The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชีวศึกษา Vocational Education Innovation and Research Journal

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Vol.5 No.2 วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชีวศึกษา Vocational Education Innovation and Research Journal

วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชีวศึกษา Vocational Education Innovation and Research Journal

Keywords: วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชีวศึกษา Vocational Education Innovation and Research Journal

Vocational Education Innovation and Research Journal

วารสารวิจยั และนวัตกรรมการอาชวี ศกึ ษา 97

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

ปัจจุบันไม่เพียงพอ ท้ังน้ีท่ีทาให้นักศึกษารู้สึกถึง หลักการพิจารณากาหนดขนาดพื้นท่ีห้องเรียนว่าให้
จานวนชั้นเรียนไม่เพียงพออาจจะเป็นเพราะยังขาด พิจารณาถึง กิจกรรมท่ีจัดให้มีขึ้นภายในห้องเรียนซ่ึง
ส่วนสนับสนุนๆ อื่น เช่น พื้นที่พักผ่อน พ้ืนท่ีสาหรับ กิจกรรมในแต่ละประเภทต้องการเน้ือที่มากน้อย
ทากิจกรรม ฯ จากการศึกษาในกรณีศึกษาของสาขา แตกต่างกัน รวมไปถึงจานวนนักเรียนที่เข้าใช้
เคร่ืองกล วิทยาลัยในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษา ห้องเรยี นมจี านวนมากนอ้ ยเพยี งใด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 พบว่าสาขาเครื่องกล มี
แนวคดิ วา่ ให้แตล่ ะช้นั เป็นการแบ่งการใช้งานห้องเรียน 7. ข้อเสนอแนะ
แต่ละชั้นปี ต้ังแต่ชั้นปีที่ 1-5 แต่การใช้งานจริงคือ ก า ร แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ด้ ว ย ก า ร อ อ ก แ บ บ ป รั บ ป รุ ง
นักเรียน นักศึกษาทุกคนสามารถใช้พ้ืนที่อาคารได้
อย่างเท่าเทียมกันนักเรียน นักศึกษาและอาจารย์สว่ น (Design & Improvement Solution) ก า ร แ ก้ ไ ข
ใหญ่มีความคิดเห็นว่าควรจัดให้ห้องเรียนต่าง ๆ อยู่ ปัญหาด้วยการออกแบบปรับปรุง เกิดจากการสารวจ
ภายในอาคารเดียวกัน เน่ืองจากในปัจจุบันห้องเรียน พ้ืนที่ภายในอาคารเรียนโดยผู้วิจัย ,ข้อมูลจาก
ต่าง ๆ อยู่กระจายกันไปตามแต่ละอาคารภายใน แบบสอบถามกับกลุ่มเป้าหมาย ที่ได้ให้ข้อเสนอแนะ
วิทยาลัย ทาให้การใช้งานค่อนข้างลาบากท้ังในเร่ือง ส่วนของปัญหาเก่ียวกับพื้นที่ภายในห้องเรียนและ
ข อ ง ก า ร ป รึ ก ษ า พู ด คุ ย ง า น ร ะ ห ว่ า ง อ า จ า ร ย์ แ ล ะ อาคารเรียน เช่น รูปแบบของการจัดโต๊ะเก้าอ้ีภายใน
นกั เรียน นกั ศึกษา, การขนของหรือเคล่ือนยา้ ยผลงาน หอ้ งเรยี น,ครุภณั ฑ์เคร่ืองใช้ต่าง ๆ ท่ียงั ไมเ่ หมาะสมตอ่
และอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นต้น ท้ังน้ีได้สอดคล้องกับ การใช้งาน หรือบริเวณโถงทางเดินภายในอาคารที่ยัง
สมมติฐาน การวิจัยท่ีว่า พ้ืนที่ภายในอาคารเรียนและ พบปัญหาด้านแสงสว่างไม่เพียงพอ,ขาดพ้ืนที่สาหรับ
สิ่งอานวยความสะดวกภายในอาคารเรียนมีความ พักคอย ตามท่ีได้สรุปผลไว้ข้างต้น การออกแบบและ
เหมาะสมจะมีผลต่อการส่งเสริมการทากิจกรรมและ การปรับปรุงพื้นที่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมต่อ
การเรียนการสอนของนักเรียน นักศึกษา หาก การนามาปรับใช้เพ่ือแก้ไขปัญหาพื้นที่ภายในอาคาร
หอ้ งเรียนและสว่ นอน่ื ๆ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั การใช้งานด้าน เรียนและห้องเรียนให้ใช้งานบนข้อจากัดได้อย่างเกิด
การเรียน อยู่ในบริเวณท่ีใกล้เคียงกันจะทาให้เอื้อต่อ ประโยชน์และตอบสนองตอ่ การใช้งานมากที่สุด
การใช้งานและการทากิจกรรมของนักเรียน นักศึกษา
ไดม้ ากย่ิงขน้ึ 7.1 แนวทางในแกไ้ ขปญั หา
7.1.1 ก า ร อ อ ก แ บ บ ก า ร จั ด ว า ง
นกั เรยี น นกั ศึกษาและอาจารย์สว่ นใหญม่ คี วาม
คิดเห็นว่าอาคารเรียนในปัจจุบันของสาขาเครื่องกล มี เฟอร์นิเจอร์ท่ีใช้ภายในห้องเรียนให้มีความเหมาะสม
พ้ืนที่การใช้งานในห้องเรียนและจานวนห้องเรียน ไม่ ต่อการใช้งานให้ได้ในหลายวิชา เนื่องจากข้อจากัดใน
เพียงพอ ซึ่งสอดคล้องกับการสารวจพ้ืนที่ภายใน ด้านจานวนห้องเรียนที่ไม่เพียงพออาจจะทาให้ไม่
อาคารที่สังเกตเห็นได้ว่าจานวนนักเรียน นักศึกษา สามารถจดั ไวเ้ พ่ือเรียนเพียงแค่วชิ าใดวิชาหน่ึงเทา่ นั้น
ค่อนข้างมาก แต่พ้ืนท่ีที่จัดเป็นห้องเรียนค่อนข้างมี
จากัด จึงทาให้ในปัจจุบันจานวนห้องเรี ยนไม่ 7.1.2 การออกแบบพื้นที่บริเวณโถง
สอดคล้องกบั จานวนนกั เรียน นกั ศึกษา สว่ นพน้ื ท่กี าร ทางเดิน ให้มจี ดุ พกั ผ่อน หรือทน่ี ่ังพักคอยมากข้ึน เพ่อื
ใช้งานภายในห้องเรียนที่ไม่เพียงพอ จะเกิดข้ึนในการ ตอบสนองการใช้งานของนักศึกษาที่มักจะมาน่ังรอ
เรียนบางวิชาท่ีจาเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้าน หรือ ระหวา่ งคาบเรียนในแต่ละวิชา
ใช้พ้ืนที่ในการทางานค่อนข้างมากเท่านั้น ซ่ึง
สอดคล้องกับหลักการของ ปริญญา อังศุสิงห์ [4] ท่ีมี 7.1.3 การออกแบบให้มีพ้ืนท่ีส่วนอ่ืน ๆ
นอกเหนือจากห้องเรียน เพื่อความสะดวกในการใช้
งาน เช่นพื้นที่เก็บของ,พื้นที่สาหรับจัดกิจกรรม,พ้ืนท่ี
สบู บุหร่ี เป็นต้น

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 98

98 วารสารวจิ ัยและนวตั กรรมการอาชวี ศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

7.1.4 ก า ร ป รั บ ป รุ ง ใ น พ้ื น ท่ี แ ล ะ
สภาพแวดล้อมในส่วนต่าง ๆ ของอาคารเรียนและ
ห้องเรียนให้ตอบสนองความต้องการและข้อเสนอแนะ
จากกลุ่มตัวอย่าง เช่น ห้องน้า วัสดุอุปกรณ์, พ้ืนที่
สาหรับทากิจกรรมและเก็บของ

7.1.5 การปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายใน
อาคารเรียนและห้องเรียนบางจุดให้เหมาะสมต่อการ
ใช้งาน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดีและมี
ประสิทธภิ าพมากยง่ิ ขนึ้

เอกสารอ้างอิง
[1] พระราชบญั ญตั กิ ารอาชวี ศึกษา พ.ศ. 2551.
(26 กุมภาพันธ์ 2551). ราชกิจจานเุ บกษา.
เลม่ 125 ตอนที 6 43 ก. หน้า 3.
[2] สถาบันการอาชวี ศกึ ษาภาคตะวันออกเฉยี ง
เหนอื 1. (2563) .แผนปฏิบัติราชการ
ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564. สถาบนั การ
อาชวี ศกึ ษาภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 1.
อาเภอเมืองหนองคาย จงั หวัดหนองคาย.
[3] กาจร ตติยกวี. (2556). แนวทางการเพ่มิ
ประสิทธภิ าพ การใชป้ ระโยชนอ์ าคารของ
สถาบนั อุดมศึกษา.รองเลขาธิการ
คณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา.
[4] ปริญญา องั สสุ งิ ค์. (2521). การบริหาร
อาคารสถานท่ี และส่ิงแวดล้อม. กรุงเทพฯ:
มหาวิทยาลยั ศรคี รินทรวิโรฒประสานมติ ร.

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal

วารสารวิจยั และนวตั กรรมการอาชีวศึกษา 99

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

รูปแบบการบรหิ ารจดั การศนู ย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบคุ คลตามมาตรฐานอาชพี
และคณุ วุฒวิ ิชาชีพเพ่ือพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี นและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์

The Management Model of The Testing Center and Performance
Certification of the People in Accordance with the Career and
Professional Qualifications to Develop the Quality of Learners

and Communities in Petchabun Province

สบุ รรณ์ ชัยยะ1*
Suban Chaiya1*

*1วทิ ยาลยั สารพดั ชา่ งเพชรบรู ณ์ สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา จังหวดั เพชรบรู ณ์ 67000
*2Phetchabun Polytechnic College, Vocational Education Commission, Phetchabun 67000

Received : 2020-12-09 Revised : 2021-01-08 Accepted : 2021-01-08

บทคดั ยอ่ วิชาชีพเพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลยั
การวิจัยคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อพัฒนา สารพัดช่างเพชรบูรณ์ ดาเนินการวิจัยเป็น 4 ตอน
ได้แก่ ตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันและแนว
รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรอง ท า ง ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ศู น ย์ ท ด ส อ บ แ ล ะ รั บ ร อ ง
สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ
วิชาชีพเพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัย วิชาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัย
สารพดั ช่างเพชรบรู ณ์ และวตั ถุประสงคเ์ ฉพาะ 1) เพอื่ สารพัดช่างเพชรบูรณ์ โดยการวิเคราะห์เอกสาร และ
ศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการบริหารจัดการ จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร
ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม สถานศึกษาและครูผู้สอน จานวน 37 คน ได้มาโดย
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพเพื่อพฒั นาคณุ ภาพ วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random
ผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ 2) Sampling) และสัมภาษณ์แนวทางการบริหารจัดการ
เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและ ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม
รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและ มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพอื่ พฒั นาคุณภาพ
คุณวุฒิวิชาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน ผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ โดย
วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ 3) เพื่อทดลองใช้ ผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 6 คน ได้มาโดยการเลือกแบบ
รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรอง เจาะจง ( Purposive Sampling) ตอนที่ 2 สร้าง
สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรอง
วิชาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัย สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ
สารพัดช่างเพชรบูรณ์ 4) เพื่อประเมินผลการใช้ วิชาชีพเพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลยั
รูปแบบการบรหิ ารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรอง สารพัดช่างเพชรบูรณ์ โดยการสนทนากลุ่มผู้มีส่วน
สมรรถนะของบคุ คลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ เก่ียวขอ้ งและผ้ทู รงคุณวุฒิ จานวน 15 คน และตรวจสอบ

*สบุ รรณ์ ชัยยะ

E-mail : [email protected]

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 100

100 วารสารวิจยั และนวัตกรรมการอาชวี ศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

ร่างรูปแบบโดยการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 9 กระบวนการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรอง
คน รวมท้ังประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ สมรรถนะของบุคคล และ4) การติดตามและ
ของรูปแบบโดยผ้ทู รงคณุ วุฒิ จานวน 11 คน ได้มาโดย ประเมินผลการดาเนินงานศูนย์ทดสอบและรับรอง
การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ตอนท่ี สมรรถนะของบุคคล
3 ทดลองใช้รูปแบบ โดยโครงการทดลองใช้รูปแบบซง่ึ มี
กิจกรรมภายใต้โครงการ จานวน 4 กิจกรรม กาหนด 3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการ
ระยะเวลา 1 ปีการศึกษา เร่ิมดาเนินการต้ังแต่เดือน ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม
พฤษภาคม 2562 ถึง เดือนมีนาคม 2563 ตอนท่ี 4 มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ชิ าชีพเพอ่ื พฒั นาคุณภาพ
ประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์ ผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์โดย
ทดสอบและรบั รองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐาน เริ่มดาเนินการต้ังแต่เดือนพฤษภาคม 2562 ถึง เดือน
อาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีนาคม 2563 ดาเนินกิจกรรมภายใต้โครงการทดลอง
และชุมชน วทิ ยาลยั สารพัดช่างเพชรบูรณ์ โดยผู้บริหาร ใช้รูปแบบ ผลการทดลองพบว่า ความสาเร็จของ
สถานศึกษา ครูผู้สอน ผู้เรียน และชุมชน ได้มาโดยการ โครงการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์
เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ทดสอบและรบั รองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐาน
โดยใช้แบบสอบถามและแบบรายงาน การวิเคราะห์ อาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบน และชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบรู ณ์ ในภาพรวม
มาตรฐาน และการวิเคราะห์เน้ือหา มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก และความพึงพอใจท่ีมีต่อ
โครงการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์
ผลการวจิ ยั พบว่า ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐาน
1. สภาพปัจจุบันเกี่ยวกับการบริหารจัดการ อาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและ
ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม ชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ ในภาพรวมมี
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี เพ่ือพฒั นาคุณภาพ ค่าเฉลี่ยอยูใ่ นระดับมากท่ีสดุ
ผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ ใน
ภาพรวมมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับปานกลาง และแนวทาง 4. ผลการประเมนิ ผลการใชร้ ูปแบบการบรหิ าร
การบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะ จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล
ของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชพี เพอื่ ตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพ่ือพัฒนา
พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง คุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง
เพชรบูรณ์ สรุปได้ว่า ควรกาหนดจุดมุ่งหมายของศูนย์ เพชรบรู ณ์ พบวา่
ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล ควรกาหนด
กลไกการดาเนินงานศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะ 4.1 ผลการประเมนิ ศูนย์ทดสอบและรบั รอง
ของบุคคล ควรกาหนดกระบวนการบริหารจัดการศูนย์ สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ
ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล และควร วิชาชีพ ของวิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ โดย
กาหนดการตดิ ตามและประเมนิ ผลการดาเนินงานศูนย์ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (Thailand
ทดสอบและรบั รองสมรรถนะของบคุ คล Professional Qualification Institute Public
2. รูปแบบที่สร้างขึ้นมี 4 องค์ประกอบหลัก Organization) พบว่า ความพร้อมขององค์กรหรือ
ได้แก่ 1) จุดมุ่งหมายของศูนย์ทดสอบและรับรอง วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ ผ่านหลักเกณฑ์การ
สมรรถนะของบุคคล 2) กลไกการดาเนินงานศูนย์ ประเมินทกุ ดา้ น
ท ด ส อบ แ ล ะรั บ ร องส มร ร ถ น ะข อง บุค ค ล 3)
4.2 ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนสาขาวิชาชีพ
ธุรกิจเสริมสวย ที่มีสมรรถนะด้านความรู้ ทักษะ และ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 101

วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชวี ศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

เจตคติในการทางาน ปีการศึกษา 2562 มีค่าเฉลี่ยสูง accordance with the standard, career and
กวา่ ปีการศึกษา 2561 คิดเปน็ รอ้ ยละ 11.13 professional qualifications to develop the
quality of learners and communities in
4.3 ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการ Phetchabun Polytechnic College; 3) to try out
บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ the management model of the testing center
บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เพ่ือ and certify the performance of the person
พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง according to the standard , career and
เพชรบูรณ์ ในภาพรวมมีค่าเฉลยี่ อยใู่ นระดบั มากที่สุด professional qualifications to develop the
quality of learners and communities in
4.4 จานวนผู้เรียนและชุมชนท่ีผ่านการ Phetchabun Polytechnic College; and 4) to
ทดสอบและรับรองสมรรถนะตามมาตรฐานอาชพี ไดม้ ี evaluate the results of using management
งานทา/ต่อยอดทาธุรกิจประสบผลสาเร็จ มีจานวน model of the testing center and certify the
รวม 112 คน คดิ เป็นร้อยละ 100 performance of the person in accordance with
the standard , career and professional
4.5 จานวนผูม้ าใชบ้ รกิ ารศนู ยท์ ดสอบและ qualifications to develop the quality of
รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ของ learners and communities in Phetchabun
วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ หลังใช้รูปแบบ พบว่า Polytechnic College. The research was
ปีการศึกษา 2562 จานวน 79 คน และปีการศึกษา conducted in 4 parts as follows: 1) study the
2563 จานวน 112 คน มีจานวนผู้มาใช้บริการเพ่ิมขึ้น current condition problem and guideline for
จานวน 33 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 41.77 the management of the testing center and
certify the performance of the person
4.6 ความคิดเห็นของชุมชนที่มีต่อการ according to the standard, career and
บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ professional qualifications to develop the
บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชีพ เพื่อ quality of learners and communities in
พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง Phetchabun Polytechnic College. By
เพชรบูรณ์ ในภาพรวมอย่ใู นระดบั มาก document analysis, inquiries of 38 college
คาสาคญั : รูปแบบ, ศนู ย์ทดสอบและรับรอง administrator and teachers , was obtained by
stratified random sampling and interviewing
สมรรถนะของบุคคล, มาตรฐานอาชพี guideline for the management of the testing
และคณุ วุฒวิ ิชาชพี center and certify the performance of the
person according to the standard , career and
Abstract professional qualifications to develop the
The objectives of this research were : 1) quality of learners and communities in
Phetchabun Polytechnic College by 6 experts
to study the current condition , problem and were obtained by Purposive Sampling. 2)
guideline for the management of the testing Create the management model of the testing
center and certify the performance of the center and certify the performance of the
person according to the standard , career and
professional qualifications to develop the
quality of learners and communities in
Phetchabun Polytechnic College ; 2) to create
the management model of the testing center
and certify the performance of the person in

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 102

102 วารสารวิจยั และนวัตกรรมการอาชวี ศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

person according to the standard , career and qualifications to develop the quality of
professional qualifications to develop the learners and communities in Phetchabun
quality of learners and communities in Polytechnic College was average overall
Phetchabun Polytechnic College by chatting value at high level and guideline for the
group of 22 stakeholders and model experts management of the testing center and certify
and inspect the pattern draft by 9 experts , the performance of the person according to
including assessing the suitability and the standard, career and professional
possibility of the model by 17 experts were qualifications to develop the quality of
obtained by Purposive Sampling. 3) try out the learners and communities in Phetchabun
management model by a model trial project Polytechnic College concluded that should
which has 5 activities under the project , the established the principles and scope of work,
period is 1 academic year operation started should established the purpose, operating
from May 2019 - March 2020. Part 4. Evaluate mechanism, actions and evaluation.
the results of the use of management model
of the testing center and certify the 2. The created pattern has 5 main
performance of the person according to the elements : 1) principles and scope of the
standard, career and professional qualification testing center and certify the performance of
to develop the quality of learners and the person according to the standard 2) aims
communities in Phetchabun Polytechnic of the testing center and certify the
College by college administrators, teachers , performance of the person according to the
learners and communities were obtained by standard ; 3) action mechanism of the testing
Purposive Sampling. By using questionnaires center and certify the performance of the
and reports, data analysis by determining the person according to the standard 4)
percentage, mean, standard deviation and management process of the testing center
content analysis. and certify the performance of the person
according to the standard; and 5) monitoring
Result of the study found that and evaluation of the performance of the
1. The current condition for management testing center and certify the performance of
of the testing center and certify the the person according to the standard
performance of the person according to the
standard , career and professional 3. Result of the management model try
qualifications to develop the quality of out of the testing center and certify the
learners and communities in Phetchabun performance of the person according to the
Polytechnic College was average overall standard , career and professional
value at the moderate level. The problem for qualifications to develop the quality of
management of the testing center and certify learners and communities in Phetchabun
the performance of the person according to Polytechnic College , operation started from
the standard , career and professional May 2019 - March 2020. Carry out activities
under the project of try out the model , the

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal

วารสารวจิ ยั และนวตั กรรมการอาชีวศึกษา 103

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

results of the experiment showed that the Keywords : model, testing center and certify
satisfaction of the participants of all 5 activities the performance of the person,
under the project of try out the model. standard career and professional
Overall, the average was at the highest level. qualifications

4. Evaluation result of using management 1. บทนา
model of the testing center and certify the รัฐบาลให้ความสาคัญกับการพัฒนาคนทุกช่วงวัย
performance of the person according to the
standard, career and professional qualifications to โดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพ่ือให้มีความรู้และ
develop the quality of learnersandcommunities in ทักษะที่สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายตาม
Phetchabun Polytechnic College found that : แนวโน้มการจ้างงาน และสร้างแรงงานท่ีมีทักษะและ
พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาให้เช่ือมโยงกับ
4.1 The satisfaction of learners to the มาตรฐานอาชีพ สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
management of the testing center and certify (2560 : 5-6) ไดก้ าหนดเปา้ หมายในการนาพาประเทศ
the performance of the person according to เขา้ สู่โมเดล “ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0)” ท่มี ุ่ง
the standard, career and professional ปรับเปล่ียนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “เศรษฐกิจ
qualifications to develop the quality of ท่ีขบั เคลอ่ื นดว้ ยนวัตกรรม” ภายในปี 2573
learners and communities in Phetchabun
Polytechnic College was average overall วทิ ยาลัยสารพดั ช่างเพชรบูรณ์ ได้รบั การรบั รอง
value at high level. ใหเ้ ป็นศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบคุ คลตาม
มาตรฐานอาชีพ จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การ
4.2 The opinion of the community on มหาชน) ในสาขาวิชาชีพธุรกิจเสริมสวย อาชีพช่างทา
the management of the testing center and ผมบุรุษ และอาชีพช่างทาผมสตรี ซ่ึงปัจจุบันการ
certify the performance of the person ดาเนินงานมีปัญหา อุปสรรค ในการบริหารจัดการ
according to the standard, career and และการจัดการเรียนการสอน เร่ือง ผลการปฏิบัติงาน
professional qualifications to develop the ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กาหนดไว้
quality of learners and communities in คุณภาพผู้เรียนท่ีสอดคล้องกับสมรรถนะวิชาชีพ
Phetchabun Polytechnic College was average จานวนผู้มาใช้บริการและจานวนผู้ผ่านการทดสอบ
overall value at high level. เพื่อขอรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐาน
อาชีพ และกระบวนการบรหิ ารจดั การศูนย์ทดสอบ
4.3 The number of people using the
service of the testing center and certify the 2. วัตถุประสงค์ของการวจิ ยั
performance of the person according to the 2.1 เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการ
standard, career and professional qualification
to develop the quality of learners and บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ
communities in Phetchabun Polytechnic บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพ่ือ
College increases after using the model. พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง
เพชรบูรณ์
4.4 The number of learners and
communities who passed the professional 2.2 เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารจัดการศูนย์
qualification test and got a job / to continue ทดสอบและรบั รองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐาน
doing business successfully.

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

104 Vocational Education Innovation and Research Journal 104

วารสารวจิ ัยและนวัตกรรมการอาชวี ศึกษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

อาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน บริบทของวิทยาลัยวิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์
และชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบรู ณ์ และดาเนินการตามกระบวนการพฒั นารปู แบบ

2.3 เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์ 3.2 ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับจากการวจิ ัย
ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐาน 3.2.1 ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ
อาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
และชมุ ชน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ของ
วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ เป็นศูนย์ทดสอบที่มี
2.4 เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหาร ประสิทธภิ าพ
จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล
ตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพ่ือพัฒนา 3.2.2 ผู้เรียน/ผู้สาเร็จการศึกษา มีสถานท่ี
คุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง ทดสอบและรับรองสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ
เพชรบูรณ์
3.2.3 ผู้บริหารสถานศึกษา สามารถนา
3. ขอบเขตของการวิจยั มี 4 ตอน ดังน้ี ผลการวิจัยน้ีใช้เป็นข้อมูลสารสนเทศบริหารจัดการ
ตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทาง ศูนยท์ ดสอบ

การบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะ 4. วิธีดาเนนิ การวิจยั
ของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ ิวิชาชพี เพ่อื
พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง ขนั ตอนการวจิ ยั กิจกรรมการดาเนนิ การ ผลการดาเนนิ การ
เพชรบูรณ์
1. การศึกษาสภาพปัจจบุ นั และ 1.1 สงั เคราะห์เอกสารและงานวิจยั ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง 1.1 ไดข้ อ้ มลู จากการสังเคราะห์
ตอนท่ี 2 การสร้างรูปแบบการบริหารจดั การศูนย์ แนวทางการบริหารจัดการศนู ย์ ใชเ้ครอื่ งมอื ฉบับท่ี 1 เอกสารและงานวจิ ัย
ทดสอบและรบั รองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐาน คุณวุฒิวิชาชีพเพอื่ เป็นศนู ยท์ ดสอบ
อาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน สมรรถนะวชิ าชพี ตามมาตรฐาน 1.2 ศกึ ษาสภาพปจั จุบันการบริหารจัดการ 1.2 ได้ขอ้ มลู สภาพปจั จุบนั การบรหิ าร
และชุมชน วิทยาลัย สารพัดชา่ งเพชรบรู ณ์ อาชีพของผูเ้ รยี นและชุมชน จากผู้บรหิ ารสถานศึกษา3 คน ครู 34 คน จดั การ
วทิ ยาลยั สารพดั ชา่ งเพชรบรู ณ์ รวม 37 คนโดยวิธกี ารสมุ่ แบบแบ่งชนั้
ตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารจดั การ (Stratified Random Sampling) 1.3 ไดข้ ้อมลู แนวทางการบรหิ ารจดั การ
ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม 2. การสร้างรูปแบบการบรหิ าร ใชเ้ ครอื่ งมือฉบับที่ 2
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชพี เพอื่ พัฒนาคุณภาพ จัดการศนู ย์คุณวุฒิวชิ าชีพเพือ่ เปน็ - รปู แบบการบรหิ ารจดั การศนู ยค์ ุณวฒุ ิ
ผเู้ รียนและชุมชน วทิ ยาลยั สารพัดช่างเพชรบรู ณ์ ศนู ย์ทดสอบสมรรถนะวิชาชพี ตาม 1.3 ศึกษาแนวทากงารบรหิ ารจดั การ วชิ าชพี เพือ่ เปน็ ศูนยท์ ดสอบสมรรถนะ
มาตรฐานอาชพี ของผูเ้ รียนและ โดยสัมภาษณผ์ ทู้ รงคณุ วฒุ ิ 6 คน วิชาชีพตามมาตรฐานอาชีพของ
ตอนท่ี 4 การประเมินผลการใช้รูปแบบการ ชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง ใชเ้ ครื่องมอื ฉบบั ที่ 3 ผ้เู รยี นและชมุ ชน วิทยาลยั สารพดั ชา่ ง
บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ เพชรบรู ณ์ เพชรบูรณ์
บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อ 2.1 วเิ คราะห์แบบสอบถามสภาพปัจจบุ นั และ
พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง 3. การทดลองใช้รูปแบบการบรหิ าร การสมั ภาษณใ์ นตอนที่ 1ดว้ ยการ - ความสาเร็จของโครงการทดลองใช้รูปแบบ
เพชรบูรณ์ จดั การศนู ยค์ ณุ วฒุ วิ ชิ าชพี เพือ่ เปน็ วเิ คราะหเ์ น้ือหา(Content Analysis) จานวน4 กจิ กรรม
ศนู ย์ทดสอบสมรรถนะวิชาชพี - ความพงึ พอใจทีม่ ีตอ่ โครงการ ทดลองใช้
3.1 กรอบแนวความคิดการวจิ ยั ตามมาตรฐานอาชีพของผู้เรียน 2.2 ยกรา่ งรูปแบบการบรหิ ารจัดการ โดยการ รูปแบบ จานวน4 กิจกรรม
ประกอบด้วยแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับ และชุมชน วิทยาลยั สารพดั ชา่ ง สนทนากลมุ่ ผู้บริหาร3 คนครู 7 คน
เพชรบรู ณ์ ผูแ้ ทนชุมชน3 คน และนักวชิ าการ 2 คน 1. ผลการประเมนิ ศูนยท์ ดสอบและรับรองสมรรถนะ
รูปแบบ แนวคิดทฤษฎีและหลักการบริหารจัดการ รวม 15 คน ใชเ้ ครอื่ งมอื ฉบบั ที่ 4 ของบุคคลตามมาตรฐานอาชพี และคุณวฒุ วิ ิชาชีพ
แนวคิดและหลักการคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐาน 4. การประเมนิ ผลการใช้รูปแบบการ ของวทิ ยาลัยสารพดั ชา่ งเพชรบรู ณ์ โดยสถาบัน
อาชีพ แนวคิดและหลักการเกี่ยวกับสมรรถนะวิชาชีพ บริหารจดั การศูนย์ทดสอบและรบั รอง 2.3 ตรวจสอบและประเมนิ รูปแบบโดยการ คณุ วุฒิวชิ าชพี
สมรรถนะของบคุ คลตามมาตรฐาน สนทนากลุ่มผ้ทู รงคุณวฒุ ิ 9 คนใช้เครือ่ งมอื
อาชพี และคณุ วฒุ วิ ชิ าชีพเพือ่ พัฒนา ฉบบั ที่ 5และตอบแบบประเมนิ คณุ ภาพ 2. ผลสัมฤทธ์ขิ องผเู้ รยี นสาขาวชิ าชีพธุรกิจเสริมสวย ท่ี
คณุ ภาพผู้เรยี นและชมุ ชน วิทยาลัย มีสมรรถนะดา้ นความรู้ ทักษะ และเจตคตใิ นการ
สารพดั ช่างเพชรบูรณ์ รปู แบบการบรหิ ารจดั การศนู ย์ทดสอบ 11 คน ทางาน
ใช้เครอ่ื งมือฉบับที่ 6
ทดลองใชร้ ปู แบบ โดยใช้คู่มอื และกิจกรรม 3. ความพึงพอใจของผเู้ รยี นที่มีตอ่ การบรหิ ารจัดการ
จานวน 4 กิจกรรม ได้แก่ 1)กจิ กรรมสร้างความรู้ ศูนย์ทดสอบและรบั รองสมรรถนะของบุคคลตาม
ความเข้าใจจดุ มงุ่ หมายของศูนยท์ ดสอบและรบั รอง มาตรฐานอาชีพ วทิ ยาลยั สารพัดช่างเพชรบรู ณ์
สมรรถนะของบคุ คลตามมาตรฐานอาชพี วทิ ยาลยั
สารพัดชา่ งเพชรบรู ณ์ ใชเ้ ครอื่ งมอื ฉบบั ท่ี 7 2) 4. จานวนผ้เู รยี นและชมุ ชนทีผ่ ่านการทดสอบและ
กิจกรรมพฒั นากลไกการดาเนนิ งานศูนย์ทดสอบ ใช้ รับรองสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพได้มงี านทา/
เครอ่ื งมือฉบบั ท่ี 8 3) กิจกรรมทดสอบและรบั รอง ตอ่ ยอดทาธุรกจิ ประสบความสาเรจ็
สมรรถนะวิชาชีพแก่ผ้เู รียนและชมุ ชน ดว้ ย
กระบวนการบรหิ ารจัดการศนู ยท์ ดสอใบช้เครอ่ื งมือฉบับ 5. จานวนผู้มาใชบ้ รกิ ารศูนยท์ ดสอบและรับรอง
ท่ี 9 4) กจิ กรรมตดิ ตามและประเมินผลการดาเนนิ งาน สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชพี
ศนู ยท์ ดสอบใชเ้ คร่ืองมอื ฉบับท่ี 10
6. ความคิดเหน็ ของชมุ ชนที่มีต่อการบรหิ ารจดั การศนู ย์
ประเมินผลการใชรู้ปแบบการบริหารจดั การศนู ย์ ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม
ทดสอบใชเ้ ครอ่ื งมอื ฉบบั ท่ี 11, แบบรายงานการแบบ มาตรฐานอาชพี วิทยาลยั สารพดั ช่างเพชรบูรณ์
รายงานผลสมั ฤทธิข์ องผู้เรยี นสาขาวิชาชพี ธุรกจิ เสรมิ
สวยใชเ้ ครื่องมือฉบบั ท่ี 12, แบบสอบถามความพึง
พอใจของผเู้ รียนทม่ี ีต่อการบริหารศนู ย์ทดสอบใช้
เครือ่ งมือฉบบั ท่ี 13, แบบรายงานผ้เู รียนและชุมชนท่ี
ผ่านการรบั รองสมรรถนะตามมาตรฐานอาชพี มีงานทา
ใชเ้ คร่อื งมอื ฉบบั ที่ 14, แบบรายงานจานวนผูม้ าใช้
บรกิ ารศูนยท์ ดสอบ ใชเ้ ครอื่ งมือฉบบั ท่ี 15 และ
แบบสอบถามความคิดเหน็ ของชมุ ชนท่มี ตี ่อการ
บริหารจดั การศูนยท์ ดสอบใชเ้ ครอ่ื งมอื ฉบบั ที่ 16

