The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้
วิชากิจกรรมแนะแนว ก23902 ม.3
จุฬาลักษณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by guide, 2022-09-06 12:57:46

แผนการจัดการเรียนรู้วิชากิจกรรมแนะแนว ก23902 ม.3

แผนการจัดการเรียนรู้
วิชากิจกรรมแนะแนว ก23902 ม.3
จุฬาลักษณ์

โลกอาชีพ (กลมุ่ )

- ข้อมลู อาชพี ลกั ษณะ รายได้ ข้อดี –ข้อจากัด ความก้าวหนา้
การต่อยอด ฯลฯ (ภาพประกอบ)

-ทักษะ องค์ความรทู้ ี่ผเู้ รียนควรพฒั นา

- การนาตนเองไปสอู่ าชีพน้นั (โลกการศกึ ษา/โลกของตนเอง)

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 12

รายวชิ า กิจกรรมแนะแนว รหัสวชิ า ก23902 กลุ่ม กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 2 การวางแผนด้านการศึกษา อาชีพ และสงั คม เวลา 8 ชั่วโมง

เร่ือง การสัมภาษณ์อาชีพท่ีสนใจ เวลา 1 ช่ัวโมง

ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2/2564

ครผู ู้สอน นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศค์ าจนั ทร์ โรงเรียนหนองบัวพทิ ยาคาร

...................................................................................................................................................................................................

1. จุดประสงค์การเรียนรู้

- ผู้เรยี นสามารถคิดวเิ คราะห์ ตดั สนิ ใจ แกป้ ัญหา และวางแผนดา้ นอาชีพ

2. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

- ใฝ่เรยี นรู้

- มงุ่ มน่ั ในการทางาน

3. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น

- ความสามารถในการคดิ

- ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

4. สาระสาคญั

- ผู้เรียนสามารถคิดวเิ คราะห์ ตดั สินใจแกป้ ัญหา และวางแผนดา้ นการศึกษาตอ่ ด้านอาชีพ

ในอนาคต และด้านการใช้ชวี ติ ไดอ้ ย่างเหมาะสม

5. สาระการเรียนรู้

- ผู้เรียนสามารถวางแผนเป้าหมายอาชีพทต่ี นเองชนื่ ชอบและเหมาะสม รวมทง้ั มปี ระสบการณต์ รง

จากบคุ คลประกอบอาชีพน้นั ได้

6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ข้นั นา

1. ครูทบทวนเร่ือง โลกอาชีพ ในชวั่ โมงทีแ่ ล้ว พร้อมใหน้ ักเรียนสารวจตนเองถงึ อาชพี ทชี่ น่ื ชอบ

ถนัด สนใจ พร้อมสุ่มถามเป็นรายบุคคล

ขั้นสอน

2. นักเรยี นศึกษาใบงาน เรอื่ ง เตรยี มพรอ้ มเขา้ สู่อาชพี แล้วทาแบบทดสอบค้นหาอาชีพ

จาก http://ez.eduzones.com/test/ เพื่อคน้ หาอาชพี ทเ่ี หมาะสมกบั ตนเอง

3. เมื่อไดอ้ าชพี ที่ชืน่ ชอบและเหมาะสมตนเองแลว้ ใหน้ ักเรยี นพิจารณาหาข้อมูลเพ่มิ เตมิ ใน

รายละเอยี ดของอาชพี นั้น โดยการสมั ภาษณ์บคุ คลท่ีประกอบอาชีพนัน้ โดยตรงเพ่อื ให้ได้ข้อมลู เชงิ ลกึ

และรู้ถงึ แนวทางในการนาตนเองไปสูเ่ ป้าหมายได้อย่างแทจ้ ริง

4. นักเรียนวางแผนการสมั ภาษณ์ ในหวั ข้อ “ อาชพี ไหนทใ่ี ช่เรา” โดยมรี ายละเอยี ดตามท่ีครกู าหนด

พร้อมแนบผลแบบทดสอบคน้ หาอาชพี สง่ ครภู ายใน 2 สปั ดาห์

ข้ันสรุป

5. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายถึงความสาคัญในการเลอื กประกอบอาชีพตา่ งๆที่เปลี่ยนแปลงไปใน

ยคุ ปจั จุบัน เขา้ ใจ ให้กาลงั ใจ พร้อมตรวจสอบถึงเป้าหมายในอนาคตของนักเรยี นแตล่ ะคน

7. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
- ใบความรู้ เร่อื ง เตรยี มพรอ้ มเข้าสูอ่ าชพี
- แบบทดสอบคน้ หาอาชพี http://ez.eduzones.com/test/

8. ชน้ิ งานและภาระงาน
- สัมภาษณ์ ในหัวข้อ “ อาชีพไหนที่ใชเ่ รา”

9. การวัดและการประเมนิ ผล

รายการประเมิน วธิ กี ารวดั ผล เครื่องมือทใ่ี ช้ เกณฑ์การ
- การตรวจ การ - สัมภาษณ์ ในหวั ข้อ “ อาชพี ไหน ประเมิน
ด้านความรู้ นกั เรียนสามารถคดิ สัมภาษณ์ ท่ีใช่เรา” - ผ่านเกณฑ์ใน
วเิ คราะห์ ตดั สินใจแก้ปญั หา - การรว่ มกจิ กรรม - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดับดีขน้ึ ไป
และวางแผนดา้ นการศึกษา - การสงั เกต
ดา้ นคุณลกั ษณะ นกั เรยี น - แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั - ผ่านเกณฑ์ใน
สามารถ - การสังเกต ระดบั ดขี น้ึ ไป
1) ใฝ่เรยี นรู้
2) มุ่งม่ันในการทางาน ผ่านเกณฑใ์ น
ดา้ นสมรรถนะสาคญั นกั เรยี นมี ระดับดขี ้นึ ไป
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใชท้ ักษะ
ชีวิต

บันทึกหลังแผนการจดั การเรยี นรู้

ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....

ปัญหาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………

ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………

(ลงชือ่ ) ………..............………….................….…….. ผ้สู อน
(นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศค์ าจนั ทร์)

............/..................... /..................

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
 มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลกั วิชาการ
 มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้ท่ีหลากหลาย เหมาะสม
 มกี ารวัดและประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้วธิ ีการท่ีหลากหลาย
 แผนการจดั การเรียนร้นู าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน

ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศกั ด์ิ บุญพ่มุ )
หวั หน้างานแนะแนว

วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
 มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถกู ตอ้ งตามหลักวิชาการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ น้นผ้เู รยี นเป็นสาคัญ
 มกี ารใช้สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้หลากหลาย เหมาะสม
 มกี ารวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสัย จติ พิสยั ทักษะพิสัย

ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ์ )

หัวหนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............

ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
 ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
 ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพฒั นางานตอ่ ไป

ลงชอ่ื .....................................................
(นายพฤทธ์พิ ล ชารี)

รองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
วนั ท่ี ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............

การเตรยี มตวั เพ่ือประกอบอาชพี …

คนทกุ คนตอ้ งประกอบอาชีพเพือ่ การดารงชีวติ วยั รนุ่ เป็นช่วงเวลาทคี่ วรเลอื กแนวทาง
การศึกษาเพอื่ นาไปสกู่ ารประกอบอาชพี ในอนาคต บางคนอาจเร่ิมแนวทางเพื่อการประกอบอาชพี
แล้วเลอื กศึกษาเพ่อื เตรยี มตวั ประกอบอาชีพต่อไป หรอื การเลือกอาชีพเปน็ เรอ่ื งทส่ี าคัญและทาให้
วยั รนุ่ เกดิ ความสบั สนได้ เนื่องจากในเรอ่ื งน้จี ะมีผู้ทเี่ ก่ียวข้องอยู่มาก นบั ต้งั แตบ่ คุ คลท่ใี กล้ชิดทส่ี ดุ
และมีอิทธพิ ลตอ่ การเลือกอาชีพมากทส่ี ุด คือ พอ่ แม่ บุคคลอน่ื ๆ ภายในครอบครัว โรงเรียน
กลุม่ เพอ่ื น เนื่องมาจากเดก็ วัยรุ่นไทยยงั อยภู่ ายใต้ขอ้ จากดั ของระบบการศกึ ษา สติปัญญา ฐานะ
ทางเศรษฐกจิ ของครอบครัว ความนยิ มของทอ้ งถ่ิน โรงเรยี นและสังคมส่วนรว่ ม และวัยรนุ่ เองก็ยงั
ไม่ตระหนักชัดในความสนใจ ความถนัด ความตอ้ งการ และลกั ษณะบุคลิกภาพของตนเอง
อย่างแทจ้ ริงในการตดั สินใจเลอื กอาชีพวยั รุ่นจะต้องคานึงถงึ ปัจจยั ต่างๆ ดังน้ี

คนเราแต่ละคนมคี วามถนดั ไม่เหมอื นกนั การไดท้ างานหรือประกอบอาชีพทต่ี นถนดั โอกาสทจี่ ะ
ประสบความสาเร็จในการทางานหรอื อาชพี น้นั ยอ่ มมีมาก ตรงขา้ มถ้าไดท้ างานทต่ี นเองไมถ่ นดั
นอกจากจะทาได้ไม่ดีเทา่ ท่คี วรแล้วยงั ทาให้ขาดความสุขในการทางานน้ัน ๆ อีกดว้ ย ความถนัด
ส่วนตัว เป็นสิ่งท่วี ยั รุ่นจะต้องคน้ พบในตนเอง โดยจะต้องพิจารณาอยา่ งถ่องแท้ ไม่ใช้พิจารณาโดยผิว
เผินจากความชอบ ความสนใจเพียงอย่างเดียว คนบางคนมีความชอบ มีคามสนใจ แต่อาจจะไม่ไดม้ ี
ความถนดั กเ็ ป็นได้ ความถนดั จงึ เปน็ ความสามารถในการทาสิง่ ใดสิ่งหน่ึงได้ดเี ป็นพเิ ศษ
เช่น ความถนดั ทางตัวเลข ความถนัดในการพดู การใชภ้ าษา ความถนดั ในการแสดงถึงแม้วา่ การ
ทางานใด ๆ ย่อมตอ้ งอาศยั การฝึกฝน การมีความรเู้ บื้องตน้ แต่ความถนัดก็ยงั คงเปน็ ปัจจัยสาคัญต่อ
การทางานให้ได้ดี

ความชอบในอาชพี น้ันๆ โดยความเปน็ จรงิ แล้วในวัยรุ่นเรามกั จะสนใจและชอบอาชีพทเ่ี ดน่ และ
โก้ มากกวา่ จะพิจารณาอาชพี ตา่ งๆ ท่เี รามคี วามสามารถหรือแนวโน้มทจ่ี ะถนดั ในอาชีพน้นั ความ
สนใจ ความรกั ในการท่ีจะประกอบอาชพี นั้น ๆ กม็ สี ว่ นสาคญั อยู่บ้าง แต่ถา้ สนใจแล้วไมถ่ นดั เลยกจ็ ะ
ไม่สามารถทาให้อาชีพน้ันเจริญกา้ วหน้า เชน่ วัยรุน่ หลายคนทสี่ นใจอาชีพทเ่ี กยี่ วกบั เคร่ืองยนตก์ ลไก
แต่กลับมคี วามถนัดในการพดู การใช้ภาษา ไม่ถนดั ในดา้ นการใช้เครื่องมอื เครอ่ื งใชต้ า่ งๆ กไ็ ม่ควร
เลอื กอาชพี ในด้านน้ี เพราะการทาในสงิ่ ทไี่ ม่มีความถนัดจะทาใหป้ ระสบความสาเรจ็ ไดย้ าก

