ใบความรู้ เรอื่ ง ลำดับญาตไิ ทย
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ 138
ผ่านแหล่งเรยี นรู้ประวตั ิศาสตรใ์ นท้องถ่ิน จงั หวัดเชียงราย ชัน้ ป.๑-๖
แบบบันทึกการใหค้ ะแนน
การประเมนิ ผลงานชิ้นงานย่อยของหน่วย
ท่ี ช่อื - สกลุ แผนภาพ สรปุ ระดับ การนำเสนอ/เลา่ เรื่อง สรปุ ระดบั
ครอบครัว คุณภาพ ครอบครวั ของฉัน คุณภาพ
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ 139
ผา่ นแหล่งเรียนรู้ประวตั ิศาสตรใ์ นทอ้ งถิ่น จังหวัดเชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
เกณฑ์การประเมิน การจัดทำแผนภาพครอบครวั ของฉัน
ประเด็นทป่ี ระเมิน 3 ระดับคณุ ภาพ 1
2
แผนภาพมีความ
แผนภาพภาพ แผนภาพมีความ แผนภาพมีความ เหมาะสมสอดคล้องตาม
เกณฑ์ 1 ข้อ
ครอบครวั ของฉนั สอดคลอ้ งกบั เรื่อง มี เหมาะสมสอดคล้องตาม
1. แผนภาพสอดคล้อง ความคิดสรา้ งสรรค์ เกณฑ์ 2 ขอ้
กับเรอ่ื ง ประณีต สวยงาม
2. ความคดิ สรา้ งสรรค์
3. ความประณีต
สวยงาม
เกณฑ์การผา่ น คอื พอใช้
เกณฑก์ ารประเมนิ การเล่าเรื่องครอบครวั ของฉัน
ประเด็นทป่ี ระเมิน 3 ระดับคะแนน 1
2
ลำดบั เรื่องราววกวนหรอื
1. เลา่ เรอ่ื งครอบครัว เลา่ เรือ่ งได้เหมาะสม ไม่ เล่าเร่อื งราวเกี่ยวกบั นำเสนอไม่ได้
ของฉัน วกวน ตรงประเด็น เครือญาติของตนเองได้
เกยี่ วกบั เครือญาติของ แต่ไม่ชดั เจน
ตนเอง
เกณฑก์ ารผา่ น คือ พอใช้
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวัติศาสตร์ 140
ผ่านแหล่งเรยี นรูป้ ระวัตศิ าสตร์ในท้องถ่นิ จังหวัดเชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้
คำชี้แจง ให้ครผู ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นของนกั เรยี น แล้วเขยี นเครื่องหมาย ลงในช่องทตี่ รงกบั
พฤติกรรมตามหัวข้อที่กำหนด
รายการ
เลขที่ ชอื่ -สกุล การร่วม ิกจกรรม คะแนน
การรับฟังความ รวม
คิดเห็น
ความรับ ิผดชอบ
ข ัยนห ั่มนเพียร
ตรงต่อเวลา
3 3 3 3 3 15
(ลงชือ่ )..........................................................ผปู้ ระเมนิ
..................../......................./.................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
3 คะแนน หมายถึง ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ
2 คะแนน หมายถึง ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง
1 คะแนน หมายถงึ ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั
เกณฑ์การตดั สนิ ระดบั คุณภาพ
คะแนน 12-15 หมายถึง ดี
คะแนน 8-11 หมายถงึ พอใช้
คะแนนต่ำกว่า 8 หมายถงึ ปรบั ปรุง
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 141
ผา่ นแหลง่ เรียนรปู้ ระวัติศาสตรใ์ นทอ้ งถนิ่ จังหวัดเชยี งราย ช้ัน ป.๑-๖
สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้
คำชแ้ี จง ใหค้ รูผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นของนักเรียน แล้วเขยี นเคร่อื งหมาย ลงในช่องที่ตรงกบั ระดับ
คะแนน
ประเดน็ การประเมิน ระดบั คะแนน
1. การรว่ มกจิ กรรม
321
2. การรับฟังความ
คิดเหน็ ของผอู้ นื่ มีความกระตือรอื ร้นใน มีความกระตือรือร้นใน ไม่มีความกระตือรือร้น
3. ความรับผดิ ชอบ
การรว่ มกจิ กรรมอยา่ ง การรว่ มกจิ กรรมบางคร้ัง ในการร่วมกจิ กรรม
4. ขยนั หม่ันเพียร
สม่ำเสมอ
5. ตรงต่อเวลา
รบั ฟงั ความคิดเห็นของ รับฟังความคดิ เห็นของ ไมร่ ับฟังความคดิ เหน็
ผอู้ ่นื สม่ำเสมอ ผูอ้ ื่นเป็นบางครั้ง ของผู้อน่ื
มีความรับผดิ ชอบในงาน มีความรบั ผดิ ชอบในงาน ไมม่ ีความรับผิดชอบใน
ทไี่ ด้รบั มอบหมายอย่าง ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย งานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
สมำ่ เสมอ บางคร้งั
มีความเพียรพยายาม มีความเพียรพยายาม ไมม่ ีความเพียรพยายาม
ทำงานใหส้ ำเรจ็ อย่าง ทำงานให้สำเรจ็ เปน็ ทำงานให้สำเร็จ
สม่ำเสมอ บางครงั้
ส่งผลงานเสร็จ เรยี บร้อย สง่ ผลงานเสร็จ เรยี บร้อย สง่ ผลงาน ไมเ่ รยี บร้อย
ทนั ตามเวลาทีก่ ำหนด แต่ชา้ กวา่ เวลาทก่ี ำหนด และช้ากวา่ เวลาท่ี
กำหนด
เกณฑก์ ารให้คะแนน
3 คะแนน หมายถึง ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ
2 คะแนน หมายถงึ ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
1 คะแนน หมายถงึ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับคุณภาพ
คะแนน 12-15 หมายถึง ดี
คะแนน 8-11 หมายถึง พอใช้
คะแนนต่ำกวา่ 8 หมายถงึ ปรับปรุง
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ 142
ผา่ นแหล่งเรยี นรู้ประวตั ิศาสตรใ์ นท้องถิ่น จังหวัดเชยี งราย ชัน้ ป.๑-๖
พฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่
คำชแี้ จง ให้ครผู สู้ อนสงั เกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรยี น แล้วเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดบั
คะแนน
การแสดง การ การทำงาน ความมี การมสี ่วน รวม
ความ ยอมรับ ตามท่ีได้รับ นำ้ ใจ รว่ มในการ 15
ลำดับ คดิ เหน็ ยอมรบั ฟัง มอบหมาย ทำงาน คะแนน
ที่ ชอื่ – สกลุ
ผู้อ่ืน กลมุ่
321321321321321
(ลงช่อื )..........................................................ผู้ประเมิน
..................../......................./.................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
3 คะแนน หมายถึง ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ
2 คะแนน หมายถงึ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั
1 คะแนน หมายถงึ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง
เกณฑ์การตัดสนิ ระดบั คุณภาพ
คะแนน 12-15 หมายถึง ดี
คะแนน 8-11 หมายถึง พอใช้
คะแนนต่ำกวา่ 8 หมายถึง ปรับปรงุ
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 143
ผา่ นแหล่งเรยี นรปู้ ระวัติศาสตร์ในท้องถ่นิ จังหวัดเชียงราย ช้นั ป.๑-๖
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชแี้ จง ใหค้ รผู ้สู อนสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนกั เรียน แลว้ เขียนเครื่องหมาย ลงในช่องท่ตี รงกับระดับ
คะแนน
รายการประเมนิ พฤติกรรมการแสดงออก ระดับการปฏบิ ัติ
1. มวี ินัย 321
2. ใฝเ่ รยี นรู้ 1. ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั
ของโรงเรียน มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรม
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน ต่างๆในชีวิตประจำวัน มคี วามรบั ผิดชอบ
2. ต้ังใจเรยี น
3. เอาใจใสใ่ นการเรยี น และมีความเพยี รพยายามใน
การเรียน
4. เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้ต่างๆ
5. มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานทไี่ ดร้ ับ
มอบหมาย
6. มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพ่ือให้งาน
สำเรจ็
(ลงช่อื )..........................................................ผ้ปู ระเมนิ
..................../......................./.................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
3 คะแนน หมายถึง ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ
2 คะแนน หมายถงึ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครัง้
1 คะแนน หมายถึง ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้
เกณฑก์ ารตัดสนิ ระดับคุณภาพ
คะแนน 7-9 หมายถึง ดี
คะแนน 4-6 หมายถึง พอใช้
คะแนนต่ำกวา่ 4 หมายถงึ ปรบั ปรุง
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวตั ิศาสตร์ 144
ผา่ นแหลง่ เรียนรปู้ ระวัติศาสตร์ในทอ้ งถิน่ จงั หวดั เชียงราย ชั้น ป.๑-๖
หน่วยการเรียนร้ปู ระวตั ศิ าสตรผ์ ่านแหล่งเรยี นรู้ท้องถิ่นจงั หวดั เชยี งราย
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ เรื่อง เล่าขานตำนานคนดี รหสั วิชา ส12102
ชอ่ื รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2 เวลา 5 ช่ัวโมง
.....................................................................................................................
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาไทย มคี วามรัก ความภูมิใจ
และธำรงความเป็นไทย
2. ตวั ชีว้ ัด
ส 4.3 ป.2/1 ระบบุ ุคคลทท่ี ำประโยชน์ต่อท้องถิ่นหรือประเทศชาติ
3. สาระสำคัญ
บคุ คลสำคัญ คือ บคุ คลซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดใี นการเสียสละตนทำประโยชนต์ อ่ บุคคลอน่ื สว่ นรวม
และประเทศชาติ
4. สาระการเรยี นรู้
4.1. สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
บคุ คลในท้องถ่ินทที่ ำคณุ ประโยชน์ตอ่ การสร้างสรรค์วฒั นธรรมและความมง่ั คงของท้องถิ่นและ
ประเทศในอดีตที่ควรทำเปน็ แบบอยา่ ง
4.2. สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถนิ่ (ถ้ามี)
-บุคคลสำคัญในท้องถ่ิน อ.ถวลั ย์ ดชั นี
- บคุ คลสำคัญในชมุ ชน/หมูบ่ า้ น (ผูท้ ำคณุ ประโยชนใ์ หแ้ ก่ชุมชน/หมูบ่ า้ น)
5. สมรรถนะสำคญั
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. ช้นิ งาน/ภาระงานรวบยอด
- แผนภาพความคดิ เร่ือง บุคคลสำคญั ในท้องถนิ่
- แผน่ พับแนะนำบุคคลผทู้ ำคุณประโยชน์ใหก้ ับชุมชน หมู่บา้ น
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ 145
ผา่ นแหล่งเรยี นรูป้ ระวัติศาสตรใ์ นท้องถน่ิ จงั หวัดเชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
8. การประเมินผล ชน้ิ งาน/ภาระงานรวบยอด
1. แผนภาพความคิดเรือ่ ง บคุ คลสำคญั ในท้องถ่ิน
เกณฑ์การให้คะแนนแผนภาพความคิด
ประเด็น ด(ี 3) ระดับคะแนน ปรับปรงุ (1) นำ้ หนัก
การประเมนิ คะแนน
ระบุคุณประโยชน์ของ พอใช้(2) ระบุ
1. เนือ้ หา บุคคลสำคญั ในทอ้ งถิ่นที่ คุณประโยชนข์ อง 3
สามารถนำไปเปน็ แบบ ระบุคณุ ประโยชนข์ อง บคุ คลสำคญั ใน
อย่างได้ครบทุกข้อ บุคคลสำคัญในท้องถ่นิ ที่ ท้องถนิ่ ท่สี ามารถ 2
สามารถนำไปเปน็ แบบ นำไปเปน็ แบบ
อย่างได้ 2-3 ข้อ อยา่ งได้ 1 ขอ้ 15
2. การ ออกแบบการนำเสนอขอ้ มูล ออกแบบการนำเสนอ ออกแบบการ
ออกแบบการ สวยงาม เป็นระเบยี บ การ ขอ้ มูลสวยงาม เขยี นผิด นำเสนอข้อมลู
นำเสนอข้อมลุ เขียนและการใช้ภาษา และไม่ถกู หลักภาษา สวยงาม เขยี นผดิ
การเขยี นและ ถกู ต้องตามหลักภาษา เพียงเลก็ น้อยไม่เกนิ 5 และไม่ถูกหลัก
การใชภ้ าษาที่ ภาษา
คำ ค่อนข้างมาก 6-
10 คำ
รวม
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
11-15 3 (ด)ี
6 - 10 2 (พอใช้)
1-5 1 (ปรบั ปรงุ )
เกณฑ์การผา่ น ระดบั 2 (พอใช)้ ขึน้ ไป
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 146
ผา่ นแหล่งเรยี นรู้ประวัติศาสตรใ์ นทอ้ งถิน่ จงั หวัดเชยี งราย ชนั้ ป.๑-๖
2. แผ่นพับแนะนำบคุ คลผูท้ ำคุณประโยชนใ์ หก้ ับชมุ ชน หมู่บา้ น
เกณฑ์การให้คะแนนแผ่นพับ
ประเด็น ดี(3) ระดบั คะแนน ปรับปรุง(1) นำ้ หนัก
การประเมนิ คะแนน
ขอ้ มูลบุคคล พอใช้(2) ขอ้ มลู บุคคล และ
1. เนือ้ หา คณุ ประโยชนข์ องบคุ คล ข้อมลู บุคคล ครบถว้ น คณุ ประโยชน์ของ 3
สำคัญในชุมชนหมู่บ้านได้ คณุ ประโยชน์ของ บุคคลสำคัญในชุมชน
ถกู ต้อง ครบถว้ น บุคคลสำคัญในชุมชน หมู่บ้านไม่ครบถ้วน 2
หมบู่ ้านยงั ไมค่ รบถว้ น
ออกแบบการนำเสนอ 15
2. การ ออกแบบการนำเสนอ ออกแบบการนำเสนอ ข้อมลู สวยงาม เขยี น
ออกแบบการ ข้อมูลสวยงาม เปน็ ขอ้ มลู สวยงาม เขียน ผิดและไม่ถูกหลัก
นำเสนอข้อมูล ระเบยี บ การเขยี นและ ผิดและไม่ถกู หลัก ภาษาค่อนขา้ งมาก 6-
การเขยี นและ การใชภ้ าษาถูกต้องตาม ภาษาเพยี งเล็กน้อยไม่ 10 คำ
การใชภ้ าษาท่ี หลักภาษา เกิน 5 คำ
รวม
เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
11-15 3 (ด)ี
6 - 10 2 (พอใช้)
1-5 1 (ปรบั ปรงุ )
เกณฑ์การผา่ น ระดบั 2 (พอใช้) ขึน้ ไป
9. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชว่ั โมงที่ 1
ขัน้ ตอนที่ 1 ตง้ั ประเด็นคำถาม
1. นกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกบั บคุ คลสำคัญในท้องถนิ่ โดยการตอบคำถาม ดงั น้ี
• บุคคลสำคัญในท้องถน่ิ ของนกั เรยี นทนี่ ักเรียนรูจ้ ักมีใครบ้าง
(ตวั อย่างคำตอบ พระอาจารย์พบโชค อาจารยเ์ ฉลมิ ชัย อาจารย์ถวลั ย์ ทา่ น ว. วชริ เมธี)
๒. ครใู หน้ กั เรยี นดูภาพ อาจารย์ถวลั ย์ ดัชนี และภาพพพิ ิธภณั ฑ์บ้านดำจากนั้นรว่ มกันสนทนา แล้ว
ตอบคำถาม ดงั น้ี
- บคุ คลในภาพคือใคร (อาจารยถ์ วลั ดัชน)ี
- สถานท่ีในภาพคือที่ไหน (พิพธิ ภณั ฑ์บา้ นดำ)
- อาจารย์ถวลั ย์ ดชั นี มคี วามสมั พันธห์ รอื เก่ยี วขอ้ งกับภาพพิพธิ ภณั ฑ์บา้ นดำ อย่างไร
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ 147
ผา่ นแหลง่ เรยี นรูป้ ระวัตศิ าสตร์ในทอ้ งถิน่ จังหวัดเชยี งราย ชน้ั ป.๑-๖
ขน้ั ตอนที่ 2 ค้นหาและรวบรวมหลักฐาน
3. แบง่ กลุ่มนกั เรียนกลุ่มละ 3-4 คน ร่วมกนั ค้นหา บุคคลสำคญั ในท้องถนิ่ : อาจารย์ถวลั ย์ ดัชนี
จาก สอ่ื วดี ีทัศน์ เรื่องประวตั ิและผลงานเชิดชเู กยี รติ ดร.ถวัลย์ ดชั นี เอกสาร ใบความรู้ เรอื่ งประวัติและ
ผลงานของอาจารยถ์ วัลย์ ดัชนี หรอื จากเวบ๊ ไซต์ทีเ่ กี่ยวข้อง
ช่ัวโมงท่ี 2
ข้ันตอนท่ี 3 ตรวจสอบและตคี วามหลักฐาน
4. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอข้อมลู ท่สี บื คน้ มาได้ ประวตั ิและผลงานของ ดร.ถวัลย์ ดัชนี
5. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายถงึ ข้อมลู ท่นี ักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอว่ามขี ้อมูลจากแหลง่ ใดท่มี ี
เหมอื นกัน หรือแตกตา่ งกนั ในเรือ่ งใด จากแหลง่ ข้อมูลใดมีความนา่ เชือ่ ถือของข้อมลู มากน้อยเพยี งใด โดยครใู ห้
ความรเู้ พิม่ เตมิ ในการประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถือของขอ้ มลู หลักฐานท่สี บื คน้ มา เพ่ือให้นักเรียนร่วมกันพจิ ารณาวา่
หลักฐานทีส่ ืบค้นมีความนา่ เชื่อถือมากนอ้ ยเพยี งใด
ขัน้ ตอนท่ี 4 ข้ันสรุปขอ้ เทจ็ จรงิ
6. ครูต้ังประเดน็ คำถามให้นักเรียนช่วยกันร่วมกนั วเิ คราะห์ และหาคำตอบรว่ มกนั ดงั นี้
- เพราะเหตุใด อาจารย์ถวัลย์จงึ เปน็ ท่ยี อมรับและผคู้ นส่วนใหญร่ จู้ กั
ตวั อยา่ งคำตอบ อาจารย์ถวัลย์ ดชั นี เป็นจติ รกร โดยผลงานของ อ.ถวัลย์ ได้รบั แรงบันดาล
ใจมาจากแนวปรัชญาทางพุทธศาสนา เทคนิคการสร้างสรรคง์ านศิลปะขึ้นชอื่ ด้านความแม่นยำในการวาดภาพ
โดยจะใช้แปรงขนาดตา่ งๆ ปาดปา้ ยสอี ย่างรวดเรว็ ไมเ่ น้นการเก็บรายละเอียด ภาพทป่ี รากฏจะแสดงออกถึง
อารมณ์ ความรู้สึก และความคิดของศิลปินเป็นหลกั และได้รบั การยกย่องให้เป็นศลิ ปนิ แห่งชาติ สาขา
ทัศนศลิ ป์ (จติ รกรรม) พ.ศ. 2544
- ผลงานท่สี ร้างชือ่ เสยี งและเปน็ ทรี่ จู้ กั คืออะไร
ตัวอย่างคำตอบ
-ผลงานด้านจติ รกรรม ภาพฝีแปรงชุดเสอื , 2547,สนี ำ้ มนั บนผ้าใบ, 90 x 120 ซม.
