มหากษัตริย์ พระองค์จึงให้ตัดเป็นท่อนแจกกันกินทั่วทั้งเวียง และในคืนนั้นก็ได้เกิดมีเหตุเสียงดังสนน่ั
เหมือนกับแผ่นดินไหว ถึงสามครั้ง จนเป็นเหตุให้เมืองโยนกถล่มกลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ แต่ก็เป็นน่า
อัศจรรย์ที่ยังคงเหลือบ้านของหญิงหม้ายคนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้รับส่วนแบ่งเนื้อปลานั้นจากชาวเมืองไปบริโภค ใน
ปัจจุบันหนองน้ำดังกลา่ วจึงได้มผี ู้สันนิษฐานไปต่าง ๆ กัน บ้างก็สันนิษฐานว่าคือทะเลสาบเชียงแสน (หนองบง
กาย) ในเขตอำเภอเชียงแสน บ้างก็ว่าคือเวียงหนองล่ม (เวียงหนองหรือเมืองหนองก็ว่า) ในเขตอำเภอแม่จัน
เนื่องจากมีชอ่ื สถานทต่ี ่าง ๆ ไดป้ รากฏอยใู่ นปัจจุบันนอี้ ย่ใู กล้เคยี งบริเวณนัน้ เชน่ บ้านแม่ลาก ก็หมายถึงตอนท่ี
ชาวเมืองได้ช่วยกันลากปลาไหลตัวนั้น บ้านแม่ลัว (คงเลือนมาจากคำว่าคัว) ก็หมายถึงตอนที่ได้ชำแหละปลา
ไหลนั้นเพื่อแจกจ่ายกัน แม่น้ำกก หมายถึงตัดเป็นชิ้น ๆ ซึ่งชื่อดังกล่าวนี้ปัจจุบันมีอยู่ ในท้องที่ของอำเภอท่า
ข้าวเปลือก อำเภอแมจ่ ัน และยังมผี ูส้ ันนษิ ฐานวา่ คือหนองหลวง ในเขตอำเภอเวยี งชยั อีกดว้ ย
หลังจากที่อาณาจักรโยนกได้ลม่ สลายพร้อมด้วยราชวงศ์ดังกล่าวแล้ว ชาวเมือง จึงได้ปรึกษากันพร้อม
ใจกันยกให้ขุนลัง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านขึ้นมาเป็นผู้ปกครองแทนราชวงศ์ และได้มีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นที่ริมฝ่ัง
แม่น้ำโขง ชื่อ เวียงปรึกษา (เวียงเปิ๊กษา) ซึ่งเมืองใหม่นี้ ว่ากันว่าเป็นต้นแบบของประชาธิปไตย เนื่องจากผู้นำ
ได้มาจากการประชุมปรึกษาหารือกันคล้ายระบบการเลือกตั้งจึงเป็นที่มาของชื่อเวียงปรึกษา เวียงปรึกษาได้มี
ผปู้ กครองสบื ตอ่ กนั มา 15 คน เปน็ ระยะเวลา 93 ปี
ยคุ หิรัญนครเงินยาง
ในยุคนี้ได้กล่าวถึงลวจังกราชหรือลวจักกราช ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์นี้ ซึ่งในหลักฐานบางฉบับ
เรียกว่า ราชวงศ์ลาว เนื่องจากพระนามของกษัตริย์ในราชวงศ์นี้ล้วนขึ้นต้นด้วยคำว่า “ลาว” มีอำนาจอยู่ใน
เมืองเชียงลาว (เชียงเรอื น) สันนิษฐานวา่ อยู่ใกล้บรเิ วณดอยตุงและแม่น้ำสาย ต่อมาได้ขยายจากเมืองเชยี งลาว
มาสู่เมืองเงินยางหรือเงินยัง ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง สันนิษฐานว่าเมืองเงินยางนี้อยู่ใกล้กับเมืองเชียงแสน หรือ
อาจเปน็ บริเวณเดยี วกันกเ็ ป็นได้ เมอื งเงินยางมีชื่อเรียกเป็นภาษาบาลวี ่า “หิรญั นคร” อันเป็นท่ีมาและเรียกช่ือ
เมอื งน้วี า่ หิรัญนครเงนิ ยาง
ลวจังกราช (ลาวจง) มีราชบุตร 3 พระองค์ คือ ลาวครอบ ลาวช้าง และลาวเก๊าแก้วมาเมือง ลวจังก
ราชได้ส่งราชบุตรออกไป สร้างบ้านแปงเมือง คือ ให้ลาวครอบราชบุตรองค์โตไปครองเมืองเชียงของ ลาวช้ าง
ราชบตุ รองคท์ ี่สองไปครองเมืองยอง สว่ นลาวเก๊าแก้วมาเมือง ราชบตุ รองค์เลก็ นี้ให้ครองเมืองเชียงลาวสืบเนื่อง
มา ด้วยเหตุน้ีภายหลงั จงึ ทำให้ราชวงศ์ลาว (ลวจังกราช) เป็นต้นของราชวงศเ์ มืองต่าง ๆ เช่น พะเยา เชียงของ
เชียงคำ จนถึงสมัยพญามังรายได้สร้างเมืองเชียงรายแล้ว พบว่าเจ้าเมืองต่าง ๆ ได้มีเชื้อสายมาจากวงศ์ลวจังก
ราชดว้ ยกัน จึงมีพระราโชบายรวบรวมใหเ้ ป็นปึกแผน่ เป็นอันหน่ึงอนั เดียวกัน
รายนามกษัตรยิ ร์ าชวงศล์ าว (ลวจังกราช หรือวงศ์หิรัญนคร)
รชั กาลท่ี 1 ลวจังกราช (ลาวจง) รชั กาลท่ี 13 ลาวคน
รัชกาลที่ 2 ลาวเกา๊ แกว้ มาเมือง รชั กาลท่ี 14 ลาวสม
รชั กาลที่ 3 ลาวเสา้ (ลาวเสา) รัชกาลท่ี 15 ลาวกวก (ลาวพวก)
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 188
ผา่ นแหล่งเรียนรปู้ ระวัตศิ าสตร์ในท้องถน่ิ จังหวัดเชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
รัชกาลท่ี 4 ลาวตัง (ลาวพงั ) รชั กาลท่ี 16 ลาวกิว (ลาวกวนิ )
รัชกาลที่ 5 ลาวกลม (ลาวหลวง) รัชกาลที่ 17 ลาวจง
รัชกาลที่ 6 ลาวเหลว รัชกาลที่ 18 จอมผาเรือง
รชั กาลที่ 7 ลาวกบั รัชกาลท่ี 19 ลาวเจงิ (ลาวเจอ๋ื ง)
รชั กาลที่ 8 ลาวคมิ (ลาวกนิ ) รัชกาลท่ี 20 ลาวเงนิ เรือง
รัชกาลท่ี 9 ลาวเคยี ง รชั กาลที่ 21 ลาวซนิ (ลาวชืน่ )
รชั กาลท่ี 10 ลาวควิ รัชกาลที่ 22 ลาวมงิ
รัชกาลที่ 11 ลาวเทิง (ลาวตงิ ) รชั กาลที่ 23 ลาวเมอื ง (ลาวเมงิ )
รัชกาลที่ 12 ลาวทึง (ลาวเตงิ ) รัชกาลที่ 24 ลาวเมง
ลาวจงมีราชบุตร 2 พระองค์ องค์พี่ชื่อ ลาวชิน ได้ให้ปกครองเมืองไชยนารายณ์ ส่วนผู้น้องชื่อจอมผา
เรอื งนัน้ ให้ครองเมอื งเชยี งลาวต่อมา จอมผาเรือง (ลาวจอมเรอื ง) มีราชบุตรช่อื ลาวเจือ่ ง (ขนุ เจ่ือง) ลาวเจื่องได้
ครองเมืองเชียงลาวอยู่ระยะหนึ่ง และได้แผ่ขยายอาณาเขตไปถึงเมืองของพระยาแก๋ว แล้วได้อยู่ครองหลาย
เมือง ส่วนทางเมืองเงินยาง (เชยี งลาว) นัน้ ไดใ้ ห้ลาวเงนิ เรืองราชบุตรปกครองแทน และในสมัยของลาวเจ่ืองน้ี
ได้ให้ราชบตุ รอกี หลายพระองค์ไปครองยังเมืองต่าง ๆ เชน่ เมืองล้านชา้ ง เมืองน่าน เปน็ ต้น อนั เปน็ การกระจาย
ราชวงศ์ลาว (ลวจงั กราช) ไปยังหัวเมอื งต่าง ๆ อกี สมัยหนงึ่
มาจนถึงสมัยลาวเมง ลาวเมืองพระบิดาได้สู่ขอนางอั้วมิ่งจอมเมืองหรือนางเทพคำขยาย ธิดาท้าวรุ้ง
แก่นชาย เจ้านครเชียงรุ้ง เมืองใหญ่แว่นแคว้นสิบสองปันนา มาอภิเษกเป็นชายาเจ้าลาวเมง ครั้นภายหลัง
อภิเษกแล้วไม่นานเท่าใด นางเทพคำขยายก็ทรงมีครรภ์แล้วประสูติพระราชโอรส เมื่อ พ.ศ. 1782 ทรงพระ
นามวา่ “เจ้ามงั ราย”
อาณาจักรหิรัญนครเงนิ ยาง (เชยี งลาว หรือเชยี งเรือง หรอื หิรัญนครเงินยางเชียงแสน กเ็ รยี ก) น้ัน เคย
มีความรุ่งเรืองมาก่อน มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ได้มีกษัตริย์ปกครองสืบต่อกันในราชวงศ์ลวจังกราชมา
หลายพระองค์ มาจนถึงสมัยพญามังราย จึงได้มีการสร้างเมืองใหญ่ขึ้นที่เชียงราย และหลักฐานทาง
ประวตั ศิ าสตร์ได้เริ่มมีความชดั เจนขึน้ นบั แตก่ ารสร้างเมอื งเชียงรายเปน็ ต้นมา
ยุคเชียงราย(มังราย)
พญามังราย ได้ขึ้นครองราชย์สมบัติที่เมืองหิรัญนครเงินยาง เมื่อ พ.ศ. 1802 ในขณะมีพระชนม์ได้
20 ปี พระองค์จึงได้ให้พระยามหานครทั้งหลายไปถวายบังคม เมืองใดขัดแข็งมิยอมอ่อนน้อมแต่โดยดี ก็แต่ง
กองทพั ยกออกไปปราบปราม ตีไดเ้ มอื งมอบ เมืองไร เมอื งเชยี งคำ ได้ปลดเจา้ ผูค้ รองนครออกแล้วแต่งตั้งให้ขุน
นางอย่รู ัง้ เมืองเหล่านนั้ แต่นั้นหวั เมืองท้ังหลาย มเี มืองเชยี งช้าง เปน็ ตน้ กพ็ ากันออ่ นนอ้ มยอมเปน็ เมืองขนึ้
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 189
ผา่ นแหลง่ เรียนรปู้ ระวัติศาสตร์ในท้องถนิ่ จังหวดั เชยี งราย ชน้ั ป.๑-๖
เมื่อรวบรวมหัวเมืองฝ่ายเหนือได้แล้ว คิดจะปราบหัวเมืองฝ่ายใต้ จึงได้ลงไปอยู่ที่เมอื งหนึง่ ชือ่ เมืองวา่ เวียงเตา่
รอง เผอญิ ช้างมงคลของพญามงั รายได้พลดั ไป พญามังรายเสด็จตามช้างไปถึงยอดจอมทองริมแม่น้ำกก เหน็ ภูมิ
ประเทศที่เป็นชยั ภูมิดี จึงให้สร้างพระนครไว้ ณ ที่นั้นก่อปราการโอบล้อมเอาดอยจอมทองไว้ในท่ามกลางเมอื ง
ขนานนามวา่ เมอื งเชยี งราย ใน พ.ศ. 1805 แลว้ พญามงั รายก็ยกจากเมอื งหริ ญั นครเงนิ ยาง ขึน้ มาประทับอยู่ที่
เมืองเชยี งรายในปีเดียวกันนี้ยังไดต้ ีเมืองเชียงตุงอีกดว้ ย ถดั มาอีก 3 ปี พญามังรายได้เสด็จจากเมืองเชียงรายไป
ประทบั อยทู่ ี่เมืองฝาง (เวียงไชยปราการ) โดยมีพระราชประสงค์ทจ่ี ะแผข่ ยายอาณาเขตไปทางล้านนา หลังจาก
นั้น 1 ปี ก็ได้ยกทัพไปตีเมืองผาแดง เชียงจอง ตีได้เมืองเชยี งจองแล้วก็กลับประทับที่เมืองฝางอีก ต่อมาราว 6
ปี ไดเ้ สด็จยกทพั ไปตเี มืองเชงิ แล้วกลบั มาประทบั ณ เมอื งฝางดังเกา่
เมืองฝางที่พญามังรายประทับอยู่ติดต่อกับแคว้นล้านนาพ่อค้าวานิชชาวเมืองหริภุญไชยไปมาที่เมือง
ฝางเป็นอันมาก พญามังรายทราบว่าเมืองหริภุญไชยเป็นเมืองมั่งคั่งสมบูรณ์ ก็อยากได้ไว้ในอำนาจ จึงทรงให้
อ้ายฟ้า เข้าไปเป็นไส้ศกึ อยู่ในเมืองหริภญุ ไชย แล้วจึงสามารถตีเมืองหริภุญไชยจากพระยายีบาไดใ้ นเวลาตอ่ มา
รวมท้งั ตีไดเ้ มืองเขลางคจ์ ากพระยาเบิก เจ้าเมอื งเขลางค์ ซ่งึ เปน็ น้องของพระยายีบาในภายหลงั อกี ดว้ ย
ในปี พ.ศ. 1818 พญามังรายไดใ้ ห้ราชบตุ รองค์ใหญ่ชื่อ ขุนเครื่อง มาครองเมืองเชียงราย ขุนเครอื่ งได้
เชอื่ ถ้อยคำขุนใสเรียงคิดการกบฎ พญามังรายจงั ได้ออกอุบายให้ขุนเคร่ืองไปเฝา้ ยังเมืองฝาง แล้วใหอ้ า้ ยเผยี น
ซ่มุ ริมทางดักยงิ ด้วยหนา้ ไมป้ ืนผา (หน้าไมท้ ่ีอาบยาพิษ) ถกู ขุนเครือ่ งตาย พญามังรายจึงได้กลับมาครองราช
สมบัติอยูท่ ี่เมอื งเชยี งรายอีกคร้ัง
พ.ศ. 1819 พญามังรายได้ยกกองทัพบงไปตีเมืองพะเยา พระยางำเมือง เจ้าเมืองพะเยาเหน็ ว่าสูด้ ้วย
กำลังมิได้ จงึ ยกกองทพั ออกไปรบั ปลายแดน ต้อนรบั อยา่ งไมตรี แลว้ ยกตำบลปากนำ้ ใหแ้ ก่พญามังราย พญามงั
รายก็รบั ปฏิญาณเป็นมติ รกัน ตอ่ มาไดย้ กทัพไปตเี มืองหงสาวดี พระยาหงสาวดสี ทุ ธโสม เจ้าเมือง จงึ ไดย้ กนาง
ปายโค พระธิดา ให้เปน็ ราชธิดา เพอื่ ขอเปน็ พระราชไมตรี ในภายหลงั ได้ยกกองทัพไปตีเมืองพกุ ามองั วะ เจ้า
เมืององั วะได้นำเอาเคร่ืองราชบรรณาการมาถวายต้อนรบั ขอพระราชไมตรีด้วย ในครง้ั นี้ไดน้ ำเอาช่างต่าง ๆ
เชน่ ชา่ งฆ้อง ช่างเหล็ก ช่างเงิน ชา่ งคำ ชา่ งทอง กลับมาเผยแพร่อีกด้วย พร้อมท้ังได้บำรุงพระพุทธศาสนาโดย
ไดร้ บั อิทธพิ ลตามแบบอย่างของอังวะ
ในปี พ.ศ. 1839 พญามงั รายไดส้ รา้ งเมืองเชียงใหม่ และขนานนามเมืองว่า “นพบุรีศรนี ครพงิ ค์
เชยี งใหม่” พระองค์ไดเ้ สด็จไปประทบั อยทู่ ่ีเมืองเชยี งใหมต่ ราบจนสวรรคต ขณะเสดจ็ ประพาสกลางเมืองเมื่อ
พ.ศ. 1860 ส่วนเมอื งเชยี งรายนั้นไดใ้ หข้ นุ ครามมาครองเมืองแทน นบั เป็นจดุ เริ่มต้นท่เี มอื งเชยี งรายเรม่ิ ลด
บทบาทลง และในขณะเดียวกัน เมืองเชยี งใหม่กไ็ ด้เร่ิมมีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางของอาณาจักร
ล้านนา ซง่ึ มคี วามเป็นปึกแผ่นมั่นคงและรุ่งเรืองอย่างสูงสุดในสมัยของพญามงั ราย
เมื่อพญามังรายสวรรคต พระยาไชยสงคราม (ขนุ คราม) ราชโอรส จงึ ครองเมืองเชียงรายตอ่ มา และ
สถาปนาใหพ้ ระยาแสนภู โอรสองคใ์ หญ่ไปครองเมอื งเชียงใหม่ ใน พ.ศ. 1861 ใน พ.ศ. 1870 พระยาไชย
สงครามถึงแก่ทวิ งคต พระยาแสนภไู ด้ใหเ้ จา้ คำฟูราชโอรสไปครองเมืองเชยี งใหม่ แลว้ พระองคไ์ ด้กลบั มาครอง
เมืองเชียงราย
รงุ่ ขึน้ ปี พ.ศ. 1871 พระยาแสนภมู พี ระราชประสงค์จะสร้างพระนครอยู่ใหมต่ ้องการชยั ภมู ทิ ด่ี ี ขุน
นางได้สำรวจหาได้ท่เี มืองเกา่ รมิ แม่น้ำโขง อนั เป็นเมืองโบราณของเวียงไชยบรุ จี ึงโปรดให้สร้างนครใหมข่ น้ึ ทน่ี ้ัน
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 190
ผา่ นแหลง่ เรียนรูป้ ระวตั ศิ าสตรใ์ นทอ้ งถ่ิน จังหวดั เชียงราย ช้นั ป.๑-๖
เอาแม่น้ำโขงเป็นคูปราการเมืองดา้ นตะวันออกอีก 3 ดา้ น ใหข้ ุดโอบล้อมพระนครไว้ ตั้งพธิ ฝี ังหลกั เมืองวันศกุ ร์
เดือน 5 (เดือน 7 เหนือ) ขึ้น 2 ค่ำ ปมี ะโรง พ.ศ. 1871 ขนานนามว่า หิรญั นครชัยบุรีศรีเชยี งแสน (ตามพระ
นามของพระองค)์ แตค่ นต่อมาภายหลงั เรยี กว่า เชยี งแสน คอื อำเภอเชยี งแสนในปัจจบุ นั ซ่ึงยังมซี ากกำแพง
เมอื งปรากฏอยู่
พระยาแสนภู ครองอยู่เมืองเชียงแสนได้ 7 ปี ก็ได้ถึงแก่ทิวงคต พระยาคำฟู ราชโอรสจึงได้ครองเมือง
เชียงแสนตอ่ มา พระยาคำฟจู ึงไดใ้ หท้ ้ายผายรู าชโอรสไปครองเมืองเชียงใหม่ เมือ่ พระยาคำฟูถงึ แก่ทวิ งคต ท้าย