เด็กวัยรุ่นสว่ นใหญต่ อ้ งเลอื กอาชีพตามทพ่ี อ่ แม่คาดหวังเพียงเพ่ือใหพ้ อ่ แม่พอใจ ซงึ่ เป็นเรือ่ งที่
วยั รุน่ จะต้องพจิ ารณาใหด้ ี การเลอื กอาชีพโดยตามใจพ่อแม่โดยไมพ่ ิจารณาถงึ ความพอใจ ความ
สนใจ ความถนัด และความสามารถของตนเอง อาจทาให้ไม่ประสบความสาเร็จ คาแนะนาของพ่อ
แมน่ ั้น เตม็ เปย่ี มด้วยความรัก ความปรารถนาดี ประกอบกับความรแู้ ละประสบการณช์ วี ิต ย่อมเปน็
คาแนะนาท่ีดี มีประโยชน์ต่อเรา แตก่ ารตัดสนิ ใจข้ันสุดท้าย วยั ร่นุ จะต้องมแี ผนการเลือกอาชพี ท่ตี รง
กับสภาพความเป็นจริงของตัวเองใหม้ ากท่ีสุด เท่าท่ีจะทาได้โดยจะตอ้ พจิ ารณาข้อมลู ตา่ งๆ ใหร้ อบคอบ

ในชว่ งวัยรุน่ เพอื่ จะเป็นผู้มอี ทิ ธิพลต่อชวี ิตเรามากที่สุด ดังน้ันจงึ มวี ัยรนุ่ เป็นจานวนมากที่
ตัดสนิ ใจเลอื กเรียนเพอ่ การประกอบอาชีพตามเพ่อื นเพยี งเพราะว่า ต้องการเรยี นหรอื อยู่รว่ มกลมุ่
เดียวกันเพือ่ นที่ใกลช้ ิด เพือ่ นอาจให้ขอ้ คิดเห็นตา่ ง ๆ ทเี่ ป็นประโยชน์ แต่เราจาเป็นตอ้ งพจิ ารณาจาก
ข้อเท็จจรงิ ทเี่ กยี่ วกบั ตนเองมากทีส่ ุด

ในปจั จบุ ันในการเลือกเรยี นอะไรก็ตาม เราจะต้องคานงึ ถงึ โอกาสทจี่ ะทางานด้วย เชน่ อาชีพครู
ในปจั จุบันจะมีการแข่งขนั เพ่อื สอบคัดเลือกเข้าทางาน โดยมีผู้สมคั รจานวนมากที่ตาแหน่งน้อย โอกาสท่ี
จะเขา้ ทางานจงึ ยาก ถ้าเราเลอื กเรียนเพือ่ ประกอบอาชีพนก้ี ็จะตอ้ งมน่ั ใจตนเอง ว่ามีระดับสติปัญญา มี
ความสามารถสงู กว่าธรรมดา เพื่อจะมีโอกาสท่ีจะได้มีงานทา

คนที่สายตาสน้ั ไมค่ วรเลอื กอาชีพทีจ่ ะต้องใชส้ ายตามาก หรอื ในการประกอบอาชพี บางอยา่ ง
ไม่รบั คนทีม่ ีปัญหาในทางสายตา เชน่ อาชีพ แอร์โฮสเตส คนทม่ี ปี ญั หาสุขภาพ เชน่ โรคภมู ิแพฝ้ ุ่น แพ้ผง
ละออง ไมค่ วรเลอื กอาชีพทีท่ าให้ต้องอย่กู บั ส่ิงที่จะทาให้เกิดแพ้ เช่น อาชพี ชา่ งตดั ผม เสรมิ สวย ช่าง
ก่อสรา้ ง เป็นตน้

การเรียนวชิ าชีพข้นั สูงจาเป็นต้องอาศัยสตปิ ัญญา ซึ่งอาจดูได้จากระดับคะแนนหรือผลการ
เรียนทผ่ี า่ นมา นอกจากนัน้ การสอบไดค้ ะแนนสงู ๆ ในวิชาใดกพ็ อจะชใี้ หเ้ รารู้ได้ว่ามแี นวน้าทจ่ี ะ
เรียนได้ดี มีความสามารถสูงในวิชานน้ั ซ่ึงควรนามาพิจารณาเพอ่ื การตัดสินใจดว้ ย

ถา้ เราตอ้ งการเป็นวิศวกร เราต้องเรยี นวิศวกรรมในระดับมหาวิทยาลัยซ่ึงตอ้ งใช้ทุนทรัพย์สงู มาก
ผู้ปกครองมที นุ เพียงพอได้หรือไม่ เราจะสามารถหาทุนไดจ้ ากแหลง่ ใด

โดยเฉพาะในเรือ่ งทเ่ี ก่ียวกบั ลักษณะงาน คณุ สมบัตขิ องผู้ประกอบอาชพี น้นั แนวโนม้ ในอนาคต
รายได้หรอื ผลตอบแทน ขอ้ จากดั และความเสย่ี ง โอกาสก้าวหน้า วยั รุน่ จะต้องร้จู ักนาขอ้ มูลหลายๆ ด้าน
มาเปรียบเทยี บแล้วจึงตัดสินใจ นอกจากนนั้ วยั ร่นุ ควรพิจารณาความรสู้ ึกของตนเองใหถ้ ่องแท้ เนื่องจาก
ในชว่ งวัยรุน่ ความสนใจและความตอ้ งการอาจจะมลี ักษณะที่หวอื หวา ไม่มกี ารไตรต่ รองโดยแท้จรงิ การ
เลอื กอาชพี นอกจากจะต้องพิจารณาสิง่ ต่าง ๆ ที่กลา่ วมาแล้ว เรายงั พบว่าลกั ษณะการเลอื กอาชีพของ
วัยรนุ่ มกั เลอื กเพราะอทิ ธิพลจากสอ่ื มวลชน และผูป้ กครอง เพ่อื นฝงู อกี ด้วย

