มอบนวัตกรรมหน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่น Win Masks และนวัตกรรม
หน้ากากอนามัยชนดิ KN95 ใหก้ ับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย
และนวัตกรรม (อว.) เม่ือวันท่ี 23 มิถุนายน 2564 ณ อาคารพระจอมเกล้า
(ถนนโยธี)
139
สง่ มอบนวตั กรรมชดุ หนา้ กากปอ้ งกนั เชอื้ โรคแบบคลมุ ศรี ษะ พรอ้ มชดุ กรอง
อากาศประสทิ ธิภาพสูง (PAPR) และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบคุ คล พรอ้ มส่งมอบ
นวตั กรรมหอ้ ง ICU ความดนั ลบ หนา้ กากอนามยั ทางการแพทย์ และชดุ PAPR
เพอื่ รบั มอื กบั สถานการณ์โควดิ -19 เมอื่ วนั ท่ี 13 กรกฎาคม 2564 ณ กระทรวง
การอดุ มศึกษาวทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม (ถนนโยธ)ี
140
มอบนวัตกรรมชุดหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะ พร้อมชุดกรอง
อากาศประสิทธิภาพสูง (PAPR) ให้แก่ศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขน
และส่งมอบพัดลมปลอดเช้ือคุณภาพสูง (DC Fan) ให้สมาคมส่งเสริมการ
รบั ชว่ งการผลติ ไทยเมอื่ วนั ท่ี24กรกฎาคม2565ณสา� นกั งานการวจิ ยั แหง่ ชาติ
141
การประชมุ “COVID-19 Research Consortium” เม่อื วันท่ี 9 สงิ หาคม
2564 ผ่านระบบออนไลนด์ ว้ ยระบบ Zoom (VDO Conference)
การประชุมมีเป้าหมายในการก�าหนดกรอบการวิจัยและพัฒนาประเด็นวิจัยท่ี
จ�าเป็นเร่งด่วนในเรื่องโควิด-19 โดยการมีส่วนร่วมของหน่วยบริหารทุนวิจัยและ
นวัตกรรม หน่วยงานด้านสาธารณสุขและผู้ใช้ประโยชน์ ร่วมกันสนับสนุนการน�า
ผลงานวิจยั และนวัตกรรมใหเ้ กดิ การใชง้ านในวงกว้าง
142
มอบนวัตกรรมชุด PAPR แก่โรงพยาบาลอุ้มผาง และโรงพยาบาล
ในจงั หวดั ตาก เพือ่ รบั มือโควิด-19 เมือ่ วนั ที่ 10 สงิ หาคม 2564 ณ สา� นักงาน
การวิจัยแหง่ ชาติ
143
ก า ร ต ร ว จ เ ยี่ ย ม ข อ ง รั ฐ ม น ต รี
ว ่ า ก า ร ก ร ะ ท ร ว ง ก า ร อุ ด ม ศึ ก ษ า
วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
ในพ้ืนท่ีติดต้ังนวัตกรรม ห้อง ICU
ความดันลบเคลือ่ นที่ ณ โรงพยาบาล
บุษราคัม พร้อมส่งมอบนวัตกรรม
ห้อง ICU ความดันลบ หน้ากาก
อนามัยทางการแพทย์ และชุด
PAPR เม่ือวันที่ 19 สิงหาคม 2564
ณโรงพยาบาลบษุ ราคมั เมอื งทองธานี
144
มอบชุด PAPR แก่โรงพยาบาลใน จ.ก�าแพงเพชร หนุนรับมือโควิด-19
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ เมอ่ื วนั ท่ี 20 สงิ หาคม 2564 ณ สา� นกั งานการวจิ ยั แหง่ ชาติ
145
มอบหอ้ ง ICU ความดนั ลบเคลอ่ื นท่ี
และอุปกรณ์ป้องกันส�าหรับบุคลากร
ทางการแพทย์ ณ โรงพยาบาล
ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหาร
อากาศ กองทัพอากาศ วันที่ 3
กันยายน 2564 ณ หอ้ งรบั รองพเิ ศษ 1
กองบญั ชาการกองทัพอากาศ
146
ส่งมอบเปลแรงดบั ลบ PETE เพอื่
สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์
รับมือการแพร่ระบาดโรคโควิด-19
เม่ือวนั ท่ี 15 กนั ยายน 2564 ณ หอ้ ง
แถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร สวทช.
กระทรวงการอดุ มศกึ ษาวทิ ยาศาสตร์
วิจยั และนวตั กรรม
147
การหารือทางวิชาการ “รวมพลคนวิจัย“ประเทศไทยหลังโควิด-19 :
การฟื้นตัวอย่างมั่นคง ท้ังในมิติการแพทย์ สาธารณสุข และมิติเศรษฐกิจ
และสังคม” เมอื่ วันที่ 18 กนั ยายน 2564 ณ หอ้ งประชุม ช้นั 4 สา� นักงานปลดั
กระทรวงการอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม (ถนนโยธี)
ประชุมระดมสมองเพ่ือขับเคล่ือนประเทศไทยหลังโควิด-19 เพ่ือหาประเด็นและ
กรอบการวจิ ยั ทส่ี า� คญั ในการวจิ ยั ทง้ั ในมติ กิ ารแพทย์ สาธารณสขุ และมติ เิ ศรษฐกจิ
และสังคม
148
ม อ บ หุ ่ น ย น ต ์ บั ง คั บ ข น า ด เ ล็ ก
ส�าหรับใช้ ในการส่งอาหารและ
เวชภณั ฑ์ใหก้ บั ผปู้ ว่ ยตดิ เชอื้ โควดิ -19
เม่อื วนั ที่ 29 กันยายน 2564 ณ ห้อง
แถลงข่าว ช้ัน 1 อาคาร สวทช.
กระทรวงการอดุ มศกึ ษาวทิ ยาศาสตร์
วิจัย และนวตั กรรม
149
มอบชดุ PAPRแก่โรงพยาบาลสงู เนนิ จ.นครราชสมี าเพอ่ื รบั มอื สถานการณ์
โควิด-19 เมอ่ื วนั ที่ 29 กนั ยายน 2564 ณ สา� นกั งานการวจิ ยั แห่งชาติ
150
บทบาทของ วช. ช่วงควบคมุ การแพรร่ ะบาดในประเทศ
(พฤศจิกายน 2564 - ปัจจุบัน)
จัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านโควิด-19 ในงาน
“มหกรรมงานวจิ ยั แหง่ ชาติ 2564” (Thailand Research Expo 2021) ระหวา่ ง
วันท่ี 22 - 26 พฤศจิกายน 2564 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอก
คอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรลั เวลิ ด์ เขตปทมุ วัน กรุงเทพฯ
151
การตรวจเกบ็ ตัวอย่างซากเชื้อ SARS-CoV-2 ในนา้� เสียโสโครก ที่จงั หวดั
ยะลาหาฮอตสปอตการระบาดโควดิ -19 ในชุมชน ลว่ งหนา้ 2 สปั ดาห์ ระหว่าง
วนั ท่ี 25 - 26 พฤศจิกายน 2564 ณ จังหวัดยะลา
152
จัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัย
และนวัตกรรมด้านโควิด-19 ในงาน
“ ม ห ก ร ร ม น วั ต ก ร ร ม ก า ร แ พ ท ย ์
และสุขภาพ (BCG Health Tech
Thailand 2021)” ระหวา่ งวนั ท่ี 8 - 9
ธนั วาคม2564ในรปู แบบไฮบรดิ อเี วนต์
(Hybrid Event)
153
สง่ มอบนวตั กรรม “MagikTuch”
ปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัส แบบ 2 in 1
ให้จังหวัดปทุมธานี น�าไปใช้รับมือกับ
สถานการณ์การระบาดของโรค
โควดิ -19 เมอ่ื วนั ท่ี 9 กมุ ภาพนั ธ์ 2565
ณ อาคารศาลากลางจงั หวดั ปทมุ ธานี
154
สง่ มอบนวตั กรรม“ระบบsoftware
smart bed ควบคมุ เตยี งพลกิ ตะแคง
และเบาะเจลยางพาราป้องกันแผล
กดทบั DoctorNMedigel”เพอ่ื ผปู้ ว่ ย
โควิด-19 ท่ีมีอาการปอดอักเสบ
ซึ่งจ�าเป็นต้องใช้เคร่ืองช่วยหายใจ
ในทา่ นอนควา�่ เมอ่ื วนั ท่ี 17 กมุ ภาพนั ธ์
2565 ณ โรงพยาบาลสงขลานครนิ ทร์
155
กลไกการบรหิ ารทนุ วิจยั
และนวัตกรรมโควดิ -19
คณะท�างานขับเคล่ือนการวจิ ยั และนวัตกรรม
ประเด็นโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
บทบาทและหน้าที่
1. ก�าหนดเป้าหมาย และทิศทางของการวิจัยและนวัตกรรมในประเด็น
โรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ในภาพรวมของประเทศ
2. เสนอความเห็น ข้อเสนอแนะ สนับสนุนข้อมูลและการด�าเนินการวิจัย
และนวัตกรรมในประเดน็ โรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
3. ให้ข้อเสนอแนะในการด�าเนินการขับเคล่ือนการวิจัยและนวัตกรรม
สู่การใช้ประโยชน์
157
คณะทา� งานรว่ มดา� เนนิ การหน่วยบริหารทนุ วจิ ยั และนวตั กรรม
ประเด็นปญั หาวิกฤตสา� คญั ของประเทศ (National Crisis Management)
บทบาทและหน้าท่ี 158
1. พิจารณาและก�าหนดประเด็นเร่งด่วนในการวิจัยและพัฒนาของ PMU
เสนอต่อคณะกรรมการส่งเสรมิ วทิ ยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.)
2. พิจารณาการด�าเนินการร่วมของ PMU ในการด�าเนินงานให้ทุนวิจัย
และนวตั กรรมแก่โครงการวิจยั ในกรอบการดา� เนินงานของโรคอบุ ัตใิ หม่
3. ใหข้ อ้ เสนอแนะในการรวบรวมผลการดา� เนนิ งานและประเมนิ ผลรายประเดน็
4. พจิ ารณารายงานผลการดา� เนนิ งานตอ่ คณะกรรมการสง่ เสรมิ วทิ ยาสาสตร์
วจิ ยั และนวตั กรรม (กสว.)
คณะกรรมการด�าเนินงานสนับสนุนการวิจัยและนวตั กรรม
ประเด็นโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
บทบาทและหนา้ ท่ี
1. สร้างกลไกในการคัดกรองผลงานเพ่ือบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม
ด้านโควิด-19
2. กลไกการบริหารงานร่วมกับหน่วยงานภายใน อว. และ หน่วยบริหารทุน
วิจยั และนวตั กรรม
3. ก�าหนดกรอบการวิจัย เป้าหมาย กรอบงบประมาณ แนวทางการดา� เนิน
งานสนบั สนุนการวิจัยและ นวัตกรรมดา้ นโควิด-19
4. ขบั เคลอื่ นใหแ้ สดงผลสา� เรจ็ ในการดา� เนนิ งานสนบั สนนุ ตดิ ตามและประเมนิ
ผลโครงการวิจยั และนวัตกรรม
159
คณะผตู้ รวจสอบทางวิชาการ การวิจัยและนวตั กรรม
ประเดน็ โรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19)
บทบาทและหนา้ ที่
1. พิจารณาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะทางวิชาการต่อข้อเสนอการวิจัย
ทเ่ี สนอขอรบั ทนุ อดุ หนนุ การวจิ ัยและนวัตกรรม
2. ตดิ ตามและประเมนิ ผลงานวจิ ยั ของโครงการใหเ้ ปน็ ไปตามแผนงานทกี่ า� หนด
และพจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบและข้อเสนอแนะเพือ่ ตรวจรับผลส�าเรจ็ ของงาน
3. พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการขอเปล่ียนแปลงในรายละเอียดของ
โครงการที่ได้รบั อนมุ ัติแล้ว
4. พิจารณาความเหน็ ตอ่ การด�าเนินงานวจิ ยั ต่อเน่ือง
160
ผลงานวจิ ัยและนวัตกรรมดา้ นโควิด-19
ตามประเดน็ WHปOีงบGปรloะมbาaณl 2R5e63s-e2a5r6c5h Road map
สนับสนนุ การวจิ ัยและนวตั กรรมโดย ส�านกั งานวิจยั แห่งชาติ (วช.)
WHO GRlooabdaml Raepsearch และปนรวะัตเดก็นรงรามนขวอิจงยั วช.
