เกณฑ์การประเมินการจัดแสดงผลงาน ป้ายนเิ ทศ หรอื นิทรรศการ
ประเดน็ การ ระดับคุณภาพ นำ้ หนัก
คะแนน
ประเมนิ 4 3 2 1
3
1.เนือ้ หาสาระ -ครอบคลุมเน้อื หา -ครอบคลมุ เน้ือหา -ครอบคลมุ เน้ือหา -ครอบคลุมเน้อื หา
สาระ
สาระ ครบถ้วน สาระ สาระ -เน้อื เรอื่ งไม่ถูกต้อง
สมบูรณ์ -เนอื้ เรอ่ื งถูกตอ้ ง -เนื้อเร่อื งถูกต้อง
-เนอื้ เร่ืองถูกตอ้ ง ชัดเจน ดี ชดั เจนพอใช้
ชัดเจนดี มาก
2.การ มีรูปแบบการ มีรปู แบบการ มรี ูปแบบการ มีรปู แบบการ 2
นำเสนอ มีความ
นำเสนอ นำเสนอ นา่ สนใจ นำเสนอ นา่ สนใจ นำเสนอ น่าสนใจ สอดคลอ้ ง
สวยงาม, มี สวยงาม มี มคี วามสอดคลอ้ ง
ความคิดสร้างสรรค์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ และเหมาะสม
ดีมาก มคี วาม มีความสอดคล้อง
สอดคล้อง และ และเหมาะสม
เหมาะสม
รวม 20
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ 238
ผา่ นแหล่งเรียนรปู้ ระวัติศาสตรใ์ นทอ้ งถิ่น จังหวัดเชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
ชือ่ ..............................................................นามสกุล................................................... เลขท่.ี ..................
คำชแ้ี จง: สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียน แล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน
สมรรถนะดา้ น รายการประเมนิ ระดับคุณภาพ
4 321
1. ความสามารถในการ 1.1 มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์
คิด 1.2 มที กั ษะในการคิดนอกกรอบอยา่ งสรา้ งสรรค์
1.3 สามารถคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
1.4 มคี วามสามารถในการคิดอย่างมีระบบ
2. ความสามารถในการ 2.1 ใชภ้ าษาถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ ความคดิ
ส่อื สาร ความรู้สึก และทัศนะของตนเองดว้ ยการพูดและการเขยี น
2.2 พูดเจรจาต่อรอง
2.3 เลือกรับหรือไมร่ ับข้อมูลขา่ วสาร
2.4 เลอื กใชว้ ธิ กี ารสอ่ื สาร
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ 27 - 32 ดมี าก
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง
21 - 26 ดี
16 – 20 พอใช้
ต่ำกวา่ 16 ปรับปรุง
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ 239
ผ่านแหลง่ เรียนรูป้ ระวตั ศิ าสตรใ์ นทอ้ งถิ่น จังหวัดเชยี งราย ชัน้ ป.๑-๖
แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชแี้ จง: สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ทำเครื่องหมาย✔ ลงใน
ชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ 4321
1. ใฝเ่ รียนรู้ 1.1 แสวงหาข้อมลู จากแหลง่ การเรยี นรู้ตา่ งๆ
1.2 มีการจดบนั ทึกความรู้อยา่ งเป็นระบบ
1.3 สรุปความรไู้ ด้อยา่ งมีถกู ต้อง มเี หตผุ ล
2. 1.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทำงานที่ไดร้ ับมอบหมาย
มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 1.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ต่ออปุ สรรคเพื่อให้งานสำเร็จ
ลงช่ือ ............................................ผปู้ ระเมิน
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้ัง 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกวา่ 10 ปรับปรงุ