แนวทางในการพฒั นาตนเองมีคณุ ลักษณะ 4 ด้าน ดังนี้

การเอาใจใส่ดแู ลการแต่งกายใหส้ ะอาดเรยี บรอ้ ย ทันสมยั รจู้ กั เลอื กเครอ่ื งแต่งกายให้เหมาะสม
กบั รูปร่าง สถานที่ เวลา จะทาใหร้ ูส้ ึกม่นั ใจมากขึ้น และผทู้ ่ีพบก็อยา่ งคยุ ดว้ ย ผู้ที่แตง่ ตัวรมุ่ ร่ามมา
เหมาะสมกบั กาลเทศะ อาจทาใหถ้ ูกตาหนหิ รอื วจิ ารณไ์ ด้ และทา่ ทางก็เปน็ สิ่งสาคัญควรระมัดระวงั
ตนเองใหม้ ีกิริยามารยาททด่ี ี เดินดว้ ยท่าทางทสี่ งา่ ผ่าเผย และหนา้ ตาย้ิมแยม้ แจม่ ใส จะทาให้ผู้อืน่ รสู้ ึก
เช่ือถอื มากขึ้น

การเพ่ิมพนู ความร้แู ละประสบการณ์ทาใหม้ องโลกกว้างขึน้ รสู้ ึกมีชีวติ มคี ุณคา่ ไม่น่าเบอ่ื หน่าย
การพัฒนาความคดิ ทาได้โดย

- ค้นหาความสนใจของตนเองเพอ่ื ใหท้ ราบว่าชอบศกึ ษาคน้ คว้าเรอื่ งอะไร
- รวบรวมความรู้จากแหลง่ ข้อมูลต่างๆ ทเ่ี กยี่ วกบั เรอ่ื งท่ีสนใจใหม้ ากที่สดุ
- ติดตามความก้าวหนา้ หาความรู้ดา้ นน้นั ๆ ใหท้ ันเหตุการณ์อยู่เสมอ
- หม่ันอ่าน ทบทวนความคิด แลกเปล่ยี นความคดิ เห็นกับผู้ทีม่ ีความสนใจเรือ่ งเดียวกนั

สังคมจะไม่ยอมรับผู้ทีไ่ ม่ควบคมุ ตนเอง มีท่าทางฉุนเฉียว ก้าวรา้ วเกนิ ควร ในทางตรงกนั ข้าม
สังคมจะยกย่องนบั ถอื ผ้ทู ี่อดกล้นั ควบคุมอารมณต์ นเองได้ การฝึกควบคมุ ตนเองต้องพยายามคดิ กอ่ นทา
โดยคิดว่าสิง่ ท่อี ยากทากับสง่ิ ที่ควรทาเปน็ ส่งิ เดียวกนั หรือไม่ ถ้าสง่ิ ที่อยากทาเป็นส่งิ ที่ไมค่ วรทา ก็ตอ้ งตดั
ละทง้ิ ออกไป การคดิ ก่อนทาจะทาให้ไม่เสียใจในภายหลงั และไดท้ าในส่งิ ท่มี ัน่ ใจย่งิ ข้นึ

ความสุขอยา่ งหนึง่ คือ การได้เปน็ มติ รกับผอู้ ่นื นอกจากจะเปน็ เพื่อนไมไ่ ด้ เหงาและว้าเหวแ่ ล้ว
มิตรยงั ใหค้ วามช่วยเหลือเมือ่ เกิดความเดือดรอ้ น การผูกมติ รมหี ลกั การ ดงั น้ี

- เรียงลาดบั จากงา่ ยไปหายาก คือ ผูกมติ รกบั ผทู้ ตี่ อ้ งการคบหาสมาคมกบั เรา ถูกนิสยั ใจคอกัน
และสดุ ท้ายคือ บคุ คลทเ่ี ราต้องการคบหาด้วย

- ควรเข้าใจธรรมชาตขิ องมนุษย์ ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ส่งิ สาคัญคือ ไมม่ ใี ครชอบบคุ คลทพี่ ูด
มาก อวดรู้ ดูถกู หรอื ชอบตาหนิผอู้ ่นื ทกุ คนตองการให้ผู้อนื่ ยกยอ่ งชมเชย ชอบให้ผ้อู นื่ ฟังเม่ือตนพดู และ
จะสนใจเรอื่ งราวของตนเองมากกวา่ ผอู้ ืน่ ทกุ คนชอบผูท้ ีย่ ม้ิ แย้มแจม่ ใส

- ทักทายผอู้ นื่ เสมอ อยา่ ลืมกลา่ วคาว่า ขอโทษ ขอบคุณ และใหค้ วามช่วยเหลือผู้อืน่ ดว้ ย
ความเต็มใจ

รายละเอียดในการสมั ภาษณ์ “อาชพี ไหนทีใ่ ชเ่ รา”

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนสัมภาษณ์ผู้ทปี่ ระกอบอาชพี ทีต่ นเองสนใจ 1 อาชีพ
 ช่อื -สกลุ /อายุ/ประกอบอาชพี อะไร/สถานที่ทางาน/ภาพถา่ ย
 การศึกษา/การฝึกอบรมทน่ี ามาส่อู าชีพ
 ค่าใช้จา่ ยในการเข้าศกึ ษา/การฝึกอบรม
 ลกั ษณะของอาชีพ/หนา้ ท่ี/ตาแหน่งทีร่ บั ผดิ ชอบ
 รายไดเ้ ร่ิมตน้ -รายไดป้ ัจจบุ นั และสวสั ดิการต่างๆ
 ความมั่นคงของอาชีพ
 ปญั หา อุปสรรค และขอ้ จากัดของอาชีพ
 แนวโน้มความตอ้ งการของตลาดแรงงาน
 ความกา้ วหน้าของอาชพี
 คาแนะนา แนวคดิ ท่สี รา้ งแรงบนั ดาลใจ

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 13

รายวิชา กิจกรรมแนะแนว รหสั วิชา ก239022 กลุ่ม กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การวางแผนด้านการศึกษา อาชพี และสงั คม เวลา 8 ชว่ั โมง

เรือ่ ง การเตรียมตัวสอบ O-net สาหรบั นกั เรยี น ม.3 เวลา 1 ช่ัวโมง

ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2/2564

ครผู ้สู อน นางสาวจฬุ าลักษณ์ วงศ์คาจนั ทร์ โรงเรียนหนองบวั พิทยาคาร

............................................................................................................................. ......................................................................

