ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลกั วิชาการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรียนรูท้ ่ีหลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวัดและประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้วธิ ีการท่ีหลากหลาย
แผนการจดั การเรียนร้นู าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผเู้ รียนและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงคศ์ กั ด์ิ บญุ พ่มุ )
หวั หน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ น้นผ้เู รยี นเป็นสาคัญ
มกี ารใช้สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พิสยั ทักษะพสิ ยั
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจันทิรา แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพฒั นางานตอ่ ไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธ์พิ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
การมองโลกในแงด่ ี (Optimism) คอื การมองวา่ ชีวิตนีเ้ ตม็ ไปดว้ ยเร่อื งราว
ทง่ี ดงาม มคี วามสุขสนกุ สนาน มีความปลอดภัย ไมใ่ ช่ท่ีจะมองขา้ มในสถานการณ์ปัจจบุ นั ไป
หรือไม่สนใจเรอื่ งราวท่ีเกิดขน้ึ แต่คอื การที่เราศรทั ธาและเชือ่ มั่นวา่ จะมีส่ิงดๆี หรอื เร่ืองราวดๆี
เกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน คนทม่ี องโลกในแง่ดี จงึ เป็นผทู้ ีม่ คี วามสุข ปราศจากความเครยี ด (หรือมี
ความเครยี ดน้อย) มีกาลงั กาย มีกาลังใจ มีกาลังในการคิดสรา้ งสรรค์ สร้างผลงาน ยง่ิ ไปกว่านั้นคือ
แหลง่ พลังเบอื้ งลกึ จากความรสู้ ึกวา่ ตวั เองเปน็ คนมีคณุ ค่า มคี วามสาคญั รวมไปถงึ การเหน็ คณุ ค่า
และความสาคญั ของสง่ิ ทต่ี วั เองทาอยดู่ ว้ ย คุณคา่ และความสาคญั ของเพ่อื นร่วมงาน ทมี ของคนมี
พลัง จะย่งิ ปล่อยพลงั ใหก้ ัน หมายถงึ พลงั ทีส่ ่งต่ออย่างไม่มีวันจบสิน้
1. ใช้วิกฤตใหเ้ ป็นโอกาส : ฝึกมองโลกในแงด่ ี เพื่อชว่ ยสรา้ งความหวัง หลงั พายเุ มฆฝน
ผ่านไป ท้องฟา้ จะกลบั มาแจ่มใส และมีรุ้งทสี่ วยงามเกิดขน้ึ เสมอ “ยงั ดีทฉี่ ันไมต่ าย แมต้ ้องสูญเสีย
แขนซา้ ยไป แต่ฉันยังมีชีวติ อยู่ ยงั เหลอื แขนขวาท่จี ะใชช้ วี ิตได้ต่อไป” แม้ชีวิตจะยากลาบากอยู่บา้ ง
แต่นัน่ ไม่ใชป่ ัญหาของคนมองโลกในแง่ดี...ใช่มั้ย?