1 Virus natural history,
transmission and diagnostics
(พยาธวิ ท� ยาของไวรสั การแพรเ ช้อื
และการว�นจิ ฉยั )
2 Epidemiological studies การแถลอะดรระบหาสั ดพวนั ท� ธยุการรม
(ระบาดวท� ยา)
3 Clinical characterization and และกรกัารษดาแูผลปู วย
management จกาากรสแตัพวรสเ ชคู ื้อน
(การดูแลผูป วย)
นเควัตร่อ�กงรวมรัสือมดทอทาุปางงกกกราาณรรแแพพททยย
4 mtAhneeiamvsiaruulrsaensodaritgetinnhv,eirahonundmmmaeannn-taaalngrieemmsaeelanirntctherofance
(ปจจัยสภาพแวดลอมและพาหะ) แลกะาวกรัคาวซร�จีนบัยโรแคห� ลวาะด� พร-จฒั 1ัด9นกาาร
5 iInncfelucdtiionngphreeavlethntcioanreawndorckoenrstr’oplr,otection
(การปอ งกัน และควบคุมการตดิ เชื้อสำหรบั
บคุ คลากรทางการแพทย)
6 Candidate therapeutics R&D
(เวชภณั ฑเพ่อ� วน� ิจฉัยและการรกั ษา)
7 Candidate vaccines R&D
(วัคซนี ตานไวรัส)
8 Ethical considerations for research แลมะาจตรรย� ฐธารนรกมากราวรจ� วยั�จัย
(จรย� ธรรม)
9 Social sciences in the outbreak ดา นกเาศรรวษจ� ฐยั กเพจิ อ่�สลงั คดมผสลากธราะทรณบ สุข
response และการศกึ ษา
(สงั คม สาธารณสขุ และเศรษฐกจิ )
161
การถอดรหสั พนั ธุกรรม
และระบาดวิทยา
• การศกึ ษาวเิ คราะหล์ กั ษณะทางพนั ธกุ รรมและพฒั นาการตรวจวนิ จิ ฉยั จา� แนกเชอ้ื ไวรสั 163
โคโรนาสายพนั ธ์ุใหม่ 2019 164
165
• การสา� รวจหาความชกุ ของผมู้ ี neutralizingantibody ตอ่ เชอื้ SARS coronavirus-2 166
ในกลุม่ ประชากรไทยท่ีมคี วามเส่ยี งในระดับแตกตา่ งกนั
167
• การวิเคราะห์และทดสอบเป็ปไทดท์ ีจ่ �าเพาะต่อการจับตัวกับ spike protein ของไวรัส 168
COVID-19
169
• การพยากรณก์ ารระบาดของโรคโควดิ -19และการศกึ ษามาตรการปอ้ งกนั และควบคมุ
โรคทเี่ หมาะสมเพอื่ รองรบั การการระบาดในระลอกถดั ไปในประเทศไทย โดยการจา� ลอง
การระบาดท่คี า� นึงถึงการเกิดเหตุการณ์ superspreading
• การพฒั นาเทคนิคการตรวจและจา� แนกชนดิ ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ 2019
(SARS-CoV-2) ดว้ ยวิธีวเิ คราะห์ High-resolution melt
• การศกึ ษาพฒั นาการตรวจวินิจฉัยจา� แนกสายพันธุย์ อ่ ยอังกฤษ (B.1.1.7) สายพนั ธุ์
แอฟริกาใต้ (B.1.351) สายพันธุ์บราซิล (P.1) และการตรวจหาสารพันธุกรรมของ
เช้ือโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ 2019 ท่ยี งั สามารถเพม่ิ จา� นวนได้
• การเฝา้ ระวงั เชงิ รกุ และการเตอื นภยั (3-14วนั )ลว่ งหนา้ จากการแพรเ่ ชอื้ SARS-CoV-2
ในสถานทส่ี มุ่ เสยี่ งและชมุ ชนในภาคเหนอื ดว้ ยการหาสารพนั ธกุ รรมของไวรสั ในนา�้ เสยี
โสโครกโดย วิธี Loop Mediated Isothermal Amplification (LAMP) Assays
การศึกษาวิเคราะหล์ กั ษณะทางพนั ธกุ รรม
และพฒั นาการตรวจวินิจฉัยจา� แนกเช้อื ไวรัส
โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019
ผู้วิจัย : ศ.นพ.ยง ภูว่ รวรรณ
หนว่ ยงานผู้วิจยั : คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2563
สนบั สนุนการวิจัยและนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.)
ที่มาและความสา� คญั ของโครงการ
การศกึ ษาครง้ั นจี้ งึ ไดม้ วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ศกึ ษาการเปลย่ี นแปลงสายพนั ธข์ุ องเชอื้ ไวรสั โคโรนา
สายพนั ธ์ุใหม่ 2019 ตดิ ตามและเฝา้ ระวงั การกลายพนั ธท์ุ อี่ าจเกดิ ขน้ึ ในการระบาด ในประเทศไทย
และพัฒนาการตรวจวินิจฉัยโดยใช้เทคโนโลยี CRISPR-Cas12a และเทคโนโลยีดเี อน็ เอเซนเซอร์
ทางเคมีไฟฟ้า (Electrochemical DNA sensor) เพื่อให้สามารถจ�าแนก เช้ือไวรัสโคโรนา
สายพันธุ์ใหม่ 2019 จากผ้ปู ว่ ยท่ีตดิ เชอื้ โดยเฉพาะสายพันธ์ุท่ีพบในประเทศไทย ได้อย่างรวดเร็ว
ผลส�าเร็จจากงานวิจัย
ไดข้ อ้ มลู ความหลากหลายทางสายพนั ธข์ุ องเชอื้ ไวรสั โคโรนา
สายพันธุ์ใหม่ 2019 ท้ังหมดในประเทศไทย และชุดตรวจหา
สารพันธุกรรมด้วยเทคนิค CRISPR-Cas12a และชุดตรวจ
ไบโอเซนเซอรท์ างเคมีไฟฟา้ เปน็ ชดุ ตรวจวนิ จิ ฉยั เชอื้ ไวรสั โคโรนา
สายพนั ธุ์ใหม่ 2019 นา� มาประยกุ ต์ใชเ้ ปน็ วธิ กี ารตรวจคดั กรอง
เบ้ืองต้นได้ มีประสิทธิภาพในการตรวจที่ดี ราคาถูก ท�าให้
ประชาชนเข้าถึงการตรวจได้มากข้ึน ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง
น�าไปจัดตั้งในพื้นท่ีท่ีมีอุปกรณ์จ�ากัดได้ มีประสิทธิภาพในการ ภาพตัวอย่างผลการตรวจหาเช้ือไวรัส SARS-
ตรวจเทียบได้กับ RT-qPCR CoV-2 ในตัวอย่างทางคลินิก ด้วยวิธี CRSIPR-
Cas12a
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม
สามารถลดการติดเชื้อ เป็นข้อมูลพ้ืนฐานท่ีมีประโยชน์มากในแง่ของการเฝ้าระวัง ป้องกัน
การตดิ เชือ้ การกลายพนั ธขุ์ องสายพันธ์ุของเชอ้ื ไวรัสโคโรนาสายพนั ธ์ุใหม่ 2019
ภาพ Phylogenetic tree แสดงผลการจา� แนก ภาพเปรียบเทียบข้ันตอนการ
สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ไฮบริไดเซชัน 2 วิธี ได้แก่การท�า
2019 ในประเทศไทย (b) ตารางแสดงรูปแบบ ทีละข้ันตอนและการไฮบริไดเซชัน
การเกิดการเปลี่ยนแปลงล�าดับนิวคลีโอไทด์ ในข้ันตอนเดียวแบบ sandwich
(nucleotide substitution) ทพี่ บของเชือ้ ไวรสั hybridization โดยใชย้ นี N ในการ
ทดสอบ, b กราฟแสดงสญั ญาณ
163 โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในแต่ละสายพันธุ์ ทางเคมีไฟฟ้าของวิธี step-wise
และ one step, c กราฟแสดงความจา� เพาะของการทดสอบเซ็นเซอรด์ ้วยยีน N
(แถบสีฟ้า) และ S (แถบสีส้ม) โดยใช้ตัวอย่างท่ีมีความจ�าเพาะแบบสมบูรณ์
(Ng, Sg), mismatch DNA และดีเอ็นเอจากเช้ืออื่น ๆ (IAV, IBV), d กราฟ
Differentialpulsevoltammogramsแสดงการเพม่ิ ขน้ึ ของสญั ญาณตามความ
เข้มข้นของยีน N และ e ยีน S ตามล�าดับ, f การทดสอบความไวเซ็นเซอร์
ตรวจวัดยีน N และ S
การสา� รวจหาความชุกของผ้มู ี neutralizing
antibody ตอ่ เชื้อ SARS coronavirus-2 ในกลุ่ม
ประชากรไทยท่ีมีความเสย่ี งในระดับแตกต่างกนั
ผวู้ ิจยั : ศ.เกียรติคณุ ดร.พิไลพนั ธ์ พุธวัฒนะ
หน่วยงานผู้วิจัย : คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวทิ ยาลัยมหิดล
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2563
สนบั สนุนการวจิ ัยและนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวิจัยแหง่ ชาติ (วช.)
ท่ีมาและความส�าคัญของโครงการ
โรค COVID-19 มีสาเหตุเกิดจากเช้ือ severe acute
respiratory syndrome coronavirus 2 (SARS-CoV-2)
เป็นโรคอุบัติใหม่ที่มีรายงานจากประเทศจีนเป็นครั้งแรก
ในวันท่ี 31 ธันวาคม 2562 และประเทศไทยเป็นประเทศแรก
ที่พบผู้ติดเชื้อภายนอกประเทศจีน การทราบถึงความชุก
ของการติดเชื้อในประชากรกลุ่มเสี่ยง จะท�าให้ทราบถึงความ
รุนแรงของการระบาดของโรค ซ่ึงจะเป็นประโยชน์ต่อการวาง
แนวทางในการควบคมุ โรค การใหว้ คั ซนี และการคาดการณถ์ งึ
แนวโนม้ ท่จี ะเกดิ การระบาดในระลอกตอ่ ๆ ไป
ผลส�าเร็จจากงานวจิ ัย การศึกษาความชุก (prevalence) ของการติดเชื้อ
การพัฒนาเทคนิค microneutralization (microNT) SARS-CoV-2 ในประชาชนจากกลมุ่ เสยี่ งต่างๆ
assay ส�าหรับใช้ในการตรวจหา neutralizing antibodies
เพอ่ื แสดงความชกุ ของการตดิ เชอื้ SARS-CoV-2 ในประชาชน
และแอนติบอดีชนิดน้ียังสามารถระบุถึงความสามารถในการ
คมุ้ กนั โรค (protective antibodies) ซง่ึ จะเกดิ ขน้ึ ภายหลงั การ
ติดเชื้อตามธรรมชาติ หรือภายหลังการฉีดวัคซีน ได้แม่นย�า
กวา่ การตรวจวัดด้วย commercial kits ต่างๆ
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสังคม ภาพตวั อยา่ งผลการตรวจหาเชอื้ ไวรสั SARS-CoV-2
เกิดเป็นองค์ความรู้ในการใช้การตรวจหา neutralizing ในตัวอยา่ งทางคลนิ ิก ด้วยวิธี CRSIPR-Cas12a
antibodies เพอื่ แสดงความชกุ ของการตดิ เชอ้ื SARS-CoV-2
ในประชาชน ท�าให้สามารถประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และ
สามารถหาแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดได้ พร้อมทั้งยังระบุความสามารถในการคุ้มกันโรค
ซ่งึ จะชว่ ยในการวางแผนแนวทางการรับวคั ซีน
การเตรียมสไลด์มาตรฐานของเซลล์ติดเชื้อ
SARS-coronavirus-2 ส�าหรับใช้เป็น
แอนตเิ จนทดสอบในวธิ อี ิมมูนเรอื งแสง
164
การวเิ คราะหแ์ ละทดสอบเป็ปไทดท์ ี่จ�าเพาะ
ตอ่ การจับตัวกบั spike protein
ของไวรสั COVID-19
ผวู้ ิจัย : รศ.ดร. สุรพล พบิ ูลโภคานนั ท์
หน่วยงานผวู้ ิจยั : สถาบนั ชวี วทิ ยาศาสตรโ์ มเลกลุ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนุนการวิจยั และนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)
ท่มี าและความสา� คัญของโครงการ
การตรวจวิเคราะห์ไวรัสโควิด-19 ท่ีให้ผลแม่นย�าและเช่ือถือได้ อาศัยวิธีการหลายข้ันตอน
ใช้เวลาและค่าใชจ้ า่ ยสงู เน่ืองจากเชอ้ื ไวรัสมีการกลายพนั ธุ์ เปน็ เหตุให้ชดุ ตรวจขาดความแมน่ ยา�
ตรวจหาไมเ่ ชอื้ ได้ ดงั นนั้ การวเิ คราะหแ์ ละคน้ หาเปป็ ไทดท์ ส่ี ามารถจบั ตวั แบบจา� เพาะสงู กบั บรเิ วณ
ของโปรตนี ของเชอื้ ไวรสั โควดิ -19 ที่ไมม่ กี ารเปลยี่ นแปลงจากการกลายพนั ธ์ุ จงึ มคี วามสา� คญั มาก
เพ่ือพัฒนาเป็นชุดทดสอบ ท่ีต้นทุนถูก ใช้เวลาทดสอบไม่มาก ให้ผลถูกต้องและแปลผลได้ทันที
โดยผู้ใช้
ผลส�าเร็จจากงานวจิ ยั
ต้นแบบของเป็ปไทด์ที่สามารถจับตัวแบบจ�าเพาะสูงกับบริเวณของโปรตีนของเชื้อไวรัส
โควดิ -19 หลายสายพนั ธ์ุ และตน้ แบบของชดุ ทดสอบ ทแี่ สดงใหเ้ หน็ ถงึ การจบั ตวั กบั โปรตนี ของเชอ้ื
ไวรัสโควดิ -19 หลายสายพันธุ์ ได้ถกู ต้อง ใช้เวลาทดสอบไม่มาก และมีต้นทนุ ถกู
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม
ลดการน�าเข้า สามารถผลิตได้ภายในประเทศและมีต้นทุนต่�า ราคาจ�าหน่ายต�่าและผู้ใช้
รายได้ต�่าสามารถจ่ายได้ จ�านวนที่คาดว่าจะเพ่ิมข้ึนจากงบประมาณที่ได้รับเป็น 10 เท่า
หรอื มากกว่า
165 แนวคิดของชดุ ทดสอบเชือ้ ไวรสั โควดิ -19 หลายสายพันธุ์
การพยากรณ์การระบาดของโรคโควดิ -19 และการศึกษา
มาตรการปอ้ งกันและควบคมุ โรคทเี่ หมาะสมเพ่ือรองรบั การการ
ระบาดในระลอกถดั ไปในประเทศไทย โดยการจ�าลองการระบาด
ทคี่ �านงึ ถงึ การเกิดเหตกุ ารณ์ superspreading
ผูว้ จิ ัย : รศ.ดร.ชรินทร์ โหมดชงั
หน่วยงานผ้วู จิ ัย : คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหดิ ล
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนบั สนุนการวิจัยและนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวิจยั แหง่ ชาติ (วช.)