ผายู ราชโอรส ซง่ึ ครองเมืองเชยี งใหมอ่ ยู่ ก็ได้ครองเมอื งเชียงใหม่ต่อมา แลว้ ให้ท้าวกือนา (ตอื้ นา) ราชโอรส มา
ครองเมืองเชียงรายแทน นบั แตน่ ้ันมาเมืองเชียงราย (รวมท้ังเชียงแสนด้วย) ไดเ้ ริม่ มฐี านะคลา้ ยเมืองลูกหลวง
โดยมีเชียงใหม่เปน็ เมืองหลวง แต่กย็ ังคงมเี ชื้อพระวงศ์ปกครองสืบต่อกันมาอกี หลายพระองค์ สดุ ทา้ ยในสมัย
พระยากลม เปน็ เจ้าเมืองเชยี งแสน โดยมพี ระเจ้าเมกฏุ ครองเมืองเชยี งใหม่ ใน พ.ศ. 2101 เมืองเชียงใหม่และ
เชียงแสนก็เสยี ใหแ้ กบ่ ุเรงนอง เจา้ กรุงหงสาวดี อาณาจกั รล้านนา (รวมทั้งเชยี งรายและเชยี งแสนด้วย) จงึ ไดต้ ก
เปน็ เมอื งขึ้นของพม่าตงั้ แตน่ น้ั มา แต่มีบางคร้งั ก็เปน็ อิสระและบางครัง้ ก็ตกอยูใ่ นอำนาจของกรงุ ศรีอยุธยา รวม
เป็นระยะเวลาอนั ยาวนานนับ 200 ปี จนถงึ สมัยธนบรุ ี แม้ว่าบางสมัยจะมีการจับอาวุธขึน้ ต่อสเู้ พ่ือ เปน็ อสิ ระ
จากพม่าแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ในระยะหน่งึ พมา่ ได้ฟนื้ ฟเู มอื งเชียงแสนใหเ้ ป็นเมืองเอกในการปกครอง
เนือ่ งจากตอ้ งการให้เปน็ หัวเมืองเพ่ือป้องกนั การรกุ รานจากรงุ ศรีอยุธยา และยงั ษมารถใช้เปน็ แหล่งสะสม
เสบียงในยามศึกสงครามกบั กรงุ ศรีอยุธยาอีกดว้ ย
ยคุ พนั ธุมติรตั นอาณาเขต
ในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ยกทัพมาปราบปรามขับไล่ข้าศึกพม่าทางหัวเมืองฝ่ายเหนือ แต่ไม่สำเร็จ
เด็ดขาด ครั้นสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แห่งราชวงศ์จักรี พ.ศ. 2347 กรมหลวง
เทพหริรกั ษแ์ ละพระยายมราช ยกกองทัพขึ้นมาขบั ไล่พม่าออกจากเชียงแสนไดส้ ำเรจ็ ใหเ้ ผาเมอื งเสียส้ิน กวาด
ต้อนเอาผู้คนพลเมือง 23,000 ครอบครัว แบ่งเป็น 5 ส่วน โดยให้ไปอยู่เมืองเชียงใหม่ นครลำปาง นครน่าน
เมืองเวียงจนั ทน์ และลงมายงั กรงุ เทพฯ บางสว่ นใหต้ ้งั บ้านเรอื นอยู่ เมอื งสระบรุ ี เมืองราชบุรี บ้าง
หลังจากที่ได้กวาดตอ้ นเอาผู้คนพลเมืองให้ไปอยู่ตามเมอื งต่าง ๆ แล้ว เชียงแสนจึงกลายเป็นเมืองร้าง จึงทำให้
นับแต่นั้นมา หลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเมืองเชียงแสนได้ขาดหายไประยะหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วมักจะ
กล่าวถึงเมืองเชยี งใหม่ทีเ่ ป็นศูนย์กลางของลา้ นนาในยุคนัน้ โดยมีตระกูลเจ้าเจด็ ตนปกครอง ซึ่งจะเกี่ยวพันกบั
การทำศึกสงครามกบั พม่า บางครงั้ กถ็ กู พม่ารุกราน บางครัง้ กย็ กทัพไปตีเขตหัวเมืองข้ึนของพม่าและกวาดต้อน
เอาผู้คนลงมาดว้ ย อันไดแ้ ก่ พวกไทยใหญ่ ไทยเขิน เปน็ ต้น
พ.ศ. 2386 ในรัชกาลที่ 3 ได้มีการจัดตั้งเมืองเชียงรายฟื้นคืนให้เป็นบ้านเมืองขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็น
กำลังช่วยเหลือเชียงใหม่ป้องกันภัยจากพม่าโดย มีฐานะเป็นเมืองบริวารของเชียงใหม่ พระเจ้ามโหตรประเทศ
เจ้าเมืองเชยี งใหม่ ได้ให้ญาติพี่น้อง อันมีเจ้าหลวงธรรมลังการเปน็ เจา้ หลวงเมืองเชยี งราย เจ้าอุ่นเรือนเป็นพระ
ยาอุปราช เจ้าคำแสนเป็นพระยาราชวงศ์ เจ้าชายสามเจ้าพูเกี๋ยง เป็นพระยาราชบุตร และพระยาบุรีรัตน์ มี
ราษฎรท่ีถกู กวาดต้อนมาจากหัวเมอื งข้ึนของพม่า ในสมัย “เกบ็ ผกั ใสซา้ เกบ็ ขา้ ใส่เมือง” พรอ้ มดว้ ยพอ่ ค้าท่ีเป็น
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ 191
ผา่ นแหลง่ เรียนรปู้ ระวตั ิศาสตร์ในทอ้ งถ่นิ จงั หวัดเชียงราย ชนั้ ป.๑-๖
คนพื้นเมืองของไพร่เมือง 4 เมือง คือ เมืองเชียงตุง เมืองพยาก เมืองเลน และเมืองสาด ประมาณ 1,000
ครอบครัวขึ้นมาตั้งสร้างบ้านเมือง เมืองเชียงรายในยุคนี้ได้มีการก่อกำแพง สร้างประตูเมืองต่าง ๆ เพิ่มเติมใน
ส่วนที่เคยเป็นเมืองเก่ามาแต่สมัยพญามังรายให้เป็นเมือง “พันธุมติรัตนอาณาเขต” มีสะดือเมืองอยู่ที่วัดจัน
ทโลก (ปัจจุบันคือวัดกลางเวียง) ในสมัยนั้นเมืองเชียงใหม่มีช่ือว่า เมืองรัตตนติงสาวภิวนบุรี การปกครองเมือง
เชยี งรายในฐานะเป็นเมืองบริวาร ของเมอื งเชียงใหม่ในสมัยน้ี เป็นยุคที่เรยี กวา่ เจ้าขนั 5 ใบ ซ่ึงเป็นเชื้อสายใน
ตระกูลเจ้าเจ็ดตนที่ได้รับการแต่งตั้งจากเมืองเชียงใหม่มาเป็น คณะปกครองเมืองเชียงราย ประกอบด้วย เจ้า
หลวง (มฐี านะเปน็ เจ้าเมือง) และผ้ชู ว่ ยอีก 4 ตำแหน่ง คือ พระยาอปุ ราช พระยาราชวงศ์ พระยาราชบตุ ร พระ
ยาบุรรี ัตน์
พ.ศ. 2413 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เจ้าอุปราช เจ้าราชวงศ์ นครเชียงใหม่ มีใบบอกข้อราชการไปยัง
กรุงเทพฯ ว่า พม่า ลื้อ เขิน เมืองเชียงตุง ประมาณ 300 ครอบครัว มาอยู่เมืองเชียงแสนตั้งตัวเป็นอิสระไม่
ยอมอยใู่ ตก้ ารปกครองของไทย จงึ ใหอ้ ุปราชแต่งคนไปว่ากลา่ วให้ถอยออกจากราชอาณาจักร ถา้ อยากจะต้ังอยู่
ให้อยู่ในบังคับบัญชาเมืองเชียงรายและนครเชียงใหม่ แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะพวกนั้นไม่ยอมออกไป พ.ศ. 2417
เจ้าอินทวิไชยยานนท์ เจ้านครเชียงใหม่เกณฑ์กำลังจากเชียงใหม่ นครลำปาก เมืองลำพูน มีไพร่ทั้งสิน้ 4,500
คน ยกจากเชียงใหม่มาเชียงรายและเชียงแสน ไล่ต้อนพวกนั้นออกจากเชียงแสน จึงทำให้เชียงแสนกลายเป็น
เมืองร้างไประยะหนึ่ง จวบจนถึงปี พ.ศ. 2423 จึงได้ให้ เจ้าอินต๊ะ บุตรเจ้าบุญมา (เจ้าบุญมาเป็นน้องของเจา้
กาวิละ เจ้านครเชียงใหม)่ เจ้าผู้ครองเมืองลำพูน เปน็ หวั หน้า นำราษฎรเมอื งลำพูน เชียงใหม่ ประมาณ 1,500
ครอบครวั ข้ึนมาตง้ั รกราก “ปกั ซงั้ ตั้งถิ่น” อยเู่ มืองเชียงแสน นับเป็นการ สรา้ งบ้านแปงเมือง ครัง้ ใหญข่ องเมือง
เชียงแสน กลุ่มที่อพยพมารุ่นแรกได้มาตั้งถิ่นฐาน ทำกินอยู่เรียงรายตามลำแม่น้ำแม่คำ ตั้งแต่บ้านแม่คำ บ้าน
ห้วยนำ้ ราก จนถงึ เขตเชยี งแสน ตลอดถึงบา้ นกวา๊ นบญุ เรือง ในเขตประเทศลาวปจั จุบัน
ต่อมา เจ้าอินต๊ะ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร เป็นพระยาราชเดชดำรง ตำแหน่งเจ้าเมืองเชียงแสน สมัยนั้น
การปกครองลา้ นนาเฉพาะมณฑลพายพั เหนือ มีเจ้าเมืองบรเิ วณหวั เมืองมี 5 ช่ือ ประจำเมืองตา่ ง ๆ คือ
พระยาประเทศอุตรทิศ เจ้าเมืองพะเยา
พระยามหทิ ธิวงศา เจ้าเมืองฝาง
พระยารัตนเขตต์ เจา้ เมืองเชยี งราย
พระยาราชเดชดำรง เจา้ เมืองเชยี งแสน
พระยาจติ วงศว์ รยศรงั ษี เจ้าเมอื งเชยี งของ
ใน พ.ศ. 2437 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ พระศรีสหเทพ (เส็ง วิริย
สริ )ิ จดั การปกครองมณฑลพายพั ใหม่ เมืองใหญม่ ี เก๊าสนามหลวง เปน็ ศนู ย์กลางจดั ใหม้ ีแคว่นแกบ่ ้าน (กำนัน –
ผู้ใหญบ่ ้าน) แต่ละแควน่ ขึน้ กบั เมอื ง เรยี กผปู้ กครองเมืองวา่ เจา้ เมือง เมืองข้ึนกบั บรเิ วณ เรียกผ้เู ป็นหัวหน้าว่า
ข้าหลวงบริเวณ ข้าหลวงบริเวณขึ้นต่อเก๊าสนามหลวง โดยได้จัดทำขึ้นเป็นพระราชบัญญัติ เรียกว่า
พระราชบัญญัติจัดตั้งมณฑลพายัพ ตั้งนครเชียงใหม่เป็นตัวมณฑล และเมืองเชียงแสนสมัยนั้นขึ้นต่อ
กระทรวงกลาโหม ต่อมา พ.ศ. 2453 ตรงกับ ร.ศ. 129 ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ยกเมืองเชียงราย
เป็นเมอื งจตั วารวมอยู่ในมณฑลพายพั ดังตอ่ ไปนี้
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 192
ผา่ นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในท้องถ่นิ จังหวดั เชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
ประกาศยกเมืองเชียงรายเปน็ หวั เมอื งจตั วา รวมอยใู่ นมณฑลพายพั
มีพระราชดองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศทราบทั่วหน้ากันว่า แต่เดิมเมืองเชียงราย เมืองฝาง
เวียงป่าเป้า เมืองพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอแม่สรวย อำเภอเชียงคำ อำเภอเชียงของ ได้จัด
รวมเขา้ เป็นจงั หวัด เรยี กวา่ จงั หวดั พายพั ภาคเหนือ ตอ่ มาเมืองเหล่าน้ีมีความเจรญิ ย่ิงขึ้น จนเป็นเหตุให้เห็นว่า
การจัดให้เป็นเมือง ไม่พอแก่ราชการและความเจริญ สมควรเลื่อนการปกครองขึ้นให้สมกับราชการและความ
เจรญิ ในท้องถ่นิ จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมอื งเชียงแสน เมืองเชยี งราย เมืองฝาง เวยี งป่าเปา้ เมือง
พะเยา อำเภอแมใ่ จ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอแมส่ รวย อำเภอเชียงคำ อำเภอเชียงของ ตัง้ เป็นเมืองจตั วาเรียกว่า
เมืองเชียงราย อยู่ในมณฑลพายัพ และจัดแบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ คือ อำเภอเมืองเชียงราย
อำเภอเมืองเชียงแสน อำเภอเมืองฝาง อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอเมืองพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้
อำเภอแม่สรวย อำเภอเชียงคำ อำเภอเชียงของ เหมือนอย่างหัวเมืองชั้นในที่ขึ้นกับกรุงเทพฯทั้งปวง และพระ
ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระภักดีณรงค์ ซึ่งเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดพายัพภาคเหนือ เป็นผู้ว่าราชการ
จังหวดั เชียงราย รบั ราชการสนองพระเดชพระคุณสืบไป
ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
ประกาศ ณ วนั ท่ี 9 มถิ นุ ายน รัตนโกสินทร์ศก 129
(ลงพระนาม) ดำรงราชานภุ าพ
เสนาบดกี ระทรวงมหาดไทย
ตราประจำเมืองเปน็ รูปหนุมาน
(หอระมาน)
ดวงตราประจำเมืองพันธมุ ติรตั นอาณาเขต คือเมืองเชียงรายในอดีต ที่แปลมาตรงกับตัวอักษรล้านนา
(ตัวเมือง) ในดวงตรานั้น ส่วนอักษรไทยข้างล่างเขียนว่า เมืองพันธุมติอะณาเขรษ เป็นการสะกดผิด เนื่องจาก
การทำตราตา่ ง ๆ ในสมยั น้นั ตอ้ งส่งไปทำตา่ งประเทศทีใ่ กล้ทส่ี ุด คอื ประเทศอินเดีย ชื่อเมอื งพันธุมติรัตนอาณา
เขตเลยตอ้ งใช้อย่างนน้ั มา แตค่ นเชยี งรายในสมัยน้นั อ่านภาษาไทย(กลาง)ไมอ่ อก
สภาพบา้ นเมอื งในยุคพันธมุ ตริ ัตนอาณาเขตน้ัน ไดเ้ กดิ ความยงุ่ ยากเกยี่ วกับกบฎเงยี้ ว ซง่ึ ได้เกิดข้ึนตาม
หัวเมืองต่าง ๆ ในอาณาจักรล้านนา ซึ่งเป็นผลมาจากยุคการล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก ที่ได้เข้ามามี
อิทธิพลในดินแดนพม่าและลาว และต่อมาได้มีการยุยงสนับสนุนให้เงี้ยวก่อความไม่สงบขึ้นตามหัวเมืองต่าง ๆ
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ 193
ผา่ นแหลง่ เรียนรูป้ ระวตั ศิ าสตร์ในท้องถิ่น จังหวดั เชียงราย ชน้ั ป.๑-๖
เพื่อที่จะขยายอิทธิพลเข้ามายังล้านนา ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทยแล้ว แต่ทางการก็สามารถ
ปราบปรามลงได้
ยุคพันธุมติรัตนอาณาเขต ได้มีการพัฒนารูปแบบการปกครองจากหัวเมืองที่มีเจ้าเมืองครองมาจนถึง
พ.ศ. 2453 (ร.ศ. 129) จึงได้เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงการ ปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภบิ าล อันเป็นต้นแบบ
มาสู่การปรบั ปรุงพัฒนามาสู่ในยุคปจั จุบันที่มฐี านะเป็นจังหวัด แบง่ เขตการปกครองออกเปน็ 16 อำเภอ 2 กิ่ง
อำเภอ
ความสมั พันธก์ บั อาณาจกั รตา่ ง ๆ
นับตั้งแต่สมัยราชวงศ์ลวจังกราช ได้ให้พระโอรสไปสร้างและครองเมืองต่าง ๆ จึงทำให้มีการกระจาย
เชือ้ พระวงศ์ออกไปยังเมืองตา่ ง ๆ ด้วย อันเปน็ การขยายอาณาเขตในลักษณะหน่ึงมาจนถึงสมยั พญามังราย จึง
ได้มีการรวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยมีเมืองหิรัญนครเงินยางเป็นศูนยก์ ลาง เมื่อมีความเป็นปึกแผ่น
แล้ว ต่อมาจึงได้ขยายลงมาสร้างเมืองเชียงราย เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการแผ่ขยายอาณาเขตต่อไปยัง