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ 240
ผ่านแหล่งเรียนรปู้ ระวตั ศิ าสตร์ในท้องถิ่น จงั หวดั เชยี งราย ชน้ั ป.๑-๖
ใบความรู้
สถานท่ีสำคญั ทางประวัตศิ าสตรแ์ ละวัฒนธรรม จ.เชียงราย
วัดพระแก้ว
ถนนไตรรตั น์ เปน็ วดั ท่ีค้นพบพระแกว้ มรกต หรือพระพุทธมหามณีรตั นปฏมิ ากรที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระ
แกว้ กรงุ เทพฯ ในปัจจุบัน ตามประวตั เิ ลา่ วา่ เมื่อปี พ.ศ. ๑๘๙๗ ในสมัยพระเจา้ สามฝงั่ แกนเปน็ เจา้ เมือง
เชียงใหม่นั้น ฟ้าได้ผ่าเจดียร์ า้ งองค์หนึ่ง และไดพ้ บพระพทุ ธรปู ลงรกั ปิดทองอยภู่ ายในเจดีย์ ต่อมารักกะเทาะ
ออกจึงได้พบว่าเป็นพระพทุ ธรปู สีเขยี วสร้างดว้ ยหยก คือพระแก้วมรกตนน่ั เอง ปัจจุบนั วดั พระแกว้ เชียงรายเปน็
ท่ีประดษิ ฐานพระหยก ซ่งึ สรา้ งข้นึ ใหม่ในวโรกาสทีส่ มเด็จพระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี มพี ระชนมายุ ครบ
90 พรรษา
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ 241
ผ่านแหล่งเรยี นรูป้ ระวตั ิศาสตร์ในทอ้ งถิ่น จงั หวดั เชียงราย ชน้ั ป.๑-๖
อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
ตง้ั อยใู่ นตัวเมืองเชียงราย บริเวณทาง แยกท่จี ะไปอ.แม่จัน พอ่ เม็งรายเป็น กษตั รยิ ์องค์ท่ี 25 แห่งราช
วงค์ลวะ เป็นโอรสของพระเจ้าลาวเม็ง และพระนางเทพคำขยาย หรือพระนางอ้ัวมิ่งจอมเมือง ประสูติเมื่อวัน
อาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือน 3 ปีจอ พุทธศักราช 1781 หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 1 ปี พระองค์ทรงสร้าง
เมอื งเชียงรายเปน็ เมอื งหลวงแทนหิรญั นครเงินยางและเสดจ็ สวรรคตในปีพทุ ธศักราช 1860
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ 242
ผา่ นแหลง่ เรียนรปู้ ระวัติศาสตร์ในทอ้ งถน่ิ จงั หวดั เชียงราย ช้นั ป.๑-๖
วดั พระธาตุดอยจอมทอง
เป็นมงคลนามแห่งเมืองเชียงราย เดิมเป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่ามีมาก่อนที่พ่อขุนเม็งรายจะมาพบ
พื้นที่และสร้างเป็นเมืองเชียงราย ในปี พ.ศ. ๑๘o๕ ตามหลักฐานปรากฏในหนังสือพงศวดารโยนกของพระยา
ประชากรจักรกล่าวว่า เมื่อพระพุทธศาสนาล่วงแล้ว ๙๕๖ พรรษามีพระเถระเจ้ารูปหนึ่งนามพระพุทะโฆษา
เป็นชาวโกศลเมื่อสุธรรมวดี (สะเทิ้ม) ในสามัญประเทศได้ออกไปสู่เมืองลังกาทวีปนำคัมภีร์พระไตรปิฏก แห่ง
ลังกาทวีปมาสู่สามัญทวีปและพุกามประเทศ และเข้ามาสู่โยนกนครไชยบุรีศรีเชียงแสน ในวันจันทร์ขึ้น ๘ ค่ำ
เดอื น ๖ ปีชวด มหาศักราชได้ ๓๓๕ (พ.ศ. ๑๔๘๓) นำพระบรมสารรี กิ ธาตุ ๓ ขนาดรวม ๑๖ องค์ ถวายแก่พระ
เจ้าพังคราช เจ้าเมืองโยนกนาคพันธ์ พระองค์ได้แบ่งได้แบ่งเป็นพระธาตุขนาดใหญ่หนึ่ง ขนาดกลางสองรวม
สามองค์ส่งให้พญาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนารายณ์ (บริเวณอำเภอเวียงชัยในปัจจุบัน) ส่วนหนึ่งบรรจุลงมหา
สถูปบนดอยทอง ขนานนามว่าพระธาตุดอยจอมทอง เพื่อเป็นมงคลนามของเมืองมีพิธีสงน้ำพระธาตุทุกวันขึน้
๑๕ ค่ำ เดอื น ๓ (เดอื น ๕ เหนอื )
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ 243
ผ่านแหลง่ เรยี นรปู้ ระวตั ิศาสตรใ์ นทอ้ งถน่ิ จังหวดั เชียงราย ชั้น ป.๑-๖
วัดพระมหาชนิ ธาตุเจ้า (ดอยตุง)