ท่มี าและความสา� คญั ของโครงการ
การประเมินสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เป็นส่ิงส�าคัญในป้องกันและควบคุม
การระบาด และเพื่อให้การควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยเป็นไปอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ จงึ จา� เปน็ ตอ้ งสรา้ งแบบจา� ลองการระบาดของโรคโควดิ -19 ใหม้ คี วามเฉพาะเจาะจง
กับการระบาดและมาตรการท่ีใช้ในประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางในการก�าหนดนโยบายป้องกัน
และควบคมุ การระบาดของโรคโควดิ -19 ในประเทศไทยต่อไป
การนา� เสนอผลงานในงานแถลงขา่ ว การนา� เสนอผลการศึกษาในท่ปี ระชุม EOC
ของกระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงสาธารณสขุ
ผลสา� เรจ็ จากงานวจิ ยั
แบบจ�าลองการระบาดของโรคโควิด-19 แนวทางในการก�าหนดกลยุทธ์ในการฉีดวัคซีน
และการควบคมุ การระบาดในประเทศไทย และผลงานตีพมิ พ์ในวารสารวิชาการระดบั นานาชาติ
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม
สามารถน�าผลการศึกษาไปศึกษาเก่ียวกับแนวทางในการก�าหนดกลยุทธ์ในการฉีดวัคซีน
และการควบคมุ การระบาดในประเทศไทย และน�าเสนอผลการศึกษาต่อผ้ทู ่เี กี่ยวข้อง
บทความวิเคราะห์สถานการณ์โควิด-19
ที่น่าเป็นห่วงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในวารสาร Nature Medicine ซ่ึงเป็นทาง
การแพทย์ระดับแนวหน้าของโลก (impact
factor = 53.44)
166
การพฒั นาเทคนคิ การตรวจและจา� แนกชนดิ ของ
เชือ้ ไวรัสโคโรนาสายพนั ธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2)
ด้วยวธิ ีวิเคราะห์ High-resolution melt
ผวู้ ิจัย : รศ.ดร.เบญจพร เลศิ อนนั ตวงศ์
หน่วยงานผวู้ จิ ัย : คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหิดล
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนับสนนุ การวิจยั และนวตั กรรมโดย ส�านักงานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.)
ท่มี าและความสา� คญั ของโครงการ
การศกึ ษาสารพนั ธกุ รรมและการกลายพนั ธข์ุ องเชอื้ SARS-CoV-2 ทยี่ งั มกี ารอบุ ตั ขิ นึ้ อยา่ ง
ต่อเนื่องน้ี ยังอยู่ในระหว่างการค้นคว้าวิจัยอย่างแข็งขันท้ังจากนักวิจัยไทยและท่ัวโลก หากการ
จา� แนกชนดิ ของเชอื้ สามารถทา� ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ในราคาถกู และสามารถทา� ไดอ้ ยา่ งทวั่ ถงึ นอกจาก
จะมปี ระโยชน์ในการศกึ ษาระบาดวทิ ยาของเชอ้ื ทมี่ าท่ีไปและการแพรก่ ระจายของไวรสั การควบคมุ
โรคแล้ว ยงั อาจมผี ลตอ่ การพัฒนาวคั ซนี ท่ใี ช้ในการรกั ษาผ้ปู ่วยอกี ดว้ ย
ผลสา� เรจ็ จากงานวจิ ยั
โครงงานวิจัยได้พัฒนาระบบการจ�าแนกสายพันธุ์ของเช้ือไวรัส SARS-CoV-2 ในรูปแบบ
web application โดย สามารถระบวุ า่ เปน็ สายพนั ธอ์ุ า้ งองิ สายพนั ธอ์ุ ลั ฟา่ หรอื สายพนั ธเ์ุ ดลตา้
ได้ มีการทดสอบกับตัวอย่างจากผู้ป่วยรวม ท้ังหมด 50 ตัวอย่างว่าสามารถจ�าแนกสายพันธุ์
ได้ตามทอี่ อกแบบไว้
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสงั คม
เทคนิคที่พัฒนาขึ้นน้ีสามารถน�าไปใช้ตรวจวิเคราะห์สายพันธุ์ของเช้ือ SARS-CoV-2 ได้ท่ี
ห้องปฏิบัติการมาตรฐานในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงพัฒนาต่อยอดเพ่ือประยุกต์ใช้กับโรคระบาด
ร้ายแรงอื่นๆ ในอนาคตได้ หากมีกรณีท่ีเกิดสายพันธุ์อันตราย มีอัตราการแพร่ระบาดสูงหรือ
มีความรุนแรงตอ่ รา่ งกายมากเพ่ือใหส้ ามารถน�าไปใชค้ ัดแยกผู้ปว่ ยได้อยา่ งรวดเรว็
แผนภาพแสดงถงึ องคป์ ระกอบของเทคนคิ การตรวจและจา� แนกชนดิ ของเชอ้ื ไวรสั ภาพ Web application สา� หรับการใชจ้ �าแนกชนิดของเชอื้ ไวรัส SARS-CoV-2
โคโรนาสายพนั ธใ์ุ หม่2019(SARS-CoV-2)ดว้ ยวธิ วี เิ คราะห์High-resolutionmelt โดยผู้ใชส้ ามารถวเิ คราะหส์ ายพนั ธข์ุ องเชอื้ จากขอ้ มลู ผลการทดลองท่ีไดภ้ ายใน
1 นาที นอกจากนั้นผู้ใช้งานยังสามารถเพ่ิมฐานข้อมูลการละลายของการ
167 กลายพนั ธแุ์ บบใหม่ๆ เข้าไปในระบบได้ตลอดเวลา
การศกึ ษาพัฒนาการตรวจวินจิ ฉยั จา� แนกสายพนั ธย์ุ ่อยอังกฤษ
(B.1.1.7) สายพันธแ์ุ อฟริกาใต้ (B.1.351) สายพนั ธุ์บราซลิ
(P.1) และการตรวจหาสารพนั ธกุ รรม
ของเชือ้ โคโรนาสายพนั ธุ์ใหม่ 2019 ท่ยี ังสามารถเพ่มิ จ�านวนได้
ผูว้ ิจยั : ศ.นพ.ยง ภวู่ รวรรณ
หน่วยงานผู้วิจัย : คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวจิ ยั และนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)
ที่มาและความส�าคัญของโครงการ
โ ค ร ง ก า ร วิ จั ย นี้ มี วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค ์ เ พื่ อ ภาพแสดงค่า Limit of detection
พัฒนาการตรวจวินิจฉัย ให้สามารถจ�าแนก ของสายพนั ธุ์ Alpha, Delta, Omicron
สายพันธย์ุ ่อยของเช้อื ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
2019 ท่ีพบในประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว
โดยพัฒนาเทคนิค Real-time RT-PCR ท�าได้
อยา่ งรวดเร็ว โดยเฉพาะ Real-time RT-PCR
และบ่งบอกสายพันธุ์ได้อย่างถูกต้องและแม่นย�า
นอกจากนี้องค์ความรู้ท่ีได้จะสามารถน�าไป
ถา่ ยทอดใหก้ บั องคก์ รผมู้ หี นา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบในการ
ตรวจจ�าแนกสายพันธ์ุยอ่ ยของเชือ้ เพือ่ เปน็ การ
น�าเทคโนโลยีไปใชป้ ระโยชน์ได้อย่างสูงสุด
ผลส�าเรจ็ จากงานวิจัย
ไดช้ ุดตรวจวนิ ิจฉัยจา� แนกสายพนั ธ์ุย่อยของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพนั ธ์ุใหม่ 2019 ให้ไดอ้ ย่าง
รวดเร็ว โดยเฉพาะสายพนั ธท์ุ อ่ี าจกอ่ ให้เกดิ การแพร่ระบาดอยา่ งรวดเรว็ หรอื ความรนุ แรงท่อี าจ
เกิดขึ้นในประเทศไทย และพร้อมท่ีจะน�าไปใช้ประโยชน์ โดยการทราบถึงสายพันธุ์เหล่าน้ีจะเป็น
ประโยชน์ในการแจ้งเตือนลว่ งหนา้ และเป็นประโยชน์ในการควบคมุ โรคอย่างทนั ท่วงที
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม
ผลงานวิจัยในครั้งนี้จะมีการเผยแพร่สู่ ภาพแสดงการกระจายของสายพนั ธ์ุต่างๆ
นักวจิ ัย แพทย์ และบุคคลากรทางการแพทย์ของ ทพี่ บในประเทศไทย
กระทรวงสาธารณสุข ท่ีมีหน้าที่ในการตรวจ
จ�าแนกเชื้อไวรัสแก่คนไข้ และขยายผลไปยัง
หนว่ ยงานตา่ งๆทต่ี อ้ งการ รวมถงึ ขอ้ มลู ทางดา้ น
องคค์ วามรู้ใหม่ และเทคนคิ การวนิ จิ ฉยั นพี้ รอ้ มที่
จะถูกถ่ายทอดไปยังผู้ใช้ท้ังทางภาคเอกชน
และภาครัฐ เพื่อใช้ประโยชน์ส�าหรับการวางแผน
ควบคุมและป้องกนั โรคในประเทศไทย
168
การเฝา้ ระวงั เชงิ รกุ และ การเตอื นภยั (3-14 วนั ) ลว่ งหนา้
จากการแพรเ่ ชอื้ SARS-CoV-2 ในสถานทส่ี มุ่ เสย่ี งและชมุ ชน
ในภาคเหนอื ดว้ ยการหาสารพนั ธกุ รรมของไวรสั ในนา้� เสยี โสโครก
โดย วธิ ี Loop Mediated Isothermal
Amplification (LAMP) Assays
ผวู้ ิจัย : ผศ.ดร.ธนพล เพญ็ รตั น์
หนว่ ยงานผู้วิจัย : มหาวทิ ยาลยั นเรศวร
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนับสนนุ การวจิ ยั และนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)
ทมี่ าและความส�าคัญของโครงการ
การควบคุมการระบาดของโควิด-19 ของไทยคือเนน้ การตรวจรายบคุ คลดว้ ย ATK ซ่ึงเป็น
มาตรการเชิงรับ กล่าวคือกว่าจะมีอาการและถูกตรวจพบก็แพร่เชื้อต่อโดยไม่รู้ตัวไปแล้วกว่า
5 วัน ท�าใหเ้ กดิ การระบาดในวงกวา้ งได้ งานวจิ ยั นี้ใชก้ ารตรวจเศษซาก RNA ของไวรัสในน�า้ เสีย
โสโครกจากอาคารสาธารณะและจากชุมชนเพื่อชี้เป้าการติดเช้ือระดับอาคารและชุมชนต้ังแต่
วันแรกที่ติดเชื้อ โดยใช้ตัวอย่างน้�าเสียเฝ้าระวังทุกคนในอาคารหรือชุมชน ท�าให้สามารถช้ีเป้า
เพื่อด�าเนินมาตรการตรวจเชิงรุกเพ่ือคัดแยกผู้ติดเช้ือออกมารักษาได้ในทันทีโดยไม่ท�าให้เกิด
การระบาดเพ่ิมเตมิ
ผลส�าเร็จจากงานวจิ ยั
โครงการวจิ ยั นพ้ี ฒั นานวตั กรรมใช้ RT-qPCR ตรวจสารพันธกุ รรมไวรสั ในนา้� เสยี เพ่อื การ
เฝา้ ระวงั การแพรร่ ะบาดโควดิ -19 ในชมุ ชนเชงิ รกุ และพฒั นาระบบการนา� ผลการวจิ ยั ไปแจง้ เตอื น
ภัยจากการระบาดล่วงหน้าในระดับจังหวัดและเทศบาล ผลการด�าเนินการท่ีจังหวัดพิษณุโลก
และนครสวรรค์น�ามาส่กู ารเตือนภัยการระบาดของโควิด-19 ในชมุ ชนลว่ งหนา้ ได้ 22 วันสา� หรับ
สายพนั ธเ์ ดลตา้ และ 8 วนั สา� หรบั สายพนั ธโ์ อมคิ รอนเมอ่ื เทยี บกบั การตรวจ ATK หรอื RT-qPCR
รายบุคคล ท�าให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถด�าเนินมาตรการควบคุมโรคได้ดียิ่งข้ึน เพราะรู้
ลว่ งหนา้ กอ่ นการระบาดแพรก่ ระจายไปมาก
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม
ผลกระทบตอ่ เศรษฐกจิ และสงั คมทเี่ กดิ ขนึ้ แลว้ จรงิ ในจงั หวดั พษิ ณโุ ลกและนครสวรรคอ์ นั เกดิ
จากการลดความเสียหายต่อชีวิตและลดค่ารกั ษาผูป้ ว่ ยหนกั ได้ประมาณ 480.8 ลา้ นบาท ซึ่งเมือ่
เทยี บกับงบประมาณท่ีไดร้ บั คือ 8.1 ลา้ นบาท จะพบว่ามี Benefit-to-Cost Ratio = 59.36 เทา่
ในปี 2654-2565
กระบวนการ เตือนภยั 3-14 วันล่วงหน้า การระบาดของโควดิ -19 ในระดับ การเผยแพร่งานวจิ ัย เรอ่ื ง ระบบเตอื นภยั การระบาดของโควิด-19 ในอาคาร
ชุมชนและอาคารประเภทต่างๆด้วยการตรวจซากเช้อื SARS-CoV-2 สาธารณะและชมุ ชนโดยใช้เศษซาก RNA ของไวรสั ในน�้าเสียชมุ ชนเปน็ ตัวชีว้ ดั
169
การดแู ล
และรักษาผ้ปู ว่ ย
• การออกแบบสงั เคราะหแ์ ละทดสอบอนพุ นั ธ์ นวิ คลโี อไทด์ : คอร์ไดเซปนิ แปรรปู เพอ่ื ตา้ น 171
โคโรนาสายพันธ์ุใหม่ 2019 172
173
• การผลติ ครมี ทามือป้องกนั การตดิ เชือ้ กอ่ โรคโควิด-19 จากฟา้ ทะลายโจร 174
• การพัฒนานาโนบอดีแบบผสมที่จ�าเพาะต่อ Receptor binding domain ของ
175
SARS-CoV-2 เพ่อื การประยกุ ต์ใช้เปน็ ยาแอนติบอดีในการรักษาโรคโควดิ -19 176
• การศกึ ษาประสทิ ธผิ ลและความปลอดภยั ของสารสกดั ฟา้ ทะลายโจรในการรกั ษาผปู้ ว่ ย 177
178
โควิด-19 เปรียบเทียบกับยาหลอกแบบสุ่มชนิดปกปิดสองทาง: ตรวจหาสายพันธุ์ 179
และซากเช้ือไวรัสซาส์โควี-2 และการตรวจด้วยลายพิมพ์โปรตีนเปปไทด์ด้วยระบบ 180
แมสสเปกโทรเมตรี 181
• การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต�ารับยาสมุนไพรไทยเอพลัส (A Plus™) ที่ใช้ป้องกัน
หรอื รกั ษาโรคโควดิ -19
• การศกึ ษาผลของสารสกดั จากขา่ ตอ่ กระบวนการตายของเซลลแ์ บบNETosisเพอื่ ตอ่ ยอด
การรกั ษาโรคโควิด-19
• การออกแบบสงั เคราะห์และประเมนิ เคอรค์ มู นิ และเคอรค์ มู นิ แอนาลอ็ กในฐานะสารยบั ยงั้
การเข้าเซลล์ของไวรสั ซาร์ส-โควี-2
• การพฒั นาสารอนพุ นั ธข์ องDiphyllinสา� หรบั การประยกุ ต์ใชใ้ นการรกั ษาโรคโควดิ -19
• การศกึ ษาฤทธข์ิ องสารจากสมนุ ไพรไทยในการยบั ยงั้ การตดิ เชอ้ื ไวรสั SARS-CoV- 2
และกลไกในการยบั ย้ังไวรัสของสาร
• การออกแบบยาดว้ ยแบบจา� ลองทางคอมพวิ เตอรแ์ ละการปรบั ปรงุ โครงสรา้ งสารสา� คญั
จากกระชาย (Boesenbergia rotunda) เพ่ือใช้เป็นสารต้านไวรัส SARS-CoV-2
• ผลของการรกั ษาดว้ ยการกา� ซาบเลอื ดตอ่ การเปลย่ี นแปลงในบทบาทของกระบวนการ
อักเสบไมโตคอนเดรีย เมตาโบโลมและไมโครไบโอมในผู้ป่วยปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง
จากเชือ้ โควดิ -19
การออกแบบสงั เคราะหแ์ ละทดสอบ
อนพุ นั ธ์ นวิ คลโี อไทด์ : คอร์ไดเซปนิ แปรรปู
เพอ่ื ตา้ นโคโรนาสายพนั ธ์ุใหม่ 2019
ผู้วิจยั : ดร.ภก.นิติพล ศรีมงคลพิทกั ษ์
หนว่ ยงานผ้วู ิจัย : ศนู ยพ์ ันธวุ ิศวกรรมและเทคโนโลยีชวี ภาพแห่งชาติ
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวจิ ยั และนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวิจยั แหง่ ชาติ (วช.)