อาณาจกั รอ่นื ๆ รวมท้ังการมสี มั พันธไมตรีกับอาณาจักรใกลเ้ คยี ง อาณาจกั รตา่ ง ๆ เหลา่ นี้ ไดแ้ ก่
อาณาจกั รหริภุญไชย
อาณาจกั รหริภญุ ไชยได้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนสมัยการสรา้ งเมืองเชยี งราย โดยเป็นศูนย์กลางของ
เมืองต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณลุ่มแมน่ ้ำปิงและแม่น้ำวัง ซึ่งตำนานจามเทวีได้กล่าวว่าฤาษีวาสุเทพเป็นผู้สรา้ งเมือง
หริภุญไชยขึ้น เมื่อราว พ.ศ. 1310 – 1311 หลังจากที่ได้สร้างเสร็จแล้ว จึงได้ทูลเชิญพระนางจามเทวี ธิดา
ของกษัตริย์เมืองละโว้ (ลพบุรี) มาครองเมือง จึงทำให้วัฒนธรรมของละโว้แพรข่ ยายมายังอาณาจักรหริภุญไชย
ดว้ ย ดว้ ยเหตุอาณาจกั รหริภุญไชยมีความเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่งสมบูรณ์ พญามังรายมพี ระประสงค์อยากได้ไว้
ในอำนาจ จงึ ไดใ้ ช้กลอบุ ายให้อ้ายฟา้ เข้าไปเป็นไส้ศึก วางแผนให้เกดิ ความแตกแยกกันในอาณาจกั ร ในภายหลัง
กองทพั ของพญามังรายจึงเข้ายึดอาณาจักรหรภิ ุญไชยจากพระยายีบา กษตั รยิ ์องคส์ ุดท้ายของอาณาจักรหริภุญ
ไชยไว้ในอำนาจได้สำเร็จ ในปี พ.ศ. 1835 และได้ผนวกหริภุญไชยเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา
ต้ังแต่นน้ั เปน็ ตน้ มา
อาณาจกั รสุโขทยั
หลังจากท่พี ญามงั รายไดแ้ ผข่ ยายอาณาเขตและรวบรวมบ้านเมอื งจนเปน็ ปึกแผน่ ม่นั คงจนเป็นที่มาของ
อาณาจักรล้านนา แล้ว จึงได้สร้างเมืองเชยี งใหม่หรือ นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ขึ้นใน พ.ศ. 1839 เพื่อเป็น
ศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา ในการสร้างเมืองนั้น พระองค์ทรงได้ทูลเชิญพ่อขุนรามคำแหงจากกรุงสุโขทัย
และพญางำเมือง เจ้าเมืองพะเยาซึ่งเป็นพระสหาย ให้เสด็จมาช่วยเลือกชัยภูมิการสร้างเมือง จึงเห็นได้ว่า
อาณาจกั รเหลา่ นีม้ สี มั พันธไมตรีต่อกนั อย่างแนบแน่น ในตำราราชวงศ์ปกรณก์ ลา่ ววา่ กษตั รยิ ์ทง้ั สามได้ตั้งสัจจะ
ปฏญิ าณต่อกนั โดยนั่งหลงั พิงกันทีฝ่ ่ังแมน่ ำ้ ขุนภู แล้วเอามีดมาแทงมอื กนั ทกุ คน เอาเลอื ดใส่แพง่ ฝา สู่กันกิน ให้
เป็นมิตรสนิทต่อกันทุกพระองค์ ต่อมาแม่น้ำขุนภูจึงเรียกว่า แม่น้ำอิง ในปัจจุบันนี้ได้มีอนุสรณ์สถานคือ
อนสุ าวรียส์ ามกษัตริย์ ประดิษฐานอยู่ทหี่ น้าศาลากลาง (เก่า) จงั หวดั เชียงใหม่
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ 194
ผ่านแหลง่ เรยี นร้ปู ระวัตศิ าสตรใ์ นท้องถน่ิ จังหวัดเชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
อาณาจักรล้านนา
สมยั หิรญั นครเงนิ ยาง อาณาจักรล้านนามีความเป็นมาหลงั จากที่พญามังรายได้รวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ
อันมีเจ้าเมอื งที่มีเชื้อสายมาจากวงศล์ วจังกราชด้วยกันจนเปน็ ปึกแผน่ ในอาณาจักรหริ ัญนครเงินยาง ต่อมาได้ตี
อาณาจักรหริภุญไชยแล้วผนวกเข้าไว้ในอาณาจักรด้วย นับเป็นการเริ่มต้นของอาณาจักรใหม่ ที่ต่อมาเรียกว่า
อาณาจักรล้านนา ภายหลังได้มีการย้ายศูนย์กลางของอาณาจักรไปอยู่ทีเ่ มืองนพบุรีศรีนครพิงคเ์ ชียงใหม่ ทำให้
เมืองเชียงรายซึ่งเดิมนัน้ เปน็ ศูนย์กลางของอาณาจกั รหริ ัญนครเงนิ ยางไดล้ ดความสำคัญลงไปในระยะหลัง ๆ
สมยั รัตนโกสนิ ทร์
อาณาจักรล้านนาได้มีบทบาทสำคัญในการทำสงครามกับพม่า โดยนำกำลังร่วมกับกองทัพทาง
กรุงเทพฯ ทำสงครามกับพม่าในระหว่าง พ.ศ. 2312 – 2347 สงครามในระยะดังกล่าวนี้ได้เกิดลัทธิ เก็บผ้า
ใส่ซ้า เกบ็ ข้าใส่เมือง ได้กวาดต้อนเอาผู้คนจากเมืองเชียงตุง สบิ สองปนั นา ฯลฯ ผู้คนท่ีถกู กวาดตอ้ นมาเหล่าน้ัน
ส่วนใหญ่ ได้แก่ ชาวไทยใหญ่ ชาวไทยลื้อ และชาวไทยเขิน ซึ่งมีวัฒนธรรมประเพณีที่คล้ายคลึงกับชาวไทย
โยนกของอาณาจักรล้านนา แลว้ มาไวต้ ามหวั เมืองต่าง ๆ ในอาณาจกั รล้านนา กลมุ่ ทีถ่ ูกกวาดต้อนมาน้ันได้เอา
ศิลปวัฒนธรรมเข้ามาเผยแพร่ด้วย เช่น การทำเครื่องเขิน แกงฮังเล น้ำพริกอ่องของชาวไทยเขิน ขนมจีนน้ำ
เงยี้ วของชาวไทยใหญ่ การทอผา้ ของชาวไทยลื้อ เปน็ ต้น ในปัจจุบัน กลุ่มชาวไทยลอ้ื หรือชาวไทยเขิน มีถ่ินฐาน
กระจายอยูใ่ นหลายอำเภอของจังหวัดเชยี งราย และจังหวดั ในภาคเหนือ และได้ถา่ ยทอดศิลปวฒั นธรรมต่าง ๆ
ไว้อย่างมาก เชน่ วฒั นธรรมการแตง่ กาย อาหารการกนิ งานหตั ถกรรม เป็นต้น
ท่ีมา : ประวัตเิ มอื งเชยี งราย สำนกั งานจังหวดั เชยี งราย เวบ็ ไซต์ http://www.chiangrai.net
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวตั ิศาสตร์ 195
ผ่านแหล่งเรยี นรู้ประวตั ศิ าสตรใ์ นท้องถิ่น จังหวดั เชียงราย ช้นั ป.๑-๖
แบบบันทกึ การประเมินกิจกรรมกลุม่ เส้นทางเวลาเชียงรายบา้ นเฮา
คำช้ีแจง : ประเมินผลงานเส้นทางเวลาเชียงรายบ้านเฮา แลว้ ทำเครอ่ื งหมาย ✓ ลงในชอ่ งทีต่ รงกับระดบั
คะแนน
กลมุ่ ที่...................
สมาชิกกลุม่ 1........................................................................... 2.............................................................
3............................................................................ 4.............................................................
5. …………………………………………………………………
ลำดบั ท่ี รายการประเมนิ น้ำหนกั คุณภาพผลงาน รวม การตดั สิน เกณฑ์
คะแนน 4321 คะแนน คณุ ภาพ การผา่ น
1. เนื้อหาสาระ
2. การนำเสนอ 3
รวม 2
ลงชอ่ื ............................................ผปู้ ระเมิน
................ /................ /................
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ 196
ผา่ นแหลง่ เรยี นรูป้ ระวัตศิ าสตรใ์ นท้องถิ่น จังหวดั เชยี งราย ช้ัน ป.๑-๖
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนเสน้ ทางเวลาเชยี งรายบ้านเฮา
ประเด็น ระดับคะแนน น้ำหนัก
คะแนน
การประเมิน ดีมาก(4) ด(ี 3) พอใช้(2) ปรับปรงุ (1)
3
เน้อื หาสาระ -แปลงข้อมูลเพื่อ -แปลงข้อมูลเพ่ือ -แปลงขอ้ มลู -แปลงขอ้ มลู
2
ขอ้ มูลทาง นำเสนอในรปู แบบ นำเสนอในรูปแบบ เพ่อื นำเสนอใน เพื่อนำเสนอใน
20
ประวตั ิศาสตร์ ของเสน้ เวลาทาง ของเส้นเวลาทาง รปู แบบของเส้น รปู แบบของเส้น
ในรปู แบบเส้น ประวัตศิ าสตร์ ไดต้ รง ประวัติศาสตร์ได้ เวลาทาง เวลาทาง
เวลาทาง ตามลำดับของ ตรงตามลำดบั ของ ประวัตศิ าสตร์ ประวัตศิ าสตร์
ประวตั ศิ าสตร์ ชว่ งเวลาทาง ช่วงเวลาทาง ไมต่ รง และ เน้อื หา
ประวัตศิ าสตร์ได้ ประวตั ศิ าสตร์ได้ ตามลำดบั ของ สาระสำคญั ไม่
ถูกต้อง ถูกต้องแต่ ช่วงเวลาทาง ถกู ต้อง
รายละเอยี ดเน้ือหา ประวตั ิศาสตร์
สาระสำคัญไม่ และ
ครบถ้วน รายละเอยี ด
เนอื้ หา
สาระสำคญั ไม่
ครบถ้วน
การนำเสนอ -นำเสนอถกู ต้อง -นำเสนอถูกต้อง -นำเสนอถกู ต้อง นำเสนอไม่
ชดั เจน ตรงตาม ชัดเจน ไม่ตรงใน ชดั เจน ไม่ตรง ถกู ต้องและ
ประเด็น ข้อมูลมี บางประเดน็ อ้างองิ ในบางประเดน็ -ไมม่ ่นั ใจในการ
แหลง่ ท่มี าอา้ งองิ ได้ ไดต้ ามประเด็นที่ อ้างองิ ได้ตาม นำเสนอ ใช้
ถกู ต้อง นำเสนอ ประเด็นที่ ภาษายงั ไม่
-นำ้ เสียงชัดเจนและ -นำ้ เสียงชัดเจนและ นำเสนอ ถกู ต้อง
มั่นใจ ใชภ้ าษาถกู ตอ้ ง มั่นใจ ใชภ้ าษา -ไม่ม่นั ใจในการ
ถูกต้อง นำเสนอ ใช้
ภาษายงั ไม่
ถูกต้อง
รวม
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
16-20 4 (ดมี าก)
11-15 3 (ดี)
6 - 10 2 (พอใช้)
1-5 1 (ปรบั ปรุง)
เกณฑ์การผา่ น ระดับ 2 (พอใช)้ ขน้ึ ไป
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 197
ผ่านแหล่งเรียนรูป้ ระวัตศิ าสตร์ในทอ้ งถน่ิ จังหวดั เชยี งราย ชน้ั ป.๑-๖
แบบบนั ทกึ การประเมนิ กจิ กรรมกลมุ่ แผนภาพความคิดประวตั ิเมืองเชียงราย
คำชีแ้ จง : ประเมินผลงานแผนภาพความคดิ ประวตั เิ มืองเชยี งราย แลว้ ทำเครือ่ งหมาย ✓ ลงในชอ่ งท่ตี รง
กบั ระดบั คะแนน
กลมุ่ ท่ี...................
สมาชิกกลมุ่ 1........................................................................... 2.............................................................
3............................................................................ 4.............................................................
ลำดบั รายการประเมิน นำ้ หนกั คณุ ภาพผลงาน รวม การตัดสิน เกณฑ์
ที่ คะแนน 4 3 2 1 คะแนน คุณภาพ การผา่ น
1. ความถูกต้องในการเขียน 3
2. ความสะอาดเรียบร้อยและ 1
ความสวยงาม
3 การตรงต่อเวลา 1
รวม
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ประเดน็ ใน (4) ดีมาก (3) ดี (2) พอใช้ (1) ปรับปรงุ น้ำหนัก
การประเมนิ คะแนน
ความถูกต้อง กลุ่มสามารถเขียน สามารถเขยี น สามารถเขยี น กล่มุ ไมส่ ามารถ 2
ในการเขียน แผนผังความคดิ แผนผังความคดิ แผนผงั ความคดิ เขยี นแผนผงั
เรือ่ งราวในท้องถ่ิน เรื่องราวในท้องถิ่น เร่อื งราวใน ความคิดเองได้
ไดถ้ ูกตอ้ ง เน้ือหา ไดถ้ ูกตอ้ ง เน้ือหา ท้องถ่ิน ได้ มี หรอื ไม่มคี วาม
ตรงประเด็นตาม ตรงประเดน็ ตาม ความชัดเจนเปน็ ชัดเจน
วธิ กี ารทาง วิธกี ารทาง บางส่วนและตอ้ ง
ประวตั ศิ าสตร์ ประวัติศาสตร์เป็น รบั ฟังคำแนะนำ
สว่ นใหญ่ จากครู
ความสะอาด เขียนแผนผัง สามารถเขียน สามารถเขียน ไม่สามารถเขียน 1
เรยี บรอ้ ย ความคิดได้อย่าง แผนผังความคดิ ได้ แผนผงั ความคิด แผนผงั ความคิด
และความ สะอาด เรยี บร้อย อย่างสะอาด ได้อย่างไม่คอ่ ย ได้อยา่ งสะอาด
สวยงาม โดยไม่มจี ดุ ผดิ เรยี บร้อย โดยมจี ดุ สะอาด โดยมจี ุด เรยี บรอ้ ย
ผดิ พลาดสะอาด ผิดพลาดเปน็ ส่วน ผิดพลาดเป็นส่วน
เรียบรอ้ ย ใหญ่ ใหญ่
การตรงต่อ ส่งผลงานครบถ้วน สง่ ผลงานครบถ้วน สง่ ผลงาน สง่ ผลงาน 1
เวลา ตรงตามเวลาที่ แตช่ า้ กวา่ กำหนด ครบถว้ น แต่ช้า ครบถ้วน
กำหนด เลก็ น้อย กวา่ กำหนดปาน แตช่ า้ กวา่
กลาง กำหนดมาก
รวมคะแนน 20
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 198
ผ่านแหลง่ เรียนรปู้ ระวตั ิศาสตรใ์ นทอ้ งถน่ิ จังหวัดเชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
16-20 ดี
11-15 พอใช้
6-10 ปรบั ปรุง
1-5
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 199
ผ่านแหลง่ เรยี นรูป้ ระวตั ิศาสตรใ์ นทอ้ งถน่ิ จงั หวัดเชียงราย ชัน้ ป.๑-๖
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
คำช้ีแจง: สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วทำเครอ่ื งหมาย ✔
ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
ความ การแสดง การรบั ฟัง การแกไ้ ข รวม
ความตั้งใจ ปญั หา/หรือ
ชอื่ -สกุล ร่วมมอื กัน
ท่ี ทำ กิจกรรม ความคิดเห็ ความคดิ เห็น ทำงาน ปรบั ปรงุ 20
น ผลงานกลุ่ม คะแนน
ของผรู้ บั การประเมิน
4 3 2 1 4 3 2 14 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1
ลงชอื่ ................................................ผู้ประเมิน
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครัง้ 18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตำ่ กว่า 10 ปรับปรงุ
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ 200
ผา่ นแหลง่ เรียนรปู้ ระวตั ศิ าสตรใ์ นท้องถิ่น จงั หวัดเชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน กลมุ่
คำชแ้ี จง: ประเมนิ การนำเสนองานกลุ่ม แล้วทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
กลุม่ ที่...................