วัดพระมหาชินธาตุเจา้ (ดอยตุง)หรือเรียกโดยทั่วไปว่า วัดพระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่บริเวณส่วนที่เรยี กว่า
หน้าอกของดอยนางนอน ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขา ซึ่งดอยตุง
มีระยะทางห่างจากอำเภอเมืองเชียงรายประมาณ 46 กม. และมีพระธาตุดอยตุงประดิษฐานอยู่บนยอดดอย
สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลเนื่องจากพระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณสองพันเมตร
อีกทง้ั ยงั เปน็ พระธาตปุ ระจำปีเกดิ ปีกุน อีกด้วย
วัดพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง หรือเรียกโดยทั่วไปว่า วัดพระธาตุดอยตุง ตั้งอยู่บริเวณส่วนที่เรียกว่า
หน้าอกของดอยนางนอน ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จงั หวัดเชียงราย ซงึ่ เป็นถิน่ ทีอ่ ยูข่ องชาวเขา และมีพระ
ธาตุดอยตุงประดิษฐานอยู่บนยอดดอย ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุดอยตุงสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช
กษัตริย์ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์(ปัจจุบันคืออำเภอแม่จัน) พระมหากัสสปะเถระได้อัญเชิญพระบรม
สารีริกธาตุพระรากขวัญเบื้องซ้าย(กระดูกไหปลาร้า) แล้วมอบให้แก่ พระเจ้าอชุตราช ได้สร้างเจดีย์บรรจุพระ
บรมสารีรกิ ธาตุน้นั ไวบ้ นดอยแหง่ น้ี ดังทพี่ ระพทุ ธเจา้ ทรงพยากรณ์ไว้ แล้วจงึ ไดใ้ ห้ทำตุง มคี วามยาว 1,000 วา
ปักบนยอดเขาหากทุงปลิวไปถึงท่ีใดก็กำหนดให้เป็นฐานของพระเจดีย์ ทั้งนี้พระองค์ได้พระราชทานทองคำให้
พวกลาวจกเป็นค่าที่ดิน และให้พวกมิลักขุ 500 ครอบครัวดูแลรักษาพระธาตุ ต่อมาในสมัยพญามังรายแห่ง
ราชวงค์มังราย พระมหาวชิรโพธิเถระได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย 50 องค์ พญามังรายจึงให้สร้างพระ
เจดีย์อีกองคใ์ กล้กับเจดยี อ์ งคเ์ ดมิ นับจากนั้นเปน็ ตน้ มาพระธาตุดอยตุงจึงได้มีเจดยี ส์ ององคม์ าจนถึงทุกวนั น้ี
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 244
ผ่านแหล่งเรียนรปู้ ระวัตศิ าสตรใ์ นท้องถิ่น จังหวัดเชยี งราย ชนั้ ป.๑-๖
ใบความรู้
ประเพณที ้องถิ่นจังหวัดเชยี งราย
ประเพณนี มสั การพระธาตุดอยตุง
ประเพณีนมัสการพระธาตุดอยตุง คือ การขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยตุง เป็นประเพณีชาวล้านนา
รวมทั้งชาวไทยใหญ่ ในพม่า ถือปฏิบัติสืบต่อกันมา ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยพากันเดินทางด้วยเท้า ไปตาม
เส้นทางเล็ก ๆ ในช่วงประเพณีไหว้พระธาตุ คือราวเดือนมีนาคมของทุกปี ในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสี่ หรือ
เดอื นหกเหนือ ของทกุ ปี ซึง่ ถือเปน็ ประเพณีสำคัญทด่ี ีงามทปี่ ฏบิ ัติสบื กันมา
การขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยตุง พระสงฆ์ ที่จำวัด อยู่บนดอยตุง รวมทั้งพระสงฆท์ ีข่ ึ้นไป จะร่วมกัน
กับชาวบ้าน ทำพิธีสวดเบิกพระธาตุ เพื่อขอขมา ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และขอให้พระธาตุดำรงอยู่อย่างมั่นคงถาวร
รวมทั้งขอให้สิ่งศักดิ์ได้คุ้มครอง และยังความเป็นสิริมงคลแก่ผู้คนที่ขึ้นไปนมัสการพระธาตุ ชาวบ้านต่างก็มา
