ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้ที่หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมนิ ผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกับหลักสูตร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศักดิ์ บุญพมุ่ )
หัวหน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
มีกิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผ้เู รียนเป็นสาคญั
มีการใช้สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พสิ ยั ทกั ษะพิสัย
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพื่อนาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธพิ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
.... สายไหนใช่เรา ทางหลกั ท่ีมีแค่ 2 สายใหเ้ ลือก
สายแรก สายสามญั ปลายทางมหาวิทยาลยั เปน็ การศึกษาเพ่อื เพมิ่ พนู ความรู และทักษะ
เฉพาะด้านทีส่ ามารถนาไปประกอบอาชพี และเป็นพ้นื ฐานสาหรบั การศกึ ษาตอ่
สายที่สอง สายอาชีพ ปลายทางสอู่ าชพี เปน็ การศึกษาที่มงุ่ ส่งเสริมให้ผู้เรียนไดพฒั นาการเรียนรแู้ ละ
ทกั ษะวชิ าชีพ รวมทง้ั มคี วามสามารถริเร่ิมประกอบการและเปน็ พื้นฐานสาหรบั การศึกษาต่อ สายไหนทีไ่ ปส่งเรา
ยังจุดหมายปลายทางทีเ่ ราฝนั แลว้ ถา้ ตอ้ งเลือกระหว่างสายสามัญกับสายอาชพี ขอ้ ดีขอ้ เสียของแตล่ ะสายเปน็
อยา่ งไร ไปตดิ ตามกันเลย
หลกั สูตรสายสามญั
จัดการเรยี นการสอนใน 8 กล่มุ สาระการเรยี นรูห้ ลัก และสาระเพม่ิ เติม เพ่อื เปน็ การพฒั นาผูเ้ รียนให้มี
ความรคู้ วามสามารถให้ครบทกุ ด้าน ตามลาดับขนั้ ประกอบดว้ ย ภาษาไทย, คณติ ศาสตร์, วทิ ยาศาสตร์,
ภาษาตา่ งประเทศ, สังคม ศาสนา วัฒนธรรม, สขุ ศกึ ษาและพละศึกษา, การงานอาชีพและเทคโนโลยี,
ศิลปะ ฯลฯ
แผนการเรียน แตล่ ะโรงเรียนมีแบ่งแผนการเรยี นหลักๆ มดี ังนี้
วิทย์- คณิต ศิลป์ - คานวณ
ศลิ ป์ – ภาษา ไทย – สงั คม
ขอ้ ดีสายสามญั
- ไดค้ วามรูพ้ น้ื ฐานท่ัวไปมากกว่าสายอาชีพ (เนน้ ทฤษฎมี ากกวา่ การปฏิบัติจริง)
- สามารถเลือกเข้าศกึ ษาต่อในระดบั มหาวิทยาลยั ได้ทั่วประเทศ หลากหลายโครงการ คณะ และสาขา
- มีโอกาสเปน็ นกั เรียนแลกเปลีย่ นไดใ้ นต่างประเทศ หรอื กจิ กรรมอนื่ ๆ ไดม้ ากกว่าสายอาชพี
- สังคมการเรยี น สงั คมเพอื่ นจะกวา้ งและสามารถเชือ่ มต่อกนั ได้หลากหลายสาขา
ข้อเสียของการเรยี นสายสามัญ
- ความรูเ้ ฉพาะดา้ นอาจไม่แน่นเทา่ สายอาชีพ (ในบางกรณี)
- เรียนจบ ม.6 ถ้าไม่ตอ่ ปรญิ ญาตรี จะไม่มีความหมาย เพราะวุฒิ ม.6 หางานทาคอ่ นขา้ งยาก และ
เงินเดอื นนอ้ ยกวา่ ทั้งทีใ่ ช้เวลาเรียนเท่ากนั
- สายสามญั ส่วนใหญจ่ ะไมเ่ จอวชิ าชวี ิต เจอแตบ่ ทเรียนและตารา
หลกั สตู รสายอาชีพ
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) เปน็ ระดบั การฝกึ วชิ าชีพระดบั พ้ืนฐานในงานสายอาชีพ
สาขาตา่ งๆ ซึง่ ผูท้ เี รยี นจบสามารถนาความรู้ที่ไดไ้ ปประกอบอาชพี ได้
หลกั สตู รประกาศนียบตรวิชาชพี ชั้นสงู (ปวส.) เปน็ ระดบั ความรทู้ ่สี งู ขึ้นจาก ปวช. โดยเน้น
ความรเู้ ฉพาะด้านมากยง่ิ ขึ้น ทาใหผ้ ู้เรยี นมคี วามรู้ความชานาญพเิ ศษมากขึน้
ข้อดีของการเรียนสายอาชีพ
- มีความรู้เฉพาะดา้ นค่อนข้างแน่น ถ้าคนท่เี ลือกเรยี นตอ่ ในสาขาท่เี รยี นมาจะได้เปรียบกว่าสายสามัญ เมอ่ื เข้า
ไปเรยี นในระดับมหาวทิ ยาลยั
- ถ้าไมเ่ รยี นตอ่ ในระดบั มหาวทิ ยาลยั กส็ ามารถทางานได้เลย ทง้ั ภาครัฐทมี่ เี ปิดสอบราชการหรอื ภาคเอกชน
และสามารถทางานไปดว้ ย เรยี นตอ่ ไปด้วยควบคู่กันได้
ขอ้ เสยี การเรยี นสายอาชีพ
- มขี ้อจากดั ในการศึกษาต่อมหาวทิ ยาลัย เพราะมหาวทิ ยาลัยหลายๆแหง่ ไมค่ อ่ ยมคี ณะ/สาขาวชิ า
ทเ่ี ปิดรบั เดก็ สายอาชีพ
- วชิ าการพนื้ ฐานและทฤษฎอี าจไม่แน่นและละเอียดเทา่ สายสามัญ
เหตุผลทเ่ี ลือกเรยี นสายอาชพี
- ชอบเรยี นภาคปฏบิ ัติมากกวา่ ภาคทฤษฎี
- เปน็ ทตี่ ้องการของตลาดแรงงาน จบออกมามีงานทาทนั ที
- การเรียนไม่ยาก การแข่งขันไม่สูง คา่ ใช้จา่ ยในการศกึ ษาไม่สงู มากนัก
- ได้รับอทิ ธิพลจากผปู้ กครอง ญาติ เพ่อื น
- สถานศึกษามีหลกั สูตรให้เลอื กหลากหลาย
- เรียนตามเป้าหมายทต่ี ้งั ไว้
เหตุผลทไ่ี มเลอื กเรียนสายอาชพี
- โอกาสก้าวหนา้ ในอนาคตจากดั เพราะวฒุ ไิ มส่ งู ทางานระดบั แรงงาน
- ปญั หาความรนุ แรง ยกพวกตกี ัน โดนลูกหลง
- หางานทายาก เพราะหลาย ๆ บริษัทรบั ปริญญาตรขี ้ึนไป
- ค่านิยมของสงั คม ทาใหเ้ ด็กรู้สกึ วา่ สังคมไม่ยอมรับ/รสู้ ึกไมน่ า่ ภาคภมู ิใจ
หลักสตู รทีเ่ ปิดสอนในระดบั ปวช.
ประเภทวิชาอุตสาหกรรม
สาขาวิชาช่างยนต์ สาขาวชิ าชา่ งกลโรงงาน
สาขาวิชาชา่ งเชอ่ื มโลหะ สาขาวิชาช่างไฟฟ้ากาลัง
สาขาวิชาช่างอิเลก็ ทรอนิกส์ สาขาวชิ าชา่ งก่อสรา้ ง
สาขาวิชาสารวจ สาขาวิชาช่างเขียนแบบเครือ่ งกล
สาขาวิชาชา่ งซ่อมบารงุ สาขาวชิ าช่างพมิ พ์
สาขาวิชาเทคนคิ แว่นตาและเลนส์ สาขาวชิ าช่างต่อเรือ
สาขาวชิ าช่างโทรคมนาคม สาขาวชิ าชา่ งเครอื่ งมอื วัดและควบคุม
สาขาวชิ าโยธา สาขาวิชาอุตสาหกรรมยาง
สาขาวชิ าเมคคาทรอนิกส์ สาขาวชิ าเครอื่ งกลเกษตร
สาขาวิชาชา่ งเทคนคิ คอมพวิ เตอร์ สาขาวชิ าสถาปัตยกรรม
สาขาวชิ าชา่ งซ่อมบารงุ เรือ สาขาวชิ าชา่ งเคร่ืองทาความเยน็ และปรับอากาศ
สาขาวิชาเทคโนโลยฟี อกหนงั สาขาวิชาชา่ งเครอ่ื งเรอื นและตกแตง่ ภายใน
ประเภทวชิ าพาณชิ ยกรรม
สาขาวิชาการบญั ชี สาขาวชิ าการตลาด
สาขาวิชาการเลขานกุ าร สาขาวิชาคอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ
สาขาวชิ าธุรกิจสถานพยาบาล สาขาวิชาการประชาสัมพนั ธ์
สาขาวชิ าธุรกิจคา้ ปลกี สาขาวชิ าภาษาต่างประเทศ
สาขาวชิ าโลจสิ ตกิ ส์ สาขาวชิ าการจัดการสานกั งาน
สาขาวชิ าการจดั การดา้ นความปลอดภยั สาขาวิชาธรุ กิจการกีฬา
ประเภทวิชาศิลปกรรม
สาขาวชิ าวิจิตรศลิ ป์ สาขาวิชาการออกแบบ
สาขาวิชาศิลปหัตถกรรม สาขาวชิ าศิลปกรรมเซรามิก
สาขาวิชาศลิ ปหตั ถกรรมรปู พรรณเคร่อื งถมและเครื่องประดบั
สาขาวิชาถ่ายภาพและมลั ตมิ เี ดีย สาขาวชิ าเทคโนโลยศี ลิ ปกรรม
สาขาวชิ าคอมพวิ เตอร์กราฟกิ สาขาวิชาอุตสาหกรรมเครือ่ งหนงั
สาขาวชิ าเครอ่ื งประดับอญั มณี สาขาวชิ าชา่ งทองหลวง
สาขาวชิ าการพิมพส์ กรนี สาขาวิชาออกแบบนเิ ทศศลิ ป์
ประเภทวชิ าคหกรรม
สาขาวชิ าแฟชั่นและสง่ิ ทอ สาขาวชิ าอาหารและโภชนาการ
สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ สาขาวิชาธุรกจิ เสรมิ สวย
สาขาวชิ าธุรกิจคหกรรม ประเภทวิชาเกษตรกรรม
สาขาวิชาเกษตรศาสตร์
ประเภทวิชาประมง
สาขาวิชาเพาะเลี้ยงสตั วน์ า้ ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเทย่ี ว
สาขาวิชาการโรงแรม สาขาวิชาการทอ่ งเท่ียว
ประเภทวชิ าอุตสาหกรรมสง่ิ ทอ
สาขาวชิ าเทคโนโลยสี ่งิ ทอ สาขาวชิ าเคมสี ง่ิ ทอ
สาขาวชิ าเทคโนโลยเี ครอื่ งนุง่ หม่
ประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร
สาขาวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศ สาขาวชิ าคอมพิวเตอรโ์ ปรแกรมเมอร์
ประเภทวิชาอุตสาหกรรมบันเทงิ และดนตรี
สาขาวิชาอตุ สาหกรรมบนั เทงิ สาขาวิชาการดนตรี
สาขาวิชาการสร้างเครอื่ งดนตรไี ทย
ทัง้ นีท้ งั้ 2 สาย สามารถศกึ ษาตอ่ ถงึ ระดับสงู สุดได้เหมอื นกนั คอื ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท
ปริญญาเอก ซงึ่ เป็นการพฒั นาการศึกษาตามลาดับขั้น สาหรบั ผู้สนใจศึกษาต่อระดบั สูงขึ้นไป เพ่ือยกระดบั
ความรู้ความสามารถ นกั เรยี นจบชัน้ ม.3 สามารถเลอื กเรยี นไดท้ ัง้ สายสามัญและสายอาชพี ค่ะ
การตดั สนิ ใจเลอื กสายการศกึ ษาต่อควรเลอื กโดยมีขอ้ มูลประกอบท่นี า่ เช่ือถอื ได้ เศรษฐกจิ ครอบครัว
ครูอาจารย์ เพ่ือน ถอื วา่ เป็นผู้มีอิทธิพลต่อการตัดสนิ ใจ และท่ีสาคัญที่สุดคือตวั เราเอง ตอ้ งร้จู ักหาข้อมลู รูจ้ กั
ตวั เอง ถงึ ความชอบ ความสนใจ ความตอ้ งการในอนาคตของตนเอง เพอื่ วางแผนออกแบบเส้นทางการศึกษา
ตอ่ ใหเ้ หมาะสมกับตัวเรามากทสี่ ดุ
(ทกุ แผนการเรยี น เรยี นพืน้ ฐานท่คี ลา้ ยกัน รวมท้ังภาษาองั กฤษ เกาหลี จีน ญีป่ ่นุ ) *ขอ้ มลู ปกี ารศกึ ษา 2563
1. แผนการเรยี น พลศึกษา : เน้นวิทยาศาสตรก์ ารกฬี า กตกิ าการแข่งขนั กีฬา และการเลน่ กีฬาประเภทตา่ งๆ เช่น
ฟุตบอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล กรฑี า ตะกรอ้ ฯลฯ รวมถึงการ
