- ชอบพูดคยุ เสยี งดัง เอะอะตงึ ตงั ชอบเล่นหกคะเมนตีลงั กากับเพอื่ น
- ชอบเล่นเครอื่ งเลน่ ท่โี ลดโผน หวาดเสยี ว เช่น ชิงช้าสวรรค์ มา้ หมนุ รถไฟเหาะตีลงั กา ฯลฯ
- ชอบเรียนวชิ าพลศึกษา งานประดิษฐ์ ชอบทากิจกรรมกลางแจ้ง
- ชอบลงมือกระทาจริงมากกว่าการอา่ นค่มู อื แนะนาหรอื ดูวดิ โี อแนะนา
-ชอบคิดหรือใชค้ วามคดิ ขณะออกกาลังกาย เดนิ ว่ิง
**ผทู้ ี่มคี วามสามารถทางด้านนม้ี ีความเหมาะสมที่จะประกอบอาชพี เปน็ นกั แสดง นกั กฬี า นาฏกร นักฟอ้ นรา
นักประดษิ ฐ์ นักปั้น ช่างซอ่ มรถยนต์ ศลั ยแพทย์ เป็นตน้
5. ปญั ญาดา้ นดนตรี
ผูท้ มี่ ีปญั ญาหรือความถนัดด้านดนตรจี ะสามารถสรา้ ง
ซึมซับ และเข้าถงึ สุนทรยี ะทางดนตรี เขาจะรสู้ กึ
เปน็ ธรรมชาติทีส่ ุดเมื่อไดถ้ า่ ยทอดตัวตน ความรู้สึกนกึ คิด
ผ่านบทเพลง เสียงดนตรี หรือทว่ งทานอง ผมู้ ีปัญญาหรือ
ความถนัดด้านน้จี ะ ไวตอ่ เสียงท่ีอยรู่ อบตัว เชน่ เสียง
กระดง่ิ หยดนา้ สามารถแยกแยะเสยี งจดจาจังหวะทานอง
และโครงสรา้ งทางดนตรไี ด้ดี ทาใหม้ ที ักษะในการรอ้ งเพลง
ผวิ ปาก ฮมั เพลง เคาะจงั หวะ และเล่นเครอ่ื งดนตรี
- ชอบร้องราทาเพลง เล่นดนตรี
- ชอบเสียงต่าง ๆ ชอบธรรมชาติ
- แยกแยะเสียงตา่ ง ๆ ไดด้ ี รู้จกั ท่วงทานอง เรียนรู้จังหวะดนตรไี ด้ดี
- ชอบผิวปาก ฮมั เพลงเบา ๆ ขณะทางาน
- มกั จะเคาะโต๊ะ หรือขยับเท้าตามจงั หวะเม่ือฟงั เพลง
-สามารถจดจาเสียงท่ีเคยไดย้ ินแมเ้ พยี งคร้ังเดยี วหรือสองครั้งได้
-เล่นเคร่ืองดนตรไี ด้อย่างนอ้ ย 1 ชน้ิ
-มกั จะได้ยนิ เสียงเพลงจากภาพยนตรโ์ ฆษณาทางโทรทัศน์หรือวิทยุก้องอยใู่ นหูตลอดเวลา
**ผู้ทีม่ คี วามสามารถทางดา้ นนม้ี ีความเหมาะสมทจี่ ะประกอบอาชพี เปน็ นกั ดนตรี นกั แตง่ เพลง
นกั วิจารณด์ นตรี เปน็ ตน้
6. ปัญญาดา้ นสงั คมและปฎสิ มั พันธ์
ผู้มีปัญญาหรือความถนัดดา้ นนจี้ ะสามารถสร้าง
ความสัมพันธ์และเขา้ ใจผูอ้ ่นื มที ักษะในการเขา้ ใจถงึ
อารมณ์ ความรู้สกึ แรงบนั ดาลใจ และแรงกระตนุ้ ของ
ผคู้ น สามารถมองสง่ิ ต่างๆ ดว้ ยมมุ มองคนอน่ื ๆ รอบตวั
เพ่ือให้เขา้ ใจวา่ คนผนู้ นั้ นกึ คดิ หรอื รู้สกึ อยา่ งไร รับฟัง
และเข้าใจผู้อนื่ มคี วามเหน็ อกเหน็ ใจ มคี วามร้สู กึ ร่วม
และใหค้ าปรึกษาได้ สือ่ สารและทางานร่วมกับผู้อน่ื ไดด้ มี ี
ความสามารถในการโน้มนา้ วไปจนถึงเปน็ แรงบันดาลใจใหก้ ับผู้คน เป็นนกั จัดการความขัดแย้งและประสานความ
ร่วมมือ โดยใช้ท้งั ภาษาพูดและภาษากาย
-ชอบมเี พ่ือน ชอบพบปะผู้คนร่วมสังสรรคก์ บั ผู้อนื่
-ชอบเปน็ ผู้นา หรือมีสว่ นรว่ มในกลุ่ม
-ชอบแสดงออกให้ผู้อื่นทาตาม ช่วยเหลือผอู้ ่ืน ทางานหรอื ประสานงานกบั ผูอ้ ่ืนได้ดี
-ชอบพดู ชกั จูงให้ผอู้ ่ืนทามากกวา่ จะลงมอื ทาดว้ ยตนเอง
-เขา้ ใจผูอ้ ่นื ได้ดี สามารถอา่ นกริ ยิ าทา่ ทางของผูอ้ ่ืนได้
-มักจะมีเพอื่ นสนิทหลายคน
-ชอบสังคม อยรู่ ่วมกับผ้อู ่ืนมากกวา่ จะอย่คู นเดยี วทีบ่ ้านในวนั หยดุ
**ผทู้ มี่ คี วามสามารถทางดา้ นนม้ี คี วามเหมาะสมทีจ่ ะประกอบอาชพี เปน็ นักบรหิ าร ผู้จดั การ นกั ธรุ กจิ
นักจติ วทิ ยา นักการตลาด นกั ประชาสมั พันธ์ ครู - อาจารย์ เปน็ ต้น
7. ปัญญาดา้ นการรบั รแู้ ละเข้าใจตนเอง
ผู้ทีม่ ีปญั ญาหรอื ความถนัดด้านน้โี ดดเด่น จะมีความสามารถ
ในการรูจ้ ัก ตระหนกั รู้ และเท่าทันตนเอง มองภาพตนเองตาม
ความเป็นจรงิ เข้าใจจดุ แขง็ และจุดอ่อนของตนชัดเจนวา่ ตนชอบ
หรอื ไม่ชอบอะไร วิเคราะหแ์ บบแผนการคิดของตนเองเข้าใจ
บทบาทหนา้ ที่ของตนและสัมพนั ธภาพกับผ้อู ่นื มีความเขา้ ใจ
อารมณค์ วามรสู้ ึกและแรงจูงใจของตนเองอย่างลึกซง้ึ เชื่อมัน่ ใน
ความสามารถของตัวเองและมีแรงจงู ใจท่จี ะไปให้ถงึ เป้าหมายและความใฝฝ่ ัน ควบคมุ การแสดงออกอย่าง
เหมาะสมตามกาลเทศะ
- ชอบอยู่ตามลาพังคนเดียวเงียบ ๆ คดิ ถงึ เรอ่ื งราวเกยี่ วกับตนเอง
- ตดิ ตามส่ิงทต่ี นเองสนใจเปน็ พเิ ศษ มีแรงจงู ใจสงู
- มอี สิ ระในความคดิ ร้ตู ัวว่าทาอะไร และพฒั นาความรูส้ กึ นึกคิดอยู่เสมอ
- ชอบใช้เวลาว่างในวนั หยุดอยู่คนเดียวมากกว่าที่จะออกไปในทม่ี ีคนมาก ๆ
-เขา้ ใจตนเอง หมกมุ่นอยูก่ บั ความร้สู ึก ความคิดและการแสดงออกของตวั เอง
-ชอบทาอะไรด้วยตนเองมากกวา่ ท่จี ะคอยใหค้ นอ่ืนชว่ ยเหลือ
**ผทู้ มี่ ีความสามารถทางดา้ นนม้ี ีความเหมาะสมทจี่ ะประกอบอาชพี อิสระ เปน็ เจ้าของกจิ การ เป็นนายจ้าง
ของตวั เอง นกั คิด นักเขียน นักบวช นกั ปรชั ญา นักจิตวิทยา ครู – อาจารย์ เปน็ ตน้
8. ปญั ญาดา้ นธรรมชาตวิ ทิ ยา (Naturalist Intelligence)
ปญั ญาด้านธรรมชาตวิ ิทยา ผ้มู ปี ัญญาหรือความถนดั ด้านนี้
จะสนใจสิ่งมีชีวติ และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เข้าใจกฎเกณฑ์
ปรากฏการณ์ การเปล่ยี นแปลงในธรรมชาติ และปรบั ตวั เขา้ กับ
ส่งิ แวดล้อมไดด้ ี สามารถสงั เกตและคาดการณ์ความเป็นไปของ
ธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม สามารถจัดจาแนกแยกแยะประเภท
ของสงิ่ มีชวี ติ ทั้งพืชและสตั ว์ มีทกั ษะในการจัดระบบคดิ ภายใน
ตัวเองแสดงความรสู้ กึ เห็นอกเห็นใจและเข้าใจธรรมชาติรอบตัว
แยกแยะความเปน็ จริงทั้งลกั ษณะรว่ มและแตกต่างของสง่ิ รอบตวั
จดจารายละเอยี ดสนุกกบั การแจกแจง และจดั ระบบสิ่งตา่ งๆ รอบตัว
- ชอบสัตว์ ชอบเล้ียงสตั ว์
- สนใจสง่ิ แวดล้อม ธรรมชาตริ อบตัว
- สนใจความเป็นไปในสงั คมรอบตัว ชอบศกึ ษาเรื่องราวของมนุษย์ การดารงชวี ติ จติ วิทยา
- คดิ ถึงการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาอยา่ งยงั่ ยนื เพอ่ื สง่ิ แวดล้อม
- เข้าใจธรรมชาติของพืชและสัตวไ์ ดเ้ ปน็ อย่างดี รู้จักชือ่ ตน้ ไม้ ดอกไมห้ ลายชนิด
- ไวต่อความรู้สึก การเปลยี่ นแปลงของดิน ฟ้า อากาศ
- สามารถปรับตวั เข้ากบั สงิ่ แวดล้อมได้ดี
- มคี วามรู้เร่ืองดวงดาว จักรวาล สนใจวิวฒั นาการของสงิ่ มชี ีวิต
**ผทู้ ม่ี ีความสามารถทางดา้ นนีม้ ีความเหมาะสมท่ีจะประกอบอาชีพนักวิทยาศาสตร์ นักสารวจ นกั อนรุ ักษธ์ รรมชาติ
นักส่ิงแวดลอ้ ม ทาฟารม์ เลี้ยงสตั ว์ เกษตรกร เป็นตน้
คน้ พบอาชีพ
จะพบอาชพี ที่ใช่ กต็ ่อเมื่อเราค้นพบตวั เราเองไดช้ ัดเจนทสี่ ุด สารวจอาชพี ท่ีเหมาะพอดีกับปัญญาและ
ความสามารถเฉพาะตวั ในแบบของเรา สูเ่ ส้นทางแต่ละสาขาอาชพี ทีเ่ หมาะสม อะไรคือแรงบนั ดาลใจ และความทา้
ทาย รวมถึงคุณสมบตั ิสาคัญทีต่ ้องมี และรางวลั สงู สดุ ของการไดอ้ ยูใ่ นอาชีพที่เรารกั …สู้ๆนะคะทุกคน
1. นกั เรียนมพี หุปัญญาในดา้ นใดท่ีโดดเดน่ มากท่สี ดุ .............................................