รวมกันที่วัด จากนั้นพระเณร ก็จะเดินนำขึ้นพระธาตุ ในยามค่ำคืน โดยอาศัยแสงจันทร์นำทาง หากบริเวณใด
มืดครึ้มก็จะใช้คบไฟ หรือไฟฉายสำหรับ การจุดคบไฟนั้น พระที่เดินนำจะจุดดวงหนึ่ง แล้วจุดเป็นระยะๆ
เมื่อขึ้นมาถึงบริเวณพระธาตุ จะพากันเข้าไปนมัสการพระธาตุก่อน จากนั้นจะหาทำเล ที่พัก รวมทั้งที่จะ
ประกอบอาหารในตอนเช้ามืด เพื่อเตรียมตัวตักบาตรพระสงฆ์ ๖ โมงเช้า พระสงฆ์ที่ขึ้นมานมัสการพระธาตุ
ออกบิณฑบาตตามเสน้ ทางรอบบริเวณพระธาตุ และบริเวณที่พกั ของชาวบ้าน หลังจากที่พระฉันอาหารเช้าแล้ว
ท้งั พระสงฆ์และฆราวาส จะร่วมกันบรู ณะ ซอ่ มแซมองค์พระธาตุ และพัฒนาบรเิ วณรอบ ๆ องค์พระธาตุ ตอน
บา่ ยหากงานไม่เสร็จส้ินจะทำต่อ แต่ถา้ งานเสร็จแล้ว จะพากนั ไปกราบไหวส้ ถานที่ ศักดส์ิ ิทธิ์ตามถ้ำต่างๆในแถ
บริเวณนั้น ในตอนค่ำ ประมาณทุ่มหนึ่ง ชาวบ้าน จะไปรวมกันเพื่อฟังเทศน์ เมื่อจบแล้ว อาจจะไปชมการ
แสดงดนตรีพื้นเมือง หรือพบปะพูดคุย กับเพื่อนบ้าน รุ่งเช้าวันแรม ๑ ค่ำ หลังจากถวายอาหารพระสงฆ์แล้ว
รบั ประทานอาหาร จากนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่ จะพากนั เดินทางกลบั ดว้ ยความอิม่ เอบิ สิ่งหน่ึงท่ชี าวบ้าน จะถือ
ปฏบิ ัตกิ นั ก่อนเดินลงจากพระธาตุ คือ การขอขมา สง่ิ ศกั ดิ์สิทธิ์ และบางคนจะนำนำ้ ในบ่อศกั ดส์ิ ิทธ์ิ กลบั มาฝาก
คนที่ไมไ่ ด้ไป
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ 245
ผา่ นแหลง่ เรยี นรปู้ ระวัตศิ าสตรใ์ นทอ้ งถนิ่ จังหวัดเชยี งราย ชนั้ ป.๑-๖
พธิ ีบวงสรวงพอ่ ขุนเมง็ รายมหาราช สืบชาตา ทำบญุ เมืองเชียงราย
งานพ่อขุนเม็งรายมหาราชจัดระหว่างวนั ที่ ๒๖ มกราคม - ๔ กุมภาพันธ์ ของทุกปี มีพิธีบวงสรวงพ่อ
ขุนเม็งรายมหาราช ณ อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช มีการออกร้าน จัดนิทรรศการของส่วนราชการและ
เอกชน และงานรืน่ เรงิ ต่างๆ ณ บริเวณสนามบินเก่า อำเภอเมอื งเชยี งราย จงั หวดั เชียงราย
ความเปน็ มา
พญามงั รายหรือพอ่ ขุนเมง็ ราย ทรงเป็นกษตั ริยอ์ งค์ที่ ๒๕ แหง่ ราชวงศ์ลวะจักราช และทรงเปน็ ปฐมวงศ์
กษัตริยร์ าชวงศ์มังราย เปน็ พระราชโอรสพระเจ้าลาวเม็ง มนี างอัว่ ม่งิ จอมเมือง หรอื นางเทพคำข่าย ธิดาท้าวรุ่ง
แกน่ ชายนครเชียงรุ้ง แควน้ สิบสองปันนา เปน็ พระราชมารดา ทรงประสูตเิ ม่อื วนั อาทิตย์ แรม ๙ ค่ำ เดอื น ๓ ปี
จอ พ.ศ.๑๗๘๒ เวลาย่ำรงุ่
โดยขณะพระราชมารดาแรกตั้งพระครรภ์ได้ทรงพระสุบินนิมิตว่า เห็นดาวประกายหยาดแต่ท้องฟ้าลง
มาทางเบื้องพระทักษิณ และได้รับเอาดาวดวงนั้นไว้ โหรจึงถวายคำพยากรณ์ว่าจะได้โอรสที่ทรงศักดานุภาพ
มาก ครั้นพ่อขุนเม็งรายเจริญพระชนมายุได้ ๑๖ พรรษา เจ้าลาวเม็ง พระบิดา จึงได้ไปสู่ขอพระนางศรีอโนจา
พระธิดาเจา้ เมืองเชียงเรืองให้ ต่อมาปี พ.ศ.๑๘๐๒ พระเจ้าลาวเม็งได้ทรงเสด็จสวรรคต พ่อขุนเม็งรายจึงได้ขน้ึ
ครองเมอื งหริ ญั นครเงนิ ยาง พระองค์ทรงใช้เวลาตลอดรชั กาลในการรวบรวมหวั เมืองน้อยใหญ่มาไว้ที่ศูนย์กลาง
เดียวกนั เพ่ือสรา้ งความแข็งแกรง่ แก่อาณาจักรล้านนา ในปี พ.ศ.๑๘๐๕ ขณะยกทัพไปถึงเมืองลาวกู่เต้า เผอิญ
ช้างทรงของพระองค์ซึ่งทอดไว้ที่ป่าหัวดอยทางทิศตะวันออกพลัดหลงไป จึงได้เสด็จตามช้างไปถึงบนยอดดอย
จอมทอง รมิ แมน่ ำ้ กกแลเห็นภมู ิประเทศอันเปน็ ชยั ภูมิทด่ี จี ึงทรงให้สร้างพระนครไว้ ณ ท่นี ้ัน และได้ก่อปราการ
