คนมากมายจะรูส้ กึ ดีกับตัวเองมากข้ึนเมือ่ พวกเขาไดใ้ ห้อะไรดๆี ที่นอกเหนือไปจากความ
ต้องการของตนเอง งานอาสาเพอ่ื องคก์ รการกุศลเป็นผลดีต่อทั้งอาสาสมัครและผรู้ บั :
วนิ -วินท้งั สองฝ่ายจรงิ ๆ
มนั อาจยากทจ่ี ะหาเวลาใหก้ บั ตวั เองแตก่ ารหาเวลามาทาสงิ่ ที่ผอ่ นคลายและสร้างความสุข
สามารถเพิม่ ความภูมิใจในตนเองใหค้ ณุ และเพิ่มผลิตผลของงานในที่ทางานและที่บ้านดว้ ย
หากคุณมคี นที่มีอทิ ธพิ ลแยๆ่ ท่ีทาใหค้ ณุ รูส้ ึกแยก่ บั ตัวเองอยใู่ นชวี ติ ใหค้ ณุ พยายามลด
หรือกาจัดเวลาท่ีคณุ ต้องอยู่รว่ มกับคนเหล่าน้ี และใหค้ นท่ีมองโลกในแงด่ แี ละคอยหนนุ ให้คณุ มี
ความคิดดีๆ เกีย่ วกบั ตวั เองอยใู่ นชวี ติ แทน
เลอื กอาหารท่มี ีคณุ คา่ ทางโภชนาการและนา้ ตาล ไขมนั น้อยสามารถเพม่ิ พลงั งาน ลดอาการ
น้าตาลในเลือดต่า และช่วยให้สขุ ภาพโดยรวมดีข้ึน
หากไม่สามารถไปยมิ ได้ แคก่ ารเดินเรว็ จัดวา่ เพยี งพอแล้วสาหรบั การใหร้ า่ งกายไดข้ ยับมาก
ขึ้นและเสรมิ สรา้ งสุขภาพท่ดี ที าให้คณุ รสู้ ึกดีข้ึน และชว่ ยเสรมิ สรา้ งระบบภูมิคมุ้ กนั
หากคุณให้เวลาและความไตร่ตรองในเรื่องรูปลกั ษณข์ องคณุ ดว้ ยการเลอื กเสอื้ ผ้าท่ีทาให้คุณ
มัน่ ใจและรู้สึกวา่ ทกุ อยา่ งเขา้ กนั ดี พร้อมทัง้ ดูแลสุขอนามัยเปน็ ประจาทกุ วนั คุณจะรูส้ กึ สบายและ
มั่นใจมากขนึ้
มนั ก็เหมือนกบั ภาพวาดของพิกัสโซ่ ความสมบรู ณแ์ บบของภาพขึน้ อยู่กับตาของผูช้ ม
ความสมบรู ณ์แบบเปน็ ภาวะท่ีขน้ึ กับแตล่ ะคนและคนมักเลือกจะเช่อื แบบนนั้ เอง มนั กโ็ อเค
ทค่ี ณุ จะเปน็ คนมีมาตรฐานสูง แตบ่ อ่ ยครั้งมาตรฐานเหลา่ น้นั มันอุดมคติเกนิ ไป นน่ั เปน็ เพราะชวี ติ
คนเรามกั ไมเ่ ปน็ ไปตามที่วางแผนไว้ มันง่ายมากทค่ี ุณจะหงุดหงิดเมื่อคณุ ไมส่ ามารถทาตามภาพ
ท่ีคณุ วาดฝนั ไวไ้ ด้
คณุ สามารถเรียนรทู้ ี่จะปอ้ งกนั ตัวเองจากการเป็นคนไม่กระเตอื้ งด้วยการใหอ้ ภัยตัวเองเม่ือ
อะไรๆ ไมเ่ ป็นไปอย่างใจคดิ และใหก้ าลังใจตัวเองดว้ ยการรสู้ กึ ดกี บั ความสาเร็จและความเข้มแขง็
ของตน เพื่อทเ่ี ราจะได้รสู้ ึกดีกับตัวตนของเรา ณ ขณะนั้นจริงๆ
อยู่รอบๆ คนทีแ่ ครค์ วามรู้สกึ ของคณุ ! คนทไี่ มแ่ คร์คุณจะไมช่ ่วยเพม่ิ ความม่ันใจใหค้ ุณ
อย่ามงุ่ ทาใหค้ นอน่ื ประทบั ใจ แตจ่ งเปน็ ตวั ของตัวเองแทน แลว้ คนอืน่ ๆ
จะยกยอ่ งคุณและคุณจะความสบายใจกบั ตวั เอง
กลา้ แสดงความเหน็ การเพิ่มความนับถือในตัวเองเป็นเร่อื งของการไดใ้ นส่ิงท่คี ณุ
จาเป็นต้องได/้ ต้องการ จงทาส่ิงต่างๆ เพอ่ื ตัวคณุ เอง จาไวว้ ่าคุณตอ้ งชว่ ยตวั เอง
ให้ไดก้ ่อนท่จี ะช่วยคนอนื่
ตวั คณุ ก็คอื ตวั คุณและใครก็มาเปล่ียนมนั ไมไ่ ด้ เปน็ ตวั ของตวั เองและไมต่ อ้ งพยายาม
เลียนแบบใคร
ส่งิ สาคญั ทีส่ ดุ คือคุณตอ้ งเช่อื ในตัวเอง หากคณุ เชอื่ วา่ คุณทาได้ คณุ กจ็ ะทาไดจ้ รงิ ๆ
ความเขม้ แข็งในตวั คุณจะชว่ ยใหค้ ณุ ไปถงึ เป้าหมายในชีวิต หากคุณล้ม จงลกุ ขน้ึ มา
และพยายามอกี ครั้ง
มองตัวเองใจกระจกทกุ วนั พยายามหาส่ิงทนี่ ่าช่ืนชมในตัวคุณ: รูปรา่ งหนา้ ตา
งานท่ีสาเรจ็ ลลุ ่วง ความสาเรจ็ ท่ีผ่านๆ มา
ใหแ้ นใ่ จว่าทกุ ครงั้ ทพ่ี ูดคยุ กับตัวเองคณุ พดู แต่สงิ่ ดีๆ บอกตัวเองว่าคุณเจ๋งขนาดไหน
หรือวนั นีค้ ณุ ดูดีแคไ่ หน ทาให้ความคดิ บวกเปน็ ธรรมชาตขิ องคุณ
อยา่ ใสใ่ จกับคาวิจารณ์แยๆ่ ท่ีผู้คนพดู กับคณุ ฟงั เสียงตวั เองและจงม่นั ใจ ใครกไ็ ม่มี
สทิ ธิ์จะมาตัดสินการทค่ี ณุ เปน็ ตัวของตวั เองได้
คนทมี่ กั พูดถงึ ผ้อู น่ื ในแงล่ บเปน็ คนคณุ สมบตั ิตา่ และหากพวกเขาเป็นตวั ละครใน
หนงั สอื สกั เลม่ กจ็ ดั ได้ว่าเปน็ พวกเปลืองนา้ หมึกหรอื เปลอื งกระดาษทจ่ี ะเขยี นถงึ
เล่นโยคะหากคดิ ว่าโยคะชว่ ยได้ ลองทาสมาธดิ ูด้วย
*****************************
ตน้ ไม้แหง่ ความภาคภมู ใิ จ
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 15
รายวิชา กจิ กรรมแนะแนว รหัสวชิ า ก23902 กลุม่ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 การปรบั ตัวและอย่รู ่วมกบั ผู้อืน่ อย่างเหมาะสมและมีความสุข เวลา 4 ช่วั โมง
เรือ่ ง โรคซมึ เศร้า ภยั ใกล้ตัว เวลา 1 ช่วั โมง
ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2/2564
ครูผู้สอน นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศ์คาจนั ทร์ โรงเรียนหนองบัวพทิ ยาคาร
..................................................................................................................................................................................... ..............
1. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- ผู้เรยี นมีทักษะการจดั การกับอารมณแ์ ละความเครียด
2. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
- ใฝ่เรียนรู้
3. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
4. สาระสาคญั
- ผู้เรยี นมีทกั ษะการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง เหน็ ความ สาคัญและประโยชน์ของการส่ือสาร
เพื่อสรา้ งสัมพันธภาพกับผอู้ ืน่ มีภมู ิคมุ้ กนั เร่ืองเพศ และนาไปใช้ในการดารงชีวิตอย่างเหมาะสม
5. สาระการเรยี นรู้
- การสร้างองค์ความร้แู ละสรา้ งภูมคิ ุ้มกนั ไม่ใหเ้ กิดโรคซมึ เศร้าในวยั รุน่
6. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
1. ครเู ล่าถงึ สถานการณใ์ นปัจจบุ ันท่ีมีการฆ่าตวั ตายและทารา้ ยตัวเองมากย่ิงข้ึน พร้อมกบั สอบถาม
ความคดิ เหน็ นักเรยี นแต่ละคนวา่ เหตกุ ารณเ์ หล่าน้ันเกิดขน้ึ จากอะไร
ขน้ั สอน
2. ครูสอบถามนักเรยี นถึงความรเู้ บื้องต้นเกยี่ วกบั โรคซึมเศรา้ เพื่อทราบความรู้พ้นื ฐาน
3. ครูอธบิ ายให้ความรู้ และให้นกั เรียนดวู ีดทิ ัศน์ เรอ่ื ง โรคซมึ เศร้า เพม่ิ เติม
4. นกั เรยี นศกึ ษาใบความรู้ เรอื่ ง โรคซึมเศร้า ภัยใกลต้ วั ท่ีเราควรรู้
5. ครูให้นักเรยี นทาแบบทดสอบเพื่อวัดระดับ และใหค้ าแนะนาชว่ ยเหลือเบ้อื งตน้ -ส่งต่อใหส้ หวิชาชีพ
- แบบคัดกรองโรคซมึ เศรา้
- แบบประเมนิ โรคซึมเศร้า (9Q)
- แบบประเมินการฆา่ ตัวตาย
ขน้ั สรปุ
6. ครูใหข้ อ้ คิดและแนวปฏบิ ัติตนใหน้ กั เรียนไม่เสยี่ งทีจ่ ะเป็นโลกซมึ เศร้า โดยการหมนั่ ดูแลตนเอง
เห็นคุณค่าในตนเอง และสร้างเป้าหมายและแรงบนั ดาลใจใหก้ บั ตนเองอย่เู สมอ
7. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
- ดูวีดิทัศน์ เรอื่ ง โรคซมึ เศร้า ( สัมภาษณ์ขนุ เขานักจติ วิทยา )
- ใบความรู้ เร่ือง โรคซมึ เศร้า ภัยใกล้ตวั ท่ีเราควรรู้
8. ช้ินงานและภาระงาน
- แบบคัดกรองโรคซึมเศร้า
- แบบประเมนิ โรคซึมเศร้า (9Q)
- แบบประเมนิ การฆา่ ตัวตาย
9. การวัดและการประเมินผล
รายการประเมิน วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมือทใ่ี ช้ เกณฑ์การ
ประเมนิ
ดา้ นความรู้ นกั เรียนสามารถคดิ - การรว่ ม - แบบคัดกรองโรคซมึ เศรา้ - ผา่ นเกณฑ์ใน
วเิ คราะห์ ตัดสนิ ใจแก้ปญั หา และ กิจกรรม - แบบประเมนิ โรคซมึ เศรา้ (9Q) ระดบั ดขี ้นึ ไป
วางแผนดา้ นการศึกษา - แบบประเมนิ การฆา่ ตวั ตาย
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ - ผ่านเกณฑ์ใน
ดา้ นคุณลกั ษณะ นกั เรยี นสามารถ - การสงั เกต ระดบั ดขี น้ึ ไป
1) ใฝ่เรียนรู้ - แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั - ผา่ นเกณฑ์ใน
ระดับดีขน้ึ ไป
ดา้ นสมรรถนะสาคญั นกั เรยี นมี - การสังเกต
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใช้ทกั ษะ
ชวี ติ
บันทึกหลังแผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชอ่ื ) ………..............………….................….…….. ผู้สอน
(นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศ์คาจันทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถกู ต้องตามหลักวชิ าการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เนน้ ผ้เู รียนเป็นสาคญั ใช้สือ่ และแหลง่ เรียนร้ทู ีห่ ลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวัดและประเมินผลสอดคล้องกบั จุดประสงค์และกระบวนการจดั การเรียนรโู้ ดยใช้วิธีการท่ีหลากหลาย
แผนการจดั การเรียนรูน้ าไปส่กู ารปฏบิ ตั ไิ ดส้ อดคลอ้ งกบั หลักสตู ร บริบท สภาพของผ้เู รยี นและชมุ ชน
ลงช่ือ .....................................................
