ไซตข์ องโครงการ CORESIA (http://vaxcert.info)
ของการใช้ใบรบั รองการฉดี วคั ซนี เพอื่ ปรบั ลดการกกั ตวั และตรวจหาการตดิ เชอื้ โควดิ ของผเู้ ดนิ ทาง
ระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ รวมไปถึง rapid review เกี่ยวกับโควิด-19 หลายหัวข้อ อีกท้ัง
ยังมีเว็บไซต์ (http://vaxcert.info/) ที่รวบรวมมาตรการต่าง ๆ เก่ียวกับโควิด-19 ทั่วโลก
และยังมีการตีพิมพ์ policy brief บทความออนไลน์ วารสาร รวมไปถึงการจัดและเข้าร่วม
webinar การประชมุ เป็นตน้
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสังคม

ภายหลังจากการน�าองค์ความรู้และค�าแนะน�าจากโครงการ CORESIA ไปใช้ในการพัฒนา
นโยบาย เชน่ การเริม่ มาตรการ Test & Go และการยกเลกิ มาตรการ Test & Go ทา� ใหเ้ กิดการ
เดนิ ทางและดงึ ดดู นกั ทอ่ งเทย่ี วเขา้ มาในประเทศไทยมากขนึ้ การยกเลกิ Test & Go ไดท้ า� ใหจ้ า� นวน

นักท่องเทยี่ วเพ่ิมเปน็ วันละ 15,000 – 18,000 รายตอ่ วัน ทงั้ นี้
คาดหมายว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจของการเปิดประเทศ
ในปี 2565 นีม้ ีมลู คา่ ประมาณ 7 แสนลา้ นบาท

กรอบและหลักแนวคิดการประเมินผลกระทบจากใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19
ของโครงการ CORESIA ซ่ึงร่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์
พร้อมท้ังพัฒนาแบบจ�าลองการเดินทาง Bilateral Travel model ซึ่งได้รับการ
เผยแพร่ในองคก์ ร think tank ที่มีช่อื เสยี งในสหรฐั อเมริกา

215

การศึกษาแบบย้อนหลังของอาการและอาการแสดงของภาวะแทรกซอ้ น
ทางระบบประสาทท่ีมีอาการคลา้ ยโรคหลอดเลือดสมองท่ีเข้าได้กับภาวะ
การตอบสนองตอ่ ภาวะเครยี ดจากกระบวนการฉดี วคั ซีนหลังการไดร้ ับ

วัคซนี ปอ้ งกันโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019

ผู้วจิ ยั : นพ.เมธา อภวิ ัฒนากุล
หนว่ ยงานผู้วจิ ยั : สถาบนั ประสาทวิทยา
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนับสนนุ การวจิ ยั และนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวิจัยแห่งชาต ิ (วช.)

ที่มาและความสา� คญั ของโครงการ

ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่มีอาการคล้าย
โรคหลอดเลอื ดสมอง ทเ่ี ขา้ ไดก้ บั ภาวะการตอบสนองตอ่
ภาวะเครยี ดตามหลงั การฉดี วคั ซนี มกั จะเปน็ เรอื่ งอาการชกั
หรือการเคล่ือนไหวผิดปกติ ส�าหรับอาการชาหรือ
อ่อนแรงมีรายงานบ้าง แต่การเกิดลักษณะอาการ
ดงั กลา่ วที่เป็นกลมุ่ ก้อนในประเทศไทยที่คลา้ ยโรคหลอด
เลอื ดสมองนี้ยงั ไมม่ รี ายงานทเี่ ปน็ กลมุ่ ดงั กลา่ วจา� นวนมาก
การทา� วจิ ยั เกย่ี วกบั อาการทางคลนิ กิ และการดา� เนนิ โรค
จ ะ ช ่ ว ย ใ ห ้ ไ ด ้ อ ง ค ์ ค ว า ม รู ้ ใ ห ม ่ ที่ ส า ม า ร ถ น� า ไ ป ใ ช ้ กั บ
ประเทศไทยและประเทศอน่ื ทว่ั โลกทมี่ กี ารฉดี วคั ซนี ดงั นนั้
การมีองค์ความรู้ดังกล่าว จะสามารถเป็นข้อมูลให้
บคุ ลากรทางการแพทยส์ ามารถใหก้ ารรกั ษาและสง่ ตรวจ
ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารไดอ้ ยา่ งเหมาะสมเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเชอ่ื มน่ั
ในความปลอดภัยของวคั ซีน และสามารถใหก้ ารรณรงค์
การฉดี วคั ซนี สามารถด�าเนินต่อไปได้

ผลส�าเร็จจากงานวจิ ัย

รายงานผปู้ ว่ ยทม่ี อี าการทางคลนิ กิ ของกลมุ่ อาการ
การตอบสนองต่อปัจจัยกระตุ้นตามหลังการฉีดวัคซีน
ป้องกันโรคโคโรนาไวรสั 2019 เป็นองคค์ วามรู้ท่จี ะนา� ไป
เผยแพร่ต่อสาธารณะเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงของภาวะ
ดังกล่าว ท�าให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน
มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และช่วยผลักดันให้นโยบายการ ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่มีอาการคล้าย
ฉีดวัคซนี ส�าเร็จลลุ ว่ งไปได้ โรคหลอดเลอื ดสมอง ทเ่ี ขา้ ไดก้ บั ภาวะการตอบสนอง
ต่อภาวะเครียดจากกระบวนการฉีดวัคซีนหลังการ
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสงั คม ไดร้ ับวัคซีนป้องกนั โรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019

ทา� ใหส้ ามารถหลกี เลยี่ งการสง่ ตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารที่ไมจ่ า� เปน็ หรอื ใหก้ ารรกั ษาทเี่ กนิ กวา่ 216
ความจา� เปน็ จะช่วยประหยัดค่าใช้จา่ ยอย่างนอ้ ย 4,000 - 20,000 บาทต่อราย (ค่า CT หรือ MRI
สมอง) และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการให้ยาละลายลิ่มเลือดที่ไม่จ�าเป็นประเมินในเชิงจ�านวน
ทเ่ี พม่ิ ขน้ึ จากงบประมาณท่ีได้รับประมาณมากกว่า 10 เท่า

การศึกษาความปลอดภยั และผลกระตุน้ ภูมิตา้ นทาน
ของวัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตาย (inactivated vaccine)
และไวรัสเวกเตอร์ (virus vector) ในประชากรผู้ใหญ่ไทย :

การศึกษาวิจัยทางคลนิ กิ และภาคสนาม

ผวู้ จิ ยั : ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ
หน่วยงานผวู้ จิ ยั : คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวจิ ัยและนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวิจัยแห่งชาต ิ (วช.)

ทีม่ าและความสา� คัญของโครงการ

โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่สร้างความเสียหาย
ให้กบั ประชากรและเศรษฐกจิ เปน็ อย่างมาก โดยวัคซนี โควดิ -19 เป็นทางออกหนง่ึ ในการลดความ
สูญเสียในเชิงประชากรและเศรษฐกิจได้ แตอ่ ย่างไรก็ตาม วัคซนี โควดิ -19 น้ันไดม้ กี ารเร่งพฒั นา
อย่างรวดเร็ว จึงท�าให้ขาดข้อมูลด้านผลการกระตุ้นภูมิต้านทานและความปลอดภัยแก่ผู้ได้รับ
วคั ซนี งานวจิ ยั นจี้ งึ เปน็ การทดสอบทางคลนิ กิ เพอ่ื ศกึ ษา
ผลดงั กลา่ วในประชากรผู้ใหญ่ไทย

ผลส�าเรจ็ จากงานวิจยั

งานวิจัยนี้ได้ผลลัพท์จากการกระตุ้นภูมิต้านทาน
ด้วยวัคซีนโควิด-19 ในประชากรผู้ใหญ่ไทยไปใช้ในการ
อ้างอิงในงานวิจัยต่าง ๆ รวมถึงสร้างความเชื่อม่ันให้กับ
ประชาชนในการเข้ารับการเสริมสร้างภูมิต้านทาน ผลสรุปประสิทธิผลการกระตุน้ ภูมิคุ้มกัน
ด้วยวัคซนี โควดิ -19 โดยวคั ซนี โควดิ -19 ในประชากรผู้ใหญ่ไทย

มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม

จากการสร้างความเชื่อมั่นและเชิญชวนให้ประชาชน
เข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานกันเป็นจ�านวนมาก จนท�าให้ความสูญเสียจาก
โรคโควิด-19 ท้ังทางเม็ดเงินและประชากรลดลงจนกระท่ังสามารถเปิดประเทศและด�าเนินการ
ทางเศรษฐกิจได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติอีกคร้ัง คาดว่าสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
ในเชิงบวกไดม้ ากกวา่ 20-100 เท่า ของงบประมาณวจิ ัย

ผลการกระตุ้นภมู คิ ุ้มกันในรายท่ีไดร้ ับวคั ซีนแอสตราซิเนกา ผลการกระตนุ้ ภูมคิ ้มุ กนั ในรายท่ีได้รบั วคั ซนี ซโิ นแวก

217

การยในอจมงัรหับววัดัคภซานี คโคใตวข้ิดอ-ง1ป9รขะเอทงศกไลทมุ่ยเสี่ยง

ผูว้ ิจยั : ผศ.ดร.นิรชร ชูตพิ ฒั นะ
หนว่ ยงานผวู้ จิ ัย : มหาวิทยาลัยวลยั ลกั ษณ์
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนุนการวิจยั และนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ยั แห่งชาต ิ (วช.)

ทมี่ าและความส�าคัญของโครงการ

การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 คาดว่าจะยังคงสร้าง
ภาระให้กับการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตอย่างมหาศาล
การยอมรบั วคั ซนี เปน็ พฤตกิ รรมในการปอ้ งกนั โรคแตย่ งั มคี น
มากมายทเี่ ลือกทีจ่ ะไมร่ บั วคั ซีน ซงึ่ ความส�าเรจ็ ของโครงการ
ฉีดวัคซีนจะข้ึนอยู่กับความเต็มใจของประชาชน การเข้าใจ
ปัจจัยที่มีผลต่อการรับวัคซีนโควิด-19 จึงเป็นสิ่งส�าคัญ
โดยทางภาคใต้ของประเทศไทยยังคงขาดแคลนงานวิจัย
ท่ีเข้าใจทัศนะในการยอมรับวัคซีนและปัจจัยที่มีผลต่อการ
ยอมรบั วัคซีนของกลุม่ เสี่ยง

ผลส�าเรจ็ จากงานวิจยั

ชดุ ขอ้ มลู 1. ประสบการณก์ ารตดั สนิ ใจทจ่ี ะยอมรบั วคั ซนี
2.ความตง้ั ใจทจ่ี ะยอมรบั วคั ซนี และ3)ปจั จยั ทมี่ คี วามสมั พนั ธ์
กับการยอมรบั วคั ซีนโควิด-19 ของกล่มุ เสย่ี ง
ชุดข้อมูลประสบการณก์ ารรบั วัคซนี
มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม ความตั้งใจที่จะยอมรับวคั ซีนและ
โครงการนม้ี กี ลมุ่ ตวั อยา่ งในการวจิ ยั จ�านวน 1,246 คน ปัจจยั ทมี่ ีความสมั พันธ์กับการตง้ั ใจ
กรณีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงต้องรีบเข้ารับการรักษาตัว
รับวคั ซีนโควดิ -19 ภายใน 1 ปี

โดยเร็ว (กลุ่มสีแดง) โดยอ้างอิงค่าใช้จ่ายประมาณ 70,000 บาท/คน จากการส�ารวจกลุ่มเส่ียง
ตั้งใจรับวัคซีนภายใน 1 ปี คิดเป็น 66.6% ทั้งนี้ หากน�าแนวทางจากผลการศึกษาไปปรับใช้
โดยตง้ั คา่ เปา้ หมายวา่ กลมุ่ เสย่ี งมคี วามตงั้ ใจรบั วคั ซนี ภายใน 1 ปี 80% ซงึ่ หมายถงึ สามารถทา� ให้
กลุม่ เสย่ี งยอมรับวคั ซีนเพิม่ ขนึ้ 13.4% (80-66.6) ดงั นนั้ มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือ
ทางสังคมคาดว่าจะเพิม่ ขึน้ จากงบประมาณท่ีไดร้ ับเป็น 22.65 เท่า

น�าเสนอผลงานวิจยั ผ่าน Zoom เมอื่ วนั ที่ 28 พฤษภาคม 2565 218
ใหแ้ ก่บุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพต�าบล

การตอบสนองทางภมู คิ ุม้ กันท่จี า� เพาะ
ตอ่ ไวรัส SARS-CoV-2 หลงั การฉีด

วัคซีนโควดิ -19 ในผู้ป่วยมะเร็ง

ผวู้ จิ ัย : นพ.ธนะรตั น์ อิม่ สุวรรณศรี
หน่วยงานผวู้ ิจัย : กรมการแพทย์
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2564 – 2565
สนับสนนุ การวจิ ยั และนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวิจัยแหง่ ชาติ (วช.)

