1
คำนำ
แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ จัดทาข้ึนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรยี นการสอนรายวิชา
ทศั นศิลป์ ๒ รหสั วิชา ศ ๒๒๑๐๑ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ทเี่ นน้ นักเรียนเป็นสาคญั
มีการจัดกิจกรรมและการวัดผลประเมินผลท่ีหลากหลายสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้และตรงตาม
ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช ๒๕๕๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ตลอดจนการวัดผล
และประเมนิ ผล เป็นตน้
ผู้จดั ทาหวังเปนอยางยง่ิ วาแผนการสอนฉบับนี้คงจะเกดิ ประโยชนแกผู้ศึกษาบางตามสมควร
นางสาวม่งิ ขวญั แสนสมคั ร
ผูจ้ ดั ทา
ก
สำรบัญ
เรอื่ ง หนำ้
คำนำ…………………………………………………………………………………………………………… ก
คำอธิบำยรำยวิชำ…………………………………………………………………………………………. ๑
โครงสร้ำงรำยวชิ ำ…………………………………………………………………………………………. ๒
โครงสรำ้ งกำรสอน…………………………………………………………………………………………. ๔
แผนการเรียนร้หู น่วยท่ี ๑……………………………………………………………………………….. ๗
๗
แผนการเรียนรทู้ ี่ ๑………………………………………………………………………………….. ๑๗
แผนการเรียนรทู้ ่ี ๒………………………………………………………………………………….. ๓๐
แผนการเรยี นรู้หน่วยท่ี ๒……………………………………………………………………………….. ๓๐
แผนการเรียนรู้ที่ ๓………………………………………………………………………………….. ๔๒
แผนการเรียนรู้ท่ี ๔………………………………………………………………………………….. ๕๔
แผนการเรียนรู้ท่ี ๕………………………………………………………………………………….. ๖๕
แผนการเรียนรู้หน่วยที่ ๓……………………………………………………………………………….. ๖๕
แผนการเรียนรทู้ ี่ ๖………………………………………………………………………………….. ๗๗
แผนการเรียนรู้ที่ ๗………………………………………………………………………………….. ๘๙
แผนการเรียนรทู้ ี่ ๘………………………………………………………………………………….. ๑๐๑
แผนการเรียนรู้หนว่ ยที่ ๔……………………………………………………………………………….. ๑๐๑
แผนการเรยี นรู้ที่ ๙………………………………………………………………………………….. ๑๑๓
แผนการเรยี นรู้ที่ ๑๐……………………………………………………………………………….. ๑๒๕
แผนการเรยี นร้หู น่วยที่ ๕……………………………………………………………………………….. ๑๒๕
แผนการเรียนรู้ท่ี ๑๑……………………………………………………………………………….. ๑๓๖
แผนการเรียนรู้หนว่ ยที่ ๖……………………………………………………………………………….. ๑๓๖
แผนการเรียนรทู้ ี่ ๑๒……………………………………………………………………………….. ๑๔๗
แผนการเรียนรูท้ ี่ ๑๓……………………………………………………………………………….. ๑๕๘
แผนการเรียนร้ทู ่ี ๑๔………………………………………………………………………………..
ข
สำรบญั (ต่อ)
เรือ่ ง หนำ้
แผนการเรียนรู้หน่วยท่ี ๗……………………………………………………………………………….. ๑๗๐
๑๗๐
แผนการเรยี นรู้ท่ี ๑๕……………………………………………………………………………….. ๑๘๑
แผนการเรียนรทู้ ี่ ๑๖……………………………………………………………………………….. ๑๙๒
แผนการเรียนร้ทู ี่ ๑๗……………………………………………………………………………….. ๒๐๓
แผนการเรยี นรทู้ ี่ ๑๘……………………………………………………………………………….. ๒๑๔
แผนการเรยี นรู้ท่ี ๑๙……………………………………………………………………………….. ๒๒๕
แผนการเรยี นรู้หนว่ ยท่ี ๘……………………………………………………………………………….. ๒๒๕
แผนการเรียนรู้ท่ี ๒๐………………………………………………………………………………..
ค
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
รหสั วิชำ ศ ๒๒๑๐๑ รำยวชิ ำ ทศั นศลิ ป์ ๒ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ศิลปะ
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง
ชั้นมัธยมศกึ ษำปที ่ี ๒ ภำคเรียนท่ี ๑ จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ศึกษา ระบุ บรรยาย อภิปราย รูปแบบของทัศนธาตุและแนวคิดในงานทัศนศิลป์ ความ
เหมือนและความแตกต่างของรปู แบบการใช้วสั ดุอุปกรณ์ของศิลปนิ การใช้งานทศั นศิลป์ในการโฆษณา
วาดภาพด้วยเทคนิคท่ีหลากหลายในการสื่อความหมาย รูปแบบของทัศนธาตุ รูปแบบและวิธีการใช้
วัสดุอปุ กรณ์ในการสร้างงานทัศนศิลป์ การใช้งานทัศนศิลป์ในการโฆษณา ปฏิบัติวาดภาพด้วยเทคนิค
ที่หลากหลายในการสือ่ ความหมาย ประเมินและวจิ ารณ์ผลงานของตนเองและผอู้ ่ืน เพื่อปรับปรุงแกไ้ ข
พัฒนางาน จัดทาแฟ้มผลงานเพ่ือพัฒนางานทัศนศิลป์ และการประเมินงานทัศนศิลป์ของตนเองและ
ผู้อ่ืน บรรยายเกี่ยวกับ วัฒนธรรมที่สะท้อนในงานทัศนศิลป์ปัจจุบัน แนวคิดในการออกแบบงาน
ทัศนศิลปข์ องวัฒนธรรมไทยและสากล
โดยใชค้ วามคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ สร้างและนาเสนอผลงานทางทศั นศิลป์จากจินตนาการ ดว้ ย
อุปกรณ์ที่เหมาะสม รวมท้ังสามารถใช้เทคนิค วิธีการของศิลปินในการสร้างงานได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ
เพ่ือพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะวิธีการทางศิลปะ เกิดความซาบซึ้งใน
คณุ ค่าของศิลปะ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงออกอย่างอิสระในศิลปะแขนงต่างๆ เพ่ือส่งเสริมให้ผู้เรียน
มคี วามเช่ือมนั่ ในตนเอง อนั เป็นพื้นฐานในการศกึ ษาตอ่ หรอื ประกอบอาชีพต่อไป มที ักษะกระบวนการ
ในการดาเนินชีวิตประจาวันเพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม มีคุณธรรมสร้างความรักชาติ ศาสน์
กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัยใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทางาน รักความเป็นไทย และมี
จติ สาธารณะ
รหสั ตวั ชว้ี ัด
ศ ๑.๑ ม.๒/๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗
ศ ๑.๒ ม.๒/๑, ๒, ๓
รวมทง้ั หมด ๑๐ ตวั ชว้ี ัด
๑
โครงสร้ำงรำยวชิ ำ
กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ศลิ ปะ รหสั วิชำ ศ ๒๒๑๐๑
ช้ันมธั ยมศึกษำปีท่ี ๒ เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง
คะแนน ๑๐๐ คะแนน อัตรำส่วนคะแนน ๗๐/๓๐
(ภำคเรยี นที่ ๑)
หน่วยที่ ช่ือหน่วยกำร มำตรฐำนกำร สำระสำคัญ/ควำมคิดรวบยอด เวลำ น้ำหนัก
๑ เรยี นรู้ เรยี นรู้/ตัวช้ีวดั -ผล (ชว่ั โมง) คะแนน
รปู แบบทศั น กำรเรียนรู้ อ ภิ ป ร า ย เ กี่ ย ว กั บ ทั ศ น ธ า ตุ ใ น ด้ า น
ธาตแุ ละ รูปแบบซ่ึงนิยมถ่ายทอดความงามเป็น ๓
ศ ๑.๑ รูปแบบ คือ รูปแบบเหมือนจริง (Realistic)
แนวคดิ ในงาน ม.๒/๑, รู ป แ บ บ แ บ บ ตั ด ทอน ( Distortion) แ ล ะ
ทศั นศิลป์ รูปแบบตามความรู้สึก (Abstraction)และ
แนวคดิ ของงานทัศนศลิ ป์ทีเ่ ลอื กมา ๔
๒ รปู แบบการใช้ ศ ๑.๑ บรรยายเกย่ี วกับความเหมือนและความ
วสั ดอุ ุปกรณ์ ม.๒/๒ แตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ใน
ในงาน งานทัศนศิลป์ของศิลปิน ได้แก่ผลงาน ๖
ทศั นศิลปข์ อง จิตรกรรม ผลงานประติมากรรมและสือ่ ผสม
ศลิ ปนิ
๓ การวาดภาพ ศ ๑.๑ วาดภาพด้วยเทคนิคที่หลากหลายใน
สอื่ ความหมาย ม.๒/๓ การสื่อความหมายและเร่ืองราวต่าง ๆ โดยใข้ ๖
และเรอื่ งราว เทคนคิ สีน้า สีโปสเตอร์ และเทคนนคิ ผสม
๔ การวาด ศ ๑.๑ การวาดภาพถ่ายทอดลักษณะบุคลิก
ภาพถา่ ยทอด ม.๒/๖ ของตัวละครที่มีลักษณะเหมือนจริงและมี ๔
บคุ ลิกลักษณะ ลกั ษณะเหมือนการต์ นู
ของตัวละคร
สอบกลำงภำค ๑๐
๔๐
รวมคะแนนก่อนสอบกลำงภำค