( นายณรงคศ์ ักดิ์ บญุ พุ่ม )
หวั หน้างานแนะแนว
วนั ที่ ......... เดือน ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ น้นผู้เรยี นเปน็ สาคญั
มกี ารใช้สอื่ และแหลง่ เรียนรหู้ ลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมนิ ผลครอบคลุมพฤติกรรมพุทธิพสิ ยั จติ พสิ ยั ทกั ษะพิสยั
ลงช่ือ .....................................................
( นางสาวจนั ทิรา แวงวงษ์ )
หัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้ เพือ่ นาไปพฒั นางานตอ่ ไป
ลงชอ่ื .....................................................
(นายพฤทธ์ิพล ชารี)
รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
วนั ท่ี ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
แบบทดสอบ โรคซมึ เศรา้ ในวยั ร่นุ
เพ่มิ เตมิ !!!!
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16
รายวชิ า กิจกรรมแนะแนว รหัสวชิ า ก23902 กลุ่ม กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 การปรบั ตัวและอยรู่ ่วมกบั ผู้อืน่ อย่างเหมาะสมและมคี วามสุข เวลา 4 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง การร้จู ักวิธีการสรา้ งสัมพนั ธภาพที่ดกี บั บุคคลรอบขา้ ง เวลา 1 ชัว่ โมง
ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2/2564
ครูผสู้ อน นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศ์คาจันทร์ โรงเรยี นหนองบวั พิทยาคาร
.......................................................................................................................................................... .........................................
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ผู้เรียนมที ักษะการส่อื สารและสรา้ งสมั พนั ธภาพ
2. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- ใฝเ่ รียนรู้
3. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
4. สาระสาคัญ
- ผู้เรียนมีทักษะการจดั การกับอารมณข์ องตนเอง เห็นความ สาคัญและประโยชน์ของการสอ่ื สารเพ่ือ
สร้างสมั พันธภาพกับผูอ้ ่ืน มีภมู คิ ุ้มกันเรอ่ื งเพศ และนาไปใชใ้ นการดารงชวี ิตอยา่ งเหมาะสม
5. สาระการเรียนรู้
- การรู้จกั วิธีการสร้างสัมพนั ธภาพท่ดี กี บั บุคคลรอบขา้ งและเห็นคณุ คา่ ของมิตรภาพ
6. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา
1. ครเู ลา่ ถงึ ประสบการณ์ในวยั เดก็ กบั การทากจิ กรรมดๆี ท่ีมเี พอ่ื นเปน็ ส่วนประกอบ แล้วบอกถงึ การ
ใชช้ ีวิตทีต่ อ้ งพ่ึงพาอาศยั กนั เมอ่ื เรมิ่ เตบิ โตเปน็ ผู้ใหญ่
ขนั้ สอน
2. ครูอธิบายถึงเหตุผลว่าทาไมคนทุกคนตอ้ งมเี พอื่ น ต้องสร้างสมั พันธภาพกบั คนรอบข้าง
3. นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรอื่ ง การสือ่ สารเพือ่ สร้างสัมพนั ธภาพ พร้อมอธบิ ายเพ่ิมเตมิ เพอ่ื กระตุ้นให้
นกั เรียนเห็นคณุ คา่ ของมติ รภาพที่แท้จรงิ
4. นักเรยี นและครรู ว่ มกันอภิปราย แลกเปล่ียนเรยี นรู้ถงึ วธิ ีการสรา้ งสมั พันธภาพท่ีดกี บั บุคคลรอบข้าง
พร้อมตอบคาถามคลายข้อสงสยั
5. ครูใหน้ กั เรียนทาสมดุ เลม่ เลก็ เรอื่ ง มิตรภาพท่ีดี มอี ยู่รอบกาย
ขน้ั สรปุ
6. ครูใหข้ ้อคิดและแนวปฏิบตั ิตนในการเป็นเพอ่ื นที่ดี เพ่ือคงไว้ซึ่งมิตรภาพทีส่ วยงามในอนาคต
7. ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
- ใบความรู้ เรื่อง การสอ่ื สารเพอ่ื สร้างสมั พนั ธภาพ
8. ช้นิ งานและภาระงาน
- สมดุ เล่มเลก็ เรอื่ งมติ รภาพท่ดี ี มีอยรู่ อบกาย
9. การวัดและการประเมินผล
รายการประเมิน วิธกี ารวดั ผล เครือ่ งมอื ทใ่ี ช้ เกณฑก์ าร
ประเมนิ
ด้านความรู้ นักเรียนสามารถคิด - การตรวจสมุด - สมุดเลม่ เลก็ เรอื่ งมิตรภาพท่ีดี
วิเคราะห์ ตัดสนิ ใจแก้ปัญหา และ เลม่ เลก็ มีอยรู่ อบกาย - ผา่ นเกณฑ์ใน
วางแผนด้านการศกึ ษา ระดบั ดีขน้ึ ไป
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ นกั เรียนสามารถ - การสังเกต - แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ - ผา่ นเกณฑ์ใน
1) ใฝ่เรียนรู้ ระดบั ดีข้นึ ไป
ดา้ นสมรรถนะสาคญั นกั เรียนมี - การสงั เกต - แบบประเมินสมรรถนะสาคญั - ผ่านเกณฑ์ใน
1) ความสามารถในการคิด ระดับดีข้ึนไป
2) ความสามารถในการใชท้ กั ษะ
ชีวิต
บันทกึ หลังแผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงช่ือ) ………..............………….................….…….. ผ้สู อน
(นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศ์คาจนั ทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลกั วิชาการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรทู้ ่ีหลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวัดและประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรโู้ ดยใช้วธิ ีการท่ีหลากหลาย
แผนการจดั การเรียนร้นู าไปสู่การปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศกั ดิ์ บุญพุ่ม )
หวั หนา้ งานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถกู ตอ้ งตามหลักวิชาการ
มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ น้นผ้เู รยี นเป็นสาคัญ
มกี ารใช้สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสัย จติ พิสัย ทักษะพิสยั
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพฒั นางานต่อไป
ลงชอ่ื .....................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
วนั ท่ี ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
ใบความรูท้ ี่ 16
ชีวติ ของมนษุ ยต์ ้งั แตถ่ อื กาเนดิ เกดิ มาจนส้นิ ชีวิต คนทุกคนต่างก็มคี วามต้องการท่ี
คลา้ ยๆกนั นน่ั ก็คือต้องการทใ่ี หม้ คี นเข้าใจ และเหน็ อกเห็นใจ ต้องการความรักจากคนรอบข้าง
หรอื คนท่ีผ่านเขา้ มาในชีวิต และบคุ คลเหล่าน้ีมกั จะเป็นครทู ่ดี สี าหรบั คณุ เสมอ
การมคี วามสมั พันธอ์ ันดกี บั ผูอ้ ื่นเป็นสิง่ จาเปน็ ในการมชี วี ิตอยูข่ องมนุษย์ พฒั นาการทาง