2. แผนการเรยี น วิทย์ – คณติ : เนน้ วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววทิ ยา และคณิตศาสตร์
3. แผนการเรียน ภาษาองั กฤษ : เน้นภาษาองั กฤษ และวัฒนธรรมอาเซียน
4. แผนการเรียน ภาษาจีน: เน้นภาษาอังกฤษ และวฒั นธรรมอาเซียน
5. แผนการเรยี น ภาษาญป่ี นุ่ : เนน้ ภาษาอังกฤษ และวฒั นธรรมอาเซยี น
6. แผนการเรยี น ภาษาเกาหลี: เน้นภาษาองั กฤษ และวัฒนธรรมอาเซียน
**เปิดรับสมัครในรอบปกติ ช่วงเดือน มนี าคม ของทกุ ปี นกั เรยี นตอ้ งเลอื กแผนการเรียน/เตรียมเอกสาร/และสอบตาม
ข้ันตอน
7. แผนการเรยี น EIS : English integrated study เนน้ การเรียนการสอนโดยการบูรณาการใช้ภาษาอังกฤษจัดกจิ กรรม
การเรียนการสอนใน 4 สาระวชิ า คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอมพวิ เตอร์ และภาษาอังกฤษ
* ใหผ้ ้เู รียนเรียนร้ภู าษาท่สี องจากภาษาแม่ สัญลักษณต์ ่างๆ หรอื เรียนรจู้ ากสิ่งแวดลอ้ มใกล้ตัว
* ใหค้ ณุ ครผู สู้ อนและนกั เรียนมปี ฏสิ มั พนั ธโ์ ดยการใชภ้ าษาองั กฤษในหอ้ งเรียน (Classroom English)
* ใหน้ ักเรยี นไดฝ้ กึ ฝนทักษะและใช้วิธีการทางคณติ ศาสตร์ท่เี หมาะสมในการวิเคราะหแ์ ละแกโ้ จทยท์ างคณิตศาสตร์
ที่เปน็ ภาษาอังกฤษ จะส่งเสริมให้เรียนร้แู ละเขา้ ใจภาษาอังกฤษงา่ ยและเร็วข้ึน
*ให้นกั เรยี นไดฝ้ กึ ฝนทกั ษะการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใชก้ ระบวนการเรียนรแู้ บบวทิ ยาศาสตร์
คอื การสงั เกต การเปรียบเทยี บ การจาแนกกลมุ่ การเชอ่ื มโยงความรู้ และการสรุปผลแบบอา้ งองิ จะสง่ เสริมให้
ผู้เรยี นอ่าน เขียนและเขา้ ใจภาษาองั กฤษท่ีอ่านได้เร็วขน้ึ
8. แผนการเรียน Smart Science : โครงการหอ้ งเรียนพเิ ศษวทิ ยาศาสตร์ หลักสูตรสสวท. เน้นดา้ นวทิ ยาศาสตร์
คณติ ศาสตร์ และคอมพวิ เตอร์
**เปดิ รบั สมัคร กอ่ นรอบปกติ ชว่ งเดอื น กุมภาพันธ์ ของทุกปี คดั เลือกนกั เรยี นท่ีคะแนนผา่ นเกณฑ์ ห้องละ35คนเท่านั้น
9. แผนการเรียน เพชรบัวพทิ ย์
**เปิดรบั สมัครนกั เรยี นทีส่ นใจสมคั รเรยี น ขณะเรยี นอยู่ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 โดยมเี ป้าหมายเรยี นต่อมหาวิทยาลัย
ดา้ นวทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ เชน่ หมอ พยาบาล เภสัช เทคนคิ การแพทย์ เป็นตน้
Mind mapping เรอ่ื ง วางแผนการเรียนต่อ..รอความสาเรจ็
คาชแ้ี จง : ให้แต่ละกลมุ่ รว่ มกนั แลกเปล่ยี นเรยี นรู้และวางแผนการเรียนต่อ
หลังจบชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี
1. ชื่อ – สกลุ
2. แผนการเรียนไหนทใ่ี ช่เรา
3. นักเรยี นจะตอ่ ยอดแผนการเรียนของตนเองสู่ความสาเร็จได้อย่างไร
4. คณะ/มหาวทิ ยาลยั ท่ีใฝฝ่ ัน
5. อาชพี ในอนาคต
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 8
รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว รหัสวิชา ก23902 กล่มุ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 การวางแผนดา้ นการศึกษา อาชีพ และสงั คม เวลา 8 ช่วั โมง
เร่ือง การเกบ็ หนว่ ยกติ Pre-degree ระดับ ป.ตรี เวลา 1 ชัว่ โมง
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2/2564
ครผู ู้สอน นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศค์ าจนั ทร์ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร
............................................................................................................................. ......................................................................
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ ตดั สินใจแก้ปัญหา และวางแผนด้านการศกึ ษา
2. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
- ใฝเ่ รียนรู้
- มงุ่ มั่นในการทางาน
3. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
4. สาระสาคัญ
- ผู้เรยี นสามารถคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจแก้ปัญหา และวางแผนดา้ นการศกึ ษาต่อ ดา้ นอาชพี
ในอนาคต และด้านการใช้ชวี ติ ได้อยา่ งเหมาะสม
5. สาระการเรยี นรู้
- ผู้เรียนสามารถวางแผนการเรยี นเกบ็ หนว่ ยกิต Pre-degree ระดับ ป.ตรี ในระหว่างทีเ่ รียนชน้ั มธั ยม
ปลาย หรือ ปวช. ควบคู่กันไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ ทาให้ประหยดั ค่าใช้จ่ายและเวลาในการศกึ ษาต่อ
6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
1. ครูกลา่ วเปิดประสบการณ์โลกกว้างทางการศกึ ษา โดยใหน้ ักศึกษาได้เขา้ มาแนะแนวทาง
เพอื่ สร้างแรงบันดาลใจใหก้ ับนกั เรียนในการเรยี นตอ่ ในระดับทีส่ ูงขน้ึ
ข้นั สอน
2. ครูใหข้ อ้ มูลเบ้ืองตน้ ในวางแผนการเรียนเก็บหน่วยกติ Pre-degree ระดับ ป.ตรี
3. ครูให้นกั เรยี นฟังการแนะแนวจากนกั ศกึ ษารนุ่ พ่ที เ่ี รียนเก็บหน่วยกติ Pre-degree ระดบั ป.ตรี
มหาวิทยาลัยรามคาแหง
4. ครใู หน้ กั เรยี นศกึ ษา ใบความรู้ เรอื่ ง การเรียนเก็บหน่วยกติ (Pre-degree) พรอ้ มศึกษาข้อมูล
รายละเอยี ดตา่ งๆ เพ่มิ เติมจาก แผ่นพับ การเรยี น ป.ตรี หลักสูตร Pre-degree ม.รามคาแหง
5. นกั เรยี นแบง่ กล่มุ 4 - 6 คน ระดมสมองสรุปองค์ความร้ทู ่ีได้จากรับฟงั การแนะแนว ศกึ ษาใบความรู้
และข้อมลู จากผ่านพบั แล้วนาไปสรปุ เปน็ Mind mapping เร่อื ง การเรยี น ป.ตรี หลักสูตร
Pre-degree ทางเลอื กเพ่อื อนาคต
ข้ันสรปุ
6. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายถงึ การเรยี นตอ่ ในอนาคต ให้ประสบความสาเรจ็ ในสายการเรยี นท่ี
ตนเองสนใจ พรอ้ มทั้งบอกแนวทางในการเรียน ป.ตรี หลกั สูตร Pre-degree เพ่อื ประหยดั เงนิ ประหยดั เวลา
แตต่ ้องมคี วามมุ่งม่นั ตัง้ ใจ และวางแผนการเรยี นอยา่ งมลี าดบั ข้ันตอน
7. ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
- ใบความรู้ เร่อื ง การเรยี นเก็บหน่วยกติ (Pre-degree)
- แผ่นพบั การเรียน ป.ตรี หลกั สูตร Pre-degree ม.รามคาแหง
- รับฟังการแนะแนวจากนกั ศึกษา ม.รามคาแหง
8. ชนิ้ งานและภาระงาน
- Mind mapping เร่ือง การเรียน ป.ตรี หลักสูตร Pre-degree ทางเลอื กเพื่ออนาคต
9. การวดั และการประเมินผล
รายการประเมิน วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ เกณฑ์การ
- การตรวจ Mind - Mind mapping เรื่อง การเรียน ประเมนิ
ดา้ นความรู้ นกั เรยี นสามารถคิด mapping ป.ตรี หลักสตู ร Pre-degree - ผ่านเกณฑ์ใน
วิเคราะห์ ตดั สินใจแกป้ ัญหา - การร่วมกจิ กรรม ทางเลอื กเพอ่ื อนาคต ระดับดขี น้ึ ไป
และวางแผนดา้ นการศึกษา - การสงั เกต - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้
ดา้ นคุณลักษณะ นกั เรียน - ผา่ นเกณฑ์ใน
สามารถ - การสังเกต - แบบประเมนิ สมรรถนะสาคัญ ระดับดีขนึ้ ไป
1) ใฝ่เรียนรู้
2) มงุ่ มนั่ ในการทางาน ผา่ นเกณฑใ์ น
ดา้ นสมรรถนะสาคัญ นักเรยี นมี ระดับดีข้ึนไป
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใช้ทกั ษะ
ชวี ติ
บันทึกหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชือ่ ) ………..............………….................….…….. ผู้สอน
(นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศ์คาจันทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้ที่หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมนิ ผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกับหลักสูตร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศักดิ์ บุญพมุ่ )
หัวหน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
มีกิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผ้เู รียนเป็นสาคญั
มีการใช้สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พสิ ยั ทกั ษะพิสัย
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพื่อนาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธพิ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
การเรยี นเก็บหน่วยกิต
(Pre-degree)
ทับทมิ อญั รนิ ทร์ ธีราธนันพฒั น์
เข้าเรียนระบบ Pre-degree ขณะศกึ ษาอยู่ชั้น ม.4 และหลังจากจบช้นั ม. 6
ไดเ้ ทยี บโอนหน่วยกจิ มาศกึ ษาตอ่ ชั้นปรญิ ญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง
การเรียน Pre-degree คอื อะไร ?