2. นกั เรยี นอธิบายถงึ พหปุ ัญญาดา้ นตา่ งๆของนกั เรียน ตามความเปน็ จริง
3. นักเรยี นอธบิ ายถงึ อาชพี ทตี่ นเองที่ใฝฝ่ นั โดยพฒั นาจากพหุปญั ญาทม่ี ีในตนเอง
................................................................................................................................
................................................................................................................................
................................................................................................................................
................................................................................................................................
บันทึกหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชื่อ) ………..............………….................….…….. ผ้สู อน
(นางสาวจฬุ าลักษณ์ วงศ์คาจนั ทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้ที่หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมนิ ผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกับหลักสูตร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศักดิ์ บุญพมุ่ )
หัวหน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
มีกิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผ้เู รียนเป็นสาคญั
มีการใช้สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พสิ ยั ทกั ษะพิสัย
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพื่อนาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธพิ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3
รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว รหัสวชิ า ก23902 กลุ่ม กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรอื่ ง การรูจ้ กั เขา้ ใจ รกั และเห็นคณุ คา่ ในตนเองและผู้อืน่ เวลา 6 ชว่ั โมง
เร่ือง การวเิ คราะห์บคุ ลกิ ภาพของตนเอง เวลา 1 ชวั่ โมง
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 2/2564
ครผู ้สู อน นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศ์คาจนั ทร์ โรงเรียนหนองบวั พิทยาคาร
..............................................................................................................................................................................
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- ผ้เู รยี นรู้จกั เข้าใจ เห็นคุณค่าในตนเอง และพฒั นาตนเองได้เตม็ ตามศักยภาพ
2. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- มีวนิ ยั - ใฝ่เรียนรู้
3. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการคิด
4. สาระสาคญั
- ผู้เรียนร้จู กั และเข้าใจตนเอง เห็นคณุ คา่ ของตนเองและผูอ้ น่ื พัฒนาตนเองอยา่ งต่อเนื่อง และ
สามารถใช้ชีวิตอยู่รว่ มกับผูอ้ นื่ ในสังคมได้อยา่ งมคี วามสขุ
5. สาระการเรยี นรู้
- ผเู้ รียนสามารถวเิ คราะห์บุคลกิ ภาพของตนเองได้
6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นา
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาถึงลักษณะต่างๆของบุคคลที่มีชื่อเสียงท่ีตนเองรู้จัก เช่น นักกีฬา
ดารา นักร้อง นักการเมือง ฯลฯ พร้อมให้นักเรียนยกตัวอย่างที่ตนเองสังเกตได้ เช่น ลักษณะสีผิว ส่วนสูง
น้าหนัก รูปร่างหน้าตา ความสามารถ อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด จุดเด่น ข้อจากัด ความสามารถพเิ ศษ สถานะ
ทางสังคม ฯลฯ
ขั้นสอน
2. ครูอธิบายรายละเอียด เร่ือง การรู้จักตนเอง พร้อมยกตัวอย่าง Case study ประกอบ เพ่ือให้
นกั เรยี นเห็นภาพและเกดิ แรงบนั ดาลใจ
3. ครูให้นักเรียนทาใบงาน เรื่อง รู้จักตนเอง 360 องศา โดยกระตุ้นให้นักเรยี นสารวจและวิเคราะห์
ถึงลักษณะความเปน็ ตวั เองในทกุ ๆเรอื่ ง และวางแผนพฒั นาตนเองในอนาคต
4. ครูให้นกั เรยี นจับคู่ และแลกเปลีย่ นมุมมองการวิเคราะหล์ ักษณะความเป็นตัวเองของเพือ่ นตนเอง
จบั คู่มาโดยสังเขป
5. ครูใหก้ ารบ้าน โดยให้ผปู้ กครองรว่ มวิเคราะหถ์ งึ ลักษณะความเปน็ ตวั เองของนักเรยี นมาโดยสังเขป
ขัน้ สรุป
6. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปและอภิปราย เรือ่ ง การรจู้ กั ตนเอง พรอ้ มท้ังแนะแนวทางสู่กนั พฒั นา
ตนเองไปสเู่ ปาู หมายในอนาคต
7. ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้
- ใบความรู้ เรอื่ ง การรู้จักตนเอง
8. ชิน้ งานและภาระงาน
- ใบงาน เรือ่ งรูจ้ กั ตนเอง 360 องศา
9. การวัดและการประเมนิ ผล
รายการประเมนิ วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมือท่ใี ช้ เกณฑ์การ
- ใบงาน เรอื่ ง รู้จักตนเอง 360 ประเมิน
ด้านความรู้ นักเรยี นร้จู กั เขา้ ใจ - การตรวจ องศา - ผา่ นเกณฑ์ใน
เหน็ คณุ ค่าในตนเอง และพฒั นา ใบงาน - แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดบั ดีขน้ึ ไป
ตนเองได้ เตม็ ตามศักยภาพ
- แบบประเมนิ สมรรถนะสาคัญ - ผา่ นเกณฑ์ใน
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ นกั เรยี นสามารถ - การสังเกต ระดับดขี นึ้ ไป
1) ใฝ่เรยี นรู้
2) มงุ่ มั่นในการทางาน ผ่านเกณฑใ์ น
ระดบั ดขี ้ึนไป
ดา้ นสมรรถนะสาคญั นกั เรียนมี - การสงั เกต
1) ความสามารถในการคิด
บันทึกหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชือ่ ) ………..............………….................….…….. ผสู้ อน
(นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศ์คาจนั ทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลกั วิชาการ
มีกิจกรรมการเรยี นรเู้ น้นผูเ้ รียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรทู้ ่ีหลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้วธิ ีการท่ีหลากหลาย
แผนการจัดการเรียนร้นู าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผู้เรียนและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศกั ดิ์ บุญพุ่ม )
หวั หน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหัวหน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
มกี จิ กรรมการเรียนรูเ้ นน้ ผูเ้ รียนเป็นสาคญั