สังคมและความคิดความเข้าใจของบุคคล พัฒนาข้นึ จากการมีสัมพนั ธภาพกบั ผ้อู นื่
ดังนัน้ การเชื่อมความสมั พันธ์ระหวา่ งคน 2 คน จงึ ต้องอาศัยความเข้าใจถึงปัจจัยที่สาคัญ
ท่ีสง่ ผลตอ่ สมั พันธภาพทม่ี รี ะหวา่ งกนั เพอื่ บุคคลทง้ั สองฝา่ ยจะไดป้ ระสบความสาเร็จในการสร้าง
สมั พันธภาพที่ดตี ่อกัน
การทคี่ ุณมีสัมพันธภาพกบั ผูอ้ นื่ น้ันเปน็ การเปิดโอกาสให้คณุ ได้สนใจในสง่ิ ใหมๆ่ ได้เรียนรู้
เรอ่ื งใหมๆ่ ทอ่ี ยู่ตงั้ แตร่ ะยะใกลต้ ัวจนถึงไกลตัว หากคณุ ได้รบั มิตรภาพตอบแทนก็จะทาใหค้ ณุ นน้ั
เกิดความม่นั ใจในการสานมิตรภาพต่อไป แต่ถ้าคณุ ไดร้ ับการเพกิ เฉย สงิ่ ท่คี ุณควรคดิ เป็นอนั ดับ
แรกกค็ อื คณุ ทาอะไรผดิ พลาดไปหรือเปล่า ข้ันต่อมาคือ ปรบั ปรงุ พฤตกิ รรมและวิธีการสร้าง
สัมพันธภาพ โดยการเรียนรู้และเข้าใจผอู้ นื่ แตก่ ารที่คุณมีแนวคดิ และทัศนคติทแ่ี ตกต่างจากผู้อนื่
อาจทาให้คณุ รสู้ กึ ไม่ดี รู้สกึ ว่านีม่ นั ไมใ่ ช่ตวั คุณเลย แต่ความแตกต่างเหลา่ นี้จะเปน็ สิ่งที่ทดสอบ
ความสามารถของคณุ ในการพฒั นาขอบเขตสมั พนั ธภาพไดอ้ ย่างเต็มรูปแบบ
ในการสรา้ งสมั พันธภาพกบั ผอู้ ื่นนัน้ ขัน้ แรกคณุ ต้องรจู้ ักเข้าไปทักทายและพูดคุยกับคนที่เราตอ้ งการ
จะสร้างสัมพันธภาพ อาจมคี นบางคนท่คี ุณรูส้ ึกถูกชะตากับเขา คุณชอบเขามากและคณุ พบเห็นเขาอยูบ่ อ่ ยๆ
และคุณกอ็ ยากร้จู กั เขา แต่ถ้าคุณไมเ่ คยทจี่ ะเข้าไปพดู คยุ หรอื ทักทายเขา เช่ือไดเ้ ลยว่า สัมพนั ธภาพระหวา่ งคุณ
กับเขา จะไมม่ ีทางเกดิ ขนึ้ ไดอ้ ยา่ งแน่นอน เพอื่ นท่ถี ูกใจของคนส่วนใหญ่มกั จะมาจากเพ่ือนร่วมชั้นเรียน เพอื่ น
ทีม่ กี ิจกรรมรว่ มกัน เพื่อนที่ทางานร่วมกนั เพอื่ นทีเ่ ล่นกีฬารว่ มกนั แล้ววนั หนงึ่ คณุ จะพบวา่ หนง่ึ คนในน้ันทคี่ ณุ
มโี อกาสสร้างมติ รภาพทดี่ ีแกเ่ ขา
คนทีม่ ีความสนใจในเรือ่ งเดยี วกนั มกั จะมีเรื่องทจ่ี ะคุยกันไดง้ ่ายดาย มคี วามสุขในขณะท่ีพดู ถงึ
สง่ิ ท่ตี นชอบ หรอื มปี ระสบการณ์ จะทาให้ทราบถึงความสนใจในเร่อื งตา่ งๆ ของแต่ละฝ่ายได้เป็นอย่างดี
และง่ายทจี่ ะเรียนรู้ซงึ่ กนั และกนั เพราะทั้งสองฝ่ายมีบทสนทนาที่สามารถแลกเปลีย่ นความคิดเห็นและเปดิ
โอกาสให้คนท้ังครู่ ้จู กั กันแลกเปลย่ี นทัศนคติในการใชช้ ีวติ ซึ่งกันและกันมากย่ิงข้นึ
กบั คนทค่ี ุณชอบและคุณก็สามารถอยู่กบั เขาหรอื สนทนากับเขาอย่างมคี วามสุข คุณต้องการแบ่งปัน
ทัศนคตแิ ละความเชอื่ ของคุณให้เขารับรู้ แม้ว่าการพดู คยุ น้นั จะมีความคดิ เห็นท่ขี ัดแย้งกนั บา้ งกต็ าม
แตค่ วามใกลช้ ิดระหวา่ งมิตรภาพจะทาใหค้ ุณกับเขาได้แลกเปล่ียนมุมมองแนวคดิ ทน่ี ามากลา่ วอ้าง ซึง่ จะทาให้
ความคดิ เหน็ ต่างๆ ของคุณทง้ั สองคลา้ ยกนั และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน มคี วามเชอ่ื วา่ คนทีม่ ีแนวคิดในการ
ดาเนินชีวิตที่คลา้ ยคลงึ กนั มกั จะเป็นมิตรทด่ี ตี ่อกนั แตค่ นสว่ นใหญ่ก็จะรูส้ ึกสบายอกสบายใจ ท่ไี ด้อยรู่ ว่ มกบั คน
ที่ให้การสนับสนนุ แนวคิดของตนเอง
การใส่ใจในคนอนื่ คือ มคี วามต้องการท่ีจะรู้ว่าตอนน้ีมอี ะไรเกิดขนึ้ กบั เขาบา้ ง สนใจในความคิดและ
ความรู้สึกอนื่ ๆของเขา รับรู้ความลม้ เหลวและความสาเร็จในชีวิตเขา แน่นอนคนทุกคนย่อมชอบคนท่ใี ห้ความ
สนใจในเรอื่ งราวของเขาอยา่ งจริงใจ แต่ในทางตรงกนั ขา้ มทกุ คนจะไมอ่ ยากคบกับคนที่สนใจแต่เร่อื งของตวั เอง
รู้จักวธิ ีการปลอบใจ ใหก้ าลงั ใจ และตักเตือน ให้ข้อคิดแกเ่ ขาเมอื่ เขาหลงผิดดว้ ยความจรงิ ใจ แม้เขาจะไม่
ยอมรบั และปฏิบตั ิตาม ให้เกียรติในการตดั สินใจในเร่ืองทเี่ ขากาลงั เผชญิ อยู่อยา่ งเขา้ ใจ
มนุษย์ตอ้ งร้จู ักนับถือตนเอง แต่ก่อนทค่ี ุณจะรจู้ กั และนับถือตนเอง คณุ กต็ ้องรจู้ กั และนบั ถือผู้อืน่ ก่อน
คุณนัน้ จะเรียนรกู้ ารนับถือตัวเองไดจ้ ากการท่ีมใี ครบอกคณุ วา่ "ผมแอบมองและชน่ื ชมความสามารถของคุณอยู่
และขอให้คุณเป็นอยา่ งน้ีตลอดไป" เพยี งคาพดู ประโยคเดียวก็อาจทาใหค้ ุณมองเหน็ สิง่ ทม่ี คี า่ ทสี่ ุดในตวั คณุ และ
คณุ จะร้ไู ดอ้ กี ว่าพวกเขาต้องการอะไรจากคณุ และเพื่อนก็เปน็ ตวั กระตนุ้ ให้คณุ ได้พัฒนาความสามารถของคุณ
เพอ่ื ใหเ้ พ่ือนๆและคนรอบขา้ งยอมรับในตวั คณุ
การทีจ่ ะอยรู่ ว่ มสังคมกบั ผ้อู ืน่ อยา่ งมีความสุขนั้น คณุ จาเป็นตอ้ งให้เขาไว้วางใจในตัวคุณดว้ ย
เช่นเรอ่ื งการรกั ษาสญั ญา การตรงตอ่ เวลา การรักษาคาพูด เชน่ เดยี วกบั ที่ใครสักคนสัญญาอะไรกบั คุณไว้แตเ่ ขา
กลบั ไมท่ าตามที่สัญญา คุณจะคดิ กบั เขาอย่างไรซึง่ แน่นอนคณุ จะต้องเกดิ ความลังเลในตัวเขา และไมแ่ นใ่ จวา่
หากเขาสัญญาอะไรกบั คุณอกี คณุ จะเชอื่ เขาได้หรือเปล่า ความไว้วางใจในหลายๆเร่ือง เชน่ คุณหวงั ว่าเพ่อื น
ของคุณจะคนื เงนิ ทย่ี มื คณุ ไป เพือ่ นจะมาตามเวลาทค่ี ุณนดั ไว้ เพ่ือนจะรักษาสัญญาทใ่ี ห้ไว้กบั คณุ เพือ่ นต้อง
คอยเป็นกาลังใจใหค้ ุณในยามที่คณุ ทกุ ขท์ อ้ ใจ แตใ่ ครกต็ ามท่ไี มไ่ ดร้ บั ความไวว้ างใจกย็ ากนกั ทีใ่ ครต่อใครจะคบ
หาเป็นเพ่อื นสนิทหรอื เพ่ือนทรี่ ใู้ จ
สมั พันธภาพท่ีดรี ะหว่างคนสองคนน้ันควรมชี อ่ งวา่ สาหรบั ความบกพร่อง ความผดิ พลาด และความ
แตกต่างไวด้ ว้ ย ความยืดหย่นุ เปน็ การยอมรบั และการปรบั ตวั ให้เข้ากบั ผู้อ่ืน คนท่มี ีความยดื หย่นุ ก้จะเป็นคนท่ีมี
ความสขุ แม้จะอยกู่ บั คนทมี่ คี วามคดิ เหน็ ต่างกันหรือมกี ารดาเนนิ ชีวิตท่ีแตกต่างกนั โดยไม่มีความกดดนั หรอื ต้อง
ทาตัวเลียนแบบเพ่ือนเพอ่ื ท่จี ะใหเ้ ขา้ กันได้
คนทไี่ ม่มคี วามมัน่ คงในตวั เอง เขาไมส่ ามารถยอมรบั เพ่อื นหรือคนอน่ื ท่แี ตกต่างจากเขาได้ การพัฒนา
ความสามารถในการยอมรบั และปรับตวั เข้ากับเพื่อนท่มี หี ลายส่ิงหลายอย่างทีต่ ่างจากคุณด้วยความเหมาะสม
นน่ั เปน็ ความท้าทายสาหรบั คุณท่ีจะ เพิ่มเตมิ ความเช่ือม่ันในเอกลักษณ์ และความเป็นตัวคณุ เองมากขนึ้
สัมพันธภาพท่ดี ีที่สดุ คอื การได้มีส่วนรว่ มและแบง่ ปนั ในเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเปน็ ประสบการณ์