1. จุดประสงค์การเรียนรู้

- ผู้เรยี นสามารถคิดวเิ คราะห์ ตัดสินใจแก้ปัญหา และวางแผนด้านการศกึ ษา

2. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

- ใฝ่เรยี นรู้

- ม่งุ มั่นในการทางาน

3. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

- ความสามารถในการคิด

- ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

4. สาระสาคัญ

- ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ ตัดสนิ ใจแก้ปญั หา และวางแผนดา้ นการศกึ ษาต่อ ด้านอาชพี

ในอนาคต และด้านการใชช้ ีวติ ไดอ้ ย่างเหมาะสม

5. สาระการเรียนรู้

- ผู้เรยี นสามารถเข้าใจหลักการและความสาคัญของการสอบ O-net ม.3 และวางแผนเตรยี มตัวสอบ

ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ

6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ นา

1. ครูบอกถงึ ความสาคญั ของการสอบ O-net ในระดับช้ัน ม.3 เพอ่ื กระตนุ้ ให้นกั เรียนตืน่ ตวั ในการ

เตรยี มตวั สอบในวนั ที่ 1-2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี

ขนั้ สอน

3. ครูให้ขอ้ มูลรายละเอยี ดทถี่ ูกตอ้ งในเรอื่ งการเตรียมตัวสอบ O-net ในระดบั ชั้น ม.3 พรอ้ มให้องค์

ความรู้ แนวคิด ความสาคัญ วิธกี ารเตรยี มตัวสอบทไ่ี ดผ้ ล เพื่อให้นักเรียนไดค้ ะแนนทด่ี แี ละยกระดับคะแนน

O-net ของโรงเรียน และการนาไปใชใ้ นการศึกษาตอ่ ในระดับท่ีสงู ขึน้ ไป

4. ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษาใบความรู้ เรือ่ งเตรียมตวั สอบ O-net ม.3 อยา่ งไรดี? และจดบันทกึ

รายละเอยี ดลงในสมดุ เพอ่ื เปน็ การทบทวนเน้อื หา

5. ครูให้นกั เรยี นทาใบความรู้ เรอ่ื งเปา้ หมายในการสอบ O-net

ข้นั สรปุ

6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ และอภปิ รายถึงความรูท้ ่ีได้รับ และสร้างแรงบันดาลใจในการเตรยี มตัว

สอบ O-net เพอ่ื นาตนเองไปสู่การเรยี นรใู้ นระดับทสี่ ูงข้ึน

7. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

- ใบความรู้ เร่อื งเตรยี มตวั สอบ O-net ม.3 อย่างไรดี ?

8. ชิ้นงานและภาระงาน
- ใบงาน เร่อื งเปา้ หมายในการสอบ O-net

9. การวดั และการประเมนิ ผล

รายการประเมนิ วิธกี ารวัดผล เครอ่ื งมือที่ใช้ เกณฑ์การ
- ใบงาน เรื่องเป้าหมายในการ ประเมิน
ดา้ นความรู้ นักเรียนสามารถคดิ - การตรวจใบงาน/ สอบ O-net - ผา่ นเกณฑ์ใน
ระดับดีขึ้นไป
วเิ คราะห์ ตดั สนิ ใจแกป้ ญั หา และ สมุด - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
เรยี นรู้ - ผา่ นเกณฑ์ใน
วางแผนด้านการศึกษา - การร่วมกจิ กรรม ระดบั ดีขึน้ ไป
- แบบประเมนิ สมรรถนะสาคัญ
ด้านคณุ ลกั ษณะ นักเรียนสามารถ - การสงั เกต ผา่ นเกณฑใ์ น
ระดบั ดขี ้นึ ไป
1) ใฝ่เรยี นรู้

2) มุ่งมนั่ ในการทางาน

ดา้ นสมรรถนะสาคัญ นกั เรยี นมี - การสงั เกต

1) ความสามารถในการคิด

2) ความสามารถในการใช้ทักษะ

ชีวิต

บันทึกหลังแผนการจดั การเรียนรู้

ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....

ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………

ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………

(ลงชอื่ ) ………..............………….................….…….. ผ้สู อน
(นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศค์ าจนั ทร์)

............/..................... /..................

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
 มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
 มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรียนรทู้ ่ีหลากหลาย เหมาะสม
 มกี ารวัดและประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้วธิ ีการท่ีหลากหลาย
 แผนการจดั การเรียนร้นู าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผเู้ รียนและชมุ ชน

ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศกั ด์ิ บญุ พ่มุ )
หวั หน้างานแนะแนว

วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
 มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ น้นผ้เู รยี นเป็นสาคัญ
 มกี ารใช้สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้หลากหลาย เหมาะสม
 มกี ารวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พิสยั ทักษะพสิ ยั

ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ์ )

หัวหนา้ งานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............

ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
 ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
 ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพฒั นางานตอ่ ไป

ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธ์พิ ล ชารี)

รองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............

คอื อะไร ?