-ผลงานทางสถาปัตยกรรมที่โดดเดน่ ได้สร้างศลิ ปะสถานอาคารบ้านเรือนมากกวา่ 30 หลงั ท่ี
ดอยนางแล จ.เชยี งราย
7. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปประวตั ิของอาจารยถ์ วัลย์ เปน็ แผนภาพความคิดบนกระดาษปรูฟ๊
ชว่ั โมงท่ี 3
ข้ันตอนที่ 5 การนำเสนอขอ้ มูล
8. นกั เรยี นนำเสนอ สรุปประวตั ขิ องอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี จากแผนภาพความคดิ ทร่ี ่วมกันจดั ทำใน
ชัว่ โมงทผ่ี ่านมา
9. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายและบอกประโยชน์ทเ่ี กิดข้นึ จากประวัติและผลงานของ อาจารย์ถวัลย์
ดชั นี และรว่ มกันจัดทำเป็นแผนภาพความคิด ดงั ตวั อยา่ ง
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ 148
ผ่านแหลง่ เรยี นรูป้ ระวัติศาสตร์ในทอ้ งถ่นิ จังหวัดเชยี งราย ชน้ั ป.๑-๖
ท้องถน่ิ มแี หลง่ วฒั นธรรม ประโยชน์ ท้องถิน่ เกดิ การพฒั นาในด้าน
เปน็ ที่ร้จู กั ทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการ อปุ โภคบริโภค
มีบคุ คลสำคญั ใน
เปน็ แบบอยา่ งท่ีดีของคนท้องถน่ิ คนในท้องถิ่นมีชีวติ ความเปน็ อยู่
ทอ้ งถน่ิ ทดี่ ี และมรี ายได้
ช่ัวโมงท่ี 4
ขน้ั ตอนที่ 1 กำหนดประเดน็ คำถาม
10. นักเรียนรว่ มกันตัง้ ประเด็นคำถาม บุคคลสำคญั ในชมุ ชน/หมูบ่ ้านของเรามหี รือไม่ มีใครบา้ งและ
ทำคุณประโยชนใ์ นเรอื่ งใด
๑1. นักเรียนร่วมกนั ระบุช่ือบุคคลสำคญั ในชมุ ชน หมบู่ ้านท่ีนกั เรียนรจู้ ักท้องถิ่นหรือชมุ ชนของตนเอง
มาคนละ 1 ชอ่ื พร้อมวเิ คราะห์คุณประโยชนท์ ี่บคุ คลดังกล่าวทำเพ่อื สงั คม แลว้ รว่ มกนั วางแผนการคน้ หา
ข้อมูล ตามประเดน็ ใคร มคี วามสำคัญอยา่ งไร ทำคุณประโยชน์ต่อชมุ ชน หมู่บา้ นอะไร ฯลฯ
ขนั้ ตอนที่ 2 คน้ หาและรวบรวมหลักฐาน
12. นักเรียนแต่ละกลุ่มสอบถามสมั ภาษณ์บุคคลสำคญั ในชมุ ชน หมูบ่ ้าน 1 คน พรอ้ มภาพถ่าย
ประกอบ
ชั่วโมงท่ี 5
ขน้ั ตอนท่ี 3 ตรวจสอบและตีความหลกั ฐาน
13. นักเรยี นแต่ละกลุม่ นำข้อมูลท่ไี ดม้ าตรวจสอบ โดยนักเรียนนำเสนอข้อมลู บุคคลสำคัญ พรอ้ ม
บอกแหล่งขอ้ มลู แล้วใหเ้ พ่ือสมาชิกในชัน้ เรยี นทราบ แล้วร่วมกนั โดยประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
ข้นั ตอนท่ี 4 การสรุปข้อเท็จจิรง
14. นกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้ความเขา้ ใจ เรอื่ ง บุคคลสำคัญในชมุ ชน/หมบู่ ้าน ความสำคัญและการ
ทำประโยชนใ์ หก้ ับชุมชนท้องถ่นิ ดงั น้ี บคุ คลทีท่ ำประโยชน์ใหแ้ กป่ ระเทศชาติและท้องถ่ินและไดร้ บั การยก
ย่องชน่ื ชมจากบุคคลทว่ั ไป ถือเป็น บุคคลสำคัญ ซึ่งมที ้ังระดับชาติ เชน่ อาจารยถ์ วลั ย์ ดชั นี อาจารยเ์ ฉลมิ
ชัย โคษิตพิพัฒน์ แม่ครบู ัวเรยี ว รัตนมณภี รณ์ ศิลปนิ แห่งชาติ ฯลฯ และนอกจากน้ยี ังมีบุคคลสำคญั ระดับ
ทอ้ งถนิ่ คอื บุคคลท่ีทำประโยชน์ให้กบั ชมุ ชนหม่บู ้านของเรา ตามท่ีนักเรียนไดส้ ืบคน้
16. นกั เรียนร่วมกนั จดั ทำแผ่นพบั บุคคลสำคัญในชมุ ชน หมูบ่ ้าน
ขัน้ ตอนท่ี 5 การนำเสนอข้อมลู
17. จัดแสดงผลงานในรปู แบบป้ายนเิ ทศ ในห้องเรยี น หรอื ห้องสมดุ
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ 149
ผา่ นแหลง่ เรียนรู้ประวตั ิศาสตร์ในท้องถิ่น จงั หวดั เชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
10. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารผา่ น
ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
1. แผนผังความคิดเร่อื ง ตรวจแผนผงั ความคิด แบบประเมนิ แผนผงั เกณฑ์
ความคดิ เรื่อง บุคคล
บคุ คลสำคัญในทอ้ งถ่นิ เร่อื ง บคุ คลสำคัญใน สำคัญในท้องถ่นิ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
ทอ้ งถน่ิ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
การทำงานรายบคุ คล เกณฑ์
2. สังเกตพฤติกรรมการ สังเกตพฤตกิ รรมการ
แบบสงั เกตคุณลักษณะ
ทำงานรายบุคคล ทำงานรายบคุ คล อันพึงประสงค์
3. สังเกตคณุ ลกั ษณะอัน สงั เกตความใฝเ่ รียนรู้
พงึ ประสงค์ และมุ่งมน่ั ในการทำงาน
11. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1. ภาพอาจารยถ์ วัลย์ ดชั นี
2. ภาพพิพธิ ภัณฑบ์ า้ นดำ
3. ใบความรู้ เร่ืองประวตั แิ ละผลงานของอาจารย์ถวัลย์ ดชั นี
แหล่งท่ีมา https://th.wikipedia.org/wiki/ถวลั ย์ ดชั นี
4. สื่อวดี ีทัศน์ เร่ืองประวตั ิและผลงานเชดิ ชูเกียรติ ดร.ถวลั ย์ ดัชนี
แหล่งที่มา https://www.youtube.com/watch?v=pF6wZec40Os&ab_channel=MithrandirCala
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ 150
ผ่านแหลง่ เรยี นรูป้ ระวัติศาสตรใ์ นทอ้ งถนิ่ จงั หวัดเชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
แผนผงั ความคิดเรือ่ ง บุคคลสำคัญในท้องถนิ่ : อาจารยถ์ วัลย์ ดัชนี
ให้นักเรียนเขยี นคุณงามความดีของบุคคลสำคัญในท้องถนิ่ ท่ีสามารถนำไปเปน็ แบบอยา่ งไดแ้ ละระบายสีภาพ
ตกแต่งใหส้ วยงาม
คุณงามความดี
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ 151
ผา่ นแหลง่ เรยี นรู้ประวัตศิ าสตร์ในท้องถ่ิน จงั หวดั เชยี งราย ชน้ั ป.๑-๖
ภาพบุคคลสำคัญ
ภา
ภาพอาจารย์ถวลั ย์ ดัชนี
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 152
ผา่ นแหล่งเรยี นรปู้ ระวัติศาสตร์ในท้องถนิ่ จงั หวัดเชียงราย ช้นั ป.๑-๖
พพิ ิธภณั ฑ์บา้ นดำ
ใบความรู้
เรื่อง ประวัตแิ ละผลงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี
ดร. ถวัลย์ ดัชนี (27 กันยายน พ.ศ. 2482 — 3 กันยายน พ.ศ. 2557) เป็นจิตรกร ช่างเขียนรูป
แห่งดอยสูงเชียงราย ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เมื่อพ.ศ.