มกี ารใช้ส่ือและแหล่งเรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พิสยั ทักษะพิสยั
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
ใช้จดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
โสคราติส นักปราชญ์ชาวกรีก เป็นบุคคลแรกท่มี องเหน็ คุณค่าและความสาคญั ของการรจู้ ักตนเอง
โดยไดก้ ลา่ ววา่ จงรจู้ กั ตนเอง (Know yourself) และวา่ ชีวติ ทไ่ี ม่รู้จักตนเอง เป็นชวี ิตทไ่ี มม่ ีคา่ ชีวติ ของบคุ คล
น้ันจะเปน็ ชวี ิตทม่ี คี ณุ ค่าหรอื ไมน่ นั้ อยู่ทีก่ ารทบ่ี ุคคลนน้ั ร้จู กั หรือ สารวจตนเอง หรอื ตระหนักรวู้ ่า ชวี ติ คอื อะไร
กาลงั ทาอะไรอยู่และมีชวี ิตอยเู่ พื่ออะไร
มอญเตญ ชาวฝร่งั เศส กล่าววา่ การรจู้ กั ตัวตนในที่รปู แบบการดาเนินชวี ติ วา่ จะต้องมี ศึกษาและทา
ความเขา้ ใจตนเองทุกๆ ด้าน
1. ยอมรบั ตนเอง หลังจากท่ไี ดร้ ู้จกั ตนเองในทกุ สว่ น ควรทจี่ ะยอมรบั ตนเองท้ังในส่วนดี และสว่ นไมด่ ี
เพื่อที่จะได้ปรบั ปรงุ ตนเองตอ่ ไป
2. จงยอมรับและเขา้ ใจผู้อื่นท่เี กิดจากการศึกษาตนเอง เพราะผลท่ไี ด้จากการท่ีเราเข้าใจ ตนเองจะ
ช่วยให้เรายอมรับและเขา้ ใจผอู้ ่นื ไดด้ ี
3. จงใชช้ วี ติ ให้มคี วามสุข โดยให้สอดคลอ้ งกบั ธรรมชาติของตนเอง
อัตมโนทัศน์ (Self - concept)
อัตมโนทัศน์ แยกออกเป็น อัตตะ (ตัวตน) มโน (จิต, ความคิด) ทัศนะ (ความคิดเห็น) เม่ือ รวมกันก็
หมายถึง ความคิดเหน็ เกีย่ วกบั ตัวตน ซงึ่ ถา้ ถามแต่ละคนว่ามคี วามคิดเหน็ เก่ยี วกับตวั ตน ของเขาอย่างไร ก็จะมี
คาตอบได้มากมาย แบง่ ได้ 2 ลักษณะ
1. การมีจินตนาการเดียวกับตนเอง (Self - Image) บุคคลจะมีความคิดเกี่ยวกับตนได้ทั้งด้านดี
มองตนเองมีคณุ คา่ มีศักดิ์ศรี หรอื ดา้ นเลว มองตวั เองํตา่ ต้อย ไร้ศกั ดิ์ศรี โดยอาศัยประสบการณ์ท่ี ตนไดพ้ บเหน็
กอ่ น จินตนาการท่บี ุคคลสร้างข้ึนมานนั้ จะสร้างจากทางรา่ งกายก่อนแลว้ มาเปน็ ทางด้านสตปิ ัญญา จติ ใจ และ
สงั คม เปน็ ลาดับมา
2. การมองเห็นคุณค่าของตนเอง (Self - Esteem) การมองเห็นคุณค่าในตัวเองว่ามนษุ เป็นสัตว์
ประเสริฐ มสี ติปัญญากวา่ สัตว์อนื่ ๆ ตนเองก็เปน็ มนษุ ยเ์ ช่นเดียวกันก็จะสามารถเรียนรูไ้ ด้ สามารถคดิ สามารถ
ทา สามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้ สามารถติดต่อกับบุคคลอื่นได้ ทาอะไร ได้เหมือนกับบุคคลอื่นๆ ผู้ที่คิด
ได้ดังกล่าวจะทาให้เกดิ ความเช่ือมั่นในตนเอง และจะทาให้ประสบ ความสาเร็จในชีวิต ท้ังในการดารงชวี ติ อยู่
และในการทางาน
ลกั ษณะของตนทีม่ องเหน็ คุณค่าของตนเอง
พูด ทา คิด เชิงบวก รู้จักตนเองและผู้อื่นเชิงบวก มีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลอื่น มีความ เชื่อม่ันใน
ตนเองเพม่ิ ขึน้ มีความสมั ฤทธิ์สูง
ควรรจู้ ักตนเองในด้านใดบ้าง
1. ฐานะทางเศรษฐกจิ ร้จู ักการใชจ้ ่ายเหมาะสมกบั ฐานะเศรษฐกิจของตน
2. ความสามารถแห่งสมองและบุคลิกภาพ การเลือกทาอะไรที่เหมาะกับความสามารถทาง สมอง
และบุคลกิ ภาพของตนเอง
3. ความรตู้ ้องแสวงหาความรูอ้ ยู่เสมอ โดยเฉพาะสาขาหรืองานที่ตนเองทาอยู่
4. ความสามารถทวั่ ๆไป และความสามารถพเิ ศษ ต้องร้วู ่าตนเองขาดความสามารถอะไร จะต้องเป็น
คนรกู้ วา้ ง รูไ้ กล ทันต่อเหตกุ ารณ์
5. ความสนใจและนิสยั สนใจในงานที่ทาอย่างสม่าเสมอ และฝกึ จนเป็นนิสยั
6. สุขภาพกายและศักยภาพทางกาย
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4
รายวิชา กิจกรรมแนะแนว รหสั วชิ า ก23902 กลมุ่ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ือง การรู้จัก เขา้ ใจ รัก และเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผอู้ ืน่ เวลา 6 ชั่วโมง
เรอื่ ง Stop Bullying หยดุ การกลน่ั แกล้ง ยตุ ิความรุนแรงในโรงเรยี น เวลา 1 ชั่วโมง
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2/2564
ครผู ูส้ อน นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศ์คาจันทร์ โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร
...................................................................................................................................................................................................
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ผู้เรียนรจู้ ัก เข้าใจ เหน็ คุณค่าของผูอ้ ่ืน และปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อนื่ อยา่ งเหมาะสม
2. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- มีวนิ ยั
- ใฝเ่ รยี นรู้
3. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการคดิ
4. สาระสาคญั
- ผเู้ รียนรูจ้ กั และเข้าใจตนเอง เห็นคณุ ค่าของตนเองและผู้อ่นื พัฒนาตนเองอย่างตอ่ เนื่อง และ
สามารถใชช้ วี ิตอยู่รว่ มกับผอู้ ่นื ในสงั คมได้อย่างมีความสุข
5. สาระการเรียนรู้
- ผู้เรยี นรแู้ ละเขา้ ใจถึงผลกระทบจากพฤตกิ รรมการ Bully และมีแนวทางในการแกไ้ ข ยตุ กิ ารกลนั่
แกล้งเพื่อน การใชค้ วามรนุ แรงในโรงเรียน
6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ นา
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสนทนาถึงสภาพปัญหาท่ีเกดิ ขึ้นกับวยั รนุ่ ในปจั จบุ นั โดยเร่ิมจากปญั หาใกล้
ตวั คือการกล่ันแกลง้ กนั ในรูปแบบตา่ งๆ จนนาไปสู่ผลกระทบกับตนเอง ครอบครัว และสังคม
ขัน้ สอน
2. ครูถามนกั เรียนถงึ การบูลลี่ เพอ่ื ทดสอบความรู้ความเข้าใจของนกั เรยี นในภาพรวม
3. ครูให้นักเรยี นศกึ ษาใบความรู้ เรือ่ ง Stop Bullying หยดุ การกล่นั แกลง้ ยตุ ิความรนุ แรงในสังคม
และดูวดิ ีทัศน์ เรอื่ ง ผลกระทบของการบลู ลี่ เพิม่ เตมิ เพื่อให้เกดิ ความเข้าใจมากย่ิงขึ้น
4. ครูสอบถามความเข้าใจเร่ือง “การบูลลี่-Bully” หรอื การกลัน่ แกลง้ กนั ในรูปแบบต่างๆ อาทิ
การกลนั่ แกลง้ กนั ทางโซเชยี ล , คาพูด , รา่ งกาย , สังคม เพอ่ื ทดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น พรอ้ มอธบิ าย
ให้ความรู้เพมิ่ เตมิ เพอ่ื ความเข้าใจท่ถี กู ต้อง
5. นักเรียนแบ่งกลมุ่ 4 – 6 คน เพ่อื ถอดบทเรียน“การบูลล่ี-Bully” และ ทากิจกรรมกล่มุ
เรอ่ื ง รวมไอเดยี ลดการบูลล่ี กล่ันแกลง้ กัน
พร้อมนาเสนอหนา้ ช้นั เรยี น
ขั้นสรปุ
6. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุปและอภิปรายผล เพื่อรณรงค์ยุตกิ ารบลู ลี่ในโรงเรียน สังคม และ
ประเทศชาติ
7. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
- ใบความรู้ เรอ่ื ง Stop Bullying หยุดการกลนั่ แกลง้ ยตุ ิความรุนแรงในสังคม
- วิดที ัศน์ เร่อื ง ผลกระทบของการบูลลี่
8. ช้ินงานและภาระงาน
- งานกลุม่ ถอดบทเรียน “การบูลลี่-Bully”
- กิจกรรมกลมุ่ เรื่อง รวมไอเดีย ลดการบลู ล่ี กลั่นแกลง้ กนั
9. การวัดและการประเมินผล
รายการประเมิน วธิ ีการวดั ผล เครื่องมอื ท่ีใช้ เกณฑ์การประเมนิ
ด้านความรู้ นกั เรียนร้จู ัก เขา้ ใจ เห็น - การร่วม - งานกลุ่ม ถอดบทเรียน - ผา่ นเกณฑ์ในระดบั ดี
คณุ ค่าในตนเอง และพัฒนาตนเองได้ กจิ กรรมกลมุ่ “การบูลล่ี-Bully” รวมไอ ข้ึนไป
เต็มตามศักยภาพ
เดีย ลดการบูลลี่ กลัน่
แกล้งกัน
ดา้ นคุณลักษณะ นกั เรยี นสามารถ - การสังเกต - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ผา่ นเกณฑ์ในระดบั ดี
1) ใฝ่เรยี นรู้ - การสังเกต
2) มงุ่ มน่ั ในการทางาน การเรยี นรู้ ขนึ้ ไป
ด้านสมรรถนะสาคัญ นักเรยี นมี - แบบประเมินสมรรถนะ ผา่ นเกณฑ์ในระดับดี
1) ความสามารถในการคิด สาคัญ ขน้ึ ไป
บันทึกหลังแผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชือ่ ) ………..............………….................….…….. ผ้สู อน
(นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศค์ าจันทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้ที่หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมนิ ผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกับหลักสูตร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศักดิ์ บุญพมุ่ )
หัวหน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
มีกิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผ้เู รียนเป็นสาคญั
มีการใช้สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พสิ ยั ทกั ษะพิสัย
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพื่อนาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธพิ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
Stop Bullying
หยดุ การกลนั่ แกล้ง ยตุ ิความรุนแรงในสังคม
Bullying ปัญหาทสี่ ่งผลกระทบ ทางลบ ทง้ั กบั ผูท้ กี่ ระทา และ ผ้ถู กู กระทา
การกลนั่ แกลง้ กันไม่ใชเ่ ร่ืองล้อเล่นอกี ตอ่ ไป แต่เปน็ ภยั ร้ายทีใ่ กลต้ ัวเราและเป็นอนั ตราย
มากกว่าที่คาดคดิ
ปัญหาการกล่นั แกล้งของคนในสงั คม ไมว่ ่าจะเกดิ ข้นึ ในกลุ่มเพื่อน สังคมท่ีทางาน หรือบน
โลกออนไลนม์ ีเกิดขน้ึ ทกุ วันและเป็นปญั หาทก่ี าลังไดร้ ับความสนใจเป็นอย่างมาก หลายคนอาจมอง
วา่ การกลนั่ แกล้งเปน็ เรื่องธรรมดา เปน็ เรอื่ งสนกุ สนานกนั ในกลมุ่ เพ่ือน แต่ปัจจบุ นั ปญั หานไ้ี ดส้ ง่ ผล
กระทบทางลบทั้งกับผู้ทีก่ ระทาและผูถ้ ูกกระทา การกลั่นแกลง้ กนั ไมใ่ ชเ่ รื่องล้อเลน่ อกี ตอ่ ไป แต่เปน็
ภยั รา้ ยท่ใี กลต้ ัวเราและเป็นอันตรายมากกวา่ ที่คาดคดิ
การกล่นั แกล้ง (Bullying) หมายถงึ พฤติกรรมทไ่ี มเ่ ป็นทยี่ อมรับในสังคม
โดยพฤติกรรมนั้นเป็นความต้ังใจกระทาใหผ้ ู้อ่นื ไดร้ บั ความทกุ ข์ความเจ็บปวด เพือ่ ใหต้ นเองรสู้ กึ
มอี านาจ หรือมพี ลงั เหนือกวา่ ผอู้ น่ื อกี ท้ังการกระทาดังกล่าวจะเกิดขน้ึ ซา้ ๆ อย่างต่อเนอ่ื งและมี
ระยะเวลายาวนาน
ปจั จุบนั ระดบั ความรุนแรงของพฤตกิ รรมการกลั่นแกล้งได้ทวีคณู มากขนึ้ กวา่ ในอดีต
จากขอ้ มลู กรมสุขภาพจิตซ่ึงเผยแพร่เม่ือต้นทีแ่ ล้ว ระบวุ า่ มเี ด็กนกั เรยี นโดนกลนั่ แกลง้ ในโรงเรียน
ถึง 600,000 คน เมอื่ คดิ เป็นอัตราส่วนแลว้ เท่ากบั ประมาณ 40% ถอื เปน็ อันดับ 2 ของโลก
รองจากประเทศญ่ปี ่นุ นอกจากระดับความรุนแรงท่เี พม่ิ ขึน้ แล้ววิธกี ารกลนั่ แกล้งก็เปล่ยี นไปจากใน
อดีตทเ่ี คยใช้ เช่น การล้อเลียนชอื่ พ่อแม่ การเรยี กช่อื สมมตหิ รือปมดอ้ ยของเพื่อน การไม่ใหเ้ ขา้ ร่วม
กล่มุ เล่นหรือทากจิ กรรม และการตบหัวหรอื การชกต่อยเบาๆ พฤติกรรมดังกล่าวเหล่านเ้ี ป็นวธิ ี
ด้งั เดมิ ท่ีใช้ในการกลั่นแกลง้ แต่สาหรบั ในปัจจบุ ัน สื่อ (Media) และเทคโนโลยี (Technology)
มีบทบาทสาคัญและเกีย่ วข้องกับพฤตกิ รรมการกลั่นแกล้งของคนในยุคปัจจบุ นั
สาหรบั ในประเทศไทย พบวา่ กลมุ่ เยาวชนมากกว่าร้อยละ 50 มีพฤตกิ รรมกลั่นแกล้งผ่าน
โลกไซเบอร์และคุกคามผอู้ ่ืนผา่ นสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์
วธิ กี ารรับมอื เมอื่ ถกู Bully เร่มิ จากการเปลี่ยนทัศนคติของตวั เอง เราไม่ใช้ผ้แู พ้ เราไมใ่ ชค่ น
อ่อนแอ และเราไมไ่ ด้ทาอะไรผดิ การโดนแกล้งส่วนมากเหย่อื มกั จะโดนซา้ ๆ ไม่ไดโ้ ดนเพียงแคค่ รงั้
เดียวแน่นอน แลว้ เราจะทาอย่างไรเพ่ือหยดุ การกระทาเหล่านั้น
วางแผน บอกกับตัวเองวา่ จะเข้มแข็งและลุกขน้ึ สู้
เข้าไปพูดกันด้วยเหตผุ ล ว่าเพราะอะไรถึงทากับเราแบบน้ี บอกเค้าไปว่าเราไมช่ อบ
รายงานผู้ใหญ่แบบลบั ๆ อย่ากลัวทีจ่ ะขอความชว่ ยเหลือ
แสดงความกล้าหาญอาจจะใช้คาพูดส้นั ๆ เช่น หยุดนะ!, จะฟ้องครนู ะ!, มันไมเ่ ท่เลยนะ!
การท่ีผู้ยืนมือเข้ามาช่วยในกรณที ีเ่ ดก็ แกลง้ กนั ตอ้ งใช้ความละมนุ ละม่อมและจิตวทิ ยาที่สงู มาก
เพราะเร่อื งเหลา่ นี้จะส่งผลตอ่ ทศั นคตขิ องเด็กในอนาคต แน่นอนถา้ เราเปล่ียนทถ่ี กู แกล้งให้เขม้ เข็ม
ขน้ึ มาได้ และเปลี่ยนเด็กท่แี กล้งคนอ่นื ให้หยดุ การกระทาเหล่าน้นั ลง จะทาให้เดก็ ไดเ้ รียนรู้จากการ
กระทาเหลา่ น้ี และเติบโตเป็นผใู้ หญ่ท่ีดีขน้ึ มาได้
“ไมต่ ีตราวา่ เด็กเป็น เหย่อื รับฟงั และคอยถามไถด่ ว้ ยความจรงิ ใจ”
กรณีที่ลกู เปน็ ฝา่ ยถกู แกล้ง : ใหช้ ่วยวางแผนและคอยสนับสนุนเคา้ คอยถามความคบื หน้าเรื่อยๆ
กรณที ี่ลูกเปน็ ฝา่ ยไปแกล้งผู้อน่ื : บอกลกู วา่ สิ่งท่ที าอยู่ไมใ่ ช่เรื่องทถ่ี ูกต้อง เราควรเหน็ อกเห็นใจ
ผู้อนื่ ไม่กลัน่ แกลง้ ใคร ตัวเราเองก็ไม่สบายใจที่เค้าทาเร่ืองแบบน้ี ให้หยุดพฤติกรรมเหล่าน้ซี ะ และ
ไม่ว่ายังไง เราจะยังอยขู่ า้ งเค้าเสมอ
ขน้ั ตอนท่ีผู้ใหญค่ วรทาเมอื่ เดก็ ถูก Bully
รับฟงั > เรียนรู้ไปพอ้ มกนั > สอนให้เตบิ โต > เปลี่ยนแปลง > อยู่ดว้ ยกันอย่างเข้าใจ
JUST KIDDING แค่ล้อเลน่
ประโยคสนุกๆ ท่คี นฟงั อาจไมส่ นกุ ดว้ ย
สาหรบั ครู
ควรทา
อย่างไร....