Pre-degree เปน็ หลักสูตรที่เปดิ โอกาสให้เรียนปริญญาตรีลว่ งหนา้ โดยใช้วฒุ ิ ม.3
และกาลงั ศึกษาอย่ใู นระดับช้ันม.ปลาย หรอื ปวช. ปวส. และ กศน. จากนัน้ เมือ่ จบการศกึ ษาช้นั
ม.6 จงึ จะสมคั รเป็นนักศกึ ษาภาคปกติ โดยเทียบโอนหน่วยกติ ทสี่ ะสมไว้ตอนเรยี น Pre- degree
เพื่อเรยี นตอ่ จนครบตามหลักสตู รและสาเร็จการศึกษา
สาหรบั ขอ้ ดขี องระบบ Pre-degree น้ัน ทาให้เด็กที่มศี กั ยภาพและอยากจะเรยี นมีโอกาส
ไดเ้ รยี นอย่างเตม็ ท่ี และหลักสตู รนีย้ งั ช่วยเสริมในการเรียนระดับชัน้ ม.ปลาย ของเด็กดว้ ย
เน่ืองจากเน้อื หาจะกว้างกว่าในหลักสตู รช้ัน ม.ปลาย ทาใหเ้ ด็กเปดิ โลกวชิ าการมีความรู้
มากข้ึน นอกจากน้ี ยังทาให้สาเรจ็ การศึกษาไดเ้ รว็ ขึน้ โดยใชเ้ วลาหลังจากเรียนจบ ม.6
เพยี งแค่ 1 เทอม และไม่ไดท้ ้งิ มาตรฐานและคุณภาพการศกึ ษา
ท้งั นี้ยังทาใหน้ ้อง ๆ พัฒนาตัวเองมากขนึ้ รู้จักจัดสรรเวลาในการอา่ นหนงั สอื
เพราะตอ้ งมคี วามพยายามและความอดทนท่ีจะมีเวลาพักน้อยลง แตม่ โี อกาสประสบความสาเร็จได้
เรว็ ขน้ึ เพราะวา่ ถ้าเราเรยี นจบปริญญาตรเี ร็วกม็ ีโอกาสจะไปตอ่ ปรญิ ญาโทไดเ้ ร็วข้นึ มโี อกาสไป
เรียนอย่างอนื่ ไดม้ ากขึ้น และทาใหม้ ีประสบการณ์มากกวา่ เดก็ วยั เดียวกัน
เกณฑค์ ะแนนสอบของหลกั สตู ร Pre-degree
สว่ นใหญใ่ ช้คะแนนสอบ 100% แบ่งเป็นเกรด A B C D เหมอื นมหาวทิ ยาลยั ทว่ั ไป
ขณะท่บี างรายวิชา อาจารย์มอบหมายงานใหไ้ ป ทาก็จะมีคะแนนงานด้วย ใครจะมาเรียนหรือไมม่ า
เรียนกไ็ ด้ เด็กวา่ งกจ็ ะมาเรยี น และปจั จบุ ันน้ีกม็ วี ิชาปรญิ ญาตรีในวนั เสาร์-อาทิตย์ สามารถเขา้
เรยี นได้
คา่ ใช้จ่ายเบอ้ื งต้น
การเรยี น ป.ตรี หลกั สตู ร Pre-degree
ทางเลอื กเพือ่ อนาคต
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 9
รายวิชา กจิ กรรมแนะแนว รหัสวชิ า ก23902 กลุ่ม กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 การวางแผนด้านการศึกษา อาชีพ และสังคม เวลา 8 ช่วั โมง
เรอ่ื ง การทาแบบทดสอบบุคลิกภาพ (MBTI) เวลา 1 ชว่ั โมง
ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2/2564
ครูผู้สอน นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศ์คาจนั ทร์ โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร
.................................................................................................................................................. .................................................
1. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ ตดั สนิ ใจ แก้ปัญหา และวางแผนดา้ นอาชพี
2. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
- ใฝเ่ รียนรู้
- ม่งุ มน่ั ในการทางาน
3. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
4. สาระสาคญั
- ผู้เรยี นสามารถคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจแกป้ ัญหา และวางแผนดา้ นการศกึ ษาตอ่ ดา้ นอาชีพ
ในอนาคต และด้านการใช้ชวี ิตได้อย่างเหมาะสม
5. สาระการเรียนรู้
- ผู้เรยี นรจู้ กั บุคลิกภาพของตนเองและสามารถวางแผนอาชีพทเี่ หมาะสมกับตนเองได้
6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นา
1. ครูให้นกั เรียนสังเกตบคุ ลกิ ภาพของเพ่ือนในหอ้ งแต่ละคนพร้อมสุ่มถามลักษณะท่โี ดดเด่นนัน้
แล้วใหเ้ พื่อนๆ ลองตอบพรอ้ มกนั
ขัน้ สอน
2. ครูอธบิ ายบคุ ลกิ ภาพของแตล่ ะบุคคล หมายถึง ลกั ษณะนิสยั และภาพลกั ษณเ์ ฉพาะของ
แต่ละคน ท่มี ีความเหมอื น แตกต่างกันไป ตามพนั ธกุ รรมและสิ่งแวดล้อม ทุกคนย่อมมีความเฉพาะเจาะจง หาก
ได้รูจ้ กั ตนเองอยา่ งถ่องแท้ และเขา้ ใจผู้อื่นด้วย จะทาใหเ้ ราสามารถใช้ชวี ติ อยไู่ ดอ้ ยา่ งมีความสุข
3. ครูให้นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้ เรอ่ื ง แบบวดั บคุ ลิกภาพ MBTI ค้นหารหสั ประจาตัวคุณ
หลงั จากน้ันให้ทาแบบวดั บุคลกิ ภาพ MBTI เพิม่ เติม เพือ่ ใหเ้ ข้าใจตนเองมากขึ้น รวมท้ังสามารถวางแผนอาชีพท่ี
เหมาะสมกับตนเองได้
4. นักเรียนนาผลทไ่ี ดจ้ ากการทาแบบวัดบุคลิกภาพ MBTI มาวเิ คราะหต์ นเองในใบงาน เรอ่ื ง
ถอดรหัสประจาตัว...ค้นหาอาชีพที่ใชเ่ รา
ข้ันสรปุ
5. ครูและนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายถงึ บคุ ลกิ ภาพและแนวทางการประกอบอาชีพในอนาคตให้
ประสบความสาเร็จ
7. สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
- ใบความรู้ เร่อื ง แบบวดั บุคลกิ ภาพ MBTI ค้นหารหัสประจาตัวคุณ
- แบบวัดบุคลิกภาพ MBTI
8. ช้นิ งานและภาระงาน
- ใบงาน เรื่อง ถอดรหสั ประจาตวั ...ค้นหาอาชีพที่ใชเ่ รา
9. การวดั และการประเมินผล
รายการประเมิน วิธกี ารวัดผล เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ เกณฑ์การ
ประเมิน
ด้านความรู้ นักเรยี นสามารถคดิ - การตรวจใบงาน - ใบงาน เรอ่ื งถอดรหสั ประจาตัว... - ผ่านเกณฑ์ใน
วิเคราะห์ ตดั สนิ ใจแก้ปญั หา คน้ หาอาชีพที่ใช่เรา ระดบั ดขี ้ึนไป
และวางแผนดา้ นการศกึ ษา
ด้านคณุ ลักษณะ นักเรยี น - การสังเกต - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ - ผ่านเกณฑ์ใน
ระดบั ดขี ้ึนไป
สามารถ
1) ใฝ่เรียนรู้
2) มุ่งม่นั ในการทางาน
ดา้ นสมรรถนะสาคัญ นักเรียนมี - การสังเกต - แบบประเมินสมรรถนะสาคญั ผา่ นเกณฑใ์ น
ระดบั ดขี ้ึนไป
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใชท้ กั ษะ
ชวี ิต
บันทึกหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ กี ารแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชอื่ ) ………..............………….................….…….. ผสู้ อน
(นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศค์ าจนั ทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรู้ที่หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมนิ ผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกับหลักสูตร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศักดิ์ บุญพมุ่ )
หัวหน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถูกต้องตามหลกั วชิ าการ
มีกิจกรรมการเรียนรเู้ นน้ ผ้เู รียนเป็นสาคญั
มีการใช้สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พสิ ยั ทกั ษะพิสัย
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผู้บริหารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพื่อนาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธพิ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
แบบวดั บคุ ลกิ ภาพ MBTI
มาทาความรู้จกั ตนเองมากข้นึ ด้วยแบบวดั บุคลกิ ภาพ MBTI (Myers-Briggs Type Indicator)
การรู้จักตนเอง เป็นหนทางไปสู่ความสาเร็จ ไมว่ ่าจะเป็นในด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต ด้านการงาน
และรวมไปถึงความรัก แต่ใครกนั จะสามารถเกิดมาแล้วรจู้ กั ตวั เองได้ทนั ที ดังน้ันจึงเกิดแบบวัด
บคุ ลิกภาพ MBTI ข้นึ มารจู้ ักและลองทาแบบทดสอบกันเลยดกี ว่า..
คารล์ จุง ได้ใช้อกั ษร(ตัวแปร) ทงั้ 8 คอื E I P S T F N J มาจัดเปน็ ชุด ชุดละ 4 ตัวอักษร
ทาให้เกิดเป็นลกั ษณะบคุ ลกิ ภาพท้งั หมด 16 แบบ
พฤตกิ รรมไมไ่ ด้เปน็ ลกั ษณะเฉพาะของคนใดคนหนึง่ แต่หลายๆ คนสามารถมแี บบ
(patterns) ของพฤตกิ รรมทเ่ี หมอื นหรือคล้ายๆ กันได้ โดยเป็นพฤตกิ รรมทีเ่ ปน็ ระบบระเบยี บ (Orderly) ท่มี ี
ความถาวรคงเสน้ คงวา แบบของพฤติกรรมท่ีทาใหค้ นแตกตา่ งกันกค็ ือแบบท่ีคนมกั แสดงออกบ่อยๆ
(preferences) ซ่ึงจะสะท้อนเจตคติของบคุ คลทมี่ ีต่อโลก
เป็นแบบวัดที่ไดร้ บั ความนิยมมากในปจั จุบัน เพราะนอกจากจะวัดบคุ ลิกภาพแล้ว
ยังมีแนวโน้มในการใชเ้ ลือกอาชีพทเี่ หมาะสมรวมถงึ การเลอื กคู่ครองอกี ดว้ ย
**********************************
1. เปดิ เผย แสดงตวั (Extroversion) – เกบ็ ตัว (Introversion)
Extravert : มแี นวโน้มทจี่ ะสัมพนั ธ์และเก่ียวขอ้ งกบั สิง่ แวดล้อม สนใจท่ีจะสงั สรรค์
สมาคม ชอบทากจิ กรรม ชอบอยูก่ ับคนอนื่ และสนใจทกุ อยา่ งท่พี บเห็น
Introvert : เปน็ คนทเ่ี งยี บขรึม สมถะ ไมช่ อบสงุ สิงกบั คนอื่น ชอบคดิ อะไรลกึ ซง้ึ และ
มกั จะเป็นคนคิดกอ่ นทา
2. ใชป้ ระสาทสมั ผัส (Sensing) – หยง่ั รู้ (iNtuition)
Sensing : มกั ชอบทางานทอ่ี ยู่กบั ความเป็นจรงิ (Practical) มคี วามอดทนเปน็ พิเศษ
กบั รายละเอยี ดและขอ้ เท็จจริงเฉพาะหน้า
iNtuition : เช่อื ม่ันหรือพอใจรบั รแู้ สวงหาข้อมูลโดยการคาดการณ์ มองการณ์ไกล
มองเลยไปจากข้อเท็จจรงิ ไปสคู่ วามน่าจะเป็นไปได้ แสวงหาวิธีการใหมๆ่ ในการทางานหรอื การ
แกป้ ญั หา มีความคดิ ริเริม่ มจี ินตนาการ และมีแรงบันดาลใจสูง
3. ใช้ความคิด (Thinking) – ใช้ความร้สู ึก (Feeling)
Thinking : มลี ักษณะตัดสนิ ใจโดยใช้กระบวนการคดิ ที่มเี หตุผล มีระเบยี บและเป็นข้นั ตอน
ไม่ใช้ความรู้สึกสว่ นตวั มาตดั สนิ ทาอะไรเป็นงานเปน็ การไม่เยน่ิ เยอ้ ปฏิบัตติ อ่ ทุกคนอยา่ งยตุ ิธรรม
Feeling : ตดั สนิ ใจโดยใชค้ วามรูส้ ึกและคา่ นิยม ให้ความสาคัญกับความรู้สึกของตนเอง