ความคดิ ความรู้สกึ คณุ ต้องรจู้ ักที่จะรับฟังเพื่อนของคณุ เลา่ ถงึ สง่ิ ทเี่ ขาหวังและสงิ่ ท่ีไม่สมหวงั ความทุกขใ์ จของ
เขา คนสว่ นใหญ่มกั จะลงั เลท่จี ะมีสว่ นแบ่งปัน เพราะกลวั ว่าจะถูกปฏิเสธกลับมา แต่ทว่าความสัมพนั ธแ์ นน่
แฟน้ ระหวา่ งเพอ่ื นจากทงั้ สองฝ่ายที่มสี ว่ นรว่ มในการใช้ชวี ิตของกันและกนั เปน็ เรอื่ งยากนักท่ีจะเกิดการ
แบง่ ปันทางดา้ นความคิด หรอื ความรสู้ ึกดีๆ ระหว่างเพ่อื น เชน่ ความรักความชอบอาจไมแ่ สดงออกมาตรงๆ
แตจ่ ะเป็นการแสดงออกมาโดยทางออ้ ม อย่างเช่น การพูดจาหยอกล้อ การลอ้ เลยี น การแสดงความเปน็ ห่วง
เป็นใยมากเปน็ พเิ ศษ
ความเห็นอกเหน็ ใจ คอื ความสามารถทค่ี ุณใสค่ วามรูส้ กึ ของตัวคณุ ลงไปในความร้สู ึกของบุคคลอ่ืน
การจะเขา้ ใจความรู้สึกนึกคดิ และพฤตกิ รรมของผ้อู ่นื ได้นัน้ ต้องมาจากความใกล้ชิด คณุ สามารถท่ีจะแสดง
ความเหน็ อกเหน็ ใจกับทกุ คนได้ แม้วา่ การแสดงความเหน็ ใจกบั คนท่ีคณุ ชอบจะเปน็ การง่ายกวา่ แต่ก็มคี วาม
จาเป็นอยา่ งมากท่คี ุณจะแสดงความเหน็ ใจกับคนที่แตกตา่ งจากคุณดว้ ย อยา่ งเชน่ คุณเป็นคนทก่ี ระฉับกระเฉง
วอ่ งไว มนั่ ใจในตวั เอง คุณคงจะลาบากใจไมใ่ ช่นอ้ ยทจี่ ะต้องแสดงความเห็นอกเห็นใจกับคนที่ เชื่องช้า เขินอาย
และไม่มีความมั่นใจในตวั เอง
คนสว่ นมากมกั ชอบคนทีม่ อี ะไรคล้ายๆ กนั แต่คนเรากต็ ้องมแี นวคดิ พฤตกิ รรม และอารมณท์ ่ีแตกต่าง
กนั และคณุ กค็ วรทจ่ี ะต้องรู้ดว้ ยว่าคุณควรจะมีปฏิกิรยิ าตอบสนองตอ่ เพอ่ื นหรือคนอ่ืนอยา่ งไร
สมุดเลม่ เล็ก เรอ่ื ง มิตรภาพทด่ี ี มีอยรู่ อบกาย
ปกหน้า – แนะนาตนเอง
รายละเอียดในเลม่
1. นกั เรียนบอกถงึ วธิ ีการสรา้ งสัมพนั ธภาพทดี่ ตี ่อผู้อืน่ ในแบบฉบบั ของตนเอง
2. นกั เรียนบอก ชื่อ-สกุล รายละเอยี ด ส่ิงท่ดี ีของเพอื่ นท่ีมตี ่อตนเอง พรอ้ มตดิ รูป
3. นักเรยี นบอกถงึ แนวคิด/ข้อดี ของการมีเพื่อนและการสร้างสัมพนั ธภาพ
พร้อมยกตวั อยา่ งเหตกุ ารณ์ทเี่ กิดข้นึ จรงิ ในชีวิตของตนเอง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 17
รายวิชา กิจกรรมแนะแนว รหัสวิชา ก23902 กลมุ่ กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 การปรบั ตัวและอยู่ร่วมกบั ผอู้ ่นื อย่างเหมาะสมและมีความสุข เวลา 4 ช่วั โมง
เรอื่ ง การเรียนรู้เพศวิถี และผลกระทบของการมีเพศสมั พันธก์ ่อนวยั อนั ควร เวลา 1 ช่วั โมง
ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2/2564
ครผู สู้ อน นางสาวจฬุ าลกั ษณ์ วงศค์ าจนั ทร์ โรงเรียนหนองบวั พทิ ยาคาร
...................................................................................................................................................................................................
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- ผู้เรยี นมที กั ษะการปฏิบัตติ นอยา่ งเหมาะสมและปลอดภยั ในเรื่องเพศ
2. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
- ใฝ่เรียนรู้
3. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
4. สาระสาคัญ
- ผู้เรียนมที ักษะการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง เหน็ ความ สาคัญและประโยชนข์ องการส่ือสารเพ่ือ
สรา้ งสัมพันธภาพกับผอู้ ื่น มีภมู ิคมุ้ กนั เรือ่ งเพศ และนาไปใช้ในการดารงชวี ิตอย่างเหมาะสม
5. สาระการเรียนรู้
- การเรยี นรขู้ ้อมลู ท่ถี กู ต้องในเรอ่ื งของความปลอดภยั ในชีวิตทางเพศของตนเอง การคมุ กาเนดิ
โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์
6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นา
1. ครูให้นักเรียนสารวจตนเองว่าตนถึงการเปลีย่ นแปลงของตนเองในการย่างเขา้ ส่วู ยั รุ่น และ
ยกตวั อย่างความเข้าใจท่ีผิดๆ ในเร่ืองเพศ เช่น การกินยาคมุ การหลั่งนอกแล้วปลอดภัย ฯลฯ ที่สง่ ผลกระทบ
โดยตรงกบั วัยรนุ่
ข้นั สอน
2. ครูอธิบายถงึ การเปลี่ยนแปลงของวัยรุน่ ว่าเปน็ ปัจจยั ทางธรรมชาติที่เกิดข้นึ กับทกุ คน พร้อมให้
นกั เรียนดวู ิดที ศั น์ เร่ือง เพศศกึ ษานา่ รู(้ พัฒนาการทางเพศ/การคมุ กาเนดิ /โรคติต่อทางเพศสัมพนั ธ์)
3. ครูให้นกั เรยี นศึกษาขอ้ มูลเพม่ิ เติมจากใบความรู้ เรื่อง เปดิ พ้ืนท่วี ยั ใส เข้าใจเรอื่ งเพศ และข้อมลู ดๆี
จากwww.lovecarestation.com เรอ่ื งปญั หาวยั รุ่น/ปรึกษาออนไลน์
4. นกั เรยี นทาใบงาน เรื่อง “ฉันเป็นวัยรุน่ ” โดยสารวจและวเิ คราะห์ตนเอง 360 องศา
ขัน้ สรุป
5. ครูอภปิ รายเพม่ิ เติม ตอบคาถามทน่ี กั เรียนสงสยั ในเรอ่ื งต่างๆ พรอ้ มแนะแนวทางการเปน็ วยั รนุ่
ทีส่ มบูรณ์แบบและมีคณุ ภาพ พรอ้ มสรา้ งแรงจงู ใจในการรู้จักรกั อย่างใหเ้ กยี รติ และไมบ่ ูลล่เี หยยี ดเพศที่ 3
7. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
- วิดที ัศน์ เรื่อง เพศศกึ ษานา่ ร(ู้ พัฒนาการทางเพศ/การคมุ กาเนดิ /โรคติต่อทางเพศสมั พันธ)์
- ใบความรู้ เร่อื ง เปดิ พื้นที่วัยใส เข้าใจเรอ่ื งเพศ
- ขอ้ มูลดีๆ เรอ่ื ง ปัญหาวยั รุ่น/ปรึกษาออนไลน์ www.lovecarestation.com
8. ช้ินงานและภาระงาน
- ใบงาน เรอื่ ง “ฉันเปน็ วัยรุน่ ”
9. การวัดและการประเมินผล
รายการประเมิน วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมอื ท่ใี ช้ เกณฑก์ าร
- การตรวจใบงาน - ใบงาน เรอื่ ง “ฉันเปน็ วัยรุ่น” ประเมิน
ด้านความรู้ นกั เรยี นสามารถคิด - ผา่ นเกณฑ์ใน
วเิ คราะห์ ตดั สินใจแก้ปัญหา และ - การสงั เกต - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ระดบั ดีขึน้ ไป
วางแผนด้านการศกึ ษา
ด้านคณุ ลกั ษณะ นักเรยี นสามารถ - ผ่านเกณฑ์ใน
1) ใฝ่เรียนรู้ ระดบั ดขี น้ึ ไป
ดา้ นสมรรถนะสาคัญ นกั เรียนมี - การสังเกต - แบบประเมินสมรรถนะสาคัญ ผ่านเกณฑใ์ น
1) ความสามารถในการคิด ระดับดีขึน้ ไป
2) ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชีวิต
บันทึกหลังแผนการจัดการเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงช่อื ) ………..............………….................….…….. ผู้สอน