เนน้ feedback ท่ีทาให้เดก็ สมั ผสั ได้ว่า เราอา่ นของเขาทุกบรรทัด และรสู้ ึกตามไปกับเขา สื่อสารกับ
เขาด้วยความจริงใจแบบรายบคุ คล ไมใ่ ช่เปน็ การตอบแบบรวมๆ
หลายคร้งั การท่เี ดก็ คนหนงึ่ ถกู Bully หรอื เป็นผู้ Bully คนอนื่ กเ็ กดิ มาจากความรู้สกึ ที่พวกเขาขาด
ความนับถือในตนเอง (Low self-esteem) ไมร่ ูส้ ึกมตี ัวตนในทีๆ่ ตัวเองอยู่ “ครู” สามารถช่วยพวกเขาไดโ้ ดย
การออกแบบกิจกรรมง่ายๆ เช่น การชวนคดิ ชวนคุยเกย่ี วกับเรื่องราวของบุคคลทีเ่ ป็นแรงบันดาลใจต่างๆใน
สังคม ท้งั ในและต่างประเทศ ให้เห็นถงึ ที่มา ท่ไี ป วธิ ีคิดของคนเหลา่ น้นั ผา่ นการรว่ มคดิ ร่วมคุยกนั จากนั้นกใ็ ห้
โจทย์คาถามเกี่ยวกบั ชีวิต ความฝนั ความต้งั ใจ ของพวกเขา เช่น “งานอดิเรก และความชอบของพวกเขาใน
ปัจจบุ ัน มีอะไรบ้าง ลองเลา่ ให้ครฟู งั หนอ่ ย” และเมอื่ พวกเขาส่งมา ครกู ็ทาหนา้ ที่ feedback พวกเขาใน
รูปแบบเสรมิ พลัง (empower) แบบรายบุคคล เพ่ือให้พวกเขาไดส้ ัมผัสถึงความมตี ัวตน ในสายตาของครู แบบ
ทีเ่ ขาคอื เขา ไม่ใชเ่ พียงนกั เรยี นคนหน่งึ ในช้นั เรียน
PERMA
ใหค้ ิด...
สรา้ งความตระหนัก….
**Stop Bullying
Bullying คือ
ประเภทของการกลน่ั แกล้ง
ผลกระทบทเี่ กิดข้ึน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 5
รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว รหัสวิชา ก23902 กลุ่ม กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่อื ง การรจู้ ัก เข้าใจ รัก และเห็นคุณคา่ ในตนเองและผ้อู นื่ เวลา 6 ช่วั โมง
เร่ือง การสร้างสมั พันธภาพที่ดี เวลา 1 ช่วั โมง
ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2/2564
ครูผู้สอน นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศ์คาจันทร์ โรงเรียนหนองบวั พทิ ยาคาร
.......................................................................................................................................................................................... .........
1. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- ผู้เรียนร้จู ัก เขา้ ใจ เหน็ คุณค่าของผูอ้ ่ืน และปฏิบตั ิตนต่อผ้อู ่นื อยา่ งเหมาะสม
2. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
- มวี นิ ยั
- ใฝเ่ รียนรู้
3. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
- ความสามารถในการคดิ
4. สาระสาคญั
ผเู้ รยี นร้จู ักและเข้าใจตนเอง เห็นคุณค่าของตนเองและผอู้ ืน่ พฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนอ่ื ง และสามารถ
ใชช้ ีวติ อย่รู ่วมกับผอู้ นื่ ในสังคมได้อย่างมคี วามสขุ
5. สาระการเรยี นรู้
- ผู้เรียนสามารถสรา้ งสัมพันธภาพท่ดี ีกบั ผู้อนื่ ได้
6. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
1. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สนทนากนั ถงึ ประสบการณ์การคบเพ่อื นๆทง้ั ในอดตี และปจั จบุ ัน
2. ครูเล่าถึงประสบการณก์ ารมีเพื่อนทดี่ ใี นสมัยวัยเดก็ วัยรุน่ วัยผูใ้ หญ่ ท่ยี งั คงพึ่งพาอาศยั
คอยเก้ือหนุนซงึ่ กันและกนั อยูเ่ สมอ
ขนั้ สอน
3. ครูใหน้ ักเรียนสารวจเพื่อนรอบตวั พร้อมเลา่ ถงึ สถานการณท์ ่ไี ด้ทาความรจู้ ักกนั ครัง้ แรก
4. ครูใหน้ ักเรียนศึกษา ใบความรู้ เร่อื ง ส่ือสารดี ด้วยวธิ สี รา้ งสมั พันธภาพ พรอ้ มอธบิ ายถงึ จุดเริ่มต้น
ของการมีเพ่อื นคอื การสร้างสัมพนั ธภาพในรปู แบบต่างๆดว้ ยความจรงิ ใจ
5. ครนู าเสนอบทความเรื่องเพอื่ นและการสรา้ งสัมพนั ธภาพ ของ David W. Johnson ดังนี้
ถา้ ท่านต้องการเพ่อื น จงเป็นเพ่ือนของผอู้ น่ื
ถ้าทา่ นตอ้ งการความห่วงใย จงใหค้ วามหว่ งใยผอู้ ่นื
ถา้ ท่านตอ้ งการคาปลอบโยน จงใหค้ าปลอบโยนผู้อนื่
6. ครใู ห้นกั เรยี นทาใบงาน เรอื่ ง เครอื ข่ายมติ รภาพทดี่ ีของฉนั โดยใหน้ ักเรียนได้สารวจเพอ่ื นรอบตัว
ตงั้ แตอ่ ดตี ถึงปจั จุบัน พรอ้ มบอกถงึ วิธีการสรา้ งสัมพันธภาพของตนเองที่ทาให้เพ่อื นประทบั ใจ
ขน้ั สรุป
7. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปและอภิปรายผล ถงึ วธิ ีการสร้างสมั พนั ธภาพทดี่ ี รวมถงึ วธิ กี ารคบเพอื่ น
ทดี่ ีและการปฏบิ ัตติ นเป็นกัลยาณมิตรกับคนรอบข้างเพ่ิมเตมิ
7. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
- ใบความรู้ เรอื่ ง ส่ือสารดี ดว้ ยวิธสี ร้างสมั พันธภาพ
8. ชิ้นงานและภาระงาน
- ใบงาน เรื่อง เครือขา่ ยมิตรภาพที่ดีของฉัน
9. การวัดและการประเมินผล
รายการประเมนิ วิธีการวัดผล เครอื่ งมือท่ใี ช้ เกณฑก์ ารประเมิน
- ใบงาน เรอ่ื ง เครอื ข่าย - ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดี
ด้านความรู้ นกั เรยี นรจู้ กั เข้าใจ เหน็ - การทาใบงาน มิตรภาพทีด่ ขี องฉัน ข้นึ ไป
คณุ ค่าในตนเอง และพฒั นาตนเองได้ - แบบสังเกตพฤติกรรม - ผ่านเกณฑ์ในระดบั ดี
การเรียนรู้ ข้ึนไป
เต็มตามศักยภาพ
- แบบประเมินสมรรถนะ ผ่านเกณฑใ์ นระดับดี
ดา้ นคุณลกั ษณะ นักเรยี นสามารถ - การสังเกต สาคัญ ขน้ึ ไป
1) ใฝ่เรยี นรู้
2) มุ่งมน่ั ในการทางาน
ด้านสมรรถนะสาคัญ นกั เรียนมี - การสงั เกต
1) ความสามารถในการคิด
บันทึกหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชื่อ) ………..............………….................….…….. ผูส้ อน
(นางสาวจฬุ าลกั ษณ์ วงศ์คาจันทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้ที่หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมนิ ผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกับหลักสูตร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศักดิ์ บุญพมุ่ )
หัวหน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
มีกิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผ้เู รียนเป็นสาคญั
มีการใช้สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พสิ ยั ทกั ษะพิสัย
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพื่อนาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธพิ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
เพ่อื นมคี วามจาเป็นต่อคนเรา เพราะเราไม่สามารถอยู่
อย่างโดดเด่ยี วเพียงลาพังได้ โดยเฉพาะวยั รุ่นจะให้ความสาคญั
กับเพือ่ นเปน็ อย่างมาก การไดอ้ ยกู่ ับเพือ่ นวัยเดยี วกันจะทาให้
วยั รุ่นมีผ้ทู ค่ี อยร่วมทกุ ขร์ ว่ มสุข ปรบั ทุกข์ เพราะตา่ งกม็ ปี ัญหา
คล้ายกัน วัยร่นุ จึงมีความปรารถนาทีจ่ ะมสี ัมพนั ธภาพท่ดี ีกับ
เพื่อน เพราะจะนามาซึ่งการยอมรบั นับถือ ความสมัครสมาน
สามัคคี รว่ มมือกนั และช่วยเหลือเก้อื กูลกนั จนส่งผลถึงอนาคต