ทม่ี าและความสา� คัญของโครงการ
คณะวจิ ยั นา� โดยศนู ยพ์ นั ธวุ ศิ วกรรมและชวี ภาพแหง่ ชาตแิ ละมหาวทิ ยาลยั มหดิ ล ไดอ้ อกแบบ
สงั เคราะห์ และทดสอบอนพุ นั ธค์ อร์ไดเซปนิ และฟาวพิ ริ าเวยี รช์ นดิ ใหมท่ ม่ี ฤี ทธต์ิ า้ นเชอื้ ไวรสั โคโรนา
ไดด้ ที ง้ั จากสายพนั ธด์ุ ง้ั เดมิ และสายพนั ธก์ุ ลายพนั ธ์ุในเซลล์ อกี ทงั้ สารใหมน่ ย้ี งั ไมพ่ บความเปน็ พษิ
ต่อเซลล์ปอดเมื่อใช้ขนาดสูงอีกด้วย คณะวิจัยยังได้ใช้คอมพิวเตอร์เตอร์ในการช่วยออกแบบ
สารเพอื่ พฒั นาสารใหม้ ฤี ทธทิ์ ดี่ ขี นึ้ โดยใชก้ ารเปลยี่ นแปลงดา้ นโครงสรา้ งทางเคมี เพอื่ ดา� เนนิ การ
การทดสอบตอ่ ไปเพือ่ ให้ไดส้ ารทมี่ ศี ักยภาพเป็นยาได้ในอนาคต
ผลสา� เร็จจากงานวจิ ยั
องค์ความรู้สา� คัญในการออกแบบและสงั เคราะหย์ าต้านโคโรนาไวรัสชนดิ ProTide ได้ศึกษา
จาก Structure-Activity-Relationship (SAR) จากผลต้านไวรัสโคโรนา ความเป็นพิษตอ่ เซลล์
และการจ�าลองการจับกันระหว่างสารและเอนไซม์ RdRp ของเช้ือโคโรนา ทั้งการปรับปรุง
ประสิทธภิ าพ ทดสอบการด้อื ยา และทดสอบในหนูแฮมเตอรต์ อ่ ไป
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม
องค์ความรู้ส�าคัญในการออกแบบและสังเคราะห์ยาต้านไวรัส เพ่ือเตรียมรับสถานการณ์
การเกดิ โรคอุบัติใหม่ หรอื อบุ ัตซิ ้า�
ภาพกระบวนการพฒั นาอนพุ ันธ์นวิ คลโี อไทดเ์ พือ่ รองรับ แผนภาพกรอบการวจิ ัยการพฒั นาอนพุ ันธน์ ิวคลิโอไซด์
เชือ้ อบุ ัตใิ หมแ่ ละสายพนั ธดุ์ ้ือยาในขัน้ ต่อไป เพ่ือรองรบั เชอื้ อบุ ัตใิ หมแ่ ละสายพันธ์ดุ ้ือยาในขัน้ ต่อไป
171
การผลติ ครมี ทามอื ปอ้ งกนั
การตดิ เชอื้ กอ่ โรคโควดิ -19
จากฟา้ ทะลายโจร
ผวู้ จิ ัย : น.ส.ทวีพร เกตุอรา่ ม
หนว่ ยงานผูว้ ิจัย : ศูนย์ความเป็นเลิศดา้ นชวี วทิ ยาศาสตร์
(องคก์ ารมหาชน)
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนนุ การวจิ ยั และนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ยั แห่งชาติ (วช.)
ที่มาและความส�าคญั ของโครงการ
ครีมทามือน้ีเป็นแนวทางริเร่ิมในการควบคุมการแพร่
กระจายของไวรัส SARS-CoV-2 โดยการใช้สารสกัดจาก
ฟา้ ทะลายโจรในรปู แบบของครมี ทามอื แทนเจลแอลกอฮอลห์ รอื
สเปรย์ที่สามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้
ครมี ทามอื ตา้ นเชอื้ จลุ นิ ทรยี ท์ ม่ี สี ารสกดั ฟา้ ทะลายโจรเปน็ ทาง
เลือกทดแทนผลิตภัณฑ์ท่ีมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
ซงึ่ แพทยร์ วมถงึ ผทู้ ใ่ี สใ่ จในสขุ ภาพ ความสะอาด และสขุ อนามยั
ก็สามารถใช้ได้
ภาพผลติ ภัณฑ์ ครีมทามือปอ้ งกนั การ
ติดเชอ้ื ก่อโรคโควดิ -19 จากฟา้ ทะลายโจร
ผลสา� เรจ็ จากงานวจิ ัย
ผลิตภัณฑ์ครีมทามือต้านโควิดนี้มีสารสกัดฟ้าทะลายโจร ฆ่าเช้ือแบคทีเรียได้ 99.99%
ตามมาตรฐาน EN1276:2009และฆ่าเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ตามมาตรฐาน EN14476:
2013+A2:201995% ภายใน 1 นาทีเม่ือสมั ผสั และยงั คงประสทิ ธิภาพนานอยา่ งนอ้ ย 120 นาที
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสังคม
ประชาชนมีทางเลือกในการใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคในช่วงการระบาดของโรค COVID-19
และสามารถใช้ป้องกันโรคได้ในระยะยาวผลผลิตจากการวิจัยน้ีสามารถน�าไปใช้ได้จริงในเชิง
พาณชิ ย์สงั คมและชมุ ชนครอบคลมุ ประเดน็ สา� คญั ของการสกดั กระบวนการผลติ และการพฒั นา
ผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
ของเช้ือจุลินทรีย์ โดยเฉพาะอย่างย่ิง
ยับย้ังการแพร่กระจายของไวรัสก่อโรค
โควิด-19 ตลอดจน อย. ได้ใหค้ า� วนิ ิจฉัย
จัดผลิตภัณฑ์ครีมทามือที่มีคุณสมบัติ
ในการยบั ยงั้ ฆา่ เชอื้ จลุ นิ ทรยี ท์ ปี่ ราศจาก
แอลกอฮอล์เป็น “เวชสา� อางสมุนไพร”
ภาพกระบวนการท�างานของผลิตภณั ฑ์
ครมี ทามอื ป้องกนั การตดิ เชอื้ ก่อโรคโควดิ -19 จากฟา้ ทะลายโจร
172
การพฒั นานาโนบอดแี บบผสมทจี่ า� เพาะ
ตอ่ Receptor binding domain
ของ SARS-CoV-2 เพอ่ื การประยกุ ต์ใชเ้ ปน็ ยา
แอนตบิ อดีในการรกั ษาโรคโควดิ -19
ผวู้ จิ ัย : ผศ.ดร.ดจุ เดือน วราโห
หนว่ ยงานผ้วู จิ ยั : หลกั สูตรวิศวกรรมชวี ภาพ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยี
พระจอมเกลา้ ธนบรุ ี
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนับสนุนการวจิ ัยและนวตั กรรมโดย สา� นกั งานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.)
ที่มาและความสา� คญั ของโครงการ
ปัจจุบันน้ีมียาแอนติบอดีค็อกเทลที่ใช้ในการ ภาพประกอบแสดงถึงกระบวนการดา� เนินงานวิจัย
รักษาโรคโควิด-19 แต่ยาแอนติบอดีนั้นมีราคา ของโครงการและผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบของ
สูงมาก เนื่องจากมีกระบวนการผลิตท่ีซับซ้อน
และตน้ ทนุ การผลติ ทส่ี งู เพราะผลติ จากmammalian โครงการทีค่ าดวา่ จะเกิดข้นึ
cell ดงั นน้ั คณะผวู้ จิ ยั จงึ สนใจการพฒั นาโนบอดี้
ซึ่งเป็นโดเมนขนาดเล็ก ๆ บน variable region
ที่มีคุณสมบัติในการท�างานเหมือนแอนติบอดี
แต่สามารถผลิตด้วยระบบ E. coli ที่มีราคาถูก
และมีความซับซ้อนต�่ากว่าแอนติบอดี เพ่ือให้ได้
ตัวยาชีววัตถุท่ีพัฒนานั้นมีราคาถูกลงและ
สามารถเข้าถงึ กลุ่มผู้ป่วยได้อย่างท่วั ถึง
ผลสา� เรจ็ จากงานวจิ ัย
คาดว่าจะได้ตน้ แบบนาโนบอดีที่มีฤทธ์ยิ บั ยง้ั ปฏสิ มั พันธร์ ะหวา่ ง RBD และ ACE 2 อย่างนอ้ ย
1-2 ช้นิ สา� หรับพัฒนาเปน็ nanobody cocktail สา� หรับการรกั ษาการติดเชอื้ โคโรนา่ ไวรสั ต่อไป
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม
ยานาโนบอดีค็อกเทลเพื่อใช้รักษา
โรคโควิด-19 ท่ีสามารถผลิตใช้ได้เอง
ภายในประเทศสามารถลดคา่ ใชจ้ า่ ยทเี่ กดิ
จากการนา� เขา้ ยาชวี วตั ถจุ ากตา่ งประเทศ
และ เป็นการส่งเสริมยาชีววัตถุราคาต�่า
ให้ประชาชนไทยสามารถใช้ได้อย่างทั่วถึง
และอาจส่งขายต่างประเทศได้อีกด้วย
โดยการประเมินมูลค่ายังมิอาจสามารถ
ประเมินได้ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการ
ใช้งาน รวมถึงความต้องการของตลาด
ในประเทศและตา่ งประเทศ
173
การศกึฟษา้ าทปะรละาสยิทโจธรผิ ใลนแกลาะรครวักาษมาปผลปู้ อ่วดยภโคัยวขิดอ-ง1ส9ารสกดั
เปรยี บเทียบกบั ยาหลอกแบบส่มุ ชนดิ ปกปิดสองทาง: ตรวจหาสายพนั ธุ์
และซากเช้ือไวรัสซาส์โคว-ี 2 และการตรวจดว้ ยลายพิมพ์โปรตนี เปปไทด์
ด้วยระบบแมสสเปกโทรเมตรี
ผูว้ ิจัย : รศ.ดร.อรณุ พร อฐิ รัตน์
หน่วยงานผ้วู จิ ยั : มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนับสนนุ การวจิ ยั และนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวิจยั แหง่ ชาติ (วช.)
