251
มาโดยเสียค่าตอบแทน โดยสุจริตและไดจ้ ดทะเบียนสิทธิโดย
สุจริต จึงไม่มีสิทธิยดึ ท่ีดินพิพาทในส่วนของผรู้ ้อง
ท่ีดินอีก ๓ งาน ๑๒.๕ ตารางวา เม่ือรวมกบั ส่วนเน้ือที่
๕ ไร่ ๒ งาน ๘๗.๕ ตารางวา จึงจะครบ ๖ ไร่คร่ึง ตามท่ีจาเลย
ขายให้ผูร้ ้องซ่ึงเกินก่ึงหน่ึงอนั เป็ นส่วนของเด็กชาย ว. บุตร
ผเู้ ยาวข์ องจาเลย ผรู้ ้องกบั จาเลยไดก้ ระทาในขณะท่ีเด็กชาย ว.
ยงั เป็นผเู้ ยาวโ์ ดยจาเลยไม่ไดร้ ับอนุญาตจากศาล แมม้ ีขอ้ สัญญา
ว่าจะจดทะเบียนโอนเมื่อศาลอนุญาตให้ขายไดแ้ ลว้ อนั ทาให้
การซ้ือขายท่ีดินในส่วนของเดก็ ชาย ว. มีลกั ษณะเป็ นสญั ญาจะ
ซ้ือขายก็ตาม ย่อมไม่มีผลผูกพนั จาเลยย่อมไม่มีสิทธิส่งมอบ
การครอบครองที่ดินส่วนของเดก็ ชาย ว. ใหแ้ ก่ผรู้ ้อง ผรู้ ้องย่อม
ไมไ่ ดส้ ิทธิครอบครอง และไมท่ าให้โจทกม์ ีอานาจยึดท่ีดินส่วน
ของเดก็ ชาย ว. เน้ือที่ ๕ ไร่ ๒ งาน ๘๗.๕ ตารางวาไดเ้ ช่นกนั
เมื่อท่ีดินพิพาทเป็ นของผูร้ ้องกบั เด็กชาย ว. ร่วมกัน
ผรู้ ้องในฐานะเจา้ ของรวมจึงสามารถใชส้ ิทธิอนั เกิดจากการเป็น
เจา้ ของรวมครอบไปถึงท่ีดินพิพาทท้งั แปลงเพ่ือต่อสู้โจทก์ซ่ึง
เป็ นบุคคลภายนอกให้ปล่อยท่ีดินพิพาทท่ีโจทก์นายึดได้ ตาม
ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๕๙ แมเ้ ดก็ ชาย ว. ซ่ึงเป็นเจา้ ของรวมดว้ ยกนั
มิไดร้ ่วมร้องขดั ทรัพยด์ ว้ ยก็ตาม
252
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๙๐
คาพพิ ากษาฎกี าท่ี ๖๙๖๘/๒๕๕๔ ฎ.ส.ล. ๙ น. ๑๖๘ แม้
ขณะท่ี ก. ในฐานะเจ้าหน้ีตามคาพิพากษาในคดีแรกขออายดั
เงินไดข้ องจาเลยท้งั สอง จะยงั ไมม่ ีการส่งเงินมาให้เจ้าพนกั งาน
บงั คบั คดี และต่อมา ก. ไดข้ อแจ้งระงบั การอายดั ชวั่ คราวโดย
มิไดถ้ อนการอายดั ตามขอ้ ตกลงอนุญาตให้จาเลยท้งั สองผอ่ น
ชาระหน้ีก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่ากระบวนการอายดั ในคดีแพ่ง
ดงั กล่าวไดเ้ ร่ิมตน้ ข้ึนแลว้ โจทกใ์ นฐานะเจา้ หน้ีตามคาพิพากษา
ในคดีหลงั จึงไม่มีสิทธิขออายดั ซ้าอีก แต่โจทก์มีอานาจย่ืนคา
ขอโดยทาเป็ นคาร้องต่อศาลท่ีออกหมายอายดั ทรัพย์สินน้ัน
เพื่อให้ศาลมีคาสง่ั ใหโ้ จทกเ์ ขา้ เฉล่ียในจานวนเงินดงั กล่าว และ
หาก ก. เพิกเฉยไม่ดาเนินการบงั คบั คดี โจทก์จึงมีสิทธิขอให้
ดาเนินการบงั คบั คดีตอ่ ไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๐ โจทก์จึงไม่
อาจอายดั เงินไดข้ องจาเลยท้งั สองไดอ้ ีก เพราะเป็นการอายดั ซ้า
คาพพิ ากษาฎกี าท่ี ๑๐๙๕๗/๒๕๕๔ ฎ.ส.ล. ๑๑ น. ๒๐๘
เมื่อผรู้ ้องย่นื คาร้องขอให้ศาลมีคาสงั่ ให้ผรู้ ้องเขา้ เฉลี่ยทรัพยเ์ งิน
ที่ไดจ้ ากการขายทอดตลาด โจทก์ย่ืนคาคดั คา้ น ศาลช้นั ตน้ ได้
สอบถามคูค่ วามและจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า ผรู้ ้องแถลง
ว่าจาเลยมีหน้ีสินจานวนมากไม่มีทรัพยส์ ินอื่นอีก ส่วนโจทก์
253
แถลงว่าจาเลยมีทรัพยส์ ินอ่ืนที่ผูร้ ้องสามารถยึดทรัพยม์ าชาระ
หน้ีไดต้ ามคาแถลงบญั ชีรายละเอียดที่โจทก์ไดย้ ่ืนประกอบคา
คดั คา้ นไว้ การท่ีศาลช้นั ตน้ สอบถามคู่ความและนารายละเอียด
ต่าง ๆ ท้งั หมดในเอกสารมาประกอบการพิจารณาแลว้ วินิจฉัย
ทาคาสงั่ ไปน้นั จึงเป็ นการดาเนินกระบวนพิจารณาอย่างหน่ึง
ซ่ึงถือว่าเป็ นการไต่สวนแล้ว มิใช่ว่าจะตอ้ งสืบพยานบุคคล
เท่าน้นั จึงจะเป็นการไตส่ วน และหากจะให้คู่ความนาพยานเขา้
ไต่สวน ก็จะไม่ได้ขอ้ เท็จจริงนอกเหนือไปจากการสอบถาม
ของศาลดงั กล่าว และไม่อาจทาให้ประเด็นท่ีมีคาสั่งเปลี่ยนไป
ศาลช้นั ตน้ ย่อมมีอานาจนาขอ้ เท็จจริงท่ีไดม้ ารับฟังประกอบ
ดลุ พินิจทาคาสงั่ ไดต้ ามที่เห็นสมควรโดยไมจ่ าตอ้ งสืบพยาน
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๙๓
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๕๕๐๖/๒๕๕๕ ฎ.ส.ล. ๕ น. ๑๗๕
การออกคาสั่งอนุญาตตามคาขอหรือให้งดการบงั คบั คดีตาม
ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๓ หรื อไม่ ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ศาล
จะต้องทาการไต่สวนเสียก่อน ฉะน้ัน แม้ ป.วิ.พ. มาตรา
๒๑ (๔) จะใหอ้ านาจศาลทาการไต่สวนตามท่ีเห็นสมควรก่อน
มีคาสงั่ ใดก็ตาม แตค่ ดีน้ีปรากฏวา่ ศาลช้นั ตน้ ทาการไต่สวนโดย
254
ให้โอกาสแก่จาเลยและผรู้ ้องแสดงพยานหลกั ฐานสนับสนุน
ขอ้ อา้ งตามคาร้องพอสมควรแลว้ จึงมีคาวินิจฉัยว่าตามคาร้อง
ของจาเลยและผรู้ ้องไม่มีเหตุที่ศาลจะมีคาสง่ั ให้งดการบงั คบั คดี
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๓ ได้ และส่ังยกคาร้อง จึงเป็ นการ
ดาเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบแลว้
คดีน้ีแมเ้ ป็ นการดาเนินกระบวนพิจารณาในช้นั บงั คบั
คดี แต่เป็ นคดีฟ้ องขบั ไล่จาเลยและบริวารออกจากท่ีดินของ
โจทก์อนั อาจให้ผู้อ่ืนเช่าได้ในขณะท่ีย่ืนคาฟ้ องเพียงปี ละ
๑๐,๐๐๐ บาท หรือไม่เกินเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท จาเลยขาดนดั
ย่ืนคาให้การ จึงไม่มีการต่อสู้เรื่องกรรมสิทธ์ิ ฎีกาของจาเลย
และผรู้ ้องดงั กล่าวซ่ึงเป็ นเร่ืองท่ีจาเลยและผรู้ ้องอา้ งเหตุน้นั มา
ต้งั แต่ในช้นั อุทธรณ์ จึงเป็ นการโต้แยง้ ดุลพินิจในการรับฟัง
พยานหลกั ฐานของศาลช้นั ตน้ ถึงพฤติการณ์แห่งคดีว่ามีเหตุให้
งดการบังคับคดีไว้ได้หรื อไม่เพียงใด อันเป็ นอุทธรณ์ใน