การสร้างเสริมสมั พันธภาพกบั เพ่ือนมแี นวทางในการปฏบิ ตั ิ
ดงั น้ี
1. รจู้ กั ตนเองและรจู้ ักคนอืน่ นกั เรยี นต้องมคี วามเข้าใจในความตอ้ งการตนเองและ
ของเพอ่ื น ยอมรับสภาพความเป็นจริงของตน ไม่ยดึ ถือข้อบกพร่องใดๆ ในรา่ งกายของตนเป็น
ปมด้อยจนขาดความมัน่ ใจการคบหากบั ผู้อื่น และยอมรบั ความแตกต่างในตัวเพ่ือนกับตนเอง
ไมอ่ ิจฉารษิ ยาเพอ่ื นที่มีฐานะดีกว่าหรือมคี วามสามารถมากกวา่ และไม่ยกตนขม่ ท่านหรือดถู กู
เหยียดหยามเพือ่ นทดี่ ้อยกว่าตน แตใ่ หย้ ินดีกับความสาเร็จของเพอ่ื น และคอยชว่ ยเหลือสนับสนนุ
เพ่อื นหากมีโอกาส
2. มีมนุษยสมั พนั ธท์ ด่ี ี รจู้ กั พดู รู้จกั ฟัง เรียนรู้ท่จี ะพดู เร่อื งตา่ งๆ ในจังหวะทเี่ หมาะสม
เปิดโอกาสให้เพอื่ นได้แสดงความคดิ เห็นและรับฟังความคดิ เหน็ ของเพื่อน เอาใจใส่ในตัวเพอื่ นและ
ใหค้ วามสาคญั กบั เพื่อนดว้ ยความบรสิ ทุ ธ์ใจ ตลอดจนมคี วามซ่อื สตั ย์และจริงใจต่อเพอ่ื น
3. มองโลกในแงท่ ี่เปน็ จริง ไมม่ องในแง่ดจี นเกินไป อนั อาจถูกหลอกลวงและคดโกงได้แต่ไม่
ควรมองคนในแงร่ ้ายจนเกนิ ไป เพราะจะทาให้เป็นคนใจแคบ ไมร่ ู้จกั การใหอ้ ภัย
4. มีนา้ ใจเป็นนักกฬี า ยอมรบั ผิดเมอื่ รู้วา่ ตนผิด ปฏเิ สธในส่ิงท่ตี นไมส่ ามารถทาได้ เมือ่ ให้
สัญญาอยา่ งไรไว้กบั ใครก็ตอ้ งพยายามทาตามสญั ญาน้นั ใหด้ ที ีส่ ดุ นอกจากนี้ยังต้องร้จู ักเสยี สละ
และให้อภัยแกเ่ พื่อนเมื่อเกิดข้อผดิ พลาด โดยทาความเข้าใจถึงสาเหตทุ ที่ าใหเ้ กิดข้อผิดพลาดน้ัน
และรว่ มมือกนั ปรับปรุงแก้ไขตามเหตกุ ารณ์ที่เกดิ ข้ึนตอ่ ไป
5.รูจ้ กั แนะนาและชักชวนเพ่ือนปฏบิ ตั ิกจิ กรรมที่ดีมีประโยชน์ เชน่ เลน่ กีฬา เลน่ ดนตรี
เรยี นภาษาอังกฤษ เรียนคอมพิวเตอร์ เขร้ ว่ มในกจิ กรรมพฒั นาตา่ งๆ ในชมุ ชน โดยเลอื กความ
สนใจและมีความเหมาะสมกับตนเอง จะได้เปน็ การใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์
เพื่อนที่ดี คอื คนทีเ่ ขำ้ ใจ (ไม่ใชค่ นท่ตี ำมใจ)
เพอ่ื นทีด่ ี คอื ผทู้ ี่มีความเปน็ “บัณฑิต”
ไมจ่ าเปน็ ต้องหมายถึงคนทไ่ี ปไหนมาไหนกบั เราตลอดเวลา
ไม่ไดห้ มายถงึ เฉพาะเพ่ือนที่พบปะสงั สรรค์เฮฮากับเราเปน็ ประจา
ไม่ใช่คนท่ีคอยยกยอ่ งสรรเสรญิ ใหเ้ ราร้สู ึกเลิศลอย
ในยามที่เราไดก้ ระทาส่ิงที่ไมส่ มควร หรอื เกิดความผิดพลาดในการดาเนินชีวิต
เพื่อนท่ดี มี ักจะ “ช้ใี ห้เห็นโทษและภัย” จากสง่ิ เหลา่ นั้น ช่วยชีแ้ นะหาหนทางแก้ไข
ไม่ซ้าเติม ไม่ “เพ่งโทษ” เพื่อให้ได้อายหรือเอาความผดิ และ เป็นผู้ทเ่ี ก็บรักษาความลบั
ของมิตรไดเ้ ป็นอย่างดี ในความเป็นเพ่อื นทด่ี ตี อ่ กนั น้นั
เมอื่ ใดทเี่ กิดความขัดแย้งระหวา่ งกนั เพ่อื นยอ่ มไมโ่ กรธกนั นาน และยอมใหอ้ ภัยกันไดโ้ ดย
ไมม่ เี ง่ือนไข ในชีวิตคนเราลว้ นมีเพือ่ น แต่กม็ ักเป็นเพ่อื นในแบบ “คนรู้จัก” เสียเป็นส่วน
ใหญ่ ใครโชคดไี ด้มีเพือ่ นท่ีดีไว้เปน็ กลั ยาณมิตรจึงควรรกั ษามติ รภาพไว้ใหย้ ่งั ยนื
สว่ นการจะมีเพื่อนทด่ี ีเปน็ จานวนมาก จานวนน้อย หรอื ไมม่ เี ลยนน้ั
ขึ้นอย่กู บั ตัวเราเองว่า… “เราเป็นเพ่ือนท่ดี กี ับใครหรอื เปลา่ ”
การสร้างสมั พนั ธภาพทดี่ ีในแบบฉบบั ของฉนั :
คำชี้แจง : ให้นกั เรียนระบุชอื่ เพื่อน ขอ้ มูลส่วนตัว ขอ้ ดีของเพ่อื นท่ีดขี องตนเองตำมควำมเปน็ จริง
มิตรภำพทีด่ ขี อง
ฉัน
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 6
รายวิชา กจิ กรรมแนะแนว รหัสวิชา ก23902 กลุ่ม กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 การรู้จัก เข้าใจ รกั และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อน่ื เวลา 6 ชัว่ โมง
เรือ่ ง การค้นหาและสร้าง Passion ใหก้ ับชวี ิต เวลา 1 ชั่วโมง
ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2/2564
ครผู ู้สอน นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศ์คาจนั ทร์ โรงเรียนหนองบวั พทิ ยาคาร
............................................................................................................................. ......................................................................
1. จุดประสงค์การเรียนรู้
- ผู้เรยี นสามารถคิดวเิ คราะห์ ตดั สินใจแกป้ ัญหา และวางแผนด้านการศกึ ษา
2. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- ใฝเ่ รียนรู้
- มุ่งม่ันในการทางาน
3. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
4. สาระสาคัญ
- ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ ตดั สินใจแก้ปญั หา และวางแผน ดา้ นการศกึ ษาตอ่ ด้านอาชีพใน
อนาคต และด้านการใชช้ ีวติ ได้อยา่ งเหมาะสม
5. สาระการเรียนรู้
- ผู้เรยี นสามารถคน้ หาและสร้าง Passion ให้กบั ชวี ิตของตนเองได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
6. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันนา
1. ครูใหน้ กั เรียนทบทวนตนเองถึงสิง่ ทนี่ ักเรียนชอบทา หรือวางแผนท่ีจะทาในอนาคต พรอ้ มสมุ่ ให้
ตอบคาถาม สังเกตแววตาแหง่ ความสุขและความตน่ื เตน้ ในการตอบคาถาม
ขั้นสอน
2. ครอู ธิบายวา่ หากใครมีสงิ่ เหล่านน้ั อยู่ในใจแล้ว แสดงวา่ นกั เรียนมี Passion ของตนเอง ซง่ึ แต่ละคน
อาจจะมีความเหมือน คล้าย หรอื แตกต่างกัน และ Passion อาจจะเปล่ียนแปลงไปตามสภาพสงั คมและ
กาลเวลา แต่ตอ้ งอยู่บนพน้ื ฐานความเป็นจรงิ ไมใ่ ช่สง่ิ เพอ้ ฝัน
2. ครูให้นกั เรยี นทุกคนคน้ หา Passion ของตนเอง ถงึ ความใฝ่ฝันสูงสุดในชีวิต โดยการคดิ วิเคราะห์
อา้ งองิ จากลกั ษณะความเป็นตวั เอง ความชอบ ความถนัด ความสนใจ ความสุข ความปรารถนา สิ่งแวดล้อม
รอบตวั ที่เปล่ยี นแปลงไปในยคุ ปจั จบุ นั ต่างๆ โดยใช้คาถามกระตนุ้ ใหค้ ิด และยกตัวอย่างใหเ้ กดิ ความน่าสนใจ
3. ครใู ห้นกั เรียนตอบคาถามถึงความใฝฝ่ ันของตนเอง ตามความสมัครใจ พร้อมบอกถงึ แรงบนั ดาลใจท่ี
จะช่วยผลกั ดนั ให้ความใฝฝ่ นั นั้นเปน็ จริงมากท่สี ุด โดยใชก้ ระบวนการ Active Learning แลกเปลย่ี น
ประสบการณ์ โดยการพูด การเขยี น การอภปิ รายกบั เพ่อื นๆ
4. ครใู ห้นักเรยี นศึกษาใบความรู้ เรอื่ ง การสรา้ ง Passion ส่คู วามฝันใหส้ าเรจ็
5. ครใู ห้นกั เรียนทา สมุดเลม่ เลก็ I wanna be…. คนละ 1 เลม่ เพือ่ บอกถึง Passion และความใฝ่ฝัน
สงู สดุ ของตนเอง
ขั้นสรปุ
6. ครูและนกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายแนวทางในการวางแผนและนาตนเองไปส่คู วามสาเร็จในอนาคต
7. ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้
- ใบความรู้ เรือ่ ง การสร้าง Passion สู่ความฝันให้สาเร็จ
8. ช้ินงานและภาระงาน
- สมดุ เลม่ เล็ก I wanna be….