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal

วารสารวจิ ัยและนวตั กรรมการอาชีวศกึ ษา 105

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

5. ผลการวจิ ัย และ 4) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาองค์กรวิชาชีพ ด้วย
5.1 ตอนท่ี 1 ผลการสภาพปัจจุบันและแนว ระบบการรับรองสมรรถนะบุคคลในอาชีพให้เป็น
มาตรฐานและเป็นทีย่ อมรับในสังคม
ท า ง ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ศู น ย์ ท ด ส อ บ แ ล ะ รั บ ร อ ง
สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ ด้านกลไกการดาเนินงานศูนย์ทดสอบและรับรอง
วิชาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัย สมรรถนะของบุคคล ประกอบด้วย 1) มีวิธีการประเมนิ
สารพดั ชา่ งเพชรบรู ณ์ แบ่งเปน็ เคร่ืองมือการประเมิน และกระบวนการประเมินที่
เหมาะสม 2) การพัฒนาครูผู้สอนด้านการใช้ส่ือและ
5.1.1 ผลการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่ เทคโนโลยีทางการศึกษา เพ่ือการจัดการเรียนรู้และ
เกี่ยวข้อง ใน 4 ด้าน ไดแ้ ก่ 1) ดา้ นจุดมงุ่ หมายของศูนย์ ฝึกทักษะอย่างมีระบบ 3) การส่งเสริมให้ครูผู้สอนได้
ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล 2) ด้านกลไก ศึกษาดูงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดาเนนิ งาน
การดาเนินงานศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล 4) การ
บุคคล 3) ด้านกระบวนการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบ ดาเนินงานด้วยความเป็นกลางของผู้ประเมินหรือ
และรับรองสมรรถนะของบุคคล 4) ด้านการติดตาม เจ้าหน้าที่สอบ และ 5) การดาเนินงานของหน่วย
และประเมินผลการดาเนินงานศูนย์ทดสอบและ รับรองศนู ย์ทดสอบและศูนยฝ์ ึกอบรม
รับรองสมรรถนะของบุคคล
ด้านกระบวนการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและ
5.1.2 ผลศึกษาสภาพปัจจุบันการบริหาร รับรองสมรรถนะของบุคคล ประกอบด้วย 4 ขั้น ได้แก่
จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม 1) ขั้นการวางแผนการบริหารจัดการ (Plan : P) 2)
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพ่ือพัฒนาคุณภาพ ข้ันการปฏิบัติตามแผน (Do : D) 3) ขั้นการติดตาม
ผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ พบวา่ และประเมินผล (Check : C) 4) ข้ันการปรับปรุงและ
ในภาพรวมมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับปานกลาง ด้านท่ีมี พัฒนา (Act : A)
ค่าเฉล่ียสูงท่ีสุด ได้แก่ ด้านจุดมุ่งหมายของศูนย์
ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล รองลงมา ด้านการติดตามและประเมินผลการดาเนินงาน
ได้แก่ ด้านกลไกการดาเนินงานศูนย์ทดสอบและ ศู น ย์ ท ด ส อ บ แ ล ะ รั บ ร อ ง ส ม ร ร ถ น ะ ข อ ง บุ ค ค ล
รับรองสมรรถนะของบคุ คล ประกอบด้วย 1) ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการ
บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ
5.1.3 ผลการศึกษาแนวทางการบริหาร บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ 2)
จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล ความคิดเห็นของชุมชนที่มีต่อการบริหารจัดการศูนย์
ตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพ่ือพัฒนา ทดสอบและรบั รองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐาน
คุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง อาชีพและคณุ วฒุ วิ ิชาชีพ 3) จานวนผมู้ าใชบ้ ริการศนู ย์
เพชรบูรณ์ โดยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ซ่ึงผลมี ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐาน
ดังตอ่ ไปน้ี อาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ วิทยาลัยสารพัดช่าง
เพชรบูรณ์ หลังใช้รูปแบบ และ 4) จานวนผู้เรียนและ
ด้านจุดมุ่งหมายของศูนย์ทดสอบและรับรอง ชุมชนท่ผี ่านการทดสอบสมรรถนะวิชาชีพไดม้ งี านทา/
สมรรถนะของบุคคล ประกอบดว้ ย 1) เพื่อเป็นศูนย์การ ต่อยอดทาธุรกิจประสบผลสาเร็จ
ทดสอบและรบั รองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐาน
อาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพ 2) เพื่อการรับรองสมรรถนะ 5.2 ตอนที่ 2 ผลการสร้างการสร้างรูปแบบการ
ของกาลังคนตามมาตรฐานอาชีพเพื่อตอบสนองความ บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ
ต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม 3) เพื่อช่วย บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวฒุ วิ ิชาชีพเพื่อพัฒนา
ยกระดับความก้าวหน้าของผู้ประกอบอาชีพและเพ่ิม
ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

106 Vocational Education Innovation and Research Journal 106

วารสารวิจยั และนวตั กรรมการอาชวี ศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

คณุ ภาพผู้เรียนและชมุ ชน วทิ ยาลยั สารพดั ชา่ งเพชรบูรณ์ ส ม ร ร ถ น ะ ข อ ง บุ ค ค ล มี ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม ทุ ก
แบง่ เป็น องค์ประกอบ และได้ให้ข้อเสนอแนะให้ผู้วิจัยไป
ปรับปรุง แก้ไขเพ่ิมเติมตามฉันทามติของผทู้ รงคณุ วุฒิ
5.2.1 ผลการสังเคราะห์องค์ประกอบของ และนาไปทดลองใช้ในข้ันตอนต่อไป
รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรอง
สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ 2.3.2 ผลการประเมนิ คุณภาพด้าน
วิชาชีพเพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัย ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบการ
สารพัดช่างเพชรบูรณ์ ได้แก่ 1) ด้านจุดมุ่งหมายของ บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ
ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล 2) บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อ
ด้านกลไกการดาเนินงานศูนย์ทดสอบและรับรอง พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง
สมรรถนะของบุคคล 3) ด้านกระบวนการบริหารจัดการ เพชรบูรณ์ พบว่าทั้ง 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1)
ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล 4) ด้าน จดุ มุ่งหมายของศนู ยท์ ดสอบและรับรองสมรรถนะของ
การตดิ ตามและประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน บคุ คล 2) กลไกการดาเนินงานศูนยท์ ดสอบและรับรอง
สมรรถนะของบุคคล 3) กระบวนการบริหารจัดการ
5.2.2 ผลการยกร่างรูปแบบการบริหาร ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล และ 4)
จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม การติดตามและประเมินผลการดาเนินงานศูนย์
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพ ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล ในภาพรวมมี
ผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ โดย ความเหมาะสมอยู่ในระดับมากท่ีสุด และความคิดเห็น
การสนทนากลุ่มผู้เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญด้านการ ของผู้ทรงคุณวุฒิต่อรูปแบบที่พัฒนาข้ึน ผ่านเกณฑ์
พัฒนารูปแบบ ร่วมจัดทาคู่มือการใช้รูปแบบ มี 4 การประเมินในระดบั มากที่สดุ และระดับมาก
องค์ประกอบ ได้แก่ 1) จุดมุ่งหมายของศูนย์ทดสอบ
และรับรองสมรรถนะของบุคคล 2) กลไกการ 5.3 ตอนที่ 3 ทดลองใชร้ ูปแบบการบริหารจดั การ
ดาเนินงานศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม
บุคคล 3) กระบวนการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและ มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อพัฒนาคณุ ภาพ
รับรองสมรรถนะของบุคคล และ 4) การติดตามและ ผูเ้ รยี นและชุมชน วิทยาลยั สารพัดช่างเพชรบรู ณ์
ประเมินผลการดาเนินงานศูนย์ทดสอบและรับรอง
สมรรถนะของบุคคล โดยการดาเนินการตามคู่มือการใช้รูปแบบ
การบริหารจัดการและกิจกรรมของโครงการเพ่ือ
5.2.3 ผลการตรวจสอบความเหมาะสมของ ทดลองใช้รูปแบบ ซ่ึงประกอบด้วย 4 กิจกรรม ได้แก่
รูปแบบ โดยการสนทนากลมุ่ ผ้ทู รงคณุ วุฒิ ไดแ้ ก่ 1) กิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจจุดมุ่งหมายของ
ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม
2.3.1 ผลการตรวจสอบความเหมาะสม มาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ 2)
ของรูปแบบโดยการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน กิจกรรมพัฒนากลไกการดาเนินงานศูนย์ทดสอบและ
9 คน ร่วมกันวิพากษ์และให้ข้อเสนอแนะ ตามประเด็น รั บ ร อ ง ส ม ร ร ถ น ะ ข อ ง บุ ค ค ล ต า ม ม า ต ร ฐ า น อ า ชี พ
การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ซ่ึงมี 4 วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ 3) กิจกรรมดาเนินงาน
องค์ประกอบ ได้แก่ 1) จุดมุ่งหมายของศูนย์ทดสอบ ทดสอบและรับรองสมรรถนะวิชาชีพแก่ผู้เรียนและ
และรับรองสมรรถนะของบุคคล 2) กลไกการ ชมุ ชน ด้วยกระบวนการบริหารจดั การศูนย์ทดสอบและ
ดาเนินงานศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ รับรองสมรรถนะของบคุ คลตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลยั
บุคคล 3) กระบวนการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและ สารพัดช่างเพชรบูรณ์ 4) กิจกรรมติดตามและ
รับรองสมรรถนะของบุคคล และ 4) การติดตามและ ประเมินผลการดาเนินงานศูนย์ทดสอบและรับรอง
ป ร ะ เ มิ น ผ ล ด า เ นิ น ง า น ศู น ย์ ท ด ส อ บ แ ล ะ รั บ ร อ ง

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal

วารสารวิจัยและนวตั กรรมการอาชีวศกึ ษา 107

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัย 2562 สูงกว่า ปีการศึกษา 2561 ร้อยละ 9.87 อาชีพ
สารพดั ชา่ งเพชรบูรณ์ ช่างทาผมบุรุษ ปีการศึกษา 2562 สูงกว่าปีการศึกษา
2561 ร้อยละ 12.39 เฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเรียน
ความสาเร็จของโครงการทดลองใช้รูปแบบการ สูงขน้ึ ร้อยละ 11.13
บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ
บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อ 5.4.3 ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการ
พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ
เพชรบูรณ์ ในภาพรวมมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมาก เม่ือ บุคคลตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยสารพัดช่าง
พิจารณาเป็นรายกิจกรรม พบว่า ทุกกิจกรรมมีค่าเฉลี่ย เพชรบูรณ์ ในภาพรวมมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมากท่ีสุด
อยู่ในระดับมาก กิจกรรมท่ีมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉล่ียสูงสุด ได้แก่ ปฏิบัติงานอย่าง
กิจกรรมดาเนินงานทดสอบและรับรองสมรรถนะ ระมัดระวัง ทางานคานึงถึงความปลอดภัยของตนเอง
วิชาชีพแก่ผู้เรียนและชุมชน ด้วยกระบวนการบริหาร และผูอ้ ่ืน มคี า่ เฉล่ยี อยใู่ นระดบั มากทส่ี ดุ
จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม
มาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ 5.4.4 จานวนผู้เรียนและชุมชนท่ีผ่านการ
รองลงมาได้แก่ กิจกรรมพัฒนากลไกการดาเนินงาน ทดสอบและรับรองสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพได้มี
ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม งานทา/ต่อยอดทาธุรกิจประสบผลสาเร็จ มีจานวน
มาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ และ รวม 112 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ทางานในสถาน
กิจกรรมที่มีค่าเฉลี่ยต่าท่ีสุด ได้แก่ กิจกรรมติดตาม ประกอบการ จานวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 23.22
และประเมินผลการดาเนินงานศูนย์ทดสอบและ และเป็นผู้ประกอบการจนประสบความสาเร็จ จานวน
รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ 86 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 76.78
วิทยาลยั สารพดั ช่างเพชรบรู ณ์
5.4.5 จานวนผมู้ าใชบ้ ริการหลังใชร้ ูปแบบ ใน
5.4 ตอนท่ี 4 ผลการประเมินผลการใช้รูปแบบการ ปีการศึกษา 2562 จานวน 79 คน และปีการศึกษา
บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ 2563 จานวน 112 คน มีจานวนผู้มาใช้บริการเพิ่มข้ึน
บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพ่ือ จานวน 33 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 41.77
พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง
เพชรบรู ณ์ มผี ลดงั นี้ 5.4.6 ความคิดเห็นของชุมชนที่มีต่อการ
บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ
5.4.1 ผลการประเมินศูนย์ทดสอบและรับรอง บุคคลตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยสารพัดชา่ ง
สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ เพชรบูรณ์ พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อ
วิชาชีพ ของวิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ โดย พิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อท่ีมีค่าเฉล่ียสูงสุด ได้แก่
สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (Thailand ผลการบริหารจัดการผู้เรียนมีความสามารถในการ
Professional Qualification Institute Public ทางานร่วมกับผู้อื่นและการทางานเป็นทีม มีค่าเฉลี่ย
Organization) พบว่า ความพร้อมขององค์กรหรือ อยใู่ นระดบั มาก
วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ ผ่านหลักเกณฑ์การ
ประเมนิ ทุกด้าน 6. อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ
6.1 อภิปรายผล
5.4.2 ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนสาขาวิชาชีพ 6.1.1 ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและแนว
ธุรกิจเสริมสวย ที่มีสมรรถนะด้านความรู้ ทักษะ และ
เจตคติในการทางาน เม่ือเปรียบเทียบปีการศึกษา ท า ง ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ศู น ย์ ท ด ส อ บ แ ล ะ รั บ ร อ ง
2561-2562 พบว่า อาชีพช่างทาผมสตรี ปีการศึกษา สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 108

108 วารสารวจิ ัยและนวัตกรรมการอาชีวศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

วิชาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัย จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล
สารพดั ช่างเพชรบูรณ์ และจานวนผู้มาใช้บริการศูนย์ทดสอบและรับรอง
สมรรถนะของบคุ คล ดงั ที่ เดมมง่ิ (Deming, W.E) [11]
(1) ผลการศกึ ษาสภาพปจั จุบนั พบวา่ ไ ด้ ก ล่ า ว ว่ า ก า ร จั ด ก า ร อ ย่ า ง มี คุ ณ ภ า พ เป็ น
ในภาพรวมมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งน้ีอาจเป็น กระบวนการท่ีดาเนินการต่อเน่ืองเพื่อให้เกิดผลผลิต
เพราะวา่ ผบู้ รหิ ารสถานศึกษาและครผู สู้ อนยังมคี วามรู้ และบริการที่มีคุณภาพขึ้น เรียกว่า วงจรคุณภาพหรือ
ความเข้าใจ และเน้นสมรรถนะเพื่อการให้ผู้สาเร็จ วงจรเดมมง่ิ
การศึกษามีความสามารถและผ่านการประเมินตาม
มาตรฐานอาชีพ สอดคล้องกับผลการวิจัยของสุธิดา 6.1.2 ผลการสรา้ งรปู แบบการบริหารจัดการ
หอวัฒนกุล [9] ที่ได้วิจัยเร่ือง การพัฒนารูปแบบการ ศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม
จัดการศึกษาเพื่อเสริมสมรรถนะทางวิชาชีพของ มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒวิ ิชาชพี เพ่อื พัฒนาคุณภาพ
บณั ฑิต ในสาขาท่เี ปน็ ความตอ้ งการของตลาดแรงงาน ผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพดั ช่างเพชรบูรณ์ สรปุ
รปู แบบทีส่ ร้างขึ้นมี 4 องคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่
(2) ผลการศกึ ษาแนวทางการบรหิ าร
จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล องค์ประกอบท่ี 1 จุดม่งุ หมายของศูนย์
ตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพ่ือพัฒนา ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล มี 4 องค์ประกอบ
คุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง ย่อย/ตัวแปร ได้แก่ 1) เพื่อเป็นศูนย์การทดสอบและ
เพชรบูรณ์ สรุปได้ดังนี้ 1) ด้านจุดมุ่งหมายของศูนย์ รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและ
ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล เพื่อเป็นศูนย์ คุณวุฒิวิชาชีพ 2) เพื่อการรับรองสมรรถนะของกาลัง
การทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตาม คนตามมาตรฐานอาชีพเพื่อตอบสนองความต้องการ
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เพ่ือการรับรอง ของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม 3) เพ่ือช่วยยกระดับ
สมรรถนะของกาลังคนตามมาตรฐานอาชีพ เพื่อ ความก้าวหน้าของผู้ประกอบอาชีพและเพ่ิมขีดความ
ตอบสนองความต้อง ก า ร ของภา คธุ ร กิจ แ ล ะ สามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ 4) เพ่ือ
อุตสาหกรรม 2) ด้านกลไกการดาเนินงานศูนย์ทดสอบ พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน ด้วยระบบการรับรอง
และรับรองสมรรถนะของบุคคล ประกอบด้วย วิธีการ สมรรถนะบุคคลในอาชีพให้เป็นมาตรฐานและเป็นที่
ประเมิน เคร่ืองมือการประเมิน และกระบวนการ ยอมรับในสังคม สอดคล้องกับแนวคิดของ คีเวส
ประเมินที่เหมาะสม การพัฒนาครูผสู้ อนดา้ นการใชส้ อื่ (Keeves) [12] ได้กล่าวว่า องค์ประกอบของรูปแบบ
และเทคโนโลยีทางการศึกษาเพ่ือการจัดการเรียนรู้ โดยสรุปควรประกอบด้วย 1) หลักการของรูปแบบ
และฝึกทกั ษะอย่างมีระบบ 3) ดา้ นกระบวนการบริหาร 2) จุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายของรูปแบบ 3) วิธีการ/
จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล กระบวนการของรูปแบบ 4)การประเมนิ ผลของรปู แบบ
ประกอบด้วย 4 ขั้น ได้แก่ ขั้นการวางแผนการบริหาร
จัดการ (Plan : P) ขั้นปฏิบัติตามแผนการบริหาร องคป์ ระกอบที่ 2 กลไกการดาเนนิ งานศนู ย์
จัดการ (Do : D) ข้ันการติดตามและประเมินผล ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล มี 4
(Check : C) และ ขั้นการปรับปรุงและพัฒนา (Act : องค์ประกอบย่อย/ตัวแปร ได้แก่ 1) การดาเนินการ
A) 4) ด้านการติดตามและประเมินผลการดาเนินงาน สอบของศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล
ศู น ย์ ท ด ส อ บ แ ล ะ รั บ ร อ ง ส ม ร ร ถ น ะ ข อ ง บุ ค ค ล 2) วิธีการประเมิน เครื่องมือการประเมิน และ
ประกอบด้วย ความพึงพอใจของผู้เรียนท่ีมีต่อการ กระบวนการประเมินที่เหมาะสม 3) การดาเนินงาน
บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ ด้วยความเป็นกลาง ความเป็นธรรม และความ
บุคคล ความคิดเห็นของชุมชนท่ีมีต่อการบริหาร เที่ยงตรงของเจ้าหน้าที่สอบหรือผู้ประเมิน 4) การ
บริหารจัดการด้านฐานข้อมูลคุณวุฒวิ ชิ าชพี และระบบ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal

วารสารวจิ ัยและนวตั กรรมการอาชวี ศกึ ษา 109

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

สารสนเทศในการบริหารฐานข้อมูล สอดคล้องกับ สมรรถนะวิชาชีพได้มีงานทา/ต่อยอดทาธุรกิจประสบ
ไมตรี บุญทศ [5] ท่ีได้สรุปองค์ประกอบของรูปแบบ ผลสาเร็จ ซึ่ง วิรัช วิรัชนิภาวรรณ [7] กล่าวไว้ว่า การ
ดังน้ี 1) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 2) ทฤษฎีพ้ืนฐาน บริหารจัดการ (Management Administration) มี
และหลักการของรูปแบบ 3) ระบบงานและกลไกของ กระบวนการบริหารงานทป่ี ระกอบด้วย 3 ข้นั ตอน คือ
รูปแบบ 4) วิธีดาเนินงานของรูปแบบ และ 5) แนว การคิด (Thinking) หรือการวางแผน (Planning) การ
การประเมนิ รูปแบบ ด า เ นิ น ง า น ( Acting) แ ล ะ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล
(Evaluating)
องค์ประกอบที่ 3 กระบวนการบริหาร
จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล 6.1.3 ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหาร
ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ ข้ันที่ 1 ขั้นการวาง จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล
แผนการบริหารจัดการ (Plan : P) ขั้นท่ี 2 การ ตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อพัฒนา
ปฏิบัติการบริหารจดั การ (Do : D) ข้ันท่ี 3 การติดตาม คุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง
และประเมินผล (Check : C) ขนั้ ที่ 4 การปรบั ปรุงและ เพชรบูรณ์
พัฒนา (Act : A) ซ่ึงเป็นกระบวนการบริหารที่มีความ
ครอบคลุมและดาเนนิ การตามข้ันตอนอย่างเปน็ ระบบ (1) ผลการประเมินความสาเร็จของ
สอดคล้องกับแนวคิดของ บราวน์และโมเบริกส์ โครงการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์
(Brown and Moberg) [10] ท่ีได้สังเคราะห์รูปแบบ ทดสอบ ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก กิจกรรม
ขึ้นมาจากแนวคิดเชิงระบบ (Systems Approach) ที่มีค่าเฉล่ียสูงสุด ได้แก่ กิจกรรมดาเนินงานทดสอบ
กับหลักการบริหารตามสถานการณ์ ประกอบด้วย และรับรองสมรรถนะวชิ าชพี แก่ผู้เรียนและชุมชน ด้วย
ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม ( Environment) เ ท ค โ น โ ล ยี กระบวนการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรอง
(Technology) โครงสร้าง (Structure) กระบวนการ สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัย
จัดการ (Management Process) และการตัดสินใจ สารพัดช่างเพชรบูรณ์ สอดคล้องกับผลการวิจัยของ
สง่ั การ (Decision making) คมสันต์ ชไนศวรรย์ [2] เร่ือง การพัฒนารูปแบบการ
จดั การเรยี นการสอนวชิ าชีพตามสมรรถนะวชิ าชพี
องค์ประกอบท่ี 4 ก า ร ติ ด ต า ม แ ละ
ประเมินผลการดาเนินงานศูนย์ทดสอบและรับรอง (2) ผลการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อ
สมรรถนะของบุคคล มี 5 องค์ประกอบย่อย/ตัวแปร โครงการทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการศูนย์
ได้แก่ 1) คุณภาพผู้เรียนที่มีสมรรถนะด้านทักษะใน ทดสอบ ในภาพรวมมีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมากท่ีสุด
การทางาน ด้านความรู้ ความเข้าใจงานท่ที า และดา้ น กิจกรรมที่มีค่าเฉล่ียสูงสุด ได้แก่ กิจกรรมพัฒนากลไก
กิจนิสัยหรือเจตคติในการทางาน 2) ความพึงพอใจ การดาเนินงานศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ
ของผู้เรียนท่ีมีต่อการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและ บุคคลตามมาตรฐานอาชีพ วิทยาลัยสารพัดช่าง
รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและ เพชรบูรณ์ สอดคล้องกับผลการวิจัยของ บุญเชิญ
คุณวุฒิวิชาชีพ 3) ความคิดเห็นของชุมชนที่มีต่อการ ดิษสมาน [4] ที่ได้วิจัยเร่ือง การพัฒนารูปแบบการ
บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ ฝึกอบรมสมรรถนะวชิ าชพี ชา่ งเครื่องเรือนไม้
บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ 4)
จ า น ว น ผู้ ม า ใ ช้ บ ริ ก า ร ศู น ย์ ท ด ส อ บ แ ล ะ รั บ ร อ ง 6.1.4 ผลการประเมินผลการใช้รูปแบบการ
สมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิ บริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของ
วิชาชีพ วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ หลังใช้รูปแบบ บุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพ่ือ
และ 5) จานวนผู้เรียนและชุมชนท่ีผ่านการทดสอบ พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง
เพชรบรู ณ์ สรุปผลได้ดังน้ี

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

110 Vocational Education Innovation and Research Journal 110

วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

(1) ผลการประเมินพบว่า ความพร้อม (4) ผลการรายงานจานวนผู้เรียนและ
ขององค์กรหรือวิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ ผ่าน ชุมชนที่ผ่านการทดสอบและรับรองสมรรถนะตาม
หลักเกณฑก์ ารประเมินทุกด้าน สอดคลอ้ งกบั ข้อบังคับ มาตรฐานอาชีพได้มีงานทา/ต่อยอดทาธุรกิจประสบ
สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) [1] ว่าด้วย ผลสาเร็จ มีจานวนรวม 112 คน คิดเป็นร้อยละ 100
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขในการออกหนังสือ ทางานในสถานประกอบการ จานวน 26 คน คิดเป็น
รบั รองแกอ่ งค์กรท่ีมีหน้าท่รี บั รองสมรรถนะของบุคคล ร้อยละ 23.22 และเป็นผู้ประกอบการจนประสบ
ตามมาตรฐานอาชีพ พ.ศ.2561 ความสาเร็จ จานวน 86 คน คิดเป็นร้อยละ 76.78
สอดคล้องกับแนวคิดของ สตรีกแลนด์ (Strickland)
(2) ผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนสาขาวิชาชีพ [14] ได้กล่าวถึงข้ันตอนการพัฒนารูปแบบซึ่งเรียกว่า
ธุรกิจเสริมสวย ท่ีมีสมรรถนะด้านความรู้ ทักษะ และ “ADDIE Model”
เจตคติในการทางาน เม่ือเปรียบเทียบปีการศึกษา
2561-2562 พบว่า อาชีพช่างทาผมสตรี ปีการศึกษา (5) ผลการรายงานจานวนผู้มาใช้
2562 สูงกว่า ปีการศึกษา 2561 ร้อยละ 9.87 อาชีพ บริการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล
ช่างทาผมบรุ ุษ ปกี ารศกึ ษา 2562 สูงกว่า ปกี ารศึกษา ตามมาตรฐานอาชีพ ของวิทยาลัยสารพัดช่าง
2561 ร้อยละ 12.39 เฉลี่ยผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนเรยี น เพชรบูรณ์ หลังใช้รูปแบบ พบว่า มีจานวนผู้มาใช้
สูงขึ้น ร้อยละ 11.13 สอดคล้องกับผลงานวิจัยของ บริการเพิ่มขึ้น จานวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 41.77
โมนิก้า (Monica et al) [13] ท่ีได้ทาการวิจัยผลการ และผลการประเมินรูปแบบ มีความเป็นไปได้ในการ
ประเมินการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะสาหรับการ นาไปปฏิบัติอยู่ในระดับมากและมีประโยชน์อยู่ใน
เรยี นการสอน และเสนอแนวทางการวดั สมรรถนะของ ระดับมากท่ีสุด สอดคล้องกับผลการวิจัยของ ณรงค์
บุคคลในด้านต่าง ๆ ได้แก่ 1) การวัดความสามารถ อภัยใจ [3] เร่ือง รูปแบบการบรหิ ารจดั การศกึ ษา เพอื่
ทางปัญญา 2) การประเมินความสามารถในการ ส่งเสริมอาชีพสาหรับเด็กด้อยโอกาส โรงเรียนใน
จัดการ 3) การประเมินทักษะทางด้านเทคโนโลยี โดย โ ค ร ง ก า ร ต า ม พ ร ะ ร า ช ด า ริ ป ร ะ ก อบ ด้ ว ย 3
ประเมินจากการใช้งานอุปกรณ์ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ องคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่ 1) ปัจจยั นาเข้า ประกอบด้วยการ
และเทคโนโลยีสารสนเทศ 4) การประเมินทักษะทาง บริหารสถานศึกษา 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้าน
ภาษา โดยการประเมินการพูดและการเขียนและได้ บริหารงานบุคคล ด้านงบประมาณ และด้านบริหาร
วิเคราะห์ ท่ัวไป 2) ด้านกระบวนการ ประกอบด้วย 5 ข้ันตอน
คือการวางแผน การดาเนินงาน การตรวจสอบ การ
(3) ผลการศึกษาความพึงพอใจของ ปรับปรุงและการรายงานผล 3) ด้านผลผลิต ได้แก่
ผู้เรียนท่ีมีต่อการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและ คุณภาพผ้เู รยี น และประสทิ ธิภาพ การบริหารจดั การ
รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ
วทิ ยาลัยสารพดั ช่างเพชรบูรณ์ ในภาพรวมมีคา่ เฉลี่ยอยู่ (6) ผลการศึกษาความคิดเห็นของ
ในระดับมากท่ีสุด ข้อท่ีมีค่าเฉล่ียสูงสุด ได้แก่ ชุมชนที่มีต่อการบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและ
ปฏิบัติงานอย่างระมัดระวัง ทางานคานึงถึงความ รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ
ปลอดภัยของตนเองและผู้อ่ืน สอดคล้องกับสถาบัน วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ ในภาพรวมอยู่ใน
คุณวุฒิวิชาชีพ [8] ได้กล่าวไว้ว่า คุณวุฒิวิชาชีพ ระดับมาก สอดคล้องกับแนวคิดของ วาโร เพ็งสวัสด์ิ
แห่งชาติมีจุดมุ่งหมายในการเป็นศูนยก์ ลางการรับรอง [6] ได้กล่าวว่า รูปแบบที่ดีควรมีลักษณะ ดังน้ี 1)
สมรรถนะของกาลังคนที่มีสมรรถนะตามมาตรฐาน รูปแบบควรประกอบด้วยความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง
อาชีพตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจและ ระหว่างตัวแปรมากกว่าความสัมพันธ์เชิงเส้นตรง
อุตสาหกรรม ธรรมดา 2) รูปแบบควรนาไปสู่การทานายผลท่ีตามมา

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 111

วารสารวจิ ยั และนวัตกรรมการอาชีวศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

3) รูปแบบควรอธิบายโครงสร้างความสัมพันธ์เชิง [2] คมสนั ต์ ชไนศวรรย์. (2561). การพัฒนา
เหตผุ ลของเรื่องที่ศกึ ษาไดอ้ ย่างชดั เจน 4) รปู แบบควร รปู แบบการจดั การเรยี นการสอนวชิ าชพี
เป็นการเพ่ิมองค์ความรู้ (Body of Knowledge) ใน ตามสมรรถนะวชิ าชพี .วิทยานพิ นธ์ครุศาสตร์
เร่ืองที่กาลังศึกษา และ 5) รูปแบบในเร่ืองใด จะเป็น อุตสาหกรรมดุษฎีบณั ฑติ มหาวิทยาลัย
เชน่ ไรขนึ้ อยกู่ บั กรอบของทฤษฎใี นเร่ืองนนั้ ๆ เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระนครเหนอื .

6.2 ข้อเสนอแนะ [3] ณรงค์ อภยั ใจ. (2561). รปู แบบการบรหิ าร
6.2.1 ข้อเสนอแนะสาหรับการนาผลการ จัดการศึกษา เพือ่ สง่ เสรมิ อาชีพสาหรบั เดก็
ดอ้ ยโอกาสโรงเรียนในโครงการตาม
วิจยั ไปใช้ พระราชดาร.ิ วิทยานิพนธ์ปรัชญาดษุ ฎี
(1) สนับสนุนให้ผู้บริหารสถานศึกษา บัณฑติ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเชยี งใหม.่

และครูผู้สอนร่วมกันวางแผนและเตรียมจัดทากิจกรรม [4] บญุ เชิญ ดิษสมาน. (2558). การพฒั นา
เพ่ือนารปู แบบทพี่ ฒั นาขน้ึ ไปใชใ้ หม้ ปี ระสทิ ธิภาพ รปู แบบการฝึกอบรมสมรรถนะวชิ าชพี ชา่ ง
เครื่องเรอื นไม.้ วิทยานิพนธค์ รศุ าสตร์
(2) ดาเนินการนิเทศการบริหาร อตุ สาหกรรมดษุ ฎบี ัณฑิต มหาวิทยาลยั พระ
จัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล จอมเกล้าพระนครเหนอื .
ตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อพัฒนา
คุณภาพผู้เรียนและชุมชน วิทยาลัยสารพัดช่าง [5] ไมตรี บุญทศ. (2554). การพัฒนารูปแบบ
เพชรบูรณ์ ตามขนั้ ตอนในคมู่ อื การใช้รปู แบบ การบรหิ ารเพอื่ การประกนั คณุ ภาพภายใน
ทสี่ ่งผลตอ่ คณุ ภาพโรงเรียน สงั กดั สานกั งาน
6.2.2 ขอ้ เสนอแนะในการวิจยั ครัง้ ตอ่ ไป คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน. ครุ
(1) ควรมีการศึกษาวิจัยเรื่องรูปแบบ ศาสตร์ดุษฎีบณั ฑิต. มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ
อุบลราชธานี.[6] วาโร เพ็งสวสั ด.์ิ (2553).
การบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะ การวจิ ัยพัฒนารปู แบบ. วารสารมหาวิทยาลัย
ของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชพี เพ่อื ราชภัฏสกลนคร, 2(4).
พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน ของสถานศึกษาใน
สังกดั สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา [7] วิรัช วิรชั นิภาวรรณ. (2550). การบริหาร
จดั การและการบริหารการพัฒนาของ
(2) ควรมีการศึกษาวิจัยเรื่องกลยุทธ์ หนว่ ยงานของรัฐ.กรงุ เทพฯ : เอก็ ซเปอร์
การบริหารจัดการศูนย์ทดสอบและรับรองสมรรถนะ เน็ท. [8] สถาบันคณุ วฒุ ิวชิ าชีพ. (2560).
ของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพือ่ มาตรฐานอาชพี และคณุ วฒุ วิ ิชาชพี .
พัฒนาคุณภาพผู้เรียนและชุมชน ของสถานศึกษาใน กรุงเทพฯ: สถาบันคณุ วฒุ วิ ชิ าชพี (องค์กร
สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา มหาชน).

เอกสารอ้างองิ [9] สุธิดา หอวฒั นกลุ . (2558). การพัฒนา
[1] ขอ้ บังคับสถาบนั คุณวฒุ วิ ชิ าชพี (องค์การ รูปแบบการจัดการศกึ ษาเพอ่ื เสรมิ
มหาชน) วา่ ด้วยหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และ สมรรถนะทางวชิ าชีพของบณั ฑิต ในสาขา
เงื่อนไขในการออกหนังสอื รบั รอง แกอ่ งค์กร ท่ีเปน็ ความต้องการของตลาดแรงงาน.
ที่มีหนา้ ทร่ี ับรองสมรรถนะของบุคคลตาม วทิ ยานิพนธค์ รุศาสตรด์ ษุ ฎบี ณั ฑติ
มาตรฐานอาชพี พ.ศ. 2561. ราชกิจจา จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นเุ บกษา. เล่ม 136 ตอนพเิ ศษ 50 ง, 27
กมุ ภาพนั ธ์ 2561.

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

112 Vocational Education Innovation and Research Journal 112

วารสารวิจยั และนวัตกรรมการอาชวี ศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

[10] Brown, W.B. and Moberg, D. J. (1980).
Organization Theory and
Management: A Macro Approach.
New York: Wiley & Sons.

[11] Deming, William Edwards, 1995. Out
of the Crisis. Cambridge:Massachusets
Institute of Technology Press.

[12] Keeves, P.J. (1988). Educational
research, methodology, and
measurement : An international
handbook. Oxford : Pergamon Press.

[13] Monica Edwards. (2009). “Luis Manuel
Sanchez- Ruiz and Carlos Sanchez-
Dıaz.” In Proceeding of IEEE. Volume
97.No.10 (October 2009).

[14] Strickland, A. W. (2006). Addie. Idaho
State University College of Education
Science, Math & Technology
Education. Retrieved March 2, 2017.
From http/www. ed.isu. edu/addie/
index.htm

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 113

วารสารวจิ ยั และนวตั กรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

คำศัพทร์ ่วมสมัย : ยุคศตวรรษที่ 21 ยคุ ดจิ ิทัล และยคุ ไทยแลนด์ 4.0
Contemporary Vocabulary : 21st Century Era, Digital Era and Thailand 4.0 Era

ศริ ิ ถีอำสนำ1*, เสนห่ ์ คำสมหมำย2 และ เฉลิมเกียรติ ถอี ำสนำ3
Siri Thee-Arsana1*, Sanae Komsommai2 and Chalermgiat Theeasana3

*12สาขาวชิ าการบริหารการศึกษา มหาวทิ ยาลัยศรีปทมุ วทิ ยาเขตขอนแก่น ขอนแก่น 40000
*12Field of Education management, Sripatum University Khon Kaen Campus, Khon Kaen, 40000

3แผนกวชิ าชา่ งอเิ ล็กทรอนิกส์ วทิ ยาลยั เทคนคิ ขอนแก่น จงั หวัดขอนแกน่ 40000
3Electronics Program, Khon Kaen Technical College, Khon Kaen province 40000

Received : 2021-06-21 Revised : 2021-07-08 Accepted : 2021-07-08

บทคดั ยอ่ earlier. The definition of sub-eras is similar, 1.0
ยุคศตวรรษท่ี 21 ยุคดิจิทัล และยุคไทย - 4.0, with the exception of the 21st century.
All eras talk about technology and
แลนด์ 4.0 ทั้ง 3 ยุค อยู่ในห้วงเวลาเดียวกัน เว้นยุค innovation. During this time, the world is
ดิจิทัล เกิดก่อนเล็กน้อย การกาหนดยุคย่อยคล้ายกัน changing rapidly with a wide impact. And
คือ 1.0-4.0 เว้น ยุคศตวรรษท่ี 21 ทุกยุคพูดถึง there are problems in adaptation such as
เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในห้วงเวลานี้โลกมีการ Covid-19. The world recognizes and sees the
เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมีกระทบในวงกว้าง และเกิด importance of innovation. Computers and
ปญั หาในการปรับตวั เชน่ Covid-19 โลกตระหนักและ Smart Phones play a very high role. People are
เ ห็ น ค ว า ม ส า คั ญ ค ว า ม จ า เ ป็ น ข อ ง น วั ต ก ร ร ม ย่ิ ง consumeristic. It was an era without borders in
คอมพิวเตอร์ และ สมาร์ทโฟนมีบทบาทสูงมาก ผู้คน communication. All over the world are awake
ในมีลักษณะบริโภคนิยม เป็นยุคไร้พรหมแดนในการ and trying to adapt to the changes in this
ติดต่อส่ือสาร ท่ัวโลกเกิดการตื่นตัวและพยายามปรับ era. It is an era that adds intelligence to
ให้ทันกับการเปล่ียนแปลงในยุคนี้ เป็นยุคท่ีเพิ่มความ technology. It is an era where the Internet is
ฉลาดให้กบั เทคโนโลยี เปน็ ยุคที่อินเทอรเ์ น็ตเพื่อทกุ สี่ง for all things: Internet of Thing
(Internet of Thing) Keywords : Contemporary Vocabulary, 21st

คำสำคัญ : คาศัพท์ร่วมสมัย, ยุคศตวรรษที่ 21, Century Era, Digital Era, Thailand
ยคุ ดิจิทัล, ยุคไทยแลนด์ 4.0 4.0 Era

Abstract 1. บทนำ
The 21st century era, the digital era, and ผู้เขียนอยู่ในแวดวงทางการศึกษาทาหน้าที่สอน

the Thailand 4.0 era, all three eras are at the วิจัย และบริการสังคมมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 40 ปี
same time, except for the digitalageborn a little พบว่า ประมาณ 10-20 ปีที่ผ่านมาน้ี เริ่มได้ยินศัพท์
ใหม่ ๆ แปลก ๆ ขึ้นมาถ่ีมาก อาทิ ยุคศตวรรษท่ี 21
*ศริ ิ ถอี าสนา

E-mail : [email protected]

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

114 Vocational Education Innovation and Research Journal 114

วารสารวจิ ยั และนวตั กรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

ยุคดิจิทัล และ ยุคไทยแลนด์ 4.0 น่ันแสดงว่า ธันวาคม ค.ศ. 2100 หรือเรียกว่า ยุค 2001 คือเรียก
คาเหล่าน้ีมีความสาคัญมาก จึงเป็นมูลเหตุให้ผู้เขียน ตามปเี ร่ิมตน้ ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 21 [5]
ทาการศึกษา ในเบื้องต้นได้ทาการค้นหา (search) ว่า
คาเหลา่ นี้ปรากฏในเอกสารสาคัญของชาติจานวนมาก 2.1.2 ศตวรรษที่ 21 เป็นโลกของเทคโนโลยี
น้อยเพียงใด ผลการสืบค้นพบว่าในยุทธศาสตร์ชาติ และนวัตกรรม เครื่องจักรและหุ่นยนต์ ถูกนาเขา้ มาใช้
พ.ศ.2561-2580 [1] มีคาว่า ยุคศตวรรษที่ 21 งานทดแทนแรงงานคน เพราะฉะน้ันเราควรมีทักษะ
ปรากฏอยู่ 9 แห่ง/จุด ยุคดิจิตัล ปรากฏอยู่ 30 แห่ง/ บางอย่างท่ีเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ทาแทนไม่ได้ เช่น
จุด และ ยุคไทยแลนด์ 4.0 ปรากฏอยู่ 1 แห่ง/จุด ทักษะการคิดแบบผู้เชี่ยวชาญ และการส่ือสารท่ี
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบ ซับซอ้ น ซง่ึ จะมีโอกาสมากกว่าคนอืน่ เพราะทักษะข้ัน
สอง พ.ศ.2560-2564 [2] มีคาว่า ยุคศตวรรษท่ี 21 สงู เหลา่ นี้เครือ่ งจักรไม่สามารถทาแทนได้ [6]
ปรากฏอยู่ 4 แห่ง/จุด ยุคดิจิทัล ปรากฏอยู่ 81 แห่ง/
จุด และ ยุคไทยแลนด์ 4.0 ปรากฏอยู่ 5 แห่ง/จุด 2.1.3 ศตวรรษท่ี 21 (21st) หมายถึง ช่วง
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579[3] มีคาว่า เวลาระหว่าง ค.ศ.2001 – ค.ศ. 2100 หรือ พ.ศ.2544
ยุคศตวรรษท่ี 21 ปรากฏอยู่ 57 แห่ง/จุด ยุคดิจิทัล – พ.ศ.2643 ทรูปลูกปัญญา [7] ได้อธิบายเพ่ิมเติมใน
ปรากฏอยู่ 71 แห่ง/จุด และ ยุคไทยแลนด์ 4.0 เรื่องน้ีว่า ศตวรรษ หมายถึง ช่วงเวลาในรอบ 100
ปรากฏอยู่ 42 แห่ง/จุด และ มาตรฐานการศึกษาของ ปี เร่ิมนับต้ังแต่ปีที่ขึ้นต้นด้วยเลข 1 เป็นปีแรกของ
ชาติ พ.ศ.2561 [4] มคี าว่า ยุคศตวรรษที่ 21 ปรากฏ ศตวรรษจนถึง 100 เช่น ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 18หมายถึง
อยู่ 2 แห่ง/จุด ยุคดิจิทัล ปรากฏอยู่ 10 แห่ง/จุด และ
ยุคไทยแลนด์ 4.0 ปรากฏอยู่ 7 แห่ง/จุด แค่น้ีก็คงพอ ช่ ว ง เ ว ล า ร ะ ห ว่ า ง ค . ศ . 1701- ค . ศ . 1800
ยืนยันได้ว่าคาเหล่านี้มีความสาคัญในยุคน้ีจริง ๆ และ คริสต์ศตวรรษท่ี 20 หมายถึง ช่วงเวลาระหว่าง ค.ศ.
ผู้เขียนเห็นว่าคาศัพท์สาคัญ (Key words) ทั้ง 3 คา 1901- ค.ศ. 2000 เรานิยมกล่าวถึงช่วงเวลาเป็น
เหล่านี้ปรากฏข้ึนมาพร้อม ๆ กัน หรือในยุคเดียวกัน ศตวรรษของคริสต์ศักราช ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันโลก
หรือสมัยเดียวกัน หรือร่วมสมัยกัน (Contemporary) เข้าสู่คริสต์ ศตวรรษท่ี 21 แล้ว หมายถึงช่วงเวลา
จงึ เปน็ ทีม่ าของบทความนวี้ ่า คาศพั ทร์ ่วมสมยั ระหว่าง ค.ศ.2001- ค.ศ.2100 ส่วนสหัสวรรษ
หมายถงึ ช่วงเวลาในรอบ 1000 ปี เรมิ่ นับตงั้ แตป่ ีท่ีขน้ึ
2. กำรดำเนินกำรศึกษำ ด้วยเลข 1 เป็นปีแรกของสหัสวรรษ จนถึงปีที่ลงท้าย
2.1 ยุคศตวรรษที่ 21 (21st Century Era) ด้วยหลัก 1000 ตัวอย่างเช่น สหัสวรรษท่ี 1 หมายถึง
ยุคศตวรรษที่ 21 คาคานี้มักได้ยินอยู่บ่อย ช่วงเวลาระหว่าง ค.ศ.1- ค.ศ.1000 สหัสวรรษที่ 2
หมายถึง ช่วงเวลาระหว่าง ค.ศ.1001 - ค.ศ.2000
บางคร้ังก็เกิดความสับสน ด้วยความอยากรู้จึงทาการ สหัสวรรษที่ 3 หมายถึง ช่วงเวลาระหว่าง ค.ศ.2001-
สืบค้นจากส่ือออนไลน์ ที่ผู้เขียนเช่ือว่าเป็นแหล่งที่ ค.ศ.3000
ทนั สมยั และเชอื่ ถอื ได้ จึงได้ทาการคัดเลือกมานาเสนอ
พอสงั เขป ดงั น้ี 2.1.4 ศตวรรษท่ี 21 เป็นศตวรรษปัจจุบนั
ของยคุ Anno Domini (1)* หรอื Common Era (2)*
2.1.1 ศตวรรษที่ 21 สาหรับทางคริสต์ ตามปฏทิ นิ เกรกอเรยี น (3)* เรม่ิ ในวันท่ี 1 มกราคม
ศาสนา หมายถึง คริสต์ศตวรรษแรกของคริสต์ ค.ศ.2001 และจะสนิ้ สุดในวนั ที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.
สหัสวรรษท่ี 3 และเป็นคริสต์ศตวรรษปัจจุบัน เร่ิม 2100 เป็นศตวรรษแรกของสหัสวรรษท่ี 3 แตกต่าง
นับต้ังแต่วันท่ี 1 มกราคม ค.ศ. 2001 จนถึงวันท่ี 31 จากศตวรรษทเ่ี รยี กวา่ ยุค 2000 ซงึ่ เริม่ ในวนั ที่ 1
มกราคม ค.ศ.2000 และจะสิ้นสุดในวนั ที่ 31ธนั วาคม
ค.ศ.2099 [8] *หมายเหตุ : Anno Domini (1)*;
Common Era (2)* แนะนาให้ศึกษาเพิ่มเตมิ ไดท้ ี่ [9];

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 115

วารสารวิจยั และนวตั กรรมการอาชวี ศึกษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

[10] เกรกอเรียน (3)*แนะนาใหศ้ ึกษาเพิ่มเติมได้ท่ี 3 เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ.2001 จนถึงวนั ท่ี
[11] 31 ธันวาคม ค.ศ.2100 หรือ พ.ศ.2544–พ.ศ.2643
ยุคศตวรรษที่ 21 เปน็ ยุคของเทคโนโลยแี ละนวัตกรรม
2.1.5 ศตวรรษที่ 21 คอื ศตวรรษปจั จบุ นั เคร่ืองจักรและหุ่นยนต์ ถูกนาเข้ามาใช้งานทดแทน
ถอื ตามปฏทิ นิ เกรกอเรยี น เรม่ิ ในวันท่ี 1 มกราคม ค.ศ. แรงงานคน ในยุคน้ีเกิดปรากฏการณ์ท่ีสาคัญ และ
2001 และจะส้ินสุดในวันท่ี 31 ธันวาคม ค.ศ. 2100 กระเทือนไปท่ัวโลกคือการบริโภคนิยมของโลกท่ีสาม
ศตวรรษที่ 21 เป็นศตวรรษแรกของสหัสวรรษท่ี 3 ความกังวลทั่วโลกเก่ียวกับการก่อการร้าย ผลกระทบ
จุดเร่ิมต้นของศตวรรษท่ี 21 เกิดข้ึนจากการเพิ่มขึ้น จากภาวะโลกร้อนและระดบั น้าทะเลที่เพ่ิมสูงขึ้นอย่าง
ของเศรษฐกิจโลกและการบริโภคนิยมของโลกที่สาม ต่อเน่ืองมีเกาะหายไป เกิดอาหรับสปริงซึ่งผลกระทบ
ทาให้ความกังวลท่ัวโลกเก่ียวกับการก่อการร้ายและ กระเทือนทางด้านเศรษฐกจิ สงั คม การเมืองไปท่วั โลก
การเพิ่มขึ้นขององค์กรเอกชน ผลกระทบจากภาวะ สหรัฐอเมริกายังคงเป็นมหาอานาจของโลกในขณะที่
โลกร้อน และระดับน้าทะเลท่ีเพ่ิมสูงข้ึนอย่างต่อเนื่อง จีนถูกมองว่าเป็นมหาอานาจระดับโลกท่ีเกิดใหม่ เกิด
มีเกาะหายไประหว่างปี 2550 ถึง 2557 เกิดอาหรับ การระบาดของ COVID-19 ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก
สปริง (1)* ของต้นปี ค.ศ. 2010 นาไปสู่ผลลัพธ์ท่ี ทาให้เกิดการหยดุ ชะงักของเศรษฐกิจโลกอยา่ งรุนแรง
หลากหลายในโลกอาหรับส่งผลให้เกิดสงครามกลาง มีการแพร่หลายของอุปกรณ์พกพาทาให้มากกว่า
เมืองและรัฐบาลหลายแห่งล้มลา้ ง สหรัฐอเมริกายังคง ครึ่งหนึ่งของประชากรโลกสามารถเข้าถึงอินเทอร์เนต็
เป็นมหาอานาจของโลกในขณะที่จีนถูกมองว่าเป็น ได้ เกิดความสาเร็จของโครงการจโี นมมนษุ ย์
มหาอานาจระดับโลกที่เกิดใหม่ ในปี พ.ศ. 2560
ประชากรโลกประมาณครึ่งหนึ่ง (49.3%) อาศัยอยู่ใน 2.2 ยคุ ดิจิทัล (Digital Era)
"ประชาธิปไตยบางรูปแบบ" แม้ว่าจะมีเพียง 4.5 ในปัจจุบัน ในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ครู
เปอร์เซน็ ตเ์ ทา่ นั้นทีอ่ าศัยอย่ใู น "ระบอบประชาธปิ ไตย
เต็มรูปแบบ" สหภาพยุโรปได้ขยายตัวอย่างมากใน อาจารย์ นักวิชาการ นักธุรกิจ กลุ่มพ่อค้าประชาชน
ศตวรรษท่ี 21 โดยเพิ่ม 13 ประเทศสมาชิก ประเทศ โดยทั่วไปมักพูดถึง ดิจิทัล หรือยุคดิจิทัลกันมาก
สมาชิกส่วนใหญ่ของสหภาพยุโรปแนะนาสกุลเงิน ผู้เขียนจึงเกิดแรงบันดาลใจใคร่รู้จึงได้ทาการศึกษา
ทั่วไป ยูโรและสหราชอาณาจักรถอนตัวออกจาก ค้นคว้า ก็พบข้อมูลที่หลากหลาย จึงได้คัดเลือกเพ่ือ
สหภาพยุโรป ในปี 2020 การระบาดของ COVID-19 นาเสนอพอสงั เขป ดังนี้
ได้แพร่กระจายไปท่ัวโลกทาให้เกิดการหยุดชะงักของ
เศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรงรวมถึงภาวะเศรษฐกิจ บรษิ ทั WICE Logistics [15] ได้เสนอข้อมูล
ถ ด ถ อ ย ทั่ ว โ ล ก ค ร้ั ง ใ ห ญ่ ที่ สุ ด นั บ ตั้ ง แ ต่ เ กิ ด ภ า ว ะ ของคาวา่ “ยคุ ดจิ ทิ ัล” โดยแบ่งเป็น 4 ยุคคอื
เศรษฐกิจตกต่าคร้ังใหญ่ ด้วยการแพร่หลายของ
อุปกรณ์พกพาทาให้มากกว่าคร่ึงหน่ึงของประชากร 2.2.1 Digital 1.0 เปิดโลกอินเตอร์เน็ต ยุค
โลกสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ (ประมาณปี 2018) นี้เป็นยุคเร่ิมต้นของ “Internet” เป็นช่วงเวลาท่ี
หลังจากความสาเร็จของโครงการจีโนมมนุษย์ (2)* กิจกรรมและการดาเนินชีวิตของผู้คนเปล่ียนจาก
บริการหาลาดบั ดเี อน็ เอกพ็ รอ้ มใช้งานและราคาไม่แพง ออฟไลน์ (offline) มาเป็นออนไลน์ (online) มากข้ึน
[12] *หมายเหตุ : อาหรับสปรงิ (1)*; จโี นมมนุษย์ (2)* เช่น การส่งจดหมายทางไปรษณีย์ก็เปลี่ยนมาเป็นการ
แนะนาให้ศึกษาเพม่ิ เติมไดท้ ี่ [13] และ [14] ส่งอีเมล์ E-mail และอีกหน่ึงตัวอย่างที่เห็นได้ชัด
คือ การถือกาเนิดของเว็บไซต์ Website ที่ทาให้เรา
ดั ง นั้ น จึ ง พ อ ส รุ ป ไ ด้ ว่ า ยุ ค ศ ต ว ร ร ษ ท่ี เข้าถงึ ทกุ อย่างได้งา่ ยข้นึ และท่ัวถึง การอัพเดตรวดเร็ว
21 หมายถึง คริสต์ศตวรรษแรกของคริสต์สหสั วรรษท่ี ตลอด 24 ชั่วโมง การเปลี่ยนแปลงคร้ังน้ีได้ส่งผล
กระทบคร้ังใหญ่และเป็นวงกว้าง การดาเนินกิจกรรม
สะดวกและรวดเร็ว เร่ิมมีกิจกรรมเชิงพาณิชย์และ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

116 Vocational Education Innovation and Research Journal 116

วารสารวิจัยและนวตั กรรมการอาชวี ศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