โอบล้อมเอาดอยจอมทองไว้ และทรงขนานนามว่า "เมืองเชียงราย” แล้วให้ย้ายราชธานีจากเมอื งหริ ญั นครเงนิ
ยางมาตง้ั อยทู่ ี่เชยี งรายนับแต่นนั้ มา พอ่ ขุนเม็งรายเสดจ็ ประพาสกลางเมืองเชยี งใหม่
โดยถูกอสนุ ีบาตตกต้องพระองคเ์ ม่ือปี พ.ศ.๑๘๖๐ รวมพระชนม์มายุได้ ๘๐ พรรษา ตอ่ มาพระยาไชย
สงคราม พระราชโอรสของพ่อขุนเม็งราย ได้ครองเมอื งเชยี งรายทรงนำอฐั ิของพ่อขุนเม็งรายมาประดิษฐานไวใ้ น
กู่บนวดั ดอยงำเมอื งในปัจจบุ ัน
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวัตศิ าสตร์ 246
ผ่านแหล่งเรียนรู้ประวตั ิศาสตร์ในท้องถิน่ จังหวัดเชียงราย ช้ัน ป.๑-๖
ใบความรู้
ศลิ ปะการแสดงท้องถ่นิ จังหวัดเชยี งราย
ฟอ้ นเลบ็ เชยี งราย
การฟ้อนเล็บของจังหวัดเชียงรายมีความแตกต่างจากจังหวัดเชียงใหม่ คือ การฟ้อนเล็บของจังหวัด
เชียงรายนั้น ใช้วงปี่พาทย์พื้นเมืองประกอบการฟ้อน เพลงที่ใช้ได้แก่ เพลงแห่เมือง เพลงฤาษีหลงถ้ำ เพลง
ปราสาทไหว เปน็ ต้น ดา้ นท่วงทา่ ลีลาการฟ้อนมีความนมิ่ นวล อ่อนชอ้ ย และกา้ วเท้าเพียง ๕ ก้าว ต่างจากการ
ฟ้อนเล็บของจังหวัดเชียงใหม่ใช้วงกลองตึง่ นงประกอบการฟ้อนและก้าวเท้า ๗ ก้าว ปัจจุบันนางบัวเรยี วยังคง
ถ่ายทอดการฟ้อนเล็บเชียงรายอย่างต่อเนื่องทั้งในสถาบันการศึกษา กลุ่มศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนา และ
กลุ่มเยาวชนต่างๆ ซึ่งในระยะแรกนั้นยังไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควรแต่ด้วยความรักในศิลปะการแสดง
พืน้ บ้านล้านนาของนางบวั เรียว รัตนมณภี รณ์ ได้ถา่ ยทอดใหแ้ ก่สถาบนั การศึกษาและกลมุ่ เยาวชน ทัง้ ภาคกลุ่ม
วฒั นธรรม และศลิ ปินชา่ งฟ้อนตามอำเภอต่างๆ ของจงั หวดั เชียงราย ปจั จบุ นั นางบวั เรยี ว รตั นมณีภรณ์ จึงมี
ลูกศิษย์ทั้งวัยเด็ก วัยกลางคน และคนที่อายุสูงกว่า และก่อให้เกิดการประกวดแข่งขันการฟ้อนเล็บอย่าง
แพร่หลายในจังหวัดเชยี งรายเพ่ือให้เกดิ การตื่นตัวในการอนุรักษ์มากข้นึ ปัจจุบันการฟ้อนเลบ็ ตามแบบของนาง
บัวเรียวนี้ ไดร้ ับการยอมรบั ให้เป็นฟอ้ นเล็บเชียงราย ตามแบบของเอกลักษณฟ์ ้อนเล็บเชียงราย
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ 247
ผ่านแหล่งเรียนรู้ประวตั ิศาสตรใ์ นท้องถ่นิ จงั หวัดเชียงราย ชน้ั ป.๑-๖
ฟ้อนสาวไหม
ฟ้อนสาวไหมเป็นการแสดงพืน้ เมืองเหนือทีม่ ีความสวยงาม มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างไปจากการฟ้อน
แบบอื่นๆ คือฟ้อนสาวไหมเป็นแบบการฟ้อนท่ีเลยี นมาจากการทำงานในชีวิตประจำวันของคนพื้นเมือง ในการ
ปลูกฝ้าย ทอผ้า ตัดเย็บเป็นเส้ือผ้าเคร่ืองนุ่งห่ม ซึ่งเป็นงานหตั ถกรรม ที่ในท้องถิ่นที่ทำกนั โดยทั่วไป ด้วยเหตุที่
การทำงานในการปลูกฝ้าย ป่ันฝา้ ย ทอผ้า ฯลฯ เปน็ ลักษณะการทำงานที่มีขัน้ ตอน และมกี ระบวนการทำงานท่ี
ต่อเนื่องกัน ทั้งการทำงานนั้นก็มีลีลาท่าทางอันอ่อนช้อยละเอียดอ่อนละมุนละไม ดูแล้วเกิดความสวยงาม
ดังน้นั จึงน่าจะมีผู้ทีม่ องเหน็ กระบวนการทำงานที่มีขั้นตอนต่อเน่ืองและลลี าอันสวยงามของการป่ันฝ้าย การทอ
ผ้า ฯลฯ นำมาประสมประสานความคิดในการทำงานกับท่าฟ้อนรำเขา้ ด้วยกัน เป็นการฟ้อนสาวไหมท่ีน่าชมได้
การฟ้อนสาวไหมเปน็ การฟ้อนที่มีมานาน และเป็นลักษณะของการฟ้อนของพ้นื เมืองเหนืออย่างแท้จริง แต่เดิม