สมาชกิ กลุม่ 1........................................................................... 2.............................................................
3............................................................................ 4.............................................................
ลำดบั ที่ รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน
4 32 1
1. ด้านเนอื้ หา
2. การนำเสนอผลงาน
3. ความคิดสร้างสรรค์
รวม
ลงชอ่ื ............................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /.............
เกณฑ์การให้คะแนน
ประเดน็ ระดบั คะแนน
ทปี่ ระเมนิ (4 ) ดีมาก (3) ดี (2) พอใช้ (1) ปรับปรงุ
เนือ้ หาสาระทีน่ ำเสนอ เนื้อหาสาระทน่ี ำเสนอ เน้ือหาสาระที่นำเสนอ เน้อื หาสาระท่นี ำเสนอ
ถูกต้องตรงตามประเด็น ถูกต้องตรงตามประเด็น ถกู ต้องตรงตามประเด็น ไมม่ ีความถูกต้อง และ
ดา้ น ชัดเจนเน้ือหามีข้ันตอน ชัดเจนทุกคร้งั ข้อมูลมี ชดั เจนทุกคร้งั ข้อมลู มี ไม่ครบประเด็น
เนอ้ื หา แหล่งที่มาอ้างองิ ได้
วธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ แหล่งทมี่ าอ้างอิงเป็น ถูกต้องครบถว้ นแตไ่ ม่
ครบตามหวั ข้อทกุ ส่วนใหญ่
ประเดน็ ข้อมลู มี ชัดเจน
แหลง่ ท่มี าอ้างองิ ได้
การ ถกู ต้องตามขั้นตอน ใช้ ใช้ภาษาถกู ต้องเป็นสว่ น นำเสนอไม่ตรงตาม ไมถ่ ูกต้องตามขัน้ ตอน
นำเสนอ ภาษาถูกต้อง สือ่ ใหญ่ แตเ่ สียงเบาทา่ ทาง เนือ้ หาและข้ันตอน ใช้ การใช้ภาษายงั ไม่
ผลงาน ความหมายไดง้ า่ ย เสยี ง ไมม่ ่ันใจ ภาษายังไม่ถกู ต้อง ขาด ถูกต้องและยังไม่
ดังชดั เจนและมั่นใจ การเชือ่ มโยง เสียงดัง เช่อื มโยง มกี ารใช้เสียง
เสียงทา่ ทางไมม่ นั่ ใจ เบา ท่าทางไมม่ น่ั ใจ
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 201
ผา่ นแหลง่ เรยี นรปู้ ระวตั ิศาสตรใ์ นท้องถ่นิ จังหวัดเชียงราย ชน้ั ป.๑-๖
ประเดน็ ระดบั คะแนน
ทปี่ ระเมิน (4 ) ดีมาก (3) ดี (2) พอใช้ (1) ปรับปรุง
การนำเสนองานใน การนำเสนองานใน การนำเสนองานในรปู การนำเสนองานในรูป
รูปแบบท่แี ปลกใหมเ่ ร้า รูปแบบที่แปลกใหมเ่ รา้ แบบเดิม ๆ มีการ แบบเดมิ ๆ ไม่ถกู ตอ้ ง
ความคิด ความสนใจ โดยมกี าร ความสนใจ โดยมกี าร เลียนแบบผอู้ น่ื เป็นส่วน เปน็ บ้างสว่ นการ
สร้างสรรค์ เสนอความคิดรเิ รมิ่
สรา้ งสรรค์ ขนาด เสนอความคิดริเร่มิ ใหญ่ ขนาดตวั อักษร สี ขนาดตวั อักษร สี ยงั
สร้างสรรคเ์ ปน็ บา้ งครัง้ เหมาะสม ไมเ่ หมาะสม
ตวั อกั ษร สี เหมาะสม มีการเลยี นแบบบา้ ง
สวยงาม เลก็ น้อย
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
10-12 ดีมาก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
1-3 ปรับปรงุ
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ 202
ผ่านแหล่งเรียนรปู้ ระวตั ศิ าสตร์ในทอ้ งถนิ่ จงั หวดั เชียงราย ช้ัน ป.๑-๖
แบบประเมินสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
ชอื่ ..............................................................นามสกุล................................................... เลขท่.ี ..................
คำช้แี จง: สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียน แล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
สมรรถนะด้าน รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ
1. ความสามารถในการคดิ 4 321
1.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์
2. ความสามารถในการสื่อสาร 1.2 มที ักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์
1.3 สามารถคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
1.4 มคี วามสามารถในการคิดอยา่ งมีระบบ
2.1 ใช้ภาษาถา่ ยทอดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด
ความรสู้ ึก และทศั นะของตนเองด้วยการพูดและการ
เขยี น
2.2 พดู เจรจาตอ่ รอง
2.3 เลือกรับหรือไมร่ ับขอ้ มูลขา่ วสาร
2.4 เลอื กใช้วธิ กี ารส่ือสาร
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน 27 - 32 ดีมาก
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
21 - 26 ดี
16 – 20 พอใช้
ตำ่ กวา่ 16 ปรับปรุง
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 203
ผ่านแหลง่ เรยี นร้ปู ระวตั ิศาสตรใ์ นทอ้ งถิ่น จงั หวัดเชียงราย ช้นั ป.๑-๖
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คำช้แี จง: สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ทำเครื่องหมาย✔ ลงใน
ชอ่ งทตี่ รงกบั ระดับคะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ 4321
1. ใฝเ่ รียนรู้ 1.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนร้ตู า่ งๆ
1.2 มกี ารจดบันทึกความรู้อยา่ งเป็นระบบ
2. 1.3 สรุปความรไู้ ด้อยา่ งมีถกู ต้อง มเี หตุผล
มงุ่ มั่นในการทำงาน 1.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย
1.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านสำเร็จ
ลงชอื่ ............................................ผปู้ ระเมิน
................ /................ /................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยครัง้ 18 - 20 ดมี าก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตำ่ กว่า 10 ปรับปรงุ
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 204
ผา่ นแหล่งเรียนรู้ประวัตศิ าสตรใ์ นทอ้ งถ่ิน จังหวัดเชียงราย ช้นั ป.๑-๖
หนว่ ยการเรียนร้ปู ระวตั ศิ าสตร์ผ่านแหล่งเรยี นรูท้ อ้ งถิน่ จงั หวัดเชียงราย
หน่วยการเรียนรู้ท่ี เรื่อง โบราณสถาน รหัสวชิ า ส 15102
ช่อื รายวชิ า ประวัตศิ าสตร์ กลุม่ สาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 เวลา 4 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถ
ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ อยา่ งเป็นระบบ
2. ตวั ชวี้ ัด
ป.5/1 สืบค้นความเปน็ มาของทอ้ งถิน่ โดยใชห้ ลักฐานท่ีหลากหลาย
ป.5/2 รวบรวมขอ้ มูลจากแหล่งต่างๆ เพอ่ื ตอบคำถามทางประวตั ิศาสตร์ อย่างมีเหตผุ ล
ป.5/3 อธบิ ายความแตกต่างระหว่างความจรงิ กับข้อเท็จจรงิ เก่ียวกับเร่ืองราวในท้องถนิ่
3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การสืบค้นความเป็นมาของท้องถิ่นตามขั้นตอนวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่รอบคอบ และสืบค้นศึกษา
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏตามแหล่งข้อมูล ทำให้สามารถทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเป็นมา
ของทอ้ งถ่ินได้ชดั เจน และตรงกบั ความเปน็ จรงิ
4. สาระการเรียนรู้
4.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
4.1.1 การสบื ค้นความเป็นมาของทอ้ งถน่ิ
4.1.2 การตง้ั คำถามและการตอบคำถามทางประวัติศาสตรอ์ ย่างมเี หตผุ ล
4.1.3 ความจรงิ กับข้อเทจ็ จรงิ เกยี่ วกบั เรอื่ งราวในทอ้ งถน่ิ
4.2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิน่
-ความเป็นมาของเมืองเชียงราย
-หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งเชยี งราย
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการคิด
5.2 ความสามารถในการส่ือสาร
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี นิ ัย มีความรับผดิ ชอบ
6.2 ใฝ่เรยี นรู้
6.3 มุ่งมัน่ ในการทำงาน
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ 205
ผา่ นแหล่งเรยี นรปู้ ระวัติศาสตร์ในทอ้ งถน่ิ จงั หวดั เชียงราย ชนั้ ป.๑-๖
7. ช้ินงาน/ภาระงานรวบยอด
7.1 แผนภาพความคดิ เรอ่ื ง เสาสะดือเมือง ความเป็นมาของท้องถิน่ (ชิน้ งาน)
7.2 การตงั้ คำถามและการตอบคำถามทางประวตั ิศาสตร์อย่างมีเหตุผล (ภาระงาน)
8. การวดั และประเมนิ ผลชนิ้ งาน/ภาระงานรวบยอด
8.1 แผนภาพความคดิ เรอ่ื ง เสาสะดอื เมือง ความเปน็ มาของท้องถ่ิน (ชิน้ งาน)
เกณฑ์การให้คะแนนแผนภาพความคดิ
ประเด็น ระดับคะแนน น้ำหนัก
การประเมนิ คะแนน
ดีมาก(4) ดี(3) พอใช้(2) ปรับปรงุ (1)
1. เน้อื หา 3
นำเสนอประวัตคิ วาม นำเสนอประวัติ นำเสนอประวัติ นำเสนอประวัติ
เป็นมา ความสำคัญ ความเป็นมา 2
เหตุผลในการสร้าง ความสำคัญ เหตผุ ล ความเปน็ มา ความเปน็ มา
ผู้สร้าง วันเวลาท่ีสรา้ ง ในการสรา้ ง ผูส้ ร้าง 20
และแหลง่ ท่ีตั้งได้ครบ วนั เวลาทีส่ รา้ ง และ ความสำคัญ ความสำคญั
และถูกตอ้ งทุก แหลง่ ท่ีตัง้ ขาด 1-2
ประเดน็ ประเดน็ และถูกตอ้ ง เหตผุ ลในการ เหตุผลในการ
สร้าง ผ้สู รา้ ง วัน สร้าง ผ้สู รา้ ง วนั
เวลาท่สี รา้ ง เวลาทสี่ รา้ ง
และแหล่งที่ตั้ง และแหลง่ ท่ีต้ัง
ขาด 3-4 ไม่ถูกตอ้ งเป็น
ประเดน็ และ สว่ นใหญ่
ถูกต้อง
2. การ ออกแบบการนำเสนอ ออกแบบการ ออกแบบการ ออกแบบการ
ออกแบบการ ข้อมูลสวยงาม แปลก นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมลู
นำเสนอข้อมูล ใหม่ไม่เหมือนใคร สวยงาม เป็น สวยงาม เขียน สวยงาม เขียน
การเขียนและ เป็นระเบียบ การ ระเบยี บ การเขียน ผดิ และไม่ถูก ผดิ และไม่ถูก
การใชภ้ าษาท่ี เขียนและการใช้ภาษา และการใชภ้ าษาไม่ หลกั ภาษาเพียง หลกั ภาษา
เล็กน้อยไม่เกิน ค่อนข้างมาก 6-
ถูกต้องตามหลักภาษา ถกู ต้องตามหลัก 3-5 คำ 10 คำ
ภาษา 1-2 คำ
รวม
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
16-20 4 (ดีมาก)
11-15 3 (ด)ี
6 - 10 2 (พอใช้)
1-5 1 (ปรบั ปรุง)
เกณฑ์การผา่ น ระดบั 3 (ด)ี ขนึ้ ไป
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ 206
ผา่ นแหล่งเรียนรปู้ ระวัติศาสตรใ์ นท้องถ่นิ จังหวัดเชียงราย ชน้ั ป.๑-๖
8.2 การต้งั คำถามและการตอบคำถามทางประวตั ิศาสตร์อย่างมเี หตุผล (ภาระงาน)
ประเด็น ระดับคะแนน นำ้ หนัก
คะแนน
การประเมิน
3
ดีมาก(4) ดี(3) พอใช้(2) ปรับปรุง(1)
2
1. การตั้ง 1.ตงั้ คำถามท่ีกระตนุ้ 1.ตงั้ คำถามที่ 1..ตงั้ คำถามที่ ตั้งคำถามที่ไม่
คำถามและ ความคดิ และความ กระตุน้ ความคิด กระตนุ้ ความคดิ นา่ สนใจและ
การตอบ สนใจในการอยากหา 2. ตอบคำถามโดย 2. ตอบคำถาม ตอบคำถามทีใช้
คำถามทาง คำตอบ ให้เหตผุ ลและอ้างอิง โดยใหเ้ หตผุ ล เหตผุ ลประกอบ
ประวตั ศิ าสตร์ 2. ตอบคำถามโดยให้ หลกั ฐานทาง ประกอบ
เหตผุ ลและอา้ งอิง ประวตั ิศาสตร์
หลกั ฐานทาง
ประวัติศาสตร์
แยกแยะระหวา่ ง
ความจริงกับ
ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
2. การพูด พูดและตอบคำถาม พูดและตอบคำถาม พดู และตอบ พดู และตอบ
และการตอบ โดยใชภ้ าษาทีถ่ กู ต้อง โดยใช้ภาษาที่ คำถามใช้ภาษา คำถามใช้ภาษา
คำถาม น้ำเสียงชัดเจน มนั่ ใจ ถูกต้อง น้ำเสยี ง ท่ีไม่ถูกต้องบาง ที่ไม่ถูกต้องเปน็
ในการพูดและตอบ ชดั เจน ขาดความ คำหรอื บาง ส่วนใหญ่ ขาด
คำถาม มนั่ ใจในการพดู และ ประโยค ขาด ความม่นั ใจใน
ตอบคำถามเพยี ง ความม่นั ใจใน การพูดและตอบ
เลก็ น้อย การพดู และตอบ คำถาม
คำถามเพยี ง
เล็กนอ้ ย
รวม 20
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
16-20 4 (ดมี าก)
11-15 3 (ด)ี
6 - 10 2 (พอใช้)
1-5 1 (ปรบั ปรุง)
เกณฑ์การผา่ น ระดับ 2(พอใช)้ ข้ึนไป
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ 207
ผ่านแหลง่ เรียนร้ปู ระวัตศิ าสตร์ในทอ้ งถน่ิ จงั หวดั เชียงราย ชัน้ ป.๑-๖
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ช่ัวโมงท่ี 1
ข้นั ตอนท่ี 1 การต้ังประเดน็ คำถาม
1. นักเรียนดูภาพโบราณสถานในท้องถิน่ แล้วตอบคำถามครูว่าโบราณสถานแต่ละแห่งมชี ่ือเรยี กว่าอะไร
ตั้งอยู่บริเวณใด (แนวคำตอบ : วัดพระแก้ว ตั้งอยู่อำเภอเมืองเชียงราย, วัดงำเมือง (กู่พระยาเม็งราย) ตั้งอยู่
อำเภอเมืองเชียงราย, ศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังเดิม) ตั้งอยู่อำเภอเมืองเชียงราย, วัดถ้ำพระ ตั้งอยู่
อำเภอเมืองเชียงราย, วดั ป่าสกั ต้ังอยอู่ ำเภอเชียงแสน, วัดพระธาตเุ จดยี ์หลวง ตงั้ อยู่อำเภอเชียงแสน)
ข้ันตอนที่ 2 ขัน้ สืบคน้ และรวบรวมหลกั ฐาน
2. นกั เรยี นรว่ มกนั ยกตัวอย่างหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ในทอ้ งถิน่ ที่ตนเองรู้จกั
3. นักเรียนจับคู่ จำแนกบัตรภาพหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ โดยจำแนกเป็นหลักฐานที่เปน็ ลายลกั ษณ์
อักษร และหลักฐานท่ีไม่เปน็ ลายลักษณ์อักษร (แนวคำตอบ หลกั ฐานท่เี ป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ พงศาวดาร
โยนก, จดหมายเหตุเมืองเชียงราย, ศิลาจารึกวัดบ้านยางหมากม่วง(อำเภอเชียงแสน) และตำนานพระแก้ว