2. อยูก่ ับความจริงท่ีเปลย่ี นแปลงด้วยสติและใจท่เี ปน็ สุข : เพราะชวี ิตไมไ่ ด้มีแต่เรื่อง
สวยงาม เมอ่ื ประตบู านหนงึ่ ทีป่ ดิ ลง ประตูอีกบานจะเปดิ ให้โอกาสใหม่ๆเขา้ มาเสมอ ธรรมชาติ
ของสรรพสิ่งมเี กิดขนึ้ และดบั ไป ในบางเร่ือง...เรามหี น้าท่ีเพยี งแคป่ ล่อยวางเท่านั้น
3. เตือนความทรงจาด้วยรอยยมิ้ และสิ่งดๆี : เมอ่ื คนเรายม้ิ จะชว่ ยกระต้นุ สมอง ส่วน
ที่เกี่ยวกับความรสู้ ึก ทาใหเ้ รามีความสขุ มากข้ึนและส่งเสรมิ การคิดบวกดว้ ยการเขียนประโยคสน้ั ๆ
ท่สี ร้างแรงบนั ดาลใจ เช่น ‘จงใชช้ วี ิตในแงบ่ วก’
4. ยอมรบั ในสิ่งทีค่ ณุ ไมอ่ าจควบคมุ ได้และคิดถึงสิ่งทีค่ ณุ สามารถทาได้ : เพ่อื ให้
สถานการณด์ ขี ้ึน การมองโลกในแง่รา้ ยไม่ช่วยอะไร นอกจากขัดขวางไม่ให้คุณทาสิง่ ต่างๆ ไดส้ าเรจ็
และบม่ เพาะนสิ ัยลังเล ไม่แน่ใจ ซึง่ ทาใหเ้ สียเวลาอันมีค่าไปอยา่ งน่าเสยี ดาย
5. อยทู่ ่ามกลางคนคดิ บวก เพราะนน่ั หมายถึงจะทาใหพ้ ลังแห่งการคิดบวกของคณุ
เพิ่มมากขึน้ ลองจินตนาการดวู ่า หากรอบกายของคุณเต็มไปดว้ ยคนหดหู่ ส้นิ หวัง มองทุกอยา่ ง
ในแง่ลบ...คดิ จะยิ้มไม่ออก หรอื คิดอะไรไม่ออกแน่
6. บม่ เพาะเมลด็ พนั ธ์แุ หง่ ความรกั ความเมตตา ความเสยี สละใหเ้ กดิ ข้นึ ในใจ
เมอ่ื เราหวังในสง่ิ ท่เี ปน็ ประโยชนก์ ับผู้อืน่ ปรารถนาให้ผู้คนเปน็ สุขและมอบส่งิ เหลา่ นอี้ อกไป
มันจะชว่ ยเพม่ิ พลังบวก และเป็นปราการปอ้ งกันคณุ จากสิ่งเลวรา้ ย และช่วยให้ใจคณุ เปน็ สงิ่ มากข้ึน
7. ยอมรับความไมเ่ ท่ยี ง อย่ายดึ มนั่ ถอื มัน่ จนทาใหช้ วี ิตเป็นทุกข์ คนคิดลบมกั มองความ
ลม้ เหลว หรือ เหตกุ ารณท์ เี่ ลวรา้ ยเปน็ ส่ิงทเ่ี กดิ ขึ้นถาวร เกิดกับเขาคนเดยี ว และทาใหช้ ีวติ แย่ลง
“ขณะที่คนคิดบวกมองวา่ เปน็ สง่ิ ท่ีเกดิ ขึ้นชัว่ คราว เกดิ กับใครก็ได้ และไมไ่ ดท้ าใหช้ วี ิตแยล่ ง”
8. เห็นคุณค่าสิ่งดีๆในชีวติ แค่หาเวลาหยดุ คิดและใครค่ รวญสกั นิด แล้วคุณจะเหน็ คุณค่า
ของมนั การบันทึกสง่ิ ดีๆ ด้วยการเขยี นเร่อื งราว หรอื วาดภาพส่ิงทที่ าให้คุณยม้ิ ได้ เชน่ คาชมของ
เพื่อนๆ หรอื สัตว์เลย้ี ง การเลอื กเกบ็ เฉพาะส่ิงดๆี จะทาใหค้ ณุ มีทศั นคตทิ ด่ี ขี น้ึ และช่วยคุณไดใ้ น
ยามทอ้ แท้
9. จงอยูก่ ับปจั จบุ นั ขณะ คนทั่วไปมกั ถูกครอบงาด้วยเร่ืองราวในอดีต และอนาคตทย่ี งั มา
ไมถ่ ึง แต่จริงๆ แล้วชีวิตทีต่ อ้ งดาเนินไปคือ ‘ชีวิตในปจั จบุ นั ขณะ’ คุณไม่อาจเรียนรูห้ รือจดจาในสิ่ง
ที่กาลงั เกิดข้นึ ได้ หากใจยงั ตดิ อยกู่ บั ห้วงเวลาอน่ื ดงั นนั้ จงฝกึ ใชช้ วี ิตอย่กู ับปัจจุบนั ขณะอย่างมีสติ
การคิดบวก Positivity หรอื Positive thingking เปน็ ส่วนหน่ึงของการทาให้
ตวั เองมีความสุข โดยทีก่ ารคิดบวกนน้ั ไมใ่ ชก่ ารคิดหาคาตอบวา่ อะไรถกู หรอื ผดิ แตเ่ ป็นการคิด
เพ่อื ใหเ้ ราได้เข้าใจในส่งิ ทีก่ าลังเป็นไป หลายคนเข้าใจว่าการคิดบวกตอ้ งอาศยั หลกั การทาง
จิตวทิ ยาเขา้ ช่วย แต่ความจริงแล้วตัวเราเองกส็ ามารถเปล่ียนตัวเองให้กลายเปน็ คนคิดบวกได้
ตลอดเวลา พยายามจะเปลีย่ นมุมมองจากเรื่องท่ีเกิดขนึ้ แลว้ มองให้มันดีไปทัง้ หมด หาโอกาสใน
วิกฤตไิ ดอ้ ยูเ่ สมอ
การคิดบวกสาคญั อย่างไร…?