๕ งานทศั นศลิ ป์ ศ ๑.๑ บรรยายวิธีการใช้งานทัศนศิลป์ในการ
ในการโฆษณา ม.๒/๗ โฆษณาเพ่ือโน้มน้าวใจและสร้างสรรค์ ๒
นาเสนอตัวอยา่ งประกอบ
๒
หนว่ ยที่ ชื่อหน่วยกำร มำตรฐำนกำร สำระสำคญั /ควำมคดิ รวบยอด เวลำ นำ้ หนกั
๖ เรยี นรู้ เรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัด-ผล (ชวั่ โมง) คะแนน
๗
การประเมิน กำรเรียนรู้ ๒๐
๘ และวจิ ารณ์ ๓๐
งานทัศนศลิ ป์ ศ ๑.๑ สร้างเกณฑ์ในการประเมินและวิจารณ์
ทศั นศลิ ป์ของ ม.๒/๔ , ม.๒/๕ งานทศั นศลิ ปเ์ พื่อนาผลการวิจารณไ์ ปปรบั ปรุง ๖
ไทยแตล่ ะยุค แก้ไขและพัฒนางานรวมไปถึงการจัดทาแฟ้ม
สมัย สะสมผลงานทัศนศิลป์
วัฒนธรรมใน ศ ๑.๒ ระบุและบรรยายเกีย่ วกบั วัฒนธรรมต่าง
งานทศั นศิลป์
ม.๒/๑, ม.๒/๒ ๆ ท่ีสะท้อนถึงงานทัศนศิลป์ รวมไปถึงการ
เปลี่ยนแปลงของงานทัศนศิลป์ของไทยในแต่ ๑๐
ละยุคสมัยโดยเน้นถึงแนวคิดและเน้ือหาของ
ผลงาน
ศ ๑.๒ เปรียบเทียบแนวคิดในการออกแบบ
ม.๒/๓ งานทัศนศิลป์ที่มาจากวัฒนธรรมไทยและ ๒
สากล
สอบปลำยภำค
รวมคะแนนก่อนสอบปลำยภำค
๓
โครงสรำ้ งกำรสอน
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ศิลปะ รหสั วิชำ ศ ๒๒๑๐๑
ชั้นมธั ยมศกึ ษำปีท่ี ๒ เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง
สัปดำห์ วันเดอื นปี จำนวน เรอ่ื ง สือ่ กำรสอน งำนทีม่ อบหมำย หมำยเหตุ
ที่ คำบ
๑ ๒ ความรู้เกย่ี วกบั ๑. PowerPoint เร่ืองความรู้ ๑. กิจกรรม “นง้ั ล้อมวง
๒ ทศั นธาตุและ เก่ียวกบั ทศั นธาตแุ ละพนื้ ฐานการ เจ้าปญั หา” เร่อื งความรู้
๒ พืน้ ฐานการรบั รู้ รับรู้ เกี่ยวกบั ทัศนธาตแุ ละ
๒ ๒. ภาพตวั อย่างผลงานทศั นศิลป์ พื้นฐานการรบั รู้
๓ รูปแบบทัศนธาตุใน ๑. PowerPoint เรอ่ื งรูปแบบทัศน ๑. ผลงานกิจกรรม
๒ งานทัศนศิลป์ ธาตใุ นงานทศั นศิลป์ “ศึกษาค้นคว้า
๔ ๒. ภาพตวั อย่างผลงานทศั นศลิ ป์ ความหมาย ลักษณะ
๒ ศลิ ปนิ ทัศนศิลป์ รูปแบบของงาน
๕ สาขาจติ รกรรม ๑. PowerPoint เรอ่ื งศลิ ปนิ ทศั นศลิ ป์”
๒ ทศั นศลิ ป์สาขาจิตรกรรม ๑. ผลงานกิจกรรม
๖ ๒ ศิลปินทัศนศิลป์ ๒. ภาพตวั อย่างผลงานทศั นศลิ ป์ “ศกึ ษาคน้ ควา้
๗ ๒ ประติมากรรมและ ความหมาย ลักษณะ
๘ ๑. PowerPoint เรื่องศลิ ปิน รปู แบบของงาน
สื่อผสม ทัศนศิลปป์ ระติมากรรมและส่ือผสม ทศั นศิลป์สาขา
๒. ภาพตัวอย่างผลงานทศั นศิลป์ จติ รกรรม”
ความเหมอื นและ ๑. ผลงานกิจกรรม
ความแตกตา่ งของ ๑. PowerPoint เร่ืองความเหมือน “ศกึ ษาคน้ คว้า
การใช้วัสดุของ และความแตกตา่ งของการใชว้ ัสดุ ความหมาย ลกั ษณะ
ของศิลปิน รปู แบบของงาน
ศิลปนิ ๒. เกม wordwal “การไล่ลา่ เขา ทศั นศิลป์ประตมิ ากรรม
วงกต และส่อื ผสม”
เทคนคิ การวาด ๑. PowerPoint เรื่องเทคนิคการ ๑. กิจกรรม เล่นเกม
ภาพดว้ ยสนี า้ วาดภาพดว้ ยสนี ้า wordwal “ก า ร ไ ล่ ล่ า
๒. ภาพตวั อยา่ งผลงานทศั นศลิ ป์ เขาวงกต”
เทคนคิ การวาด ๑. PowerPoint เรือ่ งเทคนคิ การ
ภาพดว้ ยสี วาดภาพดว้ ยสีโปสเตอร์ ๑. สร้างสรรค์ผลงาน
โปสเตอร์ ๒. ภาพตวั อย่างผลงานทัศนศลิ ป์ ด้ ว ย เ ท ค นิ ค ก า ร ว า ด
๑. PowerPoint เรื่องเทคนิคการ ภาพด้วยสนี ้า
เทคนคิ การวาด วาดภาพดว้ ยเทคนคิ ผสม ๑. สร้างสรรค์ผลงาน
ภาพดว้ ยเทคนิค ๒. ภาพตวั อยา่ งผลงานทศั นศลิ ป์ ด้ ว ย เ ท ค นิ ค ก า ร ว า ด
ภาพด้วยสโี ปสเตอร์
ผสม ๑. สร้างสรรค์ผลงาน
ด้ ว ย เ ท ค นิ ค ก า ร ว า ด
ภาพดว้ ยเทคนคิ ผสม
๔
สัปดำห์ วันเดอื นปี จำนวน เรือ่ ง ส่ือกำรสอน งำนทมี่ อบหมำย หมำยเหตุ
ที่ คำบ
๒ วาดภาพตัวละครที่ ๑. PowerPoint เร่ืองวาดภาพตัว ๑. สร้างสรรค์ผลงาน
๙ มีลกั ษณะเหมอื น ละครทมี่ ีลกั ษณะเหมือนจริง ตั ว ล ะ ค ร ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ
๒ ๒. ภาพตวั อย่างผลงานทศั นศิลป์ เหมือนจริง
๑๐ จรงิ ๑. สร้างสรรค์ผลงาน
๑. PowerPoint เรื่องวาดภาพตวั ตั ว ล ะ ค ร ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ
วาดภาพตวั ละครท่ี ละครทีม่ ลี ักษณะเหมือนการต์ ูน เหมอื นการ์ตนู
มีลักษณะเหมอื น ๒. ภาพตวั อย่างผลงานทศั นศลิ ป์
การ์ตนู
สอบกลำงภำค
๑๑ ๒ ทศั นศิลปก์ บั งาน ๑. PowerPoint เรอ่ื งทศั นศลิ ปก์ ับ ๑. อ อ ก แ บ บ บ รรจุ
โฆษณา งานโฆษณา ภัณฑ์ทัศนศิลป์กับงาน
โฆษณา
๑๒ ๒ หลักการทวั่ ไปใน ๑. PowerPoint เรอื่ งหลักการ ๑. ผลงาน My
การประเมินและ ทว่ั ไปในการประเมนิ และวิจารณ์ Mapping จากกจิ กรรม
วิจารณง์ าน งานทศั นศิลป์ หลักการทวั่ ไปในการ
ทัศนศิลป์ ประเมินและวจิ ารณ์งาน
ทศั นศิลป์
๑๓ ๒ การสรา้ งเกณฑก์ าร ๑. PowerPoint เร่ืองการสร้าง ๑. ผลงาน My
ประเมินและ เกณฑก์ ารประเมนิ และวจิ ารณง์ าน Mapping จากกจิ กรรม
วิจารณง์ าน ทศั นศิลป์ การสรา้ งเกณฑ์การ
ทัศนศิลป์ ประเมินและวิจารณง์ าน
ทัศนศิลป์
๑๔ ๒ การจดั ทาแฟ้ม ๑. PowerPoint เรื่องการจดั ทา ๑. จัดทาแฟ้มสะสมงาน
สะสมงานทศั นศิลป์ แฟ้มสะสมงานทัศนศิลป์ ทัศนศลิ ป์
๑๕ ๒ ผลงานทศั นศิลป์ ๑. PowerPoint เรื่องผลงาน ๑. กิจกรรมเล่นเกม
สมยั ก่อน ทศั นศลิ ปส์ มยั กอ่ นประวัตศิ าสตร์ WordWall “ทายสิภาพ
ประวตั ศิ าสตร์ ๒. เกม WordWall “ทายสิภาพ อะไรเอ่ย”
อะไรเอ่ย
๑๖ ๒ ผลงานทัศนศลิ ป์ ๑. PowerPoint เรอ่ื งผลงาน ๑. กิจกรรม เล่นเกม
สมัยประวตั ศิ าสตร์ ทัศนศลิ ป์สมัยประวตั ศิ าสตรก์ ่อน wordwal “ก า ร ไ ล่ ล่ า
ก่อนสุโขทยั สุโขทัย เขาวงกต”
๒. เกม wordwal “การไล่ล่าเขา
วงกต
๑๗ ๒ ผลงานทัศนศลิ ป์ ๑. PowerPoint เรอ่ื งผลงาน ๑ . กิ จ ก ร ร ม เ ก ม
สมัยสโุ ขทยั ทศั นศิลป์สมัยสุโขทยั bamboozle “เกมเปิด
๒. เกม bamboozle “เกมเปิด แผ่นป้าย”
แผน่ ปา้ ย”
๕
สัปดำห์ วันเดือนปี จำนวน เรื่อง สอ่ื กำรสอน งำนทม่ี อบหมำย หมำยเหตุ
ที่ คำบ
๑๘ ๒ ผลงานทัศนศลิ ป์ ๑. PowerPoint เรื่องผลงาน ๑ . กิ จ ก ร ร ม เ ก ม
สมัยอยธุ ยา ทัศนศิลปส์ มัยอยุธยา bamboozle “เกมเปิด
๑๙ ๒ ๒. เกม bamboozle “เกมเปิด แผน่ ป้าย”
ผลงานทศั นศิลป์ แผ่นปา้ ย”
๒๐ ๒ สมยั รัตนโกสินทร์ ๑. PowerPoint เรอื่ งผลงาน ๑ . กิ จ ก ร ร ม เ ก ม
ทศั นศลิ ปส์ มัยรัตนโกสินทร์ bamboozle “เกมเปิด
วัฒนธรรมไทยและ ๒. เกม bamboozle “เกมเปิด แผน่ ปา้ ย”
สากลในงาน แผน่ ป้าย”
ทศั นศลิ ป์ ๑. PowerPoint เรอ่ื งวฒั นธรรม ๑ . ผ ล ง า น My
ไทยและสากลในงานทัศนศิลป์ Mapping จากกิจกรรม
วั ฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย แ ล ะ
สากลในงานทัศนศลิ ป์
สอบปลำยภำค
๖
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้
กลุ่มสำระกำรเรยี นรศู้ ิลปะ ช้นั มัธยมศกึ ษำปที ่ี ๒
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ี่ ๑ รูปแบบทศั นธำตแุ ละแนวคดิ ในงำนทัศนศิลป์ เวลำ ๔ ช่ัวโมง
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี ๑ ควำมรู้เกย่ี วกบั ทศั นธำตแุ ละพน้ื ฐำนกำรรับรู้ เวลำ ๒ ชงั่ โมง
ใช้สอนวันท…ี่ ……..……..เดอื น…………………….…………….……………พ.ศ………………….เวลำ………………..