ที่มาและความส�าคญั ของโครงการ
ผปู้ ว่ ยมะเรง็ เปน็ กลมุ่ เสย่ี งทหี่ ากตดิ เชอื้ โควดิ -19มโี อกาสในการเกดิ อาการรนุ แรงมากกวา่ คนสขุ ภาพดี

การศกึ ษาผลของการไดร้ บั วคั ซนี โควดิ -19 ในผปู้ ว่ ยมะเรง็ ยงั ไมม่ รี ายงานทแ่ี นช่ ดั ดงั นน้ั การวจิ ยั นม้ี งุ่ ศกึ ษา
การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนโควิด-19 ในผู้ป่วยมะเร็งเพ่ือทราบถึงระดับการตอบสนองทาง
ภูมิคุ้มกันเปรียบเทียบกับคนสุขภาพดี องค์ความรู้ที่ได้สามารถน�าไปใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการก�าหนด
นโยบายการฉดี วคั ซนี โควดิ -19ในผปู้ ว่ ยมะเรง็ รวมถงึ เพมิ่ ความมนั่ ใจใหก้ บั ผปู้ ว่ ยมะเรง็ ในการรบั วคั ซนี โควดิ -19

ผลสา� เรจ็ จากงานวจิ ยั
ผลการทดสอบภูมิคมุ้ กนั ชนิด Neutralizing antibody ตอ่ เช้อื โควดิ -19 สายพนั ธ์อุ ูฮ่ ่ัน หลงั การฉดี

วัคซีนโควดิ -19 ชนดิ Coronavac จ�านวน 2 เขม็ ท่ีเวลา 15 วนั พบว่า อาสาสมัครสขุ ภาพดมี ภี มู คิ มุ้ กัน
หลงั การฉดี วคั ซนี ถงึ 97.5% ขณะทผี่ ปู้ ว่ ยมะเรง็ มเี พยี ง 72% โดยเฉพาะผปู้ ว่ ยทก่ี า� ลงั อยรู่ ะหวา่ งการรกั ษา
มกี ารตอบสนองเพยี ง 67.2% ซ่งึ อาการข้างเคยี งหลังฉีดวคั ซีนในผู้ป่วยมะเร็งไมแ่ ตกตา่ งจากอาสาสมคั ร
สขุ ภาพดี อย่างไรก็ตามเมอ่ื ทดสอบระดบั ภูมคิ มุ้ กันตอ่ สายพนั ธ์กุ ลายพันธ์ุ (Alpha, Beta, Delta) พบวา่
วคั ซนี มีประสทิ ธภิ าพลดลง

มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสังคม
คาดวา่ จะเพมิ่ ขนึ้ จากงบประมาณที่ไดร้ บั มากกวา่ 10 เทา่ : ในสถานการณแ์ พรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19

ที่มจี �านวนผู้ปว่ ยอาการหนักและต้องใช้เครื่องชว่ ยหายใจจ�านวนมาก เกิดปญั หาเตยี งไม่พอ จา� เป็นต้องใช้
งบประมาณและทรพั ยากรบคุ คลจา� นวนมากในการดแู ลผปู้ ว่ ยทอ่ี าการหนกั เหลา่ นี้ ผปู้ ว่ ยมะเรง็ เปน็ อกี หนง่ึ
กล่มุ เสี่ยงทหี่ ากติดเชื้อโควิด-19 มโี อกาสในการเกดิ อาการรุนแรงมากกวา่ คนสุขภาพดี ดงั นัน้ การสร้าง
ความมน่ั ใจใหผ้ ปู้ ว่ ยมะเรง็ ในการเขา้ รบั วคั ซนี โควดิ -19 และการประเมนิ ผลการตอบสนองหลงั การฉดี วคั ซนี
ให้กับผู้ป่วยมะเร็ง น�าไปสู่การสร้างความเช่ือมั่นในการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ส่งเสริมทัศนคติด้านบวก
ให้กับประชาชนในวงกว้าง ลดโอกาสในการป่วยหนัก ลดปัญหาครองเตียง ลดงบประมาณในการดูแล
นา� พาประเทศไทยไปส่คู วามยั่งยนื ด้านสาธารณสุข

219

การศกึ ษาความปลอดภยั และผลการกระตุ้นภูมติ า้ นทานของวคั ซีน
โรคติดเชือ้ โคโรนา 2019 ชนดิ เชือ้ ตาย (Inactivated vaccine)
และไวรัสเปน็ พาหะ (Adenoviral vector vaccine)ในกลุ่มผทู้ ีเ่ คย
ตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 มาก่อน : การศกึ ษาทางคลินกิ

ผู้วิจยั : ศ.นพ.ยง ภวู่ รวรรณ
หนว่ ยงานผู้วจิ ยั : คณะแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนับสนุนการวจิ ยั และนวตั กรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.)

ท่มี าและความส�าคัญของโครงการ

การใหว้ ัคซนี โควิด-19 เพอื่ เพม่ิ ภมู ติ ้านทานหมู่ให้ในประชากรจึง
มสี ว่ นสา� คญั อยา่ งมากในการลดการแพรร่ ะบาด และอตั ราการตดิ เชอื้
จากการศึกษาก่อนหน้า การกลายพันธุ์ของไวรัสรวมท้ังการลดลง
ของภมู ติ า้ นทานเมอ่ื เวลาผา่ นไป มผี ลทา� ใหอ้ ตั ราการตดิ เชอื้ ซา้� เพมิ่ ขน้ึ
อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลในการศึกษาความปลอดภัยและการตอบ
สนองทางภูมิคุ้มกันของวัคซีน ในผู้ป่วยท่ีมีการติดเช้ือไวรัสโคโรนา
2019 มากอ่ น งานวจิ ยั นจี้ ึงเป็นการทดสอบทางคลนิ กิ เพ่อื ศกึ ษาผล
ดังกล่าวในประชากรผู้ใหญ่ไทยท่ีเคยตดิ เชอ้ื มาก่อน

ผลส�าเร็จจากงานวจิ ยั

งานวิจัยน้ีได้ผลลัพท์จากการกระตุ้นภูมิต้านทานด้วยวัคซีน
โควดิ -19ในประชากรผ้ใู หญไ่ ทยทม่ี กี ารตดิ เชอ้ื มากอ่ นโดยมกี ารศกึ ษา
ทั้งในความปลอดภัย ผลของการกระตุ้นภูมิต้านทานในคนที่มีการ Study design การให้วัคซีนและการเก็บเลือด แสดง
ผลตรวจภูมิคุ้มกนั ชนิด IgG ตอ่ สว่ น nucleocapsid
(a) spike RBD (b) และ anti-S1 IgA (c) ในกลุ่มอาสา
ติดเช้ือโควิด-19 รวมท้ังติดตามแอนติบอดีหลังจากรับวัคซีนไปแล้ว สมคั รทห่ี ายจากการตดิ เชอ้ื มาแลว้ 2-5 เดอื น และกลมุ่
6 เดอื น ซึง่ ข้อมูลดังกลา่ วจะเป็นข้อมลู อา้ งอิงในงานวิจยั ตา่ ง ๆ และให้ อาสาสมคั รทห่ี ายจากการตดิ เชอื้ มาแลว้ 13-15 เดอื น
กระทรวงสาธารณสขุ ใชเ้ ปน็ แนวทางในการเตรยี มแผนในการฉดี วคั ซนี โดยรบั วคั ซนี ซโิ นแวค และวัคซีนแอสตราเซนเนกา
ตามแผนการสรา้ งเสรมิ ภมู ติ า้ นทานโรคโควดิ -19 รวมถงึ สรา้ งความ
เชื่อมั่นให้กับประชาชนในการเข้ารับการเสริมสร้างภูมิต้านทาน
ด้วยวัคซีนโควดิ -19

มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม

ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการการฉีด
วัคซีน รวมทง้ั การวางแผนการ boost วคั ซนี ในกลมุ่ ประชากรท่เี คย
ติดเช้ือมาก่อน ข้อมูลดังกล่าวยัง
สร้างความเช่ือม่ันและเชิญชวน แสดงผลตรวจติดตามภูมิคุ้มกันชนิด IgG ต่อส่วน
anti- RBD IgG ในกลมุ่ อาสาสมคั รท่หี ายจากการตดิ
เช้อื มาแลว้ 2-5 เดือน และกลุม่ อาสาสมัครที่หายจาก
ให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน การตดิ เช้อื มาแล้ว 13-15 เดือน หลงั จากได้รบั วัคซีน
เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานกันเป็น ซโิ นแวค และวคั ซนี แอสตราเซนเนกา มาแลว้ 6 เดอื นเมอ่ื
จ�านวนมาก นอกจากนี้ การให้ นับจากเขม็ แรก
วคั ซนี ในกลมุ่ คนทเ่ี คยตดิ เชอื้ มากอ่ น ยงั เปน็ การลดอตั ราการตดิ เชอ้ื ซา�้
การเข้าโรงพยาบาล ความรุนแรงของการติดเช้ือท่ีอาจจะเกิดข้ึน
การ submit งานวจิ ัยในวารสารระดับนานาชาติ โดยเฉพาะ ในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ซ่ึงจะท�าให้ลดค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ถ้ามี
และมกี ารตพี มิ พ์ในรูปแบบ การวางแผนที่ดี และท�าให้สามารถเปิดประเทศและด�าเนินการทาง
pre-print ใน medRxivhttps://doi. เศรษฐกิจได้ใกลเ้ คยี งกับภาวะปกตอิ กี ครง้ั
org/10.1101/2022.01.03.22268704

(submit Jan 5, 2022)

220

การพฒั นาโซ่ความเย็นของวคั ซนี
โควิด-19 เพื่อควบคมุ อณุ หภมู แิ ละติดตาม
สอบยอ้ นกลับในการขนส่งและเก็บรกั ษา

ผูว้ จิ ยั : รศ. ดร. ดวงพรรณ กริชชาญชัย
หน่วยงานผวู้ ิจยั : ศูนยก์ ารจดั การโลจสิ ติกส์และโซ่อปุ ทานสขุ ภาพ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนุนการวิจัยและนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวิจัยแหง่ ชาติ (วช.)

ท่ีมาและความส�าคญั ของโครงการ

จากสถานการณก์ ารระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนาสายพนั ธ์ุใหม่
2019 (COVID-19) ในช่วงต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ซ่ึงปัจจัยส�าคัญ
ทสี่ ดุ ทจ่ี ะสง่ ผลทา� ใหก้ ารแพรร่ ะบาดสนิ้ สดุ ลงไดเ้ รว็ คอื การใหบ้ รกิ ารวคั ซนี
ที่สามารถต้านไวรัสโควิด-19 และการกระจายแจกจ่ายแก่ผู้รับบริการ
ใหค้ รอบคลมุ ทวั่ ถงึ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพตามความตอ้ งการ จงึ จา� เปน็ ตอ้ ง
มีการพัฒนาระบบเช่ือมโยงข้อมูล ต้ังแต่ผู้ผลิตวัคซีนหรือน�าเข้าวัคซีน
ไปจนถงึ ผรู้ บั บรกิ ารวคั ซนี ทสี่ ามารถตดิ ตามตรวจสอบยอ้ นกลบั (Track
and Traceability) และเรียกคนื (Recall) วคั ซีนได้

ผลสา� เร็จจากงานวจิ ัย

บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องในห่วงโซ่ความเย็นวัคซีน
โควดิ -19 ตง้ั แตต่ น้ นา้� ภายในประเทศ (หนว่ ยงานทนี่ า� เขา้ หรอื บรษิ ทั ผผู้ ลติ )
ไปจนถงึ ผ้ใู หบ้ รกิ าร (โรงพยาบาล) และผรู้ บั บรกิ ารสรา้ งเสรมิ ภมู คิ มุ้ กนั โรค
นอกจากนยี้ งั เปน็ ฐานขอ้ มลู แพลตฟอรม์ ทที่ า� หนา้ ทเ่ี ปน็ Data Exchange
Platform ที่บูรณาการข้อมูล แลกเปล่ียนข้อมูลและส่งผ่านข้อมูลไปยัง
หน่วยงานต่าง ๆ ได้ รวมถึงสามารถแสดงผลผ่าน Dashboard พร้อม
นา� รอ่ งและประยกุ ต์ใชร้ ะบบตดิ ตามตรวจสอบยอ้ นกลบั ทใ่ี ช้ในโซค่ วามเยน็
วัคซีนโควิด-19 เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และน�าเสนอข้อมูลต่อหน่วยงาน ระบบการบูรณาการขอ้ มลู
ภาคสาธารณสุขทเ่ี ก่ยี วข้องต่อไป สถานการณ์การระบาดของโรคติด
มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสงั คม เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (โควิด-19)

สา� หรบั ประเทศไทย

กระทรวงสาธารณสุขมีระบบติดตามสอบกลับวัคซีน ท่ีเพิ่มความ
ปลอดภัยด้านการใช้วัคซีนให้กับประชาชน สามารถติดตามสอบกลับวัคซีนท่ีมีปัญหาได้ก่อนที่น�าไปจ่าย/
จา� หนา่ ยใหก้ บั ประชาชน ตลอดจนชว่ ยลดตน้ ทนุ ในการบรหิ ารจดั การดา้ นโลจสิ ตกิ ส์ และลดคา่ ใชจ้ า่ ยอนั เกดิ
จากผลของการใช้วัคซีนที่มีปัญหาหรือไม่มีคุณภาพได้ รวมถึงประชาชนสามารถตรวจติดตามและสอบ
ย้อนกลับข้อมูลวัคซีนท่ีได้รับ เพื่อให้มีความมั่นใจในคุณภาพของวัคซีนว่ามีประสิทธิภาพและคงคุณภาพ
ดหี รอื ไม่ ผ่านระบบแพลตฟอรม์ ท่ตี รวจติดตามและสอบย้อนกลบั ของวัคซนี COVID-19

221

การศกึ ษาความปลอดภยั และการตอบสนอง
ทางภมู คิ ุ้มกนั หลังไดร้ บั วคั ซนี โควิด-19
ในสตรีตั้งครรภ์

ผ้วู ิจยั : รศ.พญ.เจนจิต ฉายะจนิ ดา
หนว่ ยงานผวู้ จิ ยั : คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ิราชพยาบาล มหาวทิ ยาลัยมหิดล
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนุนการวจิ ยั และนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.)