2544 เกดิ ที่อำเภอเมือง จังหวดั เชยี งราย
ครอบครวั
อาจารย์ถวลั ย์ ดัชนี เป็นบตุ รของนายศรี และนางบวั คำ (พรหมสา) ดัชนี เปน็ บตุ รคนสุดทอ้ งในจำนวนพี่
น้อง 4 คน ได้แก่
1. พ.ต.สว่าง ดชั นี (ถึงแก่กรรม)
2. นายสมจติ ต์ ดัชนี (ถงึ แกก่ รรม)
3. นายวสันต์ ดชั นี (ถงึ แกก่ รรม)
4. นายถวลั ย์ ดชั นี (ถงึ แกก่ รรม) สมรสกับนางมากาเร็ต ฟนั เดอรฮ์ คุ มบี ุตร 1 คน คือ นายดอยธิเบศร์ ดัชนี
ชีวติ วัยเยาว์และการศกึ ษา
พ.ศ. 2485 - 2491 ศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม จังหวัดเชียงราย พ.ศ. 2492 -
2498 ศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย พ.ศ. 2498 - 2500 ศึกษาระดับครู
ประถมการช่าง (ปปช.) จากโรงเรียนเพาะช่าง พ.ศ. 2500 - 2505 ศึกษาปริญญาตรีศิลปบัณฑิต (เกียรติ
นิยม) จากคณะจิตรกรรมประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2506 - 2512 ศึกษาระดับปริญญาโท
ทางด้านจิตรกรรมฝาผนัง อนุสาวรีย์ ผังเมือง และปริญญาเอก สาขาอภิปรัชญาและสุนทรียศาสตร์ ที่ราช
วิทยาลัยศิลปแห่งชาติ อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ (RIJKS AKADEMIE VAN BEELDEN DE KUNSTEN
AMSTERDAM NEDERLAND)
ถวัลย์ ดัชนี ศึกษาชั้นมูลและระดับประถมที่โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม ต่อมาบิดาย้ายมาปฏิบัติงาน
สรรพสามิตท่ีอำเภอเมืองพะเยา จึงเรียนต่อชั้นประถมท่ีโรงเรียนบุญนิธิซึ่งตั้งอยู่ริมชายกว๊านพะเยา และชั้น
มัธยมต้นที่โรงเรียนพะเยาพิทยาคม เมื่อบิดาย้ายกลับเชียงรายจึงเข้าเรียนจนจบชั้นชั้นมัธยมปลายท่ีโรงเรียน
สามคั ควี ทิ ยาคมจนจบชนั้ มัธยมปที ี่ 6 ของสมัยนน้ั
ถวัลยม์ ีแววดา้ นการวาดรูปมาตั้งแต่ช้ันมูลและชั้นประถม สามารถวาดตวั ละครรามเกยี รต์ิได้เกือบทุกตัว
นอกจากจะมีความจำเป็นเลิศสามารถจำชื่อเพื่อนร่วมชั้นได้ทุกชั้นปีทั้งที่เชียงรายและพะเยาแล้ว เมื่อถวัลย์มี
อายุ 8-9 ขวบกม็ คี วามคดิ แผลงๆ จำเร่อื งนายม่นั นายคงจากละครวิทยุปลุกใจยุคปลายและหลงั สงคราม เท่ียว
ชกั ชวนเพ่อื นกรดี เลือดสาบานไปอยู่ดงพญาเยน็ ดว้ ยกนั เม่ือโตขึน้ เป็นต้น
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ 153
ผา่ นแหลง่ เรยี นรู้ประวตั ิศาสตร์ในทอ้ งถิน่ จงั หวัดเชยี งราย ช้ัน ป.๑-๖
เมอื่ จบชัน้ มธั ยม 6 ที่เชยี งราย ถวลั ย์ก็ไดร้ บั ทุนมาเรยี นตอ่ ท่ี โรงเรยี นเพาะชา่ ง และได้เป็นนักเรียนดเี ด่น
ด้วยฝีมือการวาดรูปที่แม่นยำ เฉียบคม ฉับไว จึงเป็นหนึ่งในนักเรียนเพาะช่างดีเด่นด้านจิตรกรรม ที่ผลงาน
ไดร้ ับการคัดเลือกไปแสดงในหอศลิ ปแ์ ห่งชาติ นครโตเกยี ว ประเทศญีป่ ่นุ หลังจากนน้ั ถวัลย์ ดัชนี จึงเข้าศึกษา
ต่อที่คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และได้เป็น "ศิษย์รุ่นท้ายๆ ของ
ศาสตราจารย์ ศลิ ป์ พรี ะศรี"
ตอนเรยี นอย่ทู ีศ่ ลิ ปากรในช้นั ปที ี่ 1 ถวัลย์ ดชั นี ทำคะแนนการวาดรปู ได้ถงึ 200+ แตเ่ มื่อข้ึนปี 2 กลับ
ทำได้แค่ 15 คะแนน เพราะเหตุผลที่ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ให้ไว้ว่า ปลาของนายไม่มีกลิ่นคาว นกของ
นายแหวกว่ายไปในอากาศไม่ได้ ม้าของนายไม่สามารถที่จะควบหรือวิ่งทะยานออกไปได้ นายเป็นเพียงแค่นัก
ลอกรปู มันไม่ใช่งานศลิ ปะ
การคน้ หาและการพบตัวเอง
คำวิจารณ์ของศาสตราจารย์ ศลิ ป์ พีระศรี ดังกล่าวนที้ ำให้ถวลั ย์ ดัชนี เปล่ียนแปลงการทำงานทุกอย่าง
ใหม่หมด เมอ่ื คดิ และดำรงอย่ใู นวิถีทางแหง่ ศลิ ปะได้แล้ว เขาจงึ ได้รบั การสนับสนุนจากศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระ
ศรี ให้สอบชิงทุนไปศึกษาต่อท่ีประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้านสาขาจิตรกรรมฝาผนัง อนุสาวรีย์ ผังเมือง และใน
ระดับปรญิ ญาเอก สาขาอภิปรชั ญา และสุนทรยี ศาสตร์ ท่ีราชวิทยาลยั ศิลปะอัมสเตอรด์ มั ทีแ่ หง่ นเี้ องที่ถวัลย์ได้
เรียนร่วมชั้นเดียวกันกับนักเรียนต่างชาติ ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีศิลปินแห่งชาติเกิดขึ้น 3 คนจากสถาบันแห่งนี้
นั่นคือ ศิลปินแห่งชาติของอินโดนีเซีย ด้านการแกะสลัก, ศิลปินแห่งชาติของอเมริกา ชาวสวิตเซอร์แลนด์ นาม
วา่ Giger (ไกเกอร์ หรือ กเี กอร์ ถ้าอา่ นแบบเยอรมนั ) ซงึ่ เป็นศิลปนิ ทีว่ าดรูปออกแนวอวกาศและเปน็ ผอู้ อกแบบ
เอเลีย่ น [3] และศลิ ปินแห่งชาติของไทย ถวลั ย์ ดัชนี
เมือ่ กลับมาถงึ ประเทศไทย เหตุการณ์ไม่คาดฝนั ก็เกดิ ขน้ึ รปู เขียนขนาดใหญข่ องเขาหลายรูปถูกนักเรียน
กรีดทำลาย ด้วยเหตุที่ว่างานของเขานั้นดูหมิ่นพระพุทธศาสนา ทำให้ถวัลย์ ดัชนี เลิกแสดงผลงานในประเทศ
ไทยไปนานหลายปี กว่าคนไทยจะยอมรับได้ เขาก็ต้องเดินตากแดดตากฝนนานอยู่ถึงสามสิบกว่าปี ในปัจจุบัน
ผลงานของเขาได้รับการยอมรับ และได้รับการยกยอ่ งชืน่ ชมว่าเป็นงานศิลปะชัน้ เลิศ อีกทั้งเป็นที่นิยมในหม่นู ัก
สะสมงานศิลปะท่ัวไปอีกดว้ ย
ถวัลย์ ดัชนี ได้ฝากศิลปะไทยจิตวิญญาณตะวันออกของเขา ไว้ในหลายๆ ที่ในโลก "ผลงานบางส่วนถูก
เขียนขึ้นในปราสาทท่ีมีถงึ 500 ห้อง ในประเทศเยอรมนี ซึ่งมีชื่อว่าปราสาทกอททอฟ (Gottorf Castle) " ซ่ึง
เป็นที่น่าเสียดายท่ีปราสาทน้ีไม่เปิดใหใ้ ครได้เข้าชมแล้ว เพราะอากาศที่หนาวเย็นจะทำให้มหี ยดน้ำมาเกาะบน
กำแพง ทำให้ภาพเสียหาย แต่รายการโทรทัศน์ที่ได้เข้าไปถ่ายทำเป็นรายการสุดท้ายนั่นคือ รายการชีพจรลง
เท้า
ยามวา่ งจากการเขยี นรูป ถวลั ย์ ดัชนี จะเดนิ ไปในป่าเพ่ือหาเขากวางทผ่ี ลัดแลว้ มาเก็บไว้ เพ่ือเป็นเครื่อง
ลบั จินตนาการใหเ้ ฉียบคมอยตู่ ลอดเวลา
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 154
ผ่านแหลง่ เรียนรปู้ ระวัตศิ าสตรใ์ นทอ้ งถิ่น จังหวัดเชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
รางวัลทเี่ คยไดร้ ับ
พ.ศ. 2503 รางวลั ที่ ๒ การประกวดศิลปกรรม ณ วังสวนผกั กาด
พ.ศ. 2505 รางวลั ที่ ๑ การประกวดศิลปกรรม จดั โดย องค์การสง่ เสริมการทอ่ งเทยี่ วกรงุ เทพ
พ.ศ. 2528 ได้รับรางวัลเกียรติยศเหรียญทองจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในฐานะจิตรกรผู้สร้างสรรค์
ศิลปะรว่ มสมยั
พ.ศ. 2540 ไดร้ ับเลอื กจากองค์การสหประชาชาติ ให้เปน็ ผู้แทนวฒั นธรรมทางศลิ ปะภาคตะวันออกไป
แสดงผลงานทีน่ วิ ยอรก์ ปารีส โรม ลสิ บอน แคนเบอรา่ และโตเกยี ว ตามลำดบั
พ.ศ. 2544 ไดร้ ับคัดเลอื กจาก FUKUOKA ASIAN CULTURE PRIZE COMMITTEE ให้รบั รางวลั Arts
and Culture Prize
ภาพลักษณข์ องอาจารย์ถวลั ย์ ดชั นี
ภาพลักษณ์ของถวัลย์ ดัชนี ที่ปรากฏต่อสาธารณชนคือ ชายร่างใหญ่ ค่อนข้างเจ้าเนื้อ แต่งกายด้วยชุด
พื้นเมืองเหนือสีครามเข้ม หรือสีกรัก มีเขี้ยวเล็บ กระดูกสัตว์ป่าเป็นเครื่องประดับ นับตั้งแต่อายุ 55 ปี ไม่เคย
ใส่เครือ่ งประดับกายชนิดใดเลย รูปลักษณท์ ีป่ รากฏแกค่ นทั่วไปเช่นนี้เป็นจุดยืนอันเดน่ ชัดของ ถวัลย์ ดัชนี ที่ไม่
ยอมรับแฟชั่นหรือกระแสวัฒนธรรมทางวัตถุใดๆ ชีวิตส่วนตัวเป็นคนสมถะ กินน้อย นอนน้อย ทำงานมาก มี
งานวาดรปู เป็นกิจนิสัย ตลอดชีวิตไม่เคยข้องแวะกบั อบายมุขหรือส่ิงเสพย์ติดใดๆ เป็นคนเปดิ เผยตรงไปตรงมา
มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ถวัลย์ศึกษาหลักธรรมในพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ปฏิบัติตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา
ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินดี ปฏิบัติสมาธิด้วยการทำงานวาดรูป จึงสามารถนำปรัชญาธรรมในพุทธศาสนามาเป็น
แรงบันดาลใจในการสร้างงานศิลปะจนได้ชื่อว่าเป็นส่ือกลางเชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตกเข้าหากันในยุค
ปัจจุบัน
การทำประโยชนเ์ พือ่ สงั คม
วัลย์ ดัชนี มีโภคทรัพย์อันเกิดจากการวาดรูปค่อนข้างมากในความรู้สึกของคนทั่วไป แต่สำหรับถวัลย์
แลว้ เงนิ ไมใ่ ชส่ ง่ิ สำคญั สูงสุด เงินไม่ได้กอ่ ใหเ้ กิดการเปลยี่ นแปลงใด ๆ มากนัก เขายงั คงเป็นถวัลย์ ดัชนี ผู้มีชีวิต
เรียบง่าย นอบน้อมถ่อมตน ยังคงกินน้อย นอนน้อย ทำงานวาดรูปมากสม่ำเสมออยู่เช่นเดิม ถวัลย์ผันเงินส่วน
ใหญไ่ ปทำประโยชน์แกว่ งการศลิ ปะ ทงั้ วงการศกึ ษาและการสร้างสรรค์ เขายงั หวังอย่วู ่าวันหน่ึงสังคมไทยจะให้
ความสำคัญแก่ ศิลปะและการสร้างสนุ ทรียรสให้แก่ผู้คน เขาทุ่มเทเวลาส่วนมากฟูมฟักศิลปะสถาน ที่ชาวบ้าน
เรียกว่าบ้านดำ นางแล ที่จังหวัดเชียงรายบ้านเกิด ให้กลายเป็นสถานที่ทางการศึกษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ
ด้วยการจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านในเนื้อที่กว่าร้อยไร่ ประกอบด้วยอาคารแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่น
ภาคเหนือกว่า ๔๐ หลัง และอาคารสถาปัตยกรรมท้องถิ่นประยุกต์หลายหลังสำหรับจัดแสดงศิลปะพื้นบ้าน
(Folk Art) ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ของช่างท้องถิ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นเหล่านี้
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ 155
ผา่ นแหลง่ เรียนรู้ประวัตศิ าสตรใ์ นท้องถน่ิ จังหวดั เชียงราย ชัน้ ป.๑-๖
ถวลั ย์ ดชั นใี ชเ้ วลารวบรวมด้วยความตงั้ ใจมาเป็นเวลานานกว่า ๔๐ ปี ปจั จบุ ัน พพิ ธิ ภณั ฑบ์ า้ นดำ เปดิ ใหผ้ สู้ นใจ
เข้าชมทกุ วนั (จันทร์-อาทติ ย์) ไมม่ ีวนั หยุด (เวลาเปิดบริการ 9.00 น. - 12.00 น. / 13.00 น.- 17.00 น.)
ตลอดระยะ 25 ปีที่ผ่านมา ถวัลย์ ดัชนี อยู่เบื้องหลังการรวมตัวของช่างผู้รังสรรค์ศิลปะ ทั้งช่างใน
ท้องถิ่นและภาคอื่นๆ ของประเทศไทย เพื่อเคลื่อนไหวจัดกิจกรรมทางศิลปะอย่างเป็นรปู ธรรม มีผลงานศิลปะ
หลากหลายออกส่สู ายตาสาธารณชนซ่ึงเปน็ ประโยชน์อย่างมาก และยังไดบ้ รจิ าคเงิน ๑๒ ลา้ นบาท จัดต้งั มูลนิธิ
ถวัลย์ ดัชนี ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 ด้วยการใช้ดอกผลจากกองทุนนี้สนับสนุนการศึกษาของสถาบันที่ถวัลย์เคย
เกี่ยวข้องได้แก่ โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม โรงเรียนสามัคคีวิทยา จังหวัดเชียงราย วิทยาเขตเพาะช่าง และ
มหาวทิ ยาลัยศิลปากร ให้ทุนการศกึ ษาแกน่ ักเรียน นกั ศกึ ษาท่เี รยี นดแี ต่ขาดทนุ ทรัพย์สถาบันละ 10 ทุน ตลอด
มาจนถึงปัจจุบัน ทุนสนับสนุนสอนศิลปะไทย โดย ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ ทุนวิจัยแก่มูลนธิ ิ ม.ล.
มานิจ ชุมสาย ณ อยธุ ยา ทนุ มูลนิธบิ ้านอาจารย์ พลตรี ม.ร.ว.คกึ ฤทธ์ิ ปราโมช มูลนิธพิ ลเอกเปรม ติณสลู านนท์
องคมนตรีและรัฐบุรุษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฎเชียงราย บูรณปฏิสังขรณ์ วัง
พญาไทกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ ถวัลย์ ดัชนี ยังเป็นกรรมการตัดสินงานศิลปกรรมแหง่ ชาติ รางวัลจิตรกรรมบวั หลวง รางวัล
ศิลปกรรมร่วมสมัย ธนาคารกสิกรไทย รางวัลพานาโซนิค ศิลปะร่วมสมัยมาตลอดระยะเวลา 25 ปี เป็น
มาสเตอร์เอเชีย อบรมยุวศิลปินทั่วเอเชีย 10 ประเทศ เป็นอาจารย์ในพำนักสอนศิลปะ ปรัชญาทั้งในยุโรป
อเมริกา เอเชีย ออสเตรเลีย และหลายมหาวิทยาลัย สถาบันศิลปะหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศให้ทุนวิจัย
ศิลปินในพำนักที่บ้านดำ นางแล มาตลอด 25 ปี แก่ศิลปินทั่วโลกโดยทุนส่วนตัว ทะนุบำรุงจิตรกร ปฏิมากร
คีตกร นาฏกร ท้งั ในและต่างประเทศมาตลอดเวลาของชวี ิต เขียนบทนำ บทความแนะนำตัวผู้รงั สรรค์ศิลปะมา
โดยตลอด หลังจากอายุ 60 ปี ร่วมมือกับชาวสล่าเชียงรายทำงานเผยแพร่อนุรักษ์ วิจัยระบบนิเวศวิทยาเชิง
ศิลปะ และรวบรวมงานศลิ ปะทางมานุษยวิทยา พฒั นาไปสู่ความร่วมสมัยเปน็ ประธานและหวั หน้าคณะทำงาน
จติ วญิ ญาณตะวนั ออก ลมหายใจไทย ร่วมมือกับบญุ ชยั เบญจรงคกุล ดแี ทค จัดประกวดงานศิลปะร่วมสมัยข้ึน
เป็นปีแรก ใน พ.ศ. 2545 เขียนตำรากายวิภาคคน สัตว์ แมลง สัตว์เลื้อยคลาน และนก จัดพิมพ์โดย
สหประชาชาติ ร่วมมือกับ มร.โคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ ให้ทุนวิจัยดนตรี กวีและการละเล่น
พนื้ เมอื ง ร่วมกบั มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่ให้ทุนแก่ยุวจิตรกรเชยี งรายที่เขียนภาพผนังหลายวัดในจังหวัดเชียงราย
ร่วมมือกับไร่แม่ฟ้าหลวง สำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเชียงราย จัดนิทรรศการหมุนเวียนมาตลอด 25
ปี ให้ทุนสนบั สนุนสมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง มหาวิทยาลยั ศิลปากรมาโดยตลอด
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวัติศาสตร์ 156
ผ่านแหล่งเรยี นรปู้ ระวัติศาสตร์ในท้องถ่นิ จงั หวัดเชยี งราย ชัน้ ป.๑-๖
แบบประเมนิ แผนผงั ความคิด
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
ลำดับที่ ชอ่ื -สกลุ ระบคุ ณุ งามความ หลกั การเขยี น ความสวยงาม รวม
ของผ้รู ับการประเมิน ดีของบุคคล และการใชภ้ าษา และความ 9
สำคัญในท้องถ่ินท่ี ทถ่ี กู ต้อง สะอาด คะแนน
สามารถนำไปเป็น
แบบอย่าง
3 2 1 3 2 132 1
ลงชื่อ .................................................... ผู้ประเมิน
................ /................ /................