(นางสาวจฬุ าลกั ษณ์ วงศค์ าจนั ทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลกั วิชาการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรทู้ ่ีหลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวัดและประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจดั การเรียนร้นู าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศกั ดิ์ บุญพุ่ม )
หวั หน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ น้นผ้เู รยี นเป็นสาคัญ
มกี ารใช้สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พิสยั ทักษะพิสยั
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
www.lovecarestation.com
เวป็ ไซต์ รวบรวมปัญหา และใหค้ าปรึกษาวยั ร่นุ ออนไลน์
ช่วงเวลาการเข้าสู่วยั รุ่น (adolescent) ร่างกายมีการเปลย่ี นแปลงตา่ งๆ ท่เี ปน็ สัญญาณทม่ี องเหน็ ได้
และมีความสาคัญ บางคร้ังอาจเรยี กวา่ เปน็ ชว่ งวยั เจริญพนั ธห์ุ รอื วยั หนุ่มสาว (puberty)
ท้งั นี้ยังไม่ทราบสาเหตุชดั เจนว่าอะไรเปน็ ตัวกระตนุ้ ทาให้เข้าสู่วัยรุ่น โดยท่ัวไปเด็กหญิงจะเริ่มเข้าสู่วัย
สาวเร็วกว่าเดก็ ชาวเขา้ ส่วู ยั หนุม่ ปจั จบุ นั พบวา่ เด็กหญิงเรมิ่ มกี ารพฒั นาเขา้ สู่ช่วงนี้ตัง้ แตอ่ ายุเฉลีย่ 9.3-9.9 ปี
และเพศชายเรมิ่ เมอ่ื อายุเฉลีย่ 10.6-10.8 ปี โดยการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มกี ารเปล่ียนแปลงตา่ งๆ ที่สังเกตเหน็
ได้ในช่วง Puberty ดงั น้ี
การเจริญเตบิ โตและพัฒนาการทางร่างกาย (Physical growth and development)
ในชว่ งวยั รุน่ มกี ารเจรญิ เตบิ โตทางรา่ งกายอันเป็นผลจากฮอร์โมนต่างๆโดยช่วง growth spurt พบว่า
เป็นช่วงทว่ี ัยร่นุ มีการเพม่ิ ของส่วนสูงมากท่ีสดุ ในช่วงชีวติ โดยพบว่าความสงู ท่ีเพม่ิ ในช่วงนีค้ ดิ เปน็ ร้อยละ
20 -25 ในส่วนสงู ในช่วงวัยผ้ใู หญ่ โดยเพศหญิงเร่ิมท่ีอายุ 9 ปี และเพศชายทีอ่ ายุ 11 ปีโดยประมาณ สุดทา้ ย
เพศชายจะสูงกวา่ หญิงโดยประมาณ 12-13 เซนติเมตร เนอื่ งจากการปิดของกระดูกช้ากวา่ เพศหญงิ
2 ปี อนั เป็นผลจากฮอรโ์ มนเพศ รวมไปถงึ การเปล่ียนแปลงอน่ื ๆ ของรา่ งกาย เช่น สดั ส่วนของร่างกายซึ่งมีมวล
กลา้ มเนือ้ ในสัดส่วนทม่ี ากขึน้ ในเพศชายและลดลงในเพศหญงิ การเพม่ิ ขึน้ ของมวลรวมถงึ การเจริญของกระดูก
ซึ่งทาใหไ้ หล่กวา้ งขึ้นในเพศชายหรือสะโพกผายเด่นขึ้นในเพศหญิง
การพฒั นาด้านเพศ (sexual development)
1. เพศหญงิ เร่ิมคลาไดก้ ้อนเต้านมใตล้ านนม มีขนหัวหนา่ ว
และมกี ารพัฒนาจนคลา้ ยคลึงกับวยั ผู้ใหญ่ โดยมเี ตา้ นมเจริญเตม็ ที่
รปู ร่างหน้าอกเหมือนกับผู้ใหญ่ และมขี นหวั หน่าวกระจายตัวเปน็ รูป
สามเหล่ียมควา่ และเร่ิมมีประจาเดือนเฉลีย่ อายุ 11.2-12.4 ปี โดย
การตัง้ ครรภ์มกั เกิดขึน้ ในชว่ ง 1-2 ปีหลังมีประจาเดอื น เนอื่ งจากใน
ช่วงแรกยงั ไม่มกี ารตกไข่
2. เพศชาย สามารถประเมนิ การเปล่ียนแปลงทาง
เพศโดยอาศัยลกั ษณะอวัยวะเพศ โดยเรม่ิ มีการเพ่ิมปริมาตร
ของอัณฑะโดยมปี ระมาตรตั้งแต่ 4 มิลลิลิตรขนึ้ ไปและถุง
อณั ฑะมีลักษณะบางลง รอยย่นชดั เจนขนึ้ จนกระทั่งมกี าร
พฒั นาขนาดและรปู ร่าง ท่มี ีความหยิกเหมือนลักษณะใน
ผู้ใหญ่เพศชาย (Tanner stage V)
การเปลย่ี นแปลงด้านสงั คมจติ วิทยา
(Psychosocial development)
นอกจากการเปล่ียนแปลงดา้ นร่างกายแลว้ วยั ร่นุ ยงั
มีพฒั นาการด้านการเปล่ยี นแปลงดา้ นจติ ใจ อารมณ์และการ
รับรู้ แตก่ ารเปลย่ี นแปลงนอ้ี าจมีลักษณะที่ไมส่ อดคล้องกบั
การเปล่ยี นแปลงอนั รวดเร็วทางดา้ นรา่ งกาย โดยการเขา้ สู่
วยั ร่นุ ในปจั จบุ ันเร็วกวา่ ในอดีต การพฒั นาทางดา้ นร่างกายเทยี บเทา่ กับวัยผูใ้ หญ่จึงมีความสมบรู ณเ์ ร็วขนึ้
หากแต่การพฒั นาด้านความคดิ และเหตุผลยงั ตอ้ งใช้เวลาซ่ึงมักจะสมบรู ณใ์ นวัยผู้ใหญ่ หรอื ในวยั รุ่นชว่ ยปลาย
(อายุ 18-21 ปี) ทาใหเ้ กิดความสับสน ขาดความเชือ่ มน่ั และขาดประสบการณ์ สง่ ผลใหก้ ารกระทาหรือ
พฤติกรรมของวยั รุน่ มลี ักษณะไม่เหมาะสมไดบ้ อ่ ย ชว่ งวัยรนุ่ จึงเปน็ ชว่ งวยั สาคญั ท่อี าจเกดิ ปญั หาในดา้ นจิต
สงั คมไดม้ ากกว่าช่วงอายอุ ่ืนๆ วยั รุ่นตอนต้นเปน็ ชว่ งที่วัยรุน่ ใหค้ วามสนใจหรือหมกมนุ่ เร่อื งเพศมากข้นึ โดย
วัยรนุ่ มกั เปรยี บเทยี บการเปลีย่ นแปลงทเี่ กิดขน้ึ ของตนเองกับเพอื่ นในวัยเดยี วกนั รวมถึงการมจี นิ ตนาการเร่อื ง
ความรักและการรว่ มเพศ ในเพศชายอาจเรม่ิ มีการฝนั เปยี ก โดยเหตุการณด์ ังกลา่ วอาจทาใหว้ ัยรุน่ เกดิ
ความรูส้ ึกผิดตอ่ ตนเอง เรม่ิ มีความสนใจเพศตรงขา้ มแบบผวิ เผิน เช่น การพูดคุยกนั ทางโทรศพั ท์ แชท ไลน์
เป็นต้น
ในชว่ งวยั รุ่นตอนลางกลางความสัมพันธ์ดงั กล่าวจะมคี วามซบั ซ้อนมากขนึ้ อาจเร่ิมมีแฟนหรือเรม่ิ ทา
กิจกรรมร่วมกนั หากแตพ่ ฤติกรรมทางเพศส่วนใหญม่ กั มลี กั ษณะทเ่ี กิดจากความสนใจเพศตรงข้าม มากกวา่
ท่จี ะเปน็ ความร้สู กึ ที่ลกึ ซึ้งและการมีเพศสัมพันธ์ ในช่วงวยั น้ีวยั รนุ่ จะเร่ิมทาความเขา้ ใจรสนยิ มทางเพศของ
ตนเอง โดยวัยรุ่นบางกลุ่มอาจมีความสับสนและยังไมต่ ัดสินใจ
เม่ือเขา้ สู่วยั รุน่ ตอนปลาย วัยรุ่นจะเริ่มมเี อกลักษณ์หรอื อัตลกั ษณ์ของตนเอง เริ่มม่ันคงกบั การ
เปลีย่ นแปลงทางเพศมากข้นึ เร่ิมคบกับเพ่ือนตา่ งเพศอยา่ งชัดเจนขนึ้ รู้สกึ ถงึ ความผกู พนั และความรัก
เชงิ ลึกซึง้ มากขน้ึ อยา่ งไรกต็ ามวยั รุน่ ในช่วงน้ียงั มเี หมือนวยั ผู้ใหญ่ การให้คาแนะนาจากผใู้ หญห่ รือแพทย์ในช่วง
วยั นีย้ ังมีความสาคญั ต่อวยั รุ่นเพือ่ ใหผ้ ่านช่วงวยั รนุ่ ไปอยา่ งเหมาะสม
อัตราการต้งั ครรภ์และการแท้งในวยั รุ่นในหลายประเทศมีอัตราสว่ นสูงกว่าประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ
เนอื่ งจากการใช้วิธกี ารคมุ กาเนิดท่ไี มต่ อ่ เนอื่ ง, ไม่เหมาะสม หรอื ไม่ไดค้ ุมกาเนดิ ข้อมูลระดับชาติ พบวา่ การใช้
ถงุ ยางอนามัยเปน็ วิธคี ุมกาเนดิ ท่ีใชม้ ากทส่ี ดุ ในวยั รุ่น เน่ืองจากสามารถป้องกนั การตดิ เชอ้ื เอชไอวีได้ อัตราส่วน
การใชว้ ธิ ีคมุ กาเนดิ มีดงั นี้
ถงุ ยางอนามยั 95%
การหล่ังภายนอก 58%