ท่มี าและความส�าคญั ของโครงการ
เชื้อไวรัสชนิดโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 มีการระบาดทั่วโลก โดยในประเทศไทยมีการน�า
ฟา้ ทะลายโจรมาใช้ในการดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยกลมุ่ น้ี การวจิ ยั ครงั้ นจ้ี งึ ทา� การศกึ ษาแคปซลู สารสกดั
ฟา้ ทะลายโจรเปรยี บเทยี บกบั ยาหลอกเพอ่ื เกบ็ ขอ้ มลู อาการไมพ่ งึ ประสงคจ์ ากการใชย้ าใหเ้ ปน็ ระบบ
และมกี ารศกึ ษา genomic study ดคู วามสมบรู ณข์ อง genome ในผทู้ ่ีไดร้ บั ยาฟา้ ทะลายโจรและ
ผทู้ ี่ไดร้ บั ยาหลอกเพอ่ื ใหท้ ราบสายพนั ธท์ุ ผ่ี ปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื นอกจากนกี้ ารตรวจโควดิ จโี นมทวี่ า่ มคี วาม
สมบรู ณ์ (complete genome) อยหู่ รอื ไมจ่ ะเปน็ ตวั ชว่ ยบอกวา่ ผปู้ ว่ ยยงั สามารถแพรเ่ ชอื้ ได้
ผลส�าเร็จจากงานวจิ ัย
เกิดองค์ความรู้ท่ีสามารถท�าให้เกิดการดูแลตนเองเบ้ืองต้นในขณะป่วยติดเชื้อโควิด-19
ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสมและปลอดภัย ทงั้ ในกล่มุ home isolation และ community isolation
และอาจนา� ผลการมาศกึ ษามาใช้ในการก�าหนดแนวเวชปฏิบตั ิในผู้ป่วยโควิดต่อไป
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม
เพ่ิมการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจด้านสมุนไพรไทย ท�าให้เกษตรกรมีรายได้เพ่ิมมากขึ้น
อตุ สาหกรรมยาไทย จะเจรญิ เตบิ โตเพราะสามารถส่งขายเพ่อื ช่วยเหลอื ประชาคมโลกไดอ้ ีก
ภาพการเกบ็ ข้อมูลจากกลุ่มตวั อย่างของโครงการ 174
การวิจยั และพฒั นานวัตกรรม
ต�าทรบัี่ใชย้ปาอ้ สงมกุนนั ไหพรรือไทรยักเษอาพโรลคสั โค(Aวดิ P-lu1s9™)
ผู้วจิ ัย : ดร. นสพ.ดลุ ยทรรศน์ กรณฑแ์ สง
หน่วยงานผวู้ จิ ัย : คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหิดล
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2564
สนบั สนุนการวิจยั และนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวจิ ัยแห่งชาติ (วช.)
ที่มาและความสา� คญั ของโครงการ
ต�ารับยาสมุนไพรไทยเอพลัส (A Plus™) จะเป็นอีก ภาพกระบวนการ การทา� ตา� รับยาสมนุ ไพรไทยเอพลัส
ทางเลือกหนึ่งเพื่อใช้ในการรักษาและป้องกันโรคโควิด-19 (A Plus™) ทบี่ ริษทั จฬุ ามณี ฟารม์ าซตู ิคอล จ�ากดั
ซ่ึงเป็นปัญหาของโรคติดต่อที่ส�าคัญในระดับโลก โดยคณะ ไดพ้ ฒั นาสูตรตา� รบั จะเป็นอีกทางเลือกหน่งึ เพอื่ ใช้
นักวิจัยร่วมกับบริษัทจุฬามณี ฟาร์มาซูติคอล จ�ากัด
จงึ มงุ่ เนน้ พฒั นาสตู รตา� รบั ยาสมนุ ไพรAPlus™ทอี่ อกฤทธ์ิ ในการรกั ษาและปอ้ งกนั โรคโควิด-19
ยับยั้งเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 และไม่เป็นพิษต่อร่างกาย
โดยหวังว่าจะใช้ยาสมุนไพรดังกล่าวเป็นการรักษาทาง
เลือกใหม่ต่อไวรัส SARS-CoV-2 ทุกสายพันธุ์ถ้าไวรัส
มีการกลายพันธุ์ในอนาคต
ผลส�าเร็จจากงานวจิ ัย
• ยาสมุนไพร A Plus™ มีความสามารถในการยับยัง
เชอื้ ไวรสั SARS-CoV-2 สายพนั ธเ์ุ ดลตา้ ได้ 100% ทร่ี ะดบั
ความเข้มข้นต่�าสดุ 7.8 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ความสามารถของสารสกดั สมนุ ไพร A Plus™ ทค่ี วามเขม้ ขน้
7.8 ไมโครกรมั ตอ่ มลิ ลลิ ติ ร ในการยบั ยง้ั ไวรสั SARS-CoV-2
• ยาสมุนไพร A Plus™ ไม่มีความเป็นพิษกึ่งเรื้อรัง สายพนั ธเ์ุ ดลตา้ ท่ปี ริมาณ 100 PFU ได้ 100%
ในหนทู ดลอง
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสงั คม
ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มากกว่า
535 ล้านคน โดยมีผู้เสียชีวิต 6.31 ล้านคน และคาดว่า
จะมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยการระบาดอาจมีเวลา กราฟแสดงน้�าหนักตัวของหนูแรทเพศผู้และหนูแรทเพศเมีย
เมอื่ ป้อนยาตา� รับ A Plus™ เปน็ ระยะเวลา 13 สปั ดาห์ (90 วนั )
ด้านสุขภาพของหนูท้ังสองเพศที่ได้รับยาต�ารับ A Plus™
การระบาดยาวนานกว่าที่คาดคิดเนื่องจากการกลายพันธุ์ ทกุ ขนาดไมพ่ บวา่ มกี ารเปลย่ี นแปลงทางดา้ นสขุ ภาพ หรอื ไมม่ ี
การคาดการณ์ขนาดตลาดโดยสัดส่วนประชากรท่ีอยู่ ความเป็นพษิ ที่แตกตา่ งจากกลมุ่ ควบคมุ
ในกลุ่มเป้าหมายแรกคือเอเชีย ประมาณ 70% หรือ
คิดเป็น 375 ล้านคน โดยบริษัทจุฬามณี ฟาร์มาซูติคอล
ตง้ั เปา้ หมายการขายไวท้ ่ี 5% ของกลุม่ ตลาดเปา้ หมายแรก
คือจา� นวน 19 ลา้ นคน โดยคดิ เปน็ 3.5% ของตลาดทว่ั โลก
ประมาณการรายได้ 1,134 ล้านบาท คิดเป็น 453.6 เท่า
จากงบประมาณท่ีได้รบั บรษิ ัทจุฬามณี ฟาร์มาซตู ิคอล จ�ากัด จะท�าการวางแผ น
การตลาดโดยตลาดเปา้ หมายจะเปน็ ในประเทศและนอกประเทศ
175
การศกึ ษาผลของสารสกัดจากข่า
ต่อกระบวนการตายของเซลล์แบบ NETosis
เพอื่ ต่อยอดการรักษาโรคโควดิ -19
ผวู้ ิจัย : ดร.ลลดิ า ศิริอนนั ต์
หนว่ ยงานผู้วิจยั : มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนับสนุนการวจิ ัยและนวัตกรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)
ท่มี าและความสา� คัญของโครงการ
โรคโควดิ -19(COVID-19)ทเ่ี กดิ จากการระบาดของไวรสั โคโรนาสายพนั ธ์ใุ หม่SARS-CoV-2
ได้ถูกประกาศให้เป็นโรคท่ีมีการระบาดใหญ่ทั่วโลก หรือ world pandemic จากการศึกษาซีร่ัม
ของผ้ปู ่วยโรคโควดิ -19 ที่มีอาการรนุ แรงพบ marker ของกระบวนการ NETosis ค่อนขา้ งมาก
และการเกดิ NETosis จะสง่ ผลใหเ้ กดิ Cytokine storm และทา� ใหผ้ ปู้ ว่ ยมอี าการรนุ แรง ดงั นนั้ ทาง
คณะผวู้ จิ ยั จงึ ศกึ ษาถงึ สารสกดั จากขา่ ทม่ี ตี อ่ กระบวนการ NETosis เพอื่ เปน็ ทางเลอื กใหแ้ กผ่ ปู้ ว่ ย
โรคโควดิ -19
ผลสา� เรจ็ จากงานวิจยั
องค์ความรู้เร่ืองโครงสร้างของสารออกฤทธิ์จากข่าท่ีมีผลต่อการตายของเซลล์แบบ
NETosis รวมท้ังองค์ความรู้เรื่องผล และกลไกการออกฤทธ์ิของสาร ออกฤทธิ์จากข่าและ
สารแอนโดกราโฟไลดต์ ่อกระบวนการ NETosis
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสงั คม
ห า ก มี ก า ร น� า ง า น วิ จั ย นี้ ไ ป
ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลดความ
รนุ แรงของโรคในผปู้ ว่ ยโควดิ -19ได้
อาจจะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้
กับข่าได้อย่างน้อย 10% จาก
ราคาข่าในท้องตลาดปัจจุบัน และ
หากผลติ ภณั ฑท์ ี่ไดร้ บั การพฒั นา
จากองคค์ วามรขู้ องการวจิ ยั นเี้ ปน็
ผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคสามารถ
รบั ประทานและเขา้ ถงึ ไดง้ า่ ยจะสง่ ผล
ให้ประชาชนมีความหวาดกลัวต่อ
โรคน้อยลง และกลับมาใช้ชีวิต
ไดอ้ ยา่ งปกติ อยา่ งน้อย 50%
ภาพโครงสรา้ งทางเคมีของสารออกฤทธิ์
176
การออกแบบ สงั เคราะห์ และ ประเมินเคอรค์ ูมนิ
และเคอร์คมู นิ แอนาล็อกในฐานะสารยบั ย้ัง
การเขา้ เซลล์ของไวรสั ซาร์ส-โควี-2
ผวู้ จิ ัย : รศ.ดร.ภญ. ลอื ลักษณ์ ล้อมลม้ิ
หน่วยงานผวู้ จิ ยั : มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนับสนุนการวจิ ยั และนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)
ที่มาและความส�าคญั ของโครงการ
งานวิจยั น้ี มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ออกแบบ สังเคราะห์ และ ประเมินสาร curcumin และอนุพันธ์
curcumin ทีค่ าดวา่ สามารถจับกบั FFA binding pocket เพื่อส่งผลในการ stabilize native
state ของ spike protein ทา� ใหร้ บกวนการจบั ระหวา่ ง spike protein ของเชอื้ ไวรสั SARS-CoV-2
และ ACE-2 receptor เพือ่ ส่งผลในการยับยงั้ การเขา้ เซลลข์ องไวรัสซาร์ส-โคว-ี 2
ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ัย
สารใหม่ที่มีฤทธิย์ บั ยง้ั การเข้าเซลลข์ องไวรสั ซารส์ -โควี-2
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสงั คม
หากสารที่ได้สามารถปอ้ งกันการตดิ เชอื้ หรือรักษาการตดิ เชือ้ ไวรสั ซารส์ -โควี-2 ตอ้ งมกี าร
ศึกษาเพิ่มเติมด้านความเป็นพิษ และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันการติดเช้ือ ซ่ึงอาจสร้าง
ผลกระทบทางเศรษฐกจิ เพ่มิ ขน้ึ จากงบประมาณท่ีไดร้ บั 100 เทา่
ภาพผลผลิตของโครงการวจิ ัย
177
กาสรา� พหัฒรับนกาาสรโาปรรครอะโคยนวกุพุ ดิตัน-์ใธช1์ข้ใ9นอกงาDรiรpักhษylาlin
ผูว้ ิจัย : ดร. สทิ ธวิ ุฒิ เจริญสุทธิวรากลุ
หน่วยงานผูว้ จิ ยั : คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิ ล
ระยะเวลาดา� เนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนบั สนนุ การวจิ ัยและนวัตกรรมโดย สา� นกั งานการวิจยั แหง่ ชาติ (วช.)
ที่มาและความส�าคัญของโครงการ
ผลการทดลองจากเอกสารทใี่ ช้อ้างองิ เบื้องต้นบง่ ช้วี า่ Diphyllin มีศกั ยภาพคอ่ นข้างสูงทีจ่ ะ
น�าไปพัฒนาและศึกษาต่อทางด้านกลไกการท�างานที่มีฤทธ์ิต้านไวรัส SARS-CoV-2 และไวรัส
อน่ื ๆทย่ี งั ไมม่ ยี ารกั ษาเนอ่ื งจากสารตวั นม้ี คี วามเปน็ พษิ สงู การออกแบบและการสงั เคราะหอ์ นพุ นั ธ์
ของ DP โดยใช้วิธีท่ีราคาถูก สามารถเตรียมได้ในปริมาณมาก โดยจุดมุ่งหมายเพื่อให้อนุพันธ์
ของ DP มีประสทิ ธิภาพ และลดความเปน็ พษิ ตอ่ เซลล์ จะเป็นอกี หนึ่งทางเลอื กทดี่ ี ในการพัฒนา
ยาสารจากธรรมขาติ
ผลสา� เรจ็ จากงานวิจยั
1. ไดก้ ระบวนการสงั เคราะห์ diphyllin ทม่ี ปี ระสิทธิภาพ และราคาถกู
2. ผลงานวชิ าการทตี่ พี ิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ Q1 หรอื Q2 จ�านวน 2 เร่ือง
3. องค์ความรู้เพื่อรับมือกับโรคระบาดใหม่ เนื่องจากในโครงการนี้จะมีการทดสอบในไวรัส
ที่นอกเหนือจาก SAR-CoV-2 เพ่ือประเมินประสิทธิภาพของสารต่อการติดเชื้อของไวรัส
ชนดิ อ่ืนๆ ดว้ ย
4. มีการสร้างนกั วิจยั ระดบั ปฏบิ ตั ิการท่ีทา� งานภายใตโ้ ครงการน้ี
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม
กระบวนการสงั เคราะหแ์ ละอนพุ นั ธข์ อง diphyllin รวมถงึ องคค์ วามรทู้ เี่ กดิ ขนึ้ และการพฒั นา
บุคลากรภายใต้โครงการ จะท�าให้ประเทศไทยมีความสามารถในการพึ่งพาตัวเองเพิ่มมากข้ึน
ในดา้ นการพัฒนายา โดยประเมนิ ผลกระทบไวท้ ร่ี ะดบั 5 เท่าของทุนวิจัยท่ีได้รบั
ภาพ Synthetic route towards diphyllin 178
การศึกษาฤทธขิ์ องสารจากสมนุ ไพรไทย
ในการยบั ยั้งการตดิ เช้อื ไวรสั SARS-CoV- 2
และกลไกในการยบั ย้งั ไวรัสของสาร
ผูว้ ิจยั : ดร.นพพร ชุติวิทรู ชยั
หน่วยงานผู้วิจัย : ส�านักงานพฒั นาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแห่งชาติ
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2565
สนบั สนนุ การวิจยั และนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวิจยั แหง่ ชาติ (วช.)