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจิตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์
วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารงาน คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานทัศนศิลป์อย่าง
อิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใชใ้ น ชวี ติ ประจาวัน
ตวั ชว้ี ัด
ม.๒/๑ อภปิ รายเกย่ี วกับทัศนธาตุในด้านรปู แบบและแนวคดิ ของงานทัศนศลิ ปท์ ีเ่ ลือกมา
สำระสำคัญ
อภปิ รายเกีย่ วกบั ความรเู้ รอื่ งทัศนธาตุและพน้ื ฐานการรับรู้
จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้
ควำมรู้ควำมเข้ำใจ (Knowledge)
นักเรยี นสามารถวเิ คราะห์ความรเู้ รื่องทัศนธาตแุ ละพ้นื ฐานการรบั รู้
ทกั ษะกำรปฏิบตั ิ (Skill/Performance)
นกั เรยี นรจู้ ักสังเกตผลงานทัศนศลิ ปโ์ ดยใช้ความร้เู ร่ืองทัศนธาตุและพ้นื ฐานการรับรู้
ทัศนคต/ิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
นกั เรยี นสามารถอภิปรายความรเู้ รอ่ื งทัศนธาตแุ ละพ้นื ฐานการรับรู้
สำระกำรเรียนรู้
ความรู้พ้นื ฐานทัศนธาตุและพ้ืนฐานการรบั รู้ ได้แก่ ทฤษฎีการเห็นและ การรับรู้
ทางการมองเหน็
๗
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มวี ินัย
๒. ใฝ่รใู้ ฝ่เรียน
๓. มุง่ มน่ั ในการทางาน
กิจกรรมกำรเรยี นรู้
กระบวนกำร กจิ กรรม เวลำ หมำยเหตุ
๑๐ นาที
ขน้ั นำ - ครสู นทนากบั นักเรียนเกยี่ วกับรปู ภาพผลงานทศั นศลิ ป์ รปู ภาพผลงาน
วา่ ในรปู ภาพนักเรียนเห็นอะไรบ้าง ๘๐ นาที ทศั นศลิ ป์
- ผู้สอนบรรยายเร่ืองความรเู้ กย่ี วกบั ทัศนธาตแุ ละพืน้ ฐาน ๑๐ นาที
การรบั รู้
- กิจกรรม นง้ั ล้อมวงเจ้าปญั หา
ข้นั สอน - ครูใหน้ ักเรียนนงั้ ลอ้ มเป็นวงกลม จากนนั้ ครูจะแจกลูก
ลอบให้กบั นักเรยี น ๑ คน สง่ ลูกบอลตอ่ ๆกันไปจนกวา่
เสียดนตรีจะหยดุ หากลกู บอลหยดุ อยทู่ ่ใี ครใหค้ นนัน้
เลอื กแผ่นป้ายคาถามและตอบคาถามเรือ่ ง ความรู้
เกย่ี วกับทัศนธาตุและพนื้ ฐานการรับรู้ หากตอบผิดจะ
โดนแยกออกมาทาโทษเช่น การเตน้ สนกุ ๆ เล่นวน
ตอ่ ไปจนหมดคาถาม
ข้นั สรปุ - รว่ มกนั อภปิ รายกิจกรรม น้งั ลอ้ มวงเจา้ ปัญหา เรอื่ ง
ความร้เู กย่ี วกบั ทัศนธาตแุ ละพื้นฐานการรับรู้
สอ่ื /แหลง่ กำรเรียนรู้
๑. PowerPoint เรอ่ื งความรูเ้ กีย่ วกบั ทัศนธาตแุ ละพืน้ ฐานการรับรู้
๒. ภาพตัวอย่างผลงานทัศนศลิ ป์
ช้ินงำน/ภำระงำน
๑. กิจกรรม “นั้งล้อมวงเจ้าปัญหา” เรอ่ื งความรู้เก่ยี วกบั ทัศนธาตุและพื้นฐานการรบั รู้
๘
วธิ วี ัดผลและประเมนิ ผล วธิ ีกำรวดั เครื่องมอื เกณฑก์ ำรประเมิน
แบบประเมนิ
ตวั ชวี้ ดั จำกจุดประสงค์ กำรเรยี นรู้ ตรวจผลงานจากการทา แบบประเมนิ นักเรยี นต้องได้ ๖
K นักเรยี นสามารถวเิ คราะห์ความรู้ กิจกรรม แบบประเมิน คะแนนขน้ึ ไปจึงจะถอื ว่า
เรือ่ งทัศนธาตแุ ละพน้ื ฐานการรบั รู้ ผ่าน
นกั เรียนตอ้ งได้ ๖
P นกั เรยี นรจู้ ักสังเกตผลงานทศั นศลิ ป์ ตรวจผลงาน คะแนนข้ึนไปจึงจะถือว่า
โดยใช้ความรู้เร่อื งทัศนธาตแุ ละ สังเกต
พ้นื ฐานการรบั รู้ ผา่ น
นกั เรยี นตอ้ งได้ ๖
A นกั เรียนสามารถอภิปรายความรู้ คะแนนขนึ้ ไปจงึ จะถอื วา่
เร่อื งทัศนธาตุและพืน้ ฐานการรบั รู้
ผ่าน
๙
เกณฑ์กำรประเมิน
เกณฑก์ ำรประเมินด้ำนควำมรู้ (K)
ประเด็นกำร เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
ประเมนิ
๕ ๔ ๓๒ ๑
วิเครำะหค์ วำมรู้ ดมี ำก ดี ปรบั ปรงุ
เรื่องทัศนธำตแุ ละ บอกความรู้ บอกความรู้ ปลำนกลำง พอใช้ บอกความรู้
พน้ื ฐำนกำรรบั รู้ เรอ่ื งทศั น เรอ่ื งทัศนธาตุ เร่อื งทัศนธาตุ
ธาตแุ ละ และพนื้ ฐานการ บอกความรู้ บอกความรู้ และพ้นื ฐานการ
พ้นื ฐานการ รับรขู้ าด ๑ รบั รู้ขาด ๔ อยา่ ง
รับรไู้ ด้ อย่าง เร่อื งทัศนธาตุ เรื่องทศั นธาตุ
ครบถว้ น
และพน้ื ฐานการ และพนื้ ฐานการ
รับร้ขู าด ๒ รับรู้ขาด ๓ อย่าง
อย่าง
ระบุและบรรยำย บอกเทคนคิ บอกเทคนิค บอกเทคนิค บอกเทคนิค บอกไม่ได้
เทคนคิ วธิ ีกำร ความรู้ ความรู้ ความรู้ ความรู้
ควำมรู้ เรื่องทัศน
เรอ่ื งทัศนธำตุ ธาตแุ ละ เรื่องทัศนธาตุ เร่ืองทัศนธาตุ เร่อื งทศั นธาตุ
และพืน้ ฐานการ และพนื้ ฐานการ และพื้นฐานการ
และพืน้ ฐำนกำร พืน้ ฐานการ รับรู้ขาด ๓ อย่าง
รับรู้ รบั รู้ได้ รับรขู้ าด ๑ รับรูข้ าด ๒
ครบถว้ น อยา่ ง อย่าง
เกณฑ์กำรตดั สนิ คณุ ภำพ
ระดบั คณุ ภำพ ช่วงคะแนน
ดมี าก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรบั ปรงุ
๑๐
แบบประเมินกำรเรียนรู้
ชั้นมัธยมศกึ ษำปที ี่ ๒/…..