9. การวดั และการประเมนิ ผล
รายการประเมนิ วธิ กี ารวดั ผล เครอื่ งมอื ทีใ่ ช้ เกณฑ์การ
- การตรวจ ประเมิน
ดา้ นความรู้ นกั เรยี นสามารถคดิ สมดุ เลม่ เล็ก
วิเคราะห์ ตดั สนิ ใจแกป้ ญั หา และ - การร่วมกจิ กรรม - สมุดเล่มเล็ก I wanna be…. - ผ่านเกณฑ์ใน
วางแผนดา้ นการศึกษา - การสังเกต
ดา้ นคณุ ลักษณะ นกั เรียนสามารถ - กิจกรรมการเรยี นรใู้ น ระดับดีขนึ้ ไป
1) ใฝ่เรยี นรู้ - การสงั เกต
2) มุ่งมนั่ ในการทางาน หอ้ งเรยี น
ดา้ นสมรรถนะสาคัญ นกั เรียนมี
1) ความสามารถในการคิด - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ - ผ่านเกณฑ์ใน
2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
เรยี นรู้ ระดบั ดีข้ึนไป
- แบบประเมนิ สมรรถนะ ผา่ นเกณฑใ์ น
สาคัญ ระดบั ดีขนึ้ ไป
บันทึกหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชือ่ ) ………..............………….................….…….. ผ้สู อน
(นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศค์ าจนั ทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้ที่หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมนิ ผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกับหลักสูตร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศักดิ์ บุญพมุ่ )
หัวหน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
มีกิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผ้เู รียนเป็นสาคญั
มีการใช้สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พสิ ยั ทกั ษะพิสัย
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพื่อนาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธพิ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
“ ชีวิต คอื การเรียนรู้ตัวเอง ตลอดชีวิต ทดลองและลงมือทาอย่างต่อเน่ือง …
แล้วจะพบความกับความสาเร็จในทุกช่วงชีวติ ”
Passion คอื ส่งิ ทชี่ อบ หลงใหล เปน็ ดงั่ แรงบันดาลใจ ให้นาไปสคู่ วามสุขและพฒั นาตอ่ ใหก้ ลายเปน็
ประสบความสาเรจ็ ในชวี ิต คล้ายกบั การตั้งเป้าหมาย แตม่ ีการเปลีย่ นแปลงได้ตามกาลเวลา ???
***เพราะเหตใุ ดคนส่วนใหญ่ ค้นหา Passion ไม่เจอตลอดชวี ิต
ไม่เคยคิด / ไมเ่ คยคน้ หา / ไม่เปิดใจ / ไม่เคยลองผดิ ลองถกู / ไมเ่ คยทาส่ิงใหม่ / กลวั ผิดพลาด
การสร้าง Passion ให้กบั ชีวิต ดีอยา่ งไร????
เคยรู้สกึ ว่าเราใชช้ วี ิตไปวันๆ อยา่ งไม่มีความหมายหรือเปลา่ หรอื มาเรยี นทกุ วนั ๆ แต่ร้สู กึ ตัวเองได้ว่าเรียนไปง้ันๆ แต่
Passion มนั ไม่มี การใชช้ วี ิตไปวันๆอย่างไมม่ เี ป้าหมายนั้นนา่ เปน็ ห่วงนะ เพราะวา่ มนั จะทาใหเ้ ราเสียเวลาไปกับแต่ละวัน และ
อกี อย่างมนั ไมไ่ ดช้ ว่ ยให้เราเรยี นได้ดี หรือเปา้ หมายชีวติ ชัดเจนข้ึนเลย…อารมณแ์ บบวา่ เรียนไป ใชช้ ีวิตไปวันๆ
HENRI JUNTTILA ไดเ้ ขยี นเก่ียวกับ 11 วิธีง่ายๆทช่ี ว่ ยให้เราหา Passion เจอ และ สามารถนาตัวเองสู่ความสาเร็จ?
1. Ask Your Higher Self (ถามตวั เองตอนใจสงบ)
เวลาทเ่ี รามปี ญั หาอะไรตา่ งๆหากจติ ใจเราวุ่นวายเรามกั หาคาตอบไดไ้ มด่ ีเท่าตอนท่ีเราจิตใจสงบ จติ ใจสงบน้ันกอ้ ทาได้
งา่ ยๆโดยการนงั่ สมาธิและนับลบหายใจเข้าออก การถามตัวเองเก่ียว Passion ของเรากอ้ เชน่ กัน หากเราทาจิตใจใหส้ งบแลว้
เราอาจจะได้คาตอบมากมายท่ีเราเองอาจไมเ่ คยนึกถึงมากอ่ น หากเรม่ิ ทาตอนแรกๆมันอาจจะไม่ได้ผลทันทีและหากเรา
พยายามไปเรื่อยๆแล้วเห็นผลแน่นอน
2. Listen to Your Heart (ฟังว่าหัวใจเราเองบอกอะไรเรา)
บางทีใจของเรารูเ้ กี่ยวกบั ตวั เราดีกว่าความคิดของเรา เพราะฉะนนั้ ลองถามใจตัวเองแล้วดูว่ามีสิ่งไหนบา้ งท่ีทาแลว้
เรารสู้ ึกตนื่ เต้น บางทีส่งิ ทค่ี อยหยดุ ไมใ่ หเ้ ราทาถามหัวใจนั้นมันคอื การกลวั ความลม้ เหลว แตใ่ นโลกน้ีมคี นทัว่ ไปมากมายที่
ประสบความสาเรจ็ โดยการเลือกทางาน หางาน จากในสงิ่ ทต่ี นชอบและมี Passion (เคยไดย้ ินท่ีเค้าบอกกันมัย๊ ว่า ทาอะไรแล้ว
มันจะออกมากดีหากเราทามันจาก Passion ของเรา)
3. Look into the Past ยอ้ นกลบั ไปดใู นอดตี
ลองยอ้ นกลับไปดใู นอดีตวา่ ตอนเด็กๆ เราชอบทาอะไร แลว้ ลองนึกดวู ่าเคยทาอะไรมาบา้ งแลว้ ร้สู กึ ต่ืนเต้น อย่างเช่น
อาจจะเปน็ ชอบการเขียน ชอบการสอนเพอื่ น ชอบการต่อเลโก้ (สร้างตกึ สร้างบ้าน) ชอบร้องเพลง ชอบเรยี นภาษา เป็นตน้
4. Brainstorm (คดิ คดิ กับ คิด)
หากระดาษเปล่าๆ มาหน่ึงใบ และพยายามหาคาตอบให้ไดม้ ากท่สี ุดว่า ‘What is My Passion?’ เขยี นให้หมดทุกสง่
ทุกอย่างทีน่ กึ ได้ พยายามหาให้ไดซ้ กั 20 – 30 อยา่ ง คาตอบแรกๆอาจจะงา่ ยแบบไมต่ อ้ งคดิ เยอะเลย หลงั ๆอาจจะยากหน่อย
ตอ้ งพยายามหน่อย แต่รู้ไหมว่าคาตอบหลงั ๆที่คดิ ได้เนย่ี สิ มนั มาจากใจตวั เองเลย ซง่ึ มักจะเปน็ Passion ของตวั เราเอง
5. Consult Your Fears (หนั เข้าหาความกลวั ของเราเอง)
นึกดซู ิวา่ มีสิง่ อะไรบา้ งทเี่ ราไมก่ ล้าทา แตว่ ่าเราอยากทา ตัวอย่างเชน่ อยากทา Blog แต่กลวั ไมม่ คี นติดตาม อยาก
เปิดรา้ นอาหารแต่กลวั ไมม่ ีลกู ค้า อยากเขียนหนงั สือแตก่ ลวั คนไมช่ อบเรอื่ งทีเ่ ราเขยี น เปน็ ตน้ เราลองข้ามผา่ นความกลัว
เหลา่ นั้นไป แล้วลองลงมืออย่างจริงจงั มันอาจจะเปน็ Passion ทเ่ี ราไม่เคยนึกถึงมากอ่ น
6. What Comes Easy to You? (นกึ ถงึ สง่ิ ท่ีเราเปน็ มอื โปรสดุ ๆ)
ทกุ ๆคนมพี รสวรรค์ต่างๆทีไ่ มเ่ หมือนกนั พรสวรรค์เหลา่ น้ีเปน็ ส่ิงที่เราทาได้ดสี ุดๆโดยธรรมชาติเลย ถา้ ยังนกึ ไมอ่ อก
ใหล้ องนึกดูวา่ ส่งิ ท่ีเราไดร้ ับคาชมบอ่ ยๆเลย หรือสงิ่ ทค่ี นชมว่าเรามีพรสวรรคบ์ ่อยๆ น้นั คืออะไร มันอาจเป็น Passion ทีเ่ ราไม่