ที่มาและความส�าคญั ของโครงการ

การศึกษาข้อมูลประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้วัคซีนโควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม
ประชากรทว่ั ไป ซงึ่ ไมม่ สี ตรตี งั้ ครรภเ์ ขา้ รว่ มโครงการ ทงั้ ทสี่ ตรตี ง้ั ครรภถ์ อื เปน็ กลมุ่ เสยี่ งซงึ่ หากตดิ เชอื้ แลว้
โรคจะมีความรุนแรงกว่าคนทั่วไป ดังนั้น สตรีตั้งครรภ์จึงควรได้รับโอกาสในการป้องกันโรคโควิด-19
ดว้ ยวคั ซีนเพ่อื ใหม้ ขี ้อมูลการใช้วคั ซนี ในสตรตี ้ังครรภ์ในประเทศไทยมากข้นึ ทมี วิจยั จึงสนใจท�าการศึกษา
อาการไมพ่ งึ ประสงค์ และระดบั ภมู คิ มุ้ กนั จากการไดร้ บั วคั ซีนโควดิ -19 ในสตรตี ง้ั ครรภ์ ในวคั ซนี ทงั้ 3 ชนดิ
ได้แก่ วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า วัคซีนยี่ห้อซิโนแวค และวัคซีนของไฟเซอร์ ซ่ึงเป็นวัคซีนที่ได้รับการข้ึน
ทะเบยี นในประเทศไทยในขณะน้ี เพอ่ื เปน็ ขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ ประโยชนก์ บั สตรตี งั้ ครรภท์ จี่ ะไดร้ บั วคั ซนี โควดิ -19 ตอ่ ไป

ผลสา� เรจ็ จากงานวจิ ัย

ตามทวี่ างแผนไว้ (ไดร้ บั อนมุ ตั )ิ 165 คน มผี เู้ ขา้ รว่ มการวจิ ยั
ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ณ ปัจจุบัน 152 คน ท่ีผ่านเกณฑ์
การคัดเข้าของโครงการจะถูกสุ่มรับวัคซีนป้องกันโควิด-19
จ�านวน 2 เข็ม โดยแบง่ ออกเปน็ 3 กลุม่ ไดแ้ ก่ กลุม่ ท่1ี จะได้รับ
วัคซีน ChAdOx1/ChAdOx1 กลุ่มที่ 2 จะได้รับวัคซีน
CoronaVac /AstraZeneca และกลุ่มท่ี 3 จะได้รับวัคซีน
BNT162b2/BNT162b2 แต่เนื่องจาก ขณะด�าเนินการวิจัย
กรมควบคมุ โรคไดก้ ระกาศรณรงค์ใหส้ ตรตี งั้ ครรภท์ มี่ อี ายคุ รรภ์ การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร quantitative
anti-SARS-CoV-2 RBD IgG ดว้ ยวธิ ี CMIA
มากกวา่ 12 สปั ดาห์ไดร้ บั วคั ซนี โควดิ -19 เปน็ วคั ซนี BNT162b2 โดยแยกตามชนิดของวคั ซีนท่อี าสาสมัครได้รับ
จา� นวน 2 เขม็ รวมทง้ั จากขอ้ มลู การศกึ ษาทเ่ี พม่ิ มากขนึ้ โครงการ
วิจัยจึงปรับกลุ่มวัคซีนในโครงการให้ได้รับเข็มสองเป็นวัคซีน BNT162b2 โดยเปิดโอกาสให้อาสาสมัคร
กลุ่มที่ 1 และ 2 ซึ่งเข้าร่วมโครงการก่อนวันที่ 23 สิงหาคม 2564 สามารถเลือกรับวัคซีนเข็มที่สองได้
ระหวา่ ง ChAdOx1 และ BNT162b2

มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสงั คม

การคัดกรอง (Screening) การสุม่ สตรตี ง้ั ครรภเ์ ปน็ กลมุ่ เสย่ี งซง่ึ หากตดิ เชอ้ื แลว้ โรคจะมคี วาม
(Randomization) และการฉีดวัคซนี วิจัย รนุ แรงกวา่ คนทวั่ ไป รวมถงึ ยาในการรกั ษาโรคโควดิ -19 ยงั ไม่ได้
มีผลการศึกษาในสตรีต้ังครรภ์มากนัก ซ่ึงยาท่ีรับการรับรอง
จะมีราคาสูง ดังน้ัน การได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 222
จึงเป็นอีกทางเลือกหนงึ่ ในการลดความเจ็บป่วยที่รนุ แรง ซงึ่ อาจ
สง่ ผลตอ่ ทารกในครรภด์ ว้ ย การศกึ ษานจี้ งึ ชว่ ยสรา้ งความมนั่ ใจ
ให้แก่สตรีตั้งครรภ์ในการับวัคซีนโควิด-19 ทั้งในแง่ของความ
ปลอดภัย และประสิทธิภาพในการตอบสนองทางภมู ิคุ้มกันดว้ ย

การศึกษาระดับภูมิคมุ้ กนั จากวัคซีนโควดิ
เข็มที่ 3 ในบุคลากรทางการแพทย์

ผวู้ จิ ัย : นพ.วศิ ษิ ฎ์ ประสิทธศิ ิริกลุ
หน่วยงานผูว้ ิจัย : สถาบนั บ�าราศนราดรู
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564 - 2565
สนับสนนุ การวจิ ยั และนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวิจัยแห่งชาต ิ (วช.)

ที่มาและความสา� คญั ของโครงการ
การวคั ซนี โควดิ -19 Corona Vac 2 เขม็ และมกี ารกระตนุ้ เขม็ ท่ี 3 ดว้ ย ChAdOx1 nCoV-19

มขี อ้ มลู อยจู่ า� กดั ในเรอ่ื งการตอบสนองทางภมู คิ มุ้ กนั การศกึ ษาวจิ ยั นมี้ จี ดุ ประสงคเ์ พอื่ ศกึ ษาระดบั
ของภมู คิ มุ้ กนั ของบคุ คลากรทางการแพทยท์ ี่ไดร้ บั วคั ซนี ปอ้ งกนั โควดิ -19 ทง้ั 3 เขม็ โดยการตรวจ
ระบบ humoral immunity ดว้ ยการตรวจระดบั Anti-spike-IgG และ Neutralizing antibody
ใชว้ ิธี ELISA มกี ารสมุ่ ตรวจระบบ cellular immunity ดว้ ยการตรวจ T cell และ B cell function
ใชว้ ธิ ี ELISpot 3 เดือนหลังจากไดร้ ับวคั ซีนเขม็ ที่ 3
ผลส�าเร็จจากงานวิจยั

จากการศึกษาพบว่า กลุ่มบุคคลากรทางการแพทย์ มีระดับของ humoral immunity
และ cellular immunity ทด่ี ขี น้ึ ท่ี 1 เดอื นหลงั จากไดร้ บั วคั ซนี เขม็ ท่ี 3 เมอื่ พจิ ารณากลมุ่ ทต่ี อบสนอง
ทางภมู คิ มุ้ กนั นอ้ ยกอ่ นไดร้ บั การกระตนุ้ ดว้ ยวคั ซนี เขม็ ท่ี 3 จะตรวจพบ Neutralizing antibody
ทสี่ งู ขนึ้ จากเดมิ ทเี่ ดอื นแรกหลงั กระตนุ้ และภาพรวมของระดบั ภมู คิ มุ้ กนั ทง้ั หมดจะลดลงที่ 3 เดอื น
หลงั จากการกระตนุ้ เขม็ ท่ี 3 ซง่ึ อาจจะไมเ่ พยี งพอตอ่ การปอ้ งกนั ไวรสั SARS-CoV-2
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสงั คม

สามารถเพม่ิ การปอ้ งกนั โรคโควดิ -19ในบคุ คลากรทางการแพทย์ โดยจะทา� ใหล้ ดงบประมาณ
ในการรกั ษามากกว่า 10 เท่า

เผยแพร่ลงในวารสาร Vaccines 2022, กลุ่มบุคคลากรทางการแพทย์
10(2), 217 https://doi.org/10.3390/ มีระดับของ humoral immunity
และ cellular immunity ท่ีดีขึ้น
vaccines10020217 ที่ 1 เดือนหลังจากได้รับวัคซีนเข็ม
ท่ี 3 เม่อื พิจารณากลุม่ ทต่ี อบสนอง
223 ทางภูมิคุ้มกันน้อยก่อนได้รับการ
กระตุ้นด้วยวัคซีนเข็มที่ 3 จะตรวจ
พบ Neutralizing antibody ทส่ี งู ขน้ึ
จากเดิมที่เดือนแรกหลังกระตุ้น
และภาพรวมของระดับภูมิคุ้มกัน
ท้ังหมดจะลดลงที่ 3 เดือนหลังจาก
การกระตนุ้ เขม็ ท่ี3ซง่ึ อาจจะไมเ่พยี งพอ
ต่อการป้องกันไวรัส SARS-CoV

การศกึ ษาการตอบสนองทางภมู คิ มุ้ กัน
และความปลอดภัยหลังจากการฉดี วัคซีน

โควดิ -19 กระตุ้นเขม็ ที่ 3

ผวู้ จิ ยั : รศ.พญ.ณสิกาญจน์ อังคเศกวินยั
หน่วยงานผวู้ จิ ยั : คณะแพทยศาสตร์ศริ ิราชพยาบาล มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวิจัยและนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ัยแหง่ ชาต ิ (วช.)