โฆษณาผ่านเคร่ืองมือออนไลน์เสมือนกับมีหน้าร้านท่ี ที่ใดก็ได้ ผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลต่าง ๆ
ทุกคนบนโลกจะเหน็ เราไดง้ ่ายข้ึน ผ่านอินเตอร์เน็ต สามารถจัดการ บริหารข้อมูล และ
แบ่งปันข้อมูลกับผู้อ่ืน (Shared Services) ลดต้นทุน
2.2.2 Digital 2.0 ยุคโซเชียลมีเดียต่อยอด และลดความยุ่งยากเพื่อโฟกัสกับงานหลัก เพิ่ม
จากยุค 1.0 ก็จะเป็นยุคที่ผู้บริโภคเร่ิมสร้างเครือข่าย ความเร็วในการบริการและการทาธุรกิจไดม้ ากข้ึน บ๊ิก
ติดต่อสื่อสารกันในโลกออนไลน์ เครือข่ายสังคม ดาต้าสามารถนามาต่อยอดโดยการคิดค้น เฟ้นหา
Social Network น้ีเร่ิมจากการคุยหรือแชทกับเพ่ือน แ ล ะ ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ข้ อมู ล น้ั น พั ฒ น า เป็ น แอพลิ
สมาคม กลุ่มเล็ก ๆ ของผู้คนท่ีต้องการความสะดวก เคช่ัน Application ที่ให้ความสะดวกสบายแก่
สบายในการติดต่อสื่อสาร จุดเล็ก ๆ น้ีเร่ิมพัฒนาและ ผ้บู ริโภคผ่านทางสมาร์ทโฟนและแท็บเลตอีกดว้ ย
ขยายวงกว้างไปส่กู ารดาเนนิ กิจกรรมในเชิงธุรกิจ โดย
นักธุรกิจส่วนใหญ่มองว่า Social Media เป็นเครอ่ื งมอื เ 2.2.4 Digital 4.0 เม่ือเทคโนโลยีมีมันสมอง
ช่ือมต่อและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจให้แก่พวกเขาได้ และเราก็มาถึงยคุ ท่ีความฉลาดของเทคโนโลยจี ะทาให้
เป็นอย่างดีด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว อีกท้ังยังช่วย อุปกรณ์ต่าง ๆ สื่อสารและทางานกันเองได้อย่างดี
ในการพัฒนา Brand วัดผลการดาเนินงานของธุรกิจ อัตโนมัติ เทคโนโลยีในสามยุคแรกท่ีกล่าวไปเปรียบ
ส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ เสมือนว่า Social Media เสมือนเป็นแขน ขา ให้แก่มนุษย์ เป็นเทคโนโลยีท่ี
เป็นกระบอกเสียงและเวทีเสนองานแก่นักธุรกิจสู่ ช่วยเหลือ อานวยความสะดวก หยิบจับ คานวณ
สายตาชาวโลกเป็นอย่างดี เครื่องมือโซเชียลยังสามารถ ประมวลผลให้มนุษย์ มีแขน ขา แต่ไม่มีสมองเป็นของ
เป็นอานาจในการต่อรองของผู้บริโภคท่ีกาลงั ตัดสินใจ ตัวเอง ในยุค 4.0 เทคโนโลยีถูกนามาพัฒนาต่อยอด
เลือกสนิ ค้าและบริการ เนื่องจากมตี วั เลือกและร้านค้า เพ่ือลดบทบาทของมนุษย์ และเพ่ิมศักยภาพของ
ใหเ้ หน็ มากขึน้ อีกดว้ ย มนุษย์ในการใช้ความคิดเพื่อข้ามขีดจากัด สร้างสรรค์
พฒั นาสง่ิ ใหม่ๆ โดยจะใชช้ ่ือยุคนวี้ า่ เปน็ ยคุ Machine-
2.2.3 Digital 3.0 ยุคแห่งข้อมูลและบิ๊ก to-Machine เช่น เราสามารถเปิด-ปิด หรือสั่งงาน
ดาต้า ยุคแห่งการใช้ข้อมูลที่วิ่งเข้าออกเป็นล้าน ๆ อื่น ๆ กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบา้ นตัวเองผา่ นแอพลเิ คชั่น
ดาต้า การเติบโตของโซเชียลมีเดียและ E-Commerce โดยไม่ต้องเดินไปกดสวิตช์ หรือตัวอย่างที่ถูกนามาใช้
จากยุค 2.0 ทาให้เกิดการขยายของข้อมูลอย่าง งานจริงแล้วอย่างการพูดคาว่า “แคปเจอร์” กับแอพ
มหาศาล ทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น สื่อโซเชียล ถ่ายภาพในสมาร์ทโฟน โทรศัพท์ก็จะถ่ายรูปให้
เว็บเบราวเซอร์ หรือแม้แต่ธุรกิจอย่างธนาคาร อัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องกดถ่ายด้วยซ้า หรือแม้แต่
โลจิสติกส์ ประกันภัย รีเทล ต่างมีข้อมูลเข้าออกเป็น เทคโนโลยีซิมูเลชั่น Simulation จาลองสถานการณ์
จานวนมากในแต่ละวัน และเร่ิมมีการนาข้อมูลเหล่า เพ่ือฝึกอบรมพนักงาน วางแผนสถานการณ์โดยท่ีไม่
น้ันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ดังคากล่าวที่ว่า “ใครมี ต้องเดินทางไปถึงสถานที่จริง หรือเป็นส่ือการเรียนรู้
ข้อมูลมาก ก็มีอานาจมาก” ข้อมูลถูกนามาประมวลผล แบบ Interactive เป็นต้น และ WICE Logistics ได้
จับสาระ วิเคราะห์ถึงความต้องการของผู้บริโภคเพ่ือ เสนอภาพประกอบเพ่ือความเข้าใจใน Digital Era
สร้างสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองโจทย์ของ มากยง่ิ ข้ึน ดงั น้ี
ลูกค้าได้ ทุกองค์กรต่างเห็นความสาคัญของการนาบกิ๊
ดาต้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่การนาบิ๊กดาต้า
มาตอบสนองอย่างเรียลไทม์นั้น จาเป็นต้องมีระบบ
คลาวด์ หรือ Cloud Computing มาช่วยอานวย
ความสะดวก จดั เกบ็ ขอ้ มลู เลอื กทรพั ยากรตามการใช้
งาน และทาให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลบนคลาวด์จาก

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 117

วารสารวจิ ัยและนวัตกรรมการอาชีวศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

ทม่ี ำ : WICE logistic, ดิจทิ ัล 4.0 [15] เศรษฐกิจโดยใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
(ICT)
2.2.5 Digital Era หรอื ยุคดจิ ทิ ลั น้ัน คือส่งิ ที่
โลกของเรากาลังให้ความสาคัญท้ังในด้านธุรกิจการ 3. เป็นช่วงเวลาทีเ่ ทคโนโลยีดจิ ทิ ัลมบี ทบาทโดด
ทางานด้านสาธารณูปโภคไปจนถึงการใชช้ วี ิตประจาวนั เด่นในการกาหนดและควบคุมพฤตกิ รรมการแสดง
ของคนทั่ว ๆ ไป ดิจิทัลท่ีว่าน้ีเป็นการเรียกรวมๆ ของ มาตรฐาน ฯลฯ ของสงั คมชมุ ชนองค์กรและบคุ คล
เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ทีเ่ กดิ ขึน้ มาเพ่ือชว่ ยให้
ชีวิตของผู้คนสะดวกสบายย่ิงข้ึนและสนองความต้อง 4. เป็นยุคท่ีอยภู่ ายใตอ้ ิทธพิ ลอยา่ งมากของ
การของมนุษย์ในแบบใหม่ ๆ อีกด้วย โดยสิ่งที่คนสว่ น อนิ เทอร์เน็ตและเทคโนโลยีดจิ ิทลั เชน่ การประมวลผล
มากเข้าถึงและใช้กันเป็นประจาในชีวิตประจาวันก็คอื แบบคลาวด์ อินเทอร์เน็ตของสรรพส่งิ อปุ กรณพ์ กพา
โซเชียลมีเดีย (Social Media) โซเชียลมีเดียน้ันมี และความเปน็ จริงเสมือน
ลักษณะเป็นกลุ่มสังคมบนโลกออนไลน์ท่ีมีหน้าท่ีเป็น
แหล่งสื่อสมัยใหม่และเป็นแหล่งพบปะคุยกันของผคู้ น 5. เปน็ สภาพแวดล้อมท่ีใช้เทคโนโลยดี ิจทิ ลั
ผ่ า น อุ ป ก ร ณ์ อ ย่ า ง smart phone, Tablet, 6. ผลของการเปล่ียนแปลงทางดิจทิ ลั ที่มผี ลต่อ
PC และ laptop เป็นต้น [16] องคก์ ร
7. เป็นช่วงเวลาแหง่ ประวตั ิศาสตร์เกิดขนึ้
พระราชบัญญัติ สภาดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจ หลังจากการสรา้ งเทคโนโลยีการสอ่ื สารหลักที่มีอยู่ ถือ
และสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 ได้เสนอความ ได้ว่าเปน็ ชว่ งเวลาปัจจบุ นั ของประวตั ศิ าสตร์
หมายของคาว่า “ดิจิทัล” ว่า เป็นเทคโนโลยีท่ีใช้วิธี 8. เปน็ ความโดดเดน่ ด้วยเทคโนโลยีท่เี พมิ่
ก ารทางสัญลักษณ์ศูนย์และหน่ึงหรือสัญลักษณ์อ่ืน ความเรว็ และความกวา้ งของการหมุนเวยี นความรู้
มาแทนค่าสงิ่ ทั้งปวง เพื่อใช้สร้าง หรือก่อให้เกิดระบบ ภายในเศรษฐกิจและสงั คม
ตา่ ง ๆ เพ่ือให้มนษุ ยใ์ ช้ประโยชน์ [17] 9. เป็นคาทใ่ี ชอ้ ธิบายยุคปจั จุบันซ่งึ เทคโนโลยี
ดิจทิ ลั ถกู นามาใชใ้ นเกอื บทุกด้าน
Igi-Global [18] ได้ขยายความของ Digital Era
ไวด้ งั น้ี David Thomas [19] ได้เสนอความหมายของ
ยุคดิจิทัลว่า บางคร้ังเรียก ยุคข้อมูลข่าวสารเป็นช่วง
1. เป็นยคุ ทีอ่ ยู่ในชว่ งศตวรรษท่ี 21 เปลี่ยนจาก เวลาท่ีผู้คนจานวนมากสามารถเข้าถึงข้อมูลจานวน
การปฏวิ ัติอตุ สาหกรรมไปส่กู ารครอบงาทางเศรษฐกิจ มาก โดยส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ บางคร้ัง
ใหม่ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้ The Digital Revolution เป็นความก้าวหน้าของ
เทคโนโลยีจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และกลไกแบบ
2. เป็นชว่ งเวลาในประวัตศิ าสตร์ของมนุษยท์ ี่ อนาล็อกไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยุคน้ี
โดดเด่นด้วยการเปล่ยี นจากอุตสาหกรรมด้ังเดิมไปสู่ เร่ิมต้นในช่วงทศวรรษท่ี 1980 และกาลังดาเนินอย่ใู น
ปัจจุบัน การปฏิวัติดิจิทัลยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุค
ขอ้ มลู

จากการศกึ ษาความหมายของ Digital Era จาก
ผู้รู้ทั้งหลายข้างต้นพอสรุปได้ว่า ยุคนี้เริ่มต้นราว ค.ศ.
1980 ถือเป็นจุดเร่ิมต้นของยุคข้อมูล Digital เป็น
เทคโนโลยีที่ใช้วิธีการทางสัญลักษณ์ศูนย์และหนึ่ง
หรอื สัญลกั ษณอ์ น่ื มาแทนค่าส่ิงทัง้ ปวงเพอ่ื ใชส้ รา้ งหรือ
ก่อให้เกิดระบบต่าง ๆ ได้ แบ่งออกเป็น 4 ยุคย่อยคือ
ยุค Digital 1.0 เป็นยุคบุกเบิกของการทากิจกรรม

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

118 Vocational Education Innovation and Research Journal 118

วารสารวจิ ยั และนวตั กรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

Online เช่น E-mail, Website ยุค Digital 2.0 เป็น ร่ารวยข้ึน และเป็นเกษตรกรแบบเป็นผู้ประกอบการ
ยุคสังคมออนไลน์ ผู้บริโภคเร่ิมสร้างเครือข่ายเพ่ือการ (Entrepreneur) เปล่ยี นจาก Traditional SMEs หรือ
สื่อสาร ยุค Digital 3.0 เป็นยุคข้อมูล Data และ SMEs ท่ีมีอยู่และรัฐต้องให้ความช่วยเหลืออยู่
Application บนสมาร์ทโฟน และ ยุค Digital 4.0 ตลอดเวลาไปสู่การเป็น Smart Enterprises และ
เป็นยุคที่ลดบทบาทของมนุษย์เพ่ิมความฉลาดให้กับ Startups บริษัทเกิดใหม่ท่ีมีศักยภาพสูง เปล่ียนจาก
เทคโนโลยี Traditional Services ซงึ่ มีการสรา้ งมูลค่าค่อนขา้ งตา่
ไปสู่ High Value Services และเปล่ียนจากแรงงาน
2.3 ยคุ ไทยแลนด์ 4.0 (Thailand 4.0 Era) ทักษะตา่ ไปสแู่ รง งานทีม่ คี วามรู้ ความเช่ยี วชาญ และ
ผู้เขียนได้พยายามสืบค้นความหมายของ ทักษะสูง เพื่อให้เกิดผลจริงต้องมีการพัฒนาวิทยาการ
ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม วิทยาศาสตร์
คาน้ีโดยกาหนดคาสาคัญ หรือ Key words ของคานี้ เทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนา แล้วต่อยอดใน
ว่า ยุคไทยแลนด์ 4.0 หรือ ไทยแลนด์ยุค 4.0 หรือ กล่มุ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเปา้ หมาย ดังนี้
ไทยแลนด์ 4.0 ไดพ้ บข้อมูลเปน็ จานวนมาก ผู้เขยี นขอ
นาเสนอโดยสงั เขป ดงั นี้ 1) กลมุ่ อาหาร เกษตร และเทคโนโลยี
ชีวภาพ เชน่ สรา้ งเสน้ ทางธุรกจิ ใหม่ (NewStartups) ดา้ น
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ [20] กล่าวว่า เทคโนโลยกี ารเกษตรเทคโนโลยอี าหาร เป็นต้น
ประเทศไทยยุค 4.0 หรือไทยแลนด์ 4.0 เป็นวสิ ัยทัศน์
เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย 2) กล่มุ สาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยี
หรือ โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนา ทางการแพทย์เชน่ พฒั นาเทคโนโลยสี ุขภาพ
ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ เทคโนโลยกี ารแพทย์ สปา เปน็ ต้น
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ท่ีเข้ามา
บริหารประเทศบนวิสัยทัศน์ท่ี ว่า “ม่ันคง มั่งคั่ง และ 3) กลมุ่ เครื่องมือ อุปกรณอ์ จั ฉริยะ หนุ่ ยนต์
ยั่งยืน” ท่ีมีภารกิจสาคัญในการขับเคลื่อนปฏิรูป และระบบเครอื่ งกลท่ใี ชร้ ะบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ควบคมุ
ประเทศดา้ นต่าง ๆ เพอ่ื ปรับแก้ จดั ระบบ ปรับทิศทาง เช่น เทคโนโลยหี ุน่ ยนต์ เปน็ ตน้
และสร้างหนทางพัฒนาประเทศให้เจริญ สามารถ
รับมือกับโอกาสและภัยคุกคามแบบใหม่ ๆ ท่ีเปล่ียน 4) กลุ่มดิจิตอล เทคโนโลยีอนิ เตอร์เนต็ ท่ี
แปลงอย่างเร็ว รุนแรงในศตวรรษท่ี 21 ได้ “ประเทศ เช่อื มต่อและบังคับอปุ กรณต์ า่ งๆ ปญั ญาประดษิ ฐแ์ ละ
ไทย 4.0” เป็นความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรี ที่ต้อง เทคโนโลยสี มองกลฝงั ตวั เชน่ เทคโนโลยดี า้ นการเงิน
การปรับเปล่ียนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ “Value– อปุ กรณ์เชือ่ มต่อออนไลนโ์ ดยไมต่ ้องใชค้ น เทคโนโลยี
Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย การศกึ ษา อ–ี มารเ์ ก็ตเพลส อี–คอมเมิร์ซ เปน็ ต้น และ
นวัตกรรม” โดยมีฐานคิดหลักคือ เปล่ียนจากการผลติ
สินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม” เปลี่ยน 5) กลมุ่ อตุ สาหกรรมสรา้ งสรรค์ วฒั นธรรม
จากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรม ไปสู่ และบรกิ ารที่มีมลู คา่ สูงเชน่ เทคโนโลยีการออกแบบ
การขับเคล่ือนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ ธุรกิจไลฟส์ ไตล์ เทคโนโลยีการทอ่ งเทยี่ ว การเพ่มิ
และนวัตกรรมและเปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิต ประสิทธภิ าพการบริการ เปน็ ตน้
สินค้า ไปสกู่ ารเนน้ ภาคบริการมากข้นึ ดงั นนั้ “ประเทศ
ไทย 4.0” จึงควรมีการเปล่ียนวิธีการทาท่ีมีลักษณะ “Thailand 4.0” เปน็ วิสัยทศั นเ์ ชงิ นโยบายการ
สาคัญคอื เปลยี่ นจากการเกษตรแบบดั้งเดิมในปจั จบุ นั พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือ โมเดลพัฒนา
ไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ท่ีเน้นการบริหารจัดการและ เศรษฐกิจของรัฐบาล ภายใต้การนาของพลเอก
เทคโนโลยี (Smart Farming) โดยเกษตรกรต้อง ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ
รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ท่ีเข้ามาบริหาร
ประเทศบนวิสัยทัศน์ที่ ว่า “ม่ันคง มั่งค่ัง และยั่งยืน”
ที่มีภารกิจสาคัญในการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้าน

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 119

วารสารวจิ ัยและนวตั กรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

ต่าง ๆ เพื่อปรับแก้ จัดระบบ ปรับทิศทาง และสร้าง ได้ภาคเกษตรกรรมและหัตถกรรมเป็นหลัก ใช้จุดแข็ง
หนทางพัฒนาประเทศให้เจริญ สามารถรับมือกับ ของ ประเทศคือทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก แต่
โอกาสและภัยคุกคามแบบใหม่ ๆ ท่เี ปลีย่ นแปลงอยา่ ง ประชากรมีรายได้ค่อนข้างต่า Thailand 2.0 การ
เร็วและรุนแรงในศตวรรษท่ี 21 ได้ “Thailand 4.0” พัฒนาประเทศโดยเน้นอุตสาหกรรมเบา เน้นการใช้
เป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย ที่เปลี่ยนเศรษฐกิจแบบเดมิ ทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานราคาถูก มีการเพ่ิม
ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เศรษฐกิจท่ี ประสิทธิภาพการผลิตมากข้ึน เรียกได้ว่าเป็นยุค
ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ได้แก่ 1) เปล่ียนจากการ อุตสาหกรรม (Industrialization) ทาให้ยกระดับ
ผลักดันสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม 2) รายได้ประชากรมาเปน็ รายได้ปานกลางThailand3.0การ
เปลี่ยนจากการขับเคล่ือน ประเทศด้วยภาค อุตสาหกรรม พั ฒ น า ป ร ะ เ ท ศ โ ด ย ใ ช้ อุ ต ส า ห ก ร ร ม ห นั ก เ ป็ น ตั ว
ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี และความคิด ขับเคลื่อน เร่งรัดการผลิตเพ่ือเป็นการส่งเสริมการ
สร้างสรรค์ 3) เปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้า ส่งออก เน้นการลงทุนและการนาเข้าเทคโนโลยีจาก
ไปสกู่ ารเนน้ ภาคบรกิ ารมากขึน้ ต่างประเทศ เศรษฐกิจขยายตวั ขึ้นอย่างต่อเนอื่ ง ยุคนี้
เปน็ ยคุ ของโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ประเทศไทย
ประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมามีการพัฒนาด้าน ได้เผชิญกับดักและยังไม่สามารถก้าวข้ามท้ัง 3 กับดัก
เศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องต้ังแต่ยุคแรกยุคแรก คือ 1) กับดักประเทศรายไดป้ านกลาง 2) กับดักความ
เรียกว่า “Thailand 1.0” เน้นการเกษตรเป็นหลัก เหล่ือมลา้ และ 3) กับดักความไม่สมดลุ และเนอ่ื งจาก
เช่น ผลติ และขาย พชื ไร่ พืชสวน หมู หมา กา ไก่ เปน็ การที่ประเทศไทยเผชิญกับกับดักในช่วงการพัฒนา
ต้น ยุคสอง เรียกว่า “Thailand 2.0” เน้นอุตสาหกรรม ป ร ะ เ ท ศ Thailand 3.0 รั ฐ บ า ล จึ ง ไ ด้ ป ร ะ ก า ศ
แต่เป็นอุตสาหกรรมเบา เช่น การผลิตและขายรองเท้า ยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 ซ่ึงจะเป็นการปรับเปลี่ยน
เครื่องหนัง เคร่ืองด่ืม เคร่ืองประดับ เคร่ืองเขียน โครงสร้างเศรษฐกิจไทยโดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและ
กระเป๋า เคร่ืองนุ่งห่ม เป็นต้นปี 2559 จัดอยู่ในยุคที่ นวัตกรรม ซึ่งจะนาไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย
สามเรียกว่า “Thailand 3.0” เป็นอุตสาหกรรมหนัก นวัตกรรม (Value-Based Economy)” เพื่อเพิ่ม
และการส่งออก เช่น การผลิตและขาย ส่งออก มูลค่าของสินค้าและบริการ ซ่ึงจะเป็นโมเดลเศรษฐกิจ
เหล็กกล้า รถยนต์ กล่ันน้ามัน แยกก๊าซธรรมชาติ แบบ “ทาน้อย ได้มาก” และคาดหวังว่าจะทาให้
ปูนซีเมนต์ เป็นต้น แต่ประเทศไทยในยุคที่ 1.0, 2.0 ประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศในโลกที่หน่ึง
และ 3.0 รายได้ประเทศยังอยู่ในระดับปานกลาง ภายในปี ค.ศ. 2032 [22]
จึงตอ้ งรีบพฒั นาเศรษฐกจิ สรา้ งประเทศ
Thailand 1.0–4.0 คือโมเดลในการพัฒนา
จึงเป็นเหตุให้นาไปสู่ยุคที่ส่ี ให้รหัสใหม่ว่า เศรษฐกิจของรัฐบาลไทย แต่แตกต่างกันท่ีกลุ่มการ
“ประเทศไทย 4.0” ให้เป็นเศรษฐกิจใหม่ (New ลงทุนหลกั ของประเทศในขณะนน้ั คอื ในแต่ละยคุ สมยั
Engines of Growth) มรี ายไดส้ ูง โดยวางเป้าหมายให้ รัฐก็จะให้ความสนใจและส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจใน
เกิดภายใน 5-6 ปีนี้ คล้ายๆ กับการวางภาพอนาคต อุตสาหกรรมที่แตกต่างกันคือ Thailand 1.0 ซึ่งช่วง
ทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนของประเทศที่พัฒนา เช่น น้ันรัฐก็จะเนน้ การลงทุนทางภาคเกษตรกรรม เชน่ หมู
สหรัฐอเมริกา “A Nation of Makers” อังกฤษ หมา กา ไก่ พืชไร่ พืชสวน ส่วนการส่งออกสมัยนนั้ ยัง
“Design of Innovation” อินเดีย “Made in India” เป็นแค่พวกไม้สัก ดีบุกเท่าน้ันเอง Thailand 2.0 ท่ี
หรือ ประเทศเกาหลีใต้ท่ีวางโมเดลเศรษฐกิจในชื่อ มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเบาแต่หันมาใช้แรงงานจานวน
“Creative Economy” [21] มากแทน เช่น เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า กระเป๋า
เ ค ร่ื อ ง ป ร ะ ดั บ Thailand 3.0 ซ่ึ ง เ ป็ น ยุ ค ข อ ง
Thailand 1.0 – 4.0 ขยายความของแต่ละยุค
ได้ว่า Thailand 1.0 การพัฒนาประเทศบนฐานราย

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

120 Vocational Education Innovation and Research Journal 120

วารสารวิจยั และนวัตกรรมการอาชวี ศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

อุตสาหกรรมหนักและการส่งออก มีการลงทุนจาก ประกอบด้วย 1.1 Next–GenerationAutomotive 1.2
ต่างประเทศมากข้ึน ใช้เทคโนโลยีสูงข้ึน เน้นเร่ือง Smart Electronics 1.3 Affluent, Medical and
ชิ้นส่วนยานยนต์ แผงวงจรไฟฟ้าท่ีซับซ้อนย่ิงขึ้น และ Wellness Tourism 1.4 Agriculture and
เร่ืองของการลงทุน มีการขยับไปลงทุนในต่างประเทศ Biotechnolgy แ ล ะ 1.5 Food for the Future
อีกด้วย และThailand 4.0 น้ีเป็นการ ‘ขับเคลื่อน ประเภทที่ 2 คือ New S-curve เป็นการเติม 5
เศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม’ ซึ่งเป็นการพูดถึง New อตุ สาหกรรมอนาคต ประกอบด้วย 2.1 Robotics 2.2
S-Curve (1)* หรือก็คือการพัฒนาเปลี่ยนแปลงใช้ Aviation and Logistics 2.3 Biofuels and
เทคโนโลยีใหมๆ่ ซึ่งก็คล้ายๆ กับการ Disruption (2)* Biochemicals 2.4 Digital และ 2.5 Medical Hub
ท่ีเข้ามาพัฒนาสินค้าที่มีอยู่แลว้ ให้ดียิ่งขึ้น และล้มลา้ ง
พฤติกรรมแบบเดิม ๆ [23] *หมายเหตุ New ถึงตรงนี้ ผู้เขียนขอนาความหมายของคาศัพท์
S-Curve (1)* แนะนาให้ศึกษาเพิ่มเติมได้ท่ี [24] และ สาคัญทั้ง 3 มาใส่ตารางเปรียบเทียบกัน เพ่ือให้เห็น
Disruption (2)* แนะนาใหศ้ กึ ษาเพม่ิ เตมิ ได้ที่ [25] การร่วมสมัย (ยุคเดียวกัน) ความใกล้เคียง ความเชื่อมโยง
ความเก่ยี วพัน ความเหมอื น ความแตกต่าง ดงั ตอ่ ไปน้ี
Thailand 4.0 พยายามท่ีจะเปล่ียนแปลง
เศรษฐกิจของราชอาณาจักรจากท่พี ึ่งพาผลิตภัณฑ์การ บทสรปุ
ผลิตไปสู่การขับเคล่ือนด้วยนวัตกรรมการวิจัยและ จากการศกึ ษาความหมายคาศัพทส์ าคัญทั้งสาม
พัฒนา (Thailand-business-news.2017)
แล้วนามาเปรียบเทียบกันพบสาระสาคัญ คือ เป็น
Thailand 4.0 เป็นวิสัยทัศน์เฉพาะภาคส่วนใน คาศัพท์ที่เกิดขึ้นในอยู่ในห้วงเวลาเดียวกัน เว้นยุค
การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไทยโดยดึงออกจากกับดัก ดิจิทัล เกิดก่อนเล็กน้อย การกาหนดยุคย่อยคล้ายกัน
รายได้ปานกลางและพัฒนาไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง คือ 1.0-4.0 เว้น ยุคศตวรรษท่ี 21 ทุกยุคได้พูดถึง
และมีนวตั กรรมทไี่ ม่หยุดนิ่ง เพือ่ ให้การเปลยี่ นแปลงนี้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในยุคน้ี โลกมีการ
เกิดขึ้น ได้มีการวางนโยบายท่ีจะย้ายเศรษฐกิจของ เปลย่ี นแปลงรวดเรว็ กระทบในวงกวา้ งรุนแรง และเกิด
ประเทศจากที่พ่ึงพาการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ให้เป็น ปญั หาในการปรับตัวเชน่ Covid-19 ตระหนักและเห็น
ผลิตภัณฑ์ท่ีบุกเบิกของตนเองผ่านการวิจัยการพัฒนา ความสาคญั ความจาเป็นของนวัตกรรมยิ่ง computer
และการประดิษฐ์ [27] และ Smart Phone มีบทบาทสูงมาก ผู้คนมีลักษณะ
บริโภคนิยม กระแสประชาธิปไตย ส่ิงแวดล้อมมาแรง
จากการศึกษาความหมายข้างต้นพอสรุปได้ว่า เป็นยุคไร้พรหมแดนในการติดต่อสื่อสารทั่วโลกเกิด
ประเทศไทยยุค 4.0 หรือ ยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นวิสัย การต่ืนตวั และพยามปรับให้ทันกับการเปล่ยี นแปลงใน
ทัศเชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ยุคน้ีรวมทั้งไทยด้วย เป็นยุคที่เพิ่มความฉลาดให้กับ
ภายใต้การนาของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา Technology Internet เ พื่ อ ทุ ก ส่ี ง : Internet of
นายกรัฐมนตรีให้สามารถรับมือกับโอกาสและภัย Thing
คุกคามแบบใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างเร็ว รุนแรงใน
ศตวรรษท่ี 21 ได้ และเพ่ือใหห้ ลดุ พน้ จากกบั ดักรายได้ หวังว่าบทความทางวิชาการชี้นนี้ คงก่อ
ปานกลาง สู่การประเทศในโลกที่ 1 ภายในปี ค.ศ. ประโยชน์ให้กับ นักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์
2032 โดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ นกั ธุรกิจ และพอ่ คา้ ประชนโดยท่วั หน้ากัน
เศรษฐกิจท่ีขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” ได้กาหนด
อุตสาหกรรมเป้าหมายเพ่ือการพัฒนาของประเทศ
2 ประเภทคือ ประเภทท่ี 1 คือ First S-curve เป็น
การต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิมท่ีมีศักยภาพ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 121

วารสารวิจยั และนวัตกรรมการอาชีวศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