เป็นพลงั ดีๆ ท่ีจะนาพาให้ชีวิตของคนเรามคี วามสขุ เพ่ิมขน้ึ ….แค่คดิ ดเี รากม็ คี วามสขุ แลว้
เปน็ พลงั พ้นื ฐานที่จะนาพาเราไปสู่ความสาเร็จได้...การคิดบวกทาใหค้ นเรามกี าลงั ใจใน
การกระทาการทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะเม่อื คิดว่ามนั ดีอยูแ่ ลว้ ลงมือทาเลย ดกี ว่าการที่มวั แตก่ ลวั
หรอื เกรงว่า... กไ็ ม่ไดล้ งมอื ทาซะที /คนเราต้องลงมอื ทา ความสาเรจ็ จึงตามมา
เปน็ พลังทาให้เรารูส้ กึ ดีกับตัวเราเอง แลว้ ยังเป็นพลังท่ีส่งตอ่ ไปยังคนอืน่ ๆได้…เป็นพลงั
ท่ที าให้ผคู้ นท่ีอยใู่ กล้มีความร้สู กึ ดีได้ ผคู้ นสว่ นใหญ่มกั จะชอบอยใู่ กลค้ นคดิ บวก เพราะคนคิดบวกนี้
ทาใหพ้ วกเขามีความสุขขน้ึ ได้ เปน็ พลงั เยน็ กายเยน็ ใจ
เป็นพลงั ทาใหท้ ุกสถานการณด์ ีขึน้ เสมอ…เม่ือเรายังต้องอยู่ในสงั คมน้ีเราหลีกเล่ียงการ
ปะทะกับผู้คน กับสภาพแวดลอ้ ม กับปญั หาสารพัดแทบไมไ่ ดเ้ ลย แต่การมีพลงั ในการคิดบวกอย่ใู น
ตัวนั้นจะช่วยใหเ้ ราเผชิญกับสิง่ ตา่ งๆ เหลา่ นี้ได้อย่างทีเ่ รยี กว่า แม้เจอปญั หาปัญหากจ็ ะดูเล็กลง แม้
เจอคนคดิ ลบ ความคิดเขากท็ าอะไรเราไมไ่ ด้
คดิ ดี พูดดี ทาดี หลักงา่ ยๆในการคิดบวก
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ (พเิ ศษ)
รายวชิ า กิจกรรมแนะแนว รหัสวิชา ก23902 กลมุ่ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การปรบั ตัวและอยู่รว่ มกับผูอ้ ่นื อย่างเหมาะสมและมีความสุข เวลา 1 ชั่วโมง
เร่อื ง นักเรยี นยคุ ใหม่ ใช้ชวี ติ แบบ New Normal เวลา 1 ชว่ั โมง
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 2/2564
ครูผ้สู อน นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศค์ าจันทร์ โรงเรยี นหนองบวั พิทยาคาร
................................................................................................................................. ..................................................................
1. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
- ผู้เรยี นมที ักษะการดารงชีวติ อยา่ งเปน็ ประโยชนแ์ ละปลอดภัย
2. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- ใฝเ่ รียนรู้
3. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
4. สำระสำคัญ
- ผู้เรยี นมที ักษะการจัดการกับอารมณข์ องตนเอง เห็นความ สาคัญและประโยชนข์ องการส่อื สารเพ่ือ
สร้างสัมพันธภาพกบั ผ้อู ่ืน มีภูมคิ มุ้ กันเร่อื งเพศ และนาไปใช้ในการดารงชีวติ อย่างเหมาะสม
5. สำระกำรเรยี นรู้
- ผู้เรยี นปรับตัวในการมาเรยี น และใช้ชีวิตสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของไวรสั COVID-19 ใน
รปู แบบ New Normal ความปกติใหม่ อย่างมีความสขุ
6. กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้
ขน้ั นำ
1. ครใู ห้นกั เรียนน่งั เว้นระยะหา่ ง ล้างมือก่อนขนึ้ ห้องเรียน พร้อมสารวจหนา้ กากอนามยั และ
เจลแอลกอฮอลส์ ่วนตวั ท่ีนกั เรยี นพกติดตัวมาด้วย
2. ครูไดส้ ร้างไลน์กลุม่ เพือ่ ใหน้ ักเรยี น Scan QR code เพือ่ เข้าหอ้ งกจิ กรรมแนะแนว ม.3
พร้อมท้ังอธบิ ายรายละเอยี ดในการเรียน กลุม่ A และ B
ข้นั สอน
3. ครูอธบิ ายถงึ ความสาคัญในการใช้ดาเนินชวี ติ รูปแบบ New Normal ความปกติใหม่ ท่จี ะชว่ ยให้
นักเรียนมคี วามปลอดภยั ใช้ชีวิตสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของไวรสั COVID-19 ซึง่ จะกลายเป็นพฤตกิ รรมท่ี
เปลี่ยนไปได้อย่างถาวร ในทางทด่ี ขี น้ึ
4. ครูให้นกั เรียนศึกษา ใบความรูเ้ รือ่ ง New Normal และดู Youtube เรอ่ื งวิถีชวี ติ แบบ New
Normal... พรอ้ มอธบิ ายเพ่มิ เติม
5. ครใู หน้ กั เรียนถอดบทเรียนและวเิ คราะห์ตนเองถงึ การใช้ชวี ติ แบบ New Normal
ตามความเปน็ จริง พรอ้ มภาพประกอบ
ข้นั สรุป
6. ครูใหแ้ นวคิดในการใชช้ วี ิต New Normal อย่างไรใหม้ ีความสุข พรอ้ มแนะแนวทางในการปอ้ งกนั
ตนเองและคนรอบข้างในสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของไวรสั COVID-19
7. สื่อและแหล่งกำรเรยี นรู้
- ใบความรู้ เรอ่ื ง New Normal
- Youtube เร่ืองวิถีชีวิตแบบ New Normal...
8. ช้ินงำนและภำระงำน
- ถอดบทเรียนและวเิ คราะห์ตนเองถงึ การใชช้ วี ติ แบบ New Normal
9. กำรวัดและกำรประเมนิ ผล
รายการประเมิน วิธกี ารวดั ผล เครื่องมอื ทใี่ ช้ เกณฑ์การ
ประเมิน
ด้านความรู้ นกั เรยี นสามารถคิด - การตรวจ การ - ถอดบทเรยี นและวเิ คราะห์ - ผ่านเกณฑ์ใน
วเิ คราะห์ ตัดสินใจแกป้ ัญหา และ ถอดบทเรียน ตนเองถงึ การใช้ชวี ติ แบบ New ระดับดขี ึ้นไป
วางแผนดา้ นการศกึ ษา Normal
- แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ - ผา่ นเกณฑ์ใน
ด้านคณุ ลักษณะ นกั เรียนสามารถ - การสังเกต ระดับดขี นึ้ ไป
1) ใฝ่เรยี นรู้
ด้านสมรรถนะสาคญั นักเรียนมี - การสังเกต - แบบประเมินสมรรถนะสาคัญ ผา่ นเกณฑใ์ น
ระดบั ดขี ้นึ ไป
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใชท้ ักษะ
ชีวติ
บันทึกหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชอ่ื ) ………..............………….................….…….. ผ้สู อน
(นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศค์ าจันทร์)
............/..................... /..................