การฟ้อนสาวไหมเป็นทา่ การฟอ้ นทร่ี วมอยู่กับการฟอ้ นเจิง ตอ่ มาภายหลงั จงึ ไดแ้ ยกการฟอ้ นสาวไหมออกมาเป็น
ทา่ การฟ้อนเฉพาะเรียกว่า ฟ้อนสาวไหม แตเ่ ดมิ นน้ั ใช้ผ้ชู ายเป็นผู้ฟอ้ นและใช้ฟอ้ นในงานปอย แห่ครวั ทาน ฯลฯ
ต่อมาภายหลังจึงมีผู้หญิงเป็นผู้ฟ้อน ลักษณะท่าการฟ้อนใช้ท่าเดียวกับที่ผู้ชายใช้ฟ้อน เป็นลักษณะการฟ้อน
เดีย่ ว จากการศกึ ษาพบว่าการฟ้อนสาวไหม ปรากฏอย่สู องแบบ คือ ฟอ้ นสาวไหมในการฟ้อนเชงิ หรือร่ายรำท่า
ต่อสู่ด้วยมือเปล่า ซึ่งมีลีลากระบวนท่าที่แน่นอน และการฟ้อนสาวไหม ที่เป็นการฟ้อนของหญิงที่แสดงความ
เคลื่อนไหวในลีลาร่ายรำที่นุ่มนวล มิได้ร้อนแรงเหมือนอย่างที่ปรากฏในเชิงต่อสู้ ฟ้อนสาวไหมเป็นการฟ้อนท่ี
ประดิษฐ์ขึ้น โดยนายกุย สุภาวสิทธิ์ ชาวอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเรียนเชิงมาจากพ่อครูปวน ซึ่ง
นายกุย สุภาวสิทธิ์ ได้เป็นครูเชิง หรือผู้สอนฟ้อนเชิง คือการฟ้อนด้วยมือเปล่าของผู้ชายในลีลาร่ายลำในเชิง
ต่อสู้ ต่อมาประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๕ "พ่อครูกุย” ได้ย้ายไปตั้งถ่านฐานที่อยู่ละแวกวัดศรีทรายมูล ตำบลเวียง
อำเภอเมอื ง จังหวัดเชียงราย และนายกุย สภุ าวสิทธ์ิ หรอื "พอ่ ครูกยุ ” ไดถ้ า่ ยทอดการฟ้อนใหแ้ กธ่ ิดาคอื แม่ครู
บัวเรียว (สุภาวสทิ ธิ์) รตั นมณภี รณ์
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวัติศาสตร์ 248
ผ่านแหลง่ เรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตรใ์ นทอ้ งถน่ิ จังหวดั เชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
พิณเป๊ียะ
พิณเปีย๊ ะเครื่องดนตรแี ห่งสรวงสวรรค์ของลา้ นนา กลา่ วกันวา่ "พณิ เปี๊ยะ" หรือ "เป๊ยี ะ" เปน็ เครื่องดีดตระกลู
พณิ ท่ีไพเราะ เสยี งเบา และ เล่นยากท่สี ดุ อย่างหนงึ่ ในบรรดาเครือ่ งดนตรที ั้งหมดท้ังมวล ชา่ งดนตรีทางเหนือ
พูดเปรยี บเปรยใหเ้ ข้าใจได้งา่ ยว่า "หัดเปย๊ี ะ ๓ ปี หดั ปี่ ๓ เดอื น" ก็เพราะการจะบรรเลงใหไ้ ดด้ นี นั้ ตอ้ ง ใช้
เทคนคิ และความชำนาญเปน็ อยา่ งมากผหู้ ดั จำต้องมีพื้นฐานทางดนตรีท่ดี ีมาก่อน
ทม่ี า https://www.m-culture.go.th/chiangrai
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 249
ผ่านแหล่งเรียนรปู้ ระวตั ศิ าสตรใ์ นท้องถนิ่ จังหวดั เชยี งราย ช้ัน ป.๑-๖
บรรณานกุ รม
กรมวิชาการ, กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2545). คู่มอื การจดั การเรยี นร้กู ล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวฒั นธรรม. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพอ์ งคก์ ารรบั สง่ สนิ ค้าและพัสดภุ ณั ฑ์ (ร.ส.พ.).
กรมศิลปากร,กระทรวงวัฒนธรรม. (2561) รายงานการขุดศึกษาทางโบราณคดีดอยเจดยี ์และการสำรวจ
ภายในคา่ ยเม็งรายมหาราชอำเภอเมอื ง จังหวดั เชยี งราย, เชียงใหม่ : สำนักศิลปากรท่ี 7 เชยี งใหม่
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. (2537). อารยธรรมไทย พื้นฐานทางประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์
ประกายพรึก.
แถมสุข นุ่มนนท์. (2527). “ประวัตศิ าสตร์” ในปรัชญาประวัตศิ าสตร์. ชาญวทิ ย์ เกษตรศริ แิ ละสุชาติ สวัสดิศ์ รี.