และผูอ้ ่ืน ชอบทางานกับคน มแี นวโน้มทจ่ี ะสงสารและให้กาลังใจผู้อื่น
4. ตัดสนิ (Judgement) – รับรู้ (Perception)
Judgement : ดาเนนิ ชีวิตมรี ะเบยี บแบบแผนเป็นขน้ั ตอน ควบคุมชีวติ ของตนเองได้ดี
ทางานได้อย่างสมบรู ณ์ในแต่ละเร่อื ง ชอบใช้ชวี ติ อยา่ งมโี ครงสร้าง มีข้นั ตอน
Perception : ดาเนินชวี ิตแบบสบายๆ ยืดหยนุ่ เป็นธรรมชาติ พร้อมท่จี ะปรับเปล่ยี นได้
ตามสถานการณ์ ไม่ชอบความเปน็ ระเบยี บหรอื เครง่ ครดั มาก ชอบการตอบสนองท่เี ป็นธรรมชาติ
สามารถลองทาแบบวดั บคุ ลกิ ภาพ MBTI ไดท้ ีน่ ี่
แบบภาษาไทย : http://determineyourdream.exteen.com/20111125/mbti
แบบภาษาองั กฤษ : https://www.16personalities.com/free-personality-test
**คน้ หารหสั ประจาตัวคุณ**
ISTJ : เหมาะกับนักบัญชี นกั ธรุ กจิ นกั กฎหมาย นิตกิ ร ผู้พิพากษา ทันตแพทย์ ทหาร
โปรแกรมเมอร์ ผู้ปฏิบตั กิ ารทั่วไป นักเศรษฐศาสตร์
ISTP : เหมาะกบั ชา่ งฝีมอื ช่างกอ่ สร้าง ช่างเคร่ืองยนต์ ผรู้ กั ษาความปลอดภัย นักสถติ ิ
ISFJ : เหมาะกบั ผนู้ าทหาร ผจู้ ัดการ นกั สืบ ตารวจปฏบิ ัติการ ผบู้ ัญชาการตารวจ ครู ผู้พพิ ากษา
นกั บัญชี นักเศรษฐศาสตร์ นักธรุ กจิ พยาบาล บรรณาธกิ าร บรรณารักษ์ พระ หมอสอนศาสนา นักตกแต่ง
ภายใน เลขานกุ าร
ISFP : เหมาะกบั นักดนตรี ครู ศิลปนิ บรรณารักษ์ นักสังคมสงเคราะห์ ผูแ้ ต่งเพลง นกั เขียน
INFJ : เหมาะกบั เสมียน นกั จติ วิทยา จิตแพทย์ นกั ดนตรี นกั เขียน นกั สังคมสงเคราะห์ ครู
แพทย์ ศิลปิน
INFP : เหมาะกับครู นกั ดนตรี นักแสดง นักหนังสือพิมพ์ นกั แปล นักจติ บาบัด พระ นักวจิ ัยทาง
วทิ ยาศาสตร์
INTP : เหมาะกบั นกั วิทยาศาสตร์ สถาปนกิ อาจารย์มหาวทิ ยาลัย แพทย์ นักเคมี นกั กฎหมาย ครู
นักชีววทิ ยา นักคณติ ศาสตร์ นกั คอมพิวเตอร์ วิศวกรออกแบบและพฒั นา
INTJ : เหมาะกบั นกั วทิ ยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ อาจารยม์ หาวิทยาลัย วิศวกร แพทย์
โปรแกรมเมอร์ นกั เศรษฐศาสตร์ นักประดษิ ฐ์ ผู้นาทหาร ผพู้ ิพากษา นักกฎหมาย
ESTP : เหมาะกบั ตารวจ คนขบั รถ นักสบื โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ นักสถติ ิ วิศวกร นกั แสดง
ช่างไม้ ช่างกล ผู้ประพนั ธเ์ พลง นกั บิน นกั กีฬา ศิลปิน นกั ลงทุน
ESFP : เหมาะกับครูอนบุ าล ครูประถม ผ้ดู ูแลเดก็ นักสังคมสงเคราะห์ ผ้แู ต่งเพลง นักเขยี น
ESTJ : เหมาะกบั นักลงทนุ ตารวจที่ทางานศนู ย์บัญชาการ ตารวจสบื สวน นกั กีฬา นักแสดง
ESFJ : เหมาะกบั พยาบาล ครปู ระถม นักบญั ชี นักเศรษฐศาสตร์ เลขานุการ นกั กายภาพบาบัด ผู้
ทางานด้านศาสนา เจ้าหนา้ ทกี่ ารบนิ ผทู้ างานดา้ นสุขภาพ ผทู้ างานธนาคาร
ENTJ : เหมาะกบั นกั บรหิ ารในองค์กร นักวทิ ยาศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ นักกฎหมาย ผพู้ ิพากษา
นักลงทุน อาจารยม์ หาวิทยาลัย
ENTP : เหมาะกบั นักวจิ ัยด้านวิทยาศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ นักกฎหมาย นักออกแบบซอฟต์แวร์
อาจารย์มหาวิทยาลัย นักประดิษฐ์ วศิ วกร นกั ลงทนุ ช่างภาพ นักแสดง ตวั แทนฝา่ ยขาย
ENFJ : เหมาะกบั นกั จิตวทิ ยา พระ ครู นกั สงั คมสงเคราะห์ นักการเมือง นักการทตู ผูใ้ ห้คาปรึกษา
นกั เขียน
ENFP : เหมาะกับนกั ลงทนุ นักจติ วทิ ยา นกั เขยี น นักหนงั สอื พิมพ์ นักการเมือง ครู
นกั วทิ ยาศาสตร์ วศิ วกร
***************************
ถอดรหสั ประจาตวั ...ค้นหาอาชีพที่ใช่เรา
คาชแ้ี จง : ให้นักเรียนทาแบบวดั บคุ ลิกภาพ MBTI แลว้ นาผลท่ีได้มาวเิ คราะหต์ นเองตามความเป็นจรงิ
รหัสประจาตวั ฉนั ............................................................…………………………………
ลกั ษณะบคุ ลิกภาพของฉัน…………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………...
อาชีพท่เี หมาะสมกบั ฉนั ………………………………………………………………………………..
ความใฝ่ฝันของฉัน..................................................................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 10
รายวชิ า กิจกรรมแนะแนว รหัสวชิ า ก23902 กลุ่ม กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 2 การวางแผนด้านการศกึ ษา อาชีพ และสงั คม เวลา 8 ช่ัวโมง
เรอื่ ง การสรา้ งแรงบันดาลใจจากบุคคลต้นแบบ เวลา 1 ช่วั โมง
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2/2564
ครผู ู้สอน นางสาวจฬุ าลักษณ์ วงศ์คาจนั ทร์ โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร
............................................................................................................................. ......................................................................
1. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ ตดั สนิ ใจ แกป้ ญั หา และวางแผนดา้ นชีวติ และสงั คม
2. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
- ใฝ่เรียนรู้
- มุ่งมน่ั ในการทางาน
3. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
4. สาระสาคญั
- ผู้เรยี นสามารถคิดวิเคราะห์ ตดั สนิ ใจแก้ปัญหา และวางแผนดา้ นการศึกษาตอ่ ด้านอาชีพ
ในอนาคต และด้านการใชช้ ีวติ ได้อยา่ งเหมาะสม
5. สาระการเรียนรู้
- ผู้เรยี นสามารถสรา้ งแรงบนั ดาลใจจากบคุ คลต้นแบบทตี่ นเองช่ืนชอบได้อยา่ งเหมาะสม
6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นา
1. ครใู ห้นกั เรียนแต่ละคนรว่ มกันสารวจบุคคลรอบตัวที่ประสบความสาเรจ็ ในปัจจุบนั แล้วลอง
ยกตัวอย่างประกอบ อาทิ ดาราชือ่ ดงั ครใู นโรงเรียน นักกีฬาทีมชาติ
ขัน้ สอน
2. ครใู หน้ ักเรียนอธิบายปัจจัยท่สี ง่ ผลใหเ้ กิดความสาเรจ็ ในการใชช้ ีวติ แล้วใหน้ ักเรียนศกึ ษา
ใบความรู้ เรอื่ ง เรียนรจู้ ากบคุ คลต้นแบบ เพอ่ื เปิดทางสคู่ วามสาเร็จ
3. ครยู กตัวอย่างบุคคลตน้ แบบ ทคี่ รูเลือกใหเ้ ป็น Idol ในการดาเนินชีวิต ตัง้ แตเ่ ดก็ จนถงึ ปัจจบุ นั
4. นกั เรียนคน้ หาและศกึ ษาอตั ชวี ประวัตขิ องบุคคลตน้ แบบ ท่เี ปน็ Idol ในดวงใจ พร้อมนาเสนอหน้า
ช้ันเรยี นอย่างภาคภมู ใิ จ
ขั้นสรปุ
5. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายถึงการนาขอ้ ดี แนวทางการใช้ชวี ิตทคี่ ุ้มค่า และมคี วามสุข มาปรับ
ใชใ้ นการดาเนนิ ชีวิตของตนเองใหป้ ระสบความสาเรจ็ ในอนาคต
7. สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
- ใบความรู้ เรอ่ื ง เรียนรู้จากบคุ คลต้นแบบ เพ่ือเปิดทางสคู่ วามสาเร็จ
8. ชนิ้ งานและภาระงาน
- ใบงาน เรอื่ ง Idol ของฉัน
9. การวัดและการประเมนิ ผล
รายการประเมิน วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมือทีใ่ ช้ เกณฑก์ าร
- ใบงาน เร่อื ง Idol ของฉนั ประเมนิ
ดา้ นความรู้ นักเรยี นสามารถคดิ - การตรวจใบงาน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ - ผา่ นเกณฑ์ใน
ระดบั ดีขน้ึ ไป
วเิ คราะห์ ตัดสินใจแก้ปญั หา - แบบประเมนิ สมรรถนะสาคัญ
- ผ่านเกณฑ์ใน
และวางแผนด้านการศกึ ษา ระดับดีขนึ้ ไป
ดา้ นคณุ ลักษณะ นักเรียน - การสังเกต ผา่ นเกณฑใ์ น
ระดบั ดขี ึ้นไป
สามารถ
1) ใฝ่เรียนรู้
2) มุ่งมัน่ ในการทางาน
ด้านสมรรถนะสาคญั นกั เรียนมี - การสงั เกต
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใชท้ กั ษะ
ชีวิต
บันทึกหลงั แผนการจดั การเรียนรู้
ผลการจัดการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ข้อเสนอแนะ/วิธกี ารแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงชอ่ื ) ………..............………….................….…….. ผู้สอน
(นางสาวจุฬาลกั ษณ์ วงศค์ าจนั ทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลักวชิ าการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั ใช้สือ่ และแหลง่ เรียนร้ทู ี่หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวัดและประเมินผลสอดคล้องกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรู้โดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจดั การเรียนรู้นาไปสู่การปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกับหลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงคศ์ ักดิ์ บุญพมุ่ )
หัวหนา้ งานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหัวหน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถกู ต้องตามหลกั วชิ าการ
มกี จิ กรรมการเรียนรูเ้ น้นผูเ้ รยี นเป็นสาคญั
มกี ารใช้สอื่ และแหล่งเรยี นรูห้ ลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พสิ ัย ทกั ษะพิสยั
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจันทริ า แวงวงษ์ )
หวั หนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพื่อนาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธพิ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
เรยี นรูจ้ ากบุคคลต้นแบบ...เพอ่ื เปดิ ทางสคู่ วามสาเร็จ
เชอ่ื วา่ ตอนเดก็ ๆ เราคิดว่าหลายคนคงจะมีบุคคลตน้ แบบหรือบุคคลตัวอย่าง
คนที่เราเอาเป็นแบบอย่างในการดาเนินชวี ติ ตอนนีก้ เ็ ช่นกนั !!!!