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เนน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้ที่หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวัดและประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจดั การเรียนรู้นาไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกับหลักสูตร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศักดิ์ บุญพมุ่ )
หัวหน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถกู ต้องตามหลกั วชิ าการ
มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรียนเป็นสาคญั
มกี ารใช้สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พสิ ยั ทกั ษะพิสยั
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หวั หนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ข้อเสนอแนะของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพื่อนาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธพิ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของไวรสั COVID-19 สง่ ผลกระทบให้เกดิ การปรับเปล่ียน
พฤติกรรมคร้ังยิ่งใหญข่ องคนทั้งโลก ซ่ึงน่าจะมีผลในระยะยาวจนเปน็ พฤติกรรมมนษุ ยแ์ บบใหม่
ท่ีเรม่ิ ประพฤตปิ ฏิบัตกิ ันจนเปน็ ปกติ หรอื ท่เี รยี กกนั วา่
New Normal ที่ถึงแม้วา่ COVID-19 จะมหี นทางรกั ษาแลว้
แต่ New Normal ก็อาจจะกลายเป็นพฤตกิ รรมทเ่ี ปลย่ี นไป
ได้อย่างถาวร แล้วสิ่งท่ีส่งผลตอ่ สุขภาพร่างกายของเรา
จะมีอะไรบา้ ง? เรามาลองส่องพฤติกรรมน้ันกันดูค่ะ
Social Distancing กบั วถิ ีออนไลนท์ ีเ่ ล่ยี งไมไ่ ด้ การใช้ชวี ติ บนโลกออนไลน์
จะเป็นเรอื่ งปกตสิ าหรับทุกเพศ ทุกวยั เพ่อื หลีกเล่ยี งการออกจากบ้าน
ความสะอาด คอื ทีห่ นึ่ง Gadget ทที่ กุ คนต้องพกเป็นอาวธุ ประจาตัวแบบขาดไมไ่ ด้
ทุกคร้ังท่อี อกจากบ้าน คอื หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นแบบเจล สเปรย์พ่น
ผ้าเช็ดมอื ชอ้ น-ส้อม แก้วน้าสว่ นตวั เพ่ือสขุ อนามยั ของตัวเอง รวมไปถงึ ความพถิ ีพถิ นั ในการเลือก
ซ้ืออาหารทีป่ รงุ สกุ ถูกสขุ ลักษณะ สามารถนากลบั ไปอนุ่ รอ้ นก่อนทานได้ และหากเป็นผกั ผลไม้สด
กต็ อ้ งแช่ด้วยbaking soda และล้างใหส้ ะอาดกอ่ นรับประทาน
ออกกาลงั กายแบบฉายเดี่ยว การเว้นระยะห่างทางสังคมทีเ่ พิ่มข้ึนอาจส่งผลให้ทางเลือก
ของกจิ กรรมสุขภาพบางอยา่ งลดลง กิจกรรมการออกกาลังกายคนเดยี วภายในบา้ น หรือในทโี่ ลง่
แจง้ ทสี่ ามารถเวน้ ระยะจากผ้คู นได้ เชน่ การเต้นแอโรบคิ โยคะ วิ่งจ๊อกก้งิ ในซอยบ้าน นา่ จะเป็นที่
นิยมมากขนึ้
พฤติกรรมการทานอาหารท่เี ปลีย่ นไป การทานอาหารจานกลางอาจจะปรบั เปล่ยี นเป็น
การทานอาหารแบบจานเดี่ยว หรอื ต้องมีอุปกรณบ์ นโตะ๊ อาหารเพมิ่ คือ ช้อนกลางของตัวเองหาก
ตอ้ งรับประทานอาหารร่วมกบั ผู้อ่ืน
……………………………………….
เรามาถอดบทเรียน
ในชีวิตประจาวนั กันเถอะ
คาช้แี จง : ใหน้ ักเรียนวิเคราะหต์ นเองถงึ การใช้ชวี ิต แบบ
ตามความเปน็ จริง พรอ้ มภาพประกอบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................