ขอ้ เท็จจริงซ่ึงตอ้ งห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๔
วรรคสอง
ข้อสังเกต ฎีกานีต้ ัดสินว่าต้องห้ามตามมาตรา ๒๒๔ เป็ นการ
ตามกฎหมายเดิม (ฟ้ องวันท่ี ๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๗) ปัจจุบัน
เมื่อศาลมีคาสั่งตามมาตรา ๒๙๓ แล้ว คาส่ังจะเป็ นที่สุดตาม
255
มาตรา ๒๙๓ วรรคสาม ไม่ต้องอ้างมาตรา ๒๒๔ เพราะมาตรา
๒๙๓ ห้ามอุทธรณ์ฎีกาทั้งข้อเทจ็ จริงและข้อกฎหมาย
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๔๗๔๕/๒๕๕๔ ฎ.ส.ล. ๑๒ น. ๕๒
ขอ้ กฎหมายที่จะขออนุญาตอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตาม
ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓ ทวิ ได้น้ัน จะต้องเป็ นข้อกฎหมายที่
สามารถอุทธรณ์และฎีกาไปยงั ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาได้
การท่ีศาลช้นั ตน้ มีคาสงั่ ให้ยกคาร้องขอให้งดการบงั คบั คดีตาม
ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๓ กฎหมายบญั ญตั ิให้คาสง่ั เป็ นที่สุดไม่ว่าจะ
เป็ นปัญหาข้อกฎหมายหรื อข้อเท็จจริ งตามวรรคสามของ
บทบญั ญตั ิมาตราดงั กล่าว จาเลยท้งั สองจะขออนุญาตอุทธรณ์
เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ.
มาตรา ๒๒๓ ทวิ หาไดไ้ ม่
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๙๖ วรรคสอง
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๔๙๗๕/๒๕๕๕ ฎ.ส.ล. ๑ น. ๒๐๗
จาเลยย่ืนคาร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดท่ีดินพิพาท
โดยอา้ งว่า ศาลช้นั ตน้ พิพากษาให้จาเลยแบ่งท่ีดินพิพาทให้แก่
โจทก์ ๑ ใน ๖ ส่วน หากจาเลยไม่ทาการแบ่งให้ถือเอาคา
พิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจาเลย แต่เจ้าพนกั งานบงั คบั
256
คดีกลบั ดาเนินการยึดที่ดินพิพาทแล้วนาออกขายทอดตลาด
มิไดเ้ ป็นการบงั คบั คดีไปตามลาดบั ของกฎหมาย เท่ากบั จาเลย
อ้างว่าเจ้าพนักงานบงั คับคดีดาเนินการบังคับคดีฝ่ าฝื นต่อ
กฎหมายเป็ นเหตุให้จาเลยเสียหาย คาร้องของจาเลยจึงอยู่ใน
บงั คบั ของ ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง การย่ืนคาร้องขอ
เพิกถอนการขายทอดตลาดของจาเลยจึงตอ้ งกระทาก่อนการ
บงั คับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนบั แต่วันที่
ทราบขอ้ ความหรือพฤติการณ์อนั เป็ นมูลแห่งข้ออ้างน้นั ตาม
ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๖ วรรคสาม เม่ือจาเลยทราบเร่ื องท่ี
เจ้าพนักงานบงั คบั คดีขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทแล้วต้งั แต่
วนั ท่ี ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๙ จึงถือว่าจาเลยทราบขอ้ ความหรื อ
พฤติการณ์อนั เป็ นมูลแห่งขอ้ อ้างนบั แต่วนั ดงั กล่าว จาเลยย่ืน
คาร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดในวนั ที่ ๑ ตุลาคม
๒๕๕๑ จึงเกินกว่าสิบห้าวันนับแต่วันทราบข้อความหรื อ
พฤติการณ์อนั เป็ นมูลแห่งขอ้ อา้ ง คาร้องของจาเลยจึงไม่ชอบ
ดว้ ยบทบญั ญตั ิดงั กล่าว
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๖๓๕๐/๒๕๕๕ ฎ.ส.ล. ๓ น. ๒๐๐
จาเลยท่ี ๑ ยื่นคาร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์
จานองของจาเลยที่ ๒ พร้อมกบั ขอให้เพิกถอนการบงั คบั คดี
257
ท้งั หมดที่ดาเนินการโดยเจา้ หน้ีผเู้ ป็นโจทกโ์ ดยอา้ งว่าผเู้ ขา้ สวม
สิทธิแทนโจทกไ์ มไ่ ดเ้ ป็ นผูร้ ้องขอต่อเจา้ พนกั งานบงั คบั คดีให้
บงั คบั คดี อนั เป็ นการอ้างว่าเจ้าพนกั งานบงั คบั คดีดาเนินการ
บงั คบั คดีฝ่ าฝืนต่อ ป.วิ.พ. ว่าดว้ ยการบงั คบั คดีตามคาพิพากษา
ตามมาตรา ๒๙๖ วรรคสอง ซ่ึงการยื่นคาร้องตามมาตราน้ีตอ้ ง
ตกอยใู่ นบงั คบั มาตรา ๒๙๖ วรรคสาม กล่าวคือ ตอ้ งยื่นคาร้อง
ไม่ชา้ กว่าสิบห้าวนั นบั แต่วนั ที่ทราบขอ้ ความหรือพฤติการณ์
อนั เป็นมูลแห่งขอ้ อา้ งน้นั เมื่อคดีน้ีมีการประกาศขายทอดตลาด
ท่ีดินของจาเลยท่ี ๒ มาต้งั แต่ปี ๒๕๔๘ และจาเลยที่ ๑ เอง
กท็ ราบเร่ืองการยนื่ คาร้องขอสวมสิทธิของผเู้ ขา้ สวมสิทธิแทน
โจทก์ต้งั แต่วนั ท่ี ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ แลว้ แต่จาเลยที่ ๑
เพ่ิงมายื่นคาร้องคัดค้านการบังคับคดีเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม
๒๕๕๒ จึงล่วงเลยกาหนดเวลาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๖ วรรค
สาม บญั ญตั ิไว้
คาพิพากษาฎกี าท่ี ๗๕๗๖/๒๕๕๔ ฎ.ส.ล. ๑๐ น. ๑๕๒
คาร้องของจาเลยระบวุ ่าเจา้ พนกั งานบงั คบั คดีไม่แจง้ วนั นดั ขาย
ทอดตลาดให้จาเลยทราบ จาเลยประสงค์จะย่ืนคาร้องขอให้
เพิกถอนการขายทอดตลาด แต่หาทนายความจัดทาคาร้อง
ไม่ทนั เป็ นการกล่าวอา้ งว่าเจ้าพนักงานบงั คบั คดีดาเนินการ
258
บงั คบั คดีขายทอดตลาดทรัพยส์ ินของจาเลยฝ่ าฝืนต่อบทบญั ญตั ิ
แห่ง ป.วิ.พ. ภาค ๔ ลกั ษณะ ๒ จึงอยู่ในบงั คบั ของ ป.วิ.พ.
มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง ซ่ึ งเป็ นบทกฎหมายท่ีบัญญัติไว้
โดยเฉพาะแลว้ จึงไม่นามาตรา ๒๗ มาใชบ้ งั คบั เม่ือจาเลยยื่น
คาร้องหลงั จากการบงั คบั คดีเสร็จลง จึงล่วงพน้ กาหนดเวลาท่ี
จาเลยจะร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ.