คำชี้แจง ใหผ้ ู้สอนขดี เคร่ืองหมาย √ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน
ท่ี ชอ่ื – สกุล วเิ คราะหค์ วามรู้ ระบุและบรรยาย รวม
นกั เรยี นที่ได้รบั การประเมนิ เร่ืองทัศนธาตแุ ละพ้ืนฐาน เทคนิควิธีการของความรู้
การรบั รู้ เรอ่ื งทศั นธาตุและ
พน้ื ฐานการรับรู้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงช่อื …………………………………..ผู้สอน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมินผลความรู้เรอื่ งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดังน้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : นักเรยี นต้องได้ ๖ คะแนนขึ้นไปจงึ จะถือว่าผา่ น
๑๑
เกณฑก์ ำรประเมิน
เกณฑก์ ำรประเมินด้ำนควำมรู้ (P)
ประเด็นกำรประเมนิ ๓ เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ๑
ไมมีความ
ควำมคดิ สรำ้ งสรรค์ รูปแบบแปลกใหม ไมซ่ า้ ใคร ๒ แปลกใหม่
สงั เกตผลงำนทศั นศลิ ป์ สังเกตผลงานทศั นศลิ ป์ ผลงานลอกเลยี นแบบ จาก เทคนคิ ไมต่ รงตามทศ่ี ิลปิน
โดยใชค้ วำมร้เู รอื่ ง โดยใช้ความรเู้ รื่อง ความคดิ กลมุ่ อนื่ ใช้
ทศั นธำตุและพน้ื ฐำนกำร ทัศนธาตุและพื้นฐานการ สงั เกตค่อนข้างครบถว้ น ผลงาน ไม่เสรจ็ สมบรู ณ์
รับรู้ รบั รู้ครบถ้วน ผลงานทศั นศลิ ป์
โดยใชค้ วามร้เู รื่อง
คณุ ภำพผลงำน ผลงานเสร็จสมบรู ณ์
สะอาดเรียบร้อย ทศั นธาตแุ ละพ้นื ฐานการ
รับรู้
ผลงานค่อนขา้ งจะเสรจ็
สมบรู ณ์
เกณฑก์ ำรตัดสินคณุ ภำพ
ระดับคณุ ภำพ ช่วงคะแนน
ดมี าก ๓
ดี ๒
ปรับปรุง ๑
๑๒
แบบประเมินกำรเรยี นรู้
ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๒/…..
คำชี้แจง ใหผ้ ู้สอนขดี เคร่ืองหมาย √ ลงในช่องที่ตรงกบั ระดับคะแนน
สงั เกตผลงาน
ชื่อ – สกลุ ทัศนศลิ ป์
นกั เรยี นทีไ่ ด้รับการประเมนิ
ที่ ความคดิ สรา้ งสรรค์ โดยใชค้ วามรู้ คณุ ภาพผลงาน รวม
เร่ือง
ทัศนธาตุและ
พน้ื ฐานการรับรู้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชอื่ …………………………………..ผู้สอน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมนิ ผลความรู้เรื่องการเขยี นนิทาน มีเกณฑ์การประเมนิ ดังนี้
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดบั ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดับ พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนท่ีได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นักเรียนตอ้ งได้ ๖ คะแนนข้ึนไปจงึ จะถือว่าผา่ น
๑๓
เกณฑก์ ำรประเมิน
เกณฑก์ ำรประเมนิ ดำ้ นเจตคติ (A)
ประเดน็ กำร เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
ประเมนิ
๕๔ ๓ ๒ ๑
อภิปรำย ปรับปรงุ
ควำมรู้เรื่อง ดีมำก ดี ปลำนกลำง พอใช้ ความรู้เรอื่ ง
ทัศนธำตแุ ละ ทศั นธาตุและ
พืน้ ฐำนกำรรับรู้ บอกความรู้ บอกความรเู้ รือ่ ง บอกความรเู้ รอ่ื ง บอกความรู้เร่ือง พ้ืนฐานการรับรู้
ขาด ๔ อยา่ ง
เร่ือง ทศั นธาตุและ ทัศนธาตแุ ละ ทศั นธาตแุ ละ
ทศั นธาตุและ พนื้ ฐานการรบั รู้ พ้ืนฐานการรบั รู้ พื้นฐานการรับรู้
พนื้ ฐานการ ขาด ๑ อย่าง ขาด ๒ อยา่ ง ขาด ๓ อย่าง
รับรไู้ ด้
ครบถว้ น
อภิปรำย บอกเทคนคิ บอกเทคนิคของ บอกเทคนิคของ บอกเทคนคิ ของ บอกไมไ่ ด้
เทคนคิ วิธกี ำร ความรู้เรอื่ ง ความรเู้ รอื่ ง ความรู้เรอื่ ง ความรู้เรอื่ ง
ของควำมรเู้ รื่อง ทัศนธาตุและ ทศั นธาตุและ ทศั นธาตแุ ละ ทศั นธาตแุ ละ
ทศั นธำตุและ พ้ืนฐานการ
พน้ื ฐำนกำรรับรู้ พน้ื ฐานการรับรู้ พนื้ ฐานการรบั รู้ พื้นฐานการรบั รู้
รับรู้ได้ ขาด ๑ อย่าง ขาด ๒ อย่าง ขาด ๓ อย่าง
ครบถ้วน
เกณฑ์กำรตัดสนิ คุณภำพ
ระดบั คุณภำพ ช่วงคะแนน
ดมี าก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรบั ปรงุ
๑๔
แบบประเมนิ กำรเรยี นรู้
ชน้ั มธั ยมศึกษำปีท่ี ๒/…..
คำช้ีแจง ใหผ้ ู้สอนขดี เครื่องหมาย √ ลงในช่องทต่ี รงกับระดับคะแนน
อภปิ ราย
ท่ี ชอื่ – สกุล อภิปรายความรู้เร่ือง เทคนคิ วิธกี ารของความรู้ รวม
นักเรียนทไ่ี ด้รับการประเมิน ทศั นธาตุและพน้ื ฐานการรับรู้ เรอื่ งทัศนธาตุและพื้นฐาน
การรบั รู้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงช่ือ…………………………………..ผู้สอน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรให้คะแนน
การวดั และประเมนิ ผลความรู้เร่อื งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมินดงั น้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดับ พอใช้
หมำยเหตุ : นักเรยี นต้องได้ ๖ คะแนนขึ้นไปจึงจะถือวา่ ผา่ น
๑๕
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ระดับคะแนนเกณฑ์ ๓ ๒ ๑
๑. มวี ินยั ดี ปำนกลำง ปรับปรุง
๒. ใฝ่เรียนรู้ ส่งงานตรงตามเวลาที่ สง่ งานหลังจากเวลาท่ี ส่งงานหลังจากเวลาท่ี
กาหนด กาหนด ๑ วนั กาหนดเกิน ๑ วัน
๓. มงุ่ ม่ันในกำร ร่วมทากจิ กรรมในหอ้ ง
ทำงำน ร่วมทากจิ กรรมในห้อง บางครง้ั (๓๐ นาที / ไม่รว่ มทากิจกรรมในห้อง
ตลอดเวลา
คาบ) ไมร่ ่วมทางาน และ
ร่วมทางานกับเพ่อื น รว่ มทางานกับเพ่ือนใน ปรึกษากับเพ่ือนในกลุ่ม
ในกลุ่มตลอดเวลา กลมุ่ เป็นบางคร้งั (๓๐
นาที / คาบ)
เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ
ระดับคณุ ภำพ ชว่ งคะแนน
ดมี าก ๓
พอใช้ ๒
ปรับปรงุ ๑
๑๖
เกณฑก์ ำรประเมนิ
แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ชน้ั มัธยมศึกษำปที ่ี ๒/…..
คำชแ้ี จง ใหผ้ สู้ อนขดี เคร่ืองหมาย √ ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั ระดับคะแนน
ท่ี ชื่อ – สกลุ มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ ม่ันในการทางาน รวม
นกั เรียนท่ีไดร้ ับการประเมิน
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชือ่ …………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมินผลความรู้เร่อื งการเขยี นนิทาน มีเกณฑ์การประเมนิ ดังนี้
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดับ พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนที่ได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นักเรยี นต้องได้ ๖ คะแนนขนึ้ ไปจงึ จะถือว่าผา่ น
๑๗
บนั ทกึ หลงั กำรสอน
๑. ดำ้ นควำมรคู้ วำมเข้ำใจ (k)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ด้ำนทกั ษะกระบวนกำร (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. ดำ้ นเจตคติ คณุ ธรรมจริยธรรม ควำมสุขสนกุ สนำนเพลิดเพลนิ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………..ผ้สู อน
(…………………………………………………)
๑๘
แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรศู้ ิลปะ ชนั้ มธั ยมศึกษำปีที่ ๒
หนว่ ยกำรเรยี นรทู้ ี่ ๑ รูปแบบทัศนธำตุและแนวคิดในงำนทัศนศิลป์ เวลำ ๔ ชวั่ โมง
แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ ่ี ๒ รูปแบบทศั นธำตใุ นงำนทศั นศลิ ป์ เวลำ ๒ ชง่ั โมง
ใช้สอนวนั ท…ี่ ……..……..เดือน…………………….…………….……………พ.ศ………………….เวลำ………………..