คณุ สมบัตทิ ดี่ ีของบคุ คลตน้ แบบ >> คนทมี่ ีความพยายาม คนท่ีมีความคิดสร้างสรรค์
คนที่มีจติ ใจดีงามมีน้าใจช่วยเหลอื คนอ่นื คนท่ีมงุ่ มน่ั ทะเยอทะยานเพ่อื ความสาเรจ็ คนทมี่ ีอิสระใน
ความคิด คนทีซ่ อ่ื สตั ย์และเคารพสทิ ธขิ องผู้อนื่ ฯลฯ
ประโยชน์ของการมีต้นแบบทด่ี ีคืออะไร >> ความสาเรจ็ ของบคุ คลต้นแบบ แนวคดิ
แนวทางการแก้ปญั หาของเค้า จะทาให้เรามองโลกในแง่มมุ ใหมๆ่ ช่วยให้เราเข้าใจปัญหา
และแกไ้ ขได้ และเรายงั จะไดน้ ิสัยทด่ี ีจากบุคคลต้นแบบติดตัวมาโดยไมไ่ ด้ต้ังตวั อกี ด้วย
.............................
“ สตฟี จอบส์ กล่าวไว้วา่ วินัยในการพฒั นาตัวเองเป็นส่ิงที่แยกระหวา่ งคนทีส่ าเรจ็ กับคนท่ีล้มเหลว”
การประสบความสาเรจ็ ในชีวติ คงไม่ไดห้ มายถึงคนทีม่ ีความสาเร็จในหน้าทก่ี ารงาน มีฐานะทาง
เศรษฐกจิ ที่มน่ั คงเพียงอย่างเดยี วเทา่ น้นั แตต่ ้องเปน็ บคุ คลมีหลกั การคิด การครองตน ครองคน ครองงาน
มีวิสยั ทัศน์ในการดาเนนิ ชีวติ พรอ้ มกับการดแู ลตนเองและครอบครัวใหม้ ีความสุขสมบรู ณ์ด้วย
ถนนเสน้ ทางแห่งความสาเรจ็ น้นั ไม่เคยสวยหรู บางคร้ังก็อาจจะทาใหเ้ ราตกอยู่ในจดุ ท่ีตา่ ที่สดุ ของชีวติ
กไ็ ด้ เพราะกอ่ นทค่ี นเราจะประสบความสาเร็จ จะต้องอาศัยทง้ั การทุ่มเทอย่างหนกั ความอดทน และตอ้ งเผชิญ
กบั อุปสรรคความท้าทายมากมาย ซง่ึ ความลม้ เหลวทีเ่ กดิ ขน้ึ นั้นเปน็ เร่ืองธรรมดาทส่ี ามารถเกดิ ขน้ึ ได้เสมอ และ
ความลม้ เหลวเหล่านี้แหละท่ีเปน็ จดุ เรม่ิ ต้นในการนาเราไปสูค่ วามสาเร็จ
คุณอาจไมเ่ คยรู้มากอ่ นว่า มเี หล่าคนดังท่ีประสบความสาเรจ็ จานวนมากทีต่ อ้ งฝ่าฟนั กบั อปุ สรรค
เหล่าน้ีเสมอ ความล้มเหลวท่ีเกดิ ขึน้ กับพวกเขาน้ันเคยทาใหพ้ วกเขาต้องตกอย่ใู นจดุ ท่ีเรยี กไดว้ ่า “ตา่ สดุ ของ
ชวี ติ ” แต่ทา้ ยท่ีสุดแล้วการทมุ่ เทอยา่ งหนกั และความมุง่ มั่นตั้งใจ ก็ไดน้ าพาพวกเขาใหไ้ ปถงึ ยงั ฝงั่ ฝันและกลาย
มาเป็นแรงบันดาลใจใหก้ ับผอู้ นื่ มากมาย
ถ้าคณุ เคยรู้สกึ หมดหวงั หรือรูส้ กึ ล้มเหลวในชวี ิต และตอ้ งการส่งิ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจใหก้ บั คุณ
นอ่ี าจจะเป็นเรอื่ งราวเล็กๆน้อยๆของเหลา่ คนดงั ท่ีจะมาจุดประกายฝนั และสรา้ งแรงบันดาลใจ เพ่อื ให้คณุ มแี รง
ฝ่าฟันกับอปุ สรรคและกลายมาเป็นคนท่มี ีช่อื เสยี งและประสบความสาเรจ็ ในชวี ิตอย่างพวกเขาได้
วิธคี ดิ ของคนทีป่ ระสบควำมสำเร็จในชวี ติ ให้ท่องเอำไวท้ กุ วัน
1. ความคิด เป็นตัวกาหนดชะตาชวี ิต คดิ ผดิ เส้ยี ววินาที สง่ ผลถงึ ชะตาชีวิต
2. ตั้งเปา้ หมายทีช่ ัดเจนวา่ อยากจะทาอะไรในชีวติ กาหนดระยะเวลา แล้วลงมือทา
3. เวลาเลอื กทางาน อยา่ ไปดูว่ามนั งา่ ยหรอื ยาก ให้ดวู ่า มันคมุ้ หรือไมค่ ้มุ มันจะสร้างชีวิตสร้าง
อนาคตไดห้ รอื ไม่
4. โฟกสั ทลี ะอยา่ ง ทุ่มเทความพยายามและความสามารถทงั้ หมดที่มใี นสิ่งเดยี ว แตกต่างจากคนท่ัวไป
ทไ่ี ม่มโี ฟกสั คนทที่ าทุกโอกาสทผี่ ่านเข้ามาในชวี ติ มักไมค่ อ่ ยประสบความสาเรจ็
5. คนที่ประสบความสาเร็จทีย่ ิง่ ใหญไ่ ด้ ต้องมีแรงจงู ใจอย่างแรงกลา้ คือความกระหายอยากจะได้ส่ิงที่
ปรารถนา ทาใหเ้ กดิ ความมงุ่ มน่ั ทจี่ ะประสบความสาเร็จตามเป้าหมาย
6. มวี ธิ ที จ่ี ะประสบความสาเร็จหลายวิธี แต่จงเลอื กเอาวิธที ่งี า่ ยที่สุด และเหมาะสมกับความสามารถ
ของเรามากทสี่ ดุ เพียงวธิ ีเดยี วมาเป็นตน้ แบบ แล้วลงมอื ทา
7. อย่าดแี ตพ่ ูด ใหพ้ ูดจริงทาจริง
8. ใชส้ ตปิ ญั ญาในการดาเนินชวี ติ …อย่าใชอ้ ารมณ์ เด็ดขาด
9. อยา่ รอความสมบูรณแ์ บบ เพราะคุณอาจเสยี โอกาสใหก้ บั ผูท้ ่มี องเห็นช่องว่างและเร็วกวา่ คุณไดท้ ุก
เม่ือ ในการทาธุรกิจใหย้ ึดความสามารถหรอื ความถนดั ของเราเป็นหลกั
10. ต้ังเปา้ หมายทุกวนั และทาให้สาเร็จ แล้วทาจนเปน็ นิสยั
11. ใชเ้ วลาให้เป็นประโยชน์ ทกุ คนมี 24 ช่วั โมงต่อวนั เท่ากนั ทุกคน ใครบริหารเวลาได้ดีก็จะกา้ วไป
ขา้ งหน้าเร็วกว่าคนอ่นื คนท่ีประสบความสาเรจ็ ไมไ่ ด้ใช้เวลามากมายไปกับ Social Media ดูทวี ี หรือเล่นเกมส์
เพราะเขาตอ้ งการใช้เวลาให้คุม้ ค่าท่สี ดุ ในการทาส่ิงทม่ี แี ตป่ ระโยชนต์ อ่ เปา้ หมายในชีวติ
12. เช่อื ม่นั ว่าคณุ ทาได้ คิดเปน็ กลา้ ตดั สนิ ใจ และลงมอื ทาทนั ที ไมท่ ้อกอ่ นถึงความสาเรจ็ ตราบใดที่
ยงั ไม่ไดล้ งมือทา อยา่ เชอื่ ว่าตัวเองทาไม่ได้
13. พร้อมท่มุ เททุกอย่างเพื่อความสาเรจ็ หนกั เอา เบาสู้
14. ยอมเปล่ยี นแปลงตนเองเพอ่ื ความสาเร็จ
15. อยา่ พดู ว่าเดยี๋ วจะทา ใหเ้ ปลี่ยนเป็น “ทาเดีย๋ วนี้” ต้องลงมือทาทันที อยา่ มัวแต่สนใจหาข้อมูล
ศึกษา วเิ คราะห์ จนไม่กล้าลงมอื ปฏิบตั ิ
16. ไม่สุงสิงกบั คนทม่ี องโลกในแง่ลบ ไมก่ ระตือรือรน้ ข้บี น่ ข้ีโมโห โทษนน่ั โทษนี่ เฉื่อย ชอบแกต้ ัว
เพราะทาให้เราคิดลบไปด้วย การคิดลบไมไ่ ด้ทาให้ชีวติ ด้ขี นึ้ คิดบ่อยๆจะเผลอติดเป็นนิสยั คิดลบชีวิตก็ติดลบ
ให้อยู่กบั ใกล้คนท่คี ดิ บวกชีวิตจะเป็นบวก
17. คดิ บวกเสมอ ไมจ่ มอยู่กับปัญหาหรอื อดีต เพราะย่งิ ทาใหเ้ ครียด ใหเ้ ปล่ยี นเปน็ คิดหาวิธีท่ีจะ
แกป้ ัญหา ว่าทาอย่างไรให้ชนะปญั หาน้ันให้ได้
18. คนฉลาด ย่อมรู้วธิ ีเสริมกาลงั ใหแ้ ก่จติ ใจ คนโงเ่ ท่าน้ันที่นอนเสียกาลงั ใจ ไม่รู้จะแกไ้ ขใจตนอย่างไร
19. ยิ่งมปี ัญหาหรอื อปุ สรรคในการทางานมากเทา่ ไหร่ ยง่ิ เราแกป้ ัญหาได้ จะยง่ิ ใกล้ความสาเร็จ
20. ไมส่ นใจคานนิ ทาของคนอืน่ เพราะมนั ทาใหร้ กสมอง หดหู่ คนอ่ืนไม่สามารถวัดคา่ หรอื ตดั สนิ
คุณได้ เพราะคุณรู้คณุ ค่าของตนเองดอี ยู่แล้ว
21. ไม่โกรธใครเลย เรากจ็ ะไมท่ กุ ขเ์ ลย มีเมตตา ใหอ้ ภัยทกุ คนตลอดเวลา เราก็จะมคี วามสขุ
ตลอดเวลา
22. อยากได้อะไรต้องไปหาเอาเอง อยากไดเ้ งนิ ใหอ้ อกไปหาเงิน เพราะนง่ั อย่เู ฉยๆ มนั คงไมห่ ล่นมาใส่
หวั เราเอง
23. การไมร่ ู้เป็นเรอื่ งแย่ แตก่ ารท่ไี ม่คดิ จะเรยี นร้เู ปน็ เรื่องเลวร้ายกว่า ตอ้ งรู้จักปรบั ตวั และความคิด ให้
ทันกบั การเปลี่ยนแปลงของโลกในแต่ละวนั เพราะมีการค้นพบ นวตั กรรม และเทคโนโลยใี หม่ๆเกดิ ขน้ึ ทุกวัน
ไม่เช่นน้นั เราจะกา้ วไม่ทันโลก
24. ความสงสัยในเรอื่ งไร้สาระ และการแสวงหาขอ้ มลู ในเรอื่ งทไ่ี มม่ ปี ระโยชน์ ไม่เคยทาให้ใคร
ประสบความสาเร็จ อยากมีชวี ิตทดี่ ี และประสบความสาเร็จ จงเลอื กฟงั แต่ เรอื่ งดี ๆ เรอ่ื งสรา้ งสรรค์ เรือ่ งทมี่ ี
ประโยชน์ตอ่ ชวี ติ เรือ่ งทท่ี าให้ชีวิตก้าวหนา้
25. ไม่มเี ศรษฐีร่ารวยจากการทางานงา่ ย แต่เค้ารวยจากการทางานยาก ไมม่ อี ะไรทท่ี าแล้วไมเ่ หน่อื ย
แตย่ งิ่ เหน่อื ยแล้วต้องไดม้ ีรายได้ด้วย
26. อยากมีเกียรติ มคี นเคารพยกยอ่ ง ตอ้ งเป็นคนรู้จัก เสยี สละ มเี มตตา ทาตัวมีประโยชน์ต่อสว่ นรวม
ไมเ่ อาเปรยี บผู้อื่น
27. วาสนาสรา้ งไดเ้ อง ทาอยา่ งไรได้อยา่ งนั้น อยากประสบความสาเรจ็ ร่ารวย ต้องหมน่ั หาความรู้
พัฒนาตวั เอง ขยัน อดออม ทาแต่ความดี
28. ความดี คอื การลงทุนเพียงอยา่ งเดยี ว ท่ไี มม่ วี ันขาดทนุ
รู้นอ้ ยจะฉบิ หาย เชือ่ ง่ายจะวิบัติ
29. โอกาสมาหาเราตลอดเวลา เครอื่ งมือในการจับโอกาสคอื ความพร้อม คนท่บี อกว่าไม่มีโอกาส คือ
คนทไี่ ม่มคี วามพร้อม
จงทาเร่ืองยากทส่ี ุดทกุ เรื่อง ใหก้ ลายเป็นเรอื่ งงา่ ย แต่จงอยา่ ทาแม้แต่เรอ่ื งเดยี วดว้ ยความมกั ง่าย
30. อยากประสบความสาเรจ็ ทย่ี ิง่ ใหญ่ ไม่ใช่แค่ทาทกุ อยา่ งใหด้ ีพอ แตต่ ้องดีเลิศและดีทส่ี ุดทามนั จน
สุดความสามารถ ทาให้ดที ่ีสดุ ในชวี ิต
31. อย่าละเลยสุขภาพ ใส่ใจและหาวิธีท่ีทาใหต้ วั เองสุขภาพดีทส่ี ุดเท่าท่ีจะทาได้
32. ใหก้ าลังใจตวั เองทกุ วัน เมื่อยามท้อแท้ เหน่ือยใจ ให้อา่ นคาคม เร่ืองบันดาลใจของคนสู้ชวี ติ ฟงั
เพลงให้กาลังใจ หรอื พักผอ่ นสักคร่เู พอ่ื กลบั มาสใู้ หม่อกี ครง้ั
33. ความทกุ ข์ มีไว้ทดสอบความเขม้ แขง็ ของจิตใจ ความทุกข์ อย่กู บั เราได้ไม่นาน
เราเลิกคิดมนั ก็เลิกทุกข์
34. ความรนุ แรง คอื วิถขี องคนไร้ความสามารถ
35. ในเวลาที่เราโกรธ…ควรพดู ใหน้ ้อยที่สุด จะไดไ้ มต่ ้องมานั่งเสียใจภายหลัง
36. ความโกรธ…ไม่ได้ทาให้เรามพี ลัง แตท่ าให้เรากลายเป็นคนบ้า
37. มแี ต่ ความสงบและสติ ท่ีช่วยเราได้…ทาให้เรายอมรับความจริง รู้เทา่ ทันอารมณ์ มีปญั ญาไว้แกไ้ ข
"อย่าปล่อยเวลาแตล่ ะวนิ าที ใหเ้ สยี เปล่า เพราะความสาเรจ็ ต้องการเวลา ถา้ เวลาและโอกาสผ่านไป
แลว้ มันยอ้ นคนื มาไมไ่ ด้ ถงึ มเี งนิ เปน็ ล้านก็ซื้อเวลาและโอกาสให้คนื มาไมไ่ ด้เช่นกัน"
MY IDOL
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 11
รายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว รหัสวชิ า ก23902 กลุ่ม กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 การวางแผนด้านการศกึ ษา อาชพี และสงั คม เวลา 8 ชว่ั โมง
เร่อื ง การศึกษาขอ้ มูลโลกอาชพี เวลา 1 ช่วั โมง
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2/2564
ครผู ู้สอน นางสาวจฬุ าลักษณ์ วงศค์ าจนั ทร์ โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร
.................................................................................................................................................... ...............................................