ยาเม็ดคุมกาเนิด 55%
ยาฉีดคุมกาเนดิ 17%
นอกจากนี้ ในวัยรุ่นพบวา่ มีการใชก้ ารคมุ กาเนดิ ฉกุ เฉิน 17%, แผ่นแปะคมุ กาเนดิ 13%, การใส่ห่วง
ในชอ่ งคลอด (Vaginal ring) 7% การวางแผนเกี่ยวกบั การมเี พศสมั พันธ์และการคมุ กาเนิดของวยั รนุ่ ตอนตน้
เปน็ เร่ืองยาก ถา้ ไม่มผี ใู้ หญค่ อยชว่ ยดูแลให้คาแนะนา เมื่อเปรยี บเทียบกบั วยั รนุ่ ตอนปลายจะสามารถวางแผน
ในการคมุ กาเนิดและมกี ารตดั สนิ ใจท่ีดีกว่า
วธิ ีการคุมกาเนดิ
1. ยาเม็ดคมุ กาเนดิ (Oral contraceptives)
วัยรนุ่ จานวน 33% จะลืมทานยาภายในชว่ งเวลา 3 เดือน วยั รุ่นควรไดร้ บั คาแนะนาในการทานยา
คมุ กาเนิดทง้ั ทางการพดู คยุ และการเขียนคาแนะนา การสาธิตดว้ ยแผงยาจริงหรือแผงยาตัวอย่างจะชว่ ยให้มี
ความเขา้ ใจในการทานยาเพมิ่ มากข้นึ
ส่งิ ท่ีวยั รุ่นควรทอ่ งจาให้ข้ึนใจ ได้แก่ 1.จะเริม่ ทานยาเมอื่ ใด 2.ทานยาทุกวัน เวลาเดิม และชว่ ยให้จาได้
งา่ ยขึน้ หากทานยาพร้อมๆกับกิจวัตรทต่ี อ้ งทาทกุ ๆวนั เช่นการแปรงฟัน 3.ติดต่อคลนิ ิกหากมีขอ้ สงสัยเกยี่ วกับ
การคุมกาเนิด
ยาเม็ดคุมกาเนิดสามารถเริม่ ยาได้ทุกเวลา ในวัยร่นุ มักจะให้เรม่ิ ยาเม็ดแรก ในวันแรกทีป่ ระจาเดอื น
ครง้ั ถดั ไปเร่ิมมา หรือเร่ิมยาในวนั อาทิตย์ หลงั จากท่ีเรมิ่ มีประจาเดอื น (Sunday start method) เนื่องจาก
ตอ้ งการใหแ้ นใ่ จจริงๆวา่ ไมไ่ ดม้ กี ารตงั้ ครรภเ์ กิดข้นึ
2. การทานยาเมด็ คุมกาเนดิ ตอ่ เนอ่ื ง (Extended-cycle or continuous pill use)
จุดประสงคข์ องการคุมกาเนิดชนิดน้เี กิดจากความต้องการทจ่ี ะเล่อื นชว่ งการมปี ระจาเดือนออกไป
ในกลมุ่ นกั กีฬาทอ่ี ยูใ่ นช่วงการแข่งขนั , วยั ร่นุ ทตี่ อ้ งเขา้ แคมป์ฤดูร้อน หรอื ในกลุม่ ที่ไม่สะดวกในการทจี่ ะต้องมี
ประจาเดือนทุกเดือน วธิ ีนจ้ี ะทานยาต่อเนื่อง 84 วนั และมเี วน้ ช่วง 1 สัปดาห์ที่ไมต่ อ้ งทานยาเพื่อให้
ประจาเดือนมา ช่วยเพิม่ การทานยาทตี่ อ่ เนื่อง
ปัจจุบันยาคุมกาเนิดชนดิ ท่ีทาให้ประจาเดือนมาปีละครั้ง ได้รับการรบั รองแล้วจาก องคก์ ารอาหารและ
ยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ประกอบดว้ ย Levonorgestrel 90 mcg. และ Ethinyl estradiol 20 mcg. จาก
การศกึ ษาการใชย้ าคุมกาเนิดแบบรายปีดังกล่าวในกลมุ่ ผ้ใู หญ่ พบวา่ หนง่ึ ในสอง ถงึ สองในสาม มอี ัตราการ
ลดลงของการเกิดเลือดออกกะปรบิ กะปรอย (Breakthrough Spotting or Bleeding) ในชว่ ง 2 เดือนหลัง
เม่อื เปรียบเทยี บกบั ช่วงเดอื นแรก
การใช้ยาคุมกาเนดิ ชนิดนที้ าใหเ้ กดิ เลือดออกกะปริบกะปรอยได้ในช่วงเดือนแรก ทาให้การใช้ยาอย่าง
ต่อเนื่องลดลง แต่การใชย้ าคุมกาเนิดชนดิ นี้ชว่ ยให้อาการปวดศีรษะและการปวดประจาเดอื นดีขึน้
3. ยาฉดี คมุ กาเนดิ (DMPA)
เร่มิ ฉีดคร้ังแรกในชว่ งทมี่ ปี ระจาเดือนเพอ่ื ให้แน่ใจวา่ ไม่ไดต้ ั้งครรภ์ และนดั วนั ฉดี คร้ังต่อไปเพอื่ ความ
ต่อเน่ืองของการคมุ กาเนดิ แพทยค์ วรอธิบายให้ทราบวา่ ควรปฏบิ ัติอยา่ งไรเมอ่ื ฉดี ยาคมุ กาเนิดเกนิ กาหนด ยา
ฉีดคมุ กาเนิดมีผลต่อการเพิ่มขึน้ ของนา้ หนกั ได้เมอื่ เทียบกับวัยรุ่นทง้ั ไป แต่ก็มีปัจจัยอน่ื ๆอกี หลายปจั จัยทมี่ ผี ล
ตอ่ น้าหนักของวยั รนุ่ จึงจาเป็นต้องอธิบายให้วัยรนุ่ เขา้ ใจ
4. แผน่ แปะคุมกาเนิด (Transdermal patch)
การทตี่ อ้ งเปลย่ี นแผ่นแปะคุมกาเนิดทกุ สัปดาห์ และการลอกหลดุ ของแผน่ แปะคมุ กาเนดิ ทาให้ความ
ตอ่ เนื่องของการคมุ กาเนิดด้วยวิธนี ้ลี ดลง
5. การใส่หว่ งในชอ่ งคลอด (Vaginal ring)
การใส่ห่วงในช่องคลอดจาเปน็ ที่จะต้องเปลย่ี นทกุ 3 สปั ดาห์ และเพ่ือประสิทธิภาพสงู สดุ ในการ
คมุ กาเนดิ ไม่ควรเอาห่วงออกจากชอ่ งคลอดมากกว่า 3 ชั่วโมงในชว่ ง 3 สปั ดาห์ ดังนั้นวัยร่นุ ทีร่ ู้สกึ วา่ การใสห่ ว่ ง
ในชอ่ งคลอดไม่สะอาดและต้องการลา้ งทาความสะอาดบ่อยๆ จะลดประสิทธิภาพในการคุมกาเนดิ และทาให้
เกดิ เลอื ดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอดได้
6. ถุงยางอนามยั (Condoms)
การใชถ้ ุงยางอนามยั มขี ้อดี คือ สามารถปอ้ งกนั การติดเช้อื ทางเพศสมั พันธ์ได้ แต่มีโอกาสการต้งั ครรภ์
สงู จากการใช้ไมต่ อ่ เน่ืองในวยั รุ่นทีต่ อ้ งการคุมกาเนดิ ดว้ ยวิธนี ี้ควรจะได้รบั ถงุ ยางอนามัยกลบั ไปดว้ ยเพื่อเป็นการ
สนับสนนุ ใหใ้ ชว้ ิธนี ีอ้ ย่างตอ่ เนือ่ ง
7. ยาฝงั คมุ กาเนดิ (Etonogestrel implant)
เป็นการคมุ กาเนิดระยะยาวอยา่ งต่อเน่ือง ประสิทธภิ าพในการคุมกาเนดิ อยู่ท่ี 24 ชั่วโมงหลงั จากฝังยา
คมุ กาเนดิ และสามารถต้งั ครรภ์ไดใ้ นระยะเวลาไมน่ านหลังจากเอายาฝงั คมุ กาเนิดออก
ยาฝังคุมกาเนดิ ทาใหเ้ กิดเลือดออกกะปรบิ กะปรอยใน 3 เดือนแรก หลังจากนั้นทาให้ไมม่ ปี ระจาเดือน
การท่มี เี ลือดออกกะปริบกะปรอยทาให้ความต่อเนอื่ งในการคุมกาเนิดด้วยวิธีน้ีลดลง การท่ีมเี ลอื ดออกกะปริบ
กะปรอยสามารถรักษาได้ดว้ ยการใช้ NSAIDs ร่วมกบั การทานยาเม็ดคุมกาเนดิ ชนิดฮอร์โมนรวมเปน็ ชว่ งส้ันๆ
การคมุ กาเนดิ ด้วยวีน้ีมีข้อดใี นเรื่องของการป้องกนั ภาวะซีด(การไมม่ ปี ระจาเดอื น), ช่วยลดอาการปวด
ท้องประจาเดอื น แต่ผลต่อมวลกระดูกไม่แตกตา่ งกนั เมือ่ เทยี บกับการใส่ห่วงคุมกาเนดิ หลังจากใชไ้ ปเปน็
ระยะเวลา 2 ปี ยาฝงั คมุ กาเนิดไมม่ ีผลตอ่ การเพ่ิมข้ึนของนา้ หนักหรือมผี ลเพียงเลก็ น้อย
8. การใส่ห่วงคมุ กาเนดิ (Intrauterine device)
ชนิดที่มีฮอรโ์ มนโปรเจสเตอโรนและชนิดท่มี ีทองแดง การใสห่ ่วงคุมกาเนิดสามารถใช้ได้อยา่ งปลอดภยั
ในวยั รุน่ หรือผู้หญิงที่ยงั ไมเ่ คยคลอดลกู ทางชอ่ งคลอด การใส่ห่วงคมุ กาเนิดเพิ่มความเสย่ี งในการติดเช้ือในอ้งุ
เชงิ กรานในช่วง 20 วันแรกหลังจากใส่หว่ ง เกดิ อาการเลือดออกกะปริบกะปรอยไดใ้ นชว่ งเดือนแรกหลังจากใส่
หว่ งคุมกาเนดิ ทีม่ ที องแดงอยู่จะทาให้ประจาเดอื นมามาก ส่วนห่วงคุมกาเนิดทีม่ ีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนทาให้
ประจาเดอื นมานอ้ ยลงหรือไม่มปี ระจาเดือนได้ และสามารถเกิดเลอื ดออกกะปรบิ กะปรอย