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจิตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์
วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารงาน คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานทัศนศิลป์อย่าง
อิสระ ช่นื ชมและประยกุ ตใ์ ช้ใน ชวี ิตประจาวัน
ตัวช้วี ดั
ม.๒/๑ อภปิ รายเก่ยี วกบั ทศั นธาตุในด้านรูปแบบและแนวคิดของงานทัศนศลิ ปท์ เ่ี ลือกมา
สำระสำคญั
รูปแบบของงานทัศนศิลป์ นิยมถ่ายทอดความงามเป็น ๓ รูปแบบ คือ รูปแบบเหมือนจริง
(Realistic) รูปแบบแบบตดั ทอน (Distortion) และรปู แบบตามความรูส้ กึ (Abstraction)
จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
ควำมรคู้ วำมเข้ำใจ (Knowledge)
นักเรียนสามารถวเิ คราะห์และบรรยายรูปแบบทศั นธาตุในงานทศั นศิลป์
ทกั ษะกำรปฏบิ ัติ (Skill/Performance)
นักเรียนรู้จักสังเกตผลงานทัศนศิลป์โดยใช้ความรู้เรื่องผลงานรูปแบบทัศนธาตุในงาน
ทัศนศลิ ป์
ทัศนคติ/คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)
นักเรยี นมคี วามร่วมมอื ในการปฏบิ ัตงิ านร่วมกัน
๑๙
สำระกำรเรยี นรู้
๑. รูปแบบของงานทัศนศิลป์มี ๓ รูปแบบ คอื รปู แบบเหมอื นจริง (Realistic) รปู แบบแบบ
ตัดทอน (Distortion) และรปู แบบตามความรสู้ กึ (Abstraction)
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มวี นิ ัย
๒. ใฝร่ ้ใู ฝ่เรยี น
๓. มุง่ มน่ั ในการทางาน
กิจกรรมกำรเรียนรู้ กิจกรรม เวลำ หมำยเหตุ
๑๐ นาที
กระบวนกำร ครูสุ่มสอบถามนักเรียนถึงรูปแบบของงานทัศนศิลป์ท่ี รปู ภาพผลงาน
ขั้นนำ - นกั เรียนเคยพบเห็นว่ามลี กั ษณะอย่างไรบา้ ง ๘๐ นาที ทศั นศลิ ป์
- ผ้สู อนบรรยายเรื่องเร่อื งรูปแบบของงานทศั นศิลป์ ๑๐ นาที
-
ครูนาตัวอย่างภาพผลงานทัศนศิลป์ที่แสดงรูปแบบของงาน
- ทัศนศิลป์ให้นักเรียนสังเกต ครูอธิบายเกี่ยวกับความ
แตกต่างของรปู แบบจากผลงาน
ข้นั สอน
แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5–6 คน ร่วมกันศึกษา
- ค้นควา้ ความหมาย ลกั ษณะรูปแบบของงานทัศนศลิ ป์ ลงใน
แบบจดบันทกึ และวาดภาพประกอบตามหัวข้อดงั น้ี
- ๑) รูปแบบเหมือนจรงิ (Realistic)
๒) รูปแบบแบบตัดทอน (Distortion)
ขั้นสรปุ ๓) รปู แบบตามความรสู้ ึก (Abstraction)
แต่ละกลุ่มออกมาอภิปรายผลการศึกษาความหมาย และ
จาแนกลักษณะรูปแบบงานทัศนศิลป์ โดยครูคอยอธิบาย
เสริมถึงการสื่อความหมายทแี่ สดงออกมาในผลงาน
ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุปเรื่อง รูปแบบของงาน
ทัศนศิลป์ ที่เกิดจากส่วนประกอบของทัศนธาตุซึ่งมี
ความสาคญั ต่อการถา่ ยทอดความคิดจินตนาการในรูปแบบ
ต่าง ๆ ของผลงานทัศนศิลป์ โดยครูคอยให้ความรู้เสริมใน
ส่วนท่ีนักเรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงกับจุดประสงค์การ
เรยี นรู้
๒๐
ส่อื /แหลง่ กำรเรียนรู้
๑. PowerPoint เร่ืองรปู แบบของงานทศั นศลิ ป์
๒. ภาพตวั อย่างผลงานทัศนศิลป์
ช้นิ งำน/ภำระงำน
๑. ผลงานกิจกรรม “ศึกษาคน้ คว้าความหมาย ลกั ษณะรปู แบบของงานทัศนศิลป์”
วิธวี ัดผลและประเมินผล วธิ ีกำรวดั เครือ่ งมือ เกณฑก์ ำรประเมิน
แบบประเมิน
ตวั ช้วี ดั จำกจุดประสงค์ กำรเรียนรู้ นักเรยี นตอ้ งได้ ๖
คะแนนข้นึ ไปจึงจะถือวา่
K นักเรยี นสามารถวเิ คราะหแ์ ละ ตรวจผลงานจากการทา
บรรยายรูปแบบทศั นธาตใุ นงาน กิจกรรม ผา่ น
ทศั นศลิ ป์
P นกั เรียนรู้จกั สังเกตผลงาน ตรวจผลงานจากการทา แบบประเมนิ นักเรยี นตอ้ งได้ ๖
ทศั นศิลปโ์ ดยใชค้ วามรเู้ รือ่ งผลงาน กิจกรรม คะแนนขนึ้ ไปจึงจะถอื วา่
รูปแบบทัศนธาตใุ นงานทัศนศิลป์
ผ่าน
A นกั เรยี นมคี วามรว่ มมือในการ สังเกต แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับ ด/ี ดมี าก ถอื ว่า
ปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน ผา่ น เกณฑ์ การประเมิน
๒๑
เกณฑ์กำรประเมิน
เกณฑก์ ำรประเมินด้ำนควำมรู้ (K)
ประเด็นกำร เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
ประเมิน
๕ ๔ ๓๒ ๑
วิเครำะหท์ ัศนธำตุ ดีมำก ดี ปรับปรุง
บอก บอก ปลำนกลำง พอใช้ บอกองคป์ ระกอบ
องคป์ ระกอบ องคป์ ระกอบ ทศั นธาตุขาด ๔
ทศั นธาตุได้ ทศั นธาตุขาด ๑ บอก บอกองค์ประกอบ องค์ประกอบ
ครบถ้วน องค์ประกอบ
องค์ประกอบ ทัศนธาตุขาด ๓
ทศั นธาตุขาด ๒ องค์ประกอบ
องค์ประกอบ
วิเครำะห์และ บอกรูปแบบ บอกรปู แบบ บอกรปู แบบ บอกรูปแบบทศั น บอกไม่ได้
บรรยำยรูปแบบ ทัศนธาตุใน ทัศนธาตุในงาน ทศั นธาตุในงาน ธาตใุ นงาน
ทัศนธำตใุ นงำน งานทัศนศลิ ป์ ทัศนศลิ ป์ขาด ๑ ทศั นศิลป์ขาด ๒
ได้ครบถว้ น ทศั นศลิ ป์ขาด ๓
ทัศนศลิ ป์ อย่าง อย่าง อย่าง
เกณฑก์ ำรตดั สนิ คณุ ภำพ
ระดบั คณุ ภำพ ชว่ งคะแนน
ดมี าก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรับปรุง
๒๒
แบบประเมินกำรเรยี นรู้
ชน้ั มัธยมศกึ ษำปีท่ี ๒/…..
คำช้แี จง ให้ผสู้ อนขดี เครื่องหมาย √ ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
วเิ คราะห์และ
ท่ี ช่ือ – สกลุ วเิ คราะห์ทศั นธาตุ บรรยายรูปแบบทศั นธาตุ รวม
นักเรียนทีไ่ ด้รับการประเมิน ในงาน
ทัศนศิลป์
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงชอื่ …………………………………..ผู้สอน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรให้คะแนน
การวัดและประเมนิ ผลความรู้เรอ่ื งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดงั น้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดบั ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : นักเรียนต้องได้ ๖ คะแนนข้ึนไปจึงจะถือว่าผา่ น
๒๓
เกณฑ์กำรประเมิน
เกณฑก์ ำรประเมินดำ้ นควำมรู้ (P)
ประเดน็ กำรประเมิน ๓ เกณฑ์กำรให้คะแนน ๑
ไมมีความ
ควำมคดิ สร้ำงสรรค์ รปู แบบแปลกใหม ไม่ซ้าใคร ๒ แปลกใหม่
รู้จักสังเกตผลงำน รู้จกั สังเกตผลงาน ผลงานลอกเลียนแบบ จาก ไมม่ กี ารสังเกต
ทศั นศิลป์โดยใชค้ วำมรู้ ทัศนศิลปโ์ ดยใชค้ วามรู้ ความคิดกลมุ่ อนื่
เรื่องผลงำนรูปแบบทศั น ผลงาน ไม่เสร็จสมบรู ณ์
ธำตุในงำนทศั นศลิ ป์ เรื่องผลงาน ค่อนข้างสังเกตผลงาน
รูปแบบทศั นธาตุในงาน ทัศนศิลปโ์ ดยใชค้ วามรู้
คณุ ภำพผลงำน
ทศั นศลิ ป์ เรอ่ื งผลงาน
รปู แบบทัศนธาตุในงาน
ผลงานเสร็จสมบรู ณ์
สะอาดเรียบร้อย ทัศนศิลป์
ผลงานค่อนข้างจะเสรจ็
สมบรู ณ์
เกณฑก์ ำรตัดสินคณุ ภำพ
ระดบั คุณภำพ ช่วงคะแนน
ดมี าก ๓
ดี ๒
ปรบั ปรุง ๑
๒๔
แบบประเมินกำรเรียนรู้
ชั้นมัธยมศกึ ษำปที ่ี ๓/…..
คำช้แี จง ให้ผู้สอนขดี เครื่องหมาย √ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
ร้จู กั สงั เกตผลงาน
ช่ือ – สกลุ ทศั นศลิ ปโ์ ดยใช้
นกั เรียนท่ีได้รบั การประเมนิ
ที่ ความคดิ สร้างสรรค์ ความรูเ้ ร่ืองผลงาน คุณภาพผลงาน รวม
รปู แบบทัศน
ธาตุในงาน
ทัศนศิลป์
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงช่อื …………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
การวัดและประเมินผลความรู้เรือ่ งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดังนี้
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนที่ได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นักเรียนต้องได้ ๖ คะแนนขึ้นไปจงึ จะถือวา่ ผ่าน
๒๕
เกณฑ์กำรประเมิน
เกณฑ์กำรประเมินด้ำนเจตคติ (A)
แบบสังเกตพฤติกรรมกำรทำงำนกลมุ่
ชัน้ มัธยมศึกษำปที ่ี ๒/…..
กล่มุ ที่………………(ชอื่ กลุ่ม)....................................................................................................................
สมำชกิ กลุ่ม ๑.............................................................. ๒..............................................................
๓.............................................................. ๔..............................................................
๕.............................................................. ๖..............................................................
คำชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนทาเครื่องหมาย √ ในช่องท่ีตรงกบั ความเป็นจริง
พฤติกรรมท่สี งั เกต คะแนน
มีสว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ ๓๒ ๑
มีความกระตือรือรน้ ในการทางาน
รับผิดชอบในงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
มขี น้ั ตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
ใช้เวลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม
รวม
เกณฑก์ ำรให้คะแนน
พฤติกรรมท่ีทาเปน็ ประจา ให้ ๓ คะแนน
พฤติกรรมที่ทาเปน็ บางครั้ง ให้ ๒ คะแนน
พฤตกิ รรมที่ทาน้อยคร้งั ให้ ๑ คะแนน
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภำพ
๑๒-๑๕ ดมี าก
๘-๑๑ ดี
๔-๗ พอใช้
๐-๓ ปรบั ปรงุ
๒๖
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ระดับคะแนนเกณฑ์ ๓ ๒ ๑
๑. มวี ินยั ดี ปำนกลำง ปรับปรุง
๒. ใฝ่เรียนรู้ ส่งงานตรงตามเวลาที่ สง่ งานหลังจากเวลาท่ี ส่งงานหลังจากเวลาท่ี
กาหนด กาหนด ๑ วนั กาหนดเกิน ๑ วัน
๓. มงุ่ ม่ันในกำร ร่วมทากจิ กรรมในหอ้ ง
ทำงำน ร่วมทากจิ กรรมในห้อง บางครง้ั (๓๐ นาที / ไม่รว่ มทากิจกรรมในห้อง
ตลอดเวลา
คาบ) ไมร่ ่วมทางาน และ
ร่วมทางานกับเพ่อื น รว่ มทางานกับเพ่ือนใน ปรึกษากับเพ่ือนในกลุ่ม
ในกลุ่มตลอดเวลา กลุ่มเป็นบางคร้งั (๓๐
นาที / คาบ)
เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ
ระดับคณุ ภำพ ชว่ งคะแนน
ดมี าก ๓
พอใช้ ๒
ปรับปรงุ ๑
๒๗
เกณฑก์ ำรประเมนิ
แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ชน้ั มัธยมศึกษำปที ่ี ๒/…..
คำชแ้ี จง ใหผ้ สู้ อนขดี เคร่ืองหมาย √ ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั ระดับคะแนน
ท่ี ชื่อ – สกลุ มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ ม่ันในการทางาน รวม
นกั เรียนท่ีไดร้ ับการประเมิน
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชือ่ …………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวดั และประเมินผลความรู้เร่อื งการเขยี นนิทาน มีเกณฑ์การประเมนิ ดังนี้
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดับ พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนที่ได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นักเรยี นต้องได้ ๖ คะแนนขนึ้ ไปจงึ จะถือว่าผา่ น
๒๘
บันทึกหลงั กำรสอน
๑. ด้ำนควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ (k)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ดำ้ นทกั ษะกระบวนกำร (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. ด้ำนเจตคติ คุณธรรมจริยธรรม ควำมสุขสนกุ สนำนเพลดิ เพลิน (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………………………..ผูส้ อน
(…………………………………………………)
๒๙
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้
กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ศิลปะ ช้นั มัธยมศกึ ษำปีท่ี ๒
หนว่ ยกำรเรยี นร้ทู ่ี ๒ รูปแบบกำรใชว้ สั ดุอปุ กรณใ์ นงำนทศั นศิลป์ของศิลปนิ เวลำ ๖ ช่ัวโมง
แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ท่ี ๓ ศลิ ปินทศั นศิลป์สำขำจิตรกรรม เวลำ ๒ ชั่งโมง
ใชส้ อนวันท…่ี ……..……..เดือน…………………….…………….……………พ.ศ………………….เวลำ………………..
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจิตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์
วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารงาน คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานทัศนศิลป์อย่าง
อสิ ระ ชื่นชมและประยุกตใ์ ช้ใน ชีวิตประจาวัน
ตัวช้วี ัด
ม.๒/๒ บรรยายเก่ียวกับความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ใน
งานทัศนศิลป์ของศิลปิน
สำระสำคญั
จิตรกรรม แบ่งเป็นการวาดเส้น (Drawing) และการระบายสี (Painting) ซึง่ มีวสั ดุ อุปกรณใ์ น
การใชม้ ากมายทั้งทเ่ี หมอื นกนั และตา่ งกัน
จุดประสงค์กำรเรียนรู้
ควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจ (Knowledge)
นักเรียนบรรยายความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ในงาน
จติ รกรรมของศิลปินได้
ทกั ษะกำรปฏบิ ัติ (Skill/Performance)
นักเรียนรู้จาแนกความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ในงาน
จิตรกรรมของศลิ ปินได้
ทศั นคต/ิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
นักเรียนมีความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั งิ านรว่ มกัน
๓๐
สำระกำรเรียนรู้
๑. ความเหมอื นและความแตกตา่ งของรูปแบบการใชว้ สั ดุ อุปกรณใ์ นงานทัศนศลิ ปข์ อง
ศลิ ปินสาขาจติ รกรรม
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ัย
๒. ใฝร่ ู้ใฝเ่ รียน
๓. มุ่งม่นั ในการทางาน
๓๑
กิจกรรมกำรเรียนรู้ กิจกรรม เวลำ หมำยเหตุ
๑๐ นาที
กระบวนกำร ครูสุ่มสอบถามนักเรียนถึงความเหมือนและความแตกต่าง รูปภาพผลงาน
- ของการใช้ วัสดุ อุปกรณ์ในงานจิตรกรรมที่นักเรียนเคยพบ ๘๐ นาที ทศั นศลิ ป์
เห็นว่ามลี ักษณะความแตกต่างอย่างไรบ้าง
ขน้ั นำ ๑๐ นาที
- ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับการใช้
วัสดุ อุปกรณ์ในงานจิตรกรรมของศิลปินซ่ึงมีความเหมือน
- และความแตกตา่ งกัน
- ผู้สอนบรรยายเรือ่ งความเหมอื นและความแตกต่างของ
รูปแบบการใช้วัสดุ อปุ กรณ์ในงานทศั นศลิ ปข์ องศลิ ปนิ สาขา
- จิตรกรรม
ข้นั สอน ครูนาตัวอย่างภาพผลงานจิตรกรรมของศิลปนิ ประเภทการ
วาดเส้น (Drawing) และการระบายสี (Painting) ที่แสดง
- ลักษณะการใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ทแ่ี ตกต่างกันให้นักเรียนสงั เกต
- แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5–6 คน ร่วมกันศึกษา
ค้นคว้าผลงานจิตรกรรมของศิลปินเพ่ือศึกษาความเหมือน
ข้ันสรุป และความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ ลงใน
แบบจดบันทกึ และวาดภาพประกอบตามหวั ขอ้ ดังนี้
๑) การวาดเส้น (Drawing)
๒) การระบายสี (Painting)
แต่ละกลุ่มออกมาบรรยายผลการศึกษาค้นคว้า จาแนก
ลักษณะการวาดเส้น ( Drawing) และการระบายสี
(Painting) เกี่ยวกับความเหมือนและความแตกต่างของ
รปู แบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ในงานจิตรกรรมของศิลปินโดย
ครูคอยอธิบายเสริมถงึ วัสดุ อุปกรณท์ ่ใี ชใ้ นงานจติ รกรรม
ครูและนักเรียนร่วมกันบรรยายสรุปเรื่อง วัสดุ อุปกรณ์ใน
งานจิตรกรรม ท่ีมีความเหมือนและความแตกต่างกันตาม
รูปแบบและวธิ ีการในการใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ในงานจิตรกรรมที่
ศิลปินเลือกใช้ โดยครูคอยให้ความรู้เสริมในส่วนท่ีนักเรียน
ไมเ่ ข้าใจหรือสรปุ ไม่ตรงกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๓๒
ส่ือ/แหล่งกำรเรยี นรู้
๑. PowerPoint เรอ่ื งความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ใน
งานทัศนศิลป์ของศิลปินสาขาจิตรกรรม
๒. ภาพตัวอยา่ งผลงานทัศนศลิ ป์
ชิน้ งำน/ภำระงำน
๑. ผลงานกิจกรรม “ศึกษาค้นคว้าความหมาย ลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลป์”
วิธวี ดั ผลและประเมินผล
ตัวช้ีวดั จำกจุดประสงค์ กำรเรยี นรู้ วธิ กี ำรวัด เคร่ืองมือ เกณฑ์กำรประเมนิ
แบบประเมนิ
K นักเรียนบรรยายความเหมือนและ ตรวจผลงานจากการทา นักเรยี นต้องได้ ๖
ความแตกต่างของรูปแบบการใช้ กิจกรรม แบบประเมิน คะแนนขึน้ ไปจึงจะถือวา่
วสั ดุ อปุ กรณใ์ นงานจติ รกรรมของ
ศลิ ปินได้ ผ่าน
P นักเรียนรจู้ าแนกความเหมือนและ ตรวจผลงานจากการทา นกั เรยี นต้องได้ ๖
ความแตกตา่ งของรูปแบบการใช้ กจิ กรรม คะแนนข้ึนไปจึงจะถือว่า
วสั ดุ อุปกรณใ์ นงานจิตรกรรมของ
ศลิ ปนิ ได้ ผ่าน
A นกั เรยี นมีความรว่ มมอื ในการ สงั เกต แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับ ด/ี ดมี าก ถอื วา่
ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกัน ผา่ น เกณฑ์ การประเมิน
๓๓
เกณฑก์ ำรประเมิน
เกณฑ์กำรประเมนิ ดำ้ นควำมรู้ (K)
ประเดน็ กำร เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
ประเมนิ
๕ ๔๓ ๒ ๑
ดมี ำก ปรบั ปรุง
ดี ปลำนกลำง พอใช้ บอกไม่ได้
วเิ ครำะหค์ วำม บอกความ บอกความ บอกความ บอกความเหมอื น บอกไมไ่ ด้
เหมอื นและ เหมือนและ เหมือนและ เหมอื นและ และความแตกตา่ ง
ควำมแตกต่ำงของ ความแตกต่าง ความแตกต่าง ความแตกต่าง ของรปู แบบการใช้
รปู แบบกำรใช้ ของรปู แบบ ของรปู แบบการ ของรปู แบบการ วัสดุ อุปกรณใ์ น
วสั ดุ อปุ กรณใ์ น การใช้วัสดุ ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ ใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ งานจิตรกรรมของ
งำนจิตรกรรมของ อุปกรณ์ในงาน ในงานจติ รกรรม ในงานจิตรกรรม ศลิ ปนิ ขาด ๓
ศลิ ปินได้ จิตรกรรมของ ของศลิ ปนิ ขาด ของศลิ ปนิ ขาด องคป์ ระกอบ
ศลิ ปนิ ได้ ๑ องคป์ ระกอบ ๒ องค์ประกอบ
ครบถว้ น
วเิ ครำะหแ์ ละ บอกรูปแบบ บอกรูปแบบ บอกรูปแบบ บอกรปู แบบความ
บรรยำยรปู แบบ ความเหมือน ความเหมือน ความเหมือน เหมือนและ
ควำมเหมือนและ และความ และความ และความ ความแตกต่าง
ควำมแตกตำ่ งของ แตกตา่ งของ แตกตา่ งของ แตกตา่ งของ ของรปู แบบการใช้
รูปแบบกำรใช้ รูปแบบการใช้ รูปแบบการใช้ รูปแบบการใช้ วสั ดุ อปุ กรณ์ใน
วสั ดุ อปุ กรณ์ใน วัสดุ อปุ กรณ์ วัสดุ อปุ กรณ์ใน วัสดุ อปุ กรณ์ใน งานจติ รกรรมของ
งำนจติ รกรรมของ ในงาน งานจิตรกรรม งานจติ รกรรม ศิลปินขาด ๓
ศิลปินได้ จิตรกรรมของ ของศิลปนิ ขาด ของศลิ ปนิ ขาด อยา่ ง
ศิลปนิ ได้ ๑ อย่าง ๒ อย่าง
เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ
ระดบั คณุ ภำพ ชว่ งคะแนน
ดมี าก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรับปรงุ
๓๔
แบบประเมนิ กำรเรียนรู้
ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีท่ี ๒/…..