มาตรา ๒๙๖ วรรคสามและวรรคส่ี กรณีไม่มีเหตุท่ีจะขยาย
ระยะเวลาย่ืนคาร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดให้แก่
จาเลย ท่ีศาลล่างท้งั สองยกคาร้องดงั กลา่ วโดยไม่ไตส่ วนจึงชอบ
แลว้
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๕๘๓๔/๒๕๕๕ ฎ.ส.ล. ๖ น. ๑๗๔
คาร้องของจาเลยที่ ๒ กล่าวอ้างว่า ราคาที่ได้จากการขาย
ทอดตลาดทรัพยส์ ินมีจานวนต่า ผเู้ ขา้ ประมูลมีเพียงสองคนเป็ น
พี่นอ้ งกนั คบคิดกนั ฉ้อฉลในระหว่างผูท้ ่ีเก่ียวขอ้ งในการเขา้ สู้
ราคา ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด จึงเป็ นคาร้องตามท่ี
บญั ญตั ิไวใ้ น ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง ซ่ึงการย่ืนคาร้อง
ตามมาตราน้ีอาจกระทาไดไ้ ม่ว่าในเวลาใดก่อนการบงั คบั คดีได้
เสร็จลงตามมาตรา ๒๙๖ วรรคสาม เมื่อความปรากฏว่า
เจา้ พนกั งานบงั คบั คดีขายทอดตลาดที่ดินท้งั สองแปลงไปเม่ือ
259
วนั ที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ และไดจ้ ดั ทาบญั ชีแสดงรายรับ-จ่าย
คร้ังท่ี ๑ โดยโจทก์รับรองบญั ชีรับจ่ายและรับเงินส่วนไดไ้ ป
ต้งั แตว่ นั ท่ี ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๕๐ การบงั คบั คดีไดเ้ สร็จลงในวนั
ดงั กลา่ วตามมาตรา ๒๙๖ วรรคส่ี (๒) หาใชเ่ สร็จลงนบั แต่วนั ที่
โจทก์ซ่ึงเป็ นเจ้าหน้ีตามคาพิพากษาไดร้ ับชาระหน้ีครบถว้ น
หรือพน้ กาหนดเวลาสิบปี นบั แต่มีคาพิพากษาตามที่จาเลยที่ ๒
อา้ งมาในฎีกาไม่ เม่ือจาเลยที่ ๒ ย่ืนคาร้องขอเพิกถอนการขาย
ทอดตลาดวนั ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๒ จึงเป็ นการย่ืนภายหลงั
การบงั คบั คดีไดเ้ สร็จลง จาเลยท่ี ๒ จึงไมม่ ีสิทธิยื่นคาร้องได้
หมายเหตุ (โดยท่านอาจารย์ทวี ประจวบลาภ) คาร้ องของจาเลย
ที่ ๒ ที่อ้างว่า ราคาที่ได้จากการขายทอดตลาดทรั พย์สินมี
จานวนตา่ ผู้เข้าประมลู มีเพียงสองคนเป็ นพี่น้องกัน คบคิดกัน
ฉ้อฉลในระหว่างผ้ทู ่ีเก่ียวข้องในการเข้าสู้ราคา ขอให้เพิกถอน
การขายทอดตลาด เป็ นคาร้ องที่ ขอให้ เพิกถอนการขาย
ทอดตล าด ตามที่ บั ญญัติไ ว้ ใ นปร ะมวล กฎหมายวิ ธี พิ จารณา
ความแพ่ง มาตรา ๓๐๙ ทวิ วรรคสอง ซ่ึงเป็ นกรณีท่ีกฎหมาย
บัญญัติไว้เป็ นการเฉพาะ ทั้งนี้ จาเลยที่ ๒ อาจยื่นคาร้ องได้
ไม่ว่าในเวลาใด ๆ ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลงตามที่บัญญัติไว้
ในมาตรา ๒๙๖ วรรคสาม และวรรคส่ี ประกอบมาตรา ๓๐๙
260
ทวิ วรรคสาม กรณีนีจ้ ึงมใิ ช่เป็นคาร้ องท่ีขอให้เพิกถอนการขาย
ทอดตลาดในลักษณะเหมือนกรณีทั่ว ๆ ไปตามท่ีบัญญัติไว้ใน
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง
ดงั ท่ีวินิจฉัยไว้ในคาพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ การที่ศาลฎีกานา
มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง มาปรับใช้บังคับจึงน่าจะไม่ถูกต้อง
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๖๐๖๐/๒๕๕๕ ฎ.ส.ล. ๔ น. ๑๗๒
การประเมินราคาทรัพย์สินเป็ นเพียงการประเมินราคาใน
เบ้ืองแรกตามความเห็นของเจา้ พนกั งานบงั คบั คดีเพื่อประโยชน์
ในการขายทอดตลาดตอ่ ไปเท่าน้นั ซ่ึงราคาประเมินอาจไม่ตรง
กับราคาท่ีแทจ้ ริงก็ได้ และการกาหนดราคาเร่ิมตน้ ขายตาม
ประกาศกรมบงั คบั คดีก็ไม่ผูกมดั โจทก์ จาเลย หรือผูม้ ีส่วนได้
เสียในการบงั คบั คดีว่าเมื่อขายทอดตลาดแลว้ จะตอ้ งเป็นไปตาม
ราคาดงั กลา่ ว แต่ข้ึนอยกู่ บั ความตอ้ งการของผเู้ ขา้ สู้ราคาจะให้
ราคาสูงสุดเพียงใด กรณียงั ถือไม่ไดว้ ่าเจ้าพนกั งานบงั คบั คดี
โตแ้ ยง้ สิทธิของจาเลยอนั จะเป็ นเหตุให้จาเลยยื่นคาร้องตาม
ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง เพื่อให้เจ้าพนักงานบงั คบั คดี
กาหนดราคาประเมินทรัพยส์ ินใหมแ่ ละยกเลิกการกาหนดราคา
เริ่มตน้ ได้
261
คาพพิ ากษาฎกี าที่ ๑๔๒๐๙/๒๕๕๕ ฎ. ๑๙๙๗ การขาย
ทอดตลาดตามประกาศเจา้ พนกั งานบงั คบั คดีระบเุ ลขท่ีดิน ท่ีต้งั
ของที่ดิน สภาพของที่ดิน และดา้ นหลงั ของประกาศไดท้ าแผน
ท่ีสังเขป ท้งั เป็ นการประกาศอย่างเปิ ดเผยต่อประชาชนทว่ั ๆ
ไป ผรู้ ้อง หรือบุคคลอ่ืน ๆ ท่ีจะเขา้ ประมูลซ้ือท่ีดินพิพาทยอ่ มมี
โอกาสตรวจสอบความถูกต้องของท่ีดินพิพาทก่อนที่จะเข้า
ประมูลสู้ราคาได้ แม้แผนท่ีสังเขปแสดงที่ต้ังของท่ีดินจะ
คลาดเคลื่อนไปจากความเป็ นจริง แต่ผูร้ ้องก็สามารถทาการ