มรกต หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ วัดพระสิงห์, กำแพงเมืองเก่า(เชียงแสน), พระพุทธรูปปูนป้ัน
(วัดพระโบราณเวียงเดิม), เสาสะดอื เมืองเชยี งราย, วดั เจด็ ยอด, เมืองโบราณเวียงกาหลง, เครื่องปั้นดินเผาเวียง
กาหลง และพระธาตุจอมกิตติ อำเภอเชยี งแสน)
ขน้ั ตอนท่ี 3 การตรวจสอบและตคี วามหลกั ฐาน
4. นักเรียนแต่ละคู่ส่งตัวแทนออกมานำเสนอการจำแนกบัตรภาพหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดย
จำแนกเป็นหลกั ฐานทเี่ ป็นลายลักษณอ์ ักษร และหลักฐานทไ่ี มเ่ ปน็ ลายลักษณอ์ กั ษร
ขั้นตอนท่ี 4 ขน้ั สรปุ ขอ้ เทจ็ จริง
5. นักเรียนร่วมกันสรุปประเภทและความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร์จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร และหลักฐานที่ไม่เป็น
ลายลักษณ์อักษร ซึ่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์มีความสำคัญเพราะสามารถใช้เป็นเครื่องนำทางใน
การศึกษา สบื ค้น แสวงหาขอ้ เท็จจริงเกี่ยงกบั เรือ่ งราวในอดีตของมนษุ ย์
6. นักเรียนร่วมกันจัดทำแผนภาพความคิดประเภทและความสำคัญของหลักฐานทางประวัติศาสตร์
พร้อมตัวอยา่ งประกอบ
ชั่วโมงที่ 2
ข้ันตอนท่ี 1 การตงั้ ประเดน็ คำถาม
1. ครูนำภาพ เสาสะดือเมืองเชียงราย แล้วให้นักเรียนตั้งคำถามถึงความเป็นมาของเสาสะดือเมือง
เชยี งราย โดยใชเ้ ทคนคิ 5W1H ได้แก่
- What (เสาสะดือเมอื งเชยี งรายคอื อะไร)
- Who (ใครเป็นผสู้ ร้าง)
- When (สร้างขึ้นเม่ือใด)
- Where (สรา้ งบริเวณใด)
- Why (ทำไมจึงสรา้ งขึน้ )
- How (มีลักษณะและความสำคญั อย่างไร)
นกั เรียนร่วมกันวางแผนการเก็บรวบรวมขอ้ มลู เพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซ่งึ คำตอบ
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 208
ผา่ นแหลง่ เรยี นรปู้ ระวัติศาสตรใ์ นทอ้ งถนิ่ จังหวัดเชียงราย ชัน้ ป.๑-๖
ขน้ั ตอนที่ 2 ข้นั สืบคน้ และรวบรวมหลักฐาน
2. นักเรียนแบ่งกลมุ่ กล่มุ ละ 3-5 คน ร่วมกันศึกษาข้อมูลเร่ืองราวของเสาสะดือเมืองเชียงราย ซ่ึงเป็น
ประวตั ศิ าสตรข์ องทอ้ งถิน่ ของตนเอง โดยแบง่ กล่มุ ใหส้ ืบคน้ ข้อมูล เช่น
-สบื ค้นข้อมูลเอกสาร ตำราต่างๆ เชน่ ประวตั ิเมืองเชยี งราย เสาสะดือเมืองเชียงราย
-สืบคน้ จากแหลง่ ข้อมลู สือ่ อินเทอรเ์ น็ต
-สืบคน้ จากตัวบคุ คล หรือผู้รู้
ในขั้นตอนท่ี 2 หากนกั เรียนสบื คน้ ไม่เสรจ็ ใหใ้ ช้เวลาอน่ื ในการสบื ค้นข้อมลู
ชั่วโมงท่ี 3
ข้นั ตอนที่ 3 การตรวจสอบและตีความหลกั ฐาน
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลความเป็นมาของเสาสะดือเมืองเชียงราย ตามแหล่งข้อมูลที่ได้
สืบค้นให้เพ่อื นในชั้นเรยี นไดร้ บั ทราบ
4. นกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานแหลง่ ข้อมูลว่ามีข้อมูลใดท่ีไมต่ รงกัน หรือมีข้อเท็จจริง
ทแี่ ตกตา่ ง ข้อมูลใดเป็นขอ้ เทจ็ จริง หรอื ความคดิ เห็น เป็นลายลักษณ์อกั ษร หรือคำบอกเลา่
ขัน้ ตอนท่ี 4 ข้ันสรุปข้อเท็จจริง
5. นกั เรียนร่วมกันสรุปเรอ่ื งราวของเสาสะดอื เมืองเชยี งราย ตามประเด็น เพ่อื ตอบคำถาม
- What (เสาสะดือเมอื งเชียงรายคืออะไร)
- Who (ใครเป็นผู้สร้าง)
- When (สร้างขน้ึ เมอ่ื ใด)
- Where (สรา้ งบรเิ วณใด)
- Why (ทำไมจงึ สร้างขึ้น)
- How (มีลกั ษณะและความสำคัญอย่างไร)
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปและจัดทำแผนภาพความคิดเรื่อง เสาสะดือเมือง ความเป็นมาของ
ท้องถน่ิ
ขน้ั ตอนท่ี 5 การนำเสนอขอ้ มูล
7. นักเรียนนำเสนอแผนภาพความคดิ เรื่อง เสาสะดือเมือง ความเป็นมาของท้องถิ่น และร่วมกันจัดทำ
ป้ายนิเทศในห้องเรยี น
ชว่ั โมงท่ี 4
ข้นั ตอนท่ี 1 การตัง้ ประเด็นคำถาม
1. ครูนำใบความรู้ เรื่อง ประวัติของพระธาตุดอยจอมทองมาให้นักเรียนอ่านและร่วมกันแสดงความ
คิดเหน็ แลว้ ให้นักเรยี นฝึกตง้ั คำถามทางประวตั ศิ าสตร์ คนละ 1 คำถาม
2. นกั เรยี นร่วมกนั ศกึ ษาการใชข้ ้อมลู และหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพื่อตอบคำถามอย่างมีเหตผุ ล โดย
ครูใช้คำถามให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น (แนวตัวอย่างคำถาม เช่น เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นใน
อดีต"(What), "สถานที่แห่งนั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่"(When), "สถานที่แห่งนั้นเกิดขึ้นที่ไหน"(Where), "ทำไม
จึงเกดิ สถานท่ีแหง่ น้ันข้นึ "(Why), และ "สถานท่ีแหง่ น้นั เกดิ ขนึ้ ไดอ้ ยา่ งไร"(How)
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 209
ผ่านแหล่งเรยี นรปู้ ระวตั ิศาสตรใ์ นท้องถน่ิ จงั หวัดเชียงราย ช้นั ป.๑-๖
ขั้นตอนที่ 2 ข้ันสบื คน้ และรวบรวมหลักฐาน
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มตั้งคำถามทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นตนเอง แล้วร่วมกันหา
คำตอบใหก้ บั กลุม่ ของตนเองอย่างมีเหตุผล
ข้นั ตอนที่ 3 การตรวจสอบและตีความหลกั ฐาน
4. นักเรียนร่วมกันบอกหลักฐานที่ได้มาว่าหลักฐานใดเป็นความจริง และหลักฐานใดเป็น
ข้อเทจ็ จรงิ จากเรื่องราวในท้องถ่นิ จากคำตอบที่ตนเองสืบค้นมาได้
ข้นั ตอนท่ี 4 ข้ันสรุปข้อเท็จจรงิ
5. นักเรียนร่วมกันสรุปคุณค่าและประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาตัวอย่างหลกั ฐานประวตั ิศาสตร์
ที่แสดงความจริงกับข้อเท็จจริง (แนวคำตอบ : ข้อมูลหรือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ใช้ในการศึกษา
นั้นมีด้วยกันหลากหลายประเภท จึงต้องมีการวิเคราะห์และประเมินความน่าเชื่อถือ เพื่อให้เราสามารถ
ทำความเข้าใจในข้อมูลเหล่าน้ันไดอ้ ยา่ งถูกต้อง)
6. นกั เรียนจัดทำแผนภาพความคิดเรอื่ ง โบราณสถานวัดพระธาตุดอยจอมทอง
ขน้ั ตอนท่ี 5 การนำเสนอข้อมูล
7. นักเรียนนำเสนอแผนภาพความคิด เรื่อง โบราณสถานวัดพระธาตุดอยจอมทอง และร่วมกัน
จดั ปา้ ยนิเทศ
10.การวดั และประเมินผล วธิ วี ัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวดั
- ตรวจใบงานแผนผัง - แบบประเมนิ ใบงาน ระดับคุณภาพ 2
1) ใบงาน แผนผงั ความคิดเรื่อง ความคิดเร่ือง เสาสะดือ
เสาสะดือเมอื ง ความเปน็ มาของ เมอื ง ความเปน็ มาของ แผนผงั ความคดิ เร่ือง เสา ผา่ นเกณฑ์
ท้องถนิ่ ทอ้ งถ่นิ
สะดอื เมอื ง ความเปน็ มา
ของทอ้ งถิ่น
2) กจิ กรรมการตง้ั คำถามและการ - ประเมินพฤติกรรมการตั้ง - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
ตอบคำถามทางประวตั ิศาสตร์ คำถามและการตอบคำถาม
อยา่ งมีเหตผุ ล ทางประวัติศาสตร์ พฤติกรรมการต้ังคำถาม ผ่านเกณฑ์
3) การอธบิ ายความ - ประเมินพฤตกิ รรมการ และการตอบคำถามทาง
แตกต่างระหว่างความจรงิ กบั อธบิ ายความแตกต่าง
ข้อเทจ็ จริงทีเ่ กิดข้ึน ระหวา่ งความจริงกับ ประวัตศิ าสตร์
ขอ้ เทจ็ จรงิ
4) สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน - สังเกตความสามารถใน - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2
การคดิ และการสื่อสาร
5) คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินยั พฤติกรรมการอธบิ าย ผ่านเกณฑ์
ความรับผิดชอบ ใฝ่เรยี นรู้
และม่งุ ม่ันในการทำงาน ความแตกต่างระหวา่ ง
ความจรงิ กับขอ้ เทจ็ จรงิ
- แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดับคุณภาพ 2
สำคัญของผูเ้ รยี น ผา่ นเกณฑ์
- แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
อันพึงประสงค์
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวัตศิ าสตร์ 210
ผา่ นแหลง่ เรยี นรปู้ ระวตั ิศาสตร์ในทอ้ งถิ่น จังหวดั เชยี งราย ช้ัน ป.๑-๖
11. สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
10.1 ภาพโบราณสถานในจังหวดั เชียงราย
10.2 บตั รภาพหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
10.3 ใบความรู้ เรอื่ ง เสาสะดอื เมืองเชียงราย
10.4 ใบความรู้ เร่ือง ประวตั ิของพระธาตุดอยจอมทอง
10.5 ใบงานเรือ่ ง เสาสะดอื เมือง ความเป็นมาของท้องถ่ิน
10.6 หอ้ งสมดุ สื่ออนิ เทอรเ์ น็ต
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ 211
ผ่านแหลง่ เรยี นรูป้ ระวัติศาสตร์ในทอ้ งถน่ิ จังหวัดเชยี งราย ชัน้ ป.๑-๖
ภาพโบราณสถานในจังหวดั เชียงราย
วัดพระแกว้ อำเภอเมืองเชียงราย วัดงำเมือง (กู่พระยาเม็งราย) อำเภอเมืองเชยี งราย
ศาลากลางจงั หวัดเชยี งราย (หลังเดมิ ) อำเภอเมืองเชียงราย วัดถ้ำพระ อำเภอเมืองเชยี งราย
วดั ป่าสกั อำเภอเชียงแสน วดั พระธาตุเจดียห์ ลวง อำเภอเชยี งแสน
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 212
ผ่านแหลง่ เรยี นรปู้ ระวตั ิศาสตรใ์ นท้องถน่ิ จงั หวดั เชียงราย ช้นั ป.๑-๖
บัตรภาพหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์
พงศาวดารโยนก วัดพระสงิ ห์
กำแพงเมืองเก่า (เชียงแสน) จดหมายเหตุเมืองเชยี งราย
พระพุทธรปู ปนู ปน้ั ศลิ าจารกึ วดั บ้านยางหมากม่วง
(วัดพระโบราณเวียงเดิม) (อำเภอเชยี งแสน)
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 213
ผา่ นแหลง่ เรียนรู้ประวตั ศิ าสตร์ในท้องถน่ิ จงั หวดั เชียงราย ช้นั ป.๑-๖
เสาสะดือเมืองเชียงราย วดั เจ็ดยอด อำเภอเมืองเชยี งราย
เมอื งโบราณเวียงกาหลง เครื่องป้นั ดินเผาเวยี งกาหลง
อำเภอเวยี งปา่ เป้า อำเภอเวียงปา่ เปา้
ตำนานพระแกว้ มรกต พระธาตุจอมกติ ติ อ.เชยี งแสน
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ 214
ผา่ นแหลง่ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ในท้องถิ่น จังหวดั เชยี งราย ชน้ั ป.๑-๖
ใบความรูเ้ ร่ือง เสาสะดอื เมืองเชียงราย
เสาสะดือเมอื งเชียงราย (เสาหลกั เมือง) เป็นเครือ่ งหมายหรือสญั ลกั ษณ์ของ
การก่อตั้งชุมชนและเมือง สำหรับจังหวัดเชียงรายจะเรียกเสาหลักเมืองว่าเสา
สะดือเมอื ง จากหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า เมือ่ ครง้ั การสร้างเมืองครั้งแรก
ใชค้ ำวา่ "เสาสะดอื เมอื ง" ไมใ่ ช้คำวา่ เสาหลกั เมือง
เสาสะดือเมืองเชียงรายแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2530 เนื่องในวโรกาสท่ี
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช ทรงเจรญิ พระชนมพรรษา
ครบ 60 พรรษา หรือ 5 รอบ และเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ
พญามังรายมหาราช ผู้ทรงสร้างเมืองเชียงรายเนื่องในวโรกาสการเฉลิมฉลองการ
สร้างเมืองเชียงรายครบ 725 ปี โดยนายอร่าม เอี่ยมอรุณ ผู้ว่าราชการจังหวดั ใน
ขณะนั้นได้เป็นแม่งานร่วมกับหน่วยงานราชการ เช่น สถาบันวิจัยสังคม
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ องคก์ รภาคประชาชน ภาคเอกชน และรัฐบาลเยอรมนั
ลักษณะของเสาสะดือเมืองเชยี งราย สร้างขึ้นโดยยึดตามรปู แบบเสาใจกลางบ้านของชาวไทลือ้ ซ่ึงตั้งถิ่น
ฐานอยู่ในเขตอำเภอเทงิ อำเภอเชยี งของ อำเภอพาน จังหวดั เชียงราย ซงึ่ ปกตเิ สาใจกลางบา้ นของชาวไทล้ือจะ
สร้างด้วยไม้ แต่เสาสะดือเมืองเชียงรายเป็นเสาหิน ซึ่งสร้างจากหินชั้นดีจากจังหวัดตาก ทั้งนี้เพื่อความคงทน
ถาวร บริเวณที่ตั้งเสาสะดือเมืองแห่งนี้เรียกว่าดอยจอมทอง ซึ่งตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าพญามังรายได้เสดจ็
มาหาตามช้างของพระองค์ซึ่งหนเี ตลิดมา เมื่อพระองค์ได้ทรงพบว่าสถานทีแ่ หง่ นี้มชี ัยภูมิเหมาะสมในการสร้าง
บา้ นเมือง จงึ โปรดให้สรา้ งเมอื งเชยี งรายขึ้น
เสาสะดือเมืองเชียงราย สร้างในรูปแบบศิลปะขอมแบบพนมบาแกง โดยยึดตามรูปแบบสมมติของ
จักรวาล หันหนา้ ไปสู่ทศิ ตะวันออก บรเิ วณด้านนอกสุดเป็นคูน้ำเหมือนในจักรวาล ลานดินถดั จากคูน้ำหมายถึง
แผ่นดนิ ลานด้านในยกเป็นช้ันๆ จำนวน 6 ชั้น เปรยี บเสมือนสวรรค์ทงั้ 6 ชนั้ ในกามภมู ิ ประกอบด้วยช้ันจาตุ
มหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามะ ดุสิต นิมมานรตี และปรนิมมิตสวัตตี ตามลำดับ โดยแต่ละชั้นจะมีร่องน้ำคั่นกลาง
เหมอื นปัญจมหานที ไดแ้ ก่ คงคา ยมนุ า อจิรวดี สรภู และมหิ ไหลลดหลั่นกนั ลงสพู่ ื้นดนิ ชั้นในสุดยกเป็น 3 ช้ัน
หมายถงึ รปู ภมู ิ อรูปภูมิ และนพิ พาน
ตัวเสาสะดือเมืองตั้งโดดเด่นดั่งเขาพระสุเมรุอยู่บนฐานสามเหลี่ยมยกพื้นสูง ซึ่งเปรียบเสมือนตรีกูฏ
บรรพต หรือผา 3 เส้า มีเสาบริวารล้อมรอบจำนวน 108 ต้น โดยตัวเสาสะดือเมืองมีขนาดใหญ่เท่ากับ 5 กำ
พระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ซึ่งเป็นไปตามคติความเชื่อของล้านนา
โบราณทจี่ ะตอ้ งสร้างเสาสะดือเมืองให้มขี นาดใหญ่เท่ากับ 5 กำพระหตั ถ์ และมคี วามสูงเท่ากบั ส่วนสูงของพระ