เคยคดิ วา่ มันจะทาใหม้ ันเป็นจริงได้มาก่อน
7. What Would You Do If … (ถามตวั เองวา่ “เราจะทาอะไรถา้ ...)
คาถามในการหา Passion ตวั เองมตี ัวอย่างเช่น “เราจะทาอะไรถา้ เราได้เงิน 1 ล้านบาทในบัญชีของเราในตอนน้ี”
หรือ “ถ้าเราจบ ม.3....เราจะทาอะไรได้บ้าง?” “หากเรามกี ารเงิน บ้านพรอ้ ม ครอบครวั พร้อม ทุกๆอย่างพรอ้ มแลว้ เราจะทา
อะไรกับชวี ติ ” คาถามเหล่านี้นัน้ มีอิทธพิ ลในการหา Passion เรามากๆเลย
8. What Do You Like? (เราชอบทาอะไร)
เม่ือเรากาลังคน้ หา Passion ของตัวเราเอง ให้ดูวา่ เราชอบทาอะไร หรือใหน้ ึกถึงสงิ่ ทเ่ี ราอยากเรียนร้เู กยี่ วกบั มนั
เสมอๆ ตัวอยา่ งเชน่ การชอบอ่านหนงั สือและเรียนรเู้ ก่ยี วกับการพัฒนาตนเอง บวกกับความสนใจทางดา้ นธรุ กจิ น่ีเปน็ สิ่งหนึ่ง
ทค่ี นเราสามารถนา Passion ของตัวเองมาเป็นการเลย้ี งชพี ตนเอง
9. Eliminate Excuses (กาจดั ขอ้ อ้างให้ตัวเอง)
กาจดั ข้ออา้ งต่างๆให้ส้นิ ซาบ เพราะหากเราค้นหา Passion อะไรแล้ว เราตอ้ งทามันให้ถงึ ทส่ี ุด เพอื่ ชวี ิตของเราเอง
ให้วนั หน้าและในการทาความฝนั เราให้สาเรจ็
10. Make the Choice (เลอื กเปลี่ยนชีวติ ในทางที่ดขี ึ้น)
หากเราเลือกทีจ่ ะให้ชวี ติ มีความสุข มี Passion แล้ว จงทาทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งใหถ้ ึงท่ีสุด มสี ่ิงเดยี วทเ่ี ราจะต้องเอาชนะ
ใหไ้ ด้ ซง่ึ กอ้ คอื ตวั เราเอง การเปลย่ี นแปลงตวั เองในทางท่ีดนี ั้นเร่ิมจากก้าวเล็กๆหลายๆก้าวจนกลายเปน็ การเปลยี่ นแปลงอัน
ยง่ิ ใหญ่
11. Never Give Up (อยา่ ยอมแพ้)
สุดท้ายซ่ึงสาคญั ทส่ี ุดคือ “อยา่ ยอมแพ้” คนหลายๆคนไม่สามารถทาตาม passion ของพวกเค้าได้อยา่ งสาเร็จ
เนอ่ื งจากเคา้ ยอมแพก้ ันซะกอ่ น ทจี่ ะประสบความสาเร็จ คนท่ปี ระสบคามสาเร็จทท่ี าตาม Passion ตนเองน้ัน ลม้ แล้วลม้ อีก
แต่ไมเ่ คยยอมแพ้ สูต้ ่อไปจนประสบความสาเร็จ
***เพราะฉะน้ันทกุ อยา่ งมนั ข้ึนอยู่กบั ตัวเราเองว่าเราอยากใช้ชวี ิตแบบมี passion ทาในส่ิงท่ีเรารัก ให้ประสบความสาเรจ็
หรือไม่ จาไวว้ ่าชีวติ เป็นของเรา เรารบั ผิดชอบทุกความคดิ และการกระทาด้วยตนเอง...คน้ หา Passion ของตัวเองให้เจอ
แลว้ ลงมือทามันซะ // อยา่ ปล่อยให้ความเปน็ ตวั เอง สูญพนั ธุไ์ ปเสยี ก่อน เพราะสุดทา้ ย ความฝันและความจรงิ มนั กอ็ ยูใ่ น
Passion นแ่ี หละ...****
สมุดเล่มเลก็ I wanna be…. I wanna be…
ปก >>> ออกแบบใหเ้ ป็นตัวเองทสี่ ุด By : Kru Bell
หนา้ ท่ี 1-2 >>> บอกถึงความเป็นตัวเองใหม้ ากทส่ี ดุ
- *ประวัติสว่ นตวั
- ลกั ษณะนสิ ยั บคุ ลิกภาพ
- ความสขุ ฯลฯ
หนา้ ที่ 3 >>> เครอื ข่ายบุคคลท่มี ผี ลต่อชวี ิต
*เพือ่ น พอ่ แม่ ครู แฟน
หน้าที่ 4 >>> บอกถึง Passion ของตนเอง
หนา้ ท่ี 5 >>> บอกถงึ ความใฝ่ฝันสูงสุด
หน้าท่ี 6 >>> แรงบนั ดาลใจ
- ประสบการณ์/บคุ คลต้นแบบ
- ความชอบ/ความสนใจพเิ ศษ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7
รายวชิ า กิจกรรมแนะแนว รหัสวชิ า ก23902 กลมุ่ กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 การวางแผนดา้ นการศกึ ษา อาชีพ และสังคม เวลา 8 ชวั่ โมง
เรอ่ื ง การวางแผนการเรียนตอ่ หลังจบ ม.ตน้ เวลา 1 ชวั่ โมง
ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2/2564
ครผู ู้สอน นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศค์ าจันทร์ โรงเรียนหนองบัวพทิ ยาคาร
............................................................................................................................. ......................................................................
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ผู้เรยี นสามารถคิดวเิ คราะห์ ตดั สนิ ใจแก้ปญั หา และวางแผนด้านการศกึ ษา
2. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- ใฝเ่ รยี นรู้
- ม่งุ มั่นในการทางาน
3. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
4. สาระสาคัญ
- ผู้เรยี นสามารถคิดวิเคราะห์ ตดั สินใจแก้ปัญหา และวางแผนดา้ นการศกึ ษาตอ่ ด้านอาชพี
ในอนาคต และด้านการใชช้ วี ติ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
5. สาระการเรยี นรู้
- ผเู้ รียนสามารถเตรียมตัวเรยี นต่อ หลังจบช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
6. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นา
1. ครทู บทวนบทเรียนในชว่ั โมงท่แี ลว้ เรอื่ ง ความสาคญั ของการทดสอบการศกึ ษาระดับชาติ
ข้ันพ้ืนฐาน (O-net) เพ่อื กระตุ้นใหน้ กั เรยี นเหน็ ความสาคญั ของการสอบและการนาคะแนนไปใชใ้ นการเรียนตอ่
ในระดับที่สูงข้ึน
2. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสนทนาถึงการเรียนต่อหลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และสุ่มถามเพ่อื
ตรวจสอบว่านกั เรียนแต่ละคนมขี ้อมูลในการเรียนต่อมากนอ้ ยเพียงใด
ขั้นสอน
3. ครใู ห้ขอ้ มูลทถ่ี กู ต้องในเร่ืองการเรียนตอ่ หลงั จบชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ท้งั แผนการเรยี นโรงเรยี นเดิม
และแผนการเรียนทัว่ ไปสถาบันอื่นๆ ท้ังสายสามัญและสายอาชพี เพ่ือเป็นแนวทางในการตัดสนิ ใจเลอื กสายการ
เรียนในอนาคต
4. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาใบความรู้ เรอ่ื ง เตรยี มตัวสู่การเรียนตอ่ ในอนาคต
5. ครใู หน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ 4-6 คน แลกเปลี่ยนเรยี นรู้และร่วมกันวางแผนการเรยี นตอ่ หลังจบ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 และชมวดิ ีทัศน์ เร่อื งเสน้ ทางชวี ติ หลังจากจบ ม.3 www.trueplookpanya.com
6. นกั เรียนทา Mind mapping เร่ือง วางแผนการเรียนตอ่ ..รอความสาเร็จ และนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
ขัน้ สรุป
7. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันอภิปรายแนวทางในการนาตนเองไปสู่ความสาเร็จ โดยการร้จู ักการวาง
แผนการเรียนตอ่ ในระดับทีส่ งู ข้นึ
7. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
- ใบความรู้ เรื่อง เตรยี มตัวสู่การเรียนต่อในอนาคต
- เสน้ ทางการศกึ ษาหลังจบ ม.3 www.trueplookpanya.com
8. ชิ้นงานและภาระงาน
- Mind mapping เรื่อง วางแผนการเรยี นต่อ..รอความสาเรจ็
9. การวัดและการประเมนิ ผล
รายการประเมิน วิธีการวดั ผล เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ เกณฑก์ าร
ประเมิน
ด้านความรู้ นกั เรียนสามารถคดิ - การตรวจ Mind - Mind mapping เร่อื ง วาง - ผา่ นเกณฑ์ใน
วเิ คราะห์ ตัดสนิ ใจแก้ปัญหา mapping แผนการเรียนตอ่ ..รอความสาเรจ็ ระดับดขี น้ึ ไป
และวางแผนด้านการศกึ ษา - การร่วมกิจกรรม - กจิ กรรมการเรียนรูใ้ นหอ้ งเรียน
ด้านคณุ ลกั ษณะ นักเรียน - การสงั เกต - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ - ผ่านเกณฑ์ใน
สามารถ ระดับดขี น้ึ ไป
1) ใฝ่เรยี นรู้ - การสงั เกต - แบบประเมินสมรรถนะสาคญั
2) ม่งุ มนั่ ในการทางาน ผ่านเกณฑใ์ น
ดา้ นสมรรถนะสาคญั นกั เรยี นมี ระดับดีขึ้นไป
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชวี ติ
บันทึกหลงั แผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปญั หาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชอื่ ) ………..............………….................….…….. ผสู้ อน
(นางสาวจฬุ าลักษณ์ วงศค์ าจนั ทร์)
............/..................... /..................