คำช้ีแจง ใหผ้ สู้ อนขดี เคร่ืองหมาย √ ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดับคะแนน
วิเคราะหแ์ ละ
ท่ี ชื่อ – สกุล เหมือนและ บรรยายรูปแบบความเหมอื น รวม
นักเรียนทีไ่ ด้รบั การประเมิน ความแตกต่างของรูปแบบการใช้ และ
วัสดุ อุปกรณ์ในงานจติ รกรรมของ
ความแตกต่างของรูปแบบการ
ศลิ ปินได้ ใช้
วัสดุ อุปกรณ์ในงาน
จติ รกรรมของศลิ ปินได้
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕๔ ๓ ๒ ๑
ลงชอ่ื …………………………………..ผู้สอน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวัดและประเมนิ ผลความรู้เรอ่ื งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมินดงั น้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดบั ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดับ พอใช้
หมำยเหตุ : นักเรยี นต้องได้ ๖ คะแนนขึน้ ไปจึงจะถือว่าผา่ น
๓๕
เกณฑก์ ำรประเมิน
เกณฑ์กำรประเมินด้ำนควำมรู้ (P)
ประเดน็ กำรประเมนิ ๓ เกณฑ์กำรให้คะแนน ๑
ไมมีความ
ควำมคดิ สร้ำงสรรค์ รปู แบบแปลกใหม ไมซ่ า้ ใคร ๒ แปลกใหม่
จำแนกควำมเหมือนและ จาแนกความเหมอื นและ ผลงานลอกเลียนแบบ จาก ไม่มีการสงั เกต
ควำมแตกต่ำงของรปู แบบ ความแตกต่างของรูปแบบ ความคิดกลุ่มอ่ืน
กำรใช้วัสดุ อุปกรณใ์ นงำน การใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ในงาน ผลงาน ไม่เสร็จสมบูรณ์
จติ รกรรมของศิลปินได้ ค่อนขา้ งจาแนกความ
จติ รกรรมของศลิ ปนิ เหมือนและ
คุณภำพผลงำน
ผลงานเสรจ็ สมบรู ณ์ ความแตกตา่ งของรปู แบบ
สะอาดเรียบร้อย การใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ในงาน
จติ รกรรมของศลิ ปนิ
ผลงานคอ่ นข้างจะเสรจ็
สมบรู ณ์
เกณฑ์กำรตัดสนิ คณุ ภำพ
ระดบั คุณภำพ ชว่ งคะแนน
ดีมาก ๓
ดี ๒
ปรบั ปรงุ ๑
๓๖
แบบประเมินกำรเรียนรู้
ชั้นมัธยมศกึ ษำปที ่ี ๒/…..
คำช้แี จง ให้ผู้สอนขดี เครื่องหมาย √ ลงในช่องทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
จาแนกความ
เหมอื นและ
ที่ ช่ือ – สกลุ ความแตกต่างของ คุณภาพผลงาน รวม
นกั เรียนท่ีได้รบั การประเมนิ ความคดิ สร้างสรรค์ รปู แบบการใชว้ ัสดุ
อุปกรณ์ในงาน
จติ รกรรมของ
ศลิ ปิน
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชื่อ…………………………………..ผู้สอน
(…………………………………………………)
เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
การวัดและประเมินผลความรู้เรือ่ งการเขียนนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดงั น้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดับ ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดับ ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนที่ได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นักเรียนต้องได้ ๖ คะแนนขึ้นไปจงึ จะถือวา่ ผ่าน
๓๗
เกณฑ์กำรประเมิน
เกณฑ์กำรประเมินด้ำนเจตคติ (A)
แบบสังเกตพฤตกิ รรมกำรทำงำนกลมุ่
ชนั้ มัธยมศกึ ษำปที ่ี ๒/…..
กลมุ่ ท่ี………………(ช่อื กลุ่ม)....................................................................................................................
สมำชิกกลุ่ม ๑.............................................................. ๒..............................................................
๓.............................................................. ๔..............................................................
๕.............................................................. ๖..............................................................
คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนทาเครื่องหมาย √ ในชอ่ งท่ตี รงกบั ความเป็นจริง
พฤตกิ รรมทส่ี ังเกต คะแนน
มสี ่วนร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ ๓๒ ๑
มีความกระตือรอื ร้นในการทางาน
รบั ผดิ ชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
มขี ้ันตอนในการทางานอยา่ งเป็นระบบ
ใชเ้ วลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม
รวม
เกณฑ์กำรให้คะแนน
พฤติกรรมท่ีทาเปน็ ประจา ให้ ๓ คะแนน
พฤตกิ รรมท่ีทาเป็นบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน
พฤติกรรมท่ีทาน้อยคร้งั ให้ ๑ คะแนน
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภำพ
๑๒-๑๕ ดมี าก
๘-๑๑ ดี
๔-๗ พอใช้
๐-๓ ปรบั ปรงุ
๓๘
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ระดับคะแนนเกณฑ์ ๓ ๒ ๑
๑. มวี ินยั ดี ปำนกลำง ปรับปรุง
๒. ใฝ่เรียนรู้ ส่งงานตรงตามเวลาที่ สง่ งานหลังจากเวลาท่ี ส่งงานหลังจากเวลาท่ี
กาหนด กาหนด ๑ วนั กาหนดเกิน ๑ วัน
๓. มงุ่ ม่ันในกำร ร่วมทากจิ กรรมในหอ้ ง
ทำงำน ร่วมทากจิ กรรมในห้อง บางครง้ั (๓๐ นาที / ไม่รว่ มทากิจกรรมในห้อง
ตลอดเวลา
คาบ) ไมร่ ่วมทางาน และ
ร่วมทางานกับเพ่อื น รว่ มทางานกับเพ่ือนใน ปรึกษากับเพ่ือนในกลุ่ม
ในกลุ่มตลอดเวลา กลมุ่ เป็นบางคร้งั (๓๐
นาที / คาบ)
เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ
ระดับคุณภำพ ชว่ งคะแนน
ดมี าก ๓
พอใช้ ๒
ปรับปรงุ ๑
๓๙
เกณฑก์ ำรประเมนิ
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ช้ันมธั ยมศกึ ษำปที ี่ ๒/…..
คำชีแ้ จง ใหผ้ ้สู อนขีดเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน
ท่ี ชือ่ – สกลุ มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทางาน รวม
นักเรียนทไ่ี ดร้ ับการประเมนิ
๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๕ ๔๓ ๒ ๑
ลงชอื่ …………………………………..ผ้สู อน
(…………………………………………………)
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
การวัดและประเมนิ ผลความรู้เรอื่ งการเขยี นนทิ าน มีเกณฑ์การประเมนิ ดงั น้ี
คะแนน ๙ – ๑๐ ระดบั ดี
คะแนน ๗ – ๘ ระดบั ปานกลาง
คะแนน ๖ ระดบั พอใช้
หมำยเหตุ : ๑. นาคะแนนที่ได้ (X) แทนสมาการ (x∗๑๐) (คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน)
๙
๒. นกั เรียนต้องได้ ๖ คะแนนขนึ้ ไปจึงจะถือว่าผ่าน
๔๐
บนั ทึกหลงั กำรสอน
๑. ด้ำนควำมรคู้ วำมเข้ำใจ (k)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ดำ้ นทกั ษะกระบวนกำร (P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. ด้ำนเจตคติ คุณธรรมจริยธรรม ควำมสุขสนกุ สนำนเพลดิ เพลนิ (A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………..ผสู้ อน
(…………………………………………………)
๔๑
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรูศ้ ิลปะ ชน้ั มธั ยมศึกษำปีที่ ๒
หน่วยกำรเรยี นร้ทู ี่ ๒ รูปแบบกำรใชว้ ัสดุอุปกรณใ์ นงำนทัศนศลิ ป์ของศลิ ปิน เวลำ ๖ ชั่วโมง
แผนกำรจัดกำรเรยี นรูท้ ี่ ๔ ศิลปินทัศนศลิ ปป์ ระตมิ ำกรรมและส่อื ผสม เวลำ ๒ ช่งั โมง
ใช้สอนวันท…ี่ ……..……..เดอื น…………………….…………….……………พ.ศ………………….เวลำ………………..