วรกายของพระมหากษัตริย์ เสาสะดือเมืองเชียงรายและเสาบริวารแกะสลักจากหิน โดยฝีมือของนายสิงห์คำ
สมเครือ ช่างฝีมือชาวพะเยา ปัจจุบันเสาสะดือเมืองเชียงรายนอกจากเป็นสถานที่รำลึกถึงการสร้างเมือง
เชียงรายแลว้ ยังเป็นสถานท่ที อ่ งเที่ยวท่ีสำคัญแหง่ หน่ึงของจังหวดั เชียงราย
บริเวณข้างเสาสะดือเมืองเชียงราย เป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุดอยจอมทอง และเชิงบันไดทางขึ้นไปสู่เสา
สะดือเมอื งดา้ นขวามือ มสี งิ่ กอ่ สรา้ งขนาดยอ่ มตงั้ อยู่ เรยี กวา่ “กรุวฒั นธรรมเชียงราย” ซงึ่ ก่อสรา้ งขึ้นเมืองวันที่
19 มกราคม พ.ศ. 2544 เพื่อเก็บร่องรอยและหลักฐานทางวัฒนธรรมร่วมสมัยปัจจุบัน ซึ่งกรุวัฒนธรรม
เชียงรายนี้จะทำการขุดขน้ึ มาอกี คร้งั เมื่อมอี ายคุ รบ 100 ปี หรือในวนั ท่ี 19 มกราคม พ.ศ. 2644
ท่ีมา : สำนกั งานวฒั นธรรมอำเภอเมืองเชียงราย http://m-culture.in.th/album/178463
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 215
ผา่ นแหล่งเรียนรปู้ ระวตั ศิ าสตรใ์ นทอ้ งถ่นิ จงั หวดั เชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
ใบความรู้ เรื่อง ประวัติของวดั พระธาตุดอยจอมทอง
วัดพระธาตุดอยจอมทอง เป็นอีกหนึ่งวัดเก่าแก่ที่มีตำนานเคียงคู่มากับประวัติการสร้างเมืองเชียงราย
โดยองค์พระธาตุจอมทองแห่งนี้ ไม่เพียงมีชื่อที่เป็นมงคลนามเท่านั้น หากยังเป็นเจดีย์ตามศิลปะแบบล้านนา
พกุ ามทีห่ ุ้มทองคำสวยงามมากทีเดียว ยอ้ นตำนานในอดีต มีการสนั นิษฐานว่าวัดแห่งนเี้ กดิ ก่อนที่พ่อขุนเม็งราย
จะมาพบดินแดนบรเิ วณน้ีและสร้างเป็นเมืองเชยี งราย ในปี พ.ศ. 1815 เสยี อกี โดยอา้ งตามหลกั ฐานที่ปรากฏ
ในหนังสือพงศวดารโยนกของพระยาประชากรจักร ซึ่งกล่าวว่า เมื่อพระพุทธศาสนามีอายุราว ๆ 936 ปีแล้ว
นั้น มีพระเถระเจ้ารูปหน่ึง ชื่อว่า พระพุทะโฆษา เป็นชาวโกศล ได้ออกเดินทางไปลังกาทวีป เพื่อนำคัมภีรพ์ ระ
ไตรปิฏกแห่งลังกาทวีปมาสูส่ ามัญทวปี และพุกามประเทศตอ่ มาก็ได้นำเข้ามาสู่โยนกนครไชยบุรีศรีเชยี งแสนใน
อาณาจักรไทย โดยในวันจันทร์ขึ้น 5 ค่ำเดือน 6 ปีชวด พ.ศ. 1483 ท่านได้นำพระบรมสารีริกธาตุ 3 ขนาด
รวม 16 องค์ มาถวายแก่พระเจ้าพังคราช เจ้าเมืองโยนกนาคพันธ์ในขณะนั้น พระองค์ได้แบ่งเป็นพระธาตุ
ขนาดใหญ่หนึ่ง ขนาดกลางสองรวมสามองค์ส่งให้พญาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนารายณ์ (บริเวณอำเภอเวียงชัย
ในปัจจุบัน) ส่วนหนึ่งบรรจลุ งมหาสถูปบนดอยทอง ขนานนามว่าพระธาตุดอยจอมทอง ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน
กบั ที่บรรจลุ งมหาสถูปบนดอยทองนน้ั เอง พระเจา้ พังคราชก็ไดน้ ำพระบรมสารีรกิ ธาตุส่วนท่ีเหลือ ไปเก็บรักษา
ไว้ที่ดอยน้อยซึ่งในปจั จุบันเป็นที่รูจ้ ักกันในชือ่ วัดพระธาตุจอมกิตติ วัดพระธรตุดอยจอมทอง ตั้งอยู่ ตำบลเวียง
อำเภอเมืองเชยี งราย จงั หวดั เชียงราย
ทีม่ า https://thai.tourismthailand.org/Attraction
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ 216
ผ่านแหลง่ เรยี นรู้ประวตั ศิ าสตรใ์ นท้องถ่ิน จงั หวดั เชยี งราย ชนั้ ป.๑-๖
ใบงานแผนผงั ความคดิ เรื่อง เสาสะดอื เมอื ง ความเปน็ มาของท้องถ่ิน
What (เสาสะดอื เมือง Who (ใครเปน็ ผ้สู ร้าง) When (สรา้ งขน้ึ เมื่อใด)
เชียงรายคอื อะไร)
เสาสะดือเมือง
ความเปน็ มาของท้องถน่ิ
Where (สรา้ งบรเิ วณใด) Why (ทำไมจึงสร้างข้นึ )
How (มีลกั ษณะและ
ความสำคัญอย่างไร)
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ 217
ผา่ นแหลง่ เรยี นร้ปู ระวัตศิ าสตร์ในท้องถิน่ จงั หวัดเชยี งราย ช้ัน ป.๑-๖
แบบประเมินใบงานแผนผังความคดิ เรอื่ ง เสาสะดือเมอื ง ความเปน็ มาของทอ้ งถน่ิ
คำชแ้ี จง : ประเมินใบงานแผนผังความคดิ เร่ือง เสาสะดือเมือง ความเปน็ มาของท้องถนิ่ แล้วทำเครื่องหมาย
✓ ลงในช่องที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
กลมุ่ ท.่ี ..................
สมาชกิ กล่มุ ๑........................................................................... ๒.............................................................
๓............................................................................ ๔.............................................................
๕............................................................................
ลำดับที่ รายการประเมิน คณุ ภาพผลงาน
๓๒๑
๑. ความถูกตอ้ งในการเขยี น
๒. ความสะอาดเรยี บรอ้ ย
๓. การตรงต่อเวลา
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน
ประเดน็ ในการ ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
ประเมนิ
ความถูกตอ้ งใน สามารถเขียนแผนผัง สามารถเขียนแผนผัง ไม่สามารถเขยี นแผนผัง
ความคิดเร่ืองเสาสะดือ ความคดิ เองได้
การเขียน ความคิดเรื่องเสาสะดือ เมอื งความเป็นมาของ
ทอ้ งถนิ่ ตนเองได้ แต่ต้อง
เมืองความเป็นมาของ รับฟังคำแนะนำจากครู
ทอ้ งถิ่นตนเองได้ถูกต้อง
เนื้อหาตรงประเด็นตาม
เทคนคิ คำถาม 5W1H
ความสะอาด สามารถเขยี นแผนผัง สามารถเขยี นแผนผงั ไมส่ ามารถเขียนแผนผงั
เรยี บรอ้ ย ความคิดไดอ้ ยา่ งสะอาด ความคดิ ได้อย่างสะอาด ความคิดได้อยา่ งสะอาด
เรยี บรอ้ ย โดยไมม่ จี ดุ เรยี บร้อย โดยมีจดุ เรยี บร้อย
ผดิ พลาด ผดิ พลาด
การตรงต่อเวลา ส่งผลงานครบถ้วน ตรง สง่ ผลงานครบถว้ น แต่ช้า สง่ ผลงานครบถว้ น
ตามเวลาท่ีกำหนด กวา่ กำหนดเล็กน้อย แต่ช้ากวา่ กำหนดมาก
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ระดับคุณภาพ
ช่วงคะแนน ดี
๗-๙
๔-๖ พอใช้
๑-๓ ปรับปรุง
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวตั ิศาสตร์ 218
ผ่านแหลง่ เรยี นรู้ประวตั ศิ าสตรใ์ นทอ้ งถ่ิน จังหวัดเชียงราย ชน้ั ป.๑-๖
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการตัง้ คำถามและการตอบคำถามทางประวัติศาสตร์
คำชแี้ จง : สังเกตพฤตกิ รรมการตง้ั คำถามและการตอบคำถามทางประวตั ศิ าสตร์ แล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงใน
ชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน
พฤติกรรม / ระดบั คะแนน
การต้งั คำถาม การต้งั คำถามมี การมีส่วนร่วม
ลำดับ ช่อื – สกลุ ไดอ้ ย่างถกู ต้อง ความเชื่อมโยง ในการแสดง รวม
ที่ กระตุ้นให้เกดิ ความคดิ เห็น
การคน้ หา
คำตอบ
321321321
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ 219
ผา่ นแหล่งเรียนร้ปู ระวตั ศิ าสตรใ์ นท้องถ่ิน จงั หวดั เชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
เกณฑ์การให้คะแนน
ประเด็นในการ ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
ประเมนิ ตง้ั คำถามและตอบคำถาม ตง้ั คำถามและตอบคำถาม
ทางประวัตศิ าสตรเ์ กี่ยวกับ ทางประวัติศาสตรไ์ ม่
การตง้ั คำถามได้ ตั้งคำถามและตอบคำถาม ความเป็นมาของท้องถน่ิ ได้ ถกู ต้อง
คอ่ นข้างถูกตอ้ ง
อย่างถูกต้อง ทางประวตั ศิ าสตร์เกย่ี ว
กบั ความเปน็ มาของท้องถน่ิ
ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
การตัง้ คำถามมี ต้งั คำถามทางประวตั ศิ าสตร์ ต้งั คำถามทางประวัติศาสตร์ ตงั้ คำถามทาง
ความเชอื่ มโยง
กระตุ้นให้เกิดการ เกย่ี วกบั ความเป็นมาของ เกย่ี วกับความเป็นมาของ ประวัตศิ าสตร์เกีย่ ว
คน้ หาคำตอบ
ท้องถิ่น มีความเช่ือมโยง ท้องถ่นิ ค่อนข้างมีความ กับความเป็นมาของ
การมีส่วนรว่ มใน
การแสดงความ และกระตนุ้ ให้เกดิ การค้นหา เช่อื มโยงกนั ทอ้ งถ่นิ ไม่มีความ
คดิ เหน็
คำตอบ เช่ือมโยงกัน
มีส่วนร่วมในการแสดงความ คอ่ นข้างมีส่วนร่วมในการ ไม่มสี ่วนรว่ มในการแสดง
คิดเหน็ และยอมรบั ฟังความ แสดงความคดิ เห็น ความคิดเหน็
คดิ เห็นของผอู้ นื่
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดี
๗-๙
๔-๖ พอใช้
๑-๓ ปรบั ปรงุ
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวัติศาสตร์ 220
ผา่ นแหล่งเรียนรปู้ ระวตั ศิ าสตร์ในทอ้ งถิน่ จงั หวดั เชยี งราย ชัน้ ป.๑-๖
แบบประเมนิ พฤติกรรมการอธิบายความแตกต่างระหวา่ งความจริงกับขอ้ เทจ็ จริง
คำชแี้ จง : สงั เกตพฤติกรรมการอธิบายความแตกต่างระหว่างความจริงกบั ข้อเท็จจริง แล้วทำเครอื่ งหมาย ✓
ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน
พฤติกรรม / ระดับคะแนน
ลำดับ ชอื่ – สกลุ การสบื คน้ การอธบิ ายความ การใชห้ ลักฐาน
ขอ้ มูลโดยใช้ แตกต่างระหวา่ ง ประกอบ รวม
ท่ี วิธกี ารทาง ความจริงกบั ขอ้ เทจ็
ประวัตศิ าสตร์ จริงทีเ่ กดิ ขึ้นใน
ทอ้ งถ่ินได้ถกู ต้อง
32132 1 321
เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก(3) ระดบั คะแนน ปรบั ปรงุ (1)
ประเดน็
สบื คน้ ข้อมูลโดยใช้วธิ กี าร พอใช้(2) สืบค้นข้อมลู โดยใช้
การประเมิน ทางประวตั ศิ าสตรค์ รบทง้ั วธิ ีการทางประวัติศาสตร์
5 ขนั้ ตอนและมคี วาม สืบค้นขอ้ มูลโดยใชว้ ิธกี าร นอ้ ยกวา่ 3 ขัน้ ตอน
การสืบค้นข้อมูลโดยใช้ ถูกต้อง ชัดเจน ทางประวตั ศิ าสตร์
วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ มากกวา่ 3 ขัน้ ตอน และมี
ความถกู ต้อง
การอธบิ ายความ อธบิ ายความแตกตา่ ง อธบิ ายความแตกต่าง อธบิ ายความแตกตา่ ง
แตกตา่ งระหว่างความจรงิ ระหว่างความจริงกับ ระหวา่ งความจริงกับ ระหว่างความจริงกบั
กบั ข้อเท็จจริงทเ่ี กดิ ขึน้ ข้อเทจ็ จริงท่เี กิดข้นึ ใน ขอ้ เท็จจรงิ ที่เกิดขึน้ ใน ข้อเท็จจรงิ ท่ีเกิดขึ้นใน
ท้องถิน่ ได้ถูกต้อง ชดั เจน ท้องถ่ินได้ถูกต้อง ค่อนข้าง ทอ้ งถนิ่ ไม่ถกู ต้อง
ชัดเจน
การใช้หลักฐานประกอบ ใช้หลกั ฐานประกอบ ใช้หลักฐานประกอบ ใช้หลกั ฐานประกอบไม่
ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม ค่อนข้างเหมาะสม เหมาะสม
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ระดับคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดี
๗-๙
๔-๖ พอใช้
๑-๓ ปรับปรุง
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 221
ผา่ นแหลง่ เรยี นรปู้ ระวตั ิศาสตร์ในท้องถ่ิน จังหวัดเชียงราย ช้ัน ป.๑-๖
แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
ช่อื ..............................................................นามสกลุ ................................................... เลขท.่ี ..................
คำชแ้ี จง : สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วทำเครอื่ งหมาย ✓ ลงในช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน
สมรรถนะดา้ น รายการประเมิน ระดับคุณภาพ
4 321
1. ความสามารถในการ 1.1 มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์
คดิ 1.2 มีทักษะในการคดิ นอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์
1.3 สามารถคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ
1.4 มีความสามารถในการคิดอยา่ งมีระบบ
2. ความสามารถในการ 2.1 ใชภ้ าษาถา่ ยทอดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด
ส่อื สาร ความรู้สึก และทัศนะของตนเองดว้ ยการพดู และการเขียน
2.2 พูดเจรจาตอ่ รอง
2.3 เลือกรบั หรือไม่รับข้อมูลขา่ วสาร
2.4 เลือกใชว้ ิธีการสอื่ สาร
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
27 - 32 ดมี าก
21 - 26 ดี
16 – 20 พอใช้
ตำ่ กวา่ 16 ปรับปรุง
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวัติศาสตร์ 222
ผา่ นแหล่งเรยี นร้ปู ระวัตศิ าสตร์ในทอ้ งถิน่ จงั หวดั เชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
คำชี้แจง : ให้ ผูส้ อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ทำเครือ่ งหมาย ✓
ลงในช่องทต่ี รงกับระดบั คะแนน
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ด้าน 4321
1. มีวนิ ัย รบั ผิดชอบ 1.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คบั ของโรงเรยี น มี
ความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจำวัน
2. ใฝ่เรียนรู้ 2.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนร้ตู ่างๆ
2.2 มีการจดบันทึกความร้อู ย่างเป็นระบบ
2.3 สรปุ ความร้ไู ดอ้ ย่างมีเหตุผล
3. มุ่งมั่นในการ 3.1 มีความต้ังใจและพยายามในการทำงานที่ไดร้ บั มอบหมาย
ทำงาน 3.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแทต้ อ่ อปุ สรรคเพอ่ื ให้งานสำเร็จ
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมิน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ................ /................ /................