ทม่ี าและความสา� คญั ของโครงการ
แม้ว่าในปัจจุบันได้มีการอนุญาตให้ใช้ยาต้านไวรัสท่ีพัฒนาข้ึนจากไวรัส SARS-CoV-2
โดยทางตรงและทางอ้อม ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสดังกล่าว
แต่ยังคงมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้อยู่อย่างต่อเน่ือง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจ�าเป็นในการค้นหา
และพฒั นายาตา้ นไวรสั ตวั ใหม่ๆทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพสงู ราคาไมแ่ พงและเพยี งพอตอ่ ผปู้ ว่ ยโรคโควดิ -19
เพ่อื ลดอตั ราการเสยี ชวี ติ จากโรคที่เกดิ จากการตดิ เชอ้ื ไวรัสดังกล่าว
ผลส�าเรจ็ จากงานวิจัย
จากการทดสอบฤทธ์ิของสารจากสมุนไพรไทย ได้แก่ สาร andrographolide, quercetin
7-rhamnoside, curcumin, bisdemethoxycurcumin และ demethoxycurcumin ในการยบั ยง้ั
การติดเชอ้ื ไวรสั SARS-CoV-2 พบว่าสาร quercetin 7-rhamnoside ยับย้ังการตดิ เช้อื ไวรสั
ได้ดที คี่ วามเข้มขน้ 100 – 200 µM โดยพบวา่ สารดังกล่าวยบั ยัง้ ท่กี ารทา� งานของโปรตนี spike
และ ACE2 ที่ใช้ในกระบวนการติดเช้ือเข้าสู่เซลล์ของไวรัส และในขณะนี้อยู่ในช่วงทดสอบฤทธิ์
และหากลไกในการยบั ยั้งไวรัสของสารอ่ืน ๆ จากสมนุ ไพรไทยเพม่ิ เติม
มูลค่าของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม
ชว่ ยเพม่ิ รายได้ใหก้ บั เกษตรกรผเู้ พาะปลกู สมนุ ไพรไทยโดยตรง ชว่ ยกระตนุ้ ใหเ้ กดิ ความสนใจ
ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และยาจากสมุนไพรไทยส�าหรับใช้ในการป้องกันและรักษา
โรคโควดิ -19 รวมถงึ ชว่ ยเพม่ิ ทางเลอื กและความมนั่ ใจในการใชส้ มนุ ไพรไทยเพอื่ ปอ้ งกนั และรกั ษา
โรคโควิด-19 อีกท้ังยังช่วยกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการศึกษาฤทธิ์ของสมุนไพรไทยอื่น ๆ
ในการป้องกันและรักษาโรค
โควดิ -19 รวมถึงโรคอื่น ๆ ซ่งึ จะ
ช่วยให้มีการสนับสนุนจากภาค
รัฐและเอกชนในการส่งเสริมให้
เ ก ษ ต ร ก ร มี ก า ร เ พ า ะ ป ลู ก
สมนุ ไพรไทย รวมถึงสง่ เสรมิ ใหม้ ี
ก า รวิจัยเก่ียวกับฤทธ์ิของ
สมุนไพรไทยในการป้องกันและ
รกั ษาโรคอ่นื ๆ ตอ่ ไป
ภาพสารตา่ งๆจากสมนุ ไพรไทยถูกนา� มาทดสอบฤทธิ์ในการยบั ยัง้ การติดเชือ้
ไวรัส SARS-CoV-2 โดยสารท่ยี บั ยั้งไวรสั ไดจ้ ะถูกน�ามาหากลไก
179 ในการยับย้ังไวรสั ตา่ งๆ
การออกแบบยาดว้ ยแบบจ�าลองทางคอมพิวเตอร์
และการปรับปรุงโครงสร้างสารส�าคัญจากกระชาย
(Boesenbergia rotunda)
เพอ่ื ใชเ้ ปน็ สารตา้ นไวรัส SARS-CoV-2
ผูว้ ิจยั : รศ.ดร.พฒุ นิ นั ท์ มีเผา่ พนั ธ์
หนว่ ยงานผวู้ ิจัย : คณะวิทยาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่
ระยะเวลาด�าเนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนบั สนุนการวจิ ัยและนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวิจัยแหง่ ชาติ (วช.)
ที่มาและความสา� คัญของโครงการ
จากการแพร่ระบาดของไวรัส SARS-CoV-2 ก่อให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรงท่ัวโลก การรักษา
ในปจั จบุ นั ยงั คงใชย้ าตา้ นไวรสั ชนดิ ออกฤทธเิ์ ปน็ วงกวา้ งซง่ึ กอ่ ใหเ้ กดิ อาการไมพ่ งึ ประสงคแ์ กผ่ ปู้ ว่ ยจา� นวนมาก
ดงั นนั้ ในการศกึ ษานจี้ ะมงุ่ เนน้ ไปทก่ี ารพฒั นาสารตา้ นไวรสั จากอนพุ นั ธฟ์ ลาโวนอยดท์ ส่ี กดั ไดจ้ ากกระชาย
โดยประยกุ ต์ใชเ้ ทคนคิ คอมพวิ เตอรม์ าชว่ ยในการออกแบบโครงสรา้ งสารซง่ึ จะนา� ไปสงั เคราะห์ และทดสอบ
การยบั ยง้ั เอนไซม์โปรตเิ อสหลกั ของไวรัส
ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ัย
ได้องค์ความรู้ใหม่ในการสกัดแยกสารอนุพันธ์ฟลาโวนอยด์ pinostrobin และ pinocembrin
จากกระชายซึ่งจะน�าไปเป็นสารต้ังต้นในการดัดแปรโครงสร้างสาร นอกจากน้ีผลผลิตจากกระบวนการ
คดั กรองและออกแบบโครงสรา้ งสารจะเปน็ แมแ่ บบในการสงั เคราะหแ์ ละดดั แปรโครงสรา้ งสารฟลาโวนอยด์
(อย่างน้อย 20 สาร) จนได้สารท่ีมฤี ทธิ์ในการตา้ นไวรสั ท่ีดีและมีความเป็นพษิ ตอ่ เซลลต์ �่าซง่ึ สามารถน�าไป
พฒั นาเป็นยาตา้ นไวรัสต่อในอนาคต
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรอื ทางสังคม
สารอนุพันธ์ pinostrobin และ pinocembrin ชนิดต่างๆ ที่สังเคราะห์ได้มีฤทธ์ิในการต้านไวรัส
SARS-CoV-2 ไดด้ ี ซงึ่ สามารถนา� ไปวจิ ยั และพฒั นาตอ่ เปน็ ผลติ ภณั ฑย์ าทสี่ ามารถใช้ในทางการแพทย์ได้
จะเปน็ การลดต้นทุนการน�าเข้ายาต้านไวรสั จากตา่ งประเทศ เช่น favipiravir remdesivir และ paxlovid
เปน็ ตน้ ซง่ึ ยาเหลา่ นม้ี รี าคาคอ่ นขา้ งสงู อกี ทง้ั ยงั เปน็ การสง่ เสรมิ การปลกู กระชายของเกษตรกรไทยสา� หรบั
น�ามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ และเป็นการเพิ่มมูลค่ากระชายให้แก่เกษตรกรไทย นอกจากนี้
ยาต้านไวรัสท่ีพัฒนาได้ยังสามารถเป็นพื้นฐานในการออกแบบยาต้านไวรัสส�าหรับเชื้อไวรัสโคโรนา
ชนิดใหมท่ ี่อาจอุบัติใหม่ขึ้นในอนาคตได้
ภาพรวมของโครงการวิจัย โดย ภาพผลงานวิจัยเพ่ิมเติมของโครงการ คณะผู้ศึกษาได้ท�าการคัดกรองสาร 180
โครงการวิจัยนี้ประกอบด้วยการ ผลติ ภณั ฑธ์ รรมชาตจิ ากพชื ไทยจา� นวน326สารดว้ ยวธิ กี ารคดั กรองเสมอื นจรงิ
พัฒนาสารอนุพันธ์ฟลาโวนอยด์ ดว้ ยวธิ กี าร molecular docking, molecular dynamic, binding free energy
pinostrobin และ pinocembrin calculation, drug-likeness และการคดั กรองผา่ น ADME/Tox จากการศกึ ษา
ทส่ี กดั ไดจ้ ากกระชาย โดยอาศยั วธิ ี พบวา่ สารในกลุ่ม bisbenzylisoquinoline alkaloids สามารถยับยั้งตัวรับทาง
การออกแบบตามหลักการ ratio- ชวี ภาพชนดิ SARS-CoV-2 3CLPro ซงึ่ มคี วามสา� คญั ตอ่ วงจรชวี ติ (lifecycle)
nal-drug design แล้วคัดกรอง ของไวรัส SARS-CoV-2 โดยพบวา่ สาร liensinine ทีส่ กดั ได้จากดีบัวสามารถ
ด้วยแบบจ�าลองทางคอมพิวเตอร์ ยบั ย้งั การทา� งานของเอนไซม์ดงั กลา่ วได้ในระดบั หลอดทดลอง (in vitro)
ด้วยเทคนิคโมเลกุลาร์ด็อกก้ิงและ
พลวัตเชิงโมเลกลุ เมอ่ื ได้โครงสรา้ ง
ที่เหมาะสมจะน�าโครงสร้างแม่แบบ
เหลา่ นม้ี าเปน็ ตน้ แบบการสงั เคราะห์
ในหอ้ งปฏิบตั ิการ ตามด้วยการน�าสารท่ีได้ไปวิเคราะหฤ์ ทธิใ์ นการยบั ย้ังเอนไซม์
SARS-CoV-2 3CLPro ซ่ึงเป็นตัวรับทางชีวภาพที่ส�าคัญในการพัฒนายา
ต้านไวรัส จากน้ันจะน�าข้อมูลฤทธ์ิในการต้านไวรัสมาวิเคราะห์และสร้างแบบ
จ�าลอง QSAR ผลส�าเร็จของงานวิจัยนี้คือการได้สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ
ที่มีฤทธ์ิในการต้านไวรัสที่ดี มีความเป็นพิษต่อเซลล์ต�่า และสามารถดูดซึมได้
ทางระบบทางเดนิ อาหาร
ผลของการรกั ษาด้วยการกา� ซาบเลอื ด
ตอ่ การเปลย่ี นแปลงในบทบาทของกระบวนการ
อกั เสบไมโตคอนเดรีย เมตาโบโลมและไมโครไบโอม
ในผู้ปว่ ยปอดอักเสบติดเช้อื รนุ แรงจากเชื้อโควิด-19
ผวู้ ิจยั : นพ.พฤทธิ์ คศู ริ ิสนิ
หน่วยงานผ้วู จิ ยั : คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2565
สนบั สนุนการวจิ ยั และนวตั กรรมโดย ส�านกั งานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ท่มี าและความส�าคัญของโครงการ
ตง้ั แตท่ เ่ี ช้ือไวรสั COVID-19 ไดอ้ บุ ตั ขิ นึ้ มา ไดก้ อ่ ให้
ผู้ป่วยเกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรงอย่างมากมาย ส่งผล
ให้มีอัตราการเจ็บป่วยและอัตราการเสียชีวิตเพ่ิมขึ้น
อย่างมาก การรักษาด้วยการใช้ตัวกรองดูดซับสาร
ก่อการอักเสบหรือการก�าซาบเลือด (hemoperfusion)
จงึ เปน็ วธิ หี นงึ่ ทมี่ กี ารใชร้ กั ษาภาวะนี้ แตก่ ารเปลยี่ นแปลง
ทางด้านกลไกของกระบวนการอักเสบ ไมโตคอนเดรีย ภาพ Flowchart การท�างานวจิ ัย ซึง่ จะมกี ารตรวจวดั การ
เมตาโบโลม และไมโครไบโอมในเลือดจากการรักษาด้วย เปลี่ยนแปลงของกระบวนการอักเสบ ไมโตคอนเดรยี เมตา
วิธีนั้นยังมีการศึกษาน้อยมาก งานวิจัยชิ้นนี้จึงมุ่นเน้น โบโลม และไมโครไบโอม ในผู้ป่วยปอดอักเสบติดเช้ือ
COVID-19 รุนแรง น�าไปสู่องค์ความรู้จากการรักษา
ในการศกึ ษาการเปล่ยี นแปลงของกระบวนการดังกลา่ ว ด้วยวธิ ี hemoperfusion ต่อไป
ผลส�าเรจ็ จากงานวจิ ยั
ผลจากงานวจิ ยั จะเปน็ องคค์ วามรู้ 4 ดา้ น เกย่ี วกบั การเปลย่ี นแปลงของกระบวนการอกั เสบ ไมโตคอน
เดรีย เมตาโบโลม และไมโครไบโอมในเลือด ของผู้ป่วยปอดอักเสบติดเชื้อ COVID-19 รุนแรงท่ีได้รับการ
รกั ษาดว้ ยวธิ ี hemoperfusion ซง่ึ สามารถตอ่ ยอดไปใช้ในการอธบิ ายกลไกการรกั ษาผปู้ ว่ ยทม่ี กี ารตดิ เชอ้ื
อยา่ งรนุ แรงโรคอน่ื ๆ ไดอ้ ีกดว้ ย
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม
ด้านสงั คม: นา� ไปสูก่ ารดแู ลรกั ษาผู้ปว่ ย COVID-19 อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพยงิ่ ข้นึ จากการน�าเทคนคิ
การตรวจหาปริมาณเมตาโบโลมในเลือด การตรวจหาไมโครไบโอมในเลือด และการตรวจระดับยีนท่ี
เกี่ยวข้องกับไมโตคอนเดรียมาใช้เป็นตัวบ่งช้ีความรุนแรงและพยากรณ์ของโรค และเป็นการเพ่ิมเติมองค์
ความรจู้ ากการรกั ษาโรคดว้ ยวธิ ี Hemoperfusion ซงึ่ การดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ย COVID-19 ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ
ย่ิงขึ้นนี้ จะน�าไปสู่การลดอัตราการเสียชีวิต และลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล อันจะท�าให้มีปริมาณ
เตยี งเพมิ่ ขน้ึ สา� หรบั ผตู้ ดิ เชอ้ื ใหม่ ซง่ึ การไดเ้ ขา้ รบั การรกั ษาในโรงพยาบาลอยา่ งรวดเรว็ นี้ จะลดโอกาสการ
แพร่ระบาดของโรคในเขตนอกโรงพยาบาลได้ โดยสรปุ คือ จะส่งผลกระทบที่ดขี น้ึ อยา่ งนอ้ ย 50 เทา่ ข้ึนไป
ด้านเศรษฐกิจ: ท�าให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว เพราะการแพร่ระบาดของเช้ือไวรัส SARS-CoV-2
ลดลง ทา� ให้ไมเ่ กิดการ lock down ภายในพืน้ ท่ี โดยนา่ จะส่งผลกระทบท่ีดขี น้ึ อยา่ งน้อย 25-50 เท่า
181
การแพรเ่ ช้ือ
จากสัตวส์ ่คู น
• การศึกษาความเสี่ยงของการเกิดโรคไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ทีม่ ีสตั วเ์ ลี้ยงเป็นตวั รงั โรค 183