1. จุดประสงค์การเรยี นรู้
- ผู้เรยี นสามารถคิดวเิ คราะห์ ตัดสนิ ใจ แกป้ ัญหา และวางแผนดา้ นอาชีพ
2. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- ใฝเ่ รียนรู้
- มุ่งมัน่ ในการทางาน
3. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
- ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
4. สาระสาคญั
- ผู้เรยี นสามารถคิดวิเคราะห์ ตดั สนิ ใจแก้ปญั หา และวางแผนดา้ นการศกึ ษาต่อ ด้านอาชีพ
ในอนาคต และด้านการใชช้ วี ิตได้อย่างเหมาะสม
5. สาระการเรยี นรู้
- ผู้เรียนสามารถสารวจอาชีพรอบตวั เขา้ ใจรายละเอยี ด บริบทของอาชีพท่ีตนเองสนใจได้
6. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนา
1. ครสู ารวจเป้าหมายและองค์ความร้เู บ้อื งต้นของนกั เรยี นในเรื่องการวางแผนประกอบอาชพี
ในอนาคต แลว้ ส่มุ ถามเปน็ รายบคุ คล
ขน้ั สอน
2. ครูใหน้ กั เรียนเลน่ เกมทายช่อื อาชีพจาก บตั รคาบทกลอนสอนอาชพี ที่ครูเตรยี มมาเพ่อื กระตุ้นให้
นักเรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ และบอกลกั ษณะอาชีพต่างๆ
3. ครอู ธบิ ายถึงการตง้ั เปา้ หมาย การนาตนเองไปสอู่ าชีพท่ใี ฝ่ฝนั ขอ้ จากดั ความเสีย่ ง การเปลย่ี นแปลง
ค่านิยมของอาชพี ตา่ ง ๆ และให้นักเรียนศกึ ษาใบความรู้ เร่อื ง ถอดรหสั เทรนด์โลกอาชพี เกิดใหม่ปี 2020 เพอ่ื
ประกอบการตดั สินใจ
4. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม 4 – 6 คน ค้นหาข้อมูลอาชพี ท่ีตนเองสนใจ 2 อาชีพ (อาชีพหลกั ,อาชพี รอง)
พรอ้ มนาเสนอขอ้ มูลให้เพ่ือนๆในกลุม่ ฟงั อย่างละเอยี ด
5. จากนนั้ นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ระดมสมองคดั เลือกอาชีพที่สาคญั และนา่ สนใจเพ่ือนามา
เขียนใสก่ ระดาษร้อยปอนด์ในหวั ขอ้ “โลกอาชีพ” นาเสนอ และแสดงบทบาทสมมติหนา้ ช้ันเรียน
ถงึ กระบวนการทางานและรายละเอยี ดต่างๆ
ขนั้ สรุป
7. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภิปรายถึง “โลกอาชีพ” เพื่อแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ และสรา้ งแรงบันดาลใจใน
การนาตนเองไปสเู่ ปา้ หมายให้สาเรจ็
7. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
- บตั รคา บทกลอนสอนอาชีพ
- ใบความรู้ เร่อื ง ถอดรหสั เทรนดโ์ ลกอาชีพเกดิ ใหมป่ ี2020
8. ชน้ิ งานและภาระงาน
- Mind mapping เรื่อง “โลกอาชีพ”
9. การวัดและการประเมนิ ผล
รายการประเมนิ วิธีการวัดผล เครอ่ื งมอื ทีใ่ ช้ เกณฑ์การ
- การตรวจ Mind - Mind mapping เรือ่ ง “โลก ประเมิน
ด้านความรู้ นักเรียนสามารถคิด mapping อาชพี ” - ผ่านเกณฑ์ใน
วิเคราะห์ ตดั สนิ ใจแก้ปญั หา - การรว่ มกจิ กรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ระดบั ดขี ึน้ ไป
และวางแผนดา้ นการศกึ ษา - การสงั เกต
ด้านคุณลักษณะ นกั เรียน - แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั - ผ่านเกณฑ์ใน
สามารถ - การสงั เกต ระดบั ดขี ึน้ ไป
1) ใฝ่เรียนรู้
2) มุ่งมนั่ ในการทางาน ผ่านเกณฑใ์ น
ดา้ นสมรรถนะสาคัญ นักเรยี นมี ระดบั ดีข้ึนไป
1) ความสามารถในการคิด
2) ความสามารถในการใชท้ ักษะ
ชีวิต
บันทกึ หลังแผนการจัดการเรียนรู้
ผลการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………...........…............
……………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………....
ปัญหาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
..............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
……………………………………………………………………………………………………………………………………….....………………
ข้อเสนอแนะ/วิธกี ารแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………............….........
...............………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………............
....…………………………………………………………………………………………………………………………….....………………………
(ลงช่อื ) ………..............………….................….…….. ผู้สอน
(นางสาวจุฬาลักษณ์ วงศ์คาจนั ทร์)
............/..................... /..................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
มอี งค์ประกอบของแผนครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องตามหลกั วิชาการ
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้เน้นผู้เรียนเปน็ สาคญั ใช้ส่อื และแหลง่ เรยี นรทู้ ่ีหลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวัดและประเมินผลสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรยี นรูโ้ ดยใช้วธิ กี ารท่ีหลากหลาย
แผนการจดั การเรียนร้นู าไปสกู่ ารปฏิบตั ไิ ด้สอดคล้องกบั หลักสตู ร บรบิ ท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชอ่ื .....................................................
( นายณรงค์ศกั ดิ์ บุญพุ่ม )
หวั หน้างานแนะแนว
วนั ท่ี ......... เดอื น ................ พ.ศ. .............
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
มอี งคป์ ระกอบของแผนครบถว้ น สมบูรณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ น้นผ้เู รยี นเป็นสาคัญ
มกี ารใช้สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้หลากหลาย เหมาะสม
มกี ารวดั และประเมินผลครอบคลมุ พฤตกิ รรมพทุ ธิพิสยั จติ พิสยั ทักษะพิสยั
ลงชอ่ื .....................................................
( นางสาวจนั ทริ า แวงวงษ์ )
หัวหนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วนั ที่ ......... เดอื น .................. พ.ศ. ..............
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
ใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้
ขอให้นิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ เพอ่ื นาไปพฒั นางานต่อไป
ลงช่อื .....................................................
(นายพฤทธิพ์ ล ชารี)
รองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
วนั ที่ ......... เดือน .................. พ.ศ. ..............