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
20 – 24 ดมี าก
16 – 19 ดี
12 - 15 พอใช้
ต่ำกว่า 12 ปรับปรงุ
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วิธีการทางประวัตศิ าสตร์ 223
ผา่ นแหลง่ เรยี นรู้ประวัติศาสตรใ์ นท้องถ่ิน จงั หวัดเชยี งราย ชัน้ ป.๑-๖
หน่วยการเรยี นรูป้ ระวตั ศิ าสตรผ์ ่านแหลง่ เรยี นรูท้ อ้ งถ่ินจังหวดั เชยี งราย
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ เร่อื ง ภมู ินามเรียกขาน รหสั วิชา ส16102
ช่อื รายวชิ า ประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรรม
ชั้น ประถมศึกษาปที ี่ 6 เวลา 5 ช่วั โมง
**********************************************************************************
1.มาตรฐานการเรียนรู้
ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการทาง
ประวัตศิ าสตร์มาวเิ คราะหเ์ หตุการณ์ตา่ งๆ อย่างเปน็ ระบบ
2.ตัวชวี้ ัด
ป6/1 สืบค้นความเป็นมาของท้องถิ่นโดยใชห้ ลกั ฐานที่ หลากหลาย
ป.6/2 นำเสนอขอ้ มูลจากหลักฐานทีห่ ลากหลายในการทำความเขา้ ใจเร่ืองราวสำคัญในอดีต
3.สาระสำคญั
นำวธิ ีการทางประวัติศาสตร์ไปใช้ ศึกษาเรือ่ งราวในทอ้ งถ่ิน (ภมู นิ าม) โดยการใช้หลักฐานท่ีเหมาะสม
ท้งั ข้อเทจ็ จรงิ ,และนำเสนอข้อมลู ทห่ี ลากหลาย
4.สาระการเรยี นรู้
4.1. สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ความหมายและความสำคัญของวิธีการทางประวัติศาสตร์อย่างง่ายๆ ที่เหมาะสมกับนักเรียนการนำ
วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ไปใช้ศึกษาเรอื่ งราวในท้องถนิ่ เช่น ความเปน็ มาของภมู ินามของสถานท่ีในท้องถน่ิ
การนำวิธีการทางประวัติศาสตร์ไปใช้ศึกษาเรื่องราวในท้องถิ่น เช่น ความเป็นมาของภูมินามของ
สถานทใ่ี นทอ้ งถ่นิ
สรุปข้อมูลที่ได้จากหลักฐานทั้งความจริงและข้อเท็จจริงการนำเสนอข้อมูลที่ได้จากหลักฐานทาง
ประวัตศิ าสตรด์ ้วยวิธกี ารตา่ งๆ เชน่ การเล่าเร่ือง การจดั นทิ รรศการ การเขียนรายงาน
4.2. สาระการเรียนร้ทู อ้ งถ่นิ (ถ้ามี)
ประวตั ิทมี่ าของท้องถ่นิ ตนเอง เรื่องราวในท้องถน่ิ เช่น ความเป็นมาของภมู ินามของสถานท่ีในท้องถิ่น
ช่ือหมบู่ ้านของทอ้ งถิน่ นักเรยี น ชื่อวัด ชอ่ื สถานทส่ี ำคญั ต่าง ๆ ในจงั หวัดเชียงรายและชมุ ชนหมู่บา้ นของตนเอง
5.สมรรถนะสำคัญ
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
6.คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
6.1. ใฝ่เรียนรู้
6.2. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ 224
ผา่ นแหล่งเรียนรูป้ ระวัตศิ าสตร์ในท้องถน่ิ จงั หวดั เชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
7.ชน้ิ งาน/ภาระงานรวบยอดของหน่วย
7.1 ชนิ้ งาน รวบยอด
หนงั สอื เล่มเลก็ ชุมชน/หมู่บ้านของฉนั
7.2 ภาระงานกลมุ่ การจดั แสดงผลงาน ปา้ ยนเิ ทศ หรอื นิทรรศการ
7.3
8.การประเมนิ ผล ชน้ิ งาน/ภาระงานรวบยอดของหน่วยการเรียนรู้
1.หนงั สือเลม่ เล็กชมุ ชน/หมบู่ ้านของฉนั
ประเด็นการ ระดบั คุณภาพ นำ้ หนัก
คะแนน
ประเมนิ 4 3 2 1
-เขียนเน้อื เรื่องไม่ 3
1.เน้ือหาสาระ -เขยี นเนอ้ื เร่ือง -เขียนเนื้อเรื่อง -เขียนเนอ้ื เร่ืองไม่ เปน็ ไปลำดบั
ขัน้ ตอน 2
เป็นไปลำดับ เป็นไป ลำดับ เป็นไปลำดบั ขนั้ ตอน -เนอ้ื เรื่องไม่ถูกตอ้ ง
-รปู ภาพกบั คำ 20
ขั้นตอนดีมาก -เนอื้ ขัน้ ตอนดี -เน้อื เรื่องถูกตอ้ ง บรรยายสอดคลอ้ ง
กัน พอใช้
เรอ่ื งถูกตอ้ งชัดเจน -เนอ้ื เรอื่ งถูกต้อง ชดั เจนพอใช้
ความคิดสรา้ งสรรค์
ดี มาก ชดั เจน ดี -รูปภาพกบั คำ ควรปรบั ปรุง,ท
างาน ไม่สะอาด
-รปู ภาพกับคำ -รปู ภาพกบั คำ บรรยายสอดคล้อง เรียบรอ้ ย
บรรยาย สอดคล้อง บรรยาย สอดคล้อง กนั พอใช้
กันดมี าก กนั ดี
2.รปู แบบ สวยงาม, มี สวยงาม,มคี วามคดิ สวยงาม,มีความคิด
ความคดิ สร้างสรรค์ดี,ทำงาน สร้างสรรคพ์ อใช้,
สร้างสรรคด์ ีมาก สะอาดเรียบร้อยดี ทำงานสะอาด
,ทำงาน สะอาด เรยี บร้อยพอใช้
เรียบร้อยดีมาก
รวม
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ 225
ผา่ นแหล่งเรยี นรู้ประวตั ศิ าสตร์ในท้องถ่ิน จงั หวัดเชียงราย ชน้ั ป.๑-๖
2. การจดั แสดงผลงาน ป้ายนิเทศ หรือนทิ รรศการ
ประเดน็ การ ระดบั คุณภาพ น้ำหนกั
คะแนน
ประเมนิ 4 3 2 1
3
1.เน้ือหาสาระ -ครอบคลมุ เนอ้ื หา -ครอบคลมุ เนอื้ หา -ครอบคลุมเนือ้ หา -ครอบคลุมเนอ้ื หา
สาระ
สาระ ครบถ้วน สาระ สาระ -เน้ือเร่ืองไม่ถกู ตอ้ ง
สมบรู ณ์ -เน้ือเร่อื งถูกต้อง -เนอ้ื เรอื่ งถูกต้อง
-เน้ือเรอื่ งถูกต้อง ชัดเจน ดี ชัดเจนพอใช้
ชัดเจนดี มาก
2.การ มรี ูปแบบการ มีรปู แบบการ มรี ปู แบบการ มรี ูปแบบการ 2
นำเสนอ มคี วาม
นำเสนอ นำเสนอ น่าสนใจ นำเสนอ น่าสนใจ นำเสนอ นา่ สนใจ สอดคลอ้ ง
สวยงาม, มี สวยงาม มี มคี วามสอดคลอ้ ง
ความคดิ สรา้ งสรรค์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ และเหมาะสม
ดมี าก มีความ มีความสอดคลอ้ ง
สอดคลอ้ ง และ และเหมาะสม
เหมาะสม
รวม 20
9. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ 1
ข้นั ตอนท่ี 1 การต้ังประเดน็ คำถาม
1. เช็คอินสติ เพื่อดึงผู้เรียนให้ผู้เรียนเกิดสมาธิ เร้าความสนใจโดยเปิดคลิปวีดิโอเกี่ยวกับ
ประวัติศาสตร์ โดยการแจกโพสตอ์ ิท หรือ โน้ต ให้กับนักเรียน นักเรียนรู้สึกอย่างไรจากการชมคลิป นั้นๆ เพ่ือ
เตรียมเข้าสบู่ ทเรยี น
2. นำภาพ วีดิโอ สถานท่ีสำคัญในจังหวัดเชียงราย และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จาก
Youtube และเวป๊ ไซต์ https://chiangrai.mots.go.th/ สำนกั งานการท่องเท่ียวและกีฬาจงั หวัดเชยี งราย โดย
ให้นกั เรยี นดู แลว้ ใหน้ ักเรียนช่วยกนั ตอบคำถาม ตามประเดน็ ที่กำหนด ใคร ทำอะไร ท่ไี หน อย่างไร จากนั้นครู
อธิบาย เชื่อมโยง เพื่อให้นกั เรยี นเหน็ ความสำคญั ของการศกึ ษาเร่อื งราวทางประวตั ิศาสตร์
3. จากภาพวิดิโอ นักเรียนรู้จกั สถานที่ใดบ้าง (นักเรียนบอกชื่อภาพ) นักเรียนเคยไปสถานที่
นนั้ หรือไม่ แลว้ ทำไมสถานท่ีน้ันจึงมีช่ือนน้ั
เช่น -วดั พระแก้ว ทำไมถึงชื่อวัดพระแก้ว ใครเป็นผตู้ ัง้ ชอ่ื วัดพระแก้ว
-เสาสะดือเมืองเชียงราย ทำไมช่อื เสาสะดือเมอื งเชยี งราย สรา้ งข้นึ เม่ือไหร่ โดยใคร
4. แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 3-5 คน แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มกำหนดเรื่องราวในท้องถิ่นที่
สำคัญในจังหวัดเชียงราย กลุ่มละ 3 ชื่อ โดยให้ประกอบด้วย วัด โบราณสถาน โบราณวัตถุ เช่น วัด เมือง
เก่าและชุมชนโบราณ(เวียงเชียงรุ้ง และเวียงเชยี งราย) แหล่งทอ่ งเทีย่ วทางธรรมชาติทม่ี ปี ระวตั ิศาสตร์ (สวนตุง
และโคม , หนองหลวง , หาดเชียงราย ฯ) ประเพณีวัฒนธรรม พิธีกรรม ความเชื่อ (ประเพณีสืบชะตา ,พิธี
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 226
ผ่านแหลง่ เรียนรปู้ ระวัตศิ าสตร์ในท้องถ่นิ จังหวัดเชยี งราย ชัน้ ป.๑-๖
บวงสรวงพญามังราย , พิธีสู่ข้าวเอาขวัญ(ฮ้องขวัญ) แล้วให้ตั้งประเด็นคำถามและวางแผนกำหนดวิธีการใน
การหาคำตอบ และแหล่งขอ้ มูล และอปุ กรณใ์ นการค้นหาและรวบรวมหลักฐาน ตามตวั อยา่ ง
ข้ันตอนท่ี 2 การค้นหาและรวบรวมหลกั ฐาน
5. นกั เรยี นสืบค้นขอ้ มูลเรื่องราวในท้องถิ่น สถานทสี่ ำคัญในจังหวดั เชยี งราย ตามแหลง่
ค้นคว้า เช่น หนงั สือ ตำรา เอกสารแผน่ พบั จารกึ และเวบ็ ไซต์ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการค้นคว้า อาจใชเ้ วลา
หลงั จากการเรยี นการสอน
ชั่วโมงที่ 2
ขัน้ ตอนที่ 3 การวพิ ากยแ์ ละตคี วามหลักฐาน
6.นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดทำข้อมูลเรื่องราวในท้องถิ่น สถานที่สำคัญลงในกระดาษบรูฟ ทั้ง 3
แหง่
7. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอข้อมูลเรื่องราว สถานที่สำคัญในจังหวัดเชียงรายท่ี
กล่มุ ได้สบื ค้น พรอ้ มหลกั ฐานและแหลง่ ขอ้ มูล แล้วนำไปติดหนา้ กระดาน
8. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันพิจารณาว่าหลักฐานทีแ่ ตล่ ะกลุ่มสืบคน้ มีความน่าเช่ือถือหรือไม่
อย่างไร เปน็ หลกั ฐานชัน้ ตน้ หรอื หลกั ฐานชัน้ รอง โดยให้นกั เรยี นหมุนเวยี นกันดขู องแต่ละกล่มุ
ชั่วโมงที่ 3
ขนั้ ตอนท่ี 4 ขั้นสรปุ ขอ้ เทจ็ จรงิ
9. นักเรียนร่วมกันสรุปที่มาของเรื่องราวในท้องถิ่น และชื่อสถานที่สำคัญในจังหวัดเชียงราย
จากหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือ และออกแบบจัดทำรายงานหรือสมุดภาพเรื่องราว ชื่อและที่มาของสถานที่
สำคญั ของแตล่ ะกลมุ่ ให้สวยงาม
ขั้นตอนที่ 5 การนำเสนอข้อมูล
10. นกั เรียนร่วมกันจัดปา้ ยนิเทศ รายงานหรอื สมุดภาพเรอ่ื งราว ชื่อและท่ีมาของสถานท่ี ใน
จังหวดั เชียงราย
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 227
ผา่ นแหล่งเรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตร์ในท้องถน่ิ จังหวดั เชียงราย ชนั้ ป.๑-๖
ชัง่ โมงท่ี 4
ขน้ั ตอนที่ 1 การตั้งประเดน็ คำถาม
1. ครทู บทวนประโยชน์จากการสบื ค้น ภมู นิ ามของสถานที่และเรื่องราวในท้องถน่ิ สำคญั ของจังหวัด
เชยี งราย จากท่ีนักเรียนได้ปฏิบตั กิ ิจกรรมมาแล้ว ชอ่ื และสถานท่ีแตล่ ะแห่งมปี ระวตั ิความเป็นมาทีน่ า่ สนใจ
2. ครูสนทนาซักถามนักเรียนถึงชุมชน/หมู่บ้านที่นักเรียนอาศัยอยู่ เช่น ชื่อหมู่บ้าน ชื่อวัด ตลาด
โรงเรียน หรือชื่อสถานท่ีสำคัญในชุมชน/หมูบ่ า้ น แหล่งท่องเทีย่ ว ประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญ มีความเปน็ มา
อย่างไร แล้วให้นักเรียนร่วมกันตั้งคำถามว่า นักเรียนอยากรู้เรื่องอะไรในหมู่บ้านหรือชุมชนของเรา
ตัวอย่างเช่น
-ช่อื สถานทสี่ ำคัญในชุมชน/หมู่บา้ น เชน่ ชือ่ หมูบ่ ้าน ชื่อวัด ตลาด โรงเรยี น ฯลฯ (ให้สอดคล้อง
กับชุมชน/หมูบ่ ้าน)
- ประเพณีวัฒนธรรม พิธีกรรม และความเชื่อ เช่น สืบชะตา , ยี่เป็ง , โล้ชิงช้า ,ประเพณีกินวอ
ฯลฯ (สอดคลอ้ งกับชุมชน/หมบู่ ้าน)
-แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วตามธรรมชาติ เช่น นำ้ ตกต่างๆ หนองหลวง สวนสาธารณะ อา่ งเก็บน้ำ ฯลฯ
(ใหส้ อดคล้องกบั ชุมชน/หมบู่ ้าน)
3. แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 3-5 คน แล้วให้นักเรียนจับสลากเลือกหัวข้อ/ประเด็นเพื่อการสืบค้น
ใน 3 เรอื่ ง คือ
-ชอื่ สถานทส่ี ำคัญในชุมชน/หมู่บา้ น เชน่ ช่ือหมู่บา้ น ช่ือวัด ตลาด โรงเรยี น ฯลฯ (ให้สอดคล้อง
กับชมุ ชน/หมู่บ้าน)
- ประเพณีวัฒนธรรม พิธีกรรม และความเชื่อ เช่น สืบชะตา , ยี่เป็ง , โล้ชิงช้า ,ประเพณีกินวอ
ฯลฯ (สอดคล้องกับชมุ ชน/หมู่บา้ น)
-แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วตามธรรมชาติ เชน่ นำ้ ตกต่างๆ หนองหลวง สวนสาธารณะ อา่ งเก็บน้ำ ฯลฯ
(ให้สอดคล้องกับชมุ ชน/หมู่บา้ น)
-บุคคลสำคัญ/ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น หมอยา (หมอสมุนไพร) ช่างหัตถกรรม เกษตรกรรม
ศลิ ปะการแสดงพ้นื บ้าน ฯลฯ
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนการสืบค้นข้อมูล เช่น สอบถามสัมภาษณ์ผู้รู้ในชุมชน/หมู่บ้าน
เอกสารตำราต่างๆ จารึก บันทึกประวัติของชุมชน/หมู่บ้าน และเว๊บไซต์ต่างๆ ตามเรื่องที่จับสลากได้ แล้ว
รว่ มกันกำหนดแบบฟอร์มการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลเพื่อการสืบคน้ ตามตวั อย่างในภาคผนวก
ขน้ั ตอนที่ 2 การค้นหาและรวบรวมหลักฐาน
5. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม สืบค้น ข้อมูล ตามที่ได้วางแผนไว้ แล้วจัดรูปแบบเพื่อการ นำเสนอ ให้
น่าสนใจ เช่น อินโฟกราฟิก โปรแกรม power point แผนภาพความคิด คลิปวิดีโอ ลง You tube การทำ
QR CODE หรือรปู แบบอื่นๆ ตามความเหมาะสม
แนวทางการจัดการเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ 228
ผา่ นแหลง่ เรียนรปู้ ระวัติศาสตร์ในทอ้ งถ่ิน จงั หวดั เชียงราย ชน้ั ป.๑-๖
ช่ัวโมงที่ 5
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบและตคี วามหลักฐาน
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน จากการจับฉลากตามลำดับ กำหนดกลุ่มละ 15
นาที ด้วยวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย
7. ครูและนักเรียนร่วมกันวิพากษ์หลักฐาน ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลมีความน่าเชื่อถือหรือไม่
มากน้อยเพยี งใด
ขน้ั ตอนที่ 4 ข้ันสรุปข้อเท็จจรงิ
8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุป ชื่อ(ภูมินาม) สถานที่สำคัญ แหล่งท่องเที่ยว ประเพณีวัฒนธรรม