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 157
ผ่านแหลง่ เรยี นรูป้ ระวัติศาสตร์ในท้องถิน่ จงั หวัดเชียงราย ช้นั ป.๑-๖
เกณฑ์การใหค้ ะแนนแผนภาพความคิด
ประเดน็ ระดับคะแนน นำ้ หนัก
คะแนน
การประเมนิ ดี(3) พอใช้(2) ปรับปรงุ (1)
ระบุ 3
1. เขียนคณุ ระบคุ ณุ ประโยชน์ของ ระบุคุณประโยชนข์ อง คุณประโยชนข์ อง
บุคคลสำคญั ใน 2
งามความดีของ บุคคลสำคญั ในท้องถนิ่ ที่ บคุ คลสำคญั ในทอ้ งถ่ินท่ี ทอ้ งถ่นิ ท่ีสามารถ
นำไปเป็นแบบ 15
บคุ คลสำคัญใน สามารถนำไปเป็นแบบ สามารถนำไปเปน็ แบบ อย่างได้ 1 ขอ้
ทอ้ ง อยา่ งได้ครบทุกข้อ อย่างได้ 2-3 ข้อ ออกแบบการ
นำเสนอข้อมลู
ถ่ินทสี่ ามารถ สวยงาม เขยี นผดิ
และไมถ่ ูกหลัก
นำไปเป็น ภาษา
ค่อนข้างมาก 6-
แบบอยา่ ง 10 คำ
2. การ ออกแบบการนำเสนอขอ้ มูล ออกแบบการนำเสนอ
ออกแบบการ สวยงาม เป็นระเบียบ การ ข้อมลู สวยงาม เขียนผิด
นำเสนอข้อมูล เขียนและการใชภ้ าษา และไม่ถูกหลักภาษา
การเขียนและ ถกู ต้องตามหลักภาษา เพียงเลก็ น้อยไมเ่ กนิ 5
การใชภ้ าษาท่ี คำ
รวม
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
11-15 3 (ด)ี
6 - 10 2 (พอใช้)
1-5 1 (ปรบั ปรงุ )
เกณฑ์การผา่ น ระดับ 2 (พอใช้) ขึ้นไป
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 158
ผ่านแหลง่ เรียนรปู้ ระวตั ิศาสตรใ์ นทอ้ งถิ่น จังหวดั เชียงราย ช้นั ป.๑-๖
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คำช้ีแจง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงใน
ชอ่ งท่ีตรงกับระดับคะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน ๔๓๒๑
๑. ใฝเ่ รียนรู้ 1.1 ตั้งใจเรียน
1.2 เอาใจใส่ในการเรยี น และมคี วามเพียรพยายามในการเรยี น
1.3 เข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้ตา่ งๆ
๒. มงุ่ มั่นในการ 2.๑ มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย
ทำงาน 2.๒ มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเรจ็
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ............../.................../................
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ ๔ คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยครง้ั ให้ ๓ คะแนน
ให้ ๒ คะแนน
ให้ ๑ คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๘ - ๒๐ ดีมาก
๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 159
ผ่านแหล่งเรยี นร้ปู ระวัติศาสตรใ์ นทอ้ งถ่ิน จังหวัดเชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
คำชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ ง
ท่ตี รง
กบั ระดบั คะแนน
ลำดับ ชือ่ -สกุล ความตง้ั ใจ ความ การตรง ความ ผลสำเร็ รวม
ที่ ของผ้รู ับการประเมิน ในการ รับผิดชอบ ต่อเวลา สะอาด จของ 15
ทำงาน เรยี บร้อย งาน คะแนน
321321321321321
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลงช่ือ .................................................... ผู้ประเมนิ
................ /................ /................
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ 160
ผ่านแหล่งเรยี นรปู้ ระวัตศิ าสตรใ์ นทอ้ งถ่ิน จงั หวดั เชียงราย ชนั้ ป.๑-๖
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
๑2 - ๑5 3 (ดี)
8 - ๑1 2 (พอใช้)
ตำ่ กวา่ 8 1 (ปรับปรงุ )
หน่วยการเรยี นรู้ประวัติศาสตรผ์ ่านแหลง่ เรียนรูท้ อ้ งถ่ินจังหวัดเชียงราย
หน่วยการเรียนรู้ เรอ่ื ง ภูมิหลังแหง่ ศักดิ์ศรี รหัสวชิ า ส 13102 ช่ือรายวิชา ประวตั ิศาสตร์
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรรม ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 4 ช่วั โมง
**********************************************************************************
1.มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง
ประวตั ิศาสตร์มาวเิ คราะหเ์ หตกุ ารณต์ า่ งๆ อย่างเป็นระบบ
2.ตวั ชีว้ ัด
ส 4.1 ป.3/2 แสดงลำดับเหตุการณ์สำคัญของโรงเรยี นและชุมชนโดยระบุหลกั ฐานและแหลง่ ข้อมลู
ท่เี ก่ยี วข้อง
3. สาระสำคัญ
การแสดงลำดบั เหตุการณส์ ำคัญของโรงเรยี นและชมุ ชนโดยใช้หลักฐานและข้อมูลทเี่ กีย่ วข้องมี
ความสัมพันธก์ ับชวี ติ ประจำวนั และการเรยี นรู้ประวตั ศิ าสตร์
4.สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง/
1.วิธกี ารสืบค้นเหตกุ ารณ์สำคัญของโรงเรียนและชุมชนโดยใช้หลักฐานและแหลง่ ข้อมลู ที่
เก่ยี วข้อง
2.ใชเ้ ส้นเวลา (Time Line)ลำดับเหตุการณ์ท่ีเกดิ ข้นึ ในโรงเรียนและชุมชน
4.2 สาระการเรียนรทู้ ้องถนิ่
1. สบื ค้นเหตุการณส์ ำคัญของโรงเรียนและชุมชนโดยใช้หลักฐานและแหลง่ ข้อมูลที่เก่ียวข้อง
2. ใชเ้ ส้นเวลา (Time Line)ลำดบั เหตุการณ์ทีเ่ กดิ ขนึ้ ในโรงเรยี นและชมุ ชน
5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1.ความสามารถในการคิด
2.ความสามารถในการสอื่ สารและนำเสนอ
5.คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1.ความรบั ผิดชอบ
2.ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ 161
ผา่ นแหล่งเรยี นรู้ประวตั ศิ าสตรใ์ นท้องถนิ่ จังหวดั เชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
6. ชนิ้ งาน/ภาระงานรวบยอด
เสน้ ทางเวลาแสดงลำดบั เหตกุ ารณ์สำคญั ของโรงเรียนและชมุ ชน
8.การประเมินผล ชนิ้ งาน/ภาระงานรวบยอดของหน่วยการเรียนรู้
เกณฑก์ ารให้คะแนนเส้นทางเวลา
ประเด็นในการ (3) ดี (2) พอใช้ (1) ปรับปรงุ น้ำหนกั
3
ประเมิน
2
การนำเสนอ -แปลงขอ้ มลู เพ่ือนำเสนอ -แปลงข้อมูลเพื่อ -แปลงขอ้ มลู เพื่อ
ข้อมลู ทาง ในรปู แบบของเส้นเวลา นำเสนอในรูปแบบ นำเสนอในรูปแบบ
ประวตั ิศาสตร์ ทางประวัตศิ าสตร์ ได้ตรง ของเสน้ เวลาทาง ของเสน้ เวลาทาง
ในรูปแบบเสน้ ตามลำดบั ของชว่ งเวลา ประวตั ศิ าสตรไ์ ด้ ประวัตศิ าสตรไ์ ม่
เวลาทาง ทางประวตั ิศาสตร์ได้ ตรงตามลำดับของ ตรงตามลำดับของ
ประวัติศาสตร์ ถูกต้อง ชว่ งเวลาทาง ช่วงเวลาทาง
ประวตั ศิ าสตรไ์ ด้ ประวัติศาสตรแ์ ละ
ถกู ต้องแต่ รายละเอยี ดเน้ือหา
รายละเอยี ดเนื้อหา สาระสำคญั ไม่
สาระสำคญั ไม่ ครบถ้วน
ครบถว้ น
การนำเสนอ -นำเสนอถกู ต้อง ชดั เจน -นำเสนอถกู ต้อง -นำเสนอถกู ต้อง
ตรงตามประเด็น ข้อมลู มี ชดั เจน ไม่ตรงใน ชัดเจน ไมต่ รงใน
แหล่งที่มาอ้างอิงได้ บางประเดน็ บางประเด็น
ถูกต้อง อา้ งองิ ได้ตาม อ้างองิ ได้ตาม
-นำ้ เสยี งชัดเจนและมั่นใจ ประเดน็ ที่นำเสนอ ประเด็นท่ีนำเสนอ
ใชภ้ าษาถกู ต้อง -นำ้ เสยี งชัดเจน -ไมม่ ั่นใจในการ
และมั่นใจ ใช้ภาษา นำเสนอ ใช้ภาษา
ถกู ต้อง ยงั ไม่ถูกต้อง
รวม 15
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ 162
คะแนน 11-15 คะแนน ดี
คะแนน 6- 10 คะแนน พอใช้
คะแนน 1-5 คะแนน ปรับปรงุ
เกณฑ์การผา่ น ระดับ พอใช้
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวัตศิ าสตร์
ผ่านแหลง่ เรียนรปู้ ระวัตศิ าสตรใ์ นท้องถิ่น จงั หวดั เชียงราย ชนั้ ป.๑-๖
9. กิจกรรมการเรียนรู้ โดย
ชว่ั โมงที่ 1 วิธีการสืบคน้ เหตุการณส์ ำคญั ของโรงเรยี นโดยใช้หลักฐานและแหลง่ ข้อมูลที่เกย่ี วข้อง
ขนั้ ตอนที่ 1 การตงั้ ประเด็นคำถาม
1.นกั เรยี นดภู าพโรงเรยี นในอดตี แลว้ ร่วมกนั สนทนาและตัง้ ประเด็นคำถามเก่ียวกับภาพ
ตวั อยา่ ง -ภาพนีเ้ ปน็ ภาพอะไร (โรงเรยี น...)
-ภาพนี้ถา่ ยขน้ึ เม่ือใด (พศ. /ปพี .ศ.......)