การศึกษาความเสย่ี งของการเกิดโรคไวรัสโคโรนา
(โควดิ -19) ท่ีมสี ัตวเ์ ลยี้ งเปน็ ตัวรังโรค
ผวู้ ิจัย : ผศ.ดร.ธรรมาพร พจิ ติ ราศลิ ป์
หน่วยงานผู้วจิ ยั : คณะเทคนคิ การสัตวแพทย์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2564
สนบั สนุนการวิจยั และนวตั กรรมโดย สา� นกั งานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ที่มาและความสา� คัญของโครงการ
มีรายงานการเกดิ โรคระบาด SARS CoV-2 ในสัตว์สัตวห์ ลายชนดิ ดังเชน่ สิงโต เสือ ตัวน่ิม
พังพอน สนุ ัข แมว มิงค์ และสตั วอ์ ืน่ ๆ โดย SAR CoV-2 สามารถตดิ ต่อจากคนสคู่ น และจากสตั ว์
สู่สัตว์ได้ อย่างไรก็ตามในวิกฤตของการเกิด SARS CoV-2 ส่วนใหญ่เป็นการให้ความส�าคัญ
กับสขุ ภาพของคน แตก่ ็ยังมีความสนใจนอ้ ยเกี่ยวกบั จากการคกุ คามโรคสัตว์ไปสูค่ น - สตั ว์เอง
การขาดแนวทางหน่ึงด้านสุขภาพนี้อาจส่งผลกระทบที่ส�าคัญเกี่ยวข้องกับการสาธารณสุขได้
ดงั นั้นการตรวจหาภูมิคุ้มกนั ทีม่ ีตอ่ เชื้อ SARS CoV-2 ในสัตวเ์ ล้ียงจงึ เปน็ เร่อื งจา� เป็นและส�าคัญ
อย่างย่งิ ในการกา� หนดมาตรการในการปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดของเชื้อ SARS CoV-2 ตอ่ ไป
ผลส�าเร็จจากงานวิจยั
ดา� เนนิ การตรวจหาภมู ิคมุ้ กันในสนุ ขั และแมว
ภาพแสดงการผลิตแอนตเิ จนสา� หรบั การตรวจดว้ ย ELISA
มลู ค่าของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม
สามารถตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 ให้กับประชาชน หรือหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
ซ่ึงจะสามารถประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดในสัตว์เลี้ยงได้ ท�าให้สามารถยับย้ังและ
หาแนวทางป้องกนั การแพรร่ ะบาดไดล้ ่วงหนา้
ภาพการตรวจหาค่าภูมคิ ้มุ กันต่อ FCoV และ SARS CoV-2 ดว้ ยเทคนิค ELISA
183
นวตั กรรมทางการแพทย์ วัสดุ
อปุ กรณ์ เคร่ืองมือทางการแพทย์
• การพฒั นาหน้ากากอนามยั จากแผน่ กรองเสน้ ใยสมบัตพิ ิเศษตา้ นเชอื้ ไวรสั และฝนุ่ PM 2.5 185
• นวัตกรรมหนา้ กากอนามยั นาโนป้องกนั การติดเช้อื โคโรนาไวรัสแบบซกั ได้ 186
• ระบบสนบั สนนุ การคดั กรองผตู้ อ้ งสงสยั การตดิ เชอ้ื ในสถานการณเ์ รง่ ดว่ นณสนามบนิ สวุ รรณภมู ดิ ว้ ยการ 187
188
ประมวลผลข้อมูล ณ เวลาจรงิ 189
• การสร้างอุโมงค์ลมระบายอากาศความดันลบหัวเตียงผู้ป่วยป้องกันเชื้อ COVID-19 อาคารผู้ป่วยใน 190
191
เปน็ โรงพยาบาลสนาม COHORT WARD 192
• การพฒั นาหอ้ งความดนั ลบทสี่ ามารถเคลอื่ นยา้ ยไดเ้ พอ่ื ใชเ้ ปน็ หอ้ งICUในโรงพยาบาลหรอื โรงพยาบาลสนาม
• แนวทางปรับใชพ้ น้ื ทภ่ี ายในอาคารสาธารณะเพอื่ เป็นโรงพยาบาลสนาม 193
• การพฒั นาผา้ ชนดิ ไมถ่ ักไมท่ อท่สี ามารถยับยัง้ ไวรสั โคโรนาสา� หรับชดุ ป้องกันส่วนบคุ คลทางการแพทย์ 194
• การศกึ ษาการฟงุ้ กระจายของละอองฝอยขนาดเลก็ จากเครอ่ื งมอื ทางทนั ตกรรม และประสทิ ธภิ าพในการ 195
196
ลดการฟุ้งกระจายของละอองฝอยขนาดเล็กโดยเคร่ืองดูดละอองฝอยท่ีใช้ภายในและภายนอกช่องปาก
ชนดิ ตา่ งๆ 197
• การพฒั นาหน้ากากอนามยั ชนิด KN95 198
• ชดุ หนา้ กากปอ้ งกนั เชอ้ื โรคแบบคลมุ ศรี ษะพรอ้ มชดุ กรองอากาศประสทิ ธภิ าพสงู Powered Air Purifying 199
Respirator System (PAPRs COVID-19) 200
• การตอ่ ยอด “ต้นแบบผลงานวิจยั เต็นท์แรงดันลบ” ให้ได้มาตรฐานสากลส�าหรบั น�าไปใชก้ บั ผู้ปว่ ยติดเชื้อ 201
COVID-19 ทีร่ กั ษาในโรงพยาบาล 202
• การพฒั นาและขยายผลงานวจิ ยั นวตั กรรม ‘MagikTuch’ สา� หรบั แปลงระบบลฟิ ตท์ วั่ ไปใหเ้ ปน็ ระบบลฟิ ต์ 203
แบบไรส้ มั ผสั เพอ่ื บรรเทาปญั หาการแพรร่ ะบาดของเชอื้ โควดิ -19 และเชอื้ โรคระบาดตา่ งๆ จากการใชล้ ฟิ ต์ 204
ในท่สี าธารณะทม่ี ปี ระชาชนใช้งานจา� นวนมาก
• การคัดเลือกแอนติเจนของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และการผลิตชุดตรวจภูมิคุ้มกันชนิด 205
แอนติบอดีโดยการศกึ ษาการตอบสนองทางซโี รโลยขี องบคุ คลทหี่ ายจากโรคโควคิ -19 206
• การพัฒนาชุดตรวจวดั และตรวจหาแอนติบอดียบั ยง้ั เชอ้ื SARS-CoV-2 207
• นวัตกรรมหนา้ กากอนามัยแบบใชแ้ ล้วทิง้ ทีส่ ามารถยอ่ ยสลายได้ผลติ จากเซลลโู ลสธรรมชาติ 208
• เตยี งเคล่อื นย้ายผูป้ ว่ ยความดันลบทีส่ ามารถวัดและส่งคา่ สัญญาณชพี ผู้ปว่ ยผา่ นระบบคลาวด์ 209
• การพฒั นาการใหบ้ รกิ ารสาธารณสขุ ด้วยหนุ่ ยนตเ์ คล่ือนท่ีบงั คับระยะไกล 210
• การขยายผลการใชง้ านตน้ แบบเปลเคลอ่ื นยา้ ยผปู้ ว่ ยความดนั ลบเพอื่ ปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอ้ื ทางเดนิ 211
หายใจในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19
• เคร่ืองเอกซเรยด์ ิจิทลั สา� หรบั ถ่ายปอดผู้ป่วยโควดิ -19 184
• การพฒั นาต่อยอดระบบ software smart bed ควบคมุ เตียงพลกิ ตะแคงและเบาะเจลยางพาราปอ้ งกนั
แผลกดทบั Doctor N Medigel เพื่อให้ไดม้ าตรฐานเครอ่ื งมือแพทย์ระดับสากลสา� หรบั ใชง้ านในหอผู้ปว่ ย
วิกฤตโควิด-19
• การพฒั นาอุปกรณก์ ารตรวจคัดกรอง COVID-19 ดว้ ยลมหายใจชนิดพกพา
• การเพมิ่ คณุ สมบตั แิ ละประสทิ ธภิ าพหนา้ กากอนามยั ชนดิ KN95 เพอื่ บคุ ลากรทางการแพทยแ์ ละประโยชน์
ในมิติต่างๆ ด้วยวตั ถุดิบในประเทศ
• เครอ่ื งผลิตออกซเิ จนอัตราการไหลสูงทสี่ ามารถเคลือ่ นยา้ ยได้
• เครื่องเพ่ิมความเข้มข้นออกซิเจนและระบบตรวจสอบสัญญาณชีพระยะไกลอัจฉริยะบนคลาวด์ส�าหรับ
การแยกผูป้ ว่ ย COVID-19 ที่บ้าน
• ระบบการตรวจจับอาการแรกเร่ิมของเชื้อ COVID-19 โดยอาศัยเทคโนโลยีการเรียนรู้เชิงลึกจากข้อมูล
ของนาฬกิ าอัจฉริยะ
• การพัฒนาฟลิ ม์ เคลือบนาโนส�าหรับยับยง้ั เชื้อโควิด-19
• ตน้ แบบเครอื่ งตรวจคดั กรองผปู้ ว่ ยตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) แบบไมเ่ จบ็ ตวั โดยการวเิ คราะห์
โปรไฟล์จากลมหายใจ
การพัฒนาหนา้ กากอนามัยจากแผน่ กรองเส้นใย
สมบัตพิ เิ ศษตา้ นเชื้อไวรัสและฝุน่ PM 2.5
ผู้วิจยั : ดร.วรล อนิ ทะสันตา
หน่วยงานผูว้ จิ ยั : ศนู ยน์ าโนเทคโนโลยีแหง่ ชาติ
สา� นกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี หง่ ชาติ
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2563 - 2565
สนบั สนนุ การวิจยั และนวัตกรรมโดย ส�านกั งานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)
ทมี่ าและความสา� คัญของโครงการ
การระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 หรอื โรคโควดิ -19 การใชห้ นา้ กากอนามยั นบั เปน็ แนวทาง
หนึ่งท่ีสามารถป้องกันการรับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย และช่วยชะลออัตราการขยายตัวของจ�านวนผู้ป่วย
ได้ ประกอบกบั ตลอดชว่ งหลายปีท่ผี า่ นมา ประเทศไทยต้องเผชญิ กับปญั หาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5
ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพทางระบบทางเดินหายใจ โครงการน้ีมุ่งเน้นไปท่ีการพัฒนาแผ่นกรองเส้นใย
ส�าหรับการกรองละเอยี ดได้ดยี ง่ิ ขน้ึ ซ่ึงเม่อื นา� มาประกอบเป็นหน้ากากอนามยั สา� หรับบุคคลแลว้ สามารถ
ทั้งป้องกันเช้ือจุลชีพและกรองไวรัสขนาดเล็ก (Viral filtration efficiency, VFE) ท้ังทรงสี่เหล่ียม (Flat)
และทรงเข้ารูปกบั ใบหนา้ (Facial fit) ทีเ่ บา สบาย สวมใส่งา่ ย หายใจสะดวก
ผลสา� เร็จจากงานวจิ ยั
1. ตน้ แบบหน้ากากจากแผน่ กรองเสน้ ใยสมบตั พิ ิเศษตา้ นเช้ือไวรัสและฝนุ่
PM 2.5 ทรงสี่เหล่ียม (Flat shape) ส�าหรับใช้ในการกรองละเอียดโดยมี
ประสิทธภิ าพการกรองฝุ่นขนาด 0.1 ไมครอน Particle Filtration Efficiency
(PFE) ASTM F2299 ได้มากกว่า 98%, Viral Filtration Efficiency (VFE)
ได้มากกว่า 98% ได้รับการรับรองประสิทธิภาพจากหน่วยงานทดสอบที่ได้
มาตรฐานสากล (Nelson Labs) และมีผลการทดสอบภาคสนามการส�ารวจ หน้ากากอนามยั n-Breeze M02
ความพึงพอใจทว่ั ไปการใชง้ านหน้ากาก
2. ต้นแบบหน้ากากจากแผ่นกรองเส้นใยสมบตั พิ ิเศษตา้ นเช้อื ไวรสั และฝนุ่
PM 2.5 ทรงเข้ารูปกบั ใบหนา้ (Facial fit shape) ส�าหรับใช้ในการกรองละเอยี ด
โดยมีประสิทธิภาพการกรองฝุ่น (Sodium Chloride) ขนาด 0.26 ไมครอน
(PFE) อ้างองิ มาตรฐาน 42 CFR Part 84 ไดม้ ากกว่า 95% (อา้ งองิ มาตรฐาน
NIOSH N95), VFE อ้างองิ มาตรฐาน Modified ASTM F2101 ไดม้ ากกว่า
98% ไดร้ บั การรบั รองประสทิ ธภิ าพจากหนว่ ยงานทดสอบที่ไดม้ าตรฐานสากล หน้ากากอนามยั n-Breeze M03
(Nelson Labs) และมผี ลการทดสอบภาคสนามการสา� รวจความพงึ พอใจทวั่ ไป
การใช้งานหนา้ กาก
3. ต้นแบบหน้ากากจากแผ่นกรองเส้นใยนาโนสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัส
และฝุ่น PM 2.5 ทรงเขา้ รปู กบั ใบหน้า (Facial fit shape) โดยใช้นาโนเทคโนโลยี
ขั้นสูงและเทคนิคอิเล็กโตรสปินนิ่ง (Electrospinning) ส�าหรับใช้ในการกรอง
ละเอียดโดยมีประสิทธิภาพการกรองฝุ่นขนาด 0.5 ไมครอน (PFE) ตามวิธี หนา้ กากอนามัย N-Breeze
ทดสอบมาตรฐาน ASTM F2299 ได้มากกว่า 80% (อ้างอิงมาตรฐาน Anti PM 2.5
EN149:FFP1), VFE อ้างอิงมาตรฐาน Modified ASTM F2101 ได้มากกว่า 98% ได้รับการรับรอง
ประสิทธภิ าพจากหน่วยงานทดสอบที่ได้มาตรฐานสากล (Nelson Labs) และมผี ลการทดสอบภาคสนาม
การสา� รวจความพึงพอใจทว่ั ไปการใช้งานหนา้ กาก
มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรอื ทางสังคม
โครงการน้ีมีเป้าหมายส�าหรับการประยุกต์ใช้ทางด้านการกรองละเอียดส�าหรับผลิตภัณฑ์
หน้ากากอนามัยเพ่ือการก�าจัดและป้องกันการติดเช้ือไวรัสผ่านทางอากาศเพ่ือสร้างมูลค่าผลกระทบ
ทางเศรษฐกจิ หรือทางสังคมประมาณ 5-7 เทา่ ของงบประมาณที่ได้รับ
185
ปอ้ งกนันวัตกากรรตรมดิ หเชนื้อ้าโกคาโรกนอานไวารมัสยั แนบาบโนซักได้
ผ้วู ิจยั : ดร.ศิรศกั ดิ์ เทพาค�า
หนว่ ยงานผ้วู จิ ยั : ศนู ยค์ วามปน็ เลศิ ดา้ นชวี วทิ ยาศาสตร์ (องคก์ ารมหาชน)
ระยะเวลาด�าเนินโครงการ : ปีงบประมาณ 2563
สนบั สนนุ การวิจยั และนวตั กรรมโดย สา� นักงานการวิจยั แห่งชาติ (วช.)