“ คงปฏเิ สธไมไ่ ด้ว่าในศตวรรษที่ 21 ความสาเรจ็ ของคนเรานนั้ ข้นึ อยกู่ บั ทกั ษะ และ ความรอบรู้
เปน็ สาคญั เพราะความกา้ วหนา้ ด้านเทคโนโลยีและการทโี่ ลกเช่อื มโยงกนั ในแทบทุกดา้ นเปน็ ทั้งโอกาส
และความทา้ ทาย น่นั แปลว่า หากเราเข้าใจการเปล่ียนแปลงและสามารถปรบั ตัวยกระดบั ทกั ษะความรู้
ใหท้ นั ต่อแนวโน้มและความต้องการใหม่ๆของโลก ยอ่ มจะมีโอกาสประสบความสาเร็จไดไ้ ม่ยาก
และทาไดก้ ่อนใคร”
ความเปลยี่ นแปลงของโลกทเ่ี กิดข้ึนอย่างรวดเรว็ ส่งผลกระทบโดยตรงกับวิถีชวี ิตของทกุ คน
บนโลกรวมถงึ ประเทศไทยดว้ ย ผู้นาทั้งหลายในประเทศไทยจะจัดการกบั ความทา้ ทายทเี่ กิดข้นึ
และจะนาพาองค์กรหรือประเทศชาติใหก้ ้าวไดอ้ ย่างมัน่ คงและทันกระแสโลกท่เี ปล่ียนแปลงอยา่ ง
รวดเร็วนีไ้ ด้อยา่ งไร ในเมื่อท่ัวโลกตา่ งก็ยอมรับไปในทางเดยี วกนั ว่าส่งิ ที่เกิดขน้ึ ในทุกวินาทีนี้ เป็น
สงิ่ ท่ผี นู้ าท้ังหลายไมเ่ คยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อนหรอื อาจพดู ได้ว่า โลกในทกุ วนั นที้ เี่ ราอยู่กัน
เรียกไดว้ ่าเปน็ “New Normal” หรอื โลกท่มี สี ิง่ ใหม่ๆ เกิดข้นึ ตลอดเวลาจนสิ่งเหลา่ นัน้ กลายเป็น
บรรทัดฐานหรือธรรมชาตขิ องสังคมไปโดยปริยาย เราปฏิเสธไม่ได้วา่ การเปลยี่ นแปลงน้เี กดิ จากการ
คบื คลานของ “เทคโนโลยี” ทีเ่ ข้ามามบี ทบาทและสร้างจดุ เปล่ยี นคร้ังสาคญั
จะเหน็ ได้วา่ หลายองค์กรพยายามเรง่ พัฒนาให้สามารถกา้ วข้าม Disruption ท่เี กดิ ขึ้นและ
พร้อมจะสรา้ งความรนุ แรงไดท้ ุกเมือ่ ในสว่ นคนเอง ในฐานะทรัพยากรมนษุ ยอ์ นั มคี ่าก็ตอ้ งยงิ่ เร่ง
ขวนขวายและพฒั นาทกั ษะสวู้ ิกฤติพรอ้ มรับกบั การเปลยี่ นแปลงใหมๆ่ เพื่อให้พรอ้ มตอบรบั ความ
ตอ้ งการของสังคมในอนาคต
ท่ามกลางการเติบโตของเทคโนโลยอี ย่าง“เทคโนโลยีปัญญาประดษิ ฐ์” หรอื AI
ท่ีเป็นเหมือนคลืน่ สึนามลิ ูกยกั ษท์ พี่ รอ้ มซดั ทุกตลาดแรงงานอยา่ งต่อเนอ่ื ง จนผู้เช่ียวชาญจากทั่ว
โลกคาดวา่ หลายอาชีพในปัจจบุ นั กว่า 73 ลา้ นอาชีพกาลงั จะหายไปภายในปี ค.ศ. 2030
ตัวเลขทส่ี งู จนน่าตกใจนี้กระตนุ้ ให้พนักงานหลายคนในหลากหลายองค์กรเริ่มตระหนักถงึ หายนะ
ทก่ี าลงั เตรยี มเลอ่ื ยขาเกา้ อี้แบบฉบั เดยี วขาด และเรง่ พฒั นาตนเองอย่างเตม็ กาลัง แนวโน้มเร่ือง
ความกังวลว่าหุ่นยนตแ์ ละปัญญาประดษิ ฐ์จะ ‘แยง่ ’ งานมนษุ ยด์ เู หมือนจะเปน็ ประเด็น
ทใ่ี ครๆ ตา่ งพากันพดู ถึงในชว่ งเวลานี้ แตใ่ นขณะเดียวกัน ยงั มกี ารโต้ตอบจากนกั วิชาการบางกล่มุ
เรือ่ งหุ่นยนตจ์ ะเข้ามาแยง่ งานมนษุ ย์ โดยไดย้ กสถิติของการปฏวิ ัตอิ ตุ สาหกรรม ในยคุ ท่ีนา
เครอื่ งจกั รมาทดแทนแรงงานคนในปี ค.ศ. 1900 วา่ 40% ของแรงงานในประเทศสหรฐั อเมรกิ าอยู่
ในภาคเกษตรกรรม แม้ทกุ วันนีเ้ หลือคนในภาคเกษตรกรรมเพียง 2% แตป่ ระเดน็ สาคัญคือแรงงาน
หรือบุคลากรในประเทศสหรัฐอเมรกิ าไม่ไดต้ กงาน แต่ได้ทางานท่มี คี ณุ ค่าสงู ข้นึ ด้านควบคมุ
เครื่องจักร รวมถึงมงี านใหมๆ่ เกดิ ข้ึนตามความก้าวหนา้ ของโลกอุตสาหกรรมคร้ังนน้ั
ซง่ึ สอดคล้องกับผลการศกึ ษาลา่ สุดวา่ “การเปล่ยี นแปลงดา้ นเทคโนโลยไี ด้สร้างตาแหน่งงานใหมๆ่
ทมี่ ากกวา่ ตาแหน่งงานทีถ่ กู ทาลายหายไป เม่อื เทียบจากจานวนตาแหนง่ งานในช่วง 144 ปีที่ผา่ น
มา” ดังนั้นในโลกดิจติ ลั และเทคโนโลยที ี่กาลังเกิดขน้ึ จึงไม่ได้จะมแี ต่ด้านลบเทา่ นั้นแตข่ น้ึ อยกู่ ับว่า
ใครจะปรับตวั ไดก้ ่อน หรอื ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อนามาเพือ่ คณุ คา่ กบั ตนเองได้มากกวา่
สำหรับกำรหำงำนในยคุ ประเทศไทย 4.0 ซงึ่ เป็นยุคที่กำลงั จะมกี ำรเปลยี่ นแปลงโครงสร้ำง
ทำงเศรษฐกจิ จำกปจั จุบนั ท่เี น้นอตุ สำหกรรมหนัก ไปสู่ “Value-Base Economy” หรือ
“เศรษฐกจิ ท่ขี บั เคล่ือนด้วยนวตั กรรม” กท็ ำใหเ้ รำตอ้ งหนั มำทบทวนเสน้ ทำงอำชีพหรือ
เสน้ ทำงกำรวำงแผนทำงกำรเรียนของเรำว่ำเหมำะสมกบั ยุคนี้ และยุคท่กี ำลังจะเข้ำมำในอนำคตน้ี
หรอื เปลำ่ เรำไดม้ กี ำรเตรยี มตัวเอง สรำ้ งองคค์ วำมรู้ ควำมสำมำรถ ควำมเชี่ยวชำญ หรือ ทกั ษะ
อะไรบ้ำง เพอื่ ให้สอดคลอ้ งกับสิ่งท่ีกำลังจะเข้ำมำ โลกเปลี่ยนแตเ่ รำไมเ่ ปลี่ยน กอ็ ำจจะสร้ำงปัญหำ
ให้เรำในกำรปรบั ตวั ไปสู่อนำคตไดเ้ หมือนกัน สง่ิ ท่ีเรำต้องทำคือกำรประเมินสถำนกำรณ์ว่ำยคุ
ประเทศไทย 4.0 น้ี ตอ้ งกำรคนท่ีมีทกั ษะแบบไหน และในตอนน้ีเรำมที กั ษะนน้ั บำ้ งอยู่หรอื เปลำ่
ถำ้ เรำไมม่ แี ล้วเรำสำมำรถอยรู่ อดในสังคมกำรงำนของเรำปัจจบุ นั หรอื มีเงินทุนทีเ่ พียงพอทไี่ ด้
วำงแผนไวแ้ ล้วหลังจำกเกษียณกไ็ มน่ ำ่ กงั วลใจ แตถ่ ำ้ ไม่ใช่ และถำ้ มนั เกดิ อะไรขึน้ มำท่ีทำให้ชวี ติ เรำ
เปลีย่ นแปลง เรำจะยงั สำมำรถไปตอ่ ได้หรอื เปล่ำ
หากเรามองเทรนด์โลกขณะน้ี การเปลีย่ นแปลงมากมายท่ีเกดิ ข้นึ อาทิ การขยายตัวของ
สังคมผู้สูงอายุ การพัฒนาอยา่ งต่อเนอ่ื งของ Internet of Things การเรียนรแู้ บบไร้ขดี จากัดดว้ ย
Digilearn การเข้ามามีบทบาทของคนรนุ่ ใหม่ สถานการณเ์ รอ่ื ง Urbanization ธุรกจิ ทส่ี ร้างโอกาส
จากพลงั ผู้หญิง หรือเรือ่ งของความตืน่ ตวั ในเรอื่ ง Eco-Friendly หรอื Zero Waste
ล้วนแล้วแต่นามาซ่ึงอาชพี หรือไอเดยี ธุรกิจแบบใหมๆ่ ทไี่ ม่เคยมีมากอ่ น ยกตัวอย่างเช่น Data
Scientist หรอื นักวิทยาศาสตรข์ ้อมลู , UI/UX Designer, นักออกแบบภาพ 3 มิต,ิ Youtuber,
นักโภชนาการบาบดั , ชา่ งภาพ Drone หรือแมก้ ระทัง่ อาชีพนักออกแบบสตก้ิ เกอรไ์ ลน์ เปน็ ต้น
คาถามสาคญั คอื แลว้ เราจะพัฒนาตนเองให้พรอ้ มเป็นพลเมืองแห่งโลกอนาคตได้
อย่างไร? และ ทกั ษะอะไรทเ่ี ราต้องรบี เรยี นรเู้ พื่อต่อกรกับวกิ ฤติคร้งั น้ี?
1. ปัญญาประดษิ ฐ์ หรอื Artificial Intelligence (AI)
“เรารวู้ ่า AI กาลังจะครองโลก เรากช็ ิงควบคุมและกอบโกยประโยชนจ์ ากมนั ให้ได้ซ!ิ ” เหมือนจะ
เป็นคาตอบแบบกาปน้ั ทบุ ดนิ เสียหนอ่ ย แตเ่ มื่อวิเคราะหถ์ งึ การเติบโตและการแทรกแซงในทกุ สว่ น
ธรุ กจิ ของ AI ในทกุ วนั นแ้ี ลว้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรทีจ่ ะไมเ่ รมิ่ พฒั นาทักษะน้ีเลย
สาหรับ AI ถูกนามาใช้งานอย่างหลากหลาย อาทิ ระบบประมวลผลตรวจจบั ใบหนา้ บน
โทรศพั ท์มือถอื ระบบการประมวลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing – NLP) และ
การจดจาคาพูด (Speech Recognition) ท่ถี ูกใชใ้ นเทคโนโลยีของ Siri Apple ระบบการแนะนา
วิดโี อหรือหนังใน Netflix และ Youtube ฯลฯ โดยปัจจบุ นั สาขานีถ้ กู พัฒนาจนมีขัน้ ตอนประเมนิ
ชุดขอ้ มลู (Hidden layer) ท่ีซบั ซ้อนมากข้นึ เร่ือยๆ จนใกล้เคียงกับเครือข่ายประสาทของสมอง
มนษุ ย์เลยทีเดยี ว
นอกจากเทคโนโลยอี ยา่ ง AI แลว้ ยงั มเี ทคโนโลยกี ารพัฒนาซอฟต์แวร์ตา่ งๆ (Software
Development) อย่างระบบการทางานอัตโนมตั ิดว้ ยห่นุ ยนต์ (Robotic Process Automatic
หรอื RPA) ซ่งึ เปน็ การพัฒนาซอฟต์แวร์ข้ึนมาเพอื่ ควบคมุ กิจกรรมทางธรุ กิจหลากหลายรูปดว้ ย
คอมพิวเตอร์แบบอยา่ งอัตโนมตั ิ ผ่านการวเิ คราะหจ์ ากชุดข้อมลู ต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยนี ้ีจะเข้ามาทา
หน้าที่แทนมนุษยใ์ นงานท่ตี ้องใชเ้ วลามากและทาซา้ ไปซา้ มา อยา่ งการตอบอีเมล์ลกู คา้ การ
จัดการกบั เอกสาร ตัวเลข และข้อมูลปริมาณมาก ราวกับเป็นพนักงานบรษิ ทั ทท่ี างานได้ 24 ชม.