-ใครเป็นผู้กอ่ ตงั้ โรงเรียน และกอ่ ตง้ั เม่ือใด
-ใครเปน็ ครใู หญ่คนแรกของโรงเรยี น
-ครูทีส่ อนในโรงเรยี นแห่งน้ีมีใครบ้าง
-อาคารแตล่ ะหลงั มีความเป็นมาอย่างไร
-เหตุการณ์สำคัญของโรงเรยี น
2.ครูและนักเรียนร่วมกันวางแผนการสืบค้นข้อมูลสำคญั ของโรงเรียน โดยตั้งประเด็นคำถาม
ว่า จะหาขอ้ มูลได้อยา่ งไร
-สอบถาม ผูน้ ำชมุ ชน ครู พอ่ แม่ นกั การภารโรง ผู้เฒา่ ในชมุ ชน
-สบื คน้ จากเอกสาร เชน่ สมดุ จดหมายเหตุรายวัน บนั ทึกประวัตขิ องโรงเรียน
3.นักเรียนร่วมกันออกแบบสำรวจข้อมูลโดยนำประเดน็ คำถามมาออกแบบสำรวจแบบเติมคำ
ใชค้ ำถามปลายเปิด เช่น
ที ประเดน็ คำถาม คำตอบ แหล่งขอ้ มูล
1. ใครเป็นผู้กอ่ ต้ังโรงเรยี น
2. ก่อตั้งเม่ือใด
3. ใครเป็นครใู หญ่คนแรกของโรงเรยี น
4. ครทู ่ีสอนในโรงเรยี นแห่งน้มี ใี ครบา้ ง
5. อาคารแตล่ ะหลงั สรา้ งข้ึนเมอ่ื ไหร่
6. เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในโรงเรียน เช่น
การเปิด/ขยายชั้นเรียน ภัยธรรมชาติต่างๆ
เรียงตามลำดบั ท่เี กดิ
ขนั้ ตอนท่ี 2 การค้นหาและรวบรวมหลกั ฐาน
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวตั ิศาสตร์ 163
ผ่านแหล่งเรยี นรู้ประวตั ิศาสตรใ์ นท้องถน่ิ จังหวดั เชียงราย ช้ัน ป.๑-๖
4.แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 3-5 คน แต่ละกลุ่มเลือกประธานและเลขาฯ ให้แต่ละกลุ่มดำเนินการค้นหา
และรวบรวมหลกั ฐาน โดยใชแ้ บบสำรวจที่รว่ มกนั สร้างขึ้น โดยนักเรียนลงภาคสนามเพอื่ เกบ็ รวบรวมขอ้ มูล เช่น
ไปเก็บรวบรวมเอกสารจากสมุดหมายเหตุรายวันที่เขียนถึงประวัติโรงเรยี น หรือ สอบถามครู ผู้บริหาร นักการ
ภารโรง ผ้นู ำชุมชน เป็นต้น เพื่อใหไ้ ดข้ ้อมลู ตามแบบสำรวจ
ในขั้นตอนนีห้ ากนกั เรยี นสืบค้นไมเ่ สรจ็ ให้นักเรียนใชเ้ วลาในช่วั โมงเสรมิ การเรยี นรู้หรอื ซอ่ มเสริม หรือ
เวลาวา่ งจากการเรียน ในการสืบคน้ ข้อมลู เพ่อื นำมาใชใ้ นชัว่ โมงที่ 2
ชวั่ โมงที่ 2
ขน้ั ตอนที่ 3 การตรวจสอบและตคี วามหลักฐาน
1.ครทู บทวนการสืบค้นขอ้ มูลจากแบบสำรวจ โดยถามความ ครบถ้วน ความเรยี บร้อยของข้อมลู
แล้วให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอข้อมูลที่ได้สำรวจ
2.ครูและนักเรียนร่วมกันวิพากย์และตีความหลักฐาน จากการสำรวจของนักเรียนแต่ละกลุ่ม เพื่อ
ประเมินความน่าเช่ือถอื ของหลกั ฐานนน้ั จริงหรือไม่ โดยใชค้ ำถามดงั น้ี
-ขอ้ มูลทไ่ี ด้มาน้ันได้มาจากแหลง่ ใด
-ข้อมลู นั้นมีความน่าเชื่อถอื มากนอ้ ยเพียงใด
3.นักเรียนรว่ มกันวเิ คราะห์ข้อมูลมีอะไรที่เหมือนกนั หรือข้อมูลใดที่แตกตา่ งกัน แล้วร่วมกนั บันทกึ ลง
ในกระดาษบรฟู
ที ประเด็นคำถาม คำตอบ
1. ใครเป็นผู้ก่อต้งั โรงเรยี น
2. กอ่ ต้ังเม่อื ใด
3. ใครเปน็ ครใู หญค่ นแรกของโรงเรียน
4. ครทู ีส่ อนในโรงเรียนแหง่ น้มี ีใครบา้ ง
5. อาคารแต่ละหลังสร้างขึ้นเมื่อไหร่ และใคร
เป็นผู้สรา้ ง
6. เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในโรงเรียน เรียง
ตามลำดบั ท่เี กดิ
ขน้ั ตอนที่ 4 ขนั้ สรุปขอ้ เท็จจรงิ
นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ประวัติและเหตกุ ารณส์ ำคญั ของโรงเรียนและร่วมกันใชเ้ สน้ เวลา (Time Line)
ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขนึ้ ในโรงเรียน ซ่ึงครูแนะนะนักเรยี นว่า เส้นเวลา (Time Line) หมายถงึ ระยะเวลา
ชั่วขณะ ความยาวนานท่ีมอี ยู่หรือเปน็ อยูโ่ ดยกำหนดข้ึนเป็น วัน เดอื น ปี ซงึ่ จะบอกถงึ เหตุการณแ์ ละการส้ินสุด
ของเหตุการณน์ ้นั เราสามารถใช้เสน้ เวลา ลำดับเหตกุ ารณท์ ี่เกดิ ขึน้ ในโรงเรียน เช่น
- ปที ก่ี ่อตงั้ โรงเรยี น
- ปที ี่สร้างอาคาร
- ปีทเ่ี กิดเหตุการณ์สำคัญในโรงเรยี น เช่น การขยายชนั้ เรยี น (เปิดเรียนอนบุ าล หรอื มธั ยมศึกษาตอนต้น)
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 164
ผ่านแหล่งเรยี นรปู้ ระวัตศิ าสตร์ในท้องถิน่ จงั หวัดเชียงราย ช้ัน ป.๑-๖
เชน่ -น้ำทว่ ม
-กอ่ ตงั้ โรงเรียนโดย -อาคารเรียนอนบุ าล
สรา้ งอาคารเรยี น เสยี หาย
ชั่วคราว
-เปิดเรียนช้ัน ป.1-3
-สรา้ งอาคารเรยี นถาวร -กอ่ สร้างอาคารเรยี น
หลังที่ 1 ดว้ ยงบ อนุบาล
ราชการ
-เปิดเรียน ม.ต้น
-เปิดเรยี น ป.1-6
ช่ัวโมงท่ี 3 วิธีการสบื ค้นเหตกุ ารณ์สำคัญของชุมชนโดยใช้หลักฐานและแหลง่ ข้อมูลที่เกีย่ วข้อง
ขน้ั ตอนที่ 1 การต้งั ประเดน็ คำถาม
1.ครูทบทวนที่ตั้งของโรงเรียน ตั้งอยู่เลขที่ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด แล้วถามนักเรียนว่า
หมบู่ ้าน/ชุมชนท่ีโรงเรียนตงั้ อยู่นัน้ ชอ่ื อะไร นกั เรียนต้องการร้อู ะไรเก่ียวกบั หมบู่ า้ น/ชุมชนที่โรงเรียนต้ังอยู่
-ช่อื หม่บู า้ นใครเป็นคนตง้ั ช่ือ มีทม่ี าอย่างไร
-ใครมาอยู่เป็นคนแรก
-สถานที่สำคัญมอี ะไรบา้ ง
-มเี หตกุ ารณส์ ำคัญอะไรบ้าง
2. นักเรียนร่วมกันออกแบบสำรวจข้อมูลโดยนำประเด็นคำถามมาออกแบบสำรวจแบบเติมคำ ใช้
คำถามปลายเปิด เช่น
ที ประเดน็ คำถาม คำตอบ แหล่งขอ้ มูล
1. ชอื่ หมบู่ า้ นใครเป็นคนตง้ั ชื่อ
2 ช่อื หมบู่ ้านมีที่มาอย่างไร
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 165
ผ่านแหลง่ เรียนรู้ประวัตศิ าสตรใ์ นทอ้ งถน่ิ จงั หวดั เชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
3 สถานทีส่ ำคัญในหมูบ่ ้านมีอะไรบา้ ง
4 เหตุการณส์ ำคัญท่เี กดิ ขึ้นต้ังแต่เริม่ ตั้งหมู่บา้ น
มอี ะไรบา้ ง
ข้ันตอนที่ 2 การค้นหาและรวบรวมหลกั ฐาน
แบ่งนักเรียนแต่ละกลุ่มดำเนินการค้นหาและรวบรวมหลักฐาน โดยใช้แบบสำรวจที่ร่วมกันสร้างข้ึน
โดยนักเรยี นลงภาคสนามเพื่อเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล เช่น สอบถามผู้นำชุมชน ผู้เฒา่ ในชุมชน หรอื เวบ็ ไซต์ เพ่ือให้
ไดข้ อ้ มลู ตามแบบสำรวจ
ในขน้ั ตอนน้ีหากนกั เรียนสบื ค้นไม่เสร็จ ใหน้ ักเรยี นใช้เวลาว่างจากการเรยี น ในการสบื ค้นข้อมูล เพ่ือ
นำมาใช้ในช่ัวโมงต่อไป
ชั่วโมงที่ 4
ขัน้ ตอนท่ี 3 การตรวจสอบและตีความหลกั ฐาน
ครูและนักเรียนร่วมกันวิพากย์และตีความหลักฐาน จากการสำรวจของนักเรียนแต่ละกลุ่ม เพ่ือ
ประเมินความน่าเชอื่ ถอื ของหลกั ฐานน้นั จริงหรือไม่ โดยใชค้ ำถามดังน้ี
-ขอ้ มูลทไ่ี ดม้ านน้ั ไดม้ าจากแหลง่ ใด
-ขอ้ มูลน้ันมคี วามนา่ เชือ่ ถอื มากน้อยเพียงใด
3.นักเรียนรว่ มกันวเิ คราะหข์ ้อมูลมีอะไรที่เหมือนกัน หรือข้อมูลใดทีแ่ ตกตา่ งกนั แล้วร่วมกนั บนั ทกึ ลง
ในกระดาษบรูฟ
ที ประเด็นคำถาม คำตอบ
1. ชอื่ หมู่บา้ นใครเป็นคนต้ังช่ือ
2 ชอ่ื หม่บู ้านมที ี่มาอยา่ งไร
3 สถานทสี่ ำคญั ในหมบู่ า้ นมีอะไรบ้าง
4 เหตุการณส์ ำคัญท่เี กิดขึ้นตัง้ แต่เริ่มต้ังหมู่บา้ นมอี ะไรบ้าง
ขน้ั ตอนท่ี 4 ขัน้ สรปุ ขอ้ เทจ็ จรงิ
นกั เรียนร่วมกันสรปุ ประวัตแิ ละเหตุการณ์สำคญั ของชุมชนและรว่ มกนั ใชเ้ ส้นเวลา (Time Line) ลำดับ
เหตกุ ารณ์ท่ีเกิดข้นึ ในชมุ ชน และมอบหมายให้เปน็ ชิ้นงานของกล่มุ
ชวั่ โมงที่ 5
ข้นั ตอนท่ี 5 การนำเสนอขอ้ มลู
นักเรียนร่วมกันจัดนิทรรศการนำเสนอผลงาน เส้นเวลา (Time Line) ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน
โรงเรียนและชุมชน
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 166
ผ่านแหลง่ เรยี นรปู้ ระวัติศาสตร์ในทอ้ งถิน่ จังหวดั เชยี งราย ชนั้ ป.๑-๖
10. การวดั และประเมินผล
รายการวัด วิธวี ัด เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
1. เส้นเวลา (Time Line) ลำดบั -ตรวจรายงาน -เกณฑ์การตรวจรายงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
เหตุการณ์ทเี่ กิดขึ้นในโรงเรียนและ เกณฑ์
ชุมชน
2.การนำเสนอการใช้ใเส้นเวลา -ประเมนิ การ -แบบประเมินการ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
นำเสนอผลงาน เกณฑ์
(Time Line)ลำดบั เหตุการณ์ที่ นำเสนอผลงาน
เกดิ ขึน้ ในโรงเรยี นและชมุ ชน
3. พฤติกรรมการทำงาน สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทำงานรายบคุ คล เกณฑ์
การทำงาน
รายบุคคล
4. สังเกตคุณลกั ษณะอันพึง สงั เกตความใฝ่ แบบสงั เกตคุณลักษณะ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
ประสงค์ เรียนรู้ และมุ่งม่ัน อนั พงึ ประสงค์ เกณฑ์
ในการทำงาน
11.สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้
-แบบสำรวจข้อมลู โรงเรียน
-แบบสำรวจข้อมลู ชุมชน
-สมดุ หมายเหตรุ ายวนั ของโรงเรยี น
-สมุดประวัติหมบู่ า้ น/ชุมชน
-บนั ทึก/ตำนานหม่บู ้าน
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ 167
ผ่านแหลง่ เรียนร้ปู ระวัติศาสตรใ์ นท้องถ่ิน จงั หวดั เชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
แบบสำรวจประวัตแิ ละเหตุการณ์สำคัญของโรงเรียน
ชื่อกล่มุ .......................................
สมาชกิ กลมุ่ ............................................................................................................................. ...........
....................................................................................................................... ....................................
............................................................................................................................. ..............................
...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............................
คำชีแ้ จง ให้นกั เรียนเก็บรวบรวมข้อมูลในแตล่ ะประเดน็ และบันทกึ ลงในแตล่ ะประเด็น
ที ประเดน็ คำถาม คำตอบ แหล่งขอ้ มูล
1. ใครเปน็ ผกู้ ่อตง้ั โรงเรียน
2. ก่อตัง้ เมอ่ื ใด
3. ใครเปน็ ครใู หญ่คนแรกของโรงเรียน
4. ครทู ีส่ อนในโรงเรยี นแห่งนม้ี ีใครบา้ ง
5. อาคารแต่ละหลังสร้างข้นึ เมือ่ ไหร่ และ
ใครเป็นผู้สร้าง
6. เหตกุ ารณ์สำคัญท่เี กดิ ข้ึนในโรงเรยี น
และเรียงตามลำดับท่เี กิด
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 168
ผา่ นแหล่งเรียนร้ปู ระวตั ศิ าสตรใ์ นทอ้ งถ่นิ จังหวัดเชยี งราย ชน้ั ป.๑-๖
แบบสำรวจประวัตแิ ละเหตุการณ์สำคัญของหม่บู า้ น/ชุมชน
ชอ่ื กลุม่ .......................................
สมาชกิ กล่มุ ................................................................................................................. .......................
............................................................................................................................. ..............................
.................................................................................................... .......................................................
............................................................................................................................. ..............................
.................................................................................................... .......................................................
คำชีแ้ จง ให้นกั เรียนเก็บรวบรวมขอ้ มลู ในแต่ละประเดน็ และบันทึกลงในแต่ละประเดน็
ที ประเด็นคำถาม คำตอบ แหลง่ ข้อมูล
1. ชือ่ หมู่บา้ นใครเป็นคนตง้ั ช่ือ
2. ชอ่ื หมู่บ้านมที ่ีมาอยา่ งไร
3. สถานที่สำคัญในหมู่บ้านมีอะไรบา้ ง
4. เหตกุ ารณส์ ำคัญทเี่ กดิ ขนึ้ ตง้ั แต่เรม่ิ ตั้ง
หมบู่ ้านมอี ะไรบา้ ง
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 169
ผ่านแหล่งเรียนรูป้ ระวัตศิ าสตรใ์ นท้องถิ่น จังหวดั เชยี งราย ชนั้ ป.๑-๖
แบบบนั ทกึ
เส้นทางเวลา แสดงเหตุการณ์สำคัญของโรงเรยี น
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวัติศาสตร์ 170
ผา่ นแหล่งเรียนร้ปู ระวัตศิ าสตร์ในทอ้ งถิน่ จงั หวดั เชยี งราย ชัน้ ป.๑-๖
แบบบันทกึ การให้คะแนน
การรายงานเสน้ ทางเวลาแสดงเหตกุ ารณข์ องโรงเรยี นและชุมชน
การนำเสนอ สรปุ ระดับ การนำเสนอ สรปุ ระดับ
ข้อมูลทาง คณุ ภาพ ขอ้ มลู ทาง คณุ ภาพ
ท่ี ชือ่ - สกุล ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์
ของโรงเรยี น ของชุมชน
(15 คะแนน) (15 คะแนน)
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวัติศาสตร์ 171
ผา่ นแหล่งเรียนรู้ประวตั ิศาสตร์ในท้องถน่ิ จังหวัดเชียงราย ชนั้ ป.๑-๖
เกณฑก์ ารให้คะแนนเส้นทางเวลา
ประเดน็ ในการ (3) ดี (2) พอใช้ (1) ปรับปรงุ น้ำหนกั
3
ประเมิน -แปลงข้อมลู เพ่ือ -แปลงข้อมูลเพื่อ
นำเสนอในรูปแบบ นำเสนอในรปู แบบ 2
การนำเสนอ -แปลงข้อมูลเพื่อนำเสนอ ของเส้นเวลาทาง ของเส้นเวลาทาง
ประวตั ิศาสตร์ได้ ประวัตศิ าสตรไ์ ม่ 15
ข้อมลู ทาง ในรูปแบบของเสน้ เวลา ตรงตามลำดบั ของ ตรงตามลำดับของ
ชว่ งเวลาทาง ช่วงเวลาทาง
ประวัตศิ าสตร์ ทางประวตั ิศาสตร์ ไดต้ รง ประวัติศาสตร์ได้ ประวัติศาสตรแ์ ละ
ถูกต้องแต่ รายละเอยี ดเน้ือหา
ในรปู แบบเสน้ ตามลำดับของช่วงเวลา รายละเอยี ดเนื้อหา สาระสำคญั ไม่
สาระสำคัญไม่ ครบถว้ น
เวลาทาง ทางประวตั ิศาสตรไ์ ด้ ครบถ้วน
-นำเสนอถูกต้อง -นำเสนอถกู ต้อง
ประวัตศิ าสตร์ ถกู ต้อง ชดั เจน ไม่ตรงใน ชัดเจน ไม่ตรงใน
บางประเดน็ บางประเด็น
การนำเสนอ -นำเสนอถูกต้อง ชดั เจน อ้างอิงได้ตาม อา้ งองิ ได้ตาม
ตรงตามประเด็น ข้อมลู มี ประเด็นทนี่ ำเสนอ ประเดน็ ทีน่ ำเสนอ
แหล่งทมี่ าอ้างองิ ได้ -นำ้ เสียงชดั เจน -ไมม่ ั่นใจในการ
ถูกต้อง และมั่นใจ ใช้ภาษา นำเสนอ ใชภ้ าษา
-น้ำเสียงชดั เจนและมั่นใจ ถกู ต้อง ยังไม่ถูกต้อง
ใชภ้ าษาถกู ต้อง
รวม
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
คะแนน 11-15 คะแนน ดี
คะแนน 6- 10 คะแนน พอใช้
คะแนน 1-5 คะแนน ปรับปรุง
เกณฑ์การผา่ น ระดับ พอใช้
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ 172
ผา่ นแหลง่ เรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตรใ์ นทอ้ งถิน่ จงั หวัดเชยี งราย ชัน้ ป.๑-๖
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน กลมุ่
คำช้ีแจง: ประเมินการนำเสนองานกลุ่ม แล้วทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
กล่มุ ที.่ ..................