ทีม่ าและความสา� คัญของโครงการ
งานวจิ ยั ท่ีพัฒนาต้นแบบหน้ากากอนามยั นาโนแบบซักได้ เคลือบสารนาโนกันน้�า (water repellent)
มี 2 แบบ คือ WIN Mask V1 (ไม่มีวาล์ว) และ WIN Mask V2 (มีวาล์ว) เพอื่ ปอ้ งกันการตดิ เชอื้ และลดการ
แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โรคทางเดินหายใจ และป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5
ไมครอน หรอื PM 2.5 ซึ่งเป็นปญั หาด้านมลพษิ ทางอากาศที่ตอ้ งแก้ไขเรง่ ดว่ นอกี ทง้ั ชว่ ยลดปรมิ าณขยะตดิ
เชอื้ จา� นวนมากทเี่ กดิ จากหนา้ กากอนามยั ทใี่ ชค้ รง้ั เดยี วทงิ้ (disposable) ซงึ่ จะกอ่ ใหเ้ กดิ มลภาวะและการแพร่
ระบาดของเช้ือต่อไปไดอ้ กี
ผลส�าเร็จจากงานวิจัย
หนา้ กากอนามยั แบบผา้ ทซ่ี กั ลา้ งได้มคี ณุ ภาพมาตรฐานทผี่ า่ นการทดสอบจากหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเคลอื บ
สารนาโนกนั น้�า (water repellent) ปอ้ งกนั การซมึ ผา่ นของละอองฝอย จ�านวน 2 แบบ คอื WIN Mask V1
(ไม่มีวาล์ว) และ WIN Mask V2 (มีวาล์ว) เพ่ือลดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
โรคทางเดนิ หายใจ และปอ้ งกนั ฝุ่นละอองขนาดเลก็ ไมเ่ กิน 2.5 ไมครอน หรอื PM 2.5 อีกทง้ั ช่วยลดปริมาณ
ขยะติดเช้อื จา� นวนมากทเ่ี กิดจากหน้ากากอนามัยทใี่ ช้คร้งั เดียวทงิ้ (disposable)
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม
หน้ากากอนามัยผา้ นาโน (WIN MASK) มโี ครงสร้าง 3 ชนั้
ผลงาน WIN mask นี้ เปน็ 1 ใน 10 ผลงานเดน่ ที่ไดร้ ับรางวัลผลงานวจิ ัย ส่งมอบหนา้ กากผา้ นาโนป้องกันการตดิ เชอื้ โคโรนาไวรัสแบบซักได้
และนวัตกรรมเด่นตอบรับ ชีวิตวถิ ใี หม่ (New Normal) และการปรบั ตวั (WINMASKS) ใหแ้ ก่ ส�านกั งานจงั หวดั เชียงใหม่ และ ศูนย์ปฏบิ ัติการ
ภาวะฉุกเฉนิ (Emergency Operation Center: EOC) จังหวัดเชยี งใหม่
อันเนอื่ งมาจากภาวะวกิ ฤตโควิด-19
186
ระบบสนบั สนนุ การคดั กรองผตู้ อ้ งสงสยั การตดิ เชอ้ื
ในสถานการณเ์ รง่ ดว่ น ณ สนามบนิ สวุ รรณภมู ิ
ดว้ ยการประมวลผลขอ้ มลู ณ เวลาจรงิ
ผูว้ ิจยั : ดร.เอกชัย วารนิ ศิรริ ักษ์
หนว่ ยงานผู้วจิ ยั : คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปงี บประมาณ 2563
สนบั สนุนการวิจยั และนวัตกรรมโดย สา� นักงานการวจิ ยั แหง่ ชาติ (วช.)
ทม่ี าและความสา� คญั ของโครงการ
แนวคิดของการใชร้ ะบบอัตโนมตั ชิ ว่ ยคัดกรองผูม้ ีความเสย่ี ง และทา� การสง่ ขอ้ มูลเขา้ สหู่ นว่ ยคัดกรอง
ขั้นที่สอง เป็นวิธีการที่น�าเสนอในโครงการวิจัยนี้ โดยการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์อินทิเกรตกับระบบ
ฮารด์ แวร์ใหม้ คี วามสามารถในการตรวจจบั ผมู้ คี วามเสยี่ งทมี่ ีไขเ้ กนิ ระดบั กา� หนด เพอื่ เพมิ่ ความนา่ เชอ่ื ถอื
และการช้ีชัดในการตัดสินใจที่รวดเร็วของระบบ และส่งสัญญาณสู่จุดคัดกรองที่สอง เพ่ือแจ้งให้เจ้าหน้าที่
เตรยี มกา� ลงั พลในการตรวจสอบตามจา� นวนทส่ี ามารถตรวจจบั ได้ โดยทผี่ โู้ ดยสารทต่ี รวจไมพ่ บสญั ญาณ
ต้องสงสัย ไม่จ�าเป็นต้องเข้าสู่จุดคัดกรองที่สองให้เกิดภาระโหลด อีกทั้งย้ังลดเวลาในการรอคอย
ของผู้โดยสารได้
ผลสา� เรจ็ จากงานวิจัย
ระบบประกอบด้วย 3 ระบบย่อย คือ 1) ระบบตรวจจับใบหน้าบนภาพถ่ายความร้อน และส่งข้อมูล
ให้ระบบการประมวลความร้อนอุณหภูมิร่างกายต่อไป 2) ระบบการประมวลความร้อนอุณหภูมิร่างกาย
จะน�าภาพบริเวณกรอบใบหน้า มาท�าการหาค่าอุณหภูมิ ด้วยค่าสูงสุดของการประมวลผลความร้อน
บนภาพจากกล้องอินฟราเรด 3)ระบบการแสดงผล ระบบจะท�าการแสดงอุณหภูมิร่างกายรายบุคคล
บนหน้าจอ กรณีผู้โดยสารที่เดินผ่านมีอุณหภูมิสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส จะแสดงกรอบสีแดงล้อม
รอบใบหนา้ เพอื่ แสดงการแจง้ เตอื นบนหนา้ จอ กรณที มี่ อี ณุ หภมู ติ า�่ กวา่ 37.5 องศาเซลเซยี ส จะแสดงกรอบ
สีเขยี วลอ้ มรอบใบหนา้
มูลคา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสังคม
สามารถลดทอนเวลาในการตรวจคัดกรองเบ้ืองต้นได้ ส�าหรับผู้มีความเส่ียง ท�าให้การคัดกรอง
สามารถท�าได้มปี ระสิทธิภาพมากขึน้
ผลงานไดถ้ กู นา� ไปใชป้ ระโยชน์ในงานตรวจคัดกรอง
187 ผู้เขา้ รับพระราชทานปรญิ ญาบตั รสถาบันดนตรีกลั ยาณิวัฒนา ประจ�าปี 2563
การสรา้ งอโุ มงคล์ มระบายอากาศความดนั ลบ
หวั เตยี งผปู้ ว่ ยปอ้ งกนั เชอื้ COVID-19 อาคารผปู้ ว่ ยใน
เปน็ โรงพยาบาลสนาม COHORT WARD
ผู้วิจัย : นายปรีชา ชนื่ ชมภู
หน่วยงานผ้วู จิ ยั : ส�านกั งานสนบั สนุนบริการสขุ ภาพที่ 7
กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสุขภาพ
ระยะเวลาดา� เนนิ โครงการ : ปีงบประมาณ 2563
สนบั สนุนการวิจยั และนวัตกรรมโดย ส�านักงานการวจิ ัยแหง่ ชาติ (วช.)
ทม่ี าและความสา� คัญของโครงการ
การแพร่ระบาดของโคโรนา
2019 พบผปู้ ว่ ยเพม่ิ ขน้ึ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
โรงพยาบาลมคี วาม เสย่ี งสงู จากการ
ติ ด เ ชื้ อ ใ น ร ะ บ บ ท า ง เ ดิ น ห า ย ใ จ
จากระบบปรับอากาศและการระบาย
อากาศ ท่ีไม่เหมาะสมตามเกณฑ์
มาตรฐานท�าให้มีอนุภาคที่มีเช้ือโรค
ปนเปื้อนในอากาศ มาสู่บุคลากร
ท่ีปฏิบัติงาน เพื่อลดสิ่งปนเปื้อน
จะช่วยในการป้องกันเพ่ือเกิดความ
ปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
และผรู้ บั บรกิ าร ดา้ นมาตรฐานระบบ
ความปลอดภัยในโรงพยาบาล ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพท่ี 7 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ได้จดั ท�าโครงการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ควบคมุ กา� กบั พัฒนามาตรฐานด้านวศิ วกรรมการแพทย์
ผลสา� เรจ็ จากงานวจิ ัย
ต้นแบบอุโมงค์ลมระบายอากาศความดันลบหัวเตียงผู้ป่วยป้องกันเช้ือ COVID-19 อาคาร
ผ้ปู ่วยในเปน็ โรงพยาบาลสนาม COHORT WARD
มลู คา่ ของผลกระทบทางเศรษฐกจิ หรือทางสงั คม
สามารถพฒั นาเปน็ เครอื่ งมอื แพทยต์ ามแผน ภาพการรกั ษาผ้ปู ว่ ยทว่ั ไปทีต่ ดิ เชื้อ COVID-19 ในอโุ มงคล์ ม
ปฏิบัติการขับเคล่ือนประเทศไทยด้วยโมเดล ระบายอากาศความดันลบหวั เตียงผู้ป่วยป้องกันเชือ้ COVID-19
เศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2565-2570 สาขา
เครอ่ื งมอื แพทย์เพอ่ื ยกระดบั สกู่ ารเปน็ ศนู ยก์ ลาง อาคารผปู้ ่วยในเป็น โรงพยาบาลสนาม COHORT WARD
ทางการแพทย์ (Medical Hub) แหง่ เอเชยี ในการ
พัฒนาเครื่องมือ ชุดตรวจ อุปกรณ์ วัสดุ
เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ และ แพลตฟอร์มดิจทิ ัล
ในการดูแลสุขภาพ ผ่านแนวทางการขับเคล่ือน
การพฒั นาเศรษฐกจิ BCG Model
188