การใสห่ ว่ งคุมกาเนิดไม่แนะนาในผู้หญิงทม่ี คี วามเส่ยี งในการติดเชื้อในอ้งุ เชิงกราน, ปากมดลกู อกั เสบ
เปน็ หนองอยหู่ รือเคยเปน็ ในระยะเวลา 3 เดือน หรอื มีคู่นอนหลายคน วธิ นี ้สี ามารถใช้ได้ในผหู้ ญิงที่มีประวตั ติ ดิ
เชอ้ื ในอุ้งเชงิ กรานในอดตี ทใี่ นปจั จุบันไม่ไดม้ ีการตดิ เชือ้ ทางเพศสัมพนั ธแ์ ลว้
**ยาคมุ กาเนิดแบบฉกุ เฉนิ …ควรใช้เมอ่ื ฉกุ เฉนิ
ยาเม็ดคุมกาเนิดฉุกเฉินแมจ้ ะสามารถควบคุมการตั้งครรภไ์ ด้ แตไ่ ม่สามารถป้องกันโรค
ทอ่ี าจเกิดจากการมีเพศสมั พนั ธ์ และอาจส่งผลกระทบต่อรังไขแ่ ละมดลูก รวมถงึ กระตนุ้ เซลล์มะเรง็ ได้
การกนิ ยาเมด็ คมุ กาเนดิ ฉุกเฉิน ไมค่ วรเกนิ 3 วนั หรอื 72 ชั่วโมงหลงั มีเพศสัมพนั ธ์ และไม่ควรกิน
มากกวา่ 2 แผง (4 เม็ด) ภายในรอบเดอื นเดยี ว เนอ่ื งจากยาจะสง่ ผลใหร้ ะบบสืบพนั ธสุ์ รา้ งฮอร์โมนผิดปกติ
หากหลงั จากรับประทานยาไปแลว้ มีเลอื ดออกทางชอ่ งคลอด หรือประจาเดือนขาดหายไป รวมถงึ
สงสยั วา่ ต้งั ครรภ์ ควรรบี พบแพทยเ์ พ่อื วินจิ ฉัยภาวะผดิ ปกติ
โรคติดเช้ือทางเพศสัมพันธ์
สามารถเป็นได้ทุกเพศทกุ วัยแต่พบมากในหมูว่ ยั รุ่น เนือ่ งจากวยั รนุ่ นยิ มมเี พศสมั พนั ธ์กอ่ นการแตง่ งาน
โดยขาดความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการปอ้ งกนั ตวั เอง รวมทั้งค่แู ตง่ งานมีอัตราการหย่าร้างสงู ขน้ึ ทาให้คนมสี ามี
หรอื ภรรยาหลายคนเกดิ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธม์ ากขนึ้
สาเหตขุ องการตดิ เชอื้ ทางเพศสัมพันธแ์ บง่ ออกเปน็ 3 กลุ่มคือ
1. เกดิ จากเชือ้ ไวรสั ซึง่ บางชนิดรักษาหาย บางชนดิ ไม่มยี ารักษา บางชนิดจะแฝงตัวและเปน็ ซา้ ไดอ้ กี
เช่น เริมท่อี วยั วะเพศ หูดหงอนไก่ ไวรสั ตับอักเสบบี ฯลฯ
2. เกดิ จากเชือ้ แบคทเี รีย รกั ษาหายไดด้ ้วยยาปฏิชีวนะ เช่น ซฟิ ลิ สิ หนองใน หนองในเทียม
ช่องคลอดอักเสบ ฯลฯ
3. เกิดจากเชือ้ อ่ืนๆ เช่น พยาธิ สามารถรกั ษาใหห้ ายขาดได้ดว้ ยการใช้ยาปฏิชีวนะ
กลมุ่ เสี่ยงตอ่ การเป็นโรคติดตอ่ ทางเพศสมั พันธ์
คนทมี่ คี นู่ อนมากกวา่ 1 คน ในชว่ ง 3 เดอื นกอ่ นหน้า
ผู้ทมี่ ีประวตั ิป่วยเปน็ โรคติดต่อทางเพศสมั พันธใ์ น 1 ปที ่ีผ่านมา
ผู้ทไ่ี ม่สวมถุงยางอนามัยระหวา่ งมีเพศสมั พนั ธ์
อาการแบบใดสงสยั เป็นโรคตดิ ต่อทางเพศสมั พันธ์
ในผชู้ าย ปสั สาวะแสบขัด ขาหนบี บวม เป็นฝี เจ็บปวดอวยั วะเพศ มีผน่ื ตมุ่ แผลบรเิ วณ
อวัยวะเพศ มเี มอื กใสหรอื หนองไหลออกมา
ในผูห้ ญงิ รสู้ ึกเจ็บเสียวทอ้ งน้อย ขาหนบี บวม เป็นฝี เจ็บปวด คนั อวัยวะเพศ มผี ืน่ ตมุ่ แผล
บรเิ วณอวัยวะเพศ มตี กขาวสีเหลอื งมกี ลน่ิ เหม็น
โรคติดตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์ท่ีสาคญั หนองในแท้
เริมท่อี วัยวะเพศ
โรคเอดส์
หนองในเทียม ซฟิ ิลสิ
หดู หงอนไก่
การป้องกนั โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ใสถ่ ุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมเี พศสัมพันธ์
ไมเ่ ปลยี่ นคนู่ อนบอ่ ย
รักษาความสะอาดร่างกายและอวยั วะเพศอย่างสมา่ เสมอ
ตรวจโรคเปน็ ประจาทกุ ปีโดยเฉพาะคู่ทก่ี าลงั จะแต่งงาน
รกั ในวัยเรยี นผิดด้วยเหรอ ?
“มีแฟนมนั ผดิ ตรงไหน กแ็ คม่ ีคนรู้ใจเฉย ๆ ..” นอ้ ง ๆ หลายคนคงเคยโดนผใู้ หญบ่ ่นเร่ืองมีแฟน
ใหร้ ะวงั โน่นบา้ งล่ะ อยา่ ทานี่บา้ งล่ะ ส่วนตวั พคี่ ิดวา่ การมีแฟนไม่ผดิ นะครับ เพราะเป็นความรูส้ ึกทหี่ า้ ม
กนั ไมไ่ ด้ แตก่ ค็ วรอยใู่ นกรอบท่ีเหมาะสมไม่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่อยา่ งน้นั ปัญหาตามมาแน่ๆเชียวล่ะ
อยา่ ลืมวา่ นอ้ งๆ เป็นนกั เรียนประสบการณช์ ีวติ ยงั นอ้ ยมาก ถา้ หลงใหลกบั ความรักจนขาดสตลิ องคดิ ดูวา่
จะเกิดอะไรตามมาบา้ ง!! จงึ ไม่แปลกใจเลยทพ่ี อ่ แม่จะปฏิเสธเสียงแขง็ วา่ ยงั ไม่พร้อมใหน้ อ้ งๆ มีแฟน
ยงั ไงล่ะ แตเ่ อะ๊ !! เคยสงสยั กนั ม้ยั เอ่ยวา่ เหตผุ ลนอกจากน้ีทท่ี าใหพ้ อ่ แม่กลวั และยงั ไม่อยากใหล้ ูกมีแฟน
มีอะไรอกี บา้ ง ตามไปดูสาเหตใุ นประเดน็ ตอ่ ไปกนั เลย
สาเหตุที่พ่อแม่ไมอ่ ยากให้มีแฟน
1. กลวั เสียการเรียน – เสยี อนาคต
2. กลวั ปัญหาท้องก่อนแตง่
3. เปน็ วยั ทย่ี ังไม่มั่นคงเรอ่ื งการควบคุมอารมณ์ (ทะเลาะ รกั ๆ เลกิ ๆ)
4. หาเงนิ เล้ียงตัวเองยังไม่ได้
5. ความรบั ผิดชอบ – ประสบการณ์ชวี ิตยังไมม่ ากพอ
ทาไงดี ถ้าพอ่ แม่ไมใ่ ห้มแี ฟน !!
1. ปรับความเข้าใจ/หาข้อตกลงรว่ มกนั
หลายครอบครวั ไมเ่ ชิงหา้ มลูกไมใ่ หม้ ีแฟนซะทเี ดยี ว แตจ่ ะมีขอ้ ตกลงร่วมกนั ไมใ่ ห้ออกนอกลู่นอกทาง
ทาสิง่ ไม่เหมาะไม่ควร นอ้ งๆลองพูดคุยตกลงกับทา่ นให้ชัดเจนและให้คามน่ั สญั ญาดสู ิ พเ่ี ชอื่ ว่าทา่ นน่าจะไม่ปิด
กั้นมากเกนิ ไป (แอบเอาใจช่วยเลยนะเนี่ย !!)
2. คบฐานะเพอื่ น (สนทิ ) ไปก่อน
นี่อาจเปน็ ทางออกทแี่ อบเสยี เซลฟห์ นา้ ชาหนอ่ ย ๆ!! (คนมนั รักช่วยไมไ่ ด้น่หี น่า T^T) แตถ่ ้ามองอกี มุม
นี่กเ็ หมอื นพสิ จู นร์ ักแท้ดี ๆ น่เี อง ถา้ รกั กนั จรงิ เธอต้องรอฉนั ใหไ้ ดน้ ะ เธอต้องเข้าใจฉนั และครอบครัว น้อง ๆ
ลองคยุ เล่น ๆ กับแฟนดูสวิ ธิ ีน้ีอาจได้ผลก็ได้ใครจะรู้
3. รับผิดชอบตัวเองให้ได้
เอาละ่ !! จะมวั ฟมู ฟายไปกใ็ ช่เรอ่ื ง จะฟังเพลงอกหักซา้ ๆ ทุกวันกไ็ ม่ไหว นั้นลกุ มาเปลยี่ นตัวเองดกี วา่
เยอะเลยจรงิ ไหมล่ะ ไหน ๆ อยากมแี ฟนท้งั ทตี ้องทาให้พ่อแม่เห็นว่าเราก็มีความรับผิดชอบเหมอื นกันนะเนี่ย
เปลี่ยนจากนงั่ ดซู ีรี่ย์ฝันหวานมากวาดบ้าน ล้างรถ เข้าครัวทาอาหารบา้ งไรบ้างดอี อก เห้ย ๆน้นั ต้องเอาเกรด
สวย ๆ มาฝากดว้ ยดกี วา่ ท่องไวใ้ นใจตอ้ งทาให้ท่านเช่ือมั่นในตัวเราใหไ้ ด้ (ฮดึ สู้เข้าไว้!!)
4. เปิดตวั ให้ครอบครวั รู้จกั
ไหน ๆ พอ่ แม่กห็ า้ มไม่ให้มีแฟนน้นั ใจดีสู้เสือเปิดตัวซะเล๊ย !! ถา้ โชคดีหนอ่ ยก็คงไม่โดนวา่ อะไร แถม
อาจต้อนรบั ซะดิบดีนโี่ ชคดีเหมือนถูกลอตเตอร่ีรางวัลท่ี 1 แต่ถา้ ตรงกนั ข้ามอนั นีก้ ็น่าเหน็ ใจ เอาเปน็ วา่ จะ
ตัดสนิ ใจเปดิ ตวั หรือไม่ก็ลองประเมนิ สถานการณเ์ ล่น ๆ ดนู ะครบั เพราะแตล่ ะบ้านระดับรกิ เตอร์สนั่ ไหวไม่
เท่ากันชัวร์ๆ !!