ตรวจสอบจากเลขท่ีโฉนดและรายละเอียดอื่น ๆ ตามประกาศ
เจ้าพนกั งานบงั คบั คดีได้ เมื่อแผนที่สังเขปปรากฏสภาพของ
ที่ดินชดั เจนว่าเป็นที่ดินที่ถกู ลอ้ มรอบดว้ ยท่ีดินของผอู้ ่ืนมิไดต้ ิด
ทางสาธารณะ การที่ผูร้ ้องไปดูที่ดินตามท่ีระบุไว้ในแผนท่ี
สังเขปท้ายประกาศเจ้าพนกั งานบงั คบั คดีโดยสอบถามจาก
ชาวบา้ นแลว้ เขา้ ใจว่าเป็นที่ดินที่เจ้าพนกั งานบงั คบั คดีประกาศ
ข า ย แ ล ะ ติ ด ถ น น ส า ธ า ร ณ ะ ท้ ัง ส อ ง ด้ า น โ ด ย ไ ม่ ไ ด้ท า ก า ร
ตรวจสอบหลกั ฐานทางราชการก่อนการประมูลซ้ือ ท้งั ท่ีทราบ
ดีอยแู่ ลว้ ว่าการขายทอดตลาดเป็นการขายตามสาเนาโฉนดท่ีดิน
และตามขอ้ สญั ญาทา้ ยประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนกั งาน
262
บังคับคดีก็ระบุไว้ว่าผู้ซ้ื อทรัพย์มีหน้าที่ต้องตรวจสอบ
รายละเอียดเกี่ยวกบั ทรัพยท์ ี่จะซ้ือตามสถานที่และแผนที่การไป
ที่ปรากฏในประกาศและถือว่าผซู้ ้ือไดท้ ราบถึงสภาพทรัพยโ์ ดย
ละเอียดครบถว้ นแลว้ หากผูร้ ้องทาการตรวจสอบแล้วเห็นว่า
ไม่ถูกต้อง ผูร้ ้องก็สามารถทักท้วงเพื่อให้แก้ไขเสียได้ ไม่มี
เหตุผลที่ผรู้ ้องจะเสี่ยงเขา้ สู้ราคาในการขายทอดตลาด จึงถือว่า
เป็นความบกพร่องและความประมาทเลินเล่อของผรู้ ้องท่ีไม่ทา
การตรวจสอบใหด้ ีเสียก่อน เม่ือไม่ปรากฏว่าเจา้ พนกั งานบงั คบั
คดีดาเนินการบงั คบั คดีฝ่ าฝืนต่อบทบญั ญตั ิของกฎหมายว่าดว้ ย
การบังคับคดี ผู้ร้องจึงไม่อาจร้องขอให้เพิกถอนการขาย
ทอดตลาดได้
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๙๖ ทวิ
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๑๑๕๗๔/๒๕๕๕ ฎ. ๑๕๖๗ คาขอ
ทา้ ยฟ้ องของโจทก์ที่ขอให้จาเลยร้ือถอนขนยา้ ยโรงเรือนและ
อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมท้งั เสาไฟฟ้ าออกไปจากที่ดินพิพาท หากไม่
กระทาให้ถือเอาคาพิพากษาของศาลเป็ นการแสดงเจตนา เม่ือ
วตั ถุแห่งหน้ีตามคาขอมิใช่การใหท้ านิติกรรมอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง
อนั จะถือเอาคาพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหน้ีตาม
263
ป.พ.พ. มาตรา ๒๑๓ วรรคสอง จึงไม่อาจสัง่ ให้ถือคาพิพากษา
แทนการแสดงเจตนาของจาเลยในส่วนน้ีได้
คาพิพากษาฎีกาที่ ๘๗๑๙/๒๕๕๔ ฎ.ส.ล. ๑๐ น. ๑๙๖
การที่ศาลอทุ ธรณ์พิพากษาใหจ้ าเลยร้ือและปรับปรุงแก้ไขห้อง
ชุดของจาเลยใหก้ ลบั สู่สภาพเดิมภายใน ๑ เดือน หากไม่ปฏิบตั ิ
ให้โจทก์ดาเนินการร้ือและปรับปรุงแกไ้ ขห้องชุดดงั กล่าวให้
กลับคืนสู่สภาพเดิม โดยค่าใช้จ่ายของจาเลยน้ัน เป็ นการ
ไมช่ อบดว้ ยวิธีการบงั คบั คดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๖ ทวิ เพราะ
เป็ นอานาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะดาเนินการตาม
กฎหมายดงั กล่าว
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๒๙๖ จัตวา
คาพิพากษาฎีกาที่ ๗๖๕๙/๒๕๕๕ ฎ.ส.ล. ๔ น. ๑๘๔
ผคู้ ดั คา้ นเป็ นผูซ้ ้ือทรัพยท์ ่ีดินพิพาทพร้อมส่ิงปลูกสร้างไดจ้ าก
การขายทอดตลาดและไดร้ ับจดทะเบียนโอนแลว้ ส่วนผูร้ ้อง
ท้งั สิบเอ็ดเช่าอาคารพาณิชยพ์ ร้อมท่ีดินพิพาทจากจาเลยท่ี ๑
หลงั จากที่เจา้ พนกั งานท่ีดินจดทะเบียนโอนท่ีดินพร้อมสิ่งปลูก
สร้างใหแ้ ก่ผคู้ ดั คา้ นแลว้ ดงั น้นั ขณะทาสญั ญาเช่าจาเลยที่ ๑ จึง
ไมใ่ ช่เจา้ ของกรรมสิทธ์ิที่ดินและอาคารพาณิชยพ์ ิพาทอีกต่อไป
264
และไม่มีสิทธิท่ีจะนาไปให้ผรู้ ้องท้งั สิบเอด็ เช่าได้ จึงถือวา่ ผูร้ ้อง
ท้งั สิบเอ็ดเป็ นบริวารของจาเลยที่ ๑ ผู้ร้องท้งั สิบเอ็ดมิใช่ผู้มี
อานาจพิเศษ
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๐๒
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๔๔๘๗/๒๕๕๖ ฎ. ๔๖๗ ตามคาขอ
ทา้ ยฟ้ องของโจทกท์ ่ีขอใหจ้ าเลยท้งั สี่ถอนการยึดทรัพยห์ ้องชุด
ของโจทก์ หากจาเลยท้งั ส่ีไม่ปฏิบตั ิตามให้ถือเอาคาพิพากษา
ของศาลแทนการแสดงเจตนาของจาเลยท้งั ส่ี แสดงว่าโจทก์
ประสงค์จะให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการยึดทรัพยห์ ้องชุดของ
โจทกอ์ นั สืบเนื่องมาจากขอ้ อา้ งของโจทก์ว่าเจ้าพนกั งานบงั คบั
คดีดาเนินการบงั คบั คดีโดยการยึดทรัพย์สินของลูกหน้ีตาม
คาพิพากษาเกินกว่าที่พอจะชาระหน้ี ให้แก่เจ้าหน้ี ตาม
คาพิพากษาฝ่ าฝื นต่อ ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๔ ซ่ึง ป.วิ.พ. มาตรา
๒๙๖ บญั ญตั ิไวเ้ ป็นการเฉพาะแลว้ ว่าให้ลกู หน้ีตามคาพิพากษา