O-NET หรอื มีช่ือเตม็ ๆ วา่ Ordinary National Education Test คอื การทดสอบการศกึ ษา
ระดบั ชาติขนั้ พนื้ ฐาน ท่ถี กู จดั สอบขนึ้ โดยสถาบนั ทดสอบทางการศกึ ษาแหง่ ชาติ หรอื สทศ.
ซ่งึ เป็นการจดั สอบสาหรบั นกั เรยี นชนั้ ป.6 ม.3 และ ม.6 เพ่อื ชีว้ ดั คณุ ภาพและมาตรฐานทางการศกึ ษา
นกั เรยี นและโรงเรยี น

เตรยี มตวั เขา้ สอบอยา่ งไร

เตรยี มอะไรเข้าห้องสอบได้บา้ ง
ระเบยี บในการเข้าห้องสอบ

ตารางสอบ O-net 2563

ตอ้ งสอบวชิ าอะไรบา้ ง

คณติ ศาสตร์ ภาษาไทย

วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ

คณติ ศาสตร์ - คณุ สมบตั ิการบวก,ลบ,คณู ,หารของเศษส่วน
- คณุ สมบตั ิของเลขยกกาลงั
- คุณสมบัตกิ ารบวกและการคูณ - การวดั และหน่วยมาตรฐานต่างๆ
- สูตรการหาพนื้ ท่ีผวิ และปริมาตรของรปู ทรง 3 มิติ
- คุณสมบัตขิ องอตั ราสว่ น - สมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดยี ว
- ความสัมพนั ธข์ อง ห.ร.ม. และ ค.ร.น. - สมการกาลงั สอง
- สูตรการหาพืน้ ทีร่ ปู ทรง 2 มิติ - คอู่ นั ดบั และกราฟ

- ทฤษฎบี ทพที าโกรัส - แรง
- สมการเชงิ เส้นสองตัวแปร - งานและพลังงาน
- สาร
- สถิตแิ ละความนา่ จะเปน็ - แสง
- ความสมั พนั ธ์
วทิ ยาศาสตร์ - พนั ธศุ าสตร์

- การเคลอ่ื นที่ - ชนิดของคา
- โมเมนต์ - วลีและประโยค
- การอ่านจับใจความ
- ความหนาแนน่ - คาราชาศพั ท์
- กาลงั ไฟฟา้ - การเขียนคาขวัญ
- ระบบนิเวศ - สานวนไทย
- การเขียนรายงาน
- หมู่เลือด
- เซลล์ - Verb ทม่ี กี ฎข้อบังคับต่าง ๆ
- Condition (If cause) and unreal past
ภาษาไทย - การใช้คาบุพบท (Preposition)

- เสยี งและอกั ษรไทย

- การสร้างคา
- การอธิบาย บรรยายพรรณนาและโวหารการเขยี น
- ระดบั ของภาษา

- การเขยี นจดหมาย
- การเขียนบรรณานกุ รม

- การเขยี นเรียงความ
- ความรทู้ ่วั ไปเกย่ี วกับคาประพันธ์

ภาษาอังกฤษ

- โครงสร้างในประโยคภาษาองั กฤษ
- Tense - Present, Past and Future tense
- การเรียงคาคุณศพั ท์ (Adjective)

ตารางคะแนน O – net ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3

วิชำคณติ ศำสตร์
วชิ ำภำษำไทย
วชิ ำวทิ ยำศำสตร์
วิชำภำษำอังกฤษ

วิธกี ำรเตรียมตัวสอบ O-net
ให้ประสบผลสำเร็จของฉนั

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 14

รายวชิ า กิจกรรมแนะแนว รหัสวชิ า ก23902 กลมุ่ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 การวางแผนดา้ นการศึกษา อาชีพ และสงั คม เวลา 8 ชว่ั โมง

เรื่อง การสรา้ งความภาคภมู ิใจในตนเอง สู่ความสาเร็จ เวลา 1 ชัว่ โมง

ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 2/2564

ครผู สู้ อน นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศ์คาจนั ทร์ โรงเรยี นหนองบัวพิทยาคาร

................................................................................................................................................. ..................................................

1. จุดประสงค์การเรียนรู้

- ผู้เรยี นสามารถคิดวเิ คราะห์ ตดั สนิ ใจ แก้ปัญหา และวางแผนดา้ นชวี ิตและสังคม

2. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

- ใฝเ่ รยี นรู้

- มุ่งม่ันในการทางาน

3. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน

- ความสามารถในการคิด

- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต

4. สาระสาคญั

- ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหา และวางแผนดา้ นการศึกษาต่อ ด้านอาชพี

ในอนาคต และด้านการใช้ชวี ติ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

5. สาระการเรยี นรู้

- ผู้เรียนรจู้ กั และเขา้ ใจตนเอง เกิดความภาคภมู ใิ จในตนเอง และนาตนเองไปสู่เปา้ หมายในอนาคตได้

6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ข้ันนา

1. ครูนาเขา้ สบู่ ทเรียนโดยการถามนักเรยี นทกุ คนวา่ คุณรักตัวเองไหม .... (คาตอบ คอื รกั )

และถามต่อว่า คณุ รู้สกึ ภูมิใจในตนเองไหม (คาตอบ เบาบางมาก) พร้อมกบั ให้ลองยกตวั อย่างพรอ้ มกนั

2. ครูแชร์ประสบการณ์ท่ีภาคภมู ิใจในอดตี -ปัจจบุ ัน จากนนั้ ให้นักเรียนลองทบทวนตนเอง 1 นาที

ถงึ ความภาคภูมใิ จท่ีผา่ นมาจากอดตี -ปัจจบุ ัน แลว้ สุ่มถามเปน็ รายบุคคล

ข้นั สอน

3. ครอู ธิบายถึงความภมู ใิ จในตัวเอง ว่าเปน็ ส่งิ สาคัญทมี่ อี ิทธิพลต่อแนวคิดในการดาเนินชีวิต ซ่ึงความ