ทม่ี าและความส�าคัญของโครงการ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา-19 (SARS-
Cov-2) ข้ึนทั่วโลก การป้องกันโรคระบาดดว้ ยวัคซนี จงึ เปน็ มาตรการสา� คัญ
ที่จะช่วยยับยั้งการระบาดของโรคได้ในระยะยาว ปัจจุบันมีการผลิตวัคซีน
ป้องกัน COVID-19 หลายชนิด ซึ่งวคั ซีนในแตล่ ะชนิดมปี ระสทิ ธิภาพปอ้ งกัน
การเกดิ โรคและมอี าการไมพ่ งึ ประสงคท์ แ่ี ตกตา่ งกนั สา� หรบั ผปู้ ว่ ยทม่ี กี ารตดิ
เช้ือตามธรรมชาติจะมรี ะดบั ภูมคิ ุม้ กนั อยู่ไดน้ านอย่างน้อย 3-6 เดอื น ขึน้ กับ
ความรุนแรงของโรค และส�าหรับผู้ท่ีฉีดวัคซีนไปแล้วภูมิคุ้มกันก็จะลดลงตาม
เวลาเช่นกนั โดยอาจคงอยู่ได้นานราว 3-8 เดือน ขน้ึ กับประสทิ ธภิ าพตง้ั ตน้
ของวคั ซนี จงึ จา� เปน็ ตอ้ งไดร้ บั การกระตนุ้ ซา้� เพอ่ื ใหม้ รี ะดบั แอนตบิ อดสี งู เพยี งพอ
ดังน้ันจึงท�าการศึกษาด้านอาการไม่พึงประสงค์ และการตอบสนองทาง
ภมู ิคุม้ กนั จากการได้รับวัคซีนกระตนุ้ เข็ม 3 โดยให้วัคซนี 4 ชนิด ได้แก่ วคั ซนี
จาก viral vector (AstraZeneca), วัคซนี เชื้อตาย (inactivated vaccine:
Sinopharm) และวัคซีนชนิด mRNA (Pfizer) แบบเต็มโดสและแบบคร่ึงโดส
ในอาสาสมคั รท่ีได้รับ Sinovac หรอื AstraZeneca มาครบ 2 เข็มแล้วนาน
8-12 สัปดาห์ เพ่ือได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับการวางแผนการฉีดวัคซีน
โควิด-19 กระตุ้นเขม็ 3 ของประชากรไทยในอนาคต

ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ัย

ข้อมูลความปลอดภัยของวัคซีนทราบถึงระดับแอนติบอดีที่เกิดข้ึน
และความคงอยขู่ องแอนตบิ อดหี ลงั จากไดร้ บั วคั ซนี รวมถงึ ประสทิ ธภิ าพในการ
ป้องกนั โรคของวคั ซีน และเพ่อื เป็นขอ้ มูลในการเฝา้ ระวังการใหว้ คั ซนี กับกล่มุ
ประชากรทม่ี คี วามเสยี่ งตอ่ การแพ้และตดิ ตามความปลอดภยั จากการใชว้ คั ซนี
อยา่ งใกลช้ ดิ

มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสงั คม

การได้รับชนิดของวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้นที่เหมาะสม จะส่งผล
ตอ่ ประสทิ ธภิ าพในการปอ้ งกนั การเกดิ โรคโควดิ -19 ทร่ี นุ แรงได้ ซงึ่ การรกั ษา
ผูป้ ่วยโรคโควดิ -19 แต่ละรายตอ้ งใชง้ บประมาณของประเทศเป็นจา� นวนมาก เอกสารเผยแพร่ผลงานวิจัย

ถ้าหากมีอาการรุงแรงค่าใช้จ่ายในการรักษาก็ยิ่งสูงขึ้น ดังน้ันการศึกษาน้ีจึงท�าให้ทราบชนิดของวัคซีน
โควดิ -19 ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพในการปอ้ งกนั การตดิ เชอื้ โรคโควดิ -19 ตอ่ สายพนั ธต์ุ า่ งๆ ทง้ั ยงั ทา� ใหป้ ระชาชน
ในประเทศมีความม่ันใจในการับวัคซนี เข็มกระตนุ้ อีกดว้ ย

224

การศึกษาความปลอดภัยและการตอบสนอง
ทางภมู ิคุ้มกนั หลังการไดร้ บั วัคซนี โควิด-19

ต่างชนดิ กนั ในชุดแรก

ผวู้ จิ ยั : ผศ.ดร.พญ. สวุ ิมล นิยมในธรรม
หน่วยงานผ้วู จิ ัย : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหดิ ล
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนับสนุนการวจิ ัยและนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ที่มาและความสา� คัญของโครงการ

การปอ้ งกนั โรคโควดิ -19 ดว้ ยวคั ซนี เปน็ มาตรการสา� คญั
ทจ่ี ะยบั ยงั้ การระบาดและอาการรนุ แรงของโรคจากการตดิ เชอื้
ไวรัสโคโรนา-19 (SARS-Cov-2) เพื่อให้มีข้อมูลวัคซีน
โควดิ -19 ทม่ี ใี ช้ในประเทศไทย ตง้ั แตช่ นดิ แรกทเ่ี ขา้ มาในประเทศ
และการตอบสนองต่อการระบาดของสายพันธุ์กลายพันธุ์
ทมี ผวู้ จิ ยั จงึ ไดท้ า� การศกึ ษาวจิ ยั อาการไมพ่ งึ ประสงคแ์ ละการ
ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันหลังจากได้รับวัคซีนโควิด-19
ในประชากรไทย เพื่อให้ได้ข้อมลู ท่เี ป็นประโยชน์ในการกา� หนด
แนวทางและนโยบายการบริหารวัคซนี โควดิ -19 ของประเทศ

ผลสา� เร็จจากงานวิจัย

ทราบถึงอัตราการเกิดผลข้างเคียงในผู้ท่ีได้รับวัคซีน
โควิด-19 ท่ีต่างชนิดกันในวัคซีนชุดแรกและระดับภูมิคุ้มกัน
ดว้ ยวธิ ี Chemiluminescent microparticle immunoassay
(CMIA) เพื่อหาระดับของ SARS-CoV-IgG II Quant for
SARS-CoV-2 receptor binding domain (RBD) of spike
protein (Abbott) และวธิ ี Neutralizing antibody เพอื่ หาระดบั
ภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ต่างๆ ร่วมกับการวิเคราะห์โดยใช้
Interferon-gramma release assay (IGRA) ทา� ใหท้ ราบถงึ
การตอบสนองชนดิ พงึ่ เซลล์หลงั จากไดร้ บั วคั ซนี สตู รสลบั เทยี บ
กบั วคั ซนี ทเ่ี หมอื นกนั ในชดุ แรก

มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม

การได้รับวัคซีนโควิด-19 ชนิด และรูปแบบที่เหมาะสม
จะสง่ ผลตอ่ ประสทิ ธภิ าพในการปอ้ งกันการเกิดโรคโควดิ -19
ทร่ี นุ แรงได้ ซึ่งการรกั ษาผปู้ ว่ ยโรคโควดิ -19 แตล่ ะรายต้องใช้
งบประมาณของประเทศเปน็ จา� นวนมากถา้ หากมอี าการรนุ แรง เอกสารเผยแพรผ่ ลงานวจิ ยั

คา่ ใชจ้ า่ ยในการรกั ษากย็ งิ่ สงู ขน้ึ ดงั นนั้ การศกึ ษานจ้ี งึ ทา� ใหท้ ราบชนดิ และรปู แบบตอ่ การรบั วคั ซนี
โควิด-19 ในการป้องกันการติดเชื้อโรคโควิด-19 ต่อสายพันธุ์ต่างๆ ทั้งยังท�าให้ประชาชน
ในประเทศมคี วามมน่ั ใจในการับวัคซนี ท่ีต่างชนดิ กันอีกดว้ ย
225

การพฒั นาต้นแบบ เคร่อื งดึงวัคซีนอัตโนมัติที่ใชง้ านกับวัคซีน
แอสตราเซเนกา เพือ่ การประยกุ ต์ใช้ในกระบวนการฉดี วคั ซีนป้องกนั

โรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา-2019 ของประเทศไทย

ผวู้ จิ ยั : รศ.ดร.จุฑามาศ รตั นวราภรณ์
หนว่ ยงานผู้วิจยั : คณะวศิ วกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนับสนนุ การวิจัยและนวัตกรรมโดย สา� นักงานการวจิ ยั แหง่ ชาต ิ (วช.)

ท่มี าและความสา� คัญของโครงการ

จากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19การไดร้ บั วคั ซนี ปอ้ งกนั โรคตดิ เชอื้ โควดิ -19
จะช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตและช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ ในปี 2564 อย่างไรก็ตาม
การฉดี วคั ซนี ใหป้ ระชาชนจา� นวนมาก นา� มาซง่ึ ความเหนอ่ื ยลา้ ของบคุ ลากรการแพทย์ และอาจนา�

มาซงึ่ ความผดิ พลาดของการดึงวัคซนี ได้ อีกทัง้ วัคซนี บางยหี่ อ้ อาทิ
แอสตราเซเนกาซึ่งประเทศไทยน�าเข้ามาเป็นวัคซีนหลักส�าหรับฉีดให้
ประชาชน เป็นวัคซีนชนิดบรรจุขวดหลายโดส และพบว่ามีปริมาณ
วัคซีนส่วนเกินท่ีสามารถดึงได้เพิ่มเติมจากปกติ คณะผู้วิจัยจึงได้มี
การคิดค้นเคร่ืองดึงวัคซนี อตั โนมตั ขิ ้นึ มาชว่ ยเพ่มิ ขีดความสามารถ
ในการดึงและบรรจุวัคซีนลงเข็มฉีดยา เครื่องดึงวัคซีนอัตโนมัติ
ทพ่ี ฒั นาขนึ้ สามารถดงึ วคั ซนี จากขวดบรรจหุ ลายโดสไดอ้ ยา่ งแมน่ ยา�
และรวดเร็ว ภายใต้สภาวะปลอดเชื้อ ซ่ึงจะช่วยลดภาระบุคลากร
ตน้ แบบเครอื่ งดงึ วคั ซนี อตั โนมตั ิ การแพทย์ และชว่ ยให้สามารถใช้วัคซีนได้อย่างคุม้ คา่ สงู สุด

ผลสา� เร็จจากงานวิจัย

เครื่องดึงวัคซีนอัตโนมัติเคร่ืองต้นแบบ ส�าหรับ การใชง้ านจรงิ ของเครอ่ื งดงึ วคั ซนี อตั โนมตั ิ
วคั ซนี แอสตราเซเนกาเครอื่ งแรกของโลกจา� นวน1เครอ่ื ง ทศ่ี นู ยส์ ขุ ภาพแหง่ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
โดยเครื่องสามารถแบ่งวัคซีนใส่เข็มฉีดยาได้ตรงตาม
วัตถุประสงค์ คือ 1 ขวดวัคซีน แบ่งได้ 12 โดส แต่ละ
โดสมีปริมาณวัคซีนอยู่ในช่วง 0.50-0.53 มิลลิลิตร
และไม่เหลือวัคซีนตกค้างอยู่ภายในขวดวัคซีน ท�าให้
ม่ันใจได้ว่าเคร่ืองดึงวัคซีนอัตโนมัติ สามารถท�างานได้
อยา่ งแมน่ ยา� สะดวกรวดเรว็ มคี วามสะอาดและปลอดภยั
ตามมาตรฐานทางการแพทย์ และสามารถใชง้ านไดจ้ รงิ

มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม

การใช้เครื่องดึงวัคซีนอัตโนมัติจะช่วยให้เกิดการใช้วัคซีนที่มีอยู่อย่างจ�ากัดได้อย่างคุ้มค่า 226
และเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ โดยวคั ซนี 1 ขวด จากเดมิ สามารถแบง่ ได้ 10 โดส แตเ่ มอื่ ใชเ้ ครอื่ งแบง่ วคั ซนี
อตั โนมตั จิ ะไดป้ รมิ าณวคั ซนี เพม่ิ ขนึ้ เปน็ 12 โดสไดอ้ ยา่ งเทย่ี งตรงและแมน่ ยา� คดิ เปน็ ปรมิ าณวคั ซนี
ที่ได้เพิ่มมา 20% นั่นหมายความว่า จะมีคนได้รับวัคซีนเพิ่มอีก 20% และช่วยลดงบประมาณ
ของประเทศในการจัดหาวคั ซนี ได้

การพัฒนาระบบประเมินตวั ชว้ี ัดผลกระทบ
จากวัคซีนโควิด-19 และการติดเช้ือโควิด-19

ผวู้ ิจัย : ศ.นพ.ธรี ะวัฒน์ เหมะจฑุ า
หนว่ ยงานผู้วิจยั : คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนับสนนุ การวจิ ยั และนวัตกรรมโดย ส�านกั งานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ท่มี าและความสา� คญั ของโครงการ

ผลกระทบจากการติดเช้ือโควิด-19 นั้น ส่งผลต่อผู้ป่วยท้ัง
ระยะสั้นและระยะยาวโดยพบว่า ผู้ป่วยหลังได้รับการรักษาจนหาย
แล้ว ยังคงมีอาการทางคลินิกหลงเหลืออยู่ และอาจมีความรุนแรง
อย่างต่อเนื่อง นอกจากน้ี การอักเสบท่ีเกิดจากโควิด-19 อาศัย
กลไกเดยี วกบั โรคความเสื่อมของระบบประสาท จึงคาดวา่ จะส่งผล
ต่ออุบัติการณ์ของโรคสมองเส่ือมในอนาคต การพัฒนาระบบ
ประเมินตัวชี้วัดผลกระทบจากการติดเชื้อโควิด-19 และวัคซีน งานประชุม ASNA Asean Neurological association
โควิด-19 จึงมคี วามส�าคัญและจ�าเปน็ อย่างมาก วนั ท่ี 20 ตลุ าคม 2564 หวั ขอ้ Potential mechanisms for
long-term sequelae of COVID-19 infection