โดยไมร่ ้จู ัก เหน็ดเหนอ่ื ยเลย พูดงา่ ยๆ กค็ อื เมอื่ AI สามารถทางานได้เรว็ กว่าสมองคน จงึ
จาเป็นที่คนทางานทุกคนตอ้ งเร่งปรบั ตัวและเรยี นรู้อย่างรวดเร็วกับเทคโนโลยี
2. การวเิ คราะหเ์ ซต็ ขอ้ มลู ขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) และการ
แสดงผลข้อมลู ใหเ้ ห็นภาพ (Data Visualization)
หลายคนคงคุน้ หูกับเรือ่ ง “Big Data Analytics” หรอื กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลขนาด
ใหญ่ ซ่ึงทาหนา้ ทค่ี ้นหารูปแบบความสัมพนั ธ์และหาส่งิ ทเ่ี ช่ือมโยงข้อมลู เหลา่ นน้ั เข้าไวด้ ้วยกนั เพอ่ื
นาขอ้ มูลท่ีไดม้ าใช้ประโยชน์ตา่ งๆ โดยเฉพาะเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกจิ ไม่วา่ จะเป็นการหาเทรนด์
ทางการตลาด การหาความต้องการของลกู ค้า ซ่ึงถกู นามาประกอบการพัฒนาแผนงาน การ
ดาเนินการตา่ งๆ ตลอดจนการตดั สนิ ใจทางธุรกจิ ใหม้ ีความถูกตอ้ ง ตรงจดุ และมีประสทิ ธภิ าพ
มากข้นึ อย่างไมเ่ คยเปน็ มากอ่ น จนเรียกไดว้ ่าการตดั สินใจยากๆ ในวนั วาน กง็ ่ายข้ึน (และเรว็ มาก
ขึ้นมากๆ) เหมือนปอกกลว้ ยเขา้ ปาก
ซง่ึ แมว้ า่ เทรนดน์ จ้ี ะเข้ามาในสังคมโลกรวมถงึ ประเทศไทยมาได้สักระยะใหญๆ่ และหลาย
องค์กรกเ็ รม่ิ นาเทคโนโลยนี เ้ี ขา้ มาเปน็ สว่ นหนึง่ ในการดาเนนิ งานทางธุรกจิ แลว้ แตม่ นั จะมี
ประโยชนอ์ ะไร ถา้ คนส่วนใหญ่ในองคก์ รไม่สามารถอา่ นมนั ออก หรอื แม้วา่ จะมีคนอ่านข้อมลู ออกก็
ไมร่ วู้ า่ จะอธิบายให้คนอนื่ ๆ เข้าใจได้อย่างไร ในปัญหาส่วนนเ้ี องทที่ กั ษะดา้ น “Data
Visualization” หรือทกั ษะในการนาขอ้ มลู ต่างๆ มาทาให้เห็นภาพ เข้ามามีบทบาทอย่างขาด
ไมไ่ ด้ โดยทักษะน้จี ะช่วยแปลงขอ้ มลู เชิงเทคนคิ มาอยู่ในรปู แบบของภาพ (Visual) เพื่อให้เขา้ ใจ
งา่ ยขึ้น ดนู า่ สนใจมากขนึ้ และเหน็ ภาพรวมของข้อมลู ได้ชัดเจนยง่ิ ข้ึน ซ่ึงนอกจากจะทาใหข้ ้อมูล
ยากๆ สามารถเขา้ ถึงคนในหมมู่ ากได้แล้ว ก็ยังเพ่มิ โอกาสในการมองเหน็ ข้อมลู ทนี่ ่าสนใจชดุ ใหมๆ่
ที่อาจมองข้ามไป นับเป็นการเพมิ่ โอกาสทางธรุ กิจอกี ตอ่ นึงด้วย จนอาจกล่าวได้ว่า Data
Visualization ถอื เป็นอกี หนึ่งทักษะของพนักงานในฝันท่ีทกุ องค์กรใฝ่หาในอนาคตอย่างไมต่ ้องสงสัย
3. การคิดเชงิ วิพากษ์ (Critical Thinking) และการแกป้ ัญหาที่
ซับซ้อน (Complex Problem-Solving)
แมว้ ่าเทคโนโลยจี ะถูกพัฒนาใหม้ าทางานหลายๆ อย่างแทนมนุษย์ แต่มอี ยสู่ ่ิงหนึ่งท่ี
เครอ่ื งจกั รไม่สามารถทาแทนเราได้ และแม้ทาได้ เราก็ไม่ไว้ใจใหท้ าหนา้ ท่ีแทนมนษุ ยแ์ บบรอ้ ย
เปอรเ์ ซน็ ต์ ส่ิงน้นั กค็ อื หน้าท่ใี นการตดั สนิ ใจ เพราะถงึ แมว้ า่ AI จะสามารถคานวณเรื่องตา่ งๆ ได้
แม่นยามากข้นึ เกบ็ ขอ้ มลู ไดม้ ากมาย แต่ในหลายๆ เร่ืองก็ยงั ต้องใชท้ ักษะการคิดเชิงวิพากษ์ในการ
ตดั สนิ บางเรอ่ื งอยู่ จึงไมน่ ่าแปลกใจเลยว่า “ทักษะที่เก่ยี วกับการคดิ เชิงวิพากษ์” (Critical
Thinking) และ “ทักษะในการแก้ปัญหาท่ีซบั ซ้อน” (Complex Problem-Solving)
ซึง่ ครอบคลุมไปถึงการเลือกคาตอบในการแก้ปญั หาทเ่ี หมาะสม จะเป็นทักษะประเภท ซอฟทส์ กลิ
(Soft Skill) ท่หี ลายองคก์ รเฟ้นหาในผู้สมคั รงานยคุ ใหม่ และเร่งพัฒนาพนกั งานของตนเองใหม้ ี
ทักษะนี้มากขึ้น โดยทักษะดงั กล่าวชว่ ยใหม้ นุษย์สามารถวิเคราะหส์ ถานการณ์ตา่ งๆ และตดั สนิ ใจ
กระทาการส่งิ ใดส่ิงหนึ่งตามหลักตรรกะและเหตุผลไดอ้ ย่างสมเหตุสมผล แมว้ ่าปญั หาดังกล่าวจะมี
ความซับซอ้ นทย่ี ากจะเข้าใจโดยเฉพาะในยุคสมัยท่ีเทคโนโลยีและมนุษยท์ างานคาบเกีย่ วกันใน
หลายระดับ จนไม่สามารถใช้วธิ ีการแก้ปญั หาแบบเดมิ ๆ ได้ในทกุ ปญั หา
4. ทกั ษะเร่ืองคน (People Skills)
ปฏิเสธไม่ไดเ้ ลยวา่ งานเกอื บทกุ ประเภทบนโลกลว้ นต้องติดต่อสื่อสารกับคนอน่ื ๆ ไม่วา่ ทาง
ใดกท็ างหน่งึ ดังน้ัน“ทักษะเร่ืองคน” (People Skills) จึงเปน็ ทกั ษะท่ีขาดไม่ได้ทีจ่ ะช่วยให้เรา
สามารถทางานร่วมกับคนไดอ้ ยา่ งราบรน่ื ซึ่งเมอื่ จาแนกลงไปแล้วทกั ษะนป้ี ระกอบดว้ ย
หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเปน็ ทักษะเกย่ี วกับประสทิ ธภิ าพส่วนตวั (Personal Effectiveness) ท่ี
เนน้ การพฒั นาตนเอง | ทกั ษะท่ีเก่ียวขอ้ งกับบคุ คลอื่น (Interpersonal Skills) อย่างการมมี นุษย
สมั พันธ์ทีด่ ี (Interpersonal Skills) และทกั ษะการส่ือสาร (Communication Skills) ซ่ึงรวมตัว
กนั เกิดเป็นความสามารถและทักษะย่อยตา่ งๆ มากมาย อาทิ ทักษะด้านการจดั การคน (People
Management Skills) ทีใ่ ชใ้ นการจดั การ (Deal with) พูดคุย และควบคมุ ทัง้ ประสิทธิภาพและ
ความรู้สกึ ของผ้คู นรอบขา้ ง ทักษะเกยี่ วกับความยดื หยุ่นในการเขา้ ใจผอู้ ่ืน (Cognitive Flexibility)
ทช่ี ว่ ยให้เราเขา้ ใจผู้อ่นื ได้มากขึ้น รูจ้ ักถึงวธิ ีการเข้าหา (Approach) และพูดคยุ กบั ผู้คนในแต่ละ
ลักษณะ ตลอดจนรู้วิธปี รบั เปลย่ี นวิธีการสือ่ สารใหเ้ หมาะสมกับแต่ละบุคคลไดอ้ ยา่ งสมบูรณแ์ บบ
ทกั ษะดา้ นการโน้มน้าวใจ (Negotiation Skills) ซ่งึ นบั ว่าเป็นหัวใจสาคัญในการปดิ ขอ้ ตกลงทาง
ธรุ กจิ ในทุกๆ คร้งั ฯลฯ โดยทกั ษะซอฟท์สกิลเหล่าน้ลี ว้ นเปน็ ตวั ช่วยเพิ่มประสิทธภิ าพการทางาน
ใหก้ ับมนษุ ย์อย่างมาก เพราะตราบใดทเี่ รายังต้องทางานรว่ มกบั ผู้อ่นื แม้เพียงแค่ 1 คน เราก็ยงั
จาเปน็ ตอ้ งใช้ทักษะเหล่านี้ไม่มากกน็ อ้ ย
5. ทกั ษะด้านความคดิ สร้างสรรค์ (Creativity)
สาหรบั ทักษะสดุ ทา้ ย เปน็ ทกั ษะชั้นเลิศทอี่ ย่คู ูก่ ับสังคมมนุษยม์ าเนนิ่ นาน ซง่ึ การนั ตีไดถ้ ึง
ความยอดเย่ียมทีแ่ มห้ ่นุ ยนต์ตัวท่ีดีท่ีสุดกไ็ มส่ ามารถเทยี บเท่ามนุษย์ได้ ทักษะนน้ั คอื “ความคิด
สร้างสรรค์” (Creativity) เพราะสมองของมนษุ ยม์ คี วามซับซ้อนและมคี วามสามารถในการคิดได้
หลากหลายรูปแบบจนนาไปสกู่ ารคดิ คน้ และสร้างสรรค์ส่ิงประดิษฐ์ใหมๆ่ ซึง่ เทคโนโลยแี ละ AI บน
โลกใบน้ตี ่างเกิดจากความคิดสรา้ งสรรคข์ องมนุษยน์ ่ันเอง ส่งิ ท่ีดไี ปกวา่ นน้ั คอื แม้วา่ คนเราอาจไม่ได้
เกดิ มาแล้วมที กั ษะความคิดสร้างสรรค์ หรือการคิดหาทางออก หาคาตอบได้อย่างสร้างสรรค์ หรือ
เราทกุ คนไมไ่ ด้เกิดมาแล้วคดิ แบบ Steve Jobs ได้แตเ่ ราก็ยงั มีรปู แบบขนั้ ตอนการคิดทีฝ่ กึ ให้เราทา
เชน่ นนั้ ได้ เชน่ การฝึกคิดแบบ Design Thinking หรอื เทคนิคการคิดหาคาตอบแบบนกั ออกแบบ
เชน่ นเ้ี ป็นตน้ โดยทักษะความคิดสร้างสรรค์กลับมาทวคี วามสาคัญมากข้ึนเร่อื ยๆ ในยุคทเี่ คร่ืองจกั ร
เข้ามาแยง่ งานกนิ เวลาแสนน่าเบ่อื ไปเสียหมด จนคนมีเวลาเหลอื เฟอื ทจี่ ะใชไ้ ปกับ การ
สรา้ งสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ทกุ สถานการณใ์ นอนาคต (ที่เพมิ่ ความท้าทายให้กับนัก
คิดดว้ ยความเรว็ ของการเปลี่ยนแปลงท่ีเร็วมากข้นึ เรือ่ ยๆ) เฉกเชน่ ปจั จุบัน โดยเฉพาะการริเรมิ่
ความคิดนอกกรอบ ทเี่ รยี กไดว้ า่ ออกนอกกรอบเดิมๆ แบบท่ีไม่เคยคดิ เคยฝนั มาก่อน อันเป็นผลมา
จากการคน้ พบความตอ้ งการของลูกคา้ ทีไ่ มเ่ คยเห็นมาก่อน (Unmet Needs) ต่างๆ จากลูกค้ายคุ
ใหม่ทเี่ ปลี่ยนไปเรว็ ไวในทุกขณะ ฉะนนั้ หากเป็นคณุ เป็นหนึ่งคนท่ีกาลังกงั วลว่าจะโดนหุ่นยนต์แย่ง
งาน ขอให้คณุ ลับความคิดสร้างสรรค์ของคุณใหค้ มกรบิ เขา้ ไว้ เดีย๋ วนี้เลย
นอกจากทักษะต่างๆเหล่านีแ้ ลว้ เหนือส่ิงอ่ืนใด ประชากรยคุ ใหมต่ ้องมี
“ทัศนคตทิ ่ีอยากจะเรียนรู้” และ “วธิ กี ารเรียนรทู้ เี่ หมาะสม” ซึง่ ล้วนเป็นสง่ิ สาคัญ
ทท่ี าให้มนษุ ยส์ ามารถเรยี นรสู้ ง่ิ ต่างๆ ได้อย่างไมร่ ้จู บเพอ่ื อย่รู อดในโลก New Normal น้ี