พิธีกรรมความเช่อื ของชุมชน
9. ครูและนักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ และประโยชนท์ ี่ไดร้ บั จากการสืบค้นข้อมลู และแนวทางใน
การนำความรูไ้ ปปรบั ใช้ ให้เกดิ ประโยชนใ์ นการดำเนนิ ชีวติ ประจำวนั ตามหลักการวิธีทางประวตั ศิ าสตร์
ขน้ั ตอนท่ี 5 การนำเสนอข้อมูล
10. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันจัดทำหนังสอื เล่มเล็กจากเร่ืองท่รี บั ผดิ ชอบ คือ ชอ่ื สถานทีส่ ำคัญใน
ชมุ ชน/หมบู่ า้ น ประเพณีวัฒนธรรม พธิ ีกรรม และความเชอื่ แหลง่ ท่องเทีย่ วตามธรรมชาติ บุคคลสำคัญ/
ภูมปิ ญั ญาท้องถ่นิ แสดงรายงานชอื่ (ภูมินาม) ประวัตคิ วามเป็นมาของสถานทีส่ ำคัญในชมุ ชน/หมู่บา้ นของ
ตนเอง
12. นักเรยี นจัดแสดงผลงานหนงั สือเลม่ เลก็ ในห้องสมดุ ของโรงเรยี น
10.การวดั ประเมินผล วธิ วี ดั เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
- ตรวจผลงาน - แบบประเมิน หนงั สอื ระดับคุณภาพ 2
รายการวัด เล่มเล็ก ผ่านเกณฑ์
1.หนงั สือเล่มเลก็ ระดับคุณภาพ 2
-แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
2.การจัดนิทรรศการแสดงผลงาน - ตรวจผลงาน ระดบั คุณภาพ 2
ผา่ นเกณฑ์
2. การทำงานกลุ่มความรว่ มมือกัน - สังเกตุ พฤติกรรมการมี - แบบสงั เกตุพฤติกรรม
การทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2
ทำกิจกรรมการแสดงความคิดเหน็ ส่วนรว่ ม การทำกิจกรรม ผา่ นเกณฑ์
การรบั ฟงั ความต้ังใจทำงาน กลุ่ม และการรับฟังความ
คิดเห็นซึ่งกนั และกนั
3. การนำเสนองาน งานกลุ่ม สังเกตุ พฤติกรรมการ แบบประเมิน การ
นำเสนองานกลุ่ม ด้าน นำเสนอ งานกลมุ่
เนื้อหาของงาน รปู แบบการ
นำเสนอ การใชภ้ าษา
ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ธิ ีการทางประวัติศาสตร์ 229
ผา่ นแหลง่ เรยี นรปู้ ระวัตศิ าสตรใ์ นทอ้ งถนิ่ จังหวดั เชียงราย ชั้น ป.๑-๖
รายการวดั วธิ ีวดั เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน - สงั เกตพฤติกรรม
ความสามารถในการคิด - แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดับคุณภาพ 2
5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และการส่ือสาร
สำคญั ของผเู้ รยี น ผ่านเกณฑ์
- การสังเกตพฤตกิ รรมของ
ผู้เรียน ความรับผดิ ชอบ - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
การใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมัน่ ใน คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
การทำงาน อันพงึ ประสงค์
11.สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
1.ใบความรู้เรอ่ื ง “ทอ้ งถ่นิ เชียงราย”
2.แหลง่ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ สำนักงานวฒั นธรรมจงั หวดั เชียงราย
https://www.m-culture.go.th/chiangrai/more_news.php?cid=62
3. แหลง่ หลักฐานในท้องถิ่น
4. แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ อนิ เตอร์เน็ต YouTube สถานที่สำคญั ในจงั หวดั เชียงราย
5. https://chiangrai.mots.go.th/ สำนกั งานการทอ่ งเที่ยวและกีฬาจังหวดั เชยี งราย
6. เอกสาร ได้แก่ หนังสือร้อยเรอื่ งเมอื งเชยี งราย
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใชว้ ิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 230
ผา่ นแหล่งเรียนรู้ประวตั ศิ าสตร์ในท้องถ่ิน จงั หวดั เชยี งราย ชัน้ ป.๑-๖
ใบงาน
เร่อื งราวในทอ้ งถ่ิน และสถานทส่ี ำคญั ในจงั หวัดเชยี งราย
คำชแ้ี จง ให้สมาชกิ ในกลุม่ ร่วมกนั ศกึ ษาเรอื่ งราวในท้องถิน่ และสถานท่สี ำคญั ในจงั หวัดเชยี งรา
พร้อมวางแผนในการสบื ค้นข้อมลู
กลมุ่ ท.่ี ..................
สมาชิกกลุ่ม ๑........................................................................... ๒.............................................................
๓............................................................................ ๔.............................................. ...............
๕............................................................................
วิธีการหาคำตอบ แหล่งขอ้ มลู
เรื่อง .........................
คำถามทีต่ ้องการทราบ สอ่ื /อุปกรณ์ทต่ี อ้ งใช้
หมายเหตุ ผสู้ อนสามารถให้นักเรียนออกแบบใบงาน ตามความถนัดของตนเองได้
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัตศิ าสตร์ 231
ผ่านแหลง่ เรยี นรู้ประวัติศาสตร์ในทอ้ งถิ่น จังหวดั เชียงราย ชัน้ ป.๑-๖
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
คำช้ีแจง: สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วทำเครอ่ื งหมาย ✔
ลงในชอ่ งทตี่ รงกับระดบั คะแนน
ท่ี ชอื่ -สกุล ความ การแสดง การรับฟัง ความตั้งใจ การแกไ้ ข รวม
ของผูร้ บั การประเมิน ร่วมมือกัน ความคดิ เห็ ความคดิ เหน็ ทำงาน ปญั หา/หรอื 20
ทำ กจิ กรรม ปรบั ปรงุ คะแนน
น ผลงานกลุ่ม
4 3 2 1 4 3 2 14 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1
ลงช่ือ................................................ผู้ประเมิน
................ /................ /................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 4 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้ 18 - 20 ดีมาก
14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตำ่ กว่า 10 ปรับปรงุ
แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใชว้ ธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ 232
ผ่านแหลง่ เรยี นร้ปู ระวัตศิ าสตรใ์ นท้องถิ่น จังหวัดเชียงราย ช้นั ป.๑-๖
แบบประเมิน การนำเสนอผลงาน กลมุ่
คำชแี้ จง: ประเมินการนำเสนองานกลุ่ม แลว้ ทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
กลุ่มท.ี่ ..................
สมาชิกกลุ่ม 1........................................................................... 2............................................................
ลำดับท่ี รายการประเมิน คณุ ภาพผลงาน
432 1
1. ดา้ นเนอื้ หา
2. การนำเสนอผลงาน
3. ความคิดสร้างสรรค์
รวม
ลงชื่อ ............................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ 233
ผา่ นแหล่งเรียนรปู้ ระวตั ิศาสตร์ในท้องถ่ิน จงั หวดั เชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ประเด็นที่ ระดบั คะแนน
ประเมนิ (4 ) ดีมาก (3) ดี (2) พอใช้ (1) ปรับปรงุ
เน้ือหาสาระที่
เนอื้ หาสาระท่นี ำเสนอ เนอ้ื หาสาระท่ีนำเสนอ เนือ้ หาสาระท่ี นำเสนอไม่มคี วาม
ถูกต้อง และไม่ครบ
ถูกต้องตรงตามประเด็น ถูกต้องตรงตามประเดน็ นำเสนอถกู ต้องตรง ประเดน็
ชัดเจนเนอื้ หามีขนั้ ตอน ชดั เจนทกุ ครงั้ ข้อมูลมี ตามประเดน็ ชดั เจน
ด้านเน้ือหา วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ แหลง่ ท่ีมาอา้ งอิงเปน็ ส่วน ทุกคร้งั ขอ้ มูลมี
ครบตามหัวข้อทกุ ประเด็น ใหญ่ แหลง่ ทมี่ าอา้ งอิงได้
ข้อมูลมีแหล่งท่ีมาอา้ งองิ ได้ ถูกต้องครบถ้วนแต่
ไมช่ ดั เจน
การนำเสนอ ถกู ต้องตามขนั้ ตอน ใช้ ใช้ภาษาถกู ต้องเปน็ สว่ น นำเสนอไม่ตรงตาม ไม่ถูกต้องตาม
ผลงาน ภาษาถกู ต้อง ส่อื ใหญ่ แต่เสียงเบาทา่ ทางไม่ เนื้อหาและขนั้ ตอน ขั้นตอน การใช้
ความหมายไดง้ า่ ย เสียงดัง มน่ั ใจ ใช้ภาษายงั ไม่ถกู ต้อง ภาษายงั ไม่ถกู ต้อง
ความคิด ชดั เจนและม่ันใจ ขาดการเช่ือมโยง และยังไมเ่ ชอ่ื มโยง
สรา้ งสรรค์ การนำเสนองานในรปู แบบ เสียงดงั เสยี งท่าทาง มีการใช้เสียงเบา
การนำเสนองานในรูปแบบ ทแี่ ปลกใหม่เร้าความสนใจ ไมม่ นั่ ใจ ทา่ ทางไม่มั่นใจ
ท่แี ปลกใหม่เร้าความสนใจ โดยมีการเสนอความคิด
โดยมกี ารเสนอความคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรคเ์ ป็นบา้ ง การนำเสนองานใน การนำเสนองานใน
ริเรม่ิ สรา้ งสรรค์ ขนาด ครั้ง มีการเลยี นแบบบ้าง รปู แบบเดิม ๆ มีการ รูปแบบเดมิ ๆ ไม่
ตัวอกั ษร สี เหมาะสม เลก็ นอ้ ย เลยี นแบบผ้อู ่นื เปน็ ถูกต้องเปน็ บ้างสว่ น
สวยงาม ส่วนใหญ่ ขนาด การ ขนาดตัวอักษร
ตัวอกั ษร สี สี ยงั ไมเ่ หมาะสม
เหมาะสม
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
10-12 ดมี าก
7-9 ดี
4-6 พอใช้
1-3 ปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ข้ึนไป
แนวทางการจดั การเรยี นรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ 234
ผ่านแหลง่ เรยี นรู้ประวัตศิ าสตร์ในท้องถิน่ จงั หวดั เชยี งราย ชั้น ป.๑-๖
แบบประเมนิ หนังสอื เล่มเล็กชุมชน/หมู่บ้านของฉัน
คำช้แี จง: ประเมนิ ผลงานหนังสือเล่มเลก็ ชุมชน/หมู่บา้ นของฉันแล้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องทต่ี รงกบั
ระดับคะแนน
กล่มุ ที่...................
สมาชิกกลมุ่ 1........................................................................... 2.............................................................
3............................................................................ 4.............................................................
5. ……………………………………………………………..
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน น้ำหนัก คุณภาพผลงาน รวม การตัดสนิ เกณฑ์
คะแนน 4 3 2 1 คะแนน คุณภาพ การผ่าน
1. ดา้ นเนอื้ หา 3
2. การนำเสนอผลงาน 2
รวม
ลงชือ่ ............................................ผปู้ ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
16-20 4 (ดมี าก)
11-15 3 (ด)ี
6 - 10 2 (พอใช้)
1-5 1 (ปรบั ปรงุ )
เกณฑ์การผ่าน ระดับ 2 (พอใช้) ข้ึนไป
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 235
ผา่ นแหลง่ เรยี นร้ปู ระวตั ศิ าสตร์ในทอ้ งถ่ิน จงั หวดั เชยี งราย ชนั้ ป.๑-๖
เกณฑ์การประเมนิ หนงั สือเล่มเลก็ ชุมชน/หมู่บ้านของฉนั
ประเด็น ระดบั คุณภาพ นำ้ หนัก
คะแนน
การ
3
ประเมนิ 4 3 2 1
2
1.เนื้อหา -เขียนเนอื้ เร่ืองเป็นไป -เขียนเนือ้ เรื่องเปน็ ไป -เขียนเนือ้ เร่ืองไม่ -เขียนเนอ้ื เรื่องไม่ 20
เป็นไปลำดบั
สาระ ลำดับ ขนั้ ตอนดมี าก ลำดบั ขน้ั ตอนดี เปน็ ไปลำดบั ขนั้ ตอน ข้นั ตอน
-เนอ้ื เรอื่ งไม่ถูกตอ้ ง
-เนือ้ เรอื่ งถูกต้อง -เนอ้ื เร่อื งถูกตอ้ ง -เนือ้ เรื่องถูกต้อง -รปู ภาพกับคำ
บรรยายสอดคลอ้ ง
ชดั เจนดี มาก ชัดเจน ดี ชดั เจนพอใช้ กนั พอใช้
-รูปภาพกับคำ -รปู ภาพกับคำ -รูปภาพกบั คำ ความคิดสร้างสรรค์
ควรปรับปรุง,ท
บรรยาย สอดคล้อง บรรยาย สอดคล้อง บรรยายสอดคล้อง างาน ไมส่ ะอาด
เรียบร้อย
กันดีมาก กนั ดี กนั พอใช้
2.รปู แบบ สวยงาม, มี สวยงาม,มีความคดิ สวยงาม,มีความคิด
ความคิด สรา้ งสรรค์ สร้างสรรคด์ ี,ทำงาน สร้างสรรคพ์ อใช้,
ดีมาก,ทำงาน สะอาด สะอาดเรยี บร้อยดี ทำงานสะอาด
เรยี บร้อยดมี าก เรียบรอ้ ยพอใช้
รวม
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใชว้ ิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 236
ผ่านแหลง่ เรียนรู้ประวัตศิ าสตรใ์ นท้องถ่ิน จงั หวัดเชยี งราย ช้นั ป.๑-๖
แบบประเมิน การจดั นิทรรศการ /ปา้ ยนเิ ทศ /การจัดแสดงผลงาน
คำช้แี จง: ประเมินผลงาน แล้วทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในชอ่ งทตี่ รงกับระดับคะแนน
กลมุ่ ท.ี่ ..................
สมาชิกกลุ่ม 1........................................................................... 2.............................................................
3............................................................................ 4.............................................................
5. ………………………………………………………………..
ลำดบั ที่ รายการประเมนิ นำ้ หนกั คณุ ภาพผลงาน รวม การตดั สนิ เกณฑ์
คะแนน 4 3 2 1 คะแนน คณุ ภาพ การผา่ น
1. เน้อื หาสาระ 3
2. การนำเสนอ 2
รวม
ลงชือ่ ............................................ผปู้ ระเมิน
................ /................ /................
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16-20 4 (ดีมาก)
11-15 3 (ด)ี
6 - 10 2 (พอใช้)
1-5 1 (ปรบั ปรงุ )
เกณฑ์การผา่ น ระดบั 2 (พอใช)้ ขนึ้ ไป
แนวทางการจดั การเรียนรู้โดยใช้วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 237
ผ่านแหลง่ เรยี นรู้ประวัตศิ าสตร์ในทอ้ งถ่ิน จงั หวัดเชยี งราย ชนั้ ป.๑-๖