ยคุ ศตวรรษท่ี 21 ยุคดิจิทลั ยุคไทยแลนด์ 4.0 Key words
รว่ มสมยั
ยุ ค ศ ต ว ร ร ษ ที่ 21 ห ม า ย ถึ ง ยุคดิจิทัล เริ่มต้นราว ค.ศ. ยุ ค ไ ท ย แ ล น ด์ 4.0 เ ป็ น
ค ริ ส ต์ ศ ต ว ร ร ษ แ ร ก ข อ ง ค ริ ส ต์ 1980 ถือเป็นจุดเร่ิมต้นของยคุ วิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนา - อยู่ในห้วงเวลาเดยี วกนั
สหัสวรรษที่ 3 เร่ิมนับต้ังแต่วันท่ี 1 ขอ้ มูล Digital เปน็ เทคโนโลยที ่ี เศรษฐกิจของประเทศไทย ภายใต้ เวน้ ยุคดจิ ิทลั เกิดกอ่ น
มกราคม ค.ศ. 2001 จนถึงวันที่ 31 ใช้วิธีการทางสัญลักษณ์ศูนย์ การนาของพลเอกประยุทธ์ จันทร์ เลก็ น้อย
ธนั วาคม ค.ศ. 2100 หรอื พ.ศ. 2544– และหนึ่ง หรือสัญลักษณ์อ่ืนมา โอชา นายกรัฐมนตรีให้สามารถ - การกาหนดยคุ ย่อย
พ.ศ. 2643 ยุคศตวรรษที่ 21 เป็นยุค แทนค่าส่ิงท้ังปวงเพื่อใช้สร้าง รบั มอื กับโอกาสและภัยคุกคามแบบ คล้ายกนั คอื 1.0-4.0 เว้น
ข อ ง เ ท ค โ น โ ล ยี แ ล ะ น วั ต ก ร ร ม หรือก่อให้เกิดระบบต่างๆ ได้ ใหม่ ๆ ที่เปล่ียนแปลงอย่างเร็ว ยุคศตวรรษที่ 21
เคร่ืองจักรและหุ่นยนต์ ถูกนาเข้ามา แบ่งออกเป็น 4 ยุคย่อยคือ ยุค รุนแรงในศตวรรษที่ 21 ได้ และ - พูดถงึ เทคโนโลยแี ละ
ใช้งานทดแทนแรงงานคน ในยุคน้ีเกิด Digital 1.0 เป็นยุคบุกเบิกของ เพ่ือให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ นวตั กรรมทกุ ยุค
ปรากฏการณ์ท่ีสาคัญ และกระเทือน การทากิจกรรม Online เช่น ปานกลาง สู่การประเทศในโลกที่ 1 - โลกมกี ารเปลย่ี นแปลง
ไปท่ัวโลกคือ การบริโภคนิยมของโลก E-mail, Website ยุค Digital ภ า ย ในปี ค.ศ. 2032 โ ดย ก า ร รวดเร็ว กระทบในวงกวา้ ง
ที่สาม ความกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับการ 2.0 เป็นยุคสังคมออนไลน์ ปรับเปล่ียนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ และเกดิ ปญั หาในการ
ก่อการร้าย ผลกระทบจากภาวะโลก ผู้บริโภคเรม่ิ สร้างเครอื ข่ายเพื่อ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ท่ี ขั บ เ ค ล่ื อ น ด้ ว ย ปรบั ตัวเช่น Covid-19
ร้อน และระดับน้าทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น การสื่อสาร ยุค Digital 3.0 นวัตกรรม” ไดก้ าหนดอตุ สาหกรรม - ตระหนกั และเหน็
อย่างต่อเนื่องมีเกาะหายไป เกิด เ ป็ น ยุ ค ข้ อ มู ล Data แ ล ะ เป้ า ห มา ยเพ่ือกา รพัฒนาของ ความสาคญั ความจาเปน็
อาหรับสปริงซ่ึงผลกระทบกระเทือน Application บนสมาร์ทโฟน ประเทศ 2 ประเภทคือ ประเภทท่ี ของนวัตกรรมย่ิง
ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองไป และ ยุค Digital 4.0 เป็นยุคท่ี 1 คือ First S-curve เป็นการต่อ - computer และ Smart
ท่ัวโลก สหรัฐอเมริกายังคงเป็น ล ด บ ท บ า ท ข อ ง ม นุ ษ ย์ เ พ่ิ ม ย อ ด 5 อุ ต ส า ห ก ร ร ม เ ดิ ม ที่ มี Phone มบี ทบาทสูงมาก
มหาอานาจของโลกในขณะที่จีนถูก ความฉลาดให้กบั เทคโนโลยี ศักยภาพประกอบด้วย 1.1 Next– - ผู้คนมีลกั ษณะบริโภค
มองว่าเปน็ มหาอานาจระดบั โลกที่เกิด Generation Automotive 1.2 นยิ ม
ใหม่ เกิดการระบาดของ COVID-19 Smart Electronics 1.3 Affluent, - กระแสประชาธิปไตย
ได้แพร่กระจายไปท่ัวโลกทาให้เกิด Medical and Wellness สง่ิ แวดล้อมมาแรง
การหยุดชะงักของเศรษฐกิจโลกอยา่ ง Tourism 1.4 Agriculture and - ยุคไร้พรหมแดนในการ
รุนแรง มีการแพร่หลายของอุปกรณ์ Biotechnolgy) แ ล ะ 1.5 Food ตดิ ตอ่ สือ่ สาร
พ ก พ า ท า ใ ห้ ม า ก ก ว่ า ค ร่ึ ง ห นึ่ ง ข อ ง for the Future ประเภทที่ 2 คือ - ท่วั โลกเกดิ การต่นื ตวั
ป ร ะ ช า ก ร โ ล ก ส า ม า ร ถ เ ข้ า ถึ ง New S-curve เ ป็ น ก า ร เ ติ ม 5 และพยามปรับให้ทันกบั
อินเทอร์เน็ตได้ เกิดความสาเร็จของ อุตสาหกรรมอนาคต ประกอบด้วย การเปลย่ี นแปลงในยุคนี้
โครงการจีโนมมนษุ ย์ 2.1 Robotics) 2.2 Aviation and - เปน็ ยุคที่เพ่ิมความฉลาด
Logistics 2.3 Biofuels and ให้กบั Technology
Biochemicals 2.4 Digital แ ล ะ - Internet เพอ่ื ทกุ ส่งี :
2.5 Medical Internet of Thing

เอกสำรอำ้ งองิ [2] สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คม
[1] สานกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คม แห่งชาต.ิ (2564). แผนพฒั นาเศรษฐกิจและ
สังคมแหง่ ชาติฉบบั ทส่ี บิ สอง พ.ศ. ๒๕๖๐ –
แหง่ ชาต.ิ (2564). ยทุ ธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๔. [ออนไลน์] แหลง่ ทีม่ า:
๒๕๖๑ - ๒๕๘๐). [ออนไลน]์ แหลง่ ทมี่ า: https://www.nesdc.go.th/download/
https://www.nesdc.go.th/download/ document/SAC/NS_PlanOct2018.pdf.
document/SAC/NS_PlanOct2018. [3 มถิ นุ ายน 2564].
pdf. [3 มิถุนายน 2564]

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

122 Vocational Education Innovation and Research Journal 122

วารสารวิจยั และนวตั กรรมการอาชวี ศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

[3] สานกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา. (2561). [10] วิกพิ เี ดีย สารานุกรมเสรี. (2564). สากล
แผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ศกั ราช: Common Era: CE. [ออนไลน]์ .
๒๕๗๙. [ออนไลน์] แหลง่ ทีม่ า: แหล่งท่ีมา: https://th. wikipedia.org/
http://backoffice.onec.go.th/uploads wiki/%E0%B8%AA%E0%...[3 มนี าคม
/Book/1651-file.pdf. [3 มถิ นุ ายน 2564] 2564].

[4] สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). [11] วกิ ิพีเดยี สารานกุ รมเสรี. (2562). ปฏิทนิ
มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561. กริกอเรยี น. [ออนไลน]์ . แหลง่ ทม่ี า:
[ออนไลน์] แหลง่ ทีม่ า: http://backoffice. https://th.wikipedia.org/wiki/
Onec.go.th/uploads/Book/1651 - %E0%B8%9B%E0%B8%8F%...[3 มีนาคม
file.pdf. [3 มถิ นุ ายน 2564] 2564].

[5] วิกพิ ีเดยี สารานกุ รมเสร.ี (2563). [12] Wikipedia, the free encyclopedia.
คริสต์ศตวรรษที่ 21. [ออนไลน]์ . แหล่งทมี่ า: (2021). 21st century. [Online] Available
https://th.wikipedia.https:// from: https://en.wikipedia.org/wiki/21st
wikipedia. org/wiki/%E0%B8%
84%E0%...มนี าคม 2564]. _ century. [2021, March 3].
[13] วิกิพีเดีย สารานกุ รมเสรี. (2562). อาหรับ
[6] มูลนิธยิ วุ พฒั น.์ (2562). เปลย่ี นตัวเองสู่วยั ร่นุ
ในศตวรรษท่ี 21. [ออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า: สปรงิ . [ออนไลน]์ . แหล่งทีม่ า:
https://www.yuvabadhanafoundation. https://th.wikipedia.org /wiki/%E0%B8
org/th/%E0%B8%82%E 0%...[3 มนี าคม %%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0
2564]. %B8%A3%...[3 มีนาคม 2564].
[14] คลงั ความรู้ ScimMath. (2561). จโี นม
[7] ทรปู ลูกปญั ญา. (2552). การแบง่ ชว่ งเวลา (genome). [ออนไลน]์ . แหล่งที่มา:
เป็นทศวรรษศตวรรษ และสหสั วรรษ. https://www.scimath.org/lesson-
[ออนไลน]์ . แหล่งท่ีมา: http:// biology/item/8801-2018-09-21-02-13-
119.6.166.126/digitalschool/p4 37. [3 มีนาคม 2564].
/hi4_1/lesson1/ content1/more/ [15] บริษัท WICE Logistics. (2560). ดิจทิ ัล 4.0.
page06.php. [3 มนี าคม 2564]. [ออนไลน์]. แหล่งทมี่ า:https://www.wice.
co.th/2018/01/11/digital-4-0-
[8] Definitions.net. (2019). Definitions for technology/. [3 มีนาคม 2564].
21st century. [Online] Available from: [16] ซับเบรน. (2562). Digital Era คืออะไร.
https://www.definitions.ne/definition [ออนไลน]์ .แหล่งทีม่ า: https://www.sub-
/21st+century.2021, March 3]. brain.com/marketing/important-
people-in-digital-era/.[3 มนี าคม 2564].
[9] วิกพิ ีเดยี สารานุกรมเสร.ี (2563). ครสิ ต
ศักราช. [ออนไลน]์ . แหล่งที่มา:
https://th.wikipedia.org/wiki/%
E0%B8%84%E0%B8%...[3 มนี าคม
2564].

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 123

วารสารวจิ ัยและนวตั กรรมการอาชวี ศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

[17] สานักคณะกรรมการดิจิทลั เพื่อเศรษฐกิจและ [23] สถานเอกอคั รราชทตู ไทย ณ กรุงวอชงิ ตัน.
สงั คมแห่งชาต.ิ (2562). พระราชบญั ญัตสิ ภา (2559). รู้จกั กบั Thailand 4.0 แบบเขา้ ใจ
ดจิ ิทลั เพอ่ื เศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศ ง่าย อา่ นรอบเดยี ว เล่าไดเ้ ปน็ ช่องเปน็ ฉาก!!!!.
ไทย พ.ศ. 2562. [ออนไลน์]. แหล่งท่มี า: [ออนไลน]์ . แหล่งทมี่ า: https://thaiembdc.
https://www.ondego.th/assets org/th/2016/12/29/%E0%B8%A3%E0%
/portals/. 1/files/%E0%...[9 มนี าคม [17 มีนาคม 2564].
2564].
[24] อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันยานยนต.์
[18] Igi-Global. (2020). What is Digital Era. (2562). First S-CurveและNew S-Curve
[Online] Available from: คอื อะไร ?.[ออนไลน]์ . แหลง่ ทีม่ า:
https://www.igi- global.com/ http://www.thaiauto. or.th/2012/
dictionary/ethical-values-and-respon th/news/news- detail.asp?news
sibilities-of-directors-in-the-digital- Id=3680. [10 มนี าคม 2564].
era/7612. [2021, March 3].
[25] โคราไลน:์ Coraline. (2560). Disruption
[19] David Thomas. (2019). What is the คืออะไรกันแน่ ?. [ออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า:
digital age ?.[Online] Available from: https://www..coraline.co.th/single-
https://blog.ventivtech.com/ post/2019/08/19/what-is-
blog/what-is-the-digital-age. disruption. [10 มีนาคม 2564].
[2021, March 3].
[26] Thailand-business-news. (2017).
[20] มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร.์ ประเทศไทยใน Thailand 4.0, What do you need to
ยุค 4.0 โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจแนวใหม่. know ?. [Online]. Available from:
[ออนไลน์]. แหล่งทีม่ า: https://www.thailand-business- news.
http://ced.sci.psu.ac.th/km/ com/featured/54286-thailand-4-0-
km/experience- km/2560/thailand 4.0. need-know.html. [2021, March 3].
[3 มนี าคม 2564].
[27] Aware. (2017). Powering Thailand 4.0.
[21] ระบบไทยแลนด์ 4.0 กบั การพฒั นาเศรษฐกจิ [Online] Available from:
ไทย.(2560). Thailand 4.0 คอื อะไร?. https://www.aware.co.th/ powering-
[ออนไลน]์ . แหล่งทม่ี า:https://sites.google. to-thailand-4-0/. [2021, March 3].
com/site/adecmju.4608/home/
prawati-khwam-pen-ma.
[3 มีนาคม 2564].

[22] สมาร์ท เอสเอม็ อี: Smart SME. (2559).
(ไทยแลนด์ 4.0: EP.1) การปฏิวัติ
อุตสาหกรรมไทยจาก 1 ถึง 4. [ออนไลน์].
แหล่งทีม่ า:https://www.smartsme. .co.th/
content/56185. [10 มนี าคม 2564].

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

124 Vocational Education Innovation and Research Journal 124

วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชวี ศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

การทบทวนวรรณกรรมเรอื่ ง : เทคโนโลยีการทอดสุญญากาศ
A REVIEW ARICLES : VACUUM FRYING TECHNOLOGY

ฤทธชิ ัย อัศวราชนั ย์1*, และ เสมอขวญั ตนั ติกลุ 2
ittichai Assawarchan1*, and Samerkhwan Tantikul2

*12คณะวศิ วกรรมและอตุ สาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลยั แมโ่ จ้ จังหวดั เชียงใหม่ 50290
*12Faculty of Engineering and Argo Industry, Maejo University, chingmai 50290

Received : 2020-08-03 Revised : 2021-01-03 Accepted : 2021-01-04

บทคัดยอ่ Abstract
การทอดสุญญากาศใช้ความดันและอุณหภมู ิต่า Vacuum frying is a new, reasonable

กว่าการทอดแบบด้ังเดิ ม (การทอดทีสภาว ะ technology using lower pressure and
บรรยากาศ) การทอดสุญญากาศเป็นเทคโนโลยีใหม่ที temperature than conventional frying
เหมาะสมในการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหาร (atmospheric frying) in order to improve the
ในทางกลับกันผลิตภัณฑ์อาหารทอดสุญญากาศมผี ลดี quality of food products. Vacuum frying, on
ต่อสุขภาพของผู้บริโภคเนืองจากมีคุณค่าทางด้าน the other hand, has proved to be a better and
โภชนาการมากกว่าผลิตภัณฑ์อาหารทอดแบบด้ังเดิม healthier alternative option than conventional
บทความน้ีมีวัตถุประสงค์เพือให้ข้อมูลทีครอบคลมุ กบั frying. This review paper was aimed to provide
ผู้อ่านเข้าใจพนื้ ฐานของเทคโนโลยกี ารทอดสญุ ญากาศ the reader comprehensive information about
ข้อมลู จากรายงานวิจยั ลา่ สดุ the basics of vacuum frying technology, recent
research updates.
ปัจจุบันการทอดสุญญากาศถูกน่ามาใช้พัฒนา
ผลติ ภณั ฑใ์ หม่จากผักและผลไมท้ อดกรอบ รวมถึงการ Nowadays, vacuum frying process may
น่ า เ ท ค โ น โ ล ยี ใ ช้ ใ น ก า ร ผ ลิ ต เ ชิ ง พ า ณิ ช ย์ ส่ า ห รั บ be adopted as a method of food preservation
อตุ สาหกรรมแปรรปู ขนาดเล็ก และระดับอตุ สาหกรรม or new product from crispy fruit and vegetable
บทความนี้ครอบคลุมเน้ือหาทีเกียวข้องกับระบบทอด development, and proper commercialization
สุ ญ ญ า ก า ศ ก า ร ท อ ด สุ ญ ญ า ก า ศ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ of the technology in small as well as in large
กระบวนการผลิต และการสภาวะทีเหมาะสม ชนิด industrial scales. The review covered the
บรรจุภัณฑ์ และอายุการเก็บรักษาอาหารทอด vacuum frying system, the vacuum frying
สญุ ญากาศ process, product, process and optimization,
คาสาคญั : ผักและผลไมก้ รอบ, การทอดสญุ ญากาศ, and type of packaging, and shelf life of
vacuum fried foods.
การดดู ซบั น่า้ มัน Keywords : Crispy fruit and vegetable,

*ฤทธชิ ยั อศั วราชันย์ vacuum frying, oil uptake
learning management
E-mail : [email protected]

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 125

วารสารวิจยั และนวตั กรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

1. บทนา และสามารถชะลอการหืนของน่้ามัน สอดคล้องกับ
การทอดสุญญากาศเป็นเทคโนโลยีการทอดผัก รายงานวิจัยของ Granda et al [4] พบว่าการทอด
สญุ ญากาศสามารถชว่ ยลดการเกิดสารจ่าพวกอะครลิ า
และผลไม้ทีความดันสุญญากาศ ส่งผลให้อุณหภูมิใน ไมด์ (Acrylamide) ซึงเป็นสารก่อมะเร็ง ซึงเกิดจาก
การทอดลดต่าลง เพือปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การไหม้ของสารประกอบคาร์โบไฮเดตรในผักและ
ผักและผลไม้กรอบ และสามารถรักษาคุณภาพของ ผลไม้ การทอดสุญญากาศสามารถรักษาคุณค่าทาง
ผลิตภัณฑ์ (สี กลิน และรส) ได้เป็นอย่างดี หลักการ โภชนา เช่น วติ ามินและแรธ่ าตุของการแปรรปู ผกั และ
ของการทอดสุญญากาศ คือการระเหยน่้าออกจาก ผลไมท้ อดกรอบได้ดีกวา่ การทอดทีสภาวะบรรยากาศ
อาหารผ่านตัวกลางทางความร้อน (น่้ามันพืช) ทีมีค่า
ความจุความร้อนทีสูงกว่าการใช้ตัวกลางอากาศ รายงานวิจัยของ Da Silva et al [5] อธิบาย
มากกว่า 1,000 เท่า การทอดสุญญากาศเป็นการแปร กลไกทีส่าคัญในการสร้างสภาวะสุญญากาศโดยการ
รูปด้วยตัวกลางความร้อนอย่างน่้ามันพืช และ ดูดอากาศออกจากหม้อทอดส่งผลให้ความดันเกจที
แลกเปลียนความร้อนภายใต้ความดันต่ากว่าระดับ เกิดในหม้อทอดมีค่าความดันต่ากว่า 7-10 กิโล
บรรยากาศด้วยการสร้างระบบสุญญากาศด้วยการใช้ ปาสคาล สภาวะดังกล่าวเรียกความดันสุญญากาศ
ปั๊มดูดอากาศออกจากระบบตลอดเวลาส่งผลต่อ สามารถช่วยลดจุดเดือดของน้่ามัน ส่งผลให้สามารถ
คุณสมบัติทางความร้อนของน้่ามันเช่น จุดเดือดมีค่า ทอดทีอุณหภมู ติ า่ กว่า 90 องศาเซลเซยี ส และสามารถ
ลดลง และสามารถใช้ความร้อนอุณหภูมิต่ากว่า 100 ลดการเกิดออกซิเดชันเมือเทียบกับการทอดทีสภาวะ
องศาเซลเซียส ในการทอด ส่งผลให้ผลิตภัณฑแ์ ปรรูป บรรยากาศมากกวา่ 10-12 เทา่ [1,2,5] ดงั รปู ที 1
มีคุณภาพด้านกลิน สี และรสชาติใกล้เคียงกับ
ธรรมชาติเดิมส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้เกิดการ (ก) (ข) (ค)
สัมผัสกับออกซิเจนน้อยมาก และเกิดปฏิกิริยายา
ออกซิเดชันต่าในน่้ามัน รวมถึงการทอดในระบบ (ง) (จ) (ฉ)
สภาวะสุญญากาศสามารถใช้ในการทอดผลไม้ทีมี
ปริมาณน้่าตาลสูงและผักสดทีมีปริมาณน้่ามากให้มี รูปท่ี 1 เปรียบเทยี บลกั ษณะปรากฏของการทอดที
ความกรอบเพือใช้บริโภคเป็นอาหารขบเค้ียวช่วยลด สภาวะบรรยากาศ และของการทอดสญุ ญา
การไหม้ของน้่าตาล และเปลียนสภาพเป็นการก่อตัว กาศ พบวา่ การทอดสุญญากาศสามารถช่วย
ของคาราเมล ( caramel formation) ในสถานะ รกั ษาคุณภาพของผกั และผลไมไ้ ดด้ กี วา่ การ
ของแข็งซึงจะเป็นผลึกทีกันการระเหยน่้าออกจาก ทอดทีสภาวะบรรยากาศ
โครงสร้างเซลล์ การทอดภายใต้สภาวะบรรยากาศจึง
ไม่เหมาะสมกับทอดผลไม้และผักทีมีน่้าตาลสูงและมี
ความช้ืนตา่ ได้ [1,2]

เทคโนโลยีการทอดสญุ ญากาศนัน้ จะใชอ้ ณุ หภมู ิ
และเวลาทีต่ากว่าการทอดทีสภาวะปกติ ส่งผลต่อให้
ได้ผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้กรอบทีมีคุณภาพเป็นที
ยอมรับได้ทางสมบัติทางเคมี-กายภาพ รสชาติ กลิน
รายงานวิจัยของ Shyu et al [3] พบว่าการทอด
สุ ญ ญ า ก า ศ ส า ม า ร ถ ล ด ปริ ม าณ น้่ ามั น ลง เมือ
เปรียบเทียบกับผัก และผลไม้ทอดในบรรยากาศปกติ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

126 Vocational Education Innovation and Research Journal 126

วารสารวิจยั และนวตั กรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

ตารางท่ี 1 เปรยี บเทียบการทอดทสี ภาวะบรรยากาศ จากท่ีกล่าวข้างต้นได้อธิบายความส่าคัญของ
และการทอดสุญญากาศ เทคโนโลยีการทอดสุญญากาศเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความ
เข้าใจความแตกต่างระหว่างการทอดที่ความดันปกติ
รายการ การทอดที่ การทอด และการทอดสุญญากาศ ตารางที่ 1 แสดงรายการ
เปรียบเทียบความแตกต่างของการทอดที่สภาวะปกติ
เปรยี บเทียบ สภาวะ สุญญากาศ และการทอดสุญญากาศ บทความปริทัศน์เชิงวิชาการ
นีได้รวบรวมการเนือหาจากบทความวิจัยต่าง ๆ และ
บรรยากาศ ต่ารา รวมถึงหนังสือที่เกี่ยวข้องของเทคโนโลยีการ
ทอดสุญญากาศของผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้กรอบเพื่อ
อุณหภมู ิ 160-200 80-110 องศา เป็นแนวทางให้ผู้สนใจได้ศึกษาและใช้เป็นแนวทาง
การศึกษาหลักการท่างานของเครื่องจักรต่าง ๆ ที่
องศาเซลเซยี ส เซลเซียส เก่ียวข้อง และทฤษฎีการเปล่ียนแปลงทางเคมี-
กายภาพของผักและผลไม้หลังจากผ่านการทอด
ปฏิกิริยาออกซิ สงู ต่า สุญญากาศ

เดช่ัน 2. หลักการเบื้องต้นของเทคโนโลยีการทอด
สญุ ญากาศ
ก า ร เ กิ ด ส า ร สูง ไมเ่ กดิ สารอะคริ
2.1 หลกั การของเทคโนโลยกี ารทอดสญุ ญากาศ
อ ะ ค ริ ล า ไ ม ด์ ลาไมด์ Dueik and Bouchon [1] และฤทธชิ ัย [2]

(Acrylamide) อธิบายหลักการท่างานของเทคโนโลยีการทอด
สุญญากาศว่าเพื่อลดความดันอากาศด้วยการดูด
การเปลยี่ นแปลง ไม่สามารถ รกั ษาสี, กล่นิ อากาศออกจากหม้อทอดจนกระท่ังหม้อทอดมีความ
ดันควรมีค่าต่ากว่า 7 กิโลปาสคาล ส่งผลต่อการ
สมบัตทิ างเคมี- รกั ษา สี กล่นิ และรสของ เปลี่ยนแปลงสมบัติทางความร้อนของน่ามันพืช เช่น
จุดเดือดของน่ามันพืชท่ีความดันบรรยากาศเท่ากับ
กายภาพ ของผลติ ภณั ฑ์ ผลิตภณั ฑผ์ กั 160 องศาเซลเซียส แต่เมื่ออยู่ภายใต้สภาวะ
สุญญากาศจุดเดือดของน่ามันลดลงที่อุณหภูมิต่ากว่า
ผกั และผลไมม้ ี และผลไมไ้ ด้ 90 องศาเซลเซียส รวมทังสมบัตทิ างความร้อนของน่า
ในผัก และผลไม้ก็จะถูกลดต่าลงเป็นไปตาม
ลกั ษณะไหม้ ความสัมพันธ์ของ Phase diagram for water (รูปท่ี
2) ดังนันเม่ือสมบัติทางความร้อนของน่ามัน และนา่ มี
และสคี ลา่ เมือ่ ค่าลดลง ระบบการทอดสุญญากาศก็จะใช้พลังงาน
ความร้อนในการระเหยน่าออกจากผลิตภัณฑ์ (latent
ใช้อุณหภูมสิ ูง heat of vaporization) ของการระเหยน่าออกจาก
ผลิตภัณฑ์ได้ท่ีอุณหภูมิต่าสามารถทอดสุญญากาศที่
ปริมาณการดูด ดูดซับน่ามัน ดูดซบั น่ามัน ช่วงอุณหภูมิเท่ากับ 70-90 องศาเซลเซียสเป็นช่วง

ซับนา่ มัน ประมาณรอ้ ย ประมาณ 10-15

ละ 40-55 เปอร์เซน็ ต์

เปอรเ์ ซน็ ต์ น่าหนักตอ่

น่าหนักต่อ นา่ หนกั

นา่ หนัก

ข้อจา่ กดั ไมส่ ามารถ สามารถใชก้ บั

แปรรูปกับ ผลติ ภณั ฑผ์ ัก

ผลติ ภณั ฑ์ผกั และผลไมม้ ี

และผลไม้มี น่าตาลสงู ได้

น่าตาลสงู ได้

ทมี า : ฤทธชิ ยั [2]

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 127

วารสารวจิ ยั และนวัตกรรมการอาชวี ศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

อุณหภูมิที่เหมาะสมในการถ่ายเทความร้อนและมวล รูปที่ 2 แผนผงั วฏั ภาคของนา่้ [2]
ความชืนรวมทังเป็นช่วงอุณหภูมิการทอดที่เหมาะสม
ต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเนือเยื่อของผกั และ Pandey et al [8] ศกึ ษาผลของค่าสัมประสิทธิ์
ผลไม้จากการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีต่าง ๆ สอดคล้อง การถ่ายเทความร้อนในระหว่างการทดลองการทอด
กับ Andres-Bello et al [6] อธิบายประเด็นส่าคัญ สุญญากาศของมันฝร่ังทอดที่อุณหภูมิ 120 และ 140
ของการทอดสุญญากาศเป็นเทคโนโลยีท่ีช่วยลด องศาเซลเซียส และท่ีความดัน 1.33 กิโลปาสคาล
ปริมาณการดูดซับน่ามันของอาหารและการสูญเสีย ด้ ว ย Lumped Capacitance Method พ บ ว่ า ค่ า
ความชุ่มชืนท่ีผิวของผักและผลไม้โดยการลดความดัน ความร้อนของน่ามันอยู่ที่ 217±13 และ 258±37
ของหมอ้ ทอด ส่งผลตอ่ สมบตั ทิ างความรอ้ นของน่ามัน วัตต์ต่อตารางเมตร องศาเคลวิน ท่ีอุณหภูมิ 120 และ
และอาหารให้มอี ณุ หภูมิในการระเหยทีต่ ่าลง 140 องศาเซลเซียส ตามล่าดับ ค่าสัมประสิทธิ์การ
ถ่ายเทความร้อนเพิ่มขึน 3.6 เท่า เมื่อเทียบกับสมบัติ
Yamsaengsung et al [7] อธิบายการถ่ายเท ทางความร้อนของน่ามันพืชทสี่ ภาวะความดันบรรยาย
ความร้อนรวมระหว่างน่ามัน และผลิตภัณฑ์อาหารใน กาศปกติ ในขณะท่ีงานวิจัยของ Mir-Bel et al [9]
ระหว่างการทอดสุญญากาศ พบว่ากลไกการถ่ายเท ศึกษาค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนระหว่างการ
ความร้อนในระหว่างการทอดสุญญากาศมีกลไกเริ่ม ทอดมันฝร่ังในระหว่างการทอดสุญญากาศที่อุณหภูมิ
จากการน่าความร้อนจากนา่ มันถ่ายเทไปยังผลติ ภณั ฑ์ 100-140 องศาเซลเซียสและความดันสุญญากาศ
เกิดการระเหยน่าออกจากผลิตภัณฑ์อาหาร สามารถ ระดับปานกลางท่ี 19.5-25.9 กิโลปาสคาล พบว่าค่า
แบ่งออกเป็นสองช่วง ได้แก่ การสูญเสียน่ากับการดูด สัมประสิทธ์ิการถ่ายเทความร้อนมีค่ามากถึง 700 -
ซับน่ามันโดยการลดความชืนในระหว่างการทอด 1600 วัตต์ต่อตารางเมตร องศาเคลวิน โดยปัจจัยท่ีมี
สุญญากาศนันมีอัตราการสูญเสียน่าออกเป็น 2 ส่วน ผลต่อค่าสัมประสิทธ์ิการถ่ายเทความร้อน เช่น
คือ อัตราการระเหยน่าท่ผี ิวด้วยอัตราคงท่ี (constant อณุ หภูมิของนา่ มนั ความดัน และขนาดของผลติ ภัณฑ์
rate period) และการระเหยน่าที่ผิวด้วยอัตราลดลง สามารถเรียกเป็นค่าพารามิเตอร์ของ bubbling
(falling rate period) ระหว่างการทอดสอดคล้องกับ efficiency (BE) โดยการเทียบอัตราส่วนพืนท่ีต่อ
ทฤษฎีการเปล่ียนแปลงมวลความชืนในระหว่างการ ปริมาตรของผลติ ภัณฑ์ และสามารถใชส้ มการอนุพันธ์
อบแห้ง แต่การทอดสุญญากาศนันมีอัตราการระเหย ของ Gompertz ใช้เพ่ือท่านายหาค่าสัมประสิทธิ์การ
น่าที่ผิวด้วยอัตราคงที่เท่านัน สามารถเร่งอัตราการ ถ่ายเทความร้อนของการทอดสุญญากาศที่สภาวะ
ถ่ายโอนน่าออกจากเนือเยื่อภายในออกได้อย่าง ต่างๆ ได้อย่างแม่นยา่ รายงานวิจัยของ Halder et al
รวดเร็ว และมีการระเหยน่าทผี่ วิ ด้วยอัตราลดลงท่ีนอ้ ย
มากจนไม่มีผลต่อการเปล่ียนแปลงโครงสร้างเซลล์
ส่ ง ผ ล ใ ห้ ต ล อ ด ก า ร ถ่ า ย โ อ น ค ว า ม ชื น อ อ ก จ า ก
ผลิตภัณฑ์เกิดภายใต้อุณหภูมิที่ต่า สามารถรักษา
คณุ ภาพของผลิตภัณฑไ์ ด้ดี