บรรณาธกิ าร. มลู นธิ โิ ครงการต าราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ไทย
วฒั นาพานิช.
ธิดา สาระยา. (2529). ประวัตศิ าสตร์ท้องถ่ิน. กรุงเทพฯ: สำนักพมิ พ์เมอื งโบราณ.
นิธิ เอียวศรีวงศ์ และอาคม พัฒิยะ. (2525). หลักฐานประวัติศาสตร์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ:
สำนักพมิ พบ์ รรณกจิ เทรดด้งิ .
ปราณี ธาตอุ นิ จนั ทร์ และคณะ. (2549) มรดกแผน่ ดนิ เชียงราย. เชยี งราย : เครอื ข่ายพลงั ชมุ ชนเชยี งราย.
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. (2523) ประชุมเชิญขวญั . .อา้ งในหนังสอื อนสุ รณ์งาน
ฌาปนกิจศพ นายหวอด คงเท่ียง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
มณี พยอมยงค์. (2537) ประเพณี 12 เดือน ลา้ นนาไทย. เชียงใหม่ : ส.ทรัพยก์ ารพิมพ์.
มาตยา อิงคนารค. (2524) ประวตั ิศาสตรน์ พิ นธ์เบ้ืองต้น. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
โรงเรยี นผู้สูงอายุวดั หวั ฝาย ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชยี งราย. พพิ ธิ ภัณฑพ์ ้ืนบา้ นล้านนา
ประเพณี 12 เดือน.(ออนไลน์).แหล่งท่มี า http://huafaiseniorsschool.com/index.php/event/12
สบื ค้นเมอ่ื วนั ท่ี 12 ตลุ าคม 2564
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2557). เพื่อนคู่คิด มิตรคู่ครู แนวทางการจัดการเรียนรู้
ประวัติศาสตร์. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั .
_________. (2563). แนวทางการจัดกจิ กรรม Active Learning ทเ่ี สรมิ สรา้ งทักษะการคดิ วเิ คราะห์ :
ประวัติศาสตร์ชาติไทย. (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร
แหง่ ประเทศไทย จำกดั .
_________. (2563). แนวทางการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ผ่านแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์
ในทอ้ งถ่ิน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพอ์ งคก์ ารสงเคราะห์ทหารผา่ นศึกษา ในพระบรมราชูปถมั ภ์.
_________. (2561). เชียงราย : เหนือสุดแดนสยาม ล้ำค่างานศิลป์ ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา. กรุงเทพฯ:
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน.
. (2551). ชุดฝึกอบรมวิทยากรหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ชุดท่ี 3 เรอื่ ง การจัดทำหน่วยการเรียนรอู้ ิงมาตรฐาน.กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์
การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั .
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 250
ผ่านแหลง่ เรียนรู้ประวตั ิศาสตร์ในท้องถน่ิ จงั หวัดเชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
. (2553). แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพช์ ุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั .
สำนักงานการทอ่ งเท่ยี วและกีฬาจังหวดั เชยี งราย. ตงุ และโคม เชยี งราย. (ออนไลน์) แหลง่ ท่ีมา
http://www.cots.go.th/travelview/detail.php?id=94 สืบคน้ เมือ่ วันท่ี 12 สิงหาคม 2564
สำนกั งานจังหวัดเชยี งราย.(2530) หนงั สือที่ระลึกพธิ เี ปดิ ปา้ ยชอ่ื ประตูเมืองเชียงราย 25 มกราคม
2530. เชียงราย : สำนักงานฯ
สืบแสง พรหมบุญ. (2523). “สถานะของวิชาประวัติศาสตร์ในประเทศไทย” ใน สถานะของวิชา
ประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน เอกสารสัมมนาประวัติศาสตร์. สมาคมประวัติศาสตร์แห่งประเทศไทย
กรุงเทพฯ: โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์
โสภณ จุโลทก. (2553). การจดั การเรียนรู้ โดยใชแ้ หลง่ เรียนรใู้ นท้องถิ่น. เอกสารโครงการสรา้ งจิตสำนึกรัก
บา้ นเกิด:สนับสนุนโดยจงั หวัดเชยี งราย,สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1
อภิชิต ศิริชัย.(2558)จดหมายเหตุเมืองเชียงราย ยุคฟื้นฟูเมืองเชียงราย พ.ศ.2386-2446. เชียงราย :
สำนักพิมพล์ ้อล้านนา.