ผลสา� เร็จจากงานวจิ ยั

ระบบประเมินตัวชี้วัดดังกล่าวสามารถใช้เป็นเคร่ืองมือที่ช่วย
ในการประเมินความเสี่ยงหรือผลกระทบจากการติดเชื้อโควิด-19
อกี ทงั้ ชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจพยาธสิ ภาพของโรคตดิ เชอื้ โควดิ -19มากขน้ึ เขา้ ใจ
การตอบสนองต่อกระบวนการอักเสบต่อเชื้อโควิด-19 มากข้ึน
รวมถึงท�าให้ทราบสาเหตุการเกิดผลข้างเคียงของวัคซีนโควิด-19 บรรยายให้ความร้เู รอ่ื ง “อาการแทรกซ้อนหลงั การติดเช้ือ
มากขน้ึ และยงั แสดงใหเ้ หน็ วา่ โรคโควดิ -19 หรอื การเกดิ ผลขา้ งเคยี ง ไวรัสโควดิ -19 (Long Covid-19)”

จากวคั ซีนมีผลทา� ใหเ้ กิดการสะสมของพยาธสิ ภาพโรคอัลไซเมอร์
หรือสมองเส่ือมหรือไม่ ผ่านกลไกทางอิมมิวโนวิทยาอะไร น�าไปสู่
แนวทางการทา� นายหรอื ปอ้ งกนั ภาวะดงั กลา่ ว

มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม

มมี ลู คา่ มากกวา่ 20 เทา่ ของ
งบประมาณ เนื่องจากการด�าเนิน
การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19
และมอี าการแพว้ คั ซนี ทมี่ ภี าวะความ บรรยายให้ความรู้เร่อื ง “วิธปี อ้ งกันตัว สถานการณ์โควดิ
รุนแรงในระบบร่างกายต่าง ๆ เช่น โอมิครอนระบาดหนักและลองโควิด” ให้กับผู้บริหาร
สมอง หวั ใจ หรืออื่น ๆ มรี ะยะเวลา ระดับสงู กรรมการ และพนกั งาน

และค่าใช้จา่ ยที่สงู มาก เช่น การดูแลคนไขท้ ี่มผี ลกระทบทางสมอง 1 คนใช้
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 600,000 บาท/ปี หากลงมือป้องกันด้วยการปรับเปล่ียน
วถิ ชี วี ติ จะลดอตั ราการเลวลงของระดบั พทุ ธปิ ญั ญาจาก ดว้ ย odds ratio
งานประชุม : วิชาการเพื่อเพิ่มพูลความรู้และ 1.31 ในสองปี การชะลอการเกดิ สมองเส่อื มได้เฉลีย่ คนละ 0.47 ปี เท่ากบั
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดเห็นให้กับ ประหยดั เงนิ คนละ 290,000 บาท หากคดิ วา่ ความชกุ ของโรคอลั ไซเมอรแ์ ฝง
แพทย์/ทันตแพทย์อย่างต่อเนื่อง เร่ือง “Im- 1/6 จะใช้เงินในการตรวจ ชุดใหญ่ 90,000 บาท หรอื ชุดเลก็ 30,000 บาท
pact of COVID-19 Vaccine Related Ad- เพอื่ จะปอ้ งกันได้ 1 คน เทา่ กบั ก�าไร 3.2-9.6 เทา่
227 verse Effects and Long COVID-19 Why
not INTRADERMAL ?”

การพฒั นาระบบสงั เคราะหอ์ นภุ าค
นาโนไขมนั ส�าหรับนา� ส่งอารเ์ อ็นเอ
เพ่ือการพัฒนาวัคซนี โควิด-19

ผวู้ ิจยั : ผศ.ดร. ศุภกร รักใหม่
หน่วยงานผวู้ ิจัย : สถาบนั วิจัยแสงซนิ โครตรอน (องค์การมหาชน)
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนบั สนนุ การวิจัยและนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวิจยั แหง่ ชาต ิ (วช.)

ทม่ี าและความส�าคัญของโครงการ

การพฒั นาวัคซีนแบบ mRNA จา� เปน็
ตอ้ งใชร้ ะบบนา� สง่ สารพนั ธกุ รรมเขา้ สเู่ ซลล์
โดยไม่ให้เกิดความเสียหาย ระบบท่ีมี
ประสิทธิภาพและถูกใช้ในปัจจุบันคือระบบ
น�าส่งด้วยอนุภาคนาโนไขมัน (lipid nano
particle vessel) โดยปัจจุบันประเทศไทย
มีขีดความสามารถในการผลิต mRNA ภาพอปุ กรณ์ไมโครฟลอู ดิ กิ ทผี่ ลติ ขน้ึ ทสี่ ถาบนั วจิ ยั แสงซนิ โครตรอน
(ซ้าย) และภาพด้านขวาแสดงการจ�าลองการผสมกันของของไหล
แต่ยังขาดองค์ความรู้และเครื่องมือส�าหรับ ในไมโครฟลอู ดิ ิก โดยใชต้ ัวแทนเปน็ นา�้ (สีเขยี ว) และเอทานอล (สีแดง)
การสงั เคราะหอ์ นภุ าคนาโนไขมนั สา� หรบั นา� ซ่ึงแสดงลักษณะการผสมกันของของไหลส�าหรับช่องทางการไหล
ลกั ษณะกา้ งปลาการออกแบบไมโครฟลอู ดิ กิ ทมี่ ลี วดลายเหมาะสมเพอื่
สง่ mRNAจงึ ไมส่ ามารถผลติ วคั ซนี mRNA ให้เกิดการเหนี่ยวน�าในการเกิด Lipid Nano Particle ท่ีมีขนาด
อย่างครบวงจรภายในประเทศได้ ซึ่งการ พอเหมาะ โดยการเปลยี่ นแปลงความเรว็ ของสารละลายทเี่ ขา้ ผสมกนั

พฒั นาระบบสงั เคราะหอ์ นภุ าคนาโนไขมนั ดงั กลา่ ว จา� เปน็ ตอ้ งใชเ้ ทคโนโลยหี ลายดา้ นประกอบกนั
เช่น การสร้างอุปกรณ์ไมโครฟลูอิดิก ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคซินโครตรอน รวมทั้งกระบวนการ
สังเคราะห์อนุภาคนาโนไขมันให้มีขนาดและโครงสร้างท่ีเหมาะสมเพ่ือการหุ้มห่อสารพันธุกรรม
ซ่ึงจ�าเป็นต้องมีการศึกษาข้ันตอนและเงื่อนไขท่ีเหมาะสม โครงการนี้จึงมีเป้าหมายเพ่ือสร้างระบบ
สงั เคราะหอ์ นภุ าคนาโนไขมนั พรอ้ มทง้ั องคค์ วามร้ใู นการหมุ้ หอ่ mRNAเพอ่ื สรา้ งขดี ความสามารถ
ในการผลติ วัคซนี แบบ mRNA แบบครบวงจรขึ้นในประเทศ

ผลส�าเรจ็ จากงานวิจยั

ต้นแบบอุปกรณ์ไมโครฟลูอิดิก ส�าหรับการเหน่ียวน�าและควบคุมปฏิกิริยาระหว่างของเหลว
เพื่อให้เกิดอนุภาคไขมันท่ีมีโครงสร้างระดับนาโน รวมถึงกระบวนการหุ้มห่อสารพันธุกรรม
ดว้ ยอนภุ าคนาโนไขมนั เพอื่ การผลติ วคั ซนี แบบ mRNA

มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม

โครงการวจิ ยั น้ี สรา้ งตน้ แบบอปุ กรณ์ และองคค์ วามรเู้ พอื่ สรา้ งขดี ความสามารถในการผลติ
วคั ซนี แบบ mRNA แบบครบวงจรภายในประเทศ ซงึ่ เมอ่ื นา� องคค์ วามรแู้ ละตน้ แบบท่ีได้ไปขยายผล
ในขนั้ ตน้ สา� หรบั การผลติ วคั ซนี จะสามารถลดภาระงบประมาณในการจดั หาวคั ซนี จากตา่ งประเทศ
ได้ประมาณ 20 เท่าของงบประมาณโครงการปัจจุบัน (ประมาณการจาก 50% ของต้นทุน
การจัดหาวัคซีนท่ีลดลง และคาดการณ์ความสามารถในการผลิตวัคซีนได้ประมาณ 1%
ของปริมาณวัคซีน mRNA ท่ีน�าเข้าในช่วงการระบาดท่ีผ่านมา โดยใช้ตัวเลขจากงบประมาณ
การจัดซ้อื วคั ซนี โควิด-19 จ�านวน 35 ลา้ นโดส เป็นเงิน 6,387,285,900 บาท) 228

การพฒั นาวคั ซีนแบบใช้เปปไทด์เปน็ พน้ื ฐาน
เพือ่ ปอ้ งกนั การตดิ เชอ้ื ไวรสั SARS-CoV-2

ผู้วิจยั : ผศ.ดร.พงคศ์ ักด์ิ ขนุ แร่
หนว่ ยงานผู้วจิ ยั : คณะวทิ ยาศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนับสนุนการวจิ ัยและนวตั กรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ยั แหง่ ชาต ิ (วช.)

ทม่ี าและความสา� คัญของโครงการ
จากงานวิจัยกอ่ นหน้าที่มรี ายงานว่า Anti-SARS-CoV-2 monoclonal antibody (mAb)

ชนิด Imdevimab สามารถ neutralize เชือ้ ไวรัส SARS-CoV-2 ได้หลายสายพันธุ์ ด้วยเหตนุ ้ี
ทางคณะผวู้ จิ ยั จงึ มแี นวคดิ ทจี่ ะพฒั นาวคั ซนี โดยอาศยั การนา� เอา Epitope antigens ทจี่ า� เพาะ
ตอ่ Imdevimab มาออกแบบใหเ้ ป็นวคั ซนี multi-epitope peptide based vaccines ที่ผา่ นการ
วิเคราะห์ด้วยเทคนิคทาง computational biology เพื่อให้ได้เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการ
ป้องกนั เชือ้ ไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธ์ุน่ากงั วลตา่ งๆในอนาคต
ผลสา� เรจ็ จากงานวิจัย

องคค์ วามร้ใู นการออกแบบและพฒั นา SARS-CoV-2 peptide-based vaccine platforms
โดยอาศยั เทคโนโลยที างcomputationalbiologyและbioinformaticsเพอ่ื ให้ไดต้ น้ แบบผลติ ภณั ฑ์
วคั ซนี ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพในการกระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั และปอ้ งกนั การตดิ เชอ้ื ไวรสั SARS-CoV-2สายพนั ธ์ุ
น่ากังวลต่างๆ ตลอดจนยังสามารถน�าไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการ
ออกแบบวคั ซนี ชนดิ อนื่ ๆ ในการยบั ยง้ั เชอ้ื กอ่ โรคตา่ งๆ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพเพมิ่ มากขน้ึ ในอนาคต
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม

คิดเป็นมูลค่าเพิ่มข้ึนร้อยละ 25 กล่าวคือ จะสร้างผลกระทบให้กับนักวิจัย นักวิชาการ
หน่วยงานวิจัยทางด้านวัคซีน หรือบริษัทเอกชนที่สนใจน�าเอาองค์ความรู้จากโครงการวิจัยนี้ไป
ตอ่ ยอดเพ่อื พฒั นาวคั ซีนชนดิ ใหมๆ่ ทมี่ ีประสิทธภิ าพทด่ี ีตอ่ ไปในอนาคต

229

การศกึ ษาผลกระทบของ SARS-CoV-2
กลายพนั ธต์ุ ่อภูมิคุม้ กนั ของผู้ตดิ เช้อื

และผตู้ ดิ เช้ือภายหลังได้รับวคั ซีน ในประเทศไทย

ผู้วจิ ยั : ดร. วมิ พ์วรา วัชราทติ ย์
หนว่ ยงานผู้วจิ ยั : คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหิดล
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมโดย ส�านกั งานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

ท่ีมาและความส�าคัญของโครงการ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ รปู แบบผลสา� เรจ็ ของงานวจิ ัย
ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ท่ีมีการแพร่ระบาด
แบบระลอกท่ีต่อเนื่องไปท่ัวโลกรวมถึงประเทศไทย ทา� ให้มี
ผู้ติดเชื้อจ�านวนมาก โดยผู้ป่วยหลายรายไม่แสดงอาการ
(asymptomatic) หรืออาการน้อย (mild symptoms)
จงึ เปน็ สาเหตใุ หโ้ รคนแ้ี พรก่ ระจายไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ นอกจากน้ี
การติดเชื้อ SARS-CoV-2 ยังสามารถท�าให้เกิดภาวะ
ลองโควิด (Long COVID) ที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพ
ของผูต้ ิดเชอื้ ในระยะยาวอีกดว้ ย
ผลสา� เร็จจากงานวิจัย

องคค์ วามรทู้ ี่ไดจ้ ะสามารถบง่ ชคี้ วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งชนดิ ของไซโตไคนแ์ ละแอนตบิ อดี ทห่ี ลง่ั
ในกระแสเลอื ดตอ่ สายพนั ธ์ุ SARS-CoV-2 ซงึ่ การระบชุ นดิ ของไซโตไคนส์ ามารถนา� มาศกึ ษากลไก
การออกฤทธิ์ (Mechanism pathway) ของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายท่ีมีต่อแต่ละสายพันธุ์
เพอ่ื วางแผนการพฒั นาการรกั ษาและปอ้ งกนั การเสยี ชวี ติ หรอื ปว่ ยระยะยาวจาก inflammatory
host immune response ตอ่ ไป

มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสงั คม

การพฒั นากลยทุ ธก์ ารรกั ษาโรค COVID-19 แบบใหมอ่ าจสามารถชว่ ยควบคมุ COVID-19
ในประเทศไทยและนา� ไปสกู่ ารฟน้ื ฟเู ศรษฐกจิ ของประเทศจา� นวนทคี่ าดวา่ จะเพมิ่ ขน้ึ จากงบประมาณ
ที่ไดร้ ับเป็น 5 เท่า

ผทู้ ค่ี าดวา่ จะไดร้ บั ประโยชนจ์ ากผลงานวจิ ยั 230

การศกึ ษาประสทิ ธผิ ลการควบคุมโรคโควิด-19
ด้วยการฉดี วัคซีนเข็มกระตุน้
ในบุคลากรการแพทย์

ผู้วจิ ัย : ศ.นพ. ภาสกร ศรีทพิ ย์สโุ ข
หน่วยงานผ้วู ิจยั : คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนบั สนุนการวิจัยและนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวจิ ัยแห่งชาต ิ (วช.)