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

128 Vocational Education Innovation and Research Journal 128

วารสารวจิ ัยและนวตั กรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

[10] พบว่าปัจจัยของอุณหภูมิ ความชืน ความดัน ต่อ นันมีตน้ ทนุ การผลิตเท่ากบั 250-300 บาทตอ่ กโิ ลกรัม
การเกิดสารจ่าพวกอะคริลาไมด์ และปริมาณน่ามัน แห้ง เนื่องจากแหล่งก่าเนิดคล่ืนไมโครเวฟนันใช้
ภายในมันฝร่ังแผ่นระหว่างการทอดสุญญากาศโดยใช้ พลงั งานไฟฟา้ ในปรมิ าณมาก และการอบแห้งด้วยการ
แบบจ่าลองทางคณิตศาสตร์ท่านายการเกิดปริมาณ ท่าแห้งแบบแช่เยือกแข็งนันมีต้นทุนเท่ากับ 800-
สารจ่าพวกอะคริลาไมด์ พบว่าแบบจ่าลองทาง 1,200 บาทต่อกิโลกรัมแห้ง
คณิตศาสตร์มีความแม่นย่าในการท่านายปริมาณสาร
จ่าพวกอะคริลาไมด์ ผลการวิเคราะห์ที่ระดับความดัน (ก) (ข) (ค)
ที่ใช้อยทู่ ่ีประมาณ 40 กิโลปาสคาล พบว่าแบบจา่ ลอง รปู ที่ 3 ภาพถา่ ยเนอื้ ลา่ ไยกรอบด้วยการแปรรูปแบบ
ทางคณิตศาสตรสามารถท่านายปริมาณสารจ่าพวก
อะคริลาไมด์ และปริมาณน่ามันภายในมันฝรั่งแผ่น ตา่ ง ๆ (ก) การอบแห้งดว้ ยคลืนไมโครเวฟ
ระหว่างการทอดสุญญากาศไดใ้ กลเ้ คยี งผลการทดลอง สุญญากาศ (ข) การทา่ แหง้ แบบแชเ่ ยอื กแข็ง
(ค) การทอดสญุ ญากาศ [11]
รัชชานนท์ และคณะ [11] เปรียบเทียบวิธีการ
แปรรูปผลิตภัณฑ์เนือล่าไยกรอบต่ออัตราการระเหย เนอื่ งจากใชพ้ ลังงานในการแช่เยือกแขง็ และ
น่า และอายุการเก็บรักษาของเนือล่าไยกรอบด้วย การระเหดิ แม้ว่ามอี ายุการเก็บรักษาทต่ี ่ากวา่ การ
การทอดสุญญากาศ (vacuum frying) การอบแห้ง อบแหง้ ด้วยคลน่ื ไมโครเวฟสญุ ญากาศ และการท่าแหง้
ด้ ว ย ค ลื่ น ไ ม โ ค ร เว ฟ สุ ญ ญ า ก า ศ ( microwave แบบแช่เยือกแข็ง แต่การทอดสุญญากาศมีข้อ
vacuum drying) และการท่าแห้งแบบแช่เยือกแข็ง ได้เปรียบด้านเทคโนโลยีสามารถน่ามาใช้กับการแปร
(freeze drying) พบว่าเนือล่าไยกรอบด้วยการทอด รูป และช่วยรักษาคุณภาพของผักและผลไม้ มีอัตรา
สุญญากาศมีอัตราการระเหยน่าในเนือล่าไยได้ดีกว่า การระเหย รวมทังมีต้นทุนพลังงานต่ากว่าการอบแห้ง
วิธีการแปรรูปด้วยการอบแห้งด้วยคล่ืนไมโครเวฟ ด้วยคล่ืนไมโครเวฟสุญญากาศ และการอบแห้งด้วย
สุญญากาศ และการทอดสุญญากาศ พบว่าอัตราการ การทา่ แหง้ แบบแช่เยอื กแข็ง
ระเหยน่าเท่ากับ 1.650.04, 0.280.07 และ
0.070.00 กรัมต่อชั่วโมง และมีอายุการเก็บรักษา 2.2 หลักการทา่ งานของเครือ่ งทอดสญุ ญากาศ
เนือล่าไยกรอบมีค่าเท่ากับ 94, 176 และ 254 วัน Yamsaengsung et al [7] ได้อธิบายแผนผงั
(มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มผช.1083/2554) ของ
การแปรรูปด้วยเทคนิคการแปรรูปด้วย การทอด ภาพการท่างานของอุปกรณ์พืนฐานที่ใช้ในเทคโนโลยี
สุญญากาศ การอบแห้งด้วยคลื่นไมโครเวฟสุญญากาศ การแปรรูปด้วยการทอดสุญญากาศ แบ่งออกเป็น 4
และการท่าแห้งแบบแช่เยือกแข็ง ตามล่าดับ จาก ส่วนท่ีส่าคัญได้แก่ หม้อทอดสุญญากาศ แหล่งก่าเนิด
ข้อมูลท่ีกล่าวมานนั พบว่า อัตราการระเหยน่าของการ ความร้อน ระบบควบคุมการทา่ งาน และป๊มั ดดู อากาศ
ทอดสุญญากาศนันมีค่าสูงกว่าการอบกรอบด้วย ส่าหรับการสร้างสภาวะสุญญากาศ (รูปท่ี 4) โดย
เทคนิคการอบแห้งด้วยคล่ืนไมโครเวฟสญุ ญากาศและ หลกั การทา่ งานของเครื่องทอดสุญญากาศนัน เริ่มจาก
การอบแห้งด้วยการท่าแห้งแบบแช่เยือกแข็งเท่ากับ การให้ความร้อนกับน่ามันพืชในหม้อทอดพร้อมทังดดู
589.28 และ 2,357.14 เท่า อากาศออกจากหม้อทอดเพื่อให้ระบบมีความดัน
สุญญากาศ จากนันน่าผักและผลไม้ลงไปทอดในหม้อ
Wongchantra et al [12] ประเมินต้นทุน สุญญากาศ เมื่อผักและผลไม้สัมผัสกับน่ามัน เกิดการ
พลังงานในการผลิตของการทอดสุญญากาศได้เท่ากับ
70-80 บาทต่อกิโลกรัมแห้ง ในขณะที่การอบกรอบ
ด้วยเทคนิคการอบแห้งด้วยคล่ืนไมโครเวฟสุญญากาศ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 129

วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชวี ศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

ระเหยนา่ โดยแรงดนั ไอน่าที่เกดิ จากการระเหยนา่ จาก ทอด เพือสะดวกต่อการถ่ายเทน่้ามันจากหม้อทอดไป
ผักและผลไม้ออกมาผ่านเข้าเคร่ืองควบแน่นเป็นหยด ยังถังพักนา้่ มนั
น่า
2.2.2 ระบบการให้ความร้อนและระบบ
รูปท่ี 4 ไดอะแกรมแสดงอปุ กรณแ์ ละชน้ิ สว่ นต่างๆ ควบคมุ ท่างานรว่ มกัน โดยการใหค้ วามร้อนของเครือง
ของเทคโนโลยีการทอดสุญญากาศ [7] ทอดสุญญากาศมักใช้แหล่งความร้อนจากหัวเผาก๊าซ
หุ ง ต้ ม (liquefied petroleum gas) โ ด ย ค ว บ คุ ม
ฤทธิชัย [2] และ รัชชานนท์ และคณะ [12] ปริมาณก๊าซหุงต้มด้วยโซนินอยล์วาล์ว และกล่อง
อธิบายหลักการท่างานของเครืองทอดสุญญากาศทีมี ค ว บ คุ ม อุ ณ ห ภู มิ (temperature controller)
ระบบเหวียงไล่น้่ามันในสภาวะสุญญากาศ โดยมี ปัจจุบันหม้อทอดสุญญากาศจะใช้การถ่ายเทความ
ส่วนประกอบขั้นตอนไปตามทฤษฎีในการออกแบบ ร้อนโดยตรงด้วยการเผาไหม้เช้ือเพลิงจากหัวเผาก๊าซ
เครืองจักรแปรรูปอาหาร โดยพิจารณาถึงอุปกรณ์ หุงต้ม อย่างไรก็ตามถ้าเป็นเครืองทอดในระดับ
ต่าง ๆ ตามหลักของการออกแบบทางวิศวกรรมเชิง อตุ สาหกรรมใช้อุปกรณแ์ ลกเปลยี นความร้อนด้วยไอน่า้
พลังงาน ความร้อน และของไหล ระบบการวัดและ
ค ว บ คุ ม ก า ร ท่ า ง า น เ พี อ อ อ ก แ บ บ เ ชิ ง ห ลั ก ก า ร 2.2. 3 ป๊ัมสุญญากาศ เป็นอุปกรณ์ทีใช้ดูด
(conceptual engineering design) ประกอบด้วย อากาศออกจากหม้อทอดและถังพักน้่ามัน โดยการ
การข้ึนรูปหม้อทอด และถังพักน้่ามัน ระบบให้ความ ท่างาน จะให้หลักการดูดอากาศออกจากหม้อทอด
รอ้ น ระบบควบคมุ การหมุนเหวียงตะกร้าบรรจผุ กั และ และไอน้่าทีระเหยออกมาควบแน่นด้วยความเย็นด้วย
ผลไม้ ปั๊มสุญญากาศ ระบบควบแน่นไอน่้า (รูปที 5) คอนเดนเซอร์ และระบายความร้อนด้วยน่้าโดยใช้หอ
โดยมรี ายละเอยี ดดงั น้ี ท่าความเย็น (cooling tower) เป็นของเหลวและถูก
ดักเก็บถังเก็บของเหลว ปัจจุบันปั๊มสุญญากาศทีนิยม
2.2.1 หม้อทอดและถังพักน่้ามันนั้นขึ้นรูป ใชก้ ันเครืองทอดสุญญากาศ ไดแ้ ก่ ป๊ัมสุญญากาศแบบ
ด้วยวัสดุทีใช้ส่าหรับแปรรูปอาหาร เช่น แผ่นสแตน ใชน้ ้่าเป็นตัวจับไอน้า่ (liquid ring type) แต่เนอื งจาก
เลส SUS 304 และ SUS 316 ทีมีความหนาและรอย ปั๊มสุญญากาศแบบใช้น้่าเป็นตัวจับไอน้่าน้ันมีความ
เชือมทีเหมาะสมสามารถทนต่อแรงดันทีเกิดขึ้นได้ใน ร้อนเกิดข้ึนสูงจ่าเป็นต้องมีระบบหล่อเย็นเพือช่วยลด
ระหว่างการทอด การออกแบบหม้อทอดสุญญากาศ อุณหภูมิเพือให้อัตราการดูดอากาศมีประสิทธิภาพสูง
เ ป็ น ไ ป ต า ม ม า ต ร ฐ า น ข อ ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร รั บ ร อ ง ตลอดเวลา
ระบบงานวิศวกรรมและเทคโนโลยี (Accreditation
Board of Engineering and Technology, ABET) หลักการท่างานของเครืองทอดสุญญากาศ
โดยหม้อทอด และถังพักนา้่ มันถูกตดิ ต้ังในระดบั ความ ระบบเหวียงไล่น้่ามันในสภาวะสญุ ญากาศเริมจากการ
สูงทีแตกต่างกัน โดยหม้อทอดถูกติดต้ังให้มีความสูง ให้ความร้อนกับน้่ามันผ่านหัวเผาก๊าซหุงต้ม และปั๊ม
กว่าหมอ้ พกั น่้ามันในระดับ 1.25 เท่าของความสูงหม้อ สุญญากาศดูดอากาศออกจากหม้อทอดสุญญากาศ
(ปิดวาล์วให้หม้อสุญญากาศอยู่ในระบบปิด) โดย
ภายในหม้อทอดสุญญากาศน้ันมีตะกร้าทอดติดตั้งกับ
ฐานแกนเหวียง และถังพักน้่ามันให้มีสภาวะ
สุญญากาศในระดับความดันทีเท่ากัน จากนั้นเมือน่า
ผักและผลไม้ลงไปทอดในหม้อทอดสุญญากาศตาม
เวลาทีต้องการแล้ว เปิดวาล์วจากหม้อทอดเพือให้
น้่ามันไหลลงไปยังถังพักน้่ามัน ตามหลักการแรงโน้ม
ถ่วงโลกเมือน่้ามันไหลเข้าไปเก็บทีถังพักจนหมดแล้ว

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 130

130 วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชวี ศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

ปิดวาล์วทีหม้อสุญญากาศอีกคร้ังจากน้ันเปิดระบบ ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ อุณหภูมิของน้่ามัน เวลาในการทอด
หมุนเหวียงเพือสลัดน้่ามัน จากน้ันตะกร้าทอดติดต้ัง และเวลาในการหมุนเหวียงสลัดน่้ามัน พบว่าการใช้
กับฐานแกนเหวียงก็จะเหวียงสลัดน่้ามันออกจากผัก ความดันสุญญากาศที 1.33 ถึง 90 กิโลปาสคาล และ
และผลไม้ภายใต้สภาวะสุญญากาศตลอดเวลา และ เหวียงสลัดน้่ามันภายใต้ความดันสุญญากาศ ทีระดับ
เมือเหวียงสลัดน้่ามันตามเวลาทีก่าหนดแล้ว ก็เปิดฝา ความเร็วรอบที 140-1,000 รอบต่อนาที และเหวียง
ถังทอดสุญญากาศ และนา่ ผกั และผลไม้ทีผา่ นการทอด สลัดน้่ามันเท่ากับ 2-10 นาทีเป็นสภาวะทีเหมาะสม
สุญญากาศสัมผัสกับออกซิเจน โครงสร้างของผักและ ของการทอดสุญญากาศ ต่อการเปลียนแปลงคุณภาพ
ผลไมก้ จ็ ะเปน็ สภาพแห้ง และมเี นือ้ สมั ผัสในลกั ษณะที เช่น โครงสร้างภายในของเซลล์ ความช้ืน ปริมาณ
กรอบ น่้าตาล รูปร่าง ขนาด คุณค่าทางโภชนาการ สี กลิน
และรส
รูปที่ 5 แบบร่างทางวิศวกรรมของเครืองทอด
สุญญากาศระบบเหวียงสลัดน่้าภายใต้ ก า ร ห า ส ภ า ว ะ ที เ ห ม า ะ ส ม ข อ ง ก า ร ท อ ด
สุญญากาศ (1) หม้อทอดสุญญากาศ (2) สุญญากาศ นิยมหาในรูปแบบทางสถิติด้วยวิธีการ
ตะแกรงบรรจุอาหาร (3) ท่อส่งแก๊ส LPG พ้ืนผิวตอบสนอง (Response surfacemethodology,
พร้อมเซ็นเซอร์ (4) แกนสลัดน้่ามัน (5) ตัว RSM) ของการทอดสุญญากาศในการศึกษาจึงนิยม
กรองน้่ามัน (6) ท่อส่งน่้ามัน (7) หม้อพัก การออกแบบการทดลองแบบบ็อกซ์-เบ็ห์นเกน (Box-
น่้ามัน (8) ป๊ัมสุญญากาศขนาด 3 แรงม้า Behnken Design, BBD) เป็นวิธีหนึงทีนิยมใช้เพือ
(9) ถังพกั น้่าเยน็ (10) คูลลิงทาวเวอร์ [2] ศึกษาความสัมพันธ์ของเงือนไขกระบวนการผลิตและ
เงือนไขในการผลิตทีเหมาะสม สอดคล้องกับรายงาน
3. สภาวะท่ีเหมาะสมการแปรรูปผักและผลไม้กรอบ วิจัยของพิชามญช์ุ และฤทธิชัย [13], รัชชานนท์
ด้วยเทคนคิ การทอดสุญญากาศ และฤทธชิ ัย [14]

การแปรรูปผักและผลไม้กรอบด้วยเทคนิคการ นันทณ์ ภสั และฤทธิชยั [15] ศึกษาหาสภาวะที
ทอดสุญญากาศ นั้นมีสภาวะทีเหมาะสมแตกต่าง เหมาะสมของการทอดสุญญากาศของ กล้วยน้่าว้า
ข้ึนอยู่กับสมบัติทางเคมี-กายภาพของผัก และผลไม้ แผ่น เน้ือล่าไย และมะม่วงแผ่นด้วยการออกแบบการ
ชนิดต่าง ๆ ดังนั้นจ่าเป็นต้องศกึ ษาสภาวะทเี หมาะสม ทดลองแบบบ็อกซ์-เบ็ห์นเกน รูปที 7 แสดงผลการ
ต่อการทอดสุญญกาศ และปัจจัยทีผลต่อการเปลียน วิเคราะห์ปัจจัยของอุณหภูมิของน้่ามัน เวลาในการ
คุ ณ ภ า พ ข อ ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ห ลั ง ก า ร ท อ ด สุ ญ ญ า ก า ศ ทอด และเวลาในการหมุนเหวยี งสลดั นา่้ มันตอ่ ปรมิ าณ
รายงานวิจัยทีศึกษากับการศึกษาการทอดสุญญากาศ น้่ามันทีหลงเหลือของการทอดสุญญากาศของมะม่วง
น้ัน พบว่ามีปัจจัยหลักทีเกียวข้องต่อคุณภาพของ แผ่นด้วยโปรแกรมทางสถิติสามารถแสดงในรูปแบบ
ของกราฟ 3 มิติของพ้ืนผิวตอบสนอง และวิเคราะห์
กราฟโครงรา่ งของพนื้ ผวิ ตอบสนองต่อปรมิ าณน้่ามันที
หลงเหลือในผลิตภัณฑ์ ซึงต้องการสภาวะในการแปร
รูปทีมีผลให้มีปริมาณน่้ามันน้อยทีสุด นอกจากนี้
เทคนิคนี้ยังถูกใช้พิจารณาสมบัติด้านอืน ๆ เช่น
ปริมาณสารอาหารทีหลงเหลือ กับสมบัติทางเนื้อ
สัมผัส เช่น ค่าความกรอบ รายงานวิจัยของ
Diamante et al [16] ได้สรุปสภาวะทีเหมาะสมใน

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 131

วารสารวิจยั และนวัตกรรมการอาชวี ศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

การทอดสุญญากาศของผักและผลไม้ชนิดต่าง ๆ ตาม ตารางท่ี 2 สภาวะท่เี หมาะสมของการทอด
รายละเอียดทีแสดงในตารางที 2 สญุ ญากาศสา่ หรบั ผลิตภัณฑ์ท่ีแตกตา่ งกนั

ผลิตภัณฑ์ อณุ หภูมิ เวลา ความดนั เวลาหมนุ เหวย่ี ง
(องศา (นาที) (กิโลปาสกาล)
แอปเปล เซลเซยี ส) เวลา 3 นาที
แอพรคิ อต 98 4.5 6.48 เวลา 4 นาที
กล้วย 72.5 2.3 -
แครอท 100 20 8.0 เวลา 3 นาที
กีวี่สเี ขยี ว 5 6.48 เหวีย่ งสลัดน่ามันที่ 750
110 8 6.2 รอบ/นาที เปน็ เวลา 4 นาที
เหวยี่ งสลดั นา่ มันที่ 400
98 12.5 4.25 รอบ/นาที เวลา 10 นาที
คงผลิภณั ฑ์ในหม้อ
105 6.5 6.48 สญุ ญากาศเป็นเวลา 3 นาที

เหด็ 90

มันฝรงั่ 98

ท่ีมา: ดัดแปลง Diamante et al [16]

รูปที่ 6 การวิเคราะหห์ าสภาวะทเี หมาะสมของ สอดคล้องกับรายงานวิจัยของ Dueik and
การทอดสุญญากาศของมะมว่ งแผ่น [15] Bouchon [1] พบว่าการดูดซับน่้ามันของผลิตภัณฑ์
ทอดสุญญากาศมีน้อยกว่ากับผลิตภัณฑ์ทีทอดใน
4. ผลกระทบของน้ามันในระหว่างการทอด บรรยากาศปกติมากถึง 4 เท่า และพบว่าการดูดซับ
สญู ญกาศ น่้ามันมีความสัมพันธ์กับปริมาณความช้ืนอย่างมี
นัยส่าคัญ เนืองจากปริมาณน่้ามันมีผลกระทบโดยตรง
4.1 การดดู ซบั นา้่ มันในระหวา่ งการทอด ต่อสัดส่วนการสูญเสียความชุ่มช้ืนของผลิตภัณฑ์และ
สุญญากาศ การเปลยี นแปลงโครงสร้างของเนือ้ เยอื ผกั และผลไม้
Dueik et al [17] ศกึ ษาโครงสร้างภายในเนื้อเยือของ
รายงานวิจัยของ Andres-Bello et al [6] ผลิตภัณฑ์แครอท, แอปเปิ้ล และมันฝรัง ทีผ่านการ
ได้อธิบายถึงการลดการดูดซับน่้ามันในอาหารทอด ทอดสุญญากาศด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบ
สุญญากาศ พบว่า ผลของการทอดสญุ ญกาศ และการ สอ่ งกราด (scanning electron microscope) พบวา่
เ ห วี ย ง ส ลั ด น้่ า มั น ภ า ย ใ ต้ ส ภ า ว ะ สุ ญ ญ า ก า ศ น้ั น ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ อ า ห า ร ท อ ด สุ ญ ญ า ก า ศ มี ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง
สามารถช่วยลดการดูดซับน้่ามันได้มากกว่าทอดที ช่องว่างระหว่างเซลล์ทีมีขนาดเล็ก และมีจ่านวน
ความดันปกติมากถึง 3-4 เท่า และสนับสนุน ช่องว่างทีน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ทีทอดในบรรยากาศปกติ
แนวความคิดว่าเทคโนโลยีการทอดสุญญากาศเป็น ซึงช่องว่างระหว่างเน้ือเยือเซลล์ดังกล่าวมีผลต่อการ
ตัวเลือกทีเป็นไปได้ในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารขบ ดูดซับน้่ามัน โดยถ้ามีช่องว่างขนาดเน้ือเยือเซลล์มี
เคีย้ ว จากผักและผลไม้ทมี ีปริมาณน้า่ มันต่า ขนาดเล็ก และจ่านวนน้อยก็จะช่วยในการลดการดูด
ซับน่้ามัน รวมถึงการหมุนเหวียงไล่น่้ามันในสภาวะ
สุญญากาศน้ันส่งผลต่อการลดการดูดซับน่้ามันได้ถึง
ร้อยละ 73 ของผลิตภัณฑ์มันฝรังทอดทีบรรยากาศ
ปกติ ในขณะทีผลิตภัณฑ์แครอท และแอปเป้ิลการ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

132 Vocational Education Innovation and Research Journal 132

วารสารวจิ ัยและนวัตกรรมการอาชวี ศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

ทอดสุญญากาศสามารถลดการดูดซับน่้ามันสูงถึง 64 รสทีผิวของผักและผลไม้ก่อนน่าไปทอดสุญญากาศ
เปอร์เซ็นต์ ตามล่าดบั ตอ่ ไป ก็เป็นเทคนิคทีส่าคัญในการลดการดูดซับน่้ามันในผัก
และผลไม้
Pandey and Moreira [18] พบว่า แนวทางใน
การแยกน่้ามันออกจากผิวมันฝรังทอดสุญญากาศ 4.2 การเปลียนแปลงคุณสมบัติของน่้ามันใน
ข้ึนอยู่กับเวลาในการทอด และเวลาในการหมุนเหวยี ง ระหวา่ งการทอดสุญญากาศ
เพือไล่สลัดน่้ามันเมือเพิมความเร็วรอบ และเวลาใน
การหมนุ เหวยี งเปน็ เทคนิคการลดการดูดซบั น่า้ มนั ควร Crosa et al [20] ศึกษาผลกระทบการทอด
ใช้ระยะเวลาในการทอดน้อย และใชเ้ วลาในการเหวียง สุญญากาศและการทอดทีสภาวะบรรยากาศต่อการ
สลัดน่้ามันให้นานขึ้นสามารถช่วยลดปริมาณน้่ามันที เสือมสลายของน่้ามัน องค์ประกอบของกรดไขมัน
ผิวของมันฝรัง โดยในระหว่างการหมุนเหวียงสลัด และปริมาณ alpha-tocopherol ในน่้ามันดอกทาน
น้่ามันหม้อทอดสุญญากาศยังเหลือความร้อนสะสมใน ตะวันจ่านวน 2 ชนิด คือน่้ามันดอกทานตะวันทีมี
ระหว่างการทอดซึงความร้อนสว่ นน้ียังสามารถถ่ายเท ปริมาณกรดโอเลอิกสูงและ น่้ามันดอกทานตะวันทีมี
เข้าสู่ผลิตภัณฑ์ได้อย่างต่อเนืองส่งผลให้เกิดการ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ส า ร ต้ า น อ นุ มู ล อิ ส ร ะ สั ง เ ค ร า ะ ห์
เปลียนแปลงทางเคมีภายในอาหารอย่างต่อเนือง ( Tertiary Butylhydroquinone, TBHQ-SO) ก า ร
ผลการศกึ ษาการทอดสญุ ญากาศทคี วามดันระดับปาน เสือมสลายของน้่ามันสามารถหาได้โดยการวัดกรด
กลางร่วมกับความดันระดับสูงมีความสัมพันธ์ระหว่าง ไ ข มั น อิ ส ร ะ (Free fatty acids, FFA), ป ริ ม า ณ
สภาวะของกระบวนการทอดและการดูดซับน่้ามันใน Peroxide value (PV), p-anisidine (p-AV),
มันฝรัง นอกจากปัจจัยของอุณหภูมิ เวลาในการทอด สารประกอบทีมีขั้วทั้งหมด (Totalpolarcompound,
และเวลาในการหมุนเหวียง มผี ลต่อปรมิ าณน้่ามันแล้ว TPC) และความคงตัวต่อปฏิกิริยาออกซิเดชัน
ข้ันตอนการเคลือบด้วยสารห่อหุ้มสารให้กลินรสทีผิว (Oxidative stability) เก็บตัวอย่างน่้ามันทุก ๆ 4
ของผักและผลไม้ก่อนน่าไปทอดสุญญากาศ ก็เป็น ชัวโมงเป็นเวลา 10 วันติดต่อกัน ผลการศึกษาพบว่า
หลักการทีส่าคัญในการช่วยลดปริมาณน่้ามันทีสะสม ค่าของ FFA, p-AV และ TPC โดยใช้น้่ามันดอก
ในผลิตภัณฑ์ได้ รายงานวิจัยของ Piyalungka et al ทานตะวันทีมีประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
[19] ศึกษาผลของการแช่สารละลายมอลโทเดกซท์ รนิ สั ง เ ค ร า ะ ห์ TBHQ-SO กั บ ก า ร ท อ ด ที ส ภ า ว ะ
คือคาร์โบไฮเดรตประเภท polysaccharide ร่วมกับ บรรยากาศซึงมีค่า FFA, p-AV และ TPC เท่ากับ
การใช้การสันสะเทือนเพือเป็นการเตรียมฟักทองแผน่ 0.201 g oleic acid/100 g, 207.0 meq O2/kg แ ล ะ
ก่อนน่าไปทอดสุญญากาศ พบว่าสามารถลดการดูด 25.0 %w/w ซึ ง สู ง ก ว่ า ค่ า ที ไ ด้ จ า ก ก า ร ท อ ด
ซับน่้ามันได้ถึงร้อยละ 16 และสามารถรักษา สุญญากาศที 0.073 goleic acid/100g, 25.8 meq O2/kg
สารประกอบกลมุ่ แคโนทีนอยด์ไดเ้ พมิ ขึ้นถงึ รอ้ ยละ 70 และ 11.2 %w/w ตามล่าดบั
เมือเปรียบเทียบกับการทอดสุญญากาศทีสภาวะ
เดยี วกัน เมือใช้น้่ามันดอกทานตะวันทีมีปริมาณกรด
โอเลอิกสูงกับการทอดทีสภาวะบรรยากาศมีค่า FFA,
ปัจจัยทีมีผลต่อการดูดซับน้่ามันของผักและ p-AV และ TPC เท่ากับ 0.327 goleic acid/100g , 82.0
ผลไม้ทีผ่านการทอดสุญญากาศนั้น ข้ึนอยู่การหา meq O2/kg และ 21.9 %w/w ตามล่าดับ และการ
สภาวะทีเหมาะสมของอุณหภูมิ เวลาในการทอด และ ทอดสุญญากาศมีค่าเท่ากับ 0.099 goleic acid/100g,
เวลาในการหมุนเหวียงไล่น้่ามันในสภาวะสุญญากาศ 33.3 meq O2/kg และ 6.4 %w/w ตามลา่ ดบั คา่ ความ
และเทคนิคการเตรยี มขน้ั ต้นเชน่ การแชใ่ นสารละลาย คงตัวต่อปฏิกิริยาออกซิเดชันในน้่ามันดอกทานตะวัน
มอลโทเดกซ์ทรินเพือคลอื บด้วยสารห่อหุ้มสารใหก้ ลิน TBHQ-SO มีค่าเท่ากับ 2.44 และ 7.95 ส่าหรับการ
ทอดทีสภาวะบรรยากาศ และการทอดสุญญากาศ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 133

วารสารวจิ ัยและนวตั กรรมการอาชวี ศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