_________. (2563) มรดกแหง่ นครเชยี งราย. เชียงราย: สำนกั พมิ พ์ลอ้ ล้านนา.
_________. (2562) ประวตั ิโบราณสถานถ้ำพระ. เชียงราย: สำนกั พมิ พล์ อ้ ลา้ นนา.
_________. (2563) เพชรพระแก้ว. อนุสรณ์เน่ืองในงานพระราชทานเพลงิ ศพพระธรรมราชานุวตั ร.
เชยี งราย: สำนกั พิมพล์ ้อลา้ นนา
อุบลรัตน์ พนั ธมุ นิ ทร์. (2538). รายงานการวจิ ัย เรอ่ื ง “การศกึ ษาวัฒนธรรมคนล้านนาในพมา่ ”
ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม,่ เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยฯ
สำนกั งานเทศบาลตำบลสิรเิ วียงชัย. ตน้ กำเนดิ หนองหลวง. วารสารประชาสมั พันธแ์ หลง่ ท่องเท่ยี ว ในเขต
พ้ืนท่ีเทศบาลตำบลสิริเวียงชัย. (ออนไลน์) . แหล่งท่มี า
http://www.siriwiangchai.go.th/gallery-detail.php?id=27 สืบค้นเมื่อ 12 ตุลาคม 2564
Commager,Henry Steele. (1966). The Nature and the Study of History. Ohio: Charles E.Merrill
Books,Inc.,1966.
Ward, Paul. (1971). “The Awkward Socia; Science: History.” In Social Science in the
Schools. I. Morrissett and W. Stevens, eds., New York: Holt Rinehart, and Winstons,
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ 251
ผา่ นแหล่งเรียนรปู้ ระวตั ศิ าสตรใ์ นทอ้ งถิ่น จังหวัดเชียงราย ชั้น ป.๑-๖
คณะผจู้ ัดทำ
ท่ีปรึกษา
นายสมบรู ณ์ ธรรมลงั กา ผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษา
ประถมศึกษาเชียงราย เขต 1
นายบุญลอ้ ม โสภาพรม รองผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษา
ประถมศึกษาเชยี งราย เขต 1
นายวสันต์ ปญั ญา ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1
คณะทำงาน
นางเพ็ญศรี เตชนันท์ ศึกษานเิ ทศก์
สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งราย เขต 1
นางสาวธนารกั ษ์ ปนั้ เทียน ศกึ ษานเิ ทศก์
สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาเชยี งราย เขต 1
นางทศั นาพร นันทวงศ์ ครโู รงเรยี นบา้ นสันโค้ง (เชียงรายจรญู ราษฎร)์
นางกาญจณี หงษห์ ิน ครโู รงเรยี นบ้านสนั โคง้ (เชียงรายจรูญราษฎร์)
นางประนอม ขันเดช ครโู รงเรยี นบา้ นสันโค้ง (เชียงรายจรญู ราษฎร)์
นายอนิ ทนง จนั ตา ครูโรงเรยี นอนุบาลเมอื งเชียงราย
นางวราลกั ษณ์ มากกุญชร ครูโรงเรยี นอนบุ าลฮ่องล่ี (คา่ ยเมง็ รายมหาราชอปุ ถมั ถ)์
นางปิยะวรรณ์ แสงทองลว้ น ครูโรงเรยี นบา้ นปา่ แหยง่
นางอญั ไอรณิ ทร์ ราชา ครโู รงเรยี นอนุบาลเชยี งราย
นางจติ ภญิ ญา แกว้ ประภา ครโู รงเรียนอนุบาลเชียงราย
นางสุชาดา หลา้ พรม ครโู รงเรยี นอนบุ าลเวียงเชียงรงุ้
นายมนตรี ยะวงั ครโู รงเรยี นแม่มอญวทิ ยา
นางสาวปวณี า ยะคำปอ้ ครูโรงเรยี นบ้านปา่ ซาง
นางสาวเพ็ญพิชชา โพนยะเขต ครูโรงเรียนบา้ นห้วยหา้ งปา่ สา
นางสาวอัญชษิ ฐา ประสนั ใจ ครูโรงเรียนบ้านห้วยข้ีเหล็ก
นายภวู ดล คารนิ ทา ครูโรงเรยี นชมุ ชนบ้านแม่ข้าวต้มหลวง
นางสาวธิดาพร บัวหลวง ครูโรงเรียนอนุบาลนางแล (บา้ นทุง่ )
นางสาวผกาสินี ปางเก้ ครูโรงเรียนบา้ นสนั ต้นขาม
นางจีรนันท์ ไพรบรรจง ครโู รงเรยี นบ้านหว้ ยชมภู
บรรณาธกิ ารกจิ และออกแบบรปู เล่ม
นางณฐั ภรณ์ ท้าวแพทย์ ศกึ ษานิเทศก์
นายเสกสรรค์ สิธวิ นั ศกึ ษานเิ ทศก์
สำนักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาเชียงราย เขต 1
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 252
ผา่ นแหลง่ เรยี นรู้ประวตั ิศาสตร์ในทอ้ งถ่นิ จังหวัดเชยี งราย ช้ัน ป.๑-๖
สำนกั งำนเขตพนื้ ท่กี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำเชยี งรำย เขต ๑
เลขท่ี 1036/36-37 ถนน สนำมบิน ตำบลเวยี ง อำเภอเมอื ง
จงั หวดั เชียงรำย โทรศพั ท์ 0-5360-0189, 0-5371-1410
โทรสำร 0-5371-3668 E-mail: [email protected], [email protected]