ภมู ิใจในตวั เองเปน็ สิง่ ท่ีส่ังสมมาตง้ั แต่เดก็ เด็กที่มีความภมู ใิ จในตวั เอง รู้ในคณุ ค่าของตวั เอง จะเป็นเด็กทมี่ ี

ความมัน่ ใจ สามารถแกป้ ญั หา ปรับตัวหรอื อดทนตอ่ ความกดดนั ความเครยี ด ขอ้ ขดั แย้งในชวี ติ ได้ดี และเปน็

คนมองโลกในแงด่ ี

4. จากนัน้ ใหน้ ักเรียน ดูวดิ ีทศั น์ เรื่อง คุณมีความภมู ใิ จในตนเองหรือไม่ www.youtube.com

และศึกษาใบความรู้เรอ่ื ง ใบความรู้ เร่ือง ความภาคภมู ใิ จในตนเอง

5. ครใู หข้ ้อคดิ กับนักเรียนว่า ความสาเร็จท่ีเราไม่เหน็ คุณคา่ คอื ความลม้ เหลวทีย่ งิ่ ใหญ่ที่สดุ ในโลก

เพราะนนั่ คือความสาเรจ็ ทว่ี า่ งเปล่า พรอ้ มให้นกั เรียนทาใบงาน เรอื่ ง ตน้ ไม้แหง่ ความภาคภมู ิใจ

7. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

- ใบความรู้ เรือ่ ง ความภาคภูมใิ จในตนเอง

- คุณความภมู ิใจในตนเองหรอื ไม่ www.youtube.com
8. ชน้ิ งานและภาระงาน

- ใบงาน เรอื่ ง ตน้ ไม้แห่งความภาคภมู ใิ จ

9. การวัดและการประเมินผล

รายการประเมนิ วิธีการวดั ผล เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ เกณฑก์ าร
ประเมนิ
ดา้ นความรู้ นักเรียนสามารถคดิ - การตรวจ การทา - ใบงาน เรือ่ ง ตน้ ไมแ้ หง่ ความ - ผ่านเกณฑ์ใน
วิเคราะห์ ตดั สนิ ใจแกป้ ญั หา ระดับดขี น้ึ ไป
และวางแผนด้านการศึกษา ใบงาน ภาคภมู ิใจ
ด้านคณุ ลักษณะ นักเรียน - ผ่านเกณฑ์ใน
สามารถ - การร่วมกิจกรรม ระดบั ดขี ึ้นไป
1) ใฝ่เรยี นรู้
2) ม่งุ มนั่ ในการทางาน - การสังเกต - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ผา่ นเกณฑใ์ น
ดา้ นสมรรถนะสาคัญ นักเรยี นมี ระดับดขี ้ึนไป
1) ความสามารถในการคิด - การสงั เกต - แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั
2) ความสามารถในการใช้ทกั ษะ
ชีวิต

บนั ทึกหลังแผนการจดั การเรยี นรู้

ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....

ปัญหาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………

ขอ้ เสนอแนะ/วิธกี ารแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………

(ลงชือ่ ) ………..............………….................….…….. ผู้สอน
(นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศค์ าจนั ทร์)

............/..................... /..................

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
 มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
 มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นร้ทู ่ีหลากหลาย เหมาะสม
 มกี ารวัดและประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
 แผนการจดั การเรียนร้นู าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผูเ้ รยี นและชมุ ชน

ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงคศ์ กั ดิ์ บุญพุ่ม )
หวั หน้างานแนะแนว

วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
 มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ น้นผ้เู รยี นเป็นสาคัญ
 มกี ารใช้สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้หลากหลาย เหมาะสม
 มกี ารวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพสิ ยั จติ พิสยั ทกั ษะพิสยั

ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจันทิรา แวงวงษ์ )

หัวหนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............

ขอ้ เสนอแนะของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
 ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
 ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพ่ือนาไปพฒั นางานต่อไป

ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชารี)

รองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............

เปน็ สภาวะท่ีกอ่ ใหเ้ กิดความเขม้ แข็งของจติ ใจและความโดดเดน่
ในการดาเนินชวี ิตมีพื้นฐานของสุขภาพจติ ทดี่ ี นามาส่คู วามสาเร็จต่างๆได้งา่ ย
หากจะมี IQ คือ ความฉลาดของสตปิ ัญญา และมี EQ คอื ความฉลาดทาง
อารมณ์ รวมท้ัง MQ คือ ความฉลาดทางดา้ นจรยิ ธรรมอยใู่ นตัวผนู้ ้นั อย่าง
เหมาะสม

ความภาคภมู ิใจในตวั เองเปน็ ส่งิ ท่ีถกู ปลูกฝงั มาในชว่ งวัยเยาว์ การถูก-
วิพากษว์ จิ ารณจ์ ากครอบครวั เพื่อน และสังคมอยเู่ รื่อยๆ มักจะทาใหค้ ุณค่าในตวั
เราคอ่ ยๆ ถดถอยลง การท่เี รามคี วามภมู ิใจในตัวเองต่า ทาใหเ้ ราขาดความมัน่ ใจ
แมแ้ ตจ่ ะตัดสินใจเร่ืองเล็กน้อยมากๆก็ยาก อยา่ งไรกต็ าม ความรู้สกึ เช่นน้ี ไม่
จาเป็นต้องอยกู่ บั เราถาวร การเพิ่มความภาคภมู ิใจในตนเองจะเพ่ิมความม่นั ใจ
และเป็นก้าวแรกสคู่ วามสุขและชีวติ ที่ดีข้นึ