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจิตนาการและ ความคิดสร้างสรรค์
วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารงาน คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานทัศนศิลป์อย่าง
อิสระ ช่ืนชมและประยุกตใ์ ชใ้ น ชีวติ ประจาวนั
ตัวชี้วัด
ม.๒/๒ บรรยายเก่ียวกับความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ใน
งานทศั นศลิ ปข์ องศิลปนิ
สำระสำคัญ
งานประติมากรรม แบง่ เป็น การปัน้ (Modeling) การแกะสลกั (Carving) การหล่อ (Casting)
การทุบ ตี เคาะ (Repose) การเช่ือม ปะ ต่อ (Welding) ซึ่งมีวัสดุ อุปกรณ์ที่เหมือนและแตกต่างกัน
รวมทั้งงานส่ือผสม
จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้
ควำมรคู้ วำมเข้ำใจ (Knowledge)
นักเรียนบรรยายความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ในงาน
ประติมากรรมและส่ือผสมของศลิ ปินได้
ทกั ษะกำรปฏิบตั ิ (Skill/Performance)
นักเรียนรู้จาแนกความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ในงาน
ประติมากรรมและส่ือผสมของศิลปนิ ได้
ทศั นคติ/คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (Attitude)
นักเรยี นมีความร่วมมือในการปฏิบัติงานรว่ มกัน
๔๒
สำระกำรเรยี นรู้
๑. ความเหมอื นและความแตกตา่ งของรูปแบบการใชว้ ัสดุ อุปกรณใ์ นงานทัศนศลิ ปข์ อง
ศลิ ปินในงานประติมากรรมและสือ่ ผสม
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มวี นิ ัย
๒. ใฝ่รู้ใฝเ่ รยี น
๓. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
๔๓
กิจกรรมกำรเรียนรู้ กิจกรรม เวลำ หมำยเหตุ
๑๐ นาที
กระบวนกำร ครูสุ่มสอบถามนักเรียนถงึ ความเหมอื นและความแตกต่างใน รูปภาพผลงาน
- งานประติมากรรมที่นักเรียนเคยพบเห็นว่ามีลักษณะความ ๘๐ นาที ทัศนศิลป์
แตกต่างอย่างไรบ้าง และมีการใช้วัสดุ อุปกรณ์ ที่เหมือน
ข้นั นำ และแตกตา่ งกันอย่างไร ๑๐ นาที
-
- ผ้สู อนบรรยายเรอื่ งความเหมอื นและความแตกตา่ งของ
รูปแบบการใชว้ สั ดุ อุปกรณใ์ นงานทศั นศลิ ปข์ องศิลปินใน
- งานประตมิ ากรรมและสือ่ ผสม
ขัน้ สอน
ครูนาตัวอยา่ งภาพผลงานประติมากรรมของศิลปินประเภท
- การป้ัน (Modeling) การแกะสลัก (Carving) การหล่อ
(Casting) การทบุ ตี เคาะ (Repose) และการเชอ่ื ม ปะ ต่อ
- (Welding) ท่ีแสดงลักษณะการใช้วัสดุ อุปกรณ์ท่ีแตกต่าง
กนั ใหน้ กั เรียนสงั เกต
ขั้นสรุป
แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5–6 คน ร่วมกันศึกษา
ค้นคว้าผลงานประติมากรรมของศิลปินเพื่อศึกษาความ
เหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์
ลงในแบบจดบันทึกและวาดภาพประกอบตามหัวขอ้ ดงั น้ี
๑) การปัน้ (Modeling)
๒) การแกะสลกั (Carving)
๓) การหล่อ (Casting)
๔) การทบุ ตี เคาะ (Repose)
๕) การเชือ่ ม ปะ ตอ่ (Welding)
แต่ละกลุ่มออกมาบรรยายผลการศึกษาค้นคว้า จาแนก
ลักษณะการป้ัน (Modeling) การแกะสลัก (Carving) การ
หล่อ (Casting) การทุบ ตี เคาะ (Repose) และการเช่ือม
ปะ ตอ่ (Welding) เก่ียวกับความเหมอื นและความแตกตา่ ง
ของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ในงานประติมากรรมของ
ศิลปินโดยครูคอยอธิบายเสริมถึงวัสดุ อุปกรณ์ท่ีใช้ในงาน
ประติมากรรม
ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั บรรยายสรปุ เรอื่ ง ความเหมอื นและ
ความแตกต่างของรูปแบบการใช้วสั ดุ อุปกรณใ์ นงาน
ทศั นศลิ ปข์ องศลิ ปินในงานประติมากรรมและสอื่ ผสม
๔๔
สื่อ/แหลง่ กำรเรียนรู้
๑. PowerPoint เรื่องความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ใน
งานทัศนศิลป์ของศลิ ปนิ สาขาจติ รกรรม
๒. ภาพตัวอย่างผลงานทัศนศิลป์
ช้ินงำน/ภำระงำน
๑. ผลงานกจิ กรรม “ศึกษาคน้ คว้าความหมาย ลกั ษณะรปู แบบของงานทัศนศลิ ป์”
วิธวี ดั ผลและประเมินผล
ตัวชว้ี ัดจำกจุดประสงค์ กำรเรียนรู้ วธิ กี ำรวดั เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ำรประเมิน
แบบประเมิน
K นกั เรียนบรรยายความเหมอื นและ ตรวจผลงานจากการทา นักเรยี นตอ้ งได้ ๖
ความแตกตา่ งของรูปแบบการใช้ กิจกรรม แบบประเมิน คะแนนขน้ึ ไปจงึ จะถอื วา่
วัสดุ อปุ กรณใ์ นงานประตมิ ากรรม
และสอื่ ผสมของศิลปนิ ได้ ผา่ น
P นกั เรียนรจู้ าแนกความเหมือนและ ตรวจผลงานจากการทา นกั เรยี นต้องได้ ๖
ความแตกตา่ งของรูปแบบการใช้ กจิ กรรม คะแนนขึ้นไปจึงจะถอื วา่
วสั ดุ อปุ กรณใ์ นงานประติมากรรม
และสื่อผสมของศลิ ปนิ ได้ ผา่ น
A นกั เรยี นมีความรว่ มมือในการ สงั เกต แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั ด/ี ดมี าก ถือว่า
ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกนั ผ่าน เกณฑ์ การประเมนิ
๔๕
เกณฑ์กำรประเมิน
เกณฑ์กำรประเมนิ ด้ำนควำมรู้ (K)
ประเดน็ กำร เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน
ประเมนิ
๕ ๔ ๓๒ ๑
วิเครำะห์ควำมเหมอื น ดี ปรับปรงุ
และ ดมี ำก ปลำนกลำง พอใช้
บอกความเหมอื น บอกไมไ่ ด้
ควำมแตกตำ่ งของ บอกความเหมอื น และ บอกความเหมอื น บอกความเหมอื น
รปู แบบกำรใช้ และ บอกไมไ่ ด้
วสั ดุ อปุ กรณใ์ น ความแตกต่างของ และ และ
งำนประตมิ ำกรรม ความแตกต่าง รปู แบบการใชว้ ัสดุ
และสอื่ ผสมของ ของรปู แบบการ อปุ กรณ์ในงาน ความแตกตา่ งของ ความแตกตา่ งของ
ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์
ศลิ ปินได้ ประติมากรรม รูปแบบการใชว้ ัสดุ รูปแบบการใชว้ สั ดุ
ในงาน และสอ่ื ผสมของ
วเิ ครำะห์และ ประติมากรรม ศลิ ปนิ ขาด ๑ อุปกรณใ์ นงาน อุปกรณใ์ นงาน
บรรยำยรปู แบบควำม และส่ือผสมของ องค์ประกอบ
ประตมิ ากรรม ประตมิ ากรรม
เหมอื นและ ศิลปนิ ได้ บอกรูปแบบความ
ควำมแตกตำ่ งของ ครบถ้วน เหมอื นและความ และสือ่ ผสมของ และส่ือผสมของ
บอกรปู แบบ
รูปแบบกำรใช้ ความเหมือนและ แตกต่างของ ศลิ ปนิ ขาด ๒ ศิลปนิ ขาด ๓
วสั ดุ อปุ กรณใ์ น ความแตกต่าง รปู แบบการใชว้ สั ดุ
งำนประตมิ ำกรรม ของรูปแบบการ อปุ กรณ์ในงาน องคป์ ระกอบ องค์ประกอบ
และส่อื ผสมของ ใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ ประตมิ ากรรมและ
ศิลปินได้ ในงาน ส่ือผสมของศลิ ปนิ บอกรูปแบบความ บอกรปู แบบความ
ประติมากรรม เหมือนและความ เหมือนและความ
และสือ่ ผสมของ ขาด ๑ อยา่ ง แตกตา่ งของรูปแบบ
ศลิ ปินได้ แตกตา่ งของ การใช้วัสดุ อปุ กรณ์
รูปแบบการใชว้ สั ดุ ในงานประตมิ ากรรม
อุปกรณ์ในงาน และส่ือผสมของ
ประติมากรรมและ ศลิ ปนิ ขาด ๓ อยา่ ง
สื่อผสมของศลิ ปนิ
ขาด ๒ อยา่ ง
เกณฑก์ ำรตดั สินคุณภำพ
ระดับคุณภำพ ช่วงคะแนน
ดมี าก ๕
ดี ๔
๓
ปานกลาง ๒
พอใช้ ๑
ปรับปรงุ
๔๖