ยื่นคาร้องต่อศาลก่อนการบงั คบั คดีไดเ้ สร็จลงเพ่ือให้ศาลสั่ง
เพิกถอนหรือแกไ้ ขกระบวนวิธีการบงั คบั คดีท้งั ปวง โจทก์ใน
ฐ า น ะ ลู ก ห น้ี ต า ม ค า พิ พ า ก ษ า ใ น ค ดี ที่ อ้า ง ว่ า เ จ้ า พ นัก ง า น
บงั คบั คดีดาเนินการบงั คบั โดยไม่ชอบ จึงต้องดาเนินการตาม
265
บทกฎหมายน้ัน แม้โจทก์จะมีคาขอให้จาเลยท้ังส่ี ชดใช้
คา่ เสียหายมาดว้ ย ก็เป็นเพียงคาขอตอ่ เนื่อง และเมื่อศาลยงั มิได้
มีคาพิพากษาหรือคาสง่ั ให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ ก็จะฟังว่าการ
กระทาของจาเลยท้งั ส่ีเป็ นการโตแ้ ยง้ สิทธิโจทก์หาไดไ้ ม่ ฟ้ อง
ของโจทก์จึงเกี่ยวกบั การบงั คบั คดีในคดีเดิมของศาลช้นั ตน้ และ
จาตอ้ งมีคาวินิจฉยั ของศาลก่อนท่ีการบงั คบั คดีจะไดด้ าเนินไป
ได้โดยครบถว้ นและถูกตอ้ ง ตอ้ งด้วย ป.วิ.พ. มาตรา ๗ (๒)
โจทก์จึงต้องเสนอคดีโดยทาเป็ นคาร้องขอต่อศาลช้นั ต้นใน
คดีเดิมซ่ึงเป็ นศาลท่ีมีอานาจในการบงั คบั คดี หาใช่ย่ืนคาฟ้ อง
ต่อศาลช้นั ตน้ เป็นคดีใหมไ่ ม่
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๐๔
คาพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๓๙๓/๒๕๕๕ ฎ. ๑๘๕๒ การยึด
ท่ีดินซ่ึงเป็นอสงั หาริมทรัพยย์ อ่ มครอบไปถึงดอกผลนิตินยั ของ
ที่ดินน้นั ดว้ ย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๐๔ วรรคสอง ค่าเช่าท่ีดินท่ี
จาเลยต้องชาระตามหนังสือสัญญาเช่าที่ดิน ถือเป็ นดอกผล
นิตินยั ของที่ดินที่ถูกยึด เม่ือมีการขายทอดตลาดที่ดินท่ีถูกยึด
ผูซ้ ้ือทรัพย์ย่อมไดไ้ ปซ่ึงสิทธิในการเรียกค่าเช่าในงวดท่ียงั
ไม่ถึงกาหนดชาระ ภายหลังเมื่อผูซ้ ้ือทรัพย์ได้ชาระราคา
266
ค ร บ ถ้ว น แ ก่ เ จ้ า พ นัก ง า น บ ัง ค ับ ค ดี แ ล ะ จ ด ท ะ เ บี ย น โ อ น
กรรมสิทธ์ิตามกฎหมายแลว้ และตอ้ งรับไปซ่ึงภาระตามสัญญา
เชา่ ที่ตอ้ งให้ผเู้ ชา่ ใชป้ ระโยชน์จากที่ดินท่ีเช่าตามสัญญาเช่นกนั
เจ้าพนักงานบงั คบั คดีไดเ้ คาะไมข้ ายที่ดินโฉนดเลขท่ี
๘๒๗ ให้แก่บริษทั อ. ผซู้ ้ือทรัพยซ์ ่ึงเสนอราคาสูงสุดเป็ นเงิน
๓๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซ่ึงมีผลทาให้ผูเ้ ขา้ สู้ราคาไม่อาจถอนคาสู้
ราคาของตนไดต้ าม ป.พ.พ. มาตรา ๕๐๙ วนั เดียวกนั ผซู้ ้ือทรัพย์
ได้ทาหนังสือสัญญาซ้ือขายกับเจ้าพนักงานบงั คบั คดีกับได้
วางเงินมดั จาชาระค่าที่ดินบางส่วน ต่อมาผูซ้ ้ือทรัพยไ์ ดช้ าระ
ส่วนที่เหลือในวนั ที่ ๙ ธนั วาคม ๒๕๔๕ การขายทอดตลาดจึง
เสร็จสมบูรณ์ในวนั ที่ ๙ ธนั วาคม ๒๕๔๕ แต่การซ้ือขายที่ดิน
เป็ นการซ้ือขายอสังหาริ มทรัพย์ต้องตกอยู่ภายใต้ ป.พ.พ.
มาตรา ๔๕๖ เม่ือยงั มิไดจ้ ดทะเบียนโอนกรรมสิทธ์ิให้แก่ผูซ้ ้ือ
ผซู้ ้ือทรัพยจ์ ึงเพียงอยู่ในฐานะจดทะเบียนสิทธิไดก้ ่อน ป.พ.พ.
มาตรา ๑๓๐๐ กรรมสิทธ์ิในที่ดินพิพาทจึงยงั คงเป็ นกองมรดก
ถ. ท้งั ตอ่ มาวนั ท่ี ๑๑ ธนั วาคม ๒๕๔๕ ผซู้ ้ือทรัพยข์ อรับเงินค่า
ท่ีดินบางส่วนคืนจากเจา้ พนกั งานบงั คบั คดี จึงเป็นการท่ีผซู้ ้ือยงั
ไม่ไดช้ าระราคาครบถว้ นตาม ป.พ.พ. มาตรา ๕๑๕ ประกอบ
267
มาตรา ๕๑๖ และยงั ไม่ไดจ้ ดทะเบียนโอนกรรมสิทธ์ิให้ผูซ้ ้ือ
การซ้ือขายที่ดินยงั ไมส่ มบรู ณ์ตามกฎหมาย กรรมสิทธ์ิในที่ดิน
โฉนดเลขที่ ๘๒๗ จึงยงั คงเป็ นของกองมรดก ถ. เมื่อต่อมาถึง
กาหนดชาระคา่ เช่าที่ดินงวดท่ี ๕ โจทก์ในฐานะผจู้ ดั การมรดก
ของ ถ. จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จาเลยชาระค่าเชา่ งวดท่ี ๕ และงวด
ต่อ ๆ ไปตามสญั ญาเชา่ ที่ดินไดจ้ นกว่าผูซ้ ้ือทรัพยไ์ ดช้ าระราคา
ครบถว้ นและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธ์ิตามกฎหมายแลว้
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๐๖
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๓๗๑๐/๒๕๕๔ ฎ.ส.ล. ๙ น. ๖๔
เจ้าพนักงานเดินหมายส่งประกาศแจ้งวนั ขายทอดตลาดแก่
จาเลยที่ ๕ โดยจาเลยท่ี ๔ รับประกาศแจง้ วนั ขายทอดตลาดไว้
แทนที่ภมู ิลาเนาของจาเลยท่ี ๔ ซ่ึงไม่ใช่ภูมิลาเนาหรือสานกั ทา
การงานของจาเลยที่ ๕ การส่งประกาศแจง้ วนั ขายทอดตลาดจึง
ตอ้ งห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๗๔ (๒) และมาตรา ๗๕ ถึง ๘๐
ถื อ ไ ม่ ไ ด้ว่ า เ จ้า พ นัก ง า น บ ัง ค ับ ค ดี ส่ ง ป ร ะ ก า ศ แ จ้ ง ว ัน ข า ย
ทอดตลาดทรัพยใ์ ห้แก่จาเลยที่ ๕ ทราบโดยชอบตาม ป.วิ.พ.