รกั กันต้องช่วยกนั เรียน
ฟงั ทางนกี้ อ่ น !! ถ้าตอนนี้ใครกาลงั อนิ เลิฟหรอื คิดว่าตอ้ งมีแฟนให้ได้ ตามสอ่ งเฟซบุ๊ก ไอจี คนที่ชอบ
ต่อไปคงละลายกลายเป็นน้าเชอื่ มกอ่ นแน่ๆ ใหท้ ักแชตก็เขินจะบา้ ตาย (คนอะไรไมร่ ูน้ ่ารักเป็นบา้ หื้ม !!) สิง่ ท่ี
นอ้ งๆ ตอ้ งร้กู ่อนเลยคือ “รกั แบบไหนถึงจะเหมาะสม” พีแ่ นะนาวา่ ตอ้ งเปน็ รกั ทรี่ กั อนาคตของตัวเอง
ด้วย ชว่ ยกนั เรยี น ชว่ ยกันตวิ หนงั สือ เปน็ ท่ีปรกึ ษาให้กนั ตา่ งฝา่ ยตา่ งให้เกยี รติ ไมท่ าสิง่ ท่ีไม่ดกี ่อนเวลา
สมควร น่สี ิ! ถึงเรยี กว่ารกั กันจรงิ ถ้าเปน็ ไปไดค้ วรแนะนาใหท้ ีบ่ ้านรู้จกั ดว้ ย อยา่ งน้อยก็อยใู่ นสายตาผู้ใหญ่
ดีกว่าหลบๆ ซ่อนๆ ยังไงล่ะ แตถ่ า้ ทบ่ี ้านไม่ให้มีแฟน (นา้ ตาคลอเบ้า TT) ก็ลองเอาวธิ ีท่ีพ่แี นะนาประเด็นก่อน
หนา้ ไปลองใช้ดูสิ แตบ่ อกกอ่ นว่าต้องค่อยเปน็ คอ่ ยไปนะครบั ต้องเขา้ ใจวา่ อาจใช้เวลา จะให้ครอบครวั เข้าใจเรา
ทนั ทกี ค็ งไมง่ า่ ยแน่ๆ
วัยเรียนเรื่องเรยี นตอ้ งมาก่อน ความรักมาทีหลงั การมแี ฟนไมใ่ ช่เร่ืองผิดเลยแตน่ ้อง ๆ ตอ้ งรขู้ อบเขต
ความถูกตอ้ งเหมาะสมนะครบั เพราะคนทหี่ ่วงเรามากกวา่ แฟนกค็ นในครอบครัวนีแ่ หละ ถา้ พอ่ แม่ปฏเิ สธไม่ให้
มีแฟนก็อยา่ นอ้ ยใจท่านเลยครับ เพราะนน่ั แหละคอื รักแท้ท่เี ราไมต่ อ้ งไปหาทไี่ หนไกล สง่ิ ทที่ าได้ดีที่สุดตอนน้ีคือ
ตงั้ ใจเรยี น เปน็ เด็กดี เรียนใหจ้ บ พอถึงวนั นน้ั พเี่ ช่อื ว่าทา่ นจะเปิดทางให้ แน่นอน เปน็ กาลังใจให้ทุกคนทม่ี ีความ
รกั นะครบั
ผลเสียจากการมีเพศสัมพนั ธ์กอ่ นวัยอันควร
1.ทาใหเ้ สียการเรียน เสยี อนาคต
2. เกิดความอบั อาย อาจตัดสนิ ใจผดิ
3. เกิดความทุกข์ใจ
4. เกดิ การตั้งครรภไ์ ม่พงึ ประสงค์
5. เกดิ การทาแท้ง เปน็ การกระทาผิดกฎหมาย
6. เด็กท่ีเกิดมามกั มีปญั หา
7. สรา้ งความทุกข์ใหพ้ อ่ แม่
8. เสอ่ื มเสียช่ือเสียงวงศต์ ระกูล
9. สูญเสียอนาคตของชาติ
ข้อแนะนาบางประการในเรอ่ื งความรักของวัยร่นุ
1. ต้องเขา้ ใจเรื่องของความรกั และการคบกนั แบบค่รู ัก วัยรนุ่ ชายจะคดิ ต่างจากวัยรุ่นหญิง
ฝ่ายหญิงต้องระวงั ตัว
2. ตอ้ งประพฤติตนใหเ้ หมาะสมไมล่ ว่ งเกินทางกายกนั
3. ต้องรกั ษาขนบธรรมเนยี มอันดีงามของไทย
4. ตอ้ งรู้จักยบั ยัง้ ช่ังใจไมพ่ าตนเองไปอยใู่ นสถานการณท์ เ่ี ส่ยี งตอ่ การมเี พศสมั พนั ธ์
5. เมื่อมปี ญั หาควรปรึกษา พอ่ แม่ ครู อาจารย์ หรอื ญาตผิ ใู้ หญ่
6. ควรพากันทากิจกรรมทีส่ รา้ งสรรค์
ใบงาน เร่ือง “ฉนั เป็นวัยรุ่น”
คาชแ้ี จง : .ใหน้ ักเรยี นวเิ คราะหต์ นเองถึงการเปลย่ี นแปลงในชว่ งวยั รนุ่ ท่ีเกดิ ข้นึ
ตามความเป็นจรงิ
1. นกั เรยี นอธบิ ายการเปล่ียนแปลงและผลกระทบดา้ นร่างกาย ด้านสังคม
ดา้ นอารมณ์ความรู้สกึ เมื่อย่างเข้าสู่วยั รุ่น
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
2. นกั เรียนขอรบั คาปรกึ ษาจากใคร/หน่วยงานใดบ้าง เมอื่ เผชิญกับปัญหาตา่ งๆ
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
3. นกั เรียนมวี ิธกี ารปฏิบัติตนอย่างไร เมอ่ื รสู้ ึกมคี วามรกั /ประทับใจใครซกั คน
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
4. นกั เรียนมีแนวทางในการเป็น “วัยรุน่ ที่มคี ณุ ภาพ” อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 18
รายวชิ า กิจกรรมแนะแนว รหัสวิชา ก23902 กลมุ่ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 การปรับตวั และอยู่ร่วมกบั ผ้อู ่นื อย่างเหมาะสมและมคี วามสขุ เวลา 6 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง การคิดบวก (Positivity) และการมองโลกในแงด่ ี (Optimistic) เวลา 1 ชวั่ โมง
ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2/2564
ครูผ้สู อน นางสาวจฬุ าลกั ษณ์ วงศค์ าจันทร์ โรงเรยี นหนองบวั พิทยาคาร
...................................................................................................................................................................................................
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ผู้เรียนมีทักษะการดารงชีวติ อยา่ งเป็นประโยชนแ์ ละปลอดภยั
2. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- ใฝเ่ รยี นรู้
3. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
4. สาระสาคัญ
- ผู้เรยี นมีทักษะการจดั การกับอารมณข์ องตนเอง เหน็ ความ สาคัญและประโยชนข์ องการสื่อสารเพื่อ
สร้างสัมพนั ธภาพกับผูอ้ ื่น มภี ูมคิ ุม้ กนั เร่ืองเพศ และนาไปใชใ้ นการดารงชวี ิตอยา่ งเหมาะสม
5. สาระการเรยี นรู้
- การคดิ บวก (Positivity) และการมองโลกในแง่ดี (Optimistic) สาคญั ตอ่ การใช้ชวี ิตใหม้ ีความสุข
6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
1. ครูให้นกั เรยี นเล่าถึงความสุขในช่วงปิดภาคเรยี นที่ผ่านมาส้ันๆ ในกระดาษรปู หวั ใจทีค่ รแู จกให้
2. นกั เรียนทกุ คนเอากระดาษรูปหัวใจมาตดิ ทห่ี น้ากระดานทีค่ รเู ตรยี มไว้ แลว้ แลกเปลยี่ นกนั อา่ น
อย่างอิสระแลว้ กลับมานงั่ ที่
ข้ันสอน
3. ครูให้นักเรยี นวิเคราะห์และแสดงความคดิ เหน็ ว่าทุกๆความสุขเกิดจากการคิดบวก การมองโลกใน
แงด่ ใี นการดาเนินชวี ิตท้ังสนิ้ แล้วยกตัวอยา่ งประกอบ
4. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาใบความรู้ เรอื่ ง การคิดบวก (Positivity) และการมองโลกในแงด่ ี (Optimistic)
และดวู ิดที ศั น์ เรอ่ื ง การมองโลกในแง่บวก คุณฌอน บรู ณะหริ ญั จาก www.youtube.com
5. ครใู หน้ กั เรียน เขียน My Diary : เพราะทุกวัน… มีเรือ่ งดๆี เพื่อกระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นไดว้ เิ คราะห์
ตนเองในการใชช้ ีวติ ประจาวนั ถึงการคดิ บวก และมองโลกในแงด่ ี โดยใหเ้ ขียนอยา่ งน้อยวนั ละ 1 กจิ กรรม
ข้ันสรุป
6. ครใู หแ้ นวคดิ ในการใชช้ ีวติ ด้วยการคิดเชงิ บวก และการมองโลกในแงด่ ีท่สี ง่ ผลตอ่ ความสุขและความ
เป็นอยใู่ นปัจจบุ นั และอนาคตของทุกคน
7. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
- ใบความรู้ เรือ่ ง การคดิ บวก (Positivity) และการมองโลกในแง่ดี (Optimistic)
- ดวู ิดที ัศน์ เรอ่ื ง การมองโลกในแง่บวก คณุ ฌอน บรู ณะหิรัญ จาก www.youtube.com
8. ช้ินงานและภาระงาน
- My Diary : เพราะทุกวนั … มเี รื่องดๆี
9. การวดั และการประเมินผล
รายการประเมนิ วิธีการวัดผล เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์การ
ประเมิน
ดา้ นความรู้ นักเรยี นสามารถคดิ - การตรวจ My - My Diary : เพราะทุกวนั … มี
วิเคราะห์ ตดั สินใจแก้ปัญหา และ Diary เรื่องดๆี - ผา่ นเกณฑ์ใน
วางแผนดา้ นการศึกษา ระดบั ดีขึ้นไป
ดา้ นคุณลักษณะ นักเรยี นสามารถ - การสังเกต - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ - ผ่านเกณฑ์ใน
1) ใฝ่เรียนรู้ ระดับดีขนึ้ ไป
ด้านสมรรถนะสาคัญ นกั เรียนมี - การสงั เกต - แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ผา่ นเกณฑใ์ น
1) ความสามารถในการคิด ระดบั ดีขนึ้ ไป
2) ความสามารถในการใช้ทกั ษะ
ชวี ติ
บันทกึ หลังแผนการจดั การเรียนรู้
ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ข้อเสนอแนะ/วิธกี ารแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชอื่ ) ………..............………….................….…….. ผูส้ อน
(นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศค์ าจนั ทร์)
............/..................... /..................