ตามล่าดับ และน้่ามันดอกทานตะวันทีมีปริมาณกรด สุญญากาศสัมผัสกับก๊าซออกซิเจนเกิดปฏิกิริยา
โอเลอิกสูงมีค่าความคงตัวต่อปฏิกิริยาออกซิเดชัน ออกซิเดชันของลพิ ิด คือ ปฏิกิริยาออกซเิ ดชนั ระหว่าง
เท่ากับ 0.65 และ 2.67 ตามล่าดับ ร้อยละไขมันไม่ ออกซิเจนกับลิพิดท่าให้เกิดสารทีให้กลินและรสที
อิมตัวลดลงทุก ๆ สภาวะของการทดลองยกเว้นการ ผิดปกติ เรียกว่าการหืน (rancidity) เป็นปฏิกิริยา
ทอดสุญญากาศ ปริมาณ alpha-tocopherol ลดลง ลูกโซ่เพราะอนุมูลอิสระทีเกิดขึ้นจะกระตุ้นโมเลกุล
เมือใช้น่้ามันดอกทานตะวัน TBHQ-SO ในการทอด กรดไขมนั ทเี หลือให้เกิดปฏกิ ิรยิ า
สุญญากาศซึงมีค่าเท่ากับร้อยละ 4.90 แต่ในการทอด
ทีบรรยากาศปกติมีปริมาณ alpha-tocopherol Presswood [22] ศึกษาเกียวกับความคงตัว
เท่ากับร้อยละ 53.62 ส่าหรับน่้ามันดอกทานตะวัน ข อ ง ไ ข มั น ข อ ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ อ า ห า ร ที ผ่ า น ก า ร ท อ ด
HO-SO มีปริมาณ alpha-tocopherol เท่ากับรอ้ ยละ สุญญากาศทีเก็บเน้ือไว้ในถุง Polyethylene (PET)
96.87 และ ร้อยละ 99.76 ตามลา่ ดับ และถุง Aluminium foil laminate (AFL) และเติม
ไนโตรเจน เพือวิเคราะห์ผลของปัจจัยของค่าความช้ืน
4.3 การบรรจหุ บี ห่อและอายุการเก็บรักษา สุดท้าย (Mf) และค่าปริมาณน่้าอิสระ (aw) ของ
ผลติตภัณฑ์ผักและผลไม้กรอบด้วยเทคนิค ผลิตภัณฑ์พบว่าผลิตภัณฑ์ใน polyethylene (PET)
ท่าให้เกิดการสลายตัวของกรดไขมันอิสระ (FFAs)
การทอดสุญญากาศจ่าเป็นต้องบรรจุอย่างถูกต้องเพือ เพิมขึ้นอย่างมีนัยส่าคัญส่าหรับบรรจุภัณฑ์ท้ัง PET
รักษาคุณภาพโดยเฉพาะเนื้อสัมผัส ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และ AFL ผลการสลายตัวของ FFAs เพิมขึ้นมากกว่า
ยงั มีแนวโนม้ ทีกลินหนื เพราะปริมาณของนา้่ มนั ดังนั้น ร้อยละ 8 (กรดโอเลอิค) และตรวจพบค่า Totox
ในหัวข้อนี้รวบรวมเอกสาร และบทความวิจัยที ไม่เกินร้อยละ 32 หลังจากผ่านไป 32 สัปดาห์เก็บที
เกียวข้องกับการบรรจุหีบห่อ และการศึกษาอายุการ อุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียส ปริมาณกรดไขมันไม่
เกบ็ รักษา โดยมีรายละเอียดดงั น้ี อิมตัวไม่มีการเปลียนแปลงอย่างมีนัยส่าคัญแต่ระดับ
ของกรดไลโนเลอิก และกรดไลโนเลนิกลดลงในช่วง
Fan et al [21] รายงานเกียวกับความคงตัว 17 สัปดาห์ทีผา่ นมาของการเก็บรักษาและระดับเฉลยี
ของการเก็บรักษาของแครอทแผ่นทอดสุญญากาศ สูงขึ้นเมือบรรจุภัณฑ์ชนิด AFL พบว่า มีอัตราการเกิด
บรรจุในถุงโพลีเอทิลีนความหนาแน่นต่า (LDPE) ออกซิเดชันต่า และเกิดปริมาณโทโคฟีรอลลดลงจาก
ขนาดความหนาเท่ากับ 25 ไมครอน และเติมก๊าซ ความเข้มข้นเริมต้นและเมือบรรจุไว้ในถุง AFL
ไนโตรเจน 95 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณถุง และซีสปาก ปริมาณโทโคฟีรอลส่งผลต่อการเกิดออกซิเดชันของ
ถุงโพลีเอทิลีน ผลิตภัณฑ์ถูกเก็บไว้ในทีไม่มีแสง และ Sterol มีค่าเพิมข้ึนเมือน่าผลิตภัณฑ์ไปเก็บไว้ในบรรจุ
ควบคุมอุณหภูมิที 0 10 และ 25 องศาเซลเซียสเป็น ภัณฑ์ PET ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการทอด
เวลา 6 เดือน เพือหาอายุการเก็บรักษาพบว่าเวลา สญุ ญากาศสามารถยืดอายุการเก็บไว้ได้ถึง 32 สปั ดาห์
และอุณหภูมิในการเก็บรักษากระทบต่อความช้ืนและ ทีอุณหภูมิ 15-25 องศาเซลเซียสและไม่มีการ
ค่าปริมาณน้่าอิสระ (aw) รวมถึงปริมาณไขมันในแค เสือมสภาพของไขมัน บรรจุภัณฑ์ชนิด AFL ลดการ
รอทแผ่นเพิมขึ้นจากการดูดซับกลับ ส่งผลให้เกิดกลิน เปลียนแปลงทีเกิดขึ้นเนืองจากมีอัตราการถ่ายเท
หืนเกิดการออกซิเดชันของไขมัน รวมทั้งเกิดการ ออกซเิ จนและไอน่้าตา่ ผลการทดลองพบว่าผลติ ภัณฑ์
สลายตัวของเบต้าแคโรทีนอยด์ และวิตามินซีของแค ผักและผลไม้ทอดสุญญากาศสามารถบรรจุในถุง
รอทแผ่นจะลดลง ค่ากรดของแครอทแผ่นจะเพิมขึ้น LDPE, PET และ AFL โดยเติมไนโตรเจนในบรรจุ
เมืออณุ หภมู ิและเวลาในการเกบ็ รกั ษาเพมิ ข้นึ อายกุ าร ภัณฑ์ช่วยลดอัตราการถ่ายเทออกซิเจน สามารถช่วย
เก็บรักษาโดยประมาณของแครอทแผ่นทีจะใช้ค่ากรด
ทีมีค่าเท่ากับ 3 มิลลิกรัมต่อกรัมเป็นตัวก่าหนด
ระยะเวลาในการเก็บรักษา ผลิตภัณฑ์อาหารการทอด

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

134 Vocational Education Innovation and Research Journal 134

วารสารวจิ ยั และนวัตกรรมการอาชวี ศึกษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

เพิมอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ ค่าความกรอบ เอกสารอ้างองิ
และการมกี ลนิ หนื นอ้ ย [1] V. Dueik and P. Bouchon.

5. สรปุ ผลและข้อเสนอแนะ “Development of healthy low-fat
ก า ร แ ป ร รู ป ผั ก แ ล ะ ผ ล ไ ม้ ก ร อ บ ด้ ว ย ก า ร ท อ ด snacks: understanding the
mechanisms of quality changes
สุญญากาศเป็นเทคโนโลยีทีเหมาะสม สามารถรักษา during atmospheric and vacuum
คุณค่าทางโภชนาการของผลิตภัณฑ์อาหาร และ frying”. Food Reviews International
คุณภาพด้านกลนิ สี และรสใกล้เคียงกับธรรมชาตเิ ดิม 27. pp. 408-432. 2001.
ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้กรอบมีความน่า [2] ฤทธชิ ยั อศั วราชันย์.การแปรรูปดว้ ยความ
รับประทาน รวมถึงเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทอดทีมี ร้อนและไม่ใช้ความร้อนด้วยเทคโนโลยี
ปริมาณไขมันต่า การทอดสุญญากาศสามารถลดการ สมัยใหม่. ส่านกั บริหารและพัฒนาวชิ าการ
ไหม้ของน้่าตาล และไม่มีการเกิดสารจ่าพวกอะคริลา (งานส่านกั พิมพ์) มหาวิทยาลยั แม่โจ้, พ.ศ.
ไมด์ (acrylamide) 2561, หนา้ 283-286.
[3] S.L. Shyu and L.S. Hwang. “Effects
ปัจจัยทีมีผลต่อการดูดซับน่้ามันของผลิตภัณฑ์ of processing conditions on the
อาหารทอด ได้แก่ อณุ หภมู ใิ นการทอด เวลา และเวลา quality of vacuum fried apple
ในการเหว้ยี งไลน่ ่้ามนั ในสภาวะสญุ ญากาศ ถกู นา่ มาใช้ chips”. Food Research International
เพือหาสภาวะทีเหมาะสมของการทอดสุญญากาศ 34, pp. 133-142. 2001.
ส่าหรับผลิตภัณฑ์อาหารชนิดต่างๆ นอกจากน้ี [4] C. Granda, R.G. Moreira and E. Tichy.
บทความนี้ได้กล่าวถึงประเภทของบรรจุภัณฑ์ที “Reduction of acrylamide formation
เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์อาหารทอดสุญญากาศ ได้แก่ in potato chips by low-temperature
บ ร ร จุ ภั ณ ฑ์ ช นิ ด polyethylene (PET) แ ล ะ vacuum frying”. Journal of Food
aluminium foil laminate (AFL) และเติมไนโตรเจน Science 69, pp. 405-411. 2004.
สามารถช่วยยืดอายุการอายุการเก็บรักษา ลดการ [5] P.F. Da Silva and R.G. “Moreira
เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของลิพิด ช่วยรักษาค่าความ Vacuum frying of high-quality fruit
กรอบ และอัตราการเกิดกลนิ หนื ของผลิตภัณฑผ์ กั และ and vegetable based snacks”. LWT-
ผลไมก้ รอบด้วยเทคนคิ การทอดสญุ ญากาศ Food Science and Technology 41,
pp. 1758-1767. 2008.
กิตตกิ รรมประกาศ [6] A. Andrés-Bello, P. García-Segovia
บทความปรทิ ศั น์เชงิ วิชาการน้ีเป็นสว่ นหนึงของ and J. Martínez- Monzó. ”Vacuum
frying process of gilthead sea bream
โครงงานวิจัยเรืองการศึกษาสภาวะทีเหมาะสมใน (Sparus aurata) fillets”. Innovative
กระบวนการผลิตล่าไยทอดกรอบอบแห้งด้วยเทคนิค Food Science and Emerging
ก า ร ท อ ด สุ ญ ญ า ก า ศ ( ร หั ส โ ค ร ง ก า ร Technologies 11. pp. 630-633. 2010.
CRP5805020370) ซึ ง รั บ เงิ น ทุนสนับสนุนจาก
ส่านกั งานพฒั นาการวิจยั การเกษตร (องค์การมหาชน)

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 135

วารสารวิจยั และนวัตกรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

[7] R. Yamsaengsung, C. Rungsee and [12] รชั ชานนท์ วงศจ์ ันทรา. “การศกึ ษาสภาวะ
C. Prasertsit. “Simulation of the ทีเหมาะสมในกระบวนการผลติ ล่าไยทอด
heat and mass transfer processes กรอบ ด้วยเทคนคิ การทอดสุญญากาศ”
during the vacuum frying of potato รายงานปญั หาพิเศษหลกั สูตรปริญญา
chips”. Songklanakarin Journal of วศิ วกรรมศาสตรบณั ฑิต คณะวิศวกรรม
Science and Technology 30. pp. และอุตสาหกรรมเกษตร มหาวทิ ยาลัยแม่
109-115. 2008. โจ้, ประเทศไทย. พ.ศ. 2558.

[8] A. Pandey and R.G. Moreira. Batch [13] พิชามญชุ์ ทิพยเ์ มืองพรม และฤทธิชยั
“vacuum frying system analysis for อศั วราชันย์, “สภาวะทเี หมาะสม
potato chips”. Journal of Food ในการทอดสุญญากาศกลว้ ยนา้่ ว้าแผน่ ”,
Process Engineering 35, pp. 863-873. เอกสารประกอบการประชมุ วชิ าการ
2012. พะเยาวชิ าการ, ครง้ั ที 7, พ.ศ. 2561.
หนา้ 1317-1325.
[9] J. Mir-Bel, R. Oria and M.L. Salvador
“Influence of temperature on heat [14] รัชชานนท์ วงศ์จันทรา, และฤทธิชยั อัศว
transfer coefficient during moderate ราชันย์, “สภาวะทีเหมาะสม
vacuum deep-fat frying”. Journal of ในการทอดสญุ ญากาศกล้วยน้่าวา้ แผ่น”
Food Engineering 113, pp.167-176. เอกสารประกอบการประชมุ วชิ าการ
2012. พะเยาวชิ าการ, คร้ังที 7, พ.ศ. 2561.
หนา้ 1317-1325.
[10] A. Halder, A. Dhall and A.K.Datta,
“An improved, [15] นนั ท์ณภัส ระหงษ์ และฤทธชิ ยั อศั ว
easilyimplementable, ราชันย์, “สภาวะทีเหมาะสมของการแปร
porous media based model for รูปมะม่วงแผ่นกรอบโดยใชก้ ารวิเคราะห์
deep-fat frying – Part I: Model แบบบ็อกซ์-เบ็ห์นเกน”. เอกสาร
development and input ประกอบการประชุมวิชาการสมาคม
parameters”. Food and Bioproducts วิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย
Processing 85, pp. 209-219. 2007. ระดบั ชาติ, คร้ังที 20, พ.ศ. 2562,
หนา้ 12-18.
[11] นายรัชชานนท์ วงศ์จนั ทรา, จนั ทรจ์ ริ า วนั
ชนะ และ ฤทธิชยั อศั วราชนั ย์, [16] L.M. Diamante, S. Shi, A. Hellmann
“ผลกระทบของเทคโนโลยแี บบผสมผสาน and J. Busch J. Vacumm frying
ต่อปรมิ าณจลุ ินทรีย์และอายกุ ารเก็บรักษา foods: products, process and
ของการแปรรูปล่าไยกรอบ”, เอกสาร optimization. International Food
ประกอบการประชุมวชิ าการ และการ Research Journal 22 (1), pp. 15-22.
ประกวดนวัตกรรม, ครัง้ ที 1, พ.ศ. 2560, 2015.
หนา้ 147-152.

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

136 Vocational Education Innovation and Research Journal 136

วารสารวิจัยและนวตั กรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

[17] V. Dueik, M.C. Moreno and P. [23] มาตรฐานผลติ ภณั ฑช์ มุ ชน มผช.1083/2554.
Bouchon. “Microstructural approach ผกั และผลไม้ทอดกรอบ. พ.ศ. 2564.
to understand oil absorption during [ออนไลน์] แหลง่ ทมี า : https://www.
vacuum and atmospheric frying”. .tisi.go.th (วนั ที 1 ม.ค.64)
Journal of Food Engineering,
111(3), pp. 528-536. 2012.

[18] A. Pandey and R.G. Moreira. “Batch
vacuum frying system analysis for
potato chips”. Journal of Food
Process Engineering 35, pp. 863-873.
2012.

[19] P. Piyalungka, M.B. Sadiq, R.
Assavarachan and L.T. Nguyen
“Effects of osmotic pretreatment
and frying conditions on quality and

storage stability of vacuum‐fried
pumpkin chips”. International
journal of Food Science&
Technology 54(10), pp. 2963-2972.
2019.
[20] M.J. Crosa, V. Skerl, M. Cadenazzi,
L. Olazabal, S. Silva, G. Suburu and
M. Torres. “Changes produced in
oils during vacuum and traditional
frying of potato chips”. Food
Chemistry 146, pp. 603-607. 2014.
[21] L. Fan, M. Zhang and A.S. Mujumdar
A S. “Storage stability of carrot
chips”. Drying Technology 25, pp.
1537- 1543. 2007.
[22] H. Presswood. “Lipid stability of
dehydrated (vacuum fried) beef
strips stored in two packaging
types”.Publikation/Sveriges
Lantbruks unversitet, Institutionen
för livsmdelsvetenskap. Uppsala,
Sweden, 2012.

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 137

วารสารวิจัยและนวตั กรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

การศกึ ษาพัฒนาชดุ การสอน วิชาการขบั รถยนต์ รหสั วชิ า 2101-2105 ของนกั ศกึ ษา
ระดบั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพ พทุ ธศกั ราช 2556 สาขาวชิ าช่างยนต์ วิทยาลยั เทคนคิ หนองคาย
A Study and Development of a Teaching Set for the Driving Subject : Course 2101-2105
of Vocational Certificate Program Student, Mechanical Department, NongKhai

ชนิ ภทั ร แก้วโกมนิ ทวงษ์1*
Chinnapat Kaewgominthawong1*

*1สาขาวชิ าเทคโนโลยเี คร่อื งกล วิทยาลยั เทคนคิ หนองคาย สถาบันการอาชีวศกึ ษาภาคตะวันออกเฉียงเหนอื 1 จังหวัดหนองคาย 43000
*1Field of Mechanical Technology, Nongkhai Technical College, Institute of Vocational Education : Northeastern Region 1,

Nongkhai 43000

Received : 2021-04-21 Revised : 2021-08-30 Accepted : 2021-08-31

บทคัดย่อ การวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาการขับ
งานวิจัยครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์ 1) เพ่ือพัฒนา รถยนต์ รหัสวิชา 2101-2105 ระดับประกาศนยี บตั ร
วิชาชพี พทุ ธศักราช 2556 จานวน 1 แผน 2) ชดุ การ
ชุดการสอน วิชาการขับรถยนต์ รหัสวิชา 2101- สอน มี 11 หน่วยการสอน จานวน 1 ชุด 3)
2105 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและ
2556 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของผลการจัด หลังเรียน จานวน 2 ชุด แบบคู่ขนาน ได้แก่
กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดการสอนที่พัฒนาข้ึน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน
เพ่ือเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน จานวน 60 ขอ้ มีคา่ ความยาก (P) ทงั้ ฉบับ มคี า่ เทา่ กบั
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ที่เรียนจากการจัด 0.51 และมีค่าอานาจจาแนก (B) ทั้งฉบับ มีค่าเท่ากบั
กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการสอนที่ 0.43 และมีค่าความเชื่อมน่ั ทง้ั ฉบับ มคี า่ เท่ากบั 0.875
พัฒนาขนึ้ กอ่ นเรยี นและหลงั เรียน 4) เพือ่ ศกึ ษาความ และ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนหลงั เรยี น
พึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุด จานวน 60 ขอ้ มีค่าความยาก (P) ท้งั ฉบบั มีค่าเท่ากบั
การสอน และ 5) เพื่อประเมินคุณภาพชุดการสอนท่ี 0.49 และมีค่าอานาจจาแนก (B) ท้ังฉบับ มีค่าเท่ากับ
พัฒนา โดยครูที่ได้รับการเผยแพร่ ประชากรที่ใช้ใน 0.30 และมีค่าความเชือ่ มัน่ ท้งั ฉบบั มคี ่าเทา่ กบั 0.892
ก า ร ศึ ก ษ า ค รั้ ง นี้ ไ ด้ แ ก่ 1 ) นั ก เ รี ย น ร ะ ดั บ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ช้ันปีที่ 2 สาขาวิชาช่างยนต์ จัดการเรียนการรู้โดยใช้ชุดการสอนที่พัฒนาขึ้น
ทีเ่ รียนในรายวิชาการขบั รถยนต์ รหสั วชิ า 2101-2105 จานวน 15 ขอ้ มคี ่าความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหวา่ ง
ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 วิทยาลัยเทคนิค 0.86-1.00 มีค่าอานาจจาแนกต้ังแต่ 0.59 ถึง 0.74
หนองคาย อาเภอเมือง จังหวัดหนองคาย จานวน 15 และความเช่ือม่ัน (Reliability) โดยใช้วิธีการหาค่า
คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง 2) ครูท่ีได้รับการ สัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha-Coefficient) เท่ากับ
เผยแพร่ชุดการสอนที่ประเมินแบบประเมินคุณภาพ 0.961 และ 5) แบบประเมินคุณภาพชดุ การสอน โดย
ชดุ การสอน จานวน 29 สถานศกึ ษา เครือ่ งมอื ท่ีใชใ้ น ครูท่ีได้รับการเผยแพร่ที่มีต่อชุดการสอนท่ีพัฒนาข้ึน
แบบประเมินแบ่งเป็น 5 ด้าน รวมจานวน 21 ข้อ
*ชินภทั ร แกว้ โกมินทวงษ์

E-mail : [email protected]

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

138 Vocational Education Innovation and Research Journal 138

วารสารวจิ ัยและนวตั กรรมการอาชีวศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

มีค่าความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.86-1.00 Certificate students who studied from the
ผลการวิจัย พบว่า 1) ชุดการสอนท่ีพัฒนาข้ึนได้ผ่าน instructional activities that using the teaching
กระบวนการขนั้ ตอนในการจดั ทาอย่างเปน็ ระบบ และ set with pretest and post-test ; 4) to study the
วิธีการเขียนแผนการจดั กิจกรรมการเรียนรทู้ ี่เหมาะสม students’ satisfaction; and 5) to assess the
โดยได้ศึกษาจากหลักสูตร เน้ือหา เทคนิคและวิธีการ quality of the developed teaching set. The
จากเอกสารท่ีเก่ียวข้อง รวมถึงรูปแบบการจัดการ sample were 1) a group of 15 Second year
เรียนรู้แบบ MIAP ที่พัฒนาขึ้น มีค่าประสิทธิภาพของ vocational certificate students in automotive
กระบวนการ ( ) และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ( ) mechanics who studied in the driving course,
เท่ากับ 83.58 และ 84.67 ตามลาดับ ซ่ึงสูงกว่า code 2101-2105, in the first semester of
สมมติฐานที่กาหนดไว้ / เท่ากับ 80/80 academic year 2017, Nong Khai Technical
2) ดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอน มีค่าเท่ากับ College, Muang, Nong Khai Province which
0.7617 ผู้เรียนมีคะแนนเพิ่มจากก่อนเรียน คิดเป็น selected by Purposive sampling; 2) teachers
ร้อยละ 76.17 3) นักเรียนท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้ who published the Teaching set to evaluate
โดยใช้ชุดการสอน มีค่าเฉลี่ยของคะแนนทดสอบก่อน the quality assessment form of the teaching
เรียน เท่ากับ 21.40 และค่าเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ set across the country, a total of 29
50.80 ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนยั สาคญั ทางสถติ ทิ ่รี ะดับ educational institutions. The research
.05 4) ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดการ instruments were 1) a lesson plan of the
เรียนการรู้โดยใช้ชุดการสอน โดยภาพรวมอย่ใู นระดบั driving course, code 2101-2105 ; 2) a teaching
มาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.38 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน set which consists of 11 units ; 3) There were
เท่ากับ 0.29 5) ความคิดเห็นของครู ผู้สอนท่ีมีต่อ two sets of pre- and post-study achievement
คุณภาพของชุดการสอน ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ใน tests which were a parallel as follow ; the sixty
ระดับเหมาะสมมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.40 ส่วน questions of Achievement test before
เบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.55 ดังน้ันจาก studying. It had the difficulty (P) which was
ผลการวจิ ยั สามารถสรุปได้วา่ ชดุ การสอนท่ีพฒั นาขน้ึ equal to 0.51, the discrimination (B) was equal
มีประสิทธิภาพนาไปใช้ในการสอนเพื่อทักษะการขับ to 0.43 and the reliability was equal to 0.875
รถยนตข์ องผ้เู รียนไดจ้ รงิ in the whole edition. And the sixty questions
คาสาคญั : การจัดกิจกรรมการเรียนรู้,ชุดการสอน, of Achievement test after studying, it had the
Difficulty (P) which was equal to 0 . 49, the
ประสิทธภิ าพชดุ การสอน,ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน discrimination (B) was equal to 0 . 30 and the
Reliability was equal to 0.892 in the whole
Abstract edition, 4) a questionnaire on students’
The research objectives were : 1) to satisfaction with learning management by
using the developed teaching set of 15
develop the teaching set, Driving Course Code questions had the IOC between 0.86-1.00, the
2101-2105 : Vocational Certificate Program Discrimination from 0 . 5 9 to 0. 7 4 and the
student ; 2) to study the index of the Reliability with the Alpha-Coefficient method
effectiveness of the results of learning was equal to 0.961 ; and 5) the quality
activities using the teaching set ; 3) to compare
the academic achievement of Vocational

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 139

วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชีวศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

Assessment Form in 5 sides, total 21 items by จริง สามารถเลือกวิธีการเรียนตามศักยภาพ และ
the teacher, who had been published the โอกาสของผู้เรียน [7] สาหรับสภาพพึงประสงค์ใน
teaching set, had the IOC between 0.86 - 1.00. การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรดังกลา่ วขา้ งตน้
The results of the research showed that 1) The ได้กาหนดหลักเกณฑ์การใช้หลักสูตรว่า การจัดการ
teaching set that developed through a systematic เรียนการสอนเนน้ การปฏิบตั จิ ริง สามารถจัดการเรยี น
process and method of writing appropriate การสอนได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้
lesson plans by studying the curriculum, ความเข้าใจในวิธีการและการดาเนินงาน มีทักษะการ
content, techniques and methods from the ปฏิบัติงานในขอบเขตสาคัญและบริบทต่าง ๆ
relevant documents and an improved MIAP ท่ีสัมพันธ์กันซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานประจา สามารถ
learning management model with the ประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะไปสู่บริบทใหม่ สามารถ
efficiency of process (E1) and the efficiency ให้คาแนะนา แก้ปัญหาเฉพาะด้านและรับผิดชอบต่อ
of outcome (E2) was equal to 83.58 and 84.67 ตนเอง และผู้อ่ืนมีส่วนร่วมในคณะทางานหรือมีการ
respectively. So, it was higher than the ประสานงานกลุ่ม รวมทั้งมีคุณธรรม จริยธรรม
established assumption E1/E2 was 80/80, 2) จรรยาบรรณวิชาชีพ เจตคติ และกิจนิสัย ท่ีเหมาะสม
the effectiveness index of the teaching set was ในการทางาน [7] การจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษา
0.7617, showing that the students had a 76.17 เป็นการจัดการศึกษาเพ่ืออาชีพ มีเป้าหมายท่ีจะผลิต
percent that increase from before study, 3) และพัฒนากาลังคนในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ให้
students who had been managed to study by สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและ
using a teaching set had an average point สังคม โดยพยายามเน้นการจัดการเรียนการสอน
equal to 21.40 pre-test scores, and the post- ทางด้านทักษะวิชาชีพ ควบคู่กับทฤษฏีความรู้ต่าง ๆ
test mean was equal to 50.80, which was ท้ังน้ี เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะความชานาญ และ
statistical significant at the level of .05, 4) The ประสบการณ์ตามความม่งุ หมาย หลกั สตู รอาชวี ศึกษา
overall of the satisfaction of the students with ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556
the learning management using the teaching สภาพการจัดการเรียนการสอนท่ีเป็นอยู่ตั้งแต่ปี
set was at a mean of 4.38, and the standard การศึกษา 2557–ปีการศึกษา 2559 การเรียนการ
deviation of 0.29 ; and 5) the teachers' สอนใน รายวิชาการขับรถยนต์ (2101 -2105)
opinions on the teaching. In conclusion, the หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556
developed teaching kit can be used to teach สาขาวิชาช่างยนต์ พบว่า 1) วิธีการเรียนการสอน ครู
the learners on driving skills. ใช้วธิ ีการสอนแบบบรรยายเป็นสว่ นใหญย่ งั ขาดเทคนคิ
Keywords : Organizing learning activities, หรือวิธีการสอนแบบใหม่ ๆ ท่ีเปิดโอกาสให้นักเรียนมี
ส่วนร่วม 2) หลักการจัดการเรียนการสอนเป็นการยึด
teaching set, efficacy of teaching ครูเป็นศูนย์กลาง เน้นการเรียนกับครู จึงทาให้การ
set, Academic achievement เรียนกับเพ่ือนมีน้อย และไม่เปิดโอกาสให้นักเรียน
ค้นพบความรู้ด้วยตนเอง 3) การจัดการเรียนการสอน
1. บทนา ควรเน้นการปฏิบัติจริง สามารถจัดการเรียนการสอน
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช ได้หลากหลายรูปแบบ เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ความ
เข้าใจในวิธีการ 4) ผู้เรียนไม่สามารถประยุกต์ใช้
2556 เป็นหลักสูตรท่ีเปิดโอกาสให้เลือกเรียนได้อย่าง
กว้างขวาง เน้นสมรรถนะเฉพาะด้านด้วยการปฏิบัติ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