มาตรา ๓๐๖
268
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๐๙ วรรคสอง
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๖๐๖๐/๒๕๕๕ ฎ.ส.ล. ๔ น. ๑๗๒
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๐๙ วรรคสอง บญั ญตั ิว่า เมื่อมีการยื่น
คาร้องคดั คา้ นคาสง่ั ของเจา้ พนกั งานบงั คบั คดีต่อศาล ให้ศาลมี
คาสั่งช้ีขาดในเร่ืองน้ี และคาสงั่ ของศาลดงั กล่าวให้เป็ นที่สุด
โดยบทบญั ญตั ิมาตราน้ีไม่ได้บญั ญตั ิไว้ว่า ก่อนท่ีศาลจะส่ัง
คาร้องจะตอ้ งไต่สวนคาร้องดงั กล่าวเสียก่อน ศาลช้นั ตน้ จึงมี
อานาจใช้ดุลพินิจว่าจะทาการไต่สวนคาร้องดงั กล่าวหรือไม่
ตามที่บญั ญตั ิไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา ๒๑ (๔) ดงั น้นั การท่ีศาล
ช้นั ต้นรับคาร้องของจาเลยไวแ้ ล้วและพิจารณาเห็นว่าคดีพอ
วินิจฉยั ไดจ้ ึงมีคาสง่ั ดงั กลา่ วจึงชอบแลว้ และคาสง่ั ดงั กล่าวเป็ น
ที่สุด ตอ้ งห้ามมิให้อทุ ธรณ์
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๐๙ ทวิ
คาพพิ ากษาฎกี าที่ ๖๔๗/๒๕๕๖ ฎ. ๒๙๕ จาเลยท่ี ๑ ย่ืน
คาร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอา้ งว่าเจ้าพนกั งาน
บงั คบั คดีทาการขายทอดตลาดในราคาต่าเกินสมควร และเป็ น
การขายที่รวบรัดไม่เปิ ดโอกาสให้มีการเข้าสู้ราคาของบุคคล
ภายนอกตามวิธีการของการขายทอดตลาด เป็ นการขาย
269
ทอดตลาดท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีความหมายในทานองว่า
เป็นการขายทอดตลาดในราคาต่าเกินสมควร และเจา้ พนกั งาน
บงั คบั คดีปฏิบตั ิหน้าที่โดยไม่สุจริตตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๐๙
ทวิ วรรคสอง เม่ือศาลช้นั ตน้ มีคาส่งั ยกคาร้อง คาสั่งของศาล
ช้นั ตน้ ย่อมเป็ นท่ีสุดตามวรรคส่ีของบทกฎหมายดงั กล่าว จึง
ตอ้ งห้ามมิให้อุทธรณ์และฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓ และ
มาตรา ๒๔๗
ป.พ.พ. มาตรา ๕๐๙ และระเบียบกระทรวงยุติธรรม
ว่าดว้ ยการบงั คบั คดีของเจ้าพนักงานบงั คบั คดี พ.ศ. ๒๕๒๒
ว่าด้วยวิธีขายทอดตลาด ขอ้ ๘๒ และ ๘๓ มิได้มีขอ้ บงั คบั ว่า
เจา้ พนกั งานผทู้ าการขายทอดตลาดจะตอ้ งทาการเคาะไม้ ๓ คร้ัง
การขายทอดตลาดจึงจะสมบูรณ์ เมื่อโจทก์ซ่ึงเป็ นผสู้ ู้ราคาให้
ราคาในการขายทอดตลาดสูงถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยผสู้ ู้ราคา
คนอื่นมิไดเ้ สนอราคาสูงกว่าน้ี เจ้าพนักงานบงั คบั คดีไดข้ าน
ราคาท่ีโจทก์เสนอในราคาสูงสุดจานวน ๓ คร้ัง และเคาะไมอ้ ีก
๑ คร้ัง แสดงให้เห็นว่าเจ้าพนกั งานผูท้ าการขายทอดตลาดทา
การขายทอดตลาดตามวิธีการท่ีบญั ญตั ิไว้ใน ป.พ.พ. และ
ระเบียบข้อบงั คับของกรมบังคับคดีดงั กล่าวแล้ว การขาย
ทอดตลาดจึงชอบดว้ ยกฎหมาย
270
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๔๔๒๐/๒๕๕๕ ฎ.ส.ล. ๓ น. ๑๓๑
จาเลยย่ืนคาร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ถือเป็นคาร้อง
ขอตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๐๙ ทวิ วรรคสอง ซ่ึงมาตรา ๓๐๙ทวิ
วรรคสี่ บญั ญัติว่า คาส่ังของศาลตามวรรคสองให้เป็ นที่สุด
คาว่า “คาส่ังของศาลตามวรรคสอง” หมายถึง หากมีกรณีย่ืน
คาร้องตามมาตรา ๓๐๙ ทวิ วรรคสอง แลว้ คาสง่ั ใด ๆ ของศาล
ที่เก่ียวกบั คาร้องดงั กลา่ วไมว่ า่ จะเป็นคาสง่ั ที่อนุญาตตามคาร้อง
หรือคาสง่ั ยกคาร้องก็อยใู่ นความหมายของคาว่า “คาสงั่ ของศาล
ตามวรรคสอง” ในบทบญั ญตั ิดงั กล่าวท้งั สิ้น ดงั น้นั เมื่อศาล
ช้นั ตน้ มีคาสัง่ ตามคาร้องของจาเลยแลว้ คาส่ังของศาลช้นั ต้น
ยอ่ มเป็นท่ีสุดตามบทบญั ญตั ิดงั กล่าว และตอ้ งห้ามมิให้อุทธรณ์
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๑๗๙๒๒/๒๕๕๕ ฎ. ๒๑๒๒ ฎีกา
ของจาเลยที่ว่า เจ้าพนกั งานบงั คบั คดีประมาทเลินเล่ออย่าง
ร้ายแรงขายทรัพย์สินในราคาท่ีต่าเกินสมควร เป็ นฎีกาใน
ประเดน็ ร้องขอใหเ้ พิกถอนการขายทอดตลาดโดยอาศยั เหตตุ าม
ป.วิ.พ. มาตรา ๓๐๙ ทวิ วรรคสอง ซ่ึงเม่ือศาลช้นั ตน้ มีคาสั่ง
แลว้ ยอ่ มเป็นที่สุดตามมาตรา ๓๐๙ ทวิ วรรคส่ี จาเลยไม่มีสิทธิ
ฎีกาในประเดน็ ขอ้ น้ี
271
คาพิพากษาฎกี าที่ ๑๘๓๑๘/๒๕๕๕ ฎ. ๒๑๕๒ จาเลย
ยนื่ คาร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมส่ิงปลูก
สร้างอา้ งว่าเจ้าพนกั งานบงั คบั คดียึดทรัพยเ์ กินกว่าที่จาเป็ นแก่
การบงั คบั คดีและขายทอดตลาดท่ีดินไดร้ าคาต่าเกินสมควรอนั
เกิดจากการคบคิดกนั ฉ้อฉลในระหว่างผูท้ ่ีเกี่ยวขอ้ งในการเขา้ สู้
ราคา ความไม่สุจริตและความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ของเจา้ พนกั งานบงั คบั คดี ศาลช้นั ตน้ เห็นว่าเจา้ พนกั งานบงั คบั
คดียึดทรัพย์ไม่เกินกว่าที่จาเป็ นแก่การบังคับคดี การขาย
ทอดตลาดที่ดินได้ราคาไม่ต่าเกินสมควรและมีคาสั่งให้ยก
คาร้อง จาเลยอทุ ธรณ์ประเดน็ เดียวว่า เจา้ พนกั งานบงั คบั คดียึด
ทรัพย์เกินกว่าที่จาเป็ นแก่การบงั คับคดี อนั เป็ นการอุทธรณ์
โต้แยง้ ว่าเจ้าพนกั งานบงั คบั คดีปฏิบตั ิฝ่ าฝื นต่อกฎหมายตาม
ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๔ มิได้โต้แย้งว่าราคาท่ีได้จากการขาย
ทอดตลาดทรัพยส์ ินมีจานวนต่าเกินสมควร อนั เกิดจากการคบ
คิดกนั ฉอ้ ฉลในระหว่างผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ งในการเขา้ สู้ราคาหรือความ
ไม่สุจริ ตหรื อความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของ
เจา้ พนักงานบงั คบั คดีในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา
๓๐๙ ทวิ วรรคสอง ซ่ึงกรณีตามอุทธรณ์ของจาเลยไม่มี
บทบัญญัติให้คาสั่งของศาลช้ันต้นเป็ นที่สุด คาพิพากษา
272
ของศาลอทุ ธรณ์ที่ยกอทุ ธรณ์ของจาเลยโดยวินิจฉยั วา่ คาสง่ั ของ
ศาลช้ันต้นเป็ นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๐๙ ทวิ วรรคส่ี
จึงไมถ่ ูกตอ้ ง
คาพิพากษาฎีกาที่ ๗๕๗๔/๒๕๕๔ ฎ.ส.ล. ๘ น. ๑๗๔
คาสงั่ ของศาลที่ให้เป็นท่ีสุดตามท่ีบญั ญตั ิไวใ้ นมาตรา ๓๐๙ ทวิ
วรรคส่ี น้ัน ต้องเป็ นคาสั่งตามคาร้องขอให้เพิกถอนการขาย
ทอดตลาดของเจ้าพนกั งานบงั คบั คดีที่อา้ งเหตุว่าราคาที่ได้จาก
การขายทอดตลาดต่าเกินสมควรตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๐๙ ทวิ
วรรคสอง ดงั น้นั คาสั่งของศาลช้นั ตน้ ท่ีว่าราคาประเมินของ
เจา้ พนกั งานบงั คบั คดีต่าเกินไปน้นั จึงไม่เป็นท่ีสุด
กรณีการประเมินราคาทรัพยข์ องเจ้าพนกั งานบงั คบั คดี
เป็ นเพียงการประเมินราคาในช้นั ต้น เพ่ือประโยชน์ในการ
บงั คบั คดีขายทอดตลาดซ่ึงอาจจะไม่ตรงกบั ราคาท่ีแทจ้ ริงได้
และการกาหนดราคาเร่ิมต้นขายตามประกาศกรมบงั คบั คดี
กไ็ ม่ไดผ้ กู มดั จาเลยหรือโจทก์หรือผมู้ ีส่วนไดเ้ สียในการบงั คบั
คดีว่าเมื่อขายทอดตลาดแลว้ จะตอ้ งเป็นไปตามราคาดงั กลา่ ว แต่
ข้ึนอยกู่ บั ผเู้ ขา้ สู้ราคาว่าจะให้ราคาสูงสุดเพียงใด ซ่ึงหากจาเลย
เห็นว่าราคาต่าเกินไปก็ชอบท่ีจะคดั ค้านการขายทอดตลาดได้
การที่จาเลยอ้างว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบงั คบั คดี
273
ต่าเกินไปน้นั ยงั ถือไม่ไดว้ ่ามีขอ้ โตแ้ ยง้ สิทธิท่ีจาเลยจะขอให้
เพิกถอนการขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง
ได้
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๐๙ ตรี
คาพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๑๒/๒๕๕๕ ฎ. ๒๗๔๑ แมต้ าม
คาฟ้ องของโจทก์ โจทก์สามารถดาเนินการบงั คบั ขบั ไล่จาเลย
ให้ออกจากท่ีดินและส่ิงปลูกสร้างที่โจทก์ซ้ือมาจากการขาย
ทอดตลาดตามคาสงั่ ศาลไดโ้ ดยการย่ืนคาขอฝ่ ายเดียวต่อศาล
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๐๙ ตรี แต่มาตรา ๓๐๙ ตรี มิได้บญั ญตั ิ
ห้ามหรือตดั สิทธิของโจทกใ์ นการท่ีจะใชส้ ิทธิทางศาลโดยการ
ฟ้ องขบั ไล่และเรียกค่าเสียหายจากผูท้ ี่อยู่ในทรัพยส์ ินท่ีโจทก์
ซ้ือมาจากการขายทอดตลาดตามคาสงั่ ศาลโดยละเมิด การท่ีศาล
ช้นั ต้นมีคาสั่งให้ออกคาบงั คบั ตามมาตรา ๓๐๙ ตรี และให้
จาหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความ จึงเป็ นการไม่ชอบดว้ ย
กฎหมาย
คาพิพากษาฎีกาที่ ๕๙๙๗/๒๕๕๕ ฎ.ส.ล. ๖ น. ๑๘๓
ป.วิ.พ. มาตรา ๓๐๙ ตรี ใหส้ ิทธิผซู้ ้ือท่ีดินและส่ิงปลูกสร้างจาก
274
การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบงั คบั คดีเพียงการขอให้
ออกคาบงั คบั และให้เจา้ พนกั งานบงั คบั คดีดาเนินการบงั คบั คดี
เพ่ื อขับไล่จาเลยในฐานะลูกหน้ี ตามคาพิ พากษาและบริ วาร
ออกไปจากท่ีดินและส่ิงปลูกสร้างพิพาทเท่าน้ัน เม่ือโจทก์
ประสงคจ์ ะเรียกคา่ เสียหายจากจาเลยในมูลละเมิดเพราะจาเลย
ไม่ยอมออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาท ก็ชอบที่โจทก์จะ
ฟ้ องขอให้บงั คบั จาเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็ นคดีใหม่ต่างหาก
โจทกจ์ ึงมีอานาจฟ้ องขอให้ศาลบงั คบั จาเลยใชค้ ่าเสียหายในมูล
ละเมิดเป็นคดีน้ีได้ จาเลยรับวา่ เป็นลูกหน้ีตามคาพิพากษาในคดี
เดิม โดยธนาคาร ก. เป็ นผูซ้ ้ือทรัพยจ์ ากการขายทอดตลาดใน
คดีดงั กล่าว และโจทก์เป็ นผูซ้ ้ือทรัพย์ต่อมาจากธนาคาร ก.
ท้งั จาเลยก็ยงั อย่ใู นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทท่ีโจทก์ซ้ือมา
จึงฟังไดว้ ่าจาเลยกระทาละเมิดต่อโจทกแ์ ลว้
คาพิพากษาฎีกาท่ี ๑๐๐๙๙/๒๕๕๔ ฎ.ส.ล. ๘ น. ๒๑๒
การท่ีเจา้ พนกั งานบงั คบั คดีไดร้ ังวดั ยึดที่ดินเกินกว่าเน้ือที่ดินที่
ระบุในหนงั สือรับรองการทาประโยชน์ (น. ส.๓) ที่โจทก์นายึด
เช่นน้ี ท่ีดินส่วนท่ีเกินจาก น.ส.๓ จึงไมอ่ ยูใ่ นการบงั คบั คดี เมื่อ
ผู้ซ้ือทรัพย์ซ้ือที่ดินจากการขายทอดตลาดตาม น.ส.๓ ที่
ประกาศขายทอดตลาดระบุเน้ือที่ไวช้ ดั เจนว่ามีเน้ือท่ี ๕ ไร่ ๑๐
275
ตารางวา ผูซ้ ้ือทรัพยย์ ่อมไดท้ ่ีดินมีเน้ือท่ีตาม น.ส.๓ ดงั กล่าว
ผซู้ ้ือทรัพยจ์ ะอา้ งเอาเน้ือท่ีของท่ีดินตามท่ีเจา้ พนกั งานบงั คบั คดี
รังวดั ยึดไวท้ ่ีเกินกว่าเน้ือท่ีใน น.ส.๓ หาไดไ้ ม่ และเมื่อพิจารณา
ตามแผนท่ีวิวาทปรากฏว่าที่ดินพิพาทอยู่ทางทิศใต้ของที่ดิน
ตาม น.ส.๓ ท่ีผู้ซ้ือทรัพย์ซ้ือไดจ้ ากการขายทอดตลาด โดย
เปรียบเทียบความยาวดา้ นทิศตะวนั ตกตาม น.ส.๓ ระบุว่ายาว
๒ เส้น ตามประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนกั งานบงั คบั คดี
ระบุว่าทิศตะวนั ตกยาว ๓ เส้น เจ้าพนักงานบงั คบั คดีจึงรังวดั
เกินไป ๑ เส้น คิดคานวณแล้วรังวดั เกินไป ๒๐ วาหรือ ๔๐
เมตร ซ่ึงเกินไปจานวนมากเช่นน้ีที่ดินดา้ นทิศใตส้ ่วนท่ีเกินไป
กว่าที่ดินตาม น.ส.๓ จึงอยู่นอกเขตท่ีดินตาม น.ส.๓ ท่ีผูซ้ ้ือ
ทรัพย์ซ้ือได้จากการขายทอดตลาด ที่ดินพิพาทเป็ นที่ดินมือ
เปล่า การซ้ือยอ่ มสมบรู ณ์ดว้ ยการส่งมอบ เม่ือผรู้ ้องรับมอบการ
ครอบครองจากจาเลย ผรู้ ้องจึงมีสิทธิครอบครอง แมผ้ รู้ ้องกบั
สามีจะซ้ือท่ีดินและบา้ นพิพาทภายหลงั จากเจ้าพนกั งานบงั คบั