สมาชิกกลุม่ 1........................................................................... 2.............................................................
3............................................................................ 4.............................................................
ลำดับท่ี รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน
3 21
1. ดา้ นเน้อื หา
2. การนำเสนอผลงาน
รวม (15 คะแนน)
ลงชอ่ื ............................................ผปู้ ระเมิน
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน
ประเด็น ระดับคะแนน
ที่ประเมิน (3 ) ดี (2) พอใช้ (1) ปรับปรุง น้ำหนกั คะแนน
เน้อื หาสาระทีน่ ำเสนอ เนอ้ื หาสาระที่ เนือ้ หาสาระท่ี 3
ถกู ต้องตรงตามประเดน็ นำเสนอถกู ตอ้ งตรง นำเสนอไม่มคี วาม
ด้านเนื้อหา ชัดเจนเนอื้ หามีขัน้ ตอน ตามประเด็นชดั เจน ถูกต้อง และไม่
(3) วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ ทุกคร้งั ข้อมูลมี ครบประเดน็
ครบตามหัวข้อทกุ ประเด็น แหล่งที่มาอา้ งองิ เปน็
ข้อมูลมีแหล่งท่มี าอา้ งอิง สว่ นใหญ่
ได้
ถกู ต้องตามขัน้ ตอน ใช้ ใชภ้ าษาถูกต้องเปน็ ไม่ถูกตอ้ งตาม 2
การนำเสนอ ภาษาถกู ต้อง สือ่ ส่วนใหญ่ แตเ่ สียงเบา ข้ันตอน การใช้
ผลงาน ความหมายได้ง่าย เสียงดงั ท่าทางไมม่ น่ั ใจ ภาษายังไม่
(2) ชัดเจนและม่นั ใจ ถกู ต้องและยังไม่
เชอื่ มโยง มีการใช้
เสยี งเบา ท่าทาง
ไมม่ น่ั ใจ
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ 173
คะแนน 11-15 คะแนน ดี
คะแนน 6- 10 คะแนน พอใช้
คะแนน 1-5 คะแนน ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารผ่าน ระดบั พอใช้
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์
ผา่ นแหลง่ เรียนรปู้ ระวตั ิศาสตรใ์ นทอ้ งถิน่ จังหวดั เชียงราย ชั้น ป.๑-๖
แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
ช่อื -สกลุ นกั เรยี น.....................................................................ห้อง..............................เลขที่…….
คำช้แี จง: สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียน แล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในชอ่ งท่ตี รงกับระดับคะแนน
สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
1. ความสามารถในการคดิ 32
1.1 มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์
2. ความสามารถในการสื่อสาร 1.2 มีทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์
1.3 สามารถคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ
1.4 มคี วามสามารถในการคิดอย่างมรี ะบบ
2.1 ใชภ้ าษาถ่ายทอดความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด
ความรู้สกึ และทศั นะของตนเองด้วยการพูดและการ
เขยี น
2.2 พดู เจรจาต่อรอง
2.3 เลือกรบั หรอื ไมร่ บั ข้อมลู ขา่ วสาร
2.4 เลือกใช้วิธีการสอื่ สาร
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครัง้
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
คะแนน 17-24 คะแนน ดี (3)
คะแนน 9-16 คะแนน พอใช้ (2)
คะแนน 1-8 คะแนน ปรับปรุง (1)
เกณฑก์ ารผา่ น ระดบั พอใช้ (2)
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วิธีการทางประวัตศิ าสตร์ 174
ผา่ นแหลง่ เรยี นรูป้ ระวตั ศิ าสตร์ในท้องถิ่น จงั หวัดเชยี งราย ชน้ั ป.๑-๖
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
คำชแ้ี จง: สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ทำเครื่องหมาย✔
ลงในช่องทีต่ รงกับ ระดับคะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ 321
1. ใฝ่เรียนรู้ 1.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรูต้ ่างๆ
1.2 มกี ารจดบนั ทึกความรู้อย่างเป็นระบบ
1.3 สรปุ ความรู้ได้อยา่ งมีถูกต้อง มเี หตผุ ล
2. 1.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รับมอบหมาย
ม่งุ มน่ั ในการทำงาน 1.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ต่ออปุ สรรคเพ่ือให้งานสำเรจ็
ลงชอ่ื ............................................ผปู้ ระเมิน
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้ัง
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
คะแนน 11-15 คะแนน ดี (3)
คะแนน 6-10 คะแนน พอใช้ (2)
คะแนน 1-5 คะแนน ปรับปรงุ (1)
เกณฑ์การผ่าน ระดบั พอใช้ (2)
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 175
ผ่านแหล่งเรียนรปู้ ระวตั ิศาสตร์ในท้องถ่ิน จังหวัดเชยี งราย ช้ัน ป.๑-๖
หน่วยการเรียนรปู้ ระวัติศาสตรผ์ า่ นแหล่งเรียนรู้ทอ้ งถ่ินจงั หวดั เชียงราย
หนว่ ยการเรียนรู้ เร่อื ง พระภูมีสรา้ งจังหวดั (ประวตั จิ งั หวดั เชียงราย) รหัสวิชา ส14102
รายวิชา ประวตั ิศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4 เวลา 5 ชัว่ โมง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมายความสำคัญของเวลา และยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร์ สามารถใช้
วิธีการทางประวตั ศิ าสตรม์ าวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อยา่ งเป็นระบบ
2. ตัวชี้วดั
ส 4.1 ป.4/3 แยกแยะประเภทหลกั ฐานที่ใช้ในการศกึ ษาความเป็นมาของทอ้ งถิน่
3. สาระสำคญั
การศึกษาความเปน็ มาของท้องถิน่ ของตนโดยใช้หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรใ์ นทุกด้าน ทำให้เกิดการ
เรยี นรู้ รักและภาคภูมิใจในท้องถิน่ ของตน
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
4.1.1 ประเภทของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรท์ ่แี บง่ เป็นหลักฐานชนั้ ตน้ และหลักฐานชั้น
รอง
4.2.2 ตวั อย่างหลกั ฐานที่ใช้ในการศกึ ษาความเป็นมาของท้องถน่ิ ของตน
4.2.3 การจำแนกหลักฐานของท้องถ่นิ เปน็ หลักฐานช้ันต้นและหลักฐานชนั้ รอง
4.2. สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถนิ่ (ถา้ มี)
4.2.1 ประวัติความเป็นมาของจงั หวัดเชยี งราย
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการคิด
5.2 ความสามารถในการสื่อสาร
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 มีวินัย มีความรับผิดชอบ
6.2 ใฝ่เรยี นรู้
6.3 มุง่ ม่ันในการทำงาน
7. ช้ินงาน/ภาระงานรวบยอด
เส้นทางเวลาเชียงรายบ้านเฮา
8. การประเมินผล ช้นิ งาน/ภาระงานรวบยอด
เสน้ ทางเวลาเชียงรายบ้านเฮา
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ 176
ผา่ นแหลง่ เรียนรู้ประวัตศิ าสตรใ์ นทอ้ งถิ่น จังหวดั เชยี งราย ชน้ั ป.๑-๖
9. กิจกรรมการเรียนรู้
ช่วั โมงท่ี 1
ขน้ั ตอนที่ 1 การตง้ั ประเดน็ คำถาม
1. นกั เรียนดูภาพจังหวดั เชียงราย ในอดตี แล้วร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั ภาพ ตัวอย่างภาพอยใู่ น
ภาคผนวก เช่น วดั พระสงิ ห์ การค้าขาย การลากซุง พระธาตดุ อยตุง การแสดงฟ้อนเลบ็
อนุสาวรยี ์พญามังราย เปน็ ตน้ โดยสนทนาในประเด็น
-ภาพเกย่ี วกบั อะไร เคยรจู้ ักหรอื เคยเหน็ หรอื ไม่ นา่ จะเกิดขึ้นตอนไหน
2. ครูสนทนาเกี่ยวกับภาพจังหวัดเชยี งรายในอดตี แลว้ ถามนักเรียนว่า นกั เรยี นอยากรอู้ ะไรเก่ียวกับ
เชียงราย โดยให้นกั เรียนตงั้ คำถามความเปน็ มาของจังหวดั เชยี งราย เพ่อื นำสกู่ ารแสวงหาคำตอบ
เชน่
- ใครเป็นคนสร้าง
- ตัง้ อยทู่ ่ีไหน
- สรา้ งต้งั แตเ่ ม่อื ไร
- มีกษตั ริย์ปกครองกี่พระองค์ มีใครบา้ ง
- มเี หตุการณ์สำคัญทเ่ี กยี่ วข้องกับการปกครองเมืองเชยี งราย อะไรเกิดขึน้ บา้ ง
- เหตกุ ารณ์ทเ่ี กิดขึ้นมผี ลต่อคนในปจั จบุ นั อยา่ งไร
3. แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 3-5 คน รว่ มกนั วางแผนการสบื คน้ หาประวัตศิ าสตร์จงั หวัดเชยี งราย
โดยมขี นั้ ตอน ดงั น้ี
- ตง้ั ประเด็นคำถามสิง่ ทอี่ ยากรู้
- กำหนดวธิ กี ารศึกษาหาคำตอบในสิ่งที่อยากรู้ (สงั เกต/สัมภาษณ์/วาดรปู ) ตามหัวข้อท่ีนักเรียนอยากรู้
(ใคร ทำอะไร ท่ีไหน เมอื่ ไร) และสืบค้นจะแหลง่ ข้อมลู ใด
- กำหนดผรู้ บั ผิดชอบในแตล่ ะกิจกรรม วัน เดอื น ปี ที่ไปศึกษาและเตรยี ม
ขน้ั ตอนท่ี 2 การคน้ หาและรวบรวมหลักฐาน
4. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั สบื คน้ หาประวัติจงั หวดั เชียงรายจากแหล่งข้อมูลที่ไดว้ างแผนไว้
ชัว่ โมงท่ี 2
ขน้ั ตอนที่ 3 การตรวจสอบและตีความหลักฐาน
5. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอประวตั ขิ องจงั หวดั เชียงราย โดยระบหุ ลักฐานที่สบื คน้ หรือแหล่ง
อ้างอิง
6. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันพิจารณาหลักฐานที่สบื คน้ หรือแหลง่ อ้างอิงมีความน่าเชือ่ ถือหรอื ไม่ และ
รว่ มกันจำแนกหลกั ฐานว่าหลักฐานที่ปรากฏเปน็ หลักฐานชั้นต้น หรือหลกั ฐานช้ันรอง
ขน้ั ตอนที่ 4 สรปุ ข้อเท็จจริง
7. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ประวตั ิของจังหวดั เชียงราย ตามประเด็นดงั นี้
- ใครเป็นคนสร้าง
- ต้ังอย่ทู ่ีไหน
- สรา้ งต้งั แตเ่ ม่ือไร
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ 177
ผา่ นแหลง่ เรยี นรู้ประวตั ิศาสตร์ในทอ้ งถ่นิ จังหวดั เชยี งราย ช้ัน ป.๑-๖
- มีกษตั ริยป์ กครองก่ีพระองค์ มใี ครบา้ ง
- มเี หตุการณ์สำคัญทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับการปกครองเมืองเชยี งราย อะไรเกิดขึน้ บ้าง
- เหตุการณท์ ี่เกิดขน้ึ มผี ลต่อคนในปจั จุบนั อยา่ งไร
ชัว่ โมงท่ี 3
ขนั ตอนท่ี 5 การนำเสนอขอ้ มลู
8. นกั เรยี นร่วมกนั จัดทำแผนภาพความคดิ ประวัตจิ ังหวดั เชียงราย และนำเสนอตอ่ ชนั้ เรียนแลว้ ให้
นักเรียนนำไปจดั ป้ายนิเทศ แสดงผลงานของนักเรียน
ชั่วโมงที่ 4
ข้นั ตอนที่ 1 การตง้ั ประเดน็ คำถาม
9. ครูสนทนากบั นกั เรียนถึงประวตั คิ วามเป็นมาของจงั หวดั เชยี งราย แลว้ ใหน้ ักเรียนบอกเหตกุ ารณ์
สำคัญที่เกิดขนึ้ ในแต่ละช่วงเวลาที่เก่ยี วกับการปกครองมอี ะไรบา้ ง
ขน้ั ตอนที่ 2 สืบค้นและรวบรวมข้อมูล
10. นักเรยี นร่วมกนั นำข้อมูลที่รวบรวมได้ในชั่วโมงที่ 1 ของทุกกลุ่มทีส่ ืบคน้ มาได้ แลว้ ร่วมกนั
วเิ คราะหเ์ หตุการณ์ทเ่ี กิดขน้ึ
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบขอ้ มูลหลักฐาน
11. นกั เรยี นร่วมกนั พจิ ารณาขอ้ มลู เหตุการณส์ ำคญั ท่เี กิดข้ึนตามชว่ งเวลา เพ่ือดวู ่าข้อมลู จากแหลง่
ต่างๆ มีความแตกต่าง ความถูกต้อง ความเป็นไปได้และความนา่ เช่ือถือของข้อมลู มากน้อยเพียงใด
ขั้นตอนท่ี 4 สรปุ ข้อเท็จจริง
12. นักเรยี นรว่ มกนั เรียงลำดบั เหตกุ ารณต์ ามเวลาก่อนหลงั จดั ลำดับเหตุการณ์ท่ีเก่ียวข้องกันไว้
ดว้ ยกนั
13. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันจดั ทำเส้นทางเวลา timeline เหตกุ ารณ์สำคัญเก่ียวกับการสร้างเมือ
เชียงราย หรือจงั หวดั เชียงราย ลงในกระดาษบรฟู ตกแตง่ ให้สวยงาม
ขั้นตอนที่ 5 การนำเสนอ
9. นักเรยี นรว่ มกันนำเสนอเส้นทางเวลา เหตุการณส์ ำคญั เกี่ยวกบั การสรา้ งเมอื งเชยี งราย หรอื จงั หวัด
เชียงราย
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ 178
ผา่ นแหล่งเรยี นรปู้ ระวัติศาสตร์ในท้องถนิ่ จังหวดั เชียงราย ช้นั ป.๑-๖
10.การวัดและประเมินผล วธิ วี ัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
- ตรวจผลงาน - แบบประเมิน ผลงาน ระดบั คุณภาพ 2
รายการวัด แผนภาพความคิด ผา่ นเกณฑ์
1) การสืบคน้ ประวตั คิ วามเป็นมา -ตรวจผลงานเสน้ ทางเวลา ประวัตคิ วามเปน็ มาของ
ของจังหวดั เชยี งราย และการนำเสนอผลงาน จงั หวดั เชียงราย ระดบั คุณภาพ 2
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน ผ่านเกณฑ์
2) การลำดับเหตกุ ารณส์ ำคัญ รายบคุ คล - แบบประเมนิ ผลงาน ระดับคุณภาพ 2
เก่ยี วกับการสรา้ งเมอื งเชียงราย - สงั เกตความสามารถใน เส้นทางเวลา ผ่านเกณฑ์
3). พฤติกรรมการทำงาน การคิด และการส่ือสาร ระดบั คุณภาพ 2
- สงั เกตความมีวินยั แบบสังเกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
4) สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น ความรบั ผิดชอบ ใฝเ่ รยี นรู้ การทำงานรายบคุ คล ระดบั คุณภาพ 2
และมุง่ ม่นั ในการทำงาน ผา่ นเกณฑ์
5) คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ - แบบประเมนิ สมรรถนะ
สำคญั ของผู้เรียน
- แบบประเมิน
คุณลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์
11. สือ่ /แหลง่ เรยี นรู้
1. ใบความรู้ ประวตั ิจงั หวดั เชียงราย
2. หนังสือประวตั เิ มืองเชียงราย ของสำนักงานจงั หวัดเชยี งราย
3. เวบ็ ไซต์ http://www.chiangrai.net (สำนักงานจังหวดั เชียงราย)
4. เว็บไซต์ http://www.cots.go.th (สำนกั งานทอ่ งเทย่ี วและกฬี าจังหวดั เชียงราย)
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 179
ผ่านแหล่งเรียนรปู้ ระวตั ิศาสตร์ในท้องถน่ิ จังหวดั เชียงราย ชน้ั ป.๑-๖
ภาคผนวก
ภาพเชียงราย ในอดีต
อนสุ าวรยี ์ พญามงั ราย
การใชช้ า้ งลากซุง ในอาชีพคา้ ไม้
ท่ที ำการอำเภอเมืองเชียงราย
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ 180
ผา่ นแหลง่ เรียนรูป้ ระวัติศาสตร์ในท้องถิน่ จังหวัดเชียงราย ชน้ั ป.๑-๖
พธิ แี หล่ ูกแก้ว ในงานบวชพระ
ฟอ้ นเล็บ
วดั พระธาตุดอยตุง
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 181
ผา่ นแหลง่ เรียนร้ปู ระวตั ศิ าสตร์ในทอ้ งถน่ิ จังหวดั เชียงราย ชัน้ ป.๑-๖
ใบงานที่ 1
ประวตั จิ งั หวดั เชียงราย
คำช้แี จง ให้นกั เรียนร่วมกันวางแผนการสืบคน้ หาประวตั ศิ าสตร์จังหวดั เชียงราย
ช่ือกลุ่ม............................................................................................................