140 Vocational Education Innovation and Research Journal 140

วารสารวจิ ยั และนวัตกรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

ความรู้และทักษะไปสบู่ ริบทใหม่ 5) การขาดทักษะใน ร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียน รู้ตามกระบวนการ
การแก้ปัญหาเฉพาะด้าน และขาดความรับผิดชอบต่อ MIAP ขึ้นมาใช้เพราะ (1) ด้านวิธีการเรียนการสอน
ตนเองและผู้อื่น 6) ขาดการมีส่วนร่วมในคณะทางาน เป็นวิธีสอนท่ียึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง กระบวนการ
หรือมีการประสานงานกลุ่ม รวมทั้งขาดในเร่ืองการมี MIAP เป็นกระบวนการท่ีทาให้เกิดการเรียนรู้ ซ่ึง
คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ เจตคติและ สอดคล้องกับแนวคิดของสุชาติ [6] กล่าวว่า
กจิ นสิ ยั ทเี่ หมาะสมในการทางาน 7) ขาดทกั ษะการฝึก กระบวนการของสิ่งเร้าท่ีทาให้บุคคลเกิดการเรียนรู้
ปฏิบัติ เน่ืองจากสื่อของจริงมีน้อย เช่น รถยนต์ฝึกขับ โดยแสดงออกด้วยพฤติกรรมใหม่ ที่ได้รับจาก
หรือสื่อต่าง ๆ เช่น เคร่ืองหมายจราจรการรับรู้ สถานการณ์ของกระบวนการของส่ิงเร้าหรือ
เก่ียวกับกฎจราจร และขาดความสนใจในการเรียน ส่ิงแวดล้อมของการเรียนรู้ (2) ด้านส่ือการเรียนการ
ท้ายที่สุด ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่า สอนมีการใช้สื่อหลัก และสื่อเสริมหลายประเภท และ
(ดังแสดงผลในภาค ผนวก) ความพยายามในการ (3) ด้านสภาพแวดล้อมการจัดการเรียนการสอน มี
แก้ปัญหาดังกล่าว ผู้ศึกษาในฐานะผู้สอนรายวิชาการ การจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนที่ส่งเสริมการ
ขับรถยนต์ (2101-2105) หลักสูตรประกาศนียบัตร เรยี นรู้
วิชาชีพ พุทธศักราช 2556 ในวิทยาลัยเทคนิค
หนองคาย ได้ดาเนินการดังนี้ 1) จัดทาเอกสารใบ 2. วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ัย
ความรู้ประจารายวิชา การขับรถยนต์ (2101-2105) 2.1 เพื่อพัฒนาชุดการสอนวิชาการขับรถยนต์
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556
2) ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่คานึงถึงว่า นักเรียนมี รหัสวิชา 2101-2105 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ความพร้อม มีความสนใจ มีความตั้งใจ เม่ือได้รับงาน พทุ ธศกั ราช 2556
ใหม่ท่ีไม่เคยทามาก่อน ทาให้นักเรียนพบปัญหา และ
สนใจที่จะแก้ ปัญหานั้น ทาให้นักเรียนสนใจที่จะ 2.2 เพ่ือศึกษาดัชนีประสิทธิผลของผลการจัด
ศึกษา เพ่ือแก้ปัญหาและ 3) จัดทาส่ือของจริงให้ กิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้ชุดการสอนทพี่ ฒั นาขนึ้
นกั เรียนไดฝ้ กึ ปฏบิ ัติ สาหรับการจัด การเรียนรู้ทคี่ านึง
ถึงว่านักเรียนมีความพร้อม มีความสนใจ มีความต้งั ใจ 2.3 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
เมื่อได้รับงานใหม่ท่ีไม่เคยได้มาก่อน จะทาให้นักเรียน ของผู้เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ที่เรียนจาก
พบปัญหา และสนใจที่จะแก้ปัญหานั้น ทาให้นักเรียน ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม ก า ร เ รี ย น โ ด ย ใ ช้ ชุ ด ก า ร ส อ น ที่
สนใจท่ีจะศึกษา เพ่ือแก้ปัญหากระบวนการนี้เอง จะ พัฒนาขึ้น
เป็นเหตุให้นักเรียนต้อง การศึกษาหาข้อมูล หาวิธีการ
ว่าจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร และจะนาข้อมูลข่าวสารท่ี 2.4 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการ
ได้รับน้ัน ไปใช้แก้ปัญหา หากพิสูจน์ทราบได้ว่า เรยี นรโู้ ดยใช้ชุดการสอนท่ีพฒั นาข้ึน
สามารถใช้แก้ปัญหาได้ ผู้เรียนก็จะเกิดการเรียนรู้ใน
การแก้ปัญหา ซ่ึงผู้เรียนจะมีการเรียนรู้ต้องผ่าน 2.5 เพื่อประเมินคุณภาพชุดการสอนท่ี
กระบวนการ 4 ขั้น คือ 1) ข้ันสนใจเรียน M : พัฒนาข้ึน โดยครูที่ได้รับการเผยแพร่ที่มีต่อชุดการ
(Motivation) 2) ขั้นศึกษาข้อมูล I : (Information) สอน
3) ขั้นพยายาม A : (Application) และ 4) ขั้นสาเร็จ
ผล P : (Progress) สุชาติ [6] แนวทางการแก้ปัญหา 3. สมมติฐานการวิจยั
ผู้รายงานจึงเห็นว่า ควรมีการพัฒนาชุดการสอน 3.1 ชุดการสอนวิชาการขับรถยนต์ รหัสวิชา

2101-2105 ร ะ ดั บ ป ร ะ ก า ศ นี ย บั ต ร วิ ช า ชี พ
พุทธศักราช 2556 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80

3.2 ค่าดัชนีประสิทธิผลของผลการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้โดยใช้ชุดการสอน ของผู้เรียนมคี ะแนนเพมิ่
จากก่อนเรยี นคดิ เป็นร้อยละ 50

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 141

วารสารวิจยั และนวตั กรรมการอาชีวศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

3.3 ผู้เรียนที่เรียนรู้โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยชุด 4.3.1 ชุดการสอน วิชาการขับรถยนต์ รหัส
การสอน มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า วิชา 2101-2105 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
กอ่ นเรยี น พุทธศักราช 2556 จานวน 11 หนว่ ย ดาเนินการสร้าง
ตามขน้ั ตอนดังน้ี
3.4 ความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการเรยี นรู้ อยใู่ น
ระดบั มาก 1) ศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตร
วิชาชีพ พุทธศักราช 2556 โดยศึกษาหลักการ
3.5 ผลการประเมินคุณภาพชุดการสอน อยู่ใน จดุ มุ่งหมาย และเกณฑก์ ารใชห้ ลกั สตู ร
ระดับมาก
2) ศึกษาเน้อื หาจากคู่มอื การวัดและ
4. วธิ ีการดาเนินการวจิ ัย ประเมนิ ผลการเรยี นตามหลกั สตู รการศึกษาขั้น
4.1 ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาครัง้ นี้ ไดแ้ ก่ พ้นื ฐาน
4.1.1 นักเรียนระดับประกาศนียบตั รวชิ าชพี
3) วิเคราะห์คาอธิบายรายวิชา สาระ
ช้ันปีท่ี 2 สาขาวิชาช่างยนต์ ที่เรียนในรายวิชาการขบั การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ หน่วยการเรียนรู้
รถยนต์ รหัสวิชา 2101-2105 ในภาคเรียนท่ี 1 ปี วิเคราะห์ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั รูปแบบและขนั้ ตอน
การศึกษา 2560 วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย อาเภอ การใชช้ ุดการสอนใหส้ อดคลอ้ งกบั เนอื้ หา
เมอื ง จังหวัดหนองคาย จานวน 15 คน โดยการเลอื ก
แบบเจาะจง (Purposive sampling) 4) สร้างชุดการสอน โดยการกาหนด
รูปแบบของชุดการสอน เรียงลาดับเนื้อหาจากงา่ ยไป
4.1.2 ครูท่ีได้รับการเผยแพร่ชุดการสอนที่ หายาก เพื่อให้ผู้เรียนมีกาลังใจในการทาแบบฝึกหัด
ประเมินแบบประเมินคุณภาพชุดการสอน 29 ใบงานสร้างความสนใจผู้เรียน ใช้ภาษาเข้าใจง่าย มี
สถานศกึ ษา ความหมาย และเหมาะสมกับวัยและความสามารถ
ของผู้เรยี น
4.2 เคร่อื งมือทใ่ี ช้ในการศกึ ษา
4.2.1 เคร่ืองมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งน้ีมี 5) ชุดการสอนท่ีสร้างข้ึนมีทั้งหมด 11
ชดุ ดงั นี้
ท้งั หมด 5 ชนิด ดงั น้ี
1) แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาการขับ (1) ชุดการสอนท่ี 1 เรื่องกฎหมาย
ที่เกีย่ ว ข้องกับการจราจร
รถยนต์ รหัสวิชา 2101-2105 ระดับประกาศนยี บัตร
วิชาชพี พทุ ธศักราช 2556 จานวน 1 แผน 11 หนว่ ย (2) ชุดการสอนท่ี 2 เรื่องสัญญาณ
การเรียน จราจรและเครอื่ งหมายจราจร

2) ชดุ การสอน จานวน 11 ชุดการสอน (3) ชุดการสอนท่ี 3 เรื่องตรวจ
3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ สภาพรถยนตก์ อ่ นการใชง้ าน
เรียนก่อนเรียนและหลังเรียน จานวน 2 ชุด แบบ
ค่ขู นาน ชดุ ละจานวน 60 ข้อ (4) ชุดการสอนท่ี 4 เรื่องอุปกรณ์
4) แบบสอบถามความพึงพอใจของ ควบคุมและแผงหน้าปดั
นกั เรียนท่ีมตี อ่ การจัดการเรียนการรูโ้ ดยใชช้ ุดการสอน
จานวน 15 ข้อ (5) ชุดการสอนที่ 5 เร่ืองการ
5) แบบประเมินคุณภาพชุดการสอน ควบคมุ บังคับรถยนต์
โดยครูที่ได้รับการเผยแพร่ทม่ี ีต่อชุดการสอน แบ่งเป็น
5 ด้าน รวมจานวน 21 ข้อ (6) ชุดการสอนท่ี 6 เร่ืองการออก
4.3 การสร้างและการหาคุณภาพเครอ่ื งมอื รถ ชะลอความเร็ว หยุดรถและจอดรถ

(7) ชุดการสอนที่ 7 เรื่องการขับ
รถยนตใ์ นสภาวะต่าง ๆ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

142 Vocational Education Innovation and Research Journal 142

วารสารวจิ ัยและนวตั กรรมการอาชวี ศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

(8) ชุดการสอนที่ 8 เรื่องการขับ ซง่ึ ผรู้ ายงานคน้ ควา้ ดาเนนิ การสรา้ งขึ้นเองตามขัน้ ตอน
รถยนตอ์ ยา่ งปลอดภยั ตามกฎจราจร ดังนี้

(9) ชุดการสอนที่ 9 เร่ืองมารยาท 1) สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ในการขบั รถยนตต์ ามกฎหมาย ทางการเรียน 2 ชุด ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนก่อนเรียน และแบบทดสอบวัดผล
(10) ชุดการสอนที่ 10 เร่ืองการ สัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน โดยเป็นข้อสอบอิง
บารุงรักษารถยนต์ เกณฑช์ นิด 4 ตัวเลอื ก ชดุ ละ 60 ขอ้

(11) ชุดการสอนท่ี 11 เร่ืองการ 2) นาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ
เตรียม พรอ้ มเพือ่ สอบใบขับขี่ ทางการเรียน ท้ัง 2 ชุด เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ 7 ท่าน
เพ่ือตรวจสอบความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหาโดยใช้สูตร
6) กาหนดองคป์ ระกอบในการสรา้ งชุด IOC [4]
การสอน มีสว่ นประกอบดงั นี้
3) วิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง
(1) คาแนะนา ระหว่างข้อคาถามของแบบทดสอบกับผลการเรียนร้ทู ี่
(2) คาช้ีแจงสาหรับครูผู้สอน / คาดหวัง ผลการคัดเลือกข้อสอบท่ีมีค่าดัชนีความ
บทบาทของครผู ู้สอน สอดคล้อง (IOC) จานวน 60 ข้อ ท้ัง 2 ชุด ปรากฏว่า
(3) แผนภูมิแสดงขั้นตอนการเรียน ค่า IOC ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
การสอน/คาชีแ้ จงสาหรับนักเรียน ก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.95 และค่า IOC ของ
(4) คาอธิบายรายวิชา/เน้ือหา แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียน มี
สาระ/ สาระสาคญั ค่าเฉล่ียเท่ากับ 0.96 สามารถจัดพิมพ์แบบทดสอบ
(5) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม/ วัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียน-หลังเรียน เพื่อ
สมรรถนะของนักเรียน/กิจกรรมการเรียนรู้/ส่ือการ นาไปใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมลู ต่อไป
เรยี นร้/ู การประเมินผลการเรยี นรู้
(6) แผนการจดั การเรียนรู้ 4) นาข้อสอบที่ปรับปรุงแล้ว พิมพ์
(7) แบบทดสอบก่อนเรียน ใบ เป็นฉบับร่าง ทั้ง 2 ชุด ไปทดสอบกับผู้เรียนระดับ
ความรู้ และใบงาน ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา
(8) แบบประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน 2561 ทไ่ี มใ่ ชก่ ลุ่มตัวอย่าง จานวน 15 คน
(9) เก ณ ฑ์ ก า ร ใ ห้ ค ะ แ น น การ
ปฏิบตั งิ าน 5) นากระดาษคาตอบมาวเิ คราะห์หา
(10) แบบทดสอบก่อนเรียนและ ค่าอานาจจาแนก (B) ของแบบทดสอบเป็นรายข้อ
หลังเรียน/เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน โดยวิธกี ารของ Brennan [2] แล้วคดั ข้อสอบที่มีเกณฑ์
(11) แบบฝกึ หดั ของค่าอานาจจาแนก (B) ตั้งแต่ 0.20 ถึง 1.00 ไว้
(12) แบบประเมินด้านคุณธรรม พบว่า
จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
(13) แบบสังเกตพฤติกรรมการ (1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ
เรยี นรู้ ทางการเรียนก่อนเรียน พบว่าข้อสอบเข้าเกณฑ์ 60
4.3.2 การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ ข้อ ซ่ึงมีค่าความยาก (P) ตั้งแต่ 0.22 ถึง 0.78 และมี
ทางการเรียนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ค่าอานาจจาแนก (B) ต้ังแต่ 0.24 ถึง 0.83 แล้วนา
เป็นแบบ ทดสอบอิงเกณฑ์ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ข้อสอบมาวิเคราะห์หาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ
ท้ังฉบับ โดยวิธีของ Lovett [5] พบว่า มีค่าความ
เชื่อมั่นท้งั ฉบบั มคี ่าเทา่ กบั 0.875

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 143

วารสารวจิ ยั และนวัตกรรมการอาชีวศกึ ษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธนั วาคม 2564

(2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ คะแนนรวม ( Item-Total Correlation) [5] และ
ทางการเรียนหลังเรียน พบว่าข้อสอบเข้าเกณฑ์ 60 คัดเลือกข้อคาถามที่มีค่า r ที่มีค่านัยสาคัญทางสถิติท่ี
ข้อ ซึ่งมีค่าความยาก (P) ตั้งแต่ 0.22 ถึง 0.93 และมี ระดบั .05 ซึ่งมคี ่าอานาจจาแนกตง้ั แต่ 0.59 ถงึ 0.74
ค่าอานาจจาแนก (B) ตั้งแต่ 0.21 ถึง 0.92 แล้วนา ถือว่ามีค่าอานาจจาแนกสูง จานวน 15 ข้อ มาเป็นข้อ
ข้อสอบมาวิเคราะห์หาความเช่ือม่ันของแบบทดสอบ คาถามนาไปใชเ้ ปน็ เครื่องมอื ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
ทั้งฉบับ โดยวิธีของ Lovett [5] พบว่า มีค่าความ
เช่ือมัน่ ทั้งฉบบั มีคา่ เท่ากบั 0.892 4) นาแบบสอบถามความพึงพอใจไป
หาความเช่ือม่ัน (Reliability) โดยใช้วิธีการหาค่า
6) จั ด พิ ม พ์ ข้ อ ส อ บ ท่ี ผ่ า น ก า ร สั ม ป ร ะ สิ ท ธ์ิ แ อ ล ฟ า ( Alpha-Coefficient)
ตรวจสอบคุณภาพแล้ว เพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือในการ ของครอนบัค (Cronbach) [2] โดยค่าความเช่ือมั่น
วิจัยต่อไป ของแบบวัดความพงึ พอใจมคี า่ เทา่ กับ 0.961

4.3.3 การสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจ 5) จัดพิมพ์แบบสอบถามความพึง
ในการเรียนรู้ ของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการรู้ พอใจที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว เพื่อใช้เป็น
โดยใช้ชุดการสอน มีลักษณะเป็นชนิดมาตราส่วน เครื่องมือในการวจิ ยั ต่อไป
ประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ดาเนนิ การสรา้ ง
และหาคณุ ภาพตามขนั้ ตอนดงั นี้ 4.3.4 การสร้างแบบประเมินชุดการสอน
โดยครู ที่ได้รับการเผยแพร่ท่ีมีต่อชุดการสอน
1) ศึกษาวิธีการสร้างแบบวัดความพึง แบง่ เป็น 5 ดา้ นรวมจานวน 21 ข้อ มวี ธิ กี ารสร้าง ดงั น้ี
พอใจ ชนิดมาตราสว่ นประมาณค่าและเกณฑ์การแปล
ผล [2] และวิธีการสร้างแบบวัดความ พึงพอใจ เป็น 1) สร้างแบบประเมินชุดการสอน
ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) จาก 5 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) ตาม
ระดับ จานวน 20 ข้อ ตามวิธีของลิเคอร์ท (Likert) มี เกณฑ์ของลิเคิร์ท (Likert) เป็นแบบมาตราส่วน
5 ระดับ ประมาณค่า (Rating Scale) แบ่งเป็น 5 ด้าน รวม
จานวน 21 ขอ้ กาหนดเกณฑ์ การใหค้ ะแนนของความ
2) นาแบบสอบถามความพึงพอใจของ เหมาะสม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Ratting
นักเรียนท่ีสร้างข้ึน เสนอผู้เช่ียวชาญเพ่ือตรวจสอบ Scale) ซ่ึงมี 5 ระดับ [2] ตามวิธีของลเิ คอรท์ (Likert)
ความถูกต้อง และพิจารณาความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา มี 5 ระดบั
IOC ความเหมาะสมของข้อคาถามและประเมินความ
สอดคล้องของข้อคาถามกับเนื้อหาของแบบวัดความ 2) นาแบบประเมินท่ีสร้างข้ึนไปให้
พึงพอใจ โดยใช้สูตร IOC (Index of Congruence) ผู้เชี่ยวชาญ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาว่า ข้อคาถาม
เลือกข้อคาถามท่ีมีค่า IOC ต้ังแต่ 0.5 ถึง 1.00 หรือ แต่ละข้อวัด คุณลักษณะท่ีต้องการวัดหรือไม่ แล้ว
ข้อคาถามที่ผู้เชี่ยวชาญ โดยคะแนนพิจารณาความ นามาวิเคราะห์หาค่าดัชนีความเหมาะสมและถือ
สอดคลอ้ ง เกณฑ์ความเหมาะสม ตั้งแต่ 0.50 ถึง 1.00 ซึ่ง
ผู้เช่ียวชาญเป็นชุดเดียว หรือข้อคาถามที่ ผู้เชี่ยวชาญ
3) นาแบบสอบถามความพึงพอใจท่ี โดยคะแนนพจิ ารณาความสอดคลอ้ ง
ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้ (Try Out) กับผู้เรียนระดับ
ป ร ะ ก า ศ นีย บัตร วิ ชาชีพ ส า ข า วิชาช่างยนต์ 3) นาแบบประเมินมาปรับปรุงแก้ไข
วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย อาเภอเมือง จังหวัด ตามคา แนะนาของผูเ้ ช่ียวชาญ
หนองคาย ทีไ่ ม่ใชป่ ระชากร จานวน 15 คน เพอื่ หาคา่
อานาจจาแนก (Discrimination Power) เป็นรายข้อ 4) จัดพิมพ์แบบประเมินคุณภาพชุด
โดยวิธีหาค่าความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับ การสอน โดยครูที่ได้รับการเผยแพร่ท่ีมีต่อ ชุดการ
สอนวิชาการขับรถยนต์ รหัสวิชา 2101-2105 ระดับ

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 144

144 วารสารวิจยั และนวตั กรรมการอาชวี ศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2556 เพ่ือ 4.4.5 หลังการเรียนการสอนในหน่วยจบลง
นาไปใชก้ บั ครูท่ีได้รับการเผยแพร่ ชุดการสอนต่อไป แล้วจึงทาแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) ด้วย
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น จานวน 60ขอ้
4.3.5 ข้ันการใช้ชุดการสอนเพื่อทดลองใช้
และหาประสิทธิภาพของชุดการสอนท่ีสร้างข้ึน 4.4.6 เก็บรวบรวมข้อมูลเพ่ือนาไปวิเคราะห์
ดาเนินการทดลองใช้ชุดการสอน ตามรูปแบบ โดยวิธกี ารทางสถติ ิต่อไป
One-Group Pretest-posttest Design มี รู ป แ บ บ
การทดลองดงั น้ี [6] 4.5 การวิเคราะห์ขอ้ มูล
การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้วางแผนการ
รปู ท่ี 1 แบบการทดลองกลุ่มเดยี วทดสอบกอ่ น-หลัง
(One-Group Pretest - posttest Design) จัดทาข้อมูลและดาเนินการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ดงั นี้
4.5.1 การวิเคราะห์ข้อมูลเพ่ือหาประสิทธิ
4.4 วธิ ีการเก็บรวบรวมขอ้ มูล
ผู้วิจัยได้ทาการทดลองกับผู้เรียนระดับ ภาพของชดุ การสอนร่วมกบั แผนการจดั การเรียนรู้
4.5.2 การวิเคราะห์ค่าดัชนีประสิทธิผลของ
ป ร ะ ก า ศ นี ย บั ต ร วิ ช า ชี พ ส า ข า วิ ช า ช่ างยนต์
วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย ที่เรียนวิชาการขับรถยนต์ ชดุ การสอนรว่ มกบั แผนการจัดการเรียนรู้
รหัสวิชา 2101-2105 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ 4.5.3 การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนน
พุทธศักราช 2556 ในภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2560
จานวน 1 ห้องเรียน จานวน 15 คน โดยดาเนินการ ก่อนเรียนกับผลสัมฤทธ์ิหลังเรียนของนักเรียน โดยใช้
ตามข้นั ตอนดังนี้ ชุดการสอนร่วมกับแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้สถิติ
t-test (Dependent Samples)
4.4.1 ทาการทดสอบก่อนเรียน (Pre-test)
ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน จานวน 4.5.4 ความพึงพอใจของนักเรียนทมี่ ีต่อการ
60 ขอ้ จัดการเรียนการรู้โดยใช้ชุดการสอนร่วมกับแผนการ
จัดการเรียนรู้ โดยใช้สูตรค่าเฉลี่ยและค่าส่วน
4.4.2 เม่ือเร่ิมต้นดาเนินการทดลอง ชี้แจงให้ เบยี่ งเบนมาตรฐาน
นักเรียนทราบถึงข้อตกลงท่ีจะใช้ในการจัดกิจกรรม
การเรยี นการสอน 4.5.5 ความคิดเห็นของครูผู้สอนท่ีมีต่อชุด
การสอน โดยใช้สูตรค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบน
4.4.3 ดาเนินการสอนตามขนั้ ตอนของการใช้ มาตรฐาน
ชุดการสอนร่วมกับแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาการขบั
รถยนต์ รหัสวิชา 2101-2105 ระดับประกาศนียบัตร 5. ผลการวิจัย
วชิ าชีพ พุทธศกั ราช 2556 จานวน 11 หนว่ ย 5.1 การวเิ คราะหห์ าประสทิ ธภิ าพของชุดการสอน
5.1.1 วิ เค ร า ะ ห์ หา ป ร ะสิท ธิภ าพของ
4.4.4 รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการทาใบงาน
และแบบทดสอบหลังเรียนแต่ละชุดการสอน เพ่ือ กระบวนการ (E1) ของชุดการสอน โดยคะแนน
นาไปวเิ คราะห์โดยวธิ กี ารทางสถติ ิ ระหว่างเรียนซึ่งได้จากการทาใบงานและแบบทดสอบ
หลังเรียนของแต่ละชุด แสดงผลดังตารางท่ี 1

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

Vocational Education Innovation and Research Journal 145

วารสารวิจยั และนวตั กรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

ตารางที่ 1 ผลการหาประสทิ ธิภาพของกระบวนการ ตารางที่ 3 การเปรยี บเทยี บคา่ เฉล่ยี ของคะแนนก่อน
(E1) ของชดุ การสอน เรยี นกับผลสัมฤทธห์ิ ลังเรียนของนกั เรยี น
ท่ีไดร้ บั การจดั กิจกรรมการเรียนร้โู ดยใช้
ชดุ การสอน วชิ าการขับรถยนต์ รหัสวิชา
2101-2105 ระดบั ประกาศนียบัตรวชิ าชพี
พุทธศักราช 2556

จากตารางที่ 1 พบว่า ประสิทธิภาพของ จากตารางที่ 3 พบว่า นักเรียนที่ได้รับการ
กระบวนการ (E1) เท่ากบั 83.58 จัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการสอน วิชาการขับรถยนต์
รหสั วชิ า 2101-2105
5.1.2 วิเคราะหห์ าประสิทธิภาพของผลลัพธ์
(E2) ของชุดการสอน ซึ่งได้จากการทดสอบวัด 5.4 การวิเคราะห์การวิเคราะห์เปรียบเทียบ
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น แสดงผลดังตารางท่ี 2 ค่าเฉลี่ยของคะแนนก่อนเรียนกับผลสัมฤทธิ์หลังเรียน
ของนักเรียนท่ีได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้
ตารางท่ี 2 ผลการหาประสิทธภิ าพของผลลัพธ์ (E2) ชุดการสอน มีค่าเฉล่ียของคะแนนทดสอบก่อนเรียน
ของชดุ การสอน เท่ากับ 21.40 และคา่ เฉล่ียหลงั เรยี นเทา่ กับ 50.80 ซ่ึง
แตกต่างกันอย่างมนี ยั สาคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ .05
จากตารางที่ 2 พบวา่ ประสทิ ธิภาพของผลลัพธ์
ชุดการสอน (E2) มีค่าเฉล่ีย เท่ากับ 50.80 คิดเป็น 5.5 การวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้เรียนท่ีมีต่อ
ร้อยละ 84.67 และมีคะแนนความก้าวหน้าเฉลี่ย การจดั การเรียนการร้โู ดยใช้ชุดการสอน ดังตารางที่ 4
เทา่ กับ 29.40 คดิ เป็นรอ้ ยละ 49.00
ตารางท่ี 4 ความพงึ พอใจของนักเรยี นท่ีมีต่อการ
5.2 การวิเคราะห์หาดัชนีประสิทธิผลของจาก จดั การเรียนการร้โู ดยใช้ชุดการสอน
ตารางท่ี 2 พบว่า ดังน้ันดัชนีประสิทธิผลของชุดการ
สอน มีค่าเท่ากับ 0.7617 แสดงว่านักเรียนมีคะแนน
เพ่มิ จากกอ่ นเรียน คิดเป็นรอ้ ยละ 76.17

5.3 การวเิ คราะห์เปรยี บเทยี บคา่ เฉลย่ี ของคะแนน
ก่อนเรียนกับผลสัมฤทธ์ิหลังเรียนของนักเรียนท่ีได้รับ
การจดั กิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยใชช้ ุดการสอน ดังตาราง
ที่ 3

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2

146 Vocational Education Innovation and Research Journal 146

วารสารวิจยั และนวตั กรรมการอาชีวศึกษา

ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2564

จากตารางที่ 4 ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมี ที่ 3) รายการประเมินท่ี 3.2 อ่านทาความเข้าใจง่าย
ต่อการจัดการเรียนการรู้โดยใช้ชุดการสอน โดย มีค่าเฉลย่ี อยใู่ นระดับมากทีส่ ดุ มีคา่ เทา่ กับ 4.58 ส่วน
ภาพรวมอยู่ในระดับมาก มคี า่ เฉลย่ี เทา่ กับ 4.38 ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.79 ข้อท่ี 4) รายการ
เบี่ยงเบนมาตรฐาน เทา่ กบั 0.29 ประเมินที่ 4.1 รูปแบบวธิ ีการถูกต้องตามหลักวชิ าการ
มีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเท่ากับ 4.65 ส่วน
5.6 การหาคุณภาพของชุดการสอนโดยความ เบ่ียงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.76 และ ข้อท่ี 5)
คิดเห็น ของครูผู้สอนท่ีมีต่อชุดการสอน โดยใช้สูตร ประโยชนต์ อ่ การเรยี นการสอน รายการประเมนิ ท่ี 5.2
ค่าเฉลี่ยและส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน ดังตารางที่ 5 สามารถพัฒนาทกั ษะตา่ ง ๆ ของผู้เรียนและนาไปใชใ้ น
วิชาชพี ได้ มีค่าเฉล่ียอยใู่ นระดับมากท่ีสดุ มีค่าเท่ากับ
ตารางท่ี 5 ความคิดเห็นของครผู ู้สอนทมี่ ีตอ่ ชดุ 4.68 ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.75
การสอน

จากตารางท่ี 5 พบว่า ความคิดเห็นของ 6. สรุปผลการวิจยั
ครูผู้สอน ท่ีมีต่อชุดการสอน ภาพรวมมีค่าเฉล่ียอย่ใู น 6.1 การพัฒนาชุดการสอน มีค่าเฉลี่ย E1/E2
ระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.40 ส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน เท่ากับ 0.55 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ และ เท่ากับ 83.58/84.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้
เรียงลาดับตามคะแนนเฉล่ีย 5 ข้อ ปรากฏผลดังนี้ ข้อ E1/E2 เท่ากบั 80/80
ท่ี 1) รายการประเมินที่ 1.7 จัดรูปแบบของใบเนื้อหา
ได้อย่างเหมาะสม มีค่าเฉล่ียอยู่ในระดับมาก มีค่า 6.2 ดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอน มีค่าเท่ากับ
เท่ากับ 4.49 ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน เทา่ กบั 0.38 ข้อ 0.7617
ที่ 2) รายการประเมนิ ท่ี 2.3 สร้างกิจกรรมเพอ่ื กระตุ้น
การเรียนของผู้เรียน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก มีค่า 6.3 นกั เรยี นที่ได้รับการจดั การเรียนร้โู ดยใช้ชุดการ
เทา่ กับ 4.47 ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน เทา่ กับ 0.38 ข้อ สอน มีค่าเฉล่ียของคะแนนทดสอบก่อนเรียน เท่ากบั
21.40 และค่าเฉล่ียหลังเรียนเท่ากับ 50.80 ซึ่ง
แตกต่างกนั อย่างมนี ยั สาคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั .05

6.4 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการ
เรียนการรู้โดยใช้ชุดการสอน โดยภาพรวมอย่ใู นระดับ
มาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.38 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
เทา่ กบั 0.29

6.5 การหาคุณภาพชุดการสอนโดยความคิดเห็น
ของครูผู้สอนที่มีต่อชุดการสอน ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่
ในระดบั เหมาะสมมาก มีค่าเฉลย่ี เท่ากบั 4.40 ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.55

7. อภิปรายผล
7.1 ผลการพัฒนาชุดการสอนวิชาการขับรถยนต์

พ บ ว่ า มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ เ ท่ า กั บ 83.58/84.67
หมายความว่า นักเรียนท้ังหมดได้คะแนนเฉลี่ยจาก
การทาใบงานและแบบทดสอบหลงั เรียนของแตล่ ะชุด
ทั้ง 11 ชุดการสอน มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ท่ีตั้งไว้
อาจเน่ืองมาจากชุดการสอนที่พัฒนาขึ้นได้ผ่าน

VE-IRJ Thai-Journal Citation Index Centre Tier #2


Click to View FlipBook Version
Previous Book
๒.๖ การใช้ภาษาและเทคโนโลยี๑
Next Book
Draft FB Layout 8