คดีทาการยึดทรัพยข์ องจาเลยลูกหน้ีตามคาพิพากษา แต่ท่ีดิน
ที่โจทก์นายึดเป็ นท่ีดินตาม น.ส.๓ เน้ือท่ีประมาณ ๕ ไร่ ๑๐
ตารางวา เท่าน้นั ที่ดินท่ีอยนู่ อกเขตย่อมไม่อยูภ่ ายใตก้ ารบงั คบั
คดี กรณีไม่ตกอยู่ในบงั คบั ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๐๙ ตรี ผรู้ ้อง
276
จึงไม่ใช่บริวารของจาเลย ถือว่าผรู้ ้องเป็ นผมู้ ีอานาจพิเศษที่จะ
อยใู่ นที่ดินและบา้ นพิพาทได้ ผูซ้ ้ือทรัพยไ์ ม่มีสิทธิบงั คบั ผูร้ ้อง
ออกจากที่ดินและบา้ นพิพาท
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๑๑
คาพพิ ากษาฎกี าท่ี ๓๕๑๖/๒๕๕๕ ฎ.ส.ล. ๓ น. ๑๑๐ เมื่อ
ศาลออกหมายบังคับคดี ผู้คดั ค้านย่อมมีอานาจในฐานเป็ น
ผูแ้ ทนเจ้าหน้ีตามคาพิพากษาในอันที่จะรับชาระหน้ีหรื อ
ทรัพยส์ ินท่ีลูกหน้ีนามาวาง ยึดหรืออายดั ทรัพยส์ ินของลูกหน้ี
ตามคาพิพากษา รวมท้งั มีอานาจรวบรวมเงินให้พอชาระตาม
คาพิพากษาหรือคาสั่งโดยวิธีอายดั เงินท่ีบุคคลภายนอกจะตอ้ ง
ชาระให้แก่ลูกหน้ีตามคาพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๗๘
และมาตรา ๒๘๒ (๓) หรือในกรณีที่ศาลเห็นสมควร ศาลจะ
กาหนดไว้ในหมายบงั คบั คดีระบุให้ผูค้ ดั ค้านจัดการยึดหรื อ
อายดั ทรัพยส์ ินหรือสิทธิเรียกร้องต่อบคุ คลภายนอกของลูกหน้ี
ตามคาพิพากษาก็ไดต้ ามมาตรา ๓๑๑ วรรคสอง ท้งั น้ีไม่ว่าหน้ี
ของผูร้ ้องซ่ึงเป็ นบุคคลภายนอกจะมีขอ้ โตแ้ ยง้ ข้อจากัดหรือ
เง่ือนไขหรือไม่ จาเลยเป็ นสมาชิกของผูร้ ้องย่อมมีสิทธิท่ีจะ
277
ไดร้ ับเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนนบั แต่วนั ท่ีเขา้ เป็ นสมาชิกของ
ผรู้ ้อง เพียงแต่มีเงื่อนไขว่าจะตอ้ งมีมติท่ีประชุมใหญ่สมาชิก
ก่อน สิทธิเรียกร้องดงั กล่าวที่จาเลยมีต่อผูร้ ้อง จึงเป็ นหน้ีที่มี
เงื่อนไข ซ่ึงผคู้ ดั คา้ นมีอานาจอายดั ไดต้ าม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๑๑
วรรคสาม คาสง่ั ของผคู้ ดั คา้ นที่ให้ผรู้ ้องส่งเงินดงั กล่าวภายใน
๑๐ วนั นบั แต่วนั ถึงกาหนดจ่ายเงินในแต่ละประเภท มิไดเ้ ป็ น
การฝ่ าฝืนตอ่ บทกฎหมายแต่อยา่ งใด
พ.ร.บ. สหกรณ์ฯ มาตรา ๔๒ วรรคสอง ห้ามมิให้
เจ้าหน้ี ของสมาชิกใช้สิ ทธิ เรี ยกร้ องในค่าหุ้นของสมาชิ กใน
ระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกผนู้ ้นั ยงั ไม่ส้ินสุดลง มุ่งหมาย
ท่ีจะคมุ้ ครองทนุ ของสหกรณ์ที่ไดม้ าจากค่าหุน้ ของสมาชิกมิให้
ลดน้อยถอยลงเพราะเหตุท่ีสมาชิกเป็ นหน้ีบุคคลภายนอก ซ่ึง
อาจส่งผลกระทบตอ่ การดาเนินกิจการของสหกรณ์เท่าน้นั มิใช่
บทกฎหมายที่ห้ามเจ้าหน้ีมิให้ใชส้ ิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นของ
สมาชิกเป็นการเดด็ ขาดตลอดไป การอายดั เงินสะสมหรือเงินค่า
หุน้ ของสมาชิกไวก้ ่อน โดยใหส้ หกรณ์ส่งเงินสะสมหรือค่าหุ้น
เม่ือสมาชิกผนู้ ้ันพน้ จากการเป็ นสมาชิกเพ่ือป้ องกันสิทธิของ
เจา้ หน้ีตามคาพิพากษามิใหเ้ สียหายยอ่ มกระทาไดแ้ ละไม่ขดั ต่อ
278
บทกฎหมายดงั กลา่ ว
คาสง่ั อายดั ของผคู้ ดั คา้ นที่กาหนดให้ผูร้ ้องส่งเงินสะสม
หรือเงินค่าหุ้นของจาเลยภายใน ๑๐ วนั นบั แต่วนั ถึงกาหนด
จ่ายเงินในแต่ละประเภท แมไ้ ม่เป็ นการเจาะจงให้ผูร้ ้องตอ้ งส่ง
เงินสะสมหรือเงินค่าหุน้ ของจาเลยไปให้ผคู้ ดั คา้ นในระหว่างท่ี
จาเลยยงั เป็ นสมาชิก แต่ไม่ชดั แจ้งว่าเป็ นการกาหนดให้ส่งเงิน
สะสมหรือคา่ หุ้นของจาเลยต่อเม่ือจาเลยพน้ จากการเป็นสมาชิก
แลว้ หรือไม่ จึงเห็นสมควรแก้ไขคาส่ังอายดั ของผูค้ ดั คา้ นใน
ส่วนน้ีเพื่อให้ชัดแจ้งและสอดคล้องกับ พ.ร.บ. สหกรณ์ฯ
มาตรา ๔๒ วรรคสอง
คาพพิ ากษาฎกี าน่าสนใจมาตรา ๓๒๐
คาพพิ ากษาฎกี าที่ ๑๕๗๔/๒๕๕๖ ฎ. ๓๓๐ เจ้าพนกั งาน
บงั คบั คดีจดั ทาบญั ชีแสดงรายการรับ-จ่าย คร้ังที่ ๑ ซ่ึงเป็ นบญั ชี
เฉล่ียตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๑๙ ผู้ร้องยื่นคาแถลงคัดค้าน
เจา้ พนกั งานมีคาสั่งยืนยนั ตามบญั ชีส่วนเฉลี่ย ผูร้ ้องยื่นคาร้อง
คดั คา้ นต่อศาลช้นั ตน้ ศาลช้นั ตน้ มีคาสงั่ ยกคาร้อง คดีจึงถึงท่ีสุด
ตามมาตรา ๓๒๐ วรรคสี่ และตอ้ งห้ามมิให้อุทธรณ์ฎีกาต่อไป
----------------------------
279
หนังสือชุด
ตอบข้อสอบกฎหมายอย่างไรให้ได้คะแนน
โดย
สมชาย พงษพ์ ฒั นาศิลป์
กฎหมายสารบัญญัติ
9786163353139 “ถาม – ตอบ แพ่ง” (รวมเลม่ ๑ ถึง ๖)
9786163350466 “ถาม – ตอบ อาญา” (รวมเล่ม ๑ ถึง ๖)
9786163352309 “ถาม – ตอบ แพง่ อาญา เลม่ ๗”
อยรู่ ะหว่างจดั พมิ พ์ “ถาม – ตอบ แพ่ง อาญา เลม่ ๘”
9786163354761 “ถาม – ตอบ ทรัพยส์ ิน”
9786163354952 “ถาม – ตอบ อาญาภาค ๑ นิติกรรมสญั ญา”
กฎหมายวิธีสบัญญตั ิ
9786163056795 “ถาม – ตอบ วิ. อาญา” (รวมเลม่ ๑ ถึง ๖)
9786163216472 “ถาม – ตอบ วิ. อาญา เล่ม ๗”
9786163485656 “ถาม – ตอบ วิ. อาญา เล่ม ๘”
9789748258980 “ถาม – ตอบ วิ. แพง่ ภาค ๑ ภาค ๒”
9786169023722 “ถาม – ตอบ วิ. แพ่ง ภาค ๓ ภาค ๔ พยาน”
9786163216786 “ถาม – ตอบ วิ. แพ่ง เล่ม ๗”
9786163486028 “ถาม – ตอบ วิ. แพ่ง เลม่ ๘”
280
หนงั สือชุด
ย่อหลกั กฎหมาย
โดย
สมชาย พงษพ์ ฒั นาศิลป์
เผา่ พนั ธ์ ชอบน้าตาล
ศภุ กิจ แยม้ ประชา
(จดั จาหน่ายโดยบริษทั ซีเอด็ ยเู คชน่ั จากดั (มหาชน))
9786163056795 “ยอ่ หลกั กฎหมายครอบครัว”
9786163216472 “ยอ่ หลกั กฎหมายมรดก”
9786163485656 “ยอ่ หลกั กฎหมายลม้ ละลาย”
9789748258980 “ยอ่ หลกั กฎหมายพยานหลกั ฐาน”