ทมี่ าและความส�าคัญของโครงการ
การตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อโควิด-19 ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มี 2 หลักการ คือการตรวจหา

สว่ นประกอบของเชอ้ื ไวรสั ทงั้ ชนดิ กรดนวิ คลอิ กิ และการตรวจหาภมู ติ า้ นทานไวรสั ชนดิ แอนตบิ อดี
โดยวิธี immunoassay ในรูปแบบ ELISA และ lateral flow immunochromatography
เพอื่ ตรวจหาภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ โปรตนี spike (S) หรอื nucleocapsid (N) ของเชอ้ื ไวรสั SARS-CoV-2
ซึ่งสามารถพบไดจ้ าก การตดิ เชื้อและจากการไดร้ ับวคั ซนี โควิด-19
ผลสา� เรจ็ จากงานวิจัย

ความแมน่ ยา� ของการตรวจ anti-Orf8 โดยเปรยี บเทยี บกบั ผลการตรวจมาตรฐาน RT- PCR
ในการวนิ จิ ฉยั การตดิ เชอ้ื โควดิ -19โดยทดสอบกบั บคุ ลากรโรงพยาบาลธรรมศาสตรฯ์ ทเ่ี ขา้ เกณฑ์
การสอบสวนการตดิ เชอ้ื โควดิ -19ในชว่ งการระบาดโดยเกบ็ ตวั อยา่ งเลอื ดจากปลายนว้ิ ผรู้ บั บรกิ าร
ตรวจ รอ 15 นาทใี หแ้ ถบบนชดุ ตรวจแสดงผล แปลผลไดด้ ว้ ยตนเอง
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสงั คม

ผลงานวิจัยสามารถน�าไปใช้ในการคัดกรองตรวจในผู้ท่ีเข้าเกณฑ์การสอบสวนการติดเช้ือ
โควิด-19 ท่ีมาโรงพยาบาล เพ่ือลดการแพร่ระบาดของเช้ือโควิค-19 ซ่ึงจะน�าไปสู่การลดความ
คา่ ใชจ้ า่ ยในการรกั ษาพยาบาล รวมถงึ ลดความาสญู เสยี ทจี่ ะเกดิ ขนึ้ ทง้ั กบั ประชาชนและบคุ ลากร
ทางการแพทย์

ภาพชดุ การตรวจ anti-Orf8 ในการคดั กรองการตดิ เชอื้ โควดิ -19

231

การพัฒนาซเู ปอรเ์ อนไซม์อาร์เอน็ เอ
โพลเี มอเรสเพ่อื การผลิตวัคซนี ชนิด mRNA

ทีม่ ปี ระสิทธิภาพสงู และตน้ ทุนตา่�

ผวู้ ิจยั : รศ. ดร.ศรินทร์ ฉมิ ณรงค์
หนว่ ยงานผูว้ ิจัย : สถาบันชีววทิ ยาศาสตร์โมเลกลุ มหาวิทยาลัยมหิดล
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนับสนนุ การวิจยั และนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวจิ ัยแห่งชาติ (วช.)

ทมี่ าและความสา� คัญของโครงการ

ในการผลิตวัคซีนชนิด mRNA เพ่ือใช้ในการป้องกันและ
ลดความรุนแรงของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาศัยการท�างานของ
เอนไซม์ T7RNAP ซงึ่ มกั จะมกี ารสร้าง dsRNA เจือปน ท�าให้
ระบบภูมิคุ้มกันโดยก�าเนิดถูกกระตุ้นให้ไปขัดขวางการผลิต
antigen และส่งผลโดยตรงท�าให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลด
ต�่าลง การค้นหาเอนไซม์กลายพันธุ์ประสิทธิภาพสูงที่ไม่สร้าง
dsRNA จงึ ชว่ ยลดขนั้ ตอนและตน้ ทนุ ในการกา� จดั การปนเปอ้ื น การหาเอนไซม์T7RNAPกลายพนั ธป์ุ ระสทิ ธภิ าพสงู หรอื ซเู ปอร์
ดงั กลา่ ว อกี ทง้ั ยงั สรา้ งทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาใหมท่ เ่ี ปน็ พนื้ ฐาน เอนไซม์ท่ีไม่สร้าง dsRNA จากการเหน่ียวน�าให้เกิดการ
ของภาคอุตสาหกรรมการผลติ วัคซีนด้วย กลายพันธุ์แบบสุ่ม สามารถน�าไปต่อยอดสู่การผลิตวัคซีน
ชนิด mRNA ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ต้นทุนต่�าส�าหรับป้องกัน
ผลส�าเร็จจากงานวจิ ยั การติดเชื้อโรคไวรัสโควิด 19 และเอ้ือประโยชน์ต่องานวิจัย
ท่ีเก่ียวขอ้ งได้ในอนาคต

สามารถผลิตเอนไซม์ T7RNAP ท่ีบริสุทธ์ิและสามารถ ผลส�าเร็จของการผลิต
ใชผ้ ลติ mRNA ได้ในปรมิ าณสงู เทยี บเทา่ กบั เอนไซมท์ มี่ จี า� หนา่ ย และท�าให้บริสุทธิ์ของ
ในท้องตลาด และได้สร้างคลังของโปรตีนกลายพันธุ์แบบสุ่ม เอนไซม์อาร์เอ็นเอลี
เมอเรสท่ีมาจากเฟจ
ชนิดต่างๆ (A) T7R-
ท่ีครอบคลุมกรดอะมิโนในทุกต�าแหน่งของเอนไซม์ T7RNAP NAP (B) KP34RNAP
ซงึ่ ถกู ยนื ยนั จากการวเิ คราะหผ์ ล DNA sequencing แลว้ ซงึ่ ใน และ (C) VSW3RNAP
โดยแสดงผลบน 10% SDS-PAGE ท่ยี ้อมด้วยสี Coomassie
และยืนยันผลด้วยเทคนิค Western blotting ต่อ His-tag
ขณะนกี้ า� ลงั คดั เลอื กเอนไซมก์ ลายพนั ธท์ุ ส่ี ามารถสรา้ ง mRNA ในโปรตีน (D) เอนไซม์ T7RNAP ทผี่ ลิตขึน้ นั้นมีประสทิ ธิภาพสงู
ได้ในปริมาณมากโดยปราศจากทั้งการปนเปื้อนของ dsRNA เทยี บเทา่ กบั เอนไซมท์ มี่ ขี ายในทอ้ งตลาดในการสรา้ งสาย mRNA
ผ่านกระบวนการ in vitro transcription ซึ่ง mRNA ท่ีผลิต
และลดการกระตนุ้ ระบบภมู คิ มุ้ กนั โดยไมจ่ า� เปน็ อยู่ ได้ถูกแสดงบน 1.2% formaldehyde agarose gel ทยี่ ้อมดว้ ย
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม ethidium bromide

การตอ่ ยอดผลงานวจิ ยั ทจ่ี ะได้โดยการนา� เอนไซม์ T7RNAP ใหมม่ าประยกุ ต์ใช้ในการการผลติ วคั ซนี
mRNA ภายในประเทศจะชว่ ยลดมูลคา่ การนา� เข้าวัคซีนชนิด mRNA จากตา่ งประเทศ และเพิม่ มูลค่าทาง
อตุ สาหกรรมการผลติ วคั ซนี ในประเทศซงึ่ คณะผวู้ จิ ยั คาดการณว์ า่ จะสามารถเพมิ่ ผลกา� ไรจากงบประมาณ
ท่ีไดร้ ับประมาณ 10 เทา่ เปน็ อยา่ งน้อย

แนวทางการนา� ผลงานวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชนห์ ลงั โครงการวจิ ยั สา� เรจ็ คณะผวู้ จิ ยั จะตพี มิ พ์
ผลงานวจิ ยั ในวารสารวชิ าการระดบั นานาชาตแิ ละจดทะเบยี นทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาของ
เอนไซม์ T7RNAP กลายพนั ธท์ุ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพสงู ทค่ี น้ พบใหมน่ ี้ กอ่ นทจี่ ะนา� ไปตอ่ ยอด
ในแง่ต่างๆ ทั้งอุตสาหกรรมการผลิตเอนไซม์เพ่ือจัดจ�าหน่ายหรือแจกจ่ายแก่นักวิจัย
จากสถาบนั วจิ ยั ทงั้ ของภาครฐั และเอกชนภายในประเทศในการนา� ไปใชก้ บั งานวจิ ยั อน่ื ๆ
อีกท้งั ยังสามารถน�าไปใช้ในการผลิตวคั ซนี ชนดิ mRNA ตอ่ โรคต่างๆทีม่ ีประสทิ ธิภาพ
สูงแต่ต้นทุนต�่าทั้งในระดับงานวิจัยและอุตสาหกรรม เพ่ือช่วยเพิ่มมูลค่าทาง
อตุ สาหกรรมการผลติ วคั ซนี ในประเทศตอ่ ไป ซง่ึ คณะผวู้ จิ ยั คาดการณว์ า่ นา่ จะสง่ มอบ
ผลงานใหแ้ กผ่ ู้ทีส่ นใจเพ่ือนา� ไปใช้ไดภ้ ายในปี 2567

232

laกctาoรbพaัฒcilนliาทแ่ีมลกีะปารระแเสมดนิ งคอวอากมขสอางมโาปรรถตขนี อsงpreikceoบmนbผinิวaเซnลtล์
ในการกระตุ้นภมู ิคุม้ กนั ต่อไวรสั SARS-CoV2

ผู้วจิ ัย : อ. ดร.มณั ฑนา แจ่มกลาง
หนว่ ยงานผวู้ จิ ยั : สา� นักวชิ าวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสรุ นารี
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนบั สนุนการวิจยั และนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)

ท่ีมาและความสา� คัญของโครงการ
การผลติ วคั ซนี รปู แบบทใี่ หผ้ า่ นทาง mucus membrane หรอื ระบบเยอ่ื เมอื ก จะชว่ ยกระตนุ้ การสรา้ ง

protective antibody ชนดิ IgA ทช่ี ว่ ยลบลา้ งฤทธข์ิ องอนภุ าคไวรสั ทผ่ี า่ นเขา้ มาทางระบบเยอ่ื เมอื กไดอ้ ยา่ ง
มีประสทิ ธิภาพ ซึ่งการประยุกต์ใช้จลุ ินทรีย์โปรไบโอตกิ หรอื กลุ่ม Lactic Acid Bacteria (LAB) มาผลติ
ชิ้นส่วนแอนติเจนท่ีสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันผ่านทางการกินเป็นตัวเลือกท่ีน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ดังน้ัน
งานวจิ ยั นม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื พฒั นา mucosal vaccine โดยการผลติ recombinant LAB โดยใชจ้ ลุ นิ ทรยี ์
LAB สายพนั ธทุ์ ป่ี ลอดภยั และมีประโยชน์ต่อร่างกายในดา้ นตา่ ง ๆ มี probiotic effect และสามารถบรรจุ
ชิ้นส่วนยีนที่สามารถสร้างโปรตีนของไวรัสเพ่ือแสดงออกได้ท่ีผิวเซลล์หรือปล่อยออกนอกเซลล์
ของจลุ ินทรีย์เพอ่ื กระตนุ้ ภมู ิคมุ้ กนั ของร่างกายแบบ Adaptive immune responses ตอ่ การติดเชอ้ื