คำถาม/เรื่องทอ่ี ยากรู้ วิธีการหาคำตอบ แหลง่ ข้อมลู ผรู้ ับผดิ ชอบ วนั เวลา ที่สบื คน้
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 182
ผา่ นแหล่งเรยี นรูป้ ระวตั ิศาสตร์ในท้องถ่นิ จงั หวดั เชียงราย ช้ัน ป.๑-๖
ใบความรู้
ประวัตขิ องจังหวดั เชยี งราย
แผนทีจ่ งั หวัดเชยี งราย
จากการศึกษาดา้ นตำนานพืน้ เมอื งตา่ ง ๆ นักวิชาการท้องถิ่นของเชียงรายกลา่ ววา่ เรอ่ื งราวเกยี่ วดว้ ย
เร่ืองการตั้งอาณาจักรต่าง ๆ ทเ่ี ป็นดนิ แดนของจังหวดั เชยี งรายในปัจจบุ ันนน้ั ได้ปรากฏในพงศาวดารเหนือ เป็น
หนังสอื คมั ภีร์ใบลาน ตวั หนังสอื อกั ษรธรรมล้านนา ตำนานเมอื งโยนกนครไชยบรุ ีศรชี า้ งแสน บางแหง่ เรียกว่า
ตำนานโยนกนครราชธานี ไชยบรุ ศี รีชา้ งแสง เช่น ตำนานสิงหนวตั ิ เป็นตน้ แตล่ ะเล่มเป็นเรอ่ื งราวเก่ียวกบั เมือง
โยนกทงั้ สน้ิ จงึ ถกู เรียกอีกช่ือหน่ึงว่าพงสาวดารโยนก อีกประการหนง่ึ จะเก่ียวพนั กบั อาณาจกั รโบราณต่าง ๆ อนั
เป็นท่ตี ั้งของจังหวดั เชียงรายในปัจจุบนั
ตามแนวความคิดเกีย่ วกับถิ่นกำเนดิ ของชนชาติไทยในหลายความคดิ ได้มีความเช่อื ว่า ถน่ิ กำเนดิ ของ
ชนชาติไทยนั้นน่าจะอยู่ทางประเทศจนี มาก่อน ในยุคทช่ี นชาตไิ ทยเรากำลังหนจี นี มาตั้งนครหลวงอยทู่ แ่ี ควน้ เมา
และหนองแสน้ัน ถิ่นท่ีเป็นทีต่ ั้งของจังหวดั เชยี งรายน้ีเปน็ ที่อยขู่ องชาวป่าชาวเขาพวกหนึ่งเรยี กว่า “ลวั ะ” (หรือ
ลงั วะ หรือละวา้ ) และชาวป่าพวกอ่ืนอาศัยอยู่
ครง้ั น้นั ราว พ.ศ. 50 ไทยเผา่ หนึง่ เรียกว่า อ้ายลาว ตั้งอาณาจักรอยทู่ ่ีนครปา ถูกจนี รุกรานหนกั เข้า จงึ
อพยพมาต้ังอยู่บริเวณเมืองเลม็ เชยี งร้งุ เชียงลาว รมิ แมน่ ำ้ สาย ตัง้ ราชวงศข์ น้ึ ปกครองสืบต่อกนั มาจนถงึ สมัย
ลวจกั ราช จงึ ได้ลงมาตั้งเมืองทต่ี ำบลยางเสีย่ วใกล้ดอยตุง เรยี กว่า เชียงลาว
ราวพทุ ธศตวรรษที่ 5 มพี วกไทยถอยร่นจากจีนตอนใต้ มาสมทบไทยที่เมืองเชยี งลาวมากขึน้ ทกุ ที จงึ ได้
ขยายเมืองใหก้ วา้ งขวางขนึ้ อกี เรยี กวา่ แควน้ ยุนซาง หรือยวนเซียง มีอาณาเขตแผ่ไปถึงหลายเมือง เช่น เวยี ง
กาหลง (อำเภอเวยี งปา่ เป้าในปัจจุบนั น้)ี เวยี งฮอ่ ดงเวยี ง เวียงวงั แจ้ห่ม เชยี งแสน ท้งั นี้ภายหลัง พ.ศ. 590 เป็น
ตน้ มา
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ 183
ผา่ นแหล่งเรียนรูป้ ระวัติศาสตรใ์ นท้องถนิ่ จงั หวดั เชียงราย ชัน้ ป.๑-๖
ต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ 11 ขอมมีอำนาจถึงอาณาจักรโครตบูรณ์ จงึ ยกเข้ามาตแี คว้นยวนเซยี ง ขบั ไล่
ชาวไทย แล้วตง้ั เมืองขึ้นทเี่ ชียงแสน เรยี กวา่ สวุ รรณโคมคำ บริเวณท่ีเคยเป็นเมืองเชยี งลาว ใกล้ฝัง่ นำ้ โขง และ
ไดส้ ร้างเมือง อุมงคเสลา ทเ่ี มืองฝาง ต้นลำน้ำกก อาณาเขตสุวรรณโคมคำของขอมครั้งนนั้ ทศิ เหนอื จดถงึ เมือง
หนองแส ทศิ ใตจ้ นฝายนาค (ลผี ี) ตะวนั ออกถึงแม่น้ำแตก (แม่น้ำแท้) ทศิ ตะวนั ตกถงึ แม่นำ้ ตู แต่ขอมปกครอง
ไทยอย่างปา่ เถื่อนและทารุณจนไทยเราอพยพจากเมืองสวุ รรณโคมคำกระจดั กระจายไปอีก ขอมจงึ ย้ายไปต้งั
เมืองอมุ งคเสลา (เมืองฝางในปจั จบุ ัน) ท้ิงใหเ้ มืองสุวรรณโคมคำรา้ งไว้)
เจ้าสิงหนวตั ิกุมาร โอรสพระเจา้ เทวกาล กษัตริย์เมืองหนองแส เปน็ ชัน้ หลานปู่ของขุนบรม ไดอ้ พยพ
คนไทยประมาณแสนครัวจากหนองแส (ตาลิฟ)ู ลงมาสรา้ งเมอื งข้นึ ใหม่อีกให้มน่ั คงถาวรยิง่ ข้ึน แลว้ ขนานนาม
ว่า เมอื งนาคพันธุสิงหนวตั ินคร ภายหลงั เรยี กสน้ั ๆ ว่า นาเคนทร์นคร, นาคบุรี, โยนกนาคนคร และโยนกนคร
หลวง เป็นตน้ (คอื เมืองเชียงแสนในปัจจบุ ัน)
พระเจ้าสิงหนวัติครองราชย์สมบัติในโยนกนครหลวงได้ 52 ปี สวรรคตเมื่อ พ.ศ. 1367 มีกษัตริย์
ปกครองสืบต่อกันมาอีกหลายองค์ องคท์ ่สี ำคญั ๆ เชน่ รัชกาลที่ 3 พระเจ้าอชตุ ราช ผู้สรา้ งมหาสถูปดอยตุง ปู
ชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเชียงรายและล้านนาไทย รัชกาลท่ี 4 พระเจ้ามังรายนราช (โอรสพระเจ้าอชุ
ตราช) พระองค์มีโอรส 2 พระองค์ องค์ใหญ่มีพระนามว่า พระองค์เชือง องค์เล็กมีพระนามว่า ไชยนารายณ์
รชั กาลท่ี 5 พระองค์เชือง (ราชโอรสพระเจา้ มงั รายนราช ครองเมืองโยนกนครหลวงตอ่ มา)
ส่วนโอรสองค์ที่ 2 ของพระเจ้ามังรายนราช มีพระนามว่า พระองค์ไชยนารายณ์ ซึ่งเป็นพระองค์น้อง
ได้ไปสรา้ งเมอื งใหม่ที่ตำบลดอนมลู รมิ แมน่ ้ำลาว (น้ำกาหลง) เรียกวา่ เมืองไชยนารายณ์
พระองค์ไชยนารายณ์ ได้ครองเมืองไชยนารายณ์ และมีกษัตริย์สืบสันตติวงศ์ต่อมาอีกหลายพระองค์
จนถึงองค์ที่ 27 มีพระนามว่า พระองค์พังคราช ชาติไทยได้อ่อนกำลังลง ขอมซึ่งตั้งมั่นอยู่ที่เมืองอุมงคเสลา
ได้ยกทัพเข้าตีเมืองโยนกนาคนคร พระองค์พังคราชหนีไปอยู่เวียงสีทวง แต่นั้นมาไทยก็เป็นเมืองขึ้นของขอม
เรอ่ื ยมา ใน พ.ศ. 1461 พระมเหสกี ไ็ ด้ประสตู ิพระโอรส มพี ระนามวา่ เจ้าทกุ ขติ กมุ าร และตอ่ มา พ.ศ. 1436
พระมเหสีกป็ ระสตู เิ จา้ พรหมกมุ ารอกี พระองค์หนึ่ง ครง้ั เจ้าพรหมกมุ ารมีพระชนมายุ 17 พรรษา ทรงแกลว้ กล้า
ในการรบพุ่ง อย่างยิ่ง ได้ขับไล่ขอมจนสำเร็จ เมื่อ พ.ศ. 1479 แล้วเชิญพระราชบิดาไปครองเมืองโยนกนาค
นครต่อไป เจ้าพรหมกุมารตีได้เมืองอุมงคเสลาซึ่งมีอำนาจร่วม 500 ปีแตก ขับไล่ขอมจนถึงเมืองหริภุญไชย
และเมืองกำแพงเพชรจนหมดสิ้นเชื้อชาติขอมในอาณาจักรโยนก พระองค์สร้างเมืองอุมงคเสลาขึ้นใหม่ ขนาน
นามว่า เมืองไชยปราการ ในปี พ.ศ. 1479 นั้นเอง อนึ่ง เมืองโยนกนาคนครก็เปลี่ยนนามใหม่ว่า เวียงไชยบุรี
เพอ่ื ระลึกถงึ ชยั ชนะของพระองค์
พระเจ้าพรหมนครองเมืองไชยปราการต่อมา เสด็จสวรรคต พ.ศ. 1582 ก็ได้เสียเมืองให้แก่ขุนเสือ
ขวญั ฟา้ (บางฉบบั ก็วา่ พระยาสธุ รรมวดี) แม้กษัตริย์ทเี่ มอื งนครไชยบุรแี ละนครไชยนารายณ์จะยกทัพมาช่วยก็สู้
ข้าศึกไม่ได้ พระเจ้าไชยศิริจึงรับสัง่ ให้เผาเมือง แล้วอพยพผู้คนพลเมืองหนีมาทางใต้ ไปตั้งอยู่ที่เมืองอู่ทองเพ่ือ
ตั้งตัวต่อไป ยังมีกษัตริย์ไทยอีกพระองค์หนึ่ง พระนามว่า ลาวจก หรือลาวจง ปฐมกษัตริย์ในราชวงศ์จังกราช
(คำว่า ลว เป็นชื่อราชวงศ์ ไม่ใช่ลัวะหรือละว้าซึ่งเป็นชื่อชาวป่าชาวเขา) ซึ่งครองเมืองเชียงลาว (แคว้นจก)
ได้ขยายอำนาจมาจนถึงเมืองเงินยาง จนรวบรวมบ้านเมืองเป็นปึกแผ่นแล้วได้ขนานนามเมืองว่า หิรัญนครเงิน
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 184
ผา่ นแหลง่ เรียนรปู้ ระวตั ศิ าสตร์ในทอ้ งถ่นิ จงั หวดั เชยี งราย ชนั้ ป.๑-๖
ยาง และมีกษัตริย์ปกครองสืบต่อกันมาอีกหลายพระองค์ที่ได้กล่าวมานี้ เป็นสังเขปประวัติความเป็นมาก่อน
สร้างเมืองเชียงราย นับเป็นประวัติความเป็นมาของชาติไทยในดินแดนภาคเหนือ อันมีนครโยนกเป็นราชธานี
ตามการศึกษาจากตำนานพน้ื เมอื ง
จากหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรข์ องบางยคุ บางสมัยในดินแดนเหล่านี้ บางครั้งกม็ ีความคลาดเคลื่อนกัน
ไป ทั้งทางด้านสถานที่ หรือด้านของเวลา จึงยากที่จะชี้ชัดลงไปอย่างชัดเจนว่าหลักฐานใดถูกต้อง สำหรับ
อาณาจักรโบราณและเมืองต่าง ๆ อันเป็นที่ตั้ง ของจังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน ที่ปรากฏในตำนานหรือ
พงศาวดารและหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรน์ ้ัน พอจะแบ่งออกเปน็ ยุคต่าง ๆ ดงั นี้
ยคุ อาณาจกั รโยนกไชยบุรศี รีช้างแสน
ยุคหิรญั นครเงนิ ยาง
ยุคเชยี งราย (มังราย)
ยุคพันธุมตริ ตั นอาณาเขต
ยุคอาณาจักรโยนกไชยบรุ ศี รีชา้ งแสน
เร่ืองราวของอาณาจักรโยนกไชยบุรีศรชี า้ งแสน (ชา้ งแสง่ ก็เรียก) ทม่ี ีศูนย์กลางอยู่ทเ่ี มืองโยนกนครราช
ธานีศรีช้างแสน หรือเมืองนาคพันธุ์สิงหนวัตินครนั้น เป็นเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในพงศาวดารโยนก ได้กล่าวถึง
มหากษตั รยิ ์องคห์ น่ึง ชือ่ วา่ เทวกาละ ครองราชยส์ มบัตเิ ปน็ ใหญ่แกไ่ ทยทั้งหลายในเมืองนครไทยเทศ อนั มีเมือง
ราชคหะ (ราชคฤห์) เป็นนครหลวงมหากษัตริย์พระองค์นั้น มีราชโอรส 30 พระองค์ ราชธิดา 30 พระองค์
รวมท้งั หมด 60 พระองค์ ราชโอรสองคแ์ รกมีพระนามว่า พิมพิสารราชกุมาร องคท์ ่สี องมีพระนามว่า สิงหนวัติ
กุมาร (บางตำราเป็นสิงหนติกุมาร และเพี้ยนไปเป็น สีหนติกุมาร หรือศรีหนติกุมาร ก็มี) ด้วยเหตุว่ามีลักษณะ
และกำลงั ดุจราชสีห์นนั่ เอง
เมื่อนั้น มหากษตั รยิ ์ผู้เปน็ พอ่ ไดแ้ บ่งราชสมบัตใิ หแ้ ก่ราชโอรสและธดิ าท้ัง 60 พระองคแ์ ล้วไดแ้ ต่งตั้งให้