ความภมู ใิ จในตนเองหรอื ความรู้สกึ ที่เรามีตอ่ ตนเองเปน็ สงิ่ สาคัญตอ่ สขุ ภาวะทางอารมณ์ของ
เรา การมีความภมู ิใจในตนเองสูงหมายความว่าเรารกั และยอมรับในส่งิ ทต่ี ัวเองเป็น และโดยทวั่ ไป
จะรสู้ ึกพอใจกบั ตวั เองเกือบจะตลอดเวลา ความภูมิใจในตนเองในระดับต่าหมายความว่าเราไม่มี
ความสขุ กบั สิ่งที่ตัวเองเป็น

การรวู้ ่าคณุ มคี วามภูมใิ จใจตนเองตา่ เป็นกา้ วแรกสกู่ ารปรบั ปรงุ และเอาชนะอุปนิสัย
ของคุณเอง คณุ อาจจะรู้สกึ ไมค่ ่อยภูมใิ จในตวั เองหากคุณมองตัวเองในแง่ลบ ความคดิ เหลา่ นี้
สามารถเกิดขึน้ กับสิง่ ใดสิ่งหน่ึงโดยเฉพาะ เช่น นา้ หนักหรอื รูปร่างของคณุ หรอื อาจจะครอบคลุม
ถงึ แง่มมุ อ่ืนๆ ของชีวิต หน้าทก่ี ารงาน และความสมั พันธ์ด้วยกไ็ ด้

เมือ่ คุณมคี วามคิดบางอย่างเกยี่ วกบั ตวั เอง ใหด้ ูว่ามนั เป็นไปในทางบวกหรือลบ หากคุณมี
ปัญหาในการประเมินความคดิ หรือในการสังเกตรูปแบบของความคดิ ให้ลองเขียนออกมาทกุ วนั
สกั สองสามวนั หรือหนง่ึ สัปดาห์ แล้วอา่ นขอ้ ความเพ่ือจับรปู แบบหรอื แนวโน้มของความคิดของคณุ

ไม่มีใครทไ่ี ด้รับถ่ายทอดความรสู้ ึกแบบนีม้ าโดยกาเนิด โดยทัว่ ไป มันเปน็ สง่ิ ท่ีสรา้ งมาตงั้ แต่วัย
เดก็ โดยมีเหตุมาจากความตอ้ งการท่ไี มไ่ ดร้ ับการตอบสนอง คาพูดในแงล่ บจากผู้อ่ืน หรือจาก
เหตุการณร์ ้ายแรงในชวี ิต การท่ีคณุ รสู้ าเหตุของปญั หานจ้ี ะช่วยให้คุณเอาชนะมนั ได้

กญุ แจสกู่ ารพัฒนาความภูมิในใจตนเองคือให้เปลย่ี นเสยี งในใจที่เอาแตส่ ่งเสยี งวจิ ารณแ์ ง่
ด้านลบมาเปน็ เสียงที่ให้กาลังใจและเป็นไปในแงบ่ วกแทน และท่ีสุดแล้ว คณุ จะต้องตัดสินใจลงมือ
ปรบั วิธที ีค่ ุณมองตัวเองเสียใหม่ การต้ังเป้าหมายในเบือ้ งต้นก่อนใหค้ ุณมองตวั เองในแง่บวกมากขนึ้
จะชว่ ยใหค้ ุณอยใู่ นทางท่ีจะนาไปส่คู วามมั่นใจในตนเองทมี่ ากข้ึน

พุง่ เปา้ ไปที่สง่ิ ท่ีคณุ ชอบเกยี่ วกบั ตวั เองเพอ่ื เปน็ เครอ่ื งเตือนว่าตวั คุณมอี ะไรมากกว่าส่ิงไม่ดๆี
ทเ่ี สียงในใจของคณุ พร่าบอก และแสดงความยนิ ดกี ับความสาเรจ็ ตามที่เปน็ โดยไมต่ อ้ งเปล่ยี นอะไร

เขียนสิง่ ท่ีคุณทาสาเร็จ คาชมทคี่ ุณได้รับและความคิดดีๆ ทคี่ ุณมตี ่อตนเองออกมา
แมค้ วามคิดด้านลบอาจไมห่ ายไปหมด การใหเ้ วลากับการใส่ใจในสงิ่ ดๆี มากขน้ึ จะชว่ ยพัฒนา
ความรู้สึกว่าตวั เองมีคา่ มากขนึ้ ไดโ้ ดยรวม

คุณสามารถตั้งเปา้ หมายที่จะปรบั ปรุงตวั โดยไม่ตอ้ งคาดหวงั ความสมบรู ณแ์ บบไปเสยี ทกุ ดา้ น
ของชีวิต เป้าหมายของคุณควรชัดเจนและเจาะจง แต่กเ็ ผื่อท่ีวา่ งไวส้ าหรบั “ความคลาดเคลื่อน” ท่ี
จะทาใหเ้ กิดความไม่สมบรู ณ์แบบดว้ ย

จาไว้เสมอว่าคุณเองก็เป็นมนุษยเ์ หมอื นกบั ทุกคน คณุ ไมจ่ าเป็นต้องมีความภูมใิ จในตนเองสูง
คุณไมจ่ าเปน็ ต้องสมบรู ณ์แบบถึงจะมคี วามภูมิใจในตนเองได้ หากคุณยอมรับสง่ิ ท่ตี นเองเปน็ ได้
ถงึ แมค้ ุณจะพยายามปรบั ปรุงบางดา้ นของตนเอง คุณก็จะยิง่ มีความภมู ใิ จในตนเองมากขึน้

หากคณุ รสู้ กึ ว่าคณุ ไมส่ ามารถสร้างความภูมใิ จในตนเองได้ดว้ ยตวั เองหรอื มันทาใหค้ ณุ หงุดหงิด
มากยามทค่ี ุณพยายามหาต้นตอของความไม่ภูมิใจในตวั เอง คณุ อาจต้องพ่ึงนกั บาบดั ผ้ซู ึ่งสามารถ
ช่วยคณุ ระบุและจัดการกับตน้ ตอของปัญหานี้ได้


Click to View FlipBook Version