ผลสา� เรจ็ จากงานวิจยั
ได้ recombinant Lactiac Acid Bacteria (LAB) ที่สามารถน�ามาใช้ในรปู แบบของ oral vaccine

ตอ่ ไวรสั SARS-CoV2ซง่ึ วคั ซนี ชนดิ นมี้ ขี อ้ ดจี ากจลุ นิ ทรยี ์LABทมี่ คี ณุ สมบตั เิ ปน็ โปรไบโอตกิ และยงั สามารถ
ผลติ ชนิ้ สว่ นของแอนตเิ จนทสี่ ามารถกระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ ไวรสั SARS-CoV2 โดยภมู คิ มุ้ กนั ท่ีไดจ้ ะเปน็ แบบ
mucosalimmunityซง่ึ เปน็ protectiveantiboyสา� หรบั อนภุ าคไวรสั ทรี่ กุ รานเขา้ มาทางเยอื่ เมอื ก(mucous
membrane)นอกจากนี้prototypeท่ีไดจ้ ากงานวจิ ยั ครง้ั นย้ี งั สามารถประยกุ ต์ใชก้ บั การผลติ oralvaccine
กบั เชอื้ กอ่ โรคชนดิ อน่ื ๆทอี่ าจเปน็ เชอื้ อบุ ตั ใิ หมใ่ นอนาคตทา� ใหม้ แี พลตฟอรม์ ทสี่ ามารถรบั มอื กบั สถานการณ์
โรคระบาดไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที

มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม
หากมกี ารนา� วคั ซนี ในรปู แบบชนดิ นนี้ า� ออกสตู่ ลาด จะชว่ ยลดคา่ ใชจ้ า่ ยในการซอื้ วคั ซนี ในรปู แบบอน่ื ๆ

จากตา่ งประเทศ โดยผลกระทบที่ไดท้ างเศรษฐกจิ จะมคี วามคมุ้ คา่ มากกวา่ งบประมาณท่ีไดร้ บั จากทนุ วจิ ยั
เป็นจ�านวนมากกว่า 200 เท่า ส�าหรับผลกระทบทางสังคมคือมีส่วนช่วยให้การเข้าถึงของวัคซีนได้ในทุก
กลุ่มประชากรไดเ้ พิม่ ข้ึน ลดความเหลอ่ื มลา้� ในเรื่องคณุ ภาพชีวติ ของประชากรทกุ ระดับ

แผนผงั ขนั้ ตอนการศกึ ษาวจิ ยั การสรา้ ง ก า ร ก ร ะ ตุ ้ น ภู มิ คุ ้ ม กั น ต ่ อ
อนุภาคไวรัส SARS-CoV2
233 recombinant Lactic Acid Bacteria (LAB) เพอ่ื เปน็ oral vaccine ทางการกิน โดย Probiot-
ic-based vaccine เปน็ การให้
จุลินทรีย์โปรไบโอติกสร้างชิ้น
ส่วนแอนติเจนของไวรัส เพื่อ
ผ่านเข้าทาง M cells ที่อยู่
บริเวณล�าไส้ จากนั้นแอนติเจน
จะถกู นา� เสนอตอ่ T helper cell
(Th) โดย dendritic cells (DC) เพ่ือชักน�าให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกับแบบ
Adaptive immune responses และมีการสร้าง IgA แล้วถูกปล่อยออกไปยัง
mucus membrane เพือ่ เปน็ protective antibody ตอ่ อนภุ าคไวรัสที่เข้ามา
ทางเยอ่ื เมอื ก

การวจิ ยั เพอื่ ลดผลกระทบ
ดา้ นเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการ

ศึกษา

• การสรา้ งนักพัฒนาเศรษฐกจิ แบบองค์รวมเพอ่ื การพัฒนาชุมชนดว้ ยองค์ความรแู้ ละเทคโนโลยี 235
• การส�ารวจการปรบั ตวั ของชมุ ชนวิถีใหม่ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 236
• ระบบบริหารจดั การโลจิสติกส์เวชภณั ฑท์ ่มี ิใช่ยาเพอื่ รองรับสถานการณ์ COVID-19 237
• การพัฒนาระบบบริหารสถานการณ์รองรับการแพรร่ ะบาดโควดิ -19 รอบท่ี 2 238
• ระบบปญั ญาประดิษฐเ์ พือ่ ประเมินพฤติกรรมการดแู ลสุขภาพของประชาชนในช่วงโควดิ -19 AI Mask 239
• การศึกษาผลกระทบและความเส่ียงต่อโรคโควิด-19 ในกลุ่มประชากรชาวเขาในพื้นท่ีตะเข็บชายแดน 240
241
และความพร้อมต่อการปอ้ งกนั และควบคมุ กรณีเกดิ การระบาด 242
• แนวทางการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมด้วยทฤษฎีการออกแบบอย่างมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมระบบคัดกรอง 243
244
ผปู้ ว่ ยและออกแบบหอ้ งปลอดเชื้อในโรงพยาบาลชุมชน 245
• การศึกษาผลกระทบของการระบาดโรคโควิด-19 ต่อสภาวะช็อกและมุมมองอนาคตทางอาชีพส�าหรับ 246
247
นกั ศกึ ษา และบณั ฑิตใหม:่ กลยทุ ธท์ างเลือกในการพัฒนาอาชพี ระยะสน้ั ระยะกลาง และ ระยะยาว 248
• การสร้างความรู้ ทศั นคติ และการปรับตัวตามแนวทาง “ชีวติ วิถีใหม่” และคุณภาพชีวติ ในกลุ่มคนไทย 249

ในสถานการณ์การระบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019: การส�ารวจภาคตัดขวางแบบออนไลน์ 250
• ความคิดเห็น ความพร้อมและแนวโน้มท่ีเป็นไปได้ในการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรให้เป็นทางเลือก 251
252
แกป้ ญั หาภาวะตกงานเนื่องจากสถานการณ์โควดิ -19 กรณีศึกษา อา� เภอหนองมะโมง จังหวดั ชยั นาท 253
• การเตรยี มความพรอ้ มและแนวทางการปรบั ตวั ในการดา� เนนิ ธรุ กจิ ของวสิ าหกจิ ขนาดยอ่ ม (SE) เพอ่ื แก้ไข 254
255
ผลกระทบทางเศรษฐกจิ ตอ่ สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ในภาคตะวนั ตก 256
• การบริหารความเสี่ยงและการพัฒนากลยุทธ์ความเป็นสากลของมหาวิทยาลัยไทยในสถานการณ์ 257
258
COVID 19 : กรณีศกึ ษาคณะพาณชิ ยศาสตรแ์ ละการบัญชี มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ 259
• การพฒั นานวตั กรรมเพอื่ แก้ไขปญั หาการฆา่ ตวั ตายในชว่ งการระบาดของโรคโควดิ -19 ของประเทศไทย 260
• การศกึ ษาระบาดวิทยาของโรคโควิด-19 ในกล่มุ แรงงานต่างดา้ ว 261
• การศึกษาพฤติกรรมการปรับตัวของผู้เข้ารับบริการร้านอาหารส�าหรับออกแบบและพัฒนาต้นแบบ 262

รา้ นอาหารวถิ ีใหม่ในสงั คมเปลย่ี นแปลง (New Normal) เพอื่ สรา้ งมาตรฐานของการเสรมิ สรา้ งสขุ อนามยั 263
ที่ดีใหร้ ้านอาหาร 264
• การวเิ คราะหค์ วามนา่ จะเปน็ ของการอยรู่ อดและแนวทางการปรบั ตวั ของวสิ าหกจิ ชมุ ชน ภาคเหนอื ภายใต้
สถานการณ์การระบาดของโรคโควดิ -19
• การสรา้ งความยงั่ ยนื ทางเศรษฐกจิ ตอ่ แรงงานทเี่ คลอ่ื นยา้ ยกลบั สทู่ อ้ งถนิ่ ในภาคธรุ กจิ ทอ่ งเทย่ี วและบรกิ าร
ภายใต้แนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
• การพฒั นารูปแบบการจดั การเรยี นรู้สา� หรบั ครรู ะดับการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน เพ่ือผ้เู รยี นที่ได้รับผลกระทบ
จากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
• การส�ารวจผลกระทบด้านสุขภาพและระดับของประสิทธิภาพบุคคลในระหว่างมีการระบาดของโคโรนา
ไวรัส - โครงการรว่ มมอื ระดับนานาชาติ
• การพลกิ ฟ้ืนเศรษฐกจิ ไทย: สกู่ ารกา้ วผ่านปัญหาโควดิ -19 อย่างย่งั ยืน
• การพัฒนาต้นแบบเพ่ือการเฝ้าระวังเพ่ือลดผลกระทบของการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 และการเกิด
สถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพบิ ัติในโรงงานขนาดใหญด่ ้วยระบบเฝ้าระวังจากเทคโนโลยภี ูมสิ ารสนเทศ
• Big Data กับพฤติกรรมผ้บู รโิ ภคในช่วงวกิ ฤต COVID-19 - กรณศี กึ ษาโครงการคนละครงึ่
• การพัฒนาระบบบริการดูแลแบบแยกกักตัวที่บ้านของผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดสงขลาอย่างมีส่วนร่วม :
การออกแบบการดา� เนนิ การ และการประเมนิ ผล
• การพัฒนาศักยภาพชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรค
โควดิ -19 : กรณศี กึ ษาจงั หวดั เชียงราย
• การพฒั นาโปรแกรมการฝกึ อบรมครูแบบดจิ ิทลั เพ่อื สง่ เสริมคุณภาพการสอนของครูและการมสี ่วนรว่ ม
ของพอ่ แม่ผปู้ กครองในการจดั การศึกษาในช่วงการแพรร่ ะบาดของโรคโควิด-19
• การพฒั นาโปรแกรมสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ แบบบรู ณาการเพอื่ การปรบั ตวั สวู่ ถิ ีใหม่ในบคุ ลากรทางการแพทย์
และผูต้ ิดเชือ้ โควดิ -19
• การวจิ ยั และพฒั นาระบบฐานขอ้ มลู และสารสนเทศสา� หรบั จดั การ COVID - 19 และรองรบั โรคอบุ ตั กิ ารณ์ใหม่
ในอุดมคติ
• การประยุกต์ใชก้ ารชเี้ ปา้ ผู้ป่วยโควดิ -19 คงค้างระดบั พ้นื ท่ีดว้ ยการตรวจซากเชือ้ SARS-CoV-2 ในน�า้
เสียโสโครกร่วมกับการด�าเนินมาตรการเชิงรุกของท้องถิ่นเพื่อลดการระบาดของโควิด-19 ในชุมชน
เทศบาลนครยะลา
• การพฒั นาและเพม่ิ ศกั ยภาพระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศสา� หรบั ศนู ยป์ ฎบิ ตั กิ ารดา้ นนวตั กรรมการแพทย์
การวิจัยและพัฒนาศนู ยบ์ ริหารสถานการณ์โควดิ -19 (ศบค.)
• การขบั เคลื่อนดว้ ยปญั ญาประดิษฐ์ในศนู ย์แยกโรคชมุ ชนหรอื บ้าน โดยใชข้ อ้ มูลเวชระเบยี นอิเลก็ ทรอนิกส์
ในชว่ งโรคระบาดใหญจ่ ากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

การสรา้ งนักพฒั นาเศรษฐกจิ แบบองค์รวม
เพ่อื การพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความร้แู ละเทคโนโลยี

ผูว้ จิ ยั : นายบัญญตั ิ ค�าบุญเหลือ
และ คณาจารยจ์ ากมหาวทิ ยาลัย จ�านวน 15 มหาวทิ ยาลัย
หนว่ ยงานผ้วู จิ ัย : บริษัท เบทาโกร จ�ากดั (มหาชน)
และเครอื ข่ายมหาวทิ ยาลัย จา� นวน 15 มหาวิทยาลยั
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2563
สนับสนุนการวจิ ัยและนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวิจยั แห่งชาต ิ (วช.)