เจ้าพิมพิสาร โอรสองค์แรกเป็นอุปราชา และให้อภิเษกสมรสกับพระราชธิดาผู้หนึ่งให้อยู่ในเมืองราชคฤห์นคร
หลวง สว่ นโอรสและราชธิดา 29 คูน่ ั้น ให้จับคกู่ นั แลว้ แยกยา้ ยออกไปตง้ั บา้ นเมอื งอยตู่ ามท่ีต่าง ๆ
สว่ นเจา้ สงิ หนวตั ิกมุ ารโอรสท่สี องกบั น้องหญิงผหู้ นึ่งได้แบ่งเอาราชสมบัติพร้อมไพร่พลแสนหนึ่ง แล้วก็
เสด็จออกจากเมือง ราชคฤห์นครหลวง ข้ามแม่น้ำสระพูมุ่งหน้าไปทางทิศอาคเนย์ออกจากเมืองราชคฤห์ได้ 4
เดือน “พอถงึ เดอื น 5 ออก 11 ค่ำ วนั ศกุ ร์ ก็จงึ ได้ไปถงึ ประเทศท่หี นึ่งมสี ณั ฐานราบเปยี งเรียงงาม มแี มน่ ำ้ ใหญ่
น้ำฮาม น้ำน้อยมากนัก ก็บ่พอไกลขรนที (แม่น้ำโขง) เท่าใดนัก แลมีน้ำห้วยน้อยอันจักสร้างไร่นาดีนัก แลเป็น
แวน่ แควน้ เมอื งสุวรรณโคมคำเก่าอันรา้ งไปแลว้ น้ัน ในกาลน้ัน มแี ตพ่ วกลัวะ มลิ ะขุ คือชาวป่าชาวดอยทั้งหลาย
ยังอยู่ในซอกห้วยราวเขาภูดอยไคว่จุที่แล้ว และมีขุนหลวงผู้หนึ่ง นามว่า ปู่เจ้าลาวจก เป็นใหญ่แก่มิละขุ
ทงั้ หลายกย็ ังอย่ดู อยดินแดงอนั มีหนประจิมทิศประเทศนนั้ และยามนัน้ สงิ หนวัติกุมารก็มารอดถึงทีห่ นงึ่ หมดใส
กว้างขวางนัก บ่ไกลแม่น้ำใหญ่ แม่น้ำฮาม แม่น้ำน้อยมากแล แลห่างจากแม่น้ำ ขรนทีนั้น 7,000 วา แลเมือง
สุวรรณโคมคำเก่านัน้ อยู่เบ้อื งฝา่ ยแม่นำ้ ขรนทกี ำ้ หนา้ นนั้ แล”
ในตำนานนัน้ ได้กล่าวอีกว่า “เมื่อนั้น ท่านก็ให้แปงปางจอดยั้งเยาอชยั อยู่ที่นัน้ รอดเดือนสี่ ขึ้นหนึ่งคำ่
วันศุกร์ มหาศักราชขึ้นใหม่แถมตัวหนึ่งเป็น 18 ตัวปีล่วงเป้า วันนั้นยังมีพญานาคตัวหนึ่ง มีชื่อว่า “พันธุ
นาคราช” ก็มาเนรมิตตนเป็น พราหมณ์ผู้หนึ่ง แล้วเข้ามาสู่ที่แห่งเจ้าสิงหนวัติกุมาร แล้วกล่าวว่า “ดูกร เจ้า
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 185
ผ่านแหลง่ เรยี นร้ปู ระวัติศาสตรใ์ นท้องถิ่น จังหวดั เชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
กุมารท่านนี้ เป็นลูกท้าวพระยามหากษัตริย์ หรือว่าเป็นลูกเศรษฐีหรือคหบดี กระฎุมพี แลว่าพ่อค้า อั้นจา
ลกู บา้ นใดเมอื งใดมานัน้ จาแลเจา้ กมุ ารเห็นวา่ มีประโยชนอ์ นั ใดจา จงึ มายงั้ พักยงั สถานท่นี ี้ วา่ อัน้ วา่ ดังน้ี เม่อื น้ัน
เจ้าสิงหนุวัติกุมาร กล่าวว่าดูกรท่านพราหมณ์ เรานี้หากเป็นลูกกษัตริย์ตนหนึ่ง ชื่อว่าเทวกาละ ผู้เป็นเจ้า
แผ่นดนิ เมืองราชคฤหน์ ครหลวงพนุ้ แล เรามานเ่ี พ่อื จักแสวงหาที่ควรสร้างบ้านต้ังเมืองอยู่แล ว่าอ้ัน เม่ือนั้นนาค
พราหมณ์ก็ว่า ดีแท้แล ท่านจุ่งมาตั้งที่นี้ให้เป็นบ้านเมืองอยู่เทอะ จักวุฒิจำเริญดี จักบริบูรณ์ด้วยข้าวของราช
สมบัติประการหนึ่ง ข้าศึกศัตรูทั้งหลาย เป็นต้นว่าศึกมหานครเมืองใหญท่ ั้งหลายจักมารบก็เป็นอันยาก เหตุว่า
แมน่ ำ้ ใหญ่ สะเภาเลากาจกั มาก็ไม่ถึง แต่วา่ ขอให้มีสจั จะรกั ษายังข้าคนและสัตว์ทัง้ หลายแด่เทอะ”
เมื่อนั้น เจ้าสิงหนวัตกิ ุมารจึงกล่าวว่า “ดูกร ท่านพราหมณ์ ท่านนี้อยู่ที่ใด อยู่บ้านเมืองใด และมีชื่อว่า
ดังฤานาคพราหมณก์ ก็ ล่าวว่า “ข้านี้มชี ่อื วา่ พนั ธุพราหมณ์ อยู่รกั ษาประเทศทน่ี ี่มาต้ังแต่ตระกลู เคา้ มาแล ทา่ นจุ่ง
ใช้สัปปรุริสะแห่งท่านไปตามดูที่อยู่แห่งข้าเทอะ ว่าอั้น” แล้วก็กล่าวอำลาเจ้าสิงหนวิตกุมารออกไปแล เจ้าสิง
หนวตั กิ มุ ารจึง่ ใชใ้ ห้บา่ วแหง่ ทา่ นตามไปดู 7 คน ไปทางหนหรดี ไกลประมาณ 1,000 วา แล้วก้ลวดหายไปเสีย
แล เมื่อนั้นบ่าวทั้ง 7 คน จึงกลับคืนมาบอกแก่เจ้าแห่งเขา ตามดั่งที่ได้เห้นมานั้นทุกประการแล เจ้าสิงหนวัติ
กุมารได้ยินคำดังนั้นก็สลั่งใจอยู่แล ส่วนว่านาคพราหมณ์ผู้นั้นก็เอาเพศเป็นพญานาคดังเก่าแล้วก็ทวนบุ่นไปให้
เปน็ เซตคเู วียง กว้าง 3,000 วา รอดชุกนำ้ แล้วก็หนีไปสทู่ ่ีอยู่แห่งตนในกลางคืนนนั้ แล ครนั้ รุ่งแจ้งแล้ว เจ้าสิง
หนวัติกุมารเห็นเป็นประการฉันนั้นแล้ว ก็มีใจชื่นชมยิ่งนัก จึงให้หาพราหมณ์อาจารย์มา แล้วก็ตรัสถามว่า
“พราหมณ์ผมู้ าบอกให้แกเ่ ราน้ัน จักเปน็ เทวบุตร เทวดา พระยาอินทร์พรหมดังฤา พราหมณ์
อาจารย์จึงกล่าวว่า ตามดั่งข้าผู้เฒ่ามาพิจารณาดูนี้ คงจะเป็นพญานาคเป็นแน่แท้ เมื่อนั้นก็พร้อมกัน
เขา้ ยังเรือนหลวง แลว้ ตง้ั หอเรอื งบริบูรณ์แล้ว ก็เขา้ อยเู่ ป็นเมืองใหญ่ แล้วพราหมณ์อาจารยผ์ ู้นน้ั ก็พิจารณา เอา
ชื่อพญานาคพันธ์ุน้นั กับชอื่ กุมารผ้เู ป็นเจา้ นัน้ ชือ่ สงิ หนวัตนิ น้ั มาผสมกัน แล้วเรยี กนามเมอื งนั้นว่า เมืองพันธุสิง
หนวัตินคร น้นั แล
เมื่อเจ้าสิงหนวัติกุมารได้เป็นเจ้าเมืองพันธุสิงหนวัตินครแล้ว ได้มีอาชญาเรียกว่าเอาขุนหลวง มิลักขุ
ทั้งหลาย ให้เข้ามาสู่สมภารแห่งพระองค์นั่นแล แต่นั้นไปภายหน้าได้ 3 ปี ยังมีเมืองอันหนึ่งอยู่หนหรดี ไกล
ประมาณ 4 คืนทาง มีข้างหัวกุกกะนที (แม่น้ำกก) ที่นั่น ชื่อว่าเมืองอุมงคเสลานคร เมืองนั้นเป็นที่อยู่ของชาว
ขอมทั้งหลาย และส่วนว่าเมืองขอมนี้ก็เป็นเมืองพร้อมกันกับ เมืองสุวรรณโคมคำ แต่ครั้งสมัยศาสนาพระกัสส
ปะและยังไม่เคยเป็นเมอื งร้างเลย พระยาขอมเจ้าเมอื งอุมงคเสลานครนัน้ มีมานะกระด้างไม่ยอมเข้าสู่บรมโพธิ
สมภารเจ้าสิงหนวัติ พระองค์จึงยกกำลังรี้พลไปรบเอาเมืองอุมงคเสลานครได้เข้าสู่ บรมโพธิสมภารแต่นั้นมา
มหาศักราชได้ 22 ตวั ปีดังไส้ ตง้ั เมืองพันธุสิงหนวตั ินครได้ 5 ปี ถึงปนี น้ั ทา่ นกป็ ราบไดล้ ้านนาไทยทงั้ มวลแลฯ
เสนาอำมาตย์ พราหมณ์อาจารย์ ไพร่ไทยทั้งหลาย ก็พร้อมใจกันราชาภิเษกยังเจ้าสิงหนวัติราชกุมาร
ขน้ึ เปน็ เอกราชมหากษัตริย์ ปราบลา้ นนาไทยท้ังมวล ขนานพระนามว่าเจ้าพระยาสงิ หนวตั ิราชกษัตริย์ตั้งแต่นั้น
มา และเมอื งน้ีก็บริบูรณ์ดว้ ยผู้คน ช้างมา้ วัวควาย สมบัตมิ ากนกั เกดิ เปน็ เมอื งใหญ่แตน่ ั้นมา มอี าณาเขตดังน้ี
ในทิศบูรพา มีแมน่ ำ้ ขรนทเี ป็นแดน
ในทศิ ปจั ฉิม มดี อยรปู ช้างชุนนำ้ ย้อยมาหาแม่คงเป็นแดน
ในทิศอุดร มีตา้ ง (เขอ่ื น) หนองแสเป็นแดน
ในทศิ ทกั ษณิ มลี วะรฐั เปน็ แดน
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ 186
ผา่ นแหลง่ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ในทอ้ งถิน่ จงั หวัดเชยี งราย ชน้ั ป.๑-๖
บ้านเมืองก็มีความสงบสุขร่มเย็นตลอดสมัยของพระเจ้าสิงหนวัติ พระองค์ครองราชสมบัติได้ 102 ปี
มีอายุได้ 120 ปี (บางตำนานกว็ า่ ครองราชย์ได้ 52 ป)ี ในภายหลงั อาณาจักรโยนกไชยบรุ ีศรชี า้ งแสน ท่ีมีเมือง
พันธุสิงหนวัตินครเป็นเมืองหลวงนั้น ตำนานได้กล่าวไว้ว่า ได้มีกษัตริย์ปกครองสืบเนื่องต่อกันมาประมาณกว่า
40 พระองค์ ซง่ึ บางพระองคก์ ็จะปรากฏพระนาม ในตำนานของการสร้างเมืองใหม่ หรือโบราณสถานท่ียังคงมี
มาอยจู่ นถึงยุคปัจจุบัน ไดแ้ ก่ พระเจา้ อชุตราช กษัตริย์องค์ท่ี 3 เปน็ ผูส้ ร้างพระธาตเุ จ้าดอยตุง โอรสองค์ที่สอง
ของพระเจ้ามังรายนราช กษัตริย์องค์ที่ 4 คือ พระองค์ไชยนารายณ์ เป็นผู้สร้างเวียงไชยนารายณ์ พระองค์เว่า
หรอื พระองค์เวา กษตั ริยอ์ งคท์ ี่ 10 เป็นผสู้ รา้ งพระธาตุดอยเวา อำเภอแมส่ าย เปน็ ต้น
รายนามกษัตรยิ ์ทีป่ กครองอาณาจักรโยนกไชยบุรีศรีช้างแสน
(จากพงศาวดารโยนก ของพระยาประชากจิ กรจักร)
1. สิงหนกุมาร 2. คันธกมุ าร 3. อชุตราช
4. มังรายนราช 5. พระองค์เชอื ง 6. พระองคช์ ืน
7. พระองคด์ ำ 8. พระองค์เกิง 9. พระองคช์ าติ
10. พระองค์เวา 11. พระองค์แวน 12. พระองค์แกว้
13. พระองค์เงิน 14. พระองค์ตน 15. พระองค์งาม
16. พระองค์ลือ 17. พระองคร์ วย 18. พระองค์เชงิ
19. พระองค์กัง 20. พระองค์เกา 21. พระองค์พิง
22. พระองค์ศรี 23. พระองคส์ ม 24. พระองคส์ วรรย์ (สวน)
25. พระองค์แพง 26. พระองค์พวน 27. พระองคจ์ ักทร์
28. พระองค์ฟู 29. พระองคผ์ ัน 30. พระองค์วงั
31. พระมงั สิงห์ 32. พระมงั แสน 33. พระมังสม
34. พระองค์ทิพ 35. พระองค์กอง 36. พระองค์กม (กลม)
37. พระองค์ชาย (จาย) 38. พระองคช์ นิ (จิน) 39. พระองคช์ ม (จม)
40. พระองค์กัง (ปัง) 41. พระองค์กิง (พึง) 42. พระองค์เกียง (เปียง)
43. พระองค์พงั (พังคราช) 44. ทุกชติ 45. มหาวนั
46. มหาไชยชนะ
อาณาจักรโยนก ได้มีกษัตรยิ ป์ กครองสบื ต่อกนั มาจนสมยั พระองคม์ หาไชยชนะ อาณาจักรจงึ ไดถ้ ึงกาล
ลม่ จม ดังปรากฏในตำนานสงิ หนวัติท่กี ล่าวว่า ไดม้ ีชาวเมอื งไปไดป้ ลาไหลเผือก (บางตำนานก็ว่าปลา)
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวัติศาสตร์ 187
ผา่ นแหล่งเรียนรปู้ ระวัติศาสตรใ์ นท้องถิน่ จงั หวดั เชยี งราย ช้นั ป.๑-๖