ที่มาและความส�าคญั ของโครงการ

โครงการสร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม
เพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี
มีวัตถุประสงค์ในการด�าเนินการวิจัยเพื่อส่งเสริมการ
พฒั นาทกั ษะในการท�างานในดา้ นต่าง ๆ รวมทัง้ กระตุ้น
เศรษฐกิจรวมถึงเกิดการจ้างงานในพื้นท่ีเป้าหมายรวม
24 ต�าบล จนท�าให้เกิดการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน
และสินค้าชุมชนให้สามารถสร้างรายได้และพัฒนาการ
ด�าเนินงานของกลุ่ม พร้อมท้ังเป็นการสร้างทักษะให้
ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ จา� นวน 240 รายและยงั เปน็ การสรา้ ง
อาชีพหลงั จบโครงการอย่างยั่งยืน

ผลสา� เร็จจากงานวจิ ยั

เกิดการจ้างงานในพื้นท่ี 240 อัตราจากผู้ว่างงานท่ี ถ่ายทอดองค์ความรแู้ ก่ กลุ่มวิสาหกิจ
ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พัฒนากลุ่มวิสาหกิจ ในพื้นท่แี ละแนวทางการพฒั นาผลิตภัณฑช์ มุ ชน
26 กลุ่ม ในพ้ืนที่ 24 ต�าบล ด้วยการพัฒนาทักษะ
ด้านต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับห่วงโซ่อุปทานของวิสาหกิจ
ในพนื้ ท่ี ตัง้ แตต่ ้นน้า� กลางน�า้ และปลายนา้� โดยหลงั จบ
โครงการสามารถสรา้ ง ผปู้ ระกอบการรายใหม่ จา� นวน
25 ราย จากการใช้ทักษะที่ได้รับจากโครงการ โดยมี
รายไดเ้ ฉลย่ี 13,000-15,000 บาทตอ่ เดอื น และยงั สรา้ ง
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุในพื้นที่ และเยาวชน
ในโครงการ โดยเกดิ การแลกเปลย่ี นเรยี นรปู้ ระสบการณ์
แนวคิดคนรนุ่ ใหม่ และเทคโนโลยี

มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม สรา้ งอาชพี และรายไดจ้ รงิ จากโครงการ

โครงการสร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม
เพอ่ื การพฒั นาชมุ ชนดว้ ยองคค์ วามรแู้ ละเทคโนโลยที า� ใหเ้ กดิ การจา้ งงานและสรา้ งผปู้ ระกอบการ
รุ่นใหม่ในพ้ืนท่ี คาดว่าโครงการสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มข้ึนจาก
งบประมาณที่ ROI เท่ากับ 1 : 1.2 และ SROI เท่ากับ 1 : 10.3 (ในระยะเวลา 1 ป)ี
235

การส�ารวจการปรับตวั ของชุมชนวิถีใหม่
ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19

ผูว้ จิ ัย : รศ. ดร.ปาจรีย์ ผลประเสรฐิ
หนว่ ยงานผู้วจิ ัย : มหาวิทยาลยั ราชภฏั กา� แพงเพชร
และเครอื ขา่ ยมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2563
สนับสนุนการวิจยั และนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวิจยั แห่งชาต ิ (วช.)

ทม่ี าและความสา� คัญของโครงการ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มหาวิทยาลัยราชภัฏซึ่งมีภารกิจและ
ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาชุมชนและสังคม มีเอกลักษณ์ท่ีโดดเด่นในเร่ืองของการพัฒนาท้องถิ่น
และมีศักยภาพในการดูแลชุมชนท่วั ประเทศครอบคลมุ ท้งั 77 จังหวัด จงึ เหน็ ความส�าคญั ของการ
สา� รวจและสรา้ งสอ่ื เพอ่ื สรา้ งความเชอ่ื มน่ั ในการมาตรการเฝา้ ระวงั การตระหนกั รแู้ ละการปรบั ตวั
ของชุมชนในวิถีใหม่ในช่วงสถานการณ์และหลัง
สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 โดยให้ชุมชน
และนักศึกษามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
การแพร่ระบาดของโรคโควดิ -19

ผลสา� เรจ็ จากงานวจิ ัย

นกั ศกึ ษาของมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั จา� นวน2,335คน
มีรายได้จากโครงการฯ เป็นการลดผลกระทบใน
สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19 การผลติ
สอ่ื สรา้ งความเชอ่ื มนั่ ตอ่ เศรษฐกจิ ในระดบั ชมุ ชน และสอื่
สรปุ การดา� เนินงานวิจยั

ให้ความรู้ด้าน
การป้องกันตนเองและการปรับตัวในสถานการณ์การ
ระบาดของโรคโควิด-19 ตามบริบทของแต่ละจังหวัด 76
ผลงาน การส�ารวจความคิดเห็น (Poll) ของประชาชน
ทกุ จงั หวดั ทวั่ ประเทศ จา� นวน 8 เรอื่ ง ทา� ใหเ้ กดิ กลไกความ
ร่วมมือของเครือข่ายวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏท่ี
ศบค. นา� ขอ้ มูลไปใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจ เขม้ แข็งในการมสี ่วนรว่ มของชุมชนในการป้องกันและแก้ไข
เพ่ือวางแผนบรหิ ารสถานการณ์ ปญั หาการแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19 ท้ัง 77 จังหวัด

มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสงั คม

เกดิ การสรา้ งงาน/สรา้ งรายได้ใหก้ บั นกั ศกึ ษาที่ไดร้ บั ผลกระทบจากสถานการณโ์ รคโควดิ -19 236
อกี ทง้ั เกิดความตระหนกั ร้แู ละความมั่นใจต่อมาตรการตา่ งๆ เพอื่ สรา้ งความเชอื่ มั่นตอ่ เศรษฐกิจ
ในชุมชน และความเช่ือมั่นในการด�ารงชีวิตในชุมชนในวิถีใหม่ เกิดการท�างานร่วมกันระหว่าง
หน่วยงานในพนื้ ทีแ่ ละเครือข่ายการทา� งานของคณาจารย์ นักศึกษา

ระบบบริหารจดั การโลจิสติกสเ์ วชภัณฑ์
ทม่ี ิใช่ยาเพ่อื รองรับสถานการณ์ COVID-19

ผูว้ ิจยั : รศ. ดร. ดวงพรรณ กรชิ ชาญชยั
หน่วยงานผู้วจิ ัย : คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2563
สนบั สนนุ การวิจัยและนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ยั แห่งชาต ิ (วช.)

ท่ีมาและความส�าคัญของโครงการ

จากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019
(COVID-19) โรงพยาบาลมีความจ�าเป็นท่ีต้องการใช้เวชภัณฑ์
ท่ีมิใช่ยาเป็นจ�านวนมาก ก่อให้เกิดความล่าช้าในการขนส่ง
อีกทั้งไม่มีระบบท่ีสามารถตรวจสอบข้อมูลการกระจายว่า
โรงพยาบาลได้รับสินค้าตามคุณภาพและจ�านวนท่ีต้องการ
หรือไม่ ดังน้ันเพ่ือให้เกิดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จ�าเป็นต้อง ส่งมอบนวตั กรรมระบบจดั การเวชภณั ฑ์
ให้กระทรวงสาธารณสขุ น�าไป
มีระบบที่สามารถบริหารจัดการข้อมูลเวชภัณฑ์ท่ีมิใช่ยาที่ บรหิ ารจัดการเวชภณั ฑ์ท่มี ิใช่ยา
สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตั้งแต่การรับสินค้าจากการ
จัดซ้ือจากภาครัฐและการรับบริจาคสินค้า การตรวจสอบการ
กระจายเวชภณั ฑ์ท่ีมิใชย่ าตงั้ แตต่ ้นนา้� จนถงึ ปลายน้�า

ผลส�าเรจ็ จากงานวิจัย

ระบบบริหารโลจิสตกิ ส์เวชภัณฑ์ (ระบบ Smart Med Supply) แพลตฟอรม์ ระบบจัดการเวชภณั ฑ์
โดยระบบจะประกอบดว้ ย 6 ระบบ ไดแ้ ก่ 1. ระบบการรบั ขอ้ มลู จาก ประเทศไทย 2020
งบกลางและบรจิ าค 2. ระบบฐานขอ้ มลู รายการ 3. ระบบสตอ๊ ก http://smartmedsupply.moph.go.th/

4. ระบบวเิ คราะห์จับครู่ ะหวา่ งความต้องการและสต๊อก 5. ระบบ
จัดการความต้องการของฝั่งโรงพยาบาล 6. ระบบตรวจ
ตดิ ตามการจดั สง่ และให้ บรษิ ทั ไปรษณยี ์ไทยดสิ ทรบิ วิ ชน่ั จา� กดั
เปน็ ผขู้ นสง่ กระจายเวชภณั ฑ์ระบบสามารถรวบรวมสรา้ งรายงาน
และประมวลผลเกย่ี วกับรายการเวชภณั ฑ์ทีม่ คี วามจ�าเปน็ ระบบ
สินค้าคงคลัง รวมถึงวิเคราะห์ความต้องการในระดับประเทศ
เพอ่ื ใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจแบบรวมศนู ย์ในการจดั สรรเวชภณั ฑ์
การกระจายอย่างมีความสมเหตุผล และสามารถรองรับ
สถานการณ์ในปจั จบุ นั และอนาคตได้

มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม

ระบบได้ด�าเนินการใช้ระบบจริงอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร่ิม
ต้งั แตว่ นั ที่ 15 เมษายน 2563 (รับของบรจิ าค) มีมากกวา่ 20 ชนดิ กระจายผา่ นระบบ Platform
Smart Med Supply จา� นวนทัง้ สิน้ 3,500,000 ชน้ิ ไปยังสถานพยาบาล 1,587 แห่ง และวนั ท่ี 12
พฤษภาคม 2563 รับจัดสรรหน้ากากจากงบกลางขององค์การเภสัชกรรม จ�านวนทั้งสิ้น
237 134,965,000 ชนิ้ ไปยงั สถานพยาบาล 3,490 แห่ง

การพัฒนาระบบบรหิ ารสถานการณ์
รองรับการแพร่ระบาดโควดิ -19 รอบท่ี 2

ผู้วิจยั : นายตตยิ ะ ชนื่ ตระกลู
หน่วยงานผวู้ จิ ัย : ส�านักงานพฒั นาเทคโนโลยอี วกาศและภูมสิ ารสนเทศ
(องค์การมหาชน)
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2563
สนับสนนุ การวิจยั และนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวิจัยแหง่ ชาต ิ (วช.)

ทีม่ าและความส�าคัญของโครงการ
ประเทศไทยได้ประสบกบั สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 ในรอบท่ี 2 มาต้งั แตเ่ ดอื น

ธนั วาคม 2563 ซงึ่ จากสถานการณ์โควดิ –19 ในรอบที่ 1 ท�าใหเ้ หน็ วา่ ความรนุ แรงของการแพร่
ระบาดในแต่ละพ้ืนท่ีมีความแตกต่างกัน การก�าหนดมาตรการของรัฐ เพื่อบรรเทาปัญหาด้าน
สาธารณสุขควรมีความเฉพาะเจาะจงกับพ้ืนท่ี เพ่ือไม่ให้เกิดผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจมากเกิน
จ�าเป็น ดังนั้น การพัฒนาระบบท่ีสามารถบริหารจัดการข้อมูลเชิงลึก จึงเป็นเร่ืองจ�าเป็น เพ่ือให้
ผู้บริหารและหน่วยงานที่เก่ียวข้องในแต่ละจังหวัดมีข้อมูลส�าหรับประกอบการตัดสินใจในการ
ติดตามวางแผน หรือออกมาตรการเพ่ือแก้ไขปญั หาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

แนวความคดิ ในการพัฒนาระบบบรหิ ารสถานการณ์รองรบั ระบบCOVID-19 iMAP และ Dashboard
การแพร่ระบาดโควิด – 19 รอบที่ 2 บริหารสถานการณ์รองรบั การแพรร่ ะบาดโควดิ –19

ผลส�าเร็จจากงานวิจัย

ระบบบริหารสถานการณ์รองรับการแพร่ระบาดโควิด–19 รอบที่ 2 ได้พัฒนาให้สามารถ
รองรับการใชง้ านได้ไม่น้อยกวา่ 1,200 ผู้ใช้งานทั่วประเทศ ซงึ่ ระบบดังกลา่ วสามารถน�าไปใชเ้ ป็น
เคร่ืองมือในการประกอบการตัดสินใจการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งนี้
ส�าหรับพ้ืนท่ีศกึ ษา 5 จังหวดั ได้มกี ารพฒั นาตอ่ ยอดพัฒนา Dashboard แสดงผลการวเิ คราะห์
ความปลอดภยั ของพนื้ ทตี่ อ่ โควดิ -19 และการคาดการณ์
รายไดจ้ ากการทอ่ งเทยี่ วเมอื่ จงั หวดั มกี ารฟน้ื ตวั บางสว่ น
เพ่ือส�าหรับผู้บริหารจังหวัดใช้เป็นแนวทางการตัดสินใจ
การออกมาตรการไดค้ รอบคลุมในทกุ มิติ

มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม

ประโยชน์ท่ีเกิดจากจ�านวนผู้ติดเชื้อท่ีป้องกันได้
เนื่องจากจังหวัดรู้พื้นท่ีเส่ียงจากระบบ iMap และมี
มาตรการในการรับมอื ท่ีเหมาะสม ภาพการฝึกอบรมการใชง้ านระบบบริหารสถานการณ์รองรบั
การแพรร่ ะบาดโควิด-19 ใหก้ ับหน่วยงานของจงั หวดั

238